‘สายัณห์ ยุติธรรม’ เลิ่กลั่ก ลั่นยังไม่ได้ทำปฏิทินคู่นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539296

21 ธ.ค. 2565

'สายัณห์ ยุติธรรม' เลิ่กลั่ก ลั่นยังไม่ได้ทำปฏิทินคู่นายกฯ

ไม่ทำแล้ว ปฏิทินคู่ นายกรัฐมนตรี สายัณห์ ยุติธรรม กลัวมีปัญหา แต่ยืนยัน จะตามไปอยู่ด้วยกับพล.อ. ‘ประยุทธ์’ ทุกที่

สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ ย้ำจุดยืนว่าจะไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ไม่ว่า จะไปอยู่พรรคไหน แต่ขณะนี้ยังสังกัดพรรคพลังประชารัฐ  ส่วนกรณีที่เป็นข่าวจัดทำปฏิทินที่เป็นรูปตัวเองคู่กับนายกฯพร้อมข้อความระบุว่า สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.2566 รวมไทยสร้างชาติ ผงาดบนเวทีโลกนั้น

ปกติจะทำปฏิทิน-ภาพสวัสดีปีใหม่ เป็นภาพคู่กับนายกฯทุกปี แต่ปีนี้ ยังไม่ได้ดำเนินการ เพียงแต่ออกทำแบบและส่งให้เพื่อนในกลุ่มไลน์ รวมถึงสื่อมวลชนบางส่วนให้ช่วยกันออกความเห็นว่าดีหรือไม่ ยังไม่ได้ทำแบบเป็นทางการ หากไม่เชื่อสามารถไปตรวจสอบใบเสร็จการดำเนินการได้ และเมื่อมีกระแสข่าวออกมาแบบนี้ ก็จะไม่ทำแล้ว

ส่วนที่ กกต.ออกมารับเตรียมตรวจสอบเรื่องนี้  สายัณห์​ บอกว่าว่า ปกติงานประเพณี กกต.บอกว่าสามารถทำได้ แต่หากมีการตรวจสอบก็พร้อมชี้แจง เพราะยังไม่ดำเนินการอะไรที่สื่อมวลชนออกข่าวไปเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า การแจกปฏิทินคงไม่เป็นอะไรเพราะยังไม่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ามีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว จะทำไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ดังนั้นจะขึ้นกล่าวอวยพรบนเวทีแต่งงานก็ยังสามารถทำได้

แต่การแจกในช่วงเทศกาลต้องมีความระมัดระวัง เพราะการแจกตามประเพณีนิยมที่ให้กัน ก็เปรียบเสมือนการไปร่วมงานแต่งงานแล้วได้รับของขวัญงานแต่งมา ซึ่งประเพณีนิยมก็ถือเป็นประเพณีนิยมที่ให้กันแบบพอสมควร กรณีของนายสายัณห์ยังไม่กล้าวินิจฉัยว่าว่าทำได้หรือไม่

แต่การขึ้นโลโก้ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ปฏิทินดังกล่าว ทั้งที่นายสายัณห์ ยังเป็นส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐอยู่ จะมีปัญหาก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองนั้นฟ้องร้อง

ตีตก’กัญชา-กัญชง’วาระ3 ไม่ถือเป็นยาเสพติด เสียงส่วนมากโหวตให้ตัดออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539288

21 ธ.ค. 2565

ตีตก'กัญชา-กัญชง'วาระ3 ไม่ถือเป็นยาเสพติด เสียงส่วนมากโหวตให้ตัดออก

ที่ประชุมสภา มติเสียงส่วนใหญ่ 201 เสียง โหวตให้ตัดออกมาตรา 3 ‘กัญชา-กัญชง’ ไม่ถือเป็นยาเสพติด พร้อมพิจารณามาตรา4ต่อทันที อาจล่าช้าทั้งวัน มีผู้อภิปรายจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชง แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นมาเป็น 95 มาตรา และเพื่อพิจารณาลงมติในมาตราที่ 3 มีเนื้อหาระบุว่า กัญชากัญชงไม่ถือเป็นยาเสพติด ให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ปรากฎว่า ต้องตีตดวาระ 3 ไป เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่ 201 เสียง เห็นด้วยให้ตัดออก

จากนั้นเข้าสู่การอภิปรายในมาตรา 4 เกี่ยวกับบทนิยามความหมาย ซึ่งนายเท่าพิภพ ลิ้นจิตรกร ส.ส. พรรคก้าวไกล และ นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อย อภิปรายไม่เห็นด้วยเรื่องที่ให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นผู้รับจดแจ้ง เนื่องจากเห็นว่า เป็นขั้นตอนยุ่งยากเกินไปสำหรับประชาชน อาจะทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก ดังนั้นควรเปลี่ยนไปมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นๆเป็นผู้รับจดแจ้ง จากนั้นค่อยรวบรวม แจ้งยอดการขอจดแจ้งต่อ อย. แทน  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ยังเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากมีผู้ขออภิปรายจำนวนมาก และมักเกิดปัญหาสุ่มเสี่ยงเรื่ององค์ประชุม จึงต้องจับตามองการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวตลอดทั้งวัน

ฝายค้านอัดตั้ง’เลขาธิการนายกฯ’ มีนัยยะแอบแฝง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539269

21 ธ.ค. 2565

ฝายค้านอัดตั้ง'เลขาธิการนายกฯ' มีนัยยะแอบแฝง

‘ฝ่ายค้าน’ เตรียมยื่นอภิปรายโดยไม่ลงมติ สัปดาห์หน้า ถามตั้งหัวหน้าพรรคเป็นเลขาธิการนายกฯ เข้าข่ายครอบงำทางการเมืองหรือไม

ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า วันที่ 26 ธันวาคมนี้จะตรวจสอบอีกครั้งและคาดว่าจะ ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินวันที่ 28 ธันวาคมนี้ และจะอภิปรายได้ประมาณสัปดาห์ที่ 3หรือ4ของเดือนมกราคม ปี2566 ดังนั้นขอนายกรัฐมนตรีอย่ายุบสภาหนีการอภิปราย ไม่เช่นนั้นถือว่าเป็นเรื่องน่าอายที่หนีการตรวจสอบของสภา

ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงเตรยมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลผู้นำฝ่ายค้าน แถลงเตรยมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ส่วนการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการนายกฯ
ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  แม้สามารถทำได้ไม่มีกฎหมายใดห้ามว่า ไม่ควรหรือห้ามแต่งตั้ง

แต่การเปลี่ยนแปลงบุคลากรของรัฐโดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญฝ่ายการเมืองในช่วงเวลาที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรเหลืออีกไม่กี่เดือน  โดยสามัญสำนึกแล้วถือว่าไม่เหมาะสม และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีคนเดิมก็มีความรู้ความสามารถ ไม่ได้บกพร่องอะไร  จึงมองว่าการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์  ไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงานที่ควรจะเป็น

“ตำแหน่งนี้พูดง่ายๆพลเอกประยุทธ์ไม่เห็นหัวพี่น้องประชาชนเป็นการใช้หน้าที่และอำนาจทางการเมืองเพื่อประโยชน์ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

การแต่งตั้งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นเลขาธิการนายกฯต้องดูว่าสมาชิกหรือพรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลภายนอกมาชี้นำ ในการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง หรือจะทำให้สมาชิกขาดความอิสระในการทำกิจกรรมทางการเมือง หรือไม่ และต้องดูว่าการตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองไปเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นกิจกรรมทางการเมืองหรือเปล่า รวมถึงดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายครอบงำหรือไม่

ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย จี้ กกต.จ่ายค่าเสียหาย ‘ใบส้ม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539266

21 ธ.ค. 2565

ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย จี้ กกต.จ่ายค่าเสียหาย 'ใบส้ม'

กู้ศักดิ์ศรีคืนได้่แล้ว ‘สุรพล เกียรติไชยากร’ ชี้ กกต.ไม่ควรผลักภาระ ด้วยการใช้เงินภาษี จ่ายค่าเสียหาย แจกใบส้ม

สุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดใจ หลัง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษา ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ กกต.ต้องชดใช้เงิน 62 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยเพื่อชดใช้ค่าเสียหายกรณีให้ใบส้มว่า ดีใจ ที่ศาลศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษา ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าได้เรียกร้องศักดิ์ศรีคืนมาให้ตัวเอง และ พรรคเพื่อไทย รวมไปถึง ประชาชนที่ ลงคะแนนเสียงให้ส่วนตัว เล่นการเมืองร่วม 30 ปี ได้คะแนนมาอย่างยุติธรรมขาวสะอาด

หลังจากนี้ต้องรอ ดูท่าทีของ กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไร ภายใน 30 วัน หาก กกต. ไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ก็จะต้องยื่นไปยัง กรมบังคับคดี ต่อไป โดย เงินที่ กกต. จะนำมาชดใช้ ไม่ควร เป็นเงิน จากภาษี ประชาชน แต่ควรเป็น เงิน ของคณะกรรมการ ทั้ง 7 คน ที่มีมติแจกใบส้ม เอง ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบในครั้งนี้

ส่วนการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทยในพื้นที่เดิมอย่างแน่นอน เพื่อกลับมาทำงานให้กับประชนในพื้นที่ และการกลับมาครั้งนี้ ถือว่า เป็นการ พิสูจน์ตัวเอง และความเชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง หลังศาลได้ตัดสินแล้วว่าตนไม่มีความผิด

การแจกใบส้ม เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง นายสุรพล เป็นการชั่วคราว 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. 2562 และให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 ใหม่ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562  หลังจาก กกต.ได้รับคำร้องร้องเรียนกล่าวหาว่า ใส่ซองทำบุญให้พระสงฆ์ 2,000 บาท เข้าข่ายเป็นความผิดตามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฐานให้เงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานสถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใดในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

ประธาน ‘กกต.’ ยืนยัน ว่าพร้อมจัดการเลือกตั้ง แม้ยังไม่มีสัญญาณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539256

21 ธ.ค. 2565

ประธาน 'กกต.' ยืนยัน ว่าพร้อมจัดการเลือกตั้ง แม้ยังไม่มีสัญญาณ

ถอดบทเรียนจัดการเลือกตั้งเอาไว้แล้ว ประธานกกต. ยืนยัน แม้ยังไม่มีสัญญาณ ก็มีความพร้อมในการจัดการ ‘เลือกตั้ง’

อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งกล่าวถึงการลงพื้นที่ของนักการเมือง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่าทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามกฏหมาย ซึ่ง กกต. เน้นย้ำและชี้แจงไปแล้ว ในช่วง 180 วันก่อนการเลือกตั้ง หรือกฎเหล็ก 180 วัน ที่ได้ประชุม หรือชี้เจงผ่านสื่อ  ซึ่งก็หวังว่าจะมีการปฎิบัติตามแนวทางถูกต้องครบถ้วน แต่หากมีข้อสงสัย ก็สามารถสอบถามมายัง กกต. ได้ ขณะนี้ มีเพียงการลงพื้นที่ ของนักการเมือง และ สื่อมวลชน ที่มีความเคลื่อนไหว เรื่องการเลือกตั้ง 

และแม้ยังไม่มีสัญญาณเรื่องการยุบสภา และเลือกตั้ง ใขณะนี้  แต่ กกต. มีความพร้อมในการเตรียมจัดการเลือกตั้ง ซึ่งจะครบวาระของสภาผู้แทนราษฎร 23 มีนาคม 2566 และต้องจัดการเลือกตั้งภายใน  45 วัน ซึ่งเราเตรียมความพร้อมมาโดยตลอด ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2562 โดยได้มีการศึกษาบทเรียนที่ผ่านมา ประชุมซักซ้อมเตรียมความพร้อม ทบทวนกับ ผอ.กกต. จังหวัด รวมทั้งรองรับการปฎิบัติตาม กฏหมายลูกทั้งสองฉบับที่ได้มีการแก้ไข รวมถึงเรื่องการแบ่งเขต ก็เตรียมความพร้อมไว้แล้วเช่นกัน เช่นเดียวกับกรณีหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองหรือยุบสภา

ส่วนกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้ กกต. ต้องชดใช้เงินกว่า 62 ล้านบาท จากการแจกใบส้มแก่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย สุรพล เกียรติไชยากร ถือเป็นเรื่องปกติที่เมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่แล้วมีคำวินิจฉัยของศาล ก็น้อมรับฟังด้วยความเคารพ ส่วนในเรื่องของรายละเอียดนั้น ก็ต้องไปศึกษารายละเอียดอย่างครบถ้วนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นทราบว่าได้ไปขอคัดคำพิพากษามาเพื่อศึกษาและนำแจ้งต่อที่ประชุม กกต. รวมถึงอาจมีการเสนอแนะแนวทางพิจารณาต่อไป

ส่วนจะฎีกาหรือไม่นั้น คาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า เพราะมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาและหารือ กับกรรมการอย่างรอบด้าน

ยืนยันว่าเรื่องนี้ ไม่มีผลต่อการให้ใบส้ม ใบแดง ส.ส.ในอนาคต  เพราะถือปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ เชื่อว่าทุกอย่างผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้ว

อดีตกกต.แจงใช้รูป ‘ประยุทธ์’ หาเสียง มีความผิดหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539249

21 ธ.ค. 2565

อดีตกกต.แจงใช้รูป 'ประยุทธ์' หาเสียง มีความผิดหรือไม่

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ ชี้ การนำรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปใช้มีความผิดตามกฎหมาย ทั้งตัวบุคคลและพรรคการเมือง

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง อธิบายความผิดการนำรูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกบในโปสเตอร์ หรือ เอกสาร หรือ ปฏิทิน ของ สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.พลังประชารัฐ ว่า ถือเป็นทำสัญลักษณ์เลียนแบบ พรรคการเมือง มีความผิดตามพรป.เลือกตั้งฯมาตรา73  ซึ่และ พรป.พรรคการเมือง มาตรา 32 ซึ่งเรื่องทำนองนี้ กกต.เคยมีแนววินิจฉัยปี57  กรณีสว.ทำปฏิทินแจกชาวบ้านมีรูปส.ส.และเครื่องหมายของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง กกต.แจกใบแดง และศาลให้เพิกถอนสิทธิ์ การเมือง 5 ปี มาแล้ว

กรณีของส.ส.ผู้นี้ หากเป็นการแจกปฏิทินจริง และได้รับเลือกตั้งก็สามารถถูกถอดถอนได้  และการแจกปฏิทินนับเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ตามเกณฑ์ 180 วัน ก่อนครบวาระด้วย  ถ้าหากกระทำในนามพรรคการเมือง  พรรคการเมืองก็มีความผิด การใส่รูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สามารถทำได้ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ถือเป็นการนำรูปคนนอกที่ไม่ใช่สมาชิกมาหาเสียง

การทำปฏิทินรูปถ่ายคู่กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีข้อความ รวมไทยสร้างชาติ ผงาดบนเวทีโลก และมีตราสัญลักษณ์พรรครวมไทยสร้างชาติ ของส.ส.พลังประชารัฐอดีต กกต.สรุปไว้ในเฟสบุ๊คว่า

– การแจกปฏิทินเพื่อประโยชน์ในการหาเสียง เป็นเรื่องผิดกฎหมาย กกต.เคยมีแนวปฏิบัติ แจกใบแดงและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ว. จ.ระนอง เมื่อปี 2557 มาแล้ว

– การที่ ส.ส.ดังกล่าว ได้นำรูปพล.อ.ประยุทธ์ มาใส่ในป้ายที่มีเจตนาหาเสียงให้แก่ตน และพรรครวมไทยสร้างชาติ ถือเป็นความผิด เพราะพลเอกประยุทธ์ เป็นคนนอก ไม่ใช่ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

– หากกรณีดังกล่าว กรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ ทราบและรู้เห็นเป็นใจ กรรมการบริหารพรรคมีความผิดด้วย

– หากกรณีดังกล่าว กรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ทราบ และเป็นการกระทำโดยพลการของ ส.ส.พรรคอื่น ควรแจ้งความดำเนินคดี หรือแจ้งต่อ กกต. ในความผิดตามมาตรา 32 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ใช้ตราสัญลักษณ์ หรือ ข้อความที่ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมือง และมีเจตนาสร้างความเสียหายต่อพรรค

ล่าสุด อิทธิพร บุญประคอง กล่าวถึงการจัดทำป้ายไวนิล และ ปฏิทิน สวัสดีปีใหม่ เป็นรูปคู่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และโลโก้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ สายัณห์ ยุติธรรมส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ  ว่า ได้รับทราบจากข่าว และเมื่อ กกต.ได้รับทราบเรื่องเหล่านี้ก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ว่าจะมีผู้ร้องหรือไม่ ก่อนจะเสนอผลต่อที่ประชุม กกต. ต่อไป

‘สาคร พรหมภักดี’ อดีตส.ส.4สมัย ย้ายเข้า’ปชป.’ พร้อมพาแก๊งภาคอีสานตามมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539224

20 ธ.ค. 2565

'สาคร พรหมภักดี' อดีตส.ส.4สมัย ย้ายเข้า'ปชป.' พร้อมพาแก๊งภาคอีสานตามมา

‘สาคร พรหมภักดี’ อดีต ส.ส. 4 สมัย สมัครเข้าสมาชิก’พรรคประชาธิปัตย์’ พร้อมนำทัพภาคอีสานตามมา เผยสาเหตุตัดสินใจทิ้ง’พรรคไทยสร้างไทย’

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ นำนายสาคร พรหมภักดี อดีต ส.ส.จังหวัดสกลนคร เข้าพบ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายจุรินทร์ได้แสดงความยินดี ต้อนรับการเข้าพรรค พร้อมมอบบัตรสมาชิกพรรคและสวมเสื้อแจ็คเก็ตพรรคให้

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสาครจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในจังหวัดสกลนคร พร้อมกับจะนำผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งจากภาคอีสานมาสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วย 

สำหรับนายสาคร เป็นอดีต ส.ส. จังหวัดสกลนคร 4 สมัย ( สังกัดพรรคสามัคคีธรรม พรรคกิจสังคม พรรคเสรีธรรม และพรรคไทยรักไทย)โดยปี 2550 สมัยอยู่พรรคไทยรักไทยถูกตัดสิทธิทางการเมืองในปี พร้อมกับกรรมการบริหารพรรค 111 คน ก่อนจะเข้าร่วมกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย และย้ายไปพรรคพรรคชาติพัฒนา จนในปี 2564 ร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทย เป็นกรรมการบริหารพรรค และล่าสุดเข้าร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะศรัทธาอุดมการณ์ และชื่นชมในนโยบายประกันรายได้

นายสาคร พรหมภักดี สมัครเข้าพรรคประชาธิปัตย์นายสาคร พรหมภักดี สมัครเข้าพรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ต้อนรับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ต้อนรับ

‘ครม.’ เห็นชอบ ซ่อมบ้าน 50,000 หลัง ลดค่าเช่า-ซื้อบ้าน ของการเคหะฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539200

20 ธ.ค. 2565

'ครม.' เห็นชอบ ซ่อมบ้าน 50,000 หลัง ลดค่าเช่า-ซื้อบ้าน ของการเคหะฯ

‘ครม.’ เห็นชอบ ซ่อมบ้าน 50,000 หลัง ลดค่าเช่า-ดอกเบี้ยซื้อบ้าน ของการเคหะฯ พร้อม 3โครงการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สำหรับผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เสนอเพื่อให้ประชาชนมีบ้านอยู่อาศัยที่อบอุ่นและมีรายได้จากการสร้างอาชีพ ดังนี้

1. ซ่อมบ้าน สร้างสุข จำนวน 50,000 หลัง ให้บ้านของเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และครอบครัวผู้มีรายได้น้อยมีความมั่นคงปลอดภัย มีมาตรฐาน มีสภาพแวดล้อมและระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม ตามหลักการการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และภาคประชาสังคม โดยบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการดำเนินการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย 

2. บ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย 15,000 หน่วย โดยแบ่งออกเป็นโครงการบ้านเช่า 1,500 บาทต่อเดือน (50 บาทต่อวัน) จำนวน 5,000 หน่วยของการเคหะแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ดี สังคมที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน และโครงการบ้านเช่าซื้อ จำนวน 10,000 หน่วย ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เข้าถึงแหล่งเงินเพื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างเสมอภาค

3. สร้างอาชีพ สร้างรายได้ จำนวน 15,300 คน โดยแบ่งออกเป็น 3 โครงการ คือ 

3.1.สร้างผู้ดูแลเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางติดเตียง (Care Giver) จำนวน 10,000 คน โดยการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะในการดูแลคนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางติดเตียง ให้แก่กลุ่มเป้าหมายใน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรพื้นฐาน (18 ชั่วโมง) หลักสูตรระยะกลาง (70 ชั่วโมง) และหลักสูตรระยะยาว (420 ชั่วโมง) ที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในกลุ่ม 10,000 คนนี้นอกจากจะมีอาชีพและรายได้แล้วยังสามารถสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับกลุ่มเปราะบางที่ดูแลด้วย

3.2.สร้างอาชีพธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริการ สำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยว กลุ่มเปราะบาง และผู้ว่างงาน จำนวน 5,000 คน โดยการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะในธุรกิจการท่องเที่ยว สถาบันเสริมความงาม ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม และร้านสปา พร้อมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้โดยส่งเสริมทักษะที่ครบวงจรในการประกอบอาชีพเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

3.3.สร้างนักขายมือทอง จำนวน 300 คน โดยพัฒนาทักษะด้านการขายไปสู่การเป็นนักขายมืออาชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ว่างงานที่สนใจได้เข้าร่วมแนะนำโครงการคหะแห่งชาติทั่วประเทศ โดยได้รับค่าตอบแทนเหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้ประชานมีรายได้

‘สงขลา’ คึกคัก รับนายกรัฐมนตรี ตรวจพื้นที่น้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539199

20 ธ.ค. 2565

'สงขลา' คึกคัก รับนายกรัฐมนตรี ตรวจพื้นที่น้ำท่วม

บรรดาว่าที่ผู้สมัครส.ส.เมืองสงขลาคึกคัก รับ ‘นายกรัฐมนตรี’ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณน้ำท่วม เปิดหน้า เตรียมมาอยู่ด้วยเพียบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแลเรมว.กลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ภาคใต้ที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่ในฐานะรัฐมนตรีกับนายกฯ เป็นครั้งแรก พร้อมกับพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หมาดๆร่วมคณะ

หลังรับฟังบรรยายสรุป ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อาทิ นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลาเขต 2 นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา เขต 3 ร.ต.อ.อรุณ   สวัสดี ส.ส.สงขลา เขต4 
และนายเจือ ราชสีห์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย์ เข้าพบ

รวมถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 สงขลา นายปรีชา สุขเกษม  ผู้ประสานงานเครือข่ายคนรักเมืองสงขลา พี่จะลงชนกับ นายกชาย นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โดยใช้เวลาพูดคุยกันกว่า 10 นาที



จากนั้นนายกฯ ได้นั่งรถทรานฟอร์เมอร์ สีส้มของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทะเบียน 1 นข 2935 กรุงเทพมหานคร
ไปยังวัดเขาตกน้ำ หมู่ 1 ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมจำนวน 100 คน

เช็คสิทธิ ลูกจ้าง 6 ของขวัญปีใหม่จากกระทรวงแรงงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539190

20 ธ.ค. 2565

เช็คสิทธิ ลูกจ้าง 6 ของขวัญปีใหม่จากกระทรวงแรงงาน

ครม.เห็นชอบ ‘ของขวัญปีใหม่’ จากกระทรวงแรงงานที่มอบให้คนทำงาน ทั้งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำซื้อบ้าน ตรวจสุขภาพ ฟรีอบรม เป็นต้น

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.เห็นชอบและรับทราบมาตรการของขวัญปีใหม่ 2566 “ให้ ฟรี ลด แรงงานสุขใจ”  ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ จำนวน 6 กิจกรรม

1. ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ตาม ม.33 ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 15,000 ราย ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท ตั้งแต่ ม.ค. 66 เป็นต้นไป

2. ให้เข้าถึงสิทธิการรักษา 5 โรค ตามโรงพยาบาลที่กำหนด 7,500 คน ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม ก้อนเนื้อที่มดลูก โรคนิ่ว โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 30 มิ.ย. 66 เป็นต้นไป

3. ให้งานทำ “ต้องการทำงาน ต้องได้งานทำ” โดยมีตำแหน่งงานว่าง ที่หลากหลายไว้ให้บริการ รวม 613,754 อัตรา แบ่งเป็นต่างประเทศ 50,000 อัตราและในประเทศ 563,784 อัตรา 

4. ฟรี ค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจในสถานประกอบการสำหรับผู้ประกันตน 300,000 คน ใน 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จ. สมุทรปราการ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร ให้ได้รับการตรวจสุขภาพ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกันตนต่อหัว เฉลี่ยรายละ 910 บาท (กลุ่มเสี่ยง) และ 340 บาท (กลุ่มไม่เสี่ยง) ตั้งแต่ ม.ค. 66 เป็นต้นไป

5. ฟรี อบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ 10,000 คน โดยมีหลักสูตรการอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัย ในการทำงาน เช่น กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และทักษะการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย ในการทำงาน ตั้งแต่ ม.ค. – มี.ค.66

6. ลดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ คงเหลือ 1-3 บาท นาน 3  เดือน มีผู้เข้าร่วมทดสอบ 5,000 คน ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 66

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี