ผุดร.ร.ดีใกล้บ้านรับเด็กต่อจากร.ร.เล็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240515

ร.ร.ขนาดเล็ก, ร.ร.ดีใกล้บ้าน, ผุด, ใกล้, บ้าน, รับ, เด็ก, ต่อ, จาก, เล็ก

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ก.ย. 2559

ผุดร.ร.ดีใกล้บ้านรับเด็กต่อจากร.ร.เล็ก

ศธ.ผุดโครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน รองรับเด็กหลังควบรวมร.ร.เล็ก ที่มีเด็กต่ำกว่า 20 คน ตั้งเป้าปี 2560 ต้องทำให้ครบทั้ง 827 โรง จี้ภายใน 2 สัปดาห์ต้องสรุปแผนทำงาน

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมหารือการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบดำเนินโครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน  โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในประชารัฐ พัฒนาโรงเรียนแม่เหล็ก กว่า 300 โรงเรียน เพื่อรองรับนักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กต่ำกว่า 20 คน  ซึ่งปัจจุบันมีอยู่จำนวน 917 โรงเรียนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีโรงเรียนขนาดเล็กที่ อยู่ในพื้นที่ห่างไกล บนภูเขาสูงหรือพื้นที่เกาะแก่ง จำนวน 90 โรงเรียน ที่ศธ.จะไม่เข้าไปแตะต้อง แต่จะช่วยสนับสนุนทรัพยากร ทั้งครู และอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อให้โรงเรียนมีความเข้มแข็ง และสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ  ส่วนที่เหลืออีก 827 โรงเรียน จะใช้วิธีการบริหารจัดการตามโครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน ในปีการศึกษา 2560 ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนมากกว่า 20 ขึ้นไป ได้เตรียมแผนการดำเนินการไว้แล้ว แต่ขอรอประเมินผลการดำเนินการของโครงการโรงเรียนดีใกล้บ้านก่อนว่า สามารถแก้ปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กได้มากน้อยแค่ไหน

“ปัจจุบันมีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ประมาณ 15,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า การแก้ปัญหาจะเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 20 คนก่อน และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) รวมมือกับภาคเอกชน  สำรวจข้อมูลตัวเลขโรงเรียนแม่เหล็ก และโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายว่า มีทั้งหมดเท่าไร และจัดทำแผนการดำเนินงาน มานำเสนอภายใน 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกันได้กำชับ สพฐ.ขอให้นำงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ประจำปีงบประมาณ 2559 ที่ได้รับจำนวน 3,800 ล้านบาทลงไปดูแลโรงเรียนกลุ่มนี้ รวมถึงพัฒนาโรงเรียนแม่เหล็ก ซึ่งไม่ใช่แค่เครื่องมืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก แต่ต้องเตรียมความพร้อมของครูและบุคลากรให้พร้อมด้วย”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

 

“เคอร์มินลิฟท์”ของอภ.คว้าเครื่องสำอางสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240504

เครื่องสำอางสมุนไพร, อภ., เคอร์, มิน, ลิฟท์, ของ, คว้า, เครื่องสำอาง, สมุนไพร, ดีเด่น, ระดับชาติ, เคอร์มินลิฟท์

การศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ก.ย. 2559

“เคอร์มินลิฟท์”ของอภ.คว้าเครื่องสำอางสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ

ผลิตภัณฑ์จีพีโอ เคอร์มินลิฟท์ เดย์ครีม และไนท์ครีม ขององค์การเภสัชกรรม ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ Prime Minister Herbal Awards

       นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมเปิดเผยว่า องค์การเภสัชกรรม ได้ส่งผลิตภัณฑ์ จีพีโอ เคอร์มิน ลิฟท์ ซึ่งประกอบด้วยCURMIN Lift Anti-aging Day Cream SPF 15และCURMIN Lift Anti-aging Night Creamเข้าร่วมการประกวดรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติPrime Minister Herbal Awards(PMHA) ประจำปี 2559ที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสความตื่นตัวด้านสมุนไพร และเพื่อเป็นการสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยา ชีววัตถุ และสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ กระบวนการผลิต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งด้านสมุนไพร เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในตลาดเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งปรากฏว่าผลิตภัณฑ์ขององค์การเภสัชกรรมได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ ประจำปี2559

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่อไปว่า CURMIN Lift Anti-aging Day Cream SPF 15เป็นครีมบำรุงและปกป้องผิวหน้าสำหรับเวลากลางวัน ผสมสารป้องกันแสงแดดSPF 15 และCURMIN Lift Anti-aging Night Creamเป็นครีมบำรุงผิวหน้าที่มีเนื้อครีมเข้มข้นเพื่อให้เหมาะสำหรับการบำรุงผิวในเวลากลางคืนที่มุ่งเน้นให้เนื้อครีมซึมสู่ผิวอย่างล้ำลึกเก็บกักความชุ่มชื้นของผิวหน้าให้ดียิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ประกอบด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากขมิ้นชัน ซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้นำมาพัฒนาให้อยู่ในรูปTHC Liposomeผสานคุณค่ากับวิตามินE Liposomeซึ่งนอกจากช่วยให้สารดังกล่าวดูดซึมสู่ผิวหนังมากขึ้นจากขนาดอนุภาคที่เล็กในระดับนาโนเมตร ยังเป็นการส่งเสริมการทำงานในการต้านการเกิดออกซิเดชั่นที่ช่วยชะลอไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากไหมธรรมชาติ (Sericin) ที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และมีส่วนผสมของSodium hyaluronateและCeramideที่เพิ่มความชุ่มชื้น คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ และดูอ่อนเยาว์แบบมีสุขภาพดี

“ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่องค์การเภสัชกรรมทุ่มเทวิจัยและพัฒนา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศการันตีด้วยการใช้วัตถุดิบสมุนไพรที่มีกระบวนการเก็บเกี่ยวแปรรูปที่สะอาด ปราศจากสิ่งปนเปื้อน มีการควบคุมคุณภาพการผลิตตามมาตรฐานGMPมีคุณภาพมาตรฐาน และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพจากอาสาสมัครแล้ว” ผู้อำนวยการฯกล่าว

 

กพร.จับมือมรภ.พระนครพัฒนาแรงงานผ่านระบบดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240537

กพร, จับมือ, มรภ, พระนคร, พัฒนา, แรงงาน, ผ่าน, ระบบ, ดิจิทัล

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ก.ย. 2559

กพร.จับมือมรภ.พระนครพัฒนาแรงงานผ่านระบบดิจิทัล

กพร.จับมือมรภ.พระนครพัฒนาแรงงานผ่านระบบดิจิทัล

             เมื่อวันที่ 1 ก.ย. นายกรีฑา สพโชค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ลงนามความร่วมมือกับรองศาสตราจารย์พงศ์ หรดาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในการพัฒนาแรงงานผ่านระบบดิจิทัล เพื่อเป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลที่ให้หน่วยงานภาครัฐนำแผนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมาปฏิบัติใช้

โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ คือ (1) ต้องการปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (2) พัฒนากำลังคนให้มีความพร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยมีเป้าหมายให้บุคลากรวัยทำงานทุกสาขาต้องมีความรู้และทักษะดิจิทัลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะในสาขาอาชีพที่กำลังขาดแคลน ซึ่งจะสอดคล้องกับภารกิจของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ต้องการพัฒนาและยกระดับฝีมือบุคลากรด้านแรงงานให้มีความรู้และทักษะฝีมือสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเพื่อให้การตอบสนองดังกล่าวประสบผลสำเร็จ

กพร.จึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในฐานะสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการพัฒนาระบบสารสนเทศโดยนำร่องการพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Training) ดังนี้  แนวทางที่หนึ่ง ร่วมกันพัฒนาวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ(พีซี) คอมพิวเตอร์พกพา (โน๊ตบุ๊ก) สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อื่นๆ โดยนำโมดูลการฝึกเพื่อเสริมความรู้พื้นฐานที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์หรือมัลติมีเดีย บรรจุในเว็บไซต์แบบออนไลน์และบันทึกในแผ่นซีดีรอม

แนวทางที่สอง ร่วมกันจัดทำโมดูลการฝึกเพื่อเสริมสร้างความรู้พื้นฐานที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์หรือมัลติมีเดียหลักสูตร e-Training ในสาขาต่างๆ เช่น ช่างก่อสร้าง ช่างอุตสาหกรรมศิลป์ ช่างเชื่อม ช่างเครื่องทำความเย็น ช่างคอมพิวเตอร์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น  แนวทางที่สาม ร่วมกันพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และนำหลักสูตร e-Training บรรจุในเว็บไซต์ของ กพร. (www.dsd.go.th) เพื่อนำไปใช้ในการฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้ให้แก่กำลังแรงงานและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ต่อไป

“ความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานตามแนวทางประชารัฐ ได้สร้างนวัตกรรมในการพัฒนาฝีมือแรงงาน การที่กำลังแรงงานและประชาชนส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ทำให้สามารถเข้ารับชมการฝึกอบรมได้ทางอินเทอร์เน็ต สร้างความสะดวกสบายเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย” นายกรีฑา กล่าวทิ้งท้าย

 

ชู2สมุนไพร“ผักกระชับ”ดีต่อหญิง“ผักปลัง”ดีต่อชาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240490

ผักปลัง, ผักกระชับ, 2สมุนไพรผักกระชับดีต่อหญิงผั, ลัง, ต่อ, ชาย

การศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ก.ย. 2559

ชู2สมุนไพร“ผักกระชับ”ดีต่อหญิง“ผักปลัง”ดีต่อชาย

ชู “ผักกระชับ” สมุนไพรดีต่อหญิง ช่วยกระชับมดลูก แก้ปวดประจำเดือน “ผักปลัง”ดีต่อชาย เพิ่มกำลัง-ปริมาณน้ำอสุจิ

       เมื่อวันที่1ก.ย. ภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 13 จัดขึ้นที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย. 2559 นางจิรัชยา ประมวล เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) แกลง จ.ระยอง กล่าวว่า สสอ.แกลง ได้เลือกเอาผักกระชับ มาเป็นตัวชูโรงภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 13 เนื่องจากผักกระชับ หรือ หญ้าผมยุ่งเป็นพืชพื้นบ้านที่เกิดขึ้นตามท้องนา แต่ชาวบ้านชุมชนบ้านทะเลน้อย อ.แกลง สามารถนำมาเพาะจนกลายเป็นผักเศรษฐกิจได้เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ตัวผักกระชับหรือหญ้าผมยุ่งมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย อาทิ ช่วยกระชับมดลูก แก้ปวดประจำเดือน ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ระงับประสาท แก้โรคมาลาเรีย ไขข้ออักเสบ กระเพาะอักเสบ แก้ปวดกล้ามเนื้อ ทั้งกล้ามเนื้อเรียบและกล้ามเนื้อลาย

ชู2สมุนไพร“ผักกระชับ”ดีต่อหญิง“ผักปลัง”ดีต่อชาย

      “เมื่อนำใบและลำต้นมาตำให้ละเอียด สามารถใช้พอกแผลปวดบวม แมลงกัดต่อย รักษาโรคหิด หรือนำมาต้มเอาน้ำมาล้างแผลแก้ปวดศีรษะ ปวดหู แก้หวัดได้ด้วย สำหรับเมล็ดแก่ของผักกระชับพบว่า มีงานวิจัยของต่างประเทศว่าอาจช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ สอดคล้องกับข้อมูลที่ว่าหมอโบราณใช้เมล็ดแก่ผักกระชับเข้าไปอยู่ในยาตำรับรักษามะเร็ง แต่เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูลการวิจัยที่ชัดเจน ผักกระชับหรือหญ้าผมยุ่งถือเป็นสินค้าโอทอปของ อ.แกลง จะเน้นให้รับประทานเป็นอาหารเป็นหลัก ซึ่งการรับประทานเป็นประจำก็จะช่วยให้ได้สรรพคุณทางยาดังกล่าวด้วย โดยเมื่อนำมาทำเป็นอาหารจะมีลักษณะคล้ายกับต้นอ่อนทานตะวัน เมนูที่แนะนำคือ กินเป็นผักสดกับน้ำพริก เพราะเป็นผักที่มีกลิ่นหอม หรือที่ชาวบ้านนิยมนำมาทำเป็นอาหารคือ แกงส้มผักกระชับ ยำผักกระชับ รวมไปถึงผัดไท และผัดน้ำมันหอย” นางจิรัชยา กล่าว

ชู2สมุนไพร“ผักกระชับ”ดีต่อหญิง“ผักปลัง”ดีต่อชาย

     นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สรรพคุณของผักกระชับหรือหญ้าผมยุ่งที่ช่วยกระชับมดลูก แก้ปวดประจำเดือน หรือที่ระบุว่าเมล็ดสามารถใช้เป็นยารักษามะเร็งได้นั้น ยังเป็นเพียงภูมิปัญญาโบราณที่สืบทอดกันมา ซึ่งกรมฯ จะนำผักกระชับมาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต่อว่ามีสารสำคัญใดบ้างและมีสรรพคุณดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่ที่แนะนำคือให้รับประทานเป็นอาหาร เพราะถือเป็นผักพื้นบ้านที่ช่วยดูแลสุขภาพ มีกาเพาะปลูกแบบปลอดสารพิษ ไม่มีอันตราย โดยทุกส่วนของผักกระชับสามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะต้นอ่อนที่ใช้เวลาเพาะประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็สามารถนำมากินสดๆ เป็นสลัดได้ หรือนำมาทำเป็นแกงส้ม ยำก็ได้ นอกจากนี้ ยังจะศึกษาต่อมน้ำมันที่อยู่ใต้ใบด้วยในการนำมาใช้ทำน้ำมันหอมระเหย

ด้านภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ผักปลังที่เป็นผักพื้นบ้านพบได้ในทุกภาคของประเทศ มีสรรพคุณ ช่วยเพิ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งช่วยในเรื่องการขับถ่าย ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น กำจัดสารพิษ เหมาะกับการล้างพิษทำดีท็อกซ์แบบธรรมชาติ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ปรับปฏิกิริยาภูมิแพ้ ลดคอเลสเตอรอล ช่วยบำรุงร่างกาย ลดความดันโลหิตสูง ทำให้เจริญอาหาร ช่วยรักษามะเร็งลำไส้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และทารก ที่มักพบปัญหาท้องผูก ที่สามารถนำมารับประทานเป็นกับข้าวช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้เลย นอกจากนี้ยังใช้เป็นสมุนไพรปกป้องกระเพาะอาหาร ตับและไต ให้พลังหล่อลื่น เนื่องจากมีเมือกลื่นช่วยระบายทำให้มีการนำมาใช้รักษาโรคกระเพาะ เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยเคลือบกระเพาะ มีฤทธิ์ต้านการเป็นพิษต่อไตที่เกิดจากยาปฏิชีวนะกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ และยาเจนต้าไมซิน ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วจากการตกตะกอนของแคลเซียมออกซาเลต

ชู2สมุนไพร“ผักกระชับ”ดีต่อหญิง“ผักปลัง”ดีต่อชาย

     ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า ในประเทศแคเมอรูน มีการศึกษาในหนูทดลอง และมีการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ ช่วยเสริมกำลังวังชาทำให้นักกีฬาออกกำลังกายได้นานขึ้น ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายและช่วยเพิ่มปริมาณน้ำอสุจิในเพศชาย นอกจากนี้ยังช่วยในการหล่อลื่น และสมัยก่อนมีการนำเมือกของผักปลังไปใช้ทาบริเวณช่องคลอดให้ผู้หญิงก่อนคลอดลูก ทำให้สามารถคลอดลูกได้ง่ายขึ้น ดังนั้นในอนาคตจะต้องมีการศึกษาสารที่อยู่ในผักปลังเพิ่มขึ้นเพราะคนไทยยังขาดองค์ความรู้เรื่องนี้ ก่อนนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลายๆชนิด แต่ยังไม่จำกัดรูปแบบ แต่หลักๆจะนำไปใช้ในการแก้ปัญหาท้องผูก ในหญิงตั้งครรภ์และเด็กที่มักมีปัญหาท้องผูก ส่วนอันตรายจากผักปลังยังไม่พบเนื่องจากปกติแล้วเราก็มีการรับประทานเป็นกับข้าวอยู่แล้ว ทั้งนี้อยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยมาร่วมมือกัน ในการศึกษาวิจัยพืชผักสมุนไพรไทย เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยของสมุนไพรไทย รวมทั้งช่วยกันเก็บรักษาภูมิปัญญาของไทยไว้ และที่สำคัญสมุนไพรเหล่านี้สามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับไทยอีกด้วย

 

มท.จับมือ’บาเยิร์น’ เปิดสอนครูปั้นแข้งเด็กไทยไปบอลโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240400

บอลโลก, จับมือ, เยิร์น, เปิด, สอน, ครู, ปั้น, แข้ง, เด็ก, ไทย, บอล, โลก, มทจับมือบาเยิร์น, บาเยิร์น, มหาดไทย

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 31 ส.ค. 2559

มท.จับมือ’บาเยิร์น’ เปิดสอนครูปั้นแข้งเด็กไทยไปบอลโลก

“มหาดไทย” จับมือ “บาเยิร์น มิวนิค” ทีมฟุตบอลดังเยอรมัน ปั้นแข้งเด็กไทยไปบอลโลก ดึงครูดีระดับโลกมาติวเข้มผู้ฝึกสอนครูไทยสู่ระดับสากล

              เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการสร้างเสริมและสนับสนุนทักษะด้านกีฬาฟุตบอลแก่เยาวชนไทยอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับบริษัท สปอร์ต ไทย- บาวาเรีย จำกัด ซึ่งเป็น Official Strategic Partnership กับทางสโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค ประเทศเยอรมัน

มท.จับมือ'บาเยิร์น' เปิดสอนครูปั้นแข้งเด็กไทยไปบอลโลก

              นายสุทธิพงษ์  กล่าวว่าโครงการสร้างเสริมและสนับสนุนทักษะด้านกีฬาฟุตบอลแก่เยาวชนไทยอย่างยั่งยืน ถูกพัฒนาจากแนวทางและวิธีการฝึกซ้อมฟุตบอลตามมาตรฐานสากล และได้นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับกิจกรรมกีฬาฟุตบอลของนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยถ่ายทอดแนวทางการพัฒนานี้ไปทางผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลประจำโรงเรียนทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางผู้จัดทำโครงการฯ ได้กำหนดให้มีการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนด้านฟุตบอล ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน จนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2559 โดยเปิดฝึกอบรม รุ่นละ 40 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 รุ่น ตั้งแต่เวลา 08.00  – 19.30 น. โดยมีวิทยากรจากบริษัท สปอร์ต ไทย- บาวาเรีย จำกัด ได้แก่ Mr.Dennis Amato ตำแหน่ง Head of Academic  และ Mr.Ronald Boretti ตำหน่ง Director of Coaching ซึ่งทั้งสองคนเป็นโค้ชระดับ UEFA A-License เป็นผู้ฝึกสอน

มท.จับมือ'บาเยิร์น' เปิดสอนครูปั้นแข้งเด็กไทยไปบอลโลก

              “เนื่องจากผู้ที่จะนำหลักสูตรเหล่านี้ไปเผยแพร่และฝึกสอนให้กับนักเรียน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผ่านการอบรมจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อให้ผู้ฝึกสอนหรือครูพละศึกษานำหลักสูตรไปสอนนักเรียนได้อย่างถูกต้องตามวิธีการฝึกของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเชื่อได้ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนนักฟุตบอลไทยที่มีความสามารถ และมีฝีมือทัดเทียมกับนักฟุตบอลในระดับสากลมากขึ้น ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างเสริมและสนับสนุนทักษะด้านกีฬาฟุตบอลแก่เยาวชนไทยได้อย่างยั่งยืน”

มท.จับมือ'บาเยิร์น' เปิดสอนครูปั้นแข้งเด็กไทยไปบอลโลก

              นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวฝากให้ครูอาจารย์และโค้ชของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองท้องถิ่นที่โชคดีได้รับโอกาสจากกลุ่มวังขนาย สปอร์ตไทย บาวาเรีย และโค้ช ได้นำเอาความรู้เทคนิคต่างๆที่ได้จากอาจารย์จากบาร์เยินมิวนิคไปถ่ายทอดให้ลูกศิษย์และเด็กๆในพื้นที่ให้มีทักษะ ซึ่งความรู้ ในการเล่นบอลแบบบาร์เยินมิวนิค เพื่อช่วยกันปั้นเด็กๆให้เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยให้ได้ไปบอลโลก โดยเฉพาะในยุคนี้ฟุตบอลหรือกีฬาอื่นๆนอกจากทำให้เด็กเป็นผู้ใหญ่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจิตใจดีงามแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ใช้เป็นอาชีพได้ด้วย และเหนืออื่นใดคือ ทำให้คนไทยทั้งชาติมีความสุขร่วมกันจากความสำเร็จของนักฟุตบอลนักกีฬาไทย จึงขอฝากให้ตั้งใจรับการถ่ายทอดและนำไปสอนเด็กๆของเราต่อไป

ด้าน นายศวัสกร วิบุญวิริยะวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด กล่าวว่าจากนโยบายรัฐบาล “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”  คือการลดเวลาในห้องเรียนให้น้อยลง แต่ต้องไม่กระทบเนื้อหาหลักที่ควรเรียนรู้และปรับเปลี่ยนให้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมที่นักเรียนสนใจ เพื่อเพิ่มทักษะในการเรียนรู้นอกห้องเรียนและสามารถพัฒนาสู่เส้นทางสายอาชีพได้ในที่สุด ซึ่งกิจกรรมที่เป็นที่นิยมสูงสุดของเยาวชนไทย คือการฝึกฝนเพื่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ถือเป็นโอกาสอันดีที่เยาวชนไทยจะได้รับการฝึกฝนขั้นพื้นฐานตามรูปแบบมาตรฐานสากล

ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทางบริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จึงได้จัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอลขึ้น เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการเรียนการสอนด้านกีฬาฟุตบอลของนักเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งฝึกสอนและพัฒนาทักษะให้แก่ครูพลศึกษา ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล ได้นำไปใช้ในช่วงเวลาของการเรียนรู้นอกห้องเรียนตามนโยบายของทางรัฐบาล (ช่วงเวลา 14.30 – 16.00 น.)

นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังสามารถนำไปปรับใช้กับการสอนในวิชาพละศึกษาตามหลักสูตรสามัญได้อีกด้วย โดยหลักสูตรนี้ถูกพัฒนาร่วมกันระหว่างโค้ชจากทั้งสองประเทศ  มีระดับการฝึกทั้งหมด 12 ระดับด้วยกัน (ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6) แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลาในการฝึกสอน หลักสูตรนี้จึงถูกปรับเปลี่ยนให้มีความเข้าใจง่ายและมุ่งเน้นในการปลูกฝังความรู้และความเข้าใจในการเตรียมตัวเพื่อเป็นนักกีฬาอาชีพ อีกทั้งรูปแบบการฝึกซ้อมที่จะสามารถนำไปฝึกฝนด้วยตนเองในเวลาอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน  การปลูกฝังสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความมุ่งมั่นและเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาเยาวชนไทยเพื่อสู่ความเป็นมืออาชีพต่อไป

โดยผู้สนใจ โครงการสร้างเสริมและสนับสนุนทักษะด้านกีฬาฟุตบอลแก่เยาวชนไทยอย่างยั่งยืนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ร่วมกับบริษัท สปอร์ต ไทย- บาวาเรีย จำกัด จะสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์. 02-716-1790-2 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

เล็งรวมกลุ่ม ทปอ.บวกๆ พัฒนาอุดมศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240364

ทปอ., สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, เล็ง, รวมกลุ่ม, ทปอ, บวก, พัฒนา, อุดมศึกษา, เล็งรวมกลุ่ม, ทปอบวกๆ, พัฒนาอุดมศึกษา

การศึกษา-สาธารณสุข  : 31 ส.ค. 2559

เล็งรวมกลุ่ม ทปอ.บวกๆ พัฒนาอุดมศึกษา

อธิการบดีสจล. แจงจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย ควรกลมกลืนแต่หลากหลาย รวมกลุ่มแบบหลวมๆ เล็งอนาคตประชุมร่วมทปอ.บวกๆ ระหว่างกลุ่มทปอ.ม.รัฐ–ราชภัฎ และราชมงคล พัฒนาอุดมศึกษา

       ศ.ดร.สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) กล่าวถึงบทบาทมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย4.0 ว่า ในการจัดแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก มหาวิทยาลัยที่เน้นเรื่องการวิจัย เพื่อไปพัฒนาเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ในระดับโลก กลุ่มที่สอง มหาวิทยาลัยที่จะเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น เกษตร เทคโนโลยี และกลุ่มที่สาม มหาวิทยาลัยชุมชนที่จะไปตอบโจทย์ระดับพื้นที่ ภูมิภาค ชุมชน นั้นโดยส่วนตัวมองว่าคงต้องมีแนวทางในการดำเนินการที่จะทำให้มหาวิทยาลัยแต่ละประเภทให้มีความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันภายใต้ความหลากหลาย เพราะมหาวิทยาลัยท้องถิ่น ก็ใช่ว่าจะไม่ต้องทำงานวิจัย ขณะเดียวกับมหาวิทยาลัยวิจัยก็ต้องทำงานวิจัยเพื่อตอบสนองชุมชน ท้องถิ่นเช่นเดียวกัน ดังนั้น การรวมกลุ่มมหาวิทยาลัยควรเป็นการรวมแบบหลวมๆและแต่ละกลุ่มต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้รวมกัน ในการผลิตบัณฑิต นวัตกรรมใหม่ตอบสนองความต้องการของชุมชน สังคม และประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม การจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยใหม่นั้น สามารถทำได้ แต่ต้องเปิดช่องทางให้มหาวิทยาลัยเลือกว่าตัวเองอยากอยู่กลุ่มไหน อยากพัฒนารูปแบบใดด้วย

“ตอนนี้มหาวิทยาลัยในกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)นั้น มีความเหนียวแน่นกันมาก ซึ่งอนาคตอาจจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างทปอ. และที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ.) และที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(ทปอ.มทร.) หรือการรวมกลุ่ม เป็นทปอ.บวกๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบอุดมศึกษา เพราะอาจารย์ บุคลากรในกลุ่มมรภ. และมทร. หรือม.เอกชน ล้วนเป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยรัฐ”อธิการบดี สจล.กล่าว

 

รมว.ศธ.ยังไม่อนุมัติ “พินิจศักดิ์”ลาออกพ้นเลขาฯสกสค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240359

สกสค., รมว, ยัง, ไม่, อนุมัติ, พินิจ, ศักดิ์, ลาออก, พ้น, เลขาฯ, รมวศธยังไม่อนุมัติ, พินิจศักดิ์

การศึกษา-สาธารณสุข  : 31 ส.ค. 2559

รมว.ศธ.ยังไม่อนุมัติ “พินิจศักดิ์”ลาออกพ้นเลขาฯสกสค.

รมว.ศึกษาธิการ ชี้ยังไม่อนุมัติ “พินิจศักดิ์” ลาออกเลขาธิการสกสค. เหตุรอหาผู้เหมาะสมก่อน แจงภาระงานค่อนข้างมา ยันไม่เกี่ยวทำงานล่าช้า พร้อมเร่งรัดแก้ปัญหาทุจริต

    เมื่อวันที่31ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์รัตนสุวรรณรมว.ศึกษาธิการกล่าวถึงกรณี ที่นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ยื่นหนังสือลาออกจากจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ สกสค. ว่า นายพินิจศักดิ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกมาให้ตนจริง แต่ตนยังไม่อนุมัติ เนื่องจากต้องรอหาผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทนก่อน โดยเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. ตนได้มีกาพูดคุยกับนายพินิจศักดิ์ มานานกว่า2เดือนแล้ว ซึ่งไม่ใช่แค่นายพินิจศักดิ์เท่านั้น รวมถึงนายสุเทพชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของสกสค. ด้วย เพราะเท่าที่ดูภาระงานของทั้ง2คนค่อนข้างมากจึงคิดว่า ต้องหาคนที่มาทำหน้าที่ดังกล่าวแทน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาล่าช้า

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา งานของนายพินิจศักดิ์ และนายสุเทพ ล้นมือจริง ๆ และประกอบกับ มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) มีศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ทำให้รองเลขาธิการก.ค.ศ. เอง ต้องลงพื้นที่ไปในจังหวัดต่าง ๆ เหลือนายพินิจศักดิ์ทำงานอยู่คนเดียว ตรงนี้ก็เข้าใจ และเห็นด้วยกับนายพินิจศักดิ์ แต่ยังไม่อนุมัติใบลาออกในตอนนี้ต้องรอหาผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนให้ได้ก่อน ซึ่งในคำสั่งตามมาตรา44กำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. และผู้อำนวยการองค์การค้าฯ จะต้องเป็นข้าราชการระดับ10หรือเทียบเท่า ซึ่งผมก็มองๆ คนที่เหมาะสมไว้บ้างแล้ว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การประชุมคณะกรรมการสกสค. วาระพิเศษ เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ติดตามความคืบหน้าเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาทุจริตและการบริหารจัดการ ของสกสค.8เรื่อง ดังนี้1กรณีอดีตผู้บริหารสกสค. อนุมัติซื้อตั๋วสัญญามูลค่า2,100 ล้านบาท กับบริษัทบิล เลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัดเป็นต้น ซึ่งนายพินิจศักดิ์ ได้รายงานว่า ผู้ที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)19ราย กรณีปลอมเช็คและไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ตามจริง หรือเช็คเด้ง พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และได้ฝากขังผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องไปแล้ว2ราย 2.ก่อสร้างอาคารศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ วงเงิน360ล้านบาทโดยมอบให้สกสค.ตั้งคณะทำงานศึกษา แนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าว รวมถึงเร่งรัดให้กำหนดระยะเวลา สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว3.กรณี นำเงินไปซื้อหุ้นในบริษัทหนองคายน่าอยู่ ในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน บ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย สูงกว่าราคาพาร์ วงเงิน800ล้านบาท ซึ่งบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ยินยอมจะซื้อหุ้นคืน ในระยะเวลา5ปี แต่กองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงฯ เสนอให้ซื้อทีเดียวทั้งหมด ขอให้เร่งสอบถามไปยังบริษัท หนองคายน่าอยู่ เนื่องจากเป็นประโยชน์ของหน่วยงาน4.การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เครื่องแบบนักเรียนขององค์การค้าฯ ค้างสต็อค5.แผนการเปิดให้บริหารหอพักสกสค.

นอกจากนั้น6มาตรการในการจ่ายเงิน กองทุนสนับสนุนพิเศษกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนว่า จ่ายเงินล่าช้า รวมถึงยังมีเงินบางส่วนค้างอยู่ที่สกสค. จังหวัด ที่ไม่ได้โอนเข้าส่วนกลาง7.แผนการคัดสรรผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสกสค.จังหวัด แทนผู้ที่ครบวาระ ในเดือนธันวาคม และ8.โครงการลดภาระหนี้ครูโดยใช้เงินจากโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซึ่งทายาทจะได้รับในอนาคตเมื่อสมาชิกเสียชีวิต มาค้ำประกันในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อใหม่ เพิ่มเติมให้ผู้กู้ที่เป็นข้าราชการครูฯ หรือรีไฟแนนซ์หนี้ในอัตราดอกเบี้ย4% .ในส่วนของมาตรการผู้ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งได้ชะลอการเข้าร่วมโครงดารไว้ ก่อน จะมาตรการใดเพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ขอให้สกสค.สรุปประเด็นการติดตามหนี้ ที่หักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯชำระหนี้แทนไปแล้ว รวมถึงให้มีหนังสือหารือ ผู้ตรงการแผ่นดิน หน่วยงานกลาง เกี่ยวกับแนวปฏิบัติ กรณีธนาคารออมสิน หักเงินกองทุนเงินสนับสนุนฯ ชำระหนี้แทนครู เพื่อหาข้อยุติ

 

เด็กไทยชนะเลิศวิจัยรักษ์น้ำระดับโลกที่สวีเดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240352

สสวท., สุราษฎร์พิทยา, สัปปะรดสี, เด็ก, ไทย, ชนะเลิศ, วิจัย, รักษ์, น้ำ, ระดับโลก, ที่, สวีเดน

การศึกษา-สาธารณสุข  : 31 ส.ค. 2559

เด็กไทยชนะเลิศวิจัยรักษ์น้ำระดับโลกที่สวีเดน

นวัตกรรมการกักเก็บน้ำโดยเลียนแบบสับปะรดสี ร.ร.สุราษฎร์พิทยา คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลกที่สวีเดน

       ดร. พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รายงานข่าวด่วนจากประเทศสวีเดนว่า ตามที่ สสวท. ได้จัดการประกวดผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ที่แสดงถึงนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของเยาวชนที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ จึงได้มีการจัดส่งทีมชนะเลิศในปี 2559 คือ โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา เข้าร่วมการประกวด Stockholm Junior Water Prize ที่เมืองสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน ในระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม -1 กันยายน 2559 ในเรื่อง “นวัตกรรมการกักเก็บน้ำเลียนแบบธรรมชาติ สับปะรดสี” (Natural Innovative Water Retention Mimicry Bromeliad (Aechmeaaculeatosepala) ผลงานของนางสาวสุรีย์พร ตรีเพชรประภา นางสาวธิดารัตน์ เพียร และนางสาวกาญจนา คมกล้า โดยมีนางสุวารี พงศ์ธีระวรรณและ นายเฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณเป็นอาจารย์ที่ปรึกษานั้น ผลปรากฏว่าผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งเป็นปีแรกของประเทศไทย และได้รับเกียรติอย่างสูงจากเจ้าฟ้าชายคาร์ล ฟิลิปแห่งสวีเดน เป็นผู้พระราชทานรางวัลในงานดังกล่าวคณะนักเรียนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2559 เวลา 05.50 น. ด้วยเที่ยวบินTG961

เด็กไทยชนะเลิศวิจัยรักษ์น้ำระดับโลกที่สวีเดน

    ผลงานวิจัย “นวัตกรรมการกักเก็บน้ำโดยเลียนแบบสับปะรดสี” เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งสังเกตจากรูปทรงของสับปะรดสีที่สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมผู้วิจัยได้เลือกสับปะรดสีพันธุ์ เอคมี อะคูลีโทเซพาลา (Aechmeaaculeatosepala) เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่เก็บกักน้ำได้ดี

จากการศึกษาลักษณะทางกายภาพของต้นสับประรดสีพันธุ์ดังกล่าว พบว่า ส่วนดักจับน้ำที่สำคัญมีหลายส่วน ได้แก่ แผ่นใบ ที่มีขอบใบทั้งสองข้างบางกว่าบริเวณกลางใบทำให้แผ่นใบมีลักษณะเป็นรูปตัวยูเหมือนรางน้ำ น้ำไหลไปกักเก็บที่แอ่งระหว่างกาบใบ หนามเล็กๆ บริเวณรอบใบ บิดเป็นมุม 50 องศากับขอบใบ ช่วยดึงน้ำที่อยู่ห่างจากขอบใบในระยะ 2 มิลลิเมตร ให้เข้ามาในใบได้ ผิวใบด้านหน้าใบและหลังใบช่วยให้น้ำไหลลงไปรวมกันที่รางรับน้ำ เนื่องจากแรงยึดติด (Adhesive force) ระหว่างน้ำกับผิวใบมากกว่าแรงเชื่อมแน่น (Cohesive force) ของน้ำ

นอกจากนี้ ส่วนกักเก็บน้ำของสับปะรดสีเอคมี อะคูลีโทเซพาลา เกิดจากใบเรียงเหลื่อมซ้อนกัน กาบใบด้านล่างจะกว้างออก ขอบใบบาง มีลักษณะเป็นแอ่งกักเก็บน้ำทรงกรวยตรงกลางลำต้น และระหว่างซอกใบทุกใบก็สามารถเก็บน้ำได้ ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้มากกว่าภาชนะทรงกรวยที่มีขนาดเท่ากันถึง 17.28 เปอร์เซ็นต์

เด็กไทยชนะเลิศวิจัยรักษ์น้ำระดับโลกที่สวีเดน

     จากข้อมูลที่ได้จากการศึกษาการกักเก็บน้ำของสับปะรดสีพันธุ์ เอคมี อะคูลีโทเซพาลา และจากการสังเกตพบว่าในเวลากลางคืนจะมีหยดน้ำเกาะตามแผ่นสังกะสีเคลือบอะลูมิเนียมมุมหลังคาบ้าน จึงได้นำมาเป็นต้นแบบสร้างอุปกรณ์ในการกักเก็บน้ำเลียนแบบสับปะรดสี โดยประดิษฐ์จากแผ่นอะลูมิเนียม เนื่องจากแผ่นอะลูมิเนียมมีความจุความร้อนน้อย ในช่วงเวลากลางคืนเมื่อไอน้ำในอากาศมากระทบจึงกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้ง่าย

เมื่อนำชุดอุปกรณ์นี้ไปใช้จริง โดยติดตั้งบนต้นยางพาราซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ต่อสายน้ำเกลือปักลงในดินห่างจากโคนต้น 1 เมตร พบว่า ความชื้นในดินที่ใช้ชุดอุปกรณ์จะมีค่าสูงกว่าความชื้นในดินที่ไม่ใช้ชุดอุปกรณ์ และไม่รดน้ำ 17.65 เปอร์เซ็นต์ และมีความชื้นในดินใกล้เคียงกับการรดน้ำตามปกติ ซึ่งน้อยกว่ารดน้ำปกติ 9.80 เปอร์เซ็นต์นอกจากนี้ ต้นยางพาราที่ใช้ชุดอุปกรณ์สามารถให้ผลผลิตสูงกว่าไม่ได้ใช้ชุดอุปกรณ์ 57.50 เปอร์เซ็นต์ ด้วยราคาต้นทุนชุดละ 25 บาท เมื่อนำไปใช้กับต้นยางพาราเพียง 6 วัน ก็จะคุ้มราคาทุน

เด็กไทยชนะเลิศวิจัยรักษ์น้ำระดับโลกที่สวีเดน

     กลุ่มนักเรียนผู้พัฒนานวัตกรรม กล่าวว่า สาเหตุที่ทำงานวิจัยเรื่องนี้ เนื่องจากต้องการหาแนวทางในการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในการเกษตร เพราะโมเดลนี้สามารถช่วยเหลือให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชได้แม้สภาวะแห้งแล้ง และจะปรับปรุงพัฒนางานให้ดีขึ้น สามารถกักเก็บน้ำให้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะได้ผลงานที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง และนำไปเผยแพร่สู่ชุมชน ให้ชาวบ้านได้ใช้โมเดลกักเก็บน้ำนี้เพื่อทำ

 

‘โรคมือเท้าปาก’ระบาด รร.บางพูนปิดเรียน7วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240295

คมชัดลึก, ปิดเรียน, วัดบางพูน, ปทุม, สั่ง, โรค, มือ, เท้า, ปาก, ระบาด, บาง, พูน, ปิด, เรียน, วัน, โรคมือเท้าปากระบาด, รรบางพูนปิดเรียน7วัน, โรคมือเท้าปาก

การศึกษา-สาธารณสุข  : 31 ส.ค. 2559

‘โรคมือเท้าปาก’ระบาด รร.บางพูนปิดเรียน7วัน

รร.วัดบางพูน จ.ปทุมธานี สั่งปิดเรียน 7 วัน หลังโรคมือเท้าปากระบาด

               เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 31 ส.ค.59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดบางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก หรือโรคผิวหนัง และได้ให้เด็กนักเรียนบางคนที่เป็นโรคมือ เท้า ปาก หยุดเรียนไปแล้วนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.59 เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บางพูน เข้ามาคัดกรองพบนักเรียนมีอาการของโรคมือ เท้า ปากและผิวหนัง เป็นเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็จะพบในระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับประถม จึงประกาศให้หยุดเรียน ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.59 ถึง 5 ก.ย.59 เป็นเวลา 7 วัน

วันนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปตรวจสอบและสอบถาม น.ส.ณัชชา ชัยรัตน์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 365/07 ม.6 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นผู้ปกครองของ เด็กหญิง อรววณ การะเกตุ อายุ 9 ปี หรือน้องจุ๊บแจง นักเรียนชั้น ป.3/1 โรงเรียนวัดบางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งติดเชื้อโรคมือ เท้า ปาก จากเพื่อนร่วมห้อง

โดย น.ส.ณัชชา ชัยรัตน์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 29 ส.ค. ครูประจำชั้นของลูกสาวได้โทรมาบอกว่าลูกสาวไม่สบายให้ไปรับตัวกลับบ้าน ก็ตกใจเพราะเมื่อช่วงเช้าก็ยังไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนไม่เห็นว่าจะมีอาการเป็นไข้แต่อย่างใด เมื่อไปถึงโรงเรียน ครูก็บอกว่าเด็กติดเชื้อจากเพื่อนร่วมห้องซึ่งก็ได้หยุดเรียนไปแล้วเกือบอาทิตย์ แต่เชื้อของโรคมือ เท้า ปาก ได้แพร่กระจายติดกับเด็กนักเรียนที่อยู่ห้องเดี่ยวกับลูกสาวอีก 14 คน ในขณะที่เจ้าหน้าสาธารณสุขก็ได้คัดกรองเด็กนักเรียนทั้งหมด จากชั้นอนุบาล ถึง ระดับมัธยม เกือบ 1,000 คน ซึ่งคุณครูก็บอกว่าขณะนี้เชื้อโรคมือ เท้า ปาก เข้าไปอยู่ในตัวของลูกสาวแล้ว โดยบอกว่าคุณแม่ต้องดูแลลูกอย่างดีกินข้าวกินปลาต้องแยกถ้วยชาม เวลาลูกเข้าห้องน้ำเสร็จก็ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ซึ่งก็ทำตามที่ครูบอกทั้งหมดแต่ก็ยังไม่คลายจากความกังวล

ทางด้านนายพิเชษฐ การะเกตุ อายุ 45 ปี กล่าวว่ารู้สึกวิตกกังวลของอาการหลังจากที่ลูกสาวติดเชื้อโรคมือ เท้า ปาก เนื่องจากไม่มีหนังสือแจงเตือนให้เราสังเกตอาการของเด็กว่ามีอาการอย่างไร เช่นเด็กมีการซึมเศร้าแล้ว และราควรจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งเราก็ไม่รู้อะไร ขั้นต้น ขั้นแรกจะให้เราสังเกตอาการอย่างไร เพียงแต่มียากินและยาทามาให้

ด้านคุณครูกมลรัตน์ โพธิ์น้อย กล่าวว่า มีเด็กนักเรียนระดับประถมรายหนึ่งมีอาการเป็นไข้ตัวร้อนเมื่อวันพุธที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์แจ้งให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้านและติดตามอาการจึงทราบว่าเป็นโรคมือเท้าปาก ทาง ผอ.จึงสั่งให้เด็กที่เป็นโรคมือเท้าปาก หยุดเรียนก่อน 10 วันถ้ายังไม่หายก็ให้หยุดต่ออีก หลังจากนั้นก็พบว่าเด็กนักเรียนรายอื่นๆ ติดเชื้อโรคมือเท้าปากเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ทางโรงเรียนจึงสั่งให้เด็กหยุดเรียนอีก 10 วัน และในวันที่ 29 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บางพูน เข้ามาคัดกรองพบนักเรียนมีอาการของโรคมือ เท้า ปาก เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนร้อยๆ คน โดยได้แพร่ระบาดออกไปถึงนักเรียนระดับชั้นมัธยม ทาง ผอ.โรงเรียน จังสั่งประกาศหยุดเรียนทั้งโรงเรียนเป็นเวลา 7 วัน โดยจะเปิดเรียนในวันที่ 6 ก.ย. หากพบว่าเด็กนักเรียนคนใดยังไม่หายก็ให้หยุดต่อไปอีก ซึ่งโรคนี้ระบาดเร็วมาก และทางโรงเรียนได้แจ้งไปยังสาธารณสุขจังหวัด แต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ โดยทางโรงเรียนก็ได้ล้างทำความสะอาดทั้งของเล่นเด็กนักเรียน ห้องเรียน อุปกรณ์ต่างๆ ด้วยน้ำยา ซึ่งก็ต้องช่วยกันทำทุกวันก่อนที่โรงเรียนจะเปิด

 

ประยุทธ์บอกมีวิธีรับมือซิกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/240211

นายกฯ, ประยุทธ์, บอก, วิธี, รับมือ, ซิกา

การศึกษา-สาธารณสุข  : 30 ส.ค. 2559

ประยุทธ์บอกมีวิธีรับมือซิกา

นายกฯ”ยันมีมาตรการรับมือ “ซิกา” ชี้ไทยรับมือโรคระบาดดีที่สุดในอาเซีย

–30ส.ค.59–เมื่อเวลา 14.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรป   ระบุถึงสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาใน 4 จังหวัดของไทยคือจ.จันทบุรี เพชรบูรณ์ บึงกาฬ และเชียงใหม่ อยู่ในระดับสีแดงว่า กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข กำลังติดตามอยู่ซึ่งมีอยู่ 3-4 จังหวัด ทุกอย่างเราไม่ต้องกังวล เรามีแผนงานและมาตรการรองรับไว้แล้ว เมื่อมันเกิดเราก็ต้องแก้ไขและอย่าให้คนเป็นอีก ทั้งนี้เราได้ตั้งศูนย์ในแต่ละภูมิภาคเอาไว้รองรับแล้ว รัฐบาลนี้ให้งบประมาณลงไปจัดทำห้องคนไข้พิเศษ ห้องปฏิบัติการดูแลโรคระบาดร้ายแรง ซึ่งมีทุกโรงพยาบาลใหญ่

“ตอนนี้รมว.สาธารณสุขกำลังดูแลอยู่  รมว.มหาดไทยก็กำชับลงไปในพื้นที่ในสายการปกครอง บางโรคบางทีก็ติดต่อง่าย เพียงถ้ารักษาทันเวลาก็ไม่เป็นไร บางครั้งก็ได้ยาผิด กินยาผิดกันเองบ้าง ไม่ไปหาหมอเลยไม่รู้อาการบ้าง เราต้องสร้างการรับรู้โรคไวรัสซิกา มีอาการอย่างไร มันก็เป็นการทั้งโลกและหลายประเทศ เราขึ้นชื่อว่าเราเป็นประเทศที่บริหารจัดการเรื่องโรคระบาดได้ดีที่สุดในอาเซียน เรามีชื่อเสียง”นายกฯกล่าว