สูตรรักหาร100 “สมศักดิ์” ฟื้นวังน้ำยม-วังบัวบาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525617

09 ส.ค. 2565

สูตรรักหาร100 “สมศักดิ์” ฟื้นวังน้ำยม-วังบัวบาน

ศึกนี้มีเบื้องหลัง “สมศักดิ์” เดินเกมลึกพลิกเกมหาร 100 ฤาจะฟื้นสัมพันธ์วังน้ำยม-วังบัวบาน สะพานเชื่อมบ้านป่ารอยต่อฯ

สูตรรักหาร100 “สมศักดิ์” เดินเกมลึก ศึกนี้มีเบื้องหลัง วังน้ำยม-วังบัวบาน เชื่อมประสานบ้านป่ารอยต่อ

เกมซ่อนกล “สมศักดิ์” จอมยุทธ์การเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 40 ปี ย่อมประเมินผลการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ว่า พรรคไหนคือผู้กำชัย

วันที่ 10 ส.ค.2565 กลายเป็นวันที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะจะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ. … ที่มีการคาดการณ์กันว่าองค์ประชุมสภาจะล่ม เพราะหากการพิจารณาไม่ทันตามกรอบ 180 วัน ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ จะทำให้ร่างตกไปและต้องกลับไปใช้ร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดยรัฐบาล ที่ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100

ถ้าจำกันได้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นคนจุดพลุเรื่องสูตรคำนวณหาร 500 มีปัญหา จึงเป็นที่มาของการกลับลำเอาหาร 100 ของผู้ถืออำนาจฝั่งบ้านป่ารอยต่อฯ

ย้อนไปปลายปี 2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน พูดบนเวทีการเปิดตัวเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ ว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อพวกเรา เราจึงต้องใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ทุกคะแนนมีความสำคัญ”

คำว่า ดีไซน์เพื่อพวกเรา หมายถึงกติกาเลือกตั้งบัตรใบเดียว และสูตรคำนวณ ส.ส.พึงมี ซึ่งสูตรที่ว่านี้ ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ผ่านมาเกือบ 4 ปี สมศักดิ์ เทพสุทิน กลับอยากได้กติกาบัตร 2 ใบ และสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 ทั้งใครก็มองออกว่า กติกาแบบนี้ พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์สูงสุด 

‘น้ำยม-น้ำปิง’

ชั่วโมงนี้ “สมศักดิ์” และกลุ่มสามมิตร ได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากขึ้นกว่าสมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็นเลขาธิการพรรค

จะว่าไปแล้ว ขุมกำลังของสมศักดิ์ ก็มีอยู่ 4 ตระกูลคือ เทพสุทิน (สุโขทัย) ,จึงรุ่งเรืองกิจ, นาคาศัย(ชัยนาท) และ นิติกาญจนา (ราชบุรี)  ส.ส.สายเหนือที่อยู่ในซุ้มวังน้ำยม ก็มี พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย ,ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย, ภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร และอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสมศักดิ์ ก็เป็นพันธมิตรกับซุ้มวังน้ำปิง ของวราเทพ รัตนากร ที่มี ส.ส. 4 คน คือ สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ,อนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร และปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร

ระยะหลัง สมศักดิ์แตะมือกับหิมาลัย ผิวพรรณ ที่ดูแล ส.ส.อยู่ 3 คน ได้แก่สุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร, สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ และมนัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก 

‘ความหลังวังบัวบาน’

หลังจาก “สมศักดิ์” เดินออกจากพรรคกิจสังคม และเข้ามาอยู่พรรคไทยรักไทยในระยะแรก สมศักดิ์สังกัดกลุ่มวังบัวบาน ของเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

เยาวภา ถ่ายร่วมกับทักษิณ ยิ่งลักษณ์ที่สิงคโปร์ ปีนี้ เยาวภา ถ่ายร่วมกับทักษิณ ยิ่งลักษณ์ที่สิงคโปร์ ปีนี้

ปี 2547 สมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ จึงร่วมกับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และอนุชา นาคาศัย ตั้งกลุ่มวังน้ำยม มี ส.ส.เข้ามาร่วมเกือบ 80 คน  เลือกตั้งปี 2550 สมศักดิ์แยกตัวออกไปตั้งพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเกิดกรณีพรรคถูกยุบ จึงเข้าไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน สมศักดิ์ได้ตั้งกลุ่มมัชฌิมา มี ส.ส. 7 คน อยู่ในพรรคเนวิน  ปลายปี 2555 สมศักดิ์ นำทีม ส.ส.ในซุ้มไปรับประทานอาหารกับเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เพื่อขอเจรจาย้ายกลับไปพรรคเพื่อไทย


กระทั่ง ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจยุบสภา เดือน ธ.ค.2556 สมศักดิ์และพวกจึงยกทีมไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมกับลงสมัคร ส.ส.ในนามเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งโมฆะ

ปี 2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คืนสังเวียนตั้งกลุ่มสามมิตร เดินสายชักชวนอดีต ส.ส.ให้เข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ   สมศักดิ์ เป็น ส.ส.ครั้งแรกปี 2529 เชี่ยวชาญทางการเมือง ช่ำชองในกลยุทธ์เลือกตั้ง ย่อมประเมินได้ว่า ใครจะเป็นผู้นำในอนาคต พรรคไหนจะกวาดที่นั่งส.ส.ได้มากที่สุด    

มือขวาป้อม “วิรัช” แตะมือหนูสู้แม้วแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525507

08 ส.ค. 2565

มือขวาป้อม “วิรัช” แตะมือหนูสู้แม้วแลนด์สไลด์

พลิกตำรารบ “วิรัช” มือขวา พล.อ.ประวิตร ประสานทัพเสี่ยหนู สู้เพื่อไทยในสมรภูมิอีสาน แบ่งพื้นกันตีค่ายแม้ว ที่ไหนรบชนะ ก็ต้องลุยเต็มที่

ชั่วโมงนี้ “วิรัช” กลายเป็นมือขวา พล.อ.ประวิตร พลิกตำรารบในสนามอีสาน ประสานทัพเสี่ยหนู สู้ค่ายทักษิณ

“วิรัช” จับมือกลุ่มสามมิตร สยายปีกคุม พปชร. ทำให้ สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคแทบไม่มีที่ยืน

อีเวนท์พลังประชารัฐที่เมืองหนองคาย ทำให้ วิรัช รัตนเศรษฐ โดดเด่นขึ้นมาเป็นมือขวา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลังเจอมรสุมคดีสนามฟุตซอล ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ วิรัช รัตนเศรษฐ ไม่ได้หายไปไหน เขายังประจำการอยู่ที่บ้านป่ารอยต่อฯ เป็นคู่คิดของลุงป้อม วางยุทธศาสตร์หาเสียงของพลังประชารัฐสมัยหน้า

มิเพียงเท่านั้น วิรัช รัตนเศรษฐ ยังผนึกกำลังกับสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร จัดทัพผู้สมัคร ส.ส.ในภาคอีสาน 

ดังที่ทราบกัน การเลือกตั้งครั้งหน้า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขต ส.ส. 400 เขตใหม่ โดยภาคอีสาน มี ส.ส.เพิ่มขึ้น จากเดิม 116 คน เป็น 132 คน หรือมีเก้าอี้เพิ่มขึ้นถึง 16 ที่นั่ง อีสานเป็นสนามที่พลังประชารัฐ ตกเป็นรองเพื่อไทยเยอะมาก ฉะนั้น แกนนำ พปชร.ที่ใกล้ชิดลุงป้อม จึงวางแผนประสานกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา แตะมือลับๆ แบ่งพื้นที่กันสู้กับเพื่อไทย 

สำหรับแม่ทัพนายกองของ พปชร.ภาคอีสาน ประกอบด้วย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กลุ่มสามมิตร รับผิดชอบอีสานเหนือ ,พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบอีสานกลาง และ วิรัช รัตนเศรษฐ รับผิดชอบอีสานใต้ 

‘บ้านใหญ่โคราช’

ช่วงนี้ “วิรัช” ในฐานะหัวหน้าครอบครัวรัตนเศรษฐ ไม่ยอมทิ้งพื้นที่นครราชสีมา เพื่อความไม่ประมาทในกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์  ประมาณเดือน ต.ค.นี้ วิรัช รัตนเศรษฐ จะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทั้ง 16 เขต โดยมี ส.ส.ในเครือข่ายวิรัช 4 คน เป็นตัวยืน และจะดึงตัว เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 และทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 จากพรรคเศรษฐกิจไทย กลับมาสมทบกันที่บ้านหลังเดิม

  วิรัช รัตนเศรษฐ แม่ทัพใหญ่อีสานใต้วิรัช รัตนเศรษฐ แม่ทัพใหญ่อีสานใต้

นอกจากนี้ วิรัช ยังแพลมว่า อาจมีข้าราชการที่จะเกษียณในเดือน ก.ย.นี้มาเปิดตัวสนามโคราช ส่วนอดีตผู้สมัคร ส.ส.หน้าเก่า ยังได้ลงสนามอีก อาทิ ประพิศ นวมโคกสูง และอรทัย พลวิเศษ ภรรยาภิรมย์ พลวิเศษ กลุ่มสามมิตร

สมัยหน้า วิรัช ตั้งเป้าพื้นที่อีสานใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, ชัยภูมิ ,ศรีสะเกษ, ยโสธร, บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 20 ที่นั่ง

‘แตะมือหนูสู้แม้ว’

เมื่อสมรภูมิอีสาน เพื่อไทยยึดครองพื้นที่ไว้เป็นส่วนใหญ่ “วิรัช” จึงไม่รบพร่ากำลัง เน้นเจาะในเขตที่มั่นใจได้ว่าชนะ เช่นสนามหนองคาย 

อีกด้านหนึ่งก็ประสานกับพรรคพันธมิตรอย่างภูมิใจไทย เพื่อต้านยันแลนด์สไลด์เพื่อไทย พื้นที่ไหน พปชร.สู้ได้ก็ต้องสู้ พื้นที่ไหนภูมิใจไทยแข็งก็ปล่อยให้ลุยไป จะไม่ชนกันเอง ยกตัวอย่างในอีสานเหนือ ที่สนามนครพนม ลุงป้อมจับมือ ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย โดยหนุนช่วยเรื่องโครงการน้ำ เพื่อให้ครูแก้ว ต้านยันเพื่อไทยที่เขต 1 

ส่วนเขต 2 นครพนม ก็ยังหวังลึกๆ น้ำผึ้ง-ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี(สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม) ที่จะล้มเพื่อไทย โดยภูมิใจไทยก็ไม่ผู้สมัครเกรดเอลงสนาม  ที่เมืองร้อยเอ็ด พปชร.ก็ทำแนวร่วมกับอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ผ่านทาง เอกภาพ พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด การเลือกตั้ง ส.ส.ร้อยเอ็ด สมัยที่แล้ว อนุรักษ์ ชาติไทยพัฒนา และเอกภาพ พลังประชารัฐ ต่างคอยหนุนช่วยกัน จนอนุรักษ์คว่ำ ส.ส.เพื่อไทยได้ที่เขต 1 แต่เอกภาพสอบตก

อย่างไรก็ตาม เมื่อการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด อนุรักษ์ บ้านใหญ่จุรีมาศ ก็ช่วยเอกภาพ เอาชนะทีมเพื่อไทย จนได้เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด วันนี้ เอกภาพเจอใบแดง แต่ก็เตรียมส่งภรรยารัชนี พลซื่อ และลูกชาย เอกรัฐ พลซื่อ ลงสนามแทน ในสีเสื้อพลังประชารัฐ และมีตระกูลจุรีมาศ สนับสนุนอยู่ลับๆ

กลยุทธ์แตะมือหนูสู้แม้ว เหมือนการรบแบบมีเป้าหมาย ไม่สะเปะสะปะ เพื่อสกัดกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์

วาระ “นายกรัฐมนตรี” ยื้อไปจบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525482

08 ส.ค. 2565

วาระ "นายกรัฐมนตรี"  ยื้อไปจบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ

วาระ 8 ปี “นายกรัฐมนตรี” ต้องจบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ฝ่ายหนุน -ฝ่ายต้าน เสียงแตก รัฐธรรมนูญ มาตรา158 นับระยะเวลาจากวันไหน

เหลือเวลาอีกสองสัปดาห์การเมืองไทยอาจลุกเป็นไฟขึ้นมาอีกครั้ง  คราวนี้ ถูกจุดพลุด้วยกระแส เรียกร้องนายกรัฐมนตรี ต้องลงจากตำแหน่ง โดยอ้าง รัฐธรรมนูญมาตรา 158 ที่กำหนดไม่ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี

หากย้อนดูไทม์ไลน์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2557  รัฐธรรมนูญ ฉบับปี2560 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายนในปีเดียวกัน  และเมื่อมีการเลือกตั้ง เมื่อปี 2562
พลเอกประยุทธ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้ง
ได้รับโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรี วันที่ 6 มิถุนายนปีเดียวกัน

วาระ "นายกรัฐมนตรี"  ยื้อไปจบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ

แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 264 วรรคแรกบัญญัติว่าให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่กลับปัญหาจึงเป็นปัญหาให้ต้องตีความว่า วารดำรงตำแหน่ง ไม่เกิน 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญมาตร158 เริ่มนับจากวันไหน
 

หากนับจากวันที่ 24 สิงหาคม 2557 ที่พลเอกประยุทธ์ ได้รับเลือกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะครบกำหนด 8 ปี วันที่ 23 สิงหาคมเดือนนี้
แต่หากนับจากวันที่ 9 มิถุนายน 2562  ระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมแล้วไม่เกิน 8ปี จะสิ้นสุดวันที่ 8 มิถุนายน 2570

ฝ่ายที่สนับสนุนลุงตู่อยู่ต่อ เห็นว่า การนับวาระดำรงตำแหน่ง ต้องเริ่มหลังจากมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายที่ คัดค้านบอกว่า  การนับวาระต้องเริ่มจากที่รัฐธรรมนูญรับรองสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 264 ที่รับรองไว้ว่าคณะรัฐมนตรี ที่มีอยู่ก่อนหน้า เป็นคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ2560 นี้ สอดรับกับ เจษฎ์ โทณะวนิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ระบุว่านับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มตั้งแต่ได้ปี 2557 แล้ว

เมื่อดูความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญมาตรา 158 จะพบว่า การกำหนดระยะเวลา 8 ปีไว้เพื่อมิให้เกิดการผูกขาดอำนาจในทางการเมืองยาวเกินไปอันจะเป็นต้นเหตุเกิดวิกฤตทางการเมืองได้ แต่หากดูตามความเคลื่อนไหวของ 3ป. หรือ พลเอกประยุทธ์ ไม่พบเค้าลางว่าจะหยุดตามที่รัฐบุรุษ  เคยทำไว้   นี่เป็นเหตุผลให้คลื่นลมการเมืองระลอกใหม่ มีนัดหมายอีกครั้งในวันที่ 23 สิงหาคมนี้

บ้านใหญ่ผงาด “อนุทิน” รวมทุกซุ้ม ดูดสะสมทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525471

08 ส.ค. 2565

บ้านใหญ่ผงาด “อนุทิน” รวมทุกซุ้ม ดูดสะสมทรัพย์

ดับฝันทักษิณ “อนุทิน” งัดกลยุทธ์บ้านใหญ่ครองประเทศ จับตาซุ้มสะสมทรัพย์ และอีกหลายตระกูลการเมือง เตรียมซบค่ายบุรีรัมย์

ระบอบบ้านใหญ่ผงาด “อนุทิน” ประกาศเป็นนายกฯ สมัยหน้า ภูมิใจไทยกลายเป็นศูนย์รวมนักเลือกตั้งสายพันธุ์โบราณ

ดับฝันทักษิณ “อนุทิน” งัดกลยุทธ์เจาะบ้านใหญ่ จับตาตระกูลสะสมทรัพย์ และอีกหลายตระกูลเตรียมซบค่ายบุรีรัมย์ 

วันที่ 7 ส.ค.2565 ที่ลานตากพืช สำนักงานขนส่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยกทีมไปเปิดตัว นรินทร์ คลังผา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 3 ซึ่งนรินทร์ เป็นลูกชาย อำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี ที่ได้ฉายา บ้านใหญ่โคกสำโรง

ระหว่างการปราศรัยกับชาวโคกสำโรง อนุทิน บอกว่า “คราวนี้ 3 กระทรวง คราวหน้าขอ 6 กระทรวง เลือกมาเยอะๆ พี่น้องไม่ต้องเกรงใจ ถ้าจะเป็นนายกฯก็ต้องเป็น..”

จะว่าไปแล้ว เสี่ยหนูเริ่มมีความมั่นใจในเรื่องการจะเป็นผู้นำประเทศสมัยหน้าเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย ได้รวบรวมนักเลือกตั้งสายพันธุ์บ้านใหญ่เข้ามาอยู่ใต้ร่มธงสีน้ำเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

‘บ้านใหญ่ลพบุรี’

โซนที่ราบลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก “อนุทิน” ได้จัดทัพบ้านใหญ่ไว้พร้อมสรรพ ไล่มาตั้งแต่อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, นครนายก และปราจีนบุรี

สำหรับเมืองลพบุรี มัลลิการ์ จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี เขต 1 อยู่กับภูมิใจไทย มาตั้งแต่สมัยพี่ชาย-สุบรรณ จิระพันธุ์วานิช อดีตนายก อบจ.ลพบุรียังรับบทแม่ทัพสีน้ำเงินให้เนวิน ชิดชอบ  หลังสุบรรณถูกยิงเสียชีวิต ก็ยังมี อรพิน จิระพันธุ์วาณิช เป็นนายก อบจ.ลพบุรี โดยตระกูลจิระพันธุ์วานิช ทำงานกับบ้านใหญ่ลพบุรีอีกหลังคือ ตระกูลสละชีพ   สมัยที่แล้ว ภูมิใจไทย มี ส.ส. 2 คน คือ มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช เขต 2 และเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เขต 4

ส่วนอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี 4 สมัย ครั้งที่แล้วสวมเสื้อพลังประชารัฐ พ่ายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม แค่พันกว่าแต้ม ครั้งหน้าจึงส่งลูกชาย นรินทร์ คลังผา นายก อบต.วังเพลิง ลงสนาม ทวงแชมป์คืน

ส่วน ประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก จำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี มีแนวโน้มจะย้ายมาภูมิใจไทย เพราะสองบ้านใหญ่เมืองละโว้คือ จิระพันธุ์วานิช กับสละชีพ เป็นพันธมิตรการเมืองกัน

‘บ้านใหญ่นครปฐม’

ที่มาแรงในช่วงต้นสัปดาห์นี้ มีข่าวบ้านใหญ่นครปฐมจะย้ายมาร่วมงานกับ “อนุทิน” ในการเลือกตั้งสมัยหน้า  ล่าสุด เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ว่า วันนี้ยังอยู่ร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนา แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นเรื่องของอนาคต ไม่ขอตอบว่าจะอยู่ต่อหรือไม่

ย้อนไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2561 ที่บ้านสะสมทรัพย์ ริมถนนมาลัยแมน นครปฐม สมัยที่ไชยา สะสมทรัพย์ ยังมีชีวิตอยู่ เปิดบ้านจัดงานวันเกิด โดยอนุทิน ชาญวีรกูล และสรอรรถ กลิ่นประทุม ได้ไปร่วมอวยพรด้วย

ตอนนั้น ก็มีข่าวใหญ่ตระกูลสะสมทรัพย์ จะทิ้งเพื่อไทยไปอยู่ภูมิใจไทย แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่ปกติ บ้านใหญ่นครปฐมถูกดึง ถูกรั้งทั้งจากพี่น้อง 3 ป. และพรรคเพื่อไทย สุดท้ายจึงไปจอดป้ายที่พรรคชาติไทยพัฒนามีข้อน่าสังเกต วันที่ 24 ก.ค.2565 เนวิน ชิดชอบ นำทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปเตะอุ่นเครื่องกับทีมนครปฐม ยูไนเต็ด ทีมในไทยลีก 2 ของตระกูลสะสมทรัพย์

เป็นที่รู้กันในวงการลูกหนัง ถ้าทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปอุ่นเครื่องกับทีมสโมสรใด ย่อมหมายถึงความเป็นพันธมิตรทางการเมืองด้วย

 พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ สวมกอดพี่ชาย จิรวัฒน์ ผู้ยึดกุมอนาคตซุ้มนครปฐมพาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ สวมกอดพี่ชาย จิรวัฒน์ ผู้ยึดกุมอนาคตซุ้มนครปฐม

เหนืออื่นใด พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เขต 2 นับถือเป็นพี่เป็นน้องกับเนวินมานานหลายสิบปีแล้ว โอกาสที่บ้านใหญ่นครปฐมจะไปอยู่ใต้ร่มธงสีน้ำเงินจึงมีความเป็นไปได้สูง

ศึกชิงเก้าอี้ “แม่ทัพสีกากี” สัปดาห์หน้า รู้ชัด ใครเป็น “ผบ.ตร.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525424

หนึ่งตะวัน พันดาว

08 ส.ค. 2565

ศึกชิงเก้าอี้ "แม่ทัพสีกากี" สัปดาห์หน้า รู้ชัด ใครเป็น "ผบ.ตร."

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

นับเวลาถอยหลัง..ไทม์ไลน์ แต่งตั้ง “ผบ.ตร.คนที่ 13” แทน “แม่ทัพใหญ่สีกากี” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่เกษียณราชการ 30 กันยาฯนี้ ใครจะรับไม้ต่อ “3 คาดิเดท” พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์-พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.หลัง..13 สิงหาฯ จะชัดเจน..OO

ขับเคี่ยว กันน่าดู..เก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ได้โควตาอาวุโสผ่านฉลุย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เกษียณ ปี 2567-พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ เกษียณ ปี 2569 ได้ไฟเขียวตีตราจองเก้าอี้ ปะองค์ทรงเครื่อง ปูทางสู่..บัลลังก์ “เจ้าสำนักปทุมวัน”..OO

เก้าอี้ตัวสุดท้าย..ชิงดำระหว่าง “7 ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง เกษียณปี 2568 พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช เกษียณปี 2567 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เกษียณ 2574 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง เกษียณปี 2566..OO

ตามด้วย..พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ เกษียณปี 2569 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข  เกษียณ ปี 2568 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เกษียณปี 2568 บทสรุปสุดท้าย ขึ้นอยู่..“บุญวาสนา-ผู้มีอำนาจ” จะชี้ขาดเลือกใคร เพราะ..โลกนี้..ไม่มีอะไรเที่ยงแท้และแน่นอน..OO
 

ไม่ยี่หร่า..พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.เดินหน้าโครงการ Smart Safety Zone 4.0  หลัง..ทุ่มแรงกายแรงใจเนรมิตโครงการฯ จนประสบความสำเร็จ..OO

ส่งเทียบเชิญ..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มอบรางวัลชนะเลิศ “โครงการฯ” กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 คว้ารางวัล “กองบัญชาการทรงคุณค่า” พล.ต.ต.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ รอง ผบช.ภ.8 เป็นตัวแทนรับรางวัล…OO

ชนะเลิศ..“ระดับสถานี” พ.ต.อ.ไพบูลย์ กาศอุดม ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง จ.ยะลา คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พ.ต.อ.จามร อันดี ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี  คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2..OO

รับรางวัล..“ชมเชย” 7 สถานี พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล รักษาการ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผกก.สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.จิระวัฒน์ สาระรัมย์ ผกก.สภ.เขาหลัก จ. พังงา พ.ต.อ.วรพล พลมณี ผกก.สภ.เมืองแพร่ พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี พ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.เมืองสุราษฎร์ธานี สร้างความกำลังใจคนทำงาน..OO

พ่นพิษ..โศกนาฏกรรม เพลิงนรกเผาผับ “เมาน์เท่น บี” สถานบริการเถื่อนใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี “ไร้ใบอนุญาต-เปิดเกินเวลา” ย่างสดนักเที่ยว 15 ศพ บาดเจ็บเกือบครึ่งร้อย “ผู้เกี่ยวข้อง” หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ..OO

ดาบแรก..นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่ง เด้ง ว่าที่ พ.ต.ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ เข้ากรุ “กรมการปกครอง” มอบหมายปฎิบัติหน้าที่ ที่วิทยาลัยการปกครองเป็นการประจำ..OO

ไม่รอดสันดอน..ดาบสอง พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.จ.ชลบุรี ย้าย “5 เสือ” โรงพักพลูตาหลวง เข้ากรุ “ศปก.ภ.จ.ชลบุรี” ไล่ตั้งแต่ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก. พ.ต.ท.สมศักดิ์ รู้ยิ่ง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ ศักดิ์กุลวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.สมญา ชูสุขพลเยี่ยม สวป.และ พ.ต.ต.ยุทธนา สงกระสันต์  สว.สส.รอผลสอบ..OO

ผลพ่วง..“ผู้เกี่ยวข้อง”ตื่นตัว บรรดา “พ่อเมือง-ผู้ว่าฯ” บัญชาการ “นายอำเภอ-หัวหน้าเขต” ตรวจสอบสถานบันเทิง “ผับ-บาร์-เลาน์-คาเฟ่” เฉพาะ..กรุงเทพฯ จังหวัดเดียว เจอสถานบริการสุ่มเสี่ยงอันตราย 83 แห่ง “ผู้ว่าฯกทม.”ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่รีรอ สั่งหยุดบริการปรับปรุงแก้ไข เปิดแผล..ประจานความหย่อนยาน “ผู้เกี่ยวข้อง”มันเพราะ..เหตุอันใด หลุดรอดสายตาไปได้อย่างไร สังคมข้องใจ รอคำตอบ..OO

ส่งสัญญานอันตราย..สถานการณ์ “อันธพาลครองเมือง”ยกพวกตะลุมบอนห้ำหั่นคู่อริ ไม่เกรงกลัว “กฎหมายบ้านเมือง” หลากหลายเรื่องราว หลากหลายเหตุการณ์ “เหิมเกริม”ยกพวกก่อเหตุตีรันฟันแทงไปทั่ว..OO

ไม่วายเว้น..วัดวาอาราม “โรงร่ำโรงเรียน-โรงหมอ” บางเหตุการณ์..อาวุธครบมือ..ไม่ใช่..ปืนผาหน้าไม้ ธรรมดา “จัดหนัก-จัดเต็ม” ขนอาวุธสงครามกราดยิงคู่อริ เสมือน.. “บ้านป่า-เมืองเถื่อน”..OO

ถึงเวลา..“ผู้รับผิดชอบ”ต้องกำราบ “บรรดาขาใหญ่-หัวโจก-เจ้าถิ่น” คืนความสงบสุข “ชาวบ้าน-ร้านตลาด” หรือ..จะปล่อยตำนาน “อันธพาลครองเมือง”คืนชีพ ก้อ..เชิญ  “ชาวบ้าน-ชาวช่อง” ฝากความหวัง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช แม่ทัพสอบสวนกลาง จัดระเบียบสังคม หยุดยั้งบรรดา “เหล่าอันธพาล” ภัยคุกคามสุจริตชนผู้หาเช้ากินค่ำ..OO

พิลึกกึกกือ..พล.ต.ต.นิรันดร ศิริสังข์ไชย ผบก.อก.ภ.7 / หน.ฝอ.ศปก.ภ.7 ลงนามคำสั่ง 1 สิงหาฯ ปล่อยตัว พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.ธนภัทร เหล่าทอง สวป. ด.ต.ณัฐพงษ์ สิงห์ยะบุศย์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองสมุทรสาคร กลับดำรงตำแหน่งเดิม..OO

ผลพ่วง..ติดร่างแหต้องมลทินพัวพันบัตร 500 อำนวยความสะดวก“แรงงานต่างด้าว” โดนคำสั่งย้ายเข้ากรุ “ศปก.ภ.7” เพียงแค่..ข้ามวัน นั่งเก้าอี้ยังไม่ทันร้อน โดนคำสั่งกลับเข้ากรุเหมือนเดิม เล่นเอา..บรรดาเหล่าสีกากี งวยงง มันเกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย ทั่น พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ แม่ทัพภูธรภาค 7 ที่เคารพรัก..OO

ไม่รู้เพราะเหตุผลอันใด..ตำรวจโรงพักศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โรงพักเดียวแห่เข้าร่วมโครงการ “เออร์ลีรีไทร์” นับสิบ นำทีม..“ผู้กำกับ” ลงมายัน “ชั้นประทวน”ตบเท้าสมัครใจอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณ ทำไม..ตัดสินใจเยอะ..ใครรู้ ช่วยบอกที ถ้าจะให้ดี พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จ.สุโขทัย แถลงไขแจงสี่เบี้ย ที่มาที่ไป สยบ “เสียงเล่า-เสียงลือ” น่าจะดี..OO

สร้างชื่อเสียงขจรไกล..นายคิม จุนยอง กงสุลประจำสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ทำหนังสือแสดงความ“ขอบคุณตำรวจไทย” ผ่าน พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท.1 ชื่นชมการดำเนินการประสานงาน“ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว”ชาวเกาหลีใต้ ที่ปัญหาทางสมองหายตัวไปกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เห็นแล้ว..ปลื้มแทน พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท.ได้ลูกน้องดีมีชัยไปกว่าครึ่ง..OO

ได้ฤกษ์เบิกชัย..พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พร้อม “รองผู้บังคับการ-ทีมงาน” ย้ายที่ทำการฯจาก “วังปารุสกวัน” ไปทำการใหม่ บนถนนสาธร อาคารเดิม บก.ปอศ.ดีเดย์เปิดที่ทำการ 15 สิงหาฯนี้..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

ศึกในอก “อุ๊งอิ๊ง” ซื้อใจยงยุทธ สู้ค่ายส้มเจียงฮาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525396

07 ส.ค. 2565

ศึกในอก "อุ๊งอิ๊ง" ซื้อใจยงยุทธ สู้ค่ายส้มเจียงฮาย

เจียงฮายเปลี่ยน “อุ๊งอิ๊ง” หวั่นก้าวไกลดับฝันแลนด์สไลด์ หลอมใจ 2 ตระกูลคู่ขัดแย้ง ซื้อใจยงยุทธ ติยะไพรัช คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เจียงฮายบ่ธรรมดา “อุ๊งอิ๊ง” หวั่นก้าวไกลขวางแลนด์สไลด์ หลอมใจ 2 ตระกูลคู่ขัดแย้ง ซื้อใจยงยุทธ ติยะไพรัช

สมรภูมิเชียงราย “อุ๊งอิ๊ง” เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อพรรคสีส้มเจาะ 2 เขตสมัยที่แล้ว จับตาศึกชิงเขต 1 พื้นที่คนเจนใหม่

วันที่ 7 ส.ค.2565 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และพานทองแท้ ชินวัตร พร้อมด้วยคณะแกนนำพรรค เดินทางไปจัดกิจกรรมระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด เปิดตัว ส.ส.เชียงราย 8 คน 8 เขต

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมัยหน้า ส่วนใหญ่ก็เป็นคนหน้าเก่าจากตระกูลเตชะธีราวัฒน์, วันไชยธนวงศ์ และติยะไพรัช แต่วันนี้ มีตระกูลจงสุทธานามณี เข้ามาร่วมด้วย

นับแต่ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทย จนมาถึงยุคพรรคเพื่อไทย ตระกูลจงสุทธนามณี และจงสุทธานามณี ล้วนอยู่ขั้วตรงข้ามทักษิณ ในสนามเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย

สมัยที่แล้ว เสี่ยเล็ก-มงคล จงสุทธนามณี อดีต ส.ส.เชียงราย รุ่นเก๋า ไปร่วมงานกับสัมพันธ์ เลิศนุวัตร ก่อตั้งพรรคพลเมืองไทย ส่วนรัตนา จงสุทธานามณี ลงสมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ

ที่แหกคอกไปเลยคือ กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ไปสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในส่วน จ.เชียงราย

สมัยหน้า ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี ลูกชายรัตนา จงสุทธานามณี จะลงสมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคเพื่อไทย

  • ‘ดึงยงยุทธคืนรัง’

อุ๊งอิ๊ง” รู้ดีว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างตระกูลติยะไพรัช กับตระกูลจงสุทธานามณี เป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข ไม่งั้นเป้าหมายแลนด์สไลด์เจียงฮาย ก็จะไม่เกิดขึ้น

ตอนหนึ่ง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้กล่าวขอบคุณยงยุทธ ติยะไพรัชว่า เป็นน้องรักคุณพ่อ เป็นหลักทางภาคเหนือ ทำให้เรามีที่พึ่งพิง และผู้แทนที่ก้าวข้ามผ่านความขุ่นเคืองในใจของตัวเอง เพื่อโฟกัสที่ประชาชนและประเทศชาติของเรา ต่อไปเชียงรายต้องรวมกันอย่างเข้มแข็ง

อุ๊งอิ๊ง เดินทางมาปราศรัยที่บ้านเกิดยงยุทธ ติยะไพรัชอุ๊งอิ๊ง เดินทางมาปราศรัยที่บ้านเกิดยงยุทธ ติยะไพรัช

คนเชียงรายรู้ดีว่า ยงยุทธ ติยะไพรัช ขับเคี่ยวกับรัตนา จงสุทธานามณี ในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย มาหลายรอบ กระทั่งต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ถือว่าเป็นบาดแผลในใจของทั้งสองฝ่าย

ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวเพื่อไทย จึงได้จัดเวทีปราศรัยที่ อ.แม่จัน ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค.2565 เพราะแม่จัน เป็นที่มั่นการเมืองของยงยุทธ ติยะไพรัช

อย่างไรก็ตาม ยงยุทธยังปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งพรรคเพื่อชาติ ก็ต้องดูว่า อนาคตของพรรคนี้จะไปในทิศทางใด

  • ‘ส้มเจียงฮาย’

แกนนำเพื่อไทยเชียงราย รวมถึง “อุ๊งอิ๊ง” มองว่า คู่แข่งของพรรคเพื่อไทยในสนามเชียงรายคือ พรรคก้าวไกล

เนื่องจากเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ เจาะพื้นที่เชียงรายได้ 2 เขต ได้แก่ น.พ.เอกภพ เพียรพิเศษ เขต 1 เเละพีรเดช คำสมุทร เขต 6 หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เอกภพและพีรเดช ก็ย้ายไปอยู่พรรคก้าวไกล

ช่วงหลัง ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล ได้ไปทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย แต่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เลือกที่จะใช้กลยุทธ์ดองงูเห่าแทนการขับออกจากพรรค

สำหรับผู้ที่ดูแลพื้นที่เชียงรายของพรรคก้าวไกลคือ กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วน จ.เชียงราย และพรรคสีส้มได้วางตัวพลากร วงศ์ประเสริฐ เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 6

เหลือแต่เขต 1 อ.เมืองเชียงราย ที่พรรคก้าวไกล เตรียมจะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในเร็ววันนี้

กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี เป็นคนในตระกูลการเมืองเก่าแก่ของเชียงราย แต่เลือกที่จะเดินไปบนวิถีแบบก้าวไกล

เซียนการเมืองพูดตรงกันว่า หากเพื่อไทยจะไม่แลนด์สไลด์เจียงฮาย ก็ที่สนามเขต 1 เพราะเสียงของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมีหนาแน่นมาก และรอคอยคนที่มีอุดมการณ์จากพรรคก้าวไกล

ปูร้อนรุ่ม “ประวิตร” ป้อแป้แต่เก๋า เขย่า พท.หนองคาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525387

07 ส.ค. 2565

ปูร้อนรุ่ม "ประวิตร" ป้อแป้แต่เก๋า เขย่า พท.หนองคาย

หนองคายเดือด “ประวิตร” บุกตีป้อมค่ายแม้วดังกระหึ่ม ยิ่งลักษณ์อยู่ไม่เป็น ส่งซิกกลุ่มแคร์ดึง 3 ส.ส.เพื่อไทย โต้กลับผ่านคลับเฮาส์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หนองคายเดือด “ประวิตร” เสียงไม่รู้แต่ไม่แล้งกระหึ่มถึงดูไบ ยิ่งลักษณ์ปาดหน้าชิงส่งเสียงคิดฮอดคนชายโขง

ประวิตร” โชว์ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก ยิ่งลักษณ์อวดผ้าทอหางกระรอกเชื่อมใจคนหนองคายกับคนแดนไกล

จบไปแล้ว อีเวนท์บุกหนองคายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางชาวบ้านสวมเสื้อสีน้ำเงิน เขียนข้อความ “ไม่แล้ง ไม่จน สร้างคน สร้างงาน พลังประชารัฐ” เรือนหมื่นตบเท้านั่งฟังลุงป้อมพูด 15 นาที

เวทีพลังประชารัฐ พลังชาติไทย ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 6 ส.ค.2565 ที่ลานฝั่งตรงข้าม Chic Chic Market อ.เมือง จ.หนองคาย ถือว่าประสบความสำเร็จในการชิงพื้นที่ข่าวสาร

พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมจะเอาทั้ง 3 เขต” ล้มเพื่อไทย ก็ถูกณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นำประเด็นนี้ไปแซวลุงป้อมบนเวทีครอบครัวเพื่อไทย ที่เชียงราย

จริงๆแล้ว เพื่อไทยก็หวั่นไหว ไม่งั้น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะปาดหน้าฝากรักมาถึงชาวหนองคาย ตามมาด้วยกลุ่มแคร์ ดึง ส.ส.หนองคาย เพื่อไทย มาจัดคลับเฮาส์ ว่าด้วยเรื่องคิดเคลื่อนหนองคาย

  • ‘ศึกชิงวังพญานาค’

สมรภูมิหนองคาย “ประวิตร” ปักหมุดไว้แล้ว เพราะเป็นสนามเลือกตั้งที่มีโอกาสเจาะได้

ปลายปี 2564 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. , พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาค 2 และ หิมาลัย ผิวพรรณ เดินทางมาพบ ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย ที่บ้านพักใน อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ก็มีความชัดเจนว่า สมัยหน้า ยุทธนา ต้องรับบทแม่ทัพหลังม่านอีกครั้ง

ในการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ยุทธนา ศรีตะบุตร เป็นผู้จัดทีม ส.ส.หนองคาย พลังประชารัฐ ทั้ง 3 เขต แต่ไม่ถึงฝั่งฝัน หนนี้ ลุงป้อมลงมาเล่นเอง

ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคายยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย

สมัยก่อน ตระกูลศรีตะบุตร ได้รับการสนับสนุนจากพินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.หนองคาย และอดีตหัวหน้ากลุ่มวังพญานาค พรรคไทยรักไทย

พินิจ จารุสมบัติ จับมือกับพิทักษ์ ศรีตะบุตร บ้านใหญ่ อ.โพนพิสัย และปราการ อินทร์รอด บ้านใหญ่ อ.ท่าบ่อ ยึด อบจ.หนองคาย ,ส.ส. และ ส.ว.หนองคาย สมัยที่พินิจย้ายมาสังกัดไทยรักไทย

วันนี้ พินิจวางมือทางการเมือง แต่ยุทธนา ศรีตะบุตร ลูกชายคนโตของพิทักษ์ ในนามกลุ่มรักหนองคาย ยึดเก้าอี้นายก อบจ.หนองคาย สมัยที่ 5 แล้ว

ดังนั้น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย 3 คนของพลังประชารัฐ จึงมาจากกลุ่มรักหนองคาย ของยุทธนาทั้งสิ้น

สมัยหน้าคู่เอกเวทีหนองคาย เป็นมวยหญิงชิงวังพญานาค มุมแดง ชนก จันทาทอง ส.ส.เขต 2 เพื่อไทย กับมุมน้ำเงิน ผู้ท้าชิง ประภาสิริ ศรีตะบุตร พลังประชารัฐ

ทั้งตระกูลศรีตะบุตร และจันทาทอง ต่างก็เป็นคนโพนพิสัย เมืองบั้งไฟพญานาค ศึกนี้ไม่ได้แค่เดิมพันเก้าอี้ ส.ส. แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีคนบ้านเดียวกัน

  • ‘เสียงจากดูไบ’

ก่อนที่ “ประวิตร” จะขึ้นเวทีประมาณ 6-7 ชั่วโมง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ส่งเสียงมาจากดูไบ อ้อนรักคนหนองคาย และเสียโครงการรถไฟความเร็วสูง

ช่วงสายวันที่ 6 ส.ค.2565 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra พูดถึงผ้าทอลายหางกระรอกกลุ่มแม่บ้าน อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคายส่งมาให้

“แม้จะอยู่ไกลแต่ก็สามารถรับรู้ความรัก ความห่วงใยจากพี่น้องชาวหนองคายได้จากผ้าผืนนี้ค่ะ”

นอกจากนี้ ยิ่งลักษณ์ยังพูดถึงรถไฟความเร็วสูง สมัยที่เธอเป็นนายกฯแต่ถูกขวางโดยกลุ่มผู้ถืออำนาจปัจจุบัน “..พอนึกทีไรก็อดเสียดายโอกาสแทนพี่น้องชาวหนองคายไม่ได้”

ถัดมา วันอังคารที่ 9 ส.ค.2565 กลุ่มแคร์จัดแคร์คลับเฮาส์ หัวข้อ “คิดเคลื่อนหนองคาย : เปิดประตูสู่แดนมังกร” รับลูกจากยิ่งลักษณ์ โดยนำ 3 ส.ส.หนองคาย เพื่อไทย ได้แก่ กฤษฎา ตันเทอดทิตย์, ชนก จันทาทอง และเอกธนัช อินทร์รอด มาร่วมพูดคุย

แสดงว่า คนแดนไกลก็รู้ร้อนรู้หนาว ในยุทธการป้อมป้อแป้ แต่เก๋าเกม ชิงพื้นที่ข่าวสุดสัปดาห์ให้มีคนพูดถึงไม่แพ้ข่าวครอบครัวเพื่อไทยบุกเชียงราย

ย้อนรอย ไฟไหม้ “ซานติก้าผับ” สู่ เมาท์เทนบีผับ บทเรียนราคาแพง ซ้ำซาก แต่ไม่จำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525122

05 ส.ค. 2565

ย้อนรอย ไฟไหม้ "ซานติก้าผับ" สู่ เมาท์เทนบีผับ บทเรียนราคาแพง ซ้ำซาก แต่ไม่จำ

ย้อนรอย คืนมรณะ “ซานติก้าผับ” สู่ ไฟไหม้ผับชลบุรี “เมาท์เทนบีผับ” MountainB บทเรียนราคาแพง ซ้ำซาก แต่ไม่เคยจำ

จากเหตุการณ์สลด เหตุไฟไหม้ผับชลบุรี ภายในสถานบันเทิง “เมาท์เท่นบีผับ” MountainB บริเวณปากซอยเขาหมอน ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นจำนวนมากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คลับคล้ายคลับคลา ซ้ำรอยกับเหตุการณ์ไฟไหม้ “ซานติก้าผับ” เมื่อ 13 ปีที่แล้ว ต่างแค่สถานที่ แต่จุดจบเหมือนกัน
 

เหตุไฟไหม้ “ซานติก้าผับ” เกิดขึ้นกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เนื่องจากเป็นคืนเคาท์ดาวน์ จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางมาที่ผับเพื่อฉลองปีใหม่ ในค่ำคืนนั้น มีการจุดไฟเย็น ดื่มเหล้า ทานอาหาร และแสดงดนตรี จำนวนคนร่วมงาน คาดการณ์ว่ามากถึง 1,000 คน ซึ่งเกินกว่าขีดจำกัดของทางผับ ที่รับได้ประมาณ 500 คน นักท่องเที่ยวทั้งหมดเข้ามาจากทางประตูหน้า ที่มีความกว้างสองเมตรครึ่ง จำนวนคนในผับแน่นขนัด ทั้งสองชั้นและบริเวณบันได

เมื่อย่างเข้าสู่ศักราชใหม่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 นักท่องเที่ยวได้จุดพลุ ไฟเย็น และในขณะที่เกิดเหตุ มีการแจกพลุกระดาษให้กับนักท่องเที่ยว จนไปติดไฟ
สปอร์ตไลท์ ขณะนั้น แม้ว่า ไฟไหม้แล้ว นักท่องเที่ยวยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุ มีคนตะโกนว่า “เอฟเฟกต์ เอฟเฟกต์” ภายหลังจึงพบหลักฐานในที่เกิดเหตุ หลักฐานดังกล่าว คือกล้องที่ตกอยู่ ซึ่งบันทึกภาพการแสดงในช่วงเวลาที่เกิดเหตุไฟไหม้ได้ เผยให้เห็นภาพการแสดงของวงเบิร์น ที่เมื่อแสดงจบ นักร้องนำคนดังกล่าวก็ได้เดินออกไปข้างเวที ก่อนที่สเปเชียลเอฟเฟกต์จะถูกจุดขึ้นกลางเวที ในตอนนั้นที่นักร้องคนใหม่เดินเข้ามา ก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ซึ่งภาพดังกล่าว เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า เพลิงที่ไหม้ “ซานติก้าผับ” แท้จริงแล้ว เกิดจากสเปเชียลเอฟเฟกต์ของเวที ซึ่งเกิดจากระบบไฟฟ้า ไม่ใช่พลุกระดาษ ที่นักร้องนำวงเบิร์นเป็นคนจุด

ไฟไหม้ "ซานติก้าผับ"ไฟไหม้ “ซานติก้าผับ”

หลังจากนั้น ไฟฟ้าในอาคารได้ดับลง กว่าจะทราบว่าเป็นไฟไหม้ เพลิงก็ได้ทำการลุกไหม้จากบริเวณชั้นสอง ทำให้โครงสร้างถล่มลงมา เนื่องจากภายในผับ มีวัตถุที่เอื้อต่อการเกิดไฟไหม้ อาทิ ผนังโฟม สุราฯลฯ เพลิงจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวพยายามหนีออกมาทางประตูด้านหน้า ซึ่งมีขนาดเพียงสองเมตรครึ่ง เนื่องจากไม่ทราบทางออกอื่น แต่ไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากคนแน่นขนัดมาก และ ประตูมีขนาดเล็ก คนที่ล้มลงในสถานที่เกิดเหตุไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ และถูกเหยียบซ้ำ สภาพศพหลายศพถูกทับกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 61 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 225 คน 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ทำให้มีการสั่งย้ายผู้อำนวยการเขตปทุมวันและเขตวัฒนา และนำคดีฟ้องศาล โดยศาลฎีกามีคำพิพากษให้จำคุก เสี่ยขาว “เสี่ยขาว” หรือ นายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ ผู้บริหาร ซานติก้าผับ และ นายบุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็มจก. รับจ้างติดเอฟเฟกต์ คนละ 3 ปี นอกจากนี้ ยัง ปรับ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. ฐานะนิติบุคคลอีก 2 หมื่นบาท ทั้งให้ชดใช้โจทก์ร่วมที่บาดเจ็บ-เสียชีวิต อีก 5.12 ล้านบาท

ไฟไหม้ "เมาท์เทนบีผับ"ไฟไหม้ “เมาท์เทนบีผับ”

เหตุเพลิงไหม้ สถานบันเทิง “เมาท์เทนบีผับ” MountainB เป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำซาก เมื่อนักดนตรีที่เคยทำงานอยู่ บอกเล่าให้ฟังว่า ประตูทางเข้าออก คับแคบมาก ไม่แตกต่างจากคืนมรณะใน “ซานติก้าผับ” เจ็บ แต่ไม่เคยจำ  

ทุบวังพญานาค “ทักษิณ” ยึดหนองคาย บ้านใหญ่ไม่ขลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525189

05 ส.ค. 2565

ทุบวังพญานาค “ทักษิณ” ยึดหนองคาย บ้านใหญ่ไม่ขลัง

บ้านใหญ่ไม่ขลัง “ทักษิณ” ยึดที่นั่ง ส.ส.หนองคายกว่า 20 ปี ปิดตำนานวังพญานาค วันนี้ใครสวมเสื้อเพื่อไทย ก็ได้เป็น ส.ส.

ผ่าสมรภูมิหนองคาย “ทักษิณ” ยึดที่นั่ง ส.ส.ชายโขงมา 20 ปี ปิดตำนานวังพญานาคของ พินิจ จารุสมบัติ ที่เคยรุ่งเรือง 

หนองคายบ้านใหญ่ไม่ขลัง นักการเมืองคนไหนสวมสีเสื้อ “ทักษิณ” ก็ได้เป็น ส.ส. เหมือนเสกได้

นับแต่การเลือกตั้งปี 2548 พินิจ จารุสมบัติ นำทีม ส.ส.หนองคาย ซบ ทักษิณ ชินวัตร เก้าอี้ ส.ส.หนองคายทั้งจังหวัด ก็ตกเป็นพรรคในเครือข่ายทักษิณ

แม้ปี 2550 พินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.หนองคาย และหัวหน้ากลุ่มวังพญานาค จะแอบหนุนพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่งนักการเมืองคนสนิทลงสมัคร ส.ส.หนองคาย ชนทีมพรรคพลังประชาชน แต่พ่ายทุกเขต (สมัยนั้นยังไม่แยกเป็น จ.บึงกาฬ)

ดังนั้น เลือกตั้งปี 2556 พรรคเพื่อไทย จึงกวาดที่นั่ง ส.ส.หนองคายยกจังหวัดอีกครั้ง ได้แก่เขต 1 กฤษฎา ตันเทอดทิตย์,เขต 2 ชนก จันทาทอง และเขต 3 เอกธนัช อินทร์รอด

วันนี้ ยังมีตระกูลศรีตะบุตร ของพิทักษ์ ศรีตะบุตร อดีต ส.ส.และ ส.ว.หนองคาย ที่ยังยืนอยู่ขั้วตรงข้ามทักษิณ ในสนามเลือกตั้ง ส.ส.หนองคาย โดยมีลูกชายคนโต ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย และอาทิตย์ ศรีตะบุตร อดีต ส.ว.หนองคาย เป็นผู้ขับเคลื่อนการเมืองท้องถิ่น

พิทักษ์ ศรีตะบุตร เป็นผู้ที่ชักนำให้พินิจ จารุสมบัติ หนุ่มใหญ่เมืองแปดริ้วให้มาลงสมัคร ส.ส.หนองคาย และผูกพันกันมาจนถึงทุกวันนี้

‘ลูกสาวพ่อบักเสือ’

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว “ทักษิณ” ยังมีมนต์ขลัง นักการเมืองหนองคายแย่งกันลงสนามในนามเพื่อไทย 

เขต 1 (อ.เมืองหนองคาย) พรรคเพื่อไทย ส่ง กฤษฎา ตันเทิดทิตย์ นักธุรกิจขนส่งข้ามแดน ได้รับการสนับสนุนจาก “พ่อบักเสือ” ประสิทธิ์ จันทาทอง อดีต ส.ส.หนองคาย 6 สมัยให้ลงสนามเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย อดีต ส.ส.หนองคาย ปี 2554 ถูกเบียดไปอยู่พรรคภูมิใจไทย

เขต 2 (อ.โพนพิสัย, อ.รัตนวาปี) ประสิทธิ์ จันทาทอง ส่งลูกสาว มด-ชนก จันทาทอง ลงสมัคร ส.ส.แทนมารดา-ชมภู จันทาทอง ส.ส.หนองคาย 2 สมัย ค่ายทักษิณ 

ก่อนที่มด-ชนก จะมาเป็น ส.ส.สมัยแรก เธอดำเนินธุรกิจของตระกูลจันทาทองคือบริษัท ประสิทธิ์โชคทรานสปอร์ต จำกัด (รถวิ่งข้ามสะพานไทย-ลาว) และบริษัท B.S.TOUR (บริษัทนำเที่ยว) 

 สาวโพนพิสัย ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย สาวโพนพิสัย ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย

‘พันธมิตรวังพญานาค’

พรรคพลังประชารัฐ หมายมั่นจะเจาะฐาน “ทักษิณ” ที่หนองคาย แต่ก็ไม่ง่าย ทั้งเขต 1 และเขต 2

เขต 3 (อ.ท่าบ่อ ,อ.ศรีเชียงใหม่) เอกธนัช อินทร์รอด อดีต ส.ส.หนองคาย สมัยพรรคไทยรักไทย ได้กลับมาสวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามและได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2  เอกธนัช เป็นลูกชายของปราการ อินทร์รอด อดีตประธานสภา อบจ.หนองคาย ผู้ก่อตั้งกลุ่มรักหนองคาย ร่วมกับยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย

ปราการ อินทร์รอด ก็เป็นคนสนิทของพินิจ จารุสมบัติ และเมื่อปี 2550 ปราการ ลงสมัคร ส.ส.หนองคาย ในสีเสื้อพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่สู้กระแสทักษิณไม่ได้  เลือกตั้งสมัยหน้า เอกธนัช อินทร์รอด จะต้องเจอคู่แข่งที่น่ากลัวคือ ธนพล ไลละวิทย์มงคล อดีตผู้สมัครนายก อบจ.หนองคาย พรรคเพื่อไทย 

ตอนเลือกตั้งนายก อบจ.หนองคาย เสี่ยอัพ ธนพล ไลละวิทย์มงคล ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลจันทาทอง และกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ แต่พ่ายยุทธนา ศรีตะบุตร  หลังแพ้เลือกตั้งท้องถิ่น เสี่ยอัพ ธนพล ไลละวิทย์มงคล ตัดสินใจสมัคร ส.ส.หนองคาย ในสังกัดพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ 

ประเมินเบื้องต้น กระแสทักษิณยังแรงจัดในหัวเมืองชายโขง คงยากที่พลังประชารัฐ และไทยสร้างไทยจะเจาะที่มั่นเพื่อไทยได้

ยกเว้นจะมีรายการแทงข้างหลังกันเอง ในกลุ่มบ้านใหญ่หนองคาย 2-3 ตระกูลที่หักโค่นกันมาในสงครามการเมืองท้องถิ่น

ไม่รู้แต่ร้าวลึก “ประวิตร” บุกหนองคาย ไม่เต็มร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525134

05 ส.ค. 2565

ไม่รู้แต่ร้าวลึก “ประวิตร” บุกหนองคาย ไม่เต็มร้อย

บิดาแห่งการไม่รู้ “ประวิตร” เคลื่อนทัพ พปชร.บุกหนองคาย เปิดตัวแม่ทัพอีสาน ให้น้ำหนักวิรัช และกลุ่มสามมิตร ไร้เงาสุชาติ ชมกลิ่น

บิดาแห่งการไม่รู้ “ประวิตร” เคลื่อนทัพบุกหนองคาย เปิดตัวแม่ทัพวิรัช-เอกภาพ อีสานไม่แล้งแน่ แต่ พปชร.ท่าทางจะไม่รอด “ประวิตร” รู้ดีตีเพื่อไทยยาก แต่เชื่อมือทีมนักการเมืองท้องถิ่น จึงปักธงหนองคายในสมรภูมิอีสานเหนือ

ป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ที่มีภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมระบุข้อความ “ไม่รู้ ไม่รู้ แต่ไม่แล้งแน่” โครงการพัฒนาน้ำบาดาล ไม่ร้อน ไม่แล้ง ติดอยู่ทั่วเมืองหนองคาย

เนื่องจากวันที่ 6 ส.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยแกนนำพรรค วิรัช รัตนเศรษฐ ,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ,ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะยกขบวนขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยโชว์ผลงาน พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน บริเวณลานฝั่งตรงข้าม Chic Chic Market อ.เมือง จ.หนองคาย 

นี่เป็นยุทธการโรดโชว์เวทีที่ 2 ของพรรคพลังประชารัฐ โดยพุ่งเป้ามาพื้นที่ จ.หนองคาย ซึ่ง พล.อ.ประวิตร และรัฐมนตรีบางคนมากรุยทางเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.หนองคายอย่างไม่เป็นทางการมาแล้ว

‘พึ่งสาย อบจ.’

สมรภูมิอีสานคือจุดอ่อนของพลังประชารัฐ “ประวิตร” จึงผลักดันโครงการแก้น้ำแล้ง ควบคู่การจัดสรรที่ดินให้ประชาชน เพื่อให้เป็นผลงานที่จะนำไปหาเสียงในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ที่น่าประหลาดใจ ในเวทีโรดโชว์หนองคาย พลังประชารัฐ กลับเปิดตัว เอกภาพ พลซื่อ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด  ปี 2562 เอกภาพ พลซื่อ อดีตร้อยเอ็ด ก็ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 ในสีเสื้อพลังประชารัฐ แต่พ่ายแพ้แก่นิรมิต สุจารี พรรคเพื่อไทย

ปลายปี 2563 เอกภาพได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แต่ถูกร้องเรียนว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ต่อมา กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เอกภาพ พลซื่อ และสั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ใหม่ ระหว่างนี้ ศาลได้สั่งให้เอกภาพหยุดปฏิบัติหน้าที่ 

ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีของเอกภาพ ในวันที่ 5 ส.ค.2565 แต่พรรคพลังประชารัฐ แจกข่าวว่า เอกภาพจะไปเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด สมัยหน้า

เอภภาพ พลซื่อ จะไปเปิดตัวที่หนองคายเอภภาพ พลซื่อ จะไปเปิดตัวที่หนองคาย

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย กลับปรากฏชื่อ ศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ที่ปรึกษานายก อบจ.หนองคาย เพียงคนเดียว ก่อนหน้านี้ พปชร.มีการเปิดตัว กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ รองนายก อบจ.หนองคาย และ ปภาสิริ ศรีตะบุตร เลขานุการนายก อบจ.หนองคาย เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคายไปแล้ว แต่เหตุใด ไม่มีคิวขึ้นโชว์ตัว

ส่วน สจ.กุ๊กไก่ ประภาลักษณ์ สิทธิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู ที่ได้ขึ้นเวทีด้วยนั้น มีดีกรีเป็น ส.อบจ.หนองบัวลำภู เขต อ.นากลาง อยู่ในกลุ่มรักหนองบัว ของ วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ นายก อบจ.หนองบัวลำภู

‘โคราช-สามมิตร’

หลังประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อเดือน เม.ย.2565 “ประวิตร” มอบให้ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้นำทัพ ส.ส.ภาคอีสาน นัยว่า พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม จะช่วยกันดูแลพื้นที่อีสานเหนือ  พื้นที่อีสานใต้ วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเน้นไปที่ จ.นครราชสีมา

หากพิจารณาจากแผนการโรดโชว์หนองคาย ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลับให้ความสำคัญของวิรัช รัตนเศรษฐ ราวกับเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคอีสานเชื่อว่า การดึงเอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ร้อยเอ็ด มาขึ้นเวที ก็น่าจะเป็นเรื่องของวิรัช ที่มองว่า การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งต้องใช้บริการอดีต ส.ส.รุ่นลายคราม 

มีข้อน่าสังเกต เดิมทีเวทีโรดโชว์หนองคาย จะมีสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ร่วมขบวนไปแถลงผลงานด้านการแก้ปัญหาแรงงานด้วย แต่นาทีสุดท้าย กลับไม่มีคิวสุชาติขึ้นเวที

การไม่ปรากฏตัวของสุชาติ สอดรับกับกระแสข่าวที่ว่า พล.อ.ประวิตร ให้ความไว้วางใจวิรัช และกลุ่มสามมิตร ในการจัดทัพเลือกตั้งสมัยหน้า