37 โรงเรีนนในสพม.1 ยังมีที่นั่งรับม.1,ม.4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271387

37 โรงเรีนนในสพม.1 ยังมีที่นั่งรับม.1,ม.4

ม4, 37 โรงเรีนนในสพม1 ยังมีที่นั่งรับม1, ยื่นขอจัดสรรได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 20 เมยนี้, โรง, ีนนในสพม1, ยัง, มีท, ี่นั่งรับม1ม4, โรงเรีนนในสพม1, ยังมีที่นั่งรับม1ม4, สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์

เผยโรงเรียนในพื้นที่สพม.1 กรุงเทพฯ ยังมีที่นั่งเหลือรับเด็กที่ขอจัดสรรเพิ่มได้อีก 37 โรง ยื่นขอจัดสรรได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 20 เม.ย.นี้

        ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการรับนักเรียนประจำปี การศึกษา  2560 ระดับชั้นมัธยมศึกษา (ม.) 1 และม.4 เรียบร้อยแล้ว

สำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียน สพฐ.ได้เปิดให้ยื่นแสดงความจำนงขอรับการจัดสรรที่เรียน ระหว่างวันที่ 5-20 เมษายน 2560 ที่โรงเรียนใกล้บ้านหรือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ประกาศผลและรายงานตัว 23 เมษายนนี้
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพฯ รายงาน ว่ายังมีโรงเรียนในพื้นที่ สพม.1 กรุงเทพฯที่ยังมีที่นั่งว่างรองรับนักเรียนเข้าเรียนต่อได้อีก  37 โรง

แบ่งเป็น รับเฉพาะม.1 จำวน 2 โรง รับเฉพาะม.4 บางส่วน จำนวน 7 โรง และรับได้ทั้งม1,ม.4 จำนวน 28 โรง  รายละเอียดดังนี้ โรงเรียนที่รับ

เฉพาะม.1 มี 2 โรง ได้แก่ โรงเรียนวัดอินทาราม รับได้ 52 คน และโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย รับได้ 10 คน
ส่วนโรงเรียนที่รับม.4 เพิ่มได้บางส่วน มี 7 โรง  ได้แก่ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ รับได้ 8 คน โรงเรียนบางมดวิทยา”สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” รับได้ 11 คน โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ รับได้ 38 คน โรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม รับได้ 32 คน โรงเรียนวัดราชาธิวาส รับได้ 24 คน โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม รับได้ 30 คน  และโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร รับได้ 65 คน
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับโรงเรียนที่รับได้ทั้ง.1 และม.4 มี 28 โรง ได้แก่ โรงเรียนแจงร้อนวิทยา  ม.1 รับได้ 82 คน ม.4 รับได้ 43 คน โรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาคม ม.1 รับได้ 120 คน ม.4 รับได้ 87 คน โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย ม.1 รับได้ 40 คน ม.4 รับได้ 100 คน

โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขุนเทียน ม.1 รับได้ 126 คน ม.4 รับได้ 60 คน โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ม.1 รับได้ 32 คน ม.4 รับได้ 54 คน โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ ม.1 รับได้ 97 คน ม.4 รับได้ 56 คน
โรงเรียนนวลนรดิศวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ม.1 รับได้ 126 คน ม.4 รับได้ 77 คน โรงเรียนพิทยาลงกรณ์พิทยาคม ม.1 รับได้ 49คน ม.4 รับได้ 44 คน โรงเรียนมหรรณพาราม ม.1 รับได้ 4 คน ม. 4 รับได้ 21 คน โรงเรียนมักกะสันพิทยา ม.1 รับได้ 119คน ม.4 รับได้ 115 คน
โรงเรียนมัธยมวัดดาวคนอง ม.1 รับได้ 88 คน ม.4 รับได้ 69 คนโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม ม.1 รับได้ 31คน ม.4 รับได้ 9 คน โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ม.1 รับได้ 39 คน ม.4 รับได้ 62 คน โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ ม.1 รับได้ 129 คน ม.4 รับได้ 206 คน

โรงเรียนโยธินบูรณะ 2 (สุวรรณสุทธาราม) ม.1 รับได้ 68คน ม.4 รับได้ 86 คน โรงเรียฤทธิณรงค์รอน ม.1 รับได้ 36 คน ม.4 รับได้ 27 คน
โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ ม.1 รับได้ 51 คน ม.4 รับได้ 148 คนโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ม.1 รับได้ 52 คน ม.4 รับได้ 86 คน โรงเรียนวัดบวรมงคล ม.1 รับได้ 96 คน ม.4 รับได้ 102 คน โรงเรียนวัดรางบัว ม.1 รับได้ 64 คน ม.4 รับได้ 147 คน

โรงเรียนวัดสระเกศ ม.1 รับได้ 9 คน ม.4 รับได้ 37 คน โรงเรียนวัดสังเวช ม.1 รับได้ 50 คน ม.4 รับได้ 103 คนโรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร ม.1 รับได้ 135คน ม.4 รับได้ 130 คน โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์ ม.1 รับได้ 68 คน ม.4 รับได้ 88 คน

โรงเรียนสวนอนันต์ ม.1 รับได้ 82 คน ม.4 รับได้ 34 คน โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ม.1 รับได้ 51 คน ม.4 รับได้ 51 คน และโรงเรียนสุวรรณพลับพลาพิทยาคม ม.1 รับได้ 39 คน ม.4 รับได้ 39 คน
“ยังมีโรงเรียนสังกัด สพฐ.อีกหลายแห่งที่มีที่นั่งเหลือสามารถรับนักเรียนเพิ่มเติมได้ และได้ทยอยแจ้งข้อมูลเข้ามาแล้ว ซึ่ง สพฐ. จะเร่งประกาศรายชื่อให้ผู้ปกครองได้ทราบต่อไป”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

เปิดอีก78หลักสูตรนอกที่ตั้ง5ม.เอกชนไร้คุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271372

เปิดอีก78หลักสูตรนอกที่ตั้ง5ม.เอกชนไร้คุณภาพ

เปิดอีก78หลักสูตรนอกที่ตั้ง5มเอกชนไร้คุณภาพ, เปิด, อีก, 78หลักสูตรนอกที่ตั้ง5, เอกชน, ไร้, คุณภาพ

สกอ.เปิดรายชื่อ 78หลักสูตรนอกที่ตั้ง 5 ม.เอกชน มีปัญหาคุณภาพ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

     ภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติให้เปิดเผยรายชื่อมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่มีปัญหาจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา  เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้รับทราบ เพราะถ้าเลือกเรียนแล้วอาจมีปัญหาเรื่องคุณภาพ

โดยพบว่าเป็นมหาวิทยาเอกชน จำนวน 10 แห่ง ใน 98 หลักสูตร แบ่งเป็น หลักสูตรในที่ตั้ง 20 หลักสูตร และหลักสูตรนอกที่ตั้ง 78 หลักสูตร ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี,2.มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่
3.มหาวิทยาลัยปทุมธานี 4.มหาวิทยาลัยพิษณุโลก5.มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น จ.ปทุมธานี

6.วิทยาลัยทองสุข7.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม 8.สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 9.สถาบันรัชต์ภาคย์ และ10.มหาวิทยาลัยราชธานี จ.อุบลราชธานี และเมื่อวานนี้ได้เปิดเผยรายละเอียดชื่อและ 20 หลักสูตรที่เปิดสอนในที่ตั้งไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 เมษายน ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ในส่วนหลักสูตรนอกที่ตั้ง 78 หลักสูตร พบว่าเป็นของ 5 มหาวิทยาลัย ใน 33 ศูนย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมิน (ปี 2555-ปีปัจจุบัน)

ได้แก่ มหาวิทยาลัยปทุมธานี จำนวน 15 ศูนย์ คือ1.ศูนย์การศึกษาขุนยวมวิทยา หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตสาขานิติศาสตร์ 2.ศูนย์การศึกษาที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย (โรงเรียนอนุบาลด่านซ้าย) หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาบริหารการศึกษา

3. ศูนย์การศึกษาเทคโนโลยีโปลีเทคนิคอุดรธานี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิตสาขาวิชารัฐศาสตร์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาการบริหารการศึกษา 4. ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษาพิเศษ 8 เชียงใหม่ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตสาขานิติศาสตร์หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต

5.ศูนย์การศึกษาโรงเรียนขุขันธ์ราษฎร์บำรุง หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา 6. ศูนย์การศึกษาโรงเรียนบ้านหนองกุงวิทยาคาร หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการ 7. ศูนย์การศึกษาโรงเรียนวารินชำราบ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา

8.ศูนย์การศึกษาโรงเรียนอากาศอำนวย  หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา 9.ศูนย์การศึกษาโรงเรียนไฮเทค-เทคโนโลยีชัยภูมิ หลักสูตรบัญชี บัณฑิตหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา 10.ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยการอาชีพปัตตานี หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

11.ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยเทคนิคทุ่งสง หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา 12.ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-อินโดจีนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต 13.ศูนย์การศึกษาโรงเรียนไฮเทค-เทคโนโลยี จังหวัดสระแก้วหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการหลักสูตรบัญชีบัณฑิตหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา

14. ศูนย์การศึกษาสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ 8หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต และ 15.ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยเทคนิคละโว้หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการ

มหาวิทยาลัยพิษณุโลก จำนวน 1 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาวัดไผ่ล้อม หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

วิทยาลัยทองสุข จำนวน 7 ศูนย์ ได้แก่ 1.ศูนย์การศึกษาโรงพยาบาลเอกชัย หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต 2. ศูนย์การศึกษาโรงเรียนรักธรรมบริหารธุรกิจ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต3. ศูนย์การศึกษาโรงเรียนหอเอก หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต         4. ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยพลศึกษาวิทยาเขตสุโขทัย หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา 5. ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยเทคนิคน่าน หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต 6. ศูนย์กลางศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต 1หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต 7.ศูนย์การศึกษาเทศบาลตำบลบางพลีหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา จำนวน 5 ศูนย์ ได้แก่ 1. ศูนย์การศึกษาโรงเรียนเทคโนโลยีพาณิชยการ ลพบุรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาบัญชี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการจัดการกลุ่มวิชาการผลิตพลังงานและสิ่งแวดล้อม หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต   สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐ

2. ศูนย์การศึกษาโรงเรียนศรีมหาโพธิ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครอง 3.ศูนย์การศึกษาโรงเรียนวัดปากน้ำ(พิบูลสงคราม) หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ

4.ศูนย์การศึกษาโรงเรียนศรีวิราชพณิชยการเทคโนโลยี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์

5. ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการนครนายกหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบัญชีหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

สถาบันรัชต์ภาคย์ จำนวน 11 ศูนย์ได้แก่ 1.ศูนย์การศึกษาโรงเรียนโปลีเทคนิคลพบุรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทั่วไป หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต 2. ศูนย์การจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งจังหวัดลพบุรีหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา 3. ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดินหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการปกครองหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

4.ศูนย์การศึกษาสถาบันรัชต์ภาคย์จังหวัดสกลนครหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารการศึกษา 5.ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีชัยภูมิบริหารธุรกิจ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทั่วไป 6. ศูนย์การจัดการศึกษานอกที่ตั้งจังหวัดชัยภูมิ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ

7. ศูนย์การศึกษาสถาบันรัชต์ภาคย์จังหวัดนครราชสีมา หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 8. ศูนย์การศึกษาวิทยาลัยเทคนิคยะลา หลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 9. ศูนย์การศึกษาสถาบันรัชต์ภาคย์จังหวัดยะลา หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

10. ศูนย์การศึกษาโรงเรียนเทศบาล4(เดิมโรงเรียนอัลอีย๊ะวิทยา และโรงเรียนสมานมิตรวิทยา)บริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการทั่วไป 11.ศูนย์การศึกษาสถาบันรัชต์ภาคย์จังหวัดนครศรีธรรมราช หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการทั่วไป หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาบริหารการศึกษา (เก่า) หลักสูตรศึกษาศาสตรมหา บัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา (ใหม่)หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต

สงกรานต์8ข้อควรทำ9ข้อไม่ควรทำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271046

สงกรานต์8ข้อควรทำ9ข้อไม่ควรทำ

สงกรานต์8ข้อควรทำ9ข้อไม่ควรทำ, สงกรานต์, 8ข้อควรทำ9, ข้อ, ไม่, ควร, สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้ค่า ทุกชีวาปลอดภัย

เผยแนวปฏิบัติในวันสงกรานต์ สิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ไม่ควรทำ

         ว่ากันว่าเทศกาลสงกรานต์หลายปีที่ผ่านมา มักเห็นภาพบรรยากาศการเล่นสงกรานต์ อย่างสนุกสนาน การสาดน้ำของเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาว ที่นานวันจะยิ่งปรับเปลี่ยนรูปแบบ ดังนั้นเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2560 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ไม่เพียงรณรงค์ “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้ค่า ทุกชีวาปลอดภัย” ยังได้จัดกิจกรรม “รดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม และผู้บริหารงานวัฒนธรรม”

   พร้อมเผยแนวปฏิบัติในวันสงกรานต์ สิ่งที่ควรทำ 8 ข้อดังนี้

  -ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ

– สรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

-รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ในครอบครัว หรือผู้มีพระคุณ

-ช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน หรือที่สาธารณะ ร่วมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

-ปล่อยนก ปล่อยปลา สร้างกุศลในการให้ชีวิตและอิสระแก่สัตว์

-เล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพ เพื่อให้ความสนุกสนาน และสืบสานประเพณีให้ถูกต้องและดีงาม

-จัดแสดงมหรสพหรือการละเล่นพื้นบ้าน เพื่อสืบทอดมรดกภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป

-พาลูกหลานไปกราบเคารพพ่อแม่ปู่ย่าตายายเพื่อแสดงความกตัญญูและสร้างความสัมพันธ์

สิ่งที่ไม่ควรทำ 9 ข้อดังนี้ 

-ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดหรือเมื่อขับขี่พาหนะ

-ไม่ควรใช้น้ำสกปรก หรือเล่นสาดน้ำกับผู้อื่นด้วยความรุนแรง

-ไม่ควรใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง

-ไม่ควรแต่งกายส่อไปทางอนาจาร ไม่สุภาพหรือไม่เหมาะสมแก่กาลเทศะ

-ไม่ควรจัดการแสดงที่ยั่วยุหรือส่อไปในทางลามกอนาจาร

-ไม่ควรแสดงกิริยาวาจาก่อกวนหรือชวนทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น

-ไม่ควรเล่นน้ำกับผู้ที่ไม่เล่นด้วยหรือคนไปประกอบกิจธุระ

-ไม่ควรสอนหรือกระทำสิ่งที่ผิดประเพณีสงกรานต์กับชาวต่างประเทศ

-ไม่ควรสาดหรือฉีดน้ำใส่พาหนะที่กำลังวิ่ง

สงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้ายกสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270822

สงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้ายกสยาม

สวธจัด สาธิตชุดรดน้ำขอพร 4ภาค, จัด, ขอพร, สวธจัด, สาธิตชุดรดน้ำขอพร, สาธิต, ชุด, รดน้ำ, ภาค, 4ภาค, สงกรานต์, เมษา, ผ้าขาวม้า, สยาม, สงกรานต์เมษา, ผ้าขาวม้ายกสยาม, สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย

“สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย” ไปกันที่ สยามพารากอน และ สยามสแควร์ เล่นสงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้ายกสยาม”

    สงกรานต์ ปีพุทธศักราช 2560 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 13-16  เม.ย. สำหรับวันที่  13 เม.ย. นี้  เวลา 13.00 น.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะทูตานุทูต ร่วมพิธีเปิดงาน ชมการแสดงทางวัฒนธรรม / สรงน้ำพระและสักการะพระพุทธรูปมงคลโบราณ 9  องค์ / นิทรรศการ / สาธิตชุดรดน้ำขอพร 4  ภาค ณ ฮอลล์ ออฟ เฟรม ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน

   ส่วน เวลา 15.00 น. กทม. รมว.วธ. พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะทูตานุทูต ร่วมพิธีเปิดงานฯ ถวายเครื่องสักการะ สรงน้ำ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระธรรมธัชมุนีเจ้าอาวาสวัดฯ สรงน้ำหลวงพ่อพระเสริม  สักการะพระพุทธรูปประจำวัด พระบรมสารีริกธาตุ  ก่อเจดีย์ทราย ถวายเป็นพุทธบูชา / พิธีรดน้ำขอพรผู้อาวุโสผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และคณะทูตานุทูต  / ชมการสาธิตกวนกาละแม/ข้าวเหนียวแดง ประเพณีกิน ๔ ถ้วย การทำข้าวแช่ การทำน้ำอบไทย และการละเล่นไทยต่างๆ ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน

     และ เวลา 17.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหาร ทำพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์ผ้าขาวม้าฯ  ชมการแสดงทางวัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ความบันเทิงต่างๆ ณ ลานสีฟ้า สยามสแควร์ ภายใต้ชื่องาน “สงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้า ยกสยาม”

    ส่วนภูมิภาค กรมส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายและจังหวัดจัด งานสงกรานต์อาเซียน ประจำปี 2560  ในจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ประเพณีสงกรานต์ เป็นสื่อในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ กำหนดจัดใน 3 จังหวัด

สงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้ายกสยาม

     ได้แก่ 1.ประเพณีสงกรานต์สานสัมพันธ์วัฒนธรรมจังหวัดเลย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 10-16  เม.ย. ณ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

    2.ประเพณีสงกรานต์สานสัมพันธ์วัฒนธรรมจังหวัดตาก – เมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 13-16  เม.ย. ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 3.ประเพณีสงกรานต์สานสัมพันธ์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย – แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 12-17  เม.ย. ณ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้ายกสยาม

    นอกจากนี้ ยังมีงานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน ประจำปี 2560  ระหว่างวันที่ 16-17  เม.ย. ณ เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี และ สวธ.ยังได้สนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 71  จังหวัด จัดการแสดงพื้นบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมศิลปะการแสดงของไทยให้แพร่หลายมากขึ้น

สงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้ายกสยาม

     รวมทั้งจัดทำการ์ดอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์แจกจ่ายให้แก่ประชาชน เพื่อส่งความสุขในปีใหม่ไทยให้แก่กันด้วย     ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.culture.go.th หรือสอบถามได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม 1765

โรคผิวหนัง…ฮอตฮิต(HOT HIT)ช่วงหน้าร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271279

โรคผิวหนัง…ฮอตฮิต(HOT HIT)ช่วงหน้าร้อน

โรคผิวหนังฮอตฮิต(HOT HIT)ช่วงหน้าร้อน, โรคผิวหนัง, ฮอต, ฮิต, HOT, HIT, ช่วง, หน้าร้อน, โรคผิวหนังฮอตฮิตHOT, HITช่วงหน้าร้อน

ในช่วงฤดูร้อนเช่นนี้ ผิวหนังของเราเป็นหน้าด่านรับทั้งความร้อนและแสงแดด โรคผิวหนังที่เป็นอยู่เดิม เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคลมพิษ โรคสะเก็ดเงิน

    ผศ.ดร.พญ.จิตติมา ฐิตวัฒน์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย แนะนำว่า ในช่วงฤดูร้อนเช่นนี้ ผิวหนังของเราเป็นหน้าด่านรับทั้งความร้อนและแสงแดด โรคผิวหนังที่เป็นอยู่เดิม เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคลมพิษ โรคสะเก็ดเงิน ฯลฯ

    เมื่อถูกกระตุ้นด้วยความชื้นและการระคายเคืองจากเหงื่อ จะมีอาการคัน ผื่นอับเสบกำเริบเป็นมากขึ้นจากการเกา หรืออาจเกิดโรคผิวหนังได้หลายโรค การอบชื้นทำให้เกิดโรคผด เป็นปัจจัยเสริมทำให้เป็นโรคกลากและโรคเกลื้อน

      ส่วนแสงอัลตร้าไวโอเลต(ultraviolet:แสงยูวี) ในแสงแดด ทำให้ผิวไหม้ ฝ้าและกระสีเข้มขึ้นจนเห็นเด่นชัด เรามารู้จักโรคผิวหนังที่พบบ่อยในหน้าร้อนเหล่านี้กันดีกว่าค่ะ

      โรคผด พบมากในเด็ก เกิดจากการอุดตันของท่อต่อมเหงื่อ ผื่นเป็นเม็ดแดง ๆ เล็ก ๆ เม็ดเดี่ยว ๆ คล้ายสิว ตามบริเวณที่อบ ซอกพับ คอ หน้าอก ไม่ต้องรักษาหายได้เอง ป้องกันโดยใส่เสื้อผ้าบางสบาย เนื้อผ้าไม่อมเหงื่อ เช่น ผ้าฝ้าย ซับเหงื่อให้แห้ง อย่าให้ผิวหนังอบชื้น โรยแป้งฝุ่นจะช่วยให้ผิวแห้งไม่ชื้น

     โรคเกลื้อน ไม่ติดต่อ เกิดจากเชื้อราที่ปกติอาศัยอยู่บนผิวหนัง แต่เจริญเติบโตและก่อโรคขึ้นเมื่อมีความชื้น ผื่นเป็นปื้นเล็ก ๆ เป็นดวง ๆ สีขาวหรือแดงหรือดำ มีขุยละเอียด พบบริเวณที่ผิวมัน เช่น หน้า หน้าอก หลัง เป็นต้น       เด็กวัยรุ่น คนอ้วน คนที่เหงื่อออกมาก จะเป็นโรคเกลื้อนได้ง่าย การรักษาใช้แชมพูฆ่าเชื้อราฟอกทิ้งไว้บริเวณที่ผิวมัน ได้แก่ ลำตัว ต้นแขน แล้วอาบออก ป้องกันโดยอย่าปล่อยให้ผิวหนังชื้นแฉะ ถ้าเหงื่อออกมากควรซับให้แห้งหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า

      โรคกลาก เกิดจากการติดเชื้อราบนผิวหนังกำพร้า แต่เป็นเชื้อราคนละชนิดกับเกลื้อน โรคกลากติดต่อจากเชื้อราในดิน เชื้อจากสัตว์หรือจากคน โดยการสัมผัสเชื้อและมีภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมคือผิวหนังชื้น เชื้อราจึงเจริญเติบโตและก่อโรค

    ซึ่งจะพบโรคได้ทุกเพศทุกวัย และกลากจะขึ้นที่บริเวณผิวหนังผม หรือเล็บ ลักษณะผื่นผิวหนังจะเป็นวงกลมหรือวงรี ขอบชัดเจน นูน มีขุยขาว คัน ถ้าติดเชื้อที่ผม จะมีอาการผมร่วงเป็นหย่อม หลุดขาดง่าย หนังศีรษะบริเวณที่เป็นมีขุยสีเทาคล้ายรังแค

     บางครั้งมีอาการอักเสบเป็นหนอง เรียกว่า ชันนะตุ เล็บที่ติดเชื้อจะเป็นขุยใต้เล็บ รักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งมีทั้งชนิดกินและชนิดทา การเลือกใช้ยารูปแบบใด ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็นและความรุนแรงของโรค

     ผิวไหม้แสงยูวีในแดดทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น ถ้าโดนแสงนานหรือแรงมากจะเกิดผิวไหม้ โดยเริ่มจากผิวแดงแสบ ค่อย ๆ ดำและลอกในวันต่อ ๆมา ความสามารถในการทนแสงของผิวหนังของแต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นกับปริมาณของเซลล์เม็ดสีบนผิวหนัง เซลล์เหล่านี้จะช่วยปกป้องแสงไม่ให้ทำลายผิวคนผิวขาวมีเซลล์เม็ดสีน้อยผิวจึงไหม้ได้ง่าย

    ในขณะที่คนผิวคล้ำมีปริมาณเซลล์เม็ดสีมากโอกาสเกิดผิวไหม้ก็น้อยลง เราสามารถป้องกันผิวหนังจากแสงยูวีโดยไม่ออกไปกลางแจ้งช่วงที่ความเข้มของแสงยูวีมาก(เวลา10โมงเช้า ถึง4โมงเย็น)ใส่เสื้อผ้าที่ปิดมิดชิด ใส่หมวก กางร่ม ใช้ยากันแดดทาให้ทั่วบริเวณนอกเสื้อผ้า คนที่มีกระ ฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้า เมื่อตากแดดจะรู้สึกว่ารอยดำทั้งหลายเห็นชัดขึ้น

    เนื่องจากแสงยูวีจะกระตุ้นเซลล์เม็ดสีให้มีการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น คนที่สวยใสอยู่แล้ว ถ้าอยากจะคงความสวยให้นานก็ควรหลีกเลี่ยงแสงยูวีเช่นกัน นอกจากแสงจะทำให้ผิวไหม้แล้ว ถ้าถูกแสงยูวีบ่อย ๆ นาน ๆ เป็นปี ๆ จะทำให้ผิวหนังแก่เร็ว สีผิวไม่สม่ำเสมอ เป็นมะเร็งของผิวหนังได้

     ดังนั้นหน้าร้อนปีนี้ หากจะไปท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งให้มีความสุข อย่าลืมรักษาผิวให้สวยเสมอ ปราศจากโรคผิวหนัง โดยการรักษาความสะอาด ซับเหงื่อให้แห้งหลบแดดนะคะ ถ้ามีผื่นผิวหนังกรุณาไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

ภัยสงกรานต์…ต้องระวัง“เด็ก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271278

ภัยสงกรานต์…ต้องระวัง“เด็ก”

ชนิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1จมน้ำ 56 2อุบัติเหตุจราจร 25  3ตกจากที่สูง, ภัยสงกรานต์ต้องระวังเด็ก, ภัย, สงกรานต์, ต้อง, ระวัง, เด็ก

ภัยสงกรานต์…ต้องระวัง“เด็ก”ช่วงวันที่ 12-15 เมษายนเป็นช่วงวันที่เกิดขึ้นสูงสุด    โดยชนิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1.จมน้ำ 56 %2.อุบัติเหตุจราจร 25 % 3.ตกจากที่สูง

     รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุโดยรวมที่นำไปสู่การเสียชีวิตในเด็ก 1-14 ปี ในช่วง 10 ปี พบว่า ในเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเด็กสูงที่สุดและเมื่อพิจารณารายวันพบว่าช่วงวันที่ 12-15 เมษายนเป็นช่วงวันที่เกิดขึ้นสูงสุด

    โดยชนิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1.จมน้ำ 56 %2.อุบัติเหตุจราจร 25 % 3.ตกจากที่สูง 8% และอื่นๆ เช่น ความรุนแรงและอุบัติเหตุไฟฟ้า 10%

ภัยสงกรานต์...ต้องระวัง“เด็ก”

     ในส่วนของการจมน้ำ เด็ก 4-12 ขวบจะจมน้ำในแหล่งน้ำใกล้บ้าน ในชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งพ่อแม่จะต้องตรวจสอบลูกหลานว่ามีทักษะในการเอาตัวรอดจากกรณีการจมน้ำหรือไม่ หากไม่มีจะต้องมีการกำกับดูแลเมื่อเด็กอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และต้องบอกให้เด็กรับรู้ล่วงหน้า รวมถึง ชุมชนต้องช่วยกันสอดส่องแหล่งน้ำ โดยเฉพาะจุดที่เป็นแหล่งให้เล่นน้ำได้จะต้องมีคนเฝ้าระวัง และมีป้ายคำเตือน  ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 5  ปีพ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิด

     นอกจากนี้ ปัจจุบันพบว่าในช่วงสงกรานต์จะมีการนำแหล่งน้ำเคลื่อนที่มาให้บริการประชาชน ซึ่งจะมีผูคนมาเล่นจำนวนมาก จะต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังคอยดูแลตลอดเวลาด้วย ที่สำคัญ พบว่า แหล่งน้ำชนิดนี้มีการติดตั้งและประกอบแบบไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก

     โดยลางไหลที่เป็นยางอัดลมสูงเกินทำให้เกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงไม่ลงบนผิวน้ำ และกรณีลางสูงเกินในขณะที่ระดับน้ำด้านล่างตื้นเกิน ทำให้ผู้ที่ไหลลงมาเกิดกระดูกหัก

     ทั้งที่ มีกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยเรื่องเครื่องเล่นสวนสนุกและแหล่งน้ำเคลื่อนที่พ.ศ.2558แต่มีการละเลยมานาน อีกทั้ง แหล่งน้ำเคลื่อนที่ที่มีปาร์ตี้โฟมต้องมีการเดินสายไฟและเดินเครื่องตลอดเวลา แต่ไม่มีเครื่องตัดไฟ เกิดกรณีไฟดูด ไฟช็อตตามมา

    รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า  สำหรับอุบัติเหตุจราจร พบว่าในช่วง 7วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ จะมีเด็กเกิดอุบัติเหตุจราจรจากรถยนต์ทุกประเภทเกือบ 40 %  เสียชีวิต 36 คน ในจำนวนนี้ 16 คนเกิดจากรถยนต์ทุกประเภท  และ 62% ที่เสียชีวิตจากรถยนต์เกิดจากรถกะบะ คิดเป็น 10 คน

     เนื่องจากมีการโดยสารอยู่นอกโครงสร้างรถหรือนั่งที่กะบะ จึงไม่มีระบบยึดเหนี่ยวและโดยสารในรถไม่มีเข็มขัดนิรภัย และภัยจากปืนฉีดน้ำก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังในช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะปืนที่มีความแรง อัดแรงกระแทกโดยตรง ฉีดแล้วลำน้ำพุ่งได้ไกลเกิน 10 เมตร ลำน้ำพุ่งเป็นลำเดียว ไม่มีฝอย หากมีการฉีดใกล้ในระยะ 50 เซนติเมตรมีโอกาสบาดเจ็บที่ลูกตาได้

ระบบรัฐ….ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271277

ระบบรัฐ….ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน

ระบบรัฐดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน, ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน, ระบบ, รัฐ, ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

ระบบรัฐ….ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน “ผู้สูงวัยเป็นหลักชัยของสังคม”เป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สามารถดูแลตนเอง ดำรงชีวิตในประจำวันได้ 0 พวงชมพู ประเสริฐ 0

       โดยจำนวนผู้สูงอายุไทยที่มีอยู่กว่า 10 ล้านคน แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มติดสังคม ติดบ้าน และติดเตียง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางระบบในการดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสุขภาพ

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

     นโยบายรัฐบาลในการดูแลพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ในช่วงวัยสูงอายุ มีการกำหนดยุทธศาสตร์ 3 S ได้แก่ 1.Strong ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)รับผิดชอบ 2.Security ส่งเสริมความมันคงปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย(มท.) รับผิดชอบ 3.Social participation ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)รับผิดชอบ

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

     ส่วนของยุทธศาสตร์แรก ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดสธ. กล่าวว่า เน้นมาตรการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่ยังไม่ป่วยให้มีพฤติกรรมสุขภาพดี การพัฒนาระบบบริการผู้สูงอายุที่เข้าถึงง่ายไร้รอยต่อจากสถานบริการสู่ชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจัดบริการสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ และมีคลินิกผู้สูงอายุในรพ. 120 เตียงขึ้นไป รวมทั้งการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

     ทั้งนี้ เมื่อปี 2558 กระทรวงสาธารณสุขตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 6,394,022 คน พบเป็นกลุ่มติดสังคมประมาณ 5 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง คือ กลุ่มติดบ้าน ติดเตียง ที่ต้องได้รับการบริการด้านสุขภาพและสังคม ประมาณ 1.3 ล้านคน

      สธ.ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนานระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ตำบล(Long Term Care) ซึ่งเป็นการจัดระบบดูแลที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน เป็นบริการเชิงรุกให้บริการถึงบ้าน เน้นการส่งเสริมสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลจากทีมสหวิชาชีพจากหน่วยงานปฐมภูมิอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

    ที่สำคัญ มีการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ(Care Giver) หลักสูตร 70 ชั่วโมง อาทิ การช่วยเหลือผู้สูงอายุเบื้องต้น การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและการใช้ยาในผู้สูงอายุ เป็นต้น เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ติดเตียง ตำบลละไม่น้อยกว่า 10 คน โดยจะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ขณะนี้ได้อบรมไปแล้วทั่วประเทศประมาณ 5,000 คนและจะขยายให้ครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ ภายในปี 2561 นอกจากนี้ ส่งเสริมให้คนในครอบครัวผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงเป็นอาสาสมัครประจำครอบครัว(อสค.)เพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมและกลับมาถพึ่งตนเองได้

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังไดัจัดสรรงบประมาณพิเศษในการดูแลผู้สูงอายุ โดยในปีงบประมาณ 2559 อนุมัติ 600 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2560 จำนวน 900 ล้านบาท ให้หน่วยบริการ กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น เพื่อใช้บริหารและจัดสรรให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลโดยผู้ดูแลที่ผ่านการอบรม ช่วยเพิ่มคุณภาชีวิต ซึ่งในบางพื้นที่มีการกจัดตั้งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

 0 ศูนย์ต้นแบบดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร 0

      ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการและผู้สูงอายุในชุมชน(Day Care Service) อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จัดเป็นศูนย์ต้นแบบในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบครบวงจร โดยได้รับการสนับสนุนจากไจกา ประเทศญี่ปุ่น มีการสนับสนุนวิชาการและคัดเลือกผู้จัดการระบบดูลผู้สูงอายุ(Care Manager) บริหารปัญหาชุมชนด้วยชุมชน มีบุคลากรในการดูแลผู้สูงอายุกว่า 60 คน ช่วยเหลือผู้สูงอายุทั้ง 3 กลุ่ม ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น จากติดเตียงให้เป็นติดบ้าน จากติดบ้านพัฒนาเป็นติดสังคม ซึ่งภายในศูนย์ฯจะมีกิจกรรมต่างๆ ออกเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่บ้าน ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย อาหาร ยา การออกกำลังกาย เป็นต้น

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

       ผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ทำให้เกิดนวัตกรรมในการดูแลผู้สูงอายุ 3 สิ่ง คือ 1.ผ้าอ้อมประหยัด เปลี่ยนรูปแบบเป็นตัดกางเกงให้พอดีกับผู้สุงอายุแล้วเปลี่ยนเฉพาะแผ่นผ้าอ้อม จากที่ต้องซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ตัวละ 20-30 บาท ซื้อเพียงแผ่นรองแผ่นละ10-15 บาท 2.รอกเพื่อสุขภาพ เป็นอุปกรณ์ช่วยผู้สูงอายุให้ขยับ ยืดเส้นได้หลายอิริยาบถ ป้องกันกล้ามเนื้ออ่อนแรง และ3.ตารางยามหัศจรรย์กันลืม เป็นปฏิทินเตือนการกินยาของผู้สูงอายุรายวันและรายสัปดาห์ ทำเป็นช่วงเวลากินยา โดยใช้สีสันและรูปภาพ ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากผู้สูงอายุและครอบครัวอย่างมาก เตรียมขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ

————–

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

9 อาการภาวะซึมเศร้า

1.รู้สึกเบื่อหน่าย ผู้สูงอายุจะรู้สึกสนใจสิ่งต่างๆน้อยลงหรือหมดความสนใจ ไม่เบิกบาน หดหู่ ห่อหี่ยวหรือเซ็ง

2.รู้สึกเศร้า น้อยใจง่าย เศร้าโศกเสียใจง่าย ร้องไห้ง่ายและมักรู้สึกท้อใจ

3.พฤติกรรมการนอนเปลี่ยนแปลง นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ ตื่นเข้ากว่าปกติหรืออาจนอนมากขึ้น หลบทั้งวันทั้งคืน นอนขี้เซา

4.พฤติกรรมการกินเปลี่ยนแปลง เบื่ออาหาร ไม่ค่อยหิว หรืออาจกินจุขึ้น ของที่เคยชอบกลับไม่อยากกิน หรือบางรายอาจอยากกินของที่ปกติไม่กิน

5.การเคลื่อนไหวของร่างกายเปลี่ยนแปลง เชื่องช้าลงหรือเคลื่อนไหวมากขึ้น กระวนกระวาย

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 

6.กำลังกายเปลี่ยนแปลง อ่อนเพลียง่าย กำลังวังชาลดลง รู้สึกไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเดิม ไม่ค่อยมีแรง

7.ความรู้สึกต่อตนเองเปลี่ยนแปลง รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หรือรู้สึกแย่กับตนเอง คิดว่าตนเองเป็นภาระของลูกหลาน ความภาคภูมิใจในตนเองลดลง

8.สมาธิและความจำบกพร่อง หลงลืมบ่อย โดยเฉพาะลืมเรื่องใหม่ๆ ใจลอย คิดไม่ค่อยออก มักลังเลหรือตัดสินใจผิดพลาด

9.ทำร้ายตัวเอง

ที่มา คู่มือการดูแลผู้สูงอายุ สูตรคลายเศร้า เล่ม 2

ระบบรัฐ....ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 


เปิดชื่อแล้ว!!10 ม.เอกชนไร้คุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271248

เปิดชื่อแล้ว!!10 ม.เอกชนไร้คุณภาพ

กกอ, หลักสูตรนอกที่ตั้ง, หลักสูตรในที่ตั้ง, 10 มหาวิทยาลัยเอกชน, ไร้คุณภาพ, มหาวิทยาลัยเอกชน, เปิด, ชื่อ, แล้ว, เอกชน, ไร้, คุณภาพ, เปิดชื่อแล้ว10, มเอกชนไร้คุณภาพ, มราชธานี

กกอ.เปิดแล้ว 10 ชื่อมหาวิทยาลัย 20 หลักสูตรในที่ตั้งมีปัญหาคุณภาพ เผย “ม.กรุงเทพธนบุรี” ปัญหามากสุด จี้ “ม.ราชธานี”ส่งด่วน ระบุก่อนหน้าขอไปแต่ไม่เคยส่ง

            ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่มี รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานกกอ.เป็นประธาน ได้พิจารณามหาวิทยาลัยเอกชนได้มีการร้องเรียนว่าจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษาและมีมติให้เปิดเผยรายชื่อมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่มีปัญหา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้รับทราบ เพราะถ้าเลือกเรียนแล้วอาจมีปัญหาเรื่องคุณภาพ

โดยมีมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีปัญหา 10 แห่ง ใน 98 หลักสูตร แบ่งเป็น หลักสูตรในที่ตั้ง 20 หลักสูตร และหลักสูตรนอกที่ตั้ง 78 หลักสูตร ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี,

2.มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

3.มหาวิทยาลัยปทุมธานี

4.มหาวิทยาลัยพิษณุโลก

5.มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น จ.ปทุมธานี

6.วิทยาลัยทองสุข

7.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

8.สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

9.สถาบันรัชต์ภาคย์

และ10.มหาวิทยาลัยราชธานี จ.อุบลราชธานี

“ข้อมูลดังกล่าวนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ดำเนินการการตรวจสอบข้อมูลมาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2559 โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ มีอาจารย์ประจำหลักสูตรไม่ครบตามที่กำหนด และรับนักศึกษาเกินกว่าจำนวนที่แจ้งไว้ ทั้งนี้ ในบางมหาวิทยาลัยแจ้งว่าปิดบางหลักสูตรไปแล้ว แต่เท่าที่มีการตรวจสอบพบว่ายังไม่ได้ปิดจริง ดังนั้น กกอ.มีมติให้ สกอ.ลงไปตรวจสอบอีกครั้ง เช่น เปิดเพราะมีนักศึกษาค้างท่อหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นมหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ หากพบว่าไม่ได้มาตรฐานให้ สกอ.แจ้งความดำเนินคดี”ดร.สุภัทร กล่าว

เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับมหาวิทยาลัยราชธานี เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยส่งข้อมูลใดๆมาให้กับสกอ.ดังนั้น กกอ.จึงมีมติให้แจ้งไปยังมหาวิทยาลัยส่งข้อมูลมาให้ เบื้องต้นมหาวิทยาลัยประสานมาว่าจะจัดส่งข้อมูลให้แก่ สกอ.โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม สกอ.จะรายงานมติดังกล่าวให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ทราบและมีคำสั่งเพื่อดำเนินการกับมหาวิทยาลัยทั้ง 10 แห่งต่อไป

สำหรับ 20 หลักสูตรในที่ตั้ง พบปัญหาใน 8 มหาวิทยาลัย ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  6 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2553) ,หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2550) , หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (หลักสูตร5ปี)(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2556),หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาและคอมพิวเตอร์ (หลักสูตร5ปี)(หลักสูตรปรับปรุง2558) ,หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม(หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556) และ หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2554)
2.มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556) , หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556)

3.มหาวิทยาลัยปทุมธานี 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฎศิลป์และการแสดง (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2556), หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการแสดงและนาฎศิลป์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2557

) 4.มหาวิทยาลัยพิษณุโลก 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555), หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2558) , หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556)
5.มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น จ.ปทุมธานี 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555), หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2557)
6.วิทยาลัยทองสุข 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555) , หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555) , หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555)

7.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2555) และ8.สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555)
หลักสูตรนอกที่ตั้ง 78 หลักสูตร พบปัญหาใน 5 มหาวิทยาลัย ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยปทุมธานี 15 ศูนย์ 26 หลักสูตร 2.มหาวิทยาลัยพิษณุโลก 1 ศูนย์  2 หลักสูตร 3.วิทยาลัยทองสุข 7 ศูนย์ 11 หลักสูตร 4.สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา 5 ศูนย์ 22 หลักสูตร 5.สถาบันรัชต์ภาคย์  11 ศูนย์ 17 หลักสูตร

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271225

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง, สรงน้ำ, เทพ, นพเคราะห์, พ้นทุกข์, ภัย, ทั้งปวง, การสรงน้ำพระ

การสรงน้ำเทวดานพเคราะห์ ทั้ง 9 พระองค์ เทวดาประจำราศี ช่วยปกปักรักษา สรงน้ำพระนั้นถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

      ในช่วงเทศกาลสงกรานต์..นอกจากการทำบุญ การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ไปจนถึงเล่นน้ำ สาดน้ำสร้างความชุ่มฉ่ำ คลายความร้อน สิ่งหนึ่งที่คนไทยยึดถือปฏิบัติ มาอย่างต่อเนื่อง มิเคยขาด นั่นก็คือ “การสรงน้ำพระ”

     อย่างไรก็ดี ทางพุทธศาสนาเชื่อว่า “อานิสงส์ถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ)ผู้ใดได้ถวายเครื่องเถราภิเษกจะพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง”

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

    เช่นนี้…ช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้ หากเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น จะอัญเชิญพระพุทธรูปมาให้ประชาชนได้สรงน้ำพระ เพื่อเป็นการทำบุญและสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในโอกาสขึ้นปีใหม่ไทย

     ชาวกรุงเทพมหานครรายหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาสักการะพระพุทธสิหิงส์ ภายในพระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร บอกว่า สงกรานต์มีความหมาย เป็นประเพณี มีวัฒนธรรมที่สะท้อนความเป็นไทยมากมาย ที่ควรค่าแก่การสืบทอด

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

     โดยเฉพาะการสรงน้ำพระ เป็นสิ่งที่คนไทยทำต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ใน 1 ปีช่วงเวลานี้เป็นโอกาสสำคัญ ที่คนไทยจะได้เข้าวัดทำบุญ ได้สรงน้ำพระ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว

     โดยส่วนตัวมีโอกาสก็จะทำตลอด โดยเฉพาะการได้มากราบและสรงน้ำพระพุทธสิหิงส์ หรือการไหว้พระทำบุญที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) วัดโพธิ์ ฯลฯ

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

     “คนไทยเรามีวัฒนธรรมที่ดีงาม แบบที่ต่างชาติเขาไม่มี แต่หลายเรื่องไม่ค่อยมีการสืบทอด อย่างสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้ทำสิ่งดี ๆ ทั้งการได้รดน้ำดำหัวพ่อแม่ กราบขอพรท่าน และขอขมาในสิ่งที่เราอาจจะทำผิดพลาด  สงกรานต์ปีนี้ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ปกครองพาบุตรหลาน ทำบุญไหว้พระ และสรงน้ำพระ เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ ซึมซับและได้ร่วมสืบทอดต่อไป”ชาวกรุงเทพฯ กล่าว

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

     นอกจาก สรงน้ำพระ แล้วสงกรานต์ปีนี้ กรมศิลปากร ได้อัญเชิญพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ ประกอบด้วย พระอาทิตย์ทรงราชสีห์ พระจันทร์ทรงอาชา พระอังคารทรงกระบือ พระพุทธทรงช้าง พระพฤหัสบดีทรงกวาง พระศุกร์ทรงโค พระเสาร์ทรงเสือ

      พระราหูทรงครุฑ และพระเกตุทรงนาค มาให้ประชาชนได้สรงน้ำและกราบไหว้บูชาขอพร เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความเป็นสิริมงคลตามแบบประเพณีที่ดีงามเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.2560 เวลา 09.00-16.00 น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

       กานดา จันทร์แต่งผลวัย 72 ปีชาวปราจีนบุรี เล่าว่า เดินทางมาจากจังหวัดปราจันแต่วานนี้ เพราะตั้งใจจะมาร่วมพิธีบวงสรวงและสรงน้ำเทวดานพเคราะห์ โดยตั้งแต่เช้าได้ไปสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็เดินทางมาที่พิพิธภัณฑแห่งชาติ พระนคร สักการะพระพุทธสิงหิงส์ และสรงน้ำเทวดานพเคราะห์

    เพราะส่วนตัวมีความเชื่อเรื่องเทวดานพเคราะห์อยู่แล้ว ดังนั้นพอถึงเทศกาลสงกรานต์ก็จะถือโอกาสเดินทางมาสรงน้ำทุกปี

สรงน้ำเทพนพเคราะห์พ้นทุกข์ภัยทั้งปวง

    “การสรงน้ำเทวดานพเคราะห์  เพราะเชื่อว่าในชีวิตคนเรานั้น เทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ จะเสด็จหมุนเวียนมาในราศีที่เราชีวิตเราดำเนินไปเราก็จะมีเทวดานพเคราะห์เทวดาประจำราศี ช่วยปกปักรักษาเรา อย่างน้อยใน 1 ปีได้มาสรงน้ำเทวดานพเคราะห์ รวมถึงได้สรงน้ำพระนั้นถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต”กานดา กล่าว

ประกาศๆสพฐ.จ้างต่อครูเกษียณอีก 5 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271197

ประกาศๆสพฐ.จ้างต่อครูเกษียณอีก 5 เดือน

ครูขาดแคลน, ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน, ครูเกษียณ, สพฐ, ประกาศ, จ้าง, ต่อ, ครู, เกษียณ, อีก, เดือน, การุณ

“การุณ” แจ้งเขตพื้นที่ฯ เดินหน้าจ้างต่อครูเกษียณ รอบ 2 อีก 5 เดือน ตั้งแต่ 1 พ.ค.-30 ก.ย.60 เน้นในกลุ่มวิชา/กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

       นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดที่ ศธ.04009/ว 2150ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ (สศศ.) เพื่อขอให้ดำเนินการจ้างครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน        ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ให้จ้างครูที่เกษียณอายุราชการแล้ว มาเป็นครูอัตราจ้างเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ภายใต้โครงการ ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดินซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาและได้คัดเลือกครูที่เกษียณอายุราชการ ที่มีความรู้ ความสามารถ รวมถึงมีจิตวิญญาณความเป็นครู มาทำหน้าที่ครูผู้สอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาที่จำเป็นและขาดแคลน

โดยเน้นในกลุ่มวิชา/กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เบื้องต้น โดยรอบแรก กำหนดระยะเวลาการจ้าง 5 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 ซึ่งถือว่าสิ้นสุดระยะเวลาการจ้างเรียบร้อยนั้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงขอให้ดำเนินการจ้างครูฯ กลุ่มดังกล่าวต่อเนื่อง  รอบสอง ระยะเวลา 5 เดือน คือตั้งแต่ 1พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2560