โจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275435

โจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ

โจ๊กมะรุม, โจ๊ก, มะรุม, กึ่ง, สำเร็จรูป, เพื่อ, สุขภาพ

โจ๊กเป็นอาหารนิยมของคนไทยอีกหนึ่งเมนู เนื่องจากมีส่วนประกอบของข้าวเป็นหลัก ไม่ว่าจะในกลุ่มของเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่มีปัญหาด้านการบดเคี้ยว

     สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี พัฒนาผลิตภัณฑ์โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปมะรุมเพื่อคนรักสุขภาพ ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ผู้ทานมังสวิรัติสามารถรับประทานได้ ผลงานของ ดร.ศรินญา สังขสัญญา นางสาวพนิดา พงศ์ธรรมนิตย์ และนางสาวจีรัญชยา  ชินพิมพ์วสุ นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

โจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ

ดร.ศรินญา   สังขสัญญา เล่าว่า โจ๊กเป็นอาหารนิยมของคนไทยอีกหนึ่งเมนู เนื่องจากมีส่วนประกอบของข้าวเป็นหลัก ไม่ว่าจะในกลุ่มของเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่มีปัญหาด้านการบดเคี้ยว ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป อาหารต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสะดวกของผู้บริโภค โจ๊กจึงถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป โดยการนำข้าวมาผ่านกระบวนการทำให้สุกและแห้งมีลักษณะเป็นเม็ดหรือเกล็ดเล็กๆ พร้อมด้วยเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรสต่างๆ ถ้าจะรับประทานเพียงทำให้สุกด้วยเวลาไม่เกิน 10 นาที ซึ่งเพิ่มความสะดวกให้กับคนในยุคปัจจุบันที่ชอบความสะดวกสบาย แต่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดมักเป็นผลิตภัณฑ์โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ที่แต่งกลิ่นรสหรือมีส่วนผสมจากเนื้อหมู เนื้อไก่ อาหารทะเล ไข่ “มีเพียงส่วนน้อยที่มีการผสมส่วนประกอบของผักหรือส่วนอาหารที่ไม่ใช่อาหารคาว” ดังนั้นสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มทร.ธัญบุรี จึงได้นำเอาปัญหาดังกล่าวมาเป็นปัญหาพิเศษและแนวทางในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ที่มีลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพืชผัก เพื่อเป็นแหล่งของใยอาหาร และที่สำคัญมุ่งเน้นพัฒนาให้เป็นอาหารมังสวิรัติ

โดย นางสาวพนิดา พงศ์ธรรมนิตย์ เล่าว่า ในการศึกษาพืชผักในประเทศไทยที่น่าสนใจนำมาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตผลิตภัณฑ์โจ๊กกึ่งสำเร็จ พบว่ามะรุมมีตามภูมิภาคต่างๆ ในประเทศไทย โดยมะรุมเป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื้อฝักมะรุมอุดมไปด้วย แร่ธาตุและวิตามิน (วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ทองแดง แมกนีเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และสังกะสี) และที่สำคัญมะรุมเป็นแหล่งของสารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันชนิดต่างๆ ทำให้มะรุมได้รับความนิยมในการเลือกบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ผู้สูงอายุที่ต้องการใยอาหารเพื่อช่วยเรื่องการขับถ่าย จึงได้พัฒนาโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปมะรุมขึ้นมา มีส่วนผสมของเนื้อมะรุม โดยในเนื้อมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์โดยการเสริมใยอาหารโดยใช้เปลือกมะรุม ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย และไม่มีส่วนผสมของอาหารคาวสำหรับผู้ทานมังสวิรัติ

โจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ

นางสาวจีรัญชยา  ชินพิมพ์วสุ เล่าว่า กระบวนการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 1. เลือกมะรุมฝักแก่มีความสมบูรณ์ไม่มีรอยตำหนิ/แมลงกัด มาล้างทำความสะอาด แยกส่วนเนื้อ (เอาเม็ดออก) บรรจุใส่ถุงฟอยด์ทึบแสง เก็บที่อุณหภูมิ – 20 องศาเซลเซียส ส่วนเปลือกมะรุมที่แยกนำไปล้างทำความสะอาดจากนั้นนำไปอบแห้งที่ 60 องศาเซลเซียส จนได้เปลือกมะรุมแห้ง (ความชื้นต่ำกว่า 10%) นำไปบดบรรจุเก็บในถุงฟอยด์ทึบแสง เก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง 2. เตรียมข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ปทุมธานีและข้าวกล้องสายพันธุ์ สินเหล็ก ผสมกันในอัตราส่วน 1:1นำไปแช่น้ำ 2 ชั่วโมง นำมาบด และนำมาร่อนผ่าน Sieve Std. เบอร์4  เก็บรักษาในถุงสุญญากาศ  ต่อด้วยการเตรียมเกลือ น้ำตาลและพริกไทย

ขั้นตอนที่ 3.นำข้าวที่เตรียมมาล้างทำความสะอาด สัดส่วนของน้ำต่อเนื้อข้าวในอัตรา 1: 7 ให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 40นาที 4. นำส่วนผสมไว้มาปั่นผสมกับเนื้อมะรุม นำไปให้ความร้อนอีกครั้งที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที 4. นำโจ๊กมะรุมไปทำแห้งด้วยกระบวนการทำแห้งด้วยการอบแห้ง เสร็จกระบวนการผลิต เก็บรักษาโจ๊กมะรุมผงในถุงทึบแสง

โจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ

การพัฒนาโจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูปที่มีการเสริมใยอาหาร จากเก็บข้อมูลพบว่า ได้รับคะแนนในการยอมรับในระดับดีมาก เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเตรียมอาหารเพื่อรับประทานได้เอง และเป็นแนวทางการเลือกใหม่ให้กับผู้ทานมังสวิรัติ รวมถึงผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการรักษาสุขภาพได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่มะรุม เป็นแนวทางการแปรรูปผลิตภัณฑ์โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปที่มีความน่าสนใจในแง่ของคุณประโยชน์ที่มีการเพิ่มมะรุมลงไปในสูตร นำไปสู่การสร้างอาชีพ รายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะรุม ที่จะแปรรูปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากมะรุม โดยในอนาคตทางคณะเทคโนโลยีการเกษตรจะผลิต ผลิตภัณฑ์โจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูปว่างจำหน่าย ผู้สนใจผลิตภัณฑ์โจ๊กมะรุมกึ่งสำเร็จรูป หรือสอบถามข้อมูลสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่คณะเทคโนโลยีการเกษตร โทร.0-2592-1955

“สถาบันรัชต์ภาคย์” แจงเปิดนอกที่ตั้งแค่ 4 ศูนย์ 9 หลักสูตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275432

“สถาบันรัชต์ภาคย์” แจงเปิดนอกที่ตั้งแค่ 4 ศูนย์ 9 หลักสูตร

หลักสูตรนอกที่ตั้ง, สถาบัน, รัชต์, ภาคย์, แจง, เปิด, นอก, ที่ตั้ง, แค่, ศูนย์, หลักสูตร, สถาบันรัชต์ภาคย์, แจงเปิดนอกที่ตั้งแค่, ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์

สถาบันรัชต์ภาคย์ แจงเปิดศูนย์นอกที่ตั้งแค่ 4 ศูนย์ 9 หลักสูตร ชี้ข้อมูลสกอ.มีความคลาดเคลื่อน ย้ำทุกหลักสูตรผ่านการประเมิน เฉพาะศูนย์จ.ลพบุรีกำลังรอผลตรวจประเมิน

      สืบเนื่องจากที่ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้เปิดเผยรายชื่อมหาวิทยาลัยเอกชน 10 แห่งและรายชื่อหลักสูตร 98 หลักสูตรที่มีการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา แบ่งเป็น หลักสูตรในที่ตั้ง 20 หลักสูตร และหลักสูตรนอกที่ตั้ง 78 หลักสูตร สกอ. ลงไปสอบทานข้อมูล หลายแห่งให้ความร่วมมือเข้าชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม และได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว มีความคืบหน้าตามลำดับนั้น และเมื่อเร็วๆนี้ สกอ.ได้สรุปแนวทางแก้ไขปัญหาเสนอไปยัง กกอ.พิจารณาก่อนเสนอ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ต่อไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พ.ค.60“ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์”ได้รับการติดต่อจาก นายวรรธนพล หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันรัชต์ภาคย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าหลักสูตรที่จัดการศึกษานอกที่ตั้ง ไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามที่ปรากฎว่าสถาบันรัชต์ภาค มีปัญหาการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง 11 ศูนย์ 17 หลักสูตรนั้นเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน เพราะปัจจุบันสถาบันรัชต์ภาคย์ มีศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งที่เปิดและดำเนินการอยู่ 4 ศูนย์ จำนวน 9หลักสูตร ซึ่งทุกหลักสูตรผ่านการตรวจประเมินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สกอ.ได้รับการรับรองว่าผ่าน และบางหลักสูตรอยู่ระหว่างรอผลการตรวจประเมิน  ดังนี้

"สถาบันรัชต์ภาคย์" แจงเปิดนอกที่ตั้งแค่ 4 ศูนย์ 9 หลักสูตร

1. ศูนย์จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดสอน3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต, หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต ทั้ง 2 หลักสูตรได้รับแจ้งผลการประเมินว่า “ผ่าน” เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2557 และหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ได้ผ่านการตรวจประเมินเดือนพ.ย.2557

 2.ศูนย์จังหวัดยะลาเปิดสอน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต,หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ ทั้ง 2 หลักสูตรได้รับแจ้งผลการประเมินว่า “ผ่าน” เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2557 และหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต ได้ผ่านการตรวจประเมินแล้วในเดือนพ.ย. 2559

 3.ศูนย์จังหวัดนราธิวาสจำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต ผ่านการตรวจประเมินในเดือนพ.ย.2559

และ4.ศูนย์จังหวัดลพบุรีจำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตร คณะกรรมการเพิ่มเข้าตรวจประเมินเมื่อวันที่ 3 เม.ย.2560 ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจประเมิน

“ข้อมูลที่มีการเปิดเผยจาก สกอ.นั้นมีความคลาดเคลื่อน และที่ผ่านมาเมื่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สกอ.ลงมาตรวจประเมินหลักสูตร ทางสถาบันรัชภาคย์ก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ คำแนะนำต่างๆ ก็ปฏิบัติตามหมด และมีการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน สกอ.โดยเฉพาะเวลานี้สถาบันเร่งเน้นพัฒนาคุณภาพอาจารย์ผู้สอน ทั้งด้านการสร้างงานวิจัย งานวิชาการ อย่างไรก็ตาม การชี้แจงครั้งนี้เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่สังคม ตลอดจนสื่อมวลชนด้วย เพราะเมื่อมีการเสนอข่าวออกไป อาจส่งผลกะทบการรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2560 รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าใจผิดได้ แต่สำหรับนักศึกษาปัจจุบันทุกคนมีความเข้าใจและเห็นถึงความตั้งใจของสถาบันฯ ซึ่งยึดมั่นเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพบัณฑิตเป็นสำคัญ”นายวรรธนพล กล่าว

“ครูผู้ช่วย”รายงานตัวคึกคัก!!(คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275428

“ครูผู้ช่วย”รายงานตัวคึกคัก!!(คลิป)

“ครูผู้ช่วย”รายงานตัวคึกคัก!! “ผอ.สพป.ลพบุรี” ยำ้เดินตามในหลวงรัชกาลที่ 9 แนะ”ครูที่ดี” ต้องยึดหลักพรหมวิหาร 4

          บรรจุ“ครูผู้ช่วย”มารายงานตัวคึกคัก“ผอ.สพป.ลพบุรี”ยำ้เดินตามร.9 แนะ”ครูที่ดี ต้องยึดหลักพรหมวิหาร 4

           เมื่อวันที่  5 พฤษภาคม 2560 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี(ศธจ.ลพบุรี)รับรายงานตัว ผู้ผ่านการคัดเลือก จากการสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้ง เป็นข้าราชการครู ในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี 2560 สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี มีผู้ผ่านการคัดเลือก เดินทางมารายงานตัวเกือบ คึกคัก

         การสอบคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ประจำปี 2560 สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี ดำเนินการเปิดสอบระหว่างวันที่ 22-24 เมษายน 2560 มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 2292 คน ไม่มีสิทธิ์สอบ 11 คน สอบได้ 260 คน มีอัตรารองรับจำนวน 99 อัตรา

         โดยดำเนินการจัดสรรไปในโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรีเขต 1 เขต 2 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 5 ในวันรายงานตัวเพื่อคัดเลือกโรงเรียน และบรรจุแต่งตั้ง มีผู้ผ่านการคัดเลือก เดินทางมารายงานตัว และคัดเลือกโรงเรียน จำนวน 87 คน สละสิทธิ์ 6 คน คงเหลือบรรจุแต่งตั้งเพียง 81 คน ประกอบด้วยโรงเรียนในสังกัด

        1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรีเขต 1 จำนวน 9 คน,2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรีเขต 2 จำนวน 38 คน,3 สำนักงานเขตที่การศึกษาประถมศึกษา มัธยมศึกษาเขต 5 จำนวน 34 รวมทั้งสิ้น 81 คน

        สำหรับกลุ่มวิชา ที่มีผู้สละสิทธิ์ประกอบด้วย 1 กลุ่มวิชาภาษาไทย จำนวน 1 คน,2 กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 3 คน 3 กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 1 คน และ 4 กลุ่มวิชาปฐมวัย จำนวน 1 คน

         ก่อนดำเนินการแสดงความประสงค์คัดเลือกโรงเรียน ดร.ปัญญา แก้วเหล็กผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรีเขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี ได้ให้โอวาท พร้อมข้อคิด แนวปฏิบัติ สำหรับการเป็นครูที่ดี ว่า ขอให้ยึดแบบอย่าง ขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในหลวงรัชกาลที่9 ในเรื่องของความอดทน ความเพียร ความพอเพียง

          “รวมทั้งนำหลักพรหมวิหาร 4 อันประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มาใช้ในการทำงาน เนื่องจากสภาพของนักเรียนมีความแตกต่างกัน ทั้งสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่และสังคม ทำให้การทำงานอาจไม่ได้รับผลตามที่คาดหวัง จึงขอให้ใช้หลักพรหมวิหาร 4 ให้มาก ที่สำคัญ ครูที่ดี ต้องมีคุณธรรม 4 ประการ ประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตความข่มใจเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ความอดทนอดกลั้นและอดออม สุดท้ายต้องมีจาคะ คือความเสียสละ”ดร.ปัญญา  กล่าว

ผู้สมัครร้องขอเงิน”ค่ายแสงเทียน”คืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275391

ผู้สมัครร้องขอเงิน”ค่ายแสงเทียน”คืน

ผู้สมัคร, ร้องขอ, เงิน, ค่าย, แสงเทียน, คืน, ค่ายแสงเทียน, ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์, คมชัดลึกออนไลน์, ค่ายแสงเทียน

เพจ “ค่ายแสงเทียน”โพสต์แถลงข่าวชี้แจงและไลฟ์สด ช่อง Amrin  TV ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากส่วนใหญ่ต้องการให้ออกมาชี้แจงและขอเงินค่าสมัครคืน

      เป็นเรื่องกระแส”ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์” ค่ายแนะแนวการศึกษาที่มีการเชิญชวนนักเรียนทางโซเชียลมีเดีย พร้อมคำโฆษณามาร่วมค่าย ได้โควต้า ไม่ต้องสอบ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และมหาวิทยาลัยเอกชน  โดยเก็บค่าสมัคร 350 ราย จัดใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ

และล่าสุดนายขจร  จิตรสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะโฆษก สกอ.ได้แถลงยืนยันชัดว่า มหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งไม่เคยเข้าร่วมโครงการนี้!!

จากการลองค้นหาในโลกโซเชียลเมื่อพิมพ์คำว่า “ค่ายแสงเทียน” จะพบข้อมูลการเข้าถึงผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ค่ายแสงเทียน : Pre-Test Thailand” และเว็บไซต์ www.pretestthailand.com ของบริษัท บริษัท พรีเทสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ โครงการเส้นทางสู่เส้นชัย จากน้ำใจพี่จุฬาฯ (ค่ายแสงเทียน) ครั้งที่ 24

ผู้สมัครร้องขอเงิน"ค่ายแสงเทียน"คืน

“คมชัดลึกออนไลน์” ได้พยายามติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจัดค่ายต่างๆ ไปยังเบอร์โทรศัพท์ 0-2105-4597 ที่ปรากฎในเว็บไซต์ www.pretestthailand.com แต่ไม่มีผู้รับสาย

ขณะที่่ทางเพจ “ค่ายแสงเทียน ” ได้มีการโพสต์ข้อความว่าจะมีการแถลงข่าวชี้แจงและไลฟ์สด ทางช่อง Amrin  TV ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต้องการให้ออกมาชี้แจง และเรียกร้องให้คืนเงินค่าสมัคร เช่น

ผู้สมัครร้องขอเงิน"ค่ายแสงเทียน"คืน

“แถลงรึยังครับ #ผมไม่ได้สนใจโควต้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว #แค่อยากไปหาประสบการณ์ #อยากได้เพื่อนใหม่ #อยากไปสนุกกับเพื่อนๆ #อยากได้ความรู้

“ไอ้ที่บอกว่า เข้าค่ายได้โควตาทั่วประเทศ นั่นหมายถึง บริษัทคุณจะรวบรวม มหาวิทยาลัยที่มีจัดสอบ ช่วงเวลา รวบรวมไว้ให้เด็ก ได้ทราบ แล้วไปหาสมัครสอบใช่ไหม ก็ไม่ควรโฆษณา ว่าเขาจะได้เข้าเรียน หรือได้โควตา แบบให้เข้าใจว่าไม่ต้องสอบ อย่าทำกำกวมแบบนั้น”

ผู้สมัครร้องขอเงิน"ค่ายแสงเทียน"คืน

 “แอดมินช่วยขยายความเรื่องโควตาหน่อยค่ะ สมัครค่ายได้โควตาทุกคนนี่หมายความว่ายังไงคะ เม้นถามก็ไม่ตอบ แถมยังลบเม้นเราด้วยคืออะไร เราในฐานะผู้ปกครองต้องการการชี้แจงค่ะ”

   “ให้ความกระจ่างและคืนเงินน้องๆเขาไปด้วยนะคะ ในส่วนคนที่อยากได้เงินคืน… ให้ความกระจ่างและคืนเงินน้องๆเขาไปด้วยนะคะ ในส่วนคนที่อยากได้เงินคืน…”

ผู้สมัครร้องขอเงิน"ค่ายแสงเทียน"คืน

“ขอเงินคืนด้วยค่ะ 350ไม่ได้หามาง่ายๆนะคะจริงอยู่ตอนสมัครไม่ได้สนใจอะไรโควตาแค่อยากหาประสบการณ์ ถ้าไม่จัดอะไรกรุณาคืนเงินด้วยเถอะค่ะ”

ส่วนโครงการเส้นทางสู่เส้นชัย จากน้ำใจพี่จุฬาฯ (ค่ายแสงเทียน)ครั้งที่ 24 จัดนิสิตกลุ่มแสงเทียน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 24 ที่ วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในวันที่ 22 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2560 ระยะเวลาการจัดค่าย 12 วัน

ผู้สมัครร้องขอเงิน"ค่ายแสงเทียน"คืน

ลักษณะการจัดค่าย คือ เป็นค่ายแนะแนวการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา น้องๆ สามารถสอบถามเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของแต่ละคน รวมถึงการเรียนในคณะต่างๆ ที่จะมีพี่ ๆ จากหลากหลายคณะให้น้องๆได้สอบถามกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการเส้นทางสู่เส้นชัย จากน้ำใจพี่จุฬาฯ (ค่ายแสงเทียน) ครั้งที่ 24 รับสมัครและคัดเลือกผู้เข้าร่วมค่ายเพียง 100 คนเท่านั้น ซึ่งหากผ่านคัดเลือกจะต้องชำระค่าสมัคร 500 บาท โดยผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนที่เรียนชั้นม.4-5 ไม่รับระดับปวช. และได้ปิดรับสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน!! สกอ.แจง”ค่ายแสงเทียน” บ่ายโมงวันนี้

สกอ.ยันม.รัฐ ไม่ร่วมค่ายแสงเทียน (มีคลิป)

ชี้ “ค่ายแสงเทียน” แอบอ้างหลอกลวงอย่าตกเป็นเหยื่อ

แนะมหาวิทยาลัย แจ้งความค่ายแสงเทียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275376

แนะมหาวิทยาลัย แจ้งความค่ายแสงเทียน

เหยื่อ, ตกเป็น, อย่า, หลอกลวง, แอบอ้าง, ชี้, ค่ายแสงเทียน เข้าข่ายแอบอ้างหลอกลวง, เป็น, หลง, เตือน, เตือนอย่าหลงเป็นเหยื่อ ค่ายแสงเทียน, มรัฐไม่เกี่ยวค่ายแสงเทียน, แนะ, มหาวิทยาลัย, แจ้งความ, ค่าย, แสงเทียน, แนะมหาวิทยาลัย, แจ้งความค่ายแสงเทียน, ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์, ค่ายแสงเทียน

สกอ.ตรวจสอบยัน ม.ของรัฐไม่เอี่ยว “ค่ายแสงเทียน”ฝากม.เอกชน ออกชี้แจง ให้นักเรียน ประชาชนได้รับทราบ

กระแสมาแรงเลยทีเดียว “ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์” ค่ายแนะแนวการศึกษาที่มีการเชิญชวนนักเรียนทางโซเชียลมีเดีย พร้อมคำโฆษณามาร่วมค่าย ได้โควต้า ไม่ต้องสอบ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และมหาวิทยาลัยเอกชน  โดยเก็บค่าสมัคร 350 บาท จัดใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ
ล่าสุุุดเวลา 13.00 น. วันที่  5 พ.ค.2560 ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) นายขจร จิตรสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แถลงข่าวชี้แจงว่าสกอ.ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

แนะมหาวิทยาลัย แจ้งความค่ายแสงเทียน

จากการสอบถามไปยังประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และหน่วยงานสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(สอท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ 27 แห่ง รวมถึงทปอ.มหาวิทยาลัยราชภัฎและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ยืนยันว่า ไม่มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมค่ายดังกล่าว ไม่เคยรู้เรื่องนี้

ดังนั้นที่บอกว่าเมื่อนักเรียนทุกคนได้รับโควต้าพิเศษสำหรับนักเรียนแผนการเรียนวิทย์ ศิลป์ เพื่อเข้าศึกษาในแต่ละคณะ รวมกว่า 18 สาขาภายใต้มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งไม่เคยเข้าร่วมโครงการนี้
นายขจร กล่าวต่อไปว่าสำหรับข้อความโฆษณาที่ปรากฎในเว็บไซต์ มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยของรัฐต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น

ซึ่งตรงนี้เข้าข่ายมีความผิด เพราะตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัย การนำตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะผิดกฎหมาย  ซึ่ง สกอ.จะแจ้งมหาวิทยาลัยไปดำเนินการตรวจสอบ

ส่วนสกอ.จะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้มีเพียงเอกสาร ข้อความจากเว็บไซต์เท่านั้น และคำยืนยันจากมหาวิทยาลัยของรัฐว่าไม่ได้เข้าร่วมค่ายดังกล่าว แต่ยังไม่ทราบว่ามีผู้เสียหายเท่าใด

อย่างไรก็ตาม  มีนักเรียน นักศึกษาสมัครไปแล้วกี่คน ซึ่งหากใครเป็นผู้เสียหาย สมัครเข้าร่วมค่าย ขอให้ติดต่อมาที่ สกอ.เพื่อช่วยเหลือ และให้คำแนะนำต่อไป ทั้งนี้ สอท.สามารถแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ดำเนินการค่ายดังกล่าวได้ เนื่องจากมีการแอบอ้างชื่อของสอท.ในคำโฆษณา
“ค่ายแสงเทียน” มีการดำเนินการเปิดมาหลายปีแล้ว นายขจร กล่าวต่อไปว่า หากการเปิดค่ายดังกล่าว เป็นการแนะแนวการศึกษาต่อ เอาข้อมูลจากมหาวิทยาลัยไปชี้แจงถือว่าไม่ผิด แต่เมื่อมีคำว่าเข้าร่วมค่ายและได้โควตาได้ที่เรียนทุกคน

ซึ่งไม่สามารถเป็นไปได้เข้าข่ายหลอกลวงนักเรียน  และหากมีตัวแทนของมหาวิทยาลัยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ถ้าเข้าในนามบุคคลก็ต้องไปตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องถือว่าผิดวินัย                            อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นขณะนี้ตรวจสอบได้เฉพาะม.ของรัฐ ส่วนม.เอกชนนั้น หากไม่ได้เข้าร่วม ขอให้ออกมาแถลงข่าว หรือออกมาชี้แจงให้นักเรียน ประชาชนได้รับทราบ นักเรียนจะไม่ได้หลงผิดเข้าร่วมค่ายดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของนักเรียนเอง

แนะมหาวิทยาลัย แจ้งความค่ายแสงเทียน
ด้านศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า เบื้องต้น ได้สอบถามอธิการบดีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ทุกแห่งไม่เคยทราบเรื่องนี้และไม่ได้เข้าโครงการนี้ ดังนั้นทปอ.จึงได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ว่า ตามที่ค่ายแสงเทียน ได้จัดทำโครงการตามหาความฝันไปกับเรา 4 ภาคปี 2017 และประกาศเผยแพร่ชักชวนให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมด้านการศึกษาในสื่อต่างๆอย่างหลากหลาย

โดยมีการกล่าวอ้างว่าในกิจกรรมของโครงการจะมีช่วงเลือกโควต้าพิเศษจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ได้เลือกขึ้นอยู่กับตามที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ ได้กำหนดขึ้นมาเพื่อประกอบการพิจารณา และมีมหาวิทยาลัย/คณะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วนั้น
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยขอยืนยันว่า สถาบันอุดมศึกาในเครือข่ายของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ไม่ได้ให้ความร่วมมือในการจัดสรรโควต้าหรือเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวของค่ายแสงเทียนอย่างใด ทั้งนี้การรับนักศึกษาโควต้าของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งได้มีการดำเนินการตามหลักการ ขั้นตอน เกณฑ์การรับ คุณสมบัติของผู้สมัครด้วยความโปร่งใส และสร้างความเสมอภาคกับผู้สมัครทุกคน

ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงขอให้ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับค่ายแสงเทียนได้พิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากการประกาศในสื่อโฆษณาต่างๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง “ค่ายแสงเทียน” ชวนนักเรียนผ่านโซเชียลร่วมค่าย จ่าย 350 บาทได้ โควต้าม.รัฐ-ม.เอกชน ไม่ต้องสอบ (อ่านต่อ…)

เจ๋ง!! เหรียญทอง “นวัตกรรม” ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275343

เจ๋ง!! เหรียญทอง “นวัตกรรม” ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

ดรจริยารอ, จริยา, ดรจริยา, เจ๋ง, เหรียญทอง, นวัตกรรม, ช่วย, ผู้ป่วย, เบาหวาน, ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน, ดรจริยา ร่มสายหยุด

“ดร.จริยา ร่มสายหยุด” อาจารย์ ม.ร. เจ๋ง!! คว้าเหรียญทองนวัตกรรม ตัวช่วยจากธรรมชาติเพื่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน จากคู่แข่ง 1,000 ผลงาน 45 ประเทศทั่วโลก

          เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2560 อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ม.ร. คว้ารางวัลเหรียญทองด้านนวัตกรรม จากเวทีนานาชาติ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังตั้งใจศึกษาค้นคว้าร่วมกับอาจารย์อีก 2 ท่านจากต่างสถาบัน เผยผลงานวิจัยชิ้นนี้สร้างสรรค์จากวัตถุดิบสมุนไพรธรรมชาติ รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน และลดปริมาณการใช้ยาเพื่อลดผลกระทบข้างเคียง

เจ๋ง!! เหรียญทอง "นวัตกรรม" ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

 ดร.จริยา ร่มสายหยุด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับรางวัลเหรียญทองด้านนวัตกรรม ในผลงานวิจัยเรื่อง A Time-Release Formulation of Medicinal Plant Extracts for Diabetic Adjunctive Treatment โดยร่วมทำกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ดร.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.เกรียงศักดิ์ ขาวเนียม อาจารย์ประจำวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังโดยรางวัลครั้งนี้ได้รับจากเวทีนานาชาติ 45th International Exhibition of Inventions of Geneva ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

เจ๋ง!! เหรียญทอง "นวัตกรรม" ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

สำหรับเวทีประกวดผลงานประดิษฐ์และผลงานวิจัยนานาชาติครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 2 เมษายน 2560 โดยมีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการฯ กว่า 1,000 ผลงาน จากนานาประเทศทั่วโลก 45 ประเทศ โดยมีผลงานของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยจำนวน 91 ผลงาน จาก 32 หน่วยงาน โดยการประกวดผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนการประกวดและการแสดงผลงานจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และทุนพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

เจ๋ง!! เหรียญทอง "นวัตกรรม" ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

ดร.จริยา  เผยว่า ในขณะที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกกำลังคืบคลานเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และโรคเบาหวานก็เป็นโรคที่พบได้มากในประชากรผู้สูงอายุ จึงเป็นเหตุผลหลักที่ได้คิดค้นผลงานวิจัยสร้างสารสกัดจากพืชสมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อช่วยรักษาโรคเบาหวาน รักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมลดปริมาณการใช้ยาให้กับผู้ป่วย เพราะตัวยาต่างๆ มักมีผลกระทบข้างเคียง เช่น โรคไต อาการเลือดเป็นพิษ เป็นต้น โดยเห็นผลการเปลี่ยนแปลงใน 8 สัปดาห์ และยังสามารถนำไปใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับคนปกติได้ด้วย

เจ๋ง!! เหรียญทอง "นวัตกรรม" ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

ดร.จริยา  ร่มสายหยุด

    “รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมากที่ผลงานวิจัยชิ้นนี้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้จริง และยังได้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ประเทศชาติอีกด้วย หลังจากนี้ตั้งใจจะพัฒนาสูตรเพิ่มเติมพร้อมนำเข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ในชีวิตและสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ทุกคน” ดร.จริยา กล่าวด้วยรอยยิ้ม

สกอ.ยันม.รัฐ ไม่ร่วมค่ายแสงเทียน (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275336

สกอ.ยันม.รัฐ ไม่ร่วมค่ายแสงเทียน (มีคลิป)

ยันมหาวิทยาลัยรัฐทุกแห่งไม่รู้เรื่อง “ค่ายแสงเทียน” สกอ.ส่งคนลงพื้นที่หาข้อมูล 14 พ.ค. ต่อแจ้งจับนำตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกม.

จากที่ เพจ“แหม่ม โพธิ์ดำ” แชร์ข้อความพร้อมภาพ ว่า “#ค่ายลวงโลก #หลอกเด็กม.ปลายไปแคมป์ #ค่าสมัคร 350มีโควตาเข้ามหาวิทยาลัย #เหยื่อนับหมื่นหลงเชื่อโอนเงินสบายใจเฉิบ #หลายมหาวิทยาลัยดังประกาศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่ายนี้ น้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ที่ส่งเรื่องค่ายจกตา 350บาท เกรด 2.0เข้าได้ทุกมหาวิทยาลัย ส่งข้อมูลมาใหม่นะ ควีนจะลงหลายทีแล้ว แต่ข้อความมาไวมาก หาไม่เจอ ตอนนี้ พร้อมละจ้า ถึงเวลาดับเทียน

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)นายขจร จิตรสุขุมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขาธิการ กกอ.)ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการอุมศึกษา (สกอ.)แถลงข่าวชี้แจงเรื่อง ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์ค่ายแนะแนวการศึกษาที่มีการเชิญชวนนักเรียนทางโซเชียลมีเดีย

โดยอ้างว่ามาร่วมค่าย ได้โควต้า ไม่ต้องสอบ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และมหาวิทยาลัยเอกชน โดยเก็บค่าสมัคร 350ราย จัดใน 12จังหวัดทั่วประเทศ ว่า สกอ.ได้ตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งแล้วยืนยันว่าไม่มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมค่ายดังกล่าว

“ได้สอบถามที่ประชุมทปอ.ราชมงคล ราชภัฏ และมหาวิทยาลัยรัฐทุกแห่งไม่เคยรู้เรื่องนี้แต่อย่างใด และที่บอกว่าเมื่อนักเรียนทุกคนได้รับโควต้าพิเศษสำหรับนักเรียนแผนการเรียนวิทย์ ศิลป์ เพื่อเข้าศึกษาในแต่ละคณะ รวมกว่า 18 สาขาภายใต้มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งไม่เคยเข่้าร่วมโครงการนี้” โฆษกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กล่าว

นอกจากนี้ข้อความโฆษณาที่ปรากฎในเว็บไซต์ มีโลโก้มหาวิทยาลัยของรัฐต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น ตรงนี้เข้าข่ายมีความผิด เพราะตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัย การนำตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะผิดกฎหมาย  ซึ่ง สกอ.จะแจ้งมหาวิทยาลัยไปดำเนินการตรวจสอบ

ซึ่งในส่วนของ สกอ.จะลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อน เนื่องจากกิจกรรมนี้จะมีขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีผู้เสียหายเท่าใด มีนักเรียน นักศึกษาที่สมัครไปแล้วกี่คน มีแต่เอกสารที่รวบรวมจากเว็บไซต์ ซึ่งหากนักเรียนคนใดต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งมาได้

สกอ.ยันม.รัฐ ไม่ร่วมค่ายแสงเทียน (มีคลิป)

 

ลุ้น! ผุด 2 กองทุน อุ้ม!” พนง.มหาวิทยาลัย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275319

ลุ้น! ผุด 2 กองทุน อุ้ม!” พนง.มหาวิทยาลัย”

พนงมหาวิทยาลัยรอเพลท, เพลท, 2กองทุน, ประธาสน ทปสท, สกอ, ลุ้น, ผุด, กองทุน, อุ้ม, พนง, มหาวิทยาลัย, พนงมหาวิทยาลัย,  พนงมหาวิทยาลัย, ทปสท-CHES-สปสช-สกอ, 2 กองทุน, หมอธี, อปท

   ถก 4 ฝ่าย “ทปสท.-CHES-สปสช.-สกอ.” หนุนผุด “2 กองทุน” มีสปสข.ดูแล รองรับพนง.มหาวิทยาลัย 110,000 คน

        ถก 4 ฝ่าย “ทปสท.-CHES-สปสช.-สกอ.” หนุนผุด “2 กองทุน” มีสปสข.ดูแล รองรับพนง.มหาวิทยาลัย 1.1 แสนคน  ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ สมศักดิ์ศรี มีความมั่นคง เล็งชง”หมอธี”พิจารณา แนะใช้รูปแบบเดียวกับ”อปท.”ได้ผลมาแล้ว

          เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2560  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ในการประชุมร่วม 4 ฝ่ายได้มีการประชุมหารือร่วมกัน ระหว่าง นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสปสช. นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) นายวีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ(CHES) และนางพัทนันท์ หรรษาภิรมย์โชค รองเลขาธิการ (CHES) พร้อมด้วยคณาจารย์ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ   ประธาน ทปสท.เปิดเผย“เวบไซด์คมชัดลึก” ว่าที่ประชุมร่วม 4 ฝ่าย ได้มีการหารือถึงประเด็นสิทธิประโยชน์ ด้านการรักษาพยาบาลของพนักงานมหาวิทยาลัย ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 110,000 คน โดยพนักงานฯต้องใช้สิทธิการรักษาพยาบาลผ่านประกันสังคม ซึ่งพนักงานฯ ต่างออกมาร้องเรียนเรื่องด้อยมาตรฐานการรักษา ทั้งด้า่นให้การบริการ และคุณภาพยา ทั้งที่จ่ายเงินเข้าระบบมากกว่าราชการ ดังนั้น กลุ่มพนังงานมหาวิทยาลัยจึงมีแนวคิดในการจัดตั้งกองทุนสุขภาพด้านการรักษาพยาบาล โดยให้สปสข.เป็นผู้บริหารกองทุนฯ

นพ.ประจักษวิช เล็บนาค  รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ตามมาตรา 9 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 สามารถออกพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งกองทุนสุขภาพพนักงานมหาวิทยาลัยได้ ดังเช่นกรณีที่สปสช.เคยทำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท)ได้สำเร็จมาแล้ว โดยในขั้นแรกจะต้องให้ระดับนโยบาย คือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเห็นชอบร่วมกันในหลักการก่อน

ด้านดร.สุภัทร จำปาทอง เลาขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า ตนก็เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว จึงมอบหมายให้ตัวแทนบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา ที่เข้าร่วมประชุมในฐานะคณะทำงานประสานงานกับทางสปสช.จัดทำขั้นตอนรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้ตนนำเสนอนพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ซึ่งหากรัฐมนตรีเห็นชอบจะได้ดำเนินการต่อ ซึ่งแนวทางที่ต้องดำเนินการอาจต้องออกเป็น พ.ร.บ.สิทธิประโยชน์และสวัสดิการบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา

ผศ.ดร.รัฐกรณ์  กล่าวเสริมว่า โดยรวมเรื่องกองทุนการรักษาพยาบาลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ด้วยกัน  ซึ่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็เป็นอีกหนึ่งข้อเรียกร้องของพนักงานมหาวิทยาลัย เนื่องจากปัจจุบันการให้แต่ละสถาบันดำเนินการจัดตั้งกองทุนเองทำให้กระจัดกระจาย เป็นเบี้ยหัวแตก กลายเป็นกองทุนที่เล็ก ได้ผลตอบแทนต่ำ จึงควรนำมารวมกันแล้วจัดตั้งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญพนักงานมหาวิทยาลัยขึ้นมาใหม่ หรือหาแนวทางให้พนักงานมหาวิทยาลัยสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)ได้ ซึ่งรายละเอียดและขั้นตอนเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะมีการนัดหารือร่วมกับตัวแทนกบข. เพื่อหาแนวทางร่วมกันในโอกาสต่อไป

“ผมคิดว่าหากสามารถดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ ก็จะเป็นการตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของพนักงานมหาวิทยาลัย ได้มากกว่าการผลักดันร่างพ.ร.บ.ระเบียบการบริหารงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีทั้งข้าราชการและพนักงานออกมาคัดค้านอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนอกจากไม่ตอบโจทย์พนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว ยังไปกดขี่ ลดศักดิ์ศรีและความมั่นคงของข้าราชการลงอีกด้วย”ประธาน ทปสท. กล่าวสรุป

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275228

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

คลี่ปมขัดแย้ง7ปีมนครพนม, เมื่อสภาฯขัดแย้งฝ่ายบริหารผลกรรมตกที่ใคร, คลี่, ขัดแย้ง, นครพนม, ความขัดแย้ง มนพ, มหาวิทยาลัยนครพนม มนพ, ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึก, มนพ, ธรรมาภิบาล

 ย้อนรอย“ความขัดแย้ง มนพ.” 7 ปี กับ 2 อธิการ 4 รักษาการอธิการบดีม.นครพนม(มนพ.)บาปกรรมตกที่ใคร เมื่อฝ่ายบริหารกับสภามหาวิทยาลัยไม่ลงรอยกัน

    บานปลาย..กรณีปมความขัดแย้งภายในรั้ว “มหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.)” แถมยังมีคลื่นใต้น้ำปล่อยกระแสออกมาทีระลอก ซึ่งย้อนกลับไปดูชนวนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นปีสองปี เห็นได้ว่าคาราคาซังมานานกว่า 7 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2553 จนถึงตอนนี้ “ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึก” เรียบเรียงมาให้อ่านเพื่อความเข้าใจง่าย

——————————————————————————-

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

    มหาวิทยาลัยนครพนม เกิดจากการหลอมรวม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครพนม, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาเขตนครพนม, วิทยาลัยเทคนิคนครพนม, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครพนม, วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม, วิทยาลัยการอาชีพนาหว้า และ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม   จัดการศึกษาทั้งในระดับหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส) หลักสูตรปริญญา และอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

      จัดการเรียนการสอนทั้งหมด 7 คณะ 6 วิทยาลัย 1 บัณฑิตศึกษา ได้แก่ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะเกษตรและเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์

     วิทยาลัยการบินนานาชาติ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม วิทยาลัยธาตุพนม วิทยาลัยนาหว้า วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมศรีสงคราม และ 1 บัณฑิตวิทยาลัย รวมถึงมี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยนครพนม พนมพิทยพัฒ

        โดยล่าสุด  “รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ อธิการบดีม.นครพนม” ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส)เคยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดี มมส จากนั้นได้มีการทำหนังสือขอโอนย้ายตัวเองมาช่วยงานราชการที่มหาวิทยาลัยนครพนม และโปรดเกล้าฯเมื่อ 8 มกราคม 2560 ประกาศลาออกต่อหน้าคณาจารย์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

           รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ อธิการบดีม.นครพนม

  สาเหตุที่ “รศ.ดร.ประวิต”ลาออกเพราะว่าจะมารับใช้ชาติ และมีผู้ใหญ่ 4-5 คน มาทาบทามให้ไปช่วยทำงานในระดับชาติ เมื่อทบทวนการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก จึงขอลาออกเพื่อไปทำงานระดับสูงดีกว่า

     ขณะเดียวกันก็มีอีกกระแสว่าที่ “ลาออก” ด้วยเหตุความขัดแย้งภายในระหว่างสภามหาวิทยาลัย กับฝ่ายบริหาร ก่อนหน้านี้เคยมีอดีตกรรมการสภามนพ.ออกมากล่าว

      และล่าสุด สภา มนพ. ได้ตั้ง“จินดา งามสุทธิ” รักษาการอธิการบดี พร้อมเดินหน้าตั้งคณะกรรมการสรรหา “อธิการบดี-ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน-ผู้แทน อปท.2 คน”เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560  กรรมการสภามหาวิทยาลัยนครพนม จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายกฤช ฟอลเล็ต 2.ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย 3.ดร.พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา และ 4.นายภักค์พงศ์ สุนทรโชติภัทร์ ทั้งหมดดำรงตำแหน่งกรรมการฯผู้ทรงคุณวุฒิ ลงชื่อยื่นหนังสือลาออกต่อ ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามนพ.

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

                                      จินดา งามสุทธิ

      ก่อนหน้านี้ นายกสภามนพ.เคยระบุว่ากลุ่มที่มีการชุมนุมยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ในภาพที่ปรากฎเป็นข่าว เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยแค่ 14 คนที่เหลือเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งจะมีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

     ส่วนที่มีข้อเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 ตั้งคณะกรรมการเข้าไปควบคุม มนพ.นั้น ก็เสนอได้ “นายกสภามนพ.” เห็นว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้ล่มสลาย ขณะนี้คือกำลังแก้ปัญหาธรรมาภิบาลและคุณภาพการศึกษา

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

               ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามนพ.

      ขณะที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี มนพ. นำโดย ผศ.ดร.เพ็ญศิริ ดำรงภคภากร คณบดีออกมาแจงกรณีที่ นายกสภา มนพ.ระบุถึงความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัย โดยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเป็นหนึ่งในคณะที่ร่วมออกมาต่อต้าน และสั่งให้นักศึกษาหยุดเรียน ว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีการบังคับให้นักศึกษาลงชื่อสนับสนุนยับยั้งการลาออกของ “รศ.ดร.ประวิตร เอราวรรณ์” ก็ได้มีการประชุมแสดงจุดยืน หวังเพียงว่า ให้มหาวิทยาลัยนครพนมเดินหน้าต่อไปได้

     “ท่านรู้จักมนพ.ดีแค่ไหน อยู่ที่นี่กี่ปี มาสั่งเราทำนั่นโน่นนี่ ผูกพันกับเด็กเราแค่ไหน ที่นี่ให้นโยบายครูบาอาจารย์และบุคลากรทุกคนรักนักศึกษาที่นี่เหมือนลูก เราคุยกันชัดเจนว่า จะดูแลเด็กเหมือนกับลูกของเรา เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่เราจะทำร้ายเด็ก ขอเรียนตรงนี้ อย่าทำร้ายวิชาชีพของเราอีกเลย เรามีศักดิ์ศรีพอ” ผศ.ดร.เพ็ญศิริ กล่าว

    ถ้าย้อนกลับไปดูชนวนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นปีสองปี เห็นได้ว่าคาราคาซังมานานกว่า 7 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2553 จนถึงตอนนี้ โดยเมฆหมอกเริ่มตั้งเค้าเมื่อสภามหาวิทยาลัยนครพนม ซึ่ง    นายกสภาฯขณะนั้น  ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช) มีคำสั่งให้ รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ พ้นอธิการบดีซึ่งรศ.ดร.สุวิทย์ ถูกประเมิน กึ่งวาระไม่ผ่าน ฟ้องร้องกันหลายคดี มี 1 คดีจะตัดสิน 11 พ.ค.นี้

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

    รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์

        จากนั้น มีการตั้งนายทัศนา ประสานตรี รักษาการอธิการบดี ทำงานได้แค่ 3 เดือน ก็ลาออก ระหว่างปี 2557-2558 ตั้งนายไพฑูรย์ พลสนะ รักษาการอธิการบดี อยู่ได้ 1 ปี ลาออก จนมา พ.ย. 2558 มีการสรรหาอธิการบดีได้ “รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์”นั่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ขณะรอโปรดเกล้าฯ สภามหาวิทยาลัยนครพนมได้ตั้ง นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รักษาการอธิการบดี 5 เดือนลาออก

คลี่“ปมขัดแย้ง7ปีม.นครพนม

    นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา

       ว่ากันว่า …ปมความขัดแย้งระหว่างสภาฯและฝ่ายบริหารแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นที่ทำให้ สภาฯ โดยเฉพาะนายกสภาฯ ถูกต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็น การแทรกแซงโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยนครพนม การก่อสร้างห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ของคณะวิทยาศาสตร์ มีนักศึกษาทั้งคณะแค่ 20 คนเศษ แต่มีอาจารย์จำนวนมาก

     ซึ่งอาจารย์ส่วนใหญ่จะทำวิจัยมากกว่าทำการสอน การเร่งรีบให้มีการเสนอโครงการก่อสร้างศูนย์กลางการประชุมมูลค่า 300 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งทุกปัญหา นายกสภาฯ ก็ออกมาชี้แจงทุกเรื่อง

    จับตาดูกันต่อไปว่า “มนพ.” มีปัญหา “ธรรมาภิบาล” ความขัดแย้งระหว่างสภามหาวิทยาลัยและฝ่ายบริหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เพราะนั่นหมายถึงการบริหารงานมหาวิทยาลัย การพัฒนามหาวิทยาลัย หากผู้บริหารไร้ซึ่งความรับผิดชอบ คุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงานย่อมส่งผลถึงต่อนักศึกษาเช่นกัน

     0 ชุลีพร อร่ามเนตร  qualitylife4444@gmail.com 0

ด่วน!! สกอ.แจง”ค่ายแสงเทียน” บ่ายโมงวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275299

ด่วน!! สกอ.แจง”ค่ายแสงเทียน” บ่ายโมงวันนี้

สกอ, ด่วน, แจง, ค่าย, แสงเทียน, บ่ายโมง, วันนี้, สกอแจงค่ายแสงเทียน, บ่ายโมงวันนี้, ค่ายแสงเทียน, ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์, แหม่ม โพธิ์ดำ, แหม่มโพธิ์ดำ

สกอ.นัด 13.00 น.วันนี้ชี้แจงกรณี “ค่ายแสงเทียน” ชวนนักเรียนผ่านโซเชียลร่วมค่าย จ่าย 350 บาทได้ โควต้าม.รัฐ-ม.เอกชน ไม่ต้องสอบ

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (5 พ.ค.) เวลา 13.00 น. นายขจร จิตรสุขุม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขาธิการ กกอ.) ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการอุมศึกษา (สกอ.) จะแถลงข่าวชี้แจงเรื่อง “ค่ายแสงเทียน พรีเทสต์ ไทยแลนด์” ค่ายแนะแนวการศึกษาที่มีการเชิญชวนนักเรียนทางโซเชียลมีเดีย

ด่วน!! สกอ.แจง"ค่ายแสงเทียน" บ่ายโมงวันนี้

โดยอ้างว่ามาร่วมค่าย ได้โควต้า ไม่ต้องสอบ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และมหาวิทยาลัยเอกชน  โดยเก็บค่าสมัคร 350 บาท จัดใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารเก่า สกอ.

การแถลงชี้แจงเรื่องดังกล่าว สืบเนื่องจากที่ เพจ“แหม่ม โพธิ์ดำ”  แชร์ข้อความพร้อมภาพ ว่า “#ค่ายลวงโลก #หลอกเด็กม.ปลายไปแคมป์ #ค่าสมัคร 350 มีโควตาเข้ามหาวิทยาลัย #เหยื่อนับหมื่นหลงเชื่อโอนเงินสบายใจเฉิบ #หลายมหาวิทยาลัยดังประกาศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่ายนี้

น้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ที่ส่งเรื่องค่ายจกตา 350 บาท เกรด 2.0 เข้าได้ทุกมหาวิทยาลัย ส่งข้อมูลมาใหม่นะ ควีนจะลงหลายทีแล้ว แต่ข้อความมาไวมาก หาไม่เจอ ตอนนี้ พร้อมละจ้า ถึงเวลาดับเทียน 😛

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ายแสงเทียน 2017 มีการประกาศรับสมัครผ่านหน้าเว็บไซต์ http://www.pretestthailand.com  โดยภายในเว็บจะมีข้อมูลการเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 พ.ค.2560 นี้

ด่วน!! สกอ.แจง"ค่ายแสงเทียน" บ่ายโมงวันนี้

สถานที่จัดกิจกรรม  ข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งการสมัครเข้าร่วมโครงการนั้น  นักเรียนสามารถสมัครสมาชิกผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ทันที โดยชำระเงินได้ที่ 7-11   ค่าสมัครเพียง 350 บาท และจะต้องชำระค่าสมัครภายใน 7 วัน หลังการสมัคร (สถานะผู้สมัครจะเป็นการลงทะเบียนเสร็จสิ้นภายใน 2-3 วันทำการ )             หากชำระค่าสมัครแล้วสถานะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ให้ติดตามทางFacebook หรือโทรหาที่เบอร์ผู้ประสานงานโครงการตามที่มีไว้ในรายละเอียดโครงการ

อย่างไรก็ตาม ค่ายดังกล่าวการันตี ว่านักเรียนที่สมัครเข้าเรียน จะได้โควตา มหาวิทยาลัย (รัฐ-เอกชน)ทั้งประเทศ  100% แค่เกรด 2.00 ขึ้นไปเท่านั้น

ด่วน!! สกอ.แจง"ค่ายแสงเทียน" บ่ายโมงวันนี้

ทั้งนี้หน้าเพจ ค่ายแสงเทียน ได้มีการเปิดรับสมัคร รวมถึงแจกแจงข้อดีของการเรียนค่ายดังกล่าว และชี้แจงกรณีที่มีบุคคลที่ 3 หรือผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างกะรแสขึ้นมา จนกระทั่งออกเป็นข่าว และได้มีการพาดพิงในทางที่เสียงหายว่าเป็นการหลอกลวง

ด่วน!! สกอ.แจง"ค่ายแสงเทียน" บ่ายโมงวันนี้

ทางผู้จัดได้ทำการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและจำทำการฟ้องร้องต่อไป ซึ่งค่ายแสงเทียนดังกล่าว เป็นการดำเนินการของบริษัท พรีเทสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด

ล่าสุด สกอ. แถลง ยัน ม.ของรัฐไม่เอี่ยว “ค่ายแสงเทียน” แนะสอท.แจ้งความดำเนินคดี เข้าข่ายแอบอ้าง หลอกลวงนักเรียนพร้อมฝากม.เอกชน ออกชี้แจง หวังให้นร.ไม่ตกเป็นเหยื่อ (อ่านต่อ…ชี้ “ค่ายแสงเทียน” แอบอ้างหลอกลวงอย่าตกเป็นเหยื่อ)

—————-

ขอบคุณ ภาพ เว็บไซต์ สกว.,เฟซบุ๊กเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” และเพจ Pre-Test Thailand