‘เพื่อไทย’ ออกตัวไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538962

17 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' ออกตัวไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของพรรค

ยื่น ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เพื่อให้กติกาเป็นประชาธิปไตย เพื่อไทยออกตัว ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แลนด์สไลด์หรือไม่

นพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เพื่อแก้ไขมาตรา 272 ที่ตัดอำนาจ ส. ว. ในการโหวตตัวนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคเคยยื่นเสนอแก้ประเด็นนี้มาแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ  การยื่นแก้ไขครั้งนี้น่าจะเป็นการยื่นครั้งสุดท้ายก่อนสภาครบวาระ ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่เสียงของสมาชิกรัฐสภา

ทั้งนี้การยื่นแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรคที่เห็นว่ายิ่งกติกาสูงสุดเป็นประชาธิปไตยมากเพียงใด ประชาชนจะได้ประโยชน์มากเพียงนั้น และจะนำไปสู่การเมืองที่มั่นคงเข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นรากฐานของความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจต่อไป

มีคนถามว่าการยื่นแก้รัฐธรรมนูญทำไปเพื่อประโยชน์ของพรรคเพื่อไทยเพื่อให้ชนะแบบแลนด์สไลด์หรือไม่ นพดลบอกว่าไม่เกี่ยวกัน พรรคจะชนะแลนด์สไลด์หรือไม่ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน แต่การยื่นแก้ไขมาตรา 272 ที่จะให้เฉพาะสภาผู้แทนฯซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้งเท่านั้นเป็นผู้ให้ความเห็นชอบตัวนายกฯนั้น คนไทยจะได้ประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการคือ

1) เป็นการคืนอำนาจให้คนไทยสามารถมีส่วนในการสนับสนุนแคนดิเดทนายกฯที่ตนต้องการมากกว่าการให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจให้ความเห็นชอบตัวนายกฯ

2)ทำให้ตัวนายกฯสะท้อนเจตจำนงของคนไทยมากขึ้น ความกลมเกลียวทางการเมืองจะมากขึ้น

3) ทำให้การเห็นชอบตัวนายกรัฐมนตรี เป็นประชาธิปไตยและมีความสง่างามมากขึ้น

4) เป็นการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศว่ามีกติกาที่เป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง เป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์เพื่อคนไทยทุกคน ไม่ใช่ดีไซน์เพื่อพวกเรา ตามที่มีคนเคยพูดไว้

การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนไทยสามารถออกแบบกติกาที่เป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่ ทุกพรรคการเมือง ทุกแคนดิเดทนายกฯถ้าต้องการมาทำงานให้บ้านเมืองก็มีสิทธิทำได้ แต่ควรอยู่ภายใต้กติกาที่เท่าเทียมเป็นธรรม แข่งกันอย่างมีศักดิ์ศรี แล้วให้ผลการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรมเป็นตัวสะท้อนเจตจำนงของประชาชนว่าต้องการให้พรรคใดไปบริหารประเทศ ถ้าเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจจะรุ่งเรือง การเมืองจะมั่นคง

‘ประชาธิปัตย์’ จัดเวิร์คช็อป เยาวชน ช่วยสื่อสารการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538957

17 ธ.ค. 2565

'ประชาธิปัตย์' จัดเวิร์คช็อป เยาวชน ช่วยสื่อสารการเมือง

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน ฟัง-คิด-ทำ : เวิร์คช้อป เยาวชนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ช่วย’สื่อสาร’ ทาง ‘การเมือง’

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน ฟัง-คิด-ทำ : เวิร์คช้อป เยาวชนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่กับการสื่อสารทางการเมืองที่ อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สำนักงานใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ 

องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมเวิร์คช้อปได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะนำไปใช้สื่อสารในทางการเมืองแล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

เพราะการสื่อสารนั้นถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจ และจะนำไปสู่การสร้างแนวร่วมทางการเมือง หากได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการ

ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ร่วมบรรยายและให้แนวทาง รวมถึงหลักในการสื่อสารทางการเมืองเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นทิศทางให้กับเยาวชนในการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมกับได้จำลองการแถลงข่าวของพรรคประชาธิปัตย์ และการจับประเด็นทางการเมือง

โดยยกตัวอย่างบางประเด็นซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันมากในโลกสังคมออนไลน์ เพื่อให้เยาวชนได้เห็นถึงรูปแบบ และแนวทางการทำงานของพรรคในการนำเสนอข้อเท็จจริงไปยังสาธารณชน

และได้ย้ำถึงข้อควรระวังในการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ผิดจากข้อเท็จจริง หรือการอ้างอิงจากแหล่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือได้

บรรยากาศของการฝึกปฏิบัติการในวันนี้ เป็นไปด้วยความคึกคัก มีเยาวชนให้ความสนใจ และร่วมแลกเปลี่ยน พร้อมกับได้ร่วมกิจกรรม ฝึกคิด ฝึกเขียน ฝึกพูด และนำเสนอข่าวหน้ากล้องวิดีโอ เพื่อสร้างประสบการณ์

คาดว่าหลังจากเสร็จสิ้นการอบรมในครั้งนี้ เยาวชนจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการสื่อสารเพื่อช่วยสร้างความเข้าใจและเผยแพร่นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

เพื่อไทย ยื่น ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ ปมที่มานายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538948

17 ธ.ค. 2565

เพื่อไทย ยื่น 'แก้รัฐธรรมนูญ' ปมที่มานายกรัฐมนตรี

หวังรัฐสภา พิจารณาทันสมัยประชุมนี้ เพื่อไทย ยื่นแก้รัฐธรรมนูญ ห้ามวุฒิสภา เลือกนายกฯ ส.ส.นอกบัญชี เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’ ได้

สมาชิกพรรคเพื่อไทย จำนวน 101 คนร่วมลงชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช … ต่อประธานสภาผู้แทนราษฏร โดยมีนายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับมอบเมื่อวานนี้

โดยมีสาระสำคัญคือการขอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ว่าด้วยเรื่องการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และ มาตรา 272 ยกเลิกมิให้สมาชิกวุฒิสภา ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่า ทั้งสองมาตรานี้  กล่าวเป็นปัญหาที่สุดในการบังคับใช้ และมีผลต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ  มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ คือเรื่องการกำหนดให้ความเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ให้กระทำในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ

เท่ากับให้สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมิได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีสิทธิในการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันเป็นการขัดต่อหลักการและประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และไม่สอดคล้องต่อความต้องการของประชาชน จึงสมควรแก้ไขไม่ให้สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

ส่วนมาตรา 159 ควรแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีสามารถมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ได้ด้วย จึงขอเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 จึงได้เข้าชื่อร่วมเสนอแก้รัฐธรรมนูญในสมัยประชุมนี้

พรรคเพื่อไทย เชื่อว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบความชอบความถูกต้อง รับฟังความคิดเห็นตามลำดับและคาดว่า สมัยประชุมนี้จะได้พิจารณาแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าว

‘น้องเพลง-ลูกเนวิน’ลุยการเมืองครั้งแรกในชีวิต เลือก’ภูมิใจไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538895

16 ธ.ค. 2565

'น้องเพลง-ลูกเนวิน'ลุยการเมืองครั้งแรกในชีวิต เลือก'ภูมิใจไทย'

‘น้องเพลง อัศวเหม’พร้อม’น้องนก ชิดชอบ’ ลงการเมืองครั้งแรก เลือก’พรรคภูมิใจไทย’ ด้าน’อนุทิน’ปัดมีดีลแย่งชิงกลุ่มปากน้ำจากพปชร. ยืนยันยังเป็นหนูที่ช่วยราชสีห์ทำงาน

การเปิดตัวสมาชิกใหม่ของพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ ที่มีผู้สมัคร 34 คน น่าสนใจคือ ครั้งนี้มีบุคคลรุ่นใหม่ที่เป็นคนดังเข้าร่วมสมัครสมาชิกพรรคด้วย คือ นาย ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายของนาย ​​​​​​เนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นครั้งแรกในเส้นทางการเมือง และคาดว่าจะลงสมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ อีกคนคือ น.ส.ชนม์ทิดา อัศวเหม หรือน้องเพลง บุตรสาวของนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม และเป็นแฟนสาวของบุตรชายนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค ด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่า น้องเพลงจะอยู่ในส่วนของบัญชีรายชื่อไม่ได้ลงแบบแบ่งเขต ไม่มีดีลอะไรทั้งสิ้น ซึ่งน้องเพลงเปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง เป็นคนรุ่นใหม่ มีการศึกษาดี สนใจที่จะช่วยเหลือชาติบ้านเมือง ซึ่งทุกวันนี้ช่วยเหลืองานคุณแม่นันทิดา แก้วบัวสาย ในพื้นที่อบจ.ปากน้ำอยู่แล้ว ยืนยันไม่มีนัยยะอะไร 

'น้องเพลง-ลูกเนวิน'ลุยการเมืองครั้งแรกในชีวิต เลือก'ภูมิใจไทย'

ส่วนการสมัครสมาชิกใหม่วันนี้ ขอบคุณและขอต้อนรับ แสดงถึงความเข้มแข็งและความมั่นใจในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย หมายเดียวกันคือรับใช้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน 

ส่วนที่มีคนมองการลาออกของ ส.ส จำนวนมากถึง 37-38 คน เพื่อมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยเป็นการกดดันพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีให้ยุบสภาเร็วขึ้นหรือไม่ ยืนยันว่าไม่ได้กดดันแน่นอน ไม่มีนัยยะทางการเมือง มีแต่พรรคภูมิใจไทยที่ถูกกดดัน เราเป็นคนว่านอนสอนง่าย มีสปิริตให้ความร่วมมือ รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ซึ่งพรรคมีจำนวนคนมากขณะนี้ถือว่าเป็นพรรคใหญ่อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถาม วันนี้หนูจะไม่ช่วยราชสีห์แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบกลับว่า หนูก็ยังเป็นหนูวันยังค่ำ อีก 50 ปี ตนก็ยังชื่อหนูอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ชื่อสิงโต เราเป็นหนูที่พร้อมจะช่วยราชสีห์ เมื่อราชสีห์ทำงานให้กับบ้านเมืองให้กับประเทศชาติก็ไปด้วยกันได้ ราชสีห์มุดรูไม่ได้ แต่หนูมุดรูได้ หนูตะขบเสือไม่ได้ แต่หนูก็ช่วยราชสีห์เวลาที่ต้องการทำงานร่วมกัน

การเลือกตั้งครั้งนี้ในพื้นที่กทม. มั่นใจในตัว ส.ส.กทม.ที่มีจากพรรคพลังประชารัฐ และตั้งใจส่งผู้สมัครในกทม. ครบ 33 เขต และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่จะมาร่วมงานดูแลพื้นที่กทม.ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคภูมิใจไทยยิ่งขึ้น 

“เราใช้คำว่าตอกเสาเข็มไม่ใช้คำว่าแลนสไลด์ เพราะการตอกเสาเข็มทำให้อยู่อย่างมั่นคง ส่วนปรากฏการณ์แลนสไลด์ดินถล่มนั้น เป็นเพราะไม่มีเสาเข็ม การตอกเสาเข็มจะชนะแลนสไลด์ได้หรือไม่ เราตอกของเราไปเรื่อยๆ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยชอบตอกเสาเข็ม” นายอนุทินกล่าว 

นอกจากนี้นายอนุทินไม่ขอตอบคำถามกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่บอกว่า “หากจะดึงส.ส.ไป ก็ดึงไปให้หมดจะได้ปิดพรรคไปเลย” แต่ตนได้พูดคุยกับพลเอกประวิตรมาตลอด และนายศักดิ์สยาม และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นหลานรักของพล.อ.ประวิตร

น้องเพลง อัศวเหม และ น้องนก ชิดชอบ สมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย น้องเพลง อัศวเหม และ น้องนก ชิดชอบ สมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

34 ส.ส. จากหลายพรรคการเมือง เปิดตัวซบ ‘ภูมิใจไทย’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538896

16 ธ.ค. 2565

34 ส.ส. จากหลายพรรคการเมือง เปิดตัวซบ 'ภูมิใจไทย' แล้ว

ส.ส.หลากค่ายหลายพรรค สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ปารีณา โผล่ให้กำลังใจ พี่ชายสู้ศึกราชบุรี เขต1 กับ’พลังประชารัฐ’

พรรคภูมิใจไทย มีการรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก  มีส.ส.จากพรรคอื่นหลั่งไหลเข้ามาสมัคร โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค สวมเสื้อแจ็คเก็ตให้สมาชิกใหม่ โดยการเปิดรับสมัครสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย วันนี้ มีปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรรพลังประชารัฐ เดินทางมาให้กำลังใจ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชาย ซึ่งเลือกที่จะมาพรรคภูมิใจไทย  เนื่องจากพลังประชารัฐ มีผู้สมัครลงเขต 1 ราชบุรีแล้ว พร้อมมั่นใจคนราชบุรียังให้ความไว้วางใจตระกูลไกรคุปต์   

บรรยากาศเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยบรรยากาศเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

สำหรับส.ส.ที่ย้ายมาพรรคภูมิใจไทยมาจากหลายพรรคการเมืองประกอบด้วย

1.นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย จ.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์

2.นายเดชทวี ศรีวิชัย จ.ลำปาง พรรคเสรีรวมไทย

3.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ จ.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ

4.นายกษิเดช ชุติมันต์ จ.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ

5.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร จ.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ

6.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ จ.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ

7.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ จ.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ

8.นายประทวน สุทธิอำนวยเดช จ.ลพบุรี พรรคพลังประชารัฐ

9.นางสาวพัชรินทร์ ชำศิริพงษ์ จ.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ

10.นายมณเฑียร สงฆ์ประชา จ.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ

11.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จ.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ

12.นายอนุชา น้อยวงศ์ จ.พิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ

13.นายอัฐพล โพธิพิพิธ จ.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ

14.นายจักพรรดิ ไชยสาส์น จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย

15.นายธีระ ไตรสรณกุล จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย

16.นายนพ ชีวานันท์ จ.อยุธยา พรรคเพื่อไทย

17.นายนิยม ช่างพินิจ จ.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย

18.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ จ.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย

19.นานวุฒิชัย กิตติธเนศวร จ.นครนายก พรรคเพื่อไทย

20.นายสุชาติ ภิญโญ จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

21.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

22.นายขวัญเลิศ พานิชมาท จ.ชลบุรี พรรคก้าวไกล

23.นายคารม พลพรกลาง จ.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

24. นายพีรเดช คำสมุทร จ.เชียงราย พรรคก้าวไกล

25.นายเอกภพ เพียรวิเศษ จ.เชียงราย พรรคก้าวไกล

26.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ จ.อุบลราชธานี เศรษฐกิจไทย

27.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกิจกูล จ.ตาก เศรษฐกิจไทย

28.นายสมัคร ป้องวงษ์ จ.สมุทรสาครพรรคชาติพัฒนา

29.นางนันทนา สงฆ์ประชา แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาภิวัฒน์

30.นายอารี ไกรนารา แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ

31.นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อพรรครวมพลัง

32.สุชาติ อุสาหะ จากพรรคพลังประชารัฐ

33.พล.อ.สมชาย พิษณุวงศ์ จากพรรคพลังประชารัฐ

34.รังสรร์ วันไชยธนวงศ์ จากพรรคเพื่อไทย

อดีต ส.ส.กทม. จากพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วยจักรพันธ์  พัชรินทร์ และ  กษิดิ์เดช ให้เหตุผลการย้ายพรรคว่าเพราะการบริหารด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่ได้รับการชื่นชม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมต่างๆและการท่องเที่ยว  ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้ 80 ล้านคน ถือเป็นความหวังให้ชาว กทม. ยิ่งมีผู้ใหญ่ที่เคารพจะมาพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน คือ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจและเติมเต็มในส่วนของสนาม กทม.

นอกจากทั้งสามคนแล้วยังมี กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา มาร่วมแสดงความยินดีด้วย แม้ยังยังไม่ได้สมัครเข้าสังกัด  แต่เจ้าตัวยืนยันว่า จะไปลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ และจะมาพรรคภูมิใจไทยแน่นอน

สัญญาณชัด พล.อ. ‘ประยุทธ์ ‘ลุยการเมืองเต็มตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538876

16 ธ.ค. 2565

สัญญาณชัด พล.อ. 'ประยุทธ์ 'ลุยการเมืองเต็มตัว

ดิสทัต โหตระกิตย์ ลาเก้าอี้ ‘เลขาธิการนายก’เปิดทาง พีระพันธ์ เสียบแทน กรุยเส้นทางเดินหน้าทางการเมืองให้พล.อ.ประยุทธ์

อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 162/2562 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 แต่งตั้ง นายดิสทัต โหตระกิตย์ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไปนั้น เนื่องจาก นายดิสทัต โหตระกิตย์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ข้าราชการพ้นตำแหน่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ข้าราชการพ้นตำแหน่ง

อาศัยอำนาจตามมาตรา 10 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 จึงให้นายดิสทัต โหตระกิตย์ ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง

และเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

นายกรัฐมนตรีจึงแต่งตั้ง นายดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2565 เป็นต้นไป

คำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งทีปรึกษานายกฯคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งทีปรึกษานายกฯ

การลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของ ดิสทัต เป็นไปตามที่มีข่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี สัปดาห์หน้า จะมีการแต่งตั้ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาดำรงตำแหน่ง รับบทบาท นายกฯน้อย

หลังจากเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมา ตั้งแต่ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และถือเป็นสัญญาณ ที่ชัดเจน ในการเดินหน้าทางการเมืองของพลเอก ประยุทธ์ 

ประธานสภาขอช่วยกันทำงาน อย่าหวั่นกระแส ‘ลาออก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538870

16 ธ.ค. 2565

ประธานสภาขอช่วยกันทำงาน อย่าหวั่นกระแส 'ลาออก'

ส.ส.ลาออกไม่กระทบสภา หากคนที่เหลือช่วยกันทำงาน ‘ชวน หลีกภัย’ ขอร้อง ภช่วยผลักดันเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 4 ครั้งที่ 14 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่2 เป็นพิเศษ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งให้สมาชิกรับทราบว่า ขณะนี้ มีส.ส.ลาออกเพิ่มเติมอีก  3 คน  คือนาย สุชาติ อุตสาหะ พล.อ.สมชาย วิศนุวงศ์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ กนก วงศ์ตระหง่าน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ มีจำนวน  439  คน องค์ประชุมสภา 220 คนอย่าไปกังวลสถานการณ์ภายนอก ขอให้อยู่ทำงานจนวาระสุดท้าย

โดยเฉพาะเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วซึ่งเป็นวาระสำคัญของการประชุมวันนี้ ที่มีทั้งสิ้น 19 เรื่อง ทำให้รู้สึกเป็นห่วงกรรมาธิการแต่ละชุดทุ่มเทการทำงานมาเป็นปี  เสียดายเบี้ยประชุม หากไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภา เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วทั้งสิ้น 19 เรื่อง  หากมีความรับผิดชอบช่วยกันทำงานทั้งปี ก็สามารถพิจารณา เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จได้ทุกเรื่อง

ล่าสุด อัลวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ได้ขอลาออกจากพรรค โดยให้มีผลในวันนี้  จดหมายลาออกของ อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นต่อนายทะเบียนพรรค ปชป.เพื่อขอลาออกจากสมาชิก ลงวันที่ 16 ธันวาคม มีเนื้อหาว่า

เมื่อปี 2544 มีพรรคการเมืองที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาใหม่และได้นำเสนอนโยบายด้วยวิธีคิดที่แปลกใหม่ทำให้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ที่มักจะประกาศด้วยความภาคภูมิใจจนน่าจะเป็นสูตรสำเร็จว่าเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ ผลิตนักการเมืองที่มีชื่อเสียงมาแล้วหลายคนต้องประสบต่อการพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไป 

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 พรรคพ่ายแพ้อย่างยับเยิน จากเดิมที่เคยมี ส.ส. 161 คน เหลือเพียง 52 คน เป็นที่น่าตกใจและน่ากังวลเป็นอย่างมาก  ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับพรรคมา 17 ปี พรรคก็ยังพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ตนเองเฝ้าดูด้วยความวิตกกังวลและคิดว่าคณะผู้บริหารของพรรคคงกำลังคิดหาทางแก้ไข จึงเฝ้ารอด้วยความอดทนโดยที่ไม่เคยแสดงความคิดเห็นใดๆ 

ส่วนสาเหตุการลาออกเป็นไปตามเหตุผลเดิมที่ได้ระบุไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อพรรคหลายฉบับว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนเดิม อุดมการณ์เดิมของพรรคนั้น ต้องทำ ต้องปฎิบัติ ไม่ใช่ ดีแต่พูด

ส.ส.ย้ายพรรค ‘ลาออก’ ระหว่างวาระ กระทบศรัทธา ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538859

16 ธ.ค. 2565

ส.ส.ย้ายพรรค 'ลาออก' ระหว่างวาระ กระทบศรัทธา ประชาชน

ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ชี้ วาระซ่อนเร้นส.ส. ‘ย้ายพรรค’ ทำลายประชาธิปไตย กลับสู่วงจรธนกิจการเมือง

ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลาออก และย้ายพรรคพร้อมกันจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ของ ส.ส. แม้สภายังไม่หมดวาระ ว่า  เป็นไปตามคำสั่งของพรรคที่จะย้ายไป ความคิดเบื้องต้นทราบว่าเพื่อกันปัญหาการเป็นสมาชิกพรรค 90 วัน และเพื่อความชัวร์ว่าคุณมาแน่ การลาออกและย้ายพรรคกันเป็นล็อต 30-40 คน ชัดเจนว่าเกิดจากการวางแผนกันมาโดยไม่สนใจว่ายังมีภารกิจในฐานะตัวแทนประชาชนที่ต้องทำอยู่หรือไม่ ไม่สนใจว่าประชาชนเขาเลือกเรามาให้ทำหน้าที่ในสภามีระยะเวลาสี่ 

ที่ผ่านมาการย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดหลังยุบสภา หรือสภาหมดอายุ และเป็นรายคน มิใช่เป็นแบบกระบวนการ

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในการสอบสวนทางวินัยจรรยาบรรณ ส.ส.หลายคน ขอบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าที่มาที่ไปคือ เพราะได้ผลประโยชน์ ได้โครงการ ได้การดูแลที่พรรคเดิมไม่อาจให้ได้ หลายคนยอมเป็นงูเห่าถ้าจะขับก็ยินดี แถมบอกให้รีบขับเร็วๆ แสดงว่าจริงๆแล้ว ไม่เกี่ยวกับอุดมการณ์อะไรทั้งสิ้น

สภาพการเมืองเช่นนี้น่าห่วง  ส่วนหนึ่งแสดงว่า รัฐธรรมนูญปราบโกงล้มเหลวสิ้นเชิง การปฏิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญและนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลว การเมืองย้อนไปสู่ธนกิจการเมือง การเมืองแบบแจกกล้วย ดูแล้วคล้ายๆก่อนยุครัฐธรรมนูญ2540 ที่เป็นเหตุให้ตัองปฏิรูปการเมืองขนานใหญ่

ส่วนการให้สัมภาษณ์ของนายกฯเรื่องสภาล่ม และส.ส.ย้ายพรรคว่า เป็นเรื่องฝ่ายการเมืองตัวเองสั่งไปแล้ว ต้องไปว่ากันเอง ทำให้รู้สึกถึงการลอยตัว ทำนองว่าคุณมาเลือกผมเองทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้เป็นแม้แต่สมาชิกพรรคของคุณ จริงๆแล้วพรรคที่เสนอเขาก็ควรจะได้รับรู้ว่าแท้จริงเป็นอย่างไร

นับเป็นเรื่องแปลกประหลาดคนที่เสนอเป็นนายกฯ ในนามพรรคตัวเอง ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่สมาชิกพรรค แต่มีอิทธิพลถึงขั้นให้เสนอชื่อตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีได้

‘หมอวรงค์’เรียกร้อง’บิ๊กตู่’หยุดประมูลดาวเทียม เอื้อประโยชน์นายทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538838

15 ธ.ค. 2565

'หมอวรงค์'เรียกร้อง'บิ๊กตู่'หยุดประมูลดาวเทียม เอื้อประโยชน์นายทุน

‘หมอวรงค์ ‘เรียกร้อง’บิ๊กตู่’หยุดประมูลดาวเทียม เอื้อประโยชน์นายทุน ด้าน’สรส.’เตรียมนัดถกแนวทางต่อต้าน วันที่ 19 ธ.ค. พร้อมเดินหน้ายื่นศาลปกครอง

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.65 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี , ดร.พงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี รองเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) พร้อมคณะ เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐเข้าบริหารจัดการดาวเทียมเอง หยุดประมูลดาวเทียมประเคนสมบัติชาติให้นายทุน 

นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประมูลใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติของชาติและประชาชน ขอให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการกิจการดาวเทียมด้วยตนเอง ซึ่งทราบมาว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DES ได้เสนอครม.และมีมติให้ NT ไปประมูลแข่งขันเพื่อดำเนินกิจการดาวเทียมนั้น DES กำลังเล่นปาหี่หลอกประชาชนหรือไม่ ในเมื่อเป็นกิจการของรัฐ วงโคจรดาวเทียมเป็นสิทธิของรัฐ เป็นสมบัติของประชาชน หากมีความตั้งใจจริง ทำไมไม่ดำเนินการโดยใช้อำนาจของรัฐ 

นพ.วรงค์ กล่าวว่า 30 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าการดำเนินกิจการดาวเทียมที่ผ่านมาสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้รับสัมปทาน จากคนธรรมดาที่ต้องไปแลกเช็คกลายเป็นมหาเศรษฐีและยิ่งโลกปัจจุบันเป็นการสื่อสารผ่านดาวเทียม เป็น space war fair ที่สำคัญกิจการดาวเทียมเวลามีปัญหารัฐต้องรับผิดชอบ ต้องใช้เงินภาษีประชาชนรับผิดชอบ 

ถ้าเป็นเช่นนั้น นำไปให้เอกชนประมูลได้อย่างไร ที่สำคัญหากเกิดการจารกรรม รัฐจะทราบหรือไม่ นอกจากนี้ศาลฎีกานักการเมือง เคยมีคำวินิจฉัยว่า ดาวเทียมไอพีสตาร์ (ไทยคม 4)เป็นดาวเทียม นอกสัญญาสัมปทาน ถ้าเปิดประมูลเป็นใบอนุญาต สิทธิจะเป็นของเอกชนทั้งหมด จะล้มล้างความเสียหายที่ ไอพีสตาร์ต้องชดใช้หรือไม่

“ผมมายืนตรงนี้ มาฟ้องประชาชนว่า นี่คือสมบัติของชาติ​​​​​​ รัฐธรรมนูญกำหนดว่า สิทธิในวงโคจรเป็นสมบัติของชาติที่รัฐจะต้องดูแล ดังนั้นจึงเรียกร้องให้รัฐดำเนินการเอง เรารอมา 30 ปีให้ดาวเทียมมาเป็นของรัฐจริงๆ เพราะที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เอกชนบริหารและสร้างความมั่งคั่ง ความร่ำรวยมาแล้ว ถ้ารัฐเอามาทำเอง รัฐก็น่าที่จะสร้างความมั่งคั่ง ร่ำรวยเผื่อแผ่ไปที่พี่น้องประชาชน” หัวหน้าพรรคไทยภักดี ระบุ

ด้านดร.พงศ์ฐิติ กล่าวว่า จุดยืนของ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) คือ จะต้องเป็นผู้วางโครงสร้างพื้นฐานของชาติ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ยืนยันNT มีความพร้อมที่จะแข่งขันทางธุรกิจ ที่ผ่านมา NT ให้บริการในธุรกิจ บอร์ดแบรนด์ อยู่แล้ว ในส่วนการควบคุมวงโคจรดาวเทียมหากรัฐบาลจริงใจมีการถ่ายทอด Know how NT ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ แต่ที่ผ่านมาไทยคมไม่ได้ดำเนินการถ่ายทอด Know how ให้ 

“ในวันที่ 19 ธันวาคม สหภาพฯจะจัดเวทีเสวนาสร้างการรับรู้รู้ในเรื่องนี้ให้กับสมาชิก และกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว ถ้าท้ายที่สุดรัฐบาลไม่ฟังก็คงต้องฟ้องศาลปกครอง” รองเลขาธิการ สรส.ระบุ

ยื่นเรียกร้องหยุดประมูลดาวเทียมยื่นเรียกร้องหยุดประมูลดาวเทียม

นายกฯไม่สบอารมณ์ ถูกถาม ไปร่วมงานกับ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538820

15 ธ.ค. 2565

นายกฯไม่สบอารมณ์ ถูกถาม ไปร่วมงานกับ 'รวมไทยสร้างชาติ' หรือไม่

การเมืองเป็นเรื่องของสภา ประชาชนคือการบ้าน ‘นายกฯ’ ไม่ชัดไปรวมไทยสร้างชาติ กำชับทุกพรรคให้เข้าร่วมประชุมแล้ว

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ประเด็นการเมืองหลังกลับจากประชุมยุโรป-อาเซียน ที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม ถึงประเด็นปัญหาการเมืองในขณะว่า การเมืองคือการเมือง ประชาชนคือการบ้านที่นายกฯต้องทำให้เขา การเมืองเป็นการต้อสู้ในสภาก็ว่ากันไป เมื่อเลือกตั้งมาแล้ว ก็ไปดูเอาว่าที่พูดกันมาทำกันได้มากน้อยเพียงใด  ถึงเวลานั้น ถ้าได้ ก็ดีใจ ถ้าไม่ได้ ก็เสียใจ เรื่องทางการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปในสภา

นายกฯอธิบาย คำว่าเสียใจ หมายความว่าเสียใจที่ทำให้ประชาชนมีความสุขไม่ได้ ไม่ใช่เสียใจว่าได้เป็นหรือไม่ได้เป็น  ใครจะไปใครจะมาใครจะลาออก ใครจะอยู่พรรคไหน ก็เป็นเรื่องของสภาทั้งสิ้น   แต่นี่สภาลมก็โทษนายกฯ ทั้งที่บอกทุกพรรคไปแล้วให้ไปร่วมประชุมสภา แต่ละพรรคก็รับปาก ถึงเวลาไปไม่ครบสภาล่ม ก็มาโทษนายกฯทำไมไม่ควบคุม ทั้งที่ทุกคนก็มีหน้าที่

ส.ส.มีหน้าที่ของตัวเองคือทำงานในสภา ถือว่าทุกคนโตๆก็กันแล้ว ส่วนใครจะเข้าใครจะออกพรรคไหนก็ถือเป็นเรื่องของคนนั้น และส่วนตัวไม่เคยทะเลาะกับใครอยู่แล้ว

นายกฯไม่ได้ตอบคำถามที่เป็นไฮไลท์ ทางการเมือง ว่าตัดสินใจอย่างไร เรื่องการไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ  โดยระบุสั้นๆด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ว่า  ถึงเวลาจะพูดเอง

ฟังเสียงสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรีได้ที่นี่

https://backoffice.komchadluek.net/videos/60924