ทปสท.ชี้ต้องให้ความเป็นธรรมูกับบัณฑิตครู“มรภ.นครราชสีมา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234784

ทปสท., บัณฑิตครู, ทปส, ชี้, ต้อง, ให้, ความ, เป็น, ธรร, กับ, บัณฑิต, ครู, มรภ, นครราชสีมา, มรภนครราชสีมา, มรภนครราชสีมา-คุรุสภา
ทปสท., บัณฑิตครู, ทปส, ชี้, ต้อง, ให้, ความ, เป็น, ธรร, กับ, บัณฑิต, ครู, มรภ, นครราชสีมา, มรภนครราชสีมา, มรภนครราชสีมา-คุรุสภา
ทปสท., บัณฑิตครู, ทปส, ชี้, ต้อง, ให้, ความ, เป็น, ธรร, กับ, บัณฑิต, ครู, มรภ, นครราชสีมา, มรภนครราชสีมา, มรภนครราชสีมา-คุรุสภา

ทปสท., บัณฑิตครู, ทปส, ชี้, ต้อง, ให้, ความ, เป็น, ธรร, กับ, บัณฑิต, ครู, มรภ, นครราชสีมา, มรภนครราชสีมา, มรภนครราชสีมา-คุรุสภา

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 22 ก.ค. 2559

ทปสท.ชี้ต้องให้ความเป็นธรรมูกับบัณฑิตครู“มรภ.นครราชสีมา”

ประธาน ทปสท.ชี้“มรภ.นครราชสีมา-คุรุสภา”ต้องให้ความเป็นธรรมกับ“บัณฑิตครูภาคพิเศษ” เผยกระแสเรียนครูฟีเวอร์เมื่อปี54 ทำให้มหาลัยแห่ผลิตครูเพิ่ม เปิดรับนศ.เกินจำนวน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มบัณฑิตคณะครุศาสตร์ หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) โครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (กศ.ปช.) รุ่นที่ 15 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จำนวน 300 คน ได้ด้ยื่นหนังสือเพื่อให้เยียวยากรณีที่จบการศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 แต่ไม่สามารถรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดยมหาวิทยาลัยให้เหตุผลว่าคุรุสภาไม่รับรองหลักสูตร นั้นว่า  เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของมรภ.นครราชสีมาและคุรุสภา  ความจริงปัยหานี้ตนเคยเสนอที่ประชุมสภามรภ.นครราชสีมามาก่อน แต่นายกสภาฯกลับสอบถามถึงม.44จะกระทบมรภ.นครราชสีมาหรือไม่ จากนั้นนักศึกษา กศ.ปช.รุ่นที่ 15ก็ได้มาร้องเรียนกับ สปสท.

“สาเหตุน่าจะมาจากกระแสนิยมเรียนครูเมื่อปี 2554 ทำให้สถาบันอุดมศึกษาไทยเกือบทุกแห่งเปิดรับนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต ทั้งภาคปกติและภาคพิเศษ ในจำนวนที่มากเกินกว่าแผนที่แต่ละมหาวิทยาลัยได้เสนอขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เมื่อผู้เรียนต้องการเรียนมากขึ้น มหาวิทยาลัยก็แห่รับจำนวนมากขึ้น จนกระทั่งเมื่อมีการร้องเรียนคุรุสภาถึงได้มาออกเกณฑ์ควบคุมเมื่อปี2557 เป็นการออกเกณฑ์ภายหลังจากที่เกิดปัญหาแล้ว ดังนั้น ทั้งมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเกินและคุรุสภาควรร่วมมือรับผิดชอบ และให้ความเป็นธรรมกับผู้เรียน” ประธาน ทปสท. กล่าว

ประธาน ทปสท. กล่าวอีกว่า บัณฑิตครู กศ.ปช.รุ่นที่ 15 เมื่อสำเร็จการศึกษาจะไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู(ตั๋วครู) แต่จะได้รับใบอนุญาการสอนหรือใบอนุญาตฯชั่วคราว อีกทั้งบัณฑิตกลุ่มนี้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเป็นค่าเทียบโอนสมรรถนะครู ตกคนละประมาณ 2,700 บาท ส่วนบัณฑิตครูที่เรียนภาคปกติทุกคนจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทุกคน ทำให้กลุ่มผู้ร้องมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งที่เรียนในหลักสูตรเดียวกัน

“ทสปท. จะติดตามและดูแลเรื่องนี้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับ บัณฑิตครูและคณาจารย์และประชาคม มรภ.นครราชสีมา” ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวในที่สุด

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ ยังกล่าวถึงกรณี ม. 44 ที่ออกมาเพื่อจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ว่าอาจจะใช้แก้ปัญหาสถาบันอุดมศึกษาที่มีความขัดแย้งรุนแรงเฉพาะหน้าได้เท่านั้น แต่จะคาดหวังการสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดในสถาบันอุดมศึกษาคงยาก เพราะดูแล้วยังกล้า ๆ กลัว เช่น กรณีการกำหนดให้แต่งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกสภาไม่เกิน 3 แห่ง และกรรมการสภาไม่เกิน 4 แห่งซึ่งคิดว่ามากเกินไป ไม่ควรเกิน 2 แห่งโดยไม่กำหนดวาระ และอายุ ทั้งที่การอยู่ที่ใดนานเกินไปจะทำให้เกิดระบบอุปถัมภ์นำไปสู่สภาเกาหลัง

“ส่วนอายุก็เป็นอุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะนายกสภาหลายแห่งอายุมากไม่สามารถเดินทางไปประชุมได้ต้องขนกรรมการเข้ามาประชุมที่กรุงเทพฯ และไม่ห้ามนายกสภาไปดำรงตำแหน่งที่อธิการบดี ที่สำคัญภาพโดยรวมเป็นการมอบอำนาจแทบทั้งหมดไปให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เป็นผู้ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่ไม่กำหนดข้อห้ามมิให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา ไปเป็นนายกสภาและกรรมการสภา ซึ่งหลายคนเป็นอยู่”ผศ.ดร.รัฐกรณ์ ตั้งข้อสังเกต

ผศ.ดร.รัฐกรณ์  ตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในข้อ 4 ให้ กกอ. รายงานความผิดของสภาหรือสถาบันแต่ข้อ 7 กลับให้สภาหรือสถาบันเป็นผู้ดำเนินการทางอาญา ทางละเมิด หรือทางวินัยกับตัวเอง อันนี้อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติในอนาคตไดเอย่างแน่นอน

 

แจง “ดร.ถนอม” นั่งปธ.ฯสภามรภ.สุรินทร์ ได้ชี้เป็นคำสั่งพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234745


ม.44, ดร.ถนอม, สภา มรภ.สุรินทร์, แจง, ถนอม, นั่ง, สภา, มรภ, สุรินทร์, ได้, ชี้, เป็น, คำสั่ง, พิเศษ, ดรถนอม


ม.44, ดร.ถนอม, สภา มรภ.สุรินทร์, แจง, ถนอม, นั่ง, สภา, มรภ, สุรินทร์, ได้, ชี้, เป็น, คำสั่ง, พิเศษ, ดรถนอม

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 22 ก.ค. 2559

แจง “ดร.ถนอม” นั่งปธ.ฯสภามรภ.สุรินทร์ ได้ชี้เป็นคำสั่งพิเศษ

เลขาธิการกกอ.แจง “ดร.ถนอม” นั่งประธานกรรมการปฏิบัติหน้าที่สภามรภ.สุรินทร์ได้ ชี้เป็นคำสั่งพิเศษ ขณะที่ประธานกกอ.ยันดูแลมหาวิทยาลัยทุกแห่งอย่างเท่าเทียมกัน

น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวถึงกรณีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และมีผลทันทีในมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์และมหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ   ทั้งกำหนดให้บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยได้ไม่เกินคนละ 3แห่ง หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่เกิน 4 แห่ง  ซึ่งในส่วนของ มรภ.สุรินทร์และมรภ.ชัยภูมินั้น พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะบุคคลทำหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยแล้ว โดยแต่งตั้งดร.ถนอม อินทรกำเนิด เป็นประธานกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่สภา มรภ.สุรินทร์ และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ดร.ถนอมอาจดำรงตำแหน่งนายกสภาหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนเกินกว่าที่ คสช.กำหนดนั้น ว่า  คำสั่ง คสช.ถือเป็นคำสั่งพิเศษ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ไม่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งนายกสภา หรือกรรมการสภาที่มีอยู่ก่อนหน้านี้

ด้าน รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานกกอ. กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ายังมีมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาธรรมภิบาลที่อยู่ในขอบข่ายที่ รมว.ศึกษาธิการ โดยคำแนะนำของกกอ.จะต้องเข้าไปจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลอีกว่า 20 แห่งว่า กกอ.มีหน้าที่ดูแลมหาวิทยาลัยทุกแห่งอย่างเท่าเทียมกัน กรณีที่มีปัญหาไม่สามารถหาทางออกได้จริงๆ จึงจะเข้าไปแก้ไข และยึดหลักการว่าจะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างกรณี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งก็จะคืนมหาวิทยาลัยในเร็วๆนี้ ส่วนมรภ.สุรินทร์และมรภ.ชัยภูมิก็ใช้หลักการเดียวกัน ส่วนที่มหาวิทยาลัยอื่นๆนั้น กกอ.ยึดหลักการว่า จะต้องให้มหาวิทยาลัยดูแลกันเองก่อน หากไม่มีทางออกจริงๆ รมว.ศึกษาธิการจึงจะใช้อำนาจเข้าไป ซึ่งก็ต้องเป็นข้อเสนอแนะจาก กกอ.

 

ศธ.แจ้ง 3 ขรก.หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งม.44

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234759

นายประสิทธิ์ แสงพินิจ, นายสำเริง ภิปัญญา, รศ.ปิยพันธ์ แสนทวีสุข, ข้าราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่, คำสั่งม.44, แจ้ง, ขรก, หยุด, ปฏิบัติหน้าที่, ตามคำสั่ง, ศธแจ้ง

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 22 ก.ค. 2559

ศธ.แจ้ง 3 ขรก.หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งม.44

ศธ.เตรียมแจ้งข้าราชการ 3 รายหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ม.44 และเร่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ปลัด ศธ.ชี้หน่วยงานต้นสังกัดต้องตรวจสอบข้อร้องเรียนโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 43/2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 4 รวม 60 คน ตามที่มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ว่า ในส่วนของ ศธ.มีข้าราชการที่ถูกให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1. รศ.ปิยพันธ์ แสนทวีสุข รองคณบดีฝ่ายบริหาร สาขาดุริยางคศิลป์ตะวันตก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเดิมเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไปแล้ว แต่เข้าใจว่ายังตรวจสอบไม่ครบถ้วนจึงให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม

2. นายสำเริง ภิปัญญา ผอ.โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ ซึ่งในรายนี้ยังไม่ทราบว่าให้หยุดการปฎิบัติหน้าที่ด้วยสาเหตุใด คงต้องรอศูนย์ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการของรัฐบาล ส่งรายละเอียดแจ้งให้ ศธ.ทราบในเร็ว ๆ นี้ และ 3.นายประสิทธิ์ แสงพินิจ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัดหนองคาย ทราบว่าเป็นกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในสมัยที่เคย ดำรงตำแหน่ง ผอ.กศน.กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนี้ กศน.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรง

“หลังจากนี้ ศธ.ก็จะรีบแจ้งให้ข้าราชการทั้ง 3 รายได้ทราบ พร้อมกับรับทราบคำสั่งการหยุดปฎิบัติหน้าที่ และตั้งผู้รักษาการเพื่อปฎิบัติหน้าที่แทน ขณะเดียวกันต้นสังกัดของแต่ละคนก็จะต้องเร่งดำเนินการสอบสวนกรณีต่างๆ ที่ถูกร้องเรียนตามระเบียบและข้อกฏหมายโดยเร็วที่สุด”รศ.นพ.กำจร กล่าว

 

ส่งสัญญาณใช้ม.44 มรภ.นครราชสีมาปัญหาบัณฑิตครูภาคพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234737


กศ.ปช., หลักสูตร 5 ปี, บัณฑิตครู, มรภ.นครราชสีมา, ส่งสัญญาณ, ใช้, มรภ, นครราชสีมา, ปัญหา, บัณฑิต, ครู, ภาค, พิเศษ, ส่งสัญญาณใช้ม44, ดาว์พงษ์


กศ.ปช., หลักสูตร 5 ปี, บัณฑิตครู, มรภ.นครราชสีมา, ส่งสัญญาณ, ใช้, มรภ, นครราชสีมา, ปัญหา, บัณฑิต, ครู, ภาค, พิเศษ, ส่งสัญญาณใช้ม44, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 22 ก.ค. 2559

ส่งสัญญาณใช้ม.44 มรภ.นครราชสีมาปัญหาบัณฑิตครูภาคพิเศษ

“ดาว์พงษ์” ชี้มรภ.นครราชสีมาต้องรับผิดชอบดูแลบัณฑิตหลักสูตรครู 5 ปีภาค กศ.ปช. ลั่นถ้ามัวแต่เกาหลังกันเองอาจต้องใช้ม.44 คุรุสภาเผยทางออกต้องเทียบ9โอนมาตรฐานรายคน

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มบัณฑิตคณะครุศาสตร์ หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) โครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (กศ.ปช.) รุ่นที่ 15 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประมาณ 300 คนจาก 7 สาขา ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ ปฐมวัย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ทั่วไป และพลศึกษา ได้ยื่นหนังสือเพื่อให้เยียวยากรณีที่จบการศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 แต่ไม่สามารถรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดยมหาวิทยาลัยให้เหตุผลว่าคุรุสภาไม่รับรองหลักสูตร ว่า เท่าที่ได้รับรายงานจากดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัด ศธ.ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา และน.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ยังไม่ทราบเหตุผลชัดเจนว่าทำไมมรภ.นครราชสีมาจึงทำอย่างนั้น และไม่ทราบด้วยว่าได้ยื่นหลักสูตรให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือ ไม่ได้ส่งหลักสูตรให้คุรุสภารับรอง ซึ่ง มรภ.นครราชสีมา ทำไม่ถูก เพราะฉะนั้น ต้องมาดูกันต่อไปว่า จะดูแลเด็กอย่างไร ในเมื่อเด็กได้เรียนจบครบตามหลักสูตรแล้ว

“เบื้องต้นทราบว่าทางคุรุสภาจะต้องนำหลักสูตรมาเทียบเคียงเพื่อเทียบโอนความรู้ของเด็ก มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 2,700 บาท ซึ่งในความคิดของผม ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมมองเห็นว่าการที่ขออนุมัติใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ทำให้ผมสามารถเข้าไปดูแลสถาบันอุดมศึกษาได้มากขึ้น ซึ่งกรณีนี้ก็ต้องดูว่ามรภ.นครราชสีมา จะรับผิดชอบอย่างไร และหากสภามรภ.นครราชสีมา ยังเกาหลังกันเองก็จะเข้าไปจัดการ เพราะการที่มหาวิทยาลัยเอาเด็กเป็นตัวประกันแบบนี้ ทำไม่ถูกต้อง”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ด้าน ดร.ชัยยศ กล่าวว่า ทางออกของคุรุสภาในกรณีดังกล่าว คือ เปิดเทียบโอนความรู้ มาตรฐานวิชาชีพ 9 มาตรฐานเพื่อรับรองความรู้ของเด็กเป็นรายคน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เป็นการเทียบเพื่อให้ได้ใบอนุญาตฯ โดยอัตโนมัติ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพราะเป็นการทำเฉพาะกิจ ก็ต้องถามว่าใครจะออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

“เรื่องที่เกิดขึ้นผิดที่มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี หรือคณบดีจะบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้เลย  ทุกฝ่ายต้องจะร่วมกันรับผิดชอบ จะหนีความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้ ส่วนการใช้อำนาจม.44 เข้าไปจัดการเมื่อถึงเวลาจำเป็นจริง ๆ ก็คงต้องใช้ เพราะจะปล่อยให้มหาวิทยาลัยไปทำให้เด็กเดือดร้อน เพราะความไม่มีวินัยของมหาวิทยาลัยแล้วมาเทหน้าบ้านคุรุสภา ให้คุรุสภาต้องมาแก้ปัญหาไม่ได้อีกแล้ว”ดร.ชัยยศ กล่าว

ขณะที่ น.ส.อาภรณ์ กล่าวว่า สกอ.จะลงไปตรวจสอบโดยเร็ว ตอนนี้บอกได้ว่ากรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ที่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เพราะได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเด็ก เพราะทำให้เด็กเสียเงิน เสียสิทธิ เสียโอกาสและเสียเวลา ซึ่งหากเด็กต้องเรียนเพิ่มเพื่อมาเทียบโอนความรู้ 9 มาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา มรภ.นครราชสีมาก็จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งนี้ ก่อนเด็กที่จะลงทะเบียนเรียนหลักสูตรใดก็ตาม ให้ตรวจสอบ 2 เรื่อง คือ 1.หลักสูตรนั้น สกอ.ได้รับทราบแล้วหรือยัง และ 2.กรณีที่สาขาวิชาใดมีสภาวิชาชีพควบคุมอยู่ ก็ต้องได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพนั้นก่อน ซึ่ง สกอ.ได้ย้ำเตือนมาตลอดแต่ก็ยังมีปัญหาทุกปี

 

หน้าอกของคุณกำลังหย่อนยานอยู่รึเปล่า?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234536

หย่อนคล้อย, คมชัดลึก, ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม, ลุงแจ่มดูแลสุขภาพ, ลุงแจ่มคมชัดลึก, เปิดซองส่องไทย, หน้าอก, ของ, คุณ, กำลัง, หย่อนยาน, อยู่, รึเปล่า, อกหย่อนคล้อย

การศึกษา-สาธารณสุข  : 22 ก.ค. 2559

หน้าอกของคุณกำลังหย่อนยานอยู่รึเปล่า?

ดูแลสุขภาพ : หน้าอกของคุณกำลังหย่อนยานอยู่รึเปล่า?

               “อกหย่อนคล้อย” เป็นสัญญาณที่มากับอายุที่เพิ่มมากขึ้น ที่สาวๆ ทุกคนต้องเผชิญเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เพราะเมื่อกาลเวลาผ่านไปสรีระรูปร่างตามส่วนต่างๆ ที่เคยเต่งตึงชูชันก็เริ่มหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่มีหน้าอกเล็ก หรือบางท่านที่ยังอายุไม่มากก็อาจจะเกิดปัญหานี้จากการให้นมบุตรได้เช่นกัน

เกี่ยวกับภาวะหน้าอกหย่อนคล้อยโดยคุณหมอได้อธิบายถึงวิธีการสังเกตและวิธีการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า “เต้านมหย่อนเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น โดยปัจจัยที่ส่งเสริมให้เต้านมหย่อนมากขึ้น ได้แก่ การลดน้ำหนักอย่างมาก การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น สำหรับการสังเกตว่าเต้านมเรานั้นเริ่มหย่อนแล้ว มีวิธีสังเกตดังนี้”

หน้าอกของคุณกำลังหย่อนยานอยู่รึเปล่า?

๐ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเต้านมเรานั้นเริ่มหย่อนแล้ว และหย่อนมากแค่ไหน?

มีวิธีสำรวจตัวเองง่ายๆ โดยปกติแล้วระดับของหัวนมทั่วไปจะอยู่สูงกว่าระดับของรอยพับใต้ราวนมเล็กน้อย หากระดับหัวนมเริ่มเคลื่อนลงมาอยู่ที่ระดับ IMF แสดงว่าหน้าอกเริ่มหย่อนแล้ว จัดเป็น (grade1)

ต่อมาถ้าระดับหัวนมเคลื่อนมาอยู่ต่ำกว่า IMF มากกว่า 3 เซนติเมตร แสดงว่าหย่อนระดับปานกลาง (grade2) สุดท้ายถ้าระดับหัวนมเคลื่อนลงมาจนถึงจุดต่ำสุดของเต้านม นั่นคือหย่อนมากๆ แล้ว (grade3)

๐ วิธีรับมือกับปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย

สำหรับผู้ที่เริ่มค้นพบว่ากำลังจะประสบปัญหานี้แนะนำให้ลองทำตามนี้

1.ควรหมั่นบริหารหน้าอกอยู่เสมอการออกกำลังกายยกเวทในท่ากระชับหน้าอกเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกได้ อีกทั้งยังช่วยให้เส้นยึดเต้านมกลับมาแข็งแรงขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากการสัมผัสหน้าอกแล้วจะรู้สึกว่าหน้าอกแน่นกระชับขึ้น

2.สวมใส่บราอยู่เสมอและควรเลือกขนาดบราที่มีความพอเหมาะพอดีกับหน้าอก เพื่อที่หน้าอกจะได้ไม่แบกรับน้ำหนักมากเกินไป (ยกเว้นเวลานอน ที่สามารถถอดบาออกได้)

3.อย่าบ้าพลัง ลดน้ำหนักอย่างหักโหมเกินไป การลดน้ำหนักที่ดีควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักโหมหรือเร่งรีบเกินไป จนลืมไปว่าหน้าอกก็เป็นส่วนที่มีก้อนไขมันรวมกันอยู่และยิ่งถ้าคุณลดไม่ถูกวิธี เน้นแต่จะรีดไขมันโดยไม่สร้างกล้ามเนื้อมาทดแทน ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะต่างจากที่คุณคิด อาจทำให้หน้าอกของคุณห้อยยานจนเสียความมั่นใจได้

หน้าอกของคุณกำลังหย่อนยานอยู่รึเปล่า?               4.เสริมสร้างด้วยอาหารที่มีประโยชน์เพราะอาหารเป็นสิ่งสำคัญ จึงควรบำรุงหน้าอกด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีน เช่น ไข่แดง น้ำนมถั่วเหลือง และเลือกรับประทานแต่ไขมันดีๆ เช่น ไขมันจากปลา น้ำมันมะกอก เป็นต้น

5.เมื่อหมดหนทางก็ต้องพึ่งแพทย์ การผ่าตัดกระชับทรวงอก อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีสำหรับผู้ที่ประสบปัญหานี้มายาวนานเกินกว่าที่จะพึ่งวิธีอื่นได้ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการผ่าตัดที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น การส่องกล้องช่วยในการผ่าตัด ซึ่งทำให้เกิดแผลเพียงเล็กน้อย ซึ่งแพทย์จะผ่าตัดยกกระชับหน้าอกโดยการย้ายหัวนม / ลานนม และเนื้อเต้านมให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นเหมือนสมัยช่วงแรกแตกเนื้อสาวนั่นเอง และนี่ก็เป็นหนทางที่จะช่วยให้คุณสลัดปัญหาคาอกคาใจออกไปจากชีวิตคุณได้

นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล

แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง

และผู้บริหารศูนย์ศัลยกรรมความงาม

โรงพยาบาลบางมด

————–

หน้าอกของคุณกำลังหย่อนยานอยู่รึเปล่า?               รับโล่ประกันคุณภาพ – นพ.สมชาย ตระกูลโชคเสถียร จักษุแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเลสิกและซูเปอร์ไซท์ รพ.กรุงเทพพัทยา รับโล่ประกาศเกียรติคุณการผ่าตัดรักษาสายตาสั้น ยาว เอียง ด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์ไซท์ จาก ธีรพงษ์ บุญรอดชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์ลไซสส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี พญ.ณัฐธิชา ลอยชื่น แพทย์ช่วยบริการ รพ.กรุงเทพพัทยา ร่วมรับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้

 

‘จุฬาภรณฯเพชรบุรี’ชนะเลิศความเรียง’บ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234647

เห็น, เยาวชน, สกู๊ป, จุฬาภรณ, จุฬา, ภรณฯเพชรบุรีชนะเลิศ, ความเรียง, บ้านนอก, พรุ่งนี้, ที่, อยาก, จุฬาภรณฯเพชรบุรี, บ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น, วิถีชนบทไทย, ทางกลับบ้าน, ฉัน, ยาย, วิทยา สิงห์สนั่น
เห็น, เยาวชน, สกู๊ป, จุฬาภรณ, จุฬา, ภรณฯเพชรบุรีชนะเลิศ, ความเรียง, บ้านนอก, พรุ่งนี้, ที่, อยาก, จุฬาภรณฯเพชรบุรี, บ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น, วิถีชนบทไทย, ทางกลับบ้าน, ฉัน, ยาย, วิทยา สิงห์สนั่น

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 22 ก.ค. 2559

‘จุฬาภรณฯเพชรบุรี’ชนะเลิศความเรียง’บ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็

‘จุฬาภรณฯเพชรบุรี’ชนะเลิศความเรียง’บ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น’ :

             เมื่อเร็วๆ นี้ชมรมสื่อเพื่อการพัฒนาชนบท(บ้านนอก) และมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริฯ ร่วมกันจัดโครงการประกวดสื่อเพื่อการพัฒนาชนบท ชิงรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กระตุ้นให้คนไทยตระหนักในคุณค่าของชนบท ตลอดจนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำของความเข้าใจกันระหว่างคนชนบทกับคนเมือง

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานคณะกรรมการตัดสินโครงการประกวดสื่อเพื่อการพัฒนาชนบท กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดให้มีการประกวดบทความ สารคดี ความเรียง คลิปวิดีโอและภาพถ่ายที่สะท้อนวิถีชีวิตชนบทปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 250 คน มีจำนวนชิ้นงานส่งประกวด 480 ชิ้นงาน แบ่งเป็นประเภทภาพถ่าย 142 คน 367 ชิ้นงาน ประเภทสารคดีเชิงข่าวและคลิปวิดีโอ 35 คน 38 ชิ้นงาน ประเภทบทความและสารคดี 48 คน 50 ชิ้นงาน และประเภทความเรียงเยาวชน 25 คน 25 ชิ้นงาน สะท้อนเห็นได้ชัดว่าทุกคนรักความเป็นบ้านนอก รักวิถีชีวิตแบบไทยในชนบท มีความตั้งใจที่จะรักษาวิถีชีวิตที่ดีงามนั้นให้อยู่ต่อไป

ผลปรากฏว่า ผู้ได้รับรางวัลพระราชทาน “สื่อเพื่อการพัฒนาชนบท” ประเภทความเรียงเยาวชน ได้รับรางวัลชมเชย ถึง 3 รางวัลพระราชทานได้แก่ ผลงานที่ชื่อ “วิถีชนบทไทย” ของ ซูไรยา มะลี, ผลงานที่ชื่อ “ทางกลับบ้าน” ของภัทราวดี ชิตยวงษ์, ผลงานที่ชื่อ “บ้านนอกพรุ่งนี้ ที่อยากเห็น” ของวิทยา สิงห์สนั่น, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทความเรียงเยาวชน ไม่มีผลงานที่เหมาะสมที่จะได้รับรางวัลพระราชทาน, รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานที่ชื่อ “บ้านนอกพรุ่งนี้ ที่อยากเห็น” ของ พิชญานิน ไรวินท์สุรดิษ และรางวัลชนะเลิศ ประเภทความเรียงเยาวชน ได้แก่ ผลงานที่ชื่อ “บ้านอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น” ของพงศธร กาญจนกังวาฬกุล

“ผมเขียนจากความทรงจำที่สวยงามที่เห็นและจำได้ในสมัยเด็กๆ บ้านนอกที่ผมเคยเห็นมีแต่ธรรมชาติ ท้องทุ่งที่สวยงาม ทุกคนอยู่กันด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีนำ้ใจแม้กาลเวลาจะผ่านไป ความเจริญทางเทคโนโลยีและวิถีชีิวิตผู้คนก็เปลี่ยนไป แต่ความสวยงามยังคงอยู่ในใจของผม ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้บ้านนอกพรุ่งนี้ที่ผมอยากเห็นแบบเดิมกลับมาอีก” พงศธร กาญจนกังวาฬกุล นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี กล่าว

พงศธรถ่ายทอดชีวิตวัยเด็กผ่านตัวละคร “ฉัน” และ “ยาย” อธิบายชีวิตวันเก่าอย่างเห็นภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยอหาปลา ที่ไม่ได้แค่ปลา แต่ยังมี กุ้งฝอยเป็นอาหารเพิ่มมาด้วย อาหารการกินและชีวิตประจำวันของชาวชนบท ที่ดำรงชีวิตแบบเกษตรกรรมแบบพอเพียง ซึ่งเขาบอกว่า ถ้าวันหนึ่งเติบใหญ่เรียนมหาวิทยาลัย จะชวนเพื่อนคนรุ่นใหม่มาฟื้นฟูและสืบทอดให้คงอยู่ แม้วันที่ทำงานเป็นเจ้าของธุรกิจเขาก็จะสานต่อกิจกรรมที่ช่วยเหลือชุมชนให้เข้มแข็งและคืนกำไรให้แก่ชาวบ้าน

“เจน สงสมพันธุ์” กรรมการตัดสิน ประเภทความเรียง กล่าวว่า ความเรียงบ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น โดยพงศธร กาญจนกังวาฬกุล เป็นความเรียงที่ร้อยเรียงให้ภาพชนบทที่ยังคงวิถีธรรมชาติ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน เป็นความเรียงที่อุดมด้วยภาษาพรรณนาที่ทำให้ผู้อ่านสามารถเห็นภาพสีสันแห่งท้องทุ่งซึ่งอร่ามด้วยสีทองของรวงข้าวและการแปรเปลี่ยนสีสันตามฤดูกาลท่ามกลางวิถีแห่งชนบทที่ถูกบรรยายให้เห็นภาพอย่างมีมิติ โดยมี “ยาย” เป็นตัวเสริมเติมเรื่อง มาเดินเรื่องให้ความเรียงมีชีวิต และมี “ฉัน” เป็นหัวใจแห่งความปรารถนา เป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลใหม่เป็นกลไกที่จะหมุนต่อไปยังอนาคตที่อยากจะเห็นสิ่งที่เป็นทุนทางสังคมเหล่านี้ยังคงดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์แบบสาระที่ผู้เขียนความเรียงนำเสนอ เป็นการนำไปสู่ภาพแทนของการมีชีวิตที่สงบ พึ่งพาตนเองเป็นสังคมที่คงความเอื้อเฟื้อ มีวัฒนธรรมประเพณีร้อยรัดสัมพันธภาพเป็นความงดงามแห่งชนบทที่ผู้เขียนปรารถนาจะให้มีสืบต่อในกาลต่อไป

ส่วนความเรียงบ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศของ พิชญานิน ไรวินท์สุรดิษ เป็นความเรียงที่ให้ภาพเชิงเปรียบเทียบระหว่างเมืองกับชนบทให้เห็นถึงความอ้างว้างที่ห้อมล้อมชีวิตในเมืองใหญ่ ซึ่งมีความแออัด กับชีวิตในชนบทที่ยังมีธรรมชาติต้นไม้ใบหญ้า ผู้คนยังรู้จักทักทาย ยังมีวัดที่เป็นได้หลากหลายอย่างในชีวิตของคนที่นั่น โดยความรู้สึกประทับใจต่อชนบทค่อยๆ ซึมซับเข้ามาในความรู้สึกของผู้เขียนเรียงความผู้ซึ่งมียายอาศัยอยู่ในชนบท

สาระที่ผู้เขียนความเรียงนำเสนอ ค่อยๆ เติมสิ่งต่างๆ ที่เป็นความประทับใจความอบอุ่นเป็นกันเองที่หัวใจได้สัมผัส ชนบทสามารถพึ่งพาตัวเองได้เพราะมีธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมการเป็นอยู่ที่พอเพียง พอประมาณ และการแบ่งปันซึ่งกันและกัน สิ่งนี้เองที่ผู้เขียนสัมผัสและนำพาคนอ่านไปสู่สิ่งที่เป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

ส่วนบ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น โดย ซูไรยา มะลี ได้รับรางวัลชมเชยฉายภาพชนบทของชายแดนใต้ ที่ปัจจุบันแม้ถนนหนทางจะเจริญมากแล้ว แต่วิถีคนบ้านนอกยังแยกได้ชัดเจนจากวัฒนธรรมผู้คนที่นั่นยังคงแนบแน่นกับประเพณี ศาสนาและวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมา ยังดำเนินวิถีแบบเดิม ทำให้ช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างผู้คน ยังเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ปัญหามักจะเกิดมาจากปัจจัยภายนอก

สาระที่ผู้เขียนความเรียงนำเสนอเป็นเหมือนตัวแทนของการร้องเรียนถึงสิ่งที่ควรแก้ไขเรื่องความเป็นอยู่ โอกาสทางการศึกษาความเจริญของโลกสมัยใหม่ที่ได้พรากความอบอุ่นและสร้างปัญหาให้แก่เยาวชน เทคโนโลยีการสื่อสารความไม่ไว้วางใจคนท้องถิ่นจากรัฐ เป็นสิ่งที่ผู้เขียนหวังว่าจะได้รับการแก้ไขและเยียวยาในเวลาต่อไป

นอกจากนี้บ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น โดยภัทราวดี ชิตยวงษ์ ได้เขียนถึงเหตุการณ์ที่ขึ้นเพียง 5 วัน ในระหว่างเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2558- 3 มกราคม 2559 ที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางกลับไปต่างจังหวัดเพื่อเยี่ยมเยือนญาติพี่น้อง

ตัวผู้เขียนเองก็เช่นกันได้เดินทางไปเยี่ยมแม่ใหญ่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งกี่ปีๆ ความเป็นอยู่ต่างๆ ยังคุ้นตาและทำให้เธอได้รู้ว่าสิ่งที่คนเมืองต้องการเห็นก็คือ ความสงบ ความเป็นกันเอง การไม่แบ่งแยก เสมอภาค

สาระที่ผู้เขียนความเรียงนำเสนอ ทำให้เห็นว่า เมื่อมีเทศกาลผู้คนจะหลั่งไหลออกต่างจังหวัดทำให้รถติดยาวเหยียดในถนนสายหลัก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บอกว่า ที่สุดแล้วคนเราต้องการค้นหาและพบเจอสิ่งใดเพียง แต่ที่จำเป็นต้องใช้ชีวิตในเมืองก็เพื่อดิ้นรนทำมาหากินเท่านั้น แต่ความสุขจริงๆ แล้วอยู่ที่โน่น..ที่ไกลออกไป สถานที่ที่พวกเขาจากมา.. บ้านนอกนั่นเอง

ส่วนบ้านนอกพรุ่งนี้ที่อยากเห็น โดย วิทยา สิงห์สนั่น ดำเนินเรื่องโดยผ่านการเล่าเรื่องของตนเองกับความประทับใจในท้องทุ่ง พร้อมกับฉายภาพให้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปเช่น จากใช้ควายไถนามาเป็นเครื่องจักร จากการจับปูมาทำอาหารเพื่อจำกัดจำนวนศัตรูข้าวมาเป็นใช้ยาฆ่าและสารเคมี การละเล่นที่ทำขึ้นเองได้มาเป็นของเล่นพลาสติก ชีวิตเดิมนับเป็นความสุข เป็นความหอมหวานแห่งวัยเยาว์

สาระที่ผู้เขียนความเรียงนำเสนอ คือการเปลี่ยนแปลงของชีวิตผู้คนในท่ามกลางค่ำคืนที่ยังมีพระจันทร์ดวงเดิมผู้เขียนจึงปรารถนาว่า บ้านนอกในวันพรุ่งจะหวนคืนกลับไปสู่ความสุขสมบูรณ์ พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเหตุดังกล่าวเช่นกัน

“วิทยา สิงห์สนั่น” นักเรียนชั้น ม.6  โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย เขียนจากชีวิตจริงของเขาที่เป็นลูกชาวนาประสบพบเห็นมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน สามารถฉายภาพความเป็นชนบทได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่า ทุกคนรักความเป็นบ้านนอก รักวิถีชีวิตแบบไทยในชนบทมีความตั้งใจที่จะรักษาวิถีชีวิตที่ดีงามนั้นให้อยู่ต่อไป ทุกคนเป็นห่วงว่าปัญหาบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นจะทำลายวิถีชีวิตไทยในชนบทให้หมดไปและพยายามเสนอแนวคิดเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวตามความถนัดหรือประสบการณ์ของแต่ละคน

ทั้งนี้ ชมรมสื่อบ้านนอกริเริ่มเป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อกระตุ้นความคิดที่ดีเกี่ยวกับวิถีชีวิตชนบทของไทยและความตั้งใจที่จะดูแลรักษาวิถีชีวิตที่ดี และคาดว่าจะจัดประกวดผลงานลักษณะนี้อีกต่อไปเป็นประจำทุกปี โดยจัดพิมพ์พ็อกเก็ตบุ๊กรวมผลงานรางวัลสื่อบ้านนอกส่งไปยังห้องสมุดสถาบันการศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศแล้ว

 

กกจ.จัดตลาดนัดพบแรงงาน 22ก.ค.นี้ บริเวณชั้น5ห้างสรรพสินค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234630

จัดหางาน, ตลาดนัดแรงงาน, ตั้งฮั่วเส็ง, ธนบุรี, กกจ, จัด, ตลาด, นัดพบ, แรงงาน, นี้, บริเวณ, ชั้น, ห้างสรรพสินค้า, 22กคนี้
จัดหางาน, ตลาดนัดแรงงาน, ตั้งฮั่วเส็ง, ธนบุรี, กกจ, จัด, ตลาด, นัดพบ, แรงงาน, นี้, บริเวณ, ชั้น, ห้างสรรพสินค้า, 22กคนี้
จัดหางาน, ตลาดนัดแรงงาน, ตั้งฮั่วเส็ง, ธนบุรี, กกจ, จัด, ตลาด, นัดพบ, แรงงาน, นี้, บริเวณ, ชั้น, ห้างสรรพสินค้า, 22กคนี้

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 21 ก.ค. 2559

กกจ.จัดตลาดนัดพบแรงงาน 22ก.ค.นี้ บริเวณชั้น5ห้างสรรพสินค้า

“สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 5 จัดงานนัดพบแรงงาน”22 กรกฎาคม 2559 ณ บริเวณชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี

กรมการจัดหางาน โดยสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 5 จัดงานนัดพบแรงงานในวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 เวลา 11.00 – 17.00 น. ณ บริเวณชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี เขตบางพลัด กรุงเทพฯ มีสถานประกอบการร่วมรับสมัครงานกว่า 20 บริษัท ตำแหน่งงานว่างกว่า 1,500 อัตรา พบกับกิจกรรมทดสอบความพร้อมทางอาชีพ ลงทะเบียนไปทำงานต่างประเทศ ให้คำปรึกษาแนะนำด้านอาชีพ นิทรรศการอาชีพอิสระ

นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน โดยสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 5 จัดงานนัดพบแรงงาน ณ บริเวณชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยมีสถานประกอบการร่วมรับสมัครงานกว่า 20 บริษัท เช่น บริษัท ไทยยามาซากิ จำกัด บริษัท โตโยต้า เอ็มไพร์ส จำกัด บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด บริษัท ธนโชติ พัฒนา จำกัด (โรงแรมแกรนด์ ทาวเวอร์ อินน์ สาทร) บริษัท ไทยชูรส จำกัด เป็นต้น มีตำแหน่งงานว่างกว่า 1,500 อัตรา  เช่น หัวหน้าแผนกบัญชี ผู้ช่วยผู้จัดการร้านฝึกหัด เจ้าหน้าที่ธุรการ พนักงาน Cashier พนักงานแผนกเบเกอรี่ พนักงานแผนกสโตร์ พนักงานคีย์คอม พนักงานต้อนรับ พนักงานขาย พนักงานฝ่ายผลิต พนักงานจัดเรียงสินค้า เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีบริการทดสอบความพร้อมทางอาชีพ ลงทะเบียนไปทำงานต่างประเทศ ให้คำปรึกษาแนะนำด้านอาชีพ นิทรรศการอาชีพอิสระ

กรมการจัดหางานจึงขอเชิญนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปเข้าร่วมงานและสมัครงานตามวันและเวลาดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 5 โทร. 02-434-6575-6 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

 

สั่งก.ค.ศ.-สพฐ.ทำกรอบเวลาสอบ-บรรจุครูใหม่เริ่มใช้ปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234618

กรอบบรรจุใหม่, โยกย้าย, กรอบเวลาใหม่, สั่ง, กรอบ, เวลา, สอบ, บรรจุ, ครู, ใหม่, เริ่ม, ใช้, ดาว์พงษ์, พินิจศักดิ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 21 ก.ค. 2559

สั่งก.ค.ศ.-สพฐ.ทำกรอบเวลาสอบ-บรรจุครูใหม่เริ่มใช้ปี 60

“ดาว์พงษ์” สั่ง ก.ค.ศ.-สพฐ.จัดทำกรอบเวลาสอบครูและบรรจุใหม่ คาดเริ่มใช้ปี 60 ด้าน “พินิจศักดิ์” เผยเบื้องต้นวางแผนโยกย้ายต้องเรียบร้อย 1 เม.ย.-สอบครูภายในเม.ย.

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับ นายพินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ถึงการจัดทำกรอบเวลาในโยกย้าย บรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ใหม่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ให้โจทย์ไปว่า การสอบบรรจุครูจะต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ของทุกปี เพื่อให้โรงเรียนเอกชน สามารถหาครูทดแทนครูที่ลาออกได้ และสามารถสอบขึ้นบัญชีเป็นครูผู้ช่วยสังกัด สพฐ.ได้ทัน  ดังนั้น ช่วงเวลาที่ต้องมีการปรับเลื่อนขึ้น จะเริ่มตั้งแต่การยื่นคำร้องขอย้ายของครู ช่วงเวลาการโยกย้ายซึ่งต้องทำให้เสร็จก่อน เพื่อให้รู้อัตราว่าง จากนั้นจึงประกาศรับสมัครคัดเลือกครูผู้ช่วยโดยกรอบเวลาใหม่นี้จะเริ่มใช้ ทันทีในการโยกย้าย และสอบคัดเลือกครูในปี 2560

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับการสอบครูผู้ช่วย ปี 2559 จะดำเนินการตามกรอบเวลาเดิม ที่กำหนดให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็น ผู้จัดสอบตามกรอบเวลาที่ ก.ค.ศ.กำหนด คือ ประกาศสอบภายในเดือนกรกฎาคม รับสมัครสอบเดือนสิงหาคม สอบประมาณต้นเดือนกันยายน และประกาศผลสอบภายในวันที่ 15 กันยายน  เพื่อให้บรรจุครูได้ทันภายในเดือนตุลาคม 2559 ส่วนการสอบในปี 2560จะ เป็นไปตามกรอบเวลาใหม่ ซึ่งจะเร็วขึ้นจากเดิมและจะยึดตามกรอบเวลานี้เป็นหลักในปีต่อๆไป ด้วย ส่วนวิธีการสอบนั้นอนาคตจะพัฒนาไปสู่การสอบจากส่วนกลาง

“ผมยังได้มอบหมายให้ สพฐ. และก.ค.ศ. ไปหารือช่วงเวลาที่เหมาะสม  อีกทั้งยังให้ไปหาแนวทางอุดช่องว่าง ทดแทนอัตราเกษียณให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ไม่ใช่ให้เกษียณอายุราชการไปแล้ว 2-3 เดือน และค่อยมาบรรจุ ทำให้โรงเรียนไม่มีครูสอนต่อเนื่อง”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ด้าน นายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกรอบเวลาการโยกย้าย และบรรจุครูผู้ช่วยใหม่นี้ จะทำให้ครูที่เข้าบรรจุใหม่ รู้ล่วงหน้าว่าตัวเองจะต้องไปเป็นครูที่โรงเรียนใด ทำให้มีเวลาเตรียมความพร้อมในการสอนมากขึ้น ขณะที่โรงเรียนเอกชน มีเวลาหาครูมาทดแทน ครูที่มาบรรจุเป็นครูผู้ช่วยสังกัด สพฐ.ได้ทัน เบื้องต้นกำหนดให้การโยกย้ายครู ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เมษายน จัดสอบและบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วยสังกัด สพฐ. ให้แล้วเสร็จวันที่ 1 พฤษภาคม ดังนั้นเท่ากับว่า การจัดสอบครูผู้ช่วยจะต้องแล้วเสร็จและประกาศผลภายในวันที่ 15 เมษายน ทั้งนี้ กรอบเวลาดังกล่าวเป็นภาพใหญ่ ตนจะต้องไปหารือร่วมกับสพฐ. เพื่อกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนและเสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาก่อนปรับแก้หลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

นศ.ราชภัฏโคราชภาคพิเศษโวยชวดตั๋วครู-ยันเรียนเหมือนภาคปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234616


นักศึกษาราชภัฏนครราชสีมา, หลักสูตรครู 5 ปี, ราชภัฏ, ราช, ภาค, พิเศษ, โวย, ชวด, ตั๋ว, ครู, ยัน, เรียน, เหมือน, ปกติ, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 21 ก.ค. 2559

นศ.ราชภัฏโคราชภาคพิเศษโวยชวดตั๋วครู-ยันเรียนเหมือนภาคปกติ

นศ.ราชภัฏนครราชสีมาหลักสูตรครู กศ.ปช. 30 คน ยื่นหนังสือถึง “ดาว์พงษ์” วอนเยียวยาให้ได้รับตั๋วครู ชี้เรียนเหมือนเด็กภาคปกติทุกอย่าง แต่กลับได้แค่ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน เผยมหา’ลัยให้เหตุผลคุรุสภาไม่รับรองหลักสูตร

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กลุ่มนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) โครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (กศ.ปช.) รุ่นที่ 15 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประมาณ 30 คนเดินทางมายื่นหนังสือถึงพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอให้ดำเนินการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดย น.ส.จุฑามาศ จูมนา ตัวแทนนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ตนและเพื่อนที่เรียนหลักสูตรดังกล่าว ที่มีทั้งหมด 7 สาขา ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ ปฐมวัย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ทั่วไป และพลศึกษา รวมประมาณ 300 กว่าคน จบการศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 แต่ไม่สามารถรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดยมหาวิทยาลัยปฏิเสธที่จะดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ กับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาให้กับนักศึกษาภาค กศ.ปช. และให้เพียงใบอนุญาตปฏิบัติการสอน แทน ซึ่งมหาวิทยาลัยให้เหตุผลว่าคุรุสภาไม่รับรองหลักสูตรที่นักศึกษาทั้งหมดได้เรียนมา

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการเรียนการสอนในหลักสูตร กศ.ปช.ใช้โครงสร้างหลักสูตรเดียวกันกับหลักสูตรภาคปกติ มีการสังเกตการณ์สอนและปฏิบัติการสอนเป็นเวลา  1 ปีในสถานศึกษาเช่นเดียวกัน จึงถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน สมควรที่จะได้รับใบอนุญาตฯเช่นเดียวกับนักศึกษาภาคปกติ

“การที่นักศึกษาหลักสูตร กศ.ปช.ได้รับเพียงใบอนุญาตปฏิบัติการสอนทั้งที่เรียนมาครบถ้วน เหมือนนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรปกติทุกอย่าง ถือว่าไม่เป็นธรรม เป็นการลิดรอนสิทธิ มหาวิทยาลัยมาแจ้งให้พวกตนได้ทราบว่าจะไม่ได้ใบอนุญาตฯ ในช่วงปีที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงปฏิบัติการสอน โดยขณะนั้นพวกเราก็มีความหวังมหาวิทยาลัยจะประสานกับทางคุรุสภาเพื่อให้นักศึกษาทั้งหมดจะได้รับใบอนุญาตฯ ตามสิทธิที่พวกเราควรจะได้รับเพื่อเป็นการเยียว แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีความคืบหน้า แต่มหาวิทยาลัยได้แจ้งให้นักศึกษาทั้งหมดเรียนลงเรียนเพิ่มอีก 1 เทอม เพื่อนำไปเทียบกับ 9 มาตรฐาน เพื่อขอรับใบอนุญาตฯจากคุรุสภา ทั้งที่ความจริงพวกเราเรียนมาครบหมดแล้ว ไม่ควรต้องเรียนซ้ำอีก ตรงนี้ทำให้พวกเราเสียทั้งเวลาและโอกาส และเสียเงิน จึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดูแลแก้ไขปัญหา”น.ส.จุฑามาศ กล่าวและว่า ขณะนี้ยังมีนักศึกษาภาค กศ.ปช.ที่ยังเรียนอยู่อีก 2 รุ่น ประมาณ 1,000 กว่าคนซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะเกิดปัญหาเรื่องการขอรับใบอนุญาตฯ เช่นเดียวกับรุ่นของตนหรือไม่

 

“พลังประชารัฐ” ลดเหลื่อมล้ำจ้างงานคนพิการ 1หมื่นอัตรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234615

จ้างงานคนพิการ, พลัง, ประชา, รัฐ, เหลื่อมล้ำ, จ้างงาน, คนพิการ, หมื่น, อัตรา, พลังประชารัฐ, 1หมื่นอัตรา, ประชารัฐ, ทำได้ ทำง่าย ไม่ต้องรอ
จ้างงานคนพิการ, พลัง, ประชา, รัฐ, เหลื่อมล้ำ, จ้างงาน, คนพิการ, หมื่น, อัตรา, พลังประชารัฐ, 1หมื่นอัตรา, ประชารัฐ, ทำได้ ทำง่าย ไม่ต้องรอ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 21 ก.ค. 2559

“พลังประชารัฐ” ลดเหลื่อมล้ำจ้างงานคนพิการ 1หมื่นอัตรา

6 องค์กรวิชาชีพ-บ.เอกชนชั้นนำกว่า 200 องค์กร สานพลังประชารัฐจ้างงานคนพิการ 10,000 อัตรา ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 1 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นประธานงานประกาศความร่วมมือ โครงการ “สานพลังสู่มิติใหม่ สร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ 10,000 อัตรา”   จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ในฐานะองค์กรตัวกลางที่สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานคนพิการ และภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านคนพิการอีกกว่า 20 องค์กร โดยมีภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานคนพิการในงานนี้กว่า 200 องค์กร

“พลังประชารัฐ” ลดเหลื่อมล้ำจ้างงานคนพิการ 1หมื่นอัตรา

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รง.) กล่าวว่า กระทรวงฯ พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดการจ้างงานและส่งเสริมอาชีพคนพิการตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล “ประชารัฐ” ที่เน้นบูรณาการพลังร่วมจากทุกภาคส่วนและสนับสนุนการจ้างงานและการส่งเสริมอาชีพคนพิการมิติใหม่  โดยอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจในการปฏิบัติตามกฏหมายจ้างงานตามมาตรา 33 ซึ่งสถานประกอบการไม่เพียงแต่จ้างคนพิการทำงานตรงกับบริษัท แต่ยังสามารถจ้างคนพิการให้ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะในชุมชนหรือภูมิลำเนาได้  และยังส่งเสริมอาชีพตามมาตรา 35 ที่บริษัทสามารถให้การสนับสนุนคนพิการที่มีความต้องการประกอบอาชีพอิสระได้  โดยกระทรวงฯได้มอบนโยบายนี้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อสนับสนุนให้เกิดจ้างงานคนพิการได้ 10,000 อัตราภายในสิ้นปีนี้

“พลังประชารัฐ” ลดเหลื่อมล้ำจ้างงานคนพิการ 1หมื่นอัตรา

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า พม. มีบทบาทโดยตรงในการประสานนโยบายร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นำไปสู่ความเท่าเทียม และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ถ้าสามารถร่วมมือกันขับเคลื่อนการจ้างงานคนพิการให้ได้ตามเป้าหมาย 10,000 อัตราในปีนี้ ย่อมเท่ากับสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากถึง 1,000 ล้านบาท เพราะตามกฏหมายได้กำหนดให้สถานประกอบการรับคนพิการเข้าทำงานในอัตราส่วนลูกจ้างต่อคนพิการ 100:1 ทำให้มีจำนวนคนพิการที่สถานประกอบการต้องจ้าง 55,283 ตำแหน่ง ขณะที่สถานประกอบการปัจจุบันสามารถจ้างงานคนพิการได้เพียง 34,383 ตำแน่ง คิดเป็นร้อยละ 62 เท่านั้น  และหากสถานประกอบการใดไม่สามารถจ้างคนพิการได้ครบก็จะต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในอัตรา 109,500 บาทต่อคนต่อปี

“พลังประชารัฐ” ลดเหลื่อมล้ำจ้างงานคนพิการ 1หมื่นอัตรา

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.โดยแผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะได้สนับสนุนแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแบบครบวงจร ภายใต้มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม โดยได้ริเริ่มและเชื่อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกับขับเคลื่อนจนเกิดการจ้างงานและส่งเสริมอาชีพคนพิการกว่า 1,277 อัตราในปี 2559 โดยความร่วมมือของบริษัทเอกชน 88 องค์กร ถือเป็นมิติใหม่การจ้างงานและสร้างอาชีพคนพิการ ทำให้คนพิการเข้าถึงโอกาสในการทำงาน ทั้งงานสาธารณะประโยชน์  รวมถึงการพัฒนารูปแบบการทำงานจิตอาสารณรงค์ ให้ความช่วยเหลือคนพิการที่อดีตเป็นจิตอาสาสู่การเป็นอาชีพนักพัฒนาสังคมและนักรณรงค์ที่มีลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน (พิการ) ทำให้คนพิการได้ทำงานที่มีคุณค่า พร้อมกับการมีรายได้ มีอิสระมีศักดิ์ศรีและพึ่งพาตนเองได้ ขณะที่บริษัทที่เข้าร่วมโครงการต่างมีความพึงพอใจต่อผลงานของคนพิการ และรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ สสส.ยังสนับสนุนให้คนพิการมีงานทำ ผ่านมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ  โครงการฮิวแมนสเตชัน เพื่อผลิตนักดนตรีคนพิการ ที่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง อาชีพนวดตาบอด และพัฒนาทักษะการผลิตสื่อของคนหูหนวก เป็นต้น

“พลังประชารัฐ” ลดเหลื่อมล้ำจ้างงานคนพิการ 1หมื่นอัตรา

นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานกรรมการมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมกล่าวว่า ผลจากการเชื่อมต่อผู้จ้างอันหมายถึงสถานประกอบการและคนพิการผ่านองค์กรภาคีภาคสังคมกลุ่มต่างๆ  เช่น  มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาลำปาง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ มูลนิธิเมาไม่ขับ และอีกมายมาย รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับภาครัฐทั้งสองกระทรวงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมมีความพร้อมที่จะร่วมกันขยายผลให้เกิดการจ้างงานตาม โครงการ “สานพลังสู่มิติใหม่ สร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ 10,000 อัตรา”  ด้วยคำขวัญ “ทำได้ ทำง่าย ไม่ต้องรอ”

โดยในงานนี้  จากความร่วมมือของ 6 องค์กรวิชาชีพชั้นนำของประเทศ ได้แก่ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย รวมทั้งบริษัทเอกชนที่มาร่วมงานในวันนี้กว่า 200 องค์กร ทำให้สามารถคาดหวังเป้าหมายในเบื้องต้น  ว่าจะเกิดโอกาสการจ้างงานและส่งเสริมอาชีพคนพิการในงานนี้ไม่น้อยกว่า  3,000 อัตรา จาก 10,000 อัตราที่เป็นเป้าหมายร่วมภายในสิ้นปีนี้