เผยมีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เสียชีวิต 3 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239441

พิธีฮัจย์, เผย, ผู้เดินทาง, ประกอบ, พิธี, ฮัจย์, เสียชีวิต, บอร์ดฮัจย์, ทีมไทยแลนด์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

เผยมีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เสียชีวิต 3 คน

ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ เสียชีวิตแล้ว 3 คน ด้าน”บอร์ดฮัจย์”ชื่นชมการดำเนินการปี 2559 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้เดินทางได้รับความสะดวก พึงพอใจ

เมื่อวันที่ 24ส.ค. ที่ห้องประชุมกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระโรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยครั้งที่3/2559โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมว่าที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานกิจการฮัจย์ ประจำปี 2559 (ฮ.ศ.1437)ซึ่งมีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ปี 2559 จำนวน9,602คนเริ่มเดินทางไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาซึ่งในภาพรวมถือว่า การปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ปีนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยคณะทำงานอะมีรุ้ลฮัจย์คณะทำงานสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์และภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ได้ร่วมกันทำงานในนาม“ทีมไทยแลนด์”จนภารกิจในพื้นที่ต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามเจตนารมณ์ของราชการและผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ได้รับความสะดวกและมีความพึงพอใจจึงขอชื่นชมในการทำงานครั้งนี้ด้วย

รมว.วธ.กล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบอีก2เรื่องได้แก่กรณีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ชาวไทยเสียชีวิตจำนวน3คน(ข้อมูลณวันที่22สิงหาคม2559)โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยและสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการฝังศพและการออกใบมรณะบัตรและกรมการศาสนาได้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตเพื่อแจ้งให้กับทายาททราบแล้วและกรณีข่าวผู้ประกอบพิธีฮัจย์ 22 คนถูกหลอกลวงไม่ได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ นั้นทางผู้ประกอบพิธีฮัจย์ ได้แจ้งความเอาผิดต่อผู้นำกลุ่มหรือแซะห์แล้วส่วนกรมการศาสนาได้เร่งแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดขณะนี้ได้รับรายงานว่าทางผู้ประกอบกิจการฮัจย์ คือ ห.จ.ก.เอส.ที.อาราเบียนกรุ๊ปได้ยืนยันและพร้อมรับผิดชอบในการนำผู้ประกอบพิธีฮัจย์ ทั้ง 22 คน ให้ได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ทั้งหมดขณะนี้ได้รับยืนยันการเดินทาง จำนวน 21 คนกำหนดเดินทางวันที่19 ส.ค. 5 คน วันที่ 24 ส.ค. 7 คนและวันที่25ส.ค.9 คนไม่เดินทาง1คนเนื่องจากป่วย

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณานิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการกิจการการรับจัดบริการขนส่งในกิจการฮัจย์และการจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์ได้พิจารณาการขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการกิจการการรับจัดบริการขนส่งในกิจการฮัจย์และการจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์ของนิติบุคคลจำนวน7รายดังนี้1.ห้างหุ้นส่วนจำกัดมูฮัมมัดอัจย์เซอร์วิส2.ห้างหุ้นส่วนจำกัดแอนตีสันเทรเวลแอนด์เซอร์วิส3.บริษัทอิกรอมฮัจย์แอนด์แทรเวลจำกัด4.ห้างหุ่นส่วนจำกัดซีลำลองกรุ๊ป5.ห้างหุ้นส่วนจำกัดวาซิมทัวร์6.บริษัทบารากัตทราเวลจำกัด7.ห้างหุ่นส่วนจำกัดอินตันเอกซ์เพรส

 

สั่งพักงาน 5 บิ๊กสกสค.กรณีบิลเลี่ยนฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239440

บิลเลี่ยนอินโนเวเท็ด กรุ๊ป, ผอ.สำนัก, ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย, พักงาน 5 บิ๊กสกสค., สั่ง, พักงาน, บิ๊ก, กรณี, บิล, เลี่ยน, สั่งพักงาน, ดาว์พงษ์, อนันต์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

สั่งพักงาน 5 บิ๊กสกสค.กรณีบิลเลี่ยนฯ

“ดาว์พงษ์” เซ็นพักงาน 1 ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ผอ.ของ สกสค.ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ กรณีบิลเลี่ยนฯ พร้อมตั้ง “อนันต์” ทำหน้าที่ประธานสอบสวนวินัยฯต่อ

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ บุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้รายงานความคืบหน้าการสอบสวนทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อตั๋วสัญญามูลค่า 2,100 ล้านบาท กับบริษัทบิล เลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด โดยตนได้ลงนามในคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้ที่ เกี่ยวข้องกับปัญหาบริษัทบิล เลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด ชุดใหม่ ตามที่ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.เสนอ พร้อมกันนี้ ได้ลงนามในคำสั่งพักงานพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สกสค. จำนวน 5 ราย ตามที่คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฯ เสนอมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฯ ชุดใหม่ยังคงมี นายอนันต์ ระงับทุกข์ ผู้ตรวจราชกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเช่นเดิม

ด้าน นายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า มีผู้ที่ถูกสอบสวนกรณีบ.บิลเลี่ยนฯ ทั้งหมด 6 ราย แต่เกษียณอายุราชการไปแล้ว 1 ราย จึงมีคำสั่งพักงานผู้ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง 5 ราย โดยมีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ผอ.สถานพยาบาล สกสค. ผอ.กลุ่มงานในสกสค. และผอ.สกสค.จังหวัดกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการสอบสวนจะดำเนินการกับทั้ง 6 ราย รวมถึงผู้เกษียณอายุฯ ไปแล้วด้วย ซึ่ง การเสนอชื่อ นายอนันต์ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เหมือนเดิม เพราะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวมาแต่ต้น รู้รายละเอียดเป็นอย่างดี ซึ่ง นายอนันต์ รับปากจะเร่งดำเนินการให้เสร็จก่อนเกษียณอายุฯ ในวันที่ 30 กันยายน นี้

นายพินิจศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี คืนจากธนาคารธนชาตให้แก่ สกสค. เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการอนุมัติ ปิดบัญชี และเบิกถอนเงินของ สกสค.ที่ฝากไว้ไม่ถูกต้อง นั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สกสค. ได้ส่งหนังสือขอคำแนะนำไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง ว่าควรดำเนินการอย่างไร เนื่องจากทางอัยการ ส่งหนังสือ แจ้งกลับมาว่า มีเหตุขัดข้อง ในการดำเนินการฟ้องแพ่งธนาคารธนชาต ทั้งนี้ การดำเนินการในเรื่องนี้อาจจะดูล่าช้า แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอน และพิจารณาอย่างละเอียด

 

เผยยอดสมัครสอบบรรจุผอ.อาชีวะ 882 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239433

สอบผอ.อาชีวะ, เผย, ยอด, สมัคร, สอบ, บรรจุ, อาชีวะ, 882

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

เผยยอดสมัครสอบบรรจุผอ.อาชีวะ 882 คน

สอศ.เผยมีผู้สมัครสอบบรรจุ ผอ. 882 คน เป็นกลุ่มทั่วไป 431 คน กลุ่มประสบการณ์ 451 คน เน้นคัดคนมีประสบการณ์ ขึ้นบัญชี 2 ปี

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ประกาศเรื่อง การคัดเลือกบุคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา( สอศ.) ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 82 อัตรา จำแนกเป็น อัตราว่าง 44 อัตรา และ แทนอัตราเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2559 จำนวน 38 อัตรา โดยได้สิ้นสุดการรับสมัครไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา  มีผู้สมัคร ทั้งสิ้น 882 คน แบ่งเป็น กลุ่มทั่วไป 431 คน และกลุ่มประสบการณ์ 451 คน ทั้ง นี้จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก วันที่ 26 สิงหาคม สอบข้อเขียน วันที่ 4 กันยายน ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก ที่มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์ ภาค ข วันที่ 9 กันยายน สอบสัมภาษณ์ วันที่ 18 กันยายน และประกาศขึ้นบัญชี วันที่ 23 กันยายน  โดยจะบรรจุแต่งตั้ง ในวันที่ 1 ตุลาคม จำนวน 82 อัตรา และคาดว่าจะมีขึ้นบัญชี 2 ปี ประมาณ 250 คน

“การบรรจุแต่งตั้งผู้บริหารกลุ่มนี้ จะดำเนินการหลังจาก การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ในเดือนกันยายนนี้แล้วเสร็จ  เพื่อให้รู้อัตราว่าง ในแต่ละพื้นที่ที่ชัดเจน จากนั้นจึงจะบรรจุผู้สอบผ่านการคัดเลือก  โดยจะเน้นให้กลุ่มผู้ที่มีประสบการณ์ได้นั่งบริหารวิทยาลัยมากขึ้น ซึ่งการคัดเลือกกลุ่มประสบการณ์ ครั้งนี้จะใช้วิธีการประเมินผลจากการปฏิบัติหน้าที่ ประวัติการทำงาน และแฟ้มสะสมงานไม่มีการสอบข้อเขียน แต่ยังมีการสอบสัมภาษณ์เพื่อดูวิสัยทัศน์ ส่วนกลุ่มทั่วไปจะใช้หลักเกณฑ์เดิม คือ สอบข้อเขียนแบบปรนัยเน้นการศึกษาการวิเคราะห์และการนำไปใช้รวมทั้งดู ประวัติการทำงานด้านบริหาร และสัมภาษณ์เพื่อดูวิสัยทัศน์ ทั้งนี้ การบรรจุจะเรียกสลับจากกลุ่มประสบการณ์ก่อน 4 คน แล้วจึงเรียกกลุ่มทั่วไป 1 คน สลับกันไปจนครบ”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

 

สจล.ตั้งเป้าสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก 2040

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239437

สจล.สจล.ตั้งเป้าสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก 2040, สจล, ตั้งเป้า, สู่, มหาวิทยาลัย, ระดับโลก, 2040, แคปซูลกาลเวลาวิสัยทัศน์สถาบัน 2016, รวมพลังสร้างชาติ, แคปซูลกาลเวลาวิสัยทัศน์สถาบัน Time Capsule 2016, แคมซูลกาลเวลาวิสัยทัศนสถาบันTime Capsule 2016

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

สจล.ตั้งเป้าสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก 2040

สจล.ตั้งเป้าอีก24ปีสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก อุดมศึกษาแห่งนวัตกรรม ด้วยแนวคิดจินตนาการสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคตบรรจุลงใน “แคปซูลกาลเวลาวิสัยทัศน์สถาบัน 2016”

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ฉลองครบรอบ56ปี แห่งการก่อตั้งสถาบัน ด้วยแนวคิด”รวมพลังสร้างชาติ” ก้าวสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งนวัตกรรม The Master of Innovation ด้วยกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ระดมแนวคิดจินตนาการสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคตจากนักศึกษาบรรจุลงใน “แคปซูลกาลเวลาวิสัยทัศน์สถาบัน (Time Capsule) 2016” โดยภายในงาน ได้นิมนต์พระพรหมมังคลาจารย์ หรือท่านเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร มาเป็นประธานในพิธิฝังแคมซูลกาลเวลาวิสัยทัศน์ 2040 พร้อมแจกผ้ายันต์ให้แก่ผู้มาร่วมในพิธี ชื่อ ชนะศัตรูพ่ายสิบทิศ I Love KMiTL  รวมถึงได้มีการจัดนิทรรศการผลงานนวัตกรรมจากทุกคณะ

สจล.ตั้งเป้าสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก 2040

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. กล่าวว่าวันนี้เป็นวันมหามงคลฤกษ์ของสจล. เพราะไม่ใช่เป็นเพียงวันสถาปนามหาวิทยาลัยที่ทุกคนรักครบรอบ 56 ปีเท่านั้น  ตนและคณะผู้บริหารสจล.ได้มีโอกาสนิมนต์พระพรหมมังคลาจารย์ หรือท่านเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารได้มาให้ข้อคิด คำสอนต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ดีต่อการพัฒนาสจล. และประเทศ  ซึ่งประเทศไทยทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นประเทศที่ไม่สามารถก้าวข้ามประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เราติดกับดักนี้มาหลายสิบปี เมื่อก่อนสมัยตนยังเป็นเด็ก เราเรียกตัวเองว่าประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เทียบกับประเทศเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย แต่ตอนนี้ประเทศไทยแพ้ประเทศเหล่านี้โดยสมบูรณ์แบบ อย่าง ประเทศเกาหลีใต้ ตอนนี้กลายเป็นประเทศโลกที่หนึ่งโดยสมบูรณ์ มี ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มากกว่าไทยอย่างมาก หรือ มาเลเซีย ที่ตั้งเป้า ปี 2020 เป็นประเทศพัฒนาแล้วเข้าสู่ประเทศโลกที่หนึ่ง และขณะนี้ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นจริง ขณะที่ประเทศไทยย่ำอยู่กับที่และคอยมองประเทศที่เคยอยู่ในระดับเดียวกับเราก้าวขึ้นไปครั้งแล้วครั้งเล่า  ทั้งนี้ รอบตัวเราไม่ว่าจะมือถือ โทรทัศน์ หลอดไฟ ไทยไม่เคยผลิตได้ด้วยตนเอง ไม่เว้นแม้แต่เข้มฉีดยาที่ต้องนำเข้าจากประเทศอื่น ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศไทยจะกินน้ำใต้ศอกประเทศที่พัฒนาแล้วไปชั่วกัลปวสาน มหาวิทยาลัยเป็นเสาหลักของชาติ เป็นสถาบันที่มีผู้จบระดับปริญญาเอกมากกว่า 90%  มีองค์ความรู้ที่คิดได้ เกิดจากมหาวิทยาลัย 90%ถ้ามหาวิทยาลัยไม่มีแรงกล้า ตั้งเป้าเป็นเสาหลักในการพัฒนาประเทศก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศให้แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้

สจล.ตั้งเป้าสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก 2040

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ในรอบ 56 ปี ที่สจล.ตั้งเป้าจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ซึ่งเรามีการเปิดการเรียนการสอน 9คณะ 6วิทยาลัย และกำลังจะมีวิทยาลัยใหม่ๆ ที่จะเป็นระดับโลก เช่น วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ ที่จะผลิตผู้ที่มีองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์และแพทยศาสตร์ในคนๆ เดียว รวมถึงโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS) ที่จะบ่มเพาะเด็กไทยตั้งแต่ในวัยเยาว์ให้เป็นนักเรียนสำหรับศตวรรษที่ 21 พร้อมเติบโตเป็นนักสร้างนวัตกรรมในอนาคต เป็นนักรบให้แก่ประเทศไทย ดังนั้น ผู้บริหารสจล.ทุกคนได้มองเป้า 2น4 ปีข้างหน้า โดยในปี 2040 จะร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์สจล.ที่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ประเทศชาติเท่านั้น  แต่จะสร้างองค์ความรู้เพื่อมวลมนุษยชาติ ในการสร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่างๆ ให้เกิดขึ้น เพราะถ้ามหาวิทยาลัยอยู่แบบเดิมๆ เราจะก้าวสู่การแตกดับ ไม่สามารถสู้ใครได้ เนื่องจากโลกใบนี้สู้กันด้วยนวัตกรรมล้วนๆ และถ้าเราอยู่โดยไม่มีความฝัน  ไม่คิดจะสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เราก็เหมือนคนตายรวมถึงมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งอิสระทางความคิด ถ้าไม่เป็นแหล่งอิสระทางความคิด ก็ไม่สามารถสร้างนวัตกรรม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ วันนี้จึงถือเป็นฤกษ์ เพื่อสจล.เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ทำเพื่อคนทั่วโลก” อธิการบดีสจล. กล่าว

ทั้งนี้ โอกาสนี้ สจล.ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงการระดมพลังความคิดเพื่อสร้างประเทศ จุดประกายแรงบันดาลใจและจินตนาการสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคตด โดยเชิญชวนนักศึกษาจากทั่วประเทศมาร่วมนำเสนอและบรรจุแนวคิดเหล่านี้ลงใน “แคมซูลกาลเวลาวิสัยทัศนสถาบัน(Time Capsule) 2016” เพื่อฝังไว้ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น 1 อาคารหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และรอเปิดอีกครั้งใน วันที่ 24 ส.ค.2040  ซึ่งเมื่อเวลานั้น สจล.มุ่งหวังว่าวิสัยทัศน์หลายๆ อย่างต้องเกิดขึ้นจริง นอกจากนั้นได้มีการใช้เทคนิคสนุกสนานและทันสมัย โดนใจนักศึกษาโดยการปล่อย Lure Module ล่อโปเกม่อนให้มารวมตัวกัน ดึงดูนักศึกษาสาวกเกมโปเกมอนโกจากทั่วสถาบันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการระดมไอเดียนวัตกรรมแห่งอนาคตครั้งนี้

 

จี้สพฐ.ใช้งบกระตุ้นศก.พัฒนาร.ร.ขนาดเล็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239405

งบกระตุ้นเศรษฐกิจ, ร.ร.แม่เหล็ก, ร.ร.เล็ก, จี้สพฐ, ใช้, กระตุ้น, พัฒนา, ขนาดเล็ก

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

จี้สพฐ.ใช้งบกระตุ้นศก.พัฒนาร.ร.ขนาดเล็ก

กำชับองค์กรหลัก ศธ.ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำต้องไม่ยัดเยียด สั่งสพฐ.เร่งบริหารจัดการร.ร.ขนาดเล็กเฟ้นหา ร.ร.แม่เหล็กมารองรับเด็ก ยันไม่แตะร.ร.เล็กในพื้นที่ห่างไกล

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการ ประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ตนได้ย้ำให้ผู้บริหารองค์กรหลัก เร่งดำเนินการ จัดสรรงบประมาณ กระตุ้นเศรษฐกิจ ประจำปีงบประมาณ 2559  ซึ่ง ศธ.ได้รับการจัดสรรมากที่สุด ถึง  9,400 ล้านบาท  แบ่งเป็น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ประมาณ 5,000 ล้านบาท  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประมาณ 3,800 ล้านบาท  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประมาณ 161 ล้านบาท  และสำนักงานปลัดศธ. ประมาณ 83 ล้านบาท

ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าว มีเจตนารมณ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่  และมีเงื่อนไขเวลา โดยทุกหน่วยงานจะต้อง แจ้งรายละเอียดการดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้สำนักงบประมาณ ทราบภายในวันที่ 2 กันยายน และต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม  ซึ่งตนห่วงว่า ด้วยเวลาที่จำกัด จะเกิดช่องว่างในการทุจริต ยัดเยียดโครงการต่าง ๆ ให้โรงเรียน  จึงกำชับสพฐ. ให้ดูแล และการจัดสรรงบประมาณ จะต้องตรงตามความต้องการของโรงเรียนจริง ๆ  ไม่ใช่ปล่อยให้มีการเรียกเงินทอนเกิดขึ้น

“ เรื่องที่ผมให้น้ำหนัก และเร่งดำเนินการแก้ไขคือ การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 20 คน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 870 โรงเรียน  โดยให้สพฐ. ไปสำรวจโรงเรียนใกล้ที่มีความเข็มแรง และจัดสรรงบประมาณ ลงไปให้โรงเรียนเหล่านั้นมีความสมบูรณ์ขึ้น ทั้งด้านบุคลากร และสภาแวดล้อม อุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อให้เป็นโรงเรียนแม่เหล็ก รองรับนักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กที่จะย้ายไป ซึ่งการบริหารจัดการดังกล่าว จะดำเนินการเฉพาะ โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ปกติเท่านั้น จะไม่ไปยุ่งกับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่พิเศษ พื้นที่ห่างไกล ขณะเดียวกัน จะลงไปดูโรงเรียนขยายโอกาส ที่มีนักเรียนน้อย  และมีโรงเรียนขนาดใหญ่อยู่ใกล้เคียง  โดยคิดว่าจะบริหารจัดการในรูปแบบเดียวกัน เพื่อให้นักเรียนได้รับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ “ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัย จะมีงบประมาณ อยู่สองส่วน คือ ส่วนครุภัณฑ์ กับงบก่อสร้าง  โดยขอให้สกอ. ไปดูว่าและการจัดสรรงบประมาณ จัดซื้อครุภัณฑ์ ของแต่ละมหาวิทยาลัย ให้ลงไปในคณะ/สาขา ที่เป็นความต้องการของประเทศ

 

“น่าละอาย”รมว.สธ.จวกคนใช้รถพยาบาลรพ.สต.ก่อเหตุคาร์บอมปัตตานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239384

คาร์บอมปัตตานี, รถพยาบาลคาร์บอม, รถพยาบาลรพ.สต., ปิยะสกล สกลสัตยาทร, น่าละอาย, รมว, จวก, คนใช้, รถพยาบาล, ก่อเหตุ, คาร์, บอม, ปัตตานี

การศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

“น่าละอาย”รมว.สธ.จวกคนใช้รถพยาบาลรพ.สต.ก่อเหตุคาร์บอมปัตตานี

รมว.สธ.จวกพฤติกรรมน่าละอายใช้รถพยาบาลก่อเหตุคาร์บอมปัตตานี วอนอย่านำสิ่งช่วยชีวิตมาทำลายชีวิต เบื้องต้นตาย1ราย สาหัส4ราย สะเก็ดระเบิดฝังสมอง ลำไส้ฉีกขาด

        เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวถึงกรณีเหตุระเบิดที่จ.ปัตตานี  ซึ่งพบว่ามีการใช้รถยนต์พยาบาลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ปะกาฮารังเป็นคาร์บอมว่า เป็นสิ่งที่นอกเหนือการควบคุม ไม่รู้ว่ามีการนำรถพยาบาลไปดำเนินการแบบนั้นเพราะอะไร ขั้นต้นยังบอกไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะตนไม่รู้จิตใคร จึงเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ให้ความร่วมมือในการดำเนินการอย่างเต็มที่

“ ขอร้องว่าอย่านำรถพยาบาลหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ใดๆไปใช้ในการก่อเหตุ หรือทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรใช้สิ่งที่เป็นการช่วยชีวิตคนไปใช้ในการทำลายชีวิตคน ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าละอายมากสำหรับผู้ที่ทำแบบนั้น”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

ด้านนพ.โสภณ  เมฆธน  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(ปลัดสธ.)  ว่า จากการตรวจสอบพบว่า เป็นรถยนต์ของรพ.สต.จริง โดยเป็นรถลำเลียงและส่งต่อผู้ป่วย เบื้องต้นพบว่ามีคนขับ 2 คน แต่ทั้งหมดก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเพราะอะไร หรือมีการใช้รถได้อย่างไร  ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงกำลังตรวจสอบอยู่  อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มีการเชื่อมโยงเรื่องราวกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และทุกอย่างก็อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของฝ่ายความมั่นคง

นพ.บรรเจิด  สุขพิพัฒปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บจำนวน 30 ราย เสียชีวิต 1 ราย ในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสามารถกลับบ้านได้แล้ว 15 ราย นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย โดยมีอาการสาหัสจำนวน 4 ราย รายแรกมีสะเก็ดระเบิดฝั่งอยู่ที่สมองทำให้เนื้อสมองถูกทำลาย ได้รับการผ่าตัดแล้วแต่อาการยังต้องเฝ้าระวัง ส่วนอีก 2 ราย ลำไส้ฉีกขาดได้รับการผ่าตัดศัลยกรรมแล้วอาการดีขึ้นรอการฟื้นตัว และรายสุดท้ายมีสิ่งแปลกปลอมเข้าที่ดวงตา 1 ข้าง กำลังส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์หรือม.อ. เพื่อดูว่าจอประสาทตาเสียหายมากน้อยเพียงไร เพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

“ส่วนรถที่ใช้ในการก่อเหตุมีตราของกระทรวงสาธารณสุข ก็ชัดเจนว่าเป็นรถพยาบาลของรพ.สต.ปะกาฮารัง ซึ่งตนได้ดำกำชับให้มีการตรวจสอบ แต่เรื่องนี้ควรรอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก่อน และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่รพ.ปัตตานี ที่สามารถเข้าไปดูแลสถานที่เกิดเหตุได้ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งรพ.ทุกแห่งในจ.ปัตตานีการเตรียมพร้อมตลอดเวลาและได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่างๆเป็นอย่างดี” นพ.บรรเจิดกล่าว

 

900 กว่าตำแหน่งมีหนาว!!! “หมอหลวง”สั่งลุยปราบคนทุจริตในสธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239357

ปลัดสธ., นพ.โสภณ เมฆธน, ผอ.รพ., นพ.สสจ., นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี, แต่งตั้งโยกย้ายสธ., 900, กว่า, ตำแหน่ง, หนาว, หมอ, หลวง, สั่ง, ลุย, ปราบ, ทุจริต, กว่าตำแหน่งมีหนาว, หมอหลวง

การศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

900 กว่าตำแหน่งมีหนาว!!! “หมอหลวง”สั่งลุยปราบคนทุจริตในสธ.

“หมอหลวง”สั่งลุยปราบคนทุจริตในสธ. ใครถูกร้องเรื่องมีมูลจัดการวินัย-อาญา ใครไม่ชัดเจนมอบปลัดโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนออกนอกพื้นที่

        หลังจากที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงหรือระดับ 10 จำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นอธิบดีกรมควบคุมโรค2.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิต 3.นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 4.นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงและผู้ตรวจราชการเขต 5 เป็นอธิบดีกรมการแพทย์

5.นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเขต 4 เป็นเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 6.นพ.สุเทพ วัชรปิยานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเขต 12 เป็นอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 7.นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเขต 3 เป็นอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 8.นพ.เกียรติภูมิ วงศ์วรจิต รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ตรวจราชการเขต 9 เป็นรองปลัดสธ. และ9.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ สาธารณสุขนิเทศก์ เขต 8 ได้ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนี้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)จะพิจาณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารในระดับรองลงมา คือ ตั้งแต่ระดับ 9 ในตำแหน่งรองอธิบดี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังกัดสธ.ทุกระดับทั่วประเทศ  ซึ่งเป็นอำนาจการพิจารณาแต่งตั้งของปลัดกระทรวงสาธารณสุข(ปลัดสธ.)

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า ในใจตนยึดมาตรฐานมาตลอดว่าคนที่เข้ามารับตำแหน่งระดับผู้บริหาร หรือเป็นผู้นำจะต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.มีความมั่นคงในคุณธรรม ซึ่งจะเป็นยิ่งกว่าความซื่อสัตย์ แต่ต้องมีความมั่นคง ยึดมั่นในคุณธรรม 2.มีความฉลาดและปัญญา จะมีแต่ความฉลาดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีปัญญาที่จะเอาความรู้ ประสบการณ์ ไหวพริบมาใช้เพื่อร่วมสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้น และ3.มีพลัง ในการที่จะขับเคลื่อนสิ่งดีๆให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งข้อแรกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

“เท่าที่ทราบมีผู้บริหารถูกร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสหรือทุจริตเข้ามาจำนวนไม่มาก มีประปราย แต่ผมไม่อยากให้เกิดเรื่องการโกงหรือทุจริตขึ้นเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าการดูแลเจ้าหน้าที่ ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขราว 3 แสนคนจะให้มีดีเหมือนกันทั้งหมดก็คงไม่ได้ แต่ก็จะต้องพยายามไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึค้น หากมีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

900 กว่าตำแหน่งมีหนาว!!! “หมอหลวง”สั่งลุยปราบคนทุจริตในสธ.

        นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ได้มอบนโยบายให้นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารในระดับรองลงมาจากตำแหน่งรองปลัด อธิบดีและผู้ตรวจราชการซึ่งเป็นตำแหน่งในระดับ 10  โดยให้คำนึงถึงความซื่อสัตย์ ความสามารถเป็นสำคัญ บุคคลใดที่ถูกร้องเรียนเรื่องทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ถ้ามีมูลให้ดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา ถ้าไม่ชัดเจนก็ให้โยกย้ายสลับสับเปลี่ยน ทั้งนี้ เพื่อป้องปรามไม่ให้กระทำผิดทุจริตตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา พบเห็นบุคคลทุจริตสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้  จะเป็นการช่วยกันกำจัดคอร์รับชั่นให้สิ้น เพื่อแผ่นดินไทยอยู่รอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำแหน่งระดับรองจากระดับ 10 ซึ่งเป็นอำนาจปลัดสธ.ในการแต่งตั้งโยกย้ายที่เข้าข่ายจะต้องมีการพิจารณา ประมาณ  998 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รองอธิบดี 25 ตำแหน่ง นพ.สสจ.ทั่วประเทศ 77 ตำแหน่ง และผู้อำนวยการรพ.สังกัด สธ.ทั่วประเทศรวม 896 แห่ง แยกเป็นโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) หรือโรงพยาบาลประจำอำเภอ 780 ตำแหน่ง โรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)/โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด 116 ตำแหน่ง

 

ชู’รพ.แหลมฉบัง’ต้นแบบรพ.ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ80พรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239324

โรงพยาบาลชุมชน, แหลมฉบัง, ต้นแบบ, ชุมชน, เฉลิมพระเกียรติ, พรรษา, รพแหลมฉบัง

การศึกษา-สาธารณสุข  : 23 ส.ค. 2559

ชู’รพ.แหลมฉบัง’ต้นแบบรพ.ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ80พรรษา

สธ.จับมือ สสส.-สถาปัตย์เกษตรฯ พลิกโฉม รพ.ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สู่โรงพยาบาลที่เป็นมากกว่าโรงพยาบาล ชู “รพ.แหลมฉบัง” ต้นแบบประสบความสำเร็จ

           เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข ในงานแถลงข่าว “Re-branding โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” ความร่วมมือการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 5 ธันวาคม 2560  ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้ประชาชนในทุกพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงและได้รับบริการด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ในปี 2550 จึงได้ก่อตั้งโรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาขึ้น 10 แห่ง กระจายตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทศวรรษที่ 2 ในปีพ.ศ.2560-2569 ถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 5 ธันวาคม 2560 ที่จะมาถึง และมีนโยบายให้พัฒนาโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติฯ ออกแบบและจัดการสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ โดยร่วมมือกับ สสส.ที่มีฐานความรู้ในการสนับสนุนให้เกิดตัวอย่างโรงพยาบาลที่มีสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างที่ช่วยส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสุขของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาเยียวยา และเป็นโรงพยาบาลที่มากกว่าโรงพยาบาล

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างของโรงพยาบาลไม่เพียงแต่อำนวยความสะดวกให้การบริการและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ในการบำบัดรักษาสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้โรงพยาบาล ซึ่งจากงานวิจัยเชิงประจักษ์พบว่า สิ่งแวดล้อมที่ดีมีผลต่อการสร้างสุขภาวะ คุณภาพชีวิต สัมพันธ์กับการฟื้นตัวทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ที่ผ่านมาสสส.ได้ร่วมกับกลุ่มวิจัยสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาการประยุกต์ใช้หลักการออกแบบและพัฒนาสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างของโรงพยาบาล โดยมีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในโรงพยาบาลแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ที่พบว่าหลังจากโรงพยาบาลดำเนินการปรับผังการใช้พื้นที่ภาพรวม การเพิ่มพื้นที่พักผ่อนและเผยแพร่ความรู้แล้ว จากผลการประเมินพบว่าผู้มารับบริการมีความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมของแผนกผู้ป่วยนอกในระดับปานกลางถึงมาก มีความรู้สึกผ่อนคลายในการพักรอมากขึ้น จึงคาดหวังว่าความร่วมมือในการสร้างต้นแบบของโรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อเป็นโรงพยาบาลที่มีการบริหารจัดการและการบริการที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของชุมชนจะสามารถเกิดขึ้นได้ในโรงพยาบาลในประเทศไทย

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การพัฒนาสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างของโรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่บนแนวคิดในการสร้างโรงพยาบาลที่เป็นยิ่งกว่าโรงพยาบาล โดยมีอัตลักษณ์ที่สำคัญ 4 ด้านคือ 1. เป็นโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติของในหลวง แสดงออกถึงการน้อมนำแนวทางตามพระราชดำริมาใช้และเผยแพร่ 2. เป็นโรงพยาบาลที่เป็นหนึ่งเดียวกับพื้นที่ สิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลเอื้อต่อการมีสุขภาวะทั้งทางกาย ใจ สังคมและปัญญาของทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชนที่เข้ามาใช้พื้นที่ 3.เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชน โดยเป็นที่พึ่งของชุมชนในด้านการรักษาสุขภาพ เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ และ 4. เป็นโรงพยาบาลที่มีบริการดี มีมาตรฐาน อบอุ่น เป็นกันเอง ซึ่งสามารถออกแบบสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อชีวิตประจำวันของทุกคนโดยเลือกการตกแต่งสร้างบรรยากาศเหมือนบ้านเพื่อสร้างความคุ้นเคย   การพัฒนาโรงพยาบาลตามแนวคิดดังกล่าวต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของบุคลากรของโรงพยาบาล ชาวบ้าน ในพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขและบริบทที่แตกต่างกันของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ทั้งทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อม ให้สอดคล้องกับพระราชดำริในการพัฒนาชุมชนด้วยความพอเพียงและส่งเสริมความเป็นท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนและเหมาะสม

 

ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดสมุนไพรตัวใหม่ช่วยชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239314

เจ้าพระยา, อภัย, เปิด, สมุนไพร, ตัวใหม่, ช่วย, ชาติ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 23 ส.ค. 2559

ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดสมุนไพรตัวใหม่ช่วยชาติ

ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดสมุนไพรตัวใหม่ช่วยชาติ

            23ส.ค.2559 ด้วยปัจจุบันประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาภาวะโลกร้อน ที่มีสภาพอากาศร้อนขึ้น ฤดูฝนที่สั้นลง มีรังสียูวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบให้ประชาชนมีภาวะตึงเครียด ฉุนเฉียว ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะโลกร้อน ทางการแพทย์แผนไทยมองเห็นสภาพปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดจากภาวะโลกร้อน การกำเริบของปิตตะ หรือธาตุไฟ ทำให้เกิดความร้อนภายในสูงขึ้น ปิตตะที่เพิ่มมากย่อมส่งผลต่อ วาตะหรือธาตุลม ให้มีความแห้งและกำเริบได้ เกิดการเสียสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ หรืออาการเจ็บป่วย เช่น อาการร้อนใน ผิวแห้งเหี่ยวมีริ้วรอย ภูมิแพ้ โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหารอีกมากกมาย

ทางแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ค้นพบสมุนไพรตัวใหม่ ผักเบี้ยใหญ่ เป็นไม้ล้มลุกลำต้นเลื้อยทอดไปตามดิน อวบน้ำ ใบเดี่ยว ออกตรงกลาง ใบมีลักษณะคล้ายลิ้น ปลายมน โคนเรียวเล็ก ใบหนาเป็นมัน ดอกมีทั้งเดี่ยวและช่อ ไม่มีก้านดอก สีเหลืองสด ผลกลมรี เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาลจะพบขึ้นตามซอกหินซอกกำแพง ขึ้นง่ายตามธรรมชาติ ในชนบทมักนิยมนำมาทานจิ้มน้ำพริกหรือทำน้ำบูดู หรือทำแกงส้ม

แพทย์แผนไทยพบว่าผักเบี้ยใหญ่ มีสรรพคุณมากมายอาทิเช่น บำรุงผิว แก้ร้อนใน รักษาโรคสะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ ผิวหนัง ยารักษามะเร็ง แก้ไข้ในเด็ก แก้ตัวร้อน และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ทำการสาธิตนำผักเบี้ยใหญ่มาทำการสาธิต โดยการปั่นผสมน้ำ สาธิตใช้น้ำจากการปั่นมาทาผิวที่แห้ง ให้เกิดความชุ่มชื้น

ภญ.ดร.สุภาพร ปิติพร รองผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ในงานสมุนไพรแห่งชาติ ที่เมืองทองธานี สมุนไพรที่โดดเด่นทางเราจะนำไปเสนอคือผักเบี้ย ภายใต้แนวคิดผักเบี้ยกู้ชาติ เนื่องจากผักเบี้ยมีคุณสมบัติมากมาย โดยเฉพาะโรคผิวหนัง มีการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ ในเรื่องของการป้องกันแสง การโบท๊อก ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หน้าเต่งตึงไม่ต้องฉีดโบท๊อก มีความปลอดภัยมากกว่า

ผักเบี้ยนอกจากมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแล้ว ยังมีคุณสมบัติทำให้หน้าผุดผ่อง ชุ่มชื้น รวมทั้งการแก้แพ้ ดังนั้นสารสกัดจากผักเบี้ยในต่างประเทศ จะนำไปผสมในเครื่องสำอางสำหรับผิวที่แพ้ง่าย บอบบาง จากการศึกษาวิจัยใช้ผลิตภัณฑ์ผักเบี้ยในโรคเรื้อนกวาง ปัญหาเรื่องโรคอื่น ๆ ผักเบี้ยเป็นผู้ดูแลผิวหนังในสภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะผักเบี้ยมีโอมีก้า 3 ช่วยบำรุงสมอง บำรุงไขข้อ ทำให้ตาไม่แห้ง เป็นอาหารเสริมสุขภาพที่ดี รวมทั้งมีสิทธิบัตรในการต้านโรคมะเร็งหลายชนิด ผู้สนใจสามารถพบในงานสมุนไพรแห่งชาติ ในวันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2559

 

แพทย์เผยสาวประเภทสองติดเอชไอวีจากหมอเถื่อนฉีดโบท็อก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239308

สภากาชาดไทย, ศูนย์วิจัยโรคเอดส์, พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์, แทนเจอรีน, ฉีดโบท็อก, คนข้ามเพศ, สาวประเภมสอง, แพทย์, เผย, สาว, ประเภท, สอง, ติด, เอชไอวี, จาก, หมอ, เถื่อน, ฉีด, ท็อก

การศึกษา-สาธารณสุข  : 23 ส.ค. 2559

แพทย์เผยสาวประเภทสองติดเอชไอวีจากหมอเถื่อนฉีดโบท็อก

สาวประเภทสองฉีดโบท็อกกับหมอเถื่อน ทำติดเอชไอวีจากใช้เข็มร่วมกัน สภากาชาดเปิดศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน ดูแลกลุ่มข้ามเพศโดยเฉพาะ ตรวจรักษา บริการฉีดฮอร์โมน-โบท็อก

      เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท กรุงเทพฯ  ในงานประชุมเสวนาระหว่างผู้ให้บริการทางด้านสุขภาพแก่คนข้ามเพศกับผู้นำชุมชนคนข้ามเพศ  พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกัน ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ปัญหาหนึ่งที่พบมากในกลุ่มเพศทางเลือกคือ พบว่ามีการใช้ฮอร์โมนมากถึง 90% บางคนมีการใช้เข็มฉีดร่วมกัน ทำให้เกิดการติดเชื้อเอชไอวีได้ รวมไปถึงปัญหาการใช้ฮอร์โมนเกินขนาด ศูนย์สุขภาพแทนเจอรีน จึงมีการให้บริการฉีดฮอร์โมนแก่คนข้ามเพศด้วย ถือเป็นบริการที่คนข้ามเพศมารับบริการมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริมความงามในส่วนของการฉีดโบท็อกซ์ด้วย ปัจจุบันพบว่าสาวประเภทสองมีการติดเชื้อเอชไอวีจากการเสริมความงามจากหมอเถื่อนเพราะราคาไม่แพง แต่จะมีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ถือว่าเป็นการให้บริการเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากการใช้เข็มฉีดยาอีกช่องทางหนึ่ง และในอนาคตอาจจะขยายบริการฉีดฟิลเลอร์ด้วย แต่ที่จะขยายอย่างจริงจังคือ การให้มีจิตแพทย์มาคอยดูแลปรับสภาพจิตใจ เพราะกลุ่มเพศทางเลือกมักมีปัญหาซึมเศร้า เครียด และใช้สารเสพติด แต่คนไม่ค่อยนึกถึง

” อีกปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มคนข้ามเพศ หากเป็นชายข้ามเพศหรือแปลงเพศเป็นหญิง จะเจอปัญหาเรื่องการดูแลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่องได้ไม่ดีพอ เช่น มีไหมตกค้าง หรือมีขนขึ้นด้านใน ทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นแผล หรือช่องคลอดใหม่ตีบตัน รวมถึงเจอโรคหูดในช่องคลอดใหม่ เพราะเนื้อเยื่อช่องคลอดใหม่ทำมาจากหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ซึ่งเพศชายทุกคนจะมีเชื้อเอชพีวีในการก่อโรคอยู่แล้ว ซึ่งจากการตรวจอาสาสมัคร 10 รายพบว่า ร้อยละ 20 มีเชื้อเอชพีวีชนิดก่อมะเร็ง ส่วนปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มหญิงข้ามเพศเป็นชาย หากมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงมักไม่ค่อยมีปัญหา แต่หากข้ามเพศมาแล้วมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอดเดิมหรือทางทวารหนักก็มีความเสี่ยงในการติดโรคทางเพศสัมพันธ์เหมือนผู้หญิงและกลุ่มชายรักชายทั่วไป ซึ่งปัญหาคือเมื่อข้ามเพศเป็นชายแล้วทำให้ไม่กล้าไปหาสูติแพทย์ ซึ่งศูนย์สุขภาพฯ จะให้บริการครอบคลุมในเรื่องเหล่านี้”พญ.นิตยากล่าว

พญ.นิตยา กล่าวอีกว่าสภากาชาดไทยได้มีการเปิดศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีนขึ้น เมื่อ พ.ย. 2558 เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนข้ามเพศโดยเฉพาะ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ยังมีปัญหาเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จำนวนมาก เช่น เอชไอวี เอชพีวี หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส หูด เป็นต้น แต่ยังไม่มีสถานพยาบาลใดที่ให้บริการและดูแลแบบระยะยาวแก่กลุ่มเพศทางเลือกและคนข้ามเพศโดยเฉพาะ ซึ่งศูนย์สุขภาพฯ แห่งนี้ จะให้บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส ให้บริการตรวจคัดกรอง รักษา และป้องกันโรคในระยะยาวแบบครบวงจร เช่น การวัดระดับฮอร์โมน การฉีดฮอร์โมน การตรวจค่าการทำงานของตับ ไต บริการตรวจโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ การตรวจคัดกรองระยะก่อนมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ทวารหนัก ช่องคลอด และช่องคลอดใหม่ในกลุ่มชายแปลงเพศเป็นหญิง รวมถึงโรคที่จะเกิดขึ้นหลังจากการแปลงเพศ  ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ มาราว 8 เดือน มีผู้เข้ารับบริการแล้วกว่า 400 คน