‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550090

31 พ.ค. 2566

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

อ่านชัดๆ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยืนยัน ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่สุดในตอนนี้ 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณี นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่

เนื่องจากเสียงวิจารณ์เหล่านั้นระบุว่าหลายเวทีนางสาวศิริกัญญาตอบคำถามด้านเศรษฐกิจไม่เป็นที่พอใจสำหรับนักลงทุน

นายพิธา ตอบว่า มั่นใจในตัวนางสาวศิริกัญญาเกินร้อย บางคนอาจจะมีโอกาสได้คุยกับนางสาวศิริกัญญาไม่นานมาก แต่ตนเองทำงานด้วยกันมา 4 ปี  “เขาคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดีที่สุดในช่วงนี้”

เมื่อถามว่าสามารถพูดได้เลยหรือไม่ว่าเป็นนางสาวศิริกัญญา นายพิธา กล่าวว่า แน่นอน

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ว่า พอมีคำวิพากษ์วิจารณ์ เราจำเป็นที่จะต้องรับฟังนำมาปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด สิ่งที่ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน ซึ่งคิดว่าการที่เรามาทำการเมืองในรูปแบบใหม่ๆ ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้

แน่นอนว่าจะต้องมีคนที่ได้รับผลกระทบ มีคนที่จะต้องเสียผลประโยชน์บ้าง แต่ก็เข้าใจดี และจะพยายามสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น ในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเยียวยา ที่จะทำให้ทุกฝ่ายไม่รู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากมาตรการต่างๆ 
 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่าเราก็พยายามที่จะแสดงความชัดเจนในฐานะพรรคการเมือง สุดท้ายแล้วนโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ยังคงมีหลายขั้นตอน ขอให้รอการจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จ และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร

ณ วันนี้ เราจะแสดงความชัดเจนในนโยบายของพรรคก้าวไกลก่อน เพื่อทำให้ความไม่ชัดเจนต่างๆ หายไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนในโควต้าของพรรคก้าวไกล คงหนีไม่พ้นว่าต้องเป็นคนหน้าใหม่ ประสบการณ์ อายุ ประมาณนี้ ดังนั้น ขอให้ดูเนื้อหาผลงานของเรา อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของประสบการณ์ ว่าเคยทำอะไรมาก่อน 

“อยากให้ดูในสิ่งที่เราได้สื่อสารกับประชาชน หรือดูย้อนหลังในการอภิปรายก็ได้ ว่าเรามีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงหรือไม่ เมื่อเทียบกับ ส.ส. อื่นๆ ที่เคยมีมาหรือไม่ ซึ่งคิดว่าจะเป็นการแสดงจุดยืน และตัวตนของพวกเราได้ดีกว่า การที่ตัดสินด้วยอายุหรือประสบการณ์” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว 

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวล หรือติดขัดอะไรในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฯ อื่นๆ หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยังไม่มี ขณะนี้ มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยในการลงนามข้อตกลง เรามีวาระและนโยบายร่วมกันแล้ว แต่ในกระบวนการทำงานอาจจะยังต่างกัน นี่จะเป็นเวทีที่จะได้พูดคุยและตกผลึกระหว่างกัน ที่จะนำไปสู่การแถลงต่อรัฐสภา

รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในนัดแรกๆ ซึ่งอาจจะเจอเรื่องยาก และจำเป็นที่จะต้องมีการตัดสินใจเร่งด่วน เราก็ไม่อยากให้เวลาที่เราจะต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลส.ส. และขั้นตอนต่างๆหลังจากนั้น ไม่อยากทิ้งเวลาไปอย่างสูญเปล่า อยากเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาสนับสนุน น.ส.ศิริกัญญา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ขอบคุณทุกคน ไม่ใช่แค่นายธนาธร และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ที่มีความมั่นใจ แต่ยังมีกำลังใจจากอีกหลายๆ ท่าน ที่พยายามช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ในความเห็นและความเชื่อที่ไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในเรื่องอื่นด้วย

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า ‘รมว.คลัง’ ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา เชื่อมั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550089

31 พ.ค. 2566

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า 'รมว.คลัง'  ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา  เชื่อมั่น

ว่าที่ “รมว.คลัง” ในโควตาพรรคก้าวไกล ” ศิริกัญญา ตันสกุล” สุดซาบซึ้งหลัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า  ออกมาสนับสนุนให้ทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  รวมทั้งแรงหนุน ที่มาจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มั่นใจถึงเวลาจะทำงานกับพรรคร่วมได้แบบไม่มีรอยต่อ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  เปิดเผยว่า  ขอแสดงความขอบคุณไปยังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า  ที่สนับสนุนให้ตนทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ” รมว.คลัง ”   ทั้งต้องขอบคุณไปยังทุกคน เพราะไม่ใช่แค่นายธนาธร และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เท่านั้น ที่มีความมั่นใจ แต่ยังมีกำลังใจจากอีกหลายๆส่วน ที่ร่วมให้การสนับสนุน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวล หรือติดขัดอะไรในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฯ อื่นๆ หรือไม่ ในฐานะ “รมว.คลัง ”    น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่มี ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยในการลงนามข้อตกลง มีวาระและนโยบายร่วมกันแล้ว แต่ในกระบวนการทำงานอาจจะยังต่างกัน นี่จะเป็นเวทีที่จะได้พูดคุยและตกผลึกระหว่างกัน ที่จะนำไปสู่การแถลงต่อรัฐสภา รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในนัดแรก ๆ ซึ่งอาจจะเจอเรื่องยาก และจำเป็นที่จะต้องมีการตัดสินใจเร่งด่วน  ไม่อยากให้เวลาที่ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลสส. และขั้นตอนต่างๆไม่อยากทิ้งเวลาไปอย่างสูญเปล่า  ดังนั้นคณะทำงานในส่วนต่าง ๆ จึงต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ประเด็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีน.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล  ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ   ต่อความเหมาะสม ที่จะทำหน้าที่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เนื่องมาจากหลายเวทีคำตอบด้านเศรษฐกิจไม่เป็นที่พอใจสำหรับนักลงทุน  ในเรื่องนี้ตนมั่นใจในตัวน.ส.ศิริกัญญา เกินร้อย บางคนอาจจะมีโอกาสได้คุยกับนางสาวศิริกัญญาไม่นานมาก แต่ตนเองทำงานด้วยกันมา 4 ปี  ดังนั้นนี่คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดีที่สุด
 

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า 'รมว.คลัง'  ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา  เชื่อมั่น

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคก้าวไกลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ภาพโดย  NATIONPHOTO 

ลูกทีมเศรษฐกิจ ‘ก้าวไกล’ ชี้ ‘ศิริกัญญา’ เหมาะสม ‘รมว.คลัง’ ที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550074

31 พ.ค. 2566

ลูกทีมเศรษฐกิจ 'ก้าวไกล' ชี้ 'ศิริกัญญา' เหมาะสม 'รมว.คลัง' ที่สุด

‘วรพล’ เผย ‘ก้าวไกล’ เชื่อมั่น ‘ศิริกัญญา’ เหมาะสม ‘รมว.คลัง’ ที่สุด เตรียมยกมาตราลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทหารือคณะทำงานเปลี่ยนผ่าน ส่วนค่าแรง 450 บาท เชื่อพูดคุยกันได้ หารือพรรคร่วมเร่งแก้ปัญหาพลังงาน ยก

นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ยืนยันอีกเสียง น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เหมาะสมตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” มากที่สุด ไม่กังวล เพราะทำงานด้วยกันมา มั่นใจในความสามารถ คุณสมบัติ คิดว่าทุกคนในพรรคก้าวไกลก็เชื่อว่า น.ส.ศิริกัญญา จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ 

ส่วนจะเหมาะสมที่สุดในพรรคใช่หรือไม่นั้น นายวรภพ ระบุว่า แน่นอน ในพรรคไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่าไม่เหมาะสม ซึ่งบางคนมีความกังวลถือเป็นโจทก์ที่ต้องศึกษา แต่พรรคก้าวไกลมีนโยบายที่ชัดเจน ดังนั้นจะสื่อสารและทำความเข้าใจให้มากขึ้น

นายวรภพ วิริยะโรจน์นายวรภพ วิริยะโรจน์

สำหรับการประชุมร่วมกันของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวานนี้มีการตั้งคณะประสานการทำงานคณะเปลี่ยนผ่าน โดยนายวรพลเป็นตัวแทนจากพรรคก้าวไกลของคณะทำงานด้านพลังงาน ระบุว่า ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า พลังงานเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องไฟฟ้าและน้ำมัน จึงอยากผลักดันยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร รวมถึงแก๊สหุงต้ม จะเน้นดูแลในเรื่องของค่าครองชีพประชาชน และต้นทุนพลังงาน 

จะนำเรื่องเหล่านี้ไปหารือในพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหาข้อสรุป เมื่อรัฐบาลใหม่เข้าทำงานก็จะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องและเร่งแก้ไขปัญหา 

ส่วนมาตราการลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทจะทำได้จริงหรือไม่ ยังไม่ได้คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ตามข่าวกระทรวงพลังงานได้ให้ความเห็นไปแล้ว ซึ่งเราในฐานะเป็นพรรคที่จะร่วมรัฐบาลใหม่ควรมีความเห็นให้กับรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ มีการประชุมคณะทำงานพรรครวมรัฐบาล คาดว่าจะมีการหยิบยกเรื่องนี้มาหารือกัน

ส่วนนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท จะทำได้หรือไม่ ขอให้ยึดตามที่หัวหน้าพรรคพูด แต่การเจรจาจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ใช้แรงงานหรือไม่นั้น ในคณะทำงานเปลี่ยนผ่านมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งด้านเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ SME จึงน่าจะมีการพูดคุยกัน

‘ธนาธร’ ยก ‘ศิริกัญญา’ รมว.คลังที่ดี กูรูเศรษฐกิจ-นโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550059

31 พ.ค. 2566

'ธนาธร' ยก 'ศิริกัญญา' รมว.คลังที่ดี กูรูเศรษฐกิจ-นโยบาย

‘ธนาธร’ โพสต์ร่ายยาว ตัวตน ‘ศิริกัญญา’ จะเป็นรมว.คลังที่ดี มั่นใจฝีมือรู้จริงเศรษฐกิจ อยู่เบื้องหลังนโยบายพรรคก้าวไกล

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊ก เรื่อง “ศิริกัญญา ที่ผมรู้จัก – เธอจะเป็นรัฐมนตรีคลังที่ดี” โดยแสดงความมั่นใจต่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดต “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ของพรรคก้าวไกล หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมจากหลายบุคคล ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

นายธนาธร เล่าว่า ตั้งแต่สมัยตั้งพรรคอนาคตใหม่ “ศิริกัญญา” ซึ่งเป็นผู้อำนวยการนโยบายของพรรค เป็นคนที่ตนประทับใจในความรอบรู้เสมอ โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐและการใช้งบประมาณ ทุกครั้งที่พรรคมีการประชุมเกี่ยวกับนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณ ผู้เข้าร่วมประชุมจะขอความเห็นจากศิริกัญญาเสมอ
 

มั่นใจว่าในสภาผู้แทนราษฎรชุด 2562 ศิริกัญญามีความเข้าใจในการจัดทำงบประมาณ ทั้งระดับภาพรวมและระดับรายละเอียดมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นผู้เตือนสติเพื่อน สส. เสมอถึงการรักษาสมดุลระหว่างการใช้เงินในนโยบายต่างๆ กับการรักษาเสถียรภาพการคลังในระยะยาว ประสานงานระหว่างกลุ่มความต้องการต่างๆ ได้อย่างดี นโยบายพรรคจึงสะท้อนตัวตนของพรรคไว้ได้โดยไม่ต้องผลักใครออกไป

“เธอคือเสียงของเหตุผล เมื่อมีเพื่อนในพรรคตัดสินใจด้วยการใช้การเมืองนำความเหมาะสมด้านนโยบายและการคลัง เธอจะปรามการกระทำแบบนี้อย่างหนักแน่นเสมอ”

นายธนาธร ระบุด้วยว่า 4 ปีที่ผ่านมา เห็นศิริกัญญาเติบโตทั้งด้านความรู้และความมีวุฒิภาวะ การนั่งในกรรมธิการงบประมาณติดต่อกัน 4 ปี ทำให้เห็นทุกมิติของทุกกระทรวง เป็นกรรมาธิการที่เข้าประชุมมากที่สุดคนหนึ่ง และลงรายละเอียดในทุกกระทรวงจนได้รับคำชมจากข้าราชการมากมาย ในฐานะผู้อำนวยการนโยบายของพรรค ศิริกัญญาอ่านกฎหมายทุกฉบับก่อนที่จะเข้าพิจารณาในสภา และเป็นคนอธิบายรายละเอียดให้คนอื่นในพรรคเข้าใจถึงสาระของกฎหมายแต่ละฉบับเสมอ

“จุดยืนทางเศรษฐกิจและทางการเมืองที่แตกต่างหลากหลายในสังคม เป็นเรื่องธรรมชาติ คุณไหมอาจจะมีจุดยืนไม่ตรงกับบางท่าน ทำให้มีการออกมาวิจารณ์เธอ นั่นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับสังคมประชาธิปไตย ที่ถกเถียง วิจารณ์ แลกเปลี่ยนกันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอขาดความรู้ จากประสบการณ์ของผมในการทำงานการเมืองมา 5 ปี ผมกล้ายืนยันว่าเธอรู้จริงแน่นอน”

นายธนาธร และ น.ส.ศิริกัญญานายธนาธร และ น.ส.ศิริกัญญา

นายธนาธร ยืนยัน ศิริกัญญาเข้าใจดีว่าจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างไร เป็นผู้นำเสนอกับตนและเพื่อนในพรรคอย่างสม่ำเสมอ ถึงการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของประเทศ ที่เอื้อให้ผู้คนทั้งเล็กและใหญ่กล้าตัดสินใจลงทุน การสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแรง จะต้องทำให้คนมั่นคงในชีวิต เมื่อคนมีความมั่นคงจึงจะสามารถวางแผนชีวิต เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลงทุน กล้าไล่ตามความฝัน กล้าไขว่คว้าโอกาส และกล้าล้มเหลว

“การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง คือการบ่มเพาะคน ปลดปล่อยศักยภาพมนุษย์ จัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมในการแข่งขัน ลงทุนในเทคโนโลยี สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการลงทุน มากกว่านโยบายใดนโยบายหนึ่งเป็นการเฉพาะ”

ส่วนนโยบายพรรคก้าวไกล นายธนาธรมั่นใจว่า ครอบคลุมทั้งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และยกระดับงานด้านการคลังของรัฐ เช่น หวยใบเสร็จ ข้างหน้าคือส่งเสริมให้คนซื้อของจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ข้างหลังคือการดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีและเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐ, ระบบรถเมล์ไฟฟ้าดีทุกจังหวัด ข้างหน้าคือการสร้างระบบขนส่งมวลที่ดีให้ประชาชน ข้างหลังคือการสร้างงาน สร้างอุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้าที่คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง, การลดค่าไฟทันที 70 สตางค์ ข้างหน้าคือการช่วยเหลือดูแลประชาชน ข้างหลังคือการเปลี่ยนวิธีจัดสรรการใช้ก๊าซธรรมชาติให้เป็นธรรม และการลดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจ

การสร้างสวัสดิการ ข้างหน้าคือการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ข้างหลังคือการจัดทำงบประมาณใหม่ ลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และนำมาใช้เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของผู้คน, การผลิตสมาร์ทมิเตอร์น้ำและไฟในประเทศ ข้างหน้าคือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจัดการเมือง ข้างหลังคือการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ วันหน้าเราจะได้มีงานทำ มีเทคโนโลยีของตัวเอง ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 

“กล่าวโดยย่อคือ ระยะสั้น เราต้องการนโยบายรายประเด็นเพื่อแก้ปัญหา ระยะยาว เพื่อพาเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้า เราต้องปฏิรูปรัฐ มากกว่านโยบายรายตัว นโยบายของพรรคก้าวไกลในภาพรวม จึงทรงพลังมากกว่านโยบายรายประเด็นต่างๆ มาบวกกัน นี่คือนโยบายของพรรคก้าวไกล ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวระหว่างระยะสั้นและระยะยาว ระหว่างความทะเยอทะยานในเป้าหมาย กับการตระหนักถึงความเป็นจริง นโยบายที่สมบูรณ์กว่าสมัยอนาคตใหม่ และมันเกิดจากความรู้ เจตจำนงแน่วแน่ และความเป็นผู้นำของศิริกัญญา ตันสกุล” นายธนาธรระบุทิ้งท้าย

ที่มา : Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง 7 คณะทำงานแก้ปัญหาตาม MOU ปัดวางเก้าอี้ รมว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550037

30 พ.ค. 2566

8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง 7 คณะทำงานแก้ปัญหาตาม MOU ปัดวางเก้าอี้ รมว.

ที่ประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง ‘พิธา’ นั่งปธ.ประสานงานคณะเปลี่ยนผ่าน พร้อม 7 คณะทำงาน ปัดวางตำแหน่ง รมว. ย้ำสัมพันธ์ 2 พรรค ‘กก.-พท.’ เหนียวแน่น ยันด้วยภาพหัวหน้าพรรคประสานมือรูปหัวใจ

การประชุมครั้งแรกของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เกิดขึ้นช่วงเวลา 14.30 น. โดยมีวาระการประชุม 3 วาระ พิจารณาความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล การจัดทำนโยบายบริหารประเทศ และการมอบหมายภารกิจให้คณะทำงานตามกรอบ ตามกรอบบันทึก MOU รวมถึงจะมีการเป็นการพูดคุย การทำงานในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 

ผลการประชุมนัดแรกในวันนี้ ทุกพรรคต่างลงมติจัดตั้ง “คณะประสานการทำงานคณะเปลี่ยนผ่าน” ประกอบด้วย

1. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ประธานคณะกรรมการการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน
2. ศิริกัญญา ตันสกุล ตัวแทนจากพรรคก้าวไกล
3. ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย
4. ทวี สอดส่อง ตัวแทนจากพรรคประชาชาติ
5. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ  ตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย
6. วิรัตน์ วรศสิริน ตัวแทนจากพรรคเสรีรวมไทย
7. กันต์วีร์ สืบแสง ตัวแทนจากพรรคเป็นธรรม
8. วสวรรธน์ พวงพรศรี ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยรวมพลัง
9. เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ตัวแทนจากพรรคพลังสังคมใหม่

ประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนี้จัดตั้ง 7 คณะทำงานตอบสนองปัญหาประชาชนตามเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจ(MOU) 23 ข้อ 

1.คณะทำงานค่าไฟฟ้า น้ำมัน พลังงาน 
2.คณะทำงานด้านภัยแล้งเอลนิญโน. 
3.คณะทำงานปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ 
4.คณะทำงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ 
5.คณะทำงานแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 
6.คณะทำงานด้านปากท้อง และ SMEs
7.คณะทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติด 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะมีการประชุมติดตามต่อเนื่อง เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศและนำเข้าสภาเพื่อผลักดันประเทศต่อไป การประชุมวันนี้เป็นไปได้ด้วยดีและจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 6 มิ.ย.ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อตั้งคณะทำงานเพิ่มอีกจนครบตามเนื้อหา ซึ่งการฟอร์มทีมดังกล่าวไม่ใช่การวางตำแหน่งรัฐมนตรี

ท่ามกลางกระแสข่าวถกตำแหน่ง “ประธานสภาฯ” จะเป็นของใคร ซึ่งทั้งนายพิธา และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรคเพื่อไทย ต่างออกมาบอกว่า ยังไม่ได้หารือในวันนี้ แต่เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 พรรคจะต้องนำมาหารือกันเพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด และยืนยันไม่เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล

“เน้นย้ำไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพื่อตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้”

นพ.ชลน่าน ยังย้ำถึงกระแสดีลล้วง ดีลลับต่าง ๆ เพื่อไทยยืนยัน จะเปลี่ยนเป็นดีลรักให้หมด เพื่อรัฐบาลของพี่น้องประชาชน

จากนั้นทั้งนพ.ชลน่านและนายพิธา ได้จับมือ กอดไหล่ ด้วยสื่อหน้ายิ่มแย้ม ก่อนจบการแถลงข่าวได้นำมือมาประกบกันเป็นรูปหัวใจให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ

นายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่าน

หมอชลน่าน จับมือ พิธา โชว์หวานซึ้ง หัวใจ ออกสื่อ ดับข่าวดีลลับทั้งแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550036

30 พ.ค. 2566

หมอชลน่าน  จับมือ พิธา โชว์หวานซึ้ง หัวใจ ออกสื่อ ดับข่าวดีลลับทั้งแผ่นดิน

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย “หมอชลน่าน” ย้ำท่าทีกอดคอร่วมหอกับ “พรรคก้าวไกล” เพื่อเป็น 8 พรรค ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในแบบไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน หยอดแบบฟังแล้วขนลุก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพื่อตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้

ที่พรรคประชาชาติ (ปช.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วม 8 พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล  ตนในฐานะตัวแทน พรรคเพื่อไทย ได้รับมอบอาณัติจากประชาชนมอบหมายให้เพื่อไทย และก้าวไกล รวมกัน 25 ล้านเสียง เพราะฉะนั้นเมื่อเจตจำนงของประชาชนเช่นนี้ เพื่อไทยและก้าวไกลปฏิเสธไม่ได้ ที่จะทำความฝันของประชาชนให้บรรลุ คือรัฐบาลจากฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ที่ต้องการปิดกั้นอำนาจไม่ชอบธรรมทั้งหลาย  สองฝ่ายเห็นตรงกัน มันเป็นการมัดที่แน่น เป็นข้อผูกมัดที่คำนึงถึงเป็นอย่างมาก ให้ความมั่นใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะอยู่ด้วยกันตลอด 

 นพ.ชลน่าน พูดเสร็จได้พูดหยอกตอนท้ายกับสื่อว่า  “หวานไหม หวานไหม ”  และมีการกอดพร้อมกับจับมือนายพิธา พร้อมระบุว่า  “เน้นย้ำไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพื่อตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้”    ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับนายพิธา หรือพรรคก้าวไกล เพื่อไทย และพรรคร่วมจะจับมือจัดตั้งรัฐบาลอยู่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่มีสมมติ หรืออุบัติเหตุ แต่ยืนยันไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น เชื่อว่า 8 พรรคอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะก้าวไกล  “พรรคเพื่อไทย” จะเป็นพรรคหลักที่จะนำเรื่องนี้ ขอให้ความมั่นใจ

“ขณะนี้ไม่มีแต่  เพราะจัดตั้งรัฐบาลด้วยกันอยู่แล้ว ต้องการจัดตั้งโร้ดแมป แต่ไม่ได้จัดตั้งตามกระทรวง จัดตั้งตามเอ็มโอยู เพราะเอ็มโอยู คือวาระร่วม จัดตั้งคณะทำงานตามเอ็มโอยู สัปดาห์ก่อน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าเอ็มโอยู ไม่ใช่กระดาษเปล่า แต่มีคณะทำงาน ทำได้จริง “

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยมี 3 ประเด็น ที่จะแจ้งแก่ประชาชนคือ 1.เพื่อไทย สนับสนุนภารกิจที่ได้แถลงต่อสื่อวันนี้ คือคณะกรรมการประสานงานระยะเปลี่ยนผ่าน จนคณะทำงานชุดต่าง ๆ คาดหวังนโยบายที่ดีที่สุดของรัฐบาล  เป็นคำแถลงนโยบายที่ดีที่สุด นั่นคือเป้าหมาย

2.การจัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า เป็นการแบ่งงานกันทำตามวาระงาน ที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกฯ จะใช้วาระงานเป็นหลัก เสนอร่วมกันใน เอ็มโอยูกระทรวงใดก็แล้วแต่ จะยึดเป็นเรื่องสำคัญ

3.ดีลล้วง ดีลลับต่าง ๆ เพื่อไทยยืนยัน จะเปลี่ยนเป็นดีลรักให้หมด เพื่อรัฐบาลของประชาชน

ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นพ.ชลน่าน และนายพิธา ได้นำมือมาประกบกันเป็นรูปหัวใจด้วย

หมอชลน่าน  จับมือ พิธา โชว์หวานซึ้ง หัวใจ ออกสื่อ ดับข่าวดีลลับทั้งแผ่นดิน
หมอชลน่าน  จับมือ พิธา โชว์หวานซึ้ง หัวใจ ออกสื่อ ดับข่าวดีลลับทั้งแผ่นดิน
หมอชลน่าน  จับมือ พิธา โชว์หวานซึ้ง หัวใจ ออกสื่อ ดับข่าวดีลลับทั้งแผ่นดิน

บรรยากาศที่พรรคประชาชาติ เป็นไปด้วยความชื่นมื่น ในการประชุมร่วม 8 พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล โดยมีการตั้งคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลขึ้นมา

ภาพโดย NATIONPHOTO 

‘พิธา’ ลั่นหมดยุคคุกคามสว. แลกโหวตนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550034

30 พ.ค. 2566

'พิธา' ลั่นหมดยุคคุกคามสว. แลกโหวตนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ” มึนคุกคามสว.ด้วยการใช้คดีกดดันให้โหวตนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ชี้มาถึงสมัยนี้หมดยุคไปแล้ว ส่วนสว.ที่จะโหวตให้ก็เป็นการกระทำเพื่อรักษาฉันทามติของคนไทยที่มีต่อการเลือกตั้ง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า  ประเด็นการคุกคามสว. ด้วยการใช้คดีเพื่อกดดันให้โหวตตนเป็นนายกรัฐมนตรี  ไม่ทราบว่ามีเรื่องการคุกคาม ทั้งยังเห็นว่าหมดเวลาที่จะมีเรื่องแบบนี้  ยืนยันว่าไม่มีการข่มขู่ เป็นเพียงการพูดคุยกันเพื่อรักษาระบบรัฐสภาไว้    เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นการรักษาระบบของรัฐสภาและหาทางออกให้กับบ้านเมือง   เพราะฉะนั้นมั่นใจว่าไม่ได้มีอะไร ช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการเจรจาที่พูดคุยก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้การที่สว. จะโหวตให้เป็นการโหวตเพื่อรักษาฉันทามติของคนไทย ที่แสดงออกต่อการเลือกตั้ง  ส่วนประเด็นการถือครองหุ้น ไอทีวี  ไม่ได้ป็นเรื่องที่ต้องกังวล หลักฐานต่าง ๆ มีการปรึกษาทีมกฎหมายและอธิบายหาทางออกแล้ว แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดได้ เพราะต้องรอดูคำร้องก่อน  จึงไม่ให้สัมภาษณ์สิ่งที่อยู่ในกระบวนการ    นายพิธา กล่าว 

ใครไม่อาย รัฐบาลชุดใหม่อาย ‘วันนอร์’ ลั่นกอดคอกันไป ไม่อยู่ให้ไล่  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550031

30 พ.ค. 2566

ใครไม่อาย รัฐบาลชุดใหม่อาย 'วันนอร์' ลั่นกอดคอกันไป ไม่อยู่ให้ไล่  

หัวหน้าพรรคประชาชาติเตือนอย่าคิดยื้อเรื่องเอาไว้ ทั้งที่เป็นเจตนารมณ์ของประชาชน หากทำเช่นนี้ถือเป็นการดูถูกระวังเจอผลย้อนกลับ ส่วนสปิริตรัฐบาลชุดใหม่ชัดเจน หากสังคมไม่ต้องการพร้อมไป ไม่ยึดติดทำงานจนมีพลังมากดดัน ย้ำรอนับหนึ่งจากกต. เพื่อเดินหน้าทำงาน

นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ   ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมเพื่อดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลว่า มีความคืบหน้าไปตามลำดับ     และไม่อยากให้มีฝ่ายใดยื้อเรื่องนี้ไว้ ทำให้ประชาชนผิดหวัง  “ไม่อยากให้ทุกคนดูถูกว่าประชาชนนั้น ไร้ซึ่งอำนาจ ผมอยากให้ทุกคนมองเห็นว่าความหวังของประชาชนเป็นสิ่งที่มีพลัง ถ้าเราปล่อยเรื่องนี้ สิ่งที่เราไม่ต้องการอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ ส่วนคณะของเราจะทำงานได้มากน้อยแค่ไหน มีเครื่องชี้วัดคือประชาชนนั่นเอง เราจะอยู่ไม่ได้ถ้าเราไม่ทำตามคำมั่นสัญญา ที่ได้ให้ไว้แล้ว และผมเชื่อว่าพวกเราพร้อมจะไป เมื่อประชาชนเขาไม่ต้องการเรา เราจะไม่ยื้อทำงานจนกระทั่งมีพลังมากดดันไม่จำเป็น “

เขา  กล่าวว่า   ในทางการเมืองนั้น มาได้ ก็ไปได้ ถ้าประชาชนต้องการ และรัฐบาลชุดนี้พร้อมจะไป เมื่อประชาชนไม่ต้องการ หรือเห็นว่าอยู่ไปไม่เกิดประโยชน์  ขณะนี้ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะนำมาสู่ความสุขความเจริญในประเทศ อย่าให้มีการดูถูกว่า เมื่อประชาชนหวังแล้ว ผลักความหวังเขาออกไป เกรงว่าพลังของประชาชนนั้นจะมีมากเพียงพอที่จะทำให้เกิดอะไร อยากให้ช่วยกัน  รัฐบาลชุดนี้  จะนับหนึ่งก็ต่อเมื่อ กกต. รับรอง  จึงหวังให้กกต. รับรองผลเพื่อดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป เสียเวลาเพียงสัปดาห์เดียวหรือวันเดียวก็มีค่าสำหรับประชาชน

“ผมไม่ได้กดดันกกต. แต่หากปล่อยให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลต่อข้อกังวลและความเชื่อมั่น ไม่ใช่เพียงต่อ 8 พรรคร่วมรัฐบาลนี้เท่านั้น แต่ทั้งประเทศ จึงไม่ควรปล่อยให้ความหวังของประชาชนต้องสลายไป ควรรีบดำเนินการเพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว ” เขา  กล่าว 

‘กกต. ‘ สรุปใช้สิทธิเลือกตั้งสส.สูงสุด ลำพูนเข้าป้าย – อันดับ 10 สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550028

30 พ.ค. 2566

'กกต. ' สรุปใช้สิทธิเลือกตั้งสส.สูงสุด ลำพูนเข้าป้าย - อันดับ 10 สงขลา

กกต. สรุปสถิติข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  (สส. ) 10 อันดับแรก   อันดับ 1 ได้แก่ “ลำพูน” ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 333,392 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 287,556 คน ร้อยละ 86.25 ส่วนสงขลา อันดับ 10 ยอด 1,096,442 มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 899,221 คน ร้อยละ 82.01 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปสถิติข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  (สส. ) การเลือกตั้งทั่วไป วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 10 อันดับแรก   ประกอบด้วย

อันดับ 1จ .ลำพูน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 333,392 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 287,556 คนร้อยละ 86.25

อันดับ 2 จ.เพชรบุรี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  388,760 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 328,578 คน ร้อยละ 84.52

อันดับ 3 จ.พัทลุง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  417,460 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 352,577 คน ร้อยละ 84.46

อันดับ 4  จ.นครปฐม ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 739,715 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 617,270 คน ร้อยละ  83.52

อันดับ 5  จ.ฉะเชิงเทรา ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 575,796 คน  ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 477,004 คน ร้อยละ 82.84 และ จ.ราชบุรี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 682,471 คน  ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 565,364 คน ร้อยละ 82.84

อันดับ 6 จ.นครนายก ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 209,959 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 173,608 คน ร้อยละ 82.69

อันดับ 7 จ.สระบุรี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  509,408 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 420,663 คน ร้อยละ82.58

อันดับ 8  จ.กระบี่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 357,264 คน  ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 294,837 คน ร้อยละ 82.53

อันดับ 9 จ.อยุธยา ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 663,820 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 546,348 คน ร้อยละ  82.30

อันดับ 10 จ.สงขลา ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,096,442 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 899,221 คน ร้อยละ
82.01 

จำนวนผู้มาใช้สิทธิคิดเป็นร้อยละของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ  กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 74.26 , จ.เชียงใหม่ ร้อยละ 81.98 , จ.นครราชสีมา ร้อยละ 76.29 , จ.ภูเก็ต ร้อยละ 75.05   สำหรับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง  แบบแบ่งเขตฯ 39,514,973 คน  ร้อยละ 75.71 บัตรดี แบบแบ่งเขตฯ   37,190,071 ใบ ร้อยละ 94.12 บัตรเสีย แบบแบ่งเขตฯ 1,457,899 ใบ ร้อยละ 3.69 และบัตรไม่เลือกผู้ใด แบบแบ่งเขตฯ 866.885 ใบ ร้อยละ 2.19
 

'กกต. ' สรุปใช้สิทธิเลือกตั้งสส.สูงสุด ลำพูนเข้าป้าย - อันดับ 10 สงขลา
'กกต. ' สรุปใช้สิทธิเลือกตั้งสส.สูงสุด ลำพูนเข้าป้าย - อันดับ 10 สงขลา
'กกต. ' สรุปใช้สิทธิเลือกตั้งสส.สูงสุด ลำพูนเข้าป้าย - อันดับ 10 สงขลา

‘พรรคเป็นธรรม’ เตือนกกต. ทำงานเกียร์ว่าง ถ่วงตั้งรัฐบาล จะโดนเอาคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550027

30 พ.ค. 2566

'พรรคเป็นธรรม' เตือนกกต. ทำงานเกียร์ว่าง ถ่วงตั้งรัฐบาล จะโดนเอาคืน

“พรรคเป็นธรรม” 1 ใน 8  พรรคที่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล  ส่งสัญญาณไปุถึงกกต. การดึงเรื่องเพิ่อทำให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล เป็นไปด้วยความล่าช้า เมื่อถึงคราวตั้งรัฐบาลได้สำเร็จระวังจะถูกเอาคืน เตือนข้าราชการหากทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องกลัวการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม 1 ใน 8  พรรคที่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล   เปิดเผยว่า   ขอให้แงคิดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. )  ว่า  ด้วยการทำงานที่ล่าช้า พยายามหน่วงเหนี่ยวไม่ให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นได้ พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8  พรรค  อันรวมถึง “พรรคเป็นธรรม” ก็จะมีเวลาให้กกต. ที่จำกัดเช่นกัน  เพราะด้วยการทำงานที่ล่าช้ามีวาระเคลือบแคลง เชื่อได้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8  พรรค  จะไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอน 

ทั้งนี้หลังจาก “พรรคเป็นธรรม”  ได้ร่วมลงนามในความร่วมมือต่อการจัดตั้งรัฐบาล  ได้รับการติดต่อเป็นจำนวนมากจากเพื่อนในแวดวงข้าราชการ แสดงความห่วงใยต่อการทำงานของรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมือง  และขอฝากไปยังเพื่อนข้าราชการว่า อย่าได้กังวลว่าการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น  ว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อตำแหน่งงาน หรือทำให้เกิดผลกระทบ “ขอน้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ‘เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน’ นัยสำคัญคือ  หากเพื่อนข้าราชการทำงานเพื่อประโยชน์ของมหาชนแล้ว ท่านอย่ากลัวพรรคใหม่ที่จะเข้าไป พรรคเราจะทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยแท้จริง”

ส่วนกรณีหุ้นสื่อของ  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่มีผู้ร้องนั้น พรรคเป็นธรรมได้ส่งคณะทำงานด้านกฎหมายเข้าไปตรวจสอบแล้ว ขอยืนยันกับผู้ร้อง และผู้ที่มีความห่วงใยทั้งหลายว่า    นายพิธา มีคุณสมบัติเหมาะสม และมีความชอบธรรม และทีมกฎหมายของพรรคเป็นธรรม พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้คำร้องดังกล่าวถูกตีตกไปในที่สุด