ปรับ ครม. “ประยุทธ์” ขอพี่ป๊อกดันพี่ป้อม เพื่อไปต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/523423

22 ก.ค. 2565

ปรับ ครม. “ประยุทธ์” ขอพี่ป๊อกดันพี่ป้อม เพื่อไปต่อ

ไปต่อไม่รอแล้ว “ประยุทธ์” ปรับ ครม. หลังจบศึกซักฟอก สลับเก้าอี้พี่ที่รัก ดัน พล.อ.ประวิตร นั่ง มท.1 จัดทัพจัดแถวคุมเลือกตั้ง คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ไปต่อไม่รอแล้ว “ประยุทธ์” ปรับ ครม. หลังจบศึกซักฟอก สลับเก้าอี้พี่ที่รัก ดัน พล.อ.ประวิตร นั่ง มท.1 จัดทัพจัดแถวคุมเลือกตั้ง 


โหมดสู้ต่อไป “ประยุทธ์” ปรับ ครม. หลังจบศึกซักฟอก สลับ พล.อ.ประวิตร นั่ง มท.1 ตามเสียงเรียกร้องของ ส.ส.พลังประชารัฐ


เกลี่ยดุล 3 ป. “ประยุทธ์” คงร้องขอให้พี่รอง พล.อ.อนุพงษ์เสียสละ จัดทัพจัดแถวลุยเลือกตั้ง

วันสุดท้ายของศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ (22 ก.ค.2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โผล่เข้าสภาฯช่วงเช้า ก็เจอนักข่าวถามเรื่องกระแสข่าว ปรับ ครม. ก็ตอบสั้นๆ “ยังไม่มี ยังไม่ได้คิดอะไรเลย ยังไม่ได้คิดอะไร ทั้งนั้นแหละ”    


วงในพรรคพลังประชารัฐ ได้เริ่มก่อหวอดมาแต่สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อมี ส.ส.กลุ่มหนึ่ง เสนอต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สลับเก้าอี้กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย


ดังนั้น หมากเกมนี้ จึงเป็นเรื่องของพี่น้อง 3 ป. ที่ต้องเกลี่ยดุลกันใหม่เพื่อไปต่อ อีกด้านหนึ่ง ก็มี 2 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วย ที่ว่างเว้นมาเกือบปี หลังยุทธการปราบกบฏผู้กอง เสมือนเป็นไฟต์บังคับ


‘ป้อมผงาด’
“ประยุทธ์” รู้ดีว่า คะแนนนิยมลดลง หากจะไปต่อ จะต้องฝ่าด่านเลือกตั้ง โดยขั้วรัฐบาลเดิมจะต้องได้เสียงมากกว่า 250 เสียง ฉะนั้น การปรับ ครม. เพื่อจัดทัพสู่การเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


ในรายการ Nation Insight ทางเนชั่นทีวี เมื่อค่ำวันที่ 21 ก.ค.2565 ได้มีการวิเคราะห์ 5 สูตร ปรับ ครม. หลังศึกซักฟอกรัฐบาล 
 

ทีมงาน Nation Insight วิเคราะห์สาเหตุที่ต้องปรับ ครม.ว่า 1.แก้ปัญหาใหญ่ด้านเศรษฐกิจ 2.กระชับอำนาจกลุ่ม 3 ป. 3.รองรับแผนเลือกตั้ง โดยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคนขับเคลื่อน 4.แก้ปัญหาบางกระทรวง ที่มีผลงานตกต่ำ และ 5.เพิ่มภาวะความเป็นผู้นำ และยกระดับความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์


เมื่อจะมีการปรับ ครม. เพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร ต้องมานั่งเก้าอี้ มท.1 ควบรองนายกรัฐมนตรี


ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไปนั่งเก้าอี้ตัวใด ก็มีหลายสูตร ทั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีพลังงาน ก็ขึ้นอยู่กับเจรจากันในกลุ่ม 3 ป.


หลังอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่คิดจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยในสมัยหน้า ฉะนั้น พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน คงพร้อมที่จะปรับ ครม. เพื่อรองรับการเลือกตั้งเช่นกัน 


‘มาดามคัมแบ็ค’
ว่ากันว่า ไฟท์บังคับปรับ ครม. เกิดจากความเคลื่อนไหวของ ส.ส.พลังประชารัฐ ที่จะให้ “ประยุทธ์” นำ 2 เก้าอี้ที่ว่างอยู่มาจัดสรรให้ ส.ส.เพื่อการทำงานพื้นที่


โจทย์ใหญ่ของ 3 ป. และแกนนำพลังประชารัฐ พอจะประเมินได้ว่า การเลือกตั้งรอบหน้า พลังประชารัฐคงจะได้ ส.ส.เข้าสภาฯ ไม่เท่าเดิม ดังนั้น การปรับ ครม.ก็ต้องคำนึงถึงปัญหาความเป็นเอกภาพภายในพรรค     


พล.อ.ประวิตร เป็นคนที่เข้าใจหัวอกนักเลือกตั้งดีที่สุด ย่อมรู้ดีว่า จะใช้กลยุทธ์ใดมัดใจ ส.ส.ไม่ให้ย้ายพรรคสมัยหน้า หากไม่ใช่เก้าอี้รัฐมนตรี


ดังที่รู้กัน พลังประชารัฐมีหลายกลุ่ม บางกลุ่มยังไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี เช่นกลุ่มภาคใต้ ที่มี ส.ส.เขต 14 คน หรือกลุ่มสมุทรปราการ


เมื่อภาคใต้ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ ฉะนั้น เก้าอี้ รมช.ตัวแรก ควรจะเป็นของ ส.ส.ภาคใต้ โดยมีชื่อ รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส. นครศรีธรรมราช และนิพันธ์ ศิริธร ส.ส. ตรัง เป็นตัวเลือก

มาดามนฤมล มีโอกาสคัมแบ็คเก้าอี้รัฐมนตรี มาดามนฤมล มีโอกาสคัมแบ็คเก้าอี้รัฐมนตรี


ส่วนอีก 1 เก้าอี้ มีข่าวว่าจะแบ่งให้เป็นโควตา กทม. โดยมีชื่อ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นตัวเต็ง ขณะที่อีกกระแสว่า นฤมล อาจมีโอกาสกลับเข้ามาช่วยงาน พล.อ.ประวิตร หากขยับไปนั่ง มท.1 


หลังพ่ายศึกเลือกตั้ง ส.ก. พลังประชารัฐสายเมืองหลวง ก็ตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย บิ๊กป้อมก็รู้ปัญหาดี จึงพยายามเข้าไปดูแลด้วยตัวเอง


กล่าวโดยสรุป การปรับ ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ต้องเกิดขึ้นแน่ เพื่อตอบโจทย์พี่น้อง 3 ป.ต้องไปต่อ หลังเลือกตั้งสมัยหน้า

ผ่านสมรภูมิกล้วย “ประยุทธ์” รออวสานในศึกสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/523283

21 ก.ค. 2565

ผ่านสมรภูมิกล้วย “ประยุทธ์” รออวสานในศึกสุดท้าย

ส่องสมรภูมิกล้วย “ประยุทธ์” สอบผ่านการโหวตในสภาฯ แต่ฝ่ายค้านปักธงไว้แล้ว บิ๊กตู่ต้องจบที่สมรภูมิเลือกตั้งครั้งหน้า คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ศึกสุดท้าย “ประยุทธ์” สอบผ่านการโหวตในสภาฯ แต่ฝ่ายค้านปักธงไว้แล้ว บิ๊กตู่ต้องจบที่สมรภูมิเลือกตั้งครั้งหน้า


เกมปั่นแต้ม “ประยุทธ์” เจอเพื่อไทย-ก้าวไกล ถล่ม 30 ชั่วโมง เพื่อบรรลุเป้าหมายแคมเปญเข้าคูหากาไม่เอาตู่


วันที่ 21 ก.ค.2565 วันที่สามของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 11 คน โดยเวลา 30 ชั่วโมงที่เหลือนี้ พรรคฝ่ายค้านตั้งเป้าอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว
 

เหตุที่ฝ่ายค้านขอเวลาซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ แค่คนเดียว เพราะรู้ว่า คณิตศาสตร์การเมืองในสภาฯ คว่ำรัฐบาลไม่ได้ จึงวางแผนปั่นแต้มแลนด์สไลด์ในสภาฯ


ทั้งเพื่อไทยและก้าวไกล ต่างใช้เวทีศึกซักฟอกเป็นการปูทางไปสู่โหวตยุทธศาสตร์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ดังที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พูดว่า “ไม่ตายในสภา ก็ไปตายในสนามเลือกตั้ง”

พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานไป ก็ฟังการอภิปรายในสภาฯด้วยพล.อ.ประยุทธ์ ทำงานไป ก็ฟังการอภิปรายในสภาฯด้วย


‘สงครามสื่อ’
“ประยุทธ์” รู้ดีว่าเกมซักฟอกเที่ยวนี้ ขุนพลฝ่ายค้านคงดาหน้าเข้าถล่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล และทำแต้มให้พรรคฝ่ายค้าน จึงปักหลักยืนสู้ไม่ถอย


ดังเช่นกรณีการตอบโต้กับ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ นครปฐม โดยคลิปบิ๊กตู่ปะทะ ส.ส.เจี๊ยบ มีการเผยแพร่ทาง TikTok, ทวิตเตอร์  และเฟซบุ๊ก อย่างรวดเร็ว 


การผลิตคลิปดังกล่าว  ก็มีทั้งฝ่ายกองหนุนบิ๊กตู่ และพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งที่พิเศษไปกว่านั้น เพื่อไทย-ก้าวไกลใช้สื่อออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น เพื่อปั่นวาทกรรมให้กลายเป็นกระแสสังคม
 

อย่างเช่นพรรคเพื่อไทยปั่นกระแส “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” พรรคก้าวไกล ก็ผุดแคมเปญ “ตอกตะปูปิดตาย ทลายระบอบประยุทธ์”


มีข้อน่าสังเกตว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ได้ผลิตคอนเทนต์ศึกซักฟอกอย่างคึกคัก โดยมีการตัดคลิป ส.ส.อภิปรายฯ ลงยูทูบ ,ทวิตเตอร์ และ TikTok อย่างทันท่วงที


ยุคปัจจุบัน ประชาชนดูทีวีน้อยลง ไม่มีใครเกาะติดหน้าจอทีวีชมการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากเหมือนเก่า  พรรคฝ่ายค้านจึงไปใช้สื่อออนไลน์  เปิดแนวรบโซเชียลมีเดีย  ซึ่งเข้าถึงประชาชนได้ทุกเวลา ทุกสถานที่


เหมือนปี 2554 พรรคเพื่อไทยใช้ทีวีดาวเทียม สื่อสารถึงประชาชนผ่านรูปแบบรายการในห้องส่ง และถ่ายทอดสดกิจกรรมของคนเสื้อแดง ปรากฏว่า กลยุทธ์นี้ได้ผลดีเกินคาด จึงทำให้เกิดกระแสยิ่งลักษณ์แลนด์สไลด์


ดังนั้น แนวรบโลกออนไลน์ของพรรคฝ่ายค้าน จึงมิใช่การโจมตีรัฐบาล หากแต่ยังเป็นการแย่งชิงฐานเสียงฝ่ายเดียวกันอีกด้วย


‘เรื่องกล้วย-กล้วย’
หอกข้างแคร่ “ประยุทธ์” มีความชัดเจนขึ้นในการศึกซักฟอกหนนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส และหัวหน้าพรรคเล็กบางคน


ดังที่รู้กัน เวทีซักฟอกของฝ่ายค้าน กลายเป็นช่วงเวลานาทีทองของพรรคเล็ก จึงมีสื่อมวลชนหลายสำนัก พูดถึงอาการหิวกล้วย ของ ส.ส.พรรคเล็กบางกลุ่ม

แม้จำนวนเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล จะเหนือกว่าฝ่ายค้านเยอะโดยไม่กังวลเรื่องจะเกิดอุบัติเหตุคว่ำนายกฯ กลางสภา แต่ ส.ส.พรรคเล็กยังเล่นเกมต่อรองแลกผลประโยชน์กับรัฐมนตรีบางคน ที่เลี่ยงการตกอยู่ในกลุ่มบ๊วย


สำหรับพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ และจะโหวตไปในแนวทางเดียวกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน


จากจำนวน ส.ส. 16 คนของพรรคเศรษฐกิจไทย ก็น่าจะเหลือแค่ 12 เสียง เนื่องจากมี ส.ส. 4 คน ไม่เข้าทำกิจกรรมร่วมกับพรรคเลย


ประกอบด้วย ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลฯ เขต 6 ,ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 และ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 โดยมีข่าวว่า จะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ส่วน สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8 จะย้ายกลับพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลก็มีเสียงงูเห่า ที่ฝากเลี้ยงไว้ในพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย รวม 12 เสียง


ดังนั้น การโหวตในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ จะสอบผ่านกันทุกคน แต่คะแนนจากการโหวต อาจส่งผลให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี ในช่วงอายุ 8 เดือนสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์ 

ผีไม่เผา “อนุทิน” ปะทะอุ๊งอิ๊งไล่ล่างูเห่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/523172

20 ก.ค. 2565

ผีไม่เผา “อนุทิน” ปะทะอุ๊งอิ๊งไล่ล่างูเห่า

เอาให้ชัด “อนุทิน” ไม่ร่วมครอบครัวอุ๊งอิ๊ง หลังเลือกตั้งสมัยหน้า คนแดนไกลส่งสัญญาณตัดเชือกซุ้มเนวิน คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เอาให้ชัด “อนุทิน” ไม่ร่วมสังฆกรรมครอบครัวอุ๊งอิ๊ง หลังเลือกตั้งสมัยหน้า คนแดนไกลตัดเชือกซุ้มเนวิน


ยึดขั้วเดิม “อนุทิน” จับสัญญาณทักษิณ เปิดยุทธการล้างแค้นภูมิใจไทย ส่งเลือดใหม่ประกบงูเห่าทุกสนาม 


การเมืองร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้มีบารมีนอกพรรคเพื่อไทย ส่งสัญญาณอีกครั้ง ไม่เอาพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยสมัยหน้า
 

วันที่ 20 ก.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีทักษิณ ชินวัตร พูดในแคร์คลับเฮาส์เรื่องแพ้พนันอนุทินในเรื่องการจัดหาวัคซีน ด้วยขี้หมากองเดียวว่า หยอกกันนิด หยอกกันหน่อย ไม่มีปัญหา การเมืองจะไปซีเรียสอะไรมากมาย 


เมื่อนักข่าวถามต่อว่า จะกลายเป็นปัญหาในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ หากพรรคฝ่ายตรงข้ามเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และไม่เอาพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วม อนุทินตอบว่า “ก็ไม่ได้คิดจะไปร่วมอยู่แล้ว เราทำอนาคตตามหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด..”


ถ้าย้อนไปฟังแคร์คลับเฮาส์ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา นับแต่มีข่าว ส.ส.เพื่อไทย เตรียมย้ายไปอยู่ค่ายบุรีรัมย์ โทนี่หรือทักษิณ มักจะประชดประชันอนุทิน และพลพรรคสีน้ำเงิน อยู่บ่อยๆ 


ไม่น่าแปลกใจ ทักษิณจึงให้ความสำคัญกับยุทธการไล่หนู ตีงูเห่าที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ได้ลงพื้นที่ระดับเขตเลือกตั้ง


เหมือนทักษิณต้องการให้กิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยที่ศรีสะเกษ เป็นต้นแบบของการเคลื่อนไหวปลุกกระแสคนเสื้อแดงในครั้งต่อๆไป


หลังจบภารกิจไล่ล่าคนแปรพักตร์ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้รับคะแนนนิยมอันดับหนึ่ง ร้อยละ 25.28 จากการสำรวจของนิด้าโพล


‘ฟาร์มงูเห่า’
“อนุทิน” มีความจำเป็นต้องหา ส.ส.ต่างพรรค มาเสริมทัพและรักษาเสถียรภาพรัฐบาลประยุทธ์ เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีเอกภาพ และพรรคเล็กก็สุดเฮี้ยว ต่อรองไม่เลิกรา
 

ปลายเดือน พ.ค.2565 ในแคร์คลับเฮาส์ ทักษิณไม่พลาดที่จะพูดถึงกรณี 7 ส.ส.พรรคเพื่อไทย โหวตสวนมติพรรค เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ในวาระแรก “..เข้าใจว่า ได้รับวัคซีนซิโนแวคทุกเดือน วัคซีนอื่นคงไม่ใช่ เพราะได้รับบริจาค วัคซีนซิโนแวคนั้น รัฐบาลต้องซื้อ จึงเกิดงูเห่าขึ้น”

ก่อนหน้านั้น ทักษิณก็เคยขู่ผ่านคลับเฮาส์ว่า “เตือนไว้นะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปร่วมประชุมกับพรรครัฐบาลอยู่ ผมรู้ว่าชื่ออะไร แจกคนละ 2 แสนเป็นรายเดือน แต่เอาตังค์ที่ไหนมา”


ทักษิณมองว่า ต้นเหตุที่ทำให้เกิดงูเห่ามาจากรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ฤชุพันธ์ “…รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำลายความแข็งแรงของพรรคการเมือง ส่งเสริมให้ ส.ส.ทำผิดวินัย…จึงเป็นเรื่องน่าเศร้า และเสียดาย การเมืองจึงน่ารังเกียจขึ้นทุกวัน”


การที่เลือกอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร มาเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก็เหมือนเมื่อปี 2554 ทักษิณเลือกน้องสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าสู่สมรภูมิชิงไทยคู่ฟ้า และ พ.ศ.นั้น คนเสื้อแดงปลุกกระแสไม่เลือกคนทรยศ จนทำให้พรรคน้องใหม่สีน้ำเงินพ่ายยับเยิน


‘ไม่เอาเนวิน’
แม้แกนนำภูมิใจไทยอย่าง “อนุทิน” จะวางโพสิชั่นนิ่งเป็นพรรคเป็นกลาง พรรคตัวแปร แต่ทักษิณกลับมีท่าทีชัดเจน จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคเครือข่ายเนวิน


ช่วงที่มีข่าวแกนนำภูมิใจไทย ไปเจรจากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอให้พลิกเกมสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เอาหาร 500 แทนหาร 100 


ทักษิณกล่าวว่า “ไม่ว่าจะหาร 100 หรือ 500 เพื่อไทยบวกก้าวไกลก็ 300 กว่าแล้ว ไหนจะพรรคเสรีรวมไทย ก็จะได้ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม พรรคประชาชาติก็ได้ด้วย รวมกันก็เกิน 300 แน่นอน”


พูดง่าย ๆ ฝ่ายประชาธิปไตยรวมกันเกิน 300 เสียง แถมทักษิณยังประเมินล่วงหน้าว่า ขั้วรัฐบาลปัจจุบันจะได้ไม่ได้ถึง 200 เสียง


อนุทินก็น่าจะพอจับสัญญาณจากคนแดนไกลได้ จึงต้องชิงออกตัวว่า ไม่ได้คิดจะไปร่วมกับฝ่ายโน้นอยู่แล้ว 

ฝันใหญ่เกินเบอร์ “ทักษิณ” กลับแน่ ฝังระบอบประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/523151

20 ก.ค. 2565

ฝันใหญ่เกินเบอร์ “ทักษิณ” กลับแน่ ฝังระบอบประยุทธ์

แพ้แล้วอย่างร้องนะ “ทักษิณ” กลับไทยแน่ ปฏิบัติการซักฟอกเที่ยวสุดท้าย กลยุทธ์จุดกระแสฝังระบอบประยุทธ์ คอลัมนฺ….ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

แพ้แล้วอย่างร้องนะ “ทักษิณ” มั่นใจกลับไทยแน่ ปฏิบัติการซักฟอกเที่ยวสุดท้าย เป็นกลยุทธ์จุดกระแสไม่เอาประยุทธ์ 


“ทักษิณ” เชื่อโมเดลชัชชาติแลนด์สไลด์ จะเกิดขึ้นทั่วไทย ไม่ว่าประยุทธ์จะใช้สูตรหาร 500 หวังสกัดเพื่อไทย


ศึกซักฟอกหนสุดท้าย เดือดทั้งในและนอกสภา บังเอิญ ทักษิณ ชินวัตร โผล่คลับเฮาส์ในช่วงนี้พอดี จึงมีวิวาทะระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคนแดนไกล
 

ศึกซักฟอกหนสุดท้าย เดือดทั้งในและนอกสภา บังเอิญ ทักษิณ ชินวัตร โผล่คลับเฮาส์ในช่วงนี้พอดี จึงมีวิวาทะระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคนแดนไกล


การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรก (19 ก.ค.2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ได้ลุกขึ้นชี้แจง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยตอนหนึ่งพูดว่า “ผมทราบดีท่านชื่นชมคนที่ทำงานมาก่อน ว่าดีกว่าผมว่าโน่นนี่ ไม่เป็นไร ก็เอากลับมาให้ได้แล้วกัน”


ตกค่ำวันเดียวกัน ในรายการแคร์คลับเฮาส์ โทนี วู้ดซัม หรือทักษิณ ชินวัตร ก็ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “แล้วไม่ต้องบอกว่า ไปตามมันกลับมาให้ได้สิ ขอตอบว่า ผมกลับแน่ ผมกลับแน่”


มีข้อสังเกตว่า แคร์คลับเฮาส์คืนอังคารที่ผ่านมา ทักษิณพูดถึงการเมืองในประเทศน้อยมาก อาจเป็นเพราะศึกซักฟอก กำลังเข้มข้น ทักษิณคงไม่อยากจุดประเด็นใหม่ๆ ไปกลบกระแสเชือด 11 รัฐมนตรี

แนวรบนอกสภาฯ ของเพื่อไทยแนวรบนอกสภาฯ ของเพื่อไทย


‘บทเรียนเนวิน’
“ทักษิณ” ประกาศกลับไทยมาหลายหนแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นว่า เลือกตั้งสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยชนะแลนด์สไลด์แน่นอน


ดังนั้น ในแคร์คลับเฮาส์ ทักษิณจึงบอกว่า “…กฎหมายลูกท่านทำเอง แก้เอง จะหาร 100 จะหาร 500 ท่านก็กำหนด ถ้าแพ้แล้ว อย่าร้องนะ”

ทักษิณยังขยายความเรื่องกติกาเลือกตั้งว่า “เขากำหนดกติกาเองหมด แต่คุณเชื่อไหม ถ้าจังหวะมันใช่ คู่แข่งจะส่งท้ายให้เราแรงขึ้น อย่างสมัยคุณปูลงเลือกตั้ง อยู่ ๆ ฝ่ายตรงข้ามก็มาแก้กฎหมายเลือกตั้งให้เป็นประโยชน์กับเพื่อไทยเอาดื้อ ๆ โดยที่เราไม่ได้ขอ มันลงตัวเฉยเลย”


เรื่องที่ทักษิณพูดข้างต้นนี้ หลายคนอาจลืมไปแล้ว ช่วงรัฐบาลสุรยุทธ์ ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มีการเปลี่ยนรูปแบบเลือกตั้ง จากบัตร 2 ใบ 400 เขต เป็นแบ่งเขตเรียงเบอร์หรือพวงใหญ่ มี ส.ส. 400 คน และ ส.ส.ระบบสัดส่วนอีก 80 คน


ผ่านมาถึงช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เนวิน ชิดชอบ แยกจากทักษิณมาก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ได้หารือกับสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ปชป.สมัยโน้น ว่าต้องเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง หากจะเอาชนะพรรคเพื่อไทย โดยแก้รัฐธรรมนูญ จากแบ่งเขตเรียงเบอร์หรือพวงใหญ่ เป็นเขตเดียว เบอร์เดียว เหมือนรัฐธรรมนูญ 2540


ตอนนั้น เนวินคิดว่า ภูมิใจไทย มี ส.ส.บ้านใหญ่เยอะ เชื่อว่า กลยุทธ์เจาะ ส.ส.เขตจะได้ผลในภาคอีสาน และแบ่งให้ ปชป.ยึดภาคใต้ และภาคกลาง เก็บเกี่ยวคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ แล้วหลังเลือกตั้ง สองพรรคจะมาจัดรัฐบาลร่วมกัน


สิ่งที่เนวินและสุเทพ คาดไม่ถึงคือ ทักษิณพลิกเกมดันน้องสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสนามการเมือง 


พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงร่วมกันหาเสียง กระแสนารีขี่ม้าขาวจุดติด ส่งผลให้เกิดแลนด์สไลด์ แถมกติกาบัตร 2 ใบ เขตเดียว เบอร์เดียว ก็เอื้อต่อพลพรรคทักษิณ


เนวินพ่ายเจ็บปวด พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 29 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน กลายเป็นฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรค ปชป.


‘โมเดลชัชชาติ’
สังเกตจากแคร์คลับเฮาส์ “ทักษิณ” มักจะย้ำหลายครั้งถึงปรากฏการณ์ชัชชาติแลนด์สไลด์ ว่าจะไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ การเลือกตั้งสมัยหน้า โมเดลนี้จะเกิดขึ้นในทั่วประเทศ 


แกนนำพรรคเพื่อไทย จึงใช้เวทีซักฟอกเปิดยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน ถล่มรัฐบาลประยุทธ์ ในข้อหาบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลว ส่อทุจริต เอื้อประโยชน์พวกพ้อง และทำลายหลักการระบอบประชาธิปไตย


มิใช่เพียงแนวรบในสภาฯ ด้านนอกสภา พรรคเพื่อไทยยังใช้ทีมงานคนรุ่นใหม่รุกสื่อดิจิตอล นำคอนเทนท์ในสภาฯไปเผยแพร่ผ่านทุกแพลตฟอร์ม 


อย่างกลุ่มแคร์ ได้ผลิตคอนเทนท์อภิปรายนอกสภา ในภารกิจสับประยุทธ์ ทะลุสภา ถ่ายทอดทุกช่องทางของ CARE คิดเคลื่อนไทย และ VoiceTV ตลอดเวลา 3 วันเต็ม ตั้งแต่ 21.00 – 22.00 น. นำโดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี


ต้องยอมรับว่า ทักษิณชำนาญกลยุทธ์การตลาดการเมือง และปัจจัยที่ทำให้เกิดแลนด์สไลด์หนที่ 3 ก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จะกอบกู้วิกฤตศรัทธาได้หรือไม่

เขย่าเจ้าพ่อ “สันติ” เจอเกมใต้ดิน ถิ่นมะขามหวานยังแกร่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/523028

19 ก.ค. 2565

เขย่าเจ้าพ่อ “สันติ” เจอเกมใต้ดิน ถิ่นมะขามหวานยังแกร่ง

พิษซักฟอก “สันติ” เจอเกมใต้ดิน ปล่อยข่าวย้ายพรรค กลุ่ม 16 ขู่โหวตคว่ำ แต่ 5 บ้านใหญ่เมืองมะขามหวานยังสงบนิ่ง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

เจ้าพ่อเมืองมะขามหวาน “สันติ” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เจอเกมใต้ดิน ปล่อยข่าวซบค่ายบุรีรัมย์ แถมกลุ่ม 16 ขู่โหวตคว่ำ


ศึกซักฟอกเที่ยวนี้ “สันติ” ถูกจองกฐินมาแต่ไก่โห่ จากพวกเดียวกันเอง นัยว่า สหายผู้กองขอสางแค้นเก่า 


วันที่ 19 ก.ค.2565 สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยคลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ เกี่ยวกับกรณีข่าวลือว่า จะเตรียมย้ายสังกัดพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
 

สันติปฏิเสธข่าวดังกล่าวนี้ และระบุว่า นี่คือเฟคนิวส์ ขณะนี้ พรรคพลังประชารัฐยังมีความสามัคคีกันดี 


จริง ๆ แล้ว สันติค่อนข้างเก็บตัว ไม่แสวงหาพรรคพวกเหมือนเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น หรือ ร.อ.ธรรมนัส สมัยเป็นเลขาธิการพรรค จึงตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์จาก ส.ส.บางกลุ่ม

5 บ้านใหญ่เมืองมะขามหวาน ยังเหนียวแน่น5 บ้านใหญ่เมืองมะขามหวาน ยังเหนียวแน่น


ขณะที่มหกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจกำลังดำเนินไปในวันแรก พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม เปิดเผยว่า  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ได้มาหารือกับพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้ากลุ่ม 16 และมีข้อสรุปร่วมกันว่า จะจัดหนัก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และสันติ พร้อมพัฒน์  รมช.คลัง มีแนวโน้มจะโหวตคว่ำทั้ง 2 คน แต่ขอฟังการอภิปรายก่อน


จะว่าไปแล้ว สันติ ตกเป็นเป้าของกลุ่ม 16 มาแต่ครั้งที่ ส.ส.กลุ่มนี้ไปรับประทานอาหารกับแกนนำฝ่ายค้าน และจองกฐินจะซักฟอกมาแต่สองเดือนก่อน


‘บ้านใหญ่โมเดล’
“สันติ” เป็นนักเลือกตั้งบ้านใหญ่โมเดล เหมือนยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ มีขุมกำลังอยู่ในมือ และพร้อมที่จะเปลี่ยนป้ายพรรค


สันติ ไม่ใช่คนเพชรบูรณ์ โดยกำเนิด เริ่มเข้ามาทำธุรกิจพัฒนาที่ดินในหลายอำเภอของ จ.เพชรบรูณ์ จนผลักดันให้ภรรยา-วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็น ส.อบจ.เพชรบรูณ์ เขต อ.ชนแดน และตัวเองได้เป็น ส.ส.เพชรบูรณ์
 

20 กว่าปีที่ผ่านมา สันติ พร้อมพัฒน์ จับมือ วิศัลย์ โฆษิตานนท์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ ยึดการเมืองท้องถิ่น ทั้งเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ มาอยู่ในกลุ่มของเขา


นี่คือส่วนหนึ่งของแผนการหลอมรวมตระกูลการเมือง หรือบ้านใหญ่ในเพชรบูรณ์ มาอยู่ใต้ร่มธงผืนเดียวกัน


ปลายปี 2563 กลุ่มมะขามหวานของสันติ หนุน อัครเดช ทองใจสด คว้าเก้าอี้นายก อบจ.เพชรบูรณ์ สมัยที่ 6 ด้วยคะแนนท่วมท้น 279,355 คะแนน


สำหรับ ส.ส.เพชรบูรณ์ 5 คน ในสังกัดซุ้มมะขามหวาน ต่างก็มีฐานเสียงเป็นของตัวเองในแต่ละเขต แต่ละอำเภอ 


พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ หรือ ส.ส.ปอย ลูกสาว วินัย พรพฤฒิพันธุ  เจ้าของกิจการโรงโม่หิน, ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, โรงสีข้าว และกิจการปั๊มน้ำมันหลายแห่งใน อ.เมืองเพชรบูรณ์ 


จักรัตน์ พั้วช่วย หรือ ส.ส.โอเล่ ตระกูลการเมืองที่เก่าแก่ของ อ.หล่มสัก โดย ประวัติ พั้วช่วย บิดาของจักรัตน์ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองหล่มสัก ก่อนส่งต่อให้ลูกชายคนโต กิตติ พัั้วช่วย สืบทอดตำแหน่งนายกเล็กในวันนี้


วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ภรรยาสันติ ปักหลักอยู่ที่ อ.ชนแดน ตั้งแต่เป็น ส.อบจ.เพชรบูรณ์ เขต อ.ชนแดน


สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ หรือ ส.ส.ดำ ผู้มากบารมีแห่ง อ.หนองไผ่ ที่เสี่ยสันติให้ความเกรงใจมากที่สุด และคาดว่า สมัยหน้า ส.ส.ดำ จะส่งลูกชาย สุประวีณ อนรรฆพันธ์ ลงสนาม


‘ทองใจสดเปลี่ยนเกม’
การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “สันติ” หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเจ้าพ่อวิเชียรบุรี ถูกผู้สมัคร ส.ส.โนเนม ทำแต้มไล่จี้มาติด ๆ แบบเหลือเชื่อ 


เขตเลือกตั้งที่ 5 (อ.ศรีเทพ และ อ.วิเชียรบุรี) เอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์ 8 สมัยในสีเสื้อพลังประชารัฐ ทิ้งห่างผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคสีส้มแค่ 6 พันคะแนน


ตระกูลทองใจสด ลงหลักปักฐานทำธุรกิจ และเล่นการเมืองที่ อ.วิเชียรบุรี มายาวนาน เริ่มจากเอี่ยมเป็น ส.จ.ปี 2523 และปี 2529 ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก


เสี่ยด๊อยซ์-อัครเดช ทองใจสด ลูกชาย ส.ส.เอี่ยม เป็นนายก อบจ.เพชรบูรณ์ และจินตนา ทองใจสด ภรรยาของอัครเดช เป็นนายกเทศมนตรีตำบลพุเตย นี่เป็นฐานการเมืองของบ้านใหญ่ทองใจสด


ขณะนี้ ส.ส.เอี่ยม เตรียมส่งไม้ต่อให้หลานชาย-อัคร ทองใจสด ลงสมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 5 แทนตัวเองที่ชราภาพแล้ว


มีข้อน่าสังเกตว่า 5 ส.ส.เพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ไม่ได้ติดป้ายพลังประชารัฐ แต่กลับเน้นย้ำให้คนจดจำชื่อ ส.ส.เป็นหลัก และกลุ่มมะขามหวาน เพชรบูรณ์บ้านเรา  

ตัวแปรเกมซักฟอก “เฮ้ง สุชาติ” สัมพันธ์ลึกพีระวิทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/523007

19 ก.ค. 2565

ตัวแปรเกมซักฟอก “เฮ้ง สุชาติ” สัมพันธ์ลึกพีระวิทย์

จุดเปลี่ยนศึกซักฟอก “เฮ้ง สุชาติ” แตะมือ เอ๋ พีระวิทย์ แกนนำกลุ่ม 16 ประคองเกม ต้านยันค่ายธรรมนัส คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ตัวแปรตัวจี๊ด “เฮ้ง สุชาติ” แตะมือ เอ๋ พีระวิทย์ แกนนำกลุ่ม 16 ประคองเกมศึกซักฟอก ต้านยันค่ายธรรมนัส


มหกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจ “เฮ้ง สุชาติ” รับบทหนัก มือประสานพรรคเล็ก มีไม่กี่สิบเสียง แต่ป่วนรัฐบาลได้ 


เริ่มแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยฝ่ายค้านจะซักฟอกนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 11 คน

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ก็ตกเป็น 1 ใน 11 รัฐมนตรี ที่จะโดนฝ่ายค้านชำแหละกลางสภาฯ แต่ในอีกด้านหนึ่ง สุชาติก็ต้องประสานงานกับกลุ่มพรรคเล็ก ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ประยุทธ์
 

มีข้อน่าสังเกตว่า ระยะหลัง พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรักธรรม มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับเสี่ยเฮ้ง


ดังจะเห็นได้จากในเฟซบุ๊ก ส.ส.เอ๋ พีระวิทย์ เมื่อ 17 ก.ค.2565 พีระวิทย์ได้โพสต์ภาพเสี่ยเฮ้งทักทายตัวเขา ในงานแต่งงานลูกชาย ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ 

ส.ส.พีระวิทย์ กับรัฐมนตรีสุชาติส.ส.พีระวิทย์ กับรัฐมนตรีสุชาติ


“เป็นภาพที่ประทับใจยิ่ง กับ ส.ส.ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ท่านรัฐมนตรีมีความผูกพันเป็นพี่น้องกัน ท่านไม่ถือตัว เป็นกันเองเสมอ เห็นน้องชายนั่งอยู่ เดินตรงเข้ามาทัก ชนมือกันอย่างเป็นกันเอง เสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ”


‘โอกาสสุดท้าย’
กรณีโหวตศึกซักฟอก กลุ่ม 16 พรรคเล็กน่าจะมีคำตอบในใจแล้ว ตั้งแต่งานวันเกิดของ “เฮ้ง สุชาติ” เพราะ 3 แกนนำไปอวยพรเสี่ยเฮ้งถึงเมืองชลบุรี


จะว่าไปแล้ว การที่ ส.ส.พรรคเล็ก 9 พรรค เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ก็แค่พิธีกรรม และตามมาด้วย ส.ส.กลุ่ม 16 แยกตัวมารับประทานอาหารที่ร้านอาหารเพลิน ถ.วิภาวดี 
 

ในกลุ่มนี้ แยกออกเป็น 2 ส่วน ไม่นับพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ คือ หัวหน้าพรรค 1 เสียง ได้แก่ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย , พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม,บุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย, ปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่


ส่วนพรรค 2 เสียงขึ้นไปคือ ดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย,สุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่, ภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่


ว่ากันว่า ภายในกลุ่ม 16 น่าจะมี 3 คน คฑาเทพ เตชะเดชเรือง, สุรทิน พิจารณ์ และปรีดา บุญเพลิง ที่จะโหวตคว่ำรัฐบาล ตามคำขอร้องของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า


‘สระบุรี-ชลบุรี’
ย้อนสายสัมพันธ์ “เฮ้ง สุชาติ” กับ ส.ส.เอ๋ พระบาท ที่พัฒนามาเป็นสะพานเชื่อมทำเนียบรัฐบาลกับกลุ่ม 16


ช่วงวันที่ 9 พ.ค.2565 พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หรือฉายา ส.ส.เอ๋ พระบาท หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ได้นัดหมายกับ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ให้เดินทางไปเยือน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เพื่อแจกข้าวสารชาวบ้าน และร่วมงานวันเกิด ส.ส.เอ๋ ครบรอบ 44 ปี


เมื่อถึงวันงาน สุชาติ ชมกลิ่น ได้เดินทางไปงานฉลองวันเกิดของ ส.ส.เอ๋ ที่บ้านพัก ริมถนนพหลโยธิน ตรงข้ามปากทางเข้าวัดถ้ำกระบอก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 


ดังนั้น วันที่ 15 ก.ค.2565 ส.ส.พีระวิทย์ พร้อมด้วยพิเชษฐ สถิรชวาล และดำรง พิเดช จึงไปอวยพรวันเกิด สุชาติ ชมกลิ่น ที่สำนักงานพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี


ส.ส.เอ๋ พีระวิทย์ ก็คุ้นเคยกับ ร.อ.ธรรมนัส แต่ไม่แนบแน่นเท่ากับสุรทินพิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย


ถ้ายังจำกันได้ ธนพร ศรีวิราช ภรรยา ร.อ.ธรรมนัส เคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปไตยใหม่ แต่ภายหลัง ได้ลาออกเพื่อไปเป็นข้าราชการการเมือง


ช่วงที่ธรรมนัส เป็น รมช.เกษตรฯ อยู่นั้น ยามใดก็ตามที่มีภารกิจลงพื้นที่ภาคอีสาน สุรทิน พิจารณ์ และปรีดา บุญเพลิง ประกบธรรมนัส ดังเป็นเงาตามตัว


นี่คือความแตกต่างภายในกลุ่ม 16 ส.ส.พรรคเล็กเหล่านี้ ต่างก็มีวิถีการเมืองเป็นของตัวเอง

ย้อนรอย “ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท” คดีทุุจริต หวย สุดฉาว สมัย ร.6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522945

19 ก.ค. 2565

ย้อนรอย "ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท" คดีทุุจริต หวย สุดฉาว สมัย ร.6

พลิกหน้าประวัติศาสตร์ หวย ย้อนรอย “ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท” คดีทุจริตหวย สุดอื้อฉาว ในสมัยรัชกาลที่ 6 คดีหวย 30 ล้าน ยังต้องหลบ

คดีหวย 30 ล้าน เป็นมหากาพย์คดี หวย ที่ยาวนาน และเป็นที่สนใจต่อสาธารณะชนมาก แต่หากจะย้อนกลับไปในอดีต เคยเกิดคดีฉาว เกี่ยวกับ หวย หรือ ลอตเตอรี่ บันทึกในหน้าประวัติศาสตร์มาแล้ว ในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 นั่นคือ คดี “ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท” ซึ่งเป็นคดีที่เกิดจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง ของเหล่าข้าราชการ ที่ดูแลการออกสลากและรางวัลโดยตรง

“ลอตเตอรีเสือป่าล้านบาท” ถูกพิมพ์ขึ้นมา 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 1 บาท เพื่อใช้ในการระดมทุน จัดหาอาวุธให้กองเสือป่า โดยมีคนต้นคิด และอำนวยการ โดย “มหาเสวกตรี” และ “นายพลเสือป่า พระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี” แต่แล้วเรื่องราวนี้ ก็ได้ถูกผู้คนและหนังสือพิมพ์ จับจ้องถึงความไม่น่าเชื่อถือ ในการจ่ายเงินรางวัล มีการตั้งข้อสงสัยว่า ผู้ซื้อสลาก และถูกรางวัล 3 รางวัลแรก คือ นายชื่น, นายเส็ง และอีกคนหนึ่ง ที่ไม่ทราบชื่อแน่ชัด ตามลำดับ ที่มีการจ่ายเงินรางวัลไปแล้ว ว่ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่? 

ซึ่งคดีนี้ ถูกตีแผ่เป็นเรื่องใหญ่โต เมื่อเกิดประหลาดใจในเลขรางวัลทั้งสาม ขึ้นต้นด้วย 183 ทั้งสิ้น และก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ พระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี ผ่านการแสดงลำตัด และร้อยแก้ว ก่อนที่จะแพร่หลายไปยังหนังสือพิมพ์อื่น ๆ ถึงขั้นจั่วหัวในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ว่า “ลากไส้พระยานนทิเสน” จนเรื่องไปถึงพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ ผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้น จึงมีบัญชาการให้สืบสวนเจ้าหน้าที่ และกรรมการที่ออกลอตเตอรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกฝรั่ง

ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาทลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท

ซึ่งวิธีการออกสลากในสมัยนั้น เพียงแค่นำเลขที่ออกรางวัลบรรจุกล่องทึบแล้วใส่ลงในไห ตั้งเรียงตามลำดับจากหลักหน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ก่อนออกรางวัล กรรมการจะจับสลาก เพื่อทราบว่า ครั้งนี้จะออกรางวัลที่เท่าใด แล้วจึงให้กรรมการล้วงตลับ บรรจุเลขหมายออกมาเปิดต่อหน้ากรรมการ และประชาชนจนครบทุกรางวัลเป็นอันเสร็จการออกรางวัลสลากนั้น

ผลการสืบสวนพบว่า ผู้ได้รับรางวัลทั้งสามนั้น “ไม่มีตัวตนอยู่จริง” ซึ่งเป็นความจริงตามที่หนังสือพิมพ์สงสัย ตำรวจกองพิเศษ (สันติบาล) จึงได้ออกหมายจับพระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี, พระยาสิทธิศรสงคราม, หลวงอนุสรณ์นนทิกิจ และขุนสิทธิ์ เพื่อส่งให้ศาลโปริสภา (ศาลแขวงในปัจจุบัน) สอบสวนว่า คดีมีมูลจริง และส่งเรื่องให้กรมอัยการฟ้องต่อศาลอาญา และคดีก็สิ้นสุดที่ศาลฎีกา โดยตัดสินโทษจำคุก ให้พระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี จำเลยที่ 1 จำคุก 15 ปี พระยาสิทธิศรสงคราม จำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี หลวงอนุสรณ์นนทิกิจ จำเลยที่ 3 ศาลตัดสินปล่อยตัวทันที และจำเลยที่ 4 คือขุนสิทธิ์ ก็ได้ปล่อยตัวในชั้นศาลฎีกา

ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาทลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท

คดี “ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท” นับเป็นข่าวใหญ่ บันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้น กล่าวได้ว่า เป็นผลของสื่อสิ่งพิมพ์ ที่เป็นตัวช่วยเผยแพร่ข้อมูล และข้อสงสัย อันนำไปสู่การเสาะหาความจริงของคดีครั้งนี้ เรียกได้ว่า เป็นกระจกสะท้อนอิทธิพลของสื่อมวลชน ต่อสังคม ในการผลักดันการทำคดีของคณะตำรวจ ให้เปิดโปงความฉ้อฉลของคดีดังกล่าวได้สำเร็จ แต่นอกเหนือจากสิ่งนั้น ยังสะท้อนให้เห็นว่า หวย หรือ ลอตเตอรี่ อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เรื่องราวของการทายผลหวย มีการจัดการมาอย่างยาวนาน ถึง ณ เวลานี้ 

ขอบคุณที่มา ศิลปวัฒนธรรม 

ทิ้งหนูชูแม้ว “หมอไกร ดาบธรรม” จิ๊กซอว์แลนด์สไลด์บ้านแม้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522899

18 ก.ค. 2565

ทิ้งหนูชูแม้ว “หมอไกร ดาบธรรม” จิ๊กซอว์แลนด์สไลด์บ้านแม้ว

แลนด์สไลด์เพื่อไทย “หมอไกร ดาบธรรม” จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของคนแดนไกล สู่เป้าหมายกวาด 11 ที่นั่ง ส.ส.เชียงใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

แลนด์สไลด์เพื่อไทย “หมอไกร ดาบธรรม” จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย สู่เป้าหมายกวาด 11 ที่นั่ง ส.ส.เชียงใหม่


อำลาค่ายหมอหนู “หมอไกร ดาบธรรม” เลือกซบค่ายเพื่อไทย หลังเจ๊แดง-คนแดนไกลดึงหมอชนบทคนดัง มาช่วยงาน อบจ.เชียงใหม่


วันที่ 18 ก.ค.2565 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ได้เปิดตัว นพ.ไกร ดาบธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 11 

หมอไกร ดาบธรรม อดีต ส.ส.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนได้โอกาสมาร่วมทำงาน อุดมการณ์กับพรรคเพื่อไทย และได้รับความไว้วางใจให้เป็นเสือตัวที่ 11 ของจังหวัดเชียงใหม่ 
 

รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ 11 คน 11 เขต ประกอบด้วย เขต 1 จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, เขต 2 ณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท, เขต 3 ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์, เขต 4 วิทยา ทรงคำ, เขต 5 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, เขต 6 บัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ, เขต 7 นิติกร วุฒินันชัย, เขต 8 สุรพล เกียรติไชยากร, เขต 9 ศรีโสภา โกฎิคำลือ, เขต 10 โกวิทย์ พิริยะอานันต์ และเขต 11 นพ.ไกร ดาบธรรม


อนึ่ง วันที่ 7 ส.ค.2565 แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะยกทัพครอบครัวเพื่อไทยมาพบชาวเชียงใหม่ 

เพื่อไทย เปิดตัวหมอไกร ดาบธรรมเพื่อไทย เปิดตัวหมอไกร ดาบธรรม


‘กลัวแพ้ก้าวไกล’
การเลือก “หมอไกร ดาบธรรม” เป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของเชียงใหม่ สะท้อนว่า ทักษิณ ชินวัตร ทำงานละเอียด เพราะตระหนักดีว่า สนามเชียงใหม่ เพื่อไทยต้องชนะยกจังหวัดเท่านั้น


หมอไกร มีฐานเสียงหนาแน่นอยู่ใน อ.แม่อาย คนแดนไกลจึงเลือกมาลงสนามที่เขต 11 เพื่อสกัดคู่แข่งอย่างพรรคก้าวไกล

นอกจากกรณีเขต 11 ก็ยังมีเปลี่ยนตัวสลับเขต ระหว่าง จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เขต 3 กับทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เขต 1 เพราะกลัวแพ้ก้าวไกล


คนแดนไกลจึงวางตัว ส.ส.จักรพล นักการเมืองที่มีภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่มาดึงคะแนนจากประชาชนในเขต 1 อ.เมืองเชียงใหม่ ที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนวัยทำงาน นักศึกษา และนิวโหวตเตอร์ แล้วโยกทัศนีย์ไปลงเขต 3 อ.สันกำแพง


ส่วนหลายเขต ก็มีเปลี่ยนรุ่นจากพ่อสู่ลูก เช่น ศรีโสภา โกฎคำลือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 ลูกสาวของศรีเรศ โกฎคำลือ ส.ส.เขต 9 , ณัฐ รัฐผไท ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส เขต 2 ลูกชายของนพคุณ รัฐผไท ส.ส.เขต 2 และ นิธิกร วุฒินันชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 ลูกชายของประสิทธิ์ วุฒินันชัย ส.ส.เขต 5 


‘หมอการเมือง’
เลือกตั้งสมัยที่แล้ว “หมอไกร ดาบธรรม” อยู่ในทีมยุทธศาสตร์สาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย แต่วันนี้ หมอไกรมาดูแลงานด้านการแพทย์ให้ อบจ.เชียงใหม่


เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2565 พิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ มีคำสั่งตั้ง นพ.ไกร ดาบธรรม เป็นที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่ มีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาดูแลด้านการแพทย์และการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ในอำเภอต่างๆ 


นี่คือย่างก้าวแรกในอ้อมกอดเพื่อไทย เพราะนายกฯ พิชัยนั้นเป็นสายตรงของเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์


หมอไกร ดาบธรรม อดีต ผอ.รพ.แม่อาย เคยได้รับรางวัลแพทย์ชนบทดีเด่นมูลนิธิแพทย์ชนบท ปี 2537 และแพทย์ชนบทดีเด่น ศิริราชพยาบาล ปี 2540 


ปี 2549 หมอไกร ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.เชียงใหม่ และปี 2550 ได้ลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ สังกัดพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ปรากฏว่า หมอไกรสร้างปรากฏการณ์หมอบ้านนอกฟีเวอร์ แหกด่านเพื่อไทยเข้าสภาฯได้


ปี 2554 หมอไกรย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ หนนี้สอบตก แต่ก็โกยแต้มจาก อ.แม่อาย ไปเต็ม ๆ


ปลายปี 2561 พรรคภูมิใจไทย เปิดตัวทีมยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย ที่มี นพ.สำเริง แหยงกระโทก , นพ.ไกร ดาบธรรม และ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา 


เลือกตั้งสมัยที่แล้ว หมอไกร ลงสนามเชียงใหม่ สวมเสื้อสีน้ำเงิน แต่สอบตก สำหรับสมัยหน้า หมอไกรสวมเสื้อแดงแรงฤทธิ์ ก็ไม่น่าพลาดที่จะเข้าสภาฯเป็นสมัยที่ 2

ส่องม็อบลอตเตอรี่ “จีระศักดิ์ น้อยก่ำ” ตัวจริงพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522869

18 ก.ค. 2565

ส่องม็อบลอตเตอรี่ “จีระศักดิ์ น้อยก่ำ” ตัวจริงพลังประชารัฐ

ส่องม็อบลอตเตอรี่ “จีระศักดิ์ น้อยก่ำ” พลิกปูมแกนนำคนดัง ขออาสาลุงป้อมลุยสังเวียน ส.ส.เลย แทนกลุ่มปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ส่องม็อบลอตเตอรี่ “จีระศักดิ์ น้อยก่ำ” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เลย พลังประชารัฐ สวมหัวโขนประธานผู้ค้าสลากรายย่อยนำทัพมาเอง


สมรภูมิเมืองเลยสมัยหน้า “จีระศักดิ์ น้อยก่ำ” พร้อมชน อาสาลุงป้อมลุยเขต 2 แทนกลุ่มปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข บ้านใหญ่วังสะพุง 


เย็นวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ค.2565 น. นักข่าวภาคสนามรู้สึกแปลกใจที่เห็นม็อบลอตเตอรี่ เดินทางโดยรถบัสขนาดใหญ่นับสิบคันจาก จ.เลย มาจอดที่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถ.พิษณุโลก ใกล้ทำเนียบรัฐบาล  
 

ม็อบลอตเตอรี่ หรือกลุ่มผู้ค้าลอตเตอรี่รายย่อย จ.เลย มีเป้าหมายยื่นข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี ให้ปลดบอร์ดกองสลากฯ และจัดสรรโควตาสลากอย่างเป็นธรรมให้กับผู้ค้าตัวจริง


แกนนำม็อบลอตเตอรี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน สจ.โก้ หรือ จีระศักดิ์ น้อยก่ำ ประธานชมรมเครือข่ายผู้ค้าลอตเตอรี่รายย่อย จ.เลย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เลย เขต2 พรรคพลังประชารัฐ 


สจ.โก้ เป็นประธานชมรมเครือข่ายลูกค้าลอตเตอรี่รายย่อย จ.เลย ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน

จีระศักดิ์ พร้อมรับใช้ชาวเลยจีระศักดิ์ พร้อมรับใช้ชาวเลย


‘ฐานคนขายหวย’
แกนนำม็อบลอตเตอรี่ “จีระศักดิ์ น้อยก่ำ” เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน เคยลงสมัครนายก อบจ.เลย แต่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน คราวนี้ได้เตรียมตัวลงสมัคร ส.ส.เลย ในนามพรรคพลังประชารัฐ


จีระศักดิ์ เกิดที่บ้านโป่ง ต.นาแขม อ.เมืองเลย จ.เลย แต่ไปปักหลักเป็นตัวแทนพี่น้องผู้ค้าสลากรายย่อยอยู่ที่ อ.วังสะพุง ปี 2543 เขาเคยเป็น ส.อบจ.เลย เขต อ.หนองหิน 
 

ปลายปี 2563 จีระศักดิ์ จัดทีมลงสมัครนายก อบจ. และ ส.อบจ.เลย ปรากฏว่า พ่ายแชมป์เก่า ธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ แต่ สจ.โก้ ก็ได้ 52,476    คะแนน 


เดือน เม.ย.2565 จีระศักดิ์ ร่วมเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เลย เขต 2 (อ.ผาขาว, อ.ภูกระดึง, อ.ภูหลวง, อ.หนองหิน และอ.วังสะพุง) สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของแม่ทัพอีสานอย่าง พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา


ด้วยประสบการณ์การก่อตั้งสโมสรฟุตบอลเลยชิตี้ และเป็นผู้จัดการสโมสรฟุตบอลเลยชิตี้ อยู่สองสามปี จีระศักดิ์จึงการแข่งขันฟุตบอลพลังประชารัฐคัพ ชิงถ้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ และจัดประชารัฐลีก แข่งฟุตบอล 7 คน กรุยทางสร้างชื่อเสียงในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่


คู่ปรับที่สำคัญของ สจ.โก้ คือ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นเกมที่ไม่ง่าย เพราะตระกูลทิมสุวรรณ จัดว่าเป็นบ้านใหญ่เมืองเลย และได้สีเสื้อที่มีชาวบ้านนิยมชมชอบ


อย่างไรก็ตาม สจ.โก้ ก็ต้องรักษาฐานเสียงชมรมผู้ค้าสลากฯ ใน อ.วังสะพุง และอีก 3 อำเภอในพื้นที่ใกล้เคียงเอาไว้ให้ได้ เป็นต้นทุนสู้ศึกใหญ่


‘ขาใหญ่ไปไหน’
“จีระศักดิ์ น้อยก่ำ” มาเป็นตัวแทนพลังประชารัฐ เมืองเลย หลังจากกลุ่มปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ถอนตัวออกไปตั้งพรรคใหม่


ช่วงการเลือกตั้งปี 2562 ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย 12 สมัย ยกทีมออกจากพรรคเพื่อไทย มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยการชักชวนของสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ


ตอนนั้น ทีมปรีชากลายเป็นตัวเต็งจะเข้าป้าย 2-3 ที่นั่ง แต่ปรากฏว่า ขาใหญ่เมืองเลยสอบตกยกทีม เพราะเจอกระแสไม่เอาคนแปรพักตร์


นัยว่าเป็นบทเรียนสำคัญของนักการเมืองอาวุโส ที่เลือกสีเสื้อผิด หรือบางทีปรีชาอาจมีเหตุผลที่ลึกไปกว่านั้น จึงเลือกเล่นในเกมที่รู้อยู่ว่าพ่าย


วันนี้ ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และพรรคพวกได้ก่อตั้งพรรคเพื่อประชาชน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยปรีชา เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อประชาชน  


ปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ปรีชาได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเพื่อประชาชน เตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งทั่วไป โดยสมัยหน้า จ.เลย จะเพิ่มจาก 3 เขต เป็น 4 เขต


คอการเมืองแถววังสะพุง ยังไม่เชื่อว่า ปรีชาจะลงสนามในนามพรรคเพื่อประชาชน เขาอาจรอปิดดีลกับพรรคการเมืองตั้งใหม่ ก็เป็นไปได้

ยุคทอง”สีกากี” ทำไมต้องดัน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ นั่งเก้าอี้ เลขาฯ ปปง.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/522779

หนึ่งตะวัน พันดาว

18 ก.ค. 2565

ยุคทอง"สีกากี" ทำไมต้องดัน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ นั่งเก้าอี้ เลขาฯ ปปง.

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

ใกล้ไทม์ไลน์..“ผบ.ตร.คนที่ 13” ใครจะรับไม้ต่อนั่งเก้าอี้ “แม่ทัพใหญ่สีกากี” แทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่จะอำลาชีวิตราชการ 30 กันยาฯนี้..OO

ระหว่าง..“3 คาดิเดท” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.เกษียณ ปี 2566 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เกษียณปี 2566 พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.เกษียณปี 2567..OO

ท่ามกลาง..เสียงร่ำ-เสียงลือ“เดี๋ยวคนนั้น-เดี๋ยวคนนี้” บรรดา “สีกากี”น้อยใหญ่ เกาะติดสถานการณ์..ใครคือ..“นายใหญ่” บทสรุปสุดท้าย ขึ้นอยู่ “ผู้มีอำนาจตัวจริง” จะเลือกใคร..หากไม่อะไรพลิกผัน เดือนสิงหาฯ ได้ยลโฉม พร้อมกัน..OO

หรือว่า..“ราศีจับ” พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ นำน้ำดื่มมอบให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และทีมงาน ดื่มแก้กระหาย ระหว่างร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เกาะกลางถนนอังรีดูนังต์ และบริเวณโดยรอบ“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”..OO

ปะหน้า..ทั่นผู้ว่าฯชัชชาติ กล่าวทักทาย คำแรก สวัสดีครับทั่น..“ว่าที่ ผบ.ตร.” เล่นเอา..“เจ้าตัวยกมือไหว่ยิ้มจนแก้ปริ” ก่อนเชิญร่วมรับประทานเที่ยงที่สำนักงานฯ ท่ามกลางบรรยากาศพูดคุยอันชื่นมื่น..OO
 

ยุคทอง..“สีกากี”ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติรับโอน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอ “ปะองค์ทรงเครื่อง” เตรียมรับตำแหน่ง “เลขาธิการ ปปง.” แทน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ที่จะเกษียณราชการ 30 กันยาฯนี้..OO

เลื่อนแล้ว-เลื่อนอีก..3 ครั้ง 3 ครา ไม่รู้เพราะเหตุอันใด มรณกรรม “แตงโม-นิดา”  ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา “ชุดคลี่คลายคดี” สรุปสำนวนปมเหตุเกิดจาก 5 คนบนเรือ “ต่างกระทำการอันเป็นประมาท เป็นเหตุให้ผู้ตายตกเรือเสียชีวิต” กับอีก 1 ผู้ต้องหาในฐานะกุนซือ อัยการนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง 3 สิงหาฯที่จะถึงนี้ ครั้งนี้..น่าจะปิดเกม “นักปั่นกระแส”ป่วนคดี..OO

อดรนทนไม่ไหว..ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ควงแขน พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผศ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงผลตรวจวัตถุพยานสำคัญ“ผ้าขาว”ไม่ใช่ชุดแตงโมสวมใส่วันเกิดเหตุ การกระจายของเลือดไม่ได้เกิดจากบาดแผล แต่เป็นการตั้งใจให้เกิดรอยเปื้อน เพื่อ“เบี่ยงเบนสร้างหลักฐานทางคดี”..OO

หนำซ้ำ..พยานวัตถุเศษดินที่ปนเปื้อน“ผ้าขาว” ไม่ใช่เศษดินโคลนที่อยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา จุดที่เกิดเหตุ สรุปผลตรวจสอบไม่พบเหตุที่บ่งชี้ว่าเป็น “คดีฆาตกรรม” เป็นการ “กล่าวหาเลื่อนลอย” ไม่มีพยานหลักฐาน หากพบมีผู้“สร้างหลักฐานเท็จ” ดำเนินคดีทุกราย สร้างความเสียหายต่อการสอบสวนคดี ส่อเค้า..“พวกหิวแสง” ปั่นกระแส-ป่วนคดี รอดยาก คุกตะราง..คือ..คำตอบ ห้ามกระพริบตา..OO

ส่งสัญญานอันตราย..“พิษภัยยาเสพติด” หลากหลายเรื่องราว หลากหลายเหตุการณ์สะเทือนใจ ล้วนเกิดจาก“ยานรก” มหันตภัยร้าย สดๆร้อนๆ นายอนุชา จะโบ วัย 26 ปี เมายาบ้าประสาทหลอน คว้าปืนลูกซองกราดยิงคนในหมู่บ้านป่าเกี๊ยะ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ดับ 3 ศพ หนึ่งในนี้ เด็กหญิงวัย 4 ขวบ สังเวยชีวิตมหันตภัยร้าย ด้วยวัยไร้เดียงสา ถือเป็น..การบ้านข้อใหญ่ “ผู้เกี่ยวข้อง”ทั้งหลายเหล่ ยกเครื่องแก้ไขปัญหาครั้งใหญ่ ป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย..เกิดความสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า..OO

ไม่นิ่งดูดาย..พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พลัน..ระแคะระคาย “ขบวนการยานรก”กำลังเตรียมลำเลียง“สารตั้งต้นผลิตยาบ้า” จากประเทศเพื่อนบ้านผ่านประเทศไทย โดยนำเข้าทางชายแดน จ.เลย ส่งออกไปทาง อ.แม่สอด จ.ตาก..OO

บัญชาการ..พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 นำทีม แกะรอยสกัดกั้น ได้บริเวณลานจอดรถ ศูนย์การแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.สุโขทัย ผู้ต้องหา 4 คน ของกลาง“คาเฟอีน” หนัก 400 กิโลกรัม ผลิตยาบ้าได้ 5-6 ล้านเม็ด “ตัดวงจรมหันตภัยร้าย”ทำลายชาติได้เปราะหนึ่ง..OO

สร้างผลงานไม่หยุดหย่อน..พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผบก.ภ.ระนอง ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.8 ผนึกกำลัง พ.ต.อ.จิตปะพันธ์ เอกโพธิ์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.เทพพนม สุวรรณรัตน์ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8 ร่วมกับ พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.5  บก.ป.“สางคดีฆ่าทุบหัว” นายทนุ ใจดี วัย 81 ปี บิดานายธวัช ใจดี ผู้ช่วย ส.ส.จะระนอง พรรคภูมิใจไทย ลากคอ 2 ฆาตกรชาวเมียนมา ชดใช้กรรมก่อ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ “ดรีมทีมนักสืบ-มือปราบ”รุ่นใหม่ไฟแรง..OO

ไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวล..พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล ผกก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี มอบหมาย พ.ต.ท.พิชิตชัย นนท์ช้าง สว.กก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี นำทีม แกะรอยจับกุมนายสาทิส ปทุมสูติ วัย 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา“กระทำชำเราเด็ก” อายุไม่เกิน 15 ปี หาญยิงต่อสู้โดน“วิสามัญฯ” ดับภายในปั้มน้ำมัน ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ปิดฉาก“โจรหื่นขยี้กามเด็ก”..OO

ไหวพริบเยี่ยม.. ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ แดงกลับ-ร.ต.อ.อัมพัน ชมบุญ-จ.ส.ต.นิวัฒน์ ฉ้วนกลิ่น-ส.ต.อ.ภาคภูมิ โพธิ์เย็น ทีมสายตรวจ สน.ภาษีเจริญ ออกตรวจตราป้องกันระวังภัยในพื้นที่ พบผู้ต้องสงสัย 3 คน ขี่มอเตอร์ไซด์ 2 คัน ใช้เท้ายันมอเตอร์ไซด์อีกคันหนึ่งจึงเรียกตรวจค้น 2 คนร้ายเห็นท่าไม่ดีขี่รถหลบหนี ทิ้งเพื่อนโดนจับกุม..OO

เค้นสอบ..เพิ่งก่อเหตุลักมอเตอร์ไซด์ในพื้นที่ สน.ท่ามข้าม ไม่รอช้า พ.ต.ท.พงษกร กิตติทรงภพ รอง ผกก.สส.สน.ภาษีเจริญ นำทีม ขยายผล“ทลายแก๊งโจรกรรมวัยโจ๋” ตะครุบตัวได้อีก 6 คน ของกลาง มอเตอร์ไซด์ 10 คัน สารภาพได้ชักชวนตั้งแก๊งลักรถขี่เล่นตามถนน บางส่วนชำแหละนำอะไหล่ หาเงินใช้จ่ายเที่ยวเตร่..OO

ขวัญกำลังใจ.. พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.มอบเงิน 1 หมื่นบาท ตอบแทนคุณงามความดี ถือเป็น..แบบอย่างที่ดี “ผู้เป็นนาย” สร้างขวัญกำลังใจ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ไม่สงวนลิขสิทธิ์..บรรดาผู้เป็นนาย ได้แต่สั่งๆๆอย่างเดียว..OO

สวดอภิธรรมศพ..พล.ต.ต.ตระการ วิเศษรัตน์ อดีตรอง ผบช.น. ณ ศาลา 5/1 วัดตรีทศเทพวรวิหาร ถึงวันที่ 19 กรกฎาฯนี้ รุ่งขึ้นพระราชทานเพลิงศพ เวลา 15.30 น.ขอเรียนเชิญญาติสนิทมิตรสหายร่วมไว้อาลัย..OO..สวัสดี 

หนึ่งตะวัน พันดาว