ครูรุ่นใหม่ 4.0 ต้อง”สร้างนวัตกรรม”ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276361

ครูรุ่นใหม่ 4.0 ต้อง”สร้างนวัตกรรม”ได้

พังงา, นายสมรักษ์, สพปพังงา, ศธจพังงา, ครูผู้ช่วย, รุ่นใหม่, ต้อง, สร้าง, นวัตกรรม, ครูรุ่นใหม่, ต้องสร้างนวัตกรรมได้, สร้างนวัตกรรม, สมรักษ์ ถวาย

ปฏิบัติหน้าที่ ศธจ.พังงา ย้ำ ครูรุ่นใหม่ ต้องใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ตลอดเวลา เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องคิด วิเคราะห์-สร้างนวัตกรรมใหม่ได้

          “สมรักษ์ ถวาย” ผอ.สพป.พังงา ศึกษาธิการจังหวัดพังงา บรรจุและแต่งตั้งครูผู้ช่วย จำนวน 54 ตำแหน่ง พร้อมปฐมนิเทศแนะนำการเป็นครูที่ดี เป็นครูต้องสอนเป็น ต้องเข้าใจการจัดการเรียนการสอน การส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าใจการพัฒนาการผู้เรียน รวมทั้งเน้นย้ำให้เป็นผู้พัฒนาตนเองเป็นคนใฝ่รู้ ใฝ่เรียนตลอดเวลา  เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องคิด วิเคราะห์-สร้างนวัตกรรมใหม่ได้ 

ครูรุ่นใหม่ 4.0 ต้อง"สร้างนวัตกรรม"ได้

          เมื่อเร็ว ๆ นี้นายสมรักษ์ ถวาย ผอ.สพป.พังงา ปฏิบัติหน้าที่ ศึกษาธิการจังหวัดพังงา(ศธจ.พังงา) ได้พบปะและแสดงความยินดีต่อคุณครูคนใหม่ ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ณ ห้องประชุมจำปูน โดยกล่าวแนะนำในเรื่องการปฏิบัติงานและการแสดงพฤติกรรม ลักษณะนิสัยของผู้เป็นครู ซึ่งกล่าวว่า การเปลี่ยนสถานะชีวิตจากคนธรรมดาเป็นข้าราชการครู นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายแผ่นดินแล้ว ย่อมต้องปฏิบัติตามวินัย ข้อห้าม ข้อปฏิบัติของระเบียบราชการครูอีกด้วย

ครูรุ่นใหม่ 4.0 ต้อง"สร้างนวัตกรรม"ได้

          นายสมรักษ์ ยังกล่าวว่า วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง  ต้องเล่าเรียนเป็นกระบวนการ อาชีพครู จึงเป็นที่คาดหวังสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ พฤติกรรม กาย วาจาต้องมีความระมัดระวังยิ่งขึ้น ภายใต้จรรยาบรรณวิชาชีพครู และได้กล่าวเน้นย้ำว่า ครูรุ่นใหม่ต้องเข้าใจการจัดการเรียนการสอน คือ การพัฒนาการผู้เรียน ควรสร้างบรรยากาศที่ดีในห้องเรียนให้เกิดความรักความอบอุ่นระหว่างครูและนักเรียน

ครูรุ่นใหม่ 4.0 ต้อง"สร้างนวัตกรรม"ได้

          “ครูควรรู้จักแก้พฤติกรรมของเด็ก โดยใช้จิตวิทยา ห้ามลงโทษโดยการเฆี่ยนตี ความรักที่มีต่อเด็ก คือเรื่องใหญ่ ส่งผลไปถึงการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน รวมถึงต้องแม่นยำในเนื้อหาที่จะสอน ซึ่งแต่ละศาสตร์จะมีวิธีการสอนที่แตกต่างกันไป ครูรุ่นใหม่ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องคิด วิเคราะห์และสร้างนวัตกรรมใหม่ได้”นายสมรักษ์ กล่าว

ครูรุ่นใหม่ 4.0 ต้อง"สร้างนวัตกรรม"ได้

          ขณะที่ น.ส.พัธยา ผลากิจ  1ใน 54 ครูผู้ช่วยที่ไ่ด้รับการบรรจุในครั้งนี้ เปิดเผยว่า ภูมิใจมากที่สามารถเข้ารับการบรรจุและรับการแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วย ในวิชาเอกภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนวัดเหมืองประชาราม สังกัด สพป.พังงา เนื่องจากตนเองเป็นผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่ยังได้มีโอกาสเข้าสมัครและเข้าสอบจนสามารถสอบผ่าน จึงตั้งใจจะเป็นครูที่ดี ตั้งใจในการเสียสละเวลา เพื่ออุทิศการสอนอย่างเต็มที่

         ” ดิฉันมีความเชื่อว่า  การเป็นครู เป็นการสร้างบุญอย่างหนึ่ง ที่ไม่ต้องลงทุน”น.ส.พัธยา กล่าวด้วยรอยยิ้ม

         0 ธนพร…ปชส.สพป.พังงา 0 รายงาน

ลุย !! สร้างบ้านไร้ควัน 990 ครัวเรือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276345

ลุย !! สร้างบ้านไร้ควัน 990 ครัวเรือน

ลด, เลิก, บุหรี, 3จวใต้, นายสมพร ใช้บางยาง, นสดวงพร, สร้างบ้าน, ควัน, ครัวเรือน, สร้างบ้านไร้ควัน, บ้านไร้ควัน, ศาสนสถานปลอดบุหรี่ต้นแบบ

สสส. ลุย 3 จังหวัดชายแดนใต้ สร้างบ้านไร้ควัน 990 ครัวเรือน 17 พ.ค. 60 คิกออฟ รณรงค์ “เลิกสูบก็เจอสุข : ปฏิบัติการ ลดพื้นที่สูบ เพิ่มพื้นที่สุข”

          เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ร่วมกับสสส. ลุยลดพื้นที่สูบบุหรี่ต้นแบบ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตั้งเป้า ครึ่งปี 27 อปท. สร้างบ้านไร้ควัน 990 ครัวเรือน ศาสนสถานปลอดบุหรี่ 66 แห่ง คลีนิคช่วยเลิกบุหรี่ 23  แห่ง 17 พ.ค. 60  คิกออฟ รณรงค์ “เลิกสูบก็เจอสุข : ปฏิบัติการ ลดพื้นที่สูบ เพิ่มพื้นที่สุข”

 

นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้เป็นประธานกล่าวปฏิญญารณรงค์“เลิกสูบก็เจอสุข:ปฏิบัติการ ลดพื้นที่สูบ เพิ่มพื้นที่สุข”โดยเนื้อหาระบุว่า จากสถานการณ์การบริโภคยาสูบซึ่งเป็นภัยคุกคามทางสุขภาพของคนไทย โดยมีข้อมูลในระดับชาติว่ามีผู้สูบบุหรี่สูงถึง10.9ล้านคน และเมื่อพิจารณาถึงข้อมูลในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ พบว่า มีผู้สูบบุหรี่สูงถึง5.2แสนคน จากจำนวนประชากร 7.5ล้านคน

ลุย !! สร้างบ้านไร้ควัน 990 ครัวเรือน

 

ทั้งนี้ เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลาและ นราธิวาส จำนวน 27 อปท. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ จึงร่วมกันรณรงค์และขับเคลื่อน“เลิกสูบก็เจอสุข : ปฏิบัติการ ลดพื้นที่สูบ เพิ่มพื้นที่สุข”ด้วยการดำเนินการ ดังนี้

ลุย !! สร้างบ้านไร้ควัน 990 ครัวเรือน

 

1.สร้างให้เกิด“บ้านไร้ควัน”จำนวน 990 ครัวเรือน เพื่อเป็นต้นแบบ ลด ละ เลิก คนสูบ และป้องกัน คนในครอบครัวจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง และมือสาม 2.สร้างให้เกิด“ศาสนสถานปลอดบุหรี่ต้นแบบ”จำนวน 66 แห่ง โดยการบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่อย่างเคร่งครัด โดยการใช้กลไลทางศาสนา และทางชุมชนในการกำหนดมาตรการร่วมเพื่อให้เกิดการควบคุมพื้นที่อย่างจริงจัง และ 3. สร้าง“คลินิกช่วยเลิกบุหรี่ต้นแบบ โดยชุมชน”จำนวน 23 แห่ง ที่ดำเนินการโดยชุมชน เพื่อเป็นกลไกในการหนุนเสริมให้ผู้สูบบุหรี่สามารถลด ละ เลิกบุหรี่

 

“ในการนี้เราจะร่วมกันขับเคลื่อนปฏิบัติการดังที่กล่าวมาข้างต้น ให้เกิดเป็นรูปธรรมภายในเวลา6เดือน เพื่อให้มีบทเรียนและต้นแบบการดำเนินงาน ในการควบคุมการบริโภคยาสูบโดยชุมชน ที่เป็นการลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยเสริมทางสุขภาพ นำสู่สุขภาวะของชุมชนท้องถิ่น นายสมพรกล่าว

 

ด้าน น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนัก 3สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า จากข้อมูลในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ผู้สูบบุหรี่มีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศถึง 25 %ทั้งที่บุหรี่ไม่มีประโยชน์มีแต่พิษภัยทำให้อายุขัยเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ นำไปสู่ โรคเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง โรคทางเดินหายใจ การถือโอกาสนี้มารณรงค์ลดพื้นที่สูบบุหรี่ก็ไม่ได้สุดโต่งที่จะให้ยกเลิกทั้งหมด แต่ต้องการจำกัดให้พื้นที่อยู่ในวงจำกัด

 

“ในวันที่ 17 พ.ค. 2560 นี้ จะเริ่มคิกออฟ การรณรงค์“เลิกสูบก็เจอสุข : ปฏิบัติการ ลดพื้นที่สูบ เพิ่มพื้นที่สุข”ที่ ตำบล มะรือโบตก จ.นราธิวาส และจะถือโอกาสนี้ เป็นการรณรงค์พร้อมกันทุกพื้นที่ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะจะเป็นช่วงเวลาใกล้กับการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวมุสลิมที่จะได้ถือโอกาสนี้เลิกบุหรี่ไปด้วย”น.ส.ดวงพร กล่าว

 

ขณะที่ว่าที่ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 3 สสส. กล่าวว่า การณรงค์ลดบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ในส่วนของการกำหนดประเด็นเรื่องบ้านไร้ควัน กลยุทธ์ที่จะทำให้สำเร็จ ต้องอาศัยมาตรการกดดันจากบุคคลในครอบครัวที่จะมีพลังเป็นอย่างมาก ส่วนมัสยิดหรือศาสนสถานผู้ปลอดบุหรี่นั้น ตามหลักคำสอนระบุว่า บุหรี่ เป็นสิ่งที่ต้องห้ามทางศาสนา ดังนั้น ผู้นำทางศาสนามีส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้เกิดความสำเร็จได้

แนะเฝ้าระวัง”กลุ่มเด็ก” ทีได้รับผลกระทบ บึ๊ม!ปัตตานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276333

แนะเฝ้าระวัง”กลุ่มเด็ก” ทีได้รับผลกระทบ บึ๊ม!ปัตตานี

กรมสุขภาพจิต, บึ้มปัตตานี, เฝ้า, ระวัง, กลุ่ม, เด็ก, ได้รับ, ผลกระทบ, บึ๊ม, ปัตตานี, ทีได้รับผลกระทบ, บึ๊มปัตตานี, กลุ่มเด็ก

กรมสุขภาพจิต เผย ผู้ได้รับผลกระทบเหตุระเบิดที่ ปัตตานี เกินครึ่ง ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ชี้”กลุ่มเด็ก” น่าห่วงสุด แนะครอบครัว คนใกล้ชิด ร่วมสังเกต พฤติกรรมเสี่ยง

          กรมสุขภาพจิต เผย ผู้ได้รับผลกระทบเหตุระเบิดที่ ปัตตานี เกินครึ่ง ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ชี้”กลุ่มเด็ก” น่าห่วงสุด แนะครอบครัว คนใกล้ชิด ร่วมสังเกต พฤติกรรมเสี่ยง  ร้องไห้ กรีดร้องเสียงดัง แยกตัวจากเพื่อน ไม่มีสมาธิ ไม่ยอมไปโรงเรียน แนะปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

          เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2560  นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความคืบหน้า ภายหลังการลงพื้นที่ดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดที่ จ.ปัตตานี ว่า ทีมMCATTรพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 กรมสุขภาพจิต ร่วมกับหน่วยบริการของพื้นที่ได้คัดกรองและให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับผลกระทบ รวม 87 คน แบ่งเป็น ผู้ใหญ่ 82 คน (ชาย 26 คน หญิง 56 คน) และเด็ก 5 คน (เด็กผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 3 คน) พบว่าผู้ใหญ่  จำนวน 43 คน

          “ส่วนใหญ่ มีระดับความเครียด/วิตกกังวลสูง ซึ่งควรมีการติดตามกลุ่มที่มีประวัติรักษาด้านจิตเวชเดิม และผู้ที่มีความเครียดจากปัญหาส่วนตัวอยู่เดิมสำหรับกลุ่มเด็ก ยังต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด จากที่พบอาการ มีทั้ง เครียด ซึม เห็นภาพติดตา ผวา กังวลกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อีก เป็นต้น”อธิบดีกรมสุขภาจิต ระบุ

          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดจะได้รับการดูแลติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้น ทีมได้แนะนำวิธีการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น เช่น การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รวมทั้งให้ยาคลายกังวลร่วมด้วย ในรายที่มีอาการตึงเครียดมากหรือนอนไม่หลับ

         อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวย้ำว่า วิธีการจัดการปัญหาด้วยตนเอง มีความสำคัญมากที่สุด แนะนำ พยายามให้ใช้ชีวิตประจำวันตามเดิมเท่าที่ทำได้ หรือเป็นปกติมากที่สุด ทั้งในเรื่องการกิน การอยู่ และกิจวัตรประจำวันต่างๆ รวมทั้ง พักผ่อนให้เพียงพอ ปรึกษา พูดคุย เรื่องไม่สบายใจ หรือขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด หรือจากคนที่ไว้ใจ ส่วนผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ อาจปฏิบัติตัว ดังนี้ นอนเป็นเวลา และตื่นให้เป็นเวลา แม้ว่าคืนก่อนหน้านั้นจะไม่หลับ หรือหลับได้น้อยก็ตาม หากเข้านอนแล้วนอนไม่หลับ ให้ลุกจากที่นอนและกลับมานอนเฉพาะเวลาที่ง่วงนอน ก่อนนอนไม่ควรทานอาหารอิ่มจนเกินไป หรือปล่อยให้หิว และไม่ใช้สุรา หรือสารเสพติด เป็นต้น

         “สำหรับกลุ่มเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงมากที่สุด หากได้รับการดูแลช่วยเหลือจากครอบครัวก็จะสามารถปรับตัวสู่สภาวะปกติได้ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงสามารถช่วยได้ โดย รับฟัง เข้าใจและยอมรับความรู้สึกของเขา อธิบายเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และให้เข้าใจว่า เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดผลกระทบและจะหายไปได้ ตลอดจนดูแลเอาใจใส่เด็กให้มากขึ้น รวมทั้งพยายามให้พวกเขาทำกิจวัตรประจำวันปกติให้มากที่สุด”อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

            อธิบดีกรมสุขภาพจิต    กล่าวด้วยว้า  ปฏิกริยาการแสดงออกจากการประสบเหตุสะเทือนขวัญของเด็กจะแตกต่างจากผู้ใหญ่ ขึ้นกับการเจริญเติบโตตามวัยของเขา เช่นเด็กแรกเกิด–5 ปี เด็กจะแสดงอาการกลัวการแยกจากพ่อแม่ ไม่อยู่คนเดียว เกาะติดพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดไม่ยอมห่าง อาจมีพฤติกรรมร้องไห้ กรีดร้องเสียงดัง หรือ ตัวสั่นลนลาน วิ่งไปมาสะเปะสะปะ หรือมีพฤติกรรมถดถอยไม่สมวัย เช่น กลับมาดูดนิ้ว และปัสสาวะรดที่นอนเด็กอายุ 6-12 ปี จะมีพฤติกรรมแยกตัวหรือก่อกวนคนอื่น เรียนไม่มีสมาธิ มีปัญหาการนอน ฝันร้าย ผวากลัว บางคนจะมีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว ซึมเศร้ากังวล หรือบ่นเจ็บป่วยทางกาย เช่น ปวดท้อง ปวดศีรษะ ที่หาสาเหตุไม่ได้

          “เด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป อาจมีเห็นภาพเหตุการณ์ผุดขึ้นมาซ้ำๆ หรือมีความรู้สึกเสมือนเหตุการณ์รุนแรงนั้นหวนกลับมาอีก รู้สึกเฉยชา มึนงง สับสน ซึมเศร้า มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เกเร แยกตัวจากเพื่อน ไม่มีสมาธิ ไม่ยอมไปโรงเรียน มีปัญหาการนอน ฝันร้าย หลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งเตือนใจให้นึกถึงเหตุการณ์ ซึ่งเหล่านี้ ครอบครัวและผู้ใกล้ชิด ต้องช่วยกันคอยสังเกตและให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ สามารถขอรับบริการได้ที่ โรงพยาบาลจิตเวช หรือขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง “อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวในที่สุด

เปิด9 คัมภีร์แก้หนี้ครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276244

เปิด9 คัมภีร์แก้หนี้ครู

9เงื่อนไขลดหนี้เพิ่มรายได่ครู, โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน, เปิด9, คัมภีร์, หนี้, คัมภีร์แก้หนี้ครู, ดรพิษณุ ตุลสุข

ครูที่เข้า“โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน”จะไปกู้ที่ไหนอีกไม่ได้ ต้องมีแผนการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้โดยจะมีที่ปรึกษาการเงินคอยดูแล

   “ครู”ที่ยื่นความประสงค์เข้า“โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน” นอกจ่ากจะไปกู้ที่ไหนไม่ได้แล้ว จะต้องทำแผนชีวิต ลดหนี้ เพิ่มรายได้ โดยมีครอบครัวและผู้บังคับบัญชาร่วมด้วยแล้ว จะทำให้มองเห็นอนาคตว่า 120-180 เดือนภายใน 10-15 ปีหนี้จะลด รายได้จะเพิ่มอย่างไร

     “ดร.พิษณุ ตุลสุข” ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) อธิบายว่า ปัจจุบันครูที่เป็นหนี้ทั่วประเทศทุกสังกัด ประมาณ 5 แสนคน คิดเป็นเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท

      แต่ สกสค. จะช่วยเหลือครูอยู่ในภาวะวิกฤตก่อน คือครูที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย กำลังจะถูกยึดทรัพย์ บังคับคดี ซึ่งมีประมาณ 700- 1,000 คน ซึ่งมีงบประมาณในการดำเนินเบื้องต้นนี้อยู่่ที่ 1,000 ล้านบาทเงินกู้ที่ให้ช่วยเหลือครู คิดดอกเบี้ย ไม่เกิน 3.5

       ซึ่งจากนี้ไปจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการจะไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อพิจารณา “ครู”ที่ยื่นความประสงค์เข้า“โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน”จากนั้นจะส่งรายชื่อให้คณะกรรมการกลางพิจารณาหากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ 9 ข้อก็จะได้รับการอนุมัติ วันที่ 1 มิถุนายน สกสค.จะโอนเงินให้ไปใช้หนี้วิกฤติทั้งหมด

      โดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมด 9 ข้อในการรับสวัสดิการ โดยไม่มีเงื่อนไขยกเว้นแม้แต่ข้อเดียว ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

เปิด9 คัมภีร์แก้หนี้ครู

 1.การทำสัญญาการคืนเงินสวัสดิการและค่าตอบแทน

        ผู้รับสวัสดิการต้องทำสัญญาการคืนเงินและค่าตอยแทนการจัดสวัสดิการให้สำนักงาน สกสค.จังหวัดหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือ สถาบันการเงินอื่น และปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาทุกประการ

 2.การเปิดเผยข้อมูลภาวะหนี้สินที่เป็นปัจจุบันหลังได้รับสวัสดิการ

        ผู้รับสวัสดิการยินยอมที่จะเปิดเผยข้อมูลด้านการเงิน และข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นปัจจุบันของตนต่อคณะกรรมการจัดสวัสดิการจังหวัด ตามที่คณะกรรมการจัดสวัสดิการกำหนด และยินยอมให้แจ้งสถาบันการเงินในการเข้าร่วมจัดสวัสดิการ

 3.การชำระคืนเงินสวัสดิการและค่าตอบแทนจัดสวัสดิการ

        ผู้รับสวัสดิการต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมให้หักเงิน ณ ที่จ่ายกับหน่วยงานต้นสังกัด

       ในกรณีผู้รับสวัสดิการประกอบอาชีพอิสระและไม่มีหน่วยงานต้นสังกัด ให้ชำระด้วยตนเอง หรือ หักเงิน ณ ที่จ่ายของผู้ค้ำประกัน หรือ ผู้ยินยอมให้หักเงินชำระคืนเงินสวัสดิการและค่าตอบแทนแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการจัดสวัสดิการกำหนด

 4.เงื่อนไขเกี่ยวกับหลักประกันการจัดสวัสดิการ

        ผู้รับสวัสดิการต้องทำหลักประกันการจัดสวัสดิการตามแบบที่สำนักงาน สกสค.จังหวัด หรือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหรือสถาบันการเงินอื่นกำหนด ดังนี้

       4.1 ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้เดิม หากมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้เดิมไม่เพียงพอ ให้ใช้หลักทรัพย์ใหม่ หรือใช้บุคคลค้ำประกัน ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการจัดสวัสดิการกำหนด

     4.2 ต้องใช้เงินสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ค.-ช.พ.ส. เป็นหลักประกันร่วมด้วย

     4.3 ต้องทำประกันชีวิตเพื่อเป็นหลักประกันการจัดสวัสดิการ ตามที่คณะกรรมการจัดสวัสดิการกำหนด

5.การวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต

       ผู้รับสวัสดิการต้องดำเนินการพัฒนาตนตามแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อบริหารจัดการด้านการเงินของตนเองในการแก้ปัญหาหนี้สิน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

6.การวางแผนการพัฒนาอาชีพ

      กรณีผู้รับสวัสดิการยังคงเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาจะต้องดำเนินการพัฒนาวิชาชีพ ตามแผนการพัฒนาวิชาชีพที่ได้ทำร่วมกับคณะกรรมการจัดสวัสดิการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตนเอง

7.เงื่อนไขการป้องกันการก่อหนี้ซ้ำโดยผู้บังคับบัญชา

      ผู้บังคับบัญชาให้ความร่วมมือตรวจสอบกำกับไม่ให้ผู้รับสวัสดิการไปก่อนหนี้ซ้ำ และพร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายในการส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยทำบันทึกการป้องกันการก่อหนี้ซ้ำตามแบบที่กำหนด

8.เงื่อนไขการร่วมด้วยช่วยคิดโดยคู่สมรส/บุคคลในครอบครัว

       ศึกษาทำความเข้าใจในหลักการ วิธีการ และจะให้ความร่วมมือในการจัดสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหานี้สิน,ส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือให้กำลังใจแก่ผู้รับสวัสดิการในการดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต

9.เงื่อนไขการกำกับติดตามโดยผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการจัดสวัสดิการจังหวัด

      ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น และผู้บังคับบัญชาระดับสูง และคณะกรรมการจัดสวัสดิการจังหวัดมีหน้าที่ในการกำกับติดตามผู้รับสวัสดิการให้ดำเนินการตามข้อตกลงในการรับสวัสดิการ

“เชื่อว่าถ้าครูที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดนี้ จะทำให้สามารถช่วยพวกเขาให้พ้นวิกฤตได้ แต่ถ้าใครไม่ยินยอมก็คงจะแก้ไขปัญหาหนี้ที่มีอยู่ได้ เพราะแผนทั้งหมดจะมีทั้งการหักหนี้ การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร” ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. กล่าว

เป็นครูกู้ได้เพียบ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276221

เป็นครูกู้ได้เพียบ?

สมาชิก, สารพัดปล่อยกู้ครู, เป็นครูกู้ได้10ประเภท, สมาชิกสหกรณ์ครูก็ได้ไม่อั้น, สมาชิกสหกรณ์ครูกู้ได้เพียบ, สวัสดิการ, สหกรณ์, เป็น, เพียบ, เป็นครูกู้ได้เพียบ, โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน, ดรพิษณุ ตุลสุข, วิกฤต, ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึกออนไลน์

1  มิย. เงิน1,000 ล้านของสกสค.จะถูกปล่อยให้ครูที่ผ่านการพิจารณาคณะกรรมการกลางให้เข้า”โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน”รอบแรก 700-1,000 คน

        ถ้าเป็นไปตามแผนที่ “ดร.พิษณุ ตุลสุข”  ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) วางไว้วันที่ 1  มิถุนายนนี้ที่จะถึงนี้ เงิน 1,000 ล้านของ สกสค. จะถูกปล่อยให้ครูที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลางให้เข้า”โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน”รอบแรกประมาณ 700-1,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มครูที่วิกฤตคือครูที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย กำลังจะถูกยึดทรัพย์ บังคับคดี โดยคิดดอกเบี้ย 3.5

        คำถามคือว่า ครูเหล่านั้นเขา “วิกฤต”มาจากไหน

เป็นครูกู้ได้เพียบ?

     เมื่อ“ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึกออนไลน์” ไล่เรียงไป จะพบว่าครูเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ จำกัด มีสวัสดิการที่ยื่นกู้ได้นับ 10 ประเภทเลยทีเดียว

เป็นครูกู้ได้เพียบ?

     โดยมีรายละเอียดดังนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ให้บริการกู้ 3 ประเภท คือ1. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน2. เงินกู้สามัญ3. เงินกู้พิเศษ โดยมีีรายละเอียดดังนี้

      1.1. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน (ฉฉ.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน• กู้ได้ 10 เท่า ของเงินได้รายเดือน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท• ผ่อนชำระ 12 งวดทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 95 ของทุนเรือนหุ้นเอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้ฉุกเฉิน• สำเนาสลิปเงินเดือน พร้อมใบเสร็จรับเงินสหกรณ์เดือนปัจจุบัน• บัตรประจำตัวผู้กู้ และผู้รับมอบอำนาจตัวจริง พร้อมสำเนา

      1.2. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินกระแสรายวัน (ฉก.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินกระเเสรายวัน• กู้ได้ 10 เท่า ของเงินได้รายเดือน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท• ผ่อนชำระ 12 งวดทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 95 ของทุนเรือนหุ้นเอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้ฉุกเฉินกระแสรายวัน ทำครั้งเดียว สามารถกู้ได้ตลอดตามวงเงินกู้ที่มีอยู่• สำเนาสลิปเงินเดือน• สำเนาบัตรสมาชิกสหกรณ์ หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ ผู้กู้ที่มีลายมือชื่อ• บัตร ATM-ID หรือใบนัดรับบัตร ATM-ID มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่สหกรณ์ พร้อมสำเนา

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉิน : ร้อยละ 6.95 ต่อปี หรือเป็นไปตามประกาศสหกรณ์

เป็นครูกู้ได้เพียบ?

      2.1. เงินกู้สามัญทั่วไป (สม.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้สามัญทั่วไป• กู้ได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท• ผ่อนชำระ 240 งวด คุณสมบัติผู้กู้• ผู้กู้ต้องมีอายุการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 เดือน• ต้องมีเงินได้รายเดือนให้หัก ณ ที่จ่าย• ผู้กู้ที่ต้องการซื้อหุ้นเพิ่ม เพื่อการกู้เงินจะต้องมีอายุการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีหลักเกณฑ์การให้กู้ตามอายุการเป็นสมาชิก• ผู้ที่มีอายุการเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปี กู้ได้ไม่เกิน 35 เท่าของเงินได้รายเดือน• ผู้ที่มีอายุการเป็นสมาชิก 5 ปีขึ้นไป กู้ได้ไม่เกิน 40 เท่าของเงินได้รายเดือน• ผู้ที่มีอายุการเป็นสมาชิก 10 ปีขึ้นไป กู้ได้ไม่เกิน 45 เท่าของเงินได้รายเดือน • ผู้ที่มีอายุการเป็นสมาชิก 15 ปีขึ้นไป กู้ได้ไม่เกิน 50 เท่าของเงินได้รายเดือน

     หลักเกณฑ์การให้กู้โดยมีค่าหุ้นประกอบ• สมาชิกกู้เงินสามัญไม่ถึง 150,000 บาท ต้องมีค่าหุ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15 ของวงเงินกู้สามัญ• สมาชิกกู้เงินสามัญ ตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 700,000 บาทต้องมีค่าหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของวงเงินกู้สามัญ• สมาชิกกู้เงินสามัญ ตั้งแต่ 700,001 บาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 900,000 บาท ต้องมีค่าหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินกู้สามัญ• สมาชิกกู้เงินสามัญ ตั้งแต่ 900,000 บาทขึ้นไป ต้องมีค่าหุ้นไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 30 ของวงเงินกู้สามัญเอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้สามัญ• สำเนาสลิปเงินเดือน พร้อมใบเสร็จรับเงินสหกรณ์เดือนปัจจุบันของผู้กู้• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ เลขที่บัญชี เล่ม 001-12XXXX• บัตรสมาชิกสหกรณ์ หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ที่มีลายมือชื่อ ของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ฉบับจริงพร้อมสำเนา

     • กรณี ผู้กู้เป็นพนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย ต้องแนบสำเนาสัญญาจ้าง• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงินชำระหนี้สหกรณ์• หนังสือค้ำประกันเงินกู้สามัญ• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงิน ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ค้ำประกัน)• สำเนาเอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบสำคัญการสมรส เป็นต้น

การกู้ใหม่ : สมาชิกที่ส่งชำระเงินกู้คืนสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 งวด มีสิทธิ์ยื่นกู้ใหม่ได้

         2.2. เงินกู้สามัญใช้ค่าหุ้นค้ำประกัน (สห.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้สามัญใช้ค่าหุ้นค้ำประกัน• กู้ได้ไม่เกิน ร้อยละ 95 ของทุนเรือนหุ้น• ผ่อนชำระ 240 งวดเอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้สามัญใช้ค่าหุ้นค้ำประกัน• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ เลขที่บัญชี เล่ม 001-12XXXX• สำเนาบัตรสมาชิกสหกรณ์ หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ที่มีลายมือชื่อของผู้กู้ ฉบับจริงพร้อมสำเนา

2.3. เงินกู้สามัญตามโครงการ ฯ (ตามประกาศของสหกรณ์)

        2.3.1.เงินกู้สามัญตามโครงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินให้กับสมาชิก (สป.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้สามัญตามโครงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินให้กับสมาชิก• กู้ได้ไม่เกิน 200,000 บาท• ผ่อนชำระ 180 งวดคุณสมบัติผู้กู้• ผู้กู้ต้องมีอายุการเป็นสมาชิก มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน• ผู้กู้ต้องมีอายุการเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ จำกัด มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 เดือน

      เอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้สามัญโครงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินให้กับสมาชิก• สำเนาสลิปเงินเดือน พร้อมใบเสร็จรับเงินสหกรณ์เดือนปัจจุบันของผู้กู้• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ เลขที่บัญชี เล่ม 001-12XXXX• บัตรสมาชิกสหกรณ์ หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ที่มีลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ฉบับจริงพร้อมสำเนา

      • กรณี ผู้กู้เป็นพนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย ต้องแนบสำเนาสัญญาจ้าง• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงินชำระหนี้สหกรณ์• หนังสือค้ำประกันเงินกู้สามัญ• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงิน ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ค้ำประกัน)• หนังสือยินยอมหักบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ เลขที่บัญชี เล่ม 001-12XXXX• สำเนาเอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบสำคัญการสมรส เป็นต้น

การกู้ใหม่ : สมาชิกที่ส่งชำระเงินกู้คืนสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 งวด มีสิทธิ์ยื่นกู้ใหม่ได้

เป็นครูกู้ได้เพียบ?

      2.3.2.เงินกู้สามัญตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต (สค.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้สามัญตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต• กู้ได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท• ผ่อนชำระ 240 งวด ส่งชำระคืนไม่เกินอายุ 65 ปีบริบูรณ์คุณสมบัติผู้กู้• ผู้กู้ต้องมีอายุการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนหลักเกณฑ์การให้กู้ตามอายุการเป็นสมาชิก• อายุการเป็นสมาชิก 1 ปี กู้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท ผ่อนชำระงวดละ 2,800 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 2 ปี กู้ได้ไม่เกิน 500,000 บาทผ่อนชำระงวดละ 4,600 บาท

    • อายุการเป็นสมาชิก 3 ปี กู้ได้ไม่เกิน 700,000 บาทผ่อนชำระงวดละ 6,400 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 5 ปี กู้ได้ไม่เกิน 1,000,000 บาทผ่อนชำระงวดละ 9,100 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 7 ปี กู้ได้ไม่เกิน 1,200,000 บาทผ่อนชำระงวดละ 11,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 10 ปี กู้ได้ไม่เกิน 1,500,000 บาทผ่อนชำระงวดละ 13,700 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 12 ปี กู้ได้ไม่เกิน 1,800,000 บาทผ่อนชำระงวดละ 13,900 บาทหลักประกัน• กู้ไม่เกิน 700,000 บาท ผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 2 คน• กู้มากกว่า 700,000 บาท ผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 3 คน

      เอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้สามัญโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต• สำเนาสลิปเงินเดือน พร้อมใบเสร็จรับเงินสหกรณ์เดือนปัจจุบันของผู้กู้• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ เลขที่บัญชี เล่ม 001-12XXXX• บัตรสมาชิกสหกรณ์ หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ที่มีลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ฉบับจริงพร้อมสำเนา• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงินชำระหนี้สหกรณ์• หนังสือค้ำประกันเงินกู้สามัญ• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงิน ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ค้ำประกัน)• สำเนาเอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบสำคัญการสมรส เป็นต้น

การกู้ใหม่ : สมาชิกที่ส่งชำระเงินกู้คืนสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 งวด มีสิทธิ์ยื่นกู้ใหม่ได้

         2.3.3.เงินกู้สามัญโครงการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก (สช.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้สามัญโครงการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก• กู้ได้ไม่เกิน 108,000 บาท• ผ่อนชำระ 180 งวดคุณสมบัติผู้กู้

     • ผู้กู้ต้องมีอายุการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนหลักเกณฑ์การให้กู้ตามอายุการเป็นสมาชิก• อายุการเป็นสมาชิก 1 ปี กู้ได้ไม่เกิน 9,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 2 ปี กู้ได้ไม่เกิน 9,900 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 3 ปี กู้ได้ไม่เกิน 10,800 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 4 ปี กู้ได้ไม่เกิน 12,600 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 5 ปี กู้ได้ไม่เกิน 14,400 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 6 ปี กู้ได้ไม่เกิน 16,200 บาท

     • อายุการเป็นสมาชิก 7 ปี กู้ได้ไม่เกิน 18,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 8 ปี กู้ได้ไม่เกิน 20,700 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 9 ปี กู้ได้ไม่เกิน 23,400 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 10 ปี กู้ได้ไม่เกิน 26,100 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 11 ปี กู้ได้ไม่เกิน 28,800 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 12 ปี กู้ได้ไม่เกิน 31,500 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 13 ปี กู้ได้ไม่เกิน 35,100 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 14 ปี กู้ได้ไม่เกิน 38,700 บาท

    • อายุการเป็นสมาชิก 15 ปี กู้ได้ไม่เกิน 42,300 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 16 ปี กู้ได้ไม่เกิน 45,900 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 17 ปี กู้ได้ไม่เกิน 49,500 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 18 ปี กู้ได้ไม่เกิน 54,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 19 ปี กู้ได้ไม่เกิน 58,500 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 20 ปี กู้ได้ไม่เกิน 63,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 21 ปี กู้ได้ไม่เกิน 67,500 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 22 ปี กู้ได้ไม่เกิน 72,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 23 ปี กู้ได้ไม่เกิน 81,000 บาท

     • อายุการเป็นสมาชิก 24 ปี กู้ได้ไม่เกิน 90,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 25 ปี กู้ได้ไม่เกิน 99,000 บาท• อายุการเป็นสมาชิก 26 ปีขึ้นไป กู้ได้ไม่เกิน 108,000 บาท

      เอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้สามัญโครงการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก• สำเนาสลิปเงินเดือน พร้อมใบเสร็จรับเงินสหกรณ์เดือนปัจจุบันของผู้กู้• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ เลขที่บัญชี เล่ม 001-12XXXX• บัตรสมาชิกสหกรณ์ หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ที่มีลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ฉบับจริงพร้อมสำเนา• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงินชำระหนี้สหกรณ์• หนังสือค้ำประกันเงินกู้สามัญ• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงิน ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ค้ำประกัน)• สำเนาเอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบสำคัญการสมรส เป็นต้น

การกู้ใหม่ : สมาชิกที่ส่งชำระเงินกู้คืนสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 งวด มีสิทธิ์ยื่นกู้ใหม่ได้

      2.3.4. เงินกู้สามัญโครงการช่วยเหลือเพื่อการดำรงชีพ (สด.)หลักเกณฑ์การให้เงินกู้สามัญโครงการช่วยเหลือเพื่อการดำรงชีพ• กู้ได้ 10 เท่า ของเงินได้รายเดือน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท• ผ่อนชำระ ไม่เกิน 60 งวด             คุณสมบัติผู้กู้• ผู้กู้ต้องมีอายุการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 เดือนเอกสารประกอบการยื่นกู้• แบบคำขอกู้สามัญโครงการช่วยเหลือเพื่อการดำรงชีพ• สำเนาสลิปเงินเดือน พร้อมใบเสร็จรับเงินสหกรณ์เดือนปัจจุบันของผู้กู้• สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ เลขที่บัญชี เล่ม 001-12XXXX

       • บัตรสมาชิกสหกรณ์ หรือบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ที่มีลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ฉบับจริงพร้อมสำเนา• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงินชำระหนี้สหกรณ์• หนังสือค้ำประกันเงินกู้สามัญ• หนังสือยินยอมให้ส่วนราชการหักเงิน ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ค้ำประกัน)• สำเนาเอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบสำคัญการสมรส เป็นต้น

ารกู้ใหม่ : สมาชิกที่ส่งชำระเงินกู้คืนสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 งวด มีสิทธิ์ยื่นกู้ใหม่ได้

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญตามโครงการ ฯ : ร้อยละ 6.95 ต่อปี หรือเป็นไปตามประกาศสหกรณ์

       ข้อปฏิบัติสำหรับสมาชิกในการกู้เงินสามัญ• ผู้ขอกู้ต้องกรอกข้อความในคำขอกู้สามัญตามแบบที่สหกรณ์กำหนดด้วยตัวบรรจงให้ถูกต้อง• ผู้มีความประสงค์ขอกู้สามัญที่ยื่นคำขอกู้ สหกรณ์จะพิจารณาอนุมัติและกำหนดการโอนเงินกู้ ดังนี้- ยื่นคำขอกู้ ตั้งแต่เวลา 08.30-11.00น. โอนเงินเวลา 14.30 น. ของวันเดียวกัน- ยื่นคำขอกู้ ตั้งแต่เวลา 11.00-16.30น. โอนเงินเวลา 10.30 น. ของวันทำการถัดไป

เป็นครูกู้ได้เพียบ?

      3.1.เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์•กู้ได้ไม่เกิน 5,000,000 บาท• ผ่อนชำระ 360 งวด ส่งชำระคืนไม่เกินอายุ 70 ปีบริบูรณ์เอกสารประกอบการยื่นกู้• โฉนดที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกัน• บัตรประจำตัวของผู้กู้และคู่สมรส• ทะเบียนบ้านของผู้กู้และคู่สมรส

       • หนังสือรับรองเงินเดือนของผู้กู้และคู่สมรส• สลิปเงินเดือนของผู้กู้• ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า หรือใบมรณบัตร (กรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม)• ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง)• บัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (กรณีใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน)

        3.2.เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุน• กู้ได้ไม่เกิน 3,000,000 บาท• ผ่อนชำระ 360 งวด ส่งชำระคืนไม่เกินอายุ 70 ปีบริบูรณ์เอกสารประกอบการยื่นกู้• โฉนดที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกัน• บัตรประจำตัวของผู้กู้และคู่สมรส• ทะเบียนบ้านของผู้กู้และคู่สมรส• หนังสือรับรองเงินเดือนของผู้กู้และคู่สมรส

      • สลิปเงินเดือนของผู้กู้• ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า หรือใบมรณบัตร (กรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม)• ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง)• บัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (กรณีใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน)

3.3. เงินกู้พิเศษเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต• กู้ได้ไม่เกิน 3,000,000 บาท• ผ่อนชำระ 360 งวด ส่งชำระคืนไม่เกินอายุ 70 ปีบริบูรณ์เอกสารประกอบการยื่นกู้• โฉนดที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกัน• บัตรประจำตัวของผู้กู้และคู่สมรส• ทะเบียนบ้านของผู้กู้และคู่สมรส• หนังสือรับรองเงินเดือนของผู้กู้และคู่สมรส• สลิปเงินเดือนของผู้กู้

     • ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า หรือใบมรณบัตร (กรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม)• ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง)• บัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (กรณีใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน)

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ : ร้อยละ 6.45 ต่อปี หรือเป็นไปตามประกาศสหกรณ์

      กรณีโอนชำระผ่านธนาคาร•ธนาคารกรุงไทย :สาขา กระทรวงศึกษาธิการ•ประเภท : ออมทรัพย์•ชื่อบัญชี : สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ จำกัด•บัญชีเลขที่ : 059 – 1 -26195 – 2

      และโปรดนำส่งสำเนาใบโอนเงิน โดยเขียนชื่อ เลขสมาชิกและจำนวนเงินที่โอน แจ้งให้สหกรณ์ทราบในวันที่ทำการโอนเงินโทรศัพท์. 0-2282-5609, 0-2628-7500-3 /โทรสาร. 0-2628-7504-5

ที่มา http://www.moecoop.com/สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ จำกัด

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276207

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

แก้หนี้สินครู, เป็นหนี้, ทำไม, ต้อง, ช่วย, หนี้สิน, หนี้สินของครู, ดรพิษณุ ตุลสุข, ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึกออนไลน์, ดรพิษณุ

ทุกสาขาอาชีพล้วนมี“หนี้สิน” ที่เกิดจากความพยายามที่ต้องการเลื่อนชนชั้นให้กับตัวเอง และครอบครัว ทั้งสิ้นคำถามคือว่า แล้ว“หนี้สินของครู” ทำไมทุกรัฐบาลต้องช่วยแก้

    ไปหาคำตอบกับ “ดร.พิษณุ ตุลสุข”  ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึกออนไลน์” อธิบายเหตุผลความจำเป็นที่ต้องแก้ไขปัญหาหนี้สินของครู

       วันอาทิตย์ที่ 7  พ.ค.ที่ผ่านมา ดร.พิษณุ ตุลสุข ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. เป็นประธานเปิด”การสัมมนาการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา”และลงนามความร่วมมือ (MOU)บันทึกข้อตกลงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา กับประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู (กลุ่มนำร่อง) สหกรณ์ออมทรัพย์ครู 16 แห่ง

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

        นัยว่าเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาหนี้สินครูกลุ่มที่ “วิกฤต”  ซึ่งเป็นสมาชิก สกสค.และสหกรณ์ จากนี้ไปจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการจะไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อพิจารณา “ครู”ที่ยื่นความประสงค์เข้า “โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน” จากนั้นจะส่งรายชื่อให้คณะกรรมการกลางพิจารณา หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ 9 ข้อ ก็จะได้รับการอนุมัติ วันที่ 1 มิถุนายน สกสค.จะโอนเงินให้ไปใช้หนี้วิกฤติทั้งหมด

      ว่ากันว่าปัจจุบันครูที่เป็นหนี้ทั่วประเทศทุกสังกัด ประมาณ 5 แสนคน คิดเป็นเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่ สกสค. จะช่วยเหลือครูอยู่ในภาวะวิกฤตก่อน คือครูที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย กำลังจะถูกยึดทรัพย์ บังคับคดี ซึ่งมีประมาณ 700- 1,000 คน ซึ่งมีงบประมาณในการดำเนินเบื้องต้นนี้อยู่่ที่ 1,000 ล้านบาทเงินกู้ที่ให้ช่วยเหลือครู คิดดอกเบี้ย ไม่เกิน 3.5

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

  ดร.พิษณุ ตุลสุข

    คำถามคือว่า ทำไม!! ต้องช่วยครูในเมื่ออาชีพอื่นก็มีหนี้สินเป็นล้านเช่นกัน เพราะทุกคนก็ต้องมีบ้าน มีรถ มีภาษีสังคม ประเด็นนี้ ดร.พิษณุ อธิบายว่าเหตุผลที่ต้องช่วยครู เพราะครูเป็นอาชีพที่สอนเด็กซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศ ถ้าครูไม่มีความสุข มีความกังวลกับหนี้สิน กังวลกับครอบครัว ก็จะส่งผลมาต่อการทำงานไม่มีความสุข ส่งผลต่อถึงเด็กผู้เรียน อุดมการณ์ของครูลดทอนลง ความสำคัญจำเป็นต้องให้ถ้าครูมีความสุขในการทำงาน เพราะความสุขของครูส่งผลต่อคุณภาพของเด็ก ซึ่งเป็นคุณภาพของประเทศ

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

     ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีการหยิบยกปัญหาหนี้สินครูมาพูดทุกยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีท่านใด หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านใด ก็ตาม เพราะว่าปัญหนี้สินครู ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอน จริงๆแล้วการแก้ปัญหาหนี้สินของครูมีความพยายามทำมาโดยตลอดไม่ต่ำกว่า 30- 40 ปีแต่ไม่สำเร็จ เพราะไม่ได้แก้ไขปัญหาครบวงจร ไม่ได้วิเคราะห์ ถึงตัวแปรและองค์ประกอบที่ทำให้เกิดหนี้สินของครู

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

      เพราะการแก้ปัญหาที่หนี้สินที่ผ่านมาคือการให้ครูกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ครูก็กู้ แต่ที่สุดก็ต้องไปกู้ที่อื่นมาโปะอีก เพราะรายรับไม่เพียงพอกับการที่ส่งเงินต้นและดอกเบี้ย ยิ่งการที่สกสค.เปิดให้กู้ด้วยการเอาเงินชพค.มาค้ำประกัน ที่ปล่อยกู้กันมาตั้งแต่ ชพค.1 จนถึงชพค.7 ในปัจจุบันทำให้ยอดครูที่มีหนี้วิกฤติเพิ่มเป็น 3-4 ล้านบาท เมื่อปี 2553 ที่่มีแค่ 2 ล้านเพิ่มขึ้นเพราะไปกู้เพิ่ม

      อีกประเด็นคือครูบรรจุใหม่ที่บรรจุต่างพื้นที่จะมีค่าใช้จ่ายเยอะ บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ฉะนั้นถ้าครูบรรจุใหม่ไม่ได้รับการแนะนำที่ดี ก็จะกู้สหกรณ์มาแต่งงาน กู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ ส่งลูกเรียน ซึ่งกู้สหกรณ์อย่างเดียวไม่เพียงพอ การกู้ที่เดียวไม่พอเพราะครูบรรจุใหม่กู้ได้น้อย ตามอัตราส่วนตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก ครูก็ต้องกู้สถาบันการเงินอื่นๆ ธนาคารก็ให้กู้ เพราะครูเป็นอาชีพที่รายได้ที่มีความมั่นคง ก็กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของผู้ปล่อยกู้

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

         ถ้าเริ่มต้นศึกษาก็จะเข้าใจว่าปัญหาและสาเหตุของการหนี้สินครู เกิดจากครูกู้สถาบันการเงิน หักหนี้สินไม่พอ ก็เริ่มจะไปหาแหล่งเงินกู้ที่ใหม่ บัตรเครดิต กู้นอกระบบ ท้ายที่สุดก็เริ่มตึงมือ เข้าสู่ภาวะวิกฤต ชักหน้าไม่ถึงหลัง มีอย่างเดียวต้องกู้หน้าโปะข้างหลังจนคนล้อเลียนว่าครูกู้หมด ไม่กู้แต่กับระเบิด เป็นคำพูดที่เจ็บปวด จึงต้องแก้ปัญหาหนี้ให้ได้ ” ดร.พิษณุ กล่าว 

        แต่การปัญหาไม่ใช่ว่าให้ครูกู้เงินดอกเบี้ยต่ำมาแก้ปัญหาอย่างเดียว แต่ต้องมีวิธีการดูแลครูตั้งแต่เริ่มเข้ามาเป็นครู ให้ทักษะชีวิตในการบริหารเงินรายได้ตัวเอง รวมทั้งมีแผนชีวิตของตัวเอง ซึ่งเงือนไขที่ไม่เปิดช่องทางให้ไปกู้ใหม่ จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่คิดว่าจะนำมาแก้ปัญหาหนี้สินครูได้

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

   “ดังนั้นครูที่เข้าโครงการกับสกสค.จะไปกู้ที่ไหนอีกไม่ได้ ต้องมีแผนการในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยจะมีที่ปรึกษาการเงินคอยดูแล มีครอบครัวและผู้บังคับบัญชาสถานศึกษาที่สังกัดอยู่ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ จะทำให้ครูที่เข้าโครงการมองเห็นอนาคตว่า เดือนที่ 1 เริ่มเข้าโครงการจะมีเงินหนี้ลดลง ทีปรึกษาจะ่ช่วยทำแผนระยะยาวไม่ต่ำกว่า 120-180 เดือนภายใน 10-15 ปีหนี้จะลดอย่างไร มีแผนเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการ จะทำให้เห็นว่าในอนาคตจะมีเงินสะสมด้วย”

    ฉะนั้นเมื่อตกลงเข้าร่วมโครงการแล้วสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสศ.)สกสค.ก็ปล่อยเงินกู้ให้ ครูที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ซึ่งมีปัจจุบันสกสค.มีงบประมาณที่จะดำเนินการในโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยจะหักค่าดำเนินการไว้ 25 สตางค์ต่อเดือน จะทำให้มีเงิน 2.5 ล้านบาท

“ครู”เป็นหนี้ทำไมต้องช่วย

       เงินจำนวนนี้จะนำไปส่งกองทุนพัฒนาครู จัดอบรมฝึกอาชีพ และพัฒนาศักยภาพครูเพิ่มขึ้นได้ ส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ 6 เดือน 10 เดือนหรือ 1 ปี ก็ได้ เป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างครบวงจรจริงๆ เกิดประโยชน์กับเด็กและแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

     งานนี้ “ดร.พิษณุ” ต้องลุ้นเช่นกันแผนการลดหนี้เพิ่มรายได้ของครูกลุ่มวิกฤตจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่อย่างไร  ซึ่งจะทำให้การมองหาแหล่งทุนมาดำเนินการในโครงการนี้ไปเป็นอย่างราบรื่นด้วยเช่นกัน 

        0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ qualitylife4444@gmail.com  0

ปชช.78%ตั้งใจตักบาตร-เวียนเทียนในวันวิสาขบูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276016

ปชช.78%ตั้งใจตักบาตร-เวียนเทียนในวันวิสาขบูชา

ปชช78, ตั้งใจ, ตักบาตร, เวียนเทียน, วิสาขบูชา, วันวิสาขบูชา

วธ.เผยผลโพลสำรวจความเห็น “วันวิสาขบูชา” พบประชาชน ร้อยละ 78.43 ตั้งใจไปทำบุญตักบาตร-เวียนเทียน-ปฏิบัติธรรม ร้อยละ 58.27 สนใจร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณจริยธรรมเด็ก

       นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน และประชาชน หัวข้อ “วันวิสาขบูชา” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,211 คน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่า ประชาชน ร้อยละ 91.59 ทราบว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันคล้ายวันประสูติ วันตรัสรู้ และวันคล้ายวันเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

ร้อยละ 73.50 ทราบว่า วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day) หรือ  วันสำคัญของโลกตามคำประกาศของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 54 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542  ส่วนกิจกรรมที่ประชาชนจะทำวันวิสาขบูชา พบว่า ร้อยละ 78.43ตั้งใจจะทำบุญตักบาตร รองลงมา ร้อยละ 60.47 ไปเวียนเทียน และร้อยละ 53.26เข้าวัดปฏิบัติธรรม

นอกจากนี้ ยังได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชาประจำปี 2560 กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1-6 พ.ค. นี้ ที่ประชาชนให้ความสนใจที่จะเข้าร่วม พบว่า ร้อยละ 58.27 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณจริยธรรมเด็กและเยาวชน อาทิ การประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะระดับประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายเป็นพุทธบูชาในเทศกาลวิสาขบูชา ที่วัดกระทุ่ม (เสือปลา) เขตประเวศ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1-2 พ.ค.60

รองลงมา ร้อยละ 51.13 สนใจเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร ร่วมกับทูตานุทูต จำนวน 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม สิงคโปร์ และศรีลังกา ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ในวันที่ 10 พ.ค. นี้ และร้อยละ 46.15   สนใจเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลในวันวิสาขบูชาของหน่วยงานภาครัฐ 20 กระทรวง

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังได้สอบถามความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ วธ. จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ประชาชนรับรู้อย่างทั่วถึง เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรม สืบสานประเพณีที่ดี และปลูกฝัง กระตุ้นให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญวันวิสาขบูชา รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนลดละอบายมุข ถือศีลในวันสำคัญทางศาสนา ซึ่ง วธ.จะดำเนินการจัดกิจกรรมและส่งเสริมให้คนไทยร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนาอย่างต่อเนื่องและนำข้อเสนอแนะนำมาปรับปรุงการทำงานในปีต่อๆ ไป

ม.เอกชนอีก1ทางเลือก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275906

ม.เอกชนอีก1ทางเลือก

มเอกชน, อีก, เอกชน, ทางเลือก, มเอกชนอีก1ทางเลือก, การศึกษาไทย, มรังสิต, สมัครวันนี้ รับทันที ทุนก้าวใหม่ จำนวน 5000 บาท

อะไร ๆ ก็กลายเป็นของซื้อของขายไปเสียหมด ยิ่ง “การศึกษาไทย” ระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยผุดขึ้นมากมาย(แต่ถ้าถามเรื่องคุณภาพนั้นอีกเรื่องหนึ่ง)

       เมื่อจำนวนนักศึกษาน้อยลง มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต่างงัดกลยุทธ์ จัดโปรโมชั่น“ลด แลก แจก แถม เพียบ  หรือ เรียนก่อนจ่ายทีหลัง” มาดึงดูด ดึงใจเหล่านักเรียนนักศึกษา

      เริ่มด้วย “ม.รังสิต” ชู “เรียนม.รังสิต ชีวิตดี๊ดี แจกฟรี iPad” เปิดรับทั้งหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ กว่า30 คณะ/หลักสูตร

       มีทุนการศึกษาให้นักเรียนที่เรียนดีหรือมีความสามารถพิเศษ ผู้สมัครที่มีผลการเรียนดีตามเกณฑ์ที่กำหนด กว่า 500 ทุน (ไม่รวมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) เรียนฟรีตลอดหลักสูตร (จำนวน 100 ทุน) ทุนเรียนดี ประสิทธิ์-คุณหญิงพัฒนา อุไรรัตน์ ทุน 50% (จำนวน 200 ทุน) ทุนโครงการสู่มหาวิทยาลัย ทดสอบวัดความรู้สู่เส้นทาง O-Net ทุนเรียนฟรีตลอดหลักสูตร (จำนวน 150 ทุน) ทุนความสามารถพิเศษ (จำนวนกว่า 40 ทุน)

ม.เอกชนอีก1ทางเลือก

        แบ่งเป็น ทุนความสามารถพิเศษด้านกีฬา และทุนความสามารถพิเศษด้านเชียร์ลีดดิ้ง ทุนความสามารถพิเศษด้านดนตรี ทุนด้านนิเทศศาสตร์ ทุนความสามารถพิเศษอื่นๆ (จำนวนกว่า 10 ทุน) ได้แก่ ทุนด้านศิลปะวัฒนธรรม ทุนศิลปิน ทุนด้านสิ่งประดิษฐ์ ทุนกิจกรรมนอกหลักสูตร กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กรอ. และ กยศ.   ค่าเทอม ตลอดหลักสูตรวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ค่าหน่วยกิต 275,000 บาท คณะเภสัชศาสตร์ 11,400 บาท คณะพยาบาลศาสตร์ 11,200 บาท คณะเทคนิคการแพทย์ 11,200 บาท คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ 11200 บาท รวมถึงคณะอื่นๆ ค่าหน่วยกิต ประมาณ 11,200 บาทดูรายละเอียดได้ที่ https://www2.rsu.ac.th/NewsRSU/WEB60303          ม.กรุงเทพ “สมัครวันนี้ รับทันที ทุนก้าวใหม่ จำนวน 5,000 บาท” เน้นผลิตบัณฑิตที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเปิดการเรียนการสอน 10 กว่าคณะ/หลักสูตร รองรับนักเรียนนักศึกษา พร้อมจัดทุนการศึกษา อาทิ ทุนประกายเพชร ทุน BU CREATIVE ทุนเรียนดียอดเยี่ยมรางวัลเรียนดี ทุนบุตรธิดาทหารผ่านศึกนอกประจำการ และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ม.เอกชนอีก1ทางเลือก

        ค่าเทอมตลอดหลักสูตร คณะบริหารธุรกิจ 289,080 บาท คณะนิเทศศาสตร์ 321,380 บาท คณะนิติศาสตร์301,180 บาท คณะเศรษฐศาสตร์ 285,430 บาท คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม 346,880 บาท คณะศิลปกรรมศาสตร์ 391,380 บาท คณะวิศวกรรมศาสตร์ 355,480 บาท (ดูรายละเอียด : http://www.bu.ac.th/admission/bachelor/tuition)เป็นต้น

        มาถึง ม.หอการค้าไทย นักศึกษาใหม่จะได้รับ iPAD อุปกรณ์การเรียนในระบบ Digital hybrid Learning System เปิดแล้ว!ทุนรอบพิเศษ คณะ/สาขาใหม่ มีสิทธิ์ได้ทุนสูงสุดเต็ม 100 % หลักสูตรไทยรับทุน คนละ 2,000 บาท ส่วนภาคอินเตอร์ รับทุนคนละ 5,000 บาท เปิดการเรียนการสอนทั้งระดับตรี โท เอก 10 กว่าคณะ/หลักสูตร มีทุนความสามารถพิเศษ ทุกหัวการค้า ทุนผู้นำเทรนด์ ทุน Silver เด็กแอดติดหรือติดรับตรง ทุนคนดี ทุนทายาท SME ทุนทายาทเกษตรกร ทุนผู้นำนักเรียน ทุนรัตนมงคล ทุนผู้มีความสามารถพิเศษด้านนักกีฬา ทุนนาฏศิลป์

ม.เอกชนอีก1ทางเลือก

      ค่าเทอมตลอดหลักสูตร คณะบริหารธุรกิจ 288,050 บาท คณะบัญชี 306,050 บาท คณะเศรษฐศาสตร์ 264,650 บาท คณะมนุษยศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ 268,850 บาท คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 273,350 บาท คณะนิเทศศาสตร์ 269,150 บาท คณะวิศวกรรมศาสตร์ 236,750 บาท คณะนิติศาสตร์ 264,850 คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ 264,850 บาทวิทยาลัยผู้ประกอบการ277,450 บาท (ดูรายละเอียด: http://admission.utcc.ac.th/rate/index.php)

ม.ศรีปทุม “สมัครเรียน SPU รับทุน 10,000 บาท” ทุกคณะ ทุกสาขาจะได้เรียนรู้ จากการ “เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง”เปิดการเรียนการสอนทั้งหมด 10 กว่าหลักสูตร มีทุนการศึกษา 10,000 บาท ทุนบุตรครูปี 2560 ทุนมหาวิทยาลัยพี่โรงเรียนน้อง ทุนนักเรียน/นักศึกษาวิทยาลัยในเครือไทย-เทค ทุนบุตรและญาติที่มีนามสกุลเดียวกับบุคลากร ศิษย์เก่าและศิษย์  ทุนสำหรับบุคลากรสำนักงานตำรวจแห่งชาติและครอบครัว ทุนผู้มีความสามารถพิเศษด้านศิลปะการแสดง ทุนผู้มีความสามารถพิเศษด้านศิลปวัฒนธรรม ทุนคณะนิติศาสตร์ และทุนสนับสนุนสาขาการสื่อสารสถาปัตยกรรม

ม.เอกชนอีก1ทางเลือก

ค่าเทอมวิทยาลัยการบินและคมนาคม 316,200 บาท วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ 262,700 บาท วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน 255,000บาท คณะบริหารธุรกิจ 254,200 บาท คณะศิลปะศาสตร์ 260,400 บาท คณะบัญชี 268,000 บาท คณะนิติศาสตร์ 273,400 บาท คณะนิเทศศาสตร์284,000 บาท คณะดิจิทัลมีเดีย 336,700 บาท (ดูรายละเอียด: https://www.spu.ac.th/pages/term)เป็นต้น

คนหางานห้ามพลาด!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275886

คนหางานห้ามพลาด!!

นัดพบแรงงาน, หาง, านห้ามพลาด, คนหางานห้ามพลาด, 9 พค60, กิจกรรมนัดพบแรงงาน

คนหางานห้ามพลาด!! นัดพบแรงงาน “9 พ.ค.60” ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 พบสถานประกอบการชั้นนำกว่า 25 แห่ง ตำแหน่งงานว่าง 1,300 อัตรา

          กรมการจัดหางาน โดยสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2จัดนัดพบแรงงาน 9 พ.ค. 2560 ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่2 มีสถานประกอบการชั้นนำ ร่วมสัมภาษณ์งานกว่า25แห่ง ตำแหน่งงานว่าง 1,300 อัตรา และยังมีกิจกรรมทดสอบภาษาอังกฤษ ความพร้อมทางอาชีพ รับลงทะเบียนผู้ประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศและลงทะเบียนผู้สูงอายุ

      นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แจ้งว่า สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่2จัด“กิจกรรมนัดพบแรงงาน”ในวันที่ 9 พฤษภาคม2560 เวลา08.30-16.30น. ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่2ถนนสุขสวัสดิ์ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ โดยให้ผู้ว่างงาน ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง นิสิต นักศึกษา คนพิการที่กำลังมองหางาน และประชาชนทั่วไป สามารถสมัครงานและสัมภาษณ์งานกับนายจ้าง/สถานประกอบการได้โดยตรง ซึ่งมีนายจ้าง

สถานประกอบการเข้าร่วมรับสมัครงานมากกว่า25แห่ง อาทิ บริษัท แอร์โฟลว์ โปรเฟสชั่นแนล จำกัด บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด บริษัท โรม่าอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท เอส.เค โพลีเมอร์ จำกัด บริษัท ฟิวเจอรเทคอินเตอร์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ตำแหน่งงานว่าง1,300อัตรา เช่น วิศวกร หัวหน้าแผนกทรัพยากรมนุษย์ พนักงานบัญชี โฟร์แมนไฟฟ้า/เครื่องกล ช่างไฟฟ้า ช่างกล ช่างเชื่อม พนักงาน/ผู้ช่วยช่างIntertor Designerพนักงานเย็บจักร พนักงานรายวันฝ่ายผลิต ช่างเทคนิค พนักงานคลังสินค้า (สโตร์) พนักงานทั่วไป เป็นต้น รับสมัครไม่จำกัดวุฒิ นอกจากนี้ยังมีบริการทดสอบภาษาอังกฤษ ความพร้อมทางอาชีพ รับลงทะเบียนผู้ประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศ/ผู้สูงอายุและจัดหางานให้คนพิการ อีกทั้งยังมีการให้คำปรึกษาแนะแนวด้านอาชีพอิสระที่น่าสนใจอีกด้วย

นายวรานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากคนหางานใดสนใจจะสมัครงานขอให้เตรียมหลักฐานในการสมัครงาน ให้พร้อม คือ1.สำเนาบัตรประชาชน2.สำเนาทะเบียนบ้าน3.หลักฐานการศึกษา4.ใบผ่านงาน(ถ้ามี)5.รูปถ่าย1-2นิ้วสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่2โทรศัพท์.02-427-4113, 02-427-4512ต่อ14-19หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694

นำการแสดง4ภาคโชว์ที่ญี่ปุ่น 10-15 พ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275871

นำการแสดง4ภาคโชว์ที่ญี่ปุ่น 10-15 พ.ค.นี้

ไทยญี่ปุ่น, สัมพันธ์, แสดงวัฒนธรรม, นำการแสดง4, ภาค, โชว์, ที่, ญี่ปุ่น, 1015, นี้, 10-15, พคนี้

วธ.ขนทัพนักแสดงกว่า 50 ชีวิตจัดแสดงวัฒนธรรม ฉลองสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี ระหว่างวันที่ 10-15 พ.ค.นี้ที่ประเทศญี่ปุ่น

     เมื่อวันที่ 7 พ.ค.60 ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจนพจน์รัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายชิเงกิ โคบายาชิ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย แถลงข่าวการแสดงทางวัฒนธรรม  เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) โดยนายวีระ กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์มายาวนาน โดยได้สถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2430 และปีนี้ครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น โดยในระหว่างวันที่ 10-15 พ.ค.25560 สวธ.จะนำการแสดงจัดการแสดงวัฒนธรรม ซึ่งได้ดำเนินการคัดเลือกคณะศิลปินพื้นฐานจากทั่วประเทศ และศิลปินจากกรมศิลปากร ไปจัดที่จังหวัดมิเอะ และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

นำการแสดง4ภาคโชว์ที่ญี่ปุ่น 10-15 พ.ค.นี้

สำหรับการแสดงชุดพิเศษประกอบด้วย คณะหมอลำแม่ฉวีวรรณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง คณะโนราจากสหพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย ที่รวบรวมโนราระดับครูจากจังหวัดสตูล พัทลุง ตรัง และสุราษฎร์ธานี  ,คณะกลองล้านนา ,คณะหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ ,คณะนักแสดงจากชมรมเยาวชนรักษ์ศิลป์ และคณะคีตศิลปินฯ จะได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ Oh I Say และเพลงในตำนานอย่างเพลงซุบารุ ทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นไปขับร้องด้วย โดยมีคณะผู้ร่วมเดินทางครั้งนี้กว่า 50 คน

นำการแสดง4ภาคโชว์ที่ญี่ปุ่น 10-15 พ.ค.นี้

นำการแสดง4ภาคโชว์ที่ญี่ปุ่น 10-15 พ.ค.นี้

นำการแสดง4ภาคโชว์ที่ญี่ปุ่น 10-15 พ.ค.นี้