2 อดีตส.ส. 4 สมัย จ.เชียงราย ย้ายซบ”ไทยสร้างไทย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539600

25 ธ.ค. 2565

2 อดีตส.ส. 4 สมัย จ.เชียงราย ย้ายซบ"ไทยสร้างไทย"

“ไทยสร้างไทย” เปิดตัว 2 อดีตส.ส. 4 สมัย “บัวสอน-สฤษดิ์” พร้อม 3 ส.ส.จังหวัดเชียงราย ตั้งเป้าสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพิ่มรายได้ในพื้นที่รายปีละ 30-50%

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัว 2 อดีตส.ส. 4 สมัย คือ นายบัวสอน ประชามอญ และนายสฤษดิ์ อึ้งอภินันท์ อดีตส.ส. เชียงราย ที่ย้ายมาอยู่กับพรรคไทยสร้างไทย รวมถึงเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดเชียงราย อีก 3 คน คือ นายอภิชิต ศิริชัย , นายรชฎ อึ้งอภินันท์ และ นายอุดมเดช ดวงแก้ว 

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การค้าชายแดน สามารถระบายสินค้าทางการเกษตรออกไปยังภูมิภาคต่างๆที่สำคัญได้ แต่ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจไม่เคยวางเป้าหมายในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับภาคเหนือ หรือจังหวัดเชียงรายเลย ไม่สนับสนุนอย่างเต็มศักยภาพ แต่พรรคไทยสร้างไทยมองเห็นศักยภาพของภาคเหนืออย่างเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ สามารถเพิ่มรายได้เพิ่มคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆได้ 

นโยบาย 3 สร้าง
สร้างพลังอำนาจให้กับประชาชน เช่น การผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดที่จังหวัดเชียงราย แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากติดขัดปัญหาอุปสรรคด้านกฎหมายที่กดทับ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทย มีนโยบายในการพักหรือแขวนกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการทำมาหากินไว้ กว่า 1,300 ฉบับไว้ 3-5 ปี ดังนั้น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่เคยมีข้อจำกัดในด้านกฎหมายจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน 

รวมถึงพรรคไทยสร้างไทยที่ยังมีกองทุนต่างๆ โดยเฉพาะการพักหนี้ ไว้3ปีและชำระดอกเบี้ยให้เกษตรกร 2 ปี ให้เกษตรกร คนตัวเล็ก SMEsลุกขึ้นมาสู้ได้และจะมีการเติมทุนด้วยกองทุนคนตัวเล็กที่ดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ต่อเดือนเท่านั้น เพื่อให้พี่น้องในชนบทตั้งตัวได้ด้วยแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยถูก

สร้างรายได้ เช่น ที่เชียงรายจะเน้น 3เรื่อง
– เรื่องการท่องเที่ยว 
– เรื่องสินค้าเกษตร ที่เชียงรายจะเป็นศูนย์ใหญ่ ในการแปรรูปและขนส่งสินค้าทางการเกษตร ส่งไปยังประเทศจีน 
– การพัฒนาเชียงรายให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ 
ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องชาวเชียงรายและจังหวัดเชียงรายมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30%-50%

สร้างความสุข ด้วยนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3000 บาทและการลงทุนสร้างอนาคตให้ลูกหลานด้วยนโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี 
 

อย่างไรก็ตาม วันนี้นายบัวสอน มีการเปิดศูนย์ประสานงาน พรรคไทยสร้างไทยเขต 8 และ ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน มีพี่น้องชาติพันธ์ม้ง อิวเมี่ยน อาข่า ไทล้านนา ไทอีสาน เข้าร่วมงานกว่า 6,000 คน และมอบบัตรเครือข่ายบำนาญประชาชน ให้กับสมาชิกที่มาร่วมสมัครเป็นเครือข่ายบำนาญประชาชนกันอย่างล้นหลาม

“เพื่อไทย”แฉ”กรมอุตุนิยมวิทยา”ทำงานพลาดมหันต์ เหตุ”เรือหลวงสุโขทัย”ล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539592

25 ธ.ค. 2565

"เพื่อไทย"แฉ"กรมอุตุนิยมวิทยา"ทำงานพลาดมหันต์ เหตุ"เรือหลวงสุโขทัย"ล่ม

“เพื่อไทย”แฉ”กรมอุตุนิยมวิทยา”แจ้งเตือนตำแหน่งพยากรณ์ผิด จนเกิดเหตุ”เรือหลวงสุโขทัย”ล่ม เตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ”พลเอกประยุทธ์-ชัยวุฒิ”แต่งตั้ง”อธิบดีกรมอุตุฯ”ทั้งที่ประสบการณ์เป็นศูนย์

หลังเกิดเหตุการณ์สุดสลดเมื่อเรือหลวงสุโขทัยอัปปางลงเมื่อเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 18 ธ.ค. ทำให้ขณะนี้มีผู้กำลังพลรอดชีวิต 76 นาย สูญหายและเสียชีวิตหลายราย โดยยังไม่มีใคออกมายืนยันถึงสาเหตุครั้งนี้

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้กรมอุตินิยมวิทยาผิดพลาดอย่างรุนแรง ไม่ได้แจ้งเตือนไปยังเรือหลวงสุโขทัย โดยประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา 3 ฉบับ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ให้ระวังคลื่นลมอ่าวไทยสูงทั้ง 2-4 เมตร และ 2-8 เมตร ระหว่างวันที่ 17-20 ธันวาคม พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอยู่ที่ภาคใต้ตอนล่าง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา เป็นต้นไป

แต่เรือหลวงสุโขทัยล่มเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.นั้น เกิดพื้นที่บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นการพยากรณ์อากาศที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก แจ้งตำแหน่งพยากรณ์ผิด แจ้งแบบกว้างๆ ไม่มีการระบุพิกัดชัดเจน ไม่ได้ระบุว่าคลื่นสูงกว่า 4 เมตร ห่างจากฝั่งเท่าไหร่ ตำแหน่งไหน แต่ระบุว่า เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ซึ่งหมายความว่า เรือใหญ่สามารถออกจากฝั่งได้หรือไม่ ทั้งหมดตนไม่โทษใคร หากประกาศแจ้งเตือนอย่างถูกต้อง เรือรบหลวงสุโขทัยก็จะไม่ออกจากท่าเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพราะไม่มีกัปตันเรือคนไหนเอาเรือออกมาท่ามกลางคลื่นสูงขนาดนั้น 

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนปัจจุบันไม่เคยทำงานที่กรมอุตุนิยมวิทยามาก่อน เคยเป็นเสมียนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย แต่ต่อมานายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน และตั้งน.ส.ชมภารี ขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ทั้งๆที่ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาเป็นศูนย์ ซึ่งงานนี้ต้องรับผิดชอบ

หลังจากนี้จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตามมาตรา 152 เนื่องจากเป็นผู้แต่งตั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงนายชัยวุฒิก็จะต้องโดนด้วย สร้างความเสียหายให้กับประเทศเรือรบหลวงลำหนึ่งมูลค่า 5 พันล้านบาท และสูญเสียชีวิตกำลังพลด้วย 

เพื่อไทยแฉสาเหตุเรือหลวงสุโขทัยล่มเพื่อไทยแฉสาเหตุเรือหลวงสุโขทัยล่ม

ไตรมาสสุดท้าย ประชาชนเลือก”บุคคล-พรรค”บริหารประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539572

25 ธ.ค. 2565

ไตรมาสสุดท้าย ประชาชนเลือก"บุคคล-พรรค"บริหารประเทศ

“นิด้าโพล” เผยผลสำรวจประชาชน คะแนนนิยมทางการเมืองไตรมาสสุดท้าย หลัง”พลเอกประยุทธ์”ประกาศไป รทสช. คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นทั้งตัวบุคคลและพรรค

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง การสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 4/2565 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-22 ธันวาคม 2565 จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง

ประเด็นบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” ในวันนี้ 5 อันดับแรก 
อันดับ 1 ร้อยละ 34.00 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊งค์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคสามารถทำได้จริง ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร 
อันดับ 2 ร้อยละ 14.05 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ขณะที่บางส่วนระบุว่า จะได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง 
อันดับ 3 ร้อยละ 13.25 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ มีวิสัยทัศน์และแนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล 
อันดับ 4 ร้อยละ 8.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
อันดับ 5 ร้อยละ 6.45 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ ชื่นชอบนโยบายของพรรค มีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ 

โดยหัวหน้า 2 พรรคใหญ่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) ตกไปอยู่อันดับที่ 9 และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับที่10

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/65 เดือนกันยายน 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ , พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ , ดร.สมคิด และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า น.ส.แพทองธาร , พลเอกประยุทธ์ , นายพิธา , นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ประเด็น พรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุน
อันดับ 1 ร้อยละ 42.95 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
อันดับ 2 ร้อยละ 16.60 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
อันดับ 3 ร้อยละ 8.30 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย 
อันดับ 4 ร้อยละ 6.95 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
อันดับ 5 ร้อยละ 5.35 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ 
อันดับ 6 ร้อยละ 5.25 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
อันดับ 7 ร้อยละ 4.00 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ 
อันดับ 8 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
อันดับ 9 ร้อยละ 3.25 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
อันดับ 10 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า 
ร้อยละ 2.60 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรคไทยศรีวิไลย์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/65 เดือนกันยายน 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ และไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย และพรรคชาติพัฒนากล้า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

สำรวจความคิดเห็นประชาชนสำรวจความคิดเห็นประชาชน

‘ก้าวไกล’ ปักธง ภาคเหนือตอนล่าง เลือกตั้งครั้งหน้า หวังเก้าอี้เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539540

24 ธ.ค. 2565

'ก้าวไกล' ปักธง ภาคเหนือตอนล่าง เลือกตั้งครั้งหน้า หวังเก้าอี้เพิ่ม

จัดสัมมนา ผู้สมัคร ส.ส. ‘ภาคเหนือ’ ตอนล่าง พรรคก้าวไกลหวัง ได้เก้าอี้ส.ส.เพิ่มมากขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งหน้า

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ ปดิพัทธ์ สันติภาดา กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล  วางยุทธศาสตร์ คณะกรรมการจังหวัด และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.8 จังหวัดภาคเหนือล่าง เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมต่อสู้ทุกรูปแบบทุกกติกา

เชื่อประชาชนยอมรับการเมืองแบบอุดมการณ์มากขึ้น แม้ภาคเหนือต้องสู้กับบ้านใหญ่ ปักธง ส.ส.ก้าวไกล สมัยหน้า 4 จังหวัดเหนือล่าง   ที่ศูนย์เรียนรู้กิ่งก้านใบ บ้านชำป่าหวาย หมู่ 6 ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ชัยธวัช กล่าวว่า การติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบเขตของพรรคก้าวไกล เป็นการตอกย้ำยุทธศาสตร์เลือกตั้งของก้าวไกลเพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างชัดเจนว่า จุดมุ่งเน้นของพรรคอยู่ที่ ส.ส.เขต ยิ่งทำงานยิ่งเชื่อมั่นว่า พรรคก้าวไกลจะมี ส.ส.เขตครบทุกภาคของประเทศไทย

เฉพาะในภาคเหนือตอนล่างจากการประเมินสถานการณ์ และเสียงตอบรับในพื้นที่รวมทั้งผลงานการทำงานของบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลจาก 8 จังหวัด จะต้องได้มาอย่างน้อย 4 จังหวัดแน่นอน โดยเฉพาะ จ.พิษณุโลก ที่มีเพียงเขตเดียว โอกาสจะขยายไปสู่เขตอื่น ๆ

ปดิพัทธ์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมี ส.ส.ใน จ.พิษณุโลก เป็น ส.ส.ที่ทำงานอย่างจริงจัง และจะส่งผลให้ผู้สมัครหน้าใหม่ ทั้งผู้สมัครครั้งที่ผ่านมาที่มีอุดมการณ์มั่นคงทำงานเก่งขึ้น และมีความเป็นตัวแทนมากขึ้น รวมทั้งผู้สมัครรุ่นใหม่ก็มีความพร้อมมากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมา

ผลโพลที่พรรคก้าวไกลทำขึ้น และจากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ มีโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าทุกเขตมีโอกาส  มีความเป็นไปได้

‘จุรินทร์’ควง’นิพนธ์’ ยกทีมปชป.เยือนสกลนคร หวังปักธงอีสานเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539527

24 ธ.ค. 2565

'จุรินทร์'ควง'นิพนธ์' ยกทีมปชป.เยือนสกลนคร หวังปักธงอีสานเหนือ

“จุรินทร์”ควง “นิพนธ์” นำทีมปชป.ลุยสกลนคร เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 6 เขต หวังปักธงอีสานเหนือ โวมีนโยบายรายภาค ดันอีสานเชื่อมโลก ระบุหลังยุบสภา “ชวน – สุทัศน์” เตรียมเจาะฐานเสียง ใช้กลยุทธ์ค่ำไหนนอนนั่นเหมือนในอดีต

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นายสุทัศน์ เงิน หมื่น ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำภาคอีสาน ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสกลนคร ก่อน 6 เขต จาก 7 เขต ที่หอประชุมมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขต สกลนคร อำเภอพังโคน จังหวัดสงขลา 

'จุรินทร์'ควง'นิพนธ์' ยกทีมปชป.เยือนสกลนคร หวังปักธงอีสานเหนือ

ประกอบด้วย เขต 1 นายณปภัช เสโนฤทธิ์ อดีตนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขต 2 นายชาตรี หล้าพรหม เขต 3 นายสาคร พรหมภักดี อดีต สส.และรองโฆษกรัฐบาล เขต 5 นายวีรศักดิ์ พรหมภักดี เขต 6 นางยุพาวรรณ จักรพิมพ์ และเขต7 นายอภิลักษณ์ เคนไชยวงศ์ 

นายจุรินทร์กล่าวว่าในพื้นที่จังสกลนคร นี้มี สส. มาแล้ว 7 สมัยจึงผูกพันธ์กันมายาวนาน ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ขายความเป็นพรรคที่เป็นสถาบันการเมืองขายตัวผู้สมัครที่สำคัญเป็นพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล และสร้างผลงานนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ทำนโยบายให้ ประชาชนอยู่ดีกินดี ขณะเดียวกันมั่นใจว่าจะปักธง มี สส. ในพื้นที่จังหวัดสกลนครเพราะผู้สมัครล้วน มีศักยภาพและชาวบ้านให้การสนับสนุนการเตรียม

'จุรินทร์'ควง'นิพนธ์' ยกทีมปชป.เยือนสกลนคร หวังปักธงอีสานเหนือ

ส่วนความพร้อมการเตรียมพร้อมเลือกตั้งหลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีประกาศ ความชัดเจนสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีแนวโน้มจะยุบสภาหลังปิดสมัยประชุมสภา นั้น ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเตรียมความพร้อมผู้สมัคร สส.ไว้ครบ หมดแล้ว 400 เขต และเตรียมนโยบายหลัก เหลือเพียงรายละเอียดนโยบายรายภาค โดยในส่วนของพื้นที่ภาคอีสาน จะเน้นแก้ปัญหาสร้างรายได้อยู่ดีกินดี อีสานเชื่อมไทย อีสานเชื่อมโลก นำสินค้าในพื้นที่ส่งออกและผลักดันการค้าชายแดน 

ด้านนายสาคร ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 3 จ.สกลนคร อดีต สส. ในพื้นที่ ประกาศขอความเมตตาจากชาวสกลฯ ในฐานะนักการเมืองเก่า ขอเล่นการเมืองครั้งสุดท้าย และจะพัฒนาจังหวัดสกลฯ ให้เทียบเท่า จ.บุรีรัมย์ และหากเข้าไปในสภาจะไม่ทำให้สภาล่มและไม่ได้เป็น สส.มา 15 ปี การที่เข้าในพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ ก็จะพัฒนา จ.สกลนคร ให้เจริญเทียบเท่า จังหวัดใกล้เคียง เช่น เสนอโครงการทำรถไฟทางคู่ จากอุดรธานี เข้าสู่ จ.สกลนคร 

สร้างแลนด์มาร์ก ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ พร้อมขอถนน สี่เลน จากอ.พังโคน สู่ จ.บึงกาฬ สู่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ที่ จ.บึงกาฬ และชูแก้ปัญหา ถนนในหมู่บ้านต้องไม่มีถนนลูกรัง  

สำหรับกลยุทธ์ในการหาเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน หลังยุบสภา พรรคประชาธิปัตย์จะเน้นเจาะฐานเสียงคนอีสาน แบบ”ค่ำไหน นอนนั่น” โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย พรรคประชาธิปปัตย์ พร้อมด้วยนายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะขุนพลภาคอีสานจะร่วมกันลงพื้นที่หาเสียง ไปทุกเขต เหมือนในอดีตที่นักการเมืองจะไปคลุกคลีนอนกับชาวบ้าน ซึ่งจะได้ใจชาวบ้าน ในพื้นที่ภาคอีสาน ขณะเดียวกันก็จะมีการเสริมทัพคนรุ่นใหม่ นายอิสระ เสรีวัฒนกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์

ปชป. มุ่งผลิตเยาวชนคนรุ่นใหม่ ช่วย ‘สื่อสาร’ นโยบายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539516

24 ธ.ค. 2565

ปชป. มุ่งผลิตเยาวชนคนรุ่นใหม่ ช่วย 'สื่อสาร' นโยบายพรรค

พรรรค ‘ประชาธิปัตย์’ รุก โครงการ ฟัง-คิด-ทำ ต่อเนื่อง หวังคนรุ่นใหม่ ช่วยสื่อสาร นโยบายพรรคสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน ฟัง-คิด-ทำ  เวิร์คช้อป เยาวชนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่กับการสื่อสารทางการเมือง ที่ ชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์

โดยองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวเปิดงาน และร่วมบรรยายให้กับผู้ร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นเยาวชน หนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ ที่ตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ และต้องการมาเรียนรู้ร่วมกันสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในการสื่อสารการเมือง เพื่อสร้างความเข้าใจและเผยแพร่นโยบายของพรรคให้กับพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

กิจกรรมนี้ถือว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับการทำงานทางการเมืองและงานอื่น ๆ ด้วย เพราะนอกจากนำไปใช้สื่อสารทางการเมืองแล้วยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เพราะการสื่อสารเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญสำหรับสร้างความรู้ความเข้าใจ และนำไปสู่การสร้างแนวร่วมทางการเมืองได้ หากได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการ

ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค และเลขาคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กทมปชป. ได้มาร่วมบรรยายในหัวข้อ สื่อสารการเมืองให้กับเยาวชนที่มาเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากการให้ความรู้และเทคนิคในการสื่อสารแล้ว 

ยังได้ย้ำถึงจุดยืนของพรรคในการสื่อสารที่ต้องเน้นการนำเสนอข้อเท็จจริง สร้างสรรค์ ไม่ปั้นข่าวลวง และต้องใช้สื่อรูปแบบต่าง ๆ บนความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่หวังแค่การสร้างคะแนนนิยม แต่ทำให้สังคมได้รับผลกระทบ

และทุกคนที่เข้าร่วมอบรม พร้อมจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกปฏิบัติการในวันนี้ไปทำหน้าที่ช่วยสื่อสารในฐานะเยาวชนจิตอาสาของพรรค รวมทั้งนำไปปรับใช้ในด้านอื่น ๆ ต่อไป

นายกฯ เป็นประธานพิธีฉลองสมรสพระราชทานบุตรสาว ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539510

24 ธ.ค. 2565

นายกฯ เป็นประธานพิธีฉลองสมรสพระราชทานบุตรสาว 'สุวัจน์ ลิปตพัลลภ'

งานฉลองสมรสพระราชทาน บุตรสาว สุวัจน์ ลิปจพัลลภ คราคร่ำไปด้วยบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและธุรกิจ โดยมีพล.อ.’ประยุทธ์ ‘เป็นประธาน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมาพร้อม ภริยา เป็ฯประธาน จัดงานฉลองพิธีมงคลสมรสพระราชทาน ของเจ้าสาว น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภลูกสาวของ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ กับนายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ หรือ วิน บุตร นางพิมพ์นิภา พูลวรลักษณ์

นายกฯเป็นประธานในพิธีฉลองสมรสพระราชทาน พราวพุธ ลิปตพัลลภ นายกฯเป็นประธานในพิธีฉลองสมรสพระราชทาน พราวพุธ ลิปตพัลลภ

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก  บุคคลสำคัญในแวดวงการเมือง วงการธุรกิจ อาทิ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายพินิจ จารุสมบัติ นายกร ทัพพะรังสี นายกรณ์ จาติกวณิช นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายชัยเกษม นิติสิริ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช พันตำรวจโท ทวี สอดส่อง นายนิกร จำนง

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี นายสุภกิต เจียรวนนท์ นายชาติศิริ โสภณพนิช นายอาทิตย์ นันทวิทยา นายประยุทธ มหากิจศิริ นายเศรษฐา ทวีสิน นายสนั่น อังอุบลกุล นายสมโภช อาหุณัย นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ นายฮาราล ลิงค์ นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นางจรรยา สว่างจิตร นายไบรอัน มาร์คา พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รวมถึงคนในครอบครัว เพื่อนสนิทที่มาร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก ความ โรแมนติก และความอบอุ่น

สำหรับ น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภ เป็นทายาทคนสุดท้องของ นายสุวัจน์ ปัจจุบันเป็น กรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ต่างๆ ล่าสุดกับ คอนโดมิเนียม ระดับลักชัวรี่ เวหา (VEHHA) ที่หัวหิน ขณะที่ วิน-อิทธิชัย ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของธุรกิจรับฝากของ Lockbox รวมไปถึงโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ เกาะสมุย และ จตุจักรพลาซ่า

จี้ กกต. จับตา ‘ประยุทธ์’ ลงพื้นที่ ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539506

24 ธ.ค. 2565

จี้ กกต. จับตา 'ประยุทธ์' ลงพื้นที่ ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เพื่อไทย จี้ กกต. จับตาพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หลังประกาศเป็น ‘แคนดิเดตนายกฯ’ รวมไทยสร้างชาติ

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. จับตาดู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหลัง ประกาศความชัดเจนจะไปเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรครวมไทยสร้างชาติ

การลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงที่ผ่านมาและหลังจากนี้ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่สองมาตรฐาน ต้องแยกเส้นแบ่งระหว่างการลงพื้นที่ติดตามนโยบายรัฐบาลกับการลงพื้นที่ไปหาเสียงให้ออก

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ ไม่ใช้เวลาของทางราชการไปหาเสียงที่เป็นการเสี่ยงผิดกฎหมายและเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น กฎเหล็กคุมเข้มหาเสียง 180 วันก่อนสภาฯครบวาระของกกต. ต้องไม่ให้นักการเมือง พรรคการเมืองหาประโยชน์ หากพล.อ.ประยุทธ์พยายามอาศัยช่องโหว่ลงพื้นที่ตีกินหาเสียงแบบคาบลูกคาบดอก กกต.ต้องไม่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ต้องไม่เลือกปฏิบัติ



ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่หาเสียงแล้วอ้างว่าไปติดตามนโยบายรัฐบาลก็อ้างไป แต่วันนี้หลายหน่วยงานเกียร์ว่าง แทบไม่รับคำสั่งรัฐบาล เพราะอ่านสัญญาณออกชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ได้กลับมาอีกแล้ว ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีงานอะไรให้ต้องไปติดตาม

กกต.ต้องไม่เกรงใจรัฐบาล ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม” นายอนุสรณ์ กล่าว

ใครจะเป็นรายต่อไป ‘สร้างอนาคตไทย’ เคว้งคว้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539500

24 ธ.ค. 2565

ใครจะเป็นรายต่อไป 'สร้างอนาคตไทย' เคว้งคว้าง

โบกมือลา ประธานภาคกทม. พรรคสร้างอนาคตไทย ‘สุรนันท์ เวชชาชีวะ’ ไม่ลงรอยกับแม่บ้าน และการควบรวมกับพรรคการเมืองอื่น

นอกจากพรรคพลังประชารัฐ ที่มีสมาชิกลาออกมากที่สุดแล้ว พรรคที่แตกหน่อออกมาอย่างสร้างอนาคตไทย ก็ประสบภาวะเลือดไหลเช่นเดียวกัน  สุรนันท์ เวชชาชีวะ คือสมาชิกระดับแกนนำรายล่าสุดที่โบกมือลา ให้เหตุผลว่าต้องดูแลมารดาที่ชราแล้ว 

ถือเป็นแกนนำระดับรองหัวหน้าพรรคและยังเป็นประธานภาค กทม.  ลาออกต่อจาก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคและดูแลผู้สมัครปักษ์ใต้ ที่ย้ายไปอยู่พลังประชารัฐ 

สุรนันท์ เป็นอดีตเลขาธิการนายกฯของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคไทยรักไทย และเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

หนังสือลาออกของสุรนันท์ เวชชาชีวะ หนังสือลาออกของสุรนันท์ เวชชาชีวะ

มีรายงานว่าเหตุผลลึกๆที่ทำให้ตัดสินใจลาออก เพราะมีแนวทางการทำงาน ที่ไม่สอดรับกับเลขาธิการพรรค ซึ่งไม่เคยเป็นส.ส.ไม่เคยผ่านการทำงานการเมืองในสภามาก่อน ทำให้งานหลายอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น 

สุรนันท์ ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย ตามคำชวน ของอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และหวังจะมาช่วยผลักดัน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  แต่เมื่อมีแนวคิดควบรวมกับพรรคไทยสร้างไทย เขาเป็นคนหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นด้วย  เช่นเดียวกับ นิพิฏฐ์

ก่อนหน้านี้ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ยืนยันในรายการคมชัดลึกว่า การลาออกของสมาชิกระดับแกนนำอย่างนิพิฏฐ์ ไม่ได้ทำให้งานการเมืองของพรรคสะดุด แต่การลาออกของประธานภาคกทม. ได้สร้างปัญหาต่อก่อปัญหาใหม่เพิ่มขึ้น

โดยที่ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า จะมีสมาชิกระดับแกนนำคนใด เดินตามรอยนิพิฏฐ์ และสรุนันท์ออกไปอีก หรือไม่  และจะส่งผลกระทบต่อพรรคสร้างอนาคตไทยอย่างแน่นอน

เด็ก”บิ๊กตู่”เคลื่อนไหวแล้ว หลังประกาศเข้า รทสช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539464

23 ธ.ค. 2565

เด็ก"บิ๊กตู่"เคลื่อนไหวแล้ว หลังประกาศเข้า รทสช.

เด็ก”บิ๊กตู่” เคลื่อนไหวแล้ว “แรมโบ้”เตรียมกลับรังเก่า ด้าน2ส.ส.กทม.รอเวลาเตรียมเดินตาม ขณะที่”ธนกร”เชื่อคะแนนนิยมกลับมา เป็น”นายกรัฐมนตรี”อีกสมัยแน่นอน

ทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศความชัดเจนอนาคตทางการเมืองจะไปอยู่ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ความเคลื่อนไหวของทีมสมุนจงรักภักดีก็มาทันควัน หนีไม่พ้นนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี 

ล่าสุดนายธนกร มองว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจประกาศวันนี้นั้น เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว จากนี้ไปจะได้เกิดความชัดเจน กระแสนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบจะดีขึ้นตามมา เชื่อว่า ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเหมือนเดิมและยังคงลงพื้นที่เพื่อทำงานให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไป เป็นผู้นำที่มีผลงานชัดเจน ซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รวมทั้งเห็นประชาชนมาก่อนคะแนนนิยมของตัวเอง มั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยอย่างแน่นอน 

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า นายเสกสกล ยื่นหนังสือลาออกพรรคเทิดไทเป็นที่เรียบร้อย เตรียมย้ายร่วมงานกับพล.อ.ประยุทธ์  ซึ่งถือว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคที่นายเสกสกลร่วมก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่แรกด้วย คาดการณ์ว่า นายอานนท์ แสนน่าน จะตามมาด้วย และอาจเตรียมเปิดศึกเลือกตั้งกับพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน
 

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ส.ส.กทม.จากพรรคพลังประชารัฐ เตรียมเดินตามพล.อ.ประยุทธ์ คือ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัย ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความ ระบุว่า “ไม่เคยลืมที่มาของการได้เป็น ส.ส. ไม่ละทิ้งอุดมการณ์และความตั้งใจ ที่มีแต่การทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะไม่เดินตามกันไปค่ะ พร้อมแฮชแท็ก #เราไม่ทิ้งกัน #รวมไทยสร้างชาติ #รักเธอประเทศไทย”

อีกคนคือ นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ตรงไหน ตนก็จะไปอยู่ตรงนั้น ส่วนเรื่องการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐคงไม่ใช่ตอนนี้เพราะมองว่าประชาชนคงรับไม่ได้หากลาออก จึงขอรอเวลาไปก่อน