สั่งร.ร.เพิ่มสอบอัตนัยภาษาไทยป.4-6 ปลายภาค 30%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237063

อัตนัยภาษาไทย, โอเน็ต, สทศ., เรียงคะแนนใหม่, โอเน็ตอังกฤษ ม.3, สั่ง, เพิ่ม, สอบ, อัตนัย, ภาษาไทย, ปลาย, ภาค, ปลายภาค, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 8 ส.ค. 2559

สั่งร.ร.เพิ่มสอบอัตนัยภาษาไทยป.4-6 ปลายภาค 30%

“ดาว์พงษ์” สั่งร.ร.เพิ่มสอบอัตนัยภาษาไทยป.4-6 ปลายภาค 30%ชี้เตรียมพร้อมให้เด็ก ระบุผลเรียงลำดับคะแนนม.4 หลังแก้โอเน็ตอังกฤษม.3 เด็ก 36 คนมีสิทธิเรียนใน 8 ร.ร.

พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้มารายงานความคืบหน้าการเตรียมการสอบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งในปีการศึกษา 2560 จะเพิ่มข้อสอบอัตนัยในสัดส่วน 20% เป็นปีแรกตามนโยบายที่ตนมอบไว้  โดยสทศ.แจ้งว่าในการตรวจคำตอบอัตนัยวิชาภาษาไทย จำเป็นต้องใช้ครูมากถึง 2,000 คน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดส่งรายชื่อครูสอนวิชาภาษาไทย โดยได้มีการจัดอบรมวิธีการตรวจข้อสอบ และสทศ.ได้ทำการคัดเลือกครูที่มีคุณสมบัติตรงตามกำหนดเรียบร้อยแล้ว 650 คนเพื่อทำหน้าที่เป็นกรรมการตรวจข้อสอบ ที่เหลืออีก 1,350 คน สทศ.จะดำเนินการคัดเลือกต่อไป

ทั้งนี้ ครูที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการตรวจคำตอบจะได้รับเกียรติบัตรจาก สทศ.และมีผลถึงการคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลัเกณฑ์รองรับทั้งนี้ ต่อไป สทศ. จะมีการเผยแพร่หลักเกณฑ์การตรวจคำตอบอัตนัย เพื่อทราบแนวทางว่าตอบลักษณะใด ได้คะแนนเท่าไร เป็นการเตรียมความพร้อมในการสอบอัตนัย นอกจากนี้ ได้มอบ สพฐ. ประกาศแจ้งไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ ให้เพิ่มข้อสอบอัตนัยวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นป.4-6 ประมาณ 30% ของการสอบ เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้กับเด็ก ที่จะต้องเข้ารับการประเมินต่าง ๆ อาทิ การสอบประเมิน โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซ่า การสอบโอเน็ต เป็นต้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีสทศ.เฉลยคำตอบโอเน็ต วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นม.3 ผิดพลาดจำนวน 3 ข้อ รวม 6 คะแนน ส่งผลให้การสอบคัดเลือกนักเรียนชั้นม.4  ที่ใช้คะแนนโอเน็ตเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก ต้องมีการเปลี่ยนแปลงลำดับการคัดเลือกนั้น สพฐ.รายงานว่าจากการเรียงลำดับคะแนนใหม่ มีโรงเรียนที่มีการเปลี่ยนแปลงผลการรับนักเรียน ทำให้นักเรียนมีสิทธิเข้าเรียนชั้นม.4 เพิ่ม 8 โรงเรียน  นักเรียนที่มีสิทธิเข้าเรียนต่อชั้นม.4 เพิ่ม 36 คน ในจำนวนนี้มีนักเรียนที่ต้องการกลับเข้าโรงเรียนที่สอบได้  5 คน  ไม่ต้องการกลับเข้าโรงเรียนที่สอบได้ 28 คน ที่เหลือยังไม่ตัดสินใจ

สำหรับโรงเรียน 8 โรง ได้แก่ โรงเรียนสายปัญญารังสิต 28 คน โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 1 คน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี 1 คน โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ 1 คน โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย 1 คน โรงเรียนศรียานุสรณ์ 2 คน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี 1 คน และโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี   1 คน ซึ่งสพฐ. ได้ออกประกาศ สพฐ.เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2559 (เพิ่มเติม) ประสานให้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) แจ้งให้โรงเรียนที่มีความเปลี่ยนแปลงผลการรับนักเรียนรับนักเรียนเพิ่มได้

 

เชิญฟังเสวนา “พลังฟิต พิชิตมะเร็ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236996

เชิญ, ฟัง, เสวนา, พลัง, ฟิต, พิชิต, มะเร็ง, เชิญฟังเสวนา, พลังฟิต, พิชิตมะเร็ง
เชิญ, ฟัง, เสวนา, พลัง, ฟิต, พิชิต, มะเร็ง, เชิญฟังเสวนา, พลังฟิต, พิชิตมะเร็ง
เชิญ, ฟัง, เสวนา, พลัง, ฟิต, พิชิต, มะเร็ง, เชิญฟังเสวนา, พลังฟิต, พิชิตมะเร็ง

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ส.ค. 2559

เชิญฟังเสวนา “พลังฟิต พิชิตมะเร็ง”

เปลี่ยนความกลัว เป็นความกล้า เผชิญหน้ามะเร็ง

    ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง ขอเชิญร่วมเสวนา “พลังฟิต พิชิตมะเร็ง” โดยแพทย์ชื่อดังจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และ รศ.นพ.นรินทร์  วรวุฒิ หนึ่งในแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งของไทย จะมาเผยถึงเคล็ดลับการพิชิตโรคมะเร็ง ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า มะเร็งไม่ได้ฆ่าผู้ป่วย แต่สิ่งที่ฆ่าผู้ป่วยคือความหวาดกลัว  เมื่อถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่หวาดกลัววิตกกังวลตลอดเวลา บวกกับกระบวนการรักษาที่บอบช้ำ สุดท้ายร่างกายและจิตใจก็ถูกทำร้ายอย่างหนัก อาการจึงยิ่งทรุดลง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแดนมังกร จะมาเผยข้อมูลที่ศึกษาเก็บข้อมูลกว่า 20 ปี เพื่อพิชิตโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    ดร.ไมค์ ซุน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งเจิ้นกั๋ว ปักกิ่ง ประเทศจีน แพทย์ผู้ให้คำปรึกษาการรักษามะเร็งด้วยแพทย์แผนจีนในหลายสถาบัน ทั้งในจีน ไต้หวัน ฮ่องกง  เปิดเผยว่า “มะเร็งไม่ได้ฆ่าผู้ป่วย สิ่งที่ฆ่าผู้ป่วย คือ ความหวาดกลัว ซึ่งโดยปกติผู้ป่วยมะเร็งมักรับการรักษาแบบแผนปัจจุบันเป็นหลัก แต่สักพักมักพบทางตัน ไม่ได้ผล เซลล์มะเร็งดื้อยา ผลข้างเคียงมากทำการรักษาต่อไม่ได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยกลัวละทิ้งการรักษา นั่นเป็นการละทิ้งโอกาส”

“ผมพยายามศึกษาเก็บข้อมูลกว่า 20 ปี จนพบวิธีการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ ผู้ป่วยต้องเริ่มจาก เปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจ รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันอย่างเหมาะสม เปลี่ยนแปลงการดื่มกิน หมั่นออกกำลัง ใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด มีการขับพิษ ดูแลแบบเฉพาะตัวหาสิ่งที่เหมาะกับเราเอง ดูแลด้านจิตใจ รวมถึงใช้สมุนไพรที่มีการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างต้องทำอย่างมีความสุข อย่ากดดันตัวเองเกินไป” โดยตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ดร.ไมค์ ซุน ได้เดินทางไปแบ่งปันประสบการณ์นี้ กว่า 50 ครั้งในหลายประเทศ ทั้ง อเมริกา โรมาเนีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย

    ด้าน รศ.นพ.นรินทร์  วรวุฒิ แพทย์ประจำ หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ หนึ่งในแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งของไทย ย้ำ “มะเร็งเกิดจากกลายพันธุ์ของยีน สาเหตุที่ทำให้กลายพันธุ์ยังมีหลายความเห็น แต่สิ่งที่เราทราบแน่ชัดแล้วก็คือ มะเร็งสามารถเพิ่มสัญญาณการแพร่พันธุ์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ตอบรับสัญญาณการหยุดแพร่พันธุ์ แถมยังสร้างหลอดเลือดใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเอกลักษณ์จำเพาะของมะเร็งหลาย ๆ ประการนี้ ทำให้วงการแพทย์พัฒนาการรักษาได้เจาะจงมากขึ้น มีความก้าวหน้าใหม่ทุก ๆ ปี ผู้ป่วยอย่าเพิ่งกลัวไปก่อน เรายังมีทาง ต้องรู้จักมะเร็งอย่างถูกต้อง เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ยิ่งยอมรับได้เร็วเท่าไร เราก็จะเข้ารับการรักษาได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งเร็วโอกาสหายยิ่งมาก โดยต้องเลือกวิธีการรักษาให้ถูกต้องด้วย”

เชิญร่วมงานเสวนา “พลังฟิต พิชิตมะเร็ง” จัดโดยชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง  ในงานจะได้พบกับ รศ.นพ.นรินทร์  วรวุฒิ , ดร.ไมค์ ซุน และวิทยากรจากกรมพลศึกษา ที่จะช่วยกันเสริมสร้างพลังต้านมะเร็ง ทั้งด้านการดูแลรักษา และออกกำลังกาย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ มากมาย อาทิ โภชนาการต้านมะเร็งจากนักโภชนาการ กิจกรรมใจบำบัดจากกลุ่มผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง พร้อมรับคู่มือดูแลผู้ป่วยมะเร็งฟรี ดำเนินการเสวนาโดยพิธีกร คุณปราย  ธนาอัมพุช วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 12:30น. เป็นต้นไป ณ ห้องสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี  ซ.ศูนย์วิจัย  ถ.เพชรบุรี (ซ.เพชรบุรี 47) สำรองที่นั่งล่วงหน้าเบอร์ 087-678-6418 ,090-907-0355 หรือ คลิก www.siamca.com งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ศธ.ยกเลิกควบคุมคืนอำนาจให้เอแบค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236892

ยกเลิก, ควบคุม, คืน, อำนาจ, ให้, เอแบค, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ส.ค. 2559

ศธ.ยกเลิกควบคุมคืนอำนาจให้เอแบค

“ดาว์พงษ์” เซ็นเลิกการควบคุมเอแบค ตามที่คกก.ควบคุมเสนอ เหตุจัดการปัญหาเรียบร้อยและเอแบคมีศักยภาพดำเนินการต่อ

          เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ตนได้ลงนามในคำสั่ง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ สกอ.1098/2559 เรื่อง เลิกการควบคุมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เนื่องจากคณะกรรมควบคุมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค ได้พิจารณาและเห็นว่าขณะนี้ม.อัสสัมชัญ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคณะผู้บริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัย จนเกิดความสงบเรียบร้อย และถือว่าการควบคุมสำเร็จลุล่วงแล้ว ประกอบกับม.อัสสัมชัญ มีความพร้อมทางด้านกายภาพและมีศักยภาพที่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้เอง

ดังนั้น ตนจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 90 แห่งพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 เลิกการควบคุมม.อัสสัมชัญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการควบคุมม.อัสสัมชัญ และตนได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญชุดใหม่ด้วย ซึ่งคณะกรรมการชุดใหม่ สามารถรับมอบอำนาจคืนจาก คณะกรรมการควบคุมได้เลย รวมถึงการดำเนินการแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยคนใหม่ด้วย.

 

ด้าน ดร.ธนู กุลชล ผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า คาดว่าสภามหาวิทยาลัยชุดใหม่ จะสามารถประชุมนัดแรกได้ในกลางเดือนส.ค.นี้ เพื่อหารือถึงการแต่งตั้งอธิการบดีและรองอธิการบดีคนใหม่

 

โผโยกย้าย ศธ.จ่อคลอด “ชัยยศ-สุเทพ” มีลุ้นเก้าอี้ปลัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236853


ศธ., โยกย้าย, จ่อ, คลอด, ชัยยศ, สุเทพ, ลุ้น, เก้าอี้, ปลัด, โผโยกย้าย, ศธจ่อคลอด, ชัยยศ-สุเทพ, มีลุ้นเก้าอี้ปลัด, ดาว์พงษ์, สุรเชษฐ์-ธีระเกียรติ-กำจร


ศธ., โยกย้าย, จ่อ, คลอด, ชัยยศ, สุเทพ, ลุ้น, เก้าอี้, ปลัด, โผโยกย้าย, ศธจ่อคลอด, ชัยยศ-สุเทพ, มีลุ้นเก้าอี้ปลัด, ดาว์พงษ์, สุรเชษฐ์-ธีระเกียรติ-กำจร


ศธ., โยกย้าย, จ่อ, คลอด, ชัยยศ, สุเทพ, ลุ้น, เก้าอี้, ปลัด, โผโยกย้าย, ศธจ่อคลอด, ชัยยศ-สุเทพ, มีลุ้นเก้าอี้ปลัด, ดาว์พงษ์, สุรเชษฐ์-ธีระเกียรติ-กำจร

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ส.ค. 2559

โผโยกย้าย ศธ.จ่อคลอด “ชัยยศ-สุเทพ” มีลุ้นเก้าอี้ปลัด

“ดาว์พงษ์” ถกร่วม “สุรเชษฐ์-ธีระเกียรติ-กำจร” ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย เผยเห็นสอดคล้องลงตัวยันเป็นคนใน จับตาเก้าอี้ปลัด ศธ.โยกซี 11 หรือดัน “ชัยยศ-สุเทพ” เสียบ

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยถึงการพิจารณาแต่งตั้ง ผู้บริหารระดับ 10 และ11 ของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่า พล.อ.สุรเชษฐ์  ชัยวงศ์ พร้อมด้วยนพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ  และรศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ.  ได้นำเสนอรายชื่อ ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมดำรงตำแหน่งต่าง ๆ แทนตำแหน่งที่ว่าง และจะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2559  ทั้งหมด 9  ตำแหน่ง  แบ่งเป็นระดับ 11 จำนวน 2 ตำแหน่ง ได้แก่ ปลัด ศธ. และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ที่เหลือเป็นตำแหน่งระดับ 10 อีก  7 ตำแหน่ง  ได้แก่ รองปลัดศธ. 1 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการ ศธ.2 ตำแหน่ง  รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  1 ตำแหน่ง  รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) 2 ตำแหน่ง และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.) 1 ตำแหน่ง

โดยแต่ละคนได้เสนอรายชื่อมาตำแหน่งละ 2 คน เท่าที่ดูรายชื่อที่เสนอมาทั้งหมด ก็สอดคล้องตรงกัน   ซึ่งตนจะนำรายชื่อมาตรวจสอบ  โดยจะดำเนินการในส่วนของทดแทนผู้เกษียณฯก่อน ส่วนอีกชุดจะตามออกมาทีหลัง แต่ทุกตำแหน่งมีตุ๊กตาไว้หมดแล้ว ทั้งนี้  จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้

“จากการหารือร่วมกันคิดไว้ทั้งระบบว่า  ถ้าเลื่อนใครขึ้น และจะนำใครไปนั่งแทน ซึ่งขณะนี้เกือบจะลงตัวทั้งหมดแล้ว ทุกฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกัน เพียงแต่ในทุกตำแหน่งที่เสนอมา จะเป็นคนในองค์กรหลัก 1 คน คนนอกองค์กรหลัก1 คน ซึ่งผมจะดูทั้งหมด และจะเลือกรายชื่อไว้ตำแหน่งละ 2 คน เพื่อดูรายละเอียดของแต่ละบุคคลอีกครั้ง  อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ทุกตำแหน่งจะเป็นคนในศธ.ทั้งหมด  ไม่มีคนนอก ส่วนตำแหน่งระดับ 11 จะสับเปลี่ยนผู้บริหารองค์กรใหม่ ทั้งหมดหรือไม่นั้น ยังไม่รู้ แต่ตำแหน่งนี้ไม่ใช่เก้าอี้ดนตรี ”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับผู้บริหารองค์กรหลัก ที่ยังไม่เกษียณฯ ทั้ง 3 คน คือ ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์  เลขาธิการกอศ. ดร.กมล  รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา และนายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการกพฐ. คาดว่า จะไม่มีการโยกย้ายสลับตำแหน่ง  โดยคาดว่านายชัยพฤกษ์ จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อต่อวาระการดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี ส่วนผู้ที่คาดว่า จะได้รับการเสนอชื่อ ขึ้นระดับ 11 ในตำแหน่งปลัดศธ. มี 2 คน คือดร.ชัยยศ  อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดศธ. และดร.สุเทพ  ชิตยวงศ์ รองเลขาธิการกพฐ. ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการกกอ. คือ รศ.นพ.สรนิต  ศิลธรรม รองเลขาธิการกกอ. และนายสุภัทร จำปาทอง รองปลัดศธ.

 

สสส.-ม.มหิดลร่วมลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังคนอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236891

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, สสส, มหิดล, ร่วม, โรค, ไม่, ติดต่อ, เรื้อรัง, อาเซียน

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ส.ค. 2559

สสส.-ม.มหิดลร่วมลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังคนอาเซียน

สสส.-ม.มหิดล ผนึกกำลังลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพคนอาเซียน หวังลดอัตราเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตั้งเป้า 3 ปี สร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัย 30 แห่ง

            วันที่ 5 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล (สำนักงานเครือข่ายมหาวิยาลัยอาเซียนด้านการส่งเสริมสุขภาพ หรือ ASEAN University Network – Health Promotion Network – AUN-HPN) กับ สสส. พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการเพื่อควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย

ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า จากการสำรวจภาวะสุขภาพคนไทยด้วยการตรวจร่างกายในปี 2557 เมื่อเทียบกับผลการสำรวจในปี 2552  พบว่าโรคกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง (NCD) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นกว่า 1.5 ล้านราย และ โรคความดันโลหิตสูงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ล้านราย ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมาได้มีความพยายามรณรงค์ให้ประชาชนลดการบริโภคหวาน มัน เค็ม อย่างจริงจัง แต่ยังพบผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน และ โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นหลายล้านคนในช่วงเวลาเพียง 5 ปีที่ผ่านมา และมีภาวะแทรกซ้อนโรคกลุ่ม NCD อื่นตามมา เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนในการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะสิ่งแวดล้อมในสังคมได้เปลี่ยนไปตามสังคมโลกทำให้วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไปสู่วิถีบริโภคนิยม

ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ร่วมกับ สสส. จัดทำข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพระดับภูมิภาค โดยจะสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย AUN-HPN ส่งเสริมบทบาทของสถาบันการศึกษาในการแลกเปลี่ยนความรู้ ส่งเสริมงานวิจัย และการถ่ายทอดงานวิจัย สู่การพัฒนาเป็นนโยบายด้านส่งเสริมสุขภาพในระดับชาติ รวมทั้งการดำเนินการเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การบริโภคยาสูบ การขาดการออกกำลังกาย การบริโภคสุรา และการบริโภคเกลือ การรับประทานอาหารที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ

ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์  ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในระหว่างปี 2559-2562 สสส. จะผลักดันการสร้างศักยภาพของกลไกการสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ 30 เครือข่ายมหาวิทยาลัยใน 10 ประเทศอาเซียน เพิ่มผู้นำสร้างเสริมสุขภาพ สร้างนวัตกรรม และนโยบายการสร้างเสริมสุขภาพในระดับอาเซียน โดยเฉพาะการสนับสนุนการพัฒนานโยบายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ  โดย สสส. สนับสนุนการพัฒนากลไกที่ยั่งยืนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนแบ่งปันและถ่ายทอดนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการจัดการปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสู่นานาประเทศ โดยเชื่อมั่นว่า ผลจากความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาความเข้มแข็งของการขับเคลื่อนงานเชิงรุกด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาคอาเซียน

 

กรมการแพทย์แนะวิธีดูแลตนเองหญิงตั้งครรภ์ที่ยังต้องทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236801

หญิงทำงานตั้งครรภ์, กรมการแพทย์, แนะ, วิธี, ดูแล, ตนเอง, หญิง, ตั้งครรภ์, ที่, ยัง, ต้อง, ทำงาน

การศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ส.ค. 2559

กรมการแพทย์แนะวิธีดูแลตนเองหญิงตั้งครรภ์ที่ยังต้องทำงาน

กรมการแพทย์แนะวิธีดูแลตนเองหญิงทำงานตั้งครรภ์

        นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงมีบทบาทหน้าที่ในสังคมเพิ่มมากขึ้นทำให้ต้องรับผิดชอบทั้งงานในบ้านและทำงานนอกบ้านไปพร้อมๆกัน การเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นคุณแม่สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเรียนรู้วิธีดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ควบคู่กับการทำงานที่ปลอดภัย ซึ่งการทำงานที่ปลอดภัยของหญิงที่ตั้งครรภ์ ลักษณะงานที่ต้องทำในช่วงตั้งครรภ์ ถ้าเป็นงานที่ไม่หนัก หรือเป็นความรับผิดชอบที่ไม่มากนัก สามารถทำงานได้จนกว่าจะคลอด สำหรับคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านในลักษณะที่ต้องมีการเดินบ่อย ยืนเป็นเวลานานๆ หรือว่าต้องยกของหนัก ควรหลีกเลี่ยงหากมีความจำเป็นควรใช้วิธีการงอเข่าหลังเหยียดตรง ปล่อยน้ำหนักไว้ที่ต้นขาจะช่วยไม่ให้คุณแม่ปวดหลังและระหว่างการทำงานควรมีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถโดยหมั่นขยับร่างกายตัวเองอยู่เสมอ

หากต้องนั่งเก้าอี้นานๆควรมีพนักพิงที่เอียงประมาณ110-120องศา อาจเสริมเบาะสำหรับพิงเพื่อจะได้นั่งให้ก้นชิดพนักพิงและควรสวมใส่ชุดคลุมท้องที่เบาสบายไม่รัดรูปจนเกินไป งดใส่รองเท้าส้นสูง สำหรับงานในบ้านที่ไม่ควรทำ คือ การยกของในบ้าน ทำความสะอาดบ้าน ห้องน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้ลื่นล้มได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังปัญหาสุขภาพในช่วงตั้งครรภ์ที่พบบ่อย คือภาวะโลหิตจาง ทำให้คุณแม่มีอาการอ่อนเพลีย ซีด เหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นลมบ่อย วิงเวียนศีรษะและเบื่ออาหารซึ่งอันตรายของภาวะเลือดจางระหว่างตั้งครรภ์นั้น เลือดที่ไปเลี้ยงรกจะมีออกซิเจนน้อยกว่าปกติ ทำให้ทารกเกิดความผิดปกติหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นคุณแม่มือใหม่จึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์

“สิ่งสำคัญคือการสร้างโภชนาการที่ดีตั้งแต่ในครรภ์ เพราะสารอาหารมีผลต่อการเติบโตและพัฒนาการทางสมองของทารก ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ เน้นจำพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง แร่ธาตุเหล็กพบมากในตับ ไอโอดีนจากอาหารทะเล วิตามินโฟเลทจากผักใบเขียว เช่น  กุ่ยช่าย หน่อไม้ฝรั่ง อาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย และควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ออกกำลังกายพอประมาณ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน งดสูบบุหรี่ กินยาบำรุงตามแพทย์สั่ง สำหรับยาอื่นๆควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งและเมื่อมีความผิดปกติควรพบแพทย์ทันที”นพ.ณรงค์กล่าว

นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ได้จัดประชุมวิชาการเรื่องOccupational Health for Pregnant Women and Childrenขึ้น เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับแนวทางป้องกัน รักษาและดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์วัยทำงาน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสังกัดกรมการแพทย์ ภาครัฐและเอกชนจำนวน 650 คน มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ด้านวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัยจำนวน 27 เรื่อง รวมทั้งบรรยายพิเศษโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบัน เช่นGuangdong Hospitalสาธารณรัฐประชาชนจีน คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ฯลฯ ที่มาให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการฯในครั้งนี้

 

ระวัง “โรคเครียดคุกคาม” ช่วงโค้งสุดท้ายลงประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236789

ลงประชามติ, กรมสุขภาพจิต, ระวัง, โรค, เครียด, คุกคาม, ช่วง, โค้งสุดท้าย, ประชามติ, โรคเครียดคุกคาม

การศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ส.ค. 2559

ระวัง “โรคเครียดคุกคาม” ช่วงโค้งสุดท้ายลงประชามติ

กรมสุขภาพจิตเตือน ระวังโรคเครียดคุกคาม ช่วงโค้งสุดท้ายลงประชามติ แนะ ใช้ สติ รับข้อมูล เตรียมพร้อม สายด่วน 1323 ให้คำปรึกษาลดเครียด

      นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน แต่หากมีความกังวลมากในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงหรือไม่สามารถควบคุมได้ ย่อมส่งผลให้เกิดความเครียด โดยเฉพาะความคิดที่รุนแรงด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ทำให้เกิดความเครียดหรือความโกรธขึ้นมาได้ ทั้งนี้ ให้สังเกตว่า ตนเอง ครอบครัว และคนรอบข้าง เข้าข่ายเครียดสะสมหรือไม่ จากอาการเหล่านี้ หงุดหงิดจนเสียการงาน ไม่มีสมาธิ สับสน ว้าวุ่น  นอนไม่หลับ เกิดความกังวล ตึงเครียดจากการรับข่าวสาร มีอารมณ์แปรปรวน  ใส่อารมณ์กับผู้อื่น จึงขอแนะนำให้บริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม ควบคุมการรับรู้ข่าวสารให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่หมกมุ่นมากเกินไป นอนหลับให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย แบ่งเวลาให้กับครอบครัว ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่อนคลาย หรือ ออกกำลังกาย เป็นต้น

“ที่สำคัญต้องใช้สติในการรับข้อมูลข่าวสาร พยายามควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะการโต้ตอบผ่านสังคมออนไลน์ที่มีความรวดเร็ว บางคำพูดหรือข้อความขาดการกลั่นกรอง    ทำให้เกิดความขัดแย้งในวงกว้างได้ ปัญหายิ่งบานปลาย เพราะการโต้ตอบไปมาเปรียบเหมือนการปะทะ ทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น อารมณ์ก็จะยิ่งรุนแรง  ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้เตรียมพร้อมบุคลากรให้บริการปรึกษาลดเครียดให้กับประชาชนผ่านสายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ให้บริการคลินิกคลายเครียดในหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทุกแห่ง”นพ.เจษฎากล่าว

ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิตและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  การใช้สติให้มาก ตั้งสติให้ได้ ตลอดจนเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มีความเห็นต่างกัน จึงมีความสำคัญ อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่น่าห่วงที่สุด คือ กลุ่มคนที่มีความเครียดสูงจากความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันมาก ที่นอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพทางกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง  เกิดการกระทบกระทั่ง นำไปสู่ความรุนแรงได้ง่าย ดังนั้น การป้องกันการเกิดปัญหาความรุนแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น   ที่ดีที่สุด คือ การระวังไม่ให้เกิดความเครียด จึงขอแนะให้ บริหารเวลาในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการลงประชามติอย่างเหมาะสม เปิดใจกว้างรับข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน เพื่อให้มีแง่มุมที่เปิดกว้างมากขึ้น ถึงแม้จะมีความเห็นต่างเราก็อยู่ร่วมกันได้ สังเกตอารมณ์ตัวเองให้รู้เท่าทันว่ากำลังเครียด หรือกำลังจะโกรธ แล้วหาวิธีผ่อนคลาย

นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า ฝึกชะลออารมณ์โกรธและสลายความเครียด  เช่น ฝึกสมาธิ ฝึกสติ ฝึกการหายใจ  ผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย   พักผ่อนให้เพียงพอ  เตือนตัวเองเสมอว่า ปรากฏการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา และมีพื้นที่ของความแตกต่าง ไม่มีใครคิดเหมือนกันทั้งหมด ผู้ที่มีความเห็นต่างไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะ  ตลอดจน รวมพลังแสดงความห่วงใยบ้านเมือง ให้การลงประชามติผ่านพ้นไปด้วยดี โดยไม่ใช้ความรุนแรง คิดเห็นต่างได้แต่ไม่แตกแยก ซึ่งการที่เราได้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อจะทำให้สังคมดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยแต่เมื่อรวมกันจำนวนมาก ย่อมจะเป็นผลดีต่อบ้านเมือง และเป็นการช่วยลดความเครียด ความคับข้องใจที่มีอยู่ในตัวบุคคลได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการแปลงความเครียดวิตกกังวลให้เป็นพลังสร้างสรรค์สังคมได้

 

อย.ห้ามนำเข้า-ขายอุปกรณ์รักษาสิวด้วยตนเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236784

Re-Skin Derma Stamp, อุปกรณ์รักษาสิวด้วยตนเอง, อย., ห้าม, นำเข้า, ขาย, อุปกรณ์, รักษา, สิว, ด้วย, ตนเอง

การศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ส.ค. 2559

อย.ห้ามนำเข้า-ขายอุปกรณ์รักษาสิวด้วยตนเอง

อย.ลั่นไม่อนุญาตให้นำเข้า ผลิต ขายอุปกรณ์รักษาสิวด้วยตนเอง “สกิน เดอร์มา แสตมป์” ยันไม่มีผลการวิจัยรองรับ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาลวงโลก เสี่ยงเสียโฉม

      ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาและโฆษก อย. กล่าวว่า จากการที่มีการโฆษณาบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษา หลุมสิว รอยแผลเป็น และ ฝ้า โดยการใช้อุปกรณ์รักษาสิวด้วยตนเอง รี-สกิน เดอร์มา สแตมป์(Re-Skin Derma Stamp) มีการโฆษณาในลักษณะอวดอ้างว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถรักษาหลุมสิว รอยแผลเป็น รวมถึงสามารถรักษาฝ้าได้ ซึ่งลักษณะของอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเข็มเล็กๆ เรียงกันคล้ายๆ กับใบมีดโกนหนวด เมื่อนำไปใช้ จะสามารถทำลายพังผืดตามหลุมสิว ทำให้เกิดเนื้อเยื่อใหม่ช่วยรักษาหลุมสิวและสามารถทำด้วยตัวเองที่บ้านได้นั้น

รองเลขาฯอย. กล่าวอีกว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่เคยอนุญาตให้นำเข้า ผลิต และ ขาย อุปกรณ์รักษาสิวด้วยตนเอง (Re-Skin Derma Stamp) ดังกล่าวมาจำหน่ายในประเทศไทยแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับงานวิจัยรองรับที่จะสนับสนุนว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพียงพอ ขอย้ำเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชักชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวหากไม่สะอาด อาจติดเชื้อ เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และบริเวณที่นำไปใช้โดยเฉพาะหากนำไปใช้บริเวณใกล้ดวงตา อาจเกิดอันตรายต่อดวงตา เปลือกตา เกิดการติดเชื้อ ผื่นคันแดง แสบคันตา และ ที่สำคัญคืออันตรายที่ถึงขั้นทำให้เสียโฉมได้

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า และ ผู้ขาย ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายหรือหากได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือ Email:1556@fda.moph.go.th หรือตู้ ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะได้ดำเนินการปราบปรามดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

 

ผ่าตัดหลังยกกล้ามเนื้อ เทคนิคใหม่ ฟื้นตัวภายใน 1 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236777


ดูแลสุขภาพ, ลุงแจ่มดูแลสุขภาพ, ลุงแจ่มคมชัดลึก, คมชัดลึก, ผ่าตัดกล้ามเนื้อ, ผ่าตัด, หลัง, กล้ามเนื้อ, เทคนิค, ใหม่, ฟื้นตัว, ภายใน, วัน, เทคนิคใหม่, ฟื้นตัวภายใน

การศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ส.ค. 2559

ผ่าตัดหลังยกกล้ามเนื้อ เทคนิคใหม่ ฟื้นตัวภายใน 1 วัน

ดูแลสุขภาพ : ผ่าตัดหลังยกกล้ามเนื้อ เทคนิคใหม่ ฟื้นตัวภายใน 1 วัน

               อาการปวดหลังเป็นปัญหาที่หลายคนเผชิญอยู่ บางครั้งอาจกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการปวดหลังเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น อาการปวดหลังแบบออฟฟิศซินโดรม, อาการปวดหลังจากกระดูกทับเส้นประสาท, หมอนรองแตกทับเส้น, ข้อหลังหลวม, กระดูกสันหลังเคลื่อน, กระดูกสันหลังคด, มะเร็งกระดูก รวมถึงกระดูกติดเชื้อ การรักษาของโรคก็มีความแตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่การรับประทานยา, การทำกายภาพบำบัด แต่หากไม่ได้ผลต้องพึ่งวิธีการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบและมีพัฒนาที่ดีขึ้นเพื่อผู้ป่วยจะได้บาดเจ็บน้อยที่สุดและฟื้นตัวใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วที่สุด

ปัจจุบันการผ่าตัดหลัง/ผ่าตัดกระดูกสันหลัง มีวิธีการผ่าตัดผ่านกล้องโดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นสูงเข้าช่วย ได้แก่

1.เครื่อง O-arm เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนามาจากเครื่อง x-ray C-arm ที่ใช้อยู่ตามโรงพยาบาลทั่วไป โดยเครื่อง O-arm จะมีความพิเศษคือสามารถ X-ray สร้างภาพแบบ 3 มิติช่วยให้การผ่าตัดแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น

2.เครื่อง Navigator เป็นเครี่องที่ใช้สำหรับใส่อุปกรณ์เข้าไปในกระดูกสันหลัง โดยทำงานร่วมกับเครื่อง O-arm เครื่อง Navigator จะมีคลื่นจับตำแหน่งและทิศทางของอุปกรณ์ทุกชนิดที่แพทย์ใช้ เพื่อนำไปประมวลออกมาเป็นภาพร่วมกับภาพกระดูกจากเครื่อง O-arm ทำให้แพทย์สามารถเห็นอุปกรณ์ที่ใช้และวัสดุที่ใส่ให้เข้าไปในกระดูกสันหลังผู้ป่วยได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผล

อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นสูงเข้ามาช่วยในการผ่าตัดหลังและได้ผลดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีความบอบช้ำและฉีกขาดของกล้ามเนื้อจากการเจาะ ซึ่งบางครั้งอาจมีเลือดออกอยู่ภายในกล้ามเนื้อ จนเกิดความเจ็บปวดและเสียเลือดค่อนข้างมากอยู่ภายใน

จากปัญหาดังกล่าวทำให้ได้พัฒนาเทคนิคในการผ่าตัดหลังแบบใหม่ ซึ่งการผ่าตัดจะมีบาดแผลเล็กและบาดเจ็บน้อยเหมือนเดิม แต่เทคนิคที่เพิ่มเติมคือการผ่าตัดหลังโดยการยกกล้ามเนื้อขึ้นแทนการตัดกล้ามเนื้อเหมือนวิธีเดิม ซึ่งการผ่าตัดหลังแบบยกกล้ามเนื้อจะทำให้กล้ามเนื้อไม่ฉีกขาดเสียหายและไม่มีเลือดออกจากกล้ามเนื้อ เทคนิคการผ่าตัดนี้สามารถนำมาใช้กับการผ่าทั้งแบบส่องกล้อง, เจาะรู, รวมถึงการใส่โลหะดามกระดูกสันหลัง ก็สามารถใช้เทคนิคนี้ได้

การผ่าตัดหลังโดยใช้เทคนิคยกกล้ามเนื้อนี้ หากรวมกับการใช้กล้องส่องช่วยขยายในระหว่างผ่าตัดจะทำให้ได้ทั้งแผลที่เล็กและไม่เสียเลือดซึ่งยิ่งดีกว่าการใช้กล้องเพียงอย่างเดียว การจะให้ผลการรักษาที่ดีนอกจากจะต้องอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัยเช่น เอกซเรย์ 3 มิติแบบ real time ในระหว่างผ่าตัด, กล้องส่องผ่าตัด แล้วสำคัญที่เทคนิคของแพทย์ในการผ่าตัดที่จะทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยร่างกายบอบช้ำน้อย มีแผลผ่าตัดที่เล็ก และฟื้นตัวเร็ว ซึ่งที่ผ่านมามีคนไข้ที่ใช้วิธีดังกล่าวสามารถฟื้นตัวได้ภายใน 1 วัน หลังการผ่าตัด

นพ.นรา จารุวังสันติ

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ โรคกระดูกสันหลัง

โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111

////////////////

ผ่าตัดหลังยกกล้ามเนื้อ เทคนิคใหม่ ฟื้นตัวภายใน 1 วัน               ความพร้อม – อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก มี พล.อ.วิวรรธน์ สุชาติ ประธานกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), ณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการ กทพ., ปลิว ตรีวิศวเวทย์ รองประธานกรรมการบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ต้อนรับ ณ ศูนย์ควบคุมทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก (CCB7) เมื่อเร็วๆ นี้

 

‘พร้อมก่อนภัย’ใช้ชีวิตระวังส่งเสริมประชาชนเรียนรู้ภัยพิบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236738

พร้อม, ก่อน, ภัย, ใช้ชีวิต, ระวัง, ส่งเสริม, ประชาชน, เรียนรู้, ภัยพิบัติ, พร้อมก่อนภัย, รายการพร้อมก่อนภัย, พี่กาญจน์, กรุ๊งกริ๊ง

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 5 ส.ค. 2559

‘พร้อมก่อนภัย’ใช้ชีวิตระวังส่งเสริมประชาชนเรียนรู้ภัยพิบัติ

‘พร้อมก่อนภัย’ใช้ชีวิตระวังส่งเสริมประชาชนเรียนรู้ภัยพิบัติ : ชุลีพร อร่ามเนตร

            ทุกครั้งที่เราได้เห็นข่าวภัยพิบัติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกประเทศ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ดูน่าสะพรึงกลัว อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดหวั่นว่า พื้นที่จังหวัด ภูมิลำเนาที่เราอยู่อาศัย จะเป็นพื้นที่เสี่ยงหรือไม่???? “รายการพร้อมก่อนภัย” 1 ใน 11 รายการของ ม.ทีวี หรือ MORE TV ที่จะนำพาทุกคนไปเรียนรู้ภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

 

“พี่กาญจน์” กาญจนา ชัยจิตวนิช เอ็กเซ็กคูทีฟ โปรดิวเซอร์  รายการพร้อมก่อนภัย และรายการเล็กสร้างโลก สถานีโทรทัศน์ ม.ทีวี เล่าว่า มหาวิทยาลัยเนชั่นเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนที่ได้บันทึกข้อตกลงเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อบริการสาธารณะร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัยรัฐ 27 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชนอีก 5 แห่ง ในการผลิตรายการและออกอากาศ เพื่อส่งเสริมความรู้ การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมผลิตและออกอากาศรายการที่เป็นองค์ความรู้และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปสู่สังคม

โดยมุ่งหวังสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่คนไทยทั่วประเทศ โดยในส่วนของ ม.เนชั่นนั้น ได้ผลิต 2 รายการ คือ รายการพร้อมก่อนภัย และรายการเล็กสร้างโลก (การทำความดีของเด็กและเยาวชนมานำเสนอ เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กและเยาวชนที่ทำความดีและเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนทำความดีต่อไป)

“ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติหลายครั้ง เช่น สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่ม แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการนำเสนอให้ความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ก่อนที่จะเกิดเหตุ แต่จะเป็นการให้องค์ความรู้แบบวิชาการหลังจากเกิดเหตุ รายการพร้อมก่อนภัยจึงเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยเฝ้าระวังภัยพิบัติต่างๆ โดยเน้นความรู้เชิงวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ ที่จะช่วยเสริมความรู้ให้แก่ผู้ชมเพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นความรู้นอกห้องเรียน สอนให้คนไทยเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ลดความตื่นตระหนกของประชาชนลงได้ นำเสนอเหมือนหนังสารคดี ชวนติดตาม และมีการใช้กราฟฟิก มีวิธีการเล่าเรื่องด้วยเพลงประกอบ ให้คนดูรายการได้เข้าใจ ได้รับความรู้และความบันเทิงไปพร้อมๆ กัน จึงอยากให้ผู้ชมทุกคนติดตามรายการพร้อมก่อนภัย นำความรู้ไปสู้กับภัย เตือนภัยและรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยไม่คาดคิด”

มีทั้งหมด 11 ตอน ได้แก่ ตอน 1-2 กรุงเทพฯ “นครใต้น้ำ” จริงหรือ, ตอน 3 ภัยเงียบ!น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง, ตอน 4 ขยะอิเล็กทรอนิกส์ มหันตภัยเงียบ ตอน 5 รับมืออย่างไร “พายุฤดูร้อน”, ตอน 6 ถอดบทเรียนภัยพิบัติ จาก “ไฟป่า”, ตอน 7 “แผ่นดินไหว” ภัยใกล้ตัวที่รับมือได้, ตอน 8 ปฏิบัติการแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยพลังชุมชน, ตอน 9 “สึนามิ” จากบทเรียนสู่การเตรียมพร้อม, ตอน 10 “บทเรียนดินถล่ม เตรียมพร้อม รับมือได้” และตอน 11 อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ลดพิบัติภัย เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศ อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงหน่วยงาน องค์กรที่ดูแลเฝ้าระวังเรื่องเหล่านี้ เช่น ที่บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และบ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ และทำการศึกษาอีกหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้กรุงเทพมหานครเสี่ยงต่อการเป็นนครใต้น้ำ เราจะรับมือและป้องกันภัยพิบัตินี้ได้อย่างไร ความรู้เพื่อเฝ้าระวังภัยก่อนที่กรุงเทพฯ จะจมน้ำอย่างถาวร เป็นต้น หรือบางเรื่องลงพื้นที่ต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม แม้บางเรื่องอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ไกลตัว แต่อนาคตก็ใช่ว่าจะเกิดเพียงแค่ในพื้นที่นั้นตลอดไป ฉะนั้นทุกคนควรจะตระหนักและเฝ้าระวังเรื่องภัยพิบัติ ภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ออกอากาศทุกวันนักขัตฤกษ์ เวลา 16.00-16.30 น. เริ่มออกอากาศแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และวันที่ 12 สิงหาคม 2559 นี้ ติดตามชม ตอน “บทเรียนดินถล่ม เตรียมพร้อม รับมือได้” ทางช่องเนชั่นทีวี

“กรุ๊งกริ๊ง” รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร พิธีกรรายการพร้อมก่อนภัย เล่าเสริมว่า รายการจะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับบรรยากาศ ความเป็นอยู่ เรื่องราวจริงๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ หรือมีความเสี่ยง ซึ่งเท่าที่ได้ลงพื้นที่จะเห็นได้ว่ามีคนส่วนน้อยที่เข้าใจ หรือรับรู้ถึงปัญหา ต้นเหตุของภัยพิบัติและรู้ถึงการเฝ้าระวังที่ถูกต้อง ในรายการจะเป็นการลงพื้นที่เจาะลึกทุกเรื่องราว เพื่อให้ผู้ชมทุกคนได้เข้าใจภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้วิธีป้องกัน และรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

รายการในช่อง ม.ทีวี มีทั้งหมด 11 รายการ ซึ่งแต่ละรายการมีลักษณะ นำเสนอในรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ทุกรายการให้ทั้งสาระความรู้ ความบันเทิง เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ขณะนี้ได้มีการร่วมมือกับ 5 สถานี ได้แก่ Bright TV, Nation TV, NEW TV, TRUE4U และThai PBS รวมถึงเคเบิลทีวีท้องถิ่นครอบคลุมทุกภูมิภาค ติดตามผังรายการได้ที่ http://www.cupt-thailand.net หรือwww.curadio.chula.ac.th