กู้ ‘เงินดิจิทัล’ อาจถูก ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563220

13 พ.ย. 2566

กู้ 'เงินดิจิทัล' อาจถูก 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความ

ศรีสุวรรณ เริ่มแล้ว ส่งคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นให้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ตีความการออก พ.ร.บ.เงินกู้ในโครงการ ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมายหรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ม.231(1) ประกอบ ม.23(1) แห่ง พรป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 เพื่อเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า พรบ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่จะนำมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.140 ประกอบ พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ม.53 หรือไม่

โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยต้องเป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่า 7 หมื่นต่อเดือนและมีเงินฝากต่ำกว่า 7 แสนบาทในระยะ 6 เดือนที่ซึ่งมีที่มาจาก พรบ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท อาจขัดต่อ ม.9 วรรคสาม แห่ง พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561

อีกทั้งไม่เข้าข่ายเป็นกรณีที่มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีได้ทันตาม ม.53 ของกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด

การจะออกกฎหมายกู้เงินดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายการเงิน จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ 2548 โดยเคร่งครัดด้วย โดยเฉพาะใน ม.20 และ ม.22 และยังอาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 140 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า

การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทําได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง หรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เว้นแต่ในกรณีจําเป็นรีบด่วนเท่านั้น

การที่รัฐบาลของนายเศรษฐา จะกู้เงินมาแจกในโครงการเงินดิจิทัลจึงเป็นการเลี่ยงบาลี เพื่อต้องการสร้างภาพในการตอบสนองนโยบายที่พรรคของตนเคยหาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่คนไทยทั้ง 70 ล้านคนจะต้องมาร่วมกันแบกรับหนี้ เพื่อร่วมกันใช้ดอกเบี้ย ร่วมกันใช้หนี้ในอนาคตกันทุกคนไม่ว่าจะรวยหรือจน

จึงเป็นการสร้างภาระให้กับคนในอนาคตทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐาพูดมาโดยตลอดว่าจะไม่กู้เงินมาดำเนินการโครงการนี้แต่อย่างใด อันถือเป็นการตระบัดสัตย์ของผู้นำประเทศ ที่ทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง       การกลืนน้ำลายตัวเอง โดยใช้ช่องทางในการกู้เงินมาแจกดังกล่าว เป็นไปเพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง

กรรมาธิการความมั่นคง พบ. ‘ผบ.ตร.’ ถกแก้ปัญหา ‘ส่วยรถบรรทุก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563215

13 พ.ย. 2566

กรรมาธิการความมั่นคง พบ. 'ผบ.ตร.' ถกแก้ปัญหา 'ส่วยรถบรรทุก'

รังสิมันต์ โรม นำคณะ บุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอพบ ‘ผบ.ตร.’ ถกประเด็นร้อน ทั้งแก้ปัญหา ‘ส่วยรถบรรทุก’ ตำรวจจีนคุมนักท่องเที่ยว

รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่งคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร หรือ กมธ. ความมั่นคงฯ เปิดเผยก่อนประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ว่าจะมีการหารือในหลายประเด็น ทั้งเรื่องส่วยรถบรรทุก การนำตำรวจจีนเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย และ การช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย ย่างกุ้ง ในประเทศเมียนมา

การเข้าพบครั้งนี้เป็นลักษณะของการบูรณาการการทำงาน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่อยากให้มองว่าเป็นการกดดัน โดยเฉพาะประเด็นการช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งจะมีการประสานกระทรวงการต่างประเทศ กลาโหม และตำรวจ เพื่อเร่งรัดช่วยเหลือคนไทย กลับประเทศให้ปลอดภัย ซึ่งหวังว่าจะสามารถทำได้ก่อนวันพฤหัสบดีนี้

ส่วนการนำตำรวจจีนเข้ามาในประเทศไทย เรื่องนี้มีผลกระทบในหลายมิติ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยในประเทศอิตาลี ที่เคยใช้วิธีดังกล่าว มีการยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นต้องมีการพูดคุยถึงรายละเอียดว่า หากไทยนำวิธีนี้มาใช้ จะคุ้มค่าหรือไม่ และตำรวจไทยมีแนวทางอย่างไร ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิดของรัฐบาลเท่านั้น

ขณะที่เรื่องส่วยรถบรรทุก ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมไทยทราบมาตลอด รับรู้ว่ามันมีมานาน  กมธ.จะสอบถามแนวทางการแก้ปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางนายปิยรัฐ จงเทพ สส.เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ได้เตรียมข้อมูลและหลักฐานมาสอบถามอย่างเต็มที่ รวมถึงความคืบของคดีรถบรรทุกน้ำหนักเกินจนทำให้ตกหลุมบ่อพักสายไฟเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

‘นายกรัฐมนตรี’ มั่นใจ ‘เงินดิจิทัล’ ผ่านฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563208

13 พ.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' มั่นใจ 'เงินดิจิทัล' ผ่านฉลุย

เชื่อมั่น 320 เสียง ดันเงินกู้ผ่านสภาได้ ‘นายกรัฐมนตรี’ แจงความจำเป็นโครงการ ‘เงินดิจิทัล’ ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพร้อมคณะ ที่เดินทางไปร่วมประชุม APEC  ถึงซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นยังคงมั่นใจว่า 320 เสียงรัฐบาล จะหนุน พ.ร.บ.เงินกู้ ที่จะนำมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล ผ่านสภา ไม่เป็นไปตามการคาดการของ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายกฯพร้อมคณะ ร่วมประชุม APEC ที่สหรัฐอมเริกานายกฯพร้อมคณะ ร่วมประชุม APEC ที่สหรัฐอมเริกา

รัฐบาลยืนยันว่าทำถูกต้องทั้งหมด และทางคณะกรรมการกฤษฎีกาคงจะให้ข้อคิดเห็นในเชิงที่เป็นบวกและเราสามารถทำโครงการนี้ได้ ภาวะและความจำเป็นที่ต้องทำคือเราไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ประเทศอื่นโตกว่าเรา 2 เท่า  รัฐบาลเชื่อว่าเราอยู่ในวิกฤตที่ต้องการการกระตุ้น แม้คนอื่นจะบอกว่าไม่จำเป็น

ส่วนเรื่องการกำหนดเกณฑ์ ผู้ได้รับเงินดิจิทัล ต้องมีเงินเดือนไม่เกิน7หมื่น เงินเก็บเกิน 5 แสนบาทนั้น  รัฐบาลได้ออกโครงการอีรีฟัน หากมีการใช้จ่ายจะได้เงินคืนประมาณ 1 หมื่นบาท เทียบเท่ากับเงินในโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตแล้ว

โดยเงินฝากจะไม่นับรวมสลากออมสิน หุ้นกู้ กองทุนรวม และเงินเกษียณ ส่วนเงินเกษียณ ถ้าเข้าในบัญชีก็นับรวมด้วย จะเริ่มตรวจสอบเงินในบัญชีตั้งแต่เดือนก.ย.66 เป็นต้นไป

“ ผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคอะไร พรรคเพื่อไทย สื่อก็บอกว่าหาเงินได้ใช้เงินเป็น ผมก็มั่นใจว่าผมหาเงินได้ใช้เงินเป็น ส่วนเรื่องที่มาของการออกจะเป็นพ.ร.บ.เงินกู้ ทางผู้ว่าธปท.ได้บอกเองว่านายกฯกู้ดีกว่า ตอนนี้จาก 61% เป็น64% เพราะเพดานเงินกู้อยู่ที่ 70% ให้กู้เลย ถ้านำมาใส่โครงการฯบวกกับโครงการอื่น และหากยกระดับจีดีพีขึ้นไป สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะลดตามไป แม้หนี้จะเพิ่มแต่ถ้าจีดีพีมากกว่าหนี้จะลดลง” นายกฯกล่าว


นอกจากตารางงาน แน่นเอี้ยด ระหว่างร่วมประชุม APECแล้ว นายกรัฐมนตรี มีวาระสำคัญในการกล่าวปาฐกถาในช่วงที่ 6 หัวข้อ ‘Summit Addresses by APEC Leaders and CEOs’ และพบปะหารือกับบริษัทเอกชนสหรัฐฯ รวมถึงหารือนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น  ในวันที่ 15 พ.ย. 2566 และมีกำหนดกลับถึงไทยวันที่ 19 พ.ย. 2566 เวลา 07.00 น.

‘นายกรัฐมนตรี’ เรียกประชุมติดตามงานก่อนบินไป ‘APEC’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563192

12 พ.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' เรียกประชุมติดตามงานก่อนบินไป 'APEC'

เป็นห่วงหลายปัญหา ‘นายกรัฐมนตรี’ เรียกคุยติดตามการแก้ส่วยสติ๊กเกอร์ หมูเถื่อนที่ไม่มีความคืบหน้า ก่อนบินไปร่วมประชุม ‘APEC’

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปัญหาต่างๆ ได้แก่ ส่วยสติ๊กเกอร์ทางหลวง การแก้ไขปัญหาลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ก่อนไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ

โดยวงประชุมปัญหาหมูเถื่อนนั้น มีผู้เข้าร่วมหารือประกอบด้วย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI  ร่วมหารือด้วย  ซึ่งในวงหารือนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งเครียด และกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ได้สั่งการในการแก้ปัญหาไปแล้ว เหตุใดไม่มีความคืบหน้า

นายกฯฉุน ไม่มีความคืบหน้าแก้ปัญหาหมูเถื่อนนายกฯฉุน ไม่มีความคืบหน้าแก้ปัญหาหมูเถื่อน

เรื่องส่วยทางหลวง ได้หารือร่วมกับพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รวมถึงสมาพันธ์และสมาคมรถบรรทุก ในเรื่องการตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุกบนโครงข่ายทางหลวงหลัก เช่น ถนนพหลโยธินถนนเพชรเกษม ถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 2 ถนนสายเอเชีย รวมถึงเรื่องการตรวจสอบสภาพรถ

ส่วนวงหารือถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว มีผู้ร่วมหารือได้แก่ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ มีกำหนดการร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’ Meeting) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12 – 19 พฤศจิกายน 2566 ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

‘ประชาธิปัตย์’ อัดรัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเอง เรื่อง ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563167

12 พ.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' อัดรัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเอง เรื่อง 'เงินดิจิทัล'

รัฐบาลกลืนน้ำลาย นโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ ‘ประชาธิปัตย์’ ชี้ เป็นจุดเริ่มต้น ของการล้มละลายทางความเชื่อ สร้างภาระหนี้

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าการเตรียมออก พรบ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปแจกตามโครงการ เงินดิจิทัล  ว่าจุดเริ่มต้นของการเดินไปสู่การล้มละลายทางความน่าเชื่อถือของรัฐบล เพราะนายกฯยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่กู้ สุดท้ายก็กลับลำ

นอกจากกลืนน้ำลายตัวเอง และยังจะเป็นภาระหนี้ให้กับประเทศและประชาชนต่อไปในอนาคตอีกถึง 5 แสนล้านบาท เพียงเพื่อสนองนโยบายหาเสียง ซึ่งก็เหมือนกันกับเรื่องที่ออกมาตอกย้ำหลายรอบว่าจะฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง

รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุอีกว่า เงินดิจิทัล
กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพรรคการเมืองที่มุ่งแต่จะหาเสียงแบบประชานิยม และหากมีการเสนอร่าง พรบ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เข้าสภา จะผิดกฎหมายหรือไม่

รัฐบาลจะอ้างเป็นเหตุโทษคนอื่นไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องหาช่องทางอื่นที่ถูกต้องและถูกกฎหมาย   

‘อดิศร’ ร่ายกลอนถึง ‘ก้าวไกล’ หลังออกตัวค้านดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563128

11 พ.ย. 2566

‘อดิศร’ ร่ายกลอนถึง ‘ก้าวไกล’  หลังออกตัวค้านดิจิทัลวอลเล็ต

’อดิศร‘ ร่ายกลอนถึง ’ก้าวไกล‘ “ก้าวไม่ถึงความจริงเสมอมา” หลังค้านดิจิทัลวอลเล็ต ส่อขัดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

วันที่ 11 พ.ย. นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้แต่งกลอนถึงกรณี พรรคก้าวไกล นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ออกมาประกาศค้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยที่มาของเงินมาจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มองว่า รัฐบาลเลือกเส้นทางนี้ถือว่า สุ่มเสี่ยงขัดมาตรา 140 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังนั้น

โดยนายอดิศร ระบุว่า

ก้าวไกล ไม่เอา เงินดิจิตัล 
จน “ไหม” ลั่น “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะคว่ำทิ้ง
ก็ค้านไป เคืองไป ให้ประวิง
ก้าวไม่ถึง ความจริง เสมอมา…. 

‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานกฐินทอดถวายวัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563126

11 พ.ย. 2566

‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานกฐินทอดถวายวัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก

‘บิ๊กป้อม ประธานกฐิน ทอดถวาย วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก จ.อยุธยา ศรัทธามุ่งมั่น สืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป

วันที่ 11 พ.ย. เวลา 09.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีทอดกฐินสามัคคี ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ณ วัดเกาะแก้วและวัดโพธิ์เผือก เพื่อสืบทอดพุทธประเพณี และสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน สืบไป พร้อมทั้งได้ถวายจตุปัจจัยสมทบทุน บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ สถานของทั้ง2วัด สำหรับ ณ วัดโพธิ์เผือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังได้ประกอบพิธี ทักษิณานุประทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แด่ คุณแม่สายสนี วงษ์สุวรรณ ด้วยในโอกาสเดียวกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณได้เดินทางมาทอดกฐินสามัคคี ณ วัดเกาะแก้วและวัดโพธิ์เผือก  อ.พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ทั้ง2แห่งนี้ เป็นประจำทุกปี พร้อมทักทายประชาชน สาธุชน ด้วยความกระฉับกระเฉง ที่มาร่วมทำบุญในโอกาสอันเป็นมงคลนี้  ท่ามกลางบรรยากาศให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และอบอุ่น

‘จุรินทร์’ เย้ย ผลงานรัฐบาล 2 เดือน ‘สอบตก’ แค่เอาภาษีมาลดราคาให้ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563097

10 พ.ย. 2566

‘จุรินทร์’ เย้ย ผลงานรัฐบาล 2 เดือน ‘สอบตก’ แค่เอาภาษีมาลดราคาให้ปชช.

‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ เปรียบแถลงผลงาน 2 เดือนรัฐบาล เหมือน “แถลงนโยบายภาคสอง” ยังทำได้แค่เอาภาษีประชาชนมาลดราคาให้ประชาชน ชี้เฉพาะเรื่องนักโทษสองมาตรฐานก็สอบตกแล้ว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการแถลงผลงาน 2 เดือนของรัฐบาลว่า ผิดความคาดหวังเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าจะเป็นเรื่องของการตั้งโต๊ะแถลงผลงานและเปิดโอกาสให้นักข่าวได้ซักถาม แต่พอเอาเข้าจริงกลายเป็นแค่นายกฯ คนเดียวนั่งอัดเทปถามตอบกับพิธีกรออกทีวีแล้วมาเปิดให้ประชาชนดู และถ้าติดตามโดยละเอียด จะพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ ยังวนเวียนอยู่กับการบอกว่าคิดจะทำอะไร เหมือนการแถลงนโยบายภาค 2

ส่วนเรื่องการลดรายจ่ายส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการเอาเงินภาษีประชาชนมาชดเชยการลดราคาให้ประชาชน เหมือนแค่เอาอัฐยายมาซื้อขนมยาย หลายเรื่องยังแค่ตั้งกรรมการศึกษา ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริงที่จะเอาออกมาแสดงได้ว่าเป็นอย่างไร แม้แต่เรื่องเกษตรกรก็ไม่มีอะไรใหม่แถมเกษตรกรยังได้น้อยกว่าเดิม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้คะแนนเท่าไหร่ นายจุรินทร์ตอบว่าคงไม่ให้คะแนนให้ประชาชนเป็นผู้ให้คะแนน ส่วนตนในฐานะฝ่ายค้านก็ขอทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนต่อไป ส่วนเรื่องสอบได้สอบตก อย่างน้อย 2 เดือนที่ผ่านมา แค่เรื่องที่ประกาศขึงขังว่าจะทำหลักนิติธรรมให้เข้มแข็ง เฉพาะเรื่องนักโทษสองมาตรฐานก็สอบตกแล้ว

‘ป.ย.ป.’ ได้ไปต่อ หลัง ‘สภาพัฒน์’ ประเมินผลงานให้ยุบทิ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563098

10 พ.ย. 2566

'ป.ย.ป.' ได้ไปต่อ หลัง 'สภาพัฒน์' ประเมินผลงานให้ยุบทิ้ง

‘รองนายกฯสมศักดิ์’ มอบภารกิจใหม่ให้ ‘ป.ย.ป.’ แสดงฝีมือ ทำกฎหมายส่งเสริมกีฬาสัตว์ สร้างรายได้เข้าประเทศ 6 หมื่นล้าน หลังถูกประเมินยุบทิ้ง ไร้ผลงาน งานซ้ำซ้อน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับ นางชุติมา หาญเผชิญ ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงผลการประเมินความคุ้มค่าของสำนักงาน ป.ย.ป. หลังครบกำหนด 5 ปี จากที่จัดตั้งตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2561 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 

ผลการประเมินโดยสภาพัฒน์ เห็นว่า ป.ย.ป. ขาดความคุ้มค่าการปฎิบัติภารกิจของรัฐ เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ ป.ย.ป. เป็นภารกิจของหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินงานอยู่แล้วทั้งสิ้น จึงมีความซ้ำซ้อน รวมถึงยังไม่มีการให้บริการประชาชนโดยตรง ถึงแม้จะมีการช่วยขับเคลื่อนกฎหมายใหม่ แต่ก็ยังไม่พบว่า ประชาชนได้ประโยชน์ที่ชัดเจน 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนหน่วยงานอื่นที่ร่วมประเมินความคุ้มค่า ก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลว่า ควรยุบ ป.ย.ป. หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร โดยเมื่อตนได้รับฟังทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นแล้ว ก็เห็นทางออกว่า ถ้าหางานให้ขับเคลื่อน และสามารถหารายได้เข้าประเทศได้ จะถือว่า ป.ย.ป. มีผลงานและผ่านการประเมินของสภาพัฒน์หรือไม่ เพราะในอดีต ขณะตนดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ก็ได้ขับเคลื่อนแก้กฎหมายยาเสพติด 24 ฉบับ มาเป็นฉบับเดียว จนนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์เข้าประเทศหลักหมื่นล้านบาท

ดังนั้นตนมอบหมายให้ ป.ย.ป. บูรณาการแก้กฎหมาย เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศได้ จึงอยากให้โอกาสลองแสดงฝีมืออีกหน่อย โดยทำกฎหมายอีก 2-3 ฉบับ เกี่ยวกับการเสริมปศุสัตว์ โดยเฉพาะกีฬาสัตว์ ทำกฎหมายเพียง 6 เดือน แต่จะสามารถหาเงินเข้าประเทศได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากการเก็บภาษีคนเล่นกีฬาสัตว์ มีรายได้จากการท่องเที่ยว ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาชมได้ รวมถึงสามารถยกระดับสัตว์ให้มีมูลค่าเหมือนม้าของสหรัฐอเมริกาได้ ขณะนี้ได้เสนอ ครม.ในเบื้องต้นแล้ว

'ป.ย.ป.' ได้ไปต่อ หลัง 'สภาพัฒน์' ประเมินผลงานให้ยุบทิ้ง

‘ก้าวไกล’ มั่นใจ ‘เงินดิจิทัล’ แท้งแน่ เพราะเลือกใช้วิธีการกู้เงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563083

10 พ.ย. 2566

'ก้าวไกล' มั่นใจ 'เงินดิจิทัล' แท้งแน่ เพราะเลือกใช้วิธีการกู้เงิน

นายกฯเลือกใช้วิธีการที่ยากที่สุด ‘ก้าวไกล’เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ แท้ง เพราะไม่มีเหตุเร่งด่วน ซ้ำรอย เงินกู้ 2 ล้านล้าน ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล มั่นใจว่า แม้รัฐบาลจะกำหนดเงื่อนไขให้บุคคลที่มีเงินเดือนไม่เดิน 70,000 บาท หรือเงินในบัญชีเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท ได้รับเงินดิจิทัล แต่ก็ยังคงเสี่ยงที่บุคคลเหล่านี้ จะไม่ได้รับเงิน เพราะในการออกพระราชบัญญัติเงินกู้ดังกล่าว อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง เนื่องจากการออกเงินกู้ จะสามารถทำได้ในเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น

วันนี้ ยังไม่ได้ปรากฏความจำเป็นเร่งด่วนใด ๆ จึงมองโดยไม่ได้คาดหวังว่า จะเกิดการยื่นให้องค์กรอิสระตีความ และเห็นว่า ฝ่ายการมือง ควรแสดงความรับผิดชอบ ให้กฤษฎีกาตีความการออกพระราชบัญญัติการกู้เงิน นำมาใช้ในโครงการเงินดิจิทัล สามารถทำได้หรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ต้องให้องค์กรอิสระมาวินิจฉัยตีความ เพราะมีความสุ่มเสี่ยง และไม่เชื่อว่ารัฐบาลไม่ทราบมาก่อน

เพราะลักษณะเช่นนี้ อาจเข้าข่ายพระราชบัญญัติเงินกู้ 2,000,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกมาในอดีต

นางสาวศิริกัญญา ยังเชื่อว่า เหตุที่นายกรัฐมนตรี เลือกเส้นทางที่ยากที่สุดในการออกพระราชบัญญัติเงินกู้ เพื่อระดมเงินมาใช้จ่ายในโครงการเงินดิจิทัล น่าจะเห็นหนทางแล้วว่า นโยบายดังกล่าว ไม่สามารถเดินไปต่อได้จริง ๆ จึงเตรียมออกพระราชบัญญัติเงินกู้ เพื่อให้เป็นทางลงของโครงการ ที่ไม่ได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการหาเสียงนี้  

นั่นจึงทำให้เข้าทางเกิดการตีความ เพื่อเป็นทางออกของโครงการดังกล่าว แต่ความเสี่ยงที่จะถูกองค์กรอิสระตีความนี้ จะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น หากร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ถูกทำแท้งโดยกฤษฎีกาก่อน