ดีต่อใจ! 3 สิ่งที่ต้องรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275513

ดีต่อใจ! 3 สิ่งที่ต้องรู้

ธุรกิจ, 3 สิ่งที่ต้องรู้, ดีต่อใจ, สิ่ง, ที่, ต้อง, รู้, สิ่งที่ต้องรู้, การะเกด

ไอเดียธุรกิจสุดล้ำจากนักศึกษาลูกแม่โดม จากแนวความคิดที่หนักแน่นในเรื่องการต่อยอดความรู้สู่ธุรกิจในฝัน พร้อมกับตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนว่าไม่ทำงานออฟฟิศ

      ถึงแม้การเริ่มต้นธุรกิจในฝันของบุคคลที่ไม่มีพื้นฐานครอบครัวด้านบริหารธุรกิจจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของคนที่หมั่นเติมเต็มความรู้และสั่งสมประสบการณ์ที่มากพอ อย่าง “น้องเกด หรือ นางสาวการะเกด สิงห์ทอง” นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ขณะนี้กำลังวิ่งไล่ตามความฝันอย่างเต็มกำลัง ด้วยการเก็บเกี่ยวทุกความรู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกห้องเรียน

น.ส.กระเกด สิงห์ทอง นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมธ. เล่าว่า ตั้งแต่ช่วงที่ตนกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ที่จะเลือกคณะ และมหาวิทยาลัยที่จะศึกษาต่อนั้น ตนมีความคิดอย่างมุ่งมั่นว่า หลังจากเรียนจบแล้วต้องการจะประกอบธุรกิจของตนเอง ดังนั้น จึงเริ่มคิดทบทวนจากสิ่งที่ตนเองสนใจ และทำให้สรุปออกมาเป็น 3 สิ่งที่วัยรุ่นเจนซี (Gen Z) ต้องรู้ หากต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ต้องรู้สิ่งที่ตนเองสนใจ และสิ่งที่ตนเองถนัด การเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับการหาไอเดียธุรกิจ ริ่มพิจารณาถึงสิ่งที่สนใจและจุดแข็งที่เป็นสิ่งถนัดของตนเอง

ดีต่อใจ!  3 สิ่งที่ต้องรู้

สำหรับ “การะเกด” สิ่งที่ถนัดคือ ความรู้วิทยาศาสตร์ด้านเคมี เนื่องจากประทับใจในความพิเศษของศาสตร์ดังกล่าวที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรม และต่อยอดทางด้านธุรกิจมากมาย เช่น ได้ศึกษาถึงเมนูอาหารที่ทานแล้วไม่อ้วน และสามารถเก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นด้วยการเติมสารไคโตซาน ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจุดนี้นี่เองที่เป็นการจุดประกายถึงช่องทางในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง

นอกจากนั้นต้องรู้เทรนด์ และกระแสธุรกิจ เพราะเทรนด์และกระแสต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจเพื่อให้ธุรกิจที่จะสร้างนั้นตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงความต้องการ โดยสำหรับตนเองนั้นได้ทำการศึกษาข้อมูลเรื่องเทรนด์ และเทคนิคการทำธุรกิจจนได้ข้อสังเกตว่า ขณะนี้ กระแสรักสุขภาพกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย อันเห็นได้จากหลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีความเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งธุรกิจฟิตเนส ธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา/อุปกรณ์กีฬา ธุรกิจฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ และล่าสุดกับธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพอย่าง เอ็มเค ไลฟ์ (MK Live) ฯลฯ จึงเป็นผลให้เกิดแรงผลักดันและมีความสนใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านสุขภาพอย่างจริงจัง

ดีต่อใจ!  3 สิ่งที่ต้องรู้

รวมถึง รู้นวัตกรรม และเทคโนโลยี ในยุคปัจจุบัน นวัตกรรมและเทคโนโลยี ถือเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของวัยรุ่นเจนซี ที่ถือได้ว่ามีความคุ้นเคยกับนวัตกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยหัวใจสำคัญของการรู้นวัตกรรรมดังกล่าว คือการเลือกประยุกต์ใช้นวัตกรรมที่ถูกต้องเหมาะสม และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพ อาทิเช่น การเลือกใช้เทคโนโลยี Active Packaging สำหรับยืดอายุผักหรือผลไม้สด ให้สามารถวางขาย/ส่งออกต่างประเทศได้ ฯลฯ

ดีต่อใจ!  3 สิ่งที่ต้องรู้

โดยล่าสุด เมื่อต้นปี 2560ที่ผ่านมา ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศเวียดนาม โดยมีโอกาสไปสัมผัสย่านธุรกิจสตาร์ทอัพ ดื่มด่ำรสชาติกาแฟออแกนิคที่มีกลิ่นหอมกรุ่น และอาหารพื้นเมืองของเวียดนาม ที่ส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น จึงทำให้ได้ไอเดียมาต่อยอดธุรกิจกาแฟออแกนิค (Organic Cafe) เป็นอย่างมาก ซึ่งตนตั้งใจให้เป็นพื้นที่ของการพบปะสังสรรค์ของคนเมือง ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟที่ช่วยผ่อนคลาย และเมนูอาหาร/เครื่องดื่มที่ได้จากธรรมชาติ 100% รวมถึงเป็นพื้นที่ที่เปิดให้เลือกซื้อผักไฮโดรโปนิกส์กันแบบสดๆ จากพื้นที่ของเกษตรกร ทั้งนี้ ภายหลังจากเรียนจบ ตั้งใจรว­บรวมทุกความรู้ที่ได้ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์-บริหาร (SCI+BUSINESS) วางแผนธุรกิจร้านกาแฟออแกนิคที่ตนวาดฝันไว้ให้สำเร็จ ควบคู่ไปกับออกเดินทางไปแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถพัฒนาธุรกิจให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และแตกต่างจากที่อื่น

ดีต่อใจ!  3 สิ่งที่ต้องรู้

 

นิทานของพ่อ “นิทานในน้ำ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275511

นิทานของพ่อ “นิทานในน้ำ”

นิทาน, ของ, พ่อ, น้ำ, นิทานของพ่อ, นิทานในน้ำ, ตามคำพ่อ

สนุกฉ่ำใจไปกับ “นิทานในน้ำ”เรื่องที่ 6 จากชุดนิทานตามคำพ่อ

        เครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ นำเสนอความสุขเล่มใหม่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านการอ่าน “นิทานในน้ำ” หนึ่งในเจ็ดเล่มของชุดนิทานและการ์ตูนแอนิเมชั่น “ตามคำพ่อ” ส่งต่อเรื่องราวดีๆ เพื่อสานแรงบันดาลใจให้เด็กอายุ 4-6 ปี และอายุ 7-9 ปี ได้เรียนรู้และซึมซับคุณธรรม ข้อคิด และคติสอนใจในการดำรงชีวิต

สำหรับนิทานเล่มที่ 6 ผู้แต่งได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อวันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 ความตอนหนึ่งว่า “ความเพียรนั้นคือไม่ท้อถอยในการฝึกตนเอง ไม่ท้อถอยในการแผ่ความรู้ ไม่ท้อถอยในการช่วยผู้อื่น“ โดยเล่าเรื่องราวผ่านตัวการ์ตูนลูกปลาเล็กหลากสีสันที่อาศัยอยู่รวมกันในบึงน้ำใส และมีหนึ่งในลูกปลาที่ใฝ่ฝันอยากจะขึ้นไปดูโลกกว้างใหญ่เหนือผืนน้ำ ลูกปลาเล็กจึงฝึกฝนตนเองให้กระโดดโผล่พ้นผิวน้ำ จนสามารถมองเห็นโลกว้างได้สมดังใจ แถมยังใจดีแบ่งปันความรู้เพื่อฝึกเพื่อนปลาตัวอื่นๆ ให้กระโดดขึ้นไปมองโลกเหนือผืนน้ำได้สำเร็จ เรื่องราวของลูกปลาจึงเป็นตัวอย่างความเพียรในการฝึกตนเองและแบ่งปันความรู้เพื่อช่วยผู้อื่น ตามพระบรมราโชวาทที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชทานไว้เป็นแนวทาง

นิทานของพ่อ "นิทานในน้ำ"

ความพิเศษของ “นิทานในน้ำ” นอกจากเด็กๆ จะได้สนุกกับการอ่านและใช้จินตนาการในการระบายสี ตัด แปะ พับ ประดิษฐ์ผลงานศิลปะที่สอดแทรกอยู่ในนิทานแต่ละเล่มแล้ว ยังมีการสอดแทรกแบบสำหรับวาดตัวการ์ตูนเพื่อเติมเต็มเนื้อหาของนิทานในเล่มให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

โดยเครือข่ายสานต่อที่พ่อทำได้นำสมุดนิทานและดินสอสีนิทานตามคำพ่อไปมอบให้แก่มูลนิธิและโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเด็กรักษาตัวเป็นระยะเวลานาน หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือมีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเรียนรู้ ซึ่งไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ รวมทั้ง ยังเปิดโอกาสให้มูลนิธิและโรงพยาบาลที่มีความต้องการสมุดนิทานตามคำพ่อ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ทางแฟนเพจ สานต่อที่พ่อทำ 

นิทานของพ่อ "นิทานในน้ำ"

สนใจสามารถดาวน์โหลดสมุดนิทานเรื่อง “นิทานในน้ำ” ได้ทางแฟนเพจ สานต่อที่พ่อทำ www.facebook.com/fulfillingfatherslegacyและเผยแพร่เนื้อหาในรูปแบบการ์ตูนแอนิเมชั่น 2 มิติ ความยาว 3 นาที ผ่านทางโซเชียลมีเดียได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

บ้านสมเด็จโพลล์ ปชช.41.7% เชื่อรธน.60 ลดโกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275508

บ้านสมเด็จโพลล์ ปชช.41.7% เชื่อรธน.60 ลดโกง

บ้าน, สมเด็จ, โพลล์, ปชช417, เชื่อ, รธน, โกง, บ้านสมเด็จโพลล์, เชื่อรธน60, ลดโกง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ 2560 ปชช.เชื่อทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้น ลดปัญหาคอรัปชั่นส์ ได้นักการเมืองดีกว่าอดีต

       ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ2560โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่ อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น1,218กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่26 – 28เมษายน2560ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของTaro Yamaneกำหนดว่า ประชากรเกิน100,000คนต้องการความเชื่อมั่น95%และความผิดพลาดไม่เกิน3%ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน1,111กลุ่มตัวอย่าง

       ผศ.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อรัฐธรรมนูญ2560หลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ..2560เมื่อวันที่6เมษายน2560เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560นับเป็นการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560อย่างเป็นทางการ นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่20ของประเทศไทย กำลังจะครบ1เดือนหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560นั้นประชาชนมีความคาดหวังอย่างไรต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ..2560แนวโน้มของประเทศไทยนักการเมืองที่ดีการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย ปัญหาคอรัปชั่นประโยชน์ของประชาชน

         ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อรัฐธรรมนูญ2560มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ58.1ทราบว่าเมื่อวันที่6 เมษายน2560 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560รองลงคือ ไม่ทราบร้อยละ29.8และไม่แน่ใจร้อยละ12.1 และทราบว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่20ของประเทศไทยร้อยละ44.8รองลงคือ ไม่ทราบร้อยละ32.8และไม่แน่ใจร้อยละ22.4

           กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าแนวโน้มประเทศไทยจะดีขึ้นหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560ร้อยละ47.0รองลงคือไม่ใช่ร้อยละ27.8และไม่แน่ใจร้อยละ25.3 ละคิดว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จะทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นร้อยละ35.8รองลงคือไม่ใช่ร้อยละ29.2และไม่แน่ใจร้อยละ35.0

        ในส่วนปัญหาการคอรัปชั่นจะลดน้อยลงหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560ร้อยละ41.7รองลงคือไม่ใช่ร้อยละ32.3และไม่แน่ใจร้อยละ25.9 ทำให้ได้นักการเมืองที่ดีมากกว่าในอดีต ร้อยละ42.2รองลงคือไม่ใช่ร้อยละ33.1และไม่แน่ใจร้อยละ24.7 และคิดว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นร้อยละ44.9รองลงคือไม่ใช่ร้อยละ28.7และไม่แน่ใจร้อยละ26.4

เด็กไทยเก่ง คว้าแชมป์ออกแบบบรรจุภัณฑ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275506

เด็กไทยเก่ง คว้าแชมป์ออกแบบบรรจุภัณฑ์

แชมป์, มทรกรุงเทพ, เด็ก, ไทย, เก่ง, คว้าแชมป์, ออกแบบ, บรรจุภัณฑ์, เด็กไทยเก่ง, ThaiStar Packaging Awards 2017, ชุดชงน้ำชาลายคราม

นศ.ราชมงคลกรุงเทพ คว้าแชมป์ออกแบบบรรจุภัณฑ์ “ThaiStar Packaging Awards 2017”

         นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ คว้ารางวัลชนะเลิศ และรางวัลชมเชย รวม 4 รางวัล จากการส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์ ประเภทต้นแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับสินค้าทั่วไป ภายใต้โครงการประกวดบรรจุภัณฑ์ไทย ประจำปี 2560 : ThaiStar Packaging Awards 2017 หัวข้อ “บรรจุภัณฑ์ 4.0 เทคโนโลยี นวัตกรรม นำไทย” จัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยในการนำผลงานเข้าร่วมประกวดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติ

         น.ส.ไตรตรึง ศรีแจ้ง และ น.ส.อภิญญา ลุนบุดดา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ เจ้าของผลงาน “ชุดชงน้ำชาลายคราม” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการประกวดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ประเภทต้นแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับสินค้าทั่วไป เล่าแนวคิดของการออกแบบผลงานนี้ว่า ผลงานชิ้นนี้เกิดจากการตีโจทย์ Thailand 4.0 คือ การที่จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย เพิ่มมูลค่า หรือเป็นนวัตกรรม ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เราจึงออกสำรวจตลาด และได้เลือกชุดชงน้ำชามาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้เพื่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยเลือกใช้ชุดชงน้ำชาที่มีลักษณะเป็นรูปตัวช้าง เพราะช้างเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายสื่อถึงความเป็นไทย และใส่เพิ่มเรื่องราวลงไปในตัวบรรจุภัณฑ์ ประกอบด้วย รายละเอียดต่างๆของชา วิธีการชงชา ประโยชน์ที่ได้รับจากการดื่มชา ซึ่งการใส่เรื่องราวลงไปนั้นทำให้บรรจุภัณฑ์ของเรามีความน่าสนใจและใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการออกแบบเป็น Display แบบเดิมๆ

เด็กไทยเก่ง คว้าแชมป์ออกแบบบรรจุภัณฑ์

       ส่วนอีก 3 ผลงานที่ได้รับรางวัลชมเชย เป็นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของถ้วยสาเก ถ้วยน้ำจิ้ม และชุดน้ำชา โดยผลงานทั้งหมด เราเน้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพง แต่นำผลิตภัณฑ์นั้นมาเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวย สะดุดตา น่าใช้งาน ที่สำคัญคือ ทุกผลงานเราจะออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถเคลื่อนย้ายบรรจุภัณฑ์ได้ โดยที่ผลิตภัณฑ์ข้างในไม่ได้รับความเสียหาย หรือแตกหัก เพื่อการยกระดับมาตรฐานของบรรจุภัณฑ์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

       ทั้งนี้ ผลงานการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทั้ง 4 ผลงาน ของ นางสาวไตรตรึง ศรีแจ้ง และ นางสาวอภิญญา ลุนบุด   ดา จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติต่อไป

เด็กไทยเก่ง คว้าแชมป์ออกแบบบรรจุภัณฑ์


ตรวจรักษาฟันชาวกัมพูชา-ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275505

ตรวจรักษาฟันชาวกัมพูชา-ไทย

มมหาสารคาม, ทันตแพทย์, สมเด็จพระเทพฯ, ตรวจ, รักษา, ฟัน, ชาว, กัมพูชา, ไทย

ม.มหาสารคาม ตรวจรักษาฟัน โครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ พสกนิกรกัมพูชา -ไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

       นับเป็นปีที่ 7 แล้ว สำหรับโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาและการออกหน่วยตรวจรักษาฟัน  โดยหน่วยทันตกรรมพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี          ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้สนองงานพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนชาวไทยและประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน

ในปีนี้ พลเอกวาภิรมย์   มนัสรังสี  ประธานกรรมการฝ่ายอำนวยการโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้  ธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี และกล่าวเปิดโครงการเตรียมความพร้อมการเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับนักศึกษา (กัมพูชา)ในโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา  ครั้งที่ 7  ณ  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ศ.ดร.สัมพันธ์  ฤทธิเดช  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันน้อยใหญ่เกือบทุกๆด้านที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง อาทิ โครงการต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนงานทางด้านการศึกษา, การพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ยากไร้, การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ และพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก รวมทั้งทรงเป็นแบบอย่างในพระจริยาวัตรอันงดงามจนเป็นที่ประจักษ์และชื่นชมยกย่องในพระบารมีทั้งในราชอาณาจักรไทยและต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากที่หน่วยงานและองค์กรต่างๆได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลมากมายเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติคุณที่ทรงมีคุณูปการต่อกิจการบ้านเมืองนานัปการ

ตรวจรักษาฟันชาวกัมพูชา-ไทย

โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม   ได้ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน  ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ได้ให้ความอนุเคราะห์อาสาตรวจรักษาฟัน การให้บริการขูดหินปูน การอุดฟันและการถอนฟัน ให้กับนักศึกษากัมพูชาในโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา ด้านการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560  จำนวน 151 คน รวมถึงนิสิต  บุคลากรมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และประชาชนทั่วไประหว่างวันที่ 2 -4  พฤษภาคม 2560 ตั้งแต่เวลา08.30 น. – 16.00 น.

ศ.เกียรติคุณ ทันตแพทย์สมศักดิ์ จักรไพวงศ์ ที่ปรึกษาโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประเทศเพื่อนบ้านด้านการศึกษาฯ  กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของศูนย์ทันตกรรมพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัยของราษฎร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินงานโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2541 เพื่อให้การบริการทันตกรรมและอบรมความรู้ทันตสุขศึกษา แก่นักเรียน และครูโรงเรียนโครงการพระราชดำริ ฯ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ ในส่วนกลางและภูมิภาค จำนวนกว่า 120,000 ราย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก งบประมาณพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี งบประมาณ คณะทันตแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ กองทุนโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล และผู้มีจิตศรัทธาบริจาค

ตรวจรักษาฟันชาวกัมพูชา-ไทย

ศ.ดร.ทพญ.วรานันท์  บัวจีบ  คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีอาสาสมัคร ทันตแพทย์ และทันตบุคลากรอื่น เป็นจำนวนกว่า 400 คน หมุนเวียนอาสาสมัคร เข้าร่วมถวายงานสนองพระคุณตามพระราชประสงค์ เพื่อให้นักเรียน เยาวชน ประชาชน และผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ ตามโครงการพระราชดำริ และโครงการฟื้นฟูต่าง ๆ ตามพระราชประสงค์ ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทางด้านสุขอนามัย คือการมีสุขภาพฟันดี และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อันจะส่งผลให้การดำเนินชีวิต ในภาพรวมมีความสุขได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน

นางแก้วปัญญา  เสือง  นักศึกษากัมพูชา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นายสั่ง  เมียสสงวน  นักศึกษากัมพูชา  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  2 ตัวแทนนักศึกษากัมพูชา “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชา ด้านการศึกษา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี”  ได้รับพระราชทานทุนการศึกษาเรียนฟรี ระดับปริญญาเอก  กล่าวถึง ความรู้สึกที่ได้มีโอกาสมารับบริการของหน่วยทันตกรรมพระราชทาน  ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ในครั้งนี้ว่า  นอกจากตนเองและครอบครัวจะรู้สึกดีใจและภูมิใจที่สอบได้ทุนการศึกษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ซึ่งเป็นทุนระดับปริญญาเอก  ได้แล้วนั้น  การได้มารับบริการทำฟัน  จากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามในครั้งนี้  ตนรู้สึกซาบซึ้ง  และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา และทรงห่วงใยทางด้านสุขอนามัย ให้ประชาชนของพระองค์  มีสุขภาพฟันดี และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  และแน่นอนว่า  ตนจะตั้งใจศึกษาให้จบตามที่คาดหวังไว้  และนำความรู้ที่ได้ กลับไปพัฒนาคน พัฒนาประเทศ  ดังที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์เช่นกัน

 

ตรวจรักษาฟันชาวกัมพูชา-ไทย

สำหรับการจัดโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ในทุกๆครั้ง สร้างความปลื้มปีติให้แก่นิสิตราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้มาศึกษาเล่าเรียนหาความรู้ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอีกจำนวน 17 สถาบันในประเทศไทยแล้ว ยังได้รับพระราชทานฯ ความช่วยเหลือจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยคณะทันตแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้การรักษาสุขภาพในช่องปากถึงมหาวิทยาลัย ทำให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นอีกด้วย

“เรือพลังงานสะอาด”เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275346

“เรือพลังงานสะอาด”เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

เรือ, พลังงาน, สะอาด, เด็ก, สวน, กุหลาบ, นนท์, สู่, เวที, งาน, สัปดาห์, น้ำ, โลก, เรือพลังงานสะอาด, การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน, พนมอดุลวิทยา

“เรือพลังงานสะอาด” กำจัดขยะมูลฝอย ผลงานเด็กสวนกุหลาบนนท์ คว้าชนะเลิศเผลงานยุวชนไทย วิจัยอนุรักษ์น้ำ สสวท.เตรียมส่งต่อร่วมประกวดงานสัปดาห์น้ำโลกกรุงสต็อกโฮล์ม

       เรือต้นแบบ “เรือพลังงานสะอาด” (Clean Fuel Energy Boat) ผลงานของ 3 นักเรียน ได้แก่ นายพีรนัฐ  มีชัย,นายปารเมศ  มหาศักดิ์พิทักษ์ และนายณภัทร  ยอดรักษ์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ 2560  (Thailand Junior Water Prize (TJWP) 2017) จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

"เรือพลังงานสะอาด"เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

3 หนุ่มเจ้าของผลงาน “เรือพลังงานสะอาด”

3 หนุ่มเจ้าของรางวัลชนะเลิศทั้ง 3 คน เล่าว่า การสร้างเรือต้นแบบ “เรือพลังงานสะอาด” สามารถทำงานได้เองแบบอัตโนมัติ  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเรือกำจัดขยะมูลฝอยบนผิวน้ำที่สามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำไปด้วยพร้อมกัน  นอกจากนี้เมื่อพบสิ่งผิดปกติจะบันทึกภาพและวีดิทัศน์ส่งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง  ขณะทำงานจะใช้พลังงานธรรมชาติ คือ พลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานจากน้ำเท่านั้น โดยใช้การทำงานผสมผสานกันระหว่าง Microcontroller Lego รุ่น EV3 ทำงานร่วมกับ Microcontroller Inex รุ่น ATX2 ทำหน้าที่ประมวลผลสั่งงานการขับเคลื่อนและควบคุมกลไกต่างๆ

สำหรับโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ สสวท.ร่วมกับภาครัฐและเอกชน จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่  ปี 2554  ภายใต้แนวคิด “การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน” เปิดให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานโดยมุ่งเน้นให้เยาวชนสร้างผลงานวิจัย โดยบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์หรือ สะเต็มศึกษาในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่เยาวชน ในเรื่องของการอนุรักษ์น้ำ เพราะว่าน้ำกำลังเป็นวิกฤตของโลก เราจึงควรจะใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำอย่างรู้ค่า และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำไว้ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักและศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในครั้งนี้ เป็นผลงาน “นวัตกรรมอนุรักษ์ป่าชุ่มน้ำจากเนอสเซอรีอนุบาลโกงกางใบใหญ่” ของ น.ส.ชิดชนก อินทร์แก้ว  นายพัทธดนย์ นามวงค์เนาว์  และนายกษิดิ์เดช สุขไกว โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งบอกว่า “การปลูกป่าโกงกางต้องอาศัยแรงงานคนจำนวนมาก และต้นโกงกางมีอัตราการเจริญเติบโตได้เพียง 25-30 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงได้คิดวิธีการในการอนุรักษ์ป่าโกงกางเพื่ออนุรักษ์น้ำ

ด้วยนวัตกรรมอนุรักษ์ป่าชุ่มน้ำจากเนอสเซอรี่อนุบาลโกงกาง จะช่วยอัตราการรอดตายของต้นโกงกาง โดยจะมีปัจจัยที่ส่งผลให้ต้นโกงกางสามารถเจริญเติบโตได้ดี โดยเมื่อต้นโกงกางสามารถเจริญเติบโตก็จะช่วยในการบำบัดน้ำเสีย โดยสามารถจะกรองสารพิษ กรองสิ่งปฏิกูล และสามารถลดความเป็นพิษของโลหะหนักได้ โดยสร้างให้มีรูปทรงกรวยปลายตัด ที่มีฐานกว้าง มีมวลกดลงบนพื้น และกระจายแรง ทำให้ตั้งบนพื้นโคลนได้มั่นคง  เมล็ดที่อยู่ภายในมีอัตราการงอกสูงถึง 85.87 เปอร์เซนต์ ซึ่งสูงกว่าวิธีการฝังในดินโคลนได้ถึง 32.82% เนื่องจากไม่ถูกพัดพาโดยกระแสน้ำ และไม่ถูกทำลายจากแม่เพรียง โดยมีต้นทุนการผลิตเพียง 35 บาทต่อต้น

"เรือพลังงานสะอาด"เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” จังหวัดฉะเชิงเทรา

นายธีระพัฒ เตียงกูล  นายนพรัตน์ ภู่อุ่น และนายกอบเกียรติ อุ่นแก้ว  โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” จังหวัดฉะเชิงเทรา  ผลงานนวัตกรรมลดปริมาณการใช้น้ำในการปลูกพืช เจ้าของรางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2  เล่าว่า นวัตกรรมการลดการใช้น้ำในการปลูกพืชผลิตขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในการใช้น้ำปริมาณมากสำหรับการปลูกพืชโดยเฉพาะในฤดูแล้ง  จากผลการทดลองพบว่ากะลามะพร้าวคู่คลุมดินสามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ดีที่สุด และเส้นใยจากต้นกล้วยผสมมูลโค 5 กรัม  สามารถลดการใช้น้ำได้ดีที่สุด  โดยการปลูกมะนาววงบ่อ สามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 65.39 % ในห้องปฏิบัติการ และ 52.61% ในสภาพจริง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่มีวัสดุคลุมดิน

"เรือพลังงานสะอาด"เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ยังมีรางวัลชมเชยอีก 2 ผลงาน ได้แก่ รางวัลชมเชยอันดับ 1 โดยนายณภัทร สุขแสงพนมรุ้ง นส.วชิราภรณ์ อ่อนไทย และ นส.พิมพ์นิภา ธรรมใจอุต โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กับผลงาน “ตาข่ายสารประกอบโพลิเมอร์และผงแร่ซีโอไลต์สำหรับดักจับแอมโมเนียในแหล่งน้ำ” เล่าว่า  เราอยากทำงานวิจัยที่ใช้ได้จริง เป็นเรื่องน้ำ ใช้กับนาข้าวได้ ตอนแรกมุ่งไปที่การกำจัดแอมโมเนียก่อน เริ่มจากหาข้อมูลและความรู้จากอินเตอร์เน็ต  โดยใช้เวลาในการทำงานวิจัยชิ้นนี้ประมาณครึ่งปี  หากได้พัฒนางานวิจัยชิ้นนี้ต่อก็อยากจะหาวิธีทำให้เส้นใยแข็งแรงกว่านี้  ยืดหยุ่นได้มากกว่านี้

"เรือพลังงานสะอาด"เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

โรงเรียนชลบุรี”สุขบท” จ.ชลบุรี

  นายพัชท์สยุทธ มาวินนาคภัคดี โรงเรียนชลบุรี”สุขบท” จ.ชลบุรี กับ นวัตกรรมเครื่องดักจับน้ำมันแบบควบคุมทิศทางด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ 2 เล่าว่า เหตุที่คิดทำงานวิจัยหัวข้อนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะเห็นโรงเรียนมีวัสดุเหลือใช้ คือ แผ่นพลาสติก อีกทั้งโรงเรียนก็ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล คือ ตำบลบางทราย ก็จะเห็นเรือประมงและมีน้ำมันรั่วออกมาที่ผิวน้ำ ต่อมาจึงได้คิดทำเครื่องจำลอง เครื่องต้นแบบขึ้นมาก่อน โดยดูจากกังหันน้ำชัยพัฒนาแต่ว่ายังไม่ได้ศึกษาเจาะลึกว่าส่วนประกอบเป็นอย่างไร แล้วหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและยูทูปเพิ่ม  ส่วนที่ประทับใจมากที่สุดก็คือเมื่อตอนที่ทำเสร็จแล้วได้นำเครื่องไปให้ชาวบ้านในชุมชนได้ทดลองใช้จริง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมงรวมทั้งชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ด้วย   พบว่าชาวบ้านชื่นชอบกันมาก  อนาคตอยากพัฒนาด้วยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์โดยเขียนโปรแกรมควบคุมการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีขึ้น

"เรือพลังงานสะอาด"เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

นางสาวชนกานต์ พาฬอนุรักษ์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร  กับผลงานความสามารถในการดูดซับสารแคดเมียมของผงสาหร่ายหางกระรอกแห้ง  ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ 3  ความคาดหวังว่าอนาคต อยากจะพัฒนาให้สาหร่ายหางกระรอกสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมเพราะสาหร่ายหางกระรอกเป็นพืชที่ปลูกได้ทั่วไป ราคาไม่แพง

"เรือพลังงานสะอาด"เด็กสวนกุหลาบนนท์ สู่เวทีงานสัปดาห์น้ำโลก

โรงเรียนวัดประชานิมิตโสภิตธรรมภาณ จังหวัดศรีสะเกษ

สามเณรปิยะพงษ์ เห็นสว่างสามเณรธนวัฒน์ วีระพันธุ์ โรงเรียนวัดประชานิมิตโสภิตธรรมภาณ จังหวัดศรีสะเกษ กับ งานวิจัยเครื่องบำบัดนํ้าทิ้งวัสดุท้องถิ่น  ใช้หลักการกรองนํ้า เพื่อบำบัดนํ้าทิ้ง โดยใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น และอุปกรณ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น ชานอ้อย หินกรวด ถ่าน และทราย ทำการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ลำดับการกรองผ่านประเภทของวัสดุธรรมชาติในการบำบัดนํ้าทิ้ง

อย่างไรก็ตาม ทีมที่ชนะเลิศ จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวด Stockholm Junior Water Prize 2017 ในงานสัปดาห์น้ำโลก ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

ศิลปะการใช้ภาษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275504

ศิลปะการใช้ภาษา

หลักสูตรใหม่, มสด, ศิลปะ, การ, ใช้, ภาษา, ศิลปะการใช้ภาษา, ภาษาและการสื่อสาร

คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มสด. เปิดหลักสูตรใหม่ “ภาษาและการสื่อสาร” …หวังผลิตบัณฑิตใช้ศิลปะการใช้ภาษาเพื่อการเป็นผู้นำคน รับนศ.ปีการศึกษา 2560

       มหาวิทยาลัยสวนดุสิต(มสด.)ได้ปรับปรุงหลักสูตร และเปิดหลักสูตรใหม่ๆ เพื่อรองรับและพัฒนาบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการอย่างหลากหลาย ซึ่งปีการศึกษา 2560 จะรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ผ่านระบบกลาง Admissions จำหน่ายระเบียบการ และรับสมัครระหว่างวันที่ 16 -27 พฤษภาคม 2560

         ผศ.ดร.ฉัตรแก้ว เภาวิเศษ คณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มสด.กล่าวถึงหลักสูตรใหม่ที่เตรียมเปิดให้น้องๆ นักเรียนเลือกศึกษาต่อในปี 2560 ว่าหลักสูตร “ภาษาและการสื่อสาร” โดยมุ่งหวังให้บัณฑิตที่เรียนหลักสูตรดังกล่าว มีความรู้ความสามารถ และมีทักษะพื้นฐานด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน ได้คล่องแคล่ว เก่งทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เน้นการใช้ประโยชน์ของภาษาในลักษณะที่เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างถูกต้อง สามารถประกอบอาชีพในองค์กรการสื่อสารได้ทั้งหมด นักศึกษาจะมีคุณภาพด้านการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน

       จากสถิติตำแหน่งงาน ยังขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร เพื่อการประสานสัมพันธ์ในองค์กรอยู่มาก บัณฑิตที่สำเร็จจากหลักสูตรนี้จะสามารถนำศิลปะการสื่อสารภาษาไปเพื่อการโน้วน้าวจิตใจคนได้เป็นอย่างดี มีภาวะการเป็นผู้นำคน หรือแม้แต่การประกอบอาชีพเป็นนักแปล ล่ามภาษา เลขานุการ ผู้ประกาศข่าว ล็อบบี้ยิสต์ หรือแม้แต่นักประชาสัมพันธ์ บัณฑิตก็สามารถประกอบอาชีพได้ทั้งหมด จึงเป็นไฮไลท์ที่สำคัญของหลักสูตรที่ผู้เรียนเมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปแล้วสามารถทำงานได้อย่างหลากหลาย และหลักสูตรยังได้พัฒนาสนองความต้องการผู้ประกอบการควบคู่กันไปด้วย

         นอกจากนี้ ทางคณะมนุษยศาสตร์ฯ ยังได้พัฒนาหลักสูตรเก่าให้มีความทันสมัยอีกด้วย โดยการนำข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการที่รับนักศึกษาของเราเข้าไปทำงานมาปรับปรุง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน อาทิ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ซึ่งเมื่อก่อนมีการสอนที่เน้นเนื้อหาด้านการแปลวรรณกรรม และวรรณคดีต่างประเทศ เพื่อให้นักศึกษาเกิดความรู้สึกซาบซึ้งในตัวภาษาและสามารถแปลภาษาได้อย่างสละสลวย แต่หลักสูตรใหม่นี้จะปรับให้นักศึกษาซึ่งเมื่อขึ้นชั้นปี 2 แล้วจะเลือกเรียนกลุ่มวิชาเฉพาะด้านภาษา โดยเรียนวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ ร้อยละ 50 และเลือกเรียนวิชาเฉพาะด้านกลุ่มภาษาต่างประเทศ เช่น ( ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และฝรั่งเศส) อีกร้อยละ 50 นั้น

โต้”ค่ายแสงเทียน”ไม่ขายฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275516

โต้”ค่ายแสงเทียน”ไม่ขายฝัน

ค่ายแสงเทียน  Pre-Test Thailand, โต้, ค่าย, แสงเทียน, ไม่, ขาย, ฝัน, ค่ายแสงเทียน, ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์, ค่ายแสงเทียน  Pre-Test Thailand

ผู้บริหารพรีเทสท์ ดำเนินการ “ค่ายแสงเทียน” แจงยิบ จัดมา 9 ครั้ง ไม่ได้หลอกลวง ขายฝันทางการศึกษา พร้อมแจงโควต้า เดินหน้าเปิดค่ายจัดกิจกรรมต่อไป

        ออกมาชี้แจงแล้วจ้า … สำหรับกรณีอื้อฉาว “ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์” ค่ายแนะแนวการศึกษาที่ประกาศเชิญชวนนักเรียนนักศึกษา เพียงมาร่วมค่ายก็ได้โควต้า ไม่ต้องสอบ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และมหาวิทยาลัยเอกชน กลับบ้านไปทันที เพียงจ่ายค่าสมัคร 350 ราย จัดใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ

หลังจากที่ ทางนายขจร  จิตรสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะโฆษก สกอ.ได้แถลงยืนยันชัดว่า มหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งไม่เคยเข้าร่วมโครงการนี้!!

จากข้อมูลหน้า เพจ “ค่ายแสงเทียน : Pre-Test Thailand ” นายจิรวิวัฒน์ ดำนุ่น ผู้อำนวยการกองวิชาการและสารนิเทศ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเทสท์ (ไทยแลนด์) จำกัดได้ออกมาชี้แจง ดังนี้

“กระผมในฐานะผู้อำนวยการกองวิชาการและสารนิเทศ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเทสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด
ต้องขออภัยสังคมเป็นอย่างสูงในประเด็นที่มีการถกเถียง จึงขอให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนทั้งประเทศ โดยจะขออนุญาตสื่อมวลชนในการชี้แจง ดังนี้
1.) โครงการแสงเทียน เปิดโอกาสให้เด็กสายวิทย์ และศิลป์ ได้รับการแนะแนวทางศึกษาต่อจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ค่าสมัครอยู่ที่ 350 บาท ทั้งนี้ ย้ำว่าไม่ได้หลอกลวง หรือขายฝันทางการศึกษากับเด็กนักเรียน เพราะที่ผ่านมามีทั้งเด็กที่ได้และไม่ได้โควตา ซึ่งพรีเทสท์ก็ได้ชี้แจงกับผู้ปกครองและเด็กมาต่อเนื่องและได้รับผลตอบรับที่ดีมาโดยตลอดทุกปี โดยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 9 ในการจัดกิจกรรม โดยเริ่มต้นจากรอบแรกที่ จ.สงขลา และสิ้นสุดที่ จ.ชลบุรี รวม 12 จังหวัดทั่วประเทศ
2.) สำหรับโควต้าที่มีข้อสงสัยว่าจะได้รับทันทีหลังเข้าร่วมโครงการ(โดยจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ประกาศไว้) ขอชี้แจงว่า มี 3 ประเภท คือ โควต้าที่มหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว พรีเทสท์ เพียงเป็นตัวกลางเปิดพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาและนักเรียนได้มาเจอกัน, ประเภทที่ 2 คือ โควต้าที่พรีเทสท์ ได้ทำ MOU กับสถาบันการศึกษา ซึ่งซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์แรกของการจัดกิจกรรม และสุดท้ายคือ มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ พรีเทสท์ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางแนะแนวการศึกษา พร้อมประชาสัมพันธ์โควต้าให้

สุดท้ายนี้ทางโครงการต้องขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความสนใจและเชื่อมั่นมาโดยตลอด โดยทางโครงการยังยืนยันจะจัดกิจกรรมตามเดิมที่เคยได้ประกาศไว้แล้วทุกประการ และขอเชิญชวนน้องๆนักเรียนที่มีความสนใจ หรือน้องๆที่เคยสมัครเข้ามาแล้วในปีที่ผ่านๆมาก็ดี มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทุกอย่างพิเศษสุดสำหรับปี 2017 จริงๆ แล้วผมเชื่อว่าทุกท่านจะต้องประทับใจกว่าที่คิดไว้แน่นอนครับ”

โต้"ค่ายแสงเทียน"ไม่ขายฝัน

ทั้งนี้ จากการชี้แจงดังกล่าว ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องของสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยที่นำไปใช้ ในส่วนของผู้สนับสนุน ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้กล่าวถึงการใช้ชื่อสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ในคำโฆษณาก่อนหน้านี้

หลังจากมีการโพสข้อความดังกล่าว ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ที่ติดตามเพจ สอบถามขอเงินคืน และมีการสอบถามเรื่องการไดัโควตาทุกที่ ซึ่งทาง ค่ายแสงเทียน ได้แจงให้อ่านรายละเอียดต่างๆ

ถวายสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯวันคล้ายวันประสูติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275502

ถวายสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯวันคล้ายวันประสูติ

ถวายสดุดี, สธ, ถวาย, สดุดี, สมเด็จ, พระเจ้า, พี่, นาง, เธอ, ล้าน, วัน, ประสูติ

รมว.สธ. นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่วางพานพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ และถวายสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันคล้ายวันประสูติ

        เวลา 07.00 น.วันนี้ (6 พฤษภาคม 2560) ณ บริเวณลานพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ       ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข  รวมทั้งผู้แทนหน่วยงาน สมาคม องค์กรต่างๆ    วางพานพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 6 พฤษภาคม

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อวงการสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุขมาโดยตลอด ทั้งเคียงคู่พระราชชนนี สืบสานพระราชปณิธานและโดยพระดำริของพระองค์จนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อทวยราษฎร์ ทรงบำบัดทุกข์  บำรุงสุขด้านอนามัย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพและมีสุขภาพที่ดีอย่างถ้วนหน้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ควรที่พระองค์ท่านจะได้รับการยกย่องและเทิดพระเกียรติไว้ให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน

ถวายสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯวันคล้านวันประสูติ

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างพระอนุสาวรีย์   สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2552 ขนาดสองเท่าของพระองค์จริง เป็นประติมากรรมลอยตัว ทรงประทับพระองค์นั่งอยู่บนพระเก้าอี้ ฉลองพระองค์ชุด พอ.สว. พร้อมหมวก ทำด้วยบรอนซ์ทำสีผิวโลหะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ด้านหลังพระอนุสาวรีย์  เป็นงานประติมากรรมภาพนูนต่ำผสมนูนสูง ขนาด 3 คูณ 4 เมตร แสดงพระกรณียกิจ และวิถีชีวิตโดยรวม และตัวหนังสือแสดงพระประวัติโดยย่อ ประดิษฐานบริเวณลานอเนกประสงค์ ภายในอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระองค์ให้การแพทย์และการสาธารณสุขและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระเกียรติคุณ รวมทั้งให้บุคลากรสาธารณสุข  มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและจิตสำนึกในการน้อมนำความคิดและจริยวัตรที่งดงาม พร้อมทั้งคุณานุประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต

โชว์สิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ 4-7 พ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275499

โชว์สิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ 4-7 พ.ค.นี้

สอศ, โชว์, สิ่งประดิษฐ์, คนรุ่นใหม่, นี้, 4-7, พคนี้, ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา

สอศ.จัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่าง 4-7 พ.ค.

            สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)มีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี

  ดร. สุเทพ  ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเปิดเผยว่าปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ  และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

โชว์สิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ 4-7 พ.ค.นี้

ทั้งนี้  เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา  เพื่อก้าวไปสู่ Thailand 4.0 และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงาน

 “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1  สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต  ประเภทที่ 2  สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ  ประเภทที่ 3  สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4  สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5  สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6  สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร  ประเภทที่ 8  สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9  สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10  สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11  สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)

โชว์สิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ 4-7 พ.ค.นี้

นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน  20  ผลงาน  และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา    สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน  กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์  และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม          ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์  จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน