หลายพรรคจัดเต็ม ตอกเสาเข็ม ‘ระนอง’ ไม่ง่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544455

09 มี.ค. 2566

หลายพรรคจัดเต็ม ตอกเสาเข็ม 'ระนอง' ไม่ง่าย

4 พรรคใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส. ลงชิง 1 ที่นั่ง เมือง ‘ระนอง’ ภูมิใจไทย แม้จะเป็นแชมป์ปี62 แต่ภาระกิจ ตอกเสาเข็ม ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ตั้งแต่ปี 2535-2554 หรือเกือบราว 2 ทศวรรษ พื้นที่จังหวัดระนองผูกขาดโดย วิรัช ร่มเย็น จากพรรคประชาธิปัตย์ กระทั่งการเลือกตั้งปี 2562 จึงพ่ายให้กับ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ในสีเสื้อภูมิใจไทย

การเลือกตั้ง 66 พรรคภูมิใจไทยประกาศขอตอกเสาเข็มทุกจังหวัดฝั่งอันดามัน โดยจะส่งว่าที่ผู้สมัครลงชิงชัยครบทุกตารางนิ้ว แม้จะแข่งกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือต้องแก่งแย่งกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองก็ตาม เพื่อเติมแต้มต่อส่งให้พรรคเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า

เส้นทางสู่เป้าหมายที่จังหวัดระนองของภูมิใจไทยใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องฝ่าด่านสำคัญ โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่อย่าง ประชาธิปัตย์ ที่เคยพลาดท่าไปเมื่อคราวเลือกตั้ง 62 ซึ่งรอบนี้ต้องบอกว่าจัดเต็ม จัดหนัก เพื่อกอบกู้ความนิยมพรรคให้กลับคืนมาดังเดิม

สส. เอ คงกฤษ จากพรรคค่ายสีน้ำเงิน หลังเอาชนะอดีตแชมป์ 8 สมัย อย่าง วิรัช ร่มเย็น ของประชาธิปัตย์ แบบถล่มทลายเมื่อปี 62 ยังลงปักหลักรักษาเก้าอี้ตามเดิม เพราะกระแสพื้นที่ดี เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกศาสนา อีกทั้งมีทีมงานคอยเกาะติดพื้นที่ตลอดเวลา

ขณะที่ ประชาธิปัตย์ เปลี่ยนใจ ไม่ส่ง ดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ดีกรีหนุ่มวิศวกรและเจ้าธุรกิจ เป็นเลือดใหม่ไฟแรง แถมเป็นชาวระนองโดยกำเนิด มาลงสนาม แต่จะขยับ วิรัช ร่มเย็น จากบัญชีรายชื่อ กลับสู่สนามอีกครั้ง       

พรรคพลังประชารัฐ ทนายกุ่ย พงศกร พรหมสุวรรณ อดีตผู้สมัคร สส.ครั้งที่แล้ว ลงแก้มือ เพราะแพ้ “ส.ส.เอ” ไปครึ่งหนึ่ง งานนี้ขอสางแค้น

พรรคเพื่อไทย เตรียมส่ง เสธ.เล็ก พล.ต.รังสรรค์ ศิริรังสี หรือ ลุงเสธ.ที่ชาวบ้านในพื้นที่รู้จัก อดีตผู้สมัครจากไทยรักษาชาติ มารับภารกิจ ล่าแลนด์สไลด์

ที่น่าจับตาเห็นจะเป็น พรรคลุงตู่ – รวมไทยสร้างชาติ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ก็มีคิวเดินสายภารกิจตรวจเยี่ยมราชการ โดยจะเยือน ระนอง 16 มีนาคม หลังได้ยกเลิกไปหลายจังหวัดก่อนหน้า เนื่องจากต้องเข้ารักษาตัวจากอาการมือขวาบวม  รวมไทยสร้างชาติ คว้าคนอกหัก จากพรรคประชาธิปัตย์อย่าง ดนัยณัฏฐ์ มาสวมเสื้อลุงตู่ ลงเลือกตั้ง 66

การเมืองใน ระนอง สมัยหน้า ว่ากันว่าเดือดแน่ เพราะทุกพรรคต่างปรับกลสู้ศึกใหม่ ภาระกิจ ตอกเสาเข็มของพรรคภูมิใจไทย ไม่ง่ายอย่างที่คิด

‘ชาติพัฒนากล้า’ ชูนโยบาย ‘เลือกตั้ง66’ ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544448

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

08 มี.ค. 2566

'ชาติพัฒนากล้า' ชูนโยบาย 'เลือกตั้ง66' ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว

‘อรรถวิชช์’ รองหัวหน้า ‘พรรคชาติพัฒนากล้า’ ชูนโยบาย ‘เลือกตั้ง66’ ‘ALL Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว’ แจ้งกรณีนโยบาย ‘ยกเลิก’ แบล็กลิสต์ ไม่ได้หมายถึงถอดชื่อออก แต่เพิ่มข้อมูลดีเข้าไปในระบบ สร้างเครดิตดี เข้าถึงสินเชื่อเป็นธรรม

หากไม่ผิดแผนวันที่ 7 พฤษภาที่จะถึงนี้ คนไทยน่าจะได้ไปใช้สิทธิ “เลือกตั้ง” ใหญ่ในรอบ 10 ปี พรรคการเมืองต่างหาเสียงอย่างเข้มข้น ล่าสุด 7 พรรคใหญ่ ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย “พรรคชาติพัฒนากล้า” และพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นเวทีเสนอนโยบายในงานเสวนา อนาคตประเทศไทย หัวข้อ​ “นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศไทย”​ จัดโดยเครือเ​นชั่น​ กรุ๊ป​ 

“นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” รองหัวหน้า “พรรคชาติพัฒนากล้า” เปิดด้วยนโยบายพรรคการเมืองพร้อมผลักดัน “นวัตกรรมนำไทย เชื่อมโลก” ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้าเป็นพรรคใหม่ มีแนวคิดแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย เน้นเรื่องการแข่งขัน สร้างโอกาส แต่เน้นเรื่องโอกาสความเสมอภาค ไม่ว่าจะรวยหรือจน สามารถเข้าถึงโอกาสในการแข่งขันได้ จึงนำเสนอ “นวัตกรรมสร้างโอกาส” 2 เรื่องสำคัญ

เสนอนโยบาย "All Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว"เสนอนโยบาย “All Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว”

เรื่องแรก คือ “ALL Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว” เพราะทุกวันนี้ประเทศไทยใช้ระบบ “One Stop Service” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาไปยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการหรือทำธุรกรรมกับรัฐ เกิดปัญหาล่าช้า ไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน ประชาชนต้องวิ่งไปยื่นเรื่องตามหน่วยงานต่างๆ เอง การเริ่มประกอบธุรกิจขอใบอนุญาตจึงยากลำบาก

“พรรคชาติพัฒนากล้า” จึงเสนอนวัตกรรมนโยบาย “ALL Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว” ยื่นเรื่องที่เดียวจบทุกขั้นตอน สามารถติดตามความคืบหน้าผ่านแอพพลิเคชัน นวัตกรรมนี้จะช่วยเสริมให้การบริการภาครัฐสะดวกรวดเร็วขึ้น สร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้มากขึ้น สร้างการลงทุนกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้น

“สมมติผมอยากจะเปิดโรงแรมโฮมสเตย์สปาเล็กๆ ถ้าเป็นระบบเดิม ผมต้องวิ่งไปหลายหน่วยงานเพื่อขอใบอนุญาต เช่น ขอใบอนุญาตประกอบโรงแรม ขอใบอนุญาตประกอบกิจการขายอาหาร ขอใบอนุญาตขายสุรา ใบอนุญาตประกอบกิจการสปา แต่ถ้าเป็นระบบ All Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว ยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องครั้งเดียว ระบบจะสามารถส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาได้ทันที” “นายอรรถวิชช์” กล่าว


รองหัวหน้า “พรรคชาติพัฒนากล้า” เสนออีกว่า รัฐมีความพร้อมทั้งเรื่องสมรรถนะ และกฎหมาย มี พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.ปฏิบัติการราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 รวมถึงความเข้าใจของประชาชน เทคโนโลยีที่ทั่วถึง สามารถทำให้นโยบายเกิดขึ้นได้จริง สร้างโอกาสให้คนประกอบธุรกิจได้สะดวกขึ้น

ส่วนในกรณีนโยบาย “ยกเลิก” แบล็กลิสต์ “นายอรรถวิชช์” บอกว่า “พรรคชาติพัฒนากล้า” ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติตามที่มีคนเข้าใจผิด แต่จะยกระดับการเก็บข้อมูลสินเชื่อของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพราะขณะนี้ข้อมูลเครดิตมีเพียงข้อมูลเสีย แต่ข้อมูลดีไม่เคยถูกนำเข้าระบบเลย ซึ่งการนำข้อมูลดีเข้าระบบจะช่วยสร้างโอกาสให้คนสามารถเข้าสู่สินเชื่อได้อย่างเป็นธรรม 

ชี้แจงนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์ชี้แจงนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์

“คนที่เคยติดหนี้เกิน 3 เดือน แม้จะหาเงินมาล้างหนี้ได้แล้ว ก็จะถูกบันทึกประวัติค้างไว้อีก 3 ปี เหมือนถูกแช่แข็ง ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ในช่วงเวลานี้ สภาวะนี้คือ สภาวะที่เรียกว่า ติดแบล็กลิสต์ เราจึงเสนอนวัตกรรมนโยบายเพื่อสร้างโอกาสให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ด้วยการใช้ “เครดิตสกอริ่ง” นำข้อมูลการเงินทุกอย่างของบุคคล ทั้งการจ่ายหนี้ เงินเข้าเงินออกบัญชี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ มาคิดเป็นคะแนนสินเชื่อ ใครได้คะแนนมาก กู้ได้มากดอกเบี้ยต่ำ ใครได้คะแนนน้อย กู้ได้น้อยดอกเบี้ยสูง” “นายอรรถวิชช์” กล่าว

ในสุดท้าย “พรรคชาติพัฒนากล้า” บอกว่า การใช้เครดิตสกอริ่ง จะสร้างโอกาสให้คนที่ติดแบล็กลิสต์ กว่า 5.5 ล้านคน สามารถกลับเข้ามากู้เงินในระบบได้ ไม่ถูกผลักเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ เป็นคนจำนวนไม่น้อยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ และสามารถลดการผูกขาด เพิ่มการแข่งขันในบรรดาสถาบันการเงิน

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544446

08 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

เลือกตั้ง66 เลือดไหลเข้า มัลลิกา ชู ปาล์ม “ปรพล อดิเรกสาร” ลูกชายปองพล อดีตส.ส.ไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย ลุยเลือกตั้งสังกัด ‘ประชาธิปัตย์’ ปักธง สระบุรี

8 มี.ค.2566  นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หนึ่งในจำนวน อดีตสส.ที่ไหลเข้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดตัวแล้วเดินหน้าลงเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้มีชื่อ “ปาล์ม” นายปรพล อดิเรกสาร” อดีตส.ส.ไทยรักไทย พลังประชาชนและเพื่อไทย บุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายปองพล อดิเรกสาร โดยนายปรพลจะลงเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 สระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของปรพลเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสมัย

นางมัลลิกา ระบุว่า ปาล์ม หรือ นายปรพล เป็นคนเก่งและร่วมงานกับทุกคนได้ด้วยศักยภาพความรู้ ความสามารถ ที่สำคัญคือทำงานพื้นที่อย่างหนักต่อเนื่องจากนายปองพลมายาวนาน คุณปาล์มเป็น สส. ที่ชาวบ้านรักมากคนหนึ่งและทำพื้นที่มาตลอด ตั้งแต่เป็นสส.สระบุรี เขต 1 ปี 2548-2549 พรรคไทยรักไทย สส.สระบุรี เขต 1 พรรคไทยรักไทย 2 เม.ย 2549 (เลือกตั้งโมฆะ) สส.สระบุรี เขต 1 ปี 2550-2554 พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย

นอกจากนั้นมีบทบาทเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้เเทนราษฎร (2548-2549) รองประธานเเละโฆษกคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้เเทนราษฎร (2551-2552) กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้เเทนราษฎร (2552-2554)

"ปาล์ม" นายปรพล อดิเรกสาร ผู้สมัคร สส.สระแก้ว ใกล้ชิดกับชาวบ้าน“ปาล์ม” นายปรพล อดิเรกสาร ผู้สมัคร สส.สระแก้ว ใกล้ชิดกับชาวบ้าน

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

ประสบการณ์งานด้านการเมือง

กรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านการเมือง (ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย) 2544-2547 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละ สหกรณ์ (คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์) 2548-2549 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ (นายธีระ วงษ์สมุทร) 2554-2555 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา (นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์) 2556-2557 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์) 2564-2565 คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) 23 ม.ค.2566 – ปัจจุบัน และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ (ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน) 31 ม.ค. 2566 – ปัจจุบัน 

ประสบการณ์งานด้านความมั่นคง 

อนุกรรมการศึกษาเเละประเมินสถานการณ์ระดับยุทธศาสตร์เพื่อเสนอเเนะเเนวทางการป้องกันเเละเเก้ปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงเเห่งชาติ (2559-2562) ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการศึกษาเเละจัดทำข้อเสนอเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานสภาความมั่นคงเเห่งชาติ (2562 – ปัจจุบัน) เป็นต้น

“ เขาเป็นหนึ่งในอดีต ส.ส. จากพรรคการเมืองอื่นที่ไหลเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ นอกเหนือจากอดีต ส.ส. พื้นที่อีสานและมาดามเดียร์ โดยมั่นใจต่อการทำงานของหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด 4 ปีนี้ ประกอบกับเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำงานอย่างเอาจริงเอาจังผลักดันนโยบายได้จนประสบความสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ทุกนโยบายที่ประกาศต่อรัฐสภา

นอกจากนั้นแล้วพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นสถาบันการเมืองตัวอย่างที่ดำรงอยู่อย่างมั่นคงพร้อมเปิดโอกาสให้คนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการทำงานการเมืองไม่ว่าจะเป็นบทบาทใดและกับเราก็คุ้นเคยกันดีเพราะดิฉันเองก็เคยร่วมงานกับคุณพ่อ คือคุณปองพล อดิเรกสาร บ้านนี้เป็นคนดีกันทั้งบ้าน”ดร.มัลลิกา กล่าว

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี
เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี
เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

ปาล์ม-ลูกปองพล อดิเรกสาร  สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรีปาล์ม-ลูกปองพล อดิเรกสาร สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544442

08 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ เดินสายช่วย ‘ก้าวไกล’ หาเสียงที่ลำพูน เปิดเวทีแนะนำนโยบายและรับฟังปัญหา ส.ป.ก.ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด ให้ประชาชนมีที่ทำกิน แต่จำกัดไม่ให้เปลี่ยนเกิน 50 ไร่ต่อเจ้าของสิทธิ เพื่อไม่ให้นายทุนฉวยโอกาส

8 มี.ค. 2566 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล ออกเดินสายหาเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรคก้าวไกลอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ได้ร่วมเปิดเวทีรับฟังปัญหาจากประชาชนที่บ้านสบเมย ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน ร่วมกับ มานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน พรรคก้าวไกล ทั้ง 2 คน คือ วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก และ ชัชพีร์ วรรณาพิรัชย์

.

โดย ต.ทาขุนเงิน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประเด็นปัญหาการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งธนาธร ระบุว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่มีความสำคัญ ตนเห็นว่าพรรคก้าวไกลได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ เช่นเดียวกับประเด็นข้อพิพาทที่ดินอื่นๆ เพราะปัญหาที่ดินเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนนับล้าน และนั่นทำให้พรรคอนาคตใหม่มาจนถึงพรรคก้าวไกล มุ่งมีบทบาทในคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาโดยตลอด

จากที่ติดตามการทำงานของพรรคก้าวไกล เห็นว่าพรรคได้ไปรับฟังประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมาตลอด 4 ปีในหลากหลายพื้นที่ ทำให้พรรคก้าวไกลวันนี้ ได้ข้อสรุปการแก้ไขปัญหาเป็นชุดร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดินตามที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงร่างกฎหมายเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด อันเป็นผลมาจากการตกผลึกร่วมกันว่าทางแก้ปัญหาไม่ใช่การออก ส.ป.ก. เพิ่ม แต่คือการทำให้ ส.ป.ก. เป็นโฉนด แก่ประชาชนที่ควรต้องได้รับสิทธินั้น ในกรณีที่ตามเอกสารยังเป็นชื่อผู้ใช้ประโยชน์เดิมหรือทายาทที่ได้รับสิทธิโดยชอบธรรม และจำกัดไม่ให้เปลี่ยนเกิน 50 ไร่ต่อเจ้าของสิทธิ เพื่อไม่ให้นายทุนฉวยโอกาส

“สิ่งหนึ่งที่ทั้งพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลได้รับบทเรียนมาจากการทำงานตลอด 4 ปี คือนโยบายต่างๆ ที่ต้องการผลักดันผ่านสภา หากไม่มีการผลักดันตั้งแต่ปีแรก ก็มีโอกาสยากมากที่จะผ่าน เพราะวาระการประชุมของสภามีหลายเรื่อง เต็มไปด้วยการยื่นเข้ามาแทรกคิวที่วางลำดับไว้” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

นายธนาธร แนะนำผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน พรรคก้าวไกลนายธนาธร แนะนำผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน พรรคก้าวไกล

ทราบจาก สส. พรรคก้าวไกลว่าในการเลือกตั้ง2566 พรรคก้าวไกลได้เตรียมร่างกฎหมายสำหรับนโยบายของพรรคที่ต้องการผลักดันไว้แล้วราว 40 ฉบับ หลังเปิดประชุมสภา พรรคก้าวไกลพร้อมยื่นร่างกฎหมายทั้งหมดเข้าไปในสภาทันที เพื่อให้ทันพิจารณาภายในวาระ 4 ปีของสภาฯ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ชาวลำพูน ฟังการปราศรัยของพรรคก้าวไกลชาวลำพูน ฟังการปราศรัยของพรรคก้าวไกล

โดยมีร่างกฎหมายทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน การปฏิรูปกองทัพ เอาทหารออกจากการเมือง ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การทำน้ำประปาดื่มได้ในระดับประเทศ การปลดล็อกท้องถิ่น การปฏิรูประบบราชการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธนาธรเห็นว่ากฎหมายแต่ละฉบับจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนในสภาฯ ว่าจะมีถึง 251 เสียงเป็นอย่างน้อยหรือไม่

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

“สี่ปีที่ผ่านมา จากอนาคตใหม่จนถึงก้าวไกล เรายึดมั่นในความเชื่อหนึ่งมาตลอด ที่ว่าประเทศไทยที่ดีกว่านี้เป็นไปได้ และการลงทุนที่ถูกที่สุดคือการหย่อนบัตรเลือกตั้งของทุกท่าน เป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุดในการกำหนดอนาคตของประเทศ ถ้าท่านอยากเห็นประเทศไทยในอนาคตแบบเดียวกับที่เราอยากสร้าง ขอให้ใช้สิทธิเสรีภาพของท่านให้เป็นประโยชน์ ร่วมสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ไปด้วยกัน”นายธนาธรกล่าว

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด
เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

 FC นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ FC นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

‘เศรษฐา’ ลุยคลองเตย ลั่น ‘เพื่อไทย’ นั่งรัฐบาล ค่าแรงมากกว่า 600 บาท ทำได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544437

08 มี.ค. 2566

'เศรษฐา' ลุยคลองเตย ลั่น 'เพื่อไทย' นั่งรัฐบาล ค่าแรงมากกว่า 600 บาท ทำได้

‘เศรษฐา’ ลุยคลองเตย รับฟังปัญหา เตรียมถกเป็นนโยบายพรรค ลั่น ‘เพื่อไทย’ นั่งรัฐบาล ค่าแรงมากกว่า 600 บาท ทำได้แน่นอน ด้าน ‘ครูประทีป’ ปลื้ม ว่าที่นายกฯมาเอง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการลงพื้นที่กทม. นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขตคลองเตย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.เขตบางคอแหลม-ยานนาวา และนายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. เขตบางนา-พระขโนง ลงพื้นที่เยี่ยมชมมูลนิธิดวงประทีป พร้อมรับฟังปัญหาในพื้นที

ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป ระบุว่า สลัมคลองเตย เติบโตขึ้นอย่างไร้ระบบ ไร้การพัฒนา มีความเหลื่มล้ำสูง เนื่องจากมีการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างท่าเรือ ทำให้ต้องใช้แรงงานจำนวนมากขนถ่ายสินค้าทำให้ชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยถือเป็นพรรคแรกที่เข้ามารับฟังปัญหาของชาวคลองเตยอย่างจริงจัง และวันนี้เป็นโอกาสดีว่าที่นายกรัฐมนตรีในอนาคตได้เดินทางมารับฟังปัญหาของคนยากคนจนที่นี่ด้วยตัวเอง
 

ส่วนตัวแทนชาวชุมชนคลองเตย สะท้อนปัญหา
1. ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยจากการเวนคืนที่ดินของการท่าเรือ ประชาชนในชุมชนขอที่ดินสักแปลงจากการท่าเรือ ซึ่งมีที่ดินกว่า 2000 ไร่ ขอให้คนในชุมชนเอามาจัดการตัวเอง โดยขอให้ทางการท่าเรือเปิดเวทีทำความเข้าใจกับคนในชุมชน แทนการสำรวจได้หรือไม่ คนในชุมชนยินดีพัฒนาที่ดินแห่งนี้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แต่ช่วยให้ประชาชนชาวคลองเตยมีที่อยู่อาศัย ให้มีทางเลือกที่ไปได้ เพราะคนในชุมชนเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำเท่านั้น ทุกคนรักคลองเตย และอยากให้ที่ดินผืนนี้ดีขึ้นเช่นกัน

2. ปัญหาด้านเศรษฐกิจ วันนี้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ไม่เพียงพอแล้วต่อครอบครัว ครอบครัวหนึ่งรัฐบาลที่แล้วขายฝันว่าจะขึ้นค่าแรงเป็น 400 บาท แต่ก็ทำไม่ได้ หากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถขึ้นค่าแรง 600 บาทได้จริง คนคลองเตยก็รู้สึกยินดี นอกจากนี้ต้องการการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และต้องการสร้างรายได้ให้คนในชุมชน เช่น ทำตลาดน้ำ ทำถนนคนเดิน ส่วนหาบเร่แผงลอยก็ขอให้ขายได้อย่างเป็นระเบียบ 

3. เรื่องปัญหาสุขภาพ วันนี้คนคลองเตยถูกตัดสิทธิหลายอย่าง ล่าสุด ยกเลิกการให้บริการสิทธิบัตรทอง 9 โรงพยาบาลรอบชุมชน ต้องเดินทางไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลไกลจากที่อยู่มาก ขอให้พรรคเพื่อไทยพิจารณาในเรื่องนี้ และขอให้มีนโยบายออกมาดูเรื่องสิทธิประกันสังคมที่ไม่ครอบคลุม และกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมกับผู้มีสิทธิประกันสังคมด้วย

 นายเศรษฐา ทวีสิน รับฟังปัญหาชุมชนคลองเตยนายเศรษฐา ทวีสิน รับฟังปัญหาชุมชนคลองเตย

4.เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พื้นที่นี้มีปัญหาอัคคีภัยสูงมาก แต่ชุมชนและผู้ปฏิบัติงานอาสาสมัครยังขาดอุปกรณ์ช่วยเหลือไม่ว่าชุด รองเท้า รถ ไปจนถึงงบประมาณในการรักษาพยาบาล เมื่อออกไปช่วยเหลือชาวบ้านแล้วประสบอุบัติเหตุ จึงฝากให้พรรคเพื่อไทยมีนโยบายในส่วนนี้

5.เรื่องการศึกษา เชื่อว่าการศึกษาจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลพรรคไทยรักไทยมีโครงการ 1 ชุมชน 1 ทุน แต่ในปัจจุบันไม่มีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้การศึกษาของคนในชุมชนถดถอย เด็กด้อยโอกาส และคนชายขอบไม่มีสิทธิเข้าถึงการศึกษา ทำอย่างไรที่จะทำให้เขาสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ทั่วถึง ได้เดินไปโรงเรียนได้อย่างมีความสุข และได้เรียนอย่างมีคุณภาพ เพราะเด็กในชุมชนไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านที่มีคุณภาพทัดเทียมกับที่อื่น ฝากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอนาคต ทำให้เด็กได้เข้าถึงการศึกษาและมีอาชีพที่ดีทำในอนาคตด้วย

นายเศรษฐา กล่าวว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พรรคเพื่อไทยขอรับปัญหานี้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและนโยบาย ส่วนปัญหาค่าแรง ตนให้คำมั่นสัญญาว่า หากพรรคเพื่อไทยได้รับฉันทามติจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามาเป็นรัฐบาล จะสามารถทำได้สูงกว่า 600 บาทแน่นอน เพราะจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างน้อยปีละ 5% รวมถึงการควบคุมเรื่องพลังงานโดยเฉพาะเรื่องค่าน้ำ และค่าไฟ ซึ่งจะนำปัญหาที่ได้รับในวันนี้ไปเข้าวงนโยบายของพรรคเพื่อหาทางออกอย่างรอบด้าน และจะกลับมาอีกครั้ง ไม่อาจสัญญาได้ว่าจะทำได้ทุกข้อ แต่จะพยายามหาทางแก้ไขทุกเรื่องให้อย่างสุดความสามารถ 

“การหาเงินเข้าประเทศ เชื่อว่า หากพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลและไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใครก็ตาม การค้าระหว่างประเทศจะเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ และจะมีการจัดระบบเที่ยวบิน นำนักท่องเที่ยว และนำรายได้จากการท่องเที่ยวกลับเข้าประเทศได้อย่างแน่นอน” นายเศรษฐากล่าว

ด้านนายนวธันย์ยืนยันหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะเป็นตัวแทนไปจี้และติดตามเอานโยบายต่างๆลงมาให้พี่น้องชาวคลองเตย

 นายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตยนายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย นายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตยนายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย

ชาวคลองเตยให้การต้อนรับชาวคลองเตยให้การต้อนรับ

‘หมอสุภัทร’ เอาผิด ‘โฆษกกระทรวงสาธารณสุข’ ข้อหาหมิ่นประมาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544431

08 มี.ค. 2566

'หมอสุภัทร' เอาผิด 'โฆษกกระทรวงสาธารณสุข' ข้อหาหมิ่นประมาท

‘โฆษกกระทรวงสาธารณสุข’ ถูก ‘หมอสุภัทร’ แจ้งจับ ฐานหมื่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กล่าวหาทุจริตโดยยังไม่ได้ตรวจสอบ

นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือหมอสุภัทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อยโพสต์เฟซบุ๊ก เปิดประสบกาณณ์ แจ้งความครั้งแรกในชีวิต เอาผิดโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหาทุจริตโรงพยาบาลจะนะ

เนื้อหาในเพจระบุว่า 8 มีนาคม 2566 วันที่ต้องจดบันทึกไว้ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มาแจ้งความดำเนินคดีกับคนอื่น คนๆนั้นคือ นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข

นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ  ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อยนพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย

หมอสุภัทรบอกว่า สาระสั้นๆง่ายคือโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้ข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 3 มีนาคม 2566 จนออกข่าวหลายฉบับว่า พบทุจริต – ผิดระเบียบ จากการลงตรวจสอบภายในที่จะนะ  ที่ต้องแจ้งความเพราะ โดยขั้นตอนทางราชการ แม้จะพบความผิดปกติ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีการชี้แจง ดูบริบทเหตุผล แล้วกรรมการจะเป็นผู้สรุปว่า ผิดหรือไม่ ทุจริตหรือไม่ 

การที่หมอรุ่งเรือง รีบเร่งออกมาแถลงก่อนนั่น จึงเสมือนเจตนาทำลาย  อีกทั้งการเป็นตำแหน่งโฆษกสาธารณสุขด้วย ยิ่งต้องระวังในการแถลง  พอพูดออกมา สื่อก็เอาคำพูดคุณหมอรุ่งเรืองไปลงว่า ทุจริต เมื่อเสียหายจึงต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรม แจ้งความหมิ่นประมาท และผิด พรบ.คอมพิวเตอร์

สารวัตรที่โรงพักสะบ้าย้อยบอกว่า คดีใหญ่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าคดีนี้ไม่มีอะไร ง่ายๆตรงไปตรงมาฟ้องเสร็จก็กลับมาทำงานต่อไป รอให้กลไกกระบวนการยุติธรรมทำงาน

หมอสุภัทร บอกอีกว่า ส่วนตัวไม่ชอบเป็นความโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าจำเป็นก็เดินหน้าเต็มตัว คดีใหญ่จริงอีกคดีรออยู่คือ แจ้ง 157 เอาผิดคนสั่งโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งอยู่ระหว่างรอรวบรวมเอกสาร

‘ก้าวไกล’ เปิด 10 นโยบายความเท่าเทียมทางเพศ เนื่องใน ‘วันสตรีสากล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544429

08 มี.ค. 2566

'ก้าวไกล' เปิด 10 นโยบายความเท่าเทียมทางเพศ เนื่องใน 'วันสตรีสากล'

วันสตรีสากล ‘พิธา’ เปิด 10 นโยบายความเท่าเทียมทางเพศเกิดยันแก่ ด้าน ‘ช่อ-พรรณิการ์’ หวัง ‘ก้าวไกล’ เดินหน้าภารกิจสร้างคนเท่ากันของอนาคตใหม่ ต้องสำเร็จ

วันที่ 8 มี.ค. 2566 เนื่องในวันสตรีสากล พรรคก้าวไกล เปิดตัว 10 นโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ โดยร่วมกับ ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) จัดกิจกรรม “กาก้าวไกล เพศไหนก็คนเท่ากัน” โดยปีนี้ เครือข่าย International Women’s Day กำหนดรูปแบบการจัดงานชื่อว่า การโอบรับอย่างเท่าเทียม (Embrace Equity)
 
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันพร้อมสานต่อภารกิจของพรรคอนาคตใหม่ ในการสร้างประเทศไทย คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก ผ่าน 10 นโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศของพรรคก้าวไกล ทุกช่วงอายุตั้งแต่เกิดจนแก่ ประกอบด้วย

1. ผ้าอนามัยไม่เก็บ VAT แจกฟรีในโรงเรียน
ด้วยการยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในสินค้าหมวดหมู่ผ้าอนามัยและของใช้สิ้นเปลืองสำหรับวัยเจริญพันธุ์ และแจกผ้าอนามัยฟรีในสถานศึกษาและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยและความจนประจำเดือน (Period Poverty) โดยเฉพาะสำหรับผู้มีประจำเดือนในวัย 10-25 ปี

2. ปฏิรูปการสอนเพศศึกษา ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ
ด้วยการออกแบบหลักสูตรใหม่ ให้การสอนเรื่องเพศศึกษา (Sex education) ให้ความสำคัญกับค่านิยมต่างๆ เช่น ความเข้าใจเรื่องความยินยอม (consent) ความหลากหลายทางเพศ และสอนเรื่องทางกายภาพอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เยาวชนเข้าใจความสำคัญของการป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่ประสงค์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

3. ตำรวจหญิงทุกสถานี
ด้วยการเพิ่มจำนวนตำรวจหญิง เพื่อให้อย่างน้อยมีเพียงพอต่อการมีพนักงานสอบสวนหญิงประจำทุกสถานีตำรวจ เช่น เพิ่มจำนวนรับให้สูงขึ้น เปิดรับจากบุคคลภายนอกมากขึ้น พิจารณากลับมาเปิดรับนักเรียนนายร้อยหญิง เนื่องจากสถิติของกระทรวงยุติธรรม พบว่าไม่ต่ำกว่า 75% ของผู้หญิงไทยที่เคยถูกคุกคามทางเพศ เลือกที่จะไม่แจ้งความ เหตุผลส่วนหนึ่งคือความไม่สบายใจ เพราะผู้เสียหายสะดวกใจกับพนักงานสอบสวนที่เป็นผู้หญิงมากกว่า นอกจากนี้ ต้องออกแบบกระบวนการอบรมและประเมินตำรวจทุกคนไม่ว่าเพศใด ที่รับผิดชอบคดีคุกคามทางเพศ ให้สามารถดำเนินการด้วยวิธีการและบรรยากาศที่เข้าใจถึงความละเอียดอ่อนของคดีและสนับสนุนให้เหยื่อรู้สึกปลอดภัยในการให้ข้อมูลในกระบวนการยุติธรรมด้วย

4. ปรับปรุงกฎหมายต่อต้านความรุนแรงทางเพศ
ด้วยการแก้ประมวลกฎหมายอาญา และกฎ ก.พ. เพื่อกำหนดนิยามใหม่ของการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ การกระทำอนาจาร และการกระทำชำเราเสียใหม่ เพื่ออุดช่องว่างของกฎหมายให้ครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมมากขึ้น

5. สมรสเท่าเทียม คู่รักทุกเพศแต่งงานกันได้
ด้วยการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว โดยเปลี่ยนคำในตัวบทกฎหมาย จากคำนามที่ระบุเพศ เช่น ชาย-หญิง สามี-ภรรยา เป็นคำนามไม่ระบุเพศ อาทิ บุคคล คู่สมรส เพื่อให้คนทุกเพศสามารถหมั้นและสมรสกันได้ และมีสิทธิในฐานะคู่หมั้นหรือคู่สมรสโดยเสมอหน้ากันทุกประการ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

6. รับรองทุกเพศสภาพ คำนำหน้าตามสมัครใจ
ด้วยการปรับโครงสร้างรัฐและกฎหมายให้รับรองทุกเพศสภาพ เพื่อเป็นรากฐานในการออกแบบนโยบายในทุกมิติ คุ้มครองสิทธิการรับรองทางกฎหมาย ผ่านการกำหนดมาตรการรับรองสถานะความเป็นบุคคลให้ตรงกับเจตจำนงในเพศสภาพของบุคคลนั้น โดยไม่ต้องผ่านการรับรองหรือกระบวนการทางการแพทย์ และคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจ ซึ่งรวมถึง สิทธิในการเปลี่ยนคำนำหน้านามให้ตรงกับเพศสภาพ สิทธิในการเลือกคำนำหน้านามที่เป็นกลางทางเพศ (เช่น “นาม”) สิทธิในการเลือกไม่ใส่คำนำหน้านาม (ระบุเพียงชื่อและนามสกุล) ตลอดจนออกกฎหมายที่ขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคม เพื่อให้ทุก ๆ เพศมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

7. ยุติการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ รับยาฟรี ทุก รพ.สต.
ด้วยการคุ้มครองสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ สำหรับบุคคลที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ให้สามารถรับยายุติการตั้งครรภ์ได้ที่ รพ.สต. ทุกแห่งทั่วประเทศ มีการให้คำปรึกษาหลังจากการยุติการตั้งครรภ์ฟรี เพื่อตรวจสอบและฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้หญิงที่เข้ารับการยุติการตั้งครรภ์

8. สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้
ด้วยการขยายสิทธิลาคลอดจากปัจจุบัน (98 วัน) เพิ่มเป็น 180 วัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักสากลขององค์การอนามัยโลกและกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ที่กำหนดให้บุตรควรได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด โดยพ่อแม่สามารถแบ่งวันลาได้ตามความสะดวก หรือใช้ร่วมกัน เช่น แม่ลา 5 เดือน พ่อใช้อีก 1 เดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาการทำหน้าที่และร่วมกันดูแลลูกในช่วง 1 เดือนแรก

9. ศูนย์เลี้ยงเด็กใกล้บ้าน ห้องปั๊มนมในที่ทำงาน
ด้วยการเพิ่มงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำไปบริหารจัดการเกี่ยวกับการดูแลเด็กเล็กในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตน เช่น การเพิ่มมาตรฐานศูนย์ให้เหมาะกับเด็กเล็ก การเพิ่มสัดส่วนผู้เลี้ยงดูเด็กต่อจำนวนเด็กเล็ก การอุดหนุนสถานเลี้ยงดูเด็กของเอกชน รวมถึงใช้กลไกของ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน กำหนดให้อาคารสำนักงานและสถานประกอบการขนาดใหญ่จำเป็นต้องจัดให้มีสถานที่เลี้ยงดูเด็กเล็กและสิ่งที่เกี่ยวข้อง (เช่น ห้องปั๊มนม) ภายในหรือใกล้อาคารสำนักงานหรือสถานประกอบการ เพื่อความสะดวกต่อการดูแลบุตรของพ่อแม่

10. ตรวจมะเร็งฟรี ไม่ต้องรอหมอสั่งใน Package ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี ของพรรคก้าวไกล
ตรวจคัดกรองฟรี 5 มะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดยให้บรรจุในแพ็กเกจตรวจสุขภาพ รวดเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องรอหมอสั่ง

ปัจจุบันผู้หญิงสามารถตรวจมะเร็งปากมดลูกได้เท่านั้นที่ไม่ต้องรอหมอสั่ง  แต่คนใช้สิทธิ์ยังน้อย ซึ่งพรรคก้าวไกลจะเพิ่มสิทธิตรวจสุขภาพประจำปีของประชาชนให้ครอบคลุมขึ้นและมีแรงจูงใจเป็นค่าเดินทาง ติดตามรายละเอียดได้ในการเปิดนโยบายสุขภาพเร็วๆ นี้

ด้านพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ปาฐกถาพิเศษ จากอนาคตใหม่สู่ก้าวไกล กับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ช่วงหนึ่งว่า ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่วันแรกในสภาฯ พยายามผลักดันให้ผู้หญิงเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรก แต่กลับถูกหัวเราะเยาะ บอกทุกอย่างเป็นไปตามโควตาของพรรคการเมือง 
คุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้แทนราษฎร ถูกเรียกว่า “นายธัญญ์วาริน” และถูกผู้แทนราษฎรคนอื่นโห่ใส่ เพียงเพราะทาลิปสติกสีแดงและใส่กระโปรง เราผ่านวันที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไม่สามารถผ่านวาระสภาทันสมัยประชุม แม้จะเป็นวาระหลักที่ประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องก็ตาม ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า ภารกิจของอนาคตใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ และเป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลต้องทำต่อให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

“เราเฝ้ารอวันที่ผู้แทนราษฎร ไม่ว่าเพศใด ความเชื่อแบบใด ปฏิบัติต่อทุกคนเท่ากันและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน วันที่ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงที่จะพูดเรื่องสิทธิของผู้หญิงหรือสิทธิความหลากหลายทางเพศ แต่ผู้แทนราษฎรต้องมีความตระหนักและพูดเรื่องนี้ได้ทุกคน ในฐานะสิทธิพื้นฐานของประเทศนี้ ไม่ใช่แค่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง” พรรณิการ์กล่าว

พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้าพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า

‘วันสตรีสากล’ ปชป. แสดงจุดยืนความเสมอภาคทางเพศ สร้างโอกาสผู้หญิงทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544420

08 มี.ค. 2566

'วันสตรีสากล' ปชป. แสดงจุดยืนความเสมอภาคทางเพศ สร้างโอกาสผู้หญิงทุกคน

‘วันสตรีสากล’ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนให้ความสำคัญบทบาทผู้หญิง ความเสมอภาค เตรียม 66 หญิงแกร่งลงศึกเลือกตั้ง ทำงานเพื่อประเทศ พร้อมโชว์ผลงานนโยบายโดนใจผู้หญิง

วันที่ 8 มี.ค. “วันสตรีสากล” นักการเมืองหญิงแห่งพรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนให้ความสำคัญส่งเสริมบทบาทผู้หญิง สู่การเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างเสมอภาค สร้างโอกาสแก่ผู้หญิงให้มีพลัง มีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียม มีความมั่นคงในชีวิต เพื่อจะได้เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป 

นำโดย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค คุณวทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ คุณรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานบอร์ดบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คุณรัศมี ทองสิริไพรศรี นางแบบและนักแสดงชื่อดัง คุณดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตพระนคร – ป้อมปราบฯ สัมพันธวงศ์-ดุสิต คุณชมพูนุท นาครทรรพ คณะทำงาน รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คุณศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตพญาไท ราชเทวี และคุณผ่องศรี ธาราภูมิ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีต ส.ส. จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันแถลงขับเคลื่อนนโยบายเกี่ยวกับผู้หญิง ของพรรคประชาธิปัตย์ 

นักการเมืองหญิงของประชาธิปัตย์แถลงข่าว วันสตรีสากลนักการเมืองหญิงของประชาธิปัตย์แถลงข่าว วันสตรีสากล

วันสตรีสากลของทุกปี ถูกกำหนดขึ้นเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทผู้หญิงพัฒนาบ้านเมือง ซึ่งพบว่า การเลือกปฏิบัติและความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศยังคงมีอยู่ในทุกสังคม หากไม่แก้ไข อาจใช้เวลาถึง 300 ปี โลกนี้ถึงจะมีความเสมอภาค เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเคยกล่าวไว้

สำหรับสังคมไทย ปัจจุบันมีประชากรผู้หญิงมากกว่าชายอยู่ 1 ล้านคน ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย เฉลี่ย 6-8 ปี หมายความว่า หากส่งเสริมผู้หญิง จะได้พลังอันยิ่งใหญ่และยืนนาน แต่หากละเลยปัญหาที่ผู้หญิงต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นฐานะแม่ คนหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ปัญหาในอาชีพการงานต่างๆ การถูกกีดกัน ความรุนแรงในครอบครัว และอีกมากมาย ซึ่งหากผู้หญิงถูกทำให้อ่อนแอ ถูกตัดโอกาส สิ่งที่ตามมาคือ การเสียโอกาสของสังคม

โดยพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมว่าที่ผู้สมัครหญิงในระบบเขต 66 คน ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง และจะมีจำนวนเพิ่มอีกจากผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ ทุกคนล้วนเป็นคนที่พร้อมทำงานเพื่อผู้หญิง ทำงานเป็นทีม มีผู้มากประสบการณ์ทางการเมือง สส.หลายสมัย รัฐมนตรี นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ นักธุรกิจ นักสิ่งแวดล้อม เกษตรกร 
หลายคนเป็นผู้ทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมอย่างใกล้ชิด เช่น เครือข่ายผู้หญิง สลัมสี่ภาค ต่อต้านการค้ามนุษย์ คนพิการ แรงงาน กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ โดยพรรคได้ใช้ประสบการณ์ของบุคคลากร ถ่ายทอดเป็นกิจกรรมการอบรมให้ความรู้ทั่วประเทศ ในหลายเรื่อง อาทิ การส่งเสริมผู้หญิงเข้าสู่การเมืองท้องถิ่น การวางแผนการเงิน การแก้หนี้ครัวเรือน การปลุกพลังในตัวผู้หญิง ช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

พรรคประชาธิปัตย์ขอให้คำมั่นว่า จะเดินหน้าแก้ปัญหาความไม่เสมอภาค การกีดกัน และการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งเร่งสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคงในชีวิตแก่ผู้หญิงทุกคน โดยการกำหนดนโยบายที่ครอบคลุมทุกด้าน ล้วนแต่เป็นเรื่องที่โดนใจผู้หญิง เช่น เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า นมโรงเรียน 365 วัน ซึ่งแม่ทุกคนชอบมาก ธนาคารชุมชน ช่วยให้ผู้หญิงที่ต้องการประกอบอาชีพในชุมชนเข้าถึงแหล่งเงิน ไม่ต้องไปเผชิญกับการทวงหนี้โหด การออกโฉนดที่ดิน เป็นสิ่งที่เครือข่ายสตรีเรียกร้องมานานเรื่องที่ดินทำกินเพื่อความมั่นคงในชีวิต รวมถึงจะสนับสนุนผู้หญิงให้เข้ามามีบทบาททางการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ


นอกจากนั้นยังมีชุดนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่ครอบคลุมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง อาทิ 1)การส่งเสริมสตรีสู่ผู้ประกอบการหญิง 2)การส่งเสริมสถาบันครอบครัวและดูแลครอบครัวเปราะบาง 3) สวัสดิการให้การดูแลแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ 4)ศูนย์เด็กเล็กมีคุณภาพในท้องถิ่นและโรงงาน 5)การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 6) การส่งเสริมความเสมอภาคเท่าเทียม ห้ามเลือกปฏิบัติ ตามม.27 ของรัฐธรรมนูญ 7) การยกระดับมาตรการคุ้มครองแรงงานเด็กและสตรีให้เป็นไปตามหลักสากล การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ.ความเสมอภาคเท่าเทียม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ร.บ.ป้องกันการค้ามนุษย์ 8) การส่งเสริมให้สตรีมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เช่น เป็นนักเมืองท้องถิ่น หรือการกำหนดโควต้าผู้หญิงในคณะกรรมการต่างๆ และ 9)การสร้างความตระหนักในการจัดทำงบประมาณโดยคำนึงถึง ความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศวัยและสภาพของบุคคลเพื่อความเป็นธรรม (Gender Responsive  Budgeting) เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่พรรคประชาธิปัตย์มุ่งมั่นขับเคลื่อน เพื่อสร้างพลังและโอกาสแก่ผู้หญิง ให้เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติ และเราจะทำงานควบคู่ไปกับภาคประชาสังคมเหมือนที่ได้ทำมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขอให้มั่นใจในความตั้งใจและประสบการณ์ของพวกเรา

นักการเมืองหญิงของประชาธิปัตย์นักการเมืองหญิงของประชาธิปัตย์

‘ม.หอการค้า’ เผย ‘เลือกตั้ง’ คนตื่นตัว ‘ต้านคอร์รัปชัน’ ‘ซื้อเสียง’ ไม่เลือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544422

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

08 มี.ค. 2566

'ม.หอการค้า' เผย 'เลือกตั้ง' คนตื่นตัว 'ต้านคอร์รัปชัน' 'ซื้อเสียง' ไม่เลือก

‘ม.หอการค้า’ เผยประชาชนร้อยละ 83 ไม่เลือก ‘พรรคการเมือง’ ที่ไม่มีนโยบาย ‘ต้านคอร์รัปชัน’ ชัดเจน ร้อยละ 86 ‘ซื้อเสียง’ ก็ไม่เลือก ทิศทางความต้องการเปลี่ยนจากปากท้องเป็นต้านคอร์รัปชัน

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในรอบ 10 ปี ประเด็นร้อนแรงตั้งแต่ต้นปีจนคงหนีไม่พ้น “คอร์รัปชัน” ของเหล่าข้าราชการ นักการเมืองที่ประชาชนเป็นผู้เลือกเข้าไปบริหารประเทศ ยกตัวอย่าง การจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง ชุดน้ำพุราคา 6 ล้านบาท แต่ใช้งานไม่ได้ ต้นทองอุไร ต้นละ 6 พันบาท ทว่าการ “คอร์รัปชัน” คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องใหม่สำหรับคนไทย ทว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย เพราะ “ม.หอการค้า” ได้เผยผลสำรวจประชาชนต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมืองในการ “เลือกตั้ง” ปี 2566 เกือบร้อยเปอร์เซ็น “ต้านคอร์รัปชัน” 
 ตารางแสดงผลสำรวจความเห็นประชาชนต้านคอร์รัปชั่นตารางแสดงผลสำรวจความเห็นประชาชนต้านคอร์รัปชั่น

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้า ได้สรุปผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 2,255 ตัวอย่าง ช่วงระหว่างวันที่ 5-25 มกราคม 2566 ว่า ปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไขมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือปัญหา “คอร์รัปชัน” รองลงมาคือการศึกษา และอันดับ 3 คือลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อน 3 อันดับแรกคือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การศึกษา และคอร์รัปชัน

รศ.ดร.ธนวรรน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้ารศ.ดร.ธนวรรน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้า

ประชาชนเกือบร้อยละ 90 ต้องการพรรคการเมืองที่มีนโยบาย “ต้านคอร์รัปชั่น” ชัดเจน เป็นรูปธรรม นักการเมืองมีความซื้อสัตย์ ใช้งบประมาณคุ้มค่า เข้ามาบริหารประเทศแล้วต้องโปร่งใส ช่วยแก้ไขวัฒนธรรมการทุจริตในทุกรูปแบบ ให้ประชาชนมีความร่วมในการตรวจสอบ และร้อยละ 80 พรรคการเมืองไหนที่ไม่มีนโยบายชัดเจนจะไม่เลือก นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มอีกด้วยว่า ประชาชนเกือบร้อยละร้อย ถ้าพรรคการเมืองไหนจ่ายเงินซื้อเสียงจะไม่เลือกแน่นอน โดยให้เหตุผลว่าไม่โปร่งใสตั้งแต่เริ่มต้น 

“นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมืองมีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนมาก แต่ต้องปฏิบัติได้จริง นี่เป็นโอกาสสำคัญที่พรรคการเมืองจะทำป้ายหาเสียงนโยบายต้านคอร์รัปชั่น เพราะตอนนี้ทุกกลุ่มอายุไม่ทานทนกับคอร์รัปชั่นอีกต่อไป ทุกคนยังมีความเชื่อ ความหวัง ความศรัธทาที่จะได้พรรคการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาปราบคอร์รัปชัน” อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้า กล่าว


 นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และประธานกรรมการมูลนิธิ  บอกว่า จากผลสำรวจชี้ให้เห็นชัดเจนว่าประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ยอมรับคนโกงเหมือนในอดีตที่เคยสำรวจพบว่า ประชาชนยอมให้คอร์รัปชันได้บ้าง ถ้าหากประเทศยังได้ประโยชน์ แต่วันนี้ทิศทางเปลี่ยนไปชัดเจนต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อน แม้ว่าคุณจะทำประโยชย์  แต่ถ้าโกงก็ไม่เอา เวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่สุด ที่เราจะส่งเสียงให้เป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ประชนชนต้องทำเรื่องนี้ให้เข้มแข็ง ต้องสำเร็จ ต้องมีความหวังร่วมกัน หากถึงวันเลือกตั้งแล้วยังไม่มีตัวเลือก ก็ต้องไปใช้สิทธิประสงค์ไม่ลงคะแนน ทำ 1 เสียงของเราให้มีพลังที่สุด 

นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

 ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) บอกด้วยว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ยุคตักตวงผลประโยชน์กำลังจะหมดไป ได้คนยุคใหม่เข้ามาทำประโยชน์ให้ประชาชน ขณะเดียวกันพรรคการเมืองต้องมีนโยบายจับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำพูดหวานหู 

ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

‘เพื่อไทย’ ได้พิธีกร ‘อายุน้อยร้อยล้าน’ เป็นผู้สมัคร สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544418

08 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' ได้พิธีกร 'อายุน้อยร้อยล้าน' เป็นผู้สมัคร สส.

พิธีกรรายการ ‘อายุน้อยร้อยล้าน’ ลงสมัครฯ สส. ในนามพรรค ‘เพื่อไทย’ มั่นใจ มีประสบการณ์ ขับเคลื่อนนโยบาย SME ได้ฉลุย

เฟซบุ๊ก อายุน้อยร้อยล้านเผยแพร่คลิปวิดีโอ เปิดตัว อรรฆรัตน์ นิติพน หรือ ก้อง พิธีกรรายการ อายุน้อยร้อยล้าน เป็นว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย

บางช่วงบางตอนในคลิปต์วีดีโอแนะนำตัว อรรฆรัตน์ ระบุว่า เขาอาจจะใหม่ในวงการการเมือง แต่เป็นคนหนึ่งที่เดินทางจากใต้สุดไปเหนือสุด พูดคุยกับพี่น้องที่ทำมาหากินมากที่สุดคนหนึ่ง และเชื่อว่าจะเป็นผู้สื่อสารความต้องการของคนที่อยากจะเต็บโต SME คนทำธุรกิจได้

อรรฆรัตน์ หรือ ก้อง บอกว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อนำเสนอมุมมองจากภาคธุรกิจ SME กับพรรคเพื่อไทย ทำให้เชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย ว่าแทบจะเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ทำได้จริง แก้ไขปัญหาได้จริง และ 8 ปีมานี้ ก็ทำให้คิดถึงบรรยากาศของการทำธุรกิจเมื่อก่อน ซึ่งทุกอย่างดูสดใส ดีกว่านี้ และโอกาสก็มากกว่านี้

ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน เชื่อมั่นว่า จากการเดินทางทั่วไทยตลอดชีวิตการทำงาน ททำให้ได้เห็นชีวิตและการทำมาหากินของพี่น้องชาวไทยเหนือจรดใต้ แล้ววันนี้เมื่อได้รับโอกาสจากพรรคเพื่อไทยที่อยากให้นำความรู้ และประสบการณ์ที่มีมาช่วยพัฒนาชีวิตคนไทย จึงขอฝากให้ทุกคนติดตามและสนับสนุนพในบทบาทการทำงานครั้งใหม่นี้ด้วย