‘ชูวิทย์’ เผย แฉไม่ได้ทุกพรรค อัด ‘ภูมิใจไทย’ ช่วงเลือกตั้ง เหตุทำเสียหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544339

07 มี.ค. 2566

'ชูวิทย์' เผย แฉไม่ได้ทุกพรรค อัด 'ภูมิใจไทย' ช่วงเลือกตั้ง เหตุทำเสียหาย

‘ชูวิทย์’ เปิดใจ ไม่ได้รับงานถล่มพรรคการเมืองไหนเป็นพิเศษ ล็อกเป้า ‘ภูมิใจไทย’ ช่วงใกล้เลือกตั้ง เพราะคนสนใจ

เป็นอีกเรื่องราวเครื่องเคียง ที่คอการเมืองต่างให้ความสนใจอกสนใจ ติดตาม รวมทั้งคอทั่วไป ที่สดับรับฟัง การดำเนินการเปิดโปง ของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่รุหนักพรรคภูมิใจไทย การประมูล รถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมทั้งยังปะทะคารมกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายใหญ่บ้านพระอาทิตย์ จึงทำให้มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า นายชูวิทย์ รับงานใครโจมตีภูมิใจไทย หรือไม่ 


รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้เชิญ นายชูวิทย์ มาพูดคุยกันในรายการ หัวข้อ  ปอกเปลือก “ชูวิทย์” คิดล้มใครแน่

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์

ทำไมถึงเดินหน้าแฉ พรรคภูมิใจไทย ก่อนการเลือกตั้ง เป็นคำถามที่ถูกตั้งขึ้น นายชูวิทย์ เปิดคำตอบที่น่าสนใจว่า ถ้าจะให้พูดทุกพรรคมันเละ การเมืองไม่ได้สอนให้ใครเป็นคนดี เลวน้อย เลวสมาก อันนี้มาว่ากัน แต่จะมาหาคนดีในการเมืองมันไม่มีหรอก 

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์
ส่วนการเลือกพูดในช่วงก่อนเลือกตั้ง แม้จะมีการพูดกันมาก่อนหน้านี้แล้ว นายชูวิทย์ บอกว่า การนำเสนอไม่เหมือนกัน ข้อมูลคุณมี แต่การพรีเซนต์คุณไม่เป็น การนำเสนอให้ประชาชนเข้าใจไม่ต้องมาก อย่างที่พูดเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีหลักการง่าย ๆ พูดรับเหมา คนเดินรถ ล้มประมูลครั้งที่ 1 เพราะมีคนเสนอถูกเกินไป และไม่มีเงินทอนให้ ประมูลครั้งที่ 2 ได้แพงขึ้น แล้วถามประชาชนว่า ถ้ามีพูดรับเหมาก่อสร้าง 2 ราย รายหนึ่งดำเนินการ 9 พันล้านบาท กับอีกราย 7 หมื่นล้านบาท 
 

จะเลือกใคร แน่นอนต้องเลือก 9 พันล้านบาท เพราะคุณสมบัติมันผ่านแล้ว แต่เตะ ผู้รับเหมา 9 พันล้านบาทไป เอารายที่เสนอ 7 หมื่นล้านบาทแทน  นายชูวิทย์ อธิบายต่อถึงคำถามที่ว่ารับงาน บีทีเอส มา เขาบอกว่า ผมรับงาน แต่ผมไม่ได้รับเงิน ตรงนี้เป็นเรื่องของเงินภาษี

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์

ในการรับงานที่ว่า ชูวิทย์ บอกต่อไปว่า การรับโดยตรงไม่มี แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งจากฝ่ายค้าน และที่สืบค้นเอาเอง หัวใจของเรื่องคือการล็อกสเปก เพราะไทยเพิ่งจะมีความเชื่อมชาญในด้านการขุดเจาะอุโมงค์ ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนต่างประเทศเขาชำนาญกันมาร่วม 100 ปี ในไทยนั้น มีเพื่อ 2 บริษัทเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติ และมีความพยายามที่จะล็อกให้ตรงกับบริษัทที่ต้องการให้ได้การประมูลนี้  ชูวิทย์ ยืนยันว่า หากฝ่ายไหนที่เสนอราคาถูกกว่า เขาก็พร้อมที่จะเลือกฝ่ายนั้น 


ส่าวนที่ทำหาใบเสร็จเงินทอน ที่ นายชูวิทย์ อ้างถึงนั้น เขาอธิบายว่า การรับเหมา ยังไม่มีการเซ็นสัญญา แล้วเขาจะจ่ายไหม เมื่อมีการเซ็นสัญญาแล้ว รับเงินจึงจะมีการโอนเงินให้  แต่ก็มีการเปิดบัญชีรอรับเงินแล้ว ในเรื่องกัญชา ชูวิทย์ บอกว่า ในต่างประเทศยังคงเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และมีผลกระทบในเรื่องการรักษา และมีผลกระทบต่อสังคมสูง แล้วทำไมถึงไม่ออกเป็นกฎหมายมา ออกแค่กฎกระทรวงเท่านั้น เพราะหลายพรรคการเมืองเขาไม่เอาด้วย แล้วการจะนำกัญชาออกมาใช้ ต่างประเทศยังต้องมีการทำประชามติก่อน 
 

การที่เลือกมาพูดตอนนี้ เพื่อตั้งใจให้มีผลในช่วงเลือกตั้ง คือ คำตอบของ นายชูวิทย์ เพราะถ้าพูดก่อนหน้านี้จะไม่เป็นที่สนใจ การสื่อสารไม่จำเป็นต้องฟังแต่พรรคการเมืองอย่างเดียว ตนก็มีสิทธิในการสื่อสารกลับไป ในฐานะประชาชน แล้วที่คนมองว่า มี 2 พรรคการเมืองที่จะได้ผลประโยชน์จากการแฉครั้งนี้ คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ กับ เพื่อไทย ชูวิทย์ บอกว่า แล้วทำไมไม่มองว่าพรรคอื่น ๆ จะได้ผลประโยชน์บ้าง 

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์
เรื่องการพูดถึง นายเศรษฐา ทวีสิน ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ที่มีบุคคลข้างกาย ที่ชื่อ ขงเบ้ง ซึ่งเป็นตัวละครที่ นายชูวิทย์ เคยพูดถึงในเรื่องของ อาบ อบ นวด ซึ่ง ชูวิทย์ บอกว่า ถ้า นายเศรษฐา ทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็จะพูดอย่างแน่นอน ส่วน ขงเบ้ง เป็น คนเดียวกับที่แนะนำให้มีการไปกู้เงินที่เกาะเคย์แมน มาซื้ออาบ อบ นวด เดอะลอร์ด ภายใต้เจ้าของเดิม  ขงเบ้ง เป็นคนข้างกายนายเศรษฐา มีบทบาทในการให้กู้เงินของ นายกำพล เจ้าของเดอะลอร์ด 

เพื่อไทย เตรียมแจ้งความเอาผิด สนธิญา สวัสดี มั่ว ร้องยุบพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544338

07 มี.ค. 2566

เพื่อไทย เตรียมแจ้งความเอาผิด สนธิญา สวัสดี  มั่ว ร้องยุบพรรค

หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค เพื่อไทย เตรียมเล่นงาน สนธิญา สวัสดี ฐานร้อง ยุบพรรค มั่ว ไม่มีการกระทำใด เข้าข่ายความผิด

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เตรียมเอาผิดนายสนธิญา สวัสดี ที่ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ยุบพรรคเพื่อไทย  โดยอ้างว่ามีการกระทำที่ขัดมาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 72 และมาตรา 92 (3) ของ พรป.พรรคการเมือง และกรณีการแต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้ช่วยหาเสียง เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 (2) เนื่องจากนายณัฐวุฒิ ฯ ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว ขัดต่อคุณธรรมจริยธรรมนั้น

การปราศรัยของหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมาที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเพียงพูดว่านายวีรศักดิ์ ฯ และทีม อบจ. และพรรคเพื่อไทยเป็นกลุ่มเดียวกัน มีความหมายเพียงว่า บุคคลตามที่กล่าวมาเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพื่อนำไปสู่การแลนด์สไลด์เท่านั้น ไม่ได้มีการกระทำใดที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาควบคุม ครอบงำหรือชี้นำการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในลักษณะที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด 

การที่บุคคลใดจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดนั้น ยอมเป็นสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นที่จะพึงกระทำได้ อันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในทางการเมือง และพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้มีการกระทำใดที่จะถือเป็นการยินยอมให้บุคคลเหล่านั้นกระทำการในลักษณะเช่นนั้นแต่อย่างใดเช่นกัน

ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในพื้นที่ต่างๆ เพราะพรรคเพื่อไทย ได้แต่งตั้งให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรค และยื่นเอกสารดังกล่าวต่อเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งไปก่อนหน้านั้นแล้ว แม้นายณัฐวุฒิ ฯ จะมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัคร สส. หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นสมาชิกพรรคก็ตาม แต่นายณัฐวุฒิ ฯ ยังคงเป็นผู้     มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายที่จะเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคและผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยได้ ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ข้อกล่าวอ้างของนายสนธิญา จึงไม่เข้าองค์ประกอบใดๆ ที่จะถือว่าพรรคเพื่อไทยกระทำการอันฝ่าฝืนต่อกฎหมายพรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญ และพรรคเห็นว่านายสนธิญา ได้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยมิได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ครบถ้วนและถูกต้องเสียก่อน

พรรคจึงเห็นว่าการกระทำของนายสนธิญาอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 101 ของกฎหมายพรรคการเมืองที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น  พรรคเพื่อไทยจึงจะได้ยื่นคำร้องขอให้ กกต. ได้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนและเอาผิดต่อไป

นอกจากนี้ ได้ทราบข้อเท็จจริงว่ามีแกนนำบางคนของบางพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง การดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน หากปรากฏหลักฐานชัดเจนพรรคก็จะยื่นขอให้ กกต.ดำเนินการยุบพรรคการเมืองดังกล่าวตามมาตรา 101 วรรคสอง ต่อไปด้วย

เลือกตั้ง66 ‘มาดามเดียร์’ ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ ‘พรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544331

07 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 'มาดามเดียร์' ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ 'พรรคประชาธิปัตย์'

เลือกตั้ง66 ‘มาดามเดียร์’ ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ชี้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อผลิดอกออกผลให้สวยยิ่งกว่า ชวนทุกคนกลับบ้านหลังเดิม มั่นใจเลือด ปชป. ยังไหลอยู่ในคน กทม.

โค้งสุดท้ายก่อนยุบสภาและเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง66 ‘มาดามเดียร์’ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเน้นย้ำในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร(กทม.)ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 คน 33 เขต ว่า วันนี้การที่ตนมายืนอยู่ตรงนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้ทุกคนได้มีความมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเพียงเลือดที่ไหลออกไป แต่ยังมีเลือดคนรุ่นใหม่อย่างตน และผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไหนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย 

ซึ่งในทุกประวัติศาสตร์ ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องมีการสูญเสียเป็นเรื่องปกติ ประชาธิปัตย์เองก็เป็นเช่นนั้น เพราะเราคือต้นไม้ใหญ่ เมื่อจะผลิดอกออกผลก็ต้องผลัดใบเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้สมัยหน้าเราจะผลิดอกออกผลให้สวยงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันที่แสดงให้เห็นว่าอุดมการณ์และความเป็นสถาบันที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนอยู่เหนือตัวบุคคล และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคดำรงอยู่คู่คนไทยมายาวนานถึง 77 ปี” น.ส.วทันยา กล่าว

น.ส.วทันยา กล่าวว่า ในประวัติศาสตร์เราเห็นการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองหลายพรรค เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เพื่อต้องการชนะการเลือกตั้ง โดยเอาอำนาจ เอาตำแหน่งเป็นที่ตั้ง และพรรคเหล่านั้นก็อยู่ได้เพียง 1-2 สมัยแล้วก็ล้มหายตายจากไป ซึ่งการที่เรามานั่งอยู่พร้อมกันวันนี้ เพราะที่นี่เรามีประชาชนเป็นที่ตั้ง 

มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยในวันเปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม.มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยในวันเปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม.

ที่พูดแบบนี้จะบอกว่าเราไม่ได้อยู่เหนือใคร แต่เราทำงานการเมือง เราตระหนักเสมอตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งพรรคจนถึงวันนี้ว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน และตั้งแต่ทีม กทม. ทำงานมาเพื่อเตรียมสู่ศึกการเลือกตั้งครั้งหน้า เราทำโครงการ ฟัง-คิด-ทำ เพราะถือว่าประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ เป็นแกนกลางของประชาธิปัตย์
 

และต่อเนื่องมาจนถึงงานในวันนี้ ”ประขาธิปัตย์เท่ากับประชาชน” เพราะต้องการย้ำให้เห็นว่าประชาชนอยู่เหนือพรรคประขาธิปัตย์ โดยผู้สมัคร สส.ของพรรคเป็นผู้ที่อาสามาเป็นสะพานเชื่อมประสานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

มาดามเดียร์ : “ขอบคุณทุกคนที่ยังคงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด"มาดามเดียร์ : “ขอบคุณทุกคนที่ยังคงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด”

เลือกตั้ง66 'มาดามเดียร์' ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ 'พรรคประชาธิปัตย์'

“ขอบคุณทุกคนที่ยังคงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด รวมถึงหลายคนที่ก่อนเคยสนับสนุน แต่ว่าอาจจะมีนอกใจไปเลือกพรรคใหม่พรรคอื่นบ้าง แต่สุดท้ายก็ผิดหวัง เดียร์จึงอยากจะบอกว่าให้ทุกคนกลับมาบ้านหลังเดิม กลับมาช่วยทำบ้านหลังนี้ให้เข้มแข็ง อบอุ่น และยิ่งใหญ่ไปกว่าเดิม เพราะสุดท้ายบ้านหลังนี้เป็นบ้านของประชาชนอย่างแท้จริง และเดียร์เชื่ออย่างยิ่งว่าเลือดของพรรคประชาธิปัตย์ยังคงไหลเสียนอยู่ในคน กทม. เสมอ” น.ส.วทันยา กล่าวทิ้งท้าย

12 พรรคการเมืองจัดเต็มบุก ‘ตราด’ ชิง 1 เก้าอี้ สส. เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544327

07 มี.ค. 2566

12 พรรคการเมืองจัดเต็มบุก ‘ตราด’ ชิง 1 เก้าอี้ สส. เขต

ยกทัพบุก ตราด หลายพรรคการเมืองส่งผู้สมัครฯ สส. ชิง 1 เก้าอี้ พื้นที่เศรษฐกิจศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวภาคตะวันออก

แม้ตราด จะเป็นจังหวัดเล็กๆ มีผู้แทนราษฎรได้เพียง 1 คน แต่ก็นับว่ามีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวภาคตะวันออก

โดยการเลือกตั้งปี 66  ตราด ยังคงมีเขตเลือกตั้ง 1 เขต สส. 1 คน เช่นเดียวกับการเลือกตั้งปี 62 แต่หากย้อนกลับไป กว่า 2 ทศวรรษ จังหวัดนี้ ถือเป็นฐานการเมืองสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะถูกตีแตกไปในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยพ่ายให้กับ พรรคอนาคตใหม่ หรือ ก้าวไกล ในปัจจุบัน

เมื่อผลเลือกตั้งปี 62 สะท้อนให้เห็นสมการการเมืองเปลี่ยน ทำให้หลายพรรคต่างมุ่งส่งคนลงเจาะพื้นที่ และกลายเป็นงานยาก งานหนัก ของสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแม่ทัพภาคตะวันออก กับภารกิจกอบกู้ สส. กลับคืนมาให้มากที่สุด โดยมีขวากหนามทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน รอจังหวะเสียบ

การเลือกตั้งปี 66  มี 12 พรรคการเมือง เปิดตัวส่งคนเข้าประชันโฉมที่จังหวัดตราด แต่เมื่อโฟกัสไปยังพรรคซึ่งเป็นที่รู้จักมักคุ้น

พื้นที่แชมป์เป็นของ ศักดินัย นุ่มหนู จากพรรคก้าวไกล ดีกรีนักธุรกิจด้านอาหาร ที่สามารถเอาชนะ ธีระ สลักเพชร ของพรรคประชาธิปัตย์ ดีกรีเป็นถึงอดีต สส. มาแล้ว 5 สมัย อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย

ซึ่งรอบนี้ ศักดินัย ก็จะยังลงรักษาเก้าอี้ในนามพรรคก้าวไกลตามเดิม โดยมีคู่แข่งคนสำคัญรายเดิม คือ ธีระ สลักเพชร จากพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมกลับมาแก้มืออีกครั้ง

ขณะที่ เพื่อไทย ซึ่งประกาศจะเอาแลนด์สไลด์ทุกจังหวัด ส่ง กำนันเล็ก ทินวัฒน์ เจียมอุย อดีตผู้สมัคร สส. ไทยรักษาชาติ มาลงสู้ในนามพรรค โดยพกฐานคะแนนจาก ส.อบจ. ตราด ชมรมผู้สูงอายุทั่วทั้งจังหวัด ตลอดจนสมาชิกตราดเอฟซี และแรงสนับสนุนจากสมาคมเอกชนบางแห่ง ตุนในกระเป๋า

ถัดมาเป็นพรรคซีกอนุรักษ์นิยมอย่าง พลังประชารัฐ ก่อนหน้านี้ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เมื่อครั้งยังอยู่ใต้ปีก ลุงป้อม เตรียมส่ง ประทีป เลขาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีจับกัง สู้ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ แต่เมื่อ เสี่ยเฮ้ง ชัดเจนขอขึ้นเขาลงห้วยไปกับ ลุงตู่ ทำให้ ประทีป รีโนเวทศูนย์ประสานงานชนิดยกใหญ่ เพื่อรับหน้าที่ผู้สมัครรวมไทยสร้างชาติ

เมื่อ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ขอกอดคอไปกับ ลุงตู่ พลังประชารัฐจึงส่งเด็กในคาถาของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจรมว.อุตสาหกรรม คือ กิตติธัช ไชยอรรถ ที่ปรึกษารัฐมนตรี มาลงชิงเก้าอี้ โดยอาศัยฐานเสียงจากชุมชนต่างๆ หลังลงพื้นที่ไม่ขาด พร้อมหวังบารมีลุงป้อมมาเป็นตัวเสริม    

ปิดท้ายด้วยภูมิใจไทย ดันที่ปรึกษาของ กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ คือ วศิน พงษ์ศิริ มารับหน้าที่ชิงเก้าอี้ สส. ซึ่งหลังจากเปิดตัวเป็นทางการไปแล้ว ก็ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ

แม้ดูเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ในทางการเมืองต้องถามว่า เล็กแน่นะวิ เพราะดูภูมิหลัง ผู้สมัครฯแต่ละคนล้วนมีบิ๊กแบ็คอัพ มาช่วยเสริม ในสนามเลือกตั้ง66 ที่นี่เปรียบได้ดั่งศึก ช้างชนช้าง

‘สมศักดิ์’ ให้อำนาจ สุริยะ ‘ตัดสินใจ’ อยู่หรือไป จากพรรคพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544319

07 มี.ค. 2566

'สมศักดิ์' ให้อำนาจ สุริยะ  'ตัดสินใจ' อยู่หรือไป จากพรรคพลังประชารัฐ

กลุ่มสามมิตร ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ‘สมศักดิ์’ ให้ ‘สุริยะ’ ตัดสินใจ เรื่องการย้ายพรรค เชื่อแยกกันได้ไม่ต้องไปเป็นกลุ่มก้อน

นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร บอกว่า การย้ายพรรคหรือไม่ขึ้นอยู่กับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำอีกคนของกลุ่มสามมิตร เพราะเหลือระยะเวลาอีกกว่าสิบวัน จะถึงกำหนดเรื่องยุบสภา ที่มีการคาดหมายกันว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคมนี้   ระยะเวลาที่เหลือน่าจะตัดสินใจได้ แต่ที่ผ่านมา สามมิตร ไม่เคยเป็นฝ่ายค้านจะไปไหนก็ไปในทิศทางเดียวกัน

ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร นาย สมศักดิ์ อธิบายถึงท่าทีที่ดูเหมือนยังลังเลว่า เพราะยังมีงานต้องรับผิดชอบในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ ทั้งเรื่องกฎหมายปราบปรามการทรมานอุ้มหาย งานที่ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเรื่อง ที่พักของผู้ต้องหาที่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุดให้ศาลสามารถสั่งให้อยู่ในสถานที่บางสถานที่ได้ ซึ่งจะต้องทำให้เสร็จในสัปดาห์หน้า

ส่วนสมาชิกในกลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจอย่างไร  ขึ้นอยู่กับบริบททางการเมือง ที่จะขยับอย่างไรให้อยู่รอด เพราะทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การย้ายไปเป็นกลุ่มก้อนใช่ว่าจะมั่นคงเสมอไป  ส่วนหลังการเลือกตั้งจะกลับมาร่วมงานกันอีกหรือไม่นั้น หากมีโอกาส ก็เชื่อว่าการพูดคุยเจรจาจะง่ายขึ้น

‘นายกฯ’ กลับมาทำงานวันแรก หลังพักรักษามือบวมติดเชื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544317

07 มี.ค. 2566

'นายกฯ' กลับมาทำงานวันแรก หลังพักรักษามือบวมติดเชื้อ

ภารกิจแรก ‘นายกฯ’ เข้าร่วมประชุมครม. หลังพักรักษามือบวมติดเชื้อที่รพ.พระมงกุฎเกล้า เผยอาการดีขึ้นเยอะ ด้าน ‘ธนกร’ ชี้ไม่มีผลเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง

วันนี้ 7 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับมาทำงานเป็นวันแรก หลังจากเข้ารับการรักษามืออักเสบมือข้างขวาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

โดยเมื่อช่วงเช้านายกรัฐมนตรี ลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกสันติไมตรี เพื่อมาประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พบว่ายังคงใส่เผือกอ่อนอยู่ เดินมาพร้อมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ และคณะ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดๆตึงๆหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ต้องทำงานอยู่ THANK YOU สื่อทุกคน 

ด้านนายธนกร ระบุว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ แข็งแรงมาก อาการเจ็บไม่มีอาการหนัก ไม่มีผลต่อการเดินสายปราศรัยหรือลงพื้นที่หาเสียง แต่อาจจะต้องปรับกำหนดการเล็กน้อย  ซึ่งวันที่ 10 กำหนดการจะลงพื้นที่ อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา และวันที่ 11 ที่ จ. สงขลา ยังคงมีอยู่ 
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการนายกรัฐมนตรีนั้น มือข้างขวาอักเสบ และตัดสินใจเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม เนื่องจากบวมมาก ทีมแพทย์ตรวจพบ มีน้ำเหลืองขังอยู่ จึงตัดสินใจทำหัตถการเล็กๆ เปิดแผลที่มือเพื่อระบายเอาน้ำเหลืองที่อักเสบติดเชื้อออก และทำการเย็บแผลเป็นที่เรียบร้อย 

วาระ ‘ครม.’ จับตาแผนรถไฟฟ้าอนาคต เวนคืนที่ บิ๊กตู่ หายดีนั่งหัวโต๊ะถกประชุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544303

06 มี.ค. 2566

วาระ 'ครม.' จับตาแผนรถไฟฟ้าอนาคต เวนคืนที่ บิ๊กตู่ หายดีนั่งหัวโต๊ะถกประชุม

วาระประชุม ‘ครม.’ กระทรวงคมนาคม เสนอแผนรถไฟฟ้าในอนาคต พร้อมเสนอเวนคืนที่ดิน อ.บ้านฉาง ระยอง ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ออกจากโรงพยาบาลทันนั่งหัวโต๊ะถกประชุม

ประชุม “ครม.” ประจำวันที่ 7 มี.ค.66 โดยวันนี้การ ประชุมครม. มีหลายวาระที่ต้องจับตา โดยเฉพาะวาระสำคัญที่กระทรวงคมนาคมจะมีการรายงานผลการดำเนินงานของ กระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งแผนและโครงการรถไฟฟ้าในอนาคต โดยนายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้นำเสนอแทน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เพิ่งโดนศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไป

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีรายงานว่า อาการเมือข้างขวาติดเชื้อจนต้องเจาะน้ำเหลืองออกดีขึ้นมากสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และจะเข้าร่วมประชุม “ครม.” ในวันที่ 7 มี.ค.66 ได้ตามปกติ

โดยวาระประชุม “ครม.” มีรายละเอียดดังนี้

กระทรวงคมนาคม: ผลการดำเนินงานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยในงบประมาณ พ.ศ.2565 นโยบายของคณะกรรมการและโครงการและ แผนงานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยในอนาคต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี

กระทรวงการคลัง: รายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนีของรัฐบาลที่มีระยะเวลาการชำระหนี้เกิน 12 เดือน ซึ่งดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565  

สภาภัฒน์: รายงานผลการขับเคลื่อนและติดตามการดาเนินงานการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัดผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหาร ท้องถิ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลนายกรัฐมนตรี  ปีงบประมาณ พ.ศ.2566

วาระเพื่อทราบ เป็นเรื่องที่ “ครม.” เห็นชอบ หรือ อนุมัติ ดังนี้


กระทรวงคมนาคม: ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลสำนักท้อ ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง พ.ศ…

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: ร่างพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนอุทยานแห่งชาติป่าภูเปื้อน ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือบางส่วน ในท้องที่ตำบลแสงภา อาเภอนาแห้ว จังหวัดเลย พ.ศ…
 

กระทรวงสาธารณสุข: ร่างกฎกระทรวงบตัรเจ้าพนักงานท้องถิ่นเจ้าพนักงานสาธารณสุขและผู้ซึ่ง ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการ สาธารณสุข พ.ศ… นายอนุทนิ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี

ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ…
 

ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการเสนอแต่งตั้งเอกออัครราชทูตประจำประเทศต่าง ๆ  ได้แก่ สาธารณรัฐมาร์แชลล์  สาธารณรัฐกานา สาธารณรัฐโปแลนด์ สาธารณรัฐกัวเตมาลา

รวมไปถึงการนำเสนอ ผลการประชุมสุดยอดอาเซียน – สหภาพยุโรป (อียู) สมัยพิเศษ ค.ศ.2022 และ ผลการประชุมสภารัฐมนตรีสมาคมแห่งมหาสมทุรอินเดียครั้งที่ 22

อย่างไรก็ตามการประชุม “ครม.” ยังมีเรื่องเพื่อเพื่อพิจารณา ดังนี้

กระทรวงการคลัง: การขยายอายุมาตราการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (ระยะเวลา1ปี)

กระทรวงอุตสาหกรรม: การกาหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจาหน่ายน้ำตาลขั้นสุดท้าย ฤดูกาลผลิตปี /2564/2565

สำนักพระพุทธศาสนา: อนุมัติผ่อนผันประโยชน์การใช้พนื้ที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เพื่อจัดตั้งวัดอนาลโยทิพยาราม จังหวัดพระเยา

ขออนุมัติผ่อนผันประโยชน์การใช้พนื้ที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เพื่อจัดตั้งบ้านห้วยน้ำผัก(ที่พักสงฆ์เทิดพระเกียรติสิรินธร)จังหวัดเลย

กระทรวงมหาดไทย : ขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน กรณีแผนงานโครงการวางท่อขยายเขตจาหน่ายน้ำประปา 1 โครงการ

ขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 วันที่ 23กรกฎาคม 2534 วันที่ 22 สิงหาคม 2543 และวนั ที่ 17 ตุลาคม 2543 ที่ห้าม ใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนสำหรับการดาเนินการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองสวีเฒ่าบนเส้นทางสายปากแพรก – วิสัยใต้ พร้อมถนนผิวจราจรคลุกหมู่ที่ 2 ตาบลปากแพรกเชื่อม ตาบลวิสัยใต้ อาเภอสวี จังหวัดชุมพร

กระทรวงการคลัง: ขอความเห็นชอบการปรับปรุงอัตราค่าจ้างขั้นสูงสุดของพนักงานระดับรองกรรมการจัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี: การกู้เงินเพื่อใช้ในกิจการของสำนักงานธนานุเคราะห์ประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 300 ล้านบาท

‘ปชป.’ เปิดตัว 33 ผู้สมัคร กทม. ย้ำอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่แตะสถาบันฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544300

06 มี.ค. 2566

'ปชป.' เปิดตัว 33 ผู้สมัคร กทม. ย้ำอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่แตะสถาบันฯ

‘ปชป.’ เปิดตัว 33 ผู้สมัคร กทม. ‘จุริทน์’ ย้ำอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่แตะสถาบันฯ ด้าน ‘มาดามเดียร์’ ชวนชาวกรุงกลับบ้านหลังเดิม

พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต ภายใต้งาน “ประชาธิปัตย์ = ประชาชน DEM FOR ALL” นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทวงพาณิชย์ , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค , นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย , น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง


นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้นอกจากการประกาศตัวผู้สมัครครบทั้ง 33 เขต แล้ว ยังต้องการแสดงให้เห็นถึงความมั่นคง แข็งแรง ของพรรค โดยยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังเปลี่ยน แต่เปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ มีสิ่งหนึ่งที่ประชาธิปัตย์ไม่เปลี่ยน และไม่เคยคิดเปลี่ยน คือ อุดมการณ์ ประชาธิปัตย์ พร้อมกับสะท้อนจุดยืนของ 3 ข้อ 

เปิดตัว 33 ผู้สมัคร กทม.เปิดตัว 33 ผู้สมัคร กทม.
 

จุดยืนที่ 1 ประชาธิปัตย์จะมุ่งมั่นพาพรรคเดินไปข้างหน้าไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต 
จุดยืนที่ 2 ประชาธิปัตย์จะเดินหน้าพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย 3 เสาหลัก 
เสาหลักที่ 1 ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นจุดยืนที่ไม่มีวันเปลี่ยนสำหรับประชาธิปัตย์ สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยกเลิกมาตรา 112 เพราะเป็นบทคุ้มครองประมุขของประเทศที่ทุกประเทศ ต้องมีไว้คุ้มครองประมุขของตัวเอง
เสาหลักที่ 2 ประชาธิปัตย์จะเดินหน้าประชาธิปไตยสุจริต 
เสาหลักที่ 3 ประชาธิปไตยอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นประชาธิปไตยท้องอิ่ม จะพาประเทศไทยเดินหน้าไปด้วยยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ และสร้างความผาสุกให้คนกทม. 
จุดยืนที่ 3 ประชาธิปัตย์ขอประกาศ ไม่เอาธนกิจการเมือง ไม่เอาการเมืองที่ใช้เงินประมูลตัวผู้แทนราษฎร ไม่เอาการเมืองที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพราะนี่คือต้นตอของการถอนทุนคืน นี่คือต้นตอของการทุจริตคอรัปชั่น และนี่คือต้นตอของการนำประเทศและประชาธิปไตยไปสู่หายนะ 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ด้านน.ส.วทันยา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เลือดไหล กำลังจะแย่แล้ว ก็เป็นเหตุผลที่ตนต้องมาที่นี่ ไม่ใช่แค่ไหลออกแต่มีเลือดใหม่ไหลเข้าไม่ขาดสาย การเปลี่ยนแปลงถือเป็นเรื่องปกติ พรรคประชาธิปัตย์คือต้นไม้ใหญ่ ผลิดอกออกผลก็ต้องผลัดใบ เพื่อความสวยงามกว่าเดิม วันนี้ทุกคนของพรรคมาอยู่พร้อมกันตรงนี้ เพราะมีประชาชนเป็นที่ตั้ง 

สำหรับทีม กทม. ของพรรคก็ได้ทำโครงการฟังคิดทำ เตรียมงานต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ ขอชวนทุกคนกลับมาบ้านหลังเดิม ทำให้เข้มแข็งมากขึ้น เชื่อว่าเลือดประชาธิปัตย์ยังไหลเวียนใน กทม. เสมอ 

น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์

ด้านนายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตลอด 4 ปี ปัญหา กทม. ไม่ได้น้อยลง ไม่ได้รับการแก้ไขที่ดีพอ ครั้งนี้เป็นโอกาสของตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ 33 คน ซึ่งพวกเราไม่หนีไปไหน อยู่มา 77 ปี และจะอยู่เพื่อประชาชนตลอดไป ผู้สมัครทุกคนมุ่งมั่นมีพลังอยากทำงานเพื่อบ้านเมือง ต้องแก้กฎหมายเพื่อความคล่องตัว ดังนั้นกำลังสำคัญก็ต้องมาจาก 33 คน 

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

‘ฟิล์ม-รัฐภูมิ’ ควง ‘บูรฮันธ์’ ปราศรัย จ.ปัตตานี ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544295

06 มี.ค. 2566

'ฟิล์ม-รัฐภูมิ' ควง 'บูรฮันธ์' ปราศรัย จ.ปัตตานี ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา

‘ฟิล์ม-รัฐภูมิ’ ควง ‘บูรฮันธ์’ ผู้สมัคร สส.ปัตตานี ขึ้นเวทีประกาศลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ‘ศธ.’ พร้อมหนุนเพิ่มศักยภาพเต็มที่

นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมด้วย นาย บูรฮันธ์ สะเม๊าะ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปัตตานี พลังประชารัฐ เขต 4 ขึ้นเวทีพบปะประชาชน อ.ยะรัง อ.มายอ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เตรียมเน้นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้การบรรจุครูเข้าสอนในพื้นที่ขาดแคลน มีโรงเรียนที่เปิดทำการเรียนการสอนได้เพียง 1-2 โรงเรียนต่อจังหวัด

ฟิล์ม-รัฐภูมิ ปราศรัยจ.ปัตตานีฟิล์ม-รัฐภูมิ ปราศรัยจ.ปัตตานี

ประชาชนแก้ไขเบื้องต้นด้วยการตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยผู้ใหญ่เป็นผู้เข้าทำการเรียนการสอนให้เด็กมีพัฒนาการด้านการเรียน การอ่าน และเขียน เยาวชนเสียโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ทั้งที่เยาวชนในพื้นที่ สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา ทั้งไทย มาลายูและอาราบิค จำเป็นต้องเข้าไปส่งเสริมด้านการศึกษาเพิ่มขึ้น

ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการโดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาอย่างเต็มที่ หลังจากนี้จะผลักดันเป็นหนึ่งนโยบายการทำงานของพรรคในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ (ซ้าย)นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ (ซ้าย)

นายรัฐภูมิ ยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ได้รับการช่วยเหลือจากนายบูรฮันธ์ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างในต่างประเทศในช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 สามารถช่วยเหลือได้ประมาณ 40,000 คน ทำให้เป็นที่รัก และเข้าใจปัญหาของคนในพื้นที่เป็นอย่างดี

นอกจากนี้เตรียมนำปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ทุกระบบ ที่มีส่วนสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ในการประกอบอาชีพ ความปลอดภัยในพื้นที่ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเสนอต่อพรรคด้วย

ชาวบ้านจ.ปัตตานีชาวบ้านจ.ปัตตานี

‘ปชป.’ ปฏิเสธสกัด สส.ชัยชนะ ลงว่าที่ผู้สมัคร ปมปราศรัยพาดพิงสถาบันการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544287

06 มี.ค. 2566

'ปชป.' ปฏิเสธสกัด สส.ชัยชนะ ลงว่าที่ผู้สมัคร ปมปราศรัยพาดพิงสถาบันการศึกษา

‘นิพนธ์’ ปฏิเสธผู้ใหญ่ในพรรค สกัดสส.ชัยชนะ ไม่ให้ลงว่าที่ผู้สมัคร หลังถูกวิจารณ์ปราศรัยพาดพิงสถาบันการศึกษา ด้าน ‘อลงกรณ์’ วอนสังคมให้โอกาส ยืนยันปรับตัวมุ่งเน้นชี้แจงผลงาน

วันที่ 6 มี.ค. 2566 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธข่าวลือ กรรมการบริหารพรรคไม่พอใจและมีการกดดันนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ไม่ให้ลงสมัครว่า ไม่เป็นความจริง 

โดยเป็นประเด็นหลัง สส.ชัยชนะ ขึ้นปราศัยจ.พัทลุง (วันที่ 4 มี.ค.) พูดถึงคุณภาพของผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 คน จบมาจากต่างประเทศ แต่จากพรรคอื่น จบจาก ม.ทักษิณ และ ม.รามคำแหง เป็นต้น ต่อมาออกมาขอโทษแล้ว 
 

นายนิพนธ์ บุญญามณี นายนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดว่า เจ้าตัวไม่ได้มีเจตนาที่จะด้อยค่าสถาบันการศึกษาในประเทศ เพียงแต่ยกตัวอย่างให้เห็นถึงความพร้อมของผู้สมัครที่ต้องการนำความรู้ต่างๆมาพัฒนาบ้านเกิดให้เจริญรุ่งเรืองเท่านั้น

โดย สส.ชัยชนะ ถือเป็นกำลังสำคัญในการสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช เพราะดูแลปัญหาทุกข์สุขตลอดการเป็นผู้แทนราษฏร จากเหตุการณ์นี้ เชื่อว่า สส.ชัยชนะ จะนำไปเป็นบทเรียน แก้ไขให้มีความรอบคอบมากขึ้น และทราบว่าขณะนี้มีพรรคการเมืองบางพรรคพยายามที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง
      

นายอลงกรณ์ พลบุตรนายอลงกรณ์ พลบุตร

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เข้าใจดีถึงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยและการตำหนิติเตียนต่อคำปราศรัยดังกล่าว ซึ่งสมาชิกพรรคก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกันและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนราคาแพงทั้งของตัวสส. และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต้องขอโทษและขออภัยมา ณ โอกาสนี้

สส.ชัยชนะ เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกลในการรับใช้ประเทศชาติ วันนี้รู้ว่าผิดและสำนึกผิด แถลงขอโทษต่อสังคมและขอขมาต่อมหาวิทยาลัยทักษิณทันที แสดงถึงความรู้ผิดชอบชั่วดีผิดพลาดแล้วแก้ไข นับเป็นตัวอย่างที่ดี จึงขอให้สังคมไทยให้อภัยให้โอกาส โดยพรรคประชาธิปัตย์จะปรับปรุงตัวเองและเปลี่ยนแปลงการปราศรัยทางการเมือง โดยมุ่งเน้นการชี้แจงแถลงวิสัยทัศน์ นโยบายและผลงานเพื่อเป็นตัวอย่างของการเมืองแบบสร้างสรรค์ต่อไป