เปิดตัว “ม.ทีวี ผ่าน 5 ช่องดิจิตอล”สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235140

ม.ทีวี, ช่องดิจิตอล, เคเบิลทีวี, รายการทีวี, เปิดตัว, ทีวี, ผ่าน, ช่อง, ดิจิตอล, สร้าง, สังคม, แห่ง, การเรียนรู้, มทีวี

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 25 ก.ค. 2559

เปิดตัว “ม.ทีวี ผ่าน 5 ช่องดิจิตอล”สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

เปิดตัว “รายการ ม.ทีวี ผ่านช่องดิจิตอล” 11รายการต้นแบบส่งเสริมสาระความรู้ บันเทิง สร้างสังคมการเรียนรู้ เสริมคุณภาพชีวิต 5 ช่องดิจิตอล คาดเริ่มออกอากาศเดือนส.ค.

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2559 ที่ลานกิจกรรม SIAM SQUARE ONE เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อบริการสาธารณะ ทั้ง 32 สถาบัน ร่วมกับผู้แทนจากทีวีดิจิตอล 5 ช่อง ได้แก่ Bright TV ,Nation TV, NEW TV, TRUE4U ,Thai PBS และเคเบิลทีวี จัดงานแถลงข่าวและพิธีลงนามความร่วมมือในการเผยแพร่รายการของเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อบริการสาธารณะในช่องทีวิดิจิตอล

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่าบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง นอกจากต้องให้ความรู้แก่นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีความจำเป็นที่ต้องเผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆ ที่มีประโยชน์ และเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยไปสู่สังคม  เมื่อปี 2556 ทปอ.ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัยรัฐ  27 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน 5 แห่ง จึงได้บันทึกข้อตกลงเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อบริการสาธารณะ เตรียมการยื่นขอใบอนุญาตทีวีดิจิตอลช่องบริการสาธารณะ ด้านการส่งเสริมความรู้ การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ชื่อช่อง ม.ทีวี หรือ MORE TV เพื่อผลิตและออกอากาศรายการที่เป็นองค์ความรู้และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปสู่สังคม โดยมุ่งหวังสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่คนไทยทั่วประเทศ

ประธาน ทปอ. กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาได้มีการเตรียมยื่นขอเปิดช่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  แต่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ยังไม่เปิดโอกาสให้ยื่นคำขอ ในขณะที่ได้มีการจัดทำรายการต้นแบบที่เหมาะกับผู้ชมอายุตั้งแต่3ขวบ ถึง 60 จำนวน 11 รายการ รายการละ 11 – 20 ตอน รวมกันกว่า 150 ตอน ภายใต้งบประมาณกว่า 17 ล้านบาท ได้แก่ รายการ คนไทยใจเอื้อ ,รายการ พร้อมก่อนภัย,รายการ เล็กสร้างโลก,รายการ On My Way, รายการ คิดอยู่ได้,รายการ ถึงรสถึงชาติ ,รายการ ยังไหวไปต่อ,รายการ ฟาร์มสนุก,รายการ The Researcher เปิดโลกวิจัย,รายการ TRENDY BE GEN  และรายการ Rich Family ซึ่งแล้วเสร็จไปกว่า 90%

“ทุกรายการจะเป็นต้นแบบของรายการเพื่อการศึกษาที่ให้ทั้งคุณค่าสาระการเรียนรู้ ความบันเทิง ถูกต้องตามหลักวิชาการและคำนึงถึงด้านจริยธรรมสื่อ เพราะ ม.ทีวี เป็นสถานีที่ตอบโจทย์ ทั้งชีวิตคือการเรียนรู้ Learning Never Ends ทางคณะกรรมการนโยบายเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อบริการสาธารณะ จึงได้พิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะนำรายการที่ได้ผลิตแล้วเผยแพร่สู่สาธารณะ จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารของเครือข่ายฯ ประสานขอความร่วมมือไปยังสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลต่างๆ  และได้รับความร่วมมือจาก 5 สถานี ได้แก่ Bright TV , Nation TV, NEW TV, TRUE4U และThai PBS  รวมถึงเคเบิลทีวีท้องถิ่น3 ช่อง นำโดย บริษัท เจริญเคเบิลทีวี จำกัด ,บริษัท มหาชัยเคเบิลทีวี จำกัด และบริษัทเคเบิลทีวีท้องถิ่นที่มีโครงข่ายครอบคลุมทุกภูมิภาค  ซึ่งทุกรายการคาดว่าจะออกอากาศตามสถานีโทรทัศน์และเคเบิลต่างๆ  เริ่มเดือนสิงหาคมนี้  สามารถติดตามผังรายการ MORE TV ต่อเนื่องได้ที่ http://www.cupt-thailand.net หรือ www.curadio.chula.ac.th” ประธาน ทปอ.กล่าว

 

เสนอ“ดาว์พงษ์”ใช้ม. 44 ยับยั้งตั้งอธิการเกษียณอายุราชการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235135


ม.44, อธิการเกษียณอายุราชการ, กำหนดอายุอธิการ, กรรมการสภา, เสนอดาว์, พงษ์, ใช้, ยับยั้ง, ตั้ง, อธิ, การเกษียณ, อายุราชการ, เสนอดาว์พงษ์ใช้ม, ดาว์พงษ์, ม 44 แก้ปัญหาอุดมศึกษาไทยได้จริงหรือ

ม.44, อธิการเกษียณอายุราชการ, กำหนดอายุอธิการ, กรรมการสภา, เสนอดาว์, พงษ์, ใช้, ยับยั้ง, ตั้ง, อธิ, การเกษียณ, อายุราชการ, เสนอดาว์พงษ์ใช้ม, ดาว์พงษ์, ม 44 แก้ปัญหาอุดมศึกษาไทยได้จริงหรือ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 25 ก.ค. 2559

เสนอ“ดาว์พงษ์”ใช้ม. 44 ยับยั้งตั้งอธิการเกษียณอายุราชการ

วงเสวนา ทปสท.เห็นตรงกันเสนอ “ดาว์พงษ์” ใช้ม.44 แก้ไขระบบอุปถัมภ์ สภาเกาหลังในอุดมศึกษา ให้อธิการอายุไม่เกิน 60 ปี คกก.สภาไม่เกิน 70 ปีรับเงินเดือนอัตราราชการ

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) แถลงผลการจัดเสวนา “ม 44 แก้ปัญหาอุดมศึกษาไทยได้จริงหรือ” ว่าที่ประชุมมีข้อเสนอให้รมว.ศึกษาธิการนำความในคำสั่งมาตรา44 ข้อ 2 ในกรณีที่ปรากฏว่าการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษากรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา หรืออธิการบดี..ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจยับยั้งการแต่งตั้งหรือการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวกับการดำรงตำแหน่งอธิการบดี และผู้บริหารของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เกษียณอายุราชการทันที เนื่องจากขัดกับกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายจากงบประมาณรายได้ (ค่าบำรุงการศึกษาซึ่งเป็นเงินของนักศึกษา)ที่ควรนำไปใช้พัฒนานักศึกษาโดยตรง อันก่อให้เกิดคุณภาพการจัดการศึกษา รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปฏิบัติราชการ การทำลายระบบราชการ ขวัญกำลังใจ และปิดโอกาสของคนรุ่นใหม่ให้ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารบ้าง

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องระบบอุปถัมภ์ การสืบทอดอำนาจ สภาเกาหลัง การไร้ประสิทธิภาพของสภามหาวิทยาลัย ควรมีการออกคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้อธิการบดี(สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ) มีอายุไม่เกิน 60 ปี ให้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนในอัตราตามระเบียบราชการเท่านั้น และห้ามดำรงตำแหน่งนายกสภาหรือกรรมการสภาที่อื่นอีก ขณะที่ในส่วนของนายกสภาและกรรมการสภานั้นควรจำกัดอายุไม่เกิน 70 ปี นายกสภาให้ดำรงตำแหน่งเพียง 1 แห่งเท่านั้น และเป็นติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ กรรมการสภาเป็นได้ไม่เกิน2 แห่งและเป็นติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ โดยให้รับค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมในอัตราตามระเบียบราชการเท่านั้น

นอกจากนั้น ควรห้ามคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ดำรงตำแหน่งนายกสภาหรือกรรมการสภา ซึ่งคนที่เป็นอยู่ให้พ้นจากตำแหน่งทันที ไม่ควรตั้งคณะกรรมการที่มีคุณสมบัติขัดกับมาตรา 44 เข้าไปดำเนินการแก้ปัญหาในสถาบันต่างๆ และหากคณะกรรมการที่เข้าไปแก้ปัญหาในสถาบันจะแต่งตั้งคนเข้ามารักษาการในตำแหน่งผู้บริหารควรแต่งตั้งจากคนในสถาบันนั้นๆ ไม่ควรไปดึงคนนอกจากที่ต่างๆ เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช้เหตุแล้ว อาจก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งตามมาอีกด้วย ทั้งนี้ ทปสท.ได้นำข้อเสนอดังกล่าวเสนอรมว.ศึกษาธิการเรียบร้อยแล้ว

 

มรภ.โคราชแจงปมหลักสูตรครู-คุรุสภายันไม่รับรองตั้งแต่ปี 54

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235133


มรภ.นครราชสีมา, ข้อบังคับคุรุสภา, เทียบโอนมาตรฐานวิชาชีพ, ภาคพิเศษ, เรียนเสาร์-อาทิตย์, กศ.ปช., รับรองปริญญา, ข้อบังคับคุรุสภา ปี 2554, มรภ, ราช, แจง, หลักสูตร, ครู, คุรุสภา, ยัน, ไม่, รับรอง, ตั้งแต่, ดาว์พงษ์


มรภ.นครราชสีมา, ข้อบังคับคุรุสภา, เทียบโอนมาตรฐานวิชาชีพ, ภาคพิเศษ, เรียนเสาร์-อาทิตย์, กศ.ปช., รับรองปริญญา, ข้อบังคับคุรุสภา ปี 2554, มรภ, ราช, แจง, หลักสูตร, ครู, คุรุสภา, ยัน, ไม่, รับรอง, ตั้งแต่, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 25 ก.ค. 2559

มรภ.โคราชแจงปมหลักสูตรครู-คุรุสภายันไม่รับรองตั้งแต่ปี 54

อธิการมรภ.นครราชสีมา โร่พบ “ดาว์พงษ์” ยื่นหนังสือแจงยันทำทุกอย่างถูกต้อง ฟากคุรุสภา ระบุแจ้งไม่รับรองปริญญาภาคกศ.ปช.มาตั้งแต่ปี 54 ชี้ต้องทำเพื่อคุมคุณภาพบัณฑิต

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รศ.ดร.วิเชียร ฝอยพิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีบัณฑิตคณะครุศาสตร์ หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) โครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (กศ.ปช.) รุ่นที่ 15 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประมาณ 300 คน ได้ยื่นหนังสือเพื่อให้เยียวยากรณีที่จบการศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 แต่ไม่สามารถรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้โดยมหาวิทยาลัยให้เหตุผลว่าคุรุสภาไม่รับรอง ว่า วันนี้ตนได้ยื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นถึง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และน.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ยืนยันว่ามรภ.นครราชสีมา ปฏิบัติทุกอย่างตามขั้นตอน โดยเมื่อคุรุสภาแจ้งว่ามีการปรับปรุงระเบียบและให้นักศึกษา กศ.ปช.ที่เข้าเรียนในปีการศึกษา 2554 ของทุกมหาวิทยาลัยให้ใช้รายวิชาที่เรียนเทียบโอนความรู้ 9 มาตรฐานวิชาชีพ เพื่อรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ขณะนั้นนักศึกษากำลังเรียนในชั้นปีที่ 3

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้มอบให้คณะครุศาสตร์ประชุมทำความเข้าใจให้นักศึกษาภาคกศ.ปช.รุ่น 15 เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรับรองปริญญาของคุรุสภาและแจ้งย้ำถึงมติคณะกรรมการคุรุสภา ไม่ให้ใบอนุญาตฯ ให้กับนักศึกษาหลักสูตรครุฯ/ศึกษาศาสตรบัณฑิต ทุกมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554-2556 แต่ให้เทียบโอนความรู้ตามข้อบังคับคุรุสภา 9 มาตรฐาน เพื่อรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนและตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นไปคุรุสภาไม่อนุญาตให้เทียบโอน ซึ่งคณะครุฯ ได้จัดทำบันทึกขอเปิดเรียนกรณีพิเศษให้นักศึกษาภาคกศ.ปช.รุ่นที่ 15 เพื่อเตรียมการเทียบโอนความรู้ ซึ่งนักศึกษาทำเพียงออกค่าใช้จ่ายในการเทียบโอน จำนวน 2,700 บาทเท่านั้น

“เข้าใจว่านักศึกษาที่มาร้องเรียน อาจจะอยากได้ใบอนุญาตฯ อัตโนมัติเช่นเดียวกันรุ่นที่ผ่าน ๆ มา และไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้  อย่างไรก็ตามยังมีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ของคุรุสภา ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มมรภ. ที่เปิดสอนเสาร์-อาทิตย์  ซึ่งที่ผ่านมาก็แก้ปัญหาวิธีเดียวกัน หรือบางแห่งที่มีนักศึกษาภาคปกติน้อยก็จะใช้วิธีโอนย้ายนักศึกษาภาพพิเศษ ไปเรียนร่วมกับภาคปกติ”รศ.ดร.วิเชียร กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มรภ.นครราชสีมา ได้งดรับนักศึกษาภาคกศ.ปช. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 และลดจำนวนรับนักศึกษาในภาคปกติเหลือเพียง ห้องละไม่เกิน 30 คน ซึ่งขณะนี้เหลือนักศึกษาที่เรียนไม่มาก จากเดิมที่มีผู้เรียนเป็นหมื่นคน

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียดที่ มรภ.นครราชสีมา ชี้แจงเข้ามา แต่ทราบเบื้องต้นว่า มรภ.นครราชสีมา ชี้แจงมาว่าในอดีตนักศึกษาที่จบหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) ภาค กศ.ปช. จะได้รับใบอนุญาตฯ อัตโนมัติ แต่ภายหลังที่คุรุสภาออกระเบียบใหม่ในปี 2556 ทางมหาวิทยาลัยก็บอกว่าได้ไปปรับหลักสูตรครุฯ ให้มีตัวชี้วัดครบถ้วนตามมาตรฐานวิชาชีพ 9 มาตรฐานของคุรุสภา ตรงนี้จะต้องไปดูรายละเอียดก่อน แต่ประเด็นสำคัญคือผู้ที่ได้รับผลกระทบคือนักศึกษาที่เข้าเรียนปีการศึกษา 2555-2556 ซึ่งคาบเกี่ยวกับที่คุรุสภาออกระเบียบใหม่ แต่ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษา และมหาวิทยาลัย เบื้องต้นก็มีแนวทางที่จะช่วยเหลือคือ การเทียบมาตรฐานวิชาชีพซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณ 2,700 บาทต่อคน หากมหาวิทยาลัยถูกก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าผิดที่คุรุสภาก็ต้องรับผิดชอบจะไม่โยนความผิดให้ใครทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่ทำอะไรล่อแหลม สุ่มเสี่ยง คาบเกี่ยว หรือลักไก่ขอให้ถอยไปดูตัวเองเร่งปรับตัวขอให้เห็นแก่เด็ก

ด้าน ดร.ชัยยศ  อิ่มสุวรรณ์  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตนมั่นใจว่า คุรุสภาจะไม่แจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบถึงการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ทางโทรศัพท์แน่นอน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนที่ทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่า หลักสูตรดังกล่าว สกอ.รับทราบ และได้รับการรับรองปริญญาจากคุรุสภา ทั้งภาคปกติและภาคกศ.ปช. ตั้งแต่ปี 2549-2554 นั้น มีความคลาดเคลื่อน โดยคุรุสภาให้การรับรองตั้งแต่ปี 2549-2553 ทั้งภาคปกติและภาค กศ.ปช.  ส่วนปี 2554 เป็นการขยายระยะเวลาการรับรองหลักสูตรเฉพาะภาคปกติ ดังนั้น จึงเท่ากับว่ามหาวิทยาลัยรู้ตัวอยู่แล้วตั้งแต่ต้นว่า นักศึกษาที่เรียนภาค กศ.ปช. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไปจะต้องใช้วิธีการเทียบโอน  ส่วนที่มหาวิทยาลัยระบุว่า มติคณะกรรมการคุรุสภา ที่ไม่ให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู กับนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรครุฯ/ศึกษาฯทุกมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปีการศึกษา2554-2556 แต่ให้เทียบโอนมาตรฐานวิชาชีพ ตามข้อบังคับคุรุสภา เพื่อรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน และจะไม่อนุญาตให้เทียบโอน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นไป นั้นก็มีความคลาดเคลื่อน โดยนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรพิเศษ  ยังสามารถเทียบโอนได้ ตามหลักเกณฑ์เดิมที่คุรุสภากำหนด

“เรื่องนี้เป็นประเด็นที่คุรุสภา มีความกังวล เพราะที่ผ่านมามีหลายมหาวิทยาลัยเปิดสอนภาคพิเศษเสาร์ อาทิตย์จำนวนมาก ส่งผลกระทบคุณภาพการศึกษาและเมื่อคำนวณเวลาการจัดการเรียนการสอนแล้ว ยังไงก็ไม่ครบตามที่กำหนด ดังนั้นการจะให้รับรองปริญญาโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกันหลักสูตรปกติ คงเป็นไปไม่ได้และอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้  ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรพิเศษ ก็รับทราบหลักเกณฑ์ใหม่ ก็ได้ดำเนินการให้ตามเงื่อนไข ให้นักศึกษาเทียบโอน  ไม่ได้มีปัญหาอะไร”ดร.ชัยยศ กล่าว

 

คาดเคลียร์ปัญหามรภ.สุรินทร์จบภายใน 9 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235123


จี้ตรวจสอบธรรมาภิบาล, อธิการ, อดีต, อัจฉรา, ธรรมาภิบาล, ตรวจสอบ, จี้, มรภ.ชัยภูมิ, มรภ.สุรินทร์, ปฏิบัติหน้าที่แทนสภา, รศ.ดร.อัจฉรา, คาด, เคลียร์, ปัญหา, มรภ, สุรินทร์, ภายใน, เดือน, ดาว์พงษ์, อิจฉรา

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 25 ก.ค. 2559

คาดเคลียร์ปัญหามรภ.สุรินทร์จบภายใน 9 เดือน

“ดาว์พงษ์” เผยหลังมีคำสั่งม.44 ชาวอุดมศึกษาให้ความร่วมมือดี สั่งตรวจสอบธรรมาภิบาล “อิจฉรา” อดีตอธิการมรภ.สุรินทร์ตั้งตนเองกับพวก พร้อมหาเวลาลงพื้นที่ 2 มหา’ลัย

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือกับปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สุรินทร์ และปฏิบัติหน้าที่แทนสภามรภ.ชัยภูมมิ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) ได้มีคำสั่งที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา โดยในคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีกับมหาวิทยาลัย 2 แห่งนี้ ว่า คณะบุคคลทั้ง 2 คณะได้ลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคณบดี อาจารย์ และอดีตอธิการบดี ทั้งนี้ ปัญหาของ 2 แห่งมีความแตกต่างกัน โดยของมรภ.ชัยภูมิ พบว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัย ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิได้ลาออกไปครึ่งหนึ่ง และยังไม่สามารถดำเนินการสรรหาใหม่ได้ จึงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างลำบาก เพราะฉะนั้น  คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภามรภ.ชัยภูมิ จะลงไปตรวจสอบรายละเอียด หลักเกณฑ์การสรรหา กติกา และคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่กำหนดไว้เดิมเป็นเช่นไร ทำไมจึงไม่มีการยอมรับ และจะวางกติกาใหม่ให้เป็นที่ยอมรับ เพื่อให้มีกรรมการสภาครบถ้วน ส่วนเรื่องอื่น ๆ อาทิ สถานะการเงิน การบริหารบุคลากร เป็นต้น

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วน มรภ.สุรินทร์ มีกรณีอดีตนายกสภาฯ ดำเนินการแก้ไขข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ว่าด้วย หลักเกณฑ์ และคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี พ.ศ. 2547 โดยให้ยกเลิกลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยตัดส่วนที่ระบุว่า “เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง” ออกไป ซึ่งดูเหมือนอาจจะทำให้ รศ.ดร.อัจฉรา ภาณุรัตน์ อดีตอธิการบดีมรภ.สุรินทร์ ดำรงตำแหน่งอธิการได้ ตรงนี้ ดร.ถนอม อินทรกำเนิด ประธานกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภามรภ.ชัยภูมิ ต้องไปดูรายละเอียด รวมถึงกรณีที่ รศ.ดร.อัจฉรา แต่งตั้งตนเองเป็นผู้อำนวยการศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและพวกเป็นผู้บริหารในมหาวิทยาลัย ซึ่งคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภาฯ ก็ต้องไปตรวจสอบว่า รศ.ดร.อัจฉรา มีอำนาจในการแต่งตั้งหรือไม่

ทั้งนี้ ตนยังได้ฝากให้พิจารณาว่า ผู้ที่เป็นอธิการบดี แล้วแต่งตั้งตนเองเป็นผู้บริหารในชุดต่าง ๆ มีความเหมาะสม และมีธรรมาภิบาลหรือไม่  ซึ่งในส่วนของตนเอง คิดว่าไม่เหมาะสม คนเป็นครูบาอาจารย์ ควรจะทำในสิ่งที่เหมาะสมและแสดงถึงความมีธรรมาภิบาล  ส่วนจะให้ปฏิบัติหน้าที่สภาฯ ออกคำสั่งถอดถอน รศ.ดร.อัจฉราและพวก ออกจากตำแหน่งทั้งหมดทันทีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของปฏิบัติหน้าที่สภาฯ

“ผมมองว่า การที่ รศ.ดร.อัจฉรา ออกคำสั่งแต่งตั้งตัวเองและพวกเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม  ผมมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่สภาฯ ลงไปดู โดยเฉพาะ ปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งคนเป็นครูบาอาจารย์ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม จะไปอ้างว่า ทำถูกระเบียบ แล้วไม่มีคุณธรรม ไม่ได้ รวมถึงต้องไปตรวจสอบเรื่องที่เป็นประเด็นในข้อกฎหมายอื่น ๆ  อาทิ  การจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง ที่เป็นปัญหา ว่าใครต้องรับผิดชอบ หากอดีตสภา มรภ.สุรินทร์ มีส่วนรู้เห็นด้วย สภาฯก็ต้องรับผิดชอบด้วย  โดยผมเองไม่ได้เร่งรัดหรือตั้งกรอบเวลาที่ชัดเจน เพราะอยากให้ ปฏิบัติหน้าที่แทนสภาฯ ได้ลงไปดูรายละเอียดให้รอบด้านก่อน อย่างไรก็ตาม คำสั่งม.44 ที่ให้ลงไปแก้ปัญหาครั้งนี้ มีเสียงสะท้อนมาจากบุคลากรของมวิทยาลัย ว่ารู้สึกโล่งอก ให้ความร่วมมือ ไม่ต่อต้านเลย โดยคาดว่า จะใช้เวลาในการแก้ปัญหามรภ.สุรินทร์รวมถึงการสรรหาสภาฯชุดใหม่อย่างต่ำ ประมาณ 9 เดือน จึงจะสามารถคืนอำนาจในการบริหารจัดการให้กับสภาชุดใหม่ได้” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว และว่า เร็ว ๆ นี้ตนจะหาเวลาลงไปตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาทั้ง 2 มหาวิทยาลัยด้วยตัวเองด้วย

 

ผลสำรวจสุขภาพคนไทย หญิงอ้วนอันดับ2เอเชียชายน่าซบกว่าอปป้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235094

หญิงไทยอ้วน, ณรงค์ พิพัฒนาศัย, สสส., สุขภาพคนไทย, ผลสำรวจ, สุขภาพ, คนไทย, หญิง, อ้วน, อันดับ, เอเชีย, ชาย, น่า, กว่า, ป้า, ผลสำรวจสุขภาพคนไทย
หญิงไทยอ้วน, ณรงค์ พิพัฒนาศัย, สสส., สุขภาพคนไทย, ผลสำรวจ, สุขภาพ, คนไทย, หญิง, อ้วน, อันดับ, เอเชีย, ชาย, น่า, กว่า, ป้า, ผลสำรวจสุขภาพคนไทย
หญิงไทยอ้วน, ณรงค์ พิพัฒนาศัย, สสส., สุขภาพคนไทย, ผลสำรวจ, สุขภาพ, คนไทย, หญิง, อ้วน, อันดับ, เอเชีย, ชาย, น่า, กว่า, ป้า, ผลสำรวจสุขภาพคนไทย

การศึกษา-สาธารณสุข  : 25 ก.ค. 2559

ผลสำรวจสุขภาพคนไทย หญิงอ้วนอันดับ2เอเชียชายน่าซบกว่าอปป้า

เปิดผลสำรวจสุขภาพคนไทย ล่าสุดพบมีภาวะอ้วนถึง 19 ล้าน หญิงไทยอ้วนอันดับ 2 เอเชีย ชายไทยอันดับ 7 หุ่นน่าซบกว่าเกาหลีใต้ ขณะที่ 7.7 ล้านคน เสี่ยงเบาหวานในอนาคต

      เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) แถลงข่าวผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายว่า สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ ทำการสำรวจสุขภาพประชาชน ครั้งที่ 5 ระหว่างปี2557-2558  ด้วยการสุ่มตรวจสุขภาพประชากรไทย 21 จังหวัด จำนวน 19,468ตัวอย่าง เพื่อสำรวจการเฝ้าระวังทางสุขภาพของคนไทยระดับประเทศ ใน 8 ประเด็น

ผลการสำรวจพบว่า 1.การสูบบุหรี่ลดลงในทุกกลุ่มอายุ จากร้อยละ 19.9 ในปี2552 เป็นร้อยละ 16 ในปี 2557  จำนวนมวนที่สูบบุหรี่ เพศชายเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยวันละ10.6 มวน เป็นวันละ 11.2 มวน เพศหญิง ลดลงจากเฉลี่ยวันละ 9 มวน เป็น 7.7 มวนสัดส่วนคนที่ไม่สูบบุหรี่แต่ได้รับควันบุหรี่มือสองลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 78 เป็นร้อยละ 72.6

2.การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง จากร้อยละ 7.3 เหลือร้อยละ 3.4 จำนวนครั้งของการดื่มอย่างหนักเพิ่มขึ้น เพศชายจากค่ากลาง 6 ครั้งต่อปี เป็น ค่ากลาง 3ครั้งต่อเดือน เพศหญิง จากค่ากลาง 3 ครั้งต่อปี เป็น 2 ครั้งต่อเดือน  3.กินผักและผลไม้เพียงพอ 400 กรัมต่อวันขึ้นไปมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากร้อยละ 17.7 เป็น ร้อยละ 25.9หรือ 1 ใน 4

4.การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ เช่น เดิน ขี่จักรยาน อยู่ในระดับคงที่ร้อยละ 80  5.อัตราการบริโภคน้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มหวานของกลุ่มเด็กอายุ 2-14 ปี เพิ่มขึ้น  โดยเด็กอายุ 2-5 ปี เพิ่มจากร้อยละ 10.5 เป็น ร้อยละ 12.5. อายุ 6-9 ปี จากร้อยละ14.5 เป็นร้อยละ 20.4 และอายุ 10-14 ปี จากร้อยละ 19.1 เป็นร้อยละ 19.8

6.ภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทุกกลุ่มวัย  จากร้อยละ 34.7 ในปี 2552เป็นร้อยละ 37.5 เพศชายเพิ่มจากร้อยละ 28.4 เป็นร้อยละ32.9 เพสหญิงเพิ่มจากร้อยละ40.7 เป็นร้อยละ41.8 ซึ่งปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนถึง 19 ล้านคน  7.ภาวะความดันโลหิตสูงถึง 13 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.4 เป็น ร้อยละ 24.7 เพศชายเพิ่มจากร้อยละ 21.5 เป็นร้อยละ25.6 เพศหญิงจากร้อยละ 21.3 เป็นร้อยละ 23.9

และ8.เบาหวาน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ8.9 โดยประเทศไทยมีคนที่เป็นเบาหวานถึง 4 ล้านคน ที่น่าเป็นห่วงคือพบกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานโดยไม่รู้ตัวอีกถึง 7.7 ล้านคน กลุ่มหลังหมายถึง ร้อยละ 5-10 ต่อปี จะเป็นเบาหวานหากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพ

“แม้พฤติกรรมสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จะมีแนวโน้มดีขึ้น จากการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งภาคนโยบาย ภาคสังคม และภาควิชาการ แต่เป็นสิ่งที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ยังคงต้องรณรงค์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันนักสูบและนักดื่มหน้าใหม่ เดินหน้าสนับสนุนให้มีการขึ้นภาษีบุหรี่และแอลกอฮอล์ รวมถึง การส่งเสริมให้ประชากรมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอตลอดทุกช่วงวัย และสนับสนุนให้มีปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อให้คนได้มีกิจกรรมทางกายอย่างยั่งยืน พร้อมกับเน้นพฤติกรรมโภชนาการที่ลดหวาน มัน เค็มลง โดยเฉพาะมาตรการสำคัญในการเสนอมให้ออกกฎหมายเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลสูง โดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นมาตรการที่จะช่วยลดปัญหานี้”พล.ร.อ.ณรงค์กล่าว

ด้านศ.นพ.วิชัย เอกาพลากร หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน  คณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภาวะโรคอ้วนเบาหวาน ความดัน&nnbsp;กลายเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น จากผลการตรวจสุขภาพพบภาวะอ้วน (BMI ≥ 25 kg/m2) เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเพศชาย มีจำนวนร้อยละ32.9 และเพศหญิง ร้อยละ 41.8 โดยเพศชายในกรุงเทพฯมีสัดส่วนสูงสุด สำหรับผู้หญิงทุกภูมิภาคมีสัดส่วนไม่ต่างกัน และภาวะอ้วนในเขตเทศบาลสูงกว่านอกเขตเทศบาล

เมื่อเทียบกับดัชนีมวลกายหรือ BMI พบว่า หญิงไทยมีภาวะอ้วนเป็นอันดับ 2ของเอเชีย โดยดัชนีมวลกายเฉลี่ยของหญิงไทยอยู่ที่ 24.5 kg/m^2 อันดับ 1 คือมาเลเซีย ดัชนีมวลกายเฉลี่ย 25.7 ขณะที่ผู้หญิงในญี่ปุ่นและฮ่องกงมีภาวะอ้วนลดลง ส่วนเพศชาย พบว่า  อ้วนเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย อันดับ 1-7 ได้แก่ มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ตามลำดับ

“ผู้หญิงยังมีสัดส่วนการเป็นโรคเบาหวานสูงกว่าเพศชาย อยู่ที่ร้อยละ 9.8 และ7.9 ตามลำดับ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความชุกสูงที่สุด ตามด้วยภาคกลางภาคเหนือ และภาคใต้ ที่น่าสนใจคือ ร้อยละ 43.1 ของผู้ที่เป็นเบาหวานไม่ทราบว่าตนเองเป็นเบาหวานมาก่อน เท่ากับว่า ภาระโรคเบาหวานในปัจจุบันมีคนที่เป็นเบาหวานแล้วมากกว่า 4 ล้านคน ทั้งยังพบกลุ่มเสี่ยงต่อเบาหวานอีกถึง 7.7 ล้านคน ซึ่งภายในร้อยละ 5-10 ต่อปีจะป่วยเป็นเบาหวาน”ศ.นพ.วิชัยกล่าว

 

ศธ.จัดพิธีบวงสรวงบูรณะอาคารราชวัลลภ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235080

สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บวงสรวงอาคารราชวัลลภ, จัด, พิธี, บวงสรวง, บูรณะ, อาคาร, ราช, วัลลภ, ดาว์พงษ์, ตราราชวัลลภ
สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บวงสรวงอาคารราชวัลลภ, จัด, พิธี, บวงสรวง, บูรณะ, อาคาร, ราช, วัลลภ, ดาว์พงษ์, ตราราชวัลลภ
สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บวงสรวงอาคารราชวัลลภ, จัด, พิธี, บวงสรวง, บูรณะ, อาคาร, ราช, วัลลภ, ดาว์พงษ์, ตราราชวัลลภ
สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บวงสรวงอาคารราชวัลลภ, จัด, พิธี, บวงสรวง, บูรณะ, อาคาร, ราช, วัลลภ, ดาว์พงษ์, ตราราชวัลลภ

สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บวงสรวงอาคารราชวัลลภ, จัด, พิธี, บวงสรวง, บูรณะ, อาคาร, ราช, วัลลภ, ดาว์พงษ์, ตราราชวัลลภ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 25 ก.ค. 2559

ศธ.จัดพิธีบวงสรวงบูรณะอาคารราชวัลลภ

ศธ.จัดพิธีบวงสรวงบูรณะ ซ่อมแซม อาคารราชวัลลภ เริ่มดำเนินการส.ค.นี้ คาดแล้วเสร็จก.ย.60 “ดาว์พงษ์” เผยเล็งจัดกิจกรรมชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพื่อบูรณะ

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. เวลา 09.09 น. ที่บริเวณสนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดพิธีบวงสรวงงานบูรณะ ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคารราชวัลลภ (วังจันทรเกษม) ศธ. โดยท่านผู้หญิงบุตรี  วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.และข้าราชการ ศธ.เข้าร่วมในพิธี

ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าวภายหลังพิธีบวงสรวง ว่า วันนี้ถือเป็นวันมงคลจึงได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงก่อนที่จะมีการบูรณะ ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคารราชวัลลภ (วังจันทรเกษม) ปัจจุบันเป็นที่ทำการ ศธ. โดยอาคารราชวัลลภ มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน  เป็นพระตำหนักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้าง เป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อพ.ศ.2453 แล้วเสร็จสมบูรณ์ในพ.ศ. 2454

“ปัจจุบันอาคารราชวัลลภแห่งนี้อายุกว่า 106 ปี ขณะที่ในปี 2560 ศธ.ก็จะอายุ 126 ปี ซึ่งก็ถึงเวลาที่จะบูรณะอาคารแห่งนี้ เพราะมีหลายจุดที่ผุพังหมดแล้ว ทั้งหลังคา ฝ้า หรือพื้นไม้ภายในอาคาร ก็จะปรับปรุงให้มั่นคง มีที่ทำงานที่เหมาะสม มีทางสำหรับผู้พิการตามระเบียบราชการ ที่สำคัญจะเปิด “ตราราชวัลลภ” ให้ได้เห็นชัดเจน ส่วน “ตราเสมาธรรมจักร” ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ในส่วนของงบประมาณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะช่วยสนับสนุนส่วนหนึ่งผ่านมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ฯ ขณะเดียวกันกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กรมศิลปากร จะมาร่วมดูแลในการบูรณะเพราะอาคารแห่งนี้เป็นอาคารโบราณ อยากจะให้กลับมาสวยงาม ให้ทุกคนใน ศธ.ได้ภาคภูมิใจและมีพลังในการทำงานช่วยเหลือประเทศชาติต่อไป”ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าว

ขณะที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ศธ.ต้องขอขอบคุณมูลนิธิฯ ที่ทำให้ ศธ.มีโอกาสทำสิ่งดี ๆ ให้กับกระทรวงในคราวนี้ ตนรู้สึกได้ว่าข้าราชการทุกคนมีกำลังใจที่จะทำสิ่งดี ๆ เพื่อการศึกษา คาดว่าจะใช้ประมาณในการบูรณะประมาณ 170 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ผ่านมูลนิธิฯ อีกส่วน ศธ.ก็จะหางบประมาณเพิ่มเติม โดยอาจจะจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันบูรณะ แต่จะไม่มีการบังคับให้ครูต้องมาร่วมบริจาคเงินแน่นอน ทั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการบูรณะตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 นี้และคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณเดือนกันยายน 2560

 

ท้องอืด แน่นท้อง…โรคกวนใจของใครหลายคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235057


คมชัดลึก, ลุงแจ่มดูแลสุขภาพ, ลุงแจ่มคมชัดลึก, ท้องอืด, แน่นท้อง, โรค, กวนใจ, ของ, ใคร, หลาย

การศึกษา-สาธารณสุข  : 25 ก.ค. 2559

ท้องอืด แน่นท้อง…โรคกวนใจของใครหลายคน

ดูแลสุขภาพ : ท้องอืด แน่นท้อง…โรคกวนใจของใครหลายคน

               โรคท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย หรือโรค Dyspepsia นั้น มีลักษณะเป็นอาการแน่นท้อง ปวดท้อง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณท้องด้านบนส่วนกลางหรือบริเวณลิ้นปี่ ผู้ป่วยอาจเล่าว่ามีอาการแน่นท้อง อิ่มเร็ว ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น

โรคนี้เป็นกลุ่มอาการที่มีสาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย พบได้บ่อยประมาณ 25% ของคนทั่วไป ส่วนใหญ่มีอาการเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ต้องหยุดงาน หรือประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลง

๐ การวินิจฉัย

แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายเพื่อแยกผู้ป่วยที่เป็นโรคอื่นๆ ไปก่อน เช่น โรคกรดไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร, ปวดท้องจากโรคของทางเดินน้ำดี และโรคลำไส้แปรปรวน ซึ่งอาจมีอาการคล้ายกันออกไปก่อน เนื่องจากแนวทางในการรักษาโรคเหล่านี้แตกต่างไปจากภาวะ Dyspepsia โดยทั่วไปโรคนี้มักไม่ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง ยกเว้นมีภาวะแทรกซ้อนจากภาวะอื่น

๐ สาเหตุของโรคท้องอืด แน่นท้อง dyspepsia

โรค Dyspepsia อาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ ได้หลายอย่างด้วยกัน ประมาณ 30-50% ของผู้ป่วย Dyspepsia สามารถตรวจพบสาเหตุของอาการได้ แต่มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะหาสาเหตุของอาการไม่พบ ซึ่งเรามักเรียกผู้ป่วยในกลุ่มนี้ว่า Functional Dyspepsia หรือ NUD (non-ulcer Dyspepsia)

๐ สาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการ Dyspepsia ได้แก่

1.อาหาร มีอาหารหลายชนิดที่อาจเป็นสาเหตุที่ผู้ป่วยมักจะบอกว่าทำให้เกิดอาการ Dyspepsia เป็นมากขึ้น อาหารเหล่านี้ ได้แก่ อาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด มะเขือเทศ, สุรา, หรือแอลกอฮอล์ อาหารมัน และกาแฟ

2.ยา มียาหลายชนิดที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองของทางเดินอาหาร และทำให้เกิดอาการ Dyspepsia เช่น ยาแก้ปวดกระดูก ยาคลายเส้น ยาปฏิชีวนะ, ธาตุเหล็ก, ยาความดันบางชนิด การหยุดยาสามารถทำให้อาการต่างๆ ดีขึ้นได้

3.โรคของกระเพาะอาหารและลำไส้เป็นแผล

4.โรคของตับและตับอ่อนอักเสบ

5.โรคทางกายจากระบบอื่นนอกทางเดินอาหาร เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่มีโรคต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไตทำงานน้อย เป็นต้น

6.Functional Dyspepsia หรือ NUD (non-ulcer Dyspepsia)

ในปัจจุบันจึงแนะนำให้ทดลองรักษาด้วยการกินยาไปก่อน ยกเว้นผู้ป่วยจะมีลักษณะที่บอกว่ามีโอกาสสูงต่อการมีโรคร้ายที่เป็นสาเหตุของอาการ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา ส่วนการตรวจหาสาเหตุด้วยการส่องกล้องตั้งแต่เริ่มแรก สามารถทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น หรือลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ดีกว่าการรักษาด้วยยา และเนื่องจากการส่องกล้องตรวจภายในทางเดินอาหารปัจจุบันสามารถทำได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถทำได้ค่อนข้างสะดวกและปลอดภัย

ส่วนอาการแสดงอาการของผู้ป่วย Dyspepsia ที่อาจบ่งบอกว่าผู้ป่วยน่าจะมีสาเหตุของอาการจากโรคที่ร้ายแรง ได้แก่ อาการกลืนลำบาก น้ำหนักลด เลือดออกในทางเดินอาหาร ตรวจพบเลือดในอุจจาระถ่ายอุจจาระดำ หรือมีอาการของลำไส้อุดตัน เช่น อาเจียนมาก ซึ่งถ้าผู้ป่วยมีอาการต่างๆ เหล่านี้ บ่งบอกว่าผู้ป่วยควรได้รับการส่องกล้องภายในทางเดินอาหารส่วนต้น

๐ การส่องกล้องตรวจภายในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น

ปัจจุบันเป็นการตรวจมาตรฐานในการตรวจหาความผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนบน ในผู้ป่วย Dyspepsia เนื่องจากมีความแม่นยำสูง และในกรณีที่จำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา ก็สามารถที่จะทำได้โดยมีความแม่นยำสูงมาก ในการวินิจฉัยโรคแผลกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น หลอดอาหารอักเสบ รวมทั้งมะเร็งภายในทางเดินอาหารส่วนต้น และสามารถทำการรักษาในภาวะได้ด้วย

ในผู้ป่วย Dyspepsia ทุกรายที่มีอาการเตือนของโรคร้ายแรงควรได้รับการส่องกล้องตรวจ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ที่มีอาการ Dyspepsia มาไม่นาน และไม่เคยเป็นมาก่อน ควรได้รับการตรวจโดยการส่องกล้อง เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งภายในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น การส่องกล้องก็เป็นการตรวจที่สามารถช่วยยืนยันให้ผู้ป่วยลดความกังวลดังกล่าว

๐ การดูแลตนเอง

1.ถ้ามีอาการเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง หรือมีอาการน่าสงสัยว่าอาจเกิดจากสาเหตุร้ายแรง เช่น ปวดรุนแรง ปวดนานเกิน 6 ชั่วโมง กระเทือน ถูกเจ็บ อาเจียน ถ่ายอุจจาระดำ ตาเหลือง ตัวเหลือง น้ำหนักลด ปวด ร้าวขึ้นคอ ขากรรไกร ไหล่ หรือต้นแขน เป็นต้น ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

2.ข้อแนะนำการปฏิบัติตัวดังนี้

– งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง ช็อกโกแลต น้ำอัดลม อาหารที่ทำให้กำเริบ (เช่น ของมัน ของหวาน รสจัด) หลีกเลี่ยงยา (เช่น แอสไพริน ยาแก้ปวดข้อ)

– กินอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อและควรกินอาหารมื้อเย็นก่อนเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

– ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่ารีบเร่ง อย่ากินจนอิ่มมากเกินไป

– หลังกินอาหารอิ่ม อย่าล้มตัวลงนอน หรืออยู่ในท่าก้มงอตัว และอย่ารัดเข็มขัดแน่น

– ถ้าน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนัก

– ถ้าเครียด ควรออกกำลังกายเป็นประจำ และหาวิธีผ่อนคลายความเครียด

นพ.สัญชัย ประเสริฐเพชรมณี

อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหาร

ศูนย์ทางเดินอาหารและส่องกล้อง รพ.พญาไท 3

‘ผศ.บัวผัน สุพรรณยศ’ผู้สืบสานเพลงพื้นบ้านไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/235035

เพลงพื้นบ้าน, บัวผัน, สุพรรณ, ผู้, สืบสาน, เพลง, พื้นบ้าน, ไทย, ผศบัวผัน, ผศบัวผัน สุพรรณยศ, แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์, คุณครู

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 25 ก.ค. 2559

‘ผศ.บัวผัน สุพรรณยศ’ผู้สืบสานเพลงพื้นบ้านไทย

‘ผศ.บัวผัน สุพรรณยศ’ผู้สืบสานเพลงพื้นบ้านไทย : พนอ ธรรมเนียมอินทร์รายงาน

            เออ เอ๊อ เอิง เอิ่ง เอ๊ย…

แว่วเสียงเพลงอีแซวขับขานครั้งใด ก็พาให้คิดถึง “อาจารย์บัวผัน สุพรรณยศ” ผู้ที่สั่งสมความอุดมพร้อมด้วยผลงานเพลงพื้นบ้านไทย และขยายผลสู่ผู้คนในหลากหลายสังคมด้วยใจรักและมุ่งมั่น อย่างยากที่จะหาคนในรุ่นเดียวกันทำได้ รอยยิ้มอย่างเป็นสุข ทั้งเมื่อยามขึ้นร้อง และแววตาที่บ่งบอกถึงความภูมิใจที่ลูกศิษย์ ผองเพื่อนทุกคนออกไปวาดลวดลายเพลงพื้นบ้านไทยในเวทีต่างๆ เป็นภาพที่เราเห็นเสมอ และพลอยให้เราสุขใจ อิ่มเอิบใจไปด้วยทุกครั้ง

“แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ประจำปี 2539 กล่าวถึงอาจารย์บัวผัน ด้วยความรัก ผูกพัน และภูมิใจว่า “ลูกไม่ใช่เพียงลูกบุญธรรมที่ใกล้ชิดด้วยอัธยาศัยของแม่เท่านั้น แต่แม่และทุกคนในบ้านลืมไปแล้วว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ลูกของแม่ก็คิดว่าเขาเป็นพี่แท้ๆ คณะเพลงพื้นบ้านในเมืองของเราก็สนิทสนม รักใคร่ ลูกก็แสดงความรัก เคารพ ไม่ว่าแม่บัวจะไปขอความช่วยเหลือเรื่องใด ทุกคนก็เต็มใจ เต็มเปี่ยม พวกเรารัก ห่วงใยเหมือนลูกและพี่น้องแท้ๆ

โดยเฉพาะงานที่แม่บัวทำเพื่อเพลงพื้นบ้านของไทย ทั้งงานวิจัย เอกสาร ตำรา แต่งคำร้อง ขึ้นร้อง ไปสอน และจัดการแสดงสาธิต เผยแพร่ให้คนไทยได้เห็นคุณค่าและภูมิใจในความเป็นไทย ทั้งยังเผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆ พวกเราภูมิใจในตัวแม่บัวมาก ครูบาอาจารย์ที่ท่านล่วงลับ ท่านก็คงภูมิใจ และขอบคุณแม่บัวเช่นกัน”

ปัจจุบันอาจารย์บัวผัน ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” (ผศ.) ประจำภาควิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์ และเป็นหัวหน้ากองส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(มกค.) ได้รับเชิญเป็นผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์พิเศษสอนระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนสถานศึกษาต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

เหนืออื่นใด “อาจารย์บัวผัน” มีผลงานการสอนภาษาไทย การเป็นกรรมการในการประกวด การแสดงและสาธิตเกี่ยวกับวิถีไทย ประเพณี การละเล่นและเพลงพื้นบ้าน ทั้งเพลงอีแซว เพลงเรือ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเต้นกำ ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงทรงเครื่อง เพลงกล่อมเด็ก แหล่ ดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย เพลงไทยลูกทุ่ง ทั้งยังเป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครู บายศรีสู่ขวัญ จัดงานวัฒนธรรมสัญจร จัดกิจกรรมการประกวดความสามารถของนักเรียนนักศึกษาทั้งในประเทศ และเผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆ มากมาย

ไม่เพียงเท่านั้น ผลงานสำคัญในชีวิตของ “อาจารย์บัวผัน  สุพรรณยศ” มีมากมายจนไม่อาจพรรณนาได้ แต่หากจะกล่าวถึงความปลื้มปีติในหัวใจของอาจารย์บัวผันก็คือ การประพันธ์และร้องเพลงเรือถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ เวทีกลางแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าโรงพยาบาลศิริราช การแสดงเพลงเรือเฉพาะพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ร่วมกับศิลปินแห่งชาติหลายท่าน ได้แก่ แม่บัวผัน จันทร์ศรี, พ่อหวังเต๊ะ, แม่ประยูร ยมเยี่ยม, แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ และครูชินกร ไกรลาศ

รวมถึงการประพันธ์และร้องเพลงถวายพระพรเฉพาะพระพักตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับครูชินกร ไกรลาศ ในงานสมโภชพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม ประพันธ์และร้องเพลงฉ่อยโบราณถวายพระพรเฉพาะพระพักตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานเปิดอาคารสิริวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.)…

“อาจารย์บัวผัน สุพรรณยศ” ได้รับรางวัลครูภาษาไทยประกายเพชร ของมูลนิธิเพชรภาษา เมื่อปี พ.ศ. 2550 และได้รับเชิญเป็นกรรมการร่วมจัดกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิเพชรภาษาอย่างเต็มกำลังความรู้ ความสามาารถ ผลงานของอาจารย์บัวผัน เป็นที่ประจักษ์เสมอมา

หากจะกล่าวถึงผลงานและเกียรติคุณของ “อาจารย์บัวผัน สุพรรณยศ” ที่ทำงานด้วยใจรักและมุ่งมั่นที่จะศึกษาให้ถ่องแท้ ปฏิบัติและสืบทอดสู่สังคมไทย เผยแพร่ไปไกลทุกมุมโลก คงไม่อาจกล่าวได้ทั้งหมดในพื้นที่นี้…

ทุกวันนี้ “อาจารย์บัวผัน  สุพรรณยศ” ยังเป็น “คุณครู” ทำหน้าที่สอนถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ เป็นวิทยากรทั้งในห้องเรียน ห้องประชุม ในรายการวิทยุ รายการโทรทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง ครูที่ “อาจารย์บัวผัน” เคารพรักมากท่านหนึ่ง คือ ครูชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง) ประจำปี 2542

ครูชินกร กล่าวถึงลูกศิษย์คนนี้ว่า “เป็นศิษย์ที่ดี มีคุณธรรม ถึงแม้อยู่ในฐานะครู แต่ก็จำแนกและผลิตให้งอกเงยได้ คือ อย่างเรามีของแล้วเก็บไว้เนี่ย เราจะต้องให้คนอื่นช่วยเก็บด้วย โดยเฉพาะงานศิลปะเป็นงานที่ทำให้คนไม่มีปัญหา บัวผันสามารถแปลงศิลปะให้เป็นภาษาทางวัฒนธรรมได้อย่างดียิ่ง”

 

ชี้ครูไทยต้องยกระดับการสอนให้ทัน Economy 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234900

สสค., Economy 4.0, รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี, ชี้, ครู, ไทย, ต้อง, ยกระดับ, การสอน, ให้, ทัน, Economy

การศึกษา-สาธารณสุข  : 23 ก.ค. 2559

ชี้ครูไทยต้องยกระดับการสอนให้ทัน Economy 4.0

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีประเทศไทยชี้ครูไทยต้องยกระดับการสอนให้ทัน Economy 4.0 เน้นคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์สร้างองค์ความรู้เพื่อเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล

        นายเฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีคนแรกของประเทศไทย กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีครั้งที่ 2 ประจำปี 2560 ซึ่งจัดโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ว่าการเรียนรู้ของครูยุค Education 4.0 ต้องปรับกระบวนการสอนให้เข้ากับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจซึ่งปัจจุบันโลกเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่เน้นการใช้ทักษะการคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีระดับสูงในการพัฒนานวัตกรรมองค์ความรู้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ ฉะนั้นการเรียนรู้และการเรียนการสอนต้องปรับกระบวนทรรศน์ใหม่ที่เน้นการสอนคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาได้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ให้สอดรับกับ Economy 4.0

“ล่าสุด World Economic Forum (WEF) ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศทางเศรษฐกิจระดับโลก ได้เผยแพร่ข้อมูลการจัดอันดับแบรนด์ที่ทรงอิทธิพล 10 อันดับแรกของโลกจาก Millward Brown Brandz ranking พบว่าแบรนด์ 5 ใน 10 อันดับแรกนั้นตกเป็นของอุตสาหกรรมด้านสื่อดิจิตอล ได้แก่ อันดับ 1) กูเกิ้ล (GOOGLE) 2) แอปเปิ้ล (APPLE) 3) ไมโครซอฟท์ (Microsoft) 4) AT&T (เอที แอนด์ ที) 5) เฟสบุ๊ค (FACEBOOK) 6) วีซา (VISA) 7) อเมซอน (AMAZON) 8) เวอริซอน (Verizon) 9) แมคโดนัลด์ (McDonald’s) และ 10) ไอบีเอ็ม (IBM) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า โลกของเราได้ก้าวเข้าสู่ Economy 4.0แล้ว ฉะนั้นทักษะที่ครูเคยใช้สอนในอดีตจึงต้องมีการปรับให้ผู้เรียนมีทักษะที่สอดรับกับความต้องการแรงงานในภาคเศรษฐกิจด้วย”นายเฉลิมพรกล่าว

อนึ่ง มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจัดการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีครั้งที่2 ประจำปี 2560 ทุกท่านสามารถเสนอชื่อไปยังคณะกรรมการคัดเลือกในจังหวัดที่มีเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 เป็นจุดอำนวยการ โดยผู้มีสิทธิ์เสนอชื่อประกอบด้วย 1) ศิษย์เก่าอายุ 25 ปีขึ้นไป และ 2) สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และองค์กรที่มีภารกิจการเรียนรู้ โดยมีระยะเวลาในการเสนอชื่อครูผู้สมควรได้รับคัดเลือก (ก.ค.-ธ.ค.59) และการคัดเลือกในส่วนกลาง (ม.ค.-มี.ค.60) ทั้งนี้คณะกรรมการมูลนิธิฯ จะพิจารณาประกาศผลในวันที่ 25 เม.ย. 60 และจะมีพิธีพระราชทานรางวัลในวันที่ 10 ต.ค. 60 ข้อมูลเพิ่มเติมwww.PMCA.or.th

 

สุดยอด..2เด็กดอยคว้าทอง แข่งสิ่งประดิษฐ์์โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234847

เด็ดดอย, สุดยอด2, เด็ก, ดอย, คว้า, ทอง, แข่ง, สิ่งประดิษฐ์, โลก, แข่งสิ่งประดิษฐ์์โลก, E-bug, ถุงกระดาษไคโตซานดูดซับไขมันในอาหาร

การศึกษา-สาธารณสุข  : 23 ก.ค. 2559

สุดยอด..2เด็กดอยคว้าทอง แข่งสิ่งประดิษฐ์์โลก

สมุทรปราการ – 2 นักเรียน รร.บ้านแม่ปาง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน คว้าเหรียญทอง ประกวดสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ และได้คะแนนสูงสุดระดับปฐมศึกษา

           นางพนิดา วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการพิเศษ สำนักพัฒนานวัตกรรมการ จัดการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ในฐานะหัวหน้าทีมคณะนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ได้พานักเรียนรวม 12 คน เดินทางกลับจาการเข้าร่วมแข่งขันประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ IEYI 2016 (International Exhibition for Young Inventors) ที่เมือง Harbin สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-19 กรกฎาคม 59 ที่ผ่านมา โดยกลับถึงไทยกลางดึกคืนวานนี้(22ก.ค.)

ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ส่งนักเรียน 6 ทีม จากการคัดเลือกผลงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมการประกวด โดยนักเรียนไทยทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยคว้า 8 รางวัล แบ่งเป็น เหรียญทอง 2 รางวัล จากผลงาน“อุปกรณ์ช่วยเก็บพริก”ของทีม ด.ช.ศุภวิชญ์ แผ่อำนาจคุณ และ ด.ช.ปฏิพล กันทรศานติ ชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านแม่ปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดในระดับประถมศึกษาอีกด้วย

สุดยอด..2เด็กดอยคว้าทอง แข่งสิ่งประดิษฐ์์โลก

          และผลงาน “E-bug” ของทีม ด.ช.ยศวิศ เงินวิวัฒน์กุล และ ด.ช. ศุภวิชญ์  สิทธิผล ชั้น ม.3 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย สพม. เขต 1 กรุงเทพมหานคร  เหรียญเงิน 2 รางวัล เหรียญทองแดง 2 รางวัล และรางวัลพิเศษ Special Awards จากประเทศญี่ปุ่นและมาเก๊าอีกด้วยโดย 2 ผลงานที่ได้รับรางวัลนี้คือ  “ถุงกระดาษไคโตซานดูดซับไขมันในอาหาร”และ” แพลนต์ มัลติเซฟ”

ด.ช.ศุภวิชญ์  แผ่อำนาจคุณ อายุ 12 ปี และ ด.ช.ปฏิพล  กันทรศานติ อายุ 11 ปี จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าของผลงาน“อุปกรณ์ช่วยเก็บพริก” กล่าวว่า เนื่องจากเห็นผู้ปกครองเก็บพริกด้วยมือแล้ว ได้ปริมาณน้อย จึงคิดว่าหากมีอุปกรณ์มาช่วยเก็บน่าจะได้ปริมาณมากขึ้น จึงน้ำขวดยาขนาดใหญ่มาผ่าครึ่งก่อนนำถุงขนาดใหญ่มาต่อที่ปลายขวด ใช้เก็บพีหกเวลาเด็ดจากต้น แทนการนำไปใส่ด้านหลังแทน โดย 1 ชม.จะเก็บได้13 กก.ซึ่งมากว่าเก็บแบบเดิมถึง 5 กก,

สุดยอด..2เด็กดอยคว้าทอง แข่งสิ่งประดิษฐ์์โลก

       ด้านด.ญ.พิมพ์มาดา เงินมาก และ ด.ญ.รัตนาภรณ์  ชัยอินทร์ศูนย์  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวังน้อยพนมยงค์วิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า  ผลงานที่ตนทั้งสองได้ส่งเข้าแข่งขัน ชื่อผลงาน ถุงกระดาษไคโตซานดูดซับไขมันในอาหารก็จากที่เห็นนะค่ะกระดาษของเราดีกว่าธรรมดาซึ่งมันบางมากค่ะแล้วก็ยังมีน้ำมันที่เยิ้มอยู่นะค่ะเราก็เลยคิดที่จะทำกระดาษที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยใช้เปือกกุ้งที่มีสารแคโดซาน เราจึงสกัดออกมาแล้วได้สารแคโดซาน แล้วนำมาประสมกับกระดาษที่เราทำเองนะค่ะ แล้วได้ผลนะค่ะ ดูดซับได้มากกว่าถุงกระดาษปกติที่บางค่ะ

สำหรับ งาน IEYI เป็นงานประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ระดับโรงเรียน โดยประเทศต่างๆจะหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพจัดงาน มีประเทศเข้าร่วมจัดแสดงผลงานจำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย รวม 83 ชิ้นงาน