แตกตื่น “เขื่อนลาว” น้ำรั่วซึม ไม่กระทบตัว เขื่อนน้ำเทิน 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522778

17 ก.ค. 2565

แตกตื่น "เขื่อนลาว" น้ำรั่วซึม ไม่กระทบตัว เขื่อนน้ำเทิน 1

แตกตื่น “เขื่อนลาว” มีน้ำรั่วซึม ทางการลาวเงียบ แต่ไทยชิงแถลงข่าวอย่าตกใจ ไม่กระทบตัวเขื่อนน้ำเทิน 1 คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สองฝั่งโขงสะเทือน “เขื่อนลาว” เกิดน้ำรั่วซึม ภาพอดีตเขื่อนแตกที่ลาวใต้ตามหลอน ฝั่งลาวเงียบกริบ แต่ฝั่งไทยชิงแถลงข่าวเอง

ชาวแตกตื่นข่าวลือ “เขื่อนลาว” มีภาพน้ำไหลออกมาจากด้านข้าง เหมือนน้ำตกขนาดเล็ก จึงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา

กรณีเขื่อนลาว ตกเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อบ่ายวันที่ 16 ก.ค.2565 ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Joseph Akaravong ที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์ภาพเขื่อนน้ำเทิน 1 ที่มีการเร่งระบายน้ำอยู่ และอีกภาพหนึ่งมีน้ำไหลออกตามหลืบหิน

Joseph Akaravong อ้างว่า มีคนลาวที่อาศัยอยู่ใกล้จุดก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 1 ถ่ายภาพน้ำไหลรั่วซึมออกมาจากหลืบหินส่งมาให้เขา ด้วยความเป็นห่วงว่า เขื่อนอาจจะแตก เหมือนกรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย เมื่อหลายปีก่อน

หลังจากนั้น คนลาวได้แชร์เรื่องเขื่อนมีน้ำรั่วไหลราวน้ำตก และตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น ก็ไม่มีคำชี้แจงจากผู้ก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 1 และกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป.ลาว

ก่อนที่จะมีข่าวลือเรื่องเขื่อนลาวรั่ว ในโซเชียลลาว ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Senggnam Khammavong ที่มีการเผยแพร่คลิปเขื่อนน้ำเทิน 1 เร่งระบายน้ำ และมีภาพน้ำไหลออกมาจากด้านข้าง

อนึ่ง เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2564 ท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีลาว เดินทางมาเป็นประธานในพิธีการกักเก็บน้ำโครงการเขื่อนน้ำเทิน 1

  • ‘แค่น้ำรั่วซึม’

หลัง “เขื่อนลาว” ประสบปัญหาสันเขื่อนดินอ่างเก็บของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก กลายเป็นภาพหลอนชาวลาว พอมีข่าวลือมีน้ำรั่วซึมที่เขื่อนน้ำเทิน 1 จึงตื่นตกใจทั้งประเทศ

วันที่ 17 ก.ค.2565 สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์ของ สปป.ลาว ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนท้ายน้ำเขื่อนน้ำเทิน 1 สปป.ลาว เมืองปากกะดิ่ง แขวงบอลิคำไซ จากกรณีพบการรั่วซึมจากขั้นตอนการก่อสร้าง

เบื้องต้น สทนช.ได้มีการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พบว่า การรั่วซึมของเขื่อนตามที่มีการนำเสนอข่าว เกิดจากกระบวนการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตบดอัด อาจมีน้ำไหลผ่านช่องเล็กๆ ของชั้นดินและชั้นหินด้านข้างตัวเขื่อน และไม่อยู่

ในบริเวณที่เป็นโครงสร้างของเขื่อน จึงไม่มีผลต่อความมั่นคงของเขื่อนแต่อย่างใด

เขื่อนน้ำเทิน 1 เมืองปากกะดิง แขวงบอลิคำไซเขื่อนน้ำเทิน 1 เมืองปากกะดิง แขวงบอลิคำไซ

เพื่อความไม่ประมาท สทนช.ได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำโขงบริเวณที่ใกล้กับการระบายน้ำจากเขื่อนน้ำเทิน 1 ซึ่งคือบริเวณสถานีนครพนม จ.นครพนม ยังมีระดับน้ำปกติและมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 5.7 เมตร การไหลของน้ำก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.40 ม.

  • ‘ใกล้บึงกาฬ’

เขื่อนลาว” มีมากกว่า 90 แห่ง แต่เขื่อนน้ำเทิน 1 เป็นเขื่อนใหญ่อันดับ 3 ของ สปป.ลาว รองจากเขื่อนน้ำเทิน 2 และเขื่อนไซยะบุลี

เขื่อนน้ำเทิน 1 กั้นแม่น้ำกะดิง ตอนล่าง บริเวณบ้านโพนจะเลิน(โพนสี) เมืองปากกะดิง แขวงบอลิคำไซ

จุดที่ตั้งเขื่อนน้ำเทิน 1 ไม่ไกลจากจุดที่แม่น้ำกะดิง ไหลตกแม่น้ำโขง เรียกว่า ปากกะดิง ตรงข้าม อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ระยะทางประมาณ 33 ก.ม.

โครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำเทิน 1 ดำเนินการโดยบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 1 จำกัด ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทพอนสัก กรุ๊ป(PSG) ถือหุ้น 60% บริษัทเอกโก กรุ๊ป(EGCO) บริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(EGAT) ถือหุ้น 25% และบริษัทผลิต-ไฟฟ้าลาว มหาชน(EDL-Gen) ถือหุ้น 15%

โครงการน้ำเทิน 1 เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ รูปแบบการก่อสร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดสันเขื่อนยาว 771 เมตร สูง 177 เมตร เนื้อที่อ่างเก็บน้ำ 58,500 ไร่ สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 1,335 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โรงไฟฟ้าน้ำเทิน 1 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 650 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 2,562 กิกกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี กฟผ.(EGAT) ได้เซ็นสัญญาซื้อไฟฟ้าจากโครงการน้ำเทิน 1 จำนวน 514.3 เมกะวัตต์ ส่วนอีก 130 เมกะวัตต์ ขายให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว(EDL) สัญญาซื้อขายไฟฟ้าทั้ง 2 ฉบับ มีอายุ 27 ปี

ด้วยเหตุนี้เอง กฟผ.จึงต้องออกมายอมรับว่า มีน้ำไหลออกจากหลืบหินเพราะเป็นการรั่วซึม โดยที่ทางการฝั่งลาวเองกลับปิดปากเงียบ

ส่อง 16 ส.ส.ค่าย “ธรรมนัส” ใครจะอยู่ใครจะไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522761

17 ก.ค. 2565

ส่อง 16 ส.ส.ค่าย "ธรรมนัส" ใครจะอยู่ใครจะไป

กราบลาลุงป้อม “ธรรมนัส” ขอเป็นฝ่ายค้าน จับตา 16 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ใครจะอยู่ ใครจะไป งานนี้วัดใจลูกพรรค วัดบารมีสหายผู้กอง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กราบลาลุงป้อม ธรรมนัส ขอเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว จับตา 16 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย จะย้ายข้างไปครบทีมหรือไม่

เหมือนคืนบ้านเก่า ธรรมนัส เติบโตมาจากพรรคเพื่อไทย การกลับไปร่วมงานกับเพื่อน ส.ส.ลูกข้าวนึ่ง จึงไม่ใช่คนแปลกหน้า

เย็นวันที่ 17 ก.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ฤกษ์เข้าไปกราบลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้าน

ดังที่ทราบ ร.อ.ธรรมนัส เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 พรรคเศรษฐกิจไทยพ่ายแพ้ คือภาพสะท้อนความนิยมของรัฐบาลตกต่ำลง

“ถามว่าการพ่ายแพ้ครั้งนี้ ผมได้หรือเสียมากกว่ากันผมเสียนะ พรรคเศรษฐกิจไทยเสียเครดิตมากกว่า ทรงมวยเสียเลย กระทบมาก” ธรรมนัสกล่าว

ในวันที่ ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวออกจากพลังประชารัฐ ก็มีเพื่อน ส.ส. 21 คน ขอร่วมหัวจมท้าย แต่ภายหลังมี 3 คนที่เลือกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย จึงเหลือ 18 คน แต่ศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 2 คนคือ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา และวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง ที่เพิ่งพ่ายเลือกตั้งซ่อม

บุญสิงห์ มือประสานสิบทิศของธรรมนัสบุญสิงห์ มือประสานสิบทิศของธรรมนัส

พรรคเศรษฐกิจไทย เหลือ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ 16 คน จึงมีคำถามตามมามากมายว่า ทั้งหมดนี้จะย้ายไปเป็นฝ่ายค้านกี่คน

  • ‘เช็คขุมกำลัง’

ธรรมนัส” มั่นใจว่า เพื่อนตายสหายศึก 16 ชีวิต ยังจะร่วมลงเรือลำเดียวกัน ย้ายไปอยู่ฝั่งฝ่ายค้าน ไม่มีใครแตกแถว

พรรคเศรษฐกิจไทย มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 คน ได้แก่ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์, ยุทธนา โพธสุธน และพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์

ส.ส.เขตอีก 13 คน แยกเป็นภาคเหนือ 7 คน, ภาคอีสาน 4 คน และภาคกลาง 2 คน

สายเหนือ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1, จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3 ,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 ,พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1 ,ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 ,ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3 และปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน

ในกลุ่ม ส.ส.เหนือ มีธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ที่ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส และเพื่อน ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย

ธนัสถ์ เป็นนักการเมืองบ้านใหญ่ตระกูลทวีเกื้อกูลกิจ ภายใต้การนำของณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก ซึ่งตระกูลนี้เคยสังกัดพรรคเพื่อไทยมาก่อน

สายอีสาน สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เขต 7,เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 ,ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลฯ เขต 6 และ ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2

ปรากฏว่า ธนะสิทธิ์ และณัฏฐพล ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับคนในพรรค ตอนเลือกตั้งซ่อมลำปาง มีแต่สมศักดิ์ คุณเงิน ที่ยกทีมไปช่วยหาเสียง

สายภาคกลาง จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3 และสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8

จอมขวัญ จัดว่าเป็นมือทำงานคนสำคัญของธรรมนัส แต่สะถิระ แทบจะแยกตัวเป็นอิสระ แถมมีข่าวจะกลับพลังประชารัฐ

  • ‘สองคนไปไหน’

ถ้าไล่ขานชื่อ ส.ส.พรรคของ ธรรมนัส ว่าอยู่ หรือไม่อยู่ ก็อาจไม่ได้ยินเสียงตอบรับจาก 2 ส.ส.อีสาน

เนื่องจากในการการลงมติในร่าง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เกี่ยวกับวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่าจะใช้ 100 หาร หรือ 500 หาร ปรากฏว่า เสียง ส.ส.ส่วนใหญ่ พรรคเศรษฐกิจไทยโหวตหนุนหาร 100 แต่มี 2 ส.ส.โหวตหาร 500

ส.ส.ใช้เอกสิทธิ์โหวตเลือกหาร 500 คือ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 6 และ ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2

ทุกวันนี้ เสี่ยอู๊ด-ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ พี่ชาย เสี่ยอี๊ด-สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ทำกิจกรรมในพื้นที่ก็ไม่ติดป้ายพรรคเศรษฐกิจไทย

เช่นเดียวกับ ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ หรือ เซี้ย สินอุดม ส.ส.สุรินทร์ ตัวแทนกลุ่มบริษัท สินอุดมสุรินทร์-1990 จำกัด ออกพบปะชาวบ้านในนาม ส.ส.ของคนสุรินทร์

ศึกซักฟอกครั้งสุดท้ายของสภาฯชุดนี้ น่าติดตามว่า 16 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย จะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลกี่คน

บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522635

นายหัวไทร

16 ก.ค. 2565

บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก

บาดแผลจากการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ยังไม่ตกสะเก็ด แถมลามมาถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน

บาดแผลที่ว่าเกิดจากการที่ “บุนเล้ง โล่สถาพรพิพิธ” พี่ชายของอดีต ส.ส.สมชาย โล่สถาพรพิพิธ พรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัคร เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง หลัง “ครูกิจ หลีกภัย” ล้างมือทางการเมือง โดยมีสาทร วงศ์หนองเตย น้องชายของสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ลงชิงแบบ “คนบ้านเดียวกัน”


       บาดแผลครั้งนั้นบาดลึกในใจของสมชาย (โกหน่อ) แม้บุนเล้งจะชนะ แต่ทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น ต้องควักมากขึ้น เชื่อเข้ากระแสเลือด ปรากฏการณ์ “ล้มสาทิตย์” จึงเกิดขึ้นในสมองของสมชาย แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.เพราะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง โดยเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา “สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ” ลูกสาวโกหน่อ นิติศาสตร์บัณฑิตหมาดๆลงสมัครแทน และได้รับเลือกตั้งด้วย
     

          จากแผนมาสู่ปฏิบัติการล้มสาทิตย์ ก็เกิดขึ้น มีการจัดงาน “ระดมพลคนไม่เอาสาทิตย์” เกิดขึ้นมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในเขตเลือกที่ 2 เขตของสาทิตย์ พร้อมกับออกโรงสนับสนุน “ทวี สุรบาล” อดีต ส.ส.ตรัง ที่เคยลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แบบเชียร์ข้ามพรรค ว่างั้นเถอะ

บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก

โกหน่อยังมีผลจะจัดงานระดมพลคนไม่เอาสาทิตย์ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อีกหลายครั้งจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และที่ลึกกว่านั้น คือแผนดึงทวี สุรบาล มาลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์แทนสาทิตย์ โดนดันสาทิตย์ไปสมัครแบบบัญชีรายชื่อ


      โกหน่อ จับมือเหนียวแน่นกับครูกิจ หลีกภัย พี่ชายนายหัวชวน หลีกภัย และระลึก หลีกภัย น้องชายนายหัวชวน เปิดบ้านนายหัวชวน แถลงข่าวเรื่องนี้เลยทีเดียว และมีกระแสข่าวกระซิบมาว่า ช่วงหลังสาทิตย์กับนายหัวชวนต้องรักษาระยะห่างกัน แม้สาทิตย์จะสนับสนุนให้ “สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล”  เด็กนายหัวชวนลงสมัคร ส.ส.เขต 4 (เขตเลือกตั้งใหม่ย่านกันตัง) ในขณะที่โกหน่อดันเด็กใหม่ ส.ท.กาญจน์ ตั้งปอง เด็กหนุ่ม-ไฟแรง แห่งเมืองกันตังลงสมัคร และพร้อมให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เข้ามาทำโพลล์


     เขตเลือกตั้งที่ 4 ของจังหวัดตรัง กลายเป็นปมขัดแย้งต่อมาของ “โกหน่อ-สาทิตย์” ที่ยากจะประสานแล้ว เพราะนายหัวชวนก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรกับการจัดงานรวมพลคนไม่เอาสาทิตย์ แต่ตัวสาทิตย์เองก็ต้องยอมรับว่าเสียงยังแน่น เกาะติดพื้นที่เหนียวแน่น ยากที่ใครจะมาล้มแบบง่ายๆ เพียงแต่ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์นี้ลุกลามและบานปลายออกไปมากกว่านี้ ลุกลามไปถึงขั้นให้สองฝ่ายฟาดฟัน ห่ำหั่นกันแบบเอาเป็นเอาตาย อันจะไม่เป็นผลดีต่อพรรค

บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก
บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก

ยิ่งเกิดปรากฏการณ์ “นายพลปฏิวัติ” ออกมาแฉเรื่องบ่อนบ้านทรงไทย และอ้างถึงว่า อดีต ส.ส.ก็เคยถูกจับคาบ่อนแห่งนี้ แม้ไม่เอ่ยชื่อ แต่คนตรังรู้กันทั้งบางว่าคือใคร ปรากฏการณ์บ่อนบ้านทรงไทย ถูกมองว่า มีคนอยู่เบื้องหลังให้ข้อมูลนายพลปฏิวัติ และคนให้ข้อมูลต้องเป็นฝ่ายตรงข้ามโกหน่อแน่นอน


     กล่าวสำหรับสนามเลือกตั้งจังหวัดตรัง เลือกตั้งครั้งหน้าจะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น 4 คน เขต 1 หมอสุกิจ อัตโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ลั่นวาจาไปแล้วว่าเลิกเล่นการเมือง โกหน่อ จึงไปทาบทาม “หมอตุลย์กานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลตรัง โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง เคยช่วยงาน อบจ.ตรังมานาน ซึ่งสาทิตย์ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร


     ส่วนเขต 4 สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ในโซนนี้ ประสงค์จะลงสมัคร และสาทิตย์ก็สนับสนุน แต่โกหน่อ ต้องการหาคนใหม่มาลงแทน เพราะมองว่า เขตนี้ยังเป็นหลุมดำของประชาธิปัตย์ในจังหวัดตรัง อ้างว่า สมบูรณ์ลงพื้นที่น้อย ใช้เวลาทำงานที่รัฐสภาเป็นส่วนใหญ่ในฐานะเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฏร สมชายหวังจะให้ สท.กาญจน์ ตั้งปอง มาลงสมัครรับเลือกตั้งแทน และยินดีเข้าสู่ขบวนการของพรรคในทุกขั้นตอน


      จนถึงวันนี้ปมเหล่านี้ยังคาราคาซังอยู่ ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคก็ยังนิ่งเฉยกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่ข้าศึกก็เบียดเข้ามาประชิดเมืองเข้ามาเรื่อยๆ ฤา…จะปล่อยให้แม่ทัพนายกองร่ายดาบออกฟาดฟันกันจนบอบช้ำแล้วค่อยเยียวยารักษา ระวังจะสายเกินแก้นะนายกฯชาย
 

นายหัวไทร 

เพื่อไม่พลาด ข่าวสารต่างๆ คมชัดลึก ไปที่
Website –  www.komchadluek.net
Facebook – https://www.facebook.com/komchadluek

บาดแผลประชาธิปัตย์ตรังร้าวลึก “โกหน่อ-สาทิตย์” ร่ายดาบฟาดฟันกันหนัก

เปิดตัวคู่แข่ง “เก่ง การุณ” ทีมกนกนุช บ้านใหญ่ดอนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522562

15 ก.ค. 2565

เปิดตัวคู่แข่ง “เก่ง การุณ” ทีมกนกนุช บ้านใหญ่ดอนเมือง

เปิดตัวคู่แข่ง “เก่ง การุณ” เป็นนักธุรกิจบ้านใหญ่ดอนเมือง ตามด้วยกองหนุน สก.หนุ่ย-กนกนุช กลิ่นสังข์ ปักธงเพื่อไทยผืนใหม่ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

เจ๊แจ๋นโชว์บารมีขยี้ “เก่ง การุณ” ส่งนักธุรกิจบ้านใหญ่ดอนเมือง เสริมทัพ สก.หนุ่ย-กนกนุช กลิ่นสังข์ ปักธงเพื่อไทยผืนใหม่


หวังปิดฉาก “เก่ง การุณ” ด้วยคนกันเอง ที่ห้ำหั่นกันมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เพราะ สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย เขตดอนเมือง ไม่ใช่มือใหม่หัดขับ


แม้ การุณ โหสกุล ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง จะให้สัมภาษณ์สื่อว่า ไม่รู้จัก สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย เขตดอนเมือง แต่คนดอนเมือง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สมัยหน้า เก่ง ตายแน่”
 

ดังที่รู้กัน เลือกตั้ง ส.ก.เขตดอนเมือง ปี 2565 เป็นสนามที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะเพื่อไทยส่ง กนกนุช กลิ่นสังข์ ตัวแทนเจ๊แจ๋น ชน พนา วุฒิเดช ไทยสร้างไทย และตัวแทนของเก่ง การุณ 


ผลปรากฏว่า สก.หนุ่ย กนกนุช ได้ 21,238 คะแนน ชนะพนา เด็กปั้นเก่ง การุณที่ได้ 18,329 คะแนน

 หมี-สุธนพจน์ ลงพื้นที่แนะนำตัวกับชาวดอนเมืองหมี-สุธนพจน์ ลงพื้นที่แนะนำตัวกับชาวดอนเมือง


เบื้องหลังชัยชนะของ สก.หนุ่ย และเพื่อไทย ก็คือ หนุ่มใหญ่เจ้าของโครงการหมู่บ้านหลายแห่งในเขตดอนเมือง ชื่อ หมี-สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์


ไม่น่าแปลกใจที่ พรรคเพื่อไทย เปิดตัว หมี-สุธนพจน์ ลงสมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง ชนแชมป์เก่า 3 สมัยอย่างเก่ง การุณ


‘ศึกคนกันเอง’
“เก่ง การุณ” บอกกับนักข่าวสภาฯว่า ไม่รู้จักสุธนพจน์ ก็เป็นลีลาแบบเก่ง ดอนเมือง แต่ในใจร้อนรุ่ม เพราะคู่แข่งคนนี้ เคยร่วมกินข้าวหม้อเดียวกันมาเมื่อ 20 ปีก่อน


เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2565 หมี-สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย เพิ่งเปิดตัวผ่านคลับเฮาส์ Likeสาระกะปีใหม่ 

หมี-สุธนพจน์ เล่าให้ฟังว่า การเลือกตั้งปี 2548 เขาเป็นทีมงานหาเสียงให้ แบม-จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ในสังกัดพรรคชาติไทย เมื่อแบม-จณิสตา ชนะเลือกตั้ง จึงได้เป็นผู้ช่วย ส.ส.


ถ้าจำกันได้ ปีนั้น การุณ โหสกุล ส.ก.เขตดอนเมือง พรรคชาติไทยย้ายมาลงสมัคร ส.ส.กทม.ในนามพรรคไทยรักไทย จึงสู้กับแบม-จณิสตา แต่เก่ง การุณ แพ้แบบสะใจกองเชียร์ดารา

เบื้องหลังชัยชนะของจณิสตา ก็คือ ส.ก.หนุ่ย-กนกนุช กลิ่นสังข์และหมี-สุธนพจน์ พร้อมทีมงาน ส.ข.


เมื่อพรรคชาติไทยถูกยุบในปี 2551 หมี-สุธนพจน์ ก็หยุดเล่นการเมืองแต่ด้วยความเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยเหลือชุมชน จนเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่


ในการเลือกตั้ง ส.ก.ครั้งที่ผ่านมา ทีมงานของหมี-สุธนพจน์ ได้เข้ามาช่วยกนกนุช หาเสียง จนเอาชนะคู่แข่งสายเก่ง การุณไปได้


นัยว่า ครอบครัวของหมี-สุธนพจน์ ก็เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และปัจจุบัน หมีเป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรหลายแห่ง ในเขตดอนเมือง ไม่ต่างอะไรกับบ้านใหญ่ดอนเมือง ที่ชาวบ้านต่างพึ่งพาอาศัยยามมีปัญหาเดือดร้อน


‘มวยถูกคู่’
การเลือกตั้งสมัยหน้า “เก่ง การุณ” ก็เหมือนเจอคู่ปรับเก่า กนกนุช กลิ่นสังข์ ซึ่งจะต้องเป็นพี่เลี้ยงหมี-สุธนพจน์ 


เลือกตั้งปี 2562 กนกนุชอำลา ปชป.มาสังกัดพลังประชารัฐ โดยกนกนุช ลงสนาม ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง เจอกับการุณ ผลปรากฏว่า เก่ง การุณ ได้ 30,800 คะแนน ชนะกนกนุช กลิ่นสังข์ ได้ 22,060 คะแนน


ดังที่ทราบกัน เก่ง การุณ และกนกนุช กลิ่นสังข์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น อยู่ในสังกัด ห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ตั้งแต่สมัยพรรคประชากรไทย จนถึงพรรคชาติไทย


หลังห้างทองเสียชีวิต กนกนุชย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย เก่ง การุณ ยังอยู่พรรคชาติไทย พอเก่งย้ายมาไทยรักไทย กนกนุชก็ย้ายกลับไปชาติไทย ก่อนจะไปสังกัด ปชป.ในปี 2553


ทั้งเก่ง การุณ ,กนกนุช และหมี-สุธนพจน์ ต่างก็เป็นนักการเมืองในท้องถิ่นดอนเมือง ต่างเคยอยู่ในสังกัดเดียวกัน แต่วันนี้ กลายมาเป็นคู่รักคู่แค้นในสมรภูมิเลือกตั้ง

“เอ๋ พีระวิทย์” นำทีมพรรคเล็กเล่นใหญ่ เฮี้ยวเที่ยวสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522539

15 ก.ค. 2565

“เอ๋ พีระวิทย์” นำทีมพรรคเล็กเล่นใหญ่ เฮี้ยวเที่ยวสุดท้าย

อุ่นเครื่องซักฟอก “เอ๋ พีระวิทย์” สายตรงธรรมนัส วิ่งรอกทั้งบ้านใหม่ชลบุรี และบ้านป่ารอยต่อฯ เพราะเป็นโอกาสเฮี้ยวเที่ยวสุดท้าย ก่อนยุบสภา++ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

อุ่นเครื่องซักฟอก “เอ๋ พีระวิทย์” แกนนำกลุ่ม 16 สายตรงธรรมนัส วิ่งรอกทั้งบ้านใหม่ชลบุรี และบ้านป่ารอยต่อฯ 


เที่ยวสุดท้าย “เอ๋ พีระวิทย์” พร้อมเพื่อนพรรคเล็ก ชิงเล่นเกมคณิตศาสตร์การเมือง เพราะเหลือเวลาอีกไม่นาน ก็จะยุบสภาแล้ว


ใกล้วันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 19-23 ก.ค.2565 ก็เห็นบทบาทของ ส.ส.เอ๋ หรือ พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำกลุ่ม 16 ผ่านสื่อมากขึ้น หลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล
 

ลำพัง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 16 เสียง ไม่มีกำลังพอที่จะโหวตคว่ำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงต้องวิ่งหากลุ่ม 16 พรรคเล็กมาเป็นแนวร่วม


พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม คู่หู พิเชษฐ์ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานกลุ่ม 16 จึงมีท่าทีแทงกั๊ก โดยอ้างว่า ต้องรอดูผลการเจรจากับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่บ้านป่ารอยต่อฯ ในวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ค.2565


แม้จะเป็นหัวหน้าพรรคเล็ก แต่ ส.ส.เอ๋ ก็มีลีลาใหญ่เกินตัว ดังคำพูดที่ว่า พวกเราไม่จำเป็นต้องคิดและทำ เหมือน ร.อ.ธรรมนัส 


ว่ากันตามจริง กลุ่ม 16 ไม่ได้มีขุมกำลัง 16+2 เสียงจริงตามราคาคุยหรอก เพราะ ร.อ.ธรรมนัส และแกนนำพรรคเล็กด้วยกันเอง ก็ยอมรับว่า มีอยู่ 4-5 เสียง

ส.ส.พีระวิทย์ และพิเชษฐ ไปอวยพรวันเกิด สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานส.ส.พีระวิทย์ และพิเชษฐ ไปอวยพรวันเกิด สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน


ที่เห็นหน้าเห็นตากัน ก็จะมี พิเชษฐ สถิรชวาล ,คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย, พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ,สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และดำรงค์ พิเดช พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พร้อม ส.ส.ร่วมพรรคอีก 1 คน


‘ไปตามลูกพี่’
ส.ส.พรรคเล็กอย่าง “เอ๋ พีระวิทย์” และเพื่อนพ้อง มีค่ามีราคา เพราะรัฐบาลผสม ที่มีเสียงรวมกันเหนือกว่าฝ่ายค้านไม่มากนัก ฉะนั้น 10 เสียงจาก 10 พรรคเลยมีความหมาย 

อานิสงส์จากสูตรพึงมี   ทำให้พรรคเล็ก จำนวน 11 พรรค ได้ ส.ส.พรรคละ 1 คน แต่สมัยหน้า สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 ไม่มีสูตรพึงมีแบบเอื้ออาทร และขั้นต่ำต้องได้ 1 แสนคะแนน จึงจะได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน


ในศึกซักฟอกที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ส.ส.พรรคเล็กหลายคน คงคิดว่า น่าจะเป็นโอกาสสุดท้าย จึงต้องเล่นเกมต่อรองให้ได้มากที่สุด


ส.ส.ส้มหล่นเหล่านี้ คงต้องคิดหาบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เพราะสถานการณ์การเลือกตั้งสมัยหน้า โอกาสที่พรรคเล็กได้ 3 หมื่นแต้มจะเป็น ส.ส.นั้น กติกาใหม่ปิดทางฝันแล้ว


ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีเพื่อน ส.ส.จากกลุ่ม 16 ได้เตรียมย้ายเข้ามาสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย 


เชื่อว่า คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ,สุรทิน พิจารณ์ และดำรงค์ พิเดช ที่ใกล้ชิดธรรมนัส คงเปลี่ยนสีเสื้อจากพรรคเดิมมาสวมเสื้อเศรษฐกิจไทย


‘เจ้าถิ่นสายแข็ง’
“เอ๋ พีระวิทย์” มีฐานการเมืองอยู่ที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี และมุ่งหวังจะลงสมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 4 ในสมัยหน้า จึงเคลื่อนไหวทำกิจกรรมในพื้นที่ต่อเนื่อง


ต้นเดือน พ.ค.2569 พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค จัดงานวันเกิดครบรอบ 44 ปี ที่สำนักงานพรรคไทรักธรรม อ.พระพุทธบาท มีแจกข้าวสารชาวบ้าน และที่สำคัญ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เดินทางไปอวยพรถึงบ้านเกิด ส.ส.เอ๋ พร้อมกระเช้าดอกไม้จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี


ดังนั้น วันเกิดสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ชลบุรี ส.ส.เอ๋ พีระวิทย์ ก็เดินทางไปอวยพรประมุขบ้านใหม่เมืองชลเหมือนกัน 


ย้อนไปดูสนามเลือกตั้งสระบุรี เขต 4 (อ.พระพุทธบาท, อ.บ้านหมอ, อ.หนองโดน, อ.ดอนพุด และอ.เสาไห้) มีแชมป์เก่า องอาจ วงษ์ประยูร พรรคเพื่อไทย ครองพื้นที่มาหลายสมัย

ล่าสุด บุญส่ง เกิดหลำ อดีต ส.ว.สระบุรี ก็เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 4 ในนามเพื่อไทย ก็ต้องรอการพิจารณาจากกรรมการบริหารพรรคจะเลือกใคร


ทั้งองอาจ วงษ์ประยูร ขาใหญ่ อ.พระพุทธบาท และบุญส่ง เกิดหลำ จัดว่าเป็นสายแข็ง หาก ส.ส.เอ๋ พีระวิทย์ ตัดสินใจลงสนาม อาจต้องเลือกพรรคที่ใหญ่กว่าพรรคเศรษฐกิจไทย

สานฝันลุงตู่ “พีระพันธุ์” ปั้นรวมไทยสร้างชาติภาค 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522412

14 ก.ค. 2565

สานฝันลุงตู่ “พีระพันธุ์” ปั้นรวมไทยสร้างชาติภาค 2

ขานรับหาร 500 “พีระพันธุ์” เปิดตัวนำพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมดาวนักเลือกตั้ง 50 ชีวิต ชูที่ปรึกษาลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรี คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ขานรับหาร 500 “พีระพันธุ์” เปิดตัวนำพรรครวมไทยสร้างชาติ พาพลพรรคนักเลือกตั้ง ชูที่ปรึกษาลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรี 


ไม่ใช่พรรค กปปส. “พีระพันธุ์” รีรออยู่พักใหญ่ จึงตัดสินใจปั้นพรรคทางเลือก สำหรับผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์


พลันที่ปีกพี่น้อง 3 ป. ตัดสินใจเลือกคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ สูตรหาร 500 ก็มีข่าวว่า พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เตรียมเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ก่อนวันหยุดยาว คณะกรรมการบริหารพรรค (ชุดรักษาการ) พรรครวมไทยสร้างชาติ แจกข่าวว่าจะมีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2565 ในวันที่ 3 ส.ค.2565 ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต 
 

วาระการประชุมที่สำคัญคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติชุดใหม่ และการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งชุดใหม่ 


ทีมงานประชาสัมพันธ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังได้แนบชื่อแกนนำพรรคคนสำคัญ เช่น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ,เอกณัฐ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. ,วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช, วีระชัย วีระเมธีกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง อดีตเลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย 


ล่าสุด เอกณัฐ พร้อมพันธุ์ เปิดใจกับผู้ประกาศข่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ใช่พรรคหนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่พร้อมชู พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรียุติธรรม เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 


‘สายตรงประยุทธ์’
ชื่อ “พีระพันธุ์” ถูกพาดหัวข่าวว่า จะเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาตั้งแต่สมัยที่แรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์ ยังประจำการอยู่ในทำเนียบรัฐบาล


เมื่อนักข่าวถามพีระพันธุ์คราวใด เกี่ยวกับพรรครวมไทยสร้างชาติก็ได้รับคำตอบว่า ไม่รู้ ไม่ได้คิดเรื่องนี้ ยังเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

วันที่ 3 เม.ย.2565 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ทำหนังสือลาออกในการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค สื่อสายการเมืองก็เฝ้าจับตามองว่า ย่างก้าวต่อไปของพีระพันธุ์ จะไปจอดป้ายที่สถานีไหน


พีระพันธุ์บอกนักข่าวว่า ยังไม่ทิ้งเรื่องการเมือง แต่พรรคการเมืองที่ตนจะไปสังกัด จะต้องมีจุดยืนเดียวกัน ยึด 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่วนพรรคการเมืองนั้น ต้องชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ หรือไม่ ตนยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น 


‘แตกแบงก์พัน’
ชั่วโมงนี้ “พีระพันธุ์” ยังไม่เปิดปากว่า จะเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ แต่มีแกนนำบางคน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักไปแล้ว


ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง อดีตเลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย เล่าว่า การประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ 3 ส.ค.2565 ตัวเขาจะไปร่วมด้วยแน่นอน ตามคำเชิญชวนของพีระพันธุ์ แต่จะได้ตำแหน่งอะไรในพรรค ยังไม่ทราบ


ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ ลูกชายบังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะลาออกไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีแรงงาน และเป็นเลขาธิการพรรค รปช.


กลางเดือน มี.ค.2565 ดร๊าฟ-ดวงฤทธิ์ ลาออกจากเลขาธิการพรรค รปช. และมีกระแสข่าวว่า ลุงตู่ส่งซิกให้ดร๊าฟย้ายเข้าสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และจะได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรค


ส่วน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลูกเลี้ยงของสุเทพ ให้สัมภาษณ์สื่อแล้วว่า จะมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติแน่นอน


เอกนัฏระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ใช่เกมแตกแบงก์พันของ 3 ป. โดยพรรคนี้ ไม่ได้รองรับหาร 500 เพราะพรรคมีกองกำลังนักเลือกตั้งประมาณ 50 คน ที่พร้อมจะลงสมัคร ส.ส.เขต


สำหรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคนั้นคือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไม่ใช่บิ๊กตู่ ไม่ใช่พรรคสาขาของพลังประชารัฐ


อย่างไรก็ตาม พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวพันกับพรรครวมพลัง(รวมพลังประชาชาติไทย) รวมถึงพรรคไทยสร้างสรรค์ ของสกลธี ภัทธิยกุล

สูตรหนีตาย “ประวิตร” งัดบ้านใหญ่แลนด์สไลด์ สู้ทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522320

13 ก.ค. 2565

สูตรหนีตาย "ประวิตร" งัดบ้านใหญ่แลนด์สไลด์ สู้ทักษิณ

สู้ไม่ถอย “ประวิตร” งัดบ้านใหญ่แลนด์สไลด์ หรือแลนด์สไลด์จังหวัด สู้เพื่อไทย สันติ พร้อมพัฒน์ ยกมะขามหวานโมเดลเป็นต้นแบบ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สู้ไม่ถอย “ประวิตร” งัดโมเดลบ้านใหญ่แลนด์สไลด์ หรือแลนด์สไลด์จังหวัด ยันกระแสลูกสาวทักษิณ

บ้านใหญ่คือจุดแข็ง “ประวิตร” ฝากความหวังไว้กับ สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการ พปชร. ที่จะดึงซุ้มขาใหญ่ให้อยู่กับลุงป้อม-ลุงตู่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประเดิมโมเดลบ้านใหญ่แลนด์สไลด์ หรือแลนด์สไลด์จังหวัด เป็นเวทีแรกที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค.2565 มีมวลชนเข้าร่วมนับหมื่นคน

จังหวะกิจกรรมโรดโชว์ของ พปชร. ตรงกับช่วงขั้วรัฐบาลเลือกกติกาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สูตรหาร 500 ซึ่งสอดคล้องกับวิถีนักเลือกตั้ง พปชร. ที่มาจากซุ้มบ้านใหญ่ ไม่ต้องพึ่งกระแส

อย่างเช่นกรณี สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรค ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี 10 เขต ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกันของกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขกับกลุ่มพลังเฮ้ง

จุดแข็งของพลังประชารัฐคือ นักการเมืองบ้านใหญ่ ในภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ยังเป็นกำลังหลัก ในการสกัดแผนแลนด์สไลด์ ของทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย

  • ‘มะขามหวานโมเดล’

“ประวิตร” เลือก สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นเลขาธิการพรรค ก็เชื่อมั่นในการวิธีการดูแลนักเลือกตั้งสมัยที่อยู่พรรคพลังประชาชน ซึ่งสันติรู้ทันทักษิณเป็นอย่างดี จึงกล้าประกาศขอเอาแลนด์สไลด์จังหวัด หรือมินิแลนด์สไลด์ สู้เพื่อไทยแลนด์สไลด์

สันติยกตัวอย่างกรณี จ.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐได้ 5 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง นี่ก็คือแลนด์สไลด์จังหวัด ตามที่เสี่ยสันติคิดไว้

ทีมสันติที่เมืองมะขามหวาน ประกอบด้วย เอี่ยม ทองใจสด, วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์, จักรัตน์ พั้วช่วย, สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ และพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์

พล.อ.ประวิตร ฝากความหวังไว้กับสันติ พร้อมพัฒน์พล.อ.ประวิตร ฝากความหวังไว้กับสันติ พร้อมพัฒน์

ส.ส.เพชรบรูณ์ค่าย พปชร.แต่ละคน มีฐานเสียงมั่นคงในแต่ละอำเภอ เริ่มจาก พิมพ์พร ตัวแทนตระกูลพรพฤฒิพันธุ์ ที่ดูแล อ.เมืองเพชรบรูณ์, จักรัตน์ ยึดท้องถิ่น อ.หล่มสัก มายาวนาน, วันเพ็ญ ปักหลักอยู่ที่ อ.ชนแดน, ส.ส.ดำ-สุรศักดิ์ เหนียวแน่นใน อ.หนองไผ่ และเอี่ยม ก็เป็นผู้มากบารมี อ.วิเชียรบุรี

นอกจากนี้ สันติยังมีเสี่ยด๊อย อัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ เป็นตัวแทนกลุ่มสันติในการเมืองท้องถิ่น

สมัยหน้า จ.เพชรบูรณ์ มี ส.ส.เพิ่มเป็น 5 ที่นั่ง เช่นเดียวสุโขทัยก็เพิ่มเป็น 4 ที่นั่ง หากกลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน กวาดยกจังหวัด รวมกับเสี่ยสันติ ก็ได้มาตุนไว้ 9 ที่นั่ง

  • ‘บ้านใหญ่ฝังราก’

มาถึงวันนี้ “ประวิตร” ก็ต้องลดเป้าจาก 150 ที่นั่ง เหลือ 80-90 ที่นั่งตามสภาพความเป็นจริง

แกนนำพลังประชารัฐ รู้อยู่เต็มอกว่า ภาคเหนือตอนบน และภาคอีสาน ยากที่พรรคจะไปเจาะฐานทักษิณได้ จึงต้องหันไปสู่ภูมิภาคที่เป็นจุดแข็ง

ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ยังเป็นพื้นที่ของ พปชร. ที่จะเอาชนะคู่แข่งได้

จังหวัดที่มี ส.ส. 2-3 ที่นั่ง ในภาคกลาง หลายจังหวัดยังเป็นพื้นที่ความหวังของลุงป้อม อย่างเช่น จ.สระแก้ว ต้องฝากความหวังที่กำนันกี ขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว

สมัยที่แล้ว พลังประชารัฐ ชนะยกจังหวัด คือ ฐานิสร์ เทียนทอง เขต 1 (อ.เมืองสระแก้ว) ,ตรีนุช เทียนทอง เขต 2 (อ.วัฒนานคร) และสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ เขต 3 (อ.อรัญประเทศ) สายตรงของ พล.อ.ประวิตร

หากไม่มีอะไรพลิกผัน ขวัญเรือน เทียนทอง คงให้ลูกๆ อยู่กับ พปชร.ต่อไป เหมือนตอบแทนน้ำใจของลุงป้อมที่ยกเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการ ให้ลูกสาวกำนันกี

จ.เพชรบุรี มี ส.ส. 3 ที่นั่ง สมัยที่แล้ว พลังประชารัฐชนะยกจังหวัด ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จคือ ชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี ลูกชายคนโตของ ปิยะ อังกินันทน์ อดีต ส.ส.เพชรบุรี

สมัยหน้า นายกฯปราย-ชัยยะก็ยังจะอยู่กับพลังประชารัฐ เพราะลุงป้อม มอบให้สุชาติ ชมกลิ่น ดูแลพื้นที่เพชรบุรี และกาญจนบุรี

ตัวอย่างกรณีสระแก้ว และเพชรบุรี เป็นโมเดลมินิแลนด์สไลด์ที่พลังประชารัฐ เชื่อว่าจะเบรกกระแสอุ๊งอิ๊งได้

ปิ๊กบ้าน “ธรรมนัส” ปั้นพรรคคนเมือง บ่เอาประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522310

13 ก.ค. 2565

ปิ๊กบ้าน "ธรรมนัส" ปั้นพรรคคนเมือง บ่เอาประยุทธ์

อำลา 3 ป. “ธรรมนัส” ขอทำตามฉันทามติคนเมืองเหนือ บ่เอาประยุทธ์ จะปิ๊กบ้านเพื่อไทยหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นที่แน่ชัด “ธรรมนัส” พร้อมพลพรรคเศรษฐกิจไทย จะย้ายไปนั่งฝั่งฝ่ายค้าน ตามฉันทามติคนเมืองเหนือ ไม่เอาประยุทธ์

ลำปางเอฟเฟกต์ “ธรรมนัส” ตัดสินใจอำลาพี่น้อง 3 ป. จะกลับค่ายเพื่อแม้วหรือไม่ การเมืองเป็นเรื่องในอนาคต

วันที่ 13 ก.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ เกี่ยวกับการตัดสินใจถอนตัวจากฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล

ร.อ.ธรรมนัส ยังเล่าว่า ได้โทรศัพท์อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องถอนตัวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมกับเล่าเรื่องผลการเลือกตั้งซ่อมที่ลำปาง

“เหมือนเราเป็นพรรคที่อยู่ตรงกลางของเขาควายทั้งสองข้าง มันไม่ชัดเจน..อีกข้างหนึ่งของเขาควายก็ไม่สนับสนุนเรา ดังนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะมานั่งอยู่ตรงกลางเขาควาย ก็อธิบายให้ท่านฟัง ท่านก็เข้าใจ ซึ่งท่านไม่ได้ตัดพ้ออะไร ท่านเข้าใจผม”

สำหรับคำถามสุดท้าย ผู้ดำเนินรายการถามว่า ในอนาคตจะกลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ผู้กองตอบสั้นๆว่า “การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปได้หมด”

อย่าลืมว่า ร.อ.ธรรมนัส เข้าสู่ถนนการเมืองครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2544 โดยเป็นคณะทำงานของพรรคไทยรักไทย และเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2556

ด้วยความเคารพนับถือ พล.อ.ประวิตร จึงลาพรรคเพื่อไทยมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ความขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ มาถึงจุดแตกหัก จึงอยู่ร่วมกันไม่ได้

  • ‘พรรคพะเยา’

10 กว่าปีที่แล้ว “ธรรมนัส” กลับพะเยาในวันที่เสื้อแดงครองเมือง จึงมีแดงพะเยาเป็นขุมกำลัง ยึดการเมืองท้องถิ่นเป็นฐาน

ทำไม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ จึงกลายเป็นมือขวาของ ร.อ.ธรรมนัส หากไปย้อนดูเส้นทางการเมืองบุญสิงห์ ก็จะไม่แปลกใจที่ผู้กองไว้วางใจในตัวนักการเมืองอาวุโสรายนี้

บุญสิงห์ เติบโตใต้ร่มเงาตระกูลตันบรรจง โดยบุญสิงห์ เป็น ส.อบจ.พะเยา เขต อ.ปง ก่อนจะนั่งเก้าอี้ประธานสภา อบจ.พะเยา ยาวมาถึง 19 ปี

เช่นเดียวกับ จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พี่ชายของ จุ๊บจิ๊บ-ธนพร ศรีวิราช ภรรยาของธรรมนัส ก็เป็นตระกูลดังแห่ง อ.ดอกคำใต้ และเป็นพันธมิตรการเมืองกับตระกูลตันบรรจง

จับตา ร.อ.ธรรมนัส จะปิ๊กบ้านเพื่อไทยหรือไม่จับตา ร.อ.ธรรมนัส จะปิ๊กบ้านเพื่อไทยหรือไม่

ดังนั้น บุญสิงห์เป็นกุญแจสำคัญในการไขประตูสู่การสร้างฐานการเมืองพะเยาของ ร.อ.ธรรมนัส

จะว่าไปแล้ว ธรรมนัส บุญสิงห์ และจีรเดช ก็ล้วนเป็นอดีตคนพรรคเพื่อไทย เพราะนับแต่ปี 2544 จนถึงปี 2554 พรรคของทักษิณชนะยกจังหวัดมาโดยตลอด

  • ‘สหายร่วมรบ’

“ธรรมนัส” ประเมินสถานการณ์การเมืองในภาคเหนือตอนบน หลังพ่ายศึกลำปางว่า คนเมือง(คนภาคเหนือ) ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องแสดงความชัดเจนทางการเมือง

ระหว่างการเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 ร.อ.ธรรมนัส จะปราศรัยย้ำว่า พรรคเศรษฐกิจไทยคือ พรรคของคนลำปาง พรรคของคนพะเยา เพื่ออธิบายให้คนในพื้นที่รู้ว่า พวกเขาไม่ได้มีปัญหากับทักษิณ ชินวัตร และต่างก็เป็นลูกข้าวนึ่ง เหมือนกัน

แต่การขายความเป็นพรรคคนเมือง ไม่เพียงพอที่จะทำให้คนลำปางตัดสินใจเลือก วัฒนา สิทธิวัง อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเศรษฐกิจไทย เพราะในนาทีนี้ ชาวบ้านไม่พอใจการบริหารของรัฐบาลประยุทธ์แล้ว

ประกอบกับก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้งเพียง 3 วัน พรรคเพื่อไทยได้แถลงเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ก็เลยทำให้คนเมือง โดยเฉพาะคนลำปางดีอกดีใจกันใหญ่ เมื่อเห็น 2 ตระกูลการเมือง “โล่ห์สุนทร” และ “จันทรสุรินทร์” ลงสนามในนามเพื่อไทย

พูดถึงความเป็นพรรคคนเมืองนั้น พรรคเพื่อไทย เป็นแบรนด์เก่าแก่ ของแท้ ขณะที่พรรคเศรษฐกิจไทย ยังก้ำกึ่ง จะอยู่กับลุงป้อม หรือทักษิณก็ไม่ชัด

อีกด้านหนึ่ง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ส่วนใหญ่ก็เป็น ส.ส.ภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้กองที่พะเยา รวมถึง ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ,ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน หากพรรคไม่เลือกข้างคนเมือง ก็ยากที่จะกำชัยในสมัยหน้า

นี่คือ ที่มาของการตัดสินใจคืนรัง..เมืองพะเยา ขอเป็นพรรคคนเมืองที่ไม่เอาประยุทธ์อย่างชัดเจน

ทิ้งค่ายสีส้มซบ “สุดารัตน์” เจาะฐานแดงอุ๊งอิ๊ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522153

12 ก.ค. 2565

ทิ้งค่ายสีส้มซบ “สุดารัตน์” เจาะฐานแดงอุ๊งอิ๊ง

คนรุ่นใหม่ทิ้งค่ายส้มเลือก “สุดารัตน์” จัดทีมบุกอุดรฯ ตีฝ่าเมืองหลวงเสื้อแดง มุ่งแซะฐาน ส.ส.สูงวัย ค่ายอุ๊งอิ๊ง คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

สมรภูมิอุดรฯ คนรุ่นใหม่เลือก “สุดารัตน์” จัดทีมตีฝ่าเมืองหลวงเสื้อแดง มุ่งแซะฐาน ส.ส.สูงวัย ค่ายอุ๊งอิ๊ง


บ่ย่านอีสานแลนด์สไลด์ “สุดารัตน์” ดึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ ค่ายพลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย เน้นเจาะ ส.ส.เขต 


ผลสำรวจอีสานโพล ไตรมาส 2 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ยังครองใจคนอีสาน เหมือนทุกครั้งที่มีการสำรวจก่อนหน้านั้น


วันที่ 11 ก.ค.2565 ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรืออีสานโพล เปิดเผยผลสำรวจอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า อันดับ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ25.8 (ลดลงจากไตรมาส 1 ที่ได้ร้อยละ 30.6) ตามมาด้วยอันดับ 2 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 20.1 และอันดับ 3 แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 19.8 (เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ที่ได้ร้อยละ 10.7) 
 

ขณะที่ผลสำรวจอยากเลือกพรรคการเมืองใด พบว่า พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 36.1 (ลดลงจากไตรมาส1 ที่ได้ ร้อยละ 39.4) แต่พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 12.1  


แม้วันนี้ พงศกร อรรณนพพร มีความจำเป็นต้องหวนคืนเพื่อไทย แต่ ต่อพงษ์ ไชยสาส์น ก็ยังปักหลักเป็นแม่ทัพอีสาน พรรคไทยสร้างไทยต่อไป

ทีมคนรุ่นใหม่ไทยสร้างไทย พร้อมลุยสมรภูมิอุดรฯทีมคนรุ่นใหม่ไทยสร้างไทย พร้อมลุยสมรภูมิอุดรฯ


‘ทิ้งค่ายสีส้ม’
เนื่องจากชื่อ “สุดารัตน์” อยู่ในฝ่ายประชาธิปไตย นักการเมืองท้องถิ่นจึงเลือกเข้ามาร่วมงานกับไทยสร้างไทย เพราะอธิบายกับชาวบ้านได้ง่ายกว่าสวมสีเสื้อพลังประชารัฐ และภูมิใจไทย

จ.อุดรธานี เป็นสมรภูมิหนึ่งที่ค่ายทักษิณผูกขาด ส.ส.ทั้งจังหวัดมานานกว่า 20 ปี และสมัยหนึ่ง เคยถูกเรียกขานว่า เมืองหลวงคนเสื้อแดง


ล่าสุด ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น อดีตผู้สมัครนายก อบจ.บึงกาฬ คณะก้าวหน้า และฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี คณะก้าวหน้า เลือกที่จะสวมเสื้อไทยสร้างไทย ลงสมัคร ส.ส.อุดรฯ 


ภูมิพันธุ์ เกิดที่อุดรธานี แต่ไปประกอบธุรกิจบึงกาฬหลายสิบปี และเป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวบึงกาฬ จึงลงสมัครนายก อบจ.บึงกาฬ แต่พ่ายทีมภูมิใจไทย จึงหวนคืนบ้านเกิด


ส่วน ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ อดีตเกษตรจังหวัดอุดรธานี ลงสมัครนายก อบจ.อุดรฯ ก็แพ้แชมป์เก่า วิเชียร ขาวขำ พรรคเพื่อไทย

ทั้งภูมิพันธุ์ และฐานวัฒน์ มองว่าไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นผู้นำ มีเสียงตอบรับจากชาวบ้านมากกว่าก้าวไกล 


โชคเสมอ คำมุงคุณ อดีตนายกเทศมนตรีบ้านดุง อ.บ้านดุง ที่เลือกสีเสื้อไทยสร้างไทย เช่นเดียวกับ หรั่ง ธุระพล อดีตนายก อบต.เซียงหวาง อ.เพ็ญ โดยสมัยที่แล้ว ทั้งคู่เคยลงสมัคร ส.ส.อุดรฯ ในสีเสื้อภูมิใจไทย และมี 2 หมื่นแต้มตุนในกระเป๋าแล้ว


สาเหตุที่อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุดรฯ ทิ้งภูมิใจไทย เพราะชาวบ้านจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “มักคน บ่มักพรรค”


‘ปักธงร้อยเอ็ด’
ช่วงก่อนวันเข้าพรรษา “สุดารัตน์” ลุยร้อยเอ็ดอีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทุ่งกุลาลำ ที่จัดโดย ชัชวาล แพทยาไทย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย


ในงานนี้ มีการแสดงของหมอลำคณะรัตนศิลป์ อีสานนิวเจน ที่ลานกุลามาเดอร์ ต.เกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ค่ำวันที่ 12 ก.ค.2565

ชัชวาล แพทยาไทย เป็นนักการเมืองดาวรุ่งแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ ลงสนามเลือกตั้งครั้งแรก ปี 2562 ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ แพ้ ศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด หลายสมัย พรรคเพื่อไทย 


ชั่วโมงนี้ ชัชวาล เป็นอีกหนึ่งความหวังของพรรคไทยสร้างไทย เพราะเขาเป็นคนขยันลงพื้นที่ และทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านตลอดเวลา


ส่วน ศักดา คงเพชร ถือว่าเป็นบ้านใหญ่ทุ่งกุลาฯ เป็น ส.ส.มานาน มีเครือข่ายกว้างขวาง แถมได้สีเสื้อเพื่อไทยที่ชาวบ้านชื่นชอบ 


อย่างไรก็ตาม ชัชวาล เปลี่ยนสีเสื้อจากพลังประชารัฐ มาเป็นไทยสร้างไทย ก็ได้รับความนิยมจากชาวบ้านเพิ่มขึ้น เพราะอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเหมือนเพื่อไทย

“เสาอโศก” จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี “วันอาสาฬหบูชา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522110

เปรียญ12

12 ก.ค. 2565

"เสาอโศก" จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี "วันอาสาฬหบูชา"

ย้อนรอย เส้นทางก่อนตรัสรู้ พระพุทธเจ้า “เสาอโศก” จุดรำลึกที่ ปลงผม ที่ อโนมานที ก่อนจะมี “วันอาสาฬหบูชา” เช่นทุกวันนี้

ในฐานะชาวพุทธต้องตื่นตาใจ ที่พบ “เสาอโศก” ที่ฝั่ง อโนมานที ที่ พระโพธิสัตว์ ตัด พระเมาฬี ออกบวชในเวลานั้น วันที่ 13-14 กรกฎาคม 2565 เป็นวันสำคัญของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา คือ วันที่ 13 กรกฎาคม เป็น “วันอาสาฬหบูชา” หรือ วันพระสงฆ์  ซึ่งเป็นวันที่ พระโกณฑัญญะ 1 ใน ปัญจวัคคีย์ดวงตาเห็นธรรม ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาว่า อัญญาสิ วตะ โภ โกณฑัญโญ(โกณฑัญญะ รู้แล้วหนอ) 

คำว่าอัญญา เป็นคำนำหน้าท่านโกณฑัญญะ ที่ทุกท่านเรียกด้วยความเคารพว่า อัญญาโกณฑัญญะ นับแต่นั้นและขออุปสมบท พระพุทธองค์ อนุญาต โดยเปล่งวาจา สั้น ๆ ว่า จงเป็นภิกษุ มาเถิด เรียกการอุปสมบทนี้ว่า เอหิ ภิกขุ อุปสัมปทา 

ต่อมานักบวชทึ่เหลือ ได้แก่ วัปปะ ภัททิยะ มหามานะ และนัองสุดคือ อัสชิ ได้ดวงตาเห็นธรรม และขออุปสมบทเป็นพุทธสาวก ในเวลาต่อมา

“วันอาสาฬหบูชา” จึงเป็น วันพระสงฆ์ พุทธศาสนามีพระรัตนตรัยครบ ในวันดังกล่าว ชาวพุทธ โดยเฉพาะไทย ถวายทาน บูชา เวียนเทียน ฟังธรรม  และในวันรุ่งขึ้น เป็นวันเข้าพรรษา ที่ภิกษุต้องอธิษฐาน 3 เดือนจะไม่ไปค้างคืนที่อื่น ๆ แต่ก่อนจะมีวันนี้ เจ้าชายสิทธัตถะ พระโพธิสัตว์ ละทิ้ง ราชสมบัติทั้งมวล ในกรุงกบิลพัสดุ หนีออกบวช โดยนั่งม้ากัณฑกะ มีนายฉันนะ มหาดเล็กคู่ใจ ติดตามมาด้วยอย่างใกล้ชิด

จากกรุงกบิลพัสดุ์ เมืองหลวงศากยวง์ มุ่งตรงมายังแม่น้ำ อโนมา หรือ อโนมานที ตอนกลางคืน รุ่งเช้าทรงเปลื้องเครื่องทรง มอบให้นายฉันนะ และตรัสสั่งให้กลับเมืองหลวงรวมทั้งม้า แต่ม้ากัณฑกะ ที่เป็นราชพาหนะไม่ยอมทิ้งเจ้านาย หัวใจวายตาย ณ ฝั่งอโนมานที นั่นเอง พระโพธิสัตว์ ตัด พระเมาฬี ทันที
 

อยากทราบไหมว่า แม่น้ำอโนมา นั่นอยู่ทึ่ไหน เวลาผ่าน มา 2600 ปี ร่องรอยยังเหลืออยู่หรือไม่

ผมมีโอกาสดี ที่ ดร.พระครูวินัยธร สมุทร ถาวรธฺโม  วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ รักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ชักชวนให้ร่วมเดินทางไปอินเดีย วันที่ 4-8 กค.65 เพื่อดูความคืบหน้าการสร้างโรงพยาบาล และสถานปฏิบัติธรรม ภูริปาโล ที่ลงรากปักฐานมาแต่ ปลายปี 2561 ท่ามกลางการระบาดไวรัส โควิด 19 ในปีต่อมา รวมทั้งการไหว้พระ และแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของชาวพุทธ และสื่อสารมวลชน

โชคดีที่ ดร.พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ (ฉลอง จนฺทสิริ) ที่ประจำประเทศอินเดีย ในฐานะพระธรรมทูต นานกว่า 40 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดไทยไวสาลี เป็นเจ้าของโรงเรียนบริการฟรีแก่ลูกหลานชาวอินเดีย ได้เมตตาพาพวกเราไปดู แม่น้ำ อโนมานที ที่ห่างจากชายแดนประเทศเนปาล ประมาณ 20 กิโลเมตร โดยมีทิวเขาเป็นเครื่องหมายกั้นเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ

ทำไมจึงเข้าใจว่าเป็น อโนมานที เพราะสภาพปัจจุบันตื้นเขิน ท่านพระครูบอกว่า เสาพระเจ้าอโศก 2 ต้น แต่ละต้นสูงกว่า 13 เมตร เป็นเครื่องยืนยัน

“เสาอโศก” ที่แม่น้ำอโนมา นั้นสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโศกมหาราช เพื่อรำลึกว่าเป็นที่ปลงผม
ดร.พระครูสิทธิปรัยติวิเทศ บอกว่า พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงสร้างเสาอโศก ณ จุดสำคัญที่พระพุทธเจ้าเสด็จผ่าน หรือเป็นที่ระลึกเหตุการณ์สำคัญเช่นการการ ตัด พระเมาฬี และอนุญาตให้บวชนางภิกษุณี ที่เมืองไวสาลี เป็นต้น

ปัจจุบัน “เสาอโศก” ที่ อโนมานที ล้มลงแต่ไม่หัก ที่หายไปคือหัวสิงห์ ที่ตั้งบนยอดเสาทั้ง 2 สำนักโบราณคดีของอินเดีย ชะลอมาตั้งไว้บนเนินดินที่มีหลังคากันแดดและฝน พร้อมทั้งมีประกาศห้ามทำลาย ขีดเขียน หรือห้ามสร้างสิ่งใด ๆ ในรัศมี 200 เมตร ใครละเมิดถูกปรับนับล้านรูปี

ท่านพระครูฉลองว่า แม่น้ำอโนมา รวมทั้ง “เสาอโศก” ขนาดใหญ่ ในเมืองไวสาลี จะเป็นจุดที่นักแสวงบุญ ไปกราบไหว้บูชา เช่นเดียวกับที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ค้นพบ ณ ปาวาลเจดีย์ ซึ่งรัฐบาลอินเดียทุ่มเงินมหาศาลเนรมิตรพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นมาพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระเจ้าลิจฉวี ได้รับส่วนแบ่งและบรรจุไว้ที่ปาวาลเจดีย์

ปัจจุบัน รัฐบาลเก็บรักษาพระบรมสารรีริกธาตุ  ไว้ที่พิพิธภัณฑ์เมืองปัตตนะ และคาดว่าอีก 2-3 ปี จึงแล้วเสร็จ วันที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาบรรจุที่มหาเดีย์ จะเป็นวันชุมนุมชาวพุทธทั่วโลกแน่นอน

เปรียญ 12 

"เสาอโศก" จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี "วันอาสาฬหบูชา"“เสาอโศก” จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี “วันอาสาฬหบูชา”

"เสาอโศก" จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี "วันอาสาฬหบูชา"“เสาอโศก” จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี “วันอาสาฬหบูชา”

"เสาอโศก" จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี "วันอาสาฬหบูชา"“เสาอโศก” จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี “วันอาสาฬหบูชา”"เสาอโศก" จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี "วันอาสาฬหบูชา"“เสาอโศก” จุดรำลึกที่ ปลงผม ของพระพุทธเจ้า ก่อนมี “วันอาสาฬหบูชา”