ขาดแคลน!! แรงงานประมง ” 6 หมื่น “

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275864

ขาดแคลน!! แรงงานประมง ” 6 หมื่น “

สมาคมประมงฯ ยื่นข้อเสนอ ก.แรงงาน ช่วยแก้ปัญหา ขาดแคลนแรงงานประมง กว่า 60,000 คน แนะตั้งจุด One Stop Service บริเวณชายแดน เพื่อรับต่างด้าวทดแทนทันที

       สมาคมประมงแห่งประเทศไทย ยื่นข้อเสนอกระทรวงแรงงาน หวังให้ช่วยแก้ปัญหา ขาดแคลนแรงงานประมง กว่า  61,837 คน แนะตั้งจุด One Stop Service บริเวณชายแดน เพื่อรับต่างด้าวเข้าทำงาน ทดแทนได้ทันที

          เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560  ที่ห้องประชุมกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนกระทรวงแรงงานรับมอบหนังสือชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง จากนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย รองประธานสมาคมฯ นายกสมาคมประมงใน 22 จังหวัดชายทะเล และผู้แทนผู้ประกอบการ

สมาคมประมงแห่งประเทศไทย เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานบนเรือประมง ซึ่งขาดแคลนแรงงานทั่วประเทศ 61,837 คน โดยยื่นแนวทางคือ 1) ขอให้จัดตั้งศูนย์ One Stop Service บริเวณชายแดน เพื่อเป็นจุดรับ-ส่งแรงงานต่างด้าว เพื่อให้มีการดำเนินการที่สะดวกรวดเร็ว ลดปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 2) ขอให้ใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 83 ให้อธิบดีกรมประมงใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกในการออกหนังสือคนประจำเรือ (Seaman book) แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้ได้ใช้แรงงานประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวประมงสามารถนำแรงงานต่างด้าวมาขอออกหนังสือคนประจำเรือได้ เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงในระยะสั้น ระหว่างรอแรงงาน MOU

ด้านนายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า อาจมีการใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 83 จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมประมง ซึ่งเมื่อมีข้อ สรุปแล้ว กระทรวงแรงงานจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป

นายวิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล จำนวน 49,138 คน เป็นแรงงานต่างด้าวกลุ่มบัตรชมพู 33,851 คน กลุ่มพิสูจน์สัญชาติ 13,856 คน กลุ่ม MOU 1,431 คน

อัพ” ภาษาญี่ปุ่น” แค่ปลายนิ้วคลิก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275859

อัพ” ภาษาญี่ปุ่น” แค่ปลายนิ้วคลิก!!

อัปภาษาญี่ปุ่นเพิ่ม, เพิ่ม, อัป, อัพภาษา, อัพ, ภาษา, ญี่ปุ่น, แค่, ปลายนิ้ว, คลิก, ภาษาญี่ปุ่น, แค่ปลายนิ้วคลิก,  ภาษาญี่ปุ่น

อัพ” ภาษาญี่ปุ่น” แค่ปลายนิ้วคลิก!! ฝึกผ่านออนไลน์ ผ่าน http://www.dsd.go.th ในเมนู it’s your choice “คุณเลือกได้ ระบุมีผู้เข้าชม 200,000 ครั้ง

         เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2560 นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การฝึกอบรมโดยสถาบันหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งมีกระจายอยู่ทั้ง 77 จังหวัด มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงห้องฝึกอบรมภาคทฤษฎี อย่างเพียบพร้อม เพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะกำลังแรงงาน ทั้งแรงงานใหม่ และแรงงานที่อยู่ในสถานประกอบกิจการ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำในตำแหน่งครูฝึกฝีมือแรงงาน บางสาขาจะจัดหาวิทยากรภายนอก ที่มีความเชียวชาญเฉพาะด้าน ทำหน้าที่สอนตามสาขานั้นๆ เพื่อให้แรงงานได้รับความรู้ และพัฒนาทักษะได้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและมีมาตรฐาน

          นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า การเรียนรู้ในปัจจุบัน สามารถเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องนั่งเรียนในห้องเรียน แต่สามารถศึกษาค้นคว้าได้ด้วยตนเองใน Internet ตามนโยบายของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 8 วาระปฎิรูปเร่งด่วนด้าน Information Technology กพร. จึงเพิ่มช่องทางการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการของประชาชน จึงจัดทำวีดีทัศน์เผยแพร่บน YouTube.com โดยผ่าน website ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ http://www.dsd.go.th ในเมนู it’s your choice “คุณเลือกได้” บรรจุเนื้อหาการเรียนถึง 11 สาขา 120 ชุด ซึ่งแต่ละชุดสามารถศึกษาและทำความเข้าใจตั้งแต่ความรู้เบื้องต้น วัสดุ อุปกรณ์ ความปลอดภัย จนกระทั้งผลงานสำเร็จ จบสมบูรณ์ในแต่ละเรื่อง ผู้ศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้งานได้จริงหรือต่อยอดความรู้ได้อีกด้วย

ปัจจุบันมีผู้เข้าศึกษาบทเรียนแล้วกว่า 200,000 ครั้ง อาทิ สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ จำนวน 23 ชุด ตัวอย่างเช่น การเชื่อมไฟฟ้า ตอน งานเชื่อมจุด งานเชื่อมไฟฟ้า งานเชื่อมเดินแนวสั้น หรือสาขาอาชีพภาคบริการ มีจำนวน 41 ชุด อาทิ สาขาการประกอบอาหารไทย เช่น สิบเมนูอาหารไทยยอดนิยม ตอน การทำพะแนง การทำสังขยาปาท่องโก๋เกลียว

นอกจากนี้ยังมี สื่อการฝึกอบรมด้านภาษาอังกฤษ มีมากถึง 30 ชุด เช่น ภาษาอังกฤษสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ ตั้งแต่ระดับต้น จนถึงระดับสูง ล่าสุดได้เพิ่มสาขาภาษาญี่ปุ่น จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่ ภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ ตอน การอ่านออกเสียงภาษาญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ

ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 5 มีเนื้อหาตั้งแต่ การถาม-ตอบ เกี่ยวกับอาหารและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง การถาม-ตอบเกี่ยวกับการเช็คอินที่สนามบินและการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง การทักทายแนะนำตัวเอง การกล่าวอำลา ขอบคุณ ขอโทษ อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ การชื้อของ บอกจำนวน ราคาและหน่วยเงิน และบทสุดท้าย คือความรู้เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของร่างกาย ความเจ็บป่วยเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาล เป็นต้น

การฝึกผ่านออนไลน์สามารถเลือกสาขาอาชีพที่สนใจ และทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระได้เอง ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งสามารถเปิดดูได้ตลอดตามที่ต้องการโดยไม่จำกัดเวลาและจำนวนการเข้าชม พร้อมเตรียมบรรจุสาขา ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร และภาษาอื่นๆ เพิ่มเติม

การศึกษาผ่านระบบดังกล่าวจะช่วยให้กำลังแรงงาน ได้รับการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น แต่หากต้องการเข้าฝึกอบรมในหน่วยงานของ กพร. โดยมีครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สามารถสมัครฝึกอบรมได้ ณ สถาบันหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานใกล้บ้านท่าน ซึ่งมีอยู่ 77 จังหวัด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 2245 4035

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275857

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

วาทกรรม, เด็กยินยอม, ค้าประเวณี, หยุดอ้าง, เด็ก, ยินยอม, หยุดอ้างเด็กยินยอม

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง และได้รับความสนใจจากสังคม ตลอดจนสื่อมวลชน เกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่องกับปัญหาการค้าประเวณีเด็ก

            เฉกเช่นเดียวกับภาคประชาสังคม องค์กร หน่วยงานต่างๆ ก็ใช้โอกาสนี้ออกมาตีแผ่ ความจริงในอีกหลายมุม ให้ตระหนักและไม่หลงลืมว่า ปัญหานี้ยังไม่หมดไปจากสังคม

เวทีเสวนาวาทกรรมผู้ใหญ่ “เด็กยินยอม” ข้ออ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศต่อเด็กเยาวชนที่มูลนิธิพิทักษ์สตรี และมูลนิธิเพื่อนหญิงรวบรวมเครือข่ายนักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ นักกฎหมาย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องมาร่วมแลกเปลี่ยน

จากวาทกรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ สู่วาทกรรม “เด็กยินยอม” นางทิชา ณ นครผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก บอกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มเกิดปรากฎการณ์ที่คนพูดว่า “เด็กยินยอม” พยายามทำให้เห็นว่าเป็นความสมัครใจของเด็ก ไม่ใช่การค้าประเวณีถูกต้องแล้วหรือ

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ส่วนตัวจึงอยากตั้งคำถามกลับไปว่า ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่ของประเทศ เป็นพ่อแม่ของเด็กจะยอมรับการตัดสินใจของเด็กที่นำไปสุ่มเสี่ยงต่อการมีชีวิตที่เหมาะสมหรือไม่ หรือต้องช่วยเขาออกมาจากการตัดสินใจแบบนี้ โดยเฉพาะถ้าอธิบายว่านี่คือความสมัครใจของเด็ก จะทำให้การซื้อประเวณีเด็กเป็นสิ่งชอบธรรมของผู้ซื้อ และกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นที่เราต้องปกป้องคุ้มครองเด็กในฐานะผู้ใหญ่จริงหรือ

หากเป็นเช่นนั้นจริงสังคมจะอยู่อย่างไร ในเมื่อนำสิ่งที่เป็นด้านมืดกลายเป็นสีขาว ภารกิจในการปกป้องคุ้มครองเด็กหมดความหมายไป เช่นนี้ต่อไปในอนาคตจะนำพาประเทศอย่างไร เราจำเป็นต้องมีผู้บังคับใช้กฎหมายอีกหรือไม่ เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้องต้องทบทวนอย่างหนัก

“จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สะท้อนให้ผู้ทำงานที่ดูแลช่วยเหลือเด็กรู้สึกกังวลว่าระบบกลไกของรัฐ ระบบราชการหรือผู้มีอำนาจอาจมีปัญหา จนทำให้หน่วยงานทางกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้อย่างเต็มที ซึ่งไม่ได้ตั้งคำถามหรือมองว่าชาวแม่ฮ่องสอนมีปัญหา แต่ตั้งคำถามกลไกของรัฐที่มีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองเด็ก

เครือข่ายที่ทำงานด้านเด็ก ได้หารือกันเบื้องต้นเพื่อจะเตรียมยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีที่แม่ฮ่องสอนฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงจะมีการศึกษาช่องทางกฎหมายอื่นๆ ด้วย อยากให้เป็นบทเรียนแก่ผู้ใหญ่คนต่อๆไปในสังคมว่าเขาส่งไปทำงานต้องรับผิดชอบ ไม่ปกป้องคนทำผิด หรือแสวงหาประโยชนจากคนที่มีอำนาจต่อรองน้อยอย่างเด็กและชาวบ้าน นอกจากนี้จะเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้”ทิชา กล่าว

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ขณะที่ ดร.รัชดา ธนาดิเรก นักวิชาการด้านสังคม บอกว่า ขณะนี้สังคมกำลังสับสนและไปสนใจแต่ว่าเรื่องที่เกิดในแม่ฮ่องสอนผู้ว่าฯ ผิดหรือไม่ หลายเรื่องถูกบิดเบือนไปจนสังคมกำลังหลงลืมว่า ประเด็นปัญหาของเรื่องนี้คือการค้าประเวณีเด็กในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่แค่จ.แม่ฮ่องสอน ยังมีอีกหลายจังหวัดและไม่ใช่มีแค่ในประเทศไทย แต่หลายประเทศทั่วโลกแม้แต่ประเทศเจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีปัญหาโสเภณีเด็ก ทั้งนี้ การใช้วาทกรรมเด็กยินยอม ที่ยกมาอ้างจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่สังคมยอมรับได้ และนำมาพูดซ้ำๆถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นเหมือนปรากฎการณ์ธรรมชาติ ทั้งที่เป็นสิ่งไม่ถูกต้องไม่ถูกกฎหมาย  เพราะฉะนั้น เราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อวาทกรรม

“มีหลายปัจจัยที่ทำให้เด็กเข้าสู่การค้าประเวณี ไม่ว่าจะเป็นความยากจน ,ไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะแม้จะมีเรียนฟรีแต่ก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง ซึ่งบางครอบครัวไม่พร้อมและมองว่าไม่จำเป็นก็ไม่ให้ลูกเรียน, ครอบครัวแตกแยก ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งถ้าไปเจอคนไม่ดีชักจูงไปสู่วังวนนี้ก็ต้องจำใจอยู่ เพราะฉะนั้น ในระยะยาวการแก้ไขปัญหาค้าประเวณีนั้น ต้องเอาจริงเอาจังจัดการคนเหล่านี้ และสร้างระบบคุ้มครองคุ้มกันเด็กหญิงและเด็กชาย ระบบการศึกษาต้องให้ความรู้แก่เด็กไม่ใช่สอนแต่เรื่องเพศศึกษา แต่ต้องสอนให้เด็กเรียนรู้ในเชิงโครงสร้างอำนาจ บทบาทของชายหญิง การเคารพในสิทธิของความเป็นคน สิทธิในเพื่อนต่างเพศ”ดร.รัชดา กล่าว

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ด้านนายสรรพสิทธ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่า การอ้างวาทกรรม “เด็กยินยอม” และกระทำความผิดต่อเด็ก หรือสนับสนุนให้กระทำความผิดต่อเด็ก ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ มีความผิดตามกฎหมาย ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 26 , มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดโทษไว้อย่างหนัก หากมีการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหตุการณ์ที่จ.แม่ฮ่องสอนยังอยู่ระหว่างกระบวนการรวบรวมหลักฐาน ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครกระทำผิดตามมาตราใดบ้าง แต่ปัญหาคือเรื่องนี้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา เรื่องต่างๆควรเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล แต่กลายเป็นว่าข้อมูลถูกนำมาเปิดผ่านสื่อมวลชน ผ่านโซเชียลมีเดีย หรือกระทั่งหน่วยงานที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องก็เข้ามายุ่ง เพราะฉะนั้น ขอเรียกร้องว่าถ้าหากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาการค้าประเวณี ปัญหาการค้ามนุษย์ ก็ต้องให้ศาลและกระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการตามขั้นตอน เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

นางศิริวรรณ ว่องเกียรติไพศาล นักกฎหมาย สำนักงานกฎหมาย เอสอาร์  เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีกฎมายที่คุมครองเด็กเยาวชนอยู่หลายฉบับ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ทำงานมาก็พบหลายคดีเมื่อมีคำว่า “เด็กยินยอม” เกิดขึ้นการดำเนินการต่างๆ จะสิ้นสุดลง แต่เมื่อศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆก็จะพบว่าในหลายมาตราของกฎหมายจะมีรายละเอียดที่ซ่อนอยู่  เช่น เด็กถูกล่อลวง จึงจำยอม แต่ไม่ใช่การยินยอม ขณะที่บางครั้งเด็กที่สอนบ่มเพาะโดยอ้างว่า หากสารภาพว่า “ยินยอม” จะพ้นผิดเด็กก็จะจดจำและผู้ไปตามนั้น เพราะฉะนั้น การดำเนินการทางกฎหมายในเรื่องนี้ทัศนคติของผู้ปฏิบัติหน้าที่มีความสำคัญ ที่จะต้องสืบและค้นหาลงในรายละเอียดว่าการยินยอม เกิดขึ้นในภาวะจำยอมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นความยินยอม การซื้อบริการทางเพศเด็กเยาวชนก็ยังคงมีความผิด

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

นายพงษ์นรินทร์ นนก่ำ รองประธานสภาเด็กและเบาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายหลายฉบับในการคุ้มครองเด็กเยาวชน แต่ยังคงพบปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นเพราะขาดการนำกฎหมายที่มีไปใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งสังคมต้องหยุดใช้วาทกรรม เด็กยินยอม มาเป็นข้ออ้างในการปกปิดความผิดของตนเอง  อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพูดว่ายินยอมหรือไม่ยินยอม แต่ต้องพูดถึงความถูกต้องไม่ถูกต้อง ที่สำคัญต้องไม่พิพากษาตัวเด็ก แต่ต้องช่วยกันดูแลโดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน พ่อแม่ก็ต้องช่วยกล่อมเกลา มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลูกฝังเด็กให้

นอกจากนี้ อยากขอให้สื่อหยุดเผยแพร่พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องโดยเฉพาะพฤติกรรมทางเพศ ความรุนแรง เพราะนั้นอาจเป็นช่องทางที่จะนำพาให้เด็กเยาวชนเข้าสู่วงการค้าประเวณี

ประติมากรรมสมัยแรกสร้างวัดสมัยอยุธยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275855

ประติมากรรมสมัยแรกสร้างวัดสมัยอยุธยา

สมัยอยุธยา, เพลส, รอเพลส, ประติมากรรม, สมัย, แรก, สร้าง, วัด, อยุธยา

เผยพบหลักฐานประติมากรรมปูนปั้นประดับเจดีย์ราย วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ทรงคุณค่าทางการศึกษาโบราณคดี งานศิลปกรรมสมัยแรกสร้างวัดราวสมัยอยุธยาตอนต้น

       สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี     ได้ดำเนินงานขุดศึกษาทางโบราณคดีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พบว่าในสมัยแรกสร้างวัดแห่งนี้ มีการสร้างเจดีย์บริวารหรือเจดีย์รายโดยรอบระเบียงคด สำหรับบริเวณพื้นที่นอกระเบียงคดด้านทิศใต้ พบหลักฐานสำคัญ    คือ ฐานเจดีย์ 8 เหลี่ยม มีประติมากรรมปูนปั้นประดับโดยรอบ เจดีย์องค์ดังกล่าวเหลือเพียงส่วนฐานเช่นเดียวกับเจดีย์รายองค์อื่น ๆ ที่สร้างอยู่ในแถวเดียวกัน

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำหรับประติมากรรมที่ประดับอยู่รอบฐานเจดีย์ 8 เหลี่ยม องค์ดังกล่าว ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ว่าเป็นประติมากรรมแสดงเรื่องราวใดและเป็นประติมากรรมรูปบุคคลใด เนื่องจากสภาพไม่สมบูรณ์ โดยพบส่วนครึ่งล่างของลำตัวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเค้าโครงหลักของประติมากรรม พบว่าแต่ละด้านของเจดีย์ ประดับด้วยประติมากรรมรูปบุคคลจำนวนด้านละ 5 รูป ประกอบไปด้วย รูปบุคคล 3 รูป ประดับอยู่ตรงพื้นที่ว่างของเจดีย์   แต่ละด้าน ขนาบด้วยรูปบุคคลเหนือหัวนาคซึ่งประดับอยู่บริเวณมุมของเจดีย์ดังกล่าว ยกเว้นฐานเจดีย์ด้านทิศใต้เท่านั้นที่ปรากฏลักษณะเค้าโครงต่างออกไป โดยพบการทำประติมากรรมบุคคลอยู่กึ่งกลางด้าน ขนาบด้วยรูปบุคคลนั่งชันเข่าข้างเดียว

ประติมากรรมสมัยแรกสร้างวัดสมัยอยุธยา

ตำแหน่งฐานเจดีย์ 8 เหลี่ยม ที่พบการทำประติมากรรมปูนปั้นประดับโดยรอบ ตั้งอยู่บริเวณด้านนอกระเบียงคดด้านทิศใต้ (บริเวณที่มีหลังคาคลุมชั่วคราวด้านซ้ายมือของภาพ)

        ประติมากรรมที่พบเกือบทั้งหมดนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่าอยู่ในลักษณะงอเข่าคล้ายกับประติมากรรมแบกต่าง ๆ ที่ประดับตามฐานเจดีย์ ประติมากรรมเหล่านี้แม้ยังไม่อาจระบุได้ชัดว่าแต่ละรูปเป็นรูปบุคคลใด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะประกอบไปด้วย เทวดา ครุฑ ยักษ์ ลิง ตามคตินิยมที่พบการประดับ ในงานประดับเจดีย์แห่งอื่น ๆ  นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจ เช่น การทำประติมากรรมรูปลิงขนาดเล็กประดับสอดแทรกอยู่ตามลายหลัก การเขียนสีเป็นลวดลายตกแต่งประติมากรรม เป็นต้น ซึ่งจะได้ศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบศิลปกรรมและอายุสมัยที่ชัดเจนต่อไป

อธิบดีกรมศิลปากรเผยต่อว่า หลักฐานประติมากรรมปูนปั้นดังกล่าว มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นประติมากรรมที่พบอยู่ติดที่ เป็นตัวแทนศิลปกรรมสมัยแรกสร้าง ซึ่งหลงเหลือให้เห็นเฉพาะเจดีย์องค์นี้เพียงองค์เดียวเท่านั้น

ประติมากรรมสมัยแรกสร้างวัดสมัยอยุธยา

ประติมากรรมปูนปั้นประดับฐานเจดีย์ที่พบ

ไทยคว้า 1 เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275799

ไทยคว้า 1 เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกเอเชีย

ฟิสิกส์โอลิมปิกเอเชีย, ไทย, คว้า, เหรียญทอง, ฟิสิกส์, โอลิมปิก, เอเชีย, ไทยคว้า

ผู้แทนประเทศไทยคว้า 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง  4 เกียรติคุณประกาศฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ครั้งที่ 18 จากรัสเซีย

          ดร. พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)  เปิดเผยว่าตามที่ประเทศไทยได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ประจำปี พ.ศ.2560 ( 18th Asian Physics Olympiad )  ระหว่างวันที่ 1 – 9 พฤษภาคม 2560 ณ เมืองยากุ๊ตส์ สหพันธรัฐรัสเซีย  จำนวน 8 คน

ผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยสามารถทำได้  1 เหรียญทอง     1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และ 4 เกียรติคุประกาศ รายละเอียดดังนี้ นายอธิคม วาณิชย์กุล   เหรียญทอง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ , นางสาวธิษณาพร มุ่งมีพฤทธิ์         เหรียญเงิน  โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม , นายปฏิญญ์  อินทร์แก้ว  เหรียญทองแดง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ, 

       ส่วน  4 รางวัลเกียรติคุณประกาศ ได้แก่ นายสิรภพ กลิ่นขจร  นายธนวัฒน์ ศรวณีย์  นายณพ เติมตฤษณา และ นางสาวณัฐณิชา เมรินทร์  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ   พร้อมกันนี้ในทีมยังประกอบด้วย  นายญาณพงศ์ ชัยสิทธิการค้า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เป็นผู้แทนประเทศไทยที่เข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

ในปีนี้มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย จำนวน 23 ประเทศ โดยคณะผู้แทนประเทศไทยฯ ประกอบด้วย ผศ.ดร.พิเชษฐ กิจธารา มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าทีม  ดร.ทวีนันท์ เชี่ยวชาญชำนาญกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล รองหัวหน้าทีม  ดร.วิทยา กาญจนภูษากิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้ช่วยหัวหน้าทีม และดร.ณัฐธิดา พรหมยอด นักวิชาการ สสวท. ผู้จัดการทีม  โดยจะขึ้นรับรางวัลในพิธีปิดการแข่งขันวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ และเดินทางกลับถึงประเทศไทยวันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2560 เวลา8.30 น. เที่ยวบิน SU 270  สสวท.จะมีพิธีต้อนรับคณะผู้แทนประเทศไทยฯ เวลา 8.45 น.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 2 ด้านใน ประตูที่ 1

“ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่”ส่อ”ขัดคำสั่งคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275778

“ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่”ส่อ”ขัดคำสั่งคสช.

สมัยที่3, 75ปี, ผศดรรัฐกรณ์ คิดการ, ทปสท, พลอดาว์พงษ์, ม44, นายจรูญ ถาวรจักร์, ราชภัฏอุดรฯ, อธิการบดี, ชี้, นั่ง, อธิการฯ, หลาย, สมัย, ปิด, โอกาส, คนรุ่นใหม่, ส่อ, ขัดคำสั่ง, คสช, ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่, โหวต2ครั้ง, จรูญ, ประธาน ทปสท

“โหวต2ครั้ง”เลือกอธิการฯราชภัฏอุดรฯไม่ได้ ท้ายสุดนายกสภาฯ ต้องชี้ขาดเลือก“จรูญ”สร้างประวัติศาสตร์นั่งอธิการฯสมัยที่3 ชี้ปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ ส่อขัดคำสั่งคสช.

          8 พ.ค.2560 “ประธาน ทปสท.”ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัย ปิดโอกาสคนรุ่นใหม่“ส่อ”ขัดคำสั่ง คสช.ม.44 เผยเบื้องหลัง“โหวต2ครั้ง”ยังตัดสินไม่ได้ ท้ายสุดนายกสภาฯ ต้องชี้ขาดเลือก“ ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ “วัย 75 ปี สร้างประวัติศาสตร์ นั่งอธิการฯมรภ.อุดรฯสมัยที่3

"ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่"ส่อ"ขัดคำสั่งคสช.

            จากกรณีสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  เมื่อวันเสาร์ที่ 6 พ.ค.2560 ได้มีมติเลือก  ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อายุ 75 ปี เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงให้ตำแหน่งอธิการบดี โดยมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ทั้งหมด 19 คน มีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีเสนอให้สภาพิจารณาเลือก 3 ราย โดยผศ.จรูญ ถาวรจักร์ ได้ 10 คะแนน นายสุวิทย์ นามมหาจักร อายุ 56 ปี (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี และเลขานุการสภามหาวิทยาลัย)ได้ 9 คะแนน ขณะที่ผู้เข้ารับการสรรหาอีกคน คือนายกฤตฎ์ ชมภูวิเศษ อายุ 50 ปี(ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้แทนคณาจารย์ประจำ )ไม่มีคะแนน

"ชี้นั่งอธิการฯหลายสมัยปิดโอกาสคนรุ่นใหม่"ส่อ"ขัดคำสั่งคสช.

ผศ.จรูญ  ถาวรจักร์ 

        ปัจจุบัน ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ สมัยที่ 2 เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกสภาดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559 นอกจากนี้ยังได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ 930477/2559 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ที่ออกโดยอาศัยความในข้อ 9 ตามคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา 44 ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ในฐานะกรรมการสภา และให้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีในคำสั่งฉบับเดียวกันอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

          ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เผยกับ”เวบไซด์คมชัดลึก ว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามติสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ให้เสนอชื่อ ผศ.จรูญ   ถาวรจักร์ ในวัย75 ปีเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี น่าจะขัดกับคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 ที่ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น ได้เคยวินิจฉัยแนวปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

         “และมีหนังสือ ที่ ศธ 0201.1/3953 ลงวันที่ 29 กันยายน 2559 เรื่อง แจ้งการวินิจฉัยเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ในข้อ 3 ระบุการแต่งตั้งให้อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งไปดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น หรือในทางกลับกันการแต่งตั้งนายกสภาสถาบันแห่งหนึ่งไปดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น ในช่วงเวลาเดียวกันย่อมมีผลทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีได้เต็มเวลา ซึ่งขัดต่อหลักการดำรงตำแหน่งบริหารสูงสุดขององค์กร จึงไม่อาจทำได้” ประธาน ทปสท. กล่าว

           ผศ.ดร.รัฐกรณ์  กล่าวอีกว่า ดังนั้นมติของสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ครั้งนี้ จึงเป็นการท้าทายทั้งคำพิพากษาศาลปกครองที่เคยพิพากษาเป็นแนวทางว่า การแต่งตั้งดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ ต้องแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือน/พนักงานในสถาบันอุดมศึกษานั้น และยังท้าทายคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 ซึ่งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเคยวินิจฉัยเป็นแนวปฏิบัติไว้อีกด้วย ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า กรณี ดังกล่าวจะมีการฟ้องร้องติดตามมากอีกหรือไม่ และที่สำคัญคงต้องวัดใจคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะผู้ฝช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามคำสั่ง คสช.ว่าท่านจะดำเนินการอย่างไร แต่สิ่งที่อยากจะฝากไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือ ปัญหาธรรมาภิบาล ต้องแก้ด้วยธรรมาภิบาล

            ประธาน ทปสท. ระบุว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้ประชุมพิจารณาคัดเลือกอธิการบดีคนใหม่แทนท่าน ดร.ณัติเทพ พิทักษานุรัตน์ ซึ่งครบวาระ การคัดเลือกอธิการบดีในครั้งนี้ ต้องลงคะแนนถึงสองครั้ง ก็ยังไม่สามารถคัดเลือกได้ จนนายกสภาฯประธานการประชุมต้องเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลยผลปรากฏว่า ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ ได้รับการเลือกเป็นอธิการบดีคนใหม่ ขั้นตอนต่อไปมหาวิทยาลัยจะเสนอชื่อไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เมื่อโปรดเกล้า ฯ แล้วก็จะเริ่มนับวาระไปอีก 4 ปี

             “การที่ ผศ.จรูญ ภาวรจักร์ ได้รับการคัดเลือกเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีในครั้งนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ที่หาคนทำได้ยากมากครับ ท่านเป็นอธิการบดีมาแล้ว 2 วาระ คราวนี้เป็นวาระที่ 3 ที่ไม่เคยมีใครทำได้ แต่ละครั้งก็ไม่เคยต่อเนื่องกัน ครั้งที่ 2 ท่านก็เกษียณและพ้นไป 2 ปีค่อยกลับมาเป็นอธิการบดี คราวนี้ท่านพ้นจากตำแหน่งไป 8  ปี แล้วกลับมาอีก รวมแล้วเกษียณไปแล้ว 15 ปีสามารถกลับมาได้ ยังไม่ปรากฏว่าอธิการบดีท่านใดทำได้ครับ นับเป็นกรณีศึกษาทางการบริหารที่น่าสนใจและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั้นหมายถึงการปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีบทบาทในการบริหารมหาวิทยาสลัย”ผศ.ดร.รัฐกรณ์ ฝากทิ้งท้าย

“หนังสือยืมเรียน”เพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275769

“หนังสือยืมเรียน”เพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

ภตช, หนังสือยืมเรียน, หนังสือ, ยืม, เรียน, เพิ่ม, ความเหลื่อมล้ำ, สังคม, ไทย, มงคลกิตติ์, เวบไซด์คมชัดลึก

“มงคลกิตติ์” ชี้ ความรู้เท่าไม่ถึงการ การศึกษาไทย ขาดประสบการณ์ แต่อวดรู้และอวดดี เด็กไทยต้องมารับกรรม ระบุ“หนังสือยืมเรียน”เพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

          เมื่อวันที่  8 พ.ค.2560 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นของชาติ( เลขาธิการ ภตช.) เผย”เวบไซด์คมชัดลึก” ว่า หลายปีที่ผ่านมา การพัฒนาการศึกษาไทยเป็นตามแผนพัฒนาประเทศและเป็นไปตามนโยบายชาติ นักเรียนไทยได้เรียนฟรีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ประกาศใช้ แต่ในยุคประเทศไทย 4.0 ยืมหนังสือเรียน ทำให้นักเรียนเริ่มลังเล ไม่แน่ใจว่าการศึกษาประเทศไทยอะไรกันแน่

        “ประเด็นที่น่าสนใจ คือ 1.หนังสือยืมเรียนใช้ไปแล้ว 1 ปี เริ่มเก่า มีกลิ่น ฉีกขาด ไม่เป็นที่พอใจของผู้ใช้เรียนรุ่นต่อไป2.หนังสือยืมเรียน หนังสือเก่า ต้องให้ทางกระทรวงสาธารณสุขทำการศึกษาว่า มีเชื้อราหรือเปล่า และจะเป็นพาหะให้เกิดโรค”เลขาธิการ ภตช. ตั้งข้อสังเกต

          3.โรงเรียนมีปัญหา ต้องมาเก็บหนังสือ เช็ครายละเอียด เพิ่มภาระหน้าที่ หนังสือเก็บไว้ที่โรงเรียน ก็เป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้โรงเรียนเป็นอย่างดี 4.การใช้หนังสือใหม่ทุกปี จะเกิดแรงจูงใจให้เด็กอยากเรียนรู้ ลงทุนหัวละ 500 บาท สำหรับเด็กไทย 1 คน น่าจะไม่มีปัญหาสำหรับการพัฒนาเด็กวันนี้ อนาคตชาติต่อไป 5.หนังสือยืม เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม คนจนต้องใช่หนังสือยืม คนระดับกลางซื้อเพิ่มอีกชุดไว้เป็นส่วนตัว

           “สรุปว่า อยากให้ผู้บริหารการศึกษาระดับประเทศให้คิดแบบมีเหตุมีผล ในอดีตคิดมาครั้งหนึ่งแล้วก็เลิกไป รู้ว่าผิด อย่าทำผิดอีกครั้ง มันบาปทำกับเด็กตาดำๆ ไปทำครูคงไม่เป็นไร โครงการคูปองครู 10,000 บาท ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็ไม่เป็นไร อาจจะได้บ้าง เพราะครูได้ออกนอกสถานที่ ถือว่าได้พักพอกล่อมแกล้มไปได้” เลขาธิการ ภตช. กล่าว

           เลขาธิการ ภตช. กล่าวอีกว่า  ต้องขอส่วนผู้บริหารการศึกษาชาติโดย ต้องหยุด โครงการยืมหนังสือเรียน ถ้าไม่หยุด ก็เป็นตราบาป ที่ทำให้การศึกษาต้องหยุดฉะงัก วุ่นวาย ทำให้สังคมมีการเหลื่อมล้ำ คนจน คนรวย ปัจจุบันนี้ก็หนักอยู่แล้วคนรวยเรียนอินเตอร์ คนจนเรียนชนบท คนกลางเรียนจังหวัด

           นายมงคลกิตติ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความไม่รู้เท่าถึงการ การศึกษาไทย ขาดประสบการณ์ แต่อวดรู้และอวดดี เด็กไทยจึงต้องมารับกรรม ฝากไว้ก่อนสายเกินแก้

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275703

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า, จิต, อาสา, สลัก, ดุน, เฟื่อง, ระย้า

นศ.ช่างทองหลวง จิตอาสาได้รับการคัดเลือกรับหน้าที่สลักดุนเฟื่องระย้าเงินประดับพระที่นั่งราเชนทรยาน พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และราชรถน้อย

        สลักดุนเฟื่องระย้าเงินประดับพระที่นั่งราเชนทรยาน พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และราชรถน้อย เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จังหวัดนครปฐม

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

     ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักช่างสิบหมู่        กรมศิลปากร ได้ประกาศรับสมัครอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานจัดสร้างพระโกศจันทน์และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

      ได้มีนักศึกษากาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ระดับปวช.และปวส. สาขาวิชาช่างทองหลวง  ได้มาสมัครเป็นจิตอาสาและได้รับการคัดเลือกจากกรมศิลปากร จำนวน 30 คนให้ปฏิบัติงานในส่วนของการสร้างฉัตรโลหะประกอบพระเมรุมาศ (งานโลหะและงานบุดุน)

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

     รับหน้าที่ในการสลักดุนเฟื่องระย้าเงินประดับพระที่นั่งราเชนทรยาน พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และราชรถน้อย  จำนวน 3 องค์ องค์ละ 12 ชุด รวม 36 ชุด ซึ่งทำจากโลหะเงินนำมาบุดุน เป็นลายใบเทศ   จากนั้นนำไปฉลุลาย ประดับกระจก แล้วจึงนำไปประดับตกแต่งในส่วนบุษบก โดยเริ่มปฏิบัติงานมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ.2560

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

     ทั้งนี้ นักศึกษากาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวงทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าวมีทักษะฝีมือและมีความชำนาญการในด้านโลหะและงานบุดุนตามหลักสูตรที่วิทยาลัยจัดการเรียนการสอน

         นภัสชนา  รัตนศรีชัยวรานักศึกษาระดับชั้นปวส.2 สาขาช่างทองหลวง เล่าว่า ได้เข้ามาทำงานเป็นจิตอาสา เพราะสำนักช่างสิบหมู่ได้ประกาศรับสมัครจิตอาสาทำเครื่องประกอบพระเมรุมาศ อาจารย์จึงได้ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนทราบ เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้ทำถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจ ไม่ใช่แค่ตัวเราแต่พ่อแม่ก็จะปลื้มปิติไปด้วยที่เราได้มีโอกาสมาทำงานถวาย

      เพราะเป็นการทำงานที่สำคัญและยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้แต่เราโชคดีที่เรียนสาขางานช่างทองหลวงถึงได้รับการคัดเลือกเข้ามา เพราะไม่ต้องมาหัดทำหรือฝึกใหม่ เป็นงานที่เรียนอยู่แล้ว จึงคิดว่าเป็นความโชคดีและเป็นบุญของเราจริง ๆ ที่ได้ถวายงาน ในหลวงรัชกาลที่ 9

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

       ณรงค์ฤทธิ์  จิระไวทยะนักศึกษาระดับชั้น ปวส.2 สาขาช่างทองหลวง เล่าว่า ตั้งแต่ทราบข่าว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต รู้สึกเสียใจมาก อยากจะตอบแทนบุญคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนชาวไทย พอดีได้ทราบข่าวจากวิทยาลัยว่าสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ประกาศรับสมัครจิตอาสาที่มีความสามารถในด้านงานโลหะ (งานบุดุนโลหะ) จึงได้ตัดสินใจสมัครทันทีเพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดสร้างพระโกศจันทน์และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศ

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

    ซึ่งได้รับหน้าที่สลักดุนเฟื่องระย้า เพื่อนำไปประดับในส่วนของพระที่นั่งราเชนทรยาน พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และราชรถน้อย ภูมิใจมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในงานครั้งนี้ แลพยังได้ใช้ทักษะและความสามารถที่ได้เรียนมาเฉพาะทางในงานครั้งนี้ด้วย นับเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างยิ่ง

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

          เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษายังกล่าวปิดท้ายอีกว่า ได้มอบให้กาญจนภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง ช่วยดูแลนักเรียนนักศึกษาที่เป็นจิตอาสาทุกคนอย่างดีจนกว่างานจะแล้วเสร็จและยังได้ให้นักเรียนนักศึกษาฝึกงานที่มีความบกพร่องทางการได้ยินแต่มีฝีมือด้านงานศิลปกรรมเข้ามาช่วยงานที่มีความสำคัญยิ่งครั้งนี้ด้วย

จิตอาสาสลักดุนเฟื่องระย้า

แนะ 5 วิธีดูแลป้องกันหืดกำเริบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275700

แนะ 5 วิธีดูแลป้องกันหืดกำเริบ

แนะ 5 วิธีดูแลป้องกันหืดกำเริบ, หืดกำเริบ, แนะ, วิธี, ดูแล, ป้องกัน, หืด, กำเริบ

สิ่งแวดล้อมปัจจุบัน มีผลทำให้คนไทยมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคหืดเพิ่มขึ้น แนะ 5 วิธีดูแลตัวเอง ป้องกันและไม่ให้อาการของโรคกำเริบขึ้น

ิ่

     นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า โรคหืด (Asthma)  หรือหอบหืด เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในประเทศไทยโดยพบในเด็กมากถึงร้อยละ 10 -12 ของเด็กทั้งหมด

     ส่วนผู้ใหญ่พบร้อยละ 6.9 ของประชากร จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2558 พบผู้ป่วยโรคหืด จำนวน 115,577 คนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

      นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า คนไทยมีแนวโน้มเป็นโรคหืดมากขึ้นมีปัจจัยจาก พันธุกรรมร่วมกับ   สิ่งกระตุ้นต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งกระตุ้นประเภทสารก่อภูมิแพ้ เช่น ควันบุหรี่ ควันพิษจากสิ่งแวดล้อม ไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรดอกไม้ สปอร์เชื้อรา ขนหรือสะเก็ดรังแคผิวหนังของสัตว์เลี้ยง สารเคมีในที่ทำงาน การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ อากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย หรือการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เป็นต้น

      ปัจจุบันโรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการของโรคให้สงบได้ และสามารถใช้ชีวิตได้เช่นเดียวหรือใกล้เคียงกับคนปกติ โดยการดูแลตนเองและให้ความร่วมมือกับแพทย์อย่างเคร่งครัด

     ดังนี้ 1. ตรวจสอบการหายใจ  หรือสัญญาณเบื้องต้นก่อนที่อาการจะกำเริบ เช่น ไอ แน่นหน้าอก เหนื่อย หายใจ มีเสียงวี๊ด ให้รีบพบแพทย์ 2.รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม เพื่อป้องกันโรคที่เป็นตัวกระตุ้นอาการของโรคหืด  3.หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ สถานที่ที่มีฝุ่นควันและมลพิษ

    4.ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้มีอาการหวัดเรื้อรัง หรือไซนัสอักเสบ  5.พบแพทย์และรับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ยา เพื่อควบคุมอาการกำเริบอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆได้

    ทั้งนี้อาการของโรคหืด จะแตกต่างกันไป เช่น เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจแล้วมีเสียงวี้ด เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก ไอเป็นต้น บางรายจะมีอาการเป็นพัก ๆ แล้วหาย

    แต่บางรายเป็นอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถคาดเดาได้ส่วนใหญ่มักมีอาการช่วงกลางคืน หากมีอาการหายใจหอบถี่ หรือหายใจลำบากมีเสียง อาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว ใช้อุปกรณ์พ่นยา แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือหายใจหอบเมื่อทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังร่างกายเพียงเล็กน้อย ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากช้าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

สกสค.แก้ไขหนี้ครูวิกฤติพันคนแรกเริ่มพ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275645

สกสค.แก้ไขหนี้ครูวิกฤติพันคนแรกเริ่มพ.ค.นี้

สหกรณ์ครู16แห่งแก้หนี้ครู, แก้หนี้ครูวิกฤติ1พันคน, แก้หนี้ครูเริ่มพคนี้, แก้ไข, หนี้, ครู, วิกฤติ, พัน, แรกเริ่ม, นี้

สกสค. แก้ไขหนี้สินครู ลงนามสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนำร่อง 16 จังหวัด เน้นช่วยรายที่วิกฤติประเดิม 1 พันคน จากหนี้ทั่วประเทศ 5 แสนคน 3 แสนล้าน อนุมัติสินเชื่อพค.นี้

      ที่โรงแรมโฆษิตฮิลล์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ดร.พิษณุ  ตุลสุข  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา  (สกสค.)   เป็นประธานเปิด”การสัมมนาการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา” ซึ่งได้รับความสนใจจากครูและบุคลากรทางการศึกษา และสมาชิกจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในเขตภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จำนวน 16 แห่ง เข้าร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินการในครั้งนี้

ภายหลังเปิดการสัมมนา ดร.พิษณุ  ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU)บันทึกข้อตกลงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา กับประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู (กลุ่มนำร่อง) สหกรณ์ออมทรัพย์ครู จำนวน 16แห่ง

สกสค.แก้ไขหนี้ครูวิกฤติพันคนแรกเริ่มพ.ค.นี้ 

คือ (1) สหกรณ์ออมทรัพย์ สามัญศึกษาเพชรบูรณ์ จำกัด   (2) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ จำกัด (3) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูตาก จำกัด  (4) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด (5) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเชียงใหม่ จำกัด (6) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแพร่ จำกัด

(7) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุตรดิตถ์ จำกัด (8) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุโขทัย จำกัด (9) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเชียงราย จำกัด  (10) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด  (11) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหนองบัวลำภู จำกัด(12) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุรินทร์ จำกัด

(13) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร จำกัด (14) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย จำกัด (15) สหกรณ์ออมทรัพย์สามัญศึกษาลำปาง จำกัด และ (16) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด

      ดร.พิษณุ  ตุลสุข  กล่าวภายหลังการลงนามว่า การจัดสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา ซึ่งเป็นสมาชิก ช.พ.ค. – ช.พ.ส. นั้น สกสค.ได้มาทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง สกสค.กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู  เพื่อที่จะร่วมกันแก้ปัญหาหนี้สินครูที่เป็นสมาชิก สกสค.และสหกรณ์

“ต้องการทำเพื่อให้ครูความสุข ครอบครัวครูอยู่ได้เท่านั้น แต่ทำเพื่อให้ครูมีความสุข มีความมั่นคง จะส่งผลให้ครูที่อยู่ในโรงเรียนมีความสุข ส่งผลถึงเด็ก ส่งผลถึงสอนหนังสือก็มีประสิทธิภาพขึ้น หวังว่าคุณภาพชีวิตครูจะส่งผลถึงคุณภาพของเด็กด้วย ”

ปัจจุบันครูที่เป็นหนี้ทั่วประเทศทุกสังกัด ประมาณ 5 แสนคน 3 แสนล้าน แต่ สกสค. จะช่วยเหลือครูอยู่ในภาวะวิกฤตก่อน ครูที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย  กำลังจะถูกยึดทรัพย์ บังคับคดี เจะเริ่มต้นจากครูกลุ่มนี้ ผู้บังคับบัญชาของครูและครอบครัว ต้องมาทำความร่วมมือตกลงร่วมกันด้วย ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อให้ครูมีวิถีชีวิตที่พอเพียงเรียบง่าย

โครงการนี้จะทำให้ลดภาระให้แก่ครูในขั้นวิกฤตได้ เพราะดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกิน 3.5 ซึ่งจะทำให้ครูมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น  ในช่วงแรกจะเริ่มต้นประมาณ 1,000 คนทั่วประเทศ และจะเพิ่มขึ้นต่อไป  หากเราทำได้อย่างมั่นคง สถาบันการเงินจะร่วมมือกันเราได้ในอนาคต  จะช่วยกันในการพัฒนาทั้งวิชาชีพครู ทั้งการหารายได้เพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายใต้โครงการนี้ทั้งหมด

สำหรับการจัดสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคม 2560 นี้ จะสามารถอนุมัติ การจัดสวัสดิการเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ (รายบุคคล) ของกลุ่มนำร่องฯได้ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ  สกสค.ไปลงนามความร่วมมือ(MOU ) กับประธานกรรมการสหกรณ์ครู ตามภูมิภาคต่างๆ ตามความพร้อมและตามลำดับต่อไป.