พศ.ยันภาพตำรวจหน้าเหมือน “เณรคำ” เป็นภาพตัดต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240969

ยัน, ภาพ, ตำรวจ, หน้า, เหมือน, เณร, เป็น, ภาพตัดต่อ, เณรคำ, เป็นภาพตัดต่อ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ย. 2559

พศ.ยันภาพตำรวจหน้าเหมือน “เณรคำ” เป็นภาพตัดต่อ

พศ.ยันภาพตำรวจหน้าเหมือน “เณรคำ” เป็นภาพตัดต่อ แจงมีการเผยแพร่ในโซเชียลฯมาระยะหนึ่งแล้ว ลั่นเณรคำพ้นสภาพความเป็นพระสงฆ์ ไม่อยู่ในอำนาจของ พศ.อีก

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีมีตำรวจหน้าตาคล้ายเณรคำไปรายงานตัววันแรกที่ศรีสะเกษ ว่า พศ.ได้ให้ทางสำนักงานพระพุทธศานา จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ซึ่งทางผอ.พศจ.ศรีสะเกษ ยืนยันว่า เป็นภาพตัดต่อ เป็นภาพเก่าที่แชร์กันในโซเชียสมีเดียมาระยะหนึ่งแล้วนำกลับมาเล่นใหม่ และทราบข่าวว่า เณรคำตัวจริงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เณรคำ พ้นจากสภาพความเป็นพระสงฆ์แล้ว ด้วยคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษที่ให้เณรคำเป็นปาราชิก สถานะของเณรคำตอนนี้ คิอ หลบหนีการจับกุมจากดีเอสไอ(กรมสอบสวนคดีพิเศษ) เพราะฉะนั้น จึงเป็นไม่ได้อยู่ในอำนาจหรือการติดตามของ พศ.อีกต่อไป

 

สกศ.จับมือ ยูเนสโก-โออีซีดี ทำคัมภีร์รายงานมุมมองการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240850

รายงานสถานการณ์การศึกษาไทย, สกศ., โออีซีดี, สกศ, จับมือ, ยูเนสโก, ซีดี, คัมภีร์, รายงาน, มุมมอง, การศึกษา, สกศจับมือ, ยูเนสโก-โออีซีดี, Education in Thailand

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ย. 2559

สกศ.จับมือ ยูเนสโก-โออีซีดี ทำคัมภีร์รายงานมุมมองการศึกษา

สกศ.-ยูเนสโก-โออีซีดี ทำคัมภีร์รายงานมุมมองการศึกษา สังเคราะห์สถานการณ์การศึกษาไทย ข้อเสนอแนะนำเชิงนโยบายพัฒนาการศึกษาเด็กไทยให้มีทักษะศตวรรษที่ 21

ดร.วัฒนาพร  ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา  เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมระหว่างประเทศข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย ร่วมกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการนำเสนอรายงานมุมมองการศึกษา หรือ Reviews of National Policies for Education หรือ “Education in Thailand”  ภายใต้ความร่วมมือของทั้ง สกศ. ยูเนสโก และโออีซีดี โดยได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากการสังเคราะห์สถานการณ์การศึกษาไทย 4 ด้าน คือ 1.นโยบายด้านการศึกษา 2.หลักสูตรการเรียนการสอน  3.การผลิตและพัฒนาครู และ4.ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เพื่อเป็นแม่แบบให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แปรนโยบายไปสู่การยกระดับการศึกษาไทยอย่างสอดคล้องกับบริบทสังคมและทิศทางการพัฒนาประเทศ เป้าหมายเพื่อรองรับการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 การก้าวเข้าสู่ยุคประเทศไทย 4.0

ด้าน นางเอลิซาเบธ ฟอร์แดม ผู้แทนโออีซีดี กล่าวว่า แนวทางงานวิจัยดังกล่าว กำหนดทิศทางนโยบายเพื่อความเป็นเลิศทางนโยบายสาธารณะด้านการศึกษา สอดคล้องกับ ทิศทางด้านการศึกษาของโลกคือ 1.การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21และ2.วิเคราะห์แนวโน้มด้านการศึกษาไทยเปรียบเทียบกับนานาชาติ ซึ่งหากดูจากผลการประเมินโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (พิซ่า) ก็มีข้อเสนอว่าประเทศไทยควรต้องปรับสมรรถนะของคนไทยให้สูงขึ้น รวมถึงปรับปรุงนโยบายบางเรื่อง อาทิ เพิ่มการอุดหนุนรายหัวในระดับมัธยมศึกษา เพื่อส่งเสริมคุณภาพผู้เรียนในการต่อยอดไปถึงระดับอาชีวศึกษา ส่งเสริมลงทุนเพิ่มด้านการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ปรับอัตราค่าตอบแทนครูอย่างเหมาะสม รวมทั้งปรับระบบการจัดสรรครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลนทั้งวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ ฯลฯ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขณะที่ ดร.กวาง  โจ คิม ผู้อำนวยการยูเนสโกด้านการศึกษา ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า รายงานวิจัยฉบับนี้ได้จัดทำข้อเสนอทางการศึกษา ซึ่งระบุถึงข้อดีและข้อด้อยในระบบการศึกษาไทย เพื่อนำเสนอรัฐบาลไทยดำเนินการยกระดับพัฒนาอย่างสอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาไทย ยูเนสโกขอชื่นชมความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยตั้งแต่ปี 2533 ที่ พยายามส่งเสริมนโยบายการศึกษาให้ทุกคนมีสิทธิเข้าเรียน ถือเป็นต้นแบบด้านการศึกษาของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา และการส่งเสริมบุตรแรงงานข้ามชาติให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงสามารถอ่อนออกเขียนได้

นอกจากนี้ ขอชื่นชมพระราชกรณียกิจสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาเป็นเวลานาน ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะประชาชนชาวไทย ยังพระราชทานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา เมียร์ม่า และเวียดนาม รวมทั้งกลุ่มประเทศเอเชีย โดยมีพระราชประสงค์ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีสุขภาพดี มีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ภาพ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

 

จัดสอบคัด “ผอ.อาชีวะ” ภาพรวมเรียบร้อยขาดสอบ 1%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240865

สอบผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษา, สอศ., กลุ่มทั่วไป, กลุ่มประสบการณ์, จัด, สอบ, คัด, อาชีวะ, ภาพรวม, เรียบร้อย, ขาดสอบ, จัดสอบคัด, ผออาชีวะ, ชัยพฤกษ์
สอบผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษา, สอศ., กลุ่มทั่วไป, กลุ่มประสบการณ์, จัด, สอบ, คัด, อาชีวะ, ภาพรวม, เรียบร้อย, ขาดสอบ, จัดสอบคัด, ผออาชีวะ, ชัยพฤกษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ย. 2559

จัดสอบคัด “ผอ.อาชีวะ” ภาพรวมเรียบร้อยขาดสอบ 1%

“ชัยพฤกษ์” เลขาธิการ กอศ.เยี่ยมสนามสอบผอ.สถานศึกษาอาชีวศึกษา กลุ่มทั่วไป ภาพรวมเรียบร้อย ขาดสอบ 1.16% พร้อมประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ 9 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่อิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานี  ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยภายหลังจากการตรวจเยี่ยมสนามสอบ การสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา จำนวน 82อัตรา จำแนกเป็นอัตราว่าง 44 อัตรา และแทนอัตราเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2559จำนวน 38 อัตราว่า ในวันนี้เป็นการสอบของกลุ่มทั่วไป มีผู้มีสิทธิ์เข้าสอบทั้งหมด 431 คน มาเข้าสอบ จำนวน 426 คน ขาดสอบ 5 คน คิดเป็น1.16% โดยช่วงเช้าเป็นการสอบภาค ก ความรู้ทั่วไป และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และภาคบ่ายเป็นการสอบความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ ด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย

ทั้งนี้ ภาพรวมของการจัดสอบเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดย สอศ.จะตรวจและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินภาค ข หรือ การสัมภาษณ์ ของทั้งกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ ภายในวันที่ 9 กันยายน 2559 และสอบสัมภาษณ์ (ภาค ข.) วันที่ 18 กันยายน 2559 และประกาศขึ้นบัญชี วันที่่  23 กันยายน 2559 โดยจะบรรจุแต่งตั้ง ในวันที่ 1 ตุลาคม 2559

สำหรับการบรรจุแต่งตั้ง แบ่งสัดส่วน กลุ่มทั่วไป 20%ของตำแหน่งที่เปิดรับและกลุ่มประสบการณ์อีก80%ของตำแหน่งที่เปิดรับ (คิดเป็นสัดส่วน 1 ต่อ 4)โดยการบรรจุจะเรียกกลุ่มประสบการณ์ก่อน 4 คน และกลุ่มทั่วไป 1 คน ตามด้วยกลุ่มประสบการณ์ 4คน สลับกันไปจนครบ ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มประสบการณ์ จะใช้วิธีการประเมิน ภาค ก.จากผลการปฏิบัติงาน ประวัติการทำงานที่ผ่านมา เอกสารหลักฐานประกอบการสมัคร ตามตัวชี้วัดและองค์ประกอบการประเมินที่กำหนด โดยไม่มีการสอบข้อเขียน

 

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ สอศ.

 

2ผู้ประกันตนเป็นตัวแทนไทยร่วมแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240847


บราซิล, กีฬาพาราลิมปิกเกมส์, ประกันสังคม, ประกันตน, ผู้ประกัน, เป็นตัวแทน, ไทย, ร่วม, แข่งขัน, กีฬา, พารา, ลิม, ปิก

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ย. 2559

2ผู้ประกันตนเป็นตัวแทนไทยร่วมแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก

รมว.แรงงานปลื้ม 2 หนุ่มสาวผู้ประกันตนตัวแทนประเทศไทยแข่งกีฬาพาราลิมปิก ครั้งที่ 15 ประเทศบราซิล 7-18 ก.ย.พร้อมเชิญชวนประชาชน ร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาพาราลิมปิก

นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน (รง.) ในฐานะโฆษก รง. เปิดเผยว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชื่นชม 2 หนุ่มสาวผู้ประกันตน ซึ่งประสบอันตรายจากการทำงาน และเข้ารับการดูแลจากศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ซึ่งหน้าที่ของศูนย์ฯนี้ คือการดูแลลูกจ้างที่ได้รับอันตรายจากการทำงานที่สูญเสียอวัยวะ พิการ หรือทุพพลภาพด้วยการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบองค์รวม ประกอบด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ ด้านอาชีพ ด้านจิตใจและสังคม เพื่อให้กลับสู่สังคมด้วยใจที่มีพลัง พร้อมที่จะทำงานและเป็นแบบอย่างในความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต ซึ่งนอกจากสามารถทำงานได้เช่นคนทั่วไปแล้ว บางรายยังมีความสามารถเป็นนักกีฬาตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก ครั้งที่ 15 ปี 2016 ณ ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 7-18 ก.ย.นี้ด้วย

นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ประกันตน 2 ราย ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ประกอบด้วย นายหาญฤชัย เนตศิริ เป็นผู้ทุพพลภาพ ประสบอันตรายจากสาเหตุรถจักรยายนยนต์ล้มเป็นผลให้เป็นอัมพาตท่อนล่างเข้ารับการฟื้นฟูฯ ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาคตะวันออก (จังหวัดระยอง) หวังจะให้ตนเองมีสมรรถภาพร่างกายแข็งแรง และฝึกอาชีพงานสำนักงาน เพื่อจะกลับไปประกอบอาชีพอิสระ เมื่อเข้ารับการฟื้นฟูฯ แล้วได้มีโอกาสฝึกซ้อมกีฬายิงธนูคนพิการ จึงรับรู้ว่าตนเองมีความสามารถด้านการเล่นกีฬายิงธนู ได้รับรางวัลเป็นจำนวนมากจากการเล่นกีฬายิงธนูคนพิการ รางวัลที่เขาภาคภูมิใจ คือ รางวัลจากการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ คือ 2 เหรียญทอง ณ เมืองโซโล ประเทศอินโอนีเซีย ปี 2554 และ 3 เหรียญทอง ณ เมืองเนปิดอร์ ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ปี 2557 ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาคตะวันออก (จังหวัดระยอง) รับผิดชอบดูแลผู้เข้ารับการฟื้นฟูในส่วนงานกิจกรรมบำบัด กลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์

สำหรับอีก 1 ราย คือนางสาวสุรางค์ คำสุข ประสบอันตรายจากสาเหตุเครื่องปั๊มกระป๋องกระแทกทับมือเป็นเหตุให้มือข้างซ้ายขาดถึงใต้ศอก ขณะที่กำลังฟื้นฟูฯ ได้ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทุกกิจกรรมฯ เล่นกีฬาหลายชนิดที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ ได้ค้นพบศักยภาพของตนเองว่ามีความสามารถด้านกีฬา รวมทั้งการพัฒนาและส่งเสริมด้านกีฬาจากศูนย์ฟื้นฟูฯ โดยสามารถเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในฐานะนักกีฬาประเภทลานตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 จนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เธอภาคภูมิใจคือ 1 เหรียญทอง เอเชียนพาราเกมส์ สาธารณรัฐเกาหลี ปี 2557 และเอเชียนพาราเกมส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ปี 2558 ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่งานธุรการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาคกลาง จังหวัดปทุมธานี และได้นำทักษะและประสบการณ์ด้านกีฬาคนพิการมาสอนรุ่นน้องที่รักการเล่นกีฬาต่อไปด้วย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนชาวไทยเป็นกำลังใจให้นักกีฬา 2 ท่านนี้ พร้อมทั้งคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

 

ยังไม่ถอด’กัญชา’จากบัญชียาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240832

คมชัดลึก, ปฏิเสธ, อย., สมุนไพร, ยาควบคุม, ประเภท 5, ยัง, ไม่, ถอด, กัญชา, จาก, บัญชี, ยาเสพติด

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ย. 2559

ยังไม่ถอด’กัญชา’จากบัญชียาเสพติด

อย. ย้ำยังไม่มีการถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด และไม่มีการขึ้นทะเบียนเป็นยาสมุนไพร

               จากกระแสข่าวถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 มาเป็นยาสมุนไพร หรือ ยาควบคุมเพื่อใช้รักษามะเร็ง อย. เผยปัจจุบันยังไม่มีการเสนอให้มีการถอดกัญชาจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยาจากกัญชาแต่อย่างใด

นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษตามที่ อย. เสนอ โดยให้ถอด “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ห้ามครอบครองมาเป็นยาสมุนไพรหรือ ยาควบคุมให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อใช้รักษามะเร็ง นั้น อย. ขอชี้แจงว่าปัจจุบันกัญชายังจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ  และ อย. ยังไม่มีการรับรองให้ใช้กัญชาหรือรับขึ้นทะเบียนยาจากกัญชาแต่อย่างใดเนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยทางวิชาการในคนเพียงพอที่จะยืนยันว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้

ปัจจุบันในต่างประเทศมีการใช้ยาที่ได้จากสารสกัดของกัญชาและที่เป็นสารสังเคราะห์ โดยมีข้อบ่งใช้ของยา ได้แก่ เพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยโรคเอดส์ รักษาภาวะปวดเกร็ง ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง รักษาอาการปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ส่วนการนำกัญชามาใช้ในการรักษาโรคนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย เช่น การศึกษาวิจัยในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่าง ๆ เป็นต้น  ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยังไม่มีการรับรองให้มีการนำพืชกัญชามาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกในคนเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัย ทั้งนี้ อย. ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนายาที่ดี มีประสิทธิภาพในการรักษา และไม่เคยปิดกั้นความก้าวหน้าทางวิชาการแต่อย่างใด

 

คุรุสภาสั่งสอบครูบังคับนร.กินเต้าหู้ไข่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240673

คมชัดลึก, เต้าหู้ไข่, หน้าเสาธง, นักเรียน, ก้มกราบ, คุรุสภา, สั่ง, สอบ, ครู, บังคับ, กิน, เต้าหู้, ไข่

การศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ก.ย. 2559

คุรุสภาสั่งสอบครูบังคับนร.กินเต้าหู้ไข่

1.7 หมื่นชื่อจี้ ‘คุรุสภา’ ตั้งคณะอนุกรรมการสอบครูบังคับนักเรียนกินเต้าหู้ไข่

           จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ครูโรงเรียนบ้านลำหาด ต.ทัพทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ให้นักเรียนหญิงชั้น ป.6 กราบขอขมาบริเวณหน้าเสาธง ต่อหน้าเพื่อนนักเรียนหลายคน ภายหลังเกิดเหตุนักเรียนมีอาการป่วยไปเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสังขะ ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยว่าแพ้อาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งเป็นแกงจืดเต้าหู้ไข่ ต่อมาครูได้ให้เด็กทดลองรับประทานเต้าหู้เพื่อทดสอบว่าแพ้จริงหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าไม่มีอาการแสดงออกที่ผิดปกติ จึงให้เด็กขอโทษจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมโดยเฉพาะการให้เด็กทดลองกิน “เต้าหู้ไข่” ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อเด็กได้นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ก.ย.59 ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ตั้งคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจรรยาบรรณวิชาชีพ ของคุรุสภา ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยจะมีการสอบถามข้อเท็จจริงจากครู นักเรียน และพยานแวดล้อมโดยรอบเพื่อดูเจตนาของครูที่กระทำด้วย ทั้งนี้ โดยรูปการณ์แล้วเข้าใจว่าครูเองก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี หรือตั้งใจประจานเด็ก เพียงแต่ในยุคสมัยนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง วิธีการที่ใช้อาจจะไม่เหมาะสม อาทิ การให้ทดสอบให้เด็กกินเต้าหู้ไข่ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการนี้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จะถึงขั้นพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือไม่นั้น โดยส่วนตัวมองว่าอาจจะไม่ถึงขั้นนั้น แต่ที่สุดต้องรอผลตรวจข้อเท็จจริงที่คณะอนุกรรมการฯ รายงานเข้ามา ซึ่งตนคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการสร้างแคมเปญในเว็บไซต์ Change.org โดยรณรงค์ “เรียกร้องให้คุรุสภาตั้งคณะกรรมการสอบอาจารย์ให้นักเรียนกราบขอขมากรณีแพ้ เต้าหู้ไข่” จนถึงขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้ว 17,047 คน

 

 

เกณฑ์ใหม่เฟ้นผอ.ร.ร.ปีแรกตกประเมินต้องกลับมาเป็น”ครู”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240657

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง, เกณฑ์ใหม่คัดเลือกผอ., เกณฑ์, ใหม่, เฟ้น, แรก, ประเมิน, ต้อง, กลับมา, เป็น, ครู

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 2 ก.ย. 2559

เกณฑ์ใหม่เฟ้นผอ.ร.ร.ปีแรกตกประเมินต้องกลับมาเป็น”ครู”

เผยเกณฑ์ใหม่เฟ้นผอ.ร.ร.เน้นประสบการณ์คุณวุฒิวัยเหมาะสม ต้องดำรงตำแหน่งไล่ตามขนาดโรงเรียน โดยร.ร.ขนาดเล็กต้องสอบคัดเลือก ประเมินปีแรกตกถูกลดสถานภาพกลับมาเป็นครู

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. รศ.นพ.กำจร  ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม เรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งผอ.สถานศึกษา ที่มีพล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของรองผู้อำนวยการ (ผอ.)สถานศึกษา และผอ.สถานศึกษาใหม่  โดยหลักเกณฑ์ใหม่ จะต้องให้ได้มาซึ่งผู้ที่มีความเหมาะสม ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิและประสบการณ์ ผ่านการเป็นครู หรือศึกษานิเทศก์มาไม่น้อยกว่า  10 ปี  มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี ต่อเนื่องได้ไม่เกิน 8 ปีหรือ 2 วาระ และการดำรงตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษาจะไล่ตามขนาดโรงเรียน  ตั้งแต่ขนาดเล็ก กลาง  ใหญ่ ตามลำดับ เท่ากับว่าผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษา ในโรงเรียนขนาดกลาง จะต้องมีประสบการณ์ครูและการบริหารโรงเรียนมาไม่น้อยกว่า 14 ปี  ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ ไม่น้อยกว่า 18 ปี

รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่า การสอบคัดเลือกจะดำเนินการเฉพาะ ตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนขนาดเล็กเท่านั้น  โดยเปิดโอกาสให้ครู หรือศึกษานิเทศก์ที่มีประสบการสอนมาไม่น้อยกว่า  10 ปี สมัครสอบคัดเลือก เมื่อสอบผ่านความรู้ทั่วไป ภาค ก และรู้เฉพาะตำแหน่งภาค ข จะได้รับการขึ้นบัญชีไว้ที่ส่วนกลาง โดยผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีสามารถเลือกโรงเรียน ที่ต้องการไปเป็นผู้บริหารได้ 4 อันดับ เพื่อให้ กศจ. ในจังหวัดนั้นๆ ทำการคัดเลือกอีกรอบหนึ่ง หาก กศจ. เห็นว่า ไม่มีผู้เหมาะสม ก็สามารถกลับไปคัดเลือกจากรายชื่อที่ขึ้นบัญชีไว้ในส่วนกลางได้   ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งผอ.โรงเรียนแล้ว จะมีการประเมินผลการทำงานเป็นรายปี  ซึ่งประเมินโดย ครูในโรงเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หากไม่ผ่านประเมินก็อาจถูกลดสถานภาพกลับไปเป็นครูผู้สอนตามเดิม  ส่วนโรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ จะเป็นการเข้าสู่ตำแหน่ง  โดยการประเมินผลการทำงาน และเลื่อนไปตามลำดับ

สำหรับระดับรองผอ.โรงเรียนนั้น จะไม่มีการสอบ แต่ให้ผอ.โรงเรียนคัดเลือกครูที่มีประสบการณ์ สอนไม่ต่ำกว่า 6 ปี ในโรงเรียนของตัวเอง มาดำรงตำแหน่ง จากนี้จะต้องนำหลักเกณฑ์ดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมก.ค.ศ. เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป

“หลักเกณฑ์การคัดเลือกผอ.โรงเรียนใหม่นี้ จะแก้ปัญหาเรื่องการบริหาร ซึ่งผู้ที่สอบคัดเลือกได้เป็นผอ.โรงเรียน ได้ตั้งแต่อายุน้อย ทำให้ครูที่มีประการณ์ต้องมาคอยสอนงาน สร้างปัญหาให้กับโรงเรียน  โดยต่อไป ผอ.โรงเรียน จะดำรงตำแหน่ง ได้แห่งละไม่เกิน 8 ปี และจะเข้าสู่ตำแหน่งผอ.โรงเรียนขนาดใหญ่ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ซึ่งถือว่า โรงเรียนจะได้ผู้ที่มีประสบการณ์บริหารตามลำดับ”รศ.นพ.กำจรกล่าว

 

 

‘กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้’รับโล่ทูตคุณธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240554

ทูตคุณธรรม, กิ๊ก, กานต์, ปาน, อี้, รับ, โล่, ทูต, คุณธรรม, กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้, โจอี้, การขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ก.ย. 2559

‘กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้’รับโล่ทูตคุณธรรม

พลเอกธนะศักดิ์เป็นประธานเปิดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ‘กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้’รับโล่ทูตคุณธรรม

             1ก.ย.2559 ที่เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังประชารัฐ ขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม” จัดโดยศูนย์คุณธรรม ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และ ประชาชน เพื่อขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรมทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และเป็นเวทีกลางของเครือข่ายคุณธรรมทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ของชาติ รวมถึงการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้รับรู้ มีความเข้าใจ และสนับสนุนการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ของแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ.2559-2564 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

‘กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้’รับโล่ทูตคุณธรรม

พลเอกธนะศักดิ์ ยังได้มอบโล่รางวัลทูตคุณธรรมประกอบด้วยด้านพอเพียง “กิ๊ก”มยุริญ ผ่องผุดพันธุ์ ด้านวินัยคือ กานต์ เคพีเอ็น ด้านจิตอาสาคือ “ปาน”ธนพร แวดประยูร ด้านสุจริตคือ”โจอี้”อรวิภา กนกนทีสวัสดิ์

‘กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้’รับโล่ทูตคุณธรรม

ในการนี้มีการเสวนาเรื่อง “การขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ” ซึ่งมีผู้ร่วมแสดงความเห็นประกอบด้วย พระพรหมบัณฑิต  กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 2 เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  มุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงคาทอลิกแห่งประเทศไทย อิหม่ามสุธรรม บุญมาเลิศ เลขานุการจุฬาราชมนตรี นายสีมา สีมานันท์ อดีตเลขาธิการ ก.พ.  นายสมพร ใช้บางยาง ประธานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายมานิจ สุขสมจิตร สื่อมวลชนอาวุโส  ร.ศ. น.พ. กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีพลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ กรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินรายการ

‘กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้’รับโล่ทูตคุณธรรม

‘กิ๊ก-กานต์-ปาน-โจอี้’รับโล่ทูตคุณธรรม

 

ทปอ.ปรับโฉมระบบคัดเด็กเข้ามหา’ลัย คาดปี 61 เลิกแอดมิชชั่นส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240553

รับตรง, ระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่, เคลียร์ริ่งเฮาส์, ทปอ., เคลียร์, ริ่ง, เฮาส์, โควต้า, เคลียร์ริ่งเฮาส์-โควต้า, ทปอ, ปรับ, โฉม, ระบบ, คัด, เด็ก, เข้า, มหาลัย, คาด, เลิก, แอด, มิช, ชั่นส์, คาดปี, เลิกแอดมิชชั่นส์
รับตรง, ระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่, เคลียร์ริ่งเฮาส์, ทปอ., เคลียร์, ริ่ง, เฮาส์, โควต้า, เคลียร์ริ่งเฮาส์-โควต้า, ทปอ, ปรับ, โฉม, ระบบ, คัด, เด็ก, เข้า, มหาลัย, คาด, เลิก, แอด, มิช, ชั่นส์, คาดปี, เลิกแอดมิชชั่นส์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ก.ย. 2559

ทปอ.ปรับโฉมระบบคัดเด็กเข้ามหา’ลัย คาดปี 61 เลิกแอดมิชชั่นส์

ทปอ.ฟังธงปรับโฉมระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ชี้เปิดเครียริ่งเฮาส์ 2 ครั้ง โควต้า 1ครั้ง ห้ามจัดสอบเองและใช้เกณฑ์อื่นพิจารณาแทน เสนอรมว.ศธ.พิจารณา 5 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.เวลา17.30น.  ที่โรงแรมสุโกศล  ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศ(ทปอ.) ได้ประชุมทปอ.วิสามัญ เกี่ยวกับกรณีที่ พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ  มีแนวคิดที่จะให้มีการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อลดปัญหาการวิ่งรอกสอบและลดค่าใช้จ่ายของเด็ก ด้วยการเปิดระบบรับตรงกลางร่วมกันโดยใช้ข้อสอบกลาง และสอบเพียงครั้งเดียว ยื่นเคลียริ่งเฮาส์ได้ 2 ครั้ง   ซึ่งที่ประชุมได้ใช้เวลาหารือ ประมาณ  2 ชั่วโมง

จากนั้น  ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.)ในฐานะประธาน ทปอ.กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นด้วยโดยหลักการ ที่จะดำเนินการตามโจทย์ที่รมว.ศึกษาธิการให้มา เบื้องต้นการคัดเลือกนักศึกษาฯต้องเป็นไปตามแนวทางให้เด็กและมหาวิทยาลัยเลือกได้ ต้องไม่วิ่งรอกสอบ และลดค่าใช้จ่าย ไม่เป็นภาระแก่ผู้ปกครอง รวมถึงทปอ.เห็นด้วยกับรมว.ศึกษาธิการ ที่จะให้เด็กอยู่ในชั้นเรียนตลอดจนจบการศึกษา ดังนั้น ระบบการคัดเลือกนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยจะไม่มีการสอบก่อนเดือนมี.ค. และทุกมหาวิทยาลัยจะต้องใช้ข้อสอบกลาง ต่อให้มหาวิทยาลัยรับตรงก็ห้ามไปออกข้อสอบเอง ส่วนการคัดเลือกเด็กในระบบโควต้า มหาวิทยาลัยต้องใช้โปรไฟล์ หรือพิจารณาจากความสามารถ เรียนดี แต่จะไม่มีการจัดสอบเอง

ทั้งนี้ ในส่วนของระบบเคลียริ่งเฮาส์ 2 ครั้งนั้น จะเป็นการจัดสอบโดยใช้ข้อสอบกลาง ซึ่งจะจัดสอบเพียงครั้งเดียว และจะพยายามให้จัดสอบดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน คือ เดือน มี.ค.-เม.ย. โดยทุกมหาวิทยาลัยต้องมาผ่านเคลียริ่งเฮาส์ และเมื่อรับผ่ายเคลียริ่งเฮาส์ ก็จะถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถไปสมัครสอบที่อื่นได้อีก  ส่วนหลักเกณฑ์ในระบบเคลียริ่งเฮาส์ นั้นมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะไปกำหนดเอง อย่างไรก็ตาม อยากจะย้ำว่าการที่มหาวิทยาลัยเปิดรับตรงนั้น ไม่ใช่เพื่อหารายได้ แต่เพื่อคัดเด็กให้ตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัย

“ทปอ.พยายามไม่ให้เกิดการวิ่งรอกสอบและลดภาระค่าใช้จ่าย ดังนั้น นอกจากระบบเคลียริ่งเฮาส์ 2 รอบ และโควต้า 1 รอบ โดยใช้ข้อสอบกลาง ไม่มีการจัดสอบเอง และทปอ.จะรับสมัครผ่านออนไลน์ ลดค่าใช้จ่าย และจะพัฒนาข้อสอบกลางให้มีความแม่นยำมากขึ้น ส่วนอนาคตจะมีแอดมิชชั่นส์หรือไม่นั้น ถ้ามีระบบเคลียริ่งเฮาส์ด้วยช่วงเวลาอาจจะไม่มีระบบแอดมิชชั่นส์ อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปเบื้องต้นนี้ ทปอ.จะนำเสนอรมว.ศึกษาธิการในวันที่ 5 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกับกลุ่ม ทปอ.มรภ.และ ทปอ.มทร. และหากทุกฝ่ายเห็นพร้อมตรงกันก็คาดว่าจะดำเนินการได้ในปีการศึกษา 2561” ประธานทปอ.กล่าวและว่า การปรับการคัดเลือกนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้ อยากให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งเข้าร่วม เพื่อจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

ครูเทศบาลปราจีนฯ160คนปฏิบัติธรรม3วัน2คืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240541

ปฏิบัติธรรม, ครู, เทศบาล, ปราจีน, 160คนปฏิบัติธรรม3วัน2, คืน

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ก.ย. 2559

ครูเทศบาลปราจีนฯ160คนปฏิบัติธรรม3วัน2คืน

ครูเทศบาลปราจีนฯ160คนปฏิบัติธรรม3วัน2คืน สนองการปฏิรูปการศึกษานำหลักธรรมประยุกต์การเรียนการสอน

               เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่  1 กันยายน 2559 พระครูภาวนาธรรมธารี รองเจ้าคณะอำเภอเมืองปราจีนบุรี และเจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ อ.โคกไม้ลายอ.เมืองปราจีนบุรี เป็นประธานพิธีปิดงาน “โครงการประชุมอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพมนุษย์(อบรมพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิตตลอดจนทักษะการอยู่ร่วมกัน) จัดระหว่างวันที่ 30 ส.ค. – 1 ก.ย. 59 ณ วัดวัดป่ามะไฟ จัดอบรมธรรมมะให้กับพนักงานครูสังกัดโรงเรียนเทศบาลเมืองปราจีนบุรี รวม 6 แห่งรวม จำนวน160คน

พระครูภาวนาธรรมธารี กล่าวว่า การที่ทางเทศบาลเมืองปราจีนบุรีจัดอบรมธรรมมะเชิงปฏิบัติการให้กับพนักงานครูทั้ง 6โรงเรียนนับเป็นอีกแนวทางในการตอบสนองการปฏิรูปการศึกษา ที่ครูจะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ประยุกต์การเรียนการสอนให้นักเรียนได้มีศีล ปฏิบัติสมาธิในการเรียน ให้เกิดปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรมไปพร้อม ๆ กัน และเป็นการน้อมนำให้เกิดศรัทธาทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากครู-อาจารย์มีเวลามาปฏิบัติธรรมได้น้อย มีประโยชน์โดยตรงกับครูชักนำมาให้เกิดกับนักเรียน ทั้งด้านมารยาทชาวพุทธ ศาสนพิธี และการบริหารจิตเจริญปัญญา”พระครูภาวนา กล่าวในที่สุด

ด้านนายบรรเจิด พฤกษะศรี รองนายกเทศมนตรี รักษาการนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปราจีนบุรีกล่าวว่า “ การส่งเสริมให้ครูมี ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ให้ครูได้นำความรู้ไปถ่ายทอดให้เด็กได้เป็นคนดี คนเก่ง และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองปราจีนบุรีจัดการศึกษาให้เด็กและชุมชนในท้องถิ่นตั้งแต่ระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก,อนุบาล,ประถมศึกษา ถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนกว่า 3,500 คน พนักงานครูกว่า 300 คน ซึ่งยังขาดบุคลากร จำนวนไม่เพียงพอ ทั้งปริมาณและในวิชาเอกตามสาขาที่ต้องการ ทั้งครูคณิตศาสตร์ ,วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แม้จะมีครูเกษียณอายุราชการไปมากก็ตาม”