ได้ทีขยี้ลุง “ทักษิณ” ฉกชัชชาติปั่นกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516114

24 พ.ค. 2565

ได้ทีขยี้ลุง "ทักษิณ" ฉกชัชชาติปั่นกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

ได้ทีขยี้ลุง “ทักษิณ” เปิดเกมถล่มพี่น้อง 3 ป. ฉวยชัชชาติแลนด์สไลด์ ชัยชนะของเพื่อไทย เชิดอุ๊งอิ๊งดุจแม่เหล็กดูด ส.ส. ใครอยากไปก็เชิญ พร้อมถ่ายเลือดใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ได้ทีขยี้ซ้ำ “ทักษิณ” เปิดเกมรุกไล่ถล่มพี่น้อง 3 ป. ฉกฉวยชัชชาติแลนด์สไลด์ เป็นชัยชนะของเพื่อไทย เชิดอุ๊งอิ๊งดุจแม่เหล็กดูด ส.ส.ไว้ ไม่ให้ย้ายพรรค


กลับบ้านแน่ “ทักษิณ” มั่นใจเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า ปัดข่าวบิ๊กดีลกับ พล.อ.ประวิตร 


ค่ำวันอังคารที่ 24 พ.ค.2565 โทนี่หรือทักษิณ ชินวัตร ได้มาพบกับเอฟซีในรายการ CareTalk X Clubhouse ตามปกติ แต่ในวาระ 8 ปี รัฐประหาร 2557 โทนี่จะบอกเล่าเรื่องราวก่อนเกิดวิกฤตการเมือง ที่นำไปสู่รัฐประหาร ทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับปฎิญญาฟินแลนด์ ทำบุญวัดพระแก้ว ,การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช การต่อรองหลังม่าน ฯลฯ
 

ดูเหมือนว่า ทักษิณจะเปิดเกมรุกฆาตต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และพรรคเพื่อไทย คว้า ส.ก.ได้ 20 ที่นั่ง 


ตอนค่ำวันที่ 22 พ.ค.2565 ทักษิณได้วิดีโดคอล มาร่วมพูดคุยกับทีมข่าว The Room 44 ในช่วงเกาะติดการนับคะแนนผู้ว่าฯ กทม และ ส.ก. พร้อมวิเคราะห์อนาคตการเมืองสนามใหญ่

อุ๊งอิ๊ง แม่เหล็กเพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง แม่เหล็กเพื่อไทย


เมื่อเห็นคะแนนของชัชชาติ ทะลุ 1.3 ล้านเสียง ทักษิณถึงกับพูดว่า “วันนี้ประชาชนคนไทยพูดได้เลยว่า กูไม่เอาปฏิวัติ”


คืนวันเดียวกัน ทักษิณยังวิดีโอคอลกับทีมข่าวบีบีซีไทย แสดงความยินดีกับคนกรุงเทพฯ ที่เลือกชัชชาติและทีม ส.ก.เพื่อไทย “…เป็นการที่ประชาชนสะท้อนให้เห็นถึงการที่เขาอยู่กับความทุกข์ยากมานาน เป็นผลมาจากการชัตดาวน์กรุงเทพฯ เขาก็ตัดสินใจเลือกแนวทางฝ่ายประชาธิปไตยที่จะมาแก้ปัญหาให้เขา”


แม้พรรคเพื่อไทย จะได้ ส.ก.จำนวน 20 คน แต่หากคลี่คะแนนเลือก ส.ก.ทั้ง 50 เขต ปรากฏว่า เพื่อไทย ได้ 620,009  คะแนน เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 เพื่อไทย ได้ 604,699 คะแนน เท่ากับว่า การที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ทั้งเดินตลาด ขึ้นเวทีปราศรัย และนั่งรถแห่ ก็ไม่ได้ช่วยให้พรรคมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นมากมายนัก

“แม่เหล็กชินวัตร”
จนถึงวันนี้ “ทักษิณ” ก็ยังบอกว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ยังเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และไม่ได้คิดไกลไปถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

“ต้องแล้วแต่ตัวเขาและแล้วแต่พรรคเพื่อไทย ผมคงไม่ไปชี้นำว่าลูกต้องไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ” ทักษิณย้ำความคิดเดิมแค่อยากให้อยากช่วยให้พรรคแข็งแรง และให้ ส.ส.ยึดโยงอยู่กับพรรค


คนแดนไกลรู้ดีว่า ส.ส.เพื่อไทยรุ่นใหญ่ๆ กำลังคิดจะตีจาก จึงต้องส่งอุ๊งอิ๊งมาการันตีว่า ศึกครั้งนี้นายใหญ่เอาจริง และให้ลูกสาวเป็นแม่เหล็กดูด ส.ส.ไว้ไม่ให้ย้ายไปไหน 


อย่างเช่นมีรายงานข่าวในพื้นที่ศรีสะเกษ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงมาเยือน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 12 มิ.ย.2565


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรี และ ส.ส. ยกขบวนไปจัดกิจกรรมภูมิใจไทยสัญจร ที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีการเปิดตัว ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ และ ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงานกับค่ายสีน้ำเงินอย่างเป็นทางการ


วันเดียวกัน ก็มีการเปิดตัว ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ และจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย ให้คนชายแดนเขมรรู้ว่า 2 ส.ส.ได้เข้ามาร่วมงานกับภูมิใจไทยแล้ว


เท่ากับว่า บ้านใหญ่ศรีสะเกษ 4 ตระกูล ประกอบด้วยไตรสรณกุล, แซ่จึง ,อังคสกุลเกียรติ และ สรรณ์ไตรภพ ได้ผนึกกำลังกัน เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ภายใต้ธงภูมิใจไทย


ทักษิณจึงต้องส่งอุ๊งอิ๊งไป อ.ราษีไศล เพื่อประกาศให้รู้ว่า ผู้คิดทรยศกับคนแดนไกล จะต้องไปรับบทเรียนจากคนเสื้อแดง


“แผนถ่ายเลือด”
ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า “ทักษิณ” มั่นใจเพื่อไทยแลนด์สไลด์แน่นอน จึงกล้าพูดว่า เที่ยวหน้าต่อให้ทุ่มเขตละ 60-80 ล้าน ก็เอาไม่อยู่ และไม่กังวลหากจะมี ส.ส.เพื่อไทยย้ายพรรค

“ผมไม่ห่วง เรียกว่าเป็นการถ่ายเลือด ผมเจอผู้บริหารพรรคบอกว่า ถือว่าถ่ายเลือด เชื่อว่าประชาชนไปกับพรรค บางคนหลงตัวเองคิดว่าตัวเองคะแนนดีมากโดยไม่สนใจพรรค..” ทักษิณ กล่าวกับทีมข่าว The Room 44 


คำว่า “ถ่ายเลือด” ของทักษิณ จึงทำให้มีปรากฏการณ์ป้ายว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ภาคอีสาน 1 เขตมีมากกว่า 1 คน กำลังสร้างความสับสนให้แก่เอฟซีเพื่อไทย และบางจังหวัด มีคนหน้าใหม่ติดป้ายประชัน ส.ส.เจ้าของพื้นที่ 


ยกตัวอย่างสมรภูมิฝั่งโขงนครพนมกำลังสนุก เมื่อ ส.ส.เดือน หรือ มนพร เจริญศรี ส.ส.เขต 2 นครพนม รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย หนุนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม 2 คน เปิดตัวประกบ ส.ส.เก่า


ทุกวันนี้ พรรคเพื่อไทย มี ส.ส.นครพนม 3 คนคือ มนพร เจริญศรี ส.ส.เขต 2, ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.เขต 3 และไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.เขต 4 ส่วนเขต 1 มีการวางตัว ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต ส.ส.นครพนม ไว้แล้ว ซึ่งต้องชนกับศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ พรรคภูมิใจไทย


ที่มีปัญหาอยู่ในเวลานี้คือ เขต 3 สมนาม เหล่าเกียรติ ไปหาเสียงในพื้นที่ของ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม 8 สมัย และเขต 4 สมชอบ นิติพจน์ ก็เคลื่อนไหวในพื้นที่ของชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม 3 สมัยโดยทั้งสองคนแบกป้ายเพื่อไทย เลยทำให้ชาวบ้านเกิดความกังขา


แกนนำเพื่อไทยสายอีสานแจ้งว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยมีสิทธิเสนอตัวต่อประชาชน แต่ใครจะได้ลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ พรรคจะมีการกระบวนการตรวจสอบและคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. หากประชาชนในเขตนั้น เลือกใคร พรรคก็จะเอาคนนั้น 


ต่อให้เป็น ส.ส.มาหลายสมัย แต่ผลการสำรวจความนิยมในพื้นที่ ไม่มีเสียงประชาชนตอบรับ พรรคก็จะไม่ส่งสมัคร ส.ส. ตามแผนถ่ายเลือดของคนแดนไกล

แพ้แต่ชนะ “วิโรจน์” ฝากเสียงไว้ที่ชัชชาติ ขอทวงคืนสมัยหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516016

23 พ.ค. 2565

แพ้แต่ชนะ "วิโรจน์" ฝากเสียงไว้ที่ชัชชาติ ขอทวงคืนสมัยหน้า

แพ้แต่ชนะ “วิโรจน์” เจอชัชชาติดูดเสียงสีส้มไปเยอะจนแพ้ขาด โชคดีที่ก้าวไกลได้ ส.ก. 14 ที่นั่ง หวังเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า คะแนนที่อยู่กับชัชชาติก้อนนี้จะไหลกลับมา คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

แพ้แต่ชนะ “วิโรจน์” เจอชัชชาติดูดเสียงสีส้มไปเยอะจนแพ้ขาด โชคดีที่ก้าวไกลได้ ส.ก. 14 ที่นั่ง หวังเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า คะแนนที่อยู่กับชัชชาติก้อนนี้จะไหลกลับมา     

ตะกร้าคะแนน “วิโรจน์” ดึงไปเกินกว่าที่คาดไว้ ทีมก้าวไกลยอมรับว่า ฐานเสียงไม่มีของตาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น และยุทธศาสตร์การหาเสียงของพรรค


วันที่ 23 พ.ค.2565 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้ว่าฯ กทม.พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยณภัค เพ็งสุข ว่าที่ ส.ก.เขตลาดพร้าว และอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ว่าที่ ส.ก.เขตจตุจักร พรรคก้าวไกล จะลงพื้นที่ เพื่อดูลำคลองลาดพร้าว และนำเสนอนโยบายป้องกันน้ำท่วม กทม.

นี่คือภารกิจแรกของชัชชาติ หลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.แค่ข้ามคืน และชัชชาติเลือกที่จะลงสำรวจคลอง พร้อมวิโรจน์ และ ส.ก.ก้าวไกล ถือว่าเป็นสร้างแนวร่วมอย่างชาญฉลาด


ขณะเดียวกัน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็ต้องมองไกลไปถึงการเลือกตั้งสมัยหน้า เพราะมีคะแนนของก้าวไกลฝากไว้ใน 1.3 ล้านเสียงของชัชชาติอยู่ไม่น้อยเลย

ชัชชาติ และวิโรจน์ ลงเรือสำรวจคลองลาดพร้าวร่วมกันชัชชาติ และวิโรจน์ ลงเรือสำรวจคลองลาดพร้าวร่วมกัน


กางผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มาดูอีกที ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด 1,386,769 คะแนน รองลงมาคือ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 254,723 คะแนน และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล ได้ 253,938 คะแนน


เมื่อนำผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 มาเปรียบเทียบกับผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ 804,272 คะแนน ,พรรคเพื่อไทย ได้ 604,699 ,พรรคพลังประชารัฐ ได้ 791,893 และพรรค ปชป. ได้ 474,820 คะแนน


เดิมทีแกนนำพรรคก้าวไกล คาดหมายว่า วิโรจน์ น่าจะเป็นอันดับ 2 รองจากชัชชาติ และได้ประมาณ 6-7 แสนคะแนน แต่กลับได้เพียง 2.5 แสนคะแนน ตรงกันข้าม ผลเลือกตั้ง ส.ก. พรรคก้าวไกลได้ 14 ที่นั่ง รองจากพรรคเพื่อไทยที่ได้ 20 ที่นั่ง 


แกนนำก้าวไกลจึงประเมินว่า คะแนนที่หายกว่า 5 แสน น่าจะไหลไปที่ชัชชาติ และยังแอบหวังลึก ๆ ว่า เมื่อถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ คะแนนก้อนนี้จะไหลกลับมา


“ท้าชนคือจุดอ่อน”
“วิโรจน์” ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลงสู่สนามการเมืองท้องถิ่น เพื่อหวังจะเป็นบันไดขั้นแรกที่ทำให้พรรคก้าวไกล มีโอกาสบริหารกรุงเทพมหานคร เหมือนที่คณะก้าวหน้า ได้บริหารเทศบาล และ อบต.มาแล้ว
 

มีรายงานข่าวว่า แกนนำพรรคก้าวไกล ได้ไปทาบทามนายแพทย์คนดัง แต่ครอบครัวของหมอรายนี้ ไม่ปลื้มจึงขอถอนตัวไป วิโรจน์ต้องขันอาสาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯเอง ในฐานะผู้มีดีเอ็นเอก้าวไกล


ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นักวิเคราะห์ต่างยกให้ชัชชาติ-วิโรจน์ อยู่ในขั้วเดียวกันคือฝ่ายประชาธิปไตย ที่มีฐานเสียงบางส่วนทับซ้อนกัน โดยวิโรจน์ คาดหวังจะได้เสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ฐานเสียงเดิมของพรรคอนาคตใหม่, กลุ่มสนับสนุนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และกลุ่มนักธุรกิจที่ถูกใจนโยบายท้าชนส่วย


แม้วิโรจน์อาจรู้สึกชื่นชอบที่มีคนบอกว่า ตัวเขาบุคลิกภาพคล้ายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ และอดีตผู้ว่าฯ กทม. แต่กลับกลายเป็นจุดอ่อนในสายตาคนทั่วไป แม้แต่แฟนคลับสีส้มเองก็มองว่า บุคลิกท้าชน ปะฉะดะ ไม่เหมาะที่จะเป็นนักประสานงาน เมื่อเปรียบเทียบกับชัชชาติ 


“ฐานเสียงไม่ใช่ของตาย”
กองเชียร์ “วิโรจน์” บางกลุ่มอาจคาดหวังสูงว่า จะได้มากถึง 7 แสนเสียง แต่สิ่งที่แกนนำก้าวไกลคาดไม่ถึง เมื่อโหวตเตอร์อนาคตใหม่หรือก้าวไกล ใช้กลยุทธ์ผู้ว่าฯ กทม. เลือกชัชชาติ และ ส.ก.เลือกก้าวไกล


หลังปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ออกแถลงยอมรับความพ่ายแพ้ในสนามผู้ว่าฯ กทม. โดยยอมรับความจริงที่ว่า ผู้สนับสนุนอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล แม้จะสนับสนุนพวกเราอยู่ แต่การเลือกตั้งคราวนี้ คนกลุ่มนี้ตัดสินใจเลือกนายชัชชาติ นี่เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ 


“ไม่ว่านิวโหวตเตอร์ หรือโหวตเตอร์วัยไหน เราวิเคราะห์ตลอดเวลาว่า ประชาชนไม่ใช่ของตาย คนทุกวัย วันนี้เขาสนับสนุนเรา วันหน้าหากเราไม่สามารถตอบสนองความคิดทางการเมืองเขาได้ เขาก็พร้อมเลือกคนอื่น เป็นเรื่องธรรมดา..” ชัยธวัช กล่าว


เชื่อว่า ทุกพรรคทุกกลุ่มการเมืองต้องยอมรับในกลยุทธ์ของชัชชาติ ที่สามารถตรึงฐานคะแนนตัวเอง และดึงคะแนนจากเอฟซีของพรรคการเมืองต่าง ๆ มาเสริม จนทำให้ทะลุ 1.3 ล้านคะแนน 


เบื้องต้นพรรคก้าวไกล และวิโรจน์ ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ที่จะใช้สนามเลือกตั้งท้องถิ่นหนนี้ทดสอบแคมเปญกรุงเทพฯ ดึง ส.ส.กทม.เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อหยั่งกระแสนิยมทั้งของพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรค 


การเลือกตั้งครั้งหน้า จะให้คำตอบว่า คะแนนของก้าวไกลที่ไหลไปหาชัชชาตินั้น จะไหลกลับมาที่ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกลในสนามเมืองหลวงหรือไม่ 

พปชร.ทรุด “ประยุทธ์” อยู่ยาก ประวิตรคิดเกมใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515988

23 พ.ค. 2565

พปชร.ทรุด "ประยุทธ์" อยู่ยาก ประวิตรคิดเกมใหม่

พ่ายศึกเมืองหลวง “ประยุทธ์” พลังประชารัฐแพ้ยับคาสนาม ส.ก. สะท้อนอาการขาลงของขั้วอำนาจ 3 ป. จับตาแรงกดดันจาก พล.อ.ประวิตรจะมีเพิ่มขึ้น จนน้องรักต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

พ่ายศึกเมืองหลวง “ประยุทธ์” ต้องเจอแรงกดดันหนักจากขั้วบ้านป่ารอยต่อฯ จะไปต่อหรือพอเท่านี้ เป็นคำถามที่บิ๊กป้อม กำลังรอคำตอบ


ไร้กระแส “ประยุทธ์” พรรคพลังประชารัฐแพ้ยับคาสนาม ส.ก. พ่วงแนวร่วมอย่างกลุ่มรักษ์กรุงเทพก็พ่ายไม่มีลุ้น สะท้อนอาการขาลงของขั้วอำนาจปัจจุบัน


การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22 พ.ค.2565 ครั้งแรกในรอบกว่า 9 ปี ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 8 ปี ของการรัฐประหาร กลายเป็นฝันร้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่เหนือความคาดหมาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ สร้างปรากฏการณ์ชัชชาติแลนด์สไลด์ ด้วยสถิติใหม่ 1,386,769 คะแนน


จะว่าไปแล้ว ชัชชาติแลนด์สไลด์ อาจไม่สะท้อนภาพการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้าโดยตรง แต่ผลการเลือกตั้ง ส.ก.นั้น น่าจะบ่งชี้ถึงการเมืองสนามใหญ่ชัดเจน


ปกติการเลือกตั้ง ส.ก.จะจัดให้มีการเลือกตั้งคนละวันกับผู้ว่าฯ กทม. และผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งก็ไม่เกิน 40% จึงทำให้นักการเมืองที่มีฐานมวลชนจัดตั้ง ได้เป็น ส.ก.ผูกขาด หรือที่เราเรียกว่า บ้านใหญ่เมืองหลวง


สำหรับการเลือกตั้ง ส.ก.ครั้งนี้ เลือกวันเดียวกับผู้ว่าฯ กทม. จึงทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือก ส.ก.กว่า 60% และการหาเสียงด้วยกลยุทธ์เพื่อไทยแลนด์สไลด์ ก็ได้ผลระดับหนึ่ง


เมื่อภาพรวมการเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต 50 คน ปรากฏว่า อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย 19 คน ,อันดับ 2 พรรคก้าวไกล 14 คน, อันดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน, พรรคไทยสร้างไทย 2 คน, พรรคพลังประชารัฐ 2 คน, กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 2 คน และ อิสระ 2 คน


ชัยชนะของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ที่กวาดเก้าอี้ ส.ก.รวมกัน 33 คน สะท้อนภาพคนกรุงเทพฯ เบื่อขั้วรัฐบาลประยุทธ์ จึงมีการประเมินว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตกที่นั่งลำบาก และอาจถูกบ้านป่ารอยต่อฯ กดดันให้ถอยออกจากกระดานการเมือง หลังยุบสภาฯ ช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

อุ๊งอิ๊ง เดินหน้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ อุ๊งอิ๊ง เดินหน้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์

“3 ป.ไม่มีเอกภาพ”
ทีม ส.ก.พลังประชารัฐ ที่ลงสนามหนนี้ แทบไม่มีใครชูผลงาน “ประยุทธ์” แถมโค้งสุดท้าย บางคนไปเกาะสกลธี และอีกจำนวนไม่น้อยเกาะชัชชาติ

ผลการเลือกตั้ง ส.ก.บ่งชี้ว่า พรรคพลังประชารัฐ ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จากการเลือกตั้งปี 2562 พลังประชารัฐได้อานิสงส์กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ได้ ส.ส. 12 คน แต่การได้ ส.ก.แค่ 2 คน ย่อมสะเทือนถึง 2 ลุงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


สาเหตุที่พลังประชารัฐพ่ายแพ้นั้น น่าจะเริ่มจากความอึมครึมของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ในการตัดสินใจว่า จะส่งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพลังประชารัฐหรือไม่ และในโค้งสุดท้าย มีกระแสข่าวในทางลึก ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ส่งซิกหนุนสกลธี ขณะที่ พล.อ.ประวิตร กลับหนุน พล.ต.อ.อัศวิน 


อีกด้านหนึ่ง พล.อ.ประวิตร ตัดสินใจส่ง ส.ก.ในนาทีสุดท้าย และมอบให้เสี่ยโต-อภิชัย เตชะอุบล เป็นแม่ทัพเลือกตั้ง ส.ก.แบบผิดฝาผิดตัว ล้วนสะท้อนความไม่พร้อมของพลังประชารัฐ 


ตรงกันข้าม พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยสูญพันธุ์ในสนาม กทม. เมื่อการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กลับได้ ส.ก. 9 คน เหมือนพรรค ปชป.กำลังฟื้นศรัทธาจากแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งพวกเขาเคยหันไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ในปี 2562


ดังที่ทราบกัน ความต่างและความห่าง ระหว่างทำเนียบรัฐบาลกับบ้านป่ารอยต่อฯ ดำรงอยู่ในสภาพเช่นนี้มาตั้งคราวเกิดกบฎผู้กอง และผลการเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองหลวง ยิ่งจะทำให้รอยร้าวถ่างกว้างออกไปเรื่อยๆ


“ได้เวลาทักษิณ”
เมื่อ “ประยุทธ์” ขาลง ก็ได้เห็นภาพพรรคเพื่อไทยขาขึ้น ภายใต้การนำของอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ตั้งเป้าเลือก ส.ก.แลนด์สไลด์ 25 คน แต่ได้มา 19 คน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และพิสูจน์ให้เห็นว่า การขายนโยบายประชานิยมภาค 2 มีเสียงประชาชนตอบรับ


การที่อุ๊งอิ๊งลงพื้นที่ในบางเขต ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ และขึ้นรถแห่ ได้ตอกย้ำว่า อุ๊งอิ๊งเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์มาถูกทางแล้ว 


ส่วนพรรคก้าวไกล มี ส.ส.กรุงเทพฯ เป็นฐานเสียง 8-9 คน และการที่ได้ ส.ก.14 คน สะท้อนว่า ฐานเสียงไม่เปลี่ยน จากอนาคตใหม่ต่อยอดมาถึงก้าวไกล ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ในเมืองหลวงครั้งต่อไป พรรคก้าวไกล จะเป็นคู่แข่งขันที่น่ากลัวของพรรคเพื่อไทย เพราะสองพรรคนี้มีฐานเสียงฝ่ายเดียวกัน ฝ่ายที่ไม่เอาขั้วประยุทธ์ 


ที่น่าผิดหวังในขั้วตรงข้ามรัฐบาลคือ พรรคไทยสร้างไทย โดยการนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ได้ ส.ก.เพียง 2 คนถือว่าผิดคาด และอาจส่งผลถึงอนาคตของพรรคนี้ในสนามเลือกตั้ง กทม. และทั่วประเทศ


ปฏิกิริยาจากคนแดนไกล ทักษิณเก็บเกี่ยวชัยชนะทันที โดยให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า “วันนี้เราเห็นคะแนนชัดเจน ส.ก.เพื่อไทยกับก้าวไกลรวมกันเกินครึ่ง แล้วก็ชัชชาติคนเดียวชนะฝ่ายที่สนับสนุนทหารอยู่เยอะ พอมารวมกันแล้ว ชัดเจน บอกให้ผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองทุกวันนี้ให้รู้ว่าประชาชนไม่มีความสุขเลย”


นับจากนี้ไป ทักษิณจะต้องขยายผลจากสนามเลือกตั้งเมืองหลวง โดยให้ลูกสาวคนเล็ก อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินสายปลุกกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั่วประเทศ 

“คดีแตงโม”เดิมพันสูง! “ตำรวจ VS อัจฉริยะ” ใครจะอยู่ใครจะไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515989

หนึ่งตะวัน พันดาว

23 พ.ค. 2565

"คดีแตงโม"เดิมพันสูง!  "ตำรวจ VS อัจฉริยะ" ใครจะอยู่ใครจะไป

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

เดิมพันสูง..มรณกรรม“แตงโม-นิดา”ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางความเคลือบแคลง ชนวนเหตุการตาย กลายเป็นศึกเดิมพัน ระหว่าง “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” กับ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กับกลุ่มผู้สนับสนุน..OO

ฝ่ายแรก.. “ชุดคลี่คลายคดี”ภายใต้การนำ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี นำทีมสืบสวนจากพยานหลักฐานทั้งหมดทั้งปวง ชนวนเหตุ “อุบัติเหตุ” เกิดจากความประมาทคนบนเรือ ไม่ใช่ “ฆาตกรรมอำพราง”..OO

ฝ่ายหลัง..มั่นใจ  “ฆาตกรรมอำพราง” ไม่ใช่..อุบัติเหตุ ตามชุดคลี่คลายสรุปสำนวนส่งอัยการ เดินหน้าปูดพยานหลักฐานต่างๆนานา แถมหอบหลักฐาน เรียกร้อง  “ดีเอสไอ”รับเป็นคดีพิเศษ สางปมการตาย..OO

ถึงแม้.. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ออกโรงการันตี ไม่มีการสร้างหลักฐานเท็จ “บิดเบือนคดี” สรุปสำนวนเป็นตามพยานหลักฐานความจริง ก้อ..ไม่สามารถหยุดยั้งฝ่ายเห็นต่าง “ปั่นกระแส”น้าวโน้มชวนเชื่อได้..OO

หนำซ้ำ..เปิดประเด็น “เรื่องนั้น-เรื่องนี้” แบบรายวัน ยิ่งใกล้วัน..เดดไลน์ 27 พ.ค.อัยการลงความเห็น  ประโคมข่าว..เปิดประเด็น “เรื่องโน้น-เรื่องนี้” สร้างสตอรี่แบบรายชั่วโมง บนโลกโซเชียล  ผ่านสื่อหลัก-สื่อเทียม“ผู้คนในสังคม”บางกลุ่มคล้อยตาม “บางกลุ่ม”สับสน ใคร..พูดจริง..ใคร..พูดเท็จ..กันแน่.. แต่ที่แน่ งานนี้กว่าความจริงปรากฏคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล..ยาวเป็นหางว่าว…OO
 

นี่ก้อส่อเค้าไม่แพ้กัน..วีรกรรม  “หมอปลา” หันหลังละเลิกปราบผี -เอาดีไล่ปราบพระ สังคมบางกลุ่ม “เห็นดี-เห็นงาม” สนับสนุนชักธงเชียร์ ดุจ..“ซุปเปอร์ฮีโร่” บุกตะลุยตรวจสอบ “พระสงฆ์องคเจ้า”วัดโน้น-วัดนี้ ไม่เกรงกลัว “หน้าอินทร์-หน้าพรหม”เป็นว่าเล่น..OO

สุดท้าย..“ตกม้าตาย”นำทีมตะลุยบุกที่พักสงฆ์วัดป่าดงสว่างธรรม ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กล่าวหา  “หลวงปู่แสง ญาณวโร” พระเกจิดัง แห่งภาคอีสาน ลวนลามสีกา อหังการ..ใช้กิริยาวาจาถ้อยคำหยาบคายดูหมิ่นดูแคลน “หลวงปู่-พระลูกศิษย์”ไลฟ์สดจวบจ้วงบนโลกโซเชียล “สาดเสียเทสีย” ไม่เป็นชิ้นดี..OO

ผลลัพธ์..กระแสตีกลับ พลัน“พุทธศาสนิกชน-ศิษยานุศิษย์”ประชาชนคนไทย เห็นคลิปภาพเสียงจาบจ้วง ย่ำยีพระพุทธศาสนา ต่างสะเทือนใจรับไม่ได้ ยิ่งความแตก..แอบถ่ายคลิปจัดฉาก“สร้างหลักฐานเท็จ”ใส่ไคล้ป้ายความผิด สร้างเฟกนิวส์ผ่าน “สื่อหลัก-สื่อเทียม” ตั้งธงหมายจับสึก สะเทือนใจทนไม่ได้ แม้.. “หลวงปู่”จะให้อภัย.. OO

รวมพลัง..“ชาวยโสฯ”ประเดิม ออกโรงปกป้องพระพุทธศาสนา  แจ้งความเอาผิด 4 ข้อหาหนัก “นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ -พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เป็นการใส่ความคณะสงฆ์ให้เสื่อมเสียก่อให้เกิดความแตกแยก- อั้งยี่-ซ่องโจร-ร่วมกันสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ”..OO

ตามด้วย.. “ผู้รับผิดชอบ”ตื่นตัวไฟเขียวเอาผิดกลุ่มจาบจ้วง เพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง “บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา” หนึ่งในสถาบันหลักของชาติ งานนี้..ส่อเค้า“ตายหมู่ยกแก๊ง” หลักฐานว่อนโซเชียล ยากปฏิเสธ ผลแห่งการกระทำ “สองเรื่องราว-สองเหตุการณ์” ใครบ้างจะ“ติดคุก-ติดตะราง” บทสรุป ดูตอนจบ ด้วยประการละฉะนี้..OO
 

ฉาวโฉ่..คลิปภาพว่อนโซเชียล พฤติกรรม “2สายตรวจคู่หู”โรงพักสามพราน จ.นครปฐม ยำบาทา 3 วัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซด์ ย้อนศร  “หนีร้อนมาพึ่งเย็น” หลังเจอกลุ่มคู่อริไล่ทำร้ายหมายจะฆ่า  เปิดแผลประจาน นี่..หรือ“ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” บำบัดทุกข์-บำรุงสุข “ประชาชน” สังคมรอคำตอบ..OO

ไม่รอช้า..  พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 บัญชาการเชือด ร.ต.อ.ไชยะพจน์  โคตรสำราญ รอง สวป. พร้อม ส.ต.ต.พนาดร ช่างเขียน ผบ.หมู่ ป. สภ.สามพราน สร้างวีรกรรม  “ยำบาทาประชาชน” เข้ากรุ  “ศปก.ภ.จ.นครปฐม” ตั้งกรรมการสอบวินัยและอาญา..OO

แอ่นอกรับผิดชอบ..พล.ต.ต.ชมชวิน ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิทยเดช  ผกก.สภ.สามพราน ตั้งโต๊ะแถลงขอโทษสังคมแทนลูกน้อง ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด..ยุคนี้..รอดยาก “นิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง”สถานเดียว..OO

สะกิดสีข้าง..พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สกพ. “ตำรวจเด็ก”เอือมระอา “นายบางคน”ทำตัวไม่แตกต่าง “มาเฟียสนามฯ”บิดบังผลประโยชน์แทบทุกอย่าง ใครหาญกล้าขัดใจ ยินยอมคล้อยตามหมดสิทธิ์เข้าทีม “นักกีฬาฟุตซอล -ปรับเลื่อนยศชั้นสัญญาบัตร”..OO

ไล่ตั้งแต่..อมเงินรางวัล “นักกีฬา” ทั้ง“ซีเกมส์-กองทัพไทย-ตำรวจโลก” สมัย “เจ้ากรมปทุมวัน”คนก่อน ขัดคำสั่งไม่แบ่งปันตามสั่งการ อ้างเก็บไว้ส่วนกลาง แต่ไม่เคยชี้แจง “รายรับ-รายจ่าย” หักหัวคิวกรรมการตัดสิน อีกต่างหาก..OO

หนำซ้ำ.. หักหัวคิวพนักงานค่าทำความสะอาดวัน 1 พันบาท จ่ายแค่ 200 ที่เหลือเข้ากระเป๋า ลดเงินเดือนดูแลสนาม “ขวัญกำลังใจ”พนักงานหดหาย ผลลัพธ์..สภาพสนามเลยย่ำแย่..OO

หนักหนา..สากรรจ์ จัดโครงการสอนฟุตบอลให้เด็กและเยาวชนในนาม  “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เก็บเงินเด็กที่มาเรียน ไม่นำส่งเข้า “กองทุนสวัสดิการ” นี่ยังไม่นับรวม เบียดบังผลประโยชน์ให้เช่าสนามซ้อมหลายรายการ หลายครั้งหลายคา  “เด็กๆสุดทน”โดนกดขี่ข่มเหง ตีฆ้องร้องป่าวมา  เท็จจริงอย่างไร ฝากรบกวนตรวจสอบที.. OO

สร้างผลงานไม่หยุดหย่อน.. “ฉลามร้าย”แห่งชายฝั่งภาคตะวันออก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 นำทีม สนธิกำลัง พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี แกะรอยไล่ล่าวายร้ายทุบหัวแหม่มรัสเซียขณะวิ่งออกกำลังกาย ลากเข้าป่าข้างทาง บริเวณอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง หมายทำมิดีมิร้าย เพียงแค่ไม่ทันไร..ลากคอ นายกันต์ธีภพ ธนโชติสมบูรณ์ วายร้ายหัวหน้าคลังสินค้าโรงงานแห่งหนึ่ง..“ชดใช้ความผิด” เบื้องหลังความสำเร็จได้เบาะแสกล้องวงจรปิดโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของ “แม่ทัพใหญ่สีกากี”ปิดฉากคดี..OO

ไม่สะดุดหยุดนิ่ง..พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง  เดินหน้าโครงการ Smart Safety Zone 4.0 (รัชดา-ห้วยขวาง) ลดความหวาดกลัวภัย ให้กับประชาชน ประสาน นายเอนก กลักแก้ว ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตสามเสน แก้ไขไฟแสงสว่างชำรุดภายในซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 8 หลัง..ผู้สัญจรผ่านไปมาร้องขอ สว่างไสวไม่มืดมิดเหมือนแต่ก่อน  “ชาวบ้าน”ชื่นชม ฝากขอบพระคุณมา..OO

บอกกล่าวเล่าสิบ.. “สมาคมแม่บ้านตำรวจ”เชิญชวน “ข้าราชการตำรวจ -แม่บ้าน -ลูกหลานตำรวจ -เยาวชนและบุคคลทั่วไป” ที่อยากเริ่มเป็นนักลงทุน เรียนรู้วิธีการลงทุนอย่างถูกต้อง จาก “กูรู” ด้านการลงทุนในทุกสาขา ร่วมงานสัมมนา “นักลงทุนมือใหม่ เข้าใจการลงทุน” โครงการ Money Management & Investment ในวันเสาร์ที่ 28 พ.ค.นี้ เวลา 8.00-17.00 น. ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เดน วิภาวดีฯ กรุงเทพฯ Onsite 200 ท่าน Online  500 ท่าน ผู้สนใจลงทะเบียนสมัครเข้าอบรมได้ที่ https://forms.gle/a8uzkVmhtw3tu6Zk8 หรือสอบถามรายละเอียดได้…พ.ต.ต.รุ่งทอง สูนสมงาม หมายเลข 082-536-3542..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

บ้านใหญ่แกร่ง “ปรเมศวร์” นั่งนายกพัทยา จับตาอนาคตสนธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515940

22 พ.ค. 2565

บ้านใหญ่แกร่ง "ปรเมศวร์" นั่งนายกพัทยา จับตาอนาคตสนธยา

บ้านใหญ่คุณปลื้มยังอยู่ “ปรเมศวร์” ชนะเลือกตั้งหืดจับ นั่งเก้าอี้นายกเมืองพัทยา จับตาสนามใหญ่ สนธยาจะกลับพลังชล หรือไปชาติไทยพัฒนา คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

บ้านใหญ่ยังอยู่ ปรเมศวร์ ชนะเลือกตั้งแบบหืดจับ นั่งเก้าอี้นายกเมืองพัทยา ส่วนคณะก้าวหน้าพ่ายซ้ำ เพราะนิวโหวตเตอร์หาย

เรารักพัทยาไปต่อ ปรเมศวร์ ตัวแทนสนธยา คุณปลื้ม ได้โอกาสสานงานต่อ จับตาการสนามเมืองใหญ่ บ้านใหญ่จะอยู่พลังประชารัฐหรือกลับบ้านเก่าพลังชล

การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยาครั้งนี้ ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะวันเลือกตั้งตรงกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แต่ผลเลือกตั้งก็ไม่ได้พลิกผันไปจากการคาดหมาย

เมื่อปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ กลุ่มเรารักพัทยา ได้รับชัยชนะ เฉือนชนะสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร กลุ่มพัทยาร่วมใจ และมีคะแนนทิ้งห่างคณะก้าวหน้าพัทยา

กลุ่มพัทยาร่วมใจ ของนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ทำแต้มไล่จี้กลุ่มเราพัทยาจนถึงกระดานสุดท้าย ถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของกลุ่มบ้านใหญ่ในครั้งต่อไป

สำหรับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง มีนายกฯ 3 คนคือ ครั้งที่ 1 วันที่ 27 มี.ค.2547 นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร กลุ่มไทยรักไทยพัทยา(สายกำนันเป๊าะ) , ครั้งที่ 2 วันที่ 4 พ.ค.2551 อิทธิพล คุณปลื้ม และครั้งที่ 3 วันที่ 17 มิ.ย.2555 อิทธิพล คุณปลื้ม กลุ่มเรารักษ์พัทยา

ปี 2555 อิทธิพล คุณปลื้ม กลุ่มเรารักษ์พัทยา ก็ได้หมายเลข 1 แต่ปีนั้น อิทธิพล ไม่มีคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และกำนันเป๊าะ ยังมีชีวิตอยู่ บ้านใหญ่แสนสุข ยังเป็นเอกภาพ

บังเอิญว่า ชั่วโมงนี้ การเมืองในชลบุรีได้เกิดกลุ่มพลังใหม่ของ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ขึ้นมาเป็นคู่เปรียบเทียบกับกลุ่มบ้านใหญ่ บวกกับ นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตคนบ้านใหญ่ ตั้งกลุ่มพัทยาร่วมใจ ส่งน้องชายลงสนาม จึงทำให้นักสังเกตการณ์มองว่า สถานการณ์แบบนี้อาจเป็นขาลงของบ้านใหญ่แสนสุข

การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาปีนี้ จึงเป็นเดิมพันใหญ่อีกครั้งของตระกูลคุณปลื้ม แต่ผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งล่าสุดนี้ สะท้อนว่า บ้านใหญ่ยังมีฐานเสียงแข็งแกร่ง แม้ว่าคู่แข่งเกือบทุกคนจะพยายามชูคำขวัญ ไม่เอาบ้านใหญ่

  • ‘นีโอพัทยา’

ปรเมศวร์ ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัครนายกเมืองพัทยาในเกือบนาทีสุดท้าย แต่สนธยา คุณปลื้มอดีตนายกเมืองพัทยาบอกว่า ได้มีการวางตัวให้ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยามานานแล้ว

กลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขทราบดีว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสนธยา คุณปลื้ม กับสุชาติ ชมกลิ่น ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มเราพัทยาพอสมควร

ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ว่าที่นายกเมืองพัทยา ชัยชนะของบ้านใหญ่ชลบุรีปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ว่าที่นายกเมืองพัทยา ชัยชนะของบ้านใหญ่ชลบุรี

เมื่อ เบียร์-ปรเมศวร์ ประกาศลงสนามนายกเมืองพัทยา จึงแถลงโครงการนีโอพัทยา ที่จะทำให้เมืองพัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางของการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยต่อยอดการพัฒนาต่อไป ด้วย 4 เป้าหมาย 15 นโยบาย ตามสโลแกน Better Pattaya

แม้จะหาเสียงด้วยการชูนโยบายใหม่ๆ แต่กลุ่มเราพัทยาก็ถูกโจมตีเรื่องบ้านใหญ่ วลีไม่เอาบ้านใหญ่ เบื่อบ้านใหญ่เต็มโซเชียล เสี่ยเบียร์จึงประกาศว่า ไม่มีบ้านใหญ่ ไม่มีบ้านใหม่ แต่ยังมีอย่างเดียวคือบ้านเดียวกัน

  • ‘ชีวิตเสี่ยเบียร์’

เส้นทางการเมือง ปรเมศวร์ ว่าที่นายกเมืองพัทยาคนใหม่ เป็นลูกชายของ สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ หรือ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และอดีต รมช.สาธารณสุข โดยสันตศักดิ์ เสียชีวิตเมื่อปลายปีที่แล้ว

ปี 2554 เบียร์-ปรเมศวร์ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ชลบุรี เขต 7 สมัยแรกในนามพรรคพลังชล และสันตศักดิ์ หรือจรูญ งามพิเชษฐ์ เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

สันตศักย์หรือจรูญ เป็นนักธุรกิจเจ้าของโรงงานแป้งสาคู, โรงงานน้ำปลา, โรงแรม,ไนต์คลับ ฯลฯ ก่อนจะเป็นสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี โดยการสนับสนุนของกำนันเป๊าะ

ยุคที่กำนันเป๊าะ เป็นแม่ทัพเลือกตั้งพรรคกิจสังคม ได้ส่งจรูญ งามพิเชษฐ์ ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 2 และจรูญ ได้เป็น ส.ส.ชลบุรี 3 สมัยติดต่อกัน ปี 2526,2529 และปี 2531 สมัยโน้น เขต 2 ชลบุรี ประกอบด้วย อ.ศรีราชา, อ.บางละมุง, อ.สัตหีบ และอ.เกาะสีชัง ซึ่งถือว่าเป็นฐานเสียงของตระกูลงามพิเชษฐ์ จากรุ่นพ่อจนมาถึงรุ่นลูก

ปี 2554 เสี่ยเบียร์ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ชลบุรี เขต 7 สมัยแรกในนามพรรคพลังชล และสันตศักดิ์หรือจรูญ เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ปี 2562 เลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เขต 7 เสี่ยเบียร์พลาดท่าสอบตกแบบไม่น่าเชื่อ

ชัยชนะการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาเที่ยวนี้ ต้องจับตากลุ่มบ้านใหญ่ สนธยา คุณปลื้ม จะขยับเกมการเมืองระดับชาติอย่างไร กลับไปพลังชล หรือโยกไปชาติไทยพัฒนา

ส่วนโอกาสที่ตระกูลคุณปลื้ม จะอยู่พลังประชารัฐ ค่อนข้างริบหรี่ ตราบใดที่เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ยังเป็นมือขวาบิ๊กป้อม และเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคตะวันออก

แลนด์สไลด์ “ชัชชาติ” ผงาด คน กทม.ไม่เอาการเมืองเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515934

22 พ.ค. 2565

แลนด์สไลด์ "ชัชชาติ" ผงาด คน กทม.ไม่เอาการเมืองเก่า

คนกรุงเทพฯแสดงพลังเลือก “ชัชชาติ” มีชัยถล่มทลาย สะท้อนภาพคนที่เบื่อหน่ายความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ติดยึดกับอุดมการณ์ขั้วสีใด แต่ต้องการเลือกผู้บริหารเมืองหลวงแบบมืออาชีพ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พลังคนกรุงเทพฯ ชัชชาติ มีชัยชนะถล่มทลาย ผลคะแนนสะท้อนภาพคนที่เบื่อหน่ายความขัดแย้งทางการเมือง และกลุ่มไม่ได้ติดยึดกับอุดมการณ์ขั้วสีใด แต่ต้องการเลือกผู้บริหารเมืองมืออาชีพ

นับหนึ่ง 200 นโยบาย ชัชชาติ ที่นำเสนอตัวตนผ่านแคมเปญ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ต้องพิสูจน์ให้คนเมืองหลวงได้ประจักษ์ในผลงาน ไม่ใช่แค่การขายฝันช่วงหาเสียง

8 ปีที่รอคอย คนกรุงเทพฯแห่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล้นหลาม ซึ่งผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็เป็นไปตามผลการสำรวจของสำนักโพลต่างๆ คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ในนามผู้สมัครอิสระ ได้รับชัยชนะแบบแลนด์สไลด์

ที่น่าสนใจ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อย เลือกชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ กทม. แต่ ส.ก. โหวตให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล จึงทำให้สองพรรคนี้ น่าจะได้ ส.ก.มากกว่าพรรคอื่น

หลังปิดหีบได้ไม่ถึงชั่วโมง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็ขึ้นแท่นว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. และเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งคนที่ 8 ต่อจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่มีการเลือกตั้งเมื่อปี 2556

ชัยชนะของชัชชาติ มาจากความสำเร็จ 3 ประการคือ ประการแรก บุคลิกภาพแบบผู้บริหารมืออาชีพ,ไม่ทะเลาะกับใคร พร้อมแสวงหาความร่วมมือ

ประการที่สอง การวางโพสิชั่นนิ่งเป็นผู้สมัครอิสระ ที่ไม่ได้อิงแอบฝ่ายใดจริง ทำให้ดึงคะแนนข้ามขั้วได้ ไม่เฉพาะฐานเสียง ส.ก.เพื่อไทย หากยังมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ก.ค่ายอื่นด้วย

ประการที่สาม การผลิต 200 นโยบายที่หลอมรวมจากแนวคิดของหลายภาคส่วน และประกาศเป็นนโยบายกรุงเทพฯ 9 ดี โดนใจคนหลากหลายสาขาอาชีพ

  • ‘จุดแข็งชัชชาติ’

ชัชชาติ ประกาศความพร้อมชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนแรกๆ ตั้งแต่ 30 พ.ย.2562 โดยเลือกใช้ลานกิจกรรมของชุมชนโรงหมู เขตคลองเตย เป็นสถานที่เปิดตัว ภายใต้คำขวัญ Better Bangkok รวมพลังสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม และต่อมา ได้ปรับคำขวัญใหม่เป็น กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน

ปี 2563 เริ่มปรากฏคู่แข่งอย่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และรสนา โตสิตระกูล ทีมงานเพื่อนชัชชาติ จึงปรับคำขวัญเฉพาะตัวให้สอดคล้องกับบุคลิกชัชชาติที่เป็นคนทำงานเยอะ แต่ไม่ชอบพูด จึงกลายเป็นแคมเปญ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน”

อย่างไรก็ตาม คนกรุงเทพฯ ก็มีภาพจำเกี่ยวกับชัชชาติ ในฐานะบุรุษที่แข็งแกร่งสุดในปฐพี สมัยเป็นรัฐมนตรีคมนาคม เป็นมีมในโลกออนไลน์ แต่การมีเวลาเดินหาเสียงนานถึง 3 ปี ก็ทำให้มีภาพจำใหม่ๆในแบบคนทำงานมาแทนที่

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่ากทม.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่ากทม.

จุดแข็งของชัชชาติอีกด้านหนึ่ง ก็คือ การผลิต 200 นโยบายที่หลอมรวมจากแนวคิดของหลายภาคส่วน ทั้งนักวิชาการ ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม และอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ ก่อนนำมาจัดกลุ่มและประกาศเป็นนโยบายกรุงเทพฯ 9 ดี และพยายามชี้ให้เห็นว่า หนึ่งโยบายจะใช้กับพื้นที่ทั้ง 50 เขต หรือใช้กับคนทุกกลุ่มไม่ได้

ทีมงานเพื่อนชัชชาติ พยายามทำให้คนได้ตระหนักว่า มี 9 ดี 9 ด้านคือ ปลอดภัยดี ,สิ่งแวดล้อมดี ,เรียนดี ,บริหารจัดการดี, เดินทางดี ,โครงสร้างดี, เศรษฐกิจดี และสร้างสรรค์ดี ซึ่งถ้าทำครบ หรือด้านใดด้านหนึ่งแตะชีวิตของทุกคน จะทำให้เมืองเราน่าอยู่ขึ้น

  • “จุฬาคอนเนกชั่น”

ชัชชาติ ตัดสินใจไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในสังกัดพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการขยายฐานมวลชนไปสู่กลุ่มที่มีความคิดกลางๆ ไม่ฝักใฝ่พรรคใดพรรคหนึ่ง หากได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็จะทำงานร่วมกับ ส.ก.ทุกพรรคทุกกลุ่มได้

อีกด้านหนึ่งคงมาจากครอบครัว จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มารดาของชัชชาติมีแนวคิดอนุรักษนิยม ไม่ชอบพรรคเพื่อไทย และเคยร่ำไห้อย่างน้อยสองครั้ง เมื่อชีวิตของชัชชาติต้องพลิกผันจากเคยเป็นอาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัย ไปทำงานการเมืองภายใต้สังกัดพรรคเพื่อไทย

ดังนั้น ภายในวอร์รูมเพื่อนชัชชาติ จึงประกอบด้วยผู้คนหลากหลายแนวคิด อย่างแกนหลักคือ ต่อศักดิ์โชติมงคล ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. โดยต่อศักดิ์ อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ เป็นศิษย์เก่าคณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 18 (วศ. 18) เป็นรุ่นพี่ของชัชชาติ

ปลายปีที่แล้ว ชัชชาติ เปิดตัวดร.ยุ้ย-เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมทีมกำหนดนโยบายในการพัฒนาเมือง

ดร.ยุ้ย จบปริญญาตรีบัญชี จุฬาฯ และเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ก่อนจะช่วยงานของครอบครัวด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เสนา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ ชัชชาติ ยังมีกองหนุนในการลุยสมรภูมิกราวนด์วอร์ ประกอบด้วย ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป และสมพงษ์ พัดปุย ผู้แทนเครือข่ายพลเมืองเพื่อธรรมาภิบาล

ดร.โจหรือ พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมงานมดงานได้เข้ามาเสริมทัพครูประทีป โดยเน้นพื้นที่ด้านฝั่งธนบุรี และกลุ่มมดงาน มีกองบัญชาการอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวสี่แยกเหม่งจ๋าย

รวมถึง ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่เข้ามาช่วยชัชชาติในโซนกรุงเทพฯเหนือ เขตสายไหม คลองสามวา และมีนบุรี

คาดว่า บุคคลที่มีชื่อข้างต้นนี้ คงได้เข้าไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. และที่ปรึกษา ร่วมเสริมทัพชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ที่ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า

ปชป.กำชัย “สจ.เส็ง” ซ้อมใหญ่ เจอนอมินีปารีณาสมัยหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515831

21 พ.ค. 2565

ปชป.กำชัย "สจ.เส็ง" ซ้อมใหญ่ เจอนอมินีปารีณาสมัยหน้า

มังกรโพธาราม “สจ.เส็ง” ได้เวลาผงาดราชบุรี เขต 3 เหมือนซ้อมใหญ่ ชัยชนะที่ต้องรอการพิสูจน์ เมื่อตัวแทนตระกูลไกรคุปต์ ได้ลงสนามเลือกตั้งสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เหมือนซ้อมใหญ่ สจ.เส็ง คว้าชัยตามคาด ปชป.ได้ ส.ส.เพิ่ม แต่เป็นชัยชนะที่อาจต้องรอการพิสูจน์ เมื่อตระกูลไกรคุปต์ ได้ลงสนามเลือกตั้งสมัยหน้า

มังกรโพธาราม สจ.เส็ง ได้เวลาผงาด เพราะปูพรมหาเสียงล่วงหน้านานนับปี แถมได้แรงใจแรงสนับสนุนจากซุ้มราชันมังกรคู่ปรับปารีณา

ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ไม่พลิกความคาดหมาย เมื่อ สจ.เส็ง หรือชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ พรรคประชาธิปัตย์ คว้าชัยชนะ เหนือคู่แข่งอย่าง ณัทนันต์ นิธิภณยางสง่า พรรคเสรีรวมไทย และภิญโญศิลป์ สังวาลวงศ์ พรรคเสมอภาค

แม้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และ รฎาวัญ (ลดาวัลลิ์) วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค จะลงหาเสียงช่วยลูกพรรคอย่างเต็มที่ แต่ก็สู้ สจ.เส็ง ที่มีต้นทุนทั้งฐานธุรกิจและฐานเสียงแน่นกว่าไม่ได้

สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ พรรคประชาธิปัตย์ ฉายามังกรโพธาราม ผู้ที่ฝันอยากเป็นบรรหารคนที่สอง พัฒนาบ้านเกิดเมืองโพธารามให้เหมือนสุพรรณบุรี ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วระดับหนึ่ง แต่จะได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 หรือไม่ ก็ต้องรอดูสมัยหน้า

  • ‘นักบุญโพธาราม’

คนโพธารามจะคุ้นภาพของ สจ.เส็ง ในฐานะนักบุญ ผู้มีแต่ให้ชาวบ้านและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสมาตั้งแต่สมัยที่ ส.อบจ.ราชบุรี เขต อ.โพธาราม กระทั่งมาลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี สมัยที่แล้ว

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมหนนี้ สจ.เส็ง เตรียมตัวจะลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี ตั้งแต่ทราบข่าวศาลมีคำสั่งให้ ปารีณา ไกรคุปต์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. โดย สจ.เส็งออกแรงเดินพบปะชาวบ้านในพื้นที่ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง

ตระกูลกมลพันธ์ทิพย์ ทำธุรกิจร้านทอง และลิสซิ่งใน อ.โพธาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี และมีธุรกิจรีสอร์ตหลายแห่งใน จ.กาญจนบุรี

ลมใต้ปีกของ สจ.เส็ง คือพี่ชาย สมชาย กมลพันธ์ทิพย์ เจ้าของ The Resort Water Park อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยเสี่ยสมชาย นักธุรกิจที่กว้างขวางในราชบุรี, สมุทรสาคร, นครปฐมและกาญจนบุรี

สจ.เส็ง ยังมีเครือญาติอย่าง จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เป็นรองนายก อบจ.ราชบุรี ซึ่งสังกัดกลุ่มพัฒนาราชบุรี ของกำนันตุ้ย- วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุยพื้นที่ช่วย สจ.เส็ง หาเสียงก่อนชนะขาดลอยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุยพื้นที่ช่วย สจ.เส็ง หาเสียงก่อนชนะขาดลอย

ชัยชนะของ สจ.เส็ง ในการเลือกตั้งซ่อม ถือว่า พรรค ปชป. มี ส.ส.ราชบุรี เขตโพธาราม-จอมบึง มาแล้ว 3 คน ภายในรอบ 20 กว่าปีนี้ คือ ปี 2544 ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ ,ปี 2550 ปรีชญา ขำเจริญ และ สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์

  • ‘รอเวลาสางแค้น’

เลือกตั้งซ่อมเหมือนซ้อมใหญ่ สจ.เส็ง คงต้องรอพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งในการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า เมื่อมีตัวแทนไกรคุปต์ ลงสนาม หากวันนั้น สจ.เส็ง เอาชนะพี่ชายปารีณาได้ การเมืองโพธารามคงจะเปลี่ยนไปเยอะ

หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนามพลังประชารัฐ ปารีณาก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เธอคงรู้อยู่แก่ใจว่า ตัวแทนตระกูลไกรคุปต์ขาดคุณสมบัติข้อใด

แม้ สีหเดช ไกรคุปต์ นายก อบต.บางโตนด พี่ชายปารีณา จะไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.ในครั้งนี้ แต่ตัวเขาก็ยังออกงานสังคม พร้อมกับน้องสาว เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้า

เลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส. 3 คนคือ กุลวลี นพอมรบดี เขต 1,บุญยิ่ง นิติกาญจนา เขต 2 และปารีณา ไกรคุปต์ เขต 3 โดยบุญยิ่ง-กุลวลี สังกัดกลุ่มสามมิตร แต่เอ๋ โพธาราม ขึ้นกับบ้านป่ารอยต่อฯ

นอกจากนี้ ปารีณา ใกล้ชิดสนิทสนมกับนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต ส.ว.ราชบุรี และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เจ้าของตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี

ปารีณาจึงอยู่คนละขั้วกับซุ้มราชันมังกร กำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี และบุญยิ่ง นิติกาญจนา ซึ่ง สจ.เส็งและญาติพี่น้อง กลับมีความใกล้ชิดซุ้มกำนันตุ้ย

จากนี้ไป ปารีณาคงนั่งนับนิ้วรอการเลือกตั้งครั้งใหม่ และสีหเดช ไกรคุปต์ ทายาททวี ไกรคุปต์จะได้ลงสมัคร ส.ส.วัดฝีมือกับ สจ.เส็ง เรียกว่าใครดีใครอยู่ และจะพิสูจน์ความรักและศรัทธาคนโพธาราม-จอมบึงอีกครั้ง

สลายเสื้อแดง “อนุทิน” งัดเนวินโมเดล ยึดศรีสะเกษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515718

20 พ.ค. 2565

สลายเสื้อแดง "อนุทิน" งัดเนวินโมเดล ยึดศรีสะเกษ

เนวินโมเดล “อนุทิน” ยกพลภูมิใจไทยยึดศรีสะเกษ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.บ้านใหญ่ไตรสรณกุล กางแผนปักธงอีสานใต้ จากศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ยาวไปถึงนครราชสีมา คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

สลายเสื้อแดง “อนุทิน” ยกพลภูมิใจไทยยึดศรีสะเกษ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 3 เขต สายบ้านใหญ่ไตรสรณกุล ตามยุทธศาสตร์เนวินโมเดล


สกัดแผนแลนด์สไลด์ “อนุทิน” กางแผนปักธงอีสานใต้ จากศรีสะเกษเชื่อมต่อบุรีรัมย์ ยาวไปถึงสุรินทร์ และนครราชสีมา 


วันที่ 20-21 พ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำรัฐมนตรี และ ส.ส. เดินทางไปทำกิจกรรมการประชุมพรรคภูมิใจไทยสัญจร ประจำปี 2565 ที่จังหวัดศรีสะเกษ

เริ่มจากวันที่ 20 พ.ค.2565 ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันชี้แจงผลงานของพรรคภูมิใจไทย และเปิดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนที่โรงแรมลักษ์ลดารีสอร์ต อ.กันทรลักษ์ 


พื้นที่ อ.กันทรลักษ์ เป็นของ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 พรรคเพื่อไทย และเป็นบ้านเกิดของกวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


วันที่ 21 พ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล จะเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ของ ปวีณ แซ่จึง สามีผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ที่ อ.ราษีไศล 


ภาคบ่าย อนุทินยกคณะไปที่หอประชุมเทศบาล ต.โพธิ์กระสัง อ.ขุนหาญ เพื่อชี้แจงนโยบายและผลงานของพรรคภูมิใจไทย 


พื้นที่ อ.ขุนหาญ เป็นของธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเลือกตั้งสมัยหน้า คาดว่าทั้งหมอจาตุรงค์ และธีระ จะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย


มีรายงานข่าวว่า เกรียง กัลป์ตินันท์ แม่ทัพใหญ่อีสานใต้ พรรคเพื่อไทย ได้เตรียมตัวผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ ไว้พร้อมแล้ว ทั้ง 3 เขต รอจังหวะเปิดตัว


สำหรับ เนวิน ชิดชอบ รอเวลาอยู่นานนับสิบปี กว่าจะหาทางเจาะฐานทักษิณที่ศรีสะเกษได้ 2 ที่นั่งในสมัยที่แล้ว และตั้งเป้าสมัยหน้า ค่ายสีน้ำเงินจะต้องได้เพิ่มรวม 6 ที่นั่ง เพราะเป็นการร่วมมือกันของ 3 ตระกูลใหญ่คือ อังคสกุลเกียรติ, ไตรสรณกุล และแซ่จึง 


“สามสาวไตรสรณกุล”
“อนุทิน” ได้พูดคุยกับนักข่าวทำเนียบรัฐบาลเมื่อไม่นานมานี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ กวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ แต่ยังไม่กำหนดว่า เขตไหน
 

เริ่มมีป้ายของกวาง ไตรศุลี ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษเริ่มมีป้ายของกวาง ไตรศุลี ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ

กวาง ไตรศุลี เป็นลูกสาวของวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ และ กัญญ์ฐณัฐฐา ไตรสรณกุล ผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดกันทรลักษ์ มีน้องชาย ชิตพล ไตรสรณกุล เป็น ส.อบจ.ศรีสะเกษ เขต อ.กันทรลักษ์


ตระกูลไตรสรณกุล มีฐานธุรกิจและฐานการเมืองอยู่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และมีคนในตระกูลนี้เป็น ส.ส.มาแล้ว 2 คน


ธีระ ไตรสรณกุล พี่ชายของวิชิต ไตรสรณกุล เป็น ส.ส.ศรีสะเกษ 3 สมัย พรรคเพื่อไทย และอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นน้องสาวของธีระ และวิชิต


จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 เป็นสามีของอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ (ไตรสรณกุล) วันนี้ ตระกูลไตรสรณกุล ภาคการเมือง กำลังจะเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า


เจน-จิณณพัต เพ็งนรพัฒน์ ลูกสาวของอุดมลักษณ์-จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ได้ออกพบปะชาวบ้านเคียงคู่พ่อและแม่ ในพื้นที่เลือกตั้งเขต 4 ศรีสะเกษ (อ.กันทรลักษณ์)


เช่นเดียวกับอีฟ-จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ลูกสาวธีระ-นิรตา ไตรสรณกุล ก็เดินสายช่วยเหลือชาวบ้านในฐานะผู้ช่วย ส.ส. ในพื้นที่ อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์


ดังนั้น การเลือกตั้งสมัยหน้า คนศรีสะเกษอาจจะได้เห็น 3 สาวตระกูลไตรสรณกุล อย่างไตรศุลี ,จิณณพัฒน์ และจินณ์ตวรรณ สวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนามสู้กับกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์


“เจ้าพ่อราษีไศล”
เมื่อต้นเดือน เม.ย.2565 ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ไปพบ “อนุทิน” พร้อมสามี ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ที่งานวิชาการเรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ ที่ศรีสะเกษ ก็เท่ากับเป็นการประกาศชัดว่า สมัยหน้าตระกูลแซ่จึง ไม่อยู่กับอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเป็นที่แน่นอนแล้ว


ปวีณ แซ่จึง เถ้าแก่ใหญ่เมืองราษีไศล เล่นการเมืองท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2518 จนได้เป็นประธานสภา อบจ. และนายก อบจ.ศรีสะเกษ ก่อนจะส่งภรรยา ผ่องศรี แซ่จึง ลงสมัคร ส.ส.เมื่อปี 2544


การเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544 ผ่องศรี แซ่จึง ลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 9 ในสังกัดพรรคชาติไทย เนื่องจากเวลานั้น เนวิน ชิดชอบ ยังสังกัดพรรคชาติไทย จึงชวนเสี่ยปวีณส่งภรรยาลงสมัคร ส.ส. ผลปรากฏว่า ผ่องศรีเข้าป้ายอันดับ 1 แต่เจอ กกต.แจกใบเหลือง และเมื่อเลือกตั้งใหม่ ผ่องศรีก็ชนะอีก


สมัยที่แล้ว ปวีณ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ไม่ได้เป็น ส.ส. และส่งผ่องศรี ภรรยาลง ส.ส.เขต 8 (อ.ราษีไศล,อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ, อ.บึงบูรพ์, อ.ยางชุมน้อย และอ.ศิลาลาด) เข้าป้ายสบายๆ 


ด้วยเชื่อมั่นในฐานเสียงตัวเองที่ อ.ราษีไศล และประเมินความอ่อนแรงของกระแสทักษิณ เสี่ยปวีณจึงตัดสินใจลาออกจากเพื่อไทย และไปเปิดตัวอยู่กับพรรคภูมิใจไทย มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

โหนแดง “ธนาธร” ดึง นปช.พัทยา รวมใจโค่นบ้านใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515702

20 พ.ค. 2565

โหนแดง "ธนาธร" ดึง นปช.พัทยา รวมใจโค่นบ้านใหญ่

โค้งสุดท้ายศึกชิงเมืองพัทยา “ธนาธร” หวังปิดฉากบ้านใหญ่แสนสุข ดึงแกนนำเสื้อแดงพัทยา เป็นกองหนุน สยบดราม่าซ้อโอ่ง แดงขวางส้ม คอลัมน์..ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

โค้งสุดท้าย “ธนาธร” หวังเปลี่ยนเมืองพัทยา ชูสโลแกนไม่เอาบ้านใหญ่ ดึงแกนนำเสื้อแดงพัทยา มาเป็นกองหนุน สยบดราม่าซ้อโอ่งขวางสีส้ม


ปลุกนิวโหวตเตอร์ “ธนาธร” ต้องการพลังเงียบแสดงตัวเข้าคูหา หากคนใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย คณะก้าวหน้าจะตกเป็นรองบ้านใหญ่


ศึกเลือกเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา วันที่ 22 พ.ค.2565 น่าจะได้รับความสนใจมากกว่าทุกครั้ง เพราะกลุ่มบ้านใหญ่มีคู่แข่งอย่างคณะก้าวหน้า 


เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2565 สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา และประธานยุทธศาสตร์กลุ่มเรารักพัทยา พร้อม ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ บริเวณตลาดลานโพธิ์ นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 
 

ธนาธร และวันเฉลิม แกนนำ นปช.แดงพัทยา ธนาธร และวันเฉลิม แกนนำ นปช.แดงพัทยา

เสี่ยเบียร์ ปรเมศวร์ แจงกระแสข่าวโซเชียล หรือข่าวเฟกนิวส์เรื่องด้านลบเกี่ยวกับบ้านใหญ่ พร้อมทั้งย้ำว่า ไม่มีบ้านใหญ่ ไม่มีบ้านใหม่ แต่ยังมีอย่างเดียวคือ บ้านเดียวกัน


ด้านคณะก้าวหน้าที่ส่งบ๊อบ-กิติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครนายกเมืองพัทยา ก็หวังจะเปลี่ยนคณะบริหาร และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ที่เคยถูกกลุ่มบ้านใหญ่ผูกขาดมาหลายสิบปี ทั้งธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช จึงเดินทางไปหาเสียงแทบทุกวันที่พัทยา


วันก่อน ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ไปขึ้นรถแห่ปราศรัยบอกชาวพัทยาว่า “ถ้าบ๊อบ กิติศักดิ์ ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนให้เป็นนายกเมืองพัทยา ชาวพัทยาก็จะได้ของแถมคือมันสมองของธนาธรและทีมคณะก้าวหน้า”


วันที่ 20 พ.ค.2565 คณะก้าวหน้าจะเปิดปราศรัยใหญ่ส่งท้ายที่ชายหาดจอมเทียน โดยธนาธร ,ช่อ พรรณิการ์ และบ๊อบ กิตติศักดิ์ ขึ้นเวทีพร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา


วันเดียวกัน วันเฉลิม กุนเสน อดีตแกนนำ นปช.พัทยา ได้ประกาศยกเลิกกิจกรรมคาร์ม็อบ 8 ปี รัฐประหาร โดยอ้างว่า อาจจะทำให้การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา มีปัญหาตามมาภายหลัง หากฝ่ายประชาธิปไตยเป็นชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ 

“แดงแปลงเป็นส้ม”
ถ้าจำกันได้ “ธนาธร” ได้เปิดตัวผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและสมาชิกเมืองพัทยาของคณะก้าวหน้า ที่แหลมบาลีฮาย เมื่อ 14 มี.ค.2565 ขณะที่ซ้อโอ่ง จิดาภา ธนหัตถชัย แกนนำเสื้อแดงพัทยา ได้นำรถเครื่องขยายเสียงไปปราศรัยป่วนเวทีธนาธร
 

ปฏิบัติการของซ้อโอ่งครั้งนั้น เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศ ไม่มีใครรู้ว่า ซ้อโอ่งมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร ถัดมา ปิยบุตรรับรู้ปัญหาดราม่าซ้อโอ่ง จึงรุดมาช่วย บ๊อบ กิตติศักดิ์ พร้อมกับนิชนันท์ วังคะฮาต อดีตแกนนำแดงแหลมฉบัง ซึ่งได้ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยมาสังกัดพรรคก้าวไกล


การเลือกตั้งปี 2562 พรรคไทยรักษาชาติ ส่ง นิชนันท์ วังคะฮาต ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 8 (สัตหีบ) แต่พรรคถูกยุบก่อนวันเลือกตั้ง หลังจากนั้น น้ำ-นิชนันท์ กลับไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย


ปลายปี 2563 นิชนันท์ร่วมมือกับจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ตั้งกลุ่มเปลี่ยนชลบุรี เพื่อเตรียมส่งคนลงสมัครนายก อบจ.ชลบุรี และ ส.อบจ. ต่อมา จิรวุฒิได้ร่วมมือกับธนาธร ส่ง
พลอยลภัส สิงห์โตทอง ลงสมัครนายก อบจ.ชลบุรี ในนามกลุ่มเปลี่ยนชลบุรีก้าวหน้า


การเลือกตั้งสมัยหน้า นิชนันท์ วังคะฮาต คงจะลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 8 (สัตหีบ) ในนามพรรคก้าวไกล แต่เฉพาะหน้า น้ำ-นิชนันท์ ได้มาช่วยหาเสียงให้บ๊อบ กิตติศักดิ์ และคณะก้าวหน้าพัทยา


“แดงหนุนส้ม”
ดราม่าซ้อโอ่งอาละวาด ทำให้ “ธนาธร” ต้องแก้เกมดึง วันเฉลิม กุนเสน แกนนำแดงพัทยา กลุ่มเดียวกับซ้อโอ่ง มาร่วมกันลุยศึกเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกเมืองพัทยา


วันเฉลิม กุนเสน หัวหน้าสำนักงานกฎหมายซื่อตรง ในอดีต เขาเป็นสมาชิก นปช.แดงพัทยา ที่มีผู้นำชื่อ จุรีพร สินธุไพร ช่วงการชุมนุมใหญ่ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ปี 2552-2553 วันเฉลิมอายุ 21 ปี เป็นหน่วยหน้ากล้าตายของขบวนคนเสื้อแดงภาคตะวันออก เข้ามาชุมนุมร่วมกันในกรุงเทพฯ


ปี 2560 วันเฉลิมร่วมมือกับซ้อโอ่ง พาแดงพัทยาไปร่วมทำกิจกรรมการเมืองกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา


ปี 2562 ช่วงเลือกตั้งทั่วไป ทนายวันเฉลิมได้ช่วยพรรคไทยรักษาชาติหาเสียง ในเขตเลือกตั้งแถวพัทยา แต่เมื่อไทยรักษาชาติถูกยุบ กองเชียร์แดงพัทยาก็เทคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่


เมื่อ กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.เขต 7 ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติฝ่ายค้าน และมีท่าทีสนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์ ทนายวันเฉลิม จึงเปิดเวทีที่ลานชายหาดพัทยากลาง ล่ารายชื่อกดดันให้กวินนาถ ลาออกจาก ส.ส. 


ปีที่แล้ว วันเฉลิมประสานกับกลุ่มไทยไม่ทนที่มี จตุพร พรหมพันธุ์ เป็นแกนนำ จัดคาร์ม็อบแรลลี่ ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ รอบเมืองพัทยา โดยวันเฉลิมใช้ชื่อว่า กลุ่มประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการพัทยา


ด้วยเหตุนี้ วันเฉลิม ร่วมกับม่อน อาชีวะ จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ 8 ปี รัฐประหาร 22 พ.ค. ที่พัทยา แต่เจอผู้ใหญ่ในคณะก้าวหน้าเบรกเกม คงกังวลเรื่องคาบเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกนายกเมืองพัทยา จึงยุติกิจกรรมดังกล่าว 

ชี้ชะตา “สุชัชวีร์” โดดเดี่ยว ลุ้น ส.ก.บ้านใหญ่ฐานเดิม ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515579

19 พ.ค. 2565

ชี้ชะตา "สุชัชวีร์" โดดเดี่ยว ลุ้น ส.ก.บ้านใหญ่ฐานเดิม ปชป.

เดิมพันสูง “สุชัชวีร์” ชี้ชะตาผู้ว่าฯ กทม. พ่วงเก้าอี้ ส.ก. 50 เขต ที่เคยเป็นแชมป์ผูกขาด หากปราชัย 2 สนามเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ปชป.เหนื่อยหนัก คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ศึกชี้ชะตา ปชป. “สุชัชวีร์” เดิมพันสูง มิเพียงผู้ว่าฯ กทม. พ่วงเก้าอี้ ส.ก. 50 เขต ที่เคยเป็นแชมป์ หากปราชัยทั้ง 2 สนาม คงสะเทือนถึงเลือกตั้งสมัยหน้า


เกมตัดแต้ม “สุชัชวีร์” เจอศึกคนกันเอง ทั้งอัศวิน และสกลธี ส่งผลโหวตยุทธศาสตร์ไม่เป็นผล แถมบริบทการเมืองเปลี่ยน ปี 2565 ไม่ใช่ 2556 


โค้งสุดท้ายมาแรง พลังอนุรักษ์นิยม อินฟลูเอนเซอร์สาย กปปส. โดยเฉพาะเพจเชียร์ลุง ชักธงโหวตยุทธศาสตร์ให้เลือกสกลธี ย่อมทำให้ภาพของ ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ดูโดดเดี่ยวกลางสมรภูมิรบ

แม้ เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. จะโพสต์เฟซบุ๊กชวนบล็อกโหวตว่า ฝ่ายสนับสนุนระบอบทักษิณ เลือกเบอร์ 1 ฝ่ายไม่เอาระบอบทักษิณ เลือกเบอร์ 4 แต่ก็กลายเป็นมุขแป้ก


จากผลการสำรวจทุกโพล สุชัชวีร์ เป็นรองคู่แข่งอย่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ค่อนข้างเยอะ แม้แต่คนในแวดวงการเมืองต่างประเมินว่า ยากมากแล้วที่ สุชัชวีร์จะพลิกเกมเอาชนะการเลือกตั้ง เหมือนกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ชนะ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เพื่อไทย


แม้โพลจะชี้ว่า คะแนนนิยมของสุชัชวีร์ จะวิ่งตามชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อยู่ห่าง ๆ แต่การต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง อะไรก็เกิดขึ้นได้ และ ปชป. มีต้นทุนฐานเสียงเดิมใน กทม.อยู่ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอดีต ส.ก.รุ่นลายคราม


จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.คงแอบหวังลึก ๆ กับผลเลือกตั้ง ส.ก. เพราะนี่คือฐานเสียงของพรรค นับแต่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จนมาถึงยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรค ปชป.ก็กุมเสียงข้างมากในสภา กทม.มาโดยตลอด

สุชัชวีร์ ฝากความหวังไว้กับทีม ส.ก.สุชัชวีร์ ฝากความหวังไว้กับทีม ส.ก.

“เราแตกกันเอง”
“สุชัชวีร์” โชคร้ายที่สวมเสื้อ ปชป.ลงสนาม ในวันที่พรรคเก่าแก่อยู่ในอาการขาลง นับแต่การเลือกตั้งปี 2562 ตามด้วยปริญญ์เอฟเฟกต์ ดร.เอ้ก็ถึงกับทรุด บวกกับขั้วอนุรักษ์นิยม มีการแข่งขันกันสูง
 

ต่างจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2556 ที่ต่อสู้กัน 2 พรรคใหญ่คือ ปชป.ส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ป้องกันแชมป์กับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พรรคเพื่อไทย


เกมการเมืองปีนั้น แบ่งขั้วเลือกข้างชัดเจน ระหว่างกลุ่มที่เอาทักษิณกับกลุ่มที่ไม่เอาทักษิณ ระหว่างหาเสียง เพื่อไทยได้เปรียบ ผลโพลชี้ว่า พล.ต.อ.พงศพัศ นำโด่ง ฝ่าย ปชป.งัดกลยุทธ์โค้งสุดท้าย ปลุกกระแสไม่เลือกเรา เขามาแน่ หรือรวมพลังหยุดผูกขาดประเทศไทย พร้อมฉายภาพซ้ำเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ปี 2553 


ก่อนวันเลือกตั้ง มีการปล่อยข่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.จะเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้คุณชายหมูได้รับเลือกตั้งแบบฉีกโพลทุกสำนัก


สำหรับสถานการณ์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2556 บริบทการเมืองมีความแตกต่างจากปี 2565 ค่อนข้างเยอะ แม้สังคมยังมีการแบ่งขั้วอยู่ ไม่ใช่เรื่องเหลือง-แดง แต่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย-ฝ่ายเผด็จการ ซึ่งในแต่ละขั้ว ก็มีความขัดแย้งซ้อนทับกันอยู่


ฝั่งหนึ่งก็เป็นการต่อสู้กันเองระหว่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ,วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และศิธา ทวารี อีกฝั่งหนึ่ง สุชัชวีร์ ก็ต้องแข่งกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สกลธี ภัททิยกุล และรสนา โตสิตระกูล


“เดิมพันบ้านใหญ่”
ที่น่าสนใจ สำหรับพรรค ปชป.ไม่แพ้เรื่อง “สุชัชวีร์” ก็คือสมรภูมิเลือกตั้ง ส.ก. ซึ่งเมื่อเลือกตั้ง ส.ก.ปี 2553 ผลปรากฏว่า จำนวน ส.ก. 61 คน แยกเป็นพรรค ปชป.ได้ 45 คน ,พรรคเพื่อไทย 15 คน และผู้สมัครอิสระ 1 คน


ผ่านมา 12 ปี อดีต ส.ก.พรรค ปชป.ทั้ง 45 คน มีบางคนขยับไปสมัคร ส.ส. หลายคนย้ายไปสมัคร ส.ส.กทม. ในสีเสื้อพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย เมื่อปี 2562 


ส่วนการเลือกตั้ง ส.ก.หนนี้ มีอดีต ส.ก.ค่ายสีฟ้า ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย, พรรคไทยสร้างไทย และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ จึงเหลือ อดีต ส.ก.เกือบ 20 คนยังอยู่กับ ปชป. และเป็นกองหนุนสำคัญของสุชัชวีร์ 


น่าจับตาว่า ทีมผู้สมัคร ส.ก.ค่ายสีฟ้า อย่าง ผุสดี วงศ์กำแหง อดีต ส.ก.เขตราชเทวี 5 สมัย, อมรเทพ เศตะพราหมณ์ อดีต ส.ก.เขตยานนาวา 5 สมัย และ สุธา นิติภานนท์ อดีต ส.ก.เขตภาษีเจริญ 5 สมัย จะได้เข้าสภาอีกสมัยหรือไม่


รวมถึง พินิจ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์, ประสิทธิ์ รักสลาม อดีต ส.ส.เขตวัฒนา, นฤมล รัตนาภิบาล อดีต ส.ก.เขตบางกะปิ, ธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล อดีต ส.ก.เขตประเวศ, ณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ อดีตส.ก.เขตบางบอน,สารัช ม่วงศิริ อดีต ส.ก.เขตบางขุนเทียน, วิรัช คงคาเขตร อดีต ส.ก.เขตบางกอกใหญ่,สมชาย เต็มไพบูลย์กุล อดีต ส.ก.เขตคลองสาน และนภาพล จีระกุล อดีต ส.ก.เขตบางกอกน้อย


นอกจากนี้ สุไหง แสวงสุข อดีต ส.ก.ผูกขาดเขตทวีวัฒนา ส่งลูกชาย ประเวช แสวงสุข ลงสนาม และเจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต ส.ส.กทม. ส่งลูกสาว นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ลงสมัคร ส.ก.เขตป้อมปราบศรัตรูพ่าย แทนบิดา เอก จึงเลิศศิริ อดีต ส.ก.


หากผลเลือกตั้ง สุชัชวีร์พ่ายแบบน่าลุ้น แต่ ปชป.ได้ ส.ก.มากกว่า 20 ที่นั่ง ย่อมบอกถึงอนาคตการกอบกู้พรรคให้มาอยู่ในใจชาวเมืองหลวงได้ในสมัยหน้า แต่ผลตรงกันข้าม ทำได้ไม่ได้เข้าเป้า ก็ยากจะกอบกู้วิกฤตศรัทธาของพรรคได้