แชมป์ 7 สมัย “นวรัตน์ อยู่บำรุง” ลุ้นประธานสภา กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516737

29 พ.ค. 2565

แชมป์ 7 สมัย "นวรัตน์ อยู่บำรุง" ลุ้นประธานสภา กทม.

แชมป์ 7 สมัย “นวรัตน์ อยู่บำรุง” ยึดเก้าอี้ ส.ก.เขตหนองแขม เป็นฐานเสียง ร.ต.อ.เฉลิม ลุ้นเหนื่อยประธานสภา กทม. เจอคู่ชิงพรรคเดียวกัน สายตรงมาดามนครบาล คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แชมป์ 7 สมัย นวรัตน์ อยู่บำรุง ยึดเก้าอี้ ส.ก.เขตหนองแขม มายาวนาน 34 ปี เป็นฐานการเมืองให้พี่ชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และส่งต่อมาถึงหลานชาย วัน อยู่บำรุง

ลุ้นเหนื่อย นวรัตน์ อยู่บำรุง ที่มีชื่อติดโผประธานสภา กทม. ต้องเจอคู่ชิง 2 คนสายแข็งจากพรรคเดียวกัน สุดท้ายเจ๊แจ๋น มาดามนครบาล จะเป็นผู้ตัดสินใจ

คาดว่า สัปดาห์หน้า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ทั้ง 50 เขต โดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คงจะได้เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการ พร้อมการเปิดประชุมสภา กทม. เพื่อเลือกตำแหน่งประธาน และรองประธานสภา กทม.

วันก่อน พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล แถลงข่าวจับมือร่วมกันทำงานในสภา กทม. และแกนนำทั้งสองพรรค จะพูดคุยกันอีกครั้งเรื่องตำแหน่งประธานสภา กทม. ซึ่งน่าจะเป็นคนของฝั่งเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2565 วัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ค มีใจความว่า “นวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.หนองแขม 7 สมัยอาวุโสที่สุดในสภา กทม. มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ วุฒิภาวการณ์เป็นผู้นำสูง มีประสบการณ์ทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2531จนถึงปัจุบันก็ 34 ปีแล้ว เหมาะสมเป็นเป็นประธานสภา กทม.มากที่สุด”

ส.ส.วันย้ำว่า นี่เป็นความเห็นส่วนตัว เนื่องจากช่วงนั้น มีกระแสข่าวว่า พรรคก้าวไกลวางแผนแตะมือพรรค ปชป. ,พลังประชารัฐ และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ จะดันคนของตัวเองเป็นประธานสภา กทม.

สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม.ที่ผ่านมา บ้านใหญ่ริมคลอง ในสีเสื้อเพื่อไทย ส่ง 2 ผู้สมัคร ส.ก. ลงสนาม ผลปรากฏว่า เขตหนองแขม นวรัตน์ อยู่บำรุง ชนะคู่แข่งขาดลอย และเขตบางบอน เมืองชัย จันทวิมล หรือเมืองชัย กิตติเกษม อดีตแชมป์โลกมวยสากลอาชีพ พ่ายคู่ปรับจากตระกูลม่วงศิริ แค่พันแต้ม

  • ‘มาดามนครบาล’

นวรัตน์ อยู่บำรุง เตรียมใจไว้บ้างแล้วสำหรับตำแหน่งประธานสภา กทม. เนื่องจากมีคู่แข่งจากพรรคเดียวกันถึง 2 คนคือ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง และวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี

ด้วยเหตุนี้ วัน อยู่บำรุง จึงต้องโพสต์เฟซบุ๊คแสดงจุดยืนส่วนตัวหนุน “นวรัตน์ อยู่บำรุง” เต็มที่ โดยอ้างความอาวุโส เพราะเป็น ส.ก.มาแล้ว 7 สมัย

นวรัตน์ อยู่บำรุง เป็น ส.ก.หนองแขม มานานถึง 34 ปีนวรัตน์ อยู่บำรุง เป็น ส.ก.หนองแขม มานานถึง 34 ปี

เฮียล้าน-สุทธิชัย วีรกุลสุนทร เพิ่งย้ายจาก ปชป.มาอยู่เพื่อไทย และในสมัยที่แล้ว เฮียล้านก็เคยเป็นประธานสภา กทม.มาแล้ว พูดถึงความเป็นเลือดเนื้อเชื้อเพื่อไทย ยังตกเป็นรองนวรัตน์

ส่วนวิรัตน์ มีนชัยนันท์ น้องชายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และอดีต ส.ส.กทม.หลายสมัย ก็เคยเป็นประธานสภา กทม.เหมือนเฮียล้าน

เทียบฟอร์มกันแล้ว วิรัตน์ดูจะได้เปรียบ เพราะมีมาดามนครบาลอย่าง พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ให้การสนับสนุน ส่วนนวรัตน์ คงลุ้นเหนื่อย เพราะพี่เฉลิมก็ไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญในพรรคยุคนี้

“ทั้งนายวิรัตน์และนายสุทธิชัย ก็เคยเป็นประธานสภา กทม.มาแล้ว และเขาก็อาวุโสน้อยกว่าผม เขาก็คงไม่รังเกียจผมหรอก ก็คงเปิดทางให้ เพราะในทางการเมือง เราก็เคารพกันเหมือนพี่เหมือนน้อง เราไม่แย่งตำแหน่งกัน” นวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ อปท.นิวส์ เมื่อเร็วๆนี้

อย่างไรก็ตาม นวรัตน์ก็พร้อมรับฟังการตัดสินใจของแกนนำพรรค หากจะตัดสินใจเลือกวิรัตน์ หรือเฮียล้านเป็นประธานสภา กทม.

  • ‘เคียงข้างพี่ชาย’

นวรัตน์ อยู่บำรุง หรือเดิมเนาวรัตน์ เป็นน้องชายคนรองของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ช่วยงานการเมืองพี่ชายมาตั้งแต่ปี 2526 เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิมลาออกจากตำรวจกองปราบฯ ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 12 (ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ และหนองแขม) ในสีเสื้อ ปชป. ผลการเลือกตั้ง เฉลิมได้อันดับหนึ่ง 4.3 หมื่นคะแนน

เฉลิม-นวรัตน์ สองพี่น้องได้สร้างฐานมวลชนที่เขตหนองแขมจนเป็นปึกแผ่นแน่นหนา ปี 2529 ร.ต.อ.เฉลิม ลาออกจาก ปชป. แล้วก็ตั้งพรรคมวลชน ส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ปรากฏว่า เฉลิมได้เป็น ส.ส.คนเดียว ก็เพราะฐานเสียงเขตหนองแขม

ปี 2531 นวรัตน์ ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ได้เป็น ส.ก.เขตหนองแขม สมัยแรก ส่วนการเลือกตั้งทั่วไป พรรคมวลชน ได้ ส.ส. 5 คน จึงถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาลชาติชาย โดย ร.ต.อ.เฉลิม ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ปี 2544 ร.ต.อ.เฉลิม ส่งทายาท วัน อยู่บำรุง ลงสนาม กทม. เขต 37 (เขตทวีวัฒนา, เขตหนองแขม และเขตบางแค เฉพาะแขวงหลักสอง) ในสีเสื้อพรรคความหวังใหม่ มีนวรัตน์ ส.ก.เขตหนองแขมเป็นพี่เลี้ยง แต่หลานวันก็สอบตก เนื่องจากกระแสพรรคความหวังใหม่ขายไม่ได้ใน กทม.

ปี 2554 มีการแบ่งเขตใหม่ กกต.ผ่าเขตหนองแขมออกเป็น 2 ซีก โดยแขวงหนองแขม ไปอยู่รวมกับเขตบางบอน ส่วนแขวงหนองค้างพลูไปรวมกับเขตทวีวัฒนา เลือกตั้งปีนั้น วัน อยู่บำรุง สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามเขตบางบอน(บวกแขวงหนองแขม) พ่ายตระกูลม่วงศิริแบบฉิวเฉียด

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว วัน อยู่บำรุง โคจรมาพบกับ พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ในเขต 26 (เขตบางบอน และเขตหนองแขม เฉพาะแขวงหนองแขม) ผลเลือกตั้ง คราวนี้วันประสบชัยชนะ ได้คะแนนท่วมท้น

จะว่าไปแล้ว 34 ปีที่ผ่านมา คนหนองแขมชื่นชอบนวรัตน์หรือเนาวรัตน์ ตรงที่เป็นคนติดดิน ใจถึงพึ่งได้และมีทีมงานที่เข้าถึงประชาชนทุกตรอกซอกซอย

แม้ในการเมืองระดับชาติ บางยุคบางสมัยคนส่วนใหญ่อาจไม่ชอบบทบาท ร.ต.อ.เฉลิม แต่สำหรับการเมืองท้องถิ่น คนหนองแขมยังรักน้องชายเฉลิมคนนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง

มารู้จัก”โรคฝีดาษลิง”เหมือนหรือต่างกันอย่างไรกับ ไข้ทรพิษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516680

29 พ.ค. 2565

มารู้จัก"โรคฝีดาษลิง"เหมือนหรือต่างกันอย่างไรกับ ไข้ทรพิษ

มารู้จัก”โรคฝีดาษลิง”(monkeypox) โดย รศ.พญ.จรัสศรี ฬียาพรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

โรคฝีดาษลิง (monkeypox) กับโรคฝีดาษหรือ “ไข้ทรพิษ” (small pox) เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม pox virus เหมือนกัน แต่เป็นไวรัสคนละสายพันธุ์ ทั้งสองโรคมีการแพร่เชื้อและความรุนแรงที่ต่างกัน โดยโรคฝีดาษลิงจะมีความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตที่น้อยกว่าโรคฝีดาษ โดยโรคฝีดาษลิงมีการรายงานการระบาดที่แถบทวีปแอฟริกาและอาจพบกระจายไปที่ทวีปอเมริกาหรือยุโรปเป็นบางช่วงเวลาผ่านการเดินทางหรือผ่านทางสัตว์ แต่โรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2522 สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศจึงมาให้ข้อกระจ่างความรู้กับโรคนี้

รศ.พญ.จรัสศรี ฬียาพรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคฝีดาษลิง ติดต่อผ่านผิวหนังทางการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือการโดนกัดจากสัตว์ที่ติดเชื้อจำพวกลิงหรือสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูหรือกระรอก เป็นต้น มีรายงานการติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือแผลของผู้ป่วย การแพร่กระจายผ่านละอองฝอยพบได้น้อย การแพร่กระจายของโรคฝีดาษลิงพบน้อยกว่าโรคฝีดาษมาก

มารู้จัก"โรคฝีดาษลิง"เหมือนหรือต่างกันอย่างไรกับ ไข้ทรพิษ

ส่วนอาการและอาการแสดงของโรคฝีดาษลิง ผู้ป่วยจะมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 7-14 วัน โดยจะเริ่มมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และปวดหลัง บางรายอาจมีอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ปวดท้อง หรืออาเจียน ผื่นจะเริ่มขึ้น 1-3 วันหลังมีไข้ โดยจะเป็นผื่นแดงและกลายเป็นตุ่ม มักเริ่มที่หน้า ตัวและกระจายที่มือเท้า

มารู้จัก"โรคฝีดาษลิง"เหมือนหรือต่างกันอย่างไรกับ ไข้ทรพิษ

โดยตุ่มจะมีลักษณะเหมือนกันทั้งตัว หลังจากนั้นประมาณ14 วัน ตุ่มแดงทั้งหมดจะกลายเป็นตุ่มน้ำตุ่มหนองพร้อมกัน และเริ่มแตกเป็นแผลมีสะเก็ดพร้อมกัน ซึ่งนอกจากอาการผื่นแล้วผู้ป่วยมักมีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณคาง ลำคอและขาหนีบ ผู้ป่วยส่วนน้อยอาจมีกระจกตาอักเสบ มีปอดอักเสบ หรือสมองอักเสบได้

อาการและอาการแสดงของ โรคฝีดาษลิง จะมีอาการและอาการแสดงที่น้อยกว่าโรคฝีดาษ ผื่นของทั้งสองโรคจะมีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงจะพบต่อมน้ำเหลืองโตบ่อยมากกว่าโรคฝีดาษ ส่วนความรุนแรงของโรคฝีดาษลิงและอัตราการเสียชีวิตของโรคฝีดาษลิงจะอยู่ที่ 1-10% ซึ่งต่ำกว่าโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ

ในทางการการรักษาโรคฝีดาษลิง จะทำการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ หากผู้ป่วยมีอาการท้องเสียอาเจียน อาจจำเป็นต้องได้รับน้ำเกลือทางเส้นเลือด ยารักษาจำเพาะโรคใช้ในผู้ป่วยบางรายที่อาการรุนแรง ส่วนวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษเพื่อป้องกันโรค จะแนะนำในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อ

ขอบคุณที่มา : สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

ทิ้งลุงตู่ชู “สมคิด” รวมพลอดีตขุนพลอีสาน ค่ายลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516521

27 พ.ค. 2565

ทิ้งลุงตู่ชู "สมคิด" รวมพลอดีตขุนพลอีสาน ค่ายลุงป้อม

ทิ้งลุงตู่ชู “สมคิด” อดีตขุนพลอีสานเหนือค่ายลุงป้อม แห่ซบพรรคสร้างอนาคตไทย มั่นใจเจาะไข่แดงทักษิณได้แน่ ฟื้นภาพพ่อใหญ่สมคิด ขวัญใจรากหญ้า นักปั้นประชานิยมยุคไทยรักไทย คอลัมน์..ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้กหมึก

ทิ้งลุงตู่ชู “สมคิด” อดีตขุนพลอีสานเหนือ พปชร. เมินลุงป้อม แห่ซบพรรคสร้างอนาคตไทย มั่นใจเจาะไข่แดงทักษิณได้แน่ 


ฟื้นภาพขวัญใจรากหญ้า “สมคิด” นักปั้นประชานิยมยุคไทยรักไทย คนอีสานยังจำแม่น ต้นตำรับประชาธิปไตยที่กินได้


ระหว่างนี้พรรคสร้างอนาคตไทย ทัวร์อีสานเหนือ นำโดย อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ,สุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน และวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค โดยมีเป้าหมาย 4 จังหวัดคือหนองบัวลำภู, สกลนคร, มุกดาหาร และเลย

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2565 คณะของอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย เดินทางมาถึง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เปิดตัว ชัยมงคล ไชยรบ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 4 


บนเวทีปราศรัยต่อหน้าชาวสว่างแดนดิน อุตตม สาวยานน กล่าวว่า ทางพรรคพร้อมที่จะส่งชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค ยืนยันว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์มาแน่ เพราะตอนนี้มองว่าหมดเวลาของรัฐบาลชุดปัจจุบันแล้ว

สองกุมาร เปิดตัว ชัยมงคล ไชยรบ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สกลนครสองกุมาร เปิดตัว ชัยมงคล ไชยรบ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร


เช่นเดียวกับสนธิรัตน์ ย้ำว่า พรรค สอท.ไม่มีความขัดแย้งกับพรรคการเมืองใด และเชื่อว่าวันนี้พี่น้องชาวอีสานก็เบื่อหน่ายกับความขัดแย้ง จึงพร้อมเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ประเทศดีขึ้น


คนอีสานรู้จักชื่อเสียงของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นอย่างดี เนื่องจากสมคิดเข้าสู่วงการเมืองครั้งแรกในฐานะกุนซือพรรคไทยรักไทย  ในยุคนโยบายประชานิยมเฟื่องฟู เคียงคู่ทักษิณ ชินวัตร โดยสมคิด เป็นหนึ่งในกลุ่มคนผู้ร่วมบุกเบิกพรรคไทยรักไทย ทำคลอดนโยบายประชานิยม เน้นเอาใจรากหญ้า 


แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย มักจะถูกถามว่า มีอดีต ส.ส. หรือมีนักการเมืองท้องถิ่นคนไหนเข้าร่วมบ้าง ทัวร์อีสานเหนือเที่ยวนี้ ก็ได้เห็นโฉมหน้าขุนพลอีสานของพรรค สอท. ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.หรือคนเบื้องหลังของพรรคพลังประชารัฐ


“อดีตกลุ่มพ่อมดดำ”
น่าจับตาขุนพลอีสานพรรคสร้างอนาคตไทย ที่หันหลังให้ พล.อ.ประยุทธ์ และหันมาชู “สมคิด” เป็นนายกรัฐมนตรี จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน

การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ชัยมงคล ไชยรบ อดีตนายก อบจ.สกลนคร เป็นหัวหอกกลุ่มนายก อบจ.อีสานเหนือ 5-6 จังหวัด สายบ้านริมน้ำ ของสุชาติ ตันเจริญ จัดส่งทีมผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็พ่ายแพ้ทุกสนาม 


เฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 4 สกลนคร ชัยมงคลส่งลูกชาย ณัฐกานต์ ไชยรบ ลงสนาม ก็พ่ายแชมป์เก่าอนุรักษ์ บุญศล พรรคเพื่อไทย คะแนนทิ้งห่างกันประมาณ 3 พันคะแนน


ผลเลือกตั้งนายก อบจ.สกลนคร ปี 2563 ชัยมงคลพ่ายคู่แข่งแค่หลักร้อยคะแนน ก็ยังว่ายวนอยู่ในเส้นทางการเมือง และจะเบนเข็มไปลงสนาม ส.ส.เป็นครั้งแรก 


ต้นปีนี้ ชัยมงคล พาเพื่อนรัก วิริยะ ทองผา อดีตรองนายก อบจ.มุกดาหาร ไปพบสนธิรัตน์ที่นครพนม เพื่อชักชวนให้มาร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งวิริยะก็เหมือนชัยมงคล แพ้คู่แข่งในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.มุกดาหาร แค่หลักร้อยเหมือนกัน


วันที่ 27 พ.ค.2565  อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค จึงลงพื้นที่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 วิริยะ ทองผา และเขต 2 ทวีศักดิ์ ประทุมลี 


สมัยที่แล้ว วิริยะ ทองผา ส่งพี่ชาย วีรพงษ์ ทองผา ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็แพ้พรรคเพื่อไทย ด้านหนึ่งคนมุกดาหารส่วนใหญ่ ไม่เอา คสช. แต่สมัยหน้า วิริยะลงสนามเอง ด้วยมั่นใจว่า การชูสมคิด เป็นนายกฯ น่าจะทำให้มีแรงต่อต้านในพื้นที่น้อยกว่าชูประยุทธ์เป็นนายกฯ


ว่ากันตามจริง ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ในพื้นที่อีสานเหนือเจอกระแสต้าน คสช. จนสอบตกเกือบทุกเขต ยกเว้นสนามขอนแก่น ดังนั้น กลุ่มชัยมงคล จึงเลือกพรรคสร้างอนาคตไทย ที่ไม่เอาประยุทธ์


“ลูกน้องเก่าธรรมนัส”
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สายอีสานเหนืออีกรายที่ทิ้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และเอกราช ช่างเหลา มาซบพรรคของ “สมคิด” นั่นคือ จำลอง ภูนวนทา อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ 


ปี 2561 กลุ่มสามมิตร สมศักดิ์ เทพสุทิน,อนุชา นาคาศัย และภิรมย์ พลวิเศษ ยกทีมมาคุยกับจำลอง ภูนวนทา อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2554 ให้ย้ายมาสังกัดพลังประชารัฐ


ตอนเลือกตั้งปี 2562 จำลอง ภูนวนทา อยู่ภายใต้การดูแลของเอกราช ช่างเหลา ซึ่งผลการเลือกตั้งหนนั้น เขตการเลือกตั้งที่ 3 กาฬสินธุ์     คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย ได้ 32,588 คะแนน ส่วน จำลอง ภูนวนทา ได้ 30,373 คะแนน เรียกว่าแพ้กันแค่ปลายจมูก 


ปีที่แล้ว สมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และเอกราช ช่างเหลา เป็นแม่ทัพอีสานเหนือ จำลอง ภูนวนทา ถูกวางตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.เกรด A ของ พปชร. 


หลังจาก สุพล ฟองงาม ลาออกจาก ส.ส. และอำลา พปชร. มาอยู่พรรคสร้างอนาคตไทย จำลองก็ตัดสินใจทิ้งเอกราช และธรรมนัส มาอยู่พรรคใหม่ของ 2 กุมารทันที


สนามเลือกตั้งกาฬสินธุ์ สมัยหน้า จำลอง ภูนวนทา ได้รับมอบให้ดูแลทั้งจังหวัด และทางสร้างอนาคตไทย หมายมั่นปั้นมือจะปักธงที่เขต 3 ให้จงได้

แหย่สิงห์เหนือ “ธรรมนัส” ลูกพรรคหาย มีมือดีฉก 2 ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516487

27 พ.ค. 2565

แหย่สิงห์เหนือ "ธรรมนัส" ลูกพรรคหาย มีมือดีฉก 2 ส.ส.

แหย่สิงห์เหนือ “ธรรมนัส” คุยโวมี 40 เสียง เช็คแล้วมีประมาณ 25 เสียง เหลียวหลังกลับไปที่เศรษฐกิจไทย ถูกมือดีสอย 2 ส.ส.หายไปแถวถิ่นเซราะกราว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เขย่าขวัญรายวัน “ธรรมนัส” แถลงโชว์มี ส.ส.ในมือ 40 เสียง แต่เหลียวหลังกลับมาที่พรรคเศรษฐกิจไทย ถูกมือดีสอย 2 ส.ส.ไปอยู่แถวบุรีรัมย์


ตัวเลขจริง “ธรรมนัส” น่าจะมีขุมกำลังแค่ 25 เสียง หากกลุ่ม 16 เกิดหลงทางในดงกล้วย ก็จะเหลือแค่พรรคเศรษฐกิจไทย 14 เสียง เพราะอีก 2 เสียงหายตัวไปแล้ว


หนุ่มใหญ่เมืองพะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เจ้าของพรรคเศรษฐกิจไทย แถลงโต้หนุ่มเมืองสิงห์ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดีอีเอส และรองหัวหน้าพรรคประชารัฐ ว่า เสียงของเรามีทั้งหมด 18 เสียง เป็นส.ส.อยู่ในสภา 16 เสียง เป็นเสียงที่มีความสำคัญ และเสียงในมือตนไม่ได้มีเพียงแค่ 16 เสียง 

ร.อ.ธรรมนัสยังโยงไปถึง ส.ส.กลุ่ม 16 ที่อ้างว่า มี 16+2 เสียง จากพรรคเล็กและพรรคขนาดกลาง “ผมมีมากกว่า 16 เสียง…อย่าลืมว่า ผมมีพี่น้องเยอะ ที่นั่งอยู่ฝ่ายรัฐบาล”


บรรดาเกจิการเมืองประเมินว่า ร.อ.ธรรมนัส มีเสียงอยู่ในมือจริง ๆ ประมาณ 25 เสียง เมื่อตรวจสอบจำนวน ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสภาได้ในขณะนี้ มีทั้งสิ้น 476 คน ขั้วรัฐบาล 242 เสียง ,ขั้วธรรมนัส (เศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16) 25 เสียง และขั้วฝ่ายค้าน 209 เสียง 

ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์

ขั้วธรรมนัสจึงเป็นตัวแปรที่สำคัญ หากตัดสินใจพลิกไปร่วมกับฝ่ายค้าน รัฐบาลประยุทธ์ก็อยู่ยาก แต่หากเช็คขุมกำลังของพรรคเศรษฐกิจไทย ที่อยู่ในสภาฯ 16 เสียงนั้น เอาเข้าจริงแล้ว เหลืออยู่ครบหรือไม่ เพราะมี ส.ส.อย่างน้อย 2 คน มีการเคลื่อนไหวแปลก ๆ เหมือนจะถอยห่างจากผู้กอง


“ส.เขมราฐ”
ขบวนการ “ธรรมนัส” แยกออกจากพลังประชารัฐ 21 คน แต่มี 3 คนที่เลือกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย จึงเหลือ 18 คน แต่ศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 2 คน จึงเหลือปฏิบัติหน้าที่ได้ 16 คน


ย้อนไปเมื่อปลายเดือน มี.ค.2565 สื่อบางสำนักรายงานข่าวว่า ที่โรงแรมชื่อดัง แถวซอยรางน้ำ มีการประชุมของพรรคภูมิใจไทย ก็มีคนสายตาดีแอบเห็น ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 6 และณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 ปรากฏตัวอยู่ในบริเวณนั้นด้วย


2 ส.ส.อีสานใต้ พรรคเศรษฐกิจไทย ไปทำอะไรแถวนั้น จึงมีเสียงวิเคราะห์วิจารณ์กันไป แต่เมื่อไปส่องแฟนเพจเฟซบุ๊คของ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ กลับไม่มีโลโก้พรรคเศรษฐกิจไทย แถมมีการติดแฮชแท็ก #ธนะสิทธิ์โควสุรัตน์ #ป๊าอู๊ดเขมราฐ #Fcป๊าอู๊ด
 

ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานีธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี

ส่วนแฟนเพจเฟซบุ๊ก ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ก็ไม่โลโก้พรรคเศรษฐกิจไทย มีการติดแฮชแท็ก #ณัฏฐพลคนของประชาชน #เซี้ยสินอุดม #จับมือก้าวไปด้วยกัน


ที่เหมือนกันอีกอย่างของ 2 ส.ส.คือ มีการแจกไลน์ FCป๊าอู๊ด และเพื่อน ส.ส.เซี้ย ให้ประชาชนในพื้นที่ทุกคน ซึ่งคล้ายกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยในภาคอีสาน 


เสี่ยอู๊ด-ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ เป็นพี่ชาย เสี่ยอี๊ด-สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ซึ่งในอดีต เสี่ยอี๊ดเป็นแกนนำกลุ่มวังพญานาค


ตระกูลโควสุรัตน์ แห่ง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ดำเนินธุรกิจรับงานก่อสร้างและขนส่ง ในนาม ส.เขมราฐ นอกจากนี้ยังมี อุบลไบโอเอทานอล, อุบลไบโอก๊าซ และอุบลเกษตรพลังงาน


เสี่ยอี้ด-สิทธิชัย เป็น ส.ส.อุบลฯ เขต 6 สองสมัย (ปี 2538, 2539) ,ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ) และ รมช.มหาดไทย รัฐบาลสมัคร (โควตาพรรคเพื่อแผ่นดิน)


สำหรับเสี่ยอู๊ด-ธนะสิทธิ์ เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน และได้เป็นรองนายก อบจ.อุบลฯ ก่อนจะลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในนามพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะมาอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย


“เซี้ย สินอุดม”
ส.ส.สุรินทร์ ลูกพรรคของ “ธรรมนัส” น่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองกับพรรคเศรษฐกิจไทย เนื่องจาก ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ มีความสนิทสนมกับวิรัช รัตนเศรษฐ มากกว่า


ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ หรือที่ชาวสุรินทร์รู้จักกันดีในชื่อ เซี้ย สินอุดม ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 ตัวแทนกลุ่มทุนรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในนามบริษัท สินอุดมสุรินทร์-1990 จำกัด


เซี้ย เคยเป็นรองนายก อบจ.สุรินทร์ สมัยที่ธงชัย มุ่งเจริญพร เป็นนายก อบจ.เมืองช้าง ปี 2551-2555 และเป็น ส.จ.สุรินทร์ มาหลายสมัย ในการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว สนามสุรินทร์ เขต 2 เซี้ยเอาชนะกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ พรรคภูมิใจไทยไปได้สบาย ๆ


ปลายปีที่แล้ว กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ลูกชายเสี่ยติ่ง ประกาศอำลาค่ายเนวิน นัยว่าจะหวนคืนพรรคเพื่อไทย


ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.สุรินทร์ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ ภูมิใจไทย และเซี้ย สินอุดม ได้หนุนพรชัย มุ่งเจริญพร จนประสบความสำเร็จได้เป็นนายก อบจ.สุรินทร์ 


เนวิน ชิดชอบ มีความพยายามจะปักธงสีน้ำเงินที่เมืองช้าง มา 2 ครั้งแล้ว แต่ก็ได้ ส.ส.สุรินทร์ คนเดียวเขตเดียวคือ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร จึงน่าจับตา การเลือกตั้งสมัยหน้า เซี้ย สินอุดม จะย้ายมาสังกัดค่ายสีน้ำเงิน ตามกระแสข่าวที่ร่ำลือกันหรือไม่

ใกล้สิ้นสภาพ “ประยุทธ์” ฝ่า 3 ด่านอันตรายในอุ้งมือพรรคเล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516403

26 พ.ค. 2565

ใกล้สิ้นสภาพ "ประยุทธ์" ฝ่า 3 ด่านอันตรายในอุ้งมือพรรคเล็ก

พยัคฆ์บูรพาใกล้สิ้นลาย “ประยุทธ์” เผชิญสัจธรรมยามขาลง พรรคเล็กใต้อาณัติธรรมนัส มีฤทธิ์มีเดช เมื่อฝ่ายค้านต้องการ 30 เสียงก็ล่มเรือเหล็กได้ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

อาการร่อแร่ “ประยุทธ์” ฝ่า 3 ด่านอันตราย งบประมาณ กฎหมายลูก และซักฟอก พรรคเล็กสายธรรมนัส รอจังหวะโหวตคว่ำได้ทุกเวลา 


พยัคฆ์บูรพาใกล้สิ้นลาย “ประยุทธ์” เริ่มเผชิญสัจธรรมยามขาลง นักเลือกตั้งมีฤทธิ์มีเดช เจอการต่อรองหนักขึ้นเรื่อยๆ อุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นได้ทุกเวลา


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญหน้ากับพรรคเล็ก พรรคขนาด 1-5 เสียงในปีสุดท้ายของสภาฯ พรรคเหล่านี้เป็นดอกผลรัฐธรรมนูญ 2560 และระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม 
 

เมื่อ 3 ปีก่อน พรรคเล็กเหล่านี้ช่วยให้พรรคพลังประชารัฐ จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากสำเร็จ หลายคนต่างขอบคุณรัฐธรรมนูญที่ออกแบบสูตรพิสดาร ทำให้พรรคที่มีคะแนน 3 หมื่นได้ ส.ส. 1 คน


กระทั่งวันนี้ พรรคเล็กในนามกลุ่ม 16 ได้ขับเคลื่อนการเมืองแบบจับปลาสองมือ ด้านหนึ่ง ยังนัดพูดคุยกับสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้ประสานงานพรรคเล็ก อีกด้านหนึ่ง ยังเดินตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย

วันที่ 25 พ.ค.2565 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรคพลังประชารัฐ ผู้ประสานงานพรรคเล็กมาคุยกับกลุ่ม 16 เพื่อขอความร่วมมือในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และล่าสุด มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจมีนัดจิบกาแฟกับกลุ่ม ส.ส.พรรคเล็ก ในเร็ววันนี้

กลุ่ม 16 ดินเนอร์กับแกนนำฝ่ายค้าน ครั้งล่าสุด กลุ่ม 16 ดินเนอร์กับแกนนำฝ่ายค้าน ครั้งล่าสุด


ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีความใกล้ชิดกับแกนนำกลุ่ม 16 ก็เตรียมนัดรับประทานอาหารร่วมกัน และมีแผนจะเชิญตัวแทนพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมวงดินเนอร์ด้วย


ลึก ๆ แล้ว กลุ่ม 16 ของพิเชษฐ สถิรชวาล ก็เกิดขึ้นโดยความเห็นชอบของ ร.อ.ธรรมนัส เพราะต้องการให้การถ่วงดุลกับพรรคเล็กสายที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์


“ชี้ชะตาซักฟอก”
แทบไม่น่าเชื่อว่า “ประยุทธ์” จะรอดหรือร่วงกลับขึ้นอยู่กับเสียงจากพรรคเล็ก ที่มี พิเชษฐ สถิรชวาล แกนนำกลุ่ม 16 และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม เป็นหัวหอกขับเคลื่อนทั้งในและนอกสภา
 

เอ๋ พระบาท หรือพีระวิทย์ ให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับทิศทางการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า ทางกลุ่ม 16 ตั้งใจให้ผ่านเพื่อนำงบประมาณไปขับเคลื่อนประเทศ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องติดตามว่า มีจุดไหนไม่ชอบมาพากล ก็จะส่งสัญญาณผ่านรัฐมนตรี หากไม่มีการแก้ไขก็จะใช้สิทธิใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎร


สำหรับประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางรัฐมนตรีรายบุคคล พีระวิทย์กล่าวว่า ถ้านายกรัฐมนตรี ชี้แจงตอบข้อซักถามได้ทุกประเด็น เราก็พร้อมที่จะยกมือไว้วางใจให้ เพราะไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องร่วมมือกับ ร.อ.ธรรมนัส โค่นล้มนายกรัฐมนตรี 


เอ๋ พระบาทยังเปิดเผยถึงการหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส โดยมีข้อสรุปเบื้องต้น หากการชี้แจงของรัฐมนตรีคนใดไม่สามารถชี้แจงเข้าใจได้ชัดเจน เราก็ไม่สามารถที่จะยกมือไว้วางใจให้รัฐมนตรีคนนั้นได้ ในส่วนนายกรัฐมนตรี หากการบริหารถูกต้อง ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ปฏิเสธที่จะไว้วางใจ 


ดูเหมือนว่า กลุ่ม 16 และ ร.อ.ธรรมนัส จะพุ่งเป้าไปที่สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ตกเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องท่อส่งน้ำอีอีซี 


ด้าน พิเชษฐ สถิรชวาล ให้ความเป็นห่วงกฎหมายลูก หรือร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเฉพาะการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะหาร 100 หรือหาร 500 ซึ่งกลุ่มพรรคเล็กยังต้องการให้หาร 500 และยังมีความเชื่อมั่นว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในวาระ 2 และ 3 


จะว่าไปแล้ว ส.ว.สายทำเนียบรัฐบาล ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับสูตรหาร 500 และมีความพยายามจะคว่ำสูตรหาร 100 ในวาระ 2 และ 3

“ดุลกำลังสองขั้ว”
พูดถึงพรรคเล็ก ไม่ใช่มีแต่กลุ่ม 16 เท่านั้น หากแต่ยังมีกลุ่มพรรคเล็กที่สนับสนุน “ประยุทธ์” อยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาให้ความสนใจเรื่องกฎหมายลูกว่าด้วยเรื่องเลือกตั้งมากกว่า


กลุ่ม 16 เกิดจากพิเชษฐ สถิรชวาล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ได้จับมือกับ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ตั้งกลุ่ม 16 โดยมี ดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เข้าร่วมด้วย 


พิเชษฐอ้างอยู่เสมอว่า มี ส.ส.อยู่ในมือ 18 เสียง รวมถึง ส.ส.อีก 3-4 คน จากพรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคชาติพัฒนา ที่แหกค่ายมาเป็นสมาชิกกลุ่ม 16 พร้อมกองหนุนจากพรรคเศรษฐกิจใหม่


เนื่องจากระยะหลัง มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มี 6 เสียง ได้เข้ามาร่วมวงดินเนอร์กับฝ่ายค้านด้วย แต่ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม 16 มาแต่แรก


ส่วนพรรคเล็กที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกอบด้วย นพ.ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่ ,ปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย ,นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ และบุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย


นอกจากนี้ ก็มี พรรคพลังท้องถิ่นไท ของ ชัชวาลล์ คงอุดม และพรรครวมพลัง(รวมพลังประชาติไทย) ของอเนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งปีกนี้ รวมกันประมาณ 15 เสียง


สรุปว่า พรรคเล็กทั้งหมดไม่ได้อยู่ข้าง ร.อ.ธรรมนัสทั้งหมด หากแต่มีปีกที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม 16 จึงเล่นเกมชักเข้าชักออก ต่อรองให้ตัวเองได้ประโยชน์มากกว่าจะหักโค่นตามราคาคุยผ่านสื่อ

ลาขาด 3 ป. “ธรรมนัส” ผนึกวิรัช สร้างครอบครัวของเรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516348

26 พ.ค. 2565

ลาขาด 3 ป. "ธรรมนัส" ผนึกวิรัช สร้างครอบครัวของเรา

ครอบครัวของเรา “ธรรมนัส” จับมือเสี่ยวิรัช ปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย พันธมิตรคนแดนไกล และที่โคราชลมพัดหวนแรง บ้านรัตนเศรษฐจะทิ้งพลังประชารัฐหวนคืนเพื่อไทย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

ครอบครัวของเรา “ธรรมนัส” จับมือเสี่ยวิรัช ปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย พันธมิตรคนแดนไกล จับตาบ้านรัตนเศรษฐ จะทิ้งพลังประชารัฐหวนคืนเพื่อไทย


โลกใบใหม่ “ธรรมนัส” พร้อมไพร่พล 18 ชีวิต พ่วงด้วยกลุ่ม 16 พรรคเล็ก กลายเป็นตัวแปรสำคัญในความเป็นความตายของรัฐบาลประยุทธ์


ในที่สุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เจ้าของพรรคเศรษฐกิจไทย ก็ประกาศเอกราช ไม่ขึ้นต่อบ้านป่ารอยต่อ แม้โดยส่วนตัวยังเคารพรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ก็ตาม 


ถอดรหัสคำพูดของธรรมนัส “ครอบครัวของเรา” ที่ร่วมแสดงความยินดีกับ ส.ก.นั้น ย่อมหมายถึงบรรดา ส.ส.พรรคเล็ก และกลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐ โดยเฉพาะบ้านรัตนเศรษฐ
 

จากนี้ไป น่าจับตาบทบาทของ วิรัช รัตนเศรษฐ สหายร่วมรบของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ในทางนิตินัยยังสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ทางพฤตินัยในพื้นที่นครราชสีมา ปลดป้าย พปชร.ออกไปนานแล้ว


เสี่ยปานหรือเสี่ยยักษ์ เดินเกมหาเสียงในโคราช โดยโชว์ความเป็น “บ้านรัตนเศรษฐ” มาตั้งแต่ต้นปี 2565 หลังจากวิรัชส่ง ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 และเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 ไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส 

ในปฏิทินครอบครัวรัตนเศรษฐ มีภาพลูกสะใภ้ ของวิรัชด้วยในปฏิทินครอบครัวรัตนเศรษฐ มีภาพลูกสะใภ้ ของวิรัชด้วย


ปลายปีที่แล้ว สมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ผนึกกำลังกับวิรัช เตรียมสร้างป้อมค่ายโคราชให้แข็งแกร่ง และเป็นฐานที่มั่นเพื่อขยายผลไปทั่วภาคอีสาน


โมเดลธรรมนัสที่จะสู้กับกระแสเพื่อไทยในเวลานั้นคือ ไม่ชู พล.อ.ประยุทธ์ แต่พยายามปั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้เป็นผู้อาสามาแก้ปัญหาดิน และน้ำของชาวอีสาน


ทั้งธรรมนัสและวิรัช เชื่อในสูตรสำเร็จบ้านใหญ่ ไม่ขายประยุทธ์ เชื่อว่าพลังประชารัฐจะสู้ได้กับทุกพรรค แต่ปีก พล.อ.ประยุทธ์ เล่นไล่ธรรมนัสไม่เลิก จึงเกิดศึกแตกหัก และแยกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย


เสี่ยปานหรือวิรัช พร้อมคู่ชีวิต และน้องภรรยา เจอวิบากคดีฟุตซอล จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จึงวางแผนส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นต่อไป โดยแตะมือกับผู้กองธรรมนัส และมีข่าวเสี่ยปานลมพัดหวน จะกลับบ้านเพื่อไทยสมัยหน้า


“บ้านรัตนเศรษฐ”
ช่วงเลือกตั้งปี 2562 “ธรรมนัส” กับวิรัช รัตนเศรษฐ อยู่คนละสาย แต่เกมประลองกำลังในพลังประชารัฐ หลายก๊กหลายก๊วน ทำให้วิรัชกับธรรมนัส กลายเป็นเพื่อนตายสหายศึก

ผลเลือกตั้งสมัยที่แล้ว พลังประชารัฐภายใต้การนำของบ้านใหญ่รัตนเศรษฐ กวาดมา 6 ที่นั่ง(เฉพาะตระกูลของวิรัช 4 คน) และเป็นครั้งแรกที่วิรัชนำมาสมาชิกครอบครัวเข้าสภาได้มาก 5 คน รวมถึงตัวเขาด้วย แถมอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ก็ได้ตำแหน่ง รมช.คมนาคม


ปลายปี 2563 วิรัชจับมือ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา แม่ทัพใหญ่ค่ายภูมิใจไทย เป็นพันธมิตรการเมืองระดับท้องถิ่น


เมื่อ ยลดา หวังศุภกิจโกศล เป็นนายก อบจ.นครราชสีมา ได้แต่งตั้ง กมลศักดิ์ เกษเมธีการุณ เป็นรองนายก อบจ.นครราชสีมา คนที่ 4 ซึ่งกมลศักดิ์เป็นสามีของ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.โคราช เขต 8


“กลับเพื่อไทย”
สมรภูมิเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา สมัยหน้า “ธรรมนัส” คงแตะมือวิรัช จัดทัพผู้สมัคร ส.ส. ในนามพรรคเศรษฐกิจไทย และบ้านใหญ่รัตนเศรษฐ ที่กำลังหาเสื้อสีใหม่อยู่


สถานการณ์วันนี้ ชัชชาติแลนด์สไลด์ ฉุดให้พรรคเพื่อไทยมีกระแสมาแรงในโคราช ขณะที่กระแสลุงตู่ค่อย ๆ ลดลง ดังนั้น พลังประชารัฐแทบจะไร้อนาคต ส่วนภูมิใจไทย ที่ไม่มีกระแสพรรค ก็ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของ ส.ส. และกลยุทธ์หาคะแนนแบบเก่า


วิรัช และทัศนียา ติดบ่วงกรรมคดีเก่า จึงวางทายาทไว้แล้วคือ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนโต ส.ส.นครราชสีมา เขต 6, ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนรอง ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 และตติรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนเล็ก ที่จะลงแทนมารดา-ทัศนียา (ครั้งที่แล้ว ตติรัฐลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ)


ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ของบ้านรัตนเศรษฐ ที่มีการเปิดตัวไปแล้วชื่อ อรัชมน รัตนเศรษฐ ภรรยาของปลัดแบงก์ อธิรัฐ รมช.คมนาคม ก็ต้องรอดูว่า วิรัชจะให้ลูกสะใภ้ ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขตไหน


ส่วนทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องภรรยาของวิรัชที่ติดบ่วงคดีเหมือนกัน ก็มีลูกสาว ธนวรรณ เกษเมธีการุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลห้วยแถลง เป็นตัวแทนอยู่แล้ว 


วิรัช เป็น ส.ส.นครราชสีมาครั้งแรก ในสีเสื้อพรรคชาติไทย และปักหลักอยู่กับพรรคชาติไทยหลายสมัย ก่อนจะย้ายไปพรรคมหาชน, พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา, พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ


นับแต่ทักษิณครองใจคนอีสาน วิรัชก็เจอศึกหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพาครอบครัวย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2554 มาถึงปีนี้ อุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์มาแรง จึงมีข่าวร่ำลือว่า เสี่ยปานจะหวนคืนบ้านเก่า


อย่างไรก็ตาม หากแผนกลับเพื่อไทยสะดุด เสี่ยปานก็มีพรรคเศรษฐกิจไทยรองรับอยู่แล้ว หากวิรัชผนึกกำลังผู้กอง ก็จะทำให้หุ้นพรรคธรรมนัสพุ่งขึ้นทันที

ทวงความเป็นธรรม”เด็กหญิง 14″ ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516296

25 พ.ค. 2565

ทวงความเป็นธรรม"เด็กหญิง 14" ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

เงินไม่มี ผู้ปกครองไม่มา “เด็กหญิง 14” เรียนดี แต่การศึกษาและปากของครูทำให้เด็กจบชีวิตลาโลก จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบจากกระทรวงศึกษาธิการ แม้ก่อนหน้านั้นบอกจะรู้ผลสอบไม่เกิน 7 วัน

เรื่องราวของ “น้องโบนัส”  เด็กหญิงปลอบขวัญ ระสุโสะ อายุ 14 ปี  ที่เจอปัญหามรสุมรุมเร้ามืดแปดด้าน หวังยึดโรงเรียนเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ไม่เป็นไปตามที่หวัง เด็กหญิง 14 ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยความน่าเศร้าใจ

16 พ.ค. 2565 หลังการเสียชีวิตของน้องโบนัสเพียง 2 วัน “ ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดจากส่วนกลาง ถูกกระแสสังคมกดดันหนัก สั่งการด่วนให้เขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี เด็กหญิง 14 ต้องรู้ผลไม่เกิน 7 วัน แต่เมื่อครบ 7 วัน กลับไม่มีคำตอบ

ขณะที่ “ตรีนุช เทียนทอง ” รมว.ศึกษาธิการ ออกมากำชับเรื่อง “ความปลอดภัยในโรงเรียน” นักเรียนมาถึงโรงเรียนต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากครูและผู้บริหารโรงเรียน และปรับระบบแนะแนวในโรงเรียน

อีกมุมของปลายด้ามขวาน หลังเพื่อนรักจบชีวิต “เด็กหญิงกอหญ้า” เพื่อนของ “น้องปลอบขวัญ” ถูก “ครู” เรียกเข้าไปพบตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำมืดของวันพุธที่18 พ.ค.2565 เพียงคนเดียว โดยไม่มีผู้ปกครอง ตามที่รับปากภาคประชาสังคมเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่าชะตาชีวิตของ “เด็กหญิงกอหญ้า” ผู้รับปากเพื่อนรัก “ช่วยเปิดโปง” หลังออกจากห้องสอบข้อเท็จจริง จะเป็นอย่างไรบ้าง

ขณะเดียวกัน เลขาธิการ กพฐ. ไม่ยอมเปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และมีใครต้องรับผิดชอบกับการเสียชีวิตของ เด็กหญิง 14 กลับเฉไฉไปอีกเรื่องว่า “หากนักเรียนไม่มีเงินค่าเทอม ก็ให้ผ่อนชำระ” นั่นหมายความว่ามีการจัดเก็บ “ค่าเทอมเถื่อน” ทั้งที่นักเรียนทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเรียนฟรี 15 ปี ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ

เป็นที่น่าสังเกตว่า “นักเรียน” มีมูลหนี้อะไรกับโรงเรียน “ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. จึงสั่งให้ผ่อนชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา หรือ “ค่าเทอมเถื่อน” การสั่งการนี้ไม่ว่าด้วยวาจา หรือ เป็นหนังสือถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ “ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่”

ว่ากันว่า หลัง เด็กหญิง 14 กระทำอัตวินิบาตกรรม คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนักเรียนหญิงรายนี้ต้องไม่ตายฟรี

คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ประสานงานขอเข้าพบ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรณี เด็กหญิง 14  และขอให้ยกเลิกประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา เบื้องต้นตอบรับเป็นวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดขอเลื่อนการนัดพบไปเป็นหลังเวลาราชการของวันที่ 8 มิถุนายน 2565 

ความจริงเกี่ยวกับ เด็กหญิง 14 มีอะไรบ้าง 

  • 1.ข้อเท็จจริงที่ “เด็กหญิง 14” พูดกับเพื่อนว่าอย่างไร โดยพยานบุคคลคือเพื่อนที่ได้เห็น รับรู้หลายคนว่า “เด็กหญิงปลอบขวัญ” พูดหรือไลน์บอกเพื่อน ตรงกับหลักการรับฟังพยานของศาลไทย คนที่ใกล้ถึงความตาย รับฟังว่าเป็นความจริง
  • 2.ในข้อเท็จจริงนี้ จะพบว่า ครูคนใดพูดกับน้องว่าอย่างไร การที่ครูปฏิบัติต่อนักเรียน ที่กระทำไม่ว่าเป็นคุณ หรือเป็นโทษ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนหมอรักษาคนไข้
  • 3.นำข้อเท็จจริงนี้ เป็นจุดเริ่มต้นดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา คือการดำเนินการทางวินัยโดยอำนาจบังคับบัญชา ส่วนมาตรการทางวิชาชีพก็เป็นหน้าที่โดยคุรุสภา
  • 4.อำนาจการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ตรงนี้ “ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิกาาร ควรตอบหรือแจ้งเป็นหนังสือดังนี้ 
  • 4.1 การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ขัด รัฐธรรมนูญ ม.54 และผิด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ม.10  หรือไม่
  • 4.2 ถ้าขัด กระทรวงศึกษาธิการ ต้องดำเนินการอย่างไร เช่น ทำหนังสือสั่งการไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  โรงเรียน ให้ยกเลิกการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษารวมทั้งทำหนังสือแจ้งกรมบัญชีกลาง

ถ้ากระทรวงศึกษาธิการยังยืนยันว่า การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา (ค่าเทอมเถื่อน)กระทำได้โดยชอบ ก็ให้ทำเป็นหนังสือยืนยันแจ้งเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญให้ ส.ส.นำไปอภิปรายฯในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

    ถ้าระบบการศึกษาไทยยังเป็นแบบนี้นักเรียนคนไหนจะเป็นรายต่อไป

ปลุกผีลอบสังหาร “ทักษิณ” สุมไฟแค้นเผด็จการทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516280

25 พ.ค. 2565

ปลุกผีลอบสังหาร "ทักษิณ" สุมไฟแค้นเผด็จการทหาร

คลับเฮาส์ไฟลุก “ทักษิณ” ปลุกผีแผนลอบสังหาร เรียกคะแนนสงสารจากคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันม็อบคนเสื้อเหลือง เจอขบวนการจับโป๊ะสไนเปอร์ซุ่มยิงจากธรรมศาสตร์ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนนน้ำหมึก

คลับเฮาส์ไฟลุก “ทักษิณ” ปลุกผีแผนลอบสังหาร ทั้งคาร์บอมบ์ อาร์พีจีถล่ม และสไนเปอร์ซุ่มยิง เรียกคะแนนสงสารจากคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันม็อบคนเสื้อเหลือง


จับโป๊ะแผนสไนเปอร์เด็ดหัว “ทักษิณ” พลาดเต็มๆ เรื่องจุดซุ่มยิงตึกรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ถึงสนามหลวง แอดมินกลุ่มแคร์ต้องแก้ตัวพัลวัน


ควันหลง 8 ปีรัฐประหาร 2557 ยังไม่จบ ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซั่ม ฉวยจังหวะชัชชาติแลนด์สไลด์ รุกไล่กลุ่มพี่น้อง 3 ป. เปิดใจเรื่องการรัฐประหาร 2 ครั้งในรอบ 20 กว่าปี โดยเน้นคำว่า เรื่องที่ไม่เคยเล่า
 

แคร์คลับเฮาส์คืนนั้น จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเรื่องแผนลอบสังหารทักษิณ ก่อนการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ไล่มาตั้งแต่อาร์พีจีถล่ม, สไนเปอร์ซุ่มยิง และคาร์บอมบ์


เรื่องเล่าแผนลอบสังหารที่ทำให้ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการอิสระ ต้องลุกขึ้นมาจับโป๊ะกรณีสไนเปอร์ซุ่มยิงทักษิณ จากตึกรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  


โทนี่หรือทักษิณ เล่าว่า “ตอนนั้นมีความเคลื่อนไหวคือ ผมถูกดักยิงด้วยสไนเปอร์จุดหนึ่งที่ จ.ลำปาง แต่บังเอิญว่า ปราศรัยจาก จ.เชียงราย เสร็จก็เข้า จ.เชียงใหม่ต่อเลย ปรากฏว่าตั้งปืนเก้อ มาคราวทีหลังตั้งปืนตอนปราศรัยที่สนามหลวง ได้มีการตั้งปืนที่คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ แต่ผมนั้นออกมาก่อน เพราะติดธุระ ปืนเลยตั้งไม่ได้ เพราะนักศึกษายังไม่ออกจากตึก…”


การปราศรัยที่ท้องสนามหลวงในเรื่องเล่าของทักษิณนั้น พรรคไทยรักไทยจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2549 เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องขายหุ้นชินคอร์ป และอีกหลายเรื่อง เพราะเวลานั้น มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชูธงโค่นระบอบทักษิณ

กลุ่มแคร์ชี้แจงใหม่ วัดระยะการยิงให้เสร็จ กลุ่มแคร์ชี้แจงใหม่ วัดระยะการยิงให้เสร็จ


“ผมจะเปิดใจ ผมถูกเล่นงานมานาน ผมจะใช้สนามหลวงเปิดการปราศรัยใหญ่ ประชาชนคนใดต้องการจะฟังเชิญมาได้เลย” ทักษิณให้สัมภาษณ์นักข่าวก่อนจะถึงวันที่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่


จากต้นปี 2549 จนถึงกลางปี 2565 ทักษิณจึงมาเล่าเรื่องแผนการลอบสังหาร กลางเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยทีมสไนเปอร์มีแผนไปตั้งปืนซุ่มยิงจากตึกคณะรัฐศาสตร์ 

“จับโป๊ะลอบสังหาร”
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่พักหลังหันมาวิพากษ์ “ทักษิณ” ถี่ขึ้น จนกระทั่งนางแบกเพื่อไทย ไม่พอใจพาทัวร์ไปลงที่เฟซบุ๊คนักวิชาการอิสระอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งกรณีซุ่มยิงจากธรรมศาสตร์ สมศักดิ์ได้โพสต์แผนที่บริเวณธรรมศาสตร์ และสนามหลวง พร้อมวัดระยะทางจากตึกรัฐศาสตร์ ถึงสนามหลวง ซึ่งไกลมาก พร้อมข้อความแผนยิงทักษิณจากคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์


ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชนะ ผาสุกสกุล ในฐานะอดีตนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์ ก็แสดงความเห็นว่า มันเป็นไปไม่ได้ “…ตึกรัฐศาสตร์ อยู่ลึกสุดถ้าวัดจากสนามหลวง  เอามุมไหนยิง มองเห็นสนามหลวงจากมุมไหนครับ นี่ไม่นับว่าตึกสูงที่บังอยู่ข้างหน้า คือ ตึกศูนย์ภาษา ตึกกิจกรรม ตึกคณะนิติศาสตร์”


ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก เข้าใจว่า น่าจะชื่อตุ้น ได้โพสต์สั้น ๆ ว่า “เด็กรัดสาดหัวเราะ เมื่อมีข่าวซุ่มยิงจากดาดฟ้าตึกรัดสาด โถ…ใครจะเอาที่สูบบุหรี่เป็นที่ซุ่มยิง ผ่านด่านพวกขี้เมาให้ได้ก่อนเหอะฎ


“‘กลุ่มแคร์แก้ตัว”
หลังเรื่องเล่าสไนเปอร์ซุ่มยิงของ “ทักษิณ” ทำให้มีขบวนการจับโป๊ะเกิดขึ้นมากมาย แอดมินเพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย จึงต้องชี้แจงผ่านสเตตัสตำแหน่งพลแม่นปืนหวังสังหารพี่โทนี่


“พี่โทนี่ได้เล่าว่า มีพลแม่นปืนเตรียมสไนเปอร์เพื่อลอบยิงพี่โทนี่บนเวทีปราศรัยกลางสนามหลวง จากดาดฟ้าตึกคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น อาจเป็นความสับสนเรื่องชื่อคณะและชื่อตึกภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งพี่โทนี่ไม่คุ้นเคย”


กลุ่มแคร์บอกเรื่องราวผ่านมานานแล้ว โทนี่หรือทักษิณ มีความสับสนในการจำชื่อตึก แถมยังอธิบายเพิ่มเติมว่า “เมื่อพิจารณาจากวิถีสไนเปอร์ ระยะยิงหวังผลของสไนเปอร์รุ่นต่างๆที่มีใช้ในประเทศอยู่ที่ 600 เมตรหรือมากกว่า ดังนั้น จากข้อมูลแผนที่ภาพตึกคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบกับตำแหน่งเวที เวลา และระยะยิงหวังผลของสไนเปอร์ จึงมีความเป็นไปได้มากที่พลแม่นปืนแอบซ่อนตัวเพื่อหวังยิงพี่โทนี่ บนตึกใดตึกหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่อยู่ในระยะหวังผลของสไนเปอร์ เช่น บริเวณตึกคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เป็นต้น”


ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไร เรื่องที่ไม่เคยเล่าของทักษิณ ได้ก่อให้ปฏิกิริยาจากคน 2 ขั้วเหมือนเดิม ฝ่ายกองเชียร์เพื่อไทย ย่อมเกิดความรู้สึกไม่พอใจ และแค้นใจต่อการกระทำของทหารบางกลุ่ม แต่กลุ่มที่ต่อต้านระบอบทักษิณ ก็ยิ่งชิงชังมากขึ้น

เกมใหม่แค้นเก่า “ธรรมนัส” บิ๊กดีลแดนไกล จัดทัพขับไล่ประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516263

25 พ.ค. 2565

เกมใหม่แค้นเก่า "ธรรมนัส" บิ๊กดีลแดนไกล จัดทัพขับไล่ประยุทธ์

เกมใหม่แค้นเก่า “ธรรมนัส” ยึดเศรษฐกิจไทยเบ็ดเสร็จ ในกระแสข่าวบิ๊กดีล ป่วนขั้วรัฐบาลประยุทธ์ คนแดนไกลประสานเสียงไล่ 3 ลุงกลับบ้าน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

เกมใหม่แค้นเก่า “ธรรมนัส” ยึดเศรษฐกิจไทยเบ็ดเสร็จ ในกระแสข่าวบิ๊กดีล ป่วนขั้วรัฐบาลประยุทธ์ คนแดนไกลประสานเสียงไล่ 3 ลุงกลับบ้าน


มีอะไรในสิงคโปร์ “ธรรมนัส” ส่งสัญญาณถึงกลุ่มพรรคเล็ก รอปฏิบัติการพิเศษ จับตาเกมโหวตคว่ำประยุทธ์กลางสภาฯ ทรงพลังกว่าขับรถถังล้มทักษิณ-ยิ่งลักษณ์


จบไปแล้ว เกมหักเหลี่ยมโหดภายในพรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนับจากนี้ไป ผู้กองธรรมนัสจะเป็นผู้กำหนดเกม เหมือนที่ทักษิณ ชินวัตร ชอบพูดว่า ผู้คิดเกมใหม่คือผู้ชนะ
 

วันที่ 23 พ.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ส่งซิกให้ พล.อ.วิชญ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย แต่วันรุ่งขึ้น(24 พ.ค.2565) พล.อ.วิชญ์ เปิดใจผ่านสื่อบางสำนักเรื่องความอึดอัดใจในบทบาทหัวหน้าพรรค และคิดจะลาออก

พล.อ.วิชญ์ ทิ้งภาพปริศนา ก่อนลาออกจากหัวหน้าพรรคพล.อ.วิชญ์ ทิ้งภาพปริศนา ก่อนลาออกจากหัวหน้าพรรค


ฝ่าย ร.อ.ธรรมนัส ทราบข่าว จึงให้ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย เดินเกมรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคจำนวน 15 คน ทำหนังสือลาออก ทำให้ผู้บริหารพรรคชุดเก่าสิ้นสภาพ และต้องมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่


เกมล้างไพ่ของมือขวาธรรมนัส เท่ากับว่าเป็นการขับบิ๊กน้อยออกจากพรรคโดยอัตโนมัติ ตกค่ำวันเดียวกัน พล.อ.วิชญ์ ก็ตัดสินใจขอลาออกจากหัวหน้าพรรค อีกด้านหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับจากสิงคโปร์ถึงเมืองไทย 


เอ๋ พระบาท หรือพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ยอมรับว่า ระหว่างที่อยู่สิงคโปร์ ร.อ.ธรรมนัส โทรมาหาตน โดยผู้กองจะไม่ได้เข้าร่วมวงดินเนอร์กับฝ่ายค้าน แต่หลังเปิดสภาฯ ได้แจ้งขอนัดคุยกับพรรคเล็กทั้งหมด


เมื่อค่ำวันที่ 23 พ.ค.2565 เอ๋ พระบาท พร้อมกับพิเชษฐ สถิรชัชวาล หัวหน้ากลุ่ม 16 ได้ร่วมรับประทานอาหารกับประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ร้าน The Corner ซอยสุขุมวิท 26


เอ๋ พระบาท บอกว่า พรรคเล็กคุยกันในเบื้องต้น ไม่ได้มีแผนจะล้มรัฐบาลประยุทธ์ แต่จะขอทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ในประเด็นที่ฝ่ายค้านชี้ปมทุจริตมาแล้ว  


“ขัดแย้งรุนแรง”
บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ มือทำงานการเมืองของ “ธรรมนัส” บอกนักข่าวว่า พล.อ.วิชญ์ กับ ร.อ.ธรรมนัส ขัดแย้งกันรุนแรง แต่ไม่ทราบรายละเอียด 

“ผมเห็นว่าคนเรามันไม่มีด้านลบอย่างเดียวหรอก มันมีด้านบวกบ้าง ผมก็มองด้านบวกมากกว่าด้านลบ แต่พอออกมาแล้ว การกระทำมันส่อ มันเห็นชัดเจนว่าลบมันมากกว่าบวก” บางประโยคที่ พล.อ.วิชญ์ พูดถึง ร.อ.ธรรมนัส (สัมภาษณ์เนชั่นทีวี)


หลายคนคาดไม่ถึงว่า ปมจุดยืนหนุน-ไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะกลายเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของบิ๊กน้อย รุ่นพี่ ตท.11 กับผู้กองธรรมนัส รุ่นน้อง ตท.25 


ดังที่ทราบกัน พล.อ.วิชญ์ เป็นเพื่อนสนิท เสธ.ไอซ์-พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต เพราะบิดาทั้งคู่เติบโตมาในสายวงศ์เทวัญ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส เดินตาม เสธ.ไอซ์ นายทหารผู้มากบารมี จึงรู้จักกับ พล.อ.วิชญ์


นักสังเกตการณ์ทางการเมืองบางคน ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเร็วที่จะสรุปว่า ผู้กองตัดขาดบิ๊กน้อย และจะตัดเชือกบิ๊กป้อมตามไปด้วย


นัยว่า บิ๊กป้อมกับผู้กองนั้น มีสัมพันธ์ล้ำลึก และไม่แปลกหรอกที่จะมีใครบางคน ในบ้านป่ารอยต่อปล่อยข่าวเรื่องมีคนพลังประชารัฐ ขอให้บิ๊กป้อมดึงธรรมนัสกลับ พปชร. มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ หลังแพ้ศึกเลือกตั้ง ส.ก.


“แค้นไม่ลืม”
ยิ่งกว่าเรื่องบังเอิญ “ธรรมนัส” เปิดศึกบิ๊กน้อยยึดพรรค เหมือนส่งสัญญาณเขย่าขวัญรัฐบาลประยุทธ์ที่อาจต้องพานพบเกมโหวตคว่ำกลางสภาฯ ภาค 2 ทักษิณ ชินวัตร ก็โผล่มาแฉปลิ้นไส้เรื่องรัฐประหาร โดยคณะพี่น้อง 3 ป.


คืนวันอังคารที่ 25 พ.ค.2565 ทักษิณ ชินวัตร ได้พูดในรายการ CareTalk X Clubhouse หัวข้อเปิดใจเบื้องหลังรัฐประหารที่ไม่เคยเล่า แต่ก็มีคนถามเรื่องพรรคเศรษฐกิจไทย


ทักษิณตอบสั้นๆว่า เข้าใจว่าขัดแย้งภายในระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับ พล.อ.วิชญ์ ก็เห็นใจ พล.อ.วิชญ์ เพราะเป็นคนดี เป็นรุ่นน้อง อาจไม่เข้าใจเกมการเมือง เพราะเป็นทหารทั้งชีวิต แล้วมาเป็นหัวหน้าพรรค คุยไม่ลงตัว แต่พวกเขาพวกเดียวกัน


น้ำเสียงของทักษิณ ไม่มีเย้ยหยัน ไม่มีการตอกลิ่ม และจับอาการของคนแดนไกลให้ดีๆ เรื่องนี้อาจมีบิ๊กดีลเหมือนที่คนร่ำลือกันก็ได้


สัปดาห์ที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส เดินทางไปสิงคโปร์ อาจไปเจอใครบางคนหรือเปล่า จึงมีการส่งสัญญาณให้บิ๊กน้อยลาออกจากหัวหน้าพรรค ขณะที่ตัวเองอยู่เมืองลอดช่อง แต่รุ่นพี่ดันพลิกเกมให้สัมภาษณ์สื่อ ปูดเบื้องหลังความแตกแยกในพรรค


ในแคร์คลับเฮาส์ ยามใดที่ทักษิณพูดถึงธรรมนัส จะไม่มีเรื่องที่เป็นลบ แต่ก็ไม่หนุนออกหน้าออกตา  เพียงแต่บอกว่าเป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร มีความคิดความอ่านดี    


สำหรับเบื้องหลังรัฐประหาร ก็เหมือนเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ แต่ครั้งนี้ ทักษิณมาแปลก ที่พุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประวิตร ว่าอยู่หลังฉากการยึดอำนาจ 2549


“ป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เตรียมทหารรุ่นที่ 6 ตั้งรุ่นเดียวกันคุม 3 เหล่าทัพก่อนตัวเองเกษียณ ผมถามว่า ยังงี้ก็จะปฏิวัติผมน่ะสิ ป้อมก็บอกว่า ไม่มีๆๆ แล้วก็มีปฏิวัติ ป้อมหลอกผม..” ทักษิณเล่าเรื่องรัฐประหาร 2549 ที่มีการพาดพิงถึงป้อมคนเดียว


ในทางการข่าว ใครก็รู้ว่า เบื้องหลังรัฐประหาร 2549 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีบทบาทน้อยมาก และผู้กำหนดเกม ก็รู้ๆกันอยู่ แต่ทักษิณไม่พูด

เกมล้มตู่ “ธรรมนัส” งัดบิ๊กน้อย แตกหักบ้านป่ารอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516151

24 พ.ค. 2565

เกมล้มตู่ "ธรรมนัส" งัดบิ๊กน้อย แตกหักบ้านป่ารอยต่อ

แตกหัก “ธรรมนัส” งัด พล.อ.วิชญ์ ล้างไพ่ เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ นาทีนี้ ผู้กองมองไกลไม่หนุนประยุทธ์ ผลแห่งชัชชาติแลนด์สไลด์ ผู้กองเดินหน้าปักธงเลือกข้างผู้ชนะ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

แตกหัก “ธรรมนัส” งัด พล.อ.วิชญ์ ล้างไพ่เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ นาทีนี้ ผู้กองมองไกลไม่หนุนประยุทธ์ ผลแห่งชัชชาติแลนด์สไลด์ ทำให้ผู้กองเดินเกมพลิกขั้วเร็วขึ้น


ฟื้นสัมพันธ์เก่า “ธรรมนัส” หน่อเนื้อเพื่อไทยในอดีต ไม่แปลกใจที่จะเคยรับปากดินเนอร์กับแกนนำฝ่ายค้าน ขณะที่บิ๊กน้อยยังผูกพันบ้านป่ารอยต่อ และไม่คิดหักหลังบิ๊กตู่


ปฏิกิริยาอันเนื่องจากชัชชาติแลนด์สไลด์ ทำให้เกิดข่าวใหญ่ในพรรคเศรษฐกิจไทย เมื่อมีกระแสข่าว บิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จะลาออกจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เพราะมีจุดยืนและแนวทางการเมือง ไม่ตรงกับธรรมนัส
 

เบื้องต้น พล.อ.วิชญ์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ยังไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรค ต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่ หากจะทำพรรคนี้ต่อ ก็ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ในลักษณะต้องมาสามัคคี ปรองดอง ถึงจะอยู่ร่วมกันได้


ค่ำวันที่ 23 พ.ค.2565 ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รับประทานอาหารค่ำที่ร้าน The Corner สุขุมวิท ร่วมกับพิเชษฐ สถิรชัชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ,มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา 

ร.อ.ธรรมนัส แสดงความยินดีต่อ ส.ก.ในนามครอบครัวธรรมนัส ร.อ.ธรรมนัส แสดงความยินดีต่อ ส.ก.ในนามครอบครัวธรรมนัส


เดิมที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย เคยรับปากกับโจ้ ยุทธพงศ์ ว่าจะมาร่วมดินเนอร์ด้วย แต่เจอบิ๊กป้อมเบรก จึงไม่ได้มาปรากฏตัวในร้านอาหารแห่งนั้น


จะว่าไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ ร.อ.ธรรมนัสนั้น สะบั้นขาดกันมาแต่ศึกซักฟอกปีที่แล้ว แม้ พล.อ.ประวิตรจะซื้อเวลาหาทางเคลียร์ใจสองฝ่าย แต่ไม่สำเร็จ ร.อ.ธรรมนัสจึงต้องแยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐไปทำพรรคเศรษฐกิจไทย


ล่าสุด กรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย ลาออก 15 คน เพื่อเปิดทางให้เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เป็นการเปิดศึกแตกหักกับ พล.อ.ประวิตร ทันที 


“คนข้างกายป้อม”
ความสัมพันธ์ระหว่าง “ธรรมนัส” กับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ไม่ได้แนบแน่นเหมือนบิ๊กน้อยกับบิ๊กป้อม

บิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์ เป็นเพื่อนกับ เสธ.ไอซ์-พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต โดยทั้งคู่เคยเป็นกรรมการบริหารสนามม้านางเลิ้ง จึงทำให้บิ๊กน้อยมารู้จัก ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งเป็นลูกน้องของ เสธ.ไอซ์ โดยส่วนตัว บิ๊กน้อยไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับธรรมนัสมาก่อน


เมื่อปี 2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้องขอให้บิ๊กน้อยมาช่วยระดมผู้คนเข้าพรรคพลังประชารัฐ จึงได้ไปชวน ร.อ.ธรรมนัส มาคุยกับบิ๊กป้อม และรับปากว่าจะร่วมทำงานการเมืองเพื่อชาติบ้านเมือง

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2565 พล.อ.วิชญ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวี ว่า “เมื่อวานนี้ (23 พ.ค.) ผมตัดสินใจอยากลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย แต่วันนี้ (24 พ.ค.) มีหลายคนโทรศัพท์เข้ามาบอกให้ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็ควรแก้กัน”


ที่ผ่านมา พล.อ.วิชญ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย มีความไม่เข้าใจกัน ต่างคนต่างทำ เลยคิดว่าไปด้วยกันลำบาก 


“สิ่งสำคัญถ้ารับฟังทั้งสองฝ่าย มันก็ไปได้ แต่นี่คือ การรับฟังไม่มี ไปเชื่อบุคคลที่สามบ้าง ซึ่งมองว่าไม่น่าจะทำแบบนั้น เห็นคนอื่นในพรรคที่เข้ามาใหม่ ก็เห็นใจตั้งใจมาทำงานเพื่อบ้านเมือง พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็คงผิดหวัง”


หลังจากนี้ หาก ร.อ.ธรรมนัส จะพูดคุยด้วยก็พร้อมคุย มานั่งคุยกัน ทำงานเพื่อพรรคเดินหน้าต่อไป แต่สิ่งสำคัญต้องมีความจริงใจกัน มีอะไรพูดตรงๆ แค่นั้นเอง ไม่ต้องมาพูดอย่าง แล้วทำอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่


คนภายนอกมองว่า พล.อ.วิชญ์ เป็นเหมือนตัวแทน พล.อ.ประวิตร ในพรรคเศรษฐกิจไทย หากไม่มีบิ๊ก น้อย พรรคนี้ก็จะกลายเป็นพรรคธรรมนัส และสิ้นเยื่อใยไมตรีกับ 3 ป.โดยสิ้นเชิง


“เด็กเก่าคนแดนไกล”
“ธรรมนัส” เติบโตทางการเมืองจากพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทย จึงมีความผูกพันกับคนแดนไกล รวมถึงเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


ทักษิณพูดถึง ร.อ.ธรรมนัส หลายหนในแคร์คลับเฮาส์ “..ผมก็ไม่ใช่ศัตรูของ พล.อ.ประยุทธ์ และ ไม่ใช่ศัตรู ร.อ.ธรรมนัส เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นรุ่นน้องเยอะเลย เคยอยู่พรรคเพื่อไทย เป็นคนเหนือด้วยรู้จักกันดี” 


สมัยทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย ธรรมนัสเดินตามลูกพี่ เสธ.ไอซ์ หรือ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของทักษิณ เข้ามาช่วยงานในรัฐบาลทักษิณ


ปี 2555 ธรรมนัสเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เตรียมสร้างฐานการเมืองที่พะเยา และลงสมัครสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้ง 4 ก.พ.2557 (เลือกตั้งโมฆะ)


สิ้นศึกซักฟอกหนที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส ถูกปลดจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ โทษฐานวางแผนคว่ำนายกฯกลางสภาฯ นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ร.อ.ธรรมนัส กับพล.อ.ประยุทธ์ ก็เหมือนขมิ้นกับปูน


แม้ ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร แต่การที่ ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวไปสร้างพรรคเศรษฐกิจไทย ก็เริ่มตีตัวออกห่างจากบ้านป่ารอยต่อฯ กระทั่ง วันหนึ่งไปเปิดเกมเรื่องนายกฯคนนอก ร่วมกับกลุ่มญาติวีรชนพฤษภา 35 รวมถึงประกาศจะไปดินเนอร์กับแกนนำพรรคเพื่อไทย


มีข้อสังเกตประการในชั่วโมงนี้ ทักษิณ ชินวัตร เปิดเกมรุกไล่พี่น้อง 3 ป.หนักขึ้น ถึงขั้นจะเอา พล.อ.ประยุทธ์ ให้ลงจากตำแหน่งก่อนถึงการประชุมเอเปค


ดังนั้น ความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.วิชญ์ กับผู้กองธรรมนัส จึงอาจถึงขั้นแตกหัก ก่อนถึงวันเปิดศึกซักฟอก ประมาณเดือน ก.ค.2565