ไม่ไปปากน้ำ “เจ๊หน่อย” ไประยองแตะมือคณะก้าวหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไม่ไปปากน้ำ “เจ๊หน่อย” ไประยองแตะมือคณะก้าวหน้า

ไม่ไปปากน้ำ "เจ๊หน่อย" ไประยองแตะมือคณะก้าวหน้า 17 กรกฎาคม 2563 – 10:12 น.

สอบช่องรัฐบาลการ์ดตก “เจ๊หน่อย” ทิ้งปากน้ำไประยอง ย่องเงียบไปช่วยเพื่อน “เจ๊ติ๋ว” คณะก้าวหน้า

++

ทันทีที่ “บิ๊กตู่” เพลี่ยงพล้ำกรณีทหารอียิปต์ และไปเจอวัยรุ่นชูป้ายประท้วง “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” จึงปรับแผนไปปลอบขวัญพี่น้องชาวระยองแทนที่จะไปปากน้ำ 

วันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค.2563 กกต.เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ ที่ อบต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขน ส.ส.กว่า 20 ชีวิต ไปให้กำลังใจ สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย

อ่านข่าว…   ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย “ปิตุเตชะ”

ไม่ไปปากน้ำ "เจ๊หน่อย" ไประยองแตะมือคณะก้าวหน้า

เจ๊หน่อย และเจ๊ติ๋ว คณะก้าวหน้า ระยอง

แต่ประธานยุทธศาสตร์พรรค “เจ๊หน่อย” กลับหนีบ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดสตาร์ไนท์บาร์ซ่า จ.ระยอง 
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

แถมเจ๊หน่อยเดินชมตลาด เคียงข้าง “เจ๊ติ๋ว” ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ระยอง คณะก้าวหน้า 
++
ระยองไม่เอาทักษิณ
++
ยุคพรรคไทยรักไทย จ.ระยอง ถือว่าเป็นฐานกำลังของทักษิณ เมื่อได้ เสริมศักดิ์ การุญ อดีต ส.ส.ระยอง หลายสมัย และยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ ส.ส.ระยอง (เสียชีวิตแล้ว) น้องชาย “เจ้าแม่บ้านเพ” กิมห่อ ลี้เซ่งเฮง เป็นแม่ทัพ
เมื่อเกิดปรากฎการณ์คนเสื้อเหลือง ระยองก็เปลี่ยนไป ตั้งแต่การเลือกตั้ง 2550 เป็นต้นมา พรรคประชาธิปัตย์ และตระกูล “ปิตุเตชะ” ก็ยึดครองระยอง
เสริมศักดิ์ การุญ จอมเก๋าก็ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย สาย เลือดเพื่อไทยคนสุดท้าย “สมพงษ์ โสภณ” อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ก็ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ และได้เป็น ส.ส.ระยอง เขต 4

ไม่ไปปากน้ำ "เจ๊หน่อย" ไประยองแตะมือคณะก้าวหน้า

ปลอบขวัญคนระยอง


พูดในแง่ยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยระยองแทบไม่มีอนาคต ตรงกันข้ามผลคะแนนเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า พรรคอนาคตใหม่(เดิม)หรือพรรคก้าวไกล จะสามารถเบียดแย่งที่นั่ง ส.ส.จากกลุ่มปิตุเตชะได้ในสมัยหน้า
“เจ๊หน่อย” มาระยอง จึงไม่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์พรรค หากแต่เป็นเรื่องส่วนตัว ที่ต้องการเก็บเกี่ยวแต้มบุญให้ตัวเอง 
++
เพื่อนช่วยเพื่อน
++
จริงๆ แล้ว ขบวนเดินปลอบขวัญแม่ค้าตลาดสดสตาร์ กลางเมืองระยอง ของ “เจ๊หน่อย” นั้น นอกจากสุรินทร์ เปาอินทร์ อดีต ส.อบจ.ระยอง และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 4 พรรคเพื่อไทย ก็มีทีม อบจ.ระยอง ของคณะก้าวหน้ามาร่วมด้วย 

นั่นคือ “เจ๊ติ๋ว” สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ระยอง 

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา “เจ๊ติ๋ว” กับสามี เพิ่งไปร่วมงานแซยิด “เสี่ยจิ้น” สมยศ ลีลาปัญญาเลิศ สามีสุดที่รักของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่บ้านพักในซอยลาดปลาเค้า
 

ไม่ไปปากน้ำ "เจ๊หน่อย" ไประยองแตะมือคณะก้าวหน้า

เจ๊ติ๋วในงานวันเกิดเพื่อนจิ้น สามีเจ๊หน่อย

ทั้งสองครอบครัว เป็นเพื่อนรักกันมาก และตอนหนึ่ง “เจ๊หน่อย” กระซิบเจ๊ติ๋วว่า จะไปช่วยหาเสียงที่ระยองให้ด้วย 

บังเอิญกระแสรัฐบาลการ์ดตกมาเร็วกว่าเลือกตั้งท้องถิ่น เจ๊หน่อยเลยไปช่วยเจ๊ติ๋วหาเสียงล่วงหน้าที่ตลาดสดระยอง

เปิดสูตร ปรับ ครม.ประยุทธ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดสูตร ปรับ ครม.ประยุทธ์  

เปิดสูตร ปรับ ครม.ประยุทธ์  17 กรกฎาคม 2563 – 00:02 น.

นายกฯบอกแล้วว่าจะ”ปรับ ครม.”และดึง”คนนอก”เข้ามา”สูตรปรับ ครม.”ครั้งนี้น่าจะมี 5 คน 6 ตำแหน่งและเมื่อนายกฯดึง”คนนอก”เข้ามาซึ่งคาดว่าเป็นตำแหน่งรองนายกฯควบรมว.คลังและอีกเก้าอี้คือรมว.พลังงาน โควตาที่เป็นของ พปชร.จึงเหลือเพียง 2 เก้าอี้ ส่วนอีก1 เป็นของ รปช.

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ยอมรับแล้วว่าจะ “ปรับ ครม” โดยเร็วที่สุด ไม่เกินสิงหาคมนี้  หลังจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกฯดูแลเศรษฐกิจ , นายอุตตม สาวนายน  รมว. คลัง ,นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์  รมว. พลังงานและนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลาออกไป  

 และยังบอกว่า มีการทาบทาม”คนนอก” มาร่วม ครม. แถมย้ำเสียด้วยซ้ำว่าเป็น “สัดส่วนของตน” โดยรอคำตอบจากคนที่ถูกทาบทามอยู่ให้เวลาเขาตัดสินใจ ซึ่งรวมถึงคนที่จะมาดูในเรื่องเศรษฐกิจ  

 และเมื่อนักข่าวถามเจาะจงไปที่ รมว.กระทรวงพลังงานที่ก่อนหน้านี้มีข่าวแย่งเก้าอี้ตัวนี้กันอย่างหนัก นายกฯพูดเสียงดังฟังชัดว่า “ผมพิจารณาของผมเอง”

 ถึงตอนนี้ มาลองวิเคราะห์ “สูตรปรับ ครม. “ ว่าน่าจะออกมาอย่างไร

 แน่นอนว่าในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์  พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พอใจในโควตาที่ได้ดูแลกระทรวงตามที่พรรคตนต้องการแต่เดิมอยู่แล้วจึงจะไม่มีการขยับในการขอปรับเก้าอี้รัฐมนตรีในครั้งนี้ ส่วนพรรคเล็กที่รวมตัวกันสนับสนุนรัฐบาล  ก็คงชวดเก้าอี้”รัฐมนตรี” อีกเช่นเคย

 การปรับครม. ในครั้งนี้ จึงอยู่ในส่วนรัฐมนตรีของ”พรรคพลังประชารัฐ” และพรรครวมพลังประชาชาติไทย ( รปช. ) เท่านั้น รวมทั้งสิ้น 5 คน  6 ตำแหน่ง  แทนนายสมคิด  นายอุตตม นายสนธิรัตน์  นายสุวิทย์ และ ม.ร.ว. จัตุมงคล  โสณกุล   

โดยในส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย  ก่อนหน้านี้  ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน   ได้ลาออกจากหัวหน้าและสมาชิกพรรคฯ และทางพรรครวมพลังประชาชาติไทย ใช้สิทธิโควตารัฐมนตรีของพรรคเสนอชื่อ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ต่อนายก  แต่ไม่ได้ระบุว่า ต้องได้นั่ง “รัฐมนตรี “กระทรวงใดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

คราวนี้มาดูในส่วนของ”พรรคพลังประชารัฐ”  4 ตำแหน่ง จะมีใครเข้ามานั่งเป็น “รัฐมนตรี” น่าจับตาอย่างยิ่ง

ตำแหน่งรองนายกฯดูแลเศรษฐกิจควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น่าจะตกเป็นของ นายปรีดี ดาวฉาย  กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทยและประธานสมาคมธนาคารไทย  โดยนายกฯใช้สิทธิ”โควตากลาง”ซึ่งเป็นของนายกฯ ดึง”คนนอก”เข้ามา ซึ่งนายปรีดี ชื่อชั้นเป็นที่ยอมรับเพราะบริหารธนาคารขนาดใหญ่มาได้

ส่วนเก้าอี้ รมว.พลังงาน ที่ก่อนหน้ามีการแย่งกันมาก ใครๆก็อยากมานั่ง  มาถึงตอนนี้ นายกฯ ก็พูดชัดแล้วว่า “ผมพิจารณาของผมเอง” แสดงว่านายกฯ จะใช้สิทธิ”โควตากลาง”ซึ่งเป็นของนายก ดึง “คนนอก” มานั่งเก้าอี้ตัวนี้ ซึ่งก็คือนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร  อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นมืออาชีพด้านพลังงานและอดีต รมช. คมนาคม  ชื่อชั้นเป็นรัฐมนตรีพลังงาน ได้แน่นอน

ดังนั้นในส่วนโควตาที่คนของ”พรรคพลังประชารัฐ”ได้นั่งเก้าอี้ “รัฐมนตรี” ในการปรับ ครม.ครั้งนี้  น่าจะมีเพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้นและ 2 เก้าอี้นี้ น่าจะตกเป็นของนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐและนายสุชาติ ชมกลิ่น  รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

แต่เนื่องจากเก้าอี้ รมว.พลังงาน ตกเป็นของ”คนนอก”ไปแล้ว ก็ต้องหาที่ลงให้นายอนุชา โดยอาจไปนั่งเป็น”รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ”ซึ่งขณะนี้ “รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ” มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ จากพรรคชาติพัฒนา

ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น ครั้นจะให้ไปนั่งเป็น รมว.อุดมศึกษาฯ ก็คงไม่เหมาะสม ดังนั้นอาจต้องมีการเจรจาแลกกระทรวงกับทางพรรค รปช. โดยให้ ดร.เอนก  ซึ่งเป็นอาจารย์ เป็นนักวิชาการอยู่แล้ว ไปนั่งเป็น รมว.อุดมศึกษาฯ แล้วให้นายสุชาติ  เป็น รมว. แรงงาน ซึ่งนายสุชาติ เคยมีชื่อติดโผจ่อเป็น รมว. แรงงาน มาแล้ว

เมื่อปรับ ครม.เรียบร้อย ก็เป็นหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์  นายกฯที่จะนำ”รัฐนาวา” ไปถึงฝั่งให้ได้  ซึ่งตอนนี้ปัญหาของบ้านเมืองหนักหนาสาหัสจริงๆ พล.อ. ประยุทธ์ จะยังไหว เอาอยู่หรือไม่… เป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่ง

ไร้ประท้วง บิ๊กตู่กินทุเรียน บ้านน้องกวาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไร้ประท้วง บิ๊กตู่กินทุเรียน บ้านน้องกวาง

ไร้ประท้วง บิ๊กตู่กินทุเรียน  บ้านน้องกวาง16 กรกฎาคม 2563 – 16:55 น.

“บิ๊กตู่” ไปชายแดนกันทรลักษณ์ ไร้ป้ายประท้วง เพราะถิ่นทุเรียนภูเขาไฟ เป็นที่มั่นตระกูล “น้องกวาง”

วันที่ 16 ก.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ 
โปรแกรมแรกที่ “บิ๊กตู่” ต้องไปคือ เยี่ยมชมวิถีเกษตรแบบครบวงจร ที่สวนทุเรียนทับทิม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

อย่างที่ทราบกัน ทุเรียนภูเขาไฟ ของดีศรีสะเกษ กำลังโด่งดังมีชื่อเสียง พื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ และ อ.ขุนหาญ เป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุด
“กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล ในฐานะเจ้าบ้านได้โพสต์เฟซบุ๊คบรรยายภารกิจช่วงเช้าของบิ๊กตู่ที่ต้องชมสวนทุเรียนภูเขาไฟที่สวนทุเรียนทับทิม
 “ที่ขาดไม่ได้คือทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งเป็นการมาชิมถึงสวน หลังจากที่เคยนำไปให้ท่านชิมที่ทำเนียบรัฐบาล ถือว่าท่านนายกฯมาถึงศรีสะเกษอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ”

ไร้ประท้วง บิ๊กตู่กินทุเรียน  บ้านน้องกวาง

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อ.กันทรลักษณ์ ในทางการเมืองเป็นพื้นที่เลือกตั้งของ นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 พรรคเพื่อไทย แต่ไร้ปัญหาการประท้วง หรือป้ายโจมตีนายกฯ
เนื่องจาก “น้องกวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นลูกหลานบ้านใหญ่ “ไตรสรณกุล” ที่มีรกรากมาแต่รุ่นเตี่ยรุ่นแม่อยู่ใน อ.กันทรลักษณ์ และ “หมอจาตุรงค์” ก็เป็นลูกเขยบ้านใหญ่ 

ไร้ประท้วง บิ๊กตู่กินทุเรียน  บ้านน้องกวาง

ฮวด ไตรสรณกุล มาทำธุรกิจการเกษตรอยู่ที่ อ.กันทรลักษณ์นานกว่า 60 ปีแล้ว โดย “เตี่ยฮวด” เคยเป็นส.จ.ศรีสะเกษ ปี 2518
จากรุ่น “เตี่ยฮวด” ก็มาถึงรุ่นลูกอย่าง วีระ ไตรสรณกุล เป็น ส.จ.ศรีสะเกษ และวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ 

ไร้ประท้วง บิ๊กตู่กินทุเรียน  บ้านน้องกวาง

“น้องกวาง” หรือ “รองกวาง” เป็นลูกสาวคนโปรดของวิชิต ไตรสรณกุล และการเลือกตั้ง ปี 2562 เป็นครั้งแรกที่ “วิชิต” ส่งลูกสาว “น้องกวาง” ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 30 

ลูกสาวคนเล็กของเตี่ยฮวด คือ “อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์” ภรรยาของ นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา อุดมลักษณ์ย้ายพรรคจากภูมิใจไทย กลับเพื่อไทย พร้อมดันสามี “จาตุรงค์” สวมเสื้อเพื่อไทย และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 4

ด้วยเหตุนี้ การเดินทางไปศรีสะเกษของบิ๊กตู่ จึงราบรื่นและมีแต่ความหอมหวานของทุเรียนภูเขาไฟ

ช่อแกล้งลืม ‘ไมค์’ ระยอง เด็กก้าวหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ช่อแกล้งลืม ‘ไมค์’ ระยอง เด็กก้าวหน้า

ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า16 กรกฎาคม 2563 – 15:58 น.

ปฏิบัติการประท้วง “บิ๊กตู่” กลางเมืองระยอง แท้ที่จริงคือ ผลงาน “ไมค์ จาดนอก” เด็กสร้างคณะก้าวหน้า

++
ช่อแกล้งลืม ‘ไมค์’ ระยอง เด็กก้าวหน้า
++ 
    ไม่ให้ตกกระแส “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ผ่านแฟนเพจ Pannika Chor Wanich ว่า “นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนแล้ว ตำรวจใช้กำลังจับประชาชนมือเปล่าที่ต้องการแค่ไปทวงถามความรับผิดชอบกับนายกฯ”
    ตำรวจอุ้มจริงหรือ? ประชาชนมือเปล่านั้น เป็นคนของใคร “ช่อ” ย่อมรู้อยู่แก่ใจ

    ไม่เหนือความคาดหมาย สำหรับป้ายผ้า และหน่วยหน้ากล้าตาย เตรียมบุกประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2563
    เนื่องจากระยอง เป็นเขตการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักกิจกรรมหัวก้าวหน้าในนาม “กลุ่มเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย” และแกนนำคณะก้าวหน้า ระยอง ก็เข้มแข็งมาก

++
ฝีมือประธานไมค์
++
    พลันที่ตำรวจระยอง พยายามผลักดันกลุ่มผู้ประท้วงนายกฯประยุทธ์ ออกจากด้านหน้าโรงแรม สื่อออนไลน์บางสำนักพาดหัว “ตำรวจอุ้มวัยรุ่นระยอง”
    นักข่าวระยองในพื้นที่รู้จักดีว่า “ภานุพงศ์ จาดนอก” และเพื่อนอีกคนหนึ่งนั้น ไม่ใช่วัยรุ่นโนเนม หากแต่เป็นนักเคลื่อนไหวมวลชน ในนามกลุ่มเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย 
    ภาณุพงศ์ หรือรู้กันในกลุ่มเยาวชนแถว อ.บ้านค่าย ว่า “ประธานไมค์” วัย 23 ปี เป็นนักศึกษารามคำแหง อยู่ในสายการจัดตั้งของขบวนการประชาชนปีกซ้าย 
    “ประธานไมค์” หรือ “ไมค์ จาดนอก” มีอุดมการณ์เดียวกับ “อานนท์ นำภา” ,เพนกวิน และผองเพื่อน 

ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า

                                     เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของไมค์
  

 ด้วยเหตุนี้ ไมค์จึงได้รับการสนับสนุนจาก “คณะก้าวหน้า ระยอง” และสาขาพรรคก้าวไกล ระยองติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ตำรวจ สันติบาล กอ.รมน. และหน่วยข่าวกรอง ต่างรู้จักไมค์เป็นอย่างดี ทันทีที่มีป้ายด่ารัฐบาลประยุทธ์ หน่วยข่าวย่อมได้กลิ่นการประท้วง 
ไม่แปลกที่ธนาธร และปิยบุตร จะเด้งรับปฏิบัติการของประธานไมค์ ด้วยการใช้สื่อโซเชียลขยายผล “อุ้มผู้ประท้วงนายกฯ”

ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า

                           ไมค์ จาดนอก นักเคลื่อนไหวท้องถนน 

++
เยาวชนแดง
++
    อีกบทบาทหนึ่งของ “ประธานไมค์” คือการทำงานจิตอาสาในนาม “กลุ่มเยาวชน Youngleaders Thailand” ระดมวัยรุ่นมาทำงานช่วยเหลือคนยากคนจน
    ประธานไมค์ มีฐานอยู่ที่ อบต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยจัดตั้งกลุ่มเยาวชน YoungLeaders Thailand ซึ่งเมื่อเกิดโควิดระบาด กลุ่มประธานไมค์ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหายากจน ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง ขาดเเคลนทุนการศึกษาอำเภอบ้านฉาง พร้อมมอบเงินให้ครัวเรือนละ2,500 บาท จำนวน 10 หลังคาเรือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น25,000 บาท

 “ทุกครั้งที่ผมทำกิจกรรมอะไรก็ตาม จะมีผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่ง ที่เห็นด้วยและสนับสนุนการทำกิจกรรมของผมอยู่ตลอดเวลา ขอขอบคุณพี่ๆ คณะก้าวหน้าระยอง…”

ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า

                                 สัมพันธ์คณะก้าวหน้า ระยอง


    ฉะนั้น อย่าแปลกที่ “เอก ป๊อก ช่อ” จะประสานเสียง “ตำรวจทำร้ายประชาชน” หรือ “ตำรวจปิดหูปิดตาคนระยอง” เพราะประธานไมค์

ทิ้ง ปชป. “พายุ”เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทิ้ง ปชป. “พายุ”เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ16 กรกฎาคม 2563 – 12:44 น.

โค่นลูกกำนันเป๊าะ เป้าหมาย “พายุ” ทิ้ง ปชป. จับมือ “เฮียเป้า” เปลี่ยนชลบุรีให้ได้

++
มีปัญหาคาใจกับ “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ แม่ทัพบูรพาพรรคประชาธิปัตย์ มาแต่สมัยเลือกตั้งปี 2562 ในที่สุด นักการเมืองรุ่นใหม่ของค่าย ปชป. “พายุ เนื่องจำนงค์“ ก็ยื่นใบลาออกจาก ปชป. 

จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ “พายุ” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ได้ไปทำงานการเมืองร่วมกับ “เฮียเป้า” จิรวุฒิ สิงโตทอง อดีต ส.ส.ชลบุรี ที่ก่อตั้ง “กลุ่มเปลี่ยนชลบุรี” ลุยสนาม อบจ.

อ่านข่าว…   ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย “ปิตุเตชะ”

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

พายุ และเฮียเป้า

วันนี้ พายุลาออกจาก ปชป. ก็เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และตัวเองได้เดินหน้าเต็มตัวกับกลุ่มเปลี่ยนชลบุรี
++
ศึกสายเลือดเนื่องจำนงค์

++
อ.บ้านบึง เป็นบ้านเกิดของตระกูลการเมืองชลบุรี คือตระกูล “เนื่องจำนงค์” ของ ประโยชน์ เนื่องจำนงค์ อดีต รมช.อุตสาหกรรม และตระกูล “สิงห์โตทอง” ของดรงค์ สิงห์โตทอง หรือเฮียซุ้ย อดีต ส.ส.ชลบุรี หลายสมัย  

ปัจจุบัน “เฮียเป้า” จิรวุฒิ สิงโตทอง รับมรดกการเมืองมาจากเฮียซุ้ย ทั้งเป็นนายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี และเคยเป็น ส.ส.ชลบุรี ในนามพรรคเพื่อไทยมา 1 สมัย
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับตระกูลเนื่องจำนงค์ ในวันนี้ แบ่งออกเป็น 2 สาย คล้ายกับว่าจะเดินกันคนละทาง 

“พายุ เนื่องจำนงค์” เป็นบุตรชายของ พล.ต.ต.ปิยะชาติ และสุนัทที เนื่องจำนงค์ ซึ่งสุนัทที ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ท่ามกลางเสียงเล่าลือมากมายเกี่ยวกับการสังหารคนดังบ้านบึง

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

กลุ่มเปลี่ยนชลบุรี

พายุจึงมีศักดิ์เป็นหลานชาย “เฮียโยชน์” ประโยชน์ เนื่องจำนงค์ ผู้มากบารมีแห่งบ้านบึง เมื่อ 50 ปีที่แล้ว   

อีกสายหนึ่งคือ “ต้น” สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ทายาทประโยชน์ ที่เป็น ส.ส.ชลบุรี เขต 4 มาแล้ว 3 สมัย 

เหตุที่แยกเป็น 2 สายการเมือง เพราะความขัดแย้งของคนในตระกูล เนื่องจำนงค์ ยังมีคดีความฟ้องร้องเกี่ยวกับมรดก 6 หมื่นล้าน  

เลือกตั้งหนที่แล้ว “ส.ส.ต้น” พรรคพลังประชารัฐ เข้าป้ายทิ้งห่างจิรวุฒิ สิงห์โตทอง เพื่อไทย กว่าหมื่นแต้ม ส่วนพายุหล่นไปอยู่อันดับ 4

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

รวมพลังโค่น วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี

++
คนจริง”สิงห์โตทอง”
++ 
หลังแพ้เลือกตั้ง “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” ได้เบนเข็มเตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่ง “นายก อบจ.ชลบุรี”
“ผมว่าชลบุรีควรล้มล้างระบอบศักดินา ลด ละ เลิก การผูกขาดทุนนิยมภายในจังหวัดครับ” สัญญาณแรกที่ “เฮียเป้า” จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ส่งตรงถึงบ้านใหญ่แสนสุข  

ตอนแรก เฮียเป้าพยายามเสนอตัวให้พรรคอนาคตใหม่ได้พิจารณาเป็นตัวแทนลงสมัครนายก อบจ. ในเสื้อสีส้ม แต่ “ธนาธร-ปิยบุตร” ไม่รับข้อเสนอ เพราะมองว่า เฮียเป้ายังเป็นนักการเมืองแบบเก่า 

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

เฮียเป้า คนจริงสิงห์ป่าอ้อย

เฮียเป้ารู้สึกผิดหวัง จึงเดินหน้าตั้งกลุ่มเปลี่ยนชลบุรี ที่มีเป้าหมาย “โค่นลูกกำนันเป๊าะ” ให้ได้ 

เวลานี้ เฮียเป้าได้คนรุ่นใหม่ “พายุ” ทายาทตระกูลเนื่องจำนงค์มาร่วมทีม เพื่อเปลี่ยนชลบุรี จากเมืองเจ้าพ่อเป็นเมืองแห่งการพัฒนา

เดินสู่อนาคต “เฮียกวง”ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เดินสู่อนาคต “เฮียกวง”ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 16 กรกฎาคม 2563 – 10:05 น.

ก่อนโบกมืออำลา “เฮียกวง” ล่องใต้ไปบ้านเกิด “ผอ.เปิ้ล” แม่ทัพกองทุนหมู่บ้าน จับตาก้าวต่อไปของ 4 กุมาร

++
ระหว่างที่ 3 กุมาร “อุตตม สนธิรัตน์ สุวิทย์” นัดแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล อีกด้านหนึ่ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปพักผ่อนอยู่ที่ชุมพร
 

เช้าวันที่ 16 ก.ค.2563 รองนายกฯสมคิด ได้ปฏิบัติภารกิจเป็นประธานการมอบนโยบายการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการตรวจเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดชุมพร ณ กองทุนหมู่บ้านบนดอย หมู่ที่ 7 ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร  

ที่บ้านบนดอย มีจุดชมวิวดอยตาปัง อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอก 

อ่านข่าว…   จับตา “4กุมาร” เปิดใจแถลงลาออกจากตำแหน่ง ครม.วันนี้

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

“ผอ.เปิ้ล” มือทำงานของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์คลองอ้อมเกาะเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำของกองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง หมู่ที่ 4  อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ทั้งสองคิวก่อนโบกมือลา จัดการโดย “ผอ.เปิ้ล” รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) 
++
“ผอ.เปิ้ล”มือทำงาน
++
เนื่องจาก “ผอ.เปิ้ล” เป็นชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงวางโปรแกรมให้ “เฮียกวง” ไปพักผ่อนแถวหาดทุ่งวัวแล่น อ.ปะทิว จ.ชุมพร ก่อนไปกินทุเรียน แถวดอยตาปัง

เมื่อต้นปี 2563 สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้ผู้อำนวยการคนใหม่คือ “ผอ.เปิ้ล” หรือ “รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ”  

กองทุนหมู่บ้าน มรดกประชานิยมมาจากรัฐบาลทักษิณ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” สมัยเป็น รมว.คลัง รัฐบาลไทยรักไทย ก็มีส่วนผลักดันให้นโยบายดังกล่าว 

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

ไปไหน ต้องภาพเฮียกวง

ปัจจุบัน กองทุนหมู่บ้าน มีจำนวนกว่า 8 หมื่นแห่ง มีสมาชิกรวม 13 ล้านคน และงบประมาณหลักแสนล้านต่อปี  

“ผอ.เปิ้ล” เคยทำงานในฝ่ายบริหารให้กับ NCC Management & Development Co., Ltdใ (ผู้บริหารศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และศูนย์ประชุมนานาชาติ) แต่บทบาทที่โดดเด่นจนเป็นประจักษ์แก่นักข่าวสายเศรษฐกิจคือ การเป็น “มือทำงาน” ให้กับ “เฮียกวง” มาแต่สมัยพรรคไทยรักไทย  

สมัยที่เฮียกวง เป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคลัง ในรัฐบาลทักษิณ “ผอ.เปิ้ล” เป็นคนหนึ่งใน “ทีมงานสมคิด”  

ว่ากันว่า ผอ.เปิ้ลเป็นคนละเอียดในเนื้อหา และเป็นนักปฏิบัติ จึงได้รับความไว้วางใจจากรองนายกฯ สมคิด ให้มาดูแลกองทุนหมู่บ้าน 

จริงๆแล้ว “ผอ.เปิ้ล” เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ”ของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติมาก่อน จึงไม่ใช่คนแปลกหน้าขององค์กรนี้

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

ภารกิจสุดท้ายของสมคิด

++
ประชารัฐจัดให้
++
สมัยที่ “เฮียกวง” ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นแม่ทัพเศรษฐกิจ ให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุค คสช. พร้อมกับจุดพลุยุทธศาสตร์ “ประชารัฐ” เพื่อเศรษฐกิจฐานราก  

ใครจะรู้บ้างว่า “ผอ.เปิ้ล” นี่แหละที่เป็นคนเสนอแนวคิดการพัฒนาชุมชนให้รองนายกฯ สมคิด ได้ไปผลิตชุดนโยบายประชารัฐ 

ผอ.เปิ้ล บอกว่า การมาทำงานกับเฮียกวง ไม่ใช่เรื่องฟ้าลิขิตแต่เขาถูกกำหนดให้มาเป็น “มือปฏิบัติการ” คู่ใจจอมยุทธ์กวง 

วันข้างหน้า เฮียกวงจะไปสร้างชาติสร้างไทยที่ไหน ก็ต้อง “ผอ.เปิ้ล” เป็นเงาตามตัว

ครูยุคใหม่ การ์ดไม่ตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ครูยุคใหม่ การ์ดไม่ตก

ครูยุคใหม่ การ์ดไม่ตก15 กรกฎาคม 2563 – 19:20 น.

ครูยุคโควิด คิดใหม่ ทำใหม่ การ์ดไม่ตก แม้จะเปิดเรียนแล้วตามปกติ แต่ก็ยังคงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ครูยุคโควิด คิดใหม่ ทำใหม่ การ์ดไม่ตก แม้จะเปิดเรียนแล้วตามปกติ แต่ก็ยังคงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ครูบางส่วนยังคงจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ควบคู่กับการสอนตามปกติในชั้นเรียน เพราะเราไม่สามารถจะคาดเดาได้ว่า โควิด-19 จะกลับมาหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: รร.วิสุทธิกษัตรีสมุทรปราการประกาศด่วน หลังพบ นร.ไปที่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้โรงเรียนต้องหยุดเรียนติดต่อกันนานกว่า 100 วัน และเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ภายใต้มาตรป้องกันของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) 

ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการจัดการเรียนการสอน กระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งบุคลากรเข้ามาให้ความช่วยเหลือในการวางมาตรการป้องกันโรค โดยมอบหมายให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้ามาช่วยเหลือในการคัดกรองนักเรียนทุกวันตามเวลาข้างต้น จนสามารถมั่นใจได้ว่า โรงเรียนสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้องและปลอดภัย ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นอกจากนั้นยังมีการกำกับติดตามจากหน่วยงานต้นสังกัด และคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ค่อยติดตามและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเตรียมพร้อมและวางแผนสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้อย่างพร้อมเพียง โดยในโรงเรียนขนาดเล็กได้มีการจัดการเรียนการสอนควบคู่ กับระบบการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม จากโรงเรียนไกลกังวล หรือระบบ DLTV หากจำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนทางไกล หรือเรียนออนไลน์ ก็สามารถปฏิบัติได้ทันที 

ในส่วนของโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนเกิน 500 คน และมีการจัดการสอนในรูปแบบ onsite แม้ว่า จะมีการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนตามปกติ แต่ก็มีการจัดการสอนซ่อมเสริมในรูปแบบออนไลน์ ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้นักเรียนมีเวลาเรียนครบตามที่หลักสูตรกำหนด 

แต่ก็ยังมีครูผู้สอนบางส่วนยังคงใช้รูปแบบการสอนผสมผสาน ระหว่างออนไลน์กับการสอนจริงในชั้นเรียน มีการจัดทำคลิปการสอนในชั้นเรียน อัพโหลดไว้บน You True เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนซ้ำได้

และบางรายวิชามีการผลิตคลิปวีดีโอสอนล่วงหน้าให้กับนักเรียนได้เรียนกันก่อนที่จะมาเรียนในชั้นเรียน มีการติดต่อกันผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างครูกับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง เรียกกันได้ว่า สอนกัน 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

นับเป็นวิวัฒนาการใหม่ของรูปแบบการศึกษาที่เกิดขึ้นหลังภาวะวิกฤติโควิด-19 ผลที่ได้รับจากการทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกล เรียนออนไลน์ ในช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนให้กับครูยุคใหม่ ในยุคโควิด 

หากเกิดเหตุการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในรอบที่ 2 ครูก็ยังคงพร้อมที่จะจัดการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า สอนจริง หรือ ออนไลน์ ปรับ เปลี่ยน พัฒนา รูปแบบการให้การศึกษาเพื่อเยาวชนไทย …. ครูยุคใหม่การ์ดไม่ตก

… ชัยวัฒน์  ปานนิล…เรียบเรียง

จี้รัฐต่อรัฐ เรียกค่าชดเชย “ทหารอียิปต์” เข้าไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จี้รัฐต่อรัฐ เรียกค่าชดเชย “ทหารอียิปต์” เข้าไทย

จี้รัฐต่อรัฐ เรียกค่าชดเชย "ทหารอียิปต์" เข้าไทย15 กรกฎาคม 2563 – 18:03 น.

รู้ทั้งรู้ว่าติดเชื้อโควิดยังฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใจดีรับเอาพาหะเชื้อโรคเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลร้ายแรงกระทบธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงเกือบตายสนิท…จี้รัฐต่อรัฐเรียกค่าชดเชยทหารอียิปต์เข้าไทย 

คนไทยน่ารัก อดทนกันมานาน ยอมทำตามมาตรการของรัฐบาลที่ขอความร่วมมือผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)หรือศบค.มาอย่างต่อเนื่อง จนยอดผู้ติดเชื้อในประเทศกลายเป็นศูนย์มากว่า 50 วัน

เด็กๆ ดีใจได้ไปเรียนหนังสือ หลังเลื่อนเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1/2563 มาเป็นวันที่ 1 กรกฏาคม 2563   จำยอมเรียนออนไลน์ที่บ้านมาเกือบ 5 เดือน พ่อแม่ผู้ปกครอง ตกงานแต่ทนแบกภาระเพิ่มอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ 

กลไกต่างๆ ภายในประเทศกำลังค่อนๆ กลับเข้าสู่การฟื้นตัว ชนิดที่เรียกได้ว่า นานาอารยะประเทศยังแอบอิจฉาประเทศไทศ ที่ไต่ระดับประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดในโลก เมื่อวิกฤติโควิด-19 กลับเป็นโอกาสของวงการแพทย์ไทยได้โชว์ศักยภาพขั้นเทพ 

นาทีที่บุคลากรทางการแพทย์หรือนักรบเสื้อขาว และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม.นักรบด่านหน้าสู่โควิดกว่า 1,040,000 ชีวิต หลังกรำงานหนักสู้ศึกโควิด จะได้พักผ่อน เฉกเช่นประชาชนทั่วไป ตามมาตรการของรัฐอุดหนุนท่องเที่ยวฟรีในประเทศ  อสม.บางจังหวัดจับจองที่พักหวังท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 25ก.ค.-29 ก.ค. 2563  แต่ฝันสลายเมื่อปลายทางคือ...จังหวัดระยอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

:ระยองวุ่นพบ “ทหารอียิปต์” ติดเชื้อโควิด เข้าพักโรงแรม เดินเที่ยวห้างติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

: เจ้าของโรงแรมร้องไห้กับลูกน้อง ลูกค้าแห่ยกเลิกจองโรงแรมระยอง 90%

ใครปล่อยทหารอียิปต์เข้าไทย?

คำถามที่ต้องการคำตอบพร้อมความรับผิดชอบ…เพราะประเทศไทยไม่ได้ทำอะไรผิด ในขณะที่ “พันธมิตร”ทางการทหาร ขอใช้พื้นที่แวะพัก เพื่อเดินทางต่อไปเมืองเฉิงตู ประเทศจีน แต่ในสถานการณ์ภาวะฉุกเฉิน ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญสงครามกับเจ้าวายร้ายไวรัสโควิด-19 

แล้วใคร?…เจ้าหน้าที่รัฐคนนั้น ที่อนุมัติให้กลุ่มทหารอียิปต์กว่า 30รายเข้าไทย จงใจกระทำการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนเป็นเหตุให้บ้านเราได้รับความเสียหาย อย่างร้ายแรง

ว่ากันว่า ทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิดและพวกกว่า 30 ชีวิต รู้ทั้งรู้ว่าติดเชื้อโควิด-19 ยังฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่ไทยเราก็ใจดีรับเอาพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ประเทศ ส่งผลร้ายแรงกระทบธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงเกือบตายสนิท เมื่อลูกค้าบอกเลิกพัก 100 %  เจ้าของกิจการและลูกน้องกอดคอร้องไห้ล้มทั้งยืน

ประเมินค่าความเสียหาย และเสียขวัญแล้ว ไม่น่าจะต่ำกว่า1,000 ล้านบาท ถามหน่อยใครจะเรียกร้องค่าเสียหายเหล่านี้ให้กับชาวระยอง และจังหวัดที่มีคนไทยไปพักโรงแรมเดียวกับทหารอียิปต์กลุ่มนั้น

ถามแรงๆ ถึง “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เก่งกาจเกรียงไกร ทำไมไม่ใช้สิทธิทางการทูตตอบโต้ เรียกร้องค่าเสียหายแบบรัฐต่อรัฐ เพราะการกระทำของทหารอียิปต์ขัดขืนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทย ขณะปฏิบัติหน้าที่คัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 

กระทำการเฉกเช่นผู้ก่อการร้าย ได้สร้างความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล และยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงจะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้

จับพิรุธ หลังทหารอียิปต์ฝ่าทุกกฏ ปรากฏว่ามีรถหรูมารับกลุ่มทหารอียิปต์เพื่อนำส่งโรงแรมชื่อดัง พร้อมกับการนำเชื้อโรคมาปล่อยในไทย “ไอ้โม่ง” คนนั้นคือใคร  ใหญ่มาจากไหนถึงกล้าทำ??? 

ฝ่าด่านแบบอภิสิทธิ์ชน และบินต่อไปเฉิงตูเพียง 30 นาที แล้วบินกลับ ความจริงไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะวงในระบุทางการจีนสกัดไม่ให้ทหารยีอิปต์เข้าประเทศ จำเป็นต้องบินกลับไทย 

อย่าปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบหายไป จนกลายเป็นว่ารัฐบาลไทย อ้างมารยาทางการทูต จนกลายกลัวหงอ รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ ต้องประท้วงเรียกค่าชดเชย แบบรัฐต่อรัฐจากทางการอียิปต์  เพราะจนถึงนาทีนี้ ไม่มีใครรู้ว่าทหารอียิปต์กลุ่มนี้ แอบท่องราตรีมีที่ไหนบ้าง??

มองมุมบวกอาจแค่จังหวัดระยอง แต่มองมุมลบกลุ่มทหารอียิปต์อาจจะตะลอนท่องเที่ยว สัมผัสคนไทยไปค่อนประเทศแล้วก็เป็นได้ ใครรับผิดชอบ???

….กมลทิพย์   ใบเงิน…เรียบเรียง… 

‘นิรโทษกรรม’ยากเป็นจริง.. ทำไม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 ‘นิรโทษกรรม’ยากเป็นจริง.. ทำไม

 'นิรโทษกรรม'ยากเป็นจริง.. ทำไม15 กรกฎาคม 2563 – 17:38 น.

เรื่อง”นิรโทษกรรม”ถูกเสนอขึ้นมาอีกครั้ง ล่าสุด”คำนูณ สิทธิสมาน” นำเรื่องนี้ไปอภิปรายต่อที่ประชุมวุฒิสภาและฝากไปถึงนายกฯว่าอย่าได้ลังเล .. แต่ตรวจสอบเรื่องนี้จากฝั่งรัฐบาลแล้ว ฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่า ไม่เกิดขึ้นแน่นอน ทำไม… 

กรณี ‘คำนูณ สิทธิสมาน’ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว. ) ได้อภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาและเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนจากความผิดที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองช่วง15ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2548-2563 โดยมีหลักการในการนิรโทษกรรมแก่ผู้ทำผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมการเมืองโดยตรง รวมทั้งคดีอาญา ทั้งผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว  และผู้ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมรวมทั้งผู้ที่หนีคดี
  “อยากให้นายกฯ แสดงเจตจำนงนำเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ที่อาจเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ จะต้องนำไปพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา จะเป็นการสร้างบารมีให้นายกฯ เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีธรรมาภิบาล ถ้านายกฯ รวมใจคนทุกภาคส่วนเข้ามา โดยมีร่างนิรโทษกรรมเป็นก้าวแรก ก็จะก้าวต่อไปได้ ขอฝากความหวัง นำจิตสำนึกผู้รักชาติทุกคน ทุกสี ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 15 ปี เพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง”  เป็นคำอภิปรายตอนหนึ่ง
 

ก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีการปูดเรื่อง “นิรโทษกรรม” โดยอ้างถึงเรื่องการสร้างความปรองดองและข่าวดังกล่าวยังมีการอ้างถึงนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)และคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. ที่เคยเขียนบทความ เรื่อง “การอำนวยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์”เมื่อปี2562 ระบุว่า การนิรโทษกรรมต้องอาศัยความพยายามทุกภาคส่วนรวมทั้งภาครัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่ขยับตัวในเรื่องนี้ โอกาสเป็นไปได้ยาก
 ซึ่งเมื่อ”คมชัดลึกออนไลน์ “สอบถามไปยัง “ประสาร มฤคพิทักษ์” หนึ่งในกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. นายประสาน บอกว่า ตนเคยเป็น สปช. ตอนนั้นมีการตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการปรองดองแห่งชาติที่มี ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธานฯ ตั้งแต่ปี 2558 ทำเป็นรายงานออกมาและรายงานผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)แล้วด้วย จากนั้นส่งรายงานไปยัง “รัฐบาล คสช.” ต่อมาเรื่องไปอยู่ที่คณะกรรมาธิการการเมืองของ สนช. ที่มีนายกล้านรงค์  จันทิก เป็นประธานและมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯขึ้นมา มีนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นประธานยกร่าง พ.ร.บ.อำนวยความยุติธรรม ต่อมา สนช.หมดอายุลง
 ส่วนกรณีล่าสุดที่นายคำนูณ ออกมาชงเรื่อง“นิรโทษกรรม” นั้น จากการตรวจสอบถึงท่าทีของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ พบว่า ไม่มีความคิดเรื่องนี้เลยทั้งในส่วนรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง อีกทั้งหากรัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็จะมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็จะเกิดปัญหาตามมาจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยซึ่งมีทุกฝ่ายทั้งเหลือง แดง  น้ำเงิน ดังนั้นหากรัฐบาลเป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้ก็จะถูกด่าได้รับผลกระทบและถ้าฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมก็ไม่มีทางสำเร็จหากฝ่ายรัฐบาลไม่เอาด้วย เสียงในสภาไม่พอที่จะผ่านกฎหมายออกไปได้  และมองว่าไม่ใช่เวลาที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ดังนั้นรัฐบาลก็คงจะไม่ขยับในเรื่องนี้ รัฐบาลไม่อยากไปยุ่ง
    “รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรักษาความสงบ ให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย ดังนั้นทุกอย่างต้องไปตามกระบวนการของกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายโดยไม่มีการยกเว้นนิรโทษกรรมให้กับใคร กลุ่มไหนน่าจะนำมาซึ่งความสงบมากกว่าซึ่งเป็นหลักของรัฐบาล ส่วนการที่จะปรองดองกัน ก็ไปปรองดองกันทางอื่น นิรโทษกรรมกับการปรองดอง ไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ ตอนนี้ทุกฝ่าย ทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน ก็ตกเป็นจำเลยกันหมดแล้ว จะปรองดองก็ปรองดองกันไป แต่หากทำผิดแล้วจะบอกว่าไม่ต้องรับผิด มันอธิบายไม่ได้ ถ้าปรองดองคือการเห็นพ้องตรงกันว่า เราทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิด ก็จะเรียกว่าความปรองดองไม่ได้เพราะเป็นการปรองดองของผู้ที่กระทำผิด นอกจากนี้คนที่รักษากฎหมาย ทำตามกฎหมายหรือคนที่โดนคดีอื่นก็จะนำจุดนี้มาโจมตีว่าทำไมไม่นิรโทษกรรมให้บ้าง ส่วนคนที่จ้องจะก่อม็อบหรือก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองก็จะก่อม็อบไปเลย เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็ได้นิรโทษกรรม คนก็จะไม่กลัวกฎหมาย”
 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  : “นิรโทษกรรม”แค่ “กระแสลม ” ?

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต “ลุงตู่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต “ลุงตู่”

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต "ลุงตู่"15 กรกฎาคม 2563 – 17:23 น.

เจาะประเด็นร้อน : คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต “ลุงตู่” โดย สำราญ รอดเพชร

          จากบทวิเคราะห์ ของคุณสำราญ รอดเพชร สื่อมวลชนอาวุโส ที่เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์  การประเมิน สูตรคณิตศาสตร์ การเมือง และการปรับครม.ของรัฐบาล 276 เสียง เดิมพันอนาคต นายกฯลุงตู่

วันก่อนโน้นที่ส.ส.ชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์  พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ออกมารุกไล่ดร.สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์   ให้พ้นจากตำแหน่งก็ดูจะเกินไปจริงๆ  นอกจากทัวร์ลงแล้ว นายกฯลุงตู่ก็ออกมาปรามว่า “เบาๆหน่อย  ยังจะต้องร่วมงานกันต่อไป..”

          ล่าสุด (10 ก.ค.63)ส.ส.ชัยวุฒิก็ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ยับอีกครั้งเมื่อเขาบอกว่า โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของกลุ่ม 4 กุมารคือ อุตมะ  สาวนายน,สนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์และสุวิทย์เมษินทรีย์  เป็นของพรรค ไม่ใช่โควตาของนายก  เพราะตอนส่งชื่อไปเป็นรัฐมนตรีส่งไปในนามพรรค…

การพูดดังกล่าวถูกมองแบบรวบรัดว่าสวนทางกับที่นายกฯพูด  หรืออาจหาญทวงคืนโควตารัฐมนตรีของนายกฯ  ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงแล้วนายชัยวุฒิคงไม่กล้าบังอาจไปท้าตีท้าต่อยในความหมายทวงคืนโควตารัฐมนตรีจากนายกฯหรอก  แต่น่าจะต้องการบอกว่าทุกเก้าอี้รวมทั้งเก้าอี้รัฐมนตรีของอุตมะ,สนธิรัตน์,สุวิทย์ (รวมทั้งดร.สมคิด)เป็นโควตาของพรรค..

          จริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา  นายกฯ ก็พูดค่อนข้างชัดเจนเมื่อ 9 ก.ค.วันที่กลุ่ม 4 กุมารลาออกว่า…อย่าลืมว่าสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก   การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา  ซึ่งตนก็ขอเขามาและเขาก็ให้ตนมาเข้ามาตรงนี้  รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนด้วย

ตามนี้..แปลความได้ชัดเจนว่านายกฯนั้นเข้าใจและรู้ดีว่าสัดส่วนหรือโควต้านั้นคืออะไร เป็นอย่างไร เป็นของใคร…คำว่า “เขา”ก็คือพรรคพปชร.นั่นเอง  ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันพรรคพปชร.มอบโควตารัฐมนตรีให้พล.อ.ประยุทธจัดวางตำแหน่งต่างๆ จำนวนหนึ่ง  ที่ชอบเรียกกันว่าโควตานายกฯ,โควตาคนนอกหรือ โควตากลาง..นั่นเอง

ย้อนมองรัฐบาล”ลุงตู่” ที่กำลังจะมีการปรับใหญ่ในเร็วๆนี้   เฉพาะในส่วนของพปชร.มีทั้งสิ้น 18คน(รวมทั้งนายกฯ) จะพบว่าที่เป็นโควต้ากลางที่นายกฯนำมาจัดวางให้คนนอกมี 7 คน คือ

1)พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา  2)พล.อ.ประวิตร   วงษ์สุวรรณ   3)ดร.สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  4)ดร.วิษณุ  เครืองาม  5)พล.อ.อนุพงษ์   เผ่าจินดา  6) นายดอน   ปรมัติวินัย  และ 7)พล.อ.ชัยชาญ   ช้างมงคลติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อีก 11 รัฐมนตรี  ซี่งมี3รัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมารรวมอยู่ด้วยเป็นโควตาภายในของพรรค   ซึ่งแน่นอนว่าในการจัดวางใครลงตำแหน่งไหน นายกฯย่อมมีส่วนชี้เป็นชี้ตายด้วย ดังนั้นใครมาแตะนายกฯลุงตู่ตรงนี้ถ้าบารมีไม่มากพอก็ทัวร์ลงเมื่อนั้น ดังกรณีนายชัยวุฒิ..

          ย้อนมองการจัดสรรโควตาคณิตศาสตร์การเมืองแบบหลวมๆของรัฐบาลลุงตู่  ขณะนั้นรัฐบาลมีคะแนนเสียงปริ่มน้ำอยู่ที่ 254 เสียง(รวม11พรรคเล็กด้วย)  เมื่อเอา 36 เก้าอี้ไปหาร 254 เสียง    สัดส่วนจะอยู่ที่ 7.05 เสียง ต่อ  1 รัฐมนตรี

พลังประชารัฐ 116เสียง(รวมพลังหนุนจากพรรคเล็กอีก11เป็น127เสียง) ได้ไป   18 รัฐมนตรี

ประชาธิปัตย์  53 เสียง ได้ 7รัฐมนตรี(8ตำแหน่ง)

ภูมิใจไทย 51   เสียง ได้ 7  รัฐมนตรี( 8ตำแหน่ง)

-ฯลฯ-

จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่ พรรคชาติพัฒนา มี่ 3 เสียง ได้  1 รัฐมนตรี(เทวัญ   ลิปตพัลลภ) เป็นไปตามข้อตกลงตอนเลือกตั้งและบารมีของคนชื่อ”สุวัจน์”

อย่างไรก็ตามหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อ21 ก.พ.2563  รัฐบาลได้ข้ามพ้นจากเสียงปริ่มน้ำเป็นเสียงท่วมท้น  กล่าวคือส.ส.ทั้งสภาเหลือเพียง  487  รัฐบาลมี 276 เสียง  ฝ่ายค้านเหลือ  211   เสียง    ตัวเลขแต่ละพรรคเปลี่ยนไป  ตัวหารคำนวณสัดส่วนรัฐมนตรีจะอยู่ที่ประมาณ7.66เสียงต่อ 1 รัฐมนตรี  เมื่อลองหารเล่นๆ  ตามจำนวนส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลก็จะออกมาตามตาราง

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต "ลุงตู่"

           ตามสูตรคณิตศาสตร์การเมืองของรัฐบาล 276 เสียง  หากนำมาใช้กันแบบเคร่งครัดพรรคพลังประชารัฐต้องหายไป 2 รัฐมนตรี,ภูมิใจไทยต้องได้เพิ่มอีก 1รัฐมนตรี  ,พรรคชาติพัฒนาก็อาจต้องสลัด 1 เก้าอี้รมต.ของตัวเอง,พรรคพลังท้องถิ่นไทย,พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคเล็ก 11 พรรค 11 เสียงก็ควรจะได้พรรคละ1 รัฐมนตรี….

แต่คณิตศาสตร์ในชีวิตของจริงการเมืองสุดท้ายก็จะยืดหยุ่นด้วยความลงตัวทางผลประโยชน์อย่างอื่นด้วย ทั้งผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ตัวเอง.. รอบนี้คาดว่าพรรคภูมิใจไทยก็คงจะเล่นบทผู้เสียสละไม่ขอเพิ่ม, พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะยังอยู่,พรรคพลังท้องถิ่นไทย จะได้ 1 รัฐมนตรี ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่อาจจะมีตำแหน่งแห่งที่ในรูปแบบอื่นตอบแทน เช่นเดียวพับพรรคเล็ก 11 พรรคที่อาจจะพอใจในรสชาติของกล้วยและลงตัวที่ยืนที่อยู่ในปัจจุบันแล้ว…

ดังนั้นปมใหญ่จริงๆ ในการปรับครม.หนนี้ก็ย้อนกลับไปที่พรรคพลังประชารัฐที่เก้าอี้หดไปราว 2 ที่นั่ง  เช่นถ้าเหลือ 16 เก้าอี้ นายกฯเอาไปใช้ 7 เก้าอี้(รวมทั้งนายกฯ) เหลืออีก9 จะแบ่งสรรกันอย่างไรให้ลงตัวในกลุ่มต่างๆ และต้องดูดีกว่าเดิม…

แต่น่าเชื่อว่าเขย่าสูตรไปมา พลังประชารัฐอาจเหลือแค่ 17  รัฐมนตรีหายไปแค่เก้าอี้เดียว 

สำคัญที่สุดไม่ว่าโควตากลางหรือโควตาพรรค…ปรับแล้วหน้าตาทีมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร  ประชาชนร้องยี้หรือไม่  ตอบโจทย์หรือไม่..ซึ่งจะว่ากันที่จริงที่ผ่านมาทีม 4 กุมารก็ไม่ได้เก่งกาจจนประชาชนหวงแหนเพราะฝีมือฉกาจฉกรรจ์อะไรมาก  หนำซ้ำประชาชนไม่น้อยรู้สึกไม่ปลื้มกับผลงานทางเศรษฐกิจด้วยซ้ำ  เพียงแต่ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของทีมกลุ่มสามมิตรและอีกสองสามกลุ่มที่เคลื่อนไหวเปิดศึกแย่งชามข้าวในพรรคค่อนข้างย่ำแย่  มันก็เลยทำให้กลุ่ม 4 กุมารที่มีภาพลักษณ์ส่วนตัวดีพลอยโชคดีไป..และยังอยู่ได้(ชั่วคราว)แม้จะลาขาดจากสมาชิกพรรคไปแล้ว..

นั่นเพราะ “ลุงตู่” ฟังเสียงประชาชน  และฉวยใช้เวลานี้ยืดเวลาในการปรับครม.ออกไปให้นานที่สุด  ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องให้สภาฯผ่านกฎหมายงบประมาณ วาระที่3 ปลายส.ค.หรือต้นก.ย.2563 ไปก่อน..

แต่ถ้ายืดไม่ไหวจะปรับใหญ่กันต้นๆเดือนส.ค.2563 ก็ยังได้  เพราะยามนี้รัฐบาลไม่กลัวเรื่องคะแนนเสียงสนับสนุนอีกแล้ว !!

และแน่นอนถึงนาทีนี้ถึงแม้จะมีข้อจำกัดโน่นนี่นั่น  แต่เชื่อว่า “ลุงตู่” ที่มีประสบการณ์บนเก้าอี้นายกฯมา 6 ปีเต็มๆ  ต้องรู้แล้วว่าปรับครม.รอบนี้ควรจะปรับอย่างไร   ทีมเศรษฐกิจควรจะมีส่วนผสมอย่างไรให้แข็งแกร่งแข็งแรง  เมื่อรวมทั้งหมดแล้วครม.ชุดใหม่ต้องทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นศรัทธา..เพราะที่สุดแล้วการเมือง การบริหารประเทศเป็นสิ่งที่ค้ำยันรัฐบาลได้ดีที่สุดก็คือ ความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน..

…แม้ต้องคำนึงถึงคณิตศาสตร์การเมืองอยู่ แต่ต้องข้ามพ้นไปให้ได้มากที่สุด  ภายใต้หลักการนายกฯต้องเป็นคนรับฟัง แต่ต้องเป็นตัวของตัวเองด้วย

…ทุกเก้าอี้รัฐมนตรีมีความสำคัญหมด  วางคนให้ถูกที่ถูกทาง..

ถ้าปรับครม.ถูกตาถูกใจประชาชนแล้วเดินหน้าบริหารประเทศเกิดสะดุดต้องยุบสภา  หลังเลือกตั้งรอบหน้าก็ยังมีโอกาสกลับมาได้   แต่ถ้าปรับแล้วร้องยี้กันทั้งบ้านทั้งเมืองเบื้องหน้าอนาคตของท่านนายกฯลุงตู่ก็คงหนักหนาสาหัสเป็นธรรมดา.