กรมส่งเสริมฯ ติดตามความก้าวหน้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/376264

กรมส่งเสริมฯ ติดตามความก้าวหน้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

วันที่ 20 มิถุนายน 2562 – 15:05 น.
กรมส่งเสริมการเกษตร
เปิดอ่าน 701 ครั้ง

กรมส่งเสริมฯ ติดตามความก้าวหน้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

กรมส่งเสริมการเกษตร ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย จังหวัดสระแก้ว โดยผลผลิตที่ได้จะดำเนินการผ่านอาคาร “เกษตรสิริสุข”

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว พร้อมเยี่ยมเยียนเกษตรกรที่ขยายผลจากโรงเรียนไปสู่ชุมชน ซึ่งปัจจุบันสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว มีการส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตร ได้แก่ การผลิตพืชผัก การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การแปรรูปถนอมอาหาร รวมถึงการสนับสนุนปัจจัยการผลิตสำหรับจัดทำแปลงผลิตพืชในโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดทำแผนการผลิตพืชผักและแผนประกอบเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีอาหารบริโภคที่ถูกหลักโภชนาการและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

ซึ่งผลผลิตที่ได้จะดำเนินการผ่านอาคาร “เกษตรสิริสุข” ซึ่งเป็นอาคารที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้น้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสืบสานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และเนื่องในโอกาสที่กรมส่งเสริมการเกษตร ครบรอบ 50 ปี อีกทั้งได้ขยายผลการพัฒนาจากโรงเรียนไปสู่ชุมชน โดยชุมชนได้นำองค์ความรู้จากโรงเรียนไปปรับใช้ในครัวเรือน ทำให้เกิดการพัฒนาและช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาเด็ก เยาวชนและโรงเรียนไปพร้อม ๆ กัน

ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ข้อเสนอแนะการดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยส่งเสริมให้นักเรียนได้มีความรู้และทักษะด้านการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การส่งเสริมผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีในท้องถิ่นไว้ใช้เองในโรงเรียน เป็นต้น เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในครัวเรือน และประกอบอาชีพได้ในอนาคต รวมถึงให้มีการถ่ายทอดความรู้เรื่องมาตรฐาน GMP เพื่อนำไปใช้ในการจัดการผลผลิตภายในอาคาร  “เกษตรสิริสุข” ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่จำเป็นในการผลิตและควบคุม ทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ซึ่งการปฏิบัติทุกครั้งให้มีการบันทึกข้อมูลกิจกรรมที่ดำเนินการ เพื่อให้ทราบถึงความก้าวหน้าในการใช้ประโยชน์อาคารให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

ม.ก.สัมมนาเปิดตัวโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพการแปรรูปข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/376119

ม.ก.สัมมนาเปิดตัวโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพการแปรรูปข้าว

วันที่ 19 มิถุนายน 2562 – 11:35 น.
มาตรฐานอาชีพ
เปิดอ่าน 688 ครั้ง

ม.ก.สัมมนาเปิดตัวโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพการแปรรูปข้าว

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสัมมนาเปิดตัวโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม สาขาการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร : การแปรรูปข้าว ครั้งที่ 1
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม สาขาการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร : การแปรรูปข้าว ใน 5 สายงานประกอบด้วย นักควบคุมและประกันคุณภาพข้าวสำหรับโรงสี, นักซ่อมบำรุงและดูแลเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงสี, ผู้บริหารการควบคุมและประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ข้าวสารบรรจุถุง, นักซ่อมบำรุงและดูแลเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว

              และผู้บริหารการควบคุมและประกันคุณภาพสำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวสารแปรรูป เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มสาขาอาชีพ จัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ มีความเป็นสากลและเหมาะสมกับประเทศไทย เป็นที่ยอมรับทั้งภายในประเทศและระดับสากล โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ร่วมกันสร้างเครือข่ายการจัดทำ พัฒนา และเผยแพร่ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ และทำให้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพเป็นที่รับรู้และยอมรับในทุกภาคส่วน
สำหรับงานสัมมนาเปิดตัวโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพการผลิต                                อาหารและเครื่องดื่ม สาขาการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร : การแปรรูปข้าว ครั้งที่ 1 ได้รับเกียรติจาก พิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาดังกล่าว ภายในงาน รศ.ดร.สมบัติ ชิณะวงศ์ หัวหน้าโครงการฯ ได้ชี้แจงการจัดทํามาตรฐาน อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพฯ ว่า สถาบันค้นคว้าฯ ขอเสนอในการเป็นตัวแทนจัดทํามาตรฐานต้นแบบในเรื่องของการแปรรูปข้าวกับ ทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเป็นการพัฒนาคนด้านการเกษตรของประเทศ

รศ.ดร.สมบัติยังกล่าวถึงสิ่งที่จะจัดทําใน อนาคต กรอบแนวคิด และแนวทางในการแปรรูปข้าวตั้งแต่การนําข้าวเข้าโรงสี การทําขนมจีน การทํายาจากข้าว นมข้าว และยังมองเห็นความสําคัญของผู้พิการ โดยจะจัดทําโรงสีข้าวสําหรับผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์อีกด้วย ภายในงานได้เชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานสัมมนา อาทิเช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว บริษัท ราชสีมาไรว์ จํากัด (ข้าวมาบุญครอง) สมาคมผู้ผลิตอาหารสําเร็จรูป เป็นต้น โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 60 คน ณ ห้องบุหลันพิทักพล ชั้น 3 อาคารอมรภูมิรัตน สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

กฟก.เผยรายชื่อผู้แทนเกษตรกรชุดใหม่ชนะผลเลือกตั้ง 16 มิ.ย.62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/376086

กฟก.เผยรายชื่อผู้แทนเกษตรกรชุดใหม่ชนะผลเลือกตั้ง 16 มิ.ย.62

วันที่ 19 มิถุนายน 2562 – 04:48 น.
กฟก
เปิดอ่าน 1,587 ครั้ง

กฟก.เผยรายชื่อผู้แทนเกษตรกรชุดใหม่ ที่ชนะผลเลือกตั้ง 16 มิ.ย.62 

กฟก.เปิดเผยรายชื่อผู้แทนเกษตรกรจำนวน 20 คน ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 16มิ.ย.62 มีเกษตรกรมาใช้สิทธิ 1.3 ล้านคน คิดเป็น 25.04 % มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  อยากได้ผู้แทนเกษตรกรพร้อมทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้เกษตรกรทั่วประเทศ กำหนดนโยบายที่เป็นประโยชน์ด้านการจัดการหนี้สินและการฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ( กฟก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรทั่วประเทศจำนวน 4,922 หน่วย เพื่อเป็นคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) พ.ศ.2562 โดยมีเกษตรกรสมาชิกที่มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 5.5 ล้านคน มีพี่น้องเกษตรกรสนใจออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคักกว่า 1.3 ล้านคน  คิดเป็น  25.04 % มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ภายหลังการปิดหีบเมื่อเวลา  15.00 น  คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้สรุปผลการนับคะแนนผู้แทนเกษตรกร  ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในแต่ละภูมิภาคจำนวน 20 คน ได้แก่ ภาคเหนือ จำนวน 5 คน ภาคกลาง จำนวน 4 คน ภาคอีสาน จำนวน 7 คน และภาคใต้ จำนวน 4 คน โดยรายงานรายชื่อผู้แทนเกษตรกรที่ชนะการเลือกตั้งให้ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร(สำนักงานใหญ่) รับทราบ

         จากนั้นจะเสนอชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อลงนามแต่งตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกร ทำหน้าที่กรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อให้ได้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมาทำหน้าที่โดยเร็ว

นายสไกรเปิดเผย รายชื่อผู้แทนเกษตรกร (อย่างไม่เป็นทางการ) เพื่อทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรชุดใหม่ ประกอบด้วย ผู้แทนเกษตรกร ภูมิภาคที่ 1 (ภาคเหนือ) ได้แก่  1.นายสิทธัญ  วงศ์ปั๋น  จาก จ.เชียงใหม่2. นายประสิทธิ์  บัวทอง จ.พิจิตร  3.นายสมศักดิ์  โยอินชัย จ.เชียงใหม่ 4. นายไชยภร  แย้มปั้น จ.สุโขทัย และ5.นางศศิณัชสุภา จันทร์สุวรรณ จ.กำแพงเพชร

ผู้แทนเกษตรกรภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) ได้แก่  1.นายยศวัจน์  ชัยวัฒนสิริกุล จาก จ.สุพรรณบุรี           2.นายกิตติพล ตะพานแก้ว จ.ลพบุรี 3.นางนิสา คุ้มกอง จ.ชัยนาท และ4. นายนพรัตน์  เผ่าวัฒน์ชัย จ.กาญจนบุรี

ผู้แทนเกษตรกรภูมิภาคที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ได้แก่ 1.นายปิยะมงคล  สิงห์กลาง จาก จ.มหาสารคาม2.นายประจักษ์ บุญกาพิมพ์ จ.ร้อยเอ็ด 3.นายกิตติกร เชิดชู จ.อุบลราชธานี 4. นายสำเริง ปานชาติ จ.สุรินทร์ 5. นายถวิล ตรีวรปรัชญ์  จ.นครราชสีมา6.นายนวคม เสมา จ.อุดรธานี  และ7. นายจารึก บุญพิมพ์ จ. ศรีสะเกษ

ส่วนผู้แทนเกษตรกรภูมิภาคที่ 4 (ภาคใต้ ) ได้แก่ 1.นายสมบูรณ์  จิตรเพ็ญ จ.นราธิวาส  2.นายสาฝีอีโต๊ะบู จ.สตูล 3.นางพจมาน สุขอำไพจิตร จ.ชุมพรและ 4.นายดรณ์  พุมมาลี จ.พัทลุง

นายสไกรกล่าวทิ้งท้ายว่า  ผู้แทนเกษตรกรที่ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ โดยกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและการฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรการบริหารงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร  รวมทั้งดูแลให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการการบริหารกองทุนฟื้นฟู ฯ  ร่วมเสนอความคิดเห็น แนวทางแก้ไขปัญหาของเกษตรกรทั้งด้านหนี้สิน การพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร รวมถึงมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรในด้านต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

กรมพัฒน์ผนึกเครือข่ายจัดพิธีมอบรางวัลการประกวดการใช้หญ้าแฝก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/376085

กรมพัฒน์ผนึกเครือข่ายจัดพิธีมอบรางวัลการประกวดการใช้หญ้าแฝก

วันที่ 19 มิถุนายน 2562 – 04:35 น.
หญ้าแฝก
เปิดอ่าน 2,877 ครั้ง

กรมพัฒน์ผนึกเครือข่ายจัดพิธีมอบรางวัลการประกวดการใช้หญ้าแฝก

กรมพัฒนาที่ดิน – ปตท. – มูลนิธิชัยพัฒนา – สำนักงาน กปร. จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 11 (ประจำปี 2561 – 2562)

นางสาวเบญจพร  ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยนายสถาพร ใจอารีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ เข้าร่วม “พิธีมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ครั้งที่ 11  ประจำปี 2561 – 2562 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดฯ และเป็นประธานในพิธี  โดยมีผู้เข้าร่วมงานจาก คณะผู้บริหารกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  คณะผู้บริหารมูลนิธิชัยพัฒนา  คณะผู้บริหารสำนักงาน กปร.  ข้าราชการกรมพัฒนาที่ดิน  สมาชิกเครือข่ายคนรักษ์แฝก  หมอดินอาสา  ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคาร 8 ชั้น กรมพัฒนาที่ดิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
นางสาวเบญจพร   เปิดเผยว่า  การจัดพิธีมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้ความร่วมมือของกรมพัฒนาที่ดิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มูลนิธิชัยพัฒนา และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) พร้อมมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2561 – 2562 ภายใต้แนวคิด “หญ้าแฝกใต้ร่มพระบารมี อนุรักษ์ปฐพี สร้างวิถีชุมชน”

ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดงานพร้อมกับมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ได้รับรางวัล  ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทุกประเภท ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานโล่รางวัล  ส่วนรางวัลรองชนะเลิศและรางวัลชมเชยจะได้รับโล่จากองค์กรร่วมจัด เพื่อยกย่องเชิดชู รวมทั้งเผยแพร่ผลงานการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมและขยายผลการปลูกและใช้ประโยชน์หญ้าแฝกอย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น เป็นโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากระราชดำริ ในการขยายผลการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกอย่างครบวงจร  ทั้งการใช้ประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน การขยายผลผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำจากหญ้าแฝก และเพื่อส่งเสริมให้หญ้าแฝกก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน “พืชเศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นการส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกให้เห็นผลทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมดังเช่นที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการประสบความสำเร็จมาแล้วในการใช้หญ้าแฝก “พืชมหัศจรรย์”
นอกจากนี้กิจกรรมภายในงานยังประกอบด้วย การเสวนาในหัวข้อ “เครือข่ายคนรักษ์แฝก สืบสาน อนุรักษ์ดินและน้ำ” โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านหญ้าแฝกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเสวนา ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “แนวทางการพัฒนาหญ้าแฝกอย่างยั่งยืน” โดย นางสาวเบญจพร ชานครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  และการบรรยายพิเศษ เรื่อง “แอพพลิเคชั่นติดตามการปลูกหญ้าแฝกระดับนานาชาติ”  โดย ผศ.ดร. ศราวุฒิ นิลสวัสดิ์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกต่อไปในอนาคต

กรมส่งเสริมฯจับมือไปรษณีย์ไทยขายลำไยคุณภาพผ่านทางออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/375902

 กรมส่งเสริมฯจับมือไปรษณีย์ไทยขายลำไยคุณภาพผ่านทางออนไลน์

วันที่ 18 มิถุนายน 2562 – 07:24 น.
กรมส่งเสริมการเกษตร
เปิดอ่าน 1,410 ครั้ง

 กรมส่งเสริมฯจับมือไปรษณีย์ไทยขายลำไยคุณภาพผ่านทางออนไลน์

กรมส่งเสริมการเกษตรติดตามสถานการณ์การผลิตลำไย จ.ลำพูน พร้อมจับมือ บ.ไปรษณีย์ไทย จำหน่ายลำไยคุณภาพ GAP ผ่านช่องทางออนไลน์

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การนำลำไยไปจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และการขับเคลื่อนการผลิตลำไยคุณภาพของจังหวัดลำพูน ปี 2562 พบว่า จังหวัดลำพูนมีพื้นที่ปลูกลำไยรวม 270,189 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ปลูกลำไยในฤดู 167,318 ไร่ พื้นที่ลำไยนอกฤดู 102,871 ไร่ ปริมาณผลผลิตรวม 230,690 ตัน เป็นลำไยในฤดู จำนวน 105,257 ตัน ลำไยนอกฤดู จำนวน 125,433 ตัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาผลผลิตลดลง จำนวน 20,396 ตัน คิดเป็นร้อยละ 8.12 โดยผลผลิตจะออกมาปริมาณมากในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้

            ในส่วนของแผนบริหารจัดการลำไยในฤดู ปริมาณ 105,257 ตัน แบ่งเป็น 1.บริโภคสด ปริมาณ 37,340 ตัน ร้อยละ 35.48 ได้แก่ บริโภคสดภายในประเทศ จำนวน 7,340 ตัน โดยกระจายผ่าน Modern Trade เช่น Top Super Market, Makro, The mall, Lotus, Big C และ Thailand Post ตลาดภายในจังหวัด กระจายผ่านเครือข่ายสหกรณ์ จัดงานประชาสัมพันธ์ และจำหน่ายสดส่งออกต่างประเทศ โดยล้งส่งออกอีก 30,000 ตัน 2.แปรรูป ปริมาณ 67,917 ตัน ร้อยละ 64.52 ได้แก่ อบแห้งทั้งเปลือก โดยล้งอบแห้ง 55,787 ตัน อบแห้งเนื้อสีทอง โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 8,130 ตัน และน้ำสกัดลำไยเข้มข้น 4,000 ตัน

ด้านโครงการรณรงค์การผลิตลำไยคุณภาพ ได้ดำเนินการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จังหวัดลำพูน จำนวน 50 แปลง  เป็นแปลงใหญ่ลำไย จำนวน 33 แปลง เกษตรกร 2,181 ราย พื้นที่ 16,343 ไร่ มีเกษตรกรแปลงใหญ่ลำไยที่ผ่านการรับรอง GAP จำนวน 1,070 ราย โดยมีแปลงใหญ่ที่มีการเชื่อมโยงการตลาดร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ e-Market จำนวน 2 แปลง คือ แปลงใหญ่ลำไย ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน และแปลงใหญ่ลำไย ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน

โดยได้ลงพื้นที่ติดตามแปลงใหญ่ลำไยของนายชูชาติ รวมไทย ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไยคุณภาพ ภายใต้โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer ณ ศพก. เครือข่าย หมู่ที่ 7 ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และการเชื่อมโยงการตลาดร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สรุปข้อตกลงเบื้องต้น ไปรษณีย์ยินดีร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานแปลงใหญ่ลำไย โดยจัดสรรโควต้าให้แก่กลุ่มฯ ริมปิง จำนวน 200 ตะกร้าต่อวันเฉพาะเดือนสิงหาคม ราคาจำหน่ายจะเท่ากับสหกรณ์ประตูป่า มีข้อกำหนดลำไยจะต้องเป็นลำไยสดช่อ AA+A ขนาดลูกสม่ำเสมอ ต้องรมซัลเฟอร์ให้ได้มาตรฐานสีสวย บรรจุตะกร้า 5 กิโลกรัม และไปรษณีย์รับผิดชอบจัดทำสติกเกอร์ให้ ขนส่งลำไย 2 รอบ เช้า-เย็น จ่ายเงินทุกวันศุกร์ ขณะนี้สมาชิกแปลงใหญ่ตำบลริมปิงเตรียมความพร้อมสนใจเข้าร่วม 19 ราย ผลผลิตประมาณ 114,000 กิโลกรัม ตลอดช่วงเดือนสิงหาคม

ต่อจากนั้นเดินทางลงพื้นที่ไปยังกลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่ศรีบัวบานติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ลำไยโดยใช้ e-Market และเยี่ยมชมแผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ได้แก่ การรับซื้อลำไยสดร่อนคัดเกรดส่งโรงงานอบแห้ง และการจำหน่ายลำไยสดคุณภาพ GAP ทั้งปลีกและออนไลน์ ณ ศพก. ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเริ่มการทำสินค้าเกษตรจำหน่ายผ่านไปรษณีย์ ภายใต้ Platform : Thailandpostmart เมื่อปี 2561 เนื่องจากเล็งเห็นว่าไปรษณีย์รู้จักผู้บริโภคในพื้นที่เป็นอย่างดี และการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์จะเป็นแนวโน้ม (Trend) ในอนาคต ผู้ผลิตสินค้าที่จะอยู่ได้ สินค้าเกษตรจะต้องดี มีคุณภาพ เน้นการคัดเกรดสินค้า (Sizing) การทำ packaging ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด และการดำเนินงานแปลงใหญ่ในอนาคตจะต้องเป็นจุดที่มีความทันสมัย เจ้าหน้าที่และเกษตรกรต้องมีความรู้เรื่องการบำรุงรักษาผลผลิต การปรับตัวเรียนรู้เรื่องสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งด้านการตลาด

กรมส่งเสริมฯสืบสานโครงการตามพระราชดำริเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/375863

กรมส่งเสริมฯสืบสานโครงการตามพระราชดำริเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

วันที่ 17 มิถุนายน 2562 – 15:53 น.
กรมส่งเสริมการเกษตร
เปิดอ่าน 889 ครั้ง

กรมส่งเสริมฯสืบสานโครงการตามพระราชดำริเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สืบสานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันมุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันของเด็กและเยาวชนในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยและถูกหลักโภชนาการ และยังสามารถถ่ายทอดความรู้การทำการเกษตรสู่นักเรียนและชุมชน

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้สร้างอาคาร “เกษตรสิริสุข” ภายในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 5 แห่ง เพื่อใช้ในการจัดการผลผลิตทางการเกษตรและการแปรรูปถนอมอาหาร คือ 1.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 112 อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 2.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งสบายใจ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 3.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว 4.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองดู่ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม และ 5.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมให้มีการผลิตพืชผักปลอดภัยได้มาตรฐานการผลิตสินค้าที่ดีในระดับ GMP ให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร แม่บ้านเกษตรกร และเด็กนักเรียนในโรงเรียน เพื่อให้ผู้ที่รับประทานพืชผักจากโครงการได้รับประทานอาหารที่ปรุงจากพืชผักที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ รวมถึงนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางส่วนแปรรูปเป็นสินค้าของชุมชนที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของพืชท้องถิ่นที่แตกต่างกันสมควรที่จะอนุรักษ์ไว้ในแต่ละพื้นที่ โดยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เทคนิคการปลูกผัก ผลไม้ โดยใช้พันธุ์พื้นบ้าน เรียนรู้การเก็บเกี่ยว การแปรรูป และการถนอมอาหารในพื้นที่ของโครงการเพื่อใช้รับประทานและผลิตเมล็ดพันธุ์สำหรับต่อยอดคุณประโยชน์สู่ชมชนต่อไป

กองทัพบกผนึกวช. ร่วมเพิ่มพลังชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/375857

กองทัพบกผนึกวช. ร่วมเพิ่มพลังชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วันที่ 17 มิถุนายน 2562 – 15:35 น.
วช,กองทัพบก
เปิดอ่าน 633 ครั้ง

กองทัพบกผนึกวช. ร่วมเพิ่มพลังชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

กองทัพบกและสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมพัฒนาความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างกองทัพบก และ วช. : พอเพียงเพิ่มพลังชุมชน มั่นคงด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดย พล.ท.สุเชษฐ์ ตันยะเวช ผู้อำนวยการศูนย์ประสานความมั่นคง กอ.รมน.ภาค3 และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมเปิดกิจกรรมการขยายผลครั้งที่ 10 ในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2562

             โดยองค์ความรู้ตามความต้องการของพื้นที่ ได้แก่เรื่อง “เกษตรปลอดภัย:การแปรรูปพริกแห้ง” โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก และ”การสร้างยุ้งฉางเก็บข้าวด้วยมูลกระบือและการผลิตปุ๋ยชีวภาพ” จากมหาวิทยาลัยนครพนม เป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากวช. ภายใต้แผนงานการจัดการความรู้การวิจัยและนวัตกรรม
กองทัพบกและวช.ร่วมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนโดยใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม โดยวางเป้าหมายการขยายผลไปยังศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของกองทัพบกใน 4 ภูมิภาค เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต เสริมรายได้และพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

OTOP MIDYEAR วันแรกทำยอดทะลุเป้า 125 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/375770

OTOP MIDYEAR วันแรกทำยอดทะลุเป้า 125 ล้านบาท

วันที่ 17 มิถุนายน 2562 – 04:19 น.
โอท็อป
เปิดอ่าน 881 ครั้ง

OTOP MIDYEAR วันแรกทำยอดทะลุเป้า 125 ล้านบาท

กรมการพัฒนาชุมชนสั่งผู้ประกอบการ OTOP เพิ่มปริมาณสินค้า หลังประชาชนให้การตอบรับงาน OTOP MIDYEAR 2019 เกินคาด เพียงวันแรกมีเงินสะพัดกว่า 125 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้าไว้เพียง 100 ล้านบาท

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า ในวันแรกของการจัดงาน OTOP MIDYEAR 2019 : OTOP SIGNATURE รักษาเอกลักษณ์ สร้างสรรค์นวัตกรรม ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก มีผู้เข้าร่วมชมงาน 42,925 คน มีเม็ดเงินสะพัดในงานเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึงร้อยละ 25 หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 125,784,580 บาท จากที่ตั้งเป้าไว้ 100 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับแรกคือ สินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย อันดับสองสินค้าในกลุ่ม OTOP Best Seller และอันดับสามคือของใช้และของตกแต่งบ้าน โดยเชื่อว่าในวันนี้ ซึ่งจะมีพิธีเปิดงานด้วย จะทำให้มีประชาชนสนใจและเข้าร่วมงานมากกว่าเมื่อวาน รวมถึงมียอดจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาวางจำหน่ายเพิ่ม รองรับความต้องการของผู้ซื้อ

สำหรับงาน OTOP MIDYEAR 2019 : OTOP SIGNATURE รักษาเอกลักษณ์ สร้างสรรค์นวัตกรรม จะจัดต่อเนื่องไปถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

ผช.รมต.ท่องเที่ยวเยี่ยมชมการพัฒนา”กาดวิถีชุมชนคูบัว”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/375686

ผช.รมต.ท่องเที่ยวเยี่ยมชมการพัฒนา”กาดวิถีชุมชนคูบัว”

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 – 19:40 น.
กาดวิถีชุมชนคูบัว
เปิดอ่าน 1,793 ครั้ง

ผช.รมต.ท่องเที่ยวเยี่ยมชมการพัฒนา”กาดวิถีชุมชนคูบัว”

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เยี่ยมชม และรับฟังแนวทางการพัฒนาของ ”กาดวิถีชุมชนคูบัว”(กาด=ตลาด) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ณ วัดโขลงสุวรรณคีรี จ.ราชบุรี

            ซึ่งเป็นตลาดที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชนชาวไท-ยวน ภายใต้แนวคิด“เดินดินกินโตก” โดยมีทั้งการแสดงและจำหน่าย อาหาร สินค้าเด่นของแต่ละชุมชน เช่น ปลาจับหลัก ผ้าซิ่นจกคูบ้ว ซึ่งชนะการประกวด มาแล้วหลายรางวัล
โดยตลาดนี้สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนเดือนละมากกว่า 20 ล้านบาท ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งจากต่างประเทศและคนไทยเดือนละเป็นแสนคน เป็นรายได้เสริมที่ถึงมือถึงกระเป๋าชาวบ้านอย่างแท้จริง

นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เกษตรฯ จัดเวทีชุมชน นำร่องส่งเสริมเกษตรเชิงพื้นที่ 6 แห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/375636

เกษตรฯ จัดเวทีชุมชน นำร่องส่งเสริมเกษตรเชิงพื้นที่ 6 แห่ง

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 – 10:11 น.
สำราญ  สาราบรรณ์
เปิดอ่าน 1,647 ครั้ง

เกษตรฯ จัดเวทีชุมชน นำร่องส่งเสริมเกษตรเชิงพื้นที่ 6 แห่งทั่วประเทศ

              กรมส่งเสริมการเกษตร จัดเวทีชุมชน นำร่องส่งเสริมเกษตรเชิงพื้นที่ 6 แห่งทั่วประเทศ พร้อมวางแนวทางหนุนกลุ่มเกษตรกรร่วมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน

สำราญ  สาราบรรณ์

นายสำราญ  สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าจัดเวทีชุมชน เพื่อสร้างความพร้อมในพื้นที่นำร่องทั้ง 6 แห่งแล้ว ประกอบด้วย 1) แปลงใหญ่ผักปลอดภัย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี 2) วิสาหกิจชุมชนมะพร้าวอ่อนน้ำหอม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม
3) แปลงใหญ่มะพร้าว อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา 4) แปลงใหญ่ผัก อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ 5) แปลงใหญ่มังคุด อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช 6) อโวคาโดพบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่รวมกลุ่มและดำเนินกิจการเกษตรอยู่แล้ว มีเกษตรกรรุ่นใหม่เป็นสมาชิกในกลุ่ม และมีแนวคิดขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมในชุมชน เพื่อสนับสนุนให้สามารถดำเนินการตามแผนกิจกรรมที่ร่วมกันกำหนด นำไปสู่การพัฒนาเป็นต้นแบบการทำงานส่งเสริมการเกษตรแบบบูรณาการโดยยึดพื้นที่เป็นหลัก สามารถนำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป

ในการจัดเวทีชุมชนทั้ง 6 แห่ง เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างความเข้าใจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เป้าหมายเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ และส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์และศักยภาพกลุ่ม โดยนำข้อมูลของกลุ่มที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ เพื่อจัดทำแผนกิจกรรมพัฒนาศักยภาพกลุ่ม โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์กลุ่มใน                        ปัจจุบันและแนวโน้มกิจการเกษตรของกลุ่มในอนาคต ศักยภาพพื้นที่ความต้องการ และความพร้อมของเกษตรกรและชุมชน เพื่อให้ได้แนวทางพัฒนากลุ่มว่า ทำไมต้องพัฒนา และพัฒนาอะไร ใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร มีความเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างไร และชุมชนจะได้ประโยชน์อย่างไร ก่อนจัดทำเป็นโครงการพัฒนาของกลุ่มเกษตรกรและชุมชน พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการระดับพื้นที่ ในกลุ่มเกษตรกรของตน เพื่อนำเสนอแผนปฏิบัติกิจกรรมและแผนการใช้จ่ายของกลุ่มให้กรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาสนับสนุนได้ตรงตามความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ โครงการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ เป็นโครงการที่วางแผนใช้กระบวนการมีส่วนร่วม และเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) ที่มีความพร้อมในการพัฒนาต่อยอดสูง ให้เข้ามามีบทบาทในกระบวนการพัฒนากิจการเกษตรตลอดจนเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเกษตรกรทุกรุ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยร่วมขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยึดพื้นที่เป็นหลัก และเกิดผลสำเร็จในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยวางแผนตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง คือเน้นสนับสนุนตั้งแต่ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ให้คำแนะนำในการลดต้นทุนการผลิต และส่งเสริมการเพิ่มคุณภาพผลผลิต สู่มาตรฐานสินค้าเกษตร ตลอดจนแปรรูปเพิ่มมูลค่า สร้างแบรนด์สินค้าเกษตร แล้วเชื่อมโยงช่องทางการตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากและหลากหลายยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางขายออนไลน์ หรือช่องทางอื่น เป็นต้น