ส่องที่มั่น “ว้าแดง” แนวกันชนพม่า-ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522113

12 ก.ค. 2565

ส่องที่มั่น “ว้าแดง” แนวกันชนพม่า-ไทย

ส่องที่มั่น “ว้าแดง” ภาคใต้ พบขุมกำลัง 5 กองพลน้อย ตามแกะรอยจุดคุมขังครูแดนสอนคิวบู๊ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ส่องเขตอิทธิพล “ว้าแดง” ภาคใต้ จุดที่มีข่าวคุมขังครูแดนสอนคิวบู๊ หลังถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ 24 ล้านบาท


ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่า “ว้าแดง” ภาคใต้พัวพันกับยาเสพติด มีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองยอน 


ชื่อ “ว้าแดง” ตกเป็นข่าวใหญ่ เกี่ยวพันกับกรณีระม้าย โมริพันธ์ หรือ ครูแดนสอนคิวบู๊ ถูกล่อลวงไปคุมขังอยู่ในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยว้าแดง ประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ต้นปี 2565 และมีการเรียกค่าไถ่เป็นเงินถึง 24 ล้านบาท 
 

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่ากองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ได้ขอความร่วมมือไปยังประเทศเมียนมา ผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อให้ช่วยประสานงานในการติดตามและช่วยเหลือครูแดนสอนคิวบู๊แล้ว 


สำหรับจุดที่ถูกระบุว่า ครูแดนสอนคิวบู๊ถูกคุมขังอยู่คือ เมืองโต๋น ตรงข้าม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เขตอิทธิพลของกองพลน้อยที่ 775 กองทัพสหรัฐว้าภาคใต้

แผนที่เขตปกครองว้าแดง แบ่งเป็นภาคเหนือและภาคใต้ แผนที่เขตปกครองว้าแดง แบ่งเป็นภาคเหนือและภาคใต้


กองพลน้อยที่ 775 สังกัดกองทัพสหรัฐว้า(ว้าแดง) มี บก.ตั้งอยู่ตรงบ้านโห้ยอ้อ-ปุงป่าแขม ตรงข้ามบ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่


‘กู้ชาติหรือค้ายาเสพติด’
เอ่ยชื่อ “ว้าแดง” ในสายตาคนไทยส่วนใหญ่คือ กองกำลังติดอาวุธคุ้มครองพ่อค้ายาเสพติด และมีโรงงานยาบ้าอยู่ในเมืองยอน ประเทศเมียนมา 


ความจริง “ว้าแดง” มีสองด้านที่ควรเรียนรู้ ด้านที่เป็นพรรคการเมืองและกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมา และด้านที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ปี 2532 สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (CPB) เชื้อสายว้าหรือว้าแดง ได้แยกตัวมาจัดตั้ง กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army) และทำสัญญาสันติภาพกับรัฐบาลทหารเมียนมา โดยมีสิทธิปกครองตนเอง


เขตปกครองพิเศษว้า หรือเขตปกครองพิเศษที่ 2 (สหรัฐว้า) ตั้งอยู่ชายแดนเมียนมา-จีน รัฐฉานเหนือ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน ตรงข้ามกับเขตปกครองตนเองชนชาติไต ลาหู่ และว้า เมิ่งเหลียน จังหวัดผูเอ่อร์ มณฑลยูนนาน


ตั้งแต่ปี 2540 ว้าแดงได้เคลื่อนกำลังทหาร และประชาชน จากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของประเทศเมียนมา โดยรัฐบาลทหารเมียนมา สนับสนุนให้ว้าแดง มาสร้างเขตอิทธิพลเป็นกันชนตามแนวชายแดนเมียนมา-ไทย


ดังนั้น สหรัฐว้าหรือว้าแดง จึงแบ่งการปกครองเป็นว้าแดงภาคเหนือ กับว้าแดงภาคใต้ ที่มีเขตงาน 171 เป็นกองบัญชาการอยู่ที่เมืองยอน จ.ท่าขี้เหล็ก ประกอบด้วย 5 กองพลน้อย


กองพลน้อยที่ 248 โหป่าง-โหยอด ตรงข้าม อ. ฝาง จ.เชียงใหม่
กองพลน้อยที่ 518 เมืองยอน ตรงข้าม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
กองพลน้อยที่ 772 เมืองเต๊าะ เมืองทา เมืองจ๊อด ตรงข้าม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่
กองพลน้อยที่ 775 โห้ยอ้อ-ปุ่งป่าแขม ตรงข้าม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
กองพลน้อยที่ 778 คายโหลง-ตากแดด-น้ำกั๊ด ตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ ยังมีกองกำลังอาสาสมัครอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วเขตพื้นที่ว้าภาคใต้ 


‘เมืองใหม่ว้าแดง’
เมืองยอนของ “ว้าแดง” ภาคใต้ เป็นฐานผลิตยาเสพติดใหญ่ในแฟ้มข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงไทยและสหรัฐฯ แต่ผู้นำว้าแดงเคยเปิดเมืองยอนให้ชาวโลกรู้ว่า พวกเขาไม่ได้ค้ายาเสพติด


เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีข่าวทหารว้าแดง กองพลที่ 171 ได้นำกำลังออกปราบปรามยาเสพติด และมีการปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่บ้านน้ำยุม เขตเมืองโต๋น แขวงเมืองสาด 


ว้าแดงภาคใต้ ยังได้พัฒนาถนนหนทาง และสร้างเมืองใหม่ ในเขตอิทธิพลที่อยู่ติดแนวชายแดนไทย


ปีที่แล้ว ว้าแดงมีแผนจะก่อสร้างทางลาดยางเชื่อมชายแดนไทย จากเมืองท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย มายังชายแดนไทย ด้านบ้านอรุโณทัย  ต.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 


นี่คือความเคลื่อนไหวของว้าแดงภาคใต้ ที่ทางการไทยยังเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด ตราบใดที่ขบวนการขนยาเสพติดข้ามพรมแดนยังดำรงอยู่

ของมันแรง โควิดBA.4-BA.5 ควรรู้ ติดง่ายขนาดไหน ก่อนเที่ยว วันหยุดยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522035

ราษฎร์พัฒนา

11 ก.ค. 2565

ของมันแรง โควิดBA.4-BA.5 ควรรู้ ติดง่ายขนาดไหน ก่อนเที่ยว วันหยุดยาว

สถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ BA.4และBA.5 น่าห่วง? เปิดข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา-ท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว พร้อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด

สถานการณ์ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ล่าสุด  วันที่ 11ก.ค.2565 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงว่า ผลการตรวจกลุ่มตัวอย่าง 570 ราย พบเชื้อโอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 รวมกันมากสุด 280 ราย รองลงมาเป็น BA.1 จำนวน 5 ราย BA.2 จำนวน 283 ราย และผลการตรวจไม่ชัดเจน  2 ราย เมื่อแยกการตรวจหาเชื้อ จากกลุ่มที่เดินทางมาจากต่างประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเฉพาะสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 มากถึงร้อยละ 78.4 

ส่วนการติดเชื้อในประเทศ แบ่ง ออกเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร และภูมิภาค ข้อมูลจนถึงเดือนพฤษภาคม 2565 พบว่า ใน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา กทม.เป็นพื้นที่ที่พบเชื้อ BA.4 และ BA.5 มากที่สุด กรุงเทพฯ เริ่มพบสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 มากขึ้นเรื่อยๆ จาก ร้อยละ 12.7 ขึ้นเป็น ร้อยละ 50.8 ร้อยละ 68 และ ร้อยละ 72.3 ขณะที่ส่วนภูมิภาคเริ่มพบการแพร่ระบาด ตั้งแต่ ร้อยละ 6.5  ขึ้นเป็น ร้อยละ 17.4 และ ร้อยละ 34.7

ดังนั้น สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 จะเริ่มแซงสายพันธุ์ BA.2 และ BA.1 แม้จะแซงไม่เร็วมาก แต่ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งสัดส่วนสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 พบทั้ง 13 เขตสุขภาพ ยกเว้นเขต 3 พบไม่มาก เนื่องจากส่งตัวอย่างแค่หลับสิบราย จึงจำเป็นต้องมีการส่งตัวอย่างเพิ่ม ส่วนเขตสุขภาพที่พบมากที่สุด คือ เขต 13 หรือพื้นที่กรุงเทพฯ  

ความรุนแรง BA.4 และ BA.5 แบ่งเป็นคนมีอาการรุนแรง และอาการไม่รุนแรง

พื้นที่กทม.พบว่า คนที่อาการไม่รุนแรง ประมาณ ร้อยละ 72 ส่วนคนที่อาการรุนแรง ปอดอักเสบจน ต้องเข้าโรงพยาบาล (รพ.) หรือ ใส่ท่อช่วยหายใจ รวมทั้งรุนแรงจนเสียชีวิต มีข้อมูล 13 ราย พบเป็น BA.4 และ BA.5 ร้อยละ 77 ส่วนพื้นที่ภูมิภาค คนที่อาการไม่รุนแรงมี 309 ราย พบ BA.4
และ BA.5 ร้อยละ 33 ส่วนคนที่อาการรุนแรง 45 ราย  พบสัดส่วน BA.4 และ BA.5 ร้อยละ 46.67

จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่า พบว่า BA.4 และ BA.5 ในกลุ่มอาการรุนแรง สัดส่วนมากกว่าอาการไม่รุนแรง เนื่องจากตัวเลขยังน้อยอยู่ เพราะจริงๆ ตามข้อมูลทางสถิติต้องมีตัวเลขมากกว่านี้เป็นหลักหลายร้อยราย เพื่อตัดตัวเลขที่อาจแกว่งได้ และตัวเลขเราก็ยังไม่ได้แยกว่า ใครได้รับวัคซีน หรือไม่ได้รับวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในกรุงเทพฯ 13 ราย เป็นผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งหนึ่งจริงๆ ความรุนแรงเราต้องได้ข้อมูลอื่นๆ อย่างปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นต้น ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือทุกพื้นที่ในการส่งตัวอย่างเพิ่มเติม 

“หมายความว่า หาก BA.4 และ BA.5 อาจแพร่เร็วไม่เท่ากัน แต่ BA.5 เร็วขึ้นแน่ๆ แต่ BA.4 ยังทรงๆ ส่วน BA.1 และ BA.2 กลับลดลง ถูกเบียดไป ทั้งนี้ มีการตามประเด็นว่า แพร่เร็วแค่ไหน
รุนแรงหรือไม่ หลบภูมิคุ้มกันหรือไม่อย่างไร ซึ่งเรื่องความรุนแรง องค์การอนามัยไม่ได้ให้น้ำหนักมาก บอกเพียงว่า ความรุนแรงไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่การแพร่เร็ว พบว่า เร็วกว่าแน่
ส่วนมีผลต่อการหลบภูมิคุ้มกันหรือไม่ ก็พบว่า ลดลง ขณะที่อังกฤษ พบว่า มีการแพร่เร็วสูงกว่าเดิม ส่วนความรุนแรงจัดว่าอยู่ในระดับสีเหลือง เพราะข้อมูลยังน้อย ขณะที่หลบภูมิคุ้มกันคิด
เช่นนั้น เพียงแต่ข้อมูลยังไม่เยอะมาก ซึ่งก็คล้ายประเทศไทย ต้องติดตามต่อไป” นพ.ศุภกิจ กล่าว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความกังวลช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ อาจจะมีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโค
วิด-19 ว่า เราผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาแล้ว สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นคือ ปีนี้ไม่น่ากังวลเหมือนปีที่แล้ว ดีใจ ที่เห็นรายงานว่ามีผู้เข้ารับวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) เพิ่มมากขึ้นกว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ต่อให้มีการติดเชื้อโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ก็ยังช่วยลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิตได้  

“ปีนี้ไม่ซีเรียส เหมือนปีที่แล้ว เพราะทุกคนได้รับวัคซีน หากรับอย่างน้อย 3 เข็มขึ้นไป ก็จะลดอาการรุนแรงเสียชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเน้นย้ำ ส่วนการติดเชื้อ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะเราเปิดประเทศ มีการเดินทาง อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีความตระหนัก สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอยู่ การเดินทางสัญจรไปมาก็ไม่น่าก่อให้เกิดปัญหาที่กระทบต่อระบบสาธารณสุข การติดเชื้อ ถ้ามีปาร์ตี้ เปิดผับบาร์ สังสรรค์ รวมกลุ่มคนมากมาย มีดนตรี มีหนังกลางแปลง หากมีความระมัดระวัง ก็จะควบคุมสถานการณ์ได้ เราเน้นที่ไม่ให้เกิดอาการรุนแรงมาก เพราะมีความสำคัญมาก” นายอนุทิน ระบุ

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า แม้ขณะนี้การระบาดโควิด-19 ของไทย จะเข้าสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่แล้ว แต่ยังพบการติดเชื้อและเกิดการระบาดเป็นระลอกเล็กๆ ได้ ดังนั้น ในช่วงสัปดาห์นี้ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน ประชาชนอาจมีการไปท่องเที่ยว รวมกลุ่มทำกิจกรรมจำนวนมาก การปฏิบัติตัวในช่วงวันหยุดยาวจึงขอให้ประชาชนยังคงเข้มมาตรการป้องกันตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงการติดและแพร่เชื้อ โดยขอให้เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วม กับผู้อื่น หากมีความเสี่ยงหรือมีอาการให้ตรวจด้วย ATK นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนโควิด 19 โดยเฉพาะเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน จะช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้ ซึ่งสามารถวอล์กอินเข้ารับบริการได้

ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โควิด 19 ว่า การติดเชื้อจะเกิดขึ้นใน กทม. ปริมณฑล จังหวัดใหญ่ก่อน แล้วค่อยไปจังหวัดเล็ก จากเมืองแล้วไปชนบท ทำให้กลุ่ม กทม. ปริมณฑลและจังหวัดท่องเที่ยว จะพบผู้ปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจขึ้นก่อน ดังนั้น ช่วงวันหยุดยาวที่มีหลายช่วงในเดือนนี้ อาจเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้แพร่ไปต่างจังหวัดเร็วขึ้น จึงต้องช่วยกันลดความเสี่ยง เพราะถ้าติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็ว ก็จะมีปอด อักเสบขึ้นเร็วตามด้วย อาจจะกระทบกับเตียงหรือยาในการรักษา จึงต้องช่วยกันชะลอ คาดการณ์ว่าจะมาพีคในช่วงสัปดาห์ที่ 33-34

“โอมิครอน” พีคมากช่วงหลังปีใหม่และลดลงมาต่อเนื่อง ก็มีการระบาดเป็นระลอกเล็ก (Small Wave) เหมือนกันทั้งทั่วโลก เอเชีย รวมถึงไทย ส่วนการเสียชีวิตยังไม่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากฉีดวัคซีนได้จำนวนมาก

สำหรับประเทศไทย จากการติดตามผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ พบว่าเพิ่มขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์นี้ โดยปอดอักเสบเพิ่มจาก 638 ราย เป็น 786 ราย และใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นจาก 290 ราย เป็น 349 ราย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ระบบสาธารณสุขยังรองรับได้ แต่การเพิ่มขึ้นไมได้กระจายทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นในบางจังหวัดที่มีการติดเชื้อมาก

ส่วนผู้เสียชีวิตวันนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 11ก.ค.65) 24 ราย การเสียชีวิตแต่ละวันมีขึ้นลงบ้าง แต่ภาพรวมยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากในช่วง 14 วัน 

สำหรับการวิเคราะห์ผู้เสียชีวิตระหว่างวันที่ 3-9 ก.ค. จำนวน 132 ราย  เป็นกลุ่ม 608 ถึง 128 ราย หรือ 97% พบว่าครึ่งหนึ่งหรือ 64 ราย ไม่รับวัคซีน คิดเป็น 49% อีก 5 รายหรือ 4% ได้รับเพียงเข็มเดียว ส่วน 31 ราย คิดเป็น 23% รับครบ 2 เข็มแต่ไม่ได้ฉีดเข็ม กระตุ้น ขณะที่ฉีดเข็มกระตุ้นแล้วมี 25 ราย แต่ฉีดนานเกิน 3 เดือน คิดเป็น 19% โรคประจำตัวที่เสี่ยงสูงเสียชีวิต คือ ไตเรื้อรัง มะเร็ง อ้วน หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจ  กทม.และปริมณฑลมีการเสียชีวิตมากที่สุด ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือง และภาคกลางและตะวันออก ส่วนภาคเหนือ
และใต้การเสียชีวิตไม่มาก

“ขอย้ำว่าช่วงนี้มีการระบาดมากขึ้นของ BA.4/BA.5 มีโอกาสสูงที่คนติดเชื้อแล้ว อาจติดซ้ำได้ ดังนั้น ขอให้มารับวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ และผู้ดูแลใกล้ชิด ผู้ป่วย ควรมารับเข็มกระตุ้นทุกๆ 3-4 เดือน เพราะหากเกินเวลาไปแล้วภูมิคุ้มกันอาจมาต่อสู้ไม่ทัน อาจทำให้ป่วยหนักขึ้นได้” นพ.จักรรัฐกล่าว

ทั้งนี้ การลดป่วยการหนักหลัง จากช่วงหยุดยาว สธ.ขอความร่วมมือแนะนำประชาชนช่วยกัน ในการป้องกันตนเอง โดยใช้มาตรการ 2U คือ Universal Prevention คือ มาตรการป้องกัน
โรคส่วนบุคคล และ uNIVERSAL vACCINATION การฉีดวัคซีน โดยย้ำว่ายังสามารถทำกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มได้ แต่อย่าใกล้ชิดกันจนเกินไป ให้เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อใช้บริการขนส่ง สาธารณะ อยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง 608 อย่างกิจกรรมทางศาสนาช่วงหยุดยาวนี้ก็ขอให้นั่งสวดมนต์ห่างๆ กัน ตรงไหนแออัดเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง โดยกลุ่ม 608 หากมีอาการป่วยผลตรวจ ATK เป็นบวก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับยา บางคนอาจลงปอดโดยไม่ทราบ จะช่วยลดความเสี่ยงการป่วยหนักได้ และเพิ่มภูมิคุ้มกันตัวเราไว้ก่อนด้วยการไปฉีด
วัคซีน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ติดตามอาการ 10 วัน สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เพื่อลดความเสี่ยงแพร่โรค

เพื่อไม่พลาด ข่าวสารต่างๆ คมชัดลึก ไปที่

32 ปี “ว้าแดง” ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/464005

11 ก.ค. 2565

32 ปี  "ว้าแดง" ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี

17 เม.ย.2564 ครบรอบ 32 ปี “ว้าแดง” กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามแนวพรมแดนเมียนมา-จีน มีการรวมกลุ่มจับอาวุธต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระ ขอแยกตัวออกจากเมียนมา ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี

++

วันที่ 17 เม.ย.2564 เป็นวันครบรอบ 32 ปี การก่อตั้ง “กองทัพสหรัฐว้า” (United Wa State Army – UWSA) ไม่มีการเฉลิมฉลองใดๆ เช่นปีที่แล้ว เนื่องสถานการณ์โควิดระบาด เขตปกครองพิเศษว้า รัฐฉานเหนือ เผชิญกับการระบาดของโควิดรุนแรงพอประมาณ จนต้องขอความช่วยเหลือจากจีน

ในเฟซบุ๊คอู ญีราน โฆษกกองทัพสหรัฐว้า โพสต์ข้อความสั้นๆ “ยกย่อง และยินดี ในสันติภาพที่ได้มาบรรจบ ครบรอบ 32 ปีในวันนี้”

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2564 สำนักข่าว The Kachin Post รายงานว่า เป่าโหย่วเฉียง ประธานพรรคสหรัฐว้า (United Wa State Party- UWSP) และผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army – UWSA) เพิ่งเดินทางกลับมาถึงเมืองปางซาง เมืองหลวงของเขตปกครองพิเศษ หมายเลข 2 หลังจากใช้เวลาเกือบ 3 เดือนอยู่ในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เพื่อรักษาสุขภาพ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เปาโหย่วเฉียง ได้เดินทางเข้าไปในจีนเมื่อตอนปลายปีที่แล้ว หลังเพิ่งเกิดการระบาดของโควิด-19 ในเขตว้าได้ไม่นาน ด้วยเหตุนี้ เมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น โดยกองทัพเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564 สหรัฐว้าจึงเงียบ ไม่แสดงท่าทีใดๆ เกี่ยวกับการรัฐประหารครั้งนี้ออกมาให้บุคคลทั่วไปได้รับทราบ

ในบรรดา 20 กองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ กองทัพสหรัฐว้า ถือว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะมีกำลังพลมากกว่า 3 หมื่นคน พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย ที่สั่งซื้อมาจากจีน 

2 ปีที่แล้ว สหรัฐว้า จัดงานฉลอง 30 ปี แห่งวันสันติภาพ มีการสวนสนามและแสดงแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐว้า จนกองทัพเมียนมา ให้ความสนใจในอาวุธใหม่ๆของว้าอย่างใกล้ชิด

32 ปี  "ว้าแดง" ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี

                                 เปาโหย่วเฉียง ผู้นำว้าแดง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท้ารบ ‘ซูจี’ ดันรัฐบาลเงา เขย่า ‘มินอ่องหล่าย’

 

อดีตคอมมิวนิสต์พม่า
++

ว้าแดงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามแนวพรมแดนเมียนมา-จีน และมีการรวมกลุ่มจับอาวุธต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระ ขอแยกตัวออกจากเมียนมา

ในอดีต ชนชาติว้า เป็นกองกำลังติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (Communist Party of Burma : CPB) 
 ปี 2532 สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (CPB) เชื้อสายว้า ได้ประกาศแยกตัวมาจัดตั้ง “กองทัพสหรัฐว้า” (United Wa State Army) และทำสัญญาสันติภาพกับรัฐบาลทหารเมียนมา โดยมีสิทธิปกครองตนเอง 

นับแต่กองทัพสหรัฐว้าเซ็นสัญญาสันติภาพกับรัฐบาลสหภาพเมียนมา พวกเขาได้ปกครองพื้นที่เขตพิเศษหมายเลข 2 แบบเป็นอิสระมาโดยตลอด หน่วยงานปกครองของเมียนมา ไม่ว่าเป็นทหารหรือตำรวจ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ การติดต่อระหว่างสหรัฐว้ากับรัฐบาลเมียนมา เป็นคล้ายรูปแบบทางการทูตระหว่างประเทศ แม้ว่าตามรัฐธรรมนูญเมียนมา กำหนดให้สหรัฐว้าเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาก็ตาม

เขตปกครองพิเศษว้า (Wa Self-Administered Division) ตั้งอยู่ชายแดนเมียนมา-จีน รัฐฉานเหนือ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน ตรงข้ามกับเขตปกครองตนเองชนชาติไต ลาหู่ และว้า เมิ่งเหลียน จังหวัดผูเอ่อร์ มณฑลยูนนาน

สหรัฐว้า มีเมืองปางซาง เป็นเมืองหลวง ปกครอง 6 หัวเมืองใหญ่ในรัฐฉาน (ฝั่งตะวันออกสาละวิน) เลขาธิการใหญ่ เปา โหย่วเฉียง เป็นผู้นำสูงสุดของพรรคสหรัฐว้า และกองทัพสหรัฐว้า 
 

32 ปี  "ว้าแดง" ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี
32 ปี  "ว้าแดง" ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี

                        กองทัพสหรัฐว้า มีกำลังพล 3 หมื่นกว่าคน

โครงสร้างกองทัพสหรัฐว้า แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ว้าเหนือ และว้าใต้

พื้นที่ว้าภาคเหนือ คือ กองบัญชาการใหญ่ปางซาง มี 4 กองพล ประกอบด้วย กองพลที่ 318 กองพลที่ 418 กองพลที่ 468 กองพลที่ 618 เมืองมังแสง-หนองเข็ด 

32 ปี  "ว้าแดง" ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี

                                เขตปกครองพิเศษว้าเหนือ/ใต้

พื้นที่ว้าภาคใต้ คือ เขตงาน 171 กองบัญชาการเมืองยอน มี 5 กองพลน้อย ประกอบด้วย 

-กองพลน้อยที่ 248 โหป่าง-โหยอด (ด้านตรงข้าม อ. ฝาง จ.เชียงใหม่) 

-กองพลน้อยที่ 518 เมืองยอน (ด้านตรงข้าม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่) 

 -กองพลน้อยที่ 772 เมืองเต๊าะ เมืองทา เมืองจ๊อด (ด้านตรงข้าม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่)

-กองพลน้อยที่ 775 โห้ยอ้อ-ปุ่งป่าแขม (ด้านตรงข้าม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่) 

-กองพลน้อยที่ 778 คายโหลง-ตากแดด-น้ำกั๊ด (ด้านตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน) 

อนึ่ง วันที่ 15 – 17 เม.ย.2562 ศูนย์กลางพรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า (UWSP/UWSA) จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ครบรอบปีที่ 30 แห่งวันสันติภาพ ณ เมืองปางซาง เขตปกครองพิเศษว้า โดยมีตัวแทนรัฐบาลเมียนมา กองทัพเมียนมา และรัฐบาลจีน ได้เข้าร่วมรับชมการแสดงแสนยานุภาพด้วย

32 ปี  "ว้าแดง" ตัวแปรในเกมชิงอำนาจ ระหว่างกองทัพเมียนมากับรัฐบาลเงาซูจี

         คณะกรรมการบริหารพรรคสหรัฐว้า ที่มาจากพรรคคอมมิวนิสต์พม่า

แลนด์สไลด์ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” รวมพลังบ้านใหญ่ยึดชลบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522037

11 ก.ค. 2565

แลนด์สไลด์ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” รวมพลังบ้านใหญ่ยึดชลบุรี

แลนด์สไลด์ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” จับมือ อิทธิพล คุณปลื้ม ลุยสมรภูมิชลบรี 10 เขต เปิดตัวอดีตนักการเมืองสายบ้านใหญ่ พ่วงน้องชายกำนันเป๊าะ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

แลนด์สไลด์ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” จับมือ อิทธิพล คุณปลื้ม ลุยสมรภูมิชลบรี 10 เขต เปิดตัว 4 ยังเติร์กเมืองน้ำเค็ม พ่วงน้องชายกำนันเป๊าะ


เบิกโรงโรดโชว์ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” รวมพลังมวลชน 1.5 หมื่นคน รับบิ๊กป้อม พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์


จบไปแล้ว สมกับราคาคุยของ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ส.ส.ชลบุรี ได้จัดงานพลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย มีสมาชิกพลังประชารัฐ มาร่วมงานนับหมื่นคน
 

เรียกว่างานนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถึงกับตะลึง เมื่อได้เห็นผู้คนมากันเนืองแน่น

ไฮไลต์ของกิจกรรมโรดโชว์เวทีแรก ก็คือ การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต ประกอบด้วย สุชาติ ชมกลิ่น เขต 1, ร.อ.จองชัย วงษ์ทรายทอง เขต 2 ,สุรพงษ์ นำชัยรุจิพงษ์ เขต 3 , รณเทพอนุวัฒน์ เขต 4 ,สรวุฒิ เนื่องจำนงค์  เขต 5 ,สมเจตน์ เกตุวัตถา เขต 6 ,รุ่งเพชร แจ่มเจริญเขต 7 , มานพ ประกอบธรรม เขต 8 ,อิทธิพล คุณปลื้ม เขต 9 และเขต 10 กำลังรอการตัดสินใจของ ส.ส.คนหนึ่งอยู่

สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ และอิทธิพล คุณปลื้ม สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ และอิทธิพล คุณปลื้ม


เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ลั่นคำต้องชนะยกจังหวัด เหมือนที่เขาเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า ชัชชาติแลนด์สไลด์ใน กทม. แต่เฮ้งแลนด์สไลด์อยู่ที่ชลบุรี


‘บ้านใหญ่เอายังไง’
แม้ อิทธิพล คุณปลื้ม ตัวแทนบ้านใหญ่ จะขึ้นเวทีเดียวกันกับ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” แต่ภายในเมืองชลก็ยังมีความอึมครึม ระหว่างบ้านใหญ่แสนสุข กับบ้านใหม่พลังเฮ้ง


อย่างไรก็ตาม ติ๊ก-อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม จะลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 9 (อ.บางละมุง โซนเมืองพัทยา) ที่เป็นฐานเดิมของบ้านใหญ่

สำหรับ ส.ส.ชลบุรี ชุดปัจจุบัน สุชาติ ชมกลิ่น ลงเขต 1 (อ.เมืองชลบุรี)เหมือนเดิม และรณเทพ อนุวัฒน์ เขต 4 (อ.พนัสนิคม) 


สายสามมิตร สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เขต 5 (อ.บ้านบึง) และ ร.อ.จองชัย วงษ์ทรายทอง เขต 2 (อ.เมืองชลบุรี)


ที่กำลังรอการตัดสินใจคือ สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี ที่ย้ายไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีข่าวว่า บิ๊กป้อมขอร้องให้ย้ายกลับมาพรรคเดิม และถูกวางตัวให้ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 10 (อ.สัตหีบ)


‘ยังเติร์กชลบุรี’
ด้านผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี หน้าใหม่ 4 คน มาทางสาย “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” แต่ในอดีต พวกเขาก็คือนักการเมืองท้องถิ่นสายบ้านใหญ่แสนสุข 


เริ่มจาก สจ.ตี๋-สุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ส.อบจ.ชลบุรี คนสนิทของสุชาติ ถูกวางตัวให้ลงสมัครเขต 3 (อ.พานทอง) ซึ่งเป็นรอยต่อ อ.บางปะกง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เขตอิทธิพลของเสี่ยเฮ้ง
 

สมเจตน์ เกตุวัตถา นายกเทศมนตรี ต.บางพระ อ.ศรีราชา จะลงสมัคร ส.ส.เขต 6 (อ.ศรีราชา) ก็เป็นอดีตมือทำงานของสนธยา คุณปลื้ม


รุ่งเพชร แจ่มเจริญ อดีตนายก อบต.บ่อวิน  อ.ศรีราชา ก็เป็นสายบ้านใหญ่แสนสุข จะลงสมัคร ส.ส.เขต 7 (อ.ศรีราชา)


มานพ ประกอบธรรม อดีตนายกเทศมนตรี ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง สายบ้านใหญ่เหมือนกัน ลงสมัคร ส.ส.เขต 8 (อ.บางละมุง)


ส่วน ทิดเล็ก-สมชาติ คุณปลื้ม น้องชายกำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้ม ที่เลือกมาอยู่กับเสี่ยเฮ้ง จะเป็นตัวสำรอง กรณีที่ สะถิระ เผือกประพันธ์ ไม่ยอมกลับพลังประชารัฐ สมชาติจะลงสมัคร ส.ส.เขต 10 แทน


นักการเมืองท้องถิ่นชลบุรี รวมถึงสมชาติ ที่สังกัดกลุ่มพลังเฮ้งในวันนี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตนเองเป็นลูกน้องกำนันเป๊าะ แต่ไม่ได้เป็นลูกน้องของทายาทกำนันเป๊าะ

เบื้องหลัง “พินิจ จันทรสุรินทร์” ทวงคืนพื้นที่ลำปางใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/521990

11 ก.ค. 2565

เบื้องหลัง “พินิจ จันทรสุรินทร์” ทวงคืนพื้นที่ลำปางใต้

เลือกตั้งซ่อมลำปาง “พินิจ จันทรสุรินทร์” คัมแบ็ค ส่งผล เดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทยพลิกชนะอดีต ส.ส.ลำปาง พรรคธรรมนัส คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขนน้ำหมึก

ควันหลงเลือกตั้งซ่อมลำปาง “พินิจ จันทรสุรินทร์” คัมแบ็ค ส่งผลพรรคเสรีรวมไทยพลิกชนะพรรคธรรมนัส


สมัยหน้า “พินิจ จันทรสุรินทร์” จับมือ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ปักธง 4 เขต ตามยุทธศาสตร์ลำปางแลนด์สไลด์


ชัยชนะของพรรคเสรีรวมไทย ในการเลือกตั้งซ่อม 10 ก.ค.2565 เสมือนเป็นเกมอุ่นเครื่องเพื่อไทยแลนด์สไลด์ เพราะเลือกตั้งสมัยหน้า พินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง 8 สมัย ประกาศจะลงสนามเป็นที่แน่นอนแล้ว
 

พินิจ จันทรสุรินทร์ เป็นเจ้าพื้นที่ลำปางใต้มายาวนาน โดยเฉพาะเขต 4 ตระกูลจันทรสุรินทร์ เว้นวรรคสนามเลือกตั้งซ่อมมาแล้ว 2 ครั้ง 


เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 เมื่อ 20 มิ.ย.2565 พินิจ ถอนตัวนาทีสุดท้าย ทำให้ วัฒนา สิทธิวัง เอาชนะคู่แข่งขาดลอย ได้เป็น ส.ส. ในสังกัดพลังประชารัฐ


เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง ที่เพิ่งผ่านไป พินิจและเพื่อไทย ไม่ได้ส่งใครลงสนาม แต่หนนี้ เดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย ได้รับเลือกตั้ง เป็น ส.ส.เขตคนแรกของพรรค

พินิจ และลูกชาย พร้อมลงสนามสมัยหน้าพินิจ และลูกชาย พร้อมลงสนามสมัยหน้า


ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด


เฉพาะ จ.ลำปาง เขต 1 กิตติกร โล่ห์สุนทร, เขต 2 ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร, เขต 3 จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ และเขต 4 พินิจ จันทรสุรินทร์


คนลำปางพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า “เปิ้นกลับมาแล้ว” หมายถึงพ่อพินิจ แห่งบ้านดอยเงิน 


‘ดีลลับดอยเงิน’
เรื่องที่คนลำปางใต้ยังกังขาคาใจ “พินิจ จันทรสุรินทร์” ว่าเหตุใดเลือกตั้งซ่อมหนที่แล้ว จึงถอนตัวกระทันหัน 


หลังลูกชาย อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ส.ส.ลำปาง เขต 4 เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ก็มีข่าวว่า พินิจจะลงสมัคร ส.ส.แทนลูกชาย และทางพรรคเพื่อไทย ก็มีมติส่งเจ้าพ่อดอยเงินลงเลือกตั้งซ่อม
 

ช่วงเวลานั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังสวมหัวโขน รมช.เกษตรฯ เพิ่งสร้างผลงานอุ้ม สมศักดิ์ คุณเงิน เข้าสภาฯ ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 จึงอยากโชว์ศักยภาพให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ประจักษ์ในฝีมือ


ว่ากันว่า ผู้กองมีการพูดคุยกับพินิจ จนเป็นที่มาของการตัดสินใจถอนตัวกระทันหัน และวัฒนา สิทธิวัง ได้รับเลือกตั้งสมใจธรรมนัส


หลัง ร.อ.ธรรมนัส พ้นจากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ความสัมพันธ์ของผู้กองกับประมุขบ้านดอยเงิน ก็ห่างเหินกันไป


‘บ้านใหญ่เมืองรถม้า’
“พินิจ จันทรสุรินทร์” ไม่ใช่คนลำปาง เขาเกิดที่ อ.ลอง จ.แพร่ ก่อนจะมาทำงานที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ปักหลักเล่นการเมืองท้องถิ่นมาแต่ปี 2510 และปี 2518 ได้เป็น ส.ส.ลำปาง สมัยแรกในสีเสื้อพรรคธรรมสังคม


เกือบ 50 ปี พินิจมีป้อมค่ายที่แข็งแกร่งทางตอนใต้ของลำปาง ใครมีปัญหาอะไร ก็มุ่งหน้าไปที่บ้านดอยเงิน ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง 


วันนี้ที่เมืองรถม้า มี 2 บ้านใหญ่คือ บ้านสวน ของ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส.หลายสมัย มีความเข้มแข็งและทรงอิทธิพลในตอนเหนือ (อ.เมืองลำปาง อ.แจ้ห่ม และ อ.แม่เมาะ)


ส่วนบ้านดอยเงิน ของพินิจ จันทรสุรินทร์ ยึดป้อมค่ายตอนใต้ (อ.เกาะคา อ.สบปราบ อ.แม่พริก อ.เสริมงาม และอ.เถิน) 


นับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา สนามเลือกตั้งลำปาง พรรคการเมืองในเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ชนะยกจังหวัด มาทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง

พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับใหม่ สะท้อนภาพ “ผบ.ตร.” คนที่ 13

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/521970

หนึ่งตะวัน พันดาว

11 ก.ค. 2565

พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับใหม่ สะท้อนภาพ "ผบ.ตร." คนที่ 13

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

บทสรุป..“พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่” สะท้อน เห็นภาพใครจะรับไม้ต่อนั่งเก้าอี้ “ผบ.ตร.คนที่ 13” แทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี ที่จะเกษียณราชการ 30 กันยาฯนี้ หลัง..ตรากตำทำงานดูแลทุกข์สุข “ชาวบ้าน-ชาวช่อง”มาครึ่งค่อนชีวิต..OO

ระหว่าง..“3 คาดิเดท” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.เกษียณปี 2566 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เกษียณปี 2566 พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.เกษียณ ปี 2567 เหลือ“ชิงดำ”แค่ 2 คน ระหว่าง “คนแรก” กับ “คนที่สอง” แต่..“คนหลัง”ภาษีดีกว่า เสียงร่ำ-เสียงลือ “เริ่มแผ่ว” เท็จจริงอย่างไร..ขึ้นอยู่ “ผู้มีอำนาจตัดสินใจ”..OO

หนำซ้ำ..ยังเห็นภาพเก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง ใครจะคว้าเก้าอี้ไปครอบครอง ปูทางสู่“บัลลังก์เจ้าสำนักปทุมวัน”..จัดอันดับ “10 ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน เกษียณปี 2566 พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง เกษียณปี 2568 พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช เกษียณปี 2567 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เกษียณ 2574 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง เกษียณปี 2566..OO

ตามด้วย..พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์  เกษียณปี 2569 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข  เกษียณ ปี 2568 พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  เกษียณปี 2569 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เกษียณปี 2568 สุดท้าย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เกษียณปี 2567 ฉายภาพเห็นชัด “ไร้ราคาต่อรอง” หรือว่า..ใครจะเถียง..OO

นี่ยังไม่นับรวม..เปิดทาง “บรรดาสีกากีดาวรุ่ง” เที่ยวสุดท้าย ปูเส้นทางสู่“ถนนแห่งดวงดาว” ใครตกขบวนเที่ยวนี้..หนทางสู่จุดหมายปลายทางสะดุดหยุดกึก เพราะ..เที่ยวนี้..ใช้หลักเกณฑ์เก่าไฟเชียวเปิดทาง  “เหาะเหิน-ก้าวกระโดด” เที่ยวหน้า..หมดสิทธิ์ติดล็อก ไล่เรียงอาวุโส..ปิดประตู “ดาวรุ่ง”..ด้วยประการละฉะนี้..OO
 

สั่นสะท้าน..“ชุดเฉพาะกิจกรมการปกครอง” พร้อมอาวุธครบมือเปิดปฏิบัติการล้อมจับ ด.ต ภูวเมศร์ หิรัญวงศ์วราดล ผบ.หมู่ ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.1 คารถสายตรวจ“ตำรวจท่องเที่ยว” บริเวณลานจอดรถห้างแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี..OO

กล่าวหา..แอบอ้างชื่อหน่วยงาน เดินเก็บส่วยสถานบันเทิง “ผับ-บาร์” ทั่วกรุงและปริมณฑล สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง นี่..คือ..ที่มาที่ไป ซ้อนแผนปฏิบัติการเปิดแผลประจาน “องค์กรสีกากี” สั่นสะเทือน..OO

ไม่รอช้า..พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท.“ดาบแรก”เซ็นคำสั่งให้ออกราชการ ตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดวินัยร้ายแรง “ดาบสอง” ตั้งแท่นเอาผิด “ผู้บังคับบัญชา”ฐานหย่อนยานไม่สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง..OO

แอ่นอกรับผิดชอบ..พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบช.ทท.ในฐานะโฆษกหน่วยฯ ไม่มีรอ เปิดแถลงข่าวยกมือไหว้กล่าวขอโทษประชาชน ยอมรับผิดพฤติกรรม “ลูกน้องนอกแถว” เหตุการณ์ว่อนโลกโซเชียล ยากปฏิเสธความรับผิดชอบ..OO

กลายเป็น..แรงกระเพื่อม ผลงานขจัดเนื้อร้าย “สีกากีนอกแถว” สร้างความไม่พอใจ “บรรดาเหล่าสีกากีน้ำดี” กับ..เกมสร้างภาพ ตบหน้า “สีกากี”ฉาดใหญ่ โยนขี้“สีกากี”หน่วยเดียว ทั้งที่..สังคมความเป็นจริง  “ผู้ประกอบการ” รู้ดีทำอย่างไร..ธุรกิจจะอยู่รอด ค้าขายอย่างสบายใจ  ทำอย่างไร ไม่โดนก่อกวน รู้กัน.. “ทั้งบ้าน-ทั้งเมือง” แต่ไม่อยากพูด เพราะ..สมประโยชน์ทั้งฝ่าย..OO

ย้อนอดีต..“สรรพส่วย”ทั้งหลาย “ผู้ประกอบการ”จำต้องจ่ายเพื่อความสบายใจแค่ 10 กว่าหน่วย ไม่รู้..เพราะเหตุใด หลังปี 57 เพิ่มขึ้น 20 กว่าหน่วย ยิ่ง..“ภูธร” ไม่ต้องพูดถึง ปาไปเกือบ 30 หน่วย เหตุ..เพราะ..ใครบางคนให้ดาบกอบโกยผลประโยชน์..OO

แถม..บางหน่วยเพิ่มตั๋ว 2-3 เท่า “ผู้ประกอบการ”กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จำต้องยอม โชคดี..ช่วงหลังกลับเข้า “กรม-กอง”หลายหน่วย ด้วยเหตุ..ผลอะไรบางอย่าง ถามว่า..“สรรพส่วย”ต้องจ่าย 20-30 หน่วย หน่วยไหนบ้าง ทำไมมากเพียงนี้..ใครรู้..ช่วยตอบที “ผู้หลักผู้ใหญ่”จะได้หูตาสว่างเสียที..OO

ลงแส้..พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ร่อนคำสั่ง กำชับ “แม่ทัพ-นายกอง-ผู้บัญชาการ-ผู้การจังหวัด” คุมเข้ม “หัวหน้าโรงพัก” นครบาล-ภูธร ท้องที่ไหนปล่อยสถานบริการ เปิดเกินเวลา ปล่อยแหล่งอบายมุขผุด ในพื้นที่ ไม่ใช่..ลงทัณฑ์แค่ “5 เสือโรงพัก”..OO

งัดคำสั่ง..สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 234/2565 ลง 27 เมษาฯ 58 เอาผิดผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น “รองผู้การ-ผู้การ”หนีไม่ความรับผิดชอบ ฐานหย่อนยาน-บกพร่องใครจะ“แจ็ตพอต” ประเดิมรายแรก ขึ้นอยู่กับ..ผลแห่งการกระทำของตัวเอง..OO

เก็บกวาด..“คดีค้างเก่า” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.บัญชาการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบก.ปพ.นำกำลังหน่วย“คอมมานโด” ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 17 จุดใน 12 จังหวัด  “เชียงราย-แม่ฮ่องสอน-นนทบุรี-กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ-กาญจนบุรี-ฉะเชิงเทรา–นครศรีธรรมราช-ขอนแก่น-นครพนม-กาพสินธุ์”..OO

เปิดยุทธการ..“ปรามผู้อิทธิพล-ลุยกวาดล้างคดีค้างเก่า” ล็อกตัว นายวรเชษฐ จันทพันธ์ พ่อนักแสดงหนุ่มและพิธีกรชื่อดัง “นิกกี้” ณฉัตร จันทพันธ์ และ ณัฐชา จันทพันธ์ หรือ เม้าส์ บีโอวาย ข้อหา“พยายามฆ่า” ในพื้นที่ จ.นนทบุรี …OO

ตะครุบ..นายคม ธนิกุล ลูกชาย “แคล้ว ธนิกุล” ตำนานเจ้าพ่อเมืองหลวงผู้ล่วงลับ  ได้ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช คดียิง นายเอกณรงค์ เรืองเนตร เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม หน้าศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนนแสงชูโตสายเก่า ม.9 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นี่..แค่…ตัวอย่าง โหมโรง..“กวาดล้างเหล่าวายร้าย”รายสำคัญ..พวกที่เหลือ..เตรียมเนื้อเตรียมตัว..ชดใช้กรรมที่ก่อ..ยุคนี้..ไม่พ้นเงื้อมือ..OO

ปัดเป่าคลายทุกข์..พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พลันทราบข่าว เด็กหญิงวัย 14 “เก็บเล็กผสมน้อย” หาเงินซื้อมือถือใช้ในการเรียน ผ่าน..“ทางออนไลน์” แต่กลับได้รับพัสดุเป็นผงซักฟอกแทน ไม่รอช้า ประสานชุดปฏิบัติการ 5 PCT สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แกะรอยไล่ล่า..เพียงแค่..ไม่ทันไร คลำเส้นทางทลายโกดัง “แก๊งโกงออนไลน์” อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ จำนนต่อหลักฐานดิ้นไม่หลุด..OO

อาญาสิทธิ์..ป่าวประกาศ “บรรดามิจฉาชีพ”ไม่คิดทำมาหากิน ชอบรวยทางลัด หิวเงินจนไม่เหลือความดีในจิตใจ โกงแม้กระทั่ง“เด็ก-เยาวชน” สร้างความเสียหายไปทั่ว คนจำพวกนี้มักเริ่มจาก“ธุรกิจสีดำ” แล้วค่อยๆ“ฟอกเป็นสีเทา” สุดท้ายหวัง“ฟอกเป็นสีขาว” ชูหน้าตาในสังคม จะไม่ปล่อยไว้เป็นอันตรายต่อสังคมอีกต่อไป เสมือนส่งสัญญาน “ขุดราก-ถอนโคน”ครั้งใหญ่ ห้ามกระพริบตา..OO..สวัสดี 

หนึ่งตะวัน พันดาว

พลิกล็อค “ธรรมนัส” ฝันสลาย พ่ายศึกลำปาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/521924

10 ก.ค. 2565

พลิกล็อค "ธรรมนัส" ฝันสลาย พ่ายศึกลำปาง

ล็อกถล่ม “ธรรมนัส” กำสรวล หมอรวยแพ้ขาด สะท้อนคนเลือกฝ่ายประชาธิปไตย แม้ผู้กองจะหาเสียงปลุกคนเมือง เลือกพรรคลูกข้าวนึ่ง ยืนอยู่ละฝั่งกับประยุทธ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ล็อกถล่ม “ธรรมนัส” ฝันสลาย พ่ายศึกลำปาง ทั้งที่พรรคเศรษฐกิจไทย หาเสียงไม่เอาประยุทธ์ ชูพรรคคนเมือง พร้อมสานต่อนโยบายทักษิณ

ตัวแปรที่ทำให้ “ธรรมนัส” ผิดหวัง ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าพ่อดอยเงิน พินิจ จันทรสุรินทร์ เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า ทำเอาชาวบ้านปั่นป่วน

ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 ในวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค.2565 หมอรวย หรือ วัฒนา สิทธิวัง อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเศรษฐกิจไทย ที่ถูกจัดให้เป็นตัวเต็งพลิกพ่าย หนานแมว หรือ เดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย

รายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หนานแมว-เดชทวี ศรีวิชัย ได้ 54,359 คะแนน ส่วนหมอรวย-วัฒนา สิทธิวัง ได้ 30,218 คะแนน

ความปราชัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ทั้งที่ช่วงหาเสียงได้ประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลประยุทธ์ แถมบอกว่า พร้อมสานต่อนโยบายทักษิณ

หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 ลำปางใหม่ ตามที่ กกต.เสนอ ปรากฏว่า การเลือกตั้งค่อนข้างเงียบ เพราะมีคู่แข่งตัวเต็ง 2 คนคือ วัฒนา สิทธิวัง พรรคเศรษฐกิจไทย และเดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย

พรรคเพื่อไทย ในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดโอกาสให้พรรคเสรีรวมไทย ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนามตัวแทนฝ่ายค้าน

ย้อนไปเมื่อปี 2563 อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทยเสียชีวิต กกต. จัดให้มีเลือกตั้งซ่อม ซึ่งผลเลือกตั้งซ่อม 20 มิ.ย.2563 วัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ ได้ 61,824 คะแนน ตามมาด้วย ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ พรรคเสรีรวมไทย ได้ 37,781 คะแนน

ครั้งนี้ หมอรวยหรือวัฒนา ลงสนามในนามพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีหัวหน้าพรรคชื่อ ร.อ.ธรรมนัส ผู้ประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามหัวหน้ารัฐบาลปัจจุบัน

ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก็ใช้วิธีปราศรัยย่อย โดยขุดเรื่องทุจริตเลือกตั้งครั้งที่แล้วมาหาเสียง พร้อมประกาศให้ชาวลำปางเลือกฝ่ายประชาธิปไตย

  • ‘เหตุปัจจัยพ่ายแพ้’

เลือกตั้งซ่อมปี 2563 “ธรรมนัส” พาหมอรวย หรือวัฒนา สิทธิวัง เข้าสภาฯ ได้เพราะ 2 ปัจจัยหลักคือ ความเป็นพรรครัฐบาล บวกพลังประชารัฐยังเป็นเอกภาพ และ พินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปางหลายสมัย พรรคเพื่อไทย เปลี่ยนใจไม่ลงสนามกระทันหัน

สำหรับเลือกตั้งซ่อมปี 2565 สาเหตที่ทำให้หมอรวย แพ้เลือกตั้งชนิดหักปากกาเซียน มีอยู่ 2 ปัจจัย

ปัจจัยแรก ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์เหมือนครั้งที่แล้ว จึงหาเสียงในสไตล์พรรคฝ่ายค้าน วิจารณ์ความล้มเหลวการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลประยุทธ์

คนลำปางเขต 4 ส่วนใหญ่ กลับมองว่า พรรคเสรีรวมไทยเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนพรรคเศรษฐกิจไทย ยังก้ำกึ่งว่า อยู่ฝั่งรัฐบาลหรือฝั่งฝ่ายค้าน

ปัจจัยที่สอง พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามเหมือนปี 2563 แต่ล่าสุด แกนนำเพื่อไทยได้ประกาศว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า เจ้าพ่อดอยเงิน-พินิจ จันทรสุรินทร์ จะกลับมาสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 อีกครั้ง

ธรรมนัส แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ธรรมนัส แถลงยอมรับความพ่ายแพ้

ธรรมนัส แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ธรรมนัส แถลงยอมรับความพ่ายแพ้

บังเอิญ พินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง 8 สมัย ประกาศคัมแบ็คในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จึงทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เปลี่ยนใจ รอเลือกพ่อพินิจสมัยหน้าดีกว่า

  • ‘ฝันสลาย’

ในวันที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี “ธรรมนัส” พลิกเกมขายความเป็นพรรคคนเมือง(คนภาคเหนือ) และพรรคลูกข้าวนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถล้างภาพความเป็นคนสนิท พล.อ.ประวิตรออกไปได้

อย่างวันที่ 7 ก.ค.2565 มีการปราศรัยใหญ่สวนสาธารณะเมืองเถิน ร.อ.ธรรมนัส ได้เปิดความในใจเป็นภาษาถิ่นว่า เดิมทีจะตั้งพรรคอีสานล้านนา แต่ก็เปลี่ยนมาสร้างพรรคของคนลำปาง ของคนพะเยา และตอนนี้ คนไทยทั้งประเทศ บอกพรรคเศรษฐกิจไทย ตั้งขึ้นมาเพื่อ “ไล่ปู้นั่น” (ไล่คนคนนั้น)ออกไป แล้วตั้งรัฐบาลใหม่

ร.อ.ธรรมนัส ไม่ระบุว่า วลีไล่ปู้นั่น (คนคนนั้น) หมายถึงใคร แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งกลับมองว่า เป็นแค่เกมหาเสียง

แม้ในเวทีปราศรัยย่อย ร.อ.ธรรมนัส ได้เล่าถึงเหตุผลที่แยกตัวออกจากพรรคพลังประชารัฐ มาตั้งพรรคใหม่ เพราะหัวหน้ารัฐบาลไม่พอใจ

ร.อ.ธรรมนัส ยังพูดถึงทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขวัญใจคนเมือง “ผมเคยร่วมงานกับท่านทักษิณมาตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ เปิ้นปิ๊กมาไทยบ่ได้ แต่ผมก็บอกเปิ้นแล้วว่า ผมนี่แหละที่จะเป็นตัวแทนลูกข้าวนึ่ง สร้างชาติบ้านเมือง”

อย่างไรก็ตาม คนลำปางก็ได้ให้บทเรียนสำคัญแก่ ร.อ.ธรรมนัส และเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงนักการเมือง และพรรคที่สนับสนุน 3 ป. สมัยหน้าคงไม่มีที่ยืนในภาคเหนือ

โรดโชว์จัดตั้ง “ประวิตร” ยึดบูรพาโมเดล ต่อลมหายใจ 3 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/521906

10 ก.ค. 2565

โรดโชว์จัดตั้ง "ประวิตร" ยึดบูรพาโมเดล ต่อลมหายใจ 3 ป.

โรดโชว์หัวเมืองบูรพา “ประวิตร” ปลุกขวัญเอฟซีลุงตู่ สู้กระแสอุ๊งอิ๊ง หวังมัดใจซุ้มบ้านใหญ่ ต่อลมหายใจพรรคเฉพาะกิจพี่น้อง 3 ป. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

โรดโชว์จัดตั้ง “ประวิตร” เปิดหัวเมืองชลบุรี ที่มั่นพลังเฮ้ง หวังปลุกขวัญเอฟซีลุงตู่ สู้กระแสอุ๊งอิ๊ง

หาร 500 แค่ต่อลมหายใจ “ประวิตร” รู้ถึงชะตากรรมพรรคเฉพาะกิจ นักเลือกตั้งรวมดาว มีโอกาสแพแตกแยกย้ายสูง เพราะเรตติ้ง พปชร.ก็ร่วง เรตติ้งลุงตู่ก็ต่ำ

เย็นวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ ได้เดินไปพบกับผู้นำท้องถิ่น สมาชิกพรรค พปชร.ชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นกิจกรรมโรดโชว์ “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” ที่หน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี

แม่งานใหญ่ในเวทีแรกคือ สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และรัฐมนตรีแรงงาน โดยมี สจ.ตี๋-สุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ เป็นผู้ประสานงาน จัดเตรียมสถานที่และเตรียมเก้าอี้ไว้ 10,000 ตัว ไว้รองรับประชาชนที่มาจากทุกอำเภอใน จ.ชลบุรี พร้อมสมาชิกพรรคจากฉะเชิงเทรา, ระยอง ,จันทบุรี และสระแก้ว

หากมองจากผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ในพื้นที่เขตเลือกตั้งภาคกลาง ยกเว้น กทม. รวมถึงภาคตะวันออก และภาคตะวันตก พลังประชารัฐ ได้ ส.ส.มากที่สุด รองลงมาคือ เพื่อไทย

ฉะนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงเลือก จ.ชลบุรี เป็นจุดเริ่มต้นของโรดโชว์ต่อลมหายใจ 3 ป.

  • ‘ชะตากรรมบ้านใหญ่’

สมัยที่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ “ประวิตร” มีบทบาทสูงในการดึงตัวนักการเมืองซุ้มบ้านใหญ่เข้ามาอยู่ในสังกัด ฉะนั้น ส.ส.บ้านใหญ่ จึงเคารพรักลุงป้อม และหากคิดจะย้ายหรือลาออก ก็จะแคร์หัวหน้าพรรค มากกว่าตัวนายกฯประยุทธ์

ดังที่รู้กัน ส.ส.บ้านใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ มากกว่า 50 คน อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ,ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ซึ่งสมัยหน้า พื้นที่นี้จะมี ส.ส.138 คน มากกว่า ส.ส.ภาคอีสาน ที่มี 132 คน

ครั้งที่พรรคไทยรักไทย ได้ 377 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2548 และพรรคเพื่อไทย ได้ 265 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคของทักษิณ ชินวัตร ก็ได้พึ่งพา ส.ส.บ้านใหญ่ เป็นกำลังหลักยึดภาคกลาง แต่สมัยที่แล้ว ส.ส.บ้านใหญ่ ได้ทิ้งเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ

ชั่วโมงนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พยายามมัดใจซุ้มบ้านใหญ่ให้ร่วมสู้กันต่อไป โดยมอบให้สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ร่วมกับตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ วางกำลังยึดโซนตะวันออก

นอกจากนี้ สุชาติ ชมกลิ่น ยังร่วมมือกับทายาทกำนันเซี้ย เมืองกาญจน์ และชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี คุมโซนตะวันตก

ยามที่ 3 ป.ตกอยู่ในสถานการณ์ตั้งรับ ไร้กระแสลุงตู่เหมือนปี 2562 จึงต้องฝากผีฝากไข้ไว้กับซุ้มบ้านใหญ่เป็นสำคัญ

  • ‘บ้านใหญ่บูรพา’

“ประวิตร” ยังหวังให้ ส.ส.บ้านใหญ่สายภาคตะวันออก อยู่กับ พปชร.ต่อไป รวมถึงซุ้มบ้านใหญ่แสนสุข ซึ่งในโรดโชว์นัดแรกที่ชลบุรี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม จะได้ขึ้นเวทีโชว์ผลงานด้วย

ดังที่ทราบกัน วันนี้ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ขึ้นแท่นบ้านใหญ่หลังใหม่ของเมืองชลบุรี ตีคู่มากับบ้านใหญ่หลังเก่าของตระกูลคุณปลื้ม

ขณะที่ สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา และวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ยังดูแลขุมกำลังเดิม และมีข่าวลือเรื่องย้ายอยู่เป็นระยะๆ

เลือกตั้งสมัยหน้า สนามชลบุรี มี ส.ส.เพิ่มเป็น 10 คน สุชาติได้เตรียมวางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ไว้ครบทั้ง 10 เขต โดยยึดสูตร 5 : 5 แบ่งกันระหว่างพลังเฮ้ง กับพลังบ้านใหญ่

เสี่ยเฮ้งไม่ได้คุยกับแป๊ะ สนธยา แต่เลือกที่จะประสานกับอิทธิพล คุณปลื้ม ที่ถือว่าเป็นตัวแทนบ้านใหญ่หลังเก่าใน พปชร.

ท่ามกลางรอยร้าวในซุ้มบ้านใหญ่ และบ้านใหม่ โชคดีที่ลุงป้อม ยังไม่เจอคู่ต่อกรที่แข็งแกร่ง เพราะแกนนำเพื่อไทย ยังหาแม่ทัพเกรดเอประจำการเมืองชลบุรีไม่ได้

ส่วนพรรคก้าวไกล เคยมี ส.ส.ชลบุรี แต่สมัยหน้า ก็ไม่ง่าย เพราะความพ่ายแพ้ของคณะก้าวหน้า ในสนาม อบจ. และเมืองพัทยา เรตติ้งสีส้มตกไปเยอะ

เจอกฎแม้ว “พงศกร อรรณนพพร” ห่วงลูกสาว คืนรังเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/521705

08 ก.ค. 2565

เจอกฎแม้ว “พงศกร อรรณนพพร” ห่วงลูกสาว คืนรังเพื่อไทย

บ้านใหญ่ขอนแก่น “พงศกร อรรณนพพร” ติดกับดักกฎแม้ว พ่อ-ลูก อยู่ต่างพรรคไม่ได้ จึงหวนคืนเพื่อไทย คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

บ้านใหญ่ขอนแก่น “พงศกร อรรณนพพร” ติดกับดักกฎเหล็ก พ่อ-ลูก อยู่ต่างพรรคไม่ได้ จึงหวนคืนเพื่อไทย


เหตุจากลูกสาว-น้องชายไม่ย้ายตาม “พงศกร อรรณนพพร” ตัดสินใจหอบลูกชายอำลาคุณหญิงหน่อย มาสานฝันแลนด์สไลด์นายใหญ่


วันที่ 8 ก.ค.2565 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ พงศกร อรรณนพพร อดีต ส.ส.ขอนแก่น และลูกชาย พชรกร อรรณนพพร พร้อมประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงานงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย
 

ถ้ายังจำกันได้ ปลายปีที่แล้ว พงศกร อรรณนพพร และประภัสร์ จงสงวน ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ไปร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย 


สาเหตุหลักที่พงศกร ต้องหวนคืนเพื่อไทย ก็เพราะลูกสาว และน้องชาย ที่เป็น ส.ส.ขอนแก่น ไม่ยอมย้ายไปร่วมงานที่พรรคไทยสร้างไทย


ขณะเดียวกัน ขาใหญ่เพื่อไทยแถวขอนแก่น ก็กดดันตระกูลอรรณนพพร โดยอ้างกฎเหล็กนายใหญ่ พ่อ-ลูก พี่-น้อง อยู่ต่างพรรคไม่ได้ ต้องเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง 

สรัสนันท์ อรรณนพพร ดีใจที่พ่อกลับเพื่อไทยสรัสนันท์ อรรณนพพร ดีใจที่พ่อกลับเพื่อไทย


‘อิทธิฤทธิ์อุ๊งอิ๊ง’
“พงศกร อรรณนพพร” ถูกวางตัวเป็นขุนพลอีสาน พรรคไทยสร้างไทย และคุณหญิงหน่อยก็ฝากความหวังไว้กับเจ้าของบ้านใหญ่ชายขอบขอนแก่น 

ตระกูลอรรณนพพร มีฐานธุรกิจอยู่ที่ อ.หนองสองห้อง และเล่นการเมืองมาตั้งแต่ยุคพรรคชาติพัฒนา ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับทักษิณ 

ช่วงปลายเดือน ธ.ค.2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 3 คน ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และหนึ่งในนั้นคือ พชรกร อรรณนพพร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 9 ลูกชายของพงศกร 


เลือกตั้งสมัยที่แล้ว พงศกรดีใจเหลือล้น เมื่อข้าวฟ่าง- สรัสนันท์ อรรณนพพร ลูกสาวคนที่ 2 ได้เป็น ส.ส.ขอนแก่น เขต 8 และน้องชาย-บัลลังก์ อรรณนพพร ก็ยังรักษาแชมป์ ส.ส.ขอนแก่น เขต 10 


เมื่อพงศกร ย้ายจากเพื่อไทยไปอยู่ไทยสร้างไทย ก็มีแกนนำเพื่อไทยขอนแก่นบางคน จับจ้องว่า ลูกสาว และน้องชายของพงศกร จะย้ายตามไปไทยสร้างไทยเมื่อใด


ด้วยเหตุนี้ พื้นที่เขต 8 และเขต 10 จึงมีผู้เสนอตัวจะลงสมัคร ส.ส.ในนามเพื่อไทย เป็นจำนวนมาก


เนื่องจากกระแสอุ๊งอิ๊งมาแรงมากในอีสาน ข้าวฟ่าง สรัสนันท์ และบัลลังก์ จึงไปขึ้นเวทีไล่หนูตีงูเห่าที่ศรีสะเกษ เพื่อยืนยันว่า จะอยู่เพื่อไทย ไม่ได้หนีไปไหน


‘กฎเหล็กเพื่อไทย’
เมื่อลูกสาวและน้องชายยืนกรานไม่ย้ายพรรค “พงศกร อรรณนพพร” ก็ต้องเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะกฎเหล็กคนแดนไกล ญาติพี่น้องจะอยู่ต่างพรรคกันไม่ได้


ในแวดวงคนการเมืองเพื่อไทย รู้ดีว่า ได้มีเกณฑ์การคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งจะถูกนำมาใช้ทั้งคนเก่าและคนใหม่


อย่างข้อแรก ส.ส.ปัจจุบัน ได้ลง ส.ส.เขตแน่นอน ยกเว้นมีพฤติกรรมไปรับเงินพรรคอื่น จะถูกเขี่ยทิ้ง


ข้อที่สอง ส.ส.พรรษาเยอะ อายุ 70 ปีขึ้น จะถูกดันขึ้นเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ลงสนาม ส.ส.เขตแทน


ข้อที่สาม ส.ส.ที่มีประวัติที่เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี เช่น ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว จะถูกพิจารณาไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้ง 


ข้อที่สี่ ญาติพี่น้องอยู่ต่างพรรค อาจต้องเลือกให้อยู่พรรคใดพรรคหนึ่งเพียงพรรคเดียว 


นัยว่า ขาใหญ่เพื่อไทยเมืองขอนแก่น พยายามจะดันลูกสาวและน้องชายของพงศกร ไปแขวนไว้ที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หากพ่อและน้องชายยังอยู่พรรคไทยสร้างไทย

สุดท้าย พงศกรจึงต้องเลือกตัดสินใจกลับเพื่อไทย เพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และตระกูลอรรณนพพร ก็จะได้ลง ส.ส.เขตครบตามโควต้าเดิม

แม้วดัน “อุ๊งอิ๊ง” ขี่โมเดลแบงก์พันสองใบ พิฆาตหาร 500

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/521688

08 ก.ค. 2565

แม้วดัน “อุ๊งอิ๊ง” ขี่โมเดลแบงก์พันสองใบ พิฆาตหาร 500

พิฆาตหาร 500 แม้วดัน “อุ๊งอิ๊ง” ขับเคลื่อนโมเดลแบงก์พันสองใบ สร้างพรรคคู่ขนาน แทนแผนแตกแบงก์พัน คอลัมน์….ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ไม่แตกแบงก์พันดัน “อุ๊งอิ๊ง” สู่เก้าอี้นายกฯ คนแดนไกลแก้เกมหาร 500 ด้วยโมเดลแบงก์พันสองใบ 
    

แพ้ศึกหาร 500 ทักษิณไม่หยุดแผน “อุ๊งอิ๊ง” แลนด์สไลด์ พรรคครอบครัวเพื่อไทย แค่แผนลับลวงพราง สร้างขวัญกำลังใจติ่งแดง


ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพลิกสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากหาร 100 เป็นหาร 500 คือ เกมเดิมพันชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ทักษิณ ชินวัตร ออกอาการผิดหวัง เพราะแผนปั้นลูกสาว อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีอันสะดุด ต้องปรับแผนกันใหม่


วันก่อน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า อาจมีแผนทำพรรคคู่ขนาน ชื่อพรรคครอบครัวเพื่อไทย แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุป และเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น


ว่ากันว่า สมัยที่แล้ว ใช้บัตรใบเดียว เรียกว่า แผนแตกแบงก์พัน แต่สมัยหน้า บัตร 2 ใบ อาจเรียกว่า แผนแบงก์พัน 2 ใบ เป็นพรรคคู่ขนาน ช่วยกันโกยที่นั่ง ส.ส. 


‘แค้นขั้วเดียวกัน’
ทักษิณดันลูกสาว “อุ๊งอิ๊ง” เข้าสู่สนามการเมือง รู้ทั้งรู้ว่า อาจมีชะตากรรมเดียวกับตัวเองและน้องสาว แต่ความฝันบั้นปลายชีวิต อยากกลับเมืองไทย จึงเสี่ยงลงทุนอีกครั้ง


กลางปีที่แล้ว แกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ มีความคิดอ่านตรงกันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็น “บัตร 2 ใบ” มี ส.ส. 400 คน ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน เหมือนรัฐธรรมนูญ 2540


ตอนนั้น ทักษิณ ชินวัตร ดีใจมาก พูดในแคร์คลับเฮาส์ว่า “ผมเองเป็นผลผลิตของปี 2540” แต่ปีกพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย มองว่าเป็นเกมฮั้วกันของพรรคใหญ่


ดังนั้น การที่ทักษิณพูดในคลับเฮาส์ว่า เพื่อไทย และก้าวไกล จะจับมือกันตั้งรัฐบาลสมัยหน้า ไม่น่าจะเป็นจริง


เพื่อไทย-ก้าวไกล มีความบาดหมางกันมาแต่ครั้งที่แกนนำเพื่อไทยจับมือแกนพลังประชารัฐ เสนอแก้กติกาเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียว เป็นบัตร 2 ใบ


ล่าสุด ส.ส.ก้าวไกล โหวตไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ชงสูตรหาร 100 แอบปันใจให้หาร 500 แกนนำกลุ่มแคร์ถึงกับลั่นคำว่า ทรยศหักหลังเพื่อน คบไม่ได้


อีกอย่างเพื่อไทย-ก้าวไกล ตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย อาจสะเทือนต่อแผนกลับบ้านของตัวเอง และน้องสาวได้เช่นกัน


‘แผนแบงก์พันสองใบ’
เมื่อเจอแผนพิฆาตหาร 500 ยุทธการปั่นกระแส “อุ๊งอิ๊ง” ของทักษิณ ก็ต้องกลับมาสุมหัวคิดกันใหม่

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ว่า ทางเลือกของเพื่อไทย คงมี 2 แนวทางคือ สู้แบบพรรคเดียว และสู้แบบพรรคคู่ขนาน 


1.เดินหน้าดันพรรคเพื่อไทย เอาชนะในพื้นที่ ส.ส.ให้ได้มากที่สุด 


2.ใช้สูตรแบงก์พัน 2 ใบ สร้างพรรคใหม่ เหมือนพรรคไทยรักษาชาติ ที่เน้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ คู่ขนานพรรคเพื่อไทย 


ปัญหาใหญ่ของสูตรแบงก์พัน 2 ใบคือ จะหาใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งชื่อชั้นจาตุรนต์ ฉายแสง ขายยาก และคนแดนไกลไม่ปลื้ม


ทักษิณจะกล้าเสี่ยงอีกครั้งหรือไม่ โดยส่ง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคตั้งใหม่


เมื่ออุ๊งอิ๊งมาอยู่พรรคใหม่ แล้วพรรคเพื่อไทยจะขายอะไร เดี๋ยวก็ซ้ำรอยปี 2562 ไทยรักษาชาติจบกลางคัน เพื่อไทยก็ได้ ส.ส.ไม่ตามเป้า


เชื่อว่า นาทีนี้ ทักษิณยังไม่ตกผลึกจะเอาสูตรไหน คงรอดูผลการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความเรื่องสูตรหาร 500 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ให้มีความชัดเจนเสียก่อน


คนแบบทักษิณ คิดเร็วแถมปากเร็วที่ว่า “สูตรไหนก็ชนะ” นั้น มันไม่จริง สูตรหาร 500 มิเพียงดับฝันแลนด์สไลด์ ยังส่งผลให้แผนกลับบ้านในปีหน้า อาจต้องเลื่อนออกไปอีก