ปิดจ็อบเจียงฮาย “อุ๊งอิ๊ง” รวม 4 ตระกูลใหญ่ขวางก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525054

04 ส.ค. 2565

ปิดจ็อบเจียงฮาย "อุ๊งอิ๊ง" รวม 4 ตระกูลใหญ่ขวางก้าวไกล

แลนด์สไลด์เชียงราย “อุ๊งอิ๊ง” รวม 4 ตระกูลดัง ติยะไพรัช, เตชะธีราวัฒน์, วันไชยธนวงศ์ และจงสุทธานามณี ขวางก้าวไกลล้างอายงูเห่า

ปิดจ็อบเจียงฮาย “อุ๊งอิ๊ง” นำทัพครอบครัวเพื่อไทยมาเหนือสุด ผนึกกำลัง 4 ตระกูลดังคือ ติยะไพรัช, เตชะธีราวัฒน์, วันไชยธนวงศ์ และจงสุทธานามณี

แลนด์สไลด์ล้างอาย “อุ๊งอิ๊ง” ลั่นต้องยกจังหวัด คว้าตัวอดีต ส.ว.ทุนใหญ่ใจถึง มงคลชัย ดวงแสงทอง เสริมทัพ

วันที่ 7 ส.ค.2565 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร นำแกนนำเพื่อไทย ไปจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ตอน ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย

บ่ายวันเดียวกัน เคลื่อนพลที่ไป อ.พาน ฐานเสียงของตระกูลเตชะธีราวัฒน์ และปิดท้ายเปิดเวทีปราศรัย ที่ อ.แม่จัน ที่มั่นของตระกูลติยะไพรัช  ก่อนหน้านั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แถลงเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน สำหรับ จ.เชียงราย ได้วางตัวไว้ดังนี้

เขต 1 ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี, เขต 2 วิกรม เตชะธีราวัฒน์ ,เขต 3 วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ,เขต 4 รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์, เขต 5 พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ,เขต 6 อิทธิเดช แก้วหลวง ,เขต 7 ละออง ติยะไพรัช และเขต 8 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ล่าสุด มีชื่อ ส.ว.อ๋า หรือ มงคลชัย ดวงแสงทอง อดีต ส.ว.เชียงราย ปี 2557 และอดีตผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย ปี 2563 ซึ่งคาดหมายว่า จะได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 8

 มงคลชัย ดวงแสงทอง อดีต ส.ว.เชียงราย ปี 2557มงคลชัย ดวงแสงทอง อดีต ส.ว.เชียงราย ปี 2557

จังหวัดเชียงราย มีตระกูลการเมืองระดับประเทศอยู่ 4 ตระกูลคือ ติยะไพรัช, เตชะธีราวัฒน์, วันไชยธนวงศ์ และจงสุทธานามณี ซึ่งในการเลือกตั้งสมัยหน้า ทั้ง 4 ตระกูลนี้จะเข้ามาอยู่ใต้ร่มธงครอบครัวเพื่อไทยของอุ๊งอิ๊ง

เบื้องหลัง 4 ตระกูลดังรวมตัวกัน ก็มาจากทักษิณและเจ๊แดง เยาวภา ขอหย่าศึกเพื่อความเป็นเอกภาพ และบรรลุเป้าหมายแลนด์สไลด์

‘คนรุ่นใหม่ใจถึง’

ลูกสาวนายห้างดูไบ “อุ๊งอิ๊ง” เยือนเชียงราย เจ้าบ้านตระกูลจงสุทธานามณี จึงเปิดศูนย์ประชุมฯ ของเทศบาลนครเชียงราย จัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย

นอกเหนือจากการเปิดตัวผู้กองต้นน้ำ ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี ทายาทของรัตนา จงสุทธานามณี อดีต ส.ส.เชียงราย ก็น่าจะเป็นการแนะนำตัวนักธุรกิจรุ่นใหญ่ใจถึง มงคลชัย ดวงแสงทอง อดีต ส.ว.เชียงราย ปี 2557

มงคลชัย ดวงแสงทอง เป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัท พานพงษ์ไทย จำกัด ,บริษัท พานพงษ์ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท พี อาร์ เอ็ม คอนกรีต และบริษัท มนชรี จำกัด 

ปลายปี 2563 ส.ว.อ๋า มงคลชัย จัดทีมลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิก ส.อบจ. แม้จะพ่ายแพ้ แต่มงคลชัยก็ได้ประมาณ 8 หมื่นคะแนน

‘ก้างขวางคอ’

สมรภูมิเชียงรายทั้ง 8 เขต เพื่อไทยมีคู่แข่งที่น่ากลัวคือ ก้าวไกล ดังนั้น “อุ๊งอิ๊ง” จึงเน้นย้ำให้คัดสรรเลือดใหม่ และคนรุ่นใหม่ลงสนาม

ตระกูลเตชะธีราวัฒน์ จึงส่งทายาทลงสนามทั้ง 2 เขตคือ เขต 2 วิกรม เตชะธีราวัฒน์ ลูกชาย วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย และเขต 3 วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลูกสาว วิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย 

ส่วนพรรคก้าวไกล ที่สูญเสีย 2 ส.ส.เชียงราย อย่างเอกภพ เพียรพิเศษ และพีรเดช คำสมุทร ให้พรรคภูมิใจไทย ก็ต้องปรับขบวนกันใหม่

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มอบให้ กัญจน์พงศ์  จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วน จ.เชียงราย คัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย ทั้ง 8 เขต

เขต 1 อ.เมืองเชียงราย และเขต 6 อ.แม่สาย ยังเป็นเป้าหมายของพรรคก้าวไกล เพื่อหยุดฝันแลนด์สไลด์ล้างอายของเพื่อไทย

ดีลพิสดาร “ประวิตร” ผนึกค่ายเพื่อแม้ว คว่ำหาร500

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525013

04 ส.ค. 2565

ดีลพิสดาร “ประวิตร” ผนึกค่ายเพื่อแม้ว คว่ำหาร500

ดีลปรองดอง “ประวิตร” ส่งสัญญาณคว่ำสูตรหาร 500 ค่ายเพื่อแม้วตีปีก หวังได้หาร 100 คืนมา ขั้วรัฐบาลแตกแบงก์พันต้านแลนด์สไลด์

กลับไปกลับมา “ประวิตร” ส่งสัญญาณสูตรเลือกตั้ง กลับมาเอาบัตร 2 ใบ หาร 100 ใช้กลยุทธ์สภาล่มคว่ำหาร 500

“ประวิตร” ปิดประตูบัตรใบเดียว ค่ายเพื่อแม้วตีปีก เล่นเกมสภาล่ม หวังได้หาร 100 คืนมา ตอบโจทย์แลนด์สไลด์

วันที่ 2 ส.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเรื่องสูตรเลือกตั้ง โดยมีความเห็นร่วมกันว่า พปชร.ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ใช้บัตรใบเดียว เมื่อเห็นชอบให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็มีปัญหาว่า สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรค พปชร.เห็นตรงกันว่า จะกลับไปใช้หาร 100 ไม่เอาหาร 500 นั้นจะทำอย่างไร

ปรากฏการณ์สภาล่ม จึงบังเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2565 ส.ส.จำนวนมากไม่ต้องการให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังต่อคิวเข้าสู่การพิจารณา จึงได้เล่นเกมด้วยการไม่ยอมแสดงตนเป็นองค์ประชุม

ว่ากันว่า การเล่นเกมยื้อของ ส.ส.พลังประชารัฐ และเพื่อไทย ก็เพื่อจะทำให้ร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พิจารณาไม่ทันตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 180 วัน หรือสิ้นสุดในวันที่ 15 ส.ค.2565

นั่นหมายความร่างกฎหมายลูกที่กรรมาธิการฯ พิจารณาต้องตกไป จะทำให้การฟื้นสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 100 กลับคืนมาสาเหตุที่ ส.ส.เพื่อไทย ยอมเล่นเกมสภาล่ม ร่วมกับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ก็เพราะสูตรเลือกตั้งบัตร 2 ใบ หาร 100 จะทำให้เกิดปรากฏการณ์เพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้

‘กลับลำทำไม’

“ประวิตร” ก็รู้ว่า บัตร 2 ใบ คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 เข้าทางเพื่อไทย แต่เหตุใดจึงคว่ำหาร 500 ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาล ก็ร่วมกันโหวตหาร 500 มากับมือ วันที่ 2 ส.ค.2565 สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงสูตรหาร 500 นั้น มันย้อนแย้งกัน มีข้อบกพร่องมากมาย 

นักการเมืองจอมเก๋าอย่างสมศักดิ์ พูดเรื่องนี้อย่างมั่นใจ สะท้อนว่า ต้องมีไฟเขียวจากผู้มีอำนาจย้อนไปเมื่อ 21 ก.ค.2565 สมศักดิ์ เทพสุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 ว่า น่าจะอยู่ไม่ได้ และจะมีปัญหาตามมาทีหลัง เพราะย้อนแย้งกัน

จริง ๆ แล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็เห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญ เรื่องกติกาเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียว เป็นบัตร 2 ใบ เพราะกังวลว่า สมัยหน้า ถ้า พปชร.ได้ ส.ส.เยอะ ก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อบังเอิญ พรรคขนาดเล็กวิ่งเข้าไปต่อรองกับผู้มีอำนาจฝั่งทำเนียบรัฐบาล จึงมีอาการไขว้เขวไปตามกระแสดังกล่าว แต่เมื่อพิจารณากันถ้วนถี่ ก็เห็นตรงกันว่า 2 ใบ หาร 100 นั้นดีที่สุด

‘แตกแบงก์พัน’

เมื่อพี่น้อง 3 ป.ตกผลึกร่วมกันให้กลับไปใช้บัตร 2 ใบ หาร 100 “ประวิตร” จึงส่งสัญญาณไปยังพรรคพลังประชารัฐ เจรจากับพรรคเพื่อไทย หาทางหยุดสูตรหาร 500 ด้วยเกมสภาล่มพลันที่มีแผนดันสูตรบัตร 2 ใบ หาร 100 ก็มีความเคลื่อนไหวในขั้วรัฐบาล โดยเฉพาะการเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ ที่มีลักษณะเฉพาะท้องถิ่น

อย่างพรรครวมแผ่นดิน ของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็วางเป้าหมายไว้ที่ภาคอีสาน เช่นเดียวกับพรรคพลังไทยชัยชนะ ของ อร่าม โล่วีระ นายก อบจ.ชัยภูมิ พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เน้นไปที่สมรภูมิ 14 จังหวัดภาคใต้

กลยุทธ์สู้แลนด์สไลด์ของขั้วรัฐบาลนั้น เชื่อว่า บัตร 2 ใบ เป็นทางออกให้ประชาชน โดยพรรคพันธมิตร 3 ป. เน้นเจาะ ส.ส.เขตอย่างเดียว ปล่อยให้ชาวบ้านเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทยหรือก้าวไกล กลเกมทั้งหมดนี้ ไม่ว่าเล่นเกมพลิกกลับไปกลับมาเรื่องกติกาเลือกตั้ง หรือแผนแตกแบงก์พัน ก็เพื่อการสืบทอดอำนาจของ 3 ป.นั่นเอง 

ปชป.หนาว “ลูกหมี ชุมพล” นำทีมบ้านใหญ่ หนุนรวมไทยสร้างตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524939

03 ส.ค. 2565

ปชป.หนาว “ลูกหมี ชุมพล” นำทีมบ้านใหญ่ หนุนรวมไทยสร้างตู่

จุดแข็งรวมไทยสร้างชาติ “ลูกหมี ชุมพล” พามิตรสหายบ้านใหญ่ ทั้งตระกูลจุลใส ,จ่าแก้ว และธรรมเพชร เจาะ ส.ส.เขตปักษ์ใต้ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

รวมไทยสร้างชาติ “ลูกหมี ชุมพล” พามิตรสหายบ้านใหญ่ซบพรรคใหม่สายลุงตู่ ทั้งตระกูลจ่าแก้ว และธรรมเพชร เจาะ ส.ส.เขตปักษ์ใต้


รวมพลังคนรักลุงตู่ “ลูกหมี ชุมพล” ขออยู่หลังฉาก ดันคนในบ้านใหญ่จุลใสแฟมิลี่ ลุยสมรภูมิชุมพร


วันที่ 3 ส.ค.2565 การเปิดตัวพรรครวมไทยสร้างชาติ คึกคักสมราคา เพราะมีอดีต ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่นมากหน้าไปปรากฏตัวในสโมสรราชพฤกษ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
 

ที่น่าสนใจคือ ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ,สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง และนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร ยกทีมจุลใสแฟมิลี่มาร่วมแสดงความยินดีกับอดีตแกนนำ กปปส.อย่างเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

กำนันศักดิ์-พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี มิตรสหายของลูกหมี สวมเสื้อพรรครวมไทยสร้างชาติชัดเจน ตามมาด้วยนายกพร-วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย


แค่เปิดตัววันแรก ก็เต็มไปด้วยนักการเมืองบ้านใหญ่ภาคใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งเป้าเจาะ ส.ส.เขต เป็นหลัก ไม่เน้นปาร์ตี้ลิสต์

สมัยหน้า กำนันศักดิ์ พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว เตรียมส่งลูกสาว ลงสมัคร ส.ส.สุราษฏร์สมัยหน้า กำนันศักดิ์ พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว เตรียมส่งลูกสาว ลงสมัคร ส.ส.สุราษฏร์


พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงแสดงความมั่นใจว่า เรามีผู้สมัคร ส.ส. เขตจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคใต้ เราหวังทุกเขต แต่ในทางการเมืองเรามองในภาพรวม ไม่จำเป็นต้องจำนวนเท่าไหร่ แค่พอสมควรที่เราจะเข้าร่วมรัฐบาล


“ไม่ว่าจะหารอะไร เขตคือเขต เราไม่เน้นบัญชีรายชื่อ บางคนก็เป็น ส.ส. อยู่ รอเขาเคลียร์” พีระพันธุ์ กล่าว


‘บ้านใหญ่พัทลุง’
ไม่เพียงแต่ “ลูกหมี ชุมพล” บ้านใหญ่เมืองชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ มีเซอร์ไพร์สเล็ก ๆ เมื่อ “นายกพร” หรือ วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง นั่งเก้าอี้กรรมการบริหารพรรค
 

ถ้ายังจำกันได้ ปลายปี 2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยยังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดตัว วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง และครอบครัว เข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ 


วิสุทธิ์ วางแผนส่งลูกชายคนโต นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พัทลุง เขต 2 พร้อมกับรับบทแม่ทัพพลังประชารัฐ พัทลุง


หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส ทิ้งพลังประชารัฐ วิสุทธิ์ก็เบนเข็มที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะคนภาคใต้ยังชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์


เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานการแสดงโนราสืบสานศิลป์แผ่นดินโนรา มรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่ จ.พัทลุง ท่ามกลางมวลชนมาต้อนรับหลายพันคน

เบื้องหลังงานนี้คือ วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ซึ่งวันนั้น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะที่ปรึกษานายกฯ ลงพื้นที่ไปด้วย


‘บ้านใหญ่สุราษฏร์’
มิตรสหายของ “ลูกหมี ชุมพล” อีกคนหนึ่ง ที่เข้ามาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็คือ กำนันศักดิ์-พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฏร์ธานี 


พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว อดีตกำนัน ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ สร้างความประหลาดใจให้คนเมืองหอยใหญ่ เมื่อโค่นชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คว้าเก้าอี้นายก อบจ.สุราษฏร์ธานี สำเร็จ


การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า กำนันศักดิ์หรือ พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว วางตัวลูกสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว ลงสมัคร ส.ส.สุราษฏร์ธานี เขต 6 (อ.ไชยา) ซึ่งปัจจุบันนี้ ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฏร์ฯ พรรค ปชป.ครองแชมป์อยู่


น่าจับตาสนามนี้ อนงค์นาถ ลูกสาวกำนันศักดิ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท้าชิงธีรภัทร ลูกชายนิภา พริ้งศุลกะ รับประกันสนุกแน่


สุราษฏร์ธานี-ชุมพร มีเขตแดนต่อกัน เครือข่ายกำนันศักดิ์ กับลูกหมี ชุมพล จุลใส คงเจาะ ส.ส.เขตได้อย่างน้อย 3-4 ที่นั่ง ในชั่วโมงนี้ แกนนำ ปชป.คงคิดหนัก เมื่อเจอทีมบ้านใหญ่ใจถึง 

พรรคตระกูลรวม “พีระพันธุ์” นำทัพพรรคใหม่ สุเทพคุมหลังม่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524880

03 ส.ค. 2565

พรรคตระกูลรวม “พีระพันธุ์” นำทัพพรรคใหม่ สุเทพคุมหลังม่าน

พรรคตระกูลรวม “พีระพันธุ์” แยกกันเดินกับสุเทพ เทือกสุบรรณ ปั้นพรรคการเมืองใหม่ฝ่ายอนุรักษ์ สานฝันลุงตู่ไปต่อ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

พรรคตระกูลรวม “พีระพันธุ์” ก้าวตามแผนแยกกันเดินของ สุเทพ เทือกสุบรรณ สร้างพื้นที่การเมืองใหม่ให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยม


ไม่พลิกโผ “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระดมนักเลือกตั้งทุกสีทุกฝ่ายมาร่วมกันสร้างพรรค สานฝันลุงตู่ไปต่อสมัยที่สาม


วันที่ 3 ส.ค.2565 พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดการประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยมี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติคนใหม่, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค และดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค
 

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวีว่า “ผมไม่ได้ตั้งพรรค เพื่อเป็นนั่งร้านให้ใคร เราไม่ตอแหล ดัดจริต เพราะหาก นายพีระพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคก็จะเสนอชื่อ นายพีระพันธุ์เป็น นายกรัฐมนตรี”


วาทะหรู ๆ ของเอกนัฏ ก็เข้าใจได้สำหรับพรรคใหม่ที่ถูกประทับตราว่าเป็นพรรคสำรองของบิ๊กตู่ มาตั้งแต่สมัยแรมโบ้อีสาน ทำคลอดพรรคนี้เมื่อปีที่แล้ว

หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ


‘รวมพลังฝ่ายจารีต’
ชื่อ “พีระพันธุ์” ถูกคาดหมายว่า จะมานั่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มานานแล้ว เพียงแต่เจ้าตัวก็ชิงปฏิเสธทุกครั้งที่ถูกนักข่าวถาม


ดังที่ทราบกัน สุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่เบื้องหลังพรรครวมไทยสร้างชาติมาตั้งแต่ต้น เมื่อ ร.ท.ไกรภพ นครชัยกุล ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรครวมพลังประชาชาติไทย และรับหน้าที่ไปจดทะเบียนพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามคำชี้นำของแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์

ช่วงต้นเดือน มี.ค.2565 เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. ได้ลาออกจาก ปชป. ท่ามกลางข่าวลือว่า จะมาเป็นแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ


ถัดมา ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้ลาออกจากเลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ 


การตัดสินใจของดวงฤทธิ์นั้น สุเทพ เทือกสุบรรณ ย่อมรับรู้และอาจเป็นผู้กำหนดเกมเสียด้วยซ้ำไป เช่นเดียวกับกรณีของเอกนัฏ


บังเอิญการประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 31 มี.ค.2565 ที่อาคารหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในครั้งนั้น ถูกเบรกจากผู้ใหญ่ในทำเนียบ ทำให้บิ๊กเนมที่เตรียมเปิดตัว ก็ต้องเลื่อนมาถึงวันนี้


บุคคลที่เคยเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติมาแล้วอย่างปองพล-ปรพล อดิเรกสาร และชื่นชอบ คงอุดม ก็มาร่วมงานกันพร้อมหน้า


‘รวมพลังไปต่อ’
พรรคใหม่ของ “พีระพันธุ์” จัดอยู่ในกลุ่มพรรคตระกูลรวม อย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทยหรือพรรครวมพลัง เนื่องจากมีตัวละครหลังม่านเป็นคนกลุ่มเดียวกัน


ย้อนไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย.2565 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พรรครวมพลังประชาชาติไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยมี เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นประธานในการประชุม และสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรค เข้าร่วมประชุมด้วย


ที่ประชุมได้มีการพิจารณาในวาระที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค พิจารณาชื่อและตราประทับ(โลโก้พรรค) โดยชื่อพรรคใหม่ที่ได้รับการรับรองคือชื่อ พรรครวมพลัง (Action Coalition Party) โดยตราสัญญลักษณ์พรรคนั้น ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปพญานาคสีเหลือง


พลันที่มีชื่อเอกนัฏ และดวงฤทธิ์ ไปเป็นแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงมีข่าวว่า พรรครวมพลัง อาจยุบรวมกับพรรคใหม่ของพีระพันธุ์ ดังนั้น เอนก เหล่าธรรมทัศน์ หัวหน้าพรรครวมพลัง จึงชี้แจงว่า พรรครวมพลังกำลังเดินหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไป และยังไม่ไปรวมกับใคร ส่วนจะรวมหรือไม่นั้น เป็นเรื่องในอนาคต


วันนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ยังอยู่กับพรรครวมพลัง ส่วนลูกเลี้ยง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ไปนั่งเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไม่เรียกว่าเป็นพรรคพี่พรรคน้องได้อย่างไร

แดงชินวัตร “ณัฐวุฒิ” ปลุกรากหญ้าประสานสามนิ้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524808

02 ส.ค. 2565

แดงชินวัตร “ณัฐวุฒิ” ปลุกรากหญ้าประสานสามนิ้ว

สามสหายเสื้อแดง “ณัฐวุฒิ” จัดทีมจรยุทธ์ปลุกเสื้อแดงภาคเหนือ โหมโรงเวที 7 สิงหา วางยุทธศาสตร์รากหญ้าประสานสามนิ้ว คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

สามสหายเสื้อแดง “ณัฐวุฒิ” จรยุทธ์ปลุกเสื้อแดงภาคเหนือ โหมโรงก่อนเปิดเวที 7 สิงหา แดงเจียงฮาย 


แดงสายบ้านจันทร์ส่องหล้า “ณัฐวุฒิ” จัดทีมย่อย สามประสาน เต้น-ก่อแก้ว-โด่ง อรรถชัย ฟื้นแดงรากหญ้า


ช่วงวันที่ 30-31 ก.ค.2565 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยก่อแก้ว พิกุลทอง และโด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ ออกเดินสายพบปะคนเสื้อแดงที่เชียงใหม่ และลำปาง เปิดเวทีปราศรัยย่อย ปลุกกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์

รูปแบบการรวมตัวของคนเสื้อแดงที่ อ.เมือง จ.ลำปาง เหมือนย้อนรอยยุคแดงทั้งแผ่นดิน มีการตั้งเต็นท์ จัดโต๊ะเก้าอี้แบบโต๊ะจีน และมีเวทีเครื่องเสียงขนาดเล็ก


กิจกรรมปลุกฟื้นพลังเสื้อแดง เป็นเป้าหมายหลักของเต้น ณัฐวุฒิ ที่เข้ามารับตำแหน่ง ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ดังนั้น จึงทั้งเวทีย่อย และเวทีใหญ่


เนื่องจากวันที่ 7 ส.ค.2565 ตรงกับวันเสียงปืนแตก ในประวัติศาสตร์ฝ่ายก้าวหน้า จะมีงานครอบครัวเพื่อไทยที่เชียงราย เต้น ณัฐวุฒิ จึงอุ่นเครื่องด้วยเวทีย่อยที่เชียงใหม่-ลำปาง

โด่ง อรรถชัย กลับจากเขมร ก็ลุยเวทีเสื้อแดงโด่ง อรรถชัย กลับจากเขมร ก็ลุยเวทีเสื้อแดง


‘ตอบโจทย์นายใหญ่’
“ณัฐวุฒิ” ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ใต้ร่มเงาของ แพทองธาร ชินวัตร หัว หน้าครอบครัวเพื่อไทย มีภารกิจเดินสายไปทุกจังหวัด สร้างกระแสพรรคเพื่อไทย ตอบโจทย์แลนด์สไลด์ ชวนพี่น้องเสื้อแดงให้กลับบ้าน 


เบื้องต้น เต้น ณัฐวุฒิ รวบรวมแกนนำเสื้อแดง ในปีกที่ยังทำงานรับใช้ทักษิณ อาทิเช่น ก่อแก้ว พิกุลทอง, วรชัย เหมะ ,พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และโด่ง อรรถชัย มาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย
 

“ภารกิจของผม แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็คือต้องพยายามรวบรวมพลังพี่น้องเสื้อแดงนี่แหละ ที่อยู่เพื่อไทยอยู่แล้วก็ทำให้เข้มแข็งขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงแค่ผู้สนับสนุน รอไปกาลงคะแนนอย่างเดียว” เต้นเปิดใจกับสื่อหลายสำนัก


จะว่าไปแล้ว คนแดนไกลก็รู้ว่า ลำพังคนเสื้อแดงไม่พอแล้วสำหรับการเลือกตั้งยุคปัจจุบัน นับแต่มีพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกลเกิดขึ้น


“ส่วนที่จะต้องเร่งทำกันอีกมาก ๆ ก็คือพลังของประชาชนกลุ่มอื่น ๆ คือผมไม่ได้มาในภารกิจว่าเอาเสื้อแดงกลับบ้านแบบอย่างเดียวเลย มันแคบไป และมันทำอย่างนั้นไม่ได้ ภารกิจก็ไม่สำเร็จด้วย”


เนื่องจากเต้น ณัฐวุฒิ เคยเคลื่อนไหวคาร์ม็อบ ร่วมกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงเป็นแกนนำ นปช.คนเดียวที่กลุ่มสามนิ้วให้การยอมรับ ต่างจากจตุพร พรหมพันธุ์


‘ดาราเสื้อแดง’
“ณัฐวุฒิ” รู้ดีว่า แกนนำ นปช.แตกออกเป็น 2 สาย และหลายคนก็ย้ายข้างไปอยู่ฝั่ง 3 ป. บังเอิญ โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ ดาราเสื้อแดงกลับต่างแดนพอดี จึงได้เข้าร่วมขบวนจรยุทธ์เสื้อแดง    


โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ อดีตผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. กรณีไม่มารายงานตัวตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2557 หนึ่งในผู้หนีภัยทางการเมืองไปอยู่ต่างประเทศหลายประเทศ ได้เดินทางกลับเมืองไทยเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา


สำหรับโด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ เป็นหนึ่งในคนเสื้อแดงหลายร้อยคนที่เดินทางออกไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ หลังรัฐประหาร 2557 โดยระยะแรก โด่งไปอาศัยอยู่เดนมาร์ค และร่วมเป็นสมาชิกองค์กรเสรีไทย ของจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย


2-3 ปีหลังมานี้ มีข่าวว่า โด่ง อรรถชัย ย้ายมาพักอยู่ในเขมร และมีอาชีพจัดคลิปวิเคราะห์ข่าว และขายสินค้าออนไลน์ ทางยูทูบช่องรู้ทัน


สมัยแดงทั้งแผ่นดิน โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ และทอม ดันดี ร่วมเคลื่อนไหวกับขบวนการหมู่บ้านเสื้อแดง แต่ภายหลัง มีความขัดแย้งกับอานนท์ แสนน่าน แกนนำหมู่บ้านเสื้อแดง ถึงขั้นประกาศแยกตัวออกไปตั้งองค์กรใหม่


วันนี้ อานนท์ แสนน่าน ไปอยู่กับแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์ รับใช้พี่น้อง 3 ป. ส่วนโด่ง-อรรถชัย กลับมาจากเขมร ก็เข้าร่วมก๊วนเต้น ครอบครัวเพื่อไทยทันที

ชักธงรบ “สหายแสง ศุภชัย” พึ่งบารมีลุงป้อม สู้ศึกเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524763

02 ส.ค. 2565

ชักธงรบ “สหายแสง ศุภชัย” พึ่งบารมีลุงป้อม สู้ศึกเพื่อไทย

สู้ศึกแลนด์สไลด์ “สหายแสง ศุภชัย” ปักธง 2 เขต พึ่งบารมี พล.อ.ประวิตร แก้น้ำแล้ง แก้ปัญหาที่ดินอดีตสหาย คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

สมรภูมินครพนม “สหายแสง ศุภชัย” ปักธง 2 เขต พึ่งบารมี พล.อ.ประวิตร แก้น้ำแล้ง แก้ปัญหาที่ดินสหาย


สมัยหน้า “สหายแสง ศุภชัย” เจอศึกแลนด์สไลด์ แกนนำเพื่อไทยสายเฮียเพ้ง หวังกวาดยกจังหวัด 


วันที่ 1 ส.ค.2565 ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม และรองประธานสภาฯ ยกทีมมาต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่  มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม
 

ภายในงานมีมวลชน 2 กลุ่มมายกป้ายเชียร์ พล.อ.ประวิตร โดยกลุ่มคนรักลุงป้อม นำทีมโดยน้ำผึ้ง-ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ 


สำหรับเขต 2 ประกอบด้วย อ.เมืองนครพนม(บางส่วน) , อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน สมัยที่แล้ว มนพร เจริญศรี เพื่อไทย เอาชนะน้ำผึ้ง ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ พลังประชารัฐ ด้วยคะแนนทิ้งห่างกันเท่าตัว


มวลชนกลุ่มที่ 2 เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จาก อ.ธาตุพนม มิตรสหายของศุภชัย โพธิ์สุ ที่มาร้องเรียนเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ซึ่งพวกเขารอมานานเกือบ 40 ปีแล้ว

สหายแสง พาสหายไพรัช เจรจาเรื่องปัญหาที่ดินทำกินกับ พล.อ.ประวิตร สหายแสง พาสหายไพรัช เจรจาเรื่องปัญหาที่ดินทำกินกับ พล.อ.ประวิตร


‘พื้นที่เป้าหมาย’
“สหายแสง ศุภชัย” ได้ต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่บ่อยครั้งที่นครพนม ไม่ว่าจะเป็นงานทอดกฐิน, งานแก้ปัญหาน้ำแล้ง และงานจัดสรรที่ดินทำกิน


เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2565 พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เดินทางไป จ.นครพนม ติดตามการอนุมัติงบประมาณเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รองรับภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง โดยมี ศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม ลูกสาวสหายแสง ศุภชัย ให้การต้อนรับและขอบคุณลุงป้อม ที่ผลักดันงบฯลงพื้นที่นครพนม
 

นี่คือรูปธรรมแห่งความสัมพันธ์ระหว่างลุงป้อม กับสหายแสง ในฐานะทั้งคู่ต่างก็อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล


สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.นครพนม สมัยหน้า ศุภชัย โพธิ์สุ ได้ประกาศชัดแล้วว่า ได้กำหนดให้เขต 1 และเขต 3 เป็นพื้นที่เป้าหมายของภูมิใจไทย โดยตัวสหายแสงเอง จะลงสมัคร ส.ส.เขต 1 และ นพ.อลงกต มณีกาศ อดีต ส.ส.นครพนม จะลงเขต 3 (อ.ธาตุพนม,อ.เรณูนคร และ อ.เมืองบางส่วน) 


สมัยที่แล้ว  นพ.อลงกต ในสีเสื้อพลังประชารัฐ พ่ายแชมป์เก่า ไพจิต ศรีวรขาน เพื่อไทย แค่ 4 พันแต้ม


ส่วนเขต 2 และเขต 4 ศุภชัย โพธิ์สุ ยังไม่ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. เฉพาะเขต 2 สหายแสงอาจเปิดทางให้น้ำผึ้ง อดีตหลานบิ๊กจิ๋ว ที่วันนี้กลายเป็นลูกรักบิ๊กป้อม


‘หมู่บ้านสหายร่วมรบ’
“สหายแสง ศุภชัย” มีหนี้ทางใจกับอดีตสหายภูพาน จึงนำพามิตรสหายมายื่นหนังสือร้องเรียนลุงป้อม ให้เร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) หมู่บ้านชาติพัฒนาชาติไทย หมู่ 7 ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม


วันนั้น สหายไพรัช หรือเข็มพร เชื้อตาหมื่น ได้บอกกับลุงป้อมว่า หลังออกจากป่าเมื่อปี 2527 รัฐบาลเปรม และกองทัพภาคที่ 2 ได้จัดหาที่ดินทำกินกว่า 1,500 ไร่ ให้ ผรท.ร้อยกว่าครอบครัว ได้ทำมาหากิน แต่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ในที่ดินผืนดังกล่าว


ย้อนไปเมื่อ 38 ปีที่แล้ว สหายส้มหรือลำเพย อุ่นชัย ได้นำสหายจำนวนหนึ่งเข้ามอบตัวตามนโยบาย 66/23 และทางการได้จัดสรรที่ดินในป่าดงหมู เป็นที่ตั้งหมู่บ้าน และจัดแบ่งที่ดินให้ทำกิน แต่ไม่ได้สิทธิ์ถือครอง


อดีตสหายหรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.) ในหมู่บ้านชาติพัฒนาชาติไทย ส่วนใหญ่เป็นสหายภูพาน เขตงานราชบุรี (อ.นาแก อ.ปลาปาก) ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสหายแสง ช่วงปี 2520-2525 

ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม สหายแสง ได้พาขวัญ-ศุภพานี โพธิ์สุ มาพบลุงป้าน้าอาที่หมู่บ้านชาติพัฒนาชาติไทย ซึ่งเป็นหมู่บ้านของอดีตสหายที่เคยร่วมรบกับบิดา-นายก อบจ.นครพนม


เลือกตั้งสมัยหน้า อดีตสหายที่ อ.ธาตุพนม คงต้องช่วยสหาย ส.ส.คนดังอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ สหายแสง ศุภชัย จึงต้องพามิตรสหายมาพบลุงป้อมอย่างเร่งด่วน

ลุ้น รัฐสภา พิจารณาวาระ3 “กฎหมายเลือกตั้ง” ส.ส. วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524719

02 ส.ค. 2565

ลุ้น รัฐสภา พิจารณาวาระ3 "กฎหมายเลือกตั้ง" ส.ส. วันนี้

ทิศทางการเมืองไทย ดูได้จากการพิจารณา ร่าง “กฎหมายเลือกตั้ง” ส.ส. วาระ 3 ที่ ประชุมร่วมรัฐสภา จะผ่าทางตันอย่างไร

วาระที่ต้องไม่กระพริบตาในการประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้ พูดแบบบ้านๆ คือการพิจารณาร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ว่า จะไปต่ออย่างไร ในสูตร หารห้าร้อยที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ชนะโหวตในที่ประชุมร่วมรัฐสภา

การเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมปี 2562   ถูกมองว่า ได้ส.ส. ที่ไม่มีคุณค่า ไม่สะท้อนเจตนารมย์ของประชาชน เข้ามา ในจำนวนที่สามารถสร้างเงื่อนไข ในสภาได้  ในสภาวะที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ทำให้ในบางวาระ ผลแพ้-ชนะ ต้องวัดกันที่กล้วย จนเกือบจะจบไม่สวยก็หลายครา นี่ยังมีเรื่องให้ปวดหัวถึงทุกวันนี้ว่า ทั้งแจกกล้วย และรับกล้วย จะซวยไปด้วยกันหรือไม่

ลุ้น รัฐสภา พิจารณาวาระ3 "กฎหมายเลือกตั้ง" ส.ส. วันนี้

หลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เพิ่มส.ส.เขต จาก 350 เป็น 400  มีแรงผลักดัน ไม่น้อยมาจาก ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ไม่รู้ว่าตอนสนับสนุนนั้น ไปกินดีหมี หัวใจเสือมาจากไหน แต่สุดท้าย รู้ทั้งรู้ว่าเพื่อไทย แลนด์สไลด์ มาหลายครั้งแต่ก็ยังดันทุรัง จะใช้สูตร หาร100 ในการคำนวณ ปาร์ตี้ลิสต์   แต่เมื่อบริบทการเมืองเปลี่ยนไป ผู้มีอำนาจตัวจริงก็กลับใจ หันกลับมาใช้สูตร หาร 500 กันใหม่  ทำให้มองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกเสียจากว่า ต้องการเก็บเสียงเล็กเสียงน้อย ในสภา

วาระวัดใจ  จึงอยู่ที่ว่า จะเลือกหน้าไหน หน้าหนึ่ง โหวตวาระสามไปตามที่มีการแก้ไข แล้วไปตายเอาดาบหน้า ที่ด่าน กกต.และศาลรัฐธรรมนูญว่า จะตัดสินอย่างไร อีกหน้าหนึ่งอยู่ที่ว่า สมาชิกรัฐสภา กล้าโหวตคว่ำวาระสามหรือไม่ เพื่อเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ซึ่งการรันตีได้ว่า จะไม่สามารถ เสนอร่างกฎหมาย เลือกตั้งส.ส.ได้ทันในสมัยประชุมนี้

การแก้รัฐธรรมนูญ ตั้งต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่การแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. สุดท้าย กลายเป็นบ้องกัญชา ไปได้อย่างไร  คำตอบบังหน้า ได้ยินมาว่า เพื่อให้การใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นไปตามเจตจำนงค์ของประชาชน  แต่มองในมุมโจร ก็จะพบคำตอบ ที่แสลงใจ  เพราะมีพรรคการเมืองใหม่ๆผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด 

สูตรหาร 500 ผลลัพธ์ย่อมน้อย กว่าหาร 100  แน่ๆ  

สมมติว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ 40 ล้านคะแนนทั่วประเทศ พรรคการเมืองที่ได้ 80,000 คะแนน net net ก็จะได้ส.ส.พึงมี 1 คน  ส่วนคะแนนที่เหลือน้อยกว่า
ค่าเฉลี่ยนี้ ค่อยไปลุ้นอีกทีว่ามีโอกาศ ปัดเศษ เพิ่มขึ้นมา บ้างไหม

ลุ้น รัฐสภา พิจารณาวาระ3 "กฎหมายเลือกตั้ง" ส.ส. วันนี้

มีคำถามว่า การแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ที่คาราซังมีสาเหตุมาจาก อะไร  ท่าที ที่กลับไปกลับมา มีผลประโยชน์ประชาชน อยู่บนสมการแห่งอำนาจนี้หรือไม่  สมมติฐานที่ว่า เหตุใดรัฐสภาจึงลงมติยอมตาม เสียงข้างน้อย  คำตอบกำลังทะยอยออกมา   เรามีรัฐสภาไว้ทำอะไร

กู้ชื่อเชียงราย “ทักษิณ” ดูดกลับตระกูล “จงสุทธานามณี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524668

01 ส.ค. 2565

กู้ชื่อเชียงราย “ทักษิณ” ดูดกลับตระกูล "จงสุทธานามณี"

“ทักษิณ” ส่งลูกสาวอุ๊งอิ๊ง จัดงานระดมพลคนเจียงฮาย กู้ชื่อเพื่อไทยพ่ายสีส้ม ดูดกลับตระกูลจงสุทธานามณี เสริมทัพแลนด์สไลด์ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

กู้ชื่อเชียงราย “ทักษิณ” ส่งลูกสาวอุ๊งอิ๊ง จัดงานระดมพลคนเจียงฮาย ดูดกลับตระกูลจงสุทธานามณี เสริมทัพ


สมัยที่แล้ว “ทักษิณ” เสีย 2 ที่นั่งให้พรรคสีส้ม แถมพ่ายศึกนายก อบจ.เชียงราย ครั้งหน้าขอล้างอาย ชนะยกจังหวัด


ตามแผนเดิม คณะครอบครัวเพื่อไทยจะไปจัดกิจกรรมที่ จ.เชียงใหม่ แต่มีการปรับแผนใหม่ โดยกำหนดวันที่ 7 ส.ค.2565 เป็นเวทีครอบครัวเพื่อไทยจังหวัดเชียงราย ภายใต้ชื่อระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด
 

เข้าใจว่า ทักษิณ ชินวัตร คงอยากปลุกขวัญกำลังใจคนเสื้อแดงเจียงฮาย เพราะการเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทย พลาดท่าปราชัยให้พรรคอนาคตใหม่ ถึง 2 เขต

เขต 1 (อ.เมืองเชียงราย) เอกภพ เพียรพิเศษ พรรคอนาคตใหม่ พลิกชนะอดีต ส.ส.เชียงราย 2 คนคือ สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทย และรัตนา จงสุทธนามณี พรรคพลังประชารัฐ

รัตนา จงสุทธานามณี อดีต ส.ส.เชียงรายรัตนา จงสุทธานามณี อดีต ส.ส.เชียงราย


เขต 6 (อ.แม่สาย) พีรเดช คำสมุทร พรรคอนาคตใหม่ ล้มแชมป์เก่า อิทธิเดช แก้วหลวง พรรคเพื่อไทย


ปัจจุบัน เอกภพ เพียรพิเศษ และพีรเดช คำสมุทร เตรียมย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย


ปลายปี 2563 ศึกนายก อบจ.เชียงราย อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ชนะวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ความพ่ายแพ้หนนี้สะท้านสะเทือนไปถึงนครดูไบ เพราะก่อนวันหย่อนบัตร ทักษิณส่งจดหมายน้อยถึงคนเชียงรายให้เลือกวิสาระดี


ดังนั้น ทักษิณคงไม่อยากให้เพื่อไทย พลาดท่าเหมือนตอนเลือกตั้งปี 2562 จึงเลือกผู้กองต้นน้ำ-ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เชียงราย แทนสามารถ แก้วมีชัย


‘ตระกูลเก่าแก่’
นับแต่ “ทักษิณ” ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย คนในตระกูลการเมืองเก่าแก่ของเชียงราย อย่างตระกูลจงสุทธานามณี ก็ไม่ได้เป็น ส.ส.เชียงราย อีกเลย


เลือกตั้งปี 2554 สนามเขต 1 สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทย เอาชนะ วันชัย จงสุทธานามณี พรรคภูมิใจไทยไปได้ขาดลอย
 

เลือกตั้งปี 2562 รัตนา จงสุทธานามณี ภรรยาของวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ลงสนามเขต 1 แต่ก็พ่ายแพ้แก่คนหน้าใหม่อย่างเอกภพ เพียรพิเศษ


หลังเลือกตั้ง รัตนา ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรางวัลปลอบใจตามวิถีคนการเมืองฝ่ายรัฐบาล


รัตนาเป็น ส.ส.เชียงราย 2 สมัย เมื่อกระแสทักษิณยึดครองเชียงราย เธอหันมาเล่นการเมืองท้องถิ่น ได้เป็นนายก อบจ.เชียงราย ก่อนจะพ่ายให้ สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ในสมัยต่อมา


ฐานเสียงของรัตนานั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ในเขต อ.เมือง และพื้นที่ใกล้เคียง อันเป็นฐานเสียงอันเหนียวแน่นของสามี-วันชัย นายกเทศมนตรีนครเชียงราย


‘ผู้กองต้นน้ำ’
“ทักษิณ” คงประเมินแล้ว เขต 1 อ.เมืองเชียงราย มีคนรุ่นใหม่เยอะ สมัยที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่จึงชนะที่เขตนี้


ด้วยเหตุนี้ แกนนำเพื่อไทยภาคเหนือ จึงเลือกผู้กองต้นน้ำ-ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี มาลงสมัคร ส.ส.เขต 1 โดย ร.ต.อ.ธนรัช เป็นลูกชายคนโตของ วันชัย จงสุทธานามณี และรัตนา จงสุทธานามณี 


ผู้กองต้นน้ำ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาโรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว ชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนเทศบาล 6นครเชียงราย ระดับปริญญาตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย BA สาขาเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) ปริญญาตรี สุโขทัยธรรมาธิราชน.บ. สาขานิติศาสตร์ ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด Ed.M. สาขานโยบายด้านการศึกษาสากล และปริญญาเอก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สาขาบริหารธุรกิจ


สมัยที่แล้ว แม้จะแพ้เลือกตั้ง แต่ รัตนา จงสุทธานามณี ก็เก็บแต้มได้มากกว่า 28,000 คะแนน นี่คือต้นทุนส่วนตัวของตระกูลจงสุทธานามณี หากบวกกับกระแสเพื่อไทย โอกาสที่ผู้กองต้นน้ำจะเป็นผู้คว้าชัยก็มีสูง

“พล.อ.วิชญ์” แยกทางจอมเก๋า อร่ามปั้นพลังไทยชัยชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524635

01 ส.ค. 2565

“พล.อ.วิชญ์” แยกทางจอมเก๋า อร่ามปั้นพลังไทยชัยชนะ

คนละสายพันธุ์ “พล.อ.วิชญ์” นั่งหัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน แยกทาง อร่าม โล่ห์วีระ ที่เตรียมเปิดตัวพรรคพลังไทยชัยชนะ กลางเดือนสิงหานี้ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

แม่น้ำคนละสาย “พล.อ.วิชญ์” นั่งหัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน ส่วน อร่าม โล่ห์วีระ เตรียมเปิดตัวพรรคพลังไทยชัยชนะ กลางเดือนสิงหานี้


แตกแบงก์พัน “พล.อ.วิชญ์” เดินหน้าพรรครวมแผ่นดิน คู่ขนานไปกับพรรคกองหนุนลุงตู่ อีก 3-4 พรรค


เป็นไปตามความคาดหมาย วันที่ 1 ส.ค.2565 พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากพรรคพลังชาติไทย และ จำลอง ครุฑขุนทด อดีต ส.ส.นครราชสีมา นั่งเลขาธิการพรรค
 

ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า อร่าม โล่ห์วีระ นายก อบจ.ชัยภูมิ จะมาเป็นเลขาธิการพรรครวมแผ่นดิน แต่หลังจาก พล.อ.วิชญ์ คุยกับอร่ามแล้ว อดีต ส.ส.จอมเก๋าแห่งชัยภูมิ ได้แยกทางไปตั้งพรรคใหม่ชื่อ พลังไทยชัยชนะ จะมีการประชุมใหญ่เปิดตัวพรรค 16 ส.ค.นี้

อร่าม โล่ห์วีระ นายก อบจ.ชัยภูมิอร่าม โล่ห์วีระ นายก อบจ.ชัยภูมิ


เดิมที พล.อ.วิชญ์ เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ก็ดึงอร่าม กับลูกชายมาเป็นกรรมการบริหารพรรคและที่ปรึกษาพรรค แต่หลังจาก พล.อ.วิชญ์ ทิ้งพรรคเศรษฐกิจไทย อร่ามก็ออกตามมาด้วย


จะว่าไปแล้ว พรรครวมแผ่นดิน ของบิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของบ้านป่ารอยต่อฯ ฉะนั้น วันเปิดตัวจึงไม่ปรากฏนักการเมืองบิ๊กเนมเข้ามาร่วมงาน คงต้องรอช่วงใกล้ยุบสภา น่าจะได้เห็น ส.ส.หรืออดีต ส.ส.สายลุงป้อมเข้ามาสมทบ


‘สาขาลุงป้อม’
จริง ๆ แล้ว “พล.อ.วิชญ์” ไม่ใช่คนแปลกหน้าของการเมืองไทย เพราะบิ๊ก น้อยคลุกคลีตีโมงอยู่ที่สนามม้านางเลิ้ง มาตั้งแต่ปี 2545 ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะหนุนให้บิ๊กน้อยคุมสนามม้านางเลิ้ง แทน พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์
 

ดังที่ทราบกัน สนามม้านางเลิ้ง เป็นแหล่งชุมนุมจอมยุทธ์การเมืองมาทุกยุคทุกสมัย ครั้งหนึ่ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ได้ใช้สนามม้านางเลิ้งเป็นจุดนัดพบผู้แทนฯ ทั้งสาย ปชป. และพรรคอื่นๆ


ไม่น่าแปลกใจที่ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตนายทหารที่เคยทำงานร่วมกับ “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ จะก่อการตั้งพรรคพลังชาติไทย พร้อมประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์


หลัง พล.ต.ทรงกลด เสียชีวิต บุญญาพร นาตะธนภัทร ภรรยา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย จึงเจรจากับบิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ ที่เคารพนับถือกัน เพื่อสานต่ออุดมการณ์การเมือง พล.ต.ทรงกลด


ในที่สุด พรรคพลังชาติไทย จึงเปลี่ยนชื่อเป็นพรรครวมแผ่นดิน โดยมี พล.อ.วิชญ์ เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมดึงเพื่อนนายทหารของบิ๊กน้อยมาเป็นรองหัวหน้าพรรค


‘เส้นทางจอมเก๋า’
“พล.อ.วิชญ์” เคยนัดหมายกับอร่าม โล่ห์วีระ จะร่วมเปิดตัวพรรคใหม่ที่ จ.ชัยภูมิ ช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ผลการเจรจาไม่ลงตัวเลยแยกทางกัน


แรกทีเดียว อร่าม โล่ห์วีระ จะใช้คีย์เวิร์ดไทยชนะ ซึ่งเป็นคำที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เป็นสโลแกนช่วงต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงใช้เป็นเป็นชื่อพรรคการเมืองใหม่


30 ปีที่แล้ว อร่าม โล่ห์วีระ เป็นนักการเมืองที่โด่งดังในเมืองชัยภูมิ รุ่นเดียวกับสันติ ชัยวิรัตนะ และเจริญ จรรย์โกมล


จวบจนถึงยุคของทักษิณ พรรคเพื่อไทยยึดครองสนามชัยภูมิ จนนักการเมืองลายคราม ต้องห่างหายไปเวทีผู้แทน


ปี 2562 อร่ามกลับมา พร้อมกับลูกและหลาน โดยสวมเสื้อ ปชป. โดยอร่ามหวังปั้นลูกหลานให้เล่นการเมือง แต่ก็ประสบความปราชัยทุกเขต


ตระกูลโล่ห์วีระ ลาพรรค ปชป. เพราะลูกหลานไม่พอใจที่แกนนำพรรคเก่าแก่ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ และในวันนี้ กลุ่มลูกหลานของอร่าม ต่างย้ายไปหนุนพรรคก้าวไกล


ปลายปี 2563 อร่าม โล่ห์วีระ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ 6 สมัย และอดีต รมช.คมนาคม หวนลงสนามนายก อบจ.ชัยภูมิ เอาชนะผู้สมัครนายก อบจ. ค่ายเพื่อไทยไปได้ขาดลอย 


วันที่ 16 ส.ค.2565 อร่าม และเพื่อนพ้องนักการเมืองท้องถิ่นจะเปิดตัวพรรคพลังไทยชัยชนะ ตามโมเดลแตกแบงก์พันของกลุ่มผู้ถืออำนาจปัจจุบัน 


น่าจับตา พรรคพลังไทยชัยชนะ ของอร่าม จะไปได้ไกลแค่ไหน หรือจะเป็นแค่พรรคเล็กรอวันให้กลุ่มทุนมาเทคโอเวอร์ โปรดติดตามตอนต่อไป 

ยุคทอง “สอบสวนกลาง-นครบาล” เจิดจรัส ชิง “เก้าอี้หลัก-อาร์มสวย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/524568

หนึ่งตะวัน พันดาว

01 ส.ค. 2565

ยุคทอง "สอบสวนกลาง-นครบาล" เจิดจรัส ชิง "เก้าอี้หลัก-อาร์มสวย"

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

เข้าโหมด..ไทม์ไลน์ เดือนแห่งการแต่งตั้ง “ผบ.ตร.คนที่ 13” แทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่เกษียณราชการ 30 กันยาฯนี้ ส่งไม้ต่อ “3 คาดิเดท” พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์-พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.เสียงเล่า-เสียงลือ “เดี๋ยวคนนั้น-เดี๋ยวคนนี้” เต็งจ๋านอนมาที่ว่าแน่ ก้อ..ไม่แน่ บทสรุปสุดท้าย..“ขึ้นอยู่..บุญวาสนา-ผู้มีอำนาจ”ชี้ขาด ใครจะก้าวสู่บัลลังก์ “เจ้าสำนักปทุมวัน” รออีกนิด ได้ยลโฉม..OO

ไฮไลต์ไม่แพ้กัน..เก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง เข้าป้ายคว้า 1 เก้าอี้  พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ได้โควตาอาวุโส ที่เหลือช่วงชิง ระหว่าง  “9 ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง เกษียณปี 2568 พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช เกษียณปี 2567 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เกษียณ 2574 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง เกษียณปี 2566..OO

ตามด้วย.. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ เกษียณปี 2569 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข  เกษียณ ปี 2568 พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ เกษียณปี 2569 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เกษียณปี 2568 พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เกษียณปี 2567 “คนหลัง”ได้ไฟเขียวคว้าเก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” ปูทางสู่ “บัลลังก์เจ้าสำนักสีกากี” คนต่อไป..OO

ส่องกล้อง..“ว่าที่..ผู้บัญชาการป้ายแดง” เสียงเล่า-เสียงลือ “ราศีเจิดจรัส” ยุคทอง “สอบสวนกลาง-นครบาล” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย-พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ-พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก. ข้ามฝากมา พล.ต.ต.สยาม บุญสม-พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม-พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.ปะองค์ทรงเครื่อง ช่วงชิงตำแหน่ง “เก้าอี้หลัก-อาร์มสวย”..OO

หอมหวาน..“ชื่อเสียงเรียงนาม” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ไม่ว่า..เรื่องราวคดีความใดๆ มีผู้แอบอ้างอยู่ร่ำไป สดๆร้อนๆ เที่ยวนี้..เอาไปอ้างสามารถพาเข้าพบเพื่อช่วยเหลือเรื่อง“เงินกู้นอกระบบ” แต่ต้องมี“ค่าน้ำร้อนน้ำชา” เหยื่อสูญเงินนับล้าน..OO

ไม่รอช้า..บัญชาการ พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.เลย ควงแขน พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ. 4 ล่าตัว ที่แท้..ฝีมือสาวใหญ่เมืองเลย ที่เคยได้รับความช่วยเหลือได้ทรัพย์สินที่ดินคืนจาก“นายทุนเงินกู้” นำชื่อไปแอบอ้าง..OO

เจ้าตัว..ยืนกรานคำเดิม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น และไม่มีนโยบายในการ“แสวงหาผลประโยชน์”อันมิชอบด้วยกฎหมาย ใครถูกหลอกลวงแจ้งมา จัดการหมด แม้แต่..“เพื่อนร่วมรุ่น” ก้อ..ไม่เว้น เช็กบิลเป็นตัวอย่าง มาแว้วๆๆ..OO

ได้ฤกษ์ชัย..มรณกรรม “แตงโม-นิดา”ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา “ชุดคลี่คลายคดี”สรุปสำนวนปมเหตุเกิดจาก 5 คนบนเรือ “ต่างกระทำการอันเป็นประมาท” เป็นเหตุให้ผู้ตายตกเรือเสียชีวิต 1 ผู้ต้องหาในฐานะกุนซือ หลัง..เลื่อนแล้ว-เลื่อนอีก 3 ครั้ง 3 ครา 3 สิงหาฯนี้ อัยการปิดฉากสั่งฟ้อง ปิดเกม “นักปั่นกระแส”ป่วนคดี..OO

ส่อเค้า..“อันตราย” ปัญหา“ยาเสพติด” นับวันทวีความรุนแรง ถึงแม้..“ผู้เกี่ยวข้อง”ทั้งหลายแหล่ “ตำรวจ-ทหาร-ฝ่ายปกครอง” จะเพียรพยายามสกัดกั้นปราบปรามสักเพียงใด ผลลัพธ์..ยังเอาไม่อยู่ สถานการณ์ยาเสพติด ยังแพร่ระบาดทุกหย่อมหญ้า..OO

หนำซ้ำ..สถานการณ์พิษภัยยาเสพติด ต้นสาย-ปลาเหตุ “บ่อเกิดอาชญากรรม”ระดับต้นๆ นับวัน..ทวีความรุนแรง  “จาก..ร้อยเป็นพัน-เป็นหมื่นคดี” หลากหลายเหตุการณ์ หลากหลายเรื่องราวสะเทือนใจ ล้วนเกิดจากน้ำมือ..“ทาสยานรก”..OO

ไม่ว่าเหตุการณ์..“หลอนยา”ทำร้ายครอบครัว พลั้งมือ“ฆ่าบุพาการี” ฆ่าเมีย ฆ่าลูกเต้า  หรือว่า..ก่อเหตุกราดยิง-ไล่ฟัน “ชาวบ้าน-ชาวช่อง”ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ “บาดเจ็บ-เสียชีวิต” ครั้งแล้วครั้งเล่า..OO

บางเหตุการณ์..สร้างความสะเทือนใจ “ลูกต้องขาดพ่อแม่” บางเหตุการณ์ พ่อแม่ต้องสูญเสีย“แก้วตาดวงใจ”ด้วยวัยไร้เดียงสา หลากหลายเรื่องราว เกิดเหตุ“ซ้ำแล้ว-ซ้ำเล่า” สังคมเริ่มข้องใจ ทำไมจึงควบคุม“สถานการณ์ยาเสพติด”ในชุมชนไม่อยู่..มัน..เพราะ..เหตุอันใด..OO

ด้วยศักยภาพ..“หมู่-จ่า-นายดาบ”ในแต่ละโรงพัก หูตายิ่งกว่าสับปะรด แถม..แต่ละคนประจำการฝั่งรากอยู่ในพื้นที่นับสิบๆปี  “บางนาย”รู้ตื่นลึกหนาบางทุกกระเบียด ใคร..“ลูกเต้าเหล่าใคร-ทำมาหากินอะไร-ใครค้ายา-ใครเสพยา” ไม่น่าเล็ดรอดสายตา..OO

ถามว่าเหตุใด…ไม่จับ “คนค้า” ทำไม..ไม่นำ“คนเสพ”เข้าบำบัดรักษา “ตัดวงจรยาเสพติด”ในชุมชน ทำแค่นี้..ปัญหาก็หมดไป แต่เหตุใด ทำไม..ถึงไม่ทำกัน หรือว่า“มีอะไรบังตา” นี่..คือ..คำถาม..รอคำตอบ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.กับ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.รู้สึกอย่างไร..OO

ไม่สะดุดหยุดนิ่ง..“ตำรวจปราบปรามยาเสพติด” ยุค พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้นำหน่วย เดินหน้า “ขุดราก-ถอนโคน” ขบวนการ“ยาบ้า-ยานรก” สกัดเส้นทางลำเลียงจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง..“จับเป็น-จับตาย”ไม่เว้นแต่วัน..OO

หยุดยั้ง..มอมเมาเยาวชนตกเป็น“ทาสยานรก” คนแล้วคนเล่า ถ้าจะให้ดีน่าเปิดยุทธการ “จับคนค้าในชุมชน-นำคนเสพติดบำบัดรักษา” ชาวบ้าน-ชาวช่อง หมดอาลัย ตายอยาก “ตำรวจท้องที่” ทั้งที่..“รู้ใครค้า-ใครขาย-ใครเสพ”กลับเมินเฉย แถม..บางท้องที่ ปล่อยนิ้วค้าขาย สบายเฉิบ นี่คือ..ที่มาที่ไป..OO

ไม่นิ่งดูดาย.. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พลันได้รับข้อมูลจาก “ตำรวจนครบาล” แก๊งปลอมแปลงทะเบียนสวมรถหนีไฟแนนซ์ บางคันใช้“ลำเลียงยาเสพติด” สิ่งผิดกฎหมาย ไม่รอช้า บัญชาการ พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 นำทีมสนธิกำลัง ปิดล้อมเป้าหมายในพื้นที่ “จ.ชัยภูมิ- นครราชสีมา -บุรีรัมย์ -ยโสธร -ศรีสะเกษ -สุรินทร์- อำนาจเจริญ -อุบลราชธานี” ทลายเครือข่ายฯ ได้ผู้ต้องหา 43 คน ยึดของกลาง รถยนต์ 42 คัน แผ่นป้ายทะเบียปลอมจำนวนมาก “ตัดวงจรยาเสพติด” มหันตภัยร้ายได้เปราะหนึ่ง..OO

ครบเครื่อง.. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ฝีไม้ลายมือ“แกะรอยสางคดี” ปราบปรามโจรร้าย เป็นหนึ่งใม่เป็นสองรองใคร เรื่องกีฬา ก้อ..ไม่ธรรมดา นำทีมเทนนิส เจ้าตัวโชว์ฟอร์มลงแข่งขันประเภทชายคู่ รุ่นอายุ 40 ปี คู่กับ ร.ต.อ.ดนัย อุดมโชค อดีตนักเทนนิสทีมชาติ ชนะคู่แข่งคว้าแชมป์กีฬาตำรวจโลก ณ เมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ สร้างชื่อเสียง “ตำรวจไทย”ขจรไกล..OO

ตบท้าย..ข่าวเศร้า “มะเร็งคร่าชีวิต” พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ ตั้งศพสวดอภิธรรม ณ วัดโพธิ์ไทรงาม ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ถึงวันที่ 3 สิงหาฯ รุ่งขึ้นพระราชทานเพลิงศพ เวลา 16.30 น.อีกราย สวดอภิธรรมศพ พล.ต.ต.วุฒิ พิพัฒนบวรกุล อดีตรองจเรตำรวจ ณ ศาลา 18 วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน ถึงวันที่ 2 สิงหาฯ รุ่งขึ้นพระราชทานเพลิง เวลา 16.00 น..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว