ทวงความเป็นธรรม”เด็กหญิง 14″ ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516296

02 มิ.ย. 2565

ทวงความเป็นธรรม"เด็กหญิง 14" ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

เงินไม่มี ผู้ปกครองไม่มา “เด็กหญิง 14” เรียนดี แต่การศึกษาและปากของครูทำให้เด็กจบชีวิตลาโลก จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบจากกระทรวงศึกษาธิการ แม้ก่อนหน้านั้นบอกจะรู้ผลสอบไม่เกิน 7 วัน

เรื่องราวของ “น้องโบนัส”  เด็กหญิงปลอบขวัญ ระสุโสะ อายุ 14 ปี  ที่เจอปัญหามรสุมรุมเร้ามืดแปดด้าน หวังยึดโรงเรียนเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ไม่เป็นไปตามที่หวัง เด็กหญิง 14 ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยความน่าเศร้าใจ

16 พ.ค. 2565 หลังการเสียชีวิตของน้องโบนัสเพียง 2 วัน “ ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดจากส่วนกลาง ถูกกระแสสังคมกดดันหนัก สั่งการด่วนให้เขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี เด็กหญิง 14 ต้องรู้ผลไม่เกิน 7 วัน แต่เมื่อครบ 7 วัน กลับไม่มีคำตอบ

ขณะที่ “ตรีนุช เทียนทอง ” รมว.ศึกษาธิการ ออกมากำชับเรื่อง “ความปลอดภัยในโรงเรียน” นักเรียนมาถึงโรงเรียนต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากครูและผู้บริหารโรงเรียน และปรับระบบแนะแนวในโรงเรียน

อีกมุมของปลายด้ามขวาน หลังเพื่อนรักจบชีวิต “เด็กหญิงกอหญ้า” เพื่อนของ “น้องปลอบขวัญ” ถูก “ครู” เรียกเข้าไปพบตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำมืดของวันพุธที่18 พ.ค.2565 เพียงคนเดียว โดยไม่มีผู้ปกครอง ตามที่รับปากภาคประชาสังคมเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่าชะตาชีวิตของ “เด็กหญิงกอหญ้า” ผู้รับปากเพื่อนรัก “ช่วยเปิดโปง” หลังออกจากห้องสอบข้อเท็จจริง จะเป็นอย่างไรบ้าง

ขณะเดียวกัน เลขาธิการ กพฐ. ไม่ยอมเปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และมีใครต้องรับผิดชอบกับการเสียชีวิตของ เด็กหญิง 14 กลับเฉไฉไปอีกเรื่องว่า “หากนักเรียนไม่มีเงินค่าเทอม ก็ให้ผ่อนชำระ” นั่นหมายความว่ามีการจัดเก็บ “ค่าเทอมเถื่อน” ทั้งที่นักเรียนทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเรียนฟรี 15 ปี ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ

เป็นที่น่าสังเกตว่า “นักเรียน” มีมูลหนี้อะไรกับโรงเรียน “ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. จึงสั่งให้ผ่อนชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา หรือ “ค่าเทอมเถื่อน” การสั่งการนี้ไม่ว่าด้วยวาจา หรือ เป็นหนังสือถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ “ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่”

ว่ากันว่า หลัง เด็กหญิง 14 กระทำอัตวินิบาตกรรม คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนักเรียนหญิงรายนี้ต้องไม่ตายฟรี

คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ประสานงานขอเข้าพบ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรณี เด็กหญิง 14  และขอให้ยกเลิกประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา เบื้องต้นตอบรับเป็นวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดขอเลื่อนการนัดพบไปเป็นหลังเวลาราชการของวันที่ 8 มิถุนายน 2565 

ความจริงเกี่ยวกับ เด็กหญิง 14 มีอะไรบ้าง 

  • 1.ข้อเท็จจริงที่ “เด็กหญิง 14” พูดกับเพื่อนว่าอย่างไร โดยพยานบุคคลคือเพื่อนที่ได้เห็น รับรู้หลายคนว่า “เด็กหญิงปลอบขวัญ” พูดหรือไลน์บอกเพื่อน ตรงกับหลักการรับฟังพยานของศาลไทย คนที่ใกล้ถึงความตาย รับฟังว่าเป็นความจริง
  • 2.ในข้อเท็จจริงนี้ จะพบว่า ครูคนใดพูดกับน้องว่าอย่างไร การที่ครูปฏิบัติต่อนักเรียน ที่กระทำไม่ว่าเป็นคุณ หรือเป็นโทษ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนหมอรักษาคนไข้
  • 3.นำข้อเท็จจริงนี้ เป็นจุดเริ่มต้นดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา คือการดำเนินการทางวินัยโดยอำนาจบังคับบัญชา ส่วนมาตรการทางวิชาชีพก็เป็นหน้าที่โดยคุรุสภา
  • 4.อำนาจการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ตรงนี้ “ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิกาาร ควรตอบหรือแจ้งเป็นหนังสือดังนี้ 
  • 4.1 การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ขัด รัฐธรรมนูญ ม.54 และผิด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ม.10  หรือไม่
  • 4.2 ถ้าขัด กระทรวงศึกษาธิการ ต้องดำเนินการอย่างไร เช่น ทำหนังสือสั่งการไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  โรงเรียน ให้ยกเลิกการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษารวมทั้งทำหนังสือแจ้งกรมบัญชีกลาง

ถ้ากระทรวงศึกษาธิการยังยืนยันว่า การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา (ค่าเทอมเถื่อน)กระทำได้โดยชอบ ก็ให้ทำเป็นหนังสือยืนยันแจ้งเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญให้ ส.ส.นำไปอภิปรายฯในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

    ถ้าระบบการศึกษาไทยยังเป็นแบบนี้นักเรียนคนไหนจะเป็นรายต่อไป

โชว์บารมี “ประวิตร” สยบฝ่ายแค้น ปั่นเกมหลอก “ทักษิณ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517232

02 มิ.ย. 2565

โชว์บารมี "ประวิตร" สยบฝ่ายแค้น ปั่นเกมหลอก "ทักษิณ"

ผ่านฉลุย “ประวิตร” โชว์บารมีสยบกลุ่ม 16 สกัดซุ้มธรรมนัส พลพรรคทักษิณโหนชัชชาติแลนด์สไลด์ ต้องร้องเพลงไปโดนเขาหลอกอีกแล้ว คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

โชว์บารมี “ประวิตร” สยบกลุ่ม 16 สกัดซุ้มธรรมนัส ทำเอาพลพรรคทักษิณ ที่ตีเหล็กกำลังร้อน โหนชัชชาติแลนด์สไลด์ ต้องร้องเพลงไปโดนเขาหลอกอีกแล้ว


ผ่านด่านแรก “ประวิตร” มีแต้มต่อเหนือน้องรัก เจอด่านซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์คงสะบักสะบอม แต่ก็น่าจะสอบผ่านไปจนถึงประชุมเอเปค  


เป็นที่แน่ชัด งบประมาณ 2566 คงผ่านฉลุย แม้ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล จะขี่กระแสชัชชาติประกาศโหวตคว่ำฝังกลบรัฐบาล แต่เจอกลเกมกลุ่มสวิงโหวตขั้วรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้านถึงกับออกอาการเซ็ง รู้ทั้งรู้ว่าเขาจะหลอก ก็โดนหลอกจนได้

ที่น่าเศร้า คนทั้งประเทศต่างลุ้น กกต.รับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แถมได้พี่ศรีมาล่อเป้า ทำเอาการอภิปรายงบประมาณในสภาฯ ไม่มีชาวบ้านร้านตลาดสนใจ 


ผ่านวาระแรกของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วงเงิน กว่า 3.1 ล้านล้าน พล.อ.ประยุทธ์ และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลต้องขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 


สมราคาที่บิ๊กป้อมพูดกลางวงประชุม ครม.ว่า ไม่ต้องกังวล ทั้งงบประมาณฯ และอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผ่านอย่างแน่นอน


หลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แตกหักกับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หลายคนก็ประเมินว่า ผู้กองคงไม่ฟังคำบัญชาบิ๊กบราเธอร์ บ้านป่ารอยต่อ แต่ศึกสภาฯเที่ยวนี้ พิสูจน์ความเก๋าของบิ๊กป้อม ซึ่งเล่นเกมแยกปลาออกจากน้ำ แยกกลุ่ม 16 ออกจากธรรมนัส ได้ผล


อย่างที่รู้กัน สภาฯปีสุดท้าย ย่อมมีความปั่นป่วนเป็นธรรมชาติ ไม่ได้มีเฉพาะฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน หากยังมีขั้วฝ่ายแค้นหรือฝ่ายตัวแปรอย่าง ร.อ.ธรรมนัส และกลุ่ม 16 


“สวิงโหวตฝ่ายแค้น”
การแตกหักของธรรมนัสกับบิ๊กน้อยมาเร็วเกินไป ทำให้ “ประวิตร” กุมขมับ และต้องรีบปรับขบวนทัพพลังประชารัฐ โดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส.กรุงเทพฯ ที่เริ่มเสียขวัญจากกระแสชัชชาติ
 

เย็นวันที่ 30 พ.ค.2565 พล.อ.ประวิตร เรียกกลุ่มพรรคเล็ก 1-2 ที่นั่ง และพรรคเกิน 3 ที่นั่ง ไปพบที่บ้านป่ารอยต่อ เพื่อสำรวจความพร้อมในศึกอภิปรายงบประมาณฯ และที่ขาดไม่ได้คือ แกนนำกลุ่ม 16


เที่ยงวันที่ 31 พ.ค.2565 ตัวแทนกลุ่ม 16 พิเชษฐ สถิรชวาล, พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค และดำรง พิเดชเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่สภาฯ ซึ่งนายกฯ ตอบรับข้อเรียกร้องของกลุ่ม 16 เรื่องโควตากรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างงบประมาณฯ


บ่ายวันที่ 1 มิ.ย.2565 แกนนำกลุ่ม 16 นั่งพูดคุยกับธรรมนัส ช่วงเวลาสั้นๆ พร้อมกับกระแสข่าวเสียงแตก แต่ ส.ส.เอ๋ พระบาท หรือพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ยืนยันว่า ไม่มีเสียงแตก เพราะเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ประกอบกับมีการวางตัวบุคคลเข้าไปอยู่ในโควตากรรมาธิการวิสามัญงบประมาณฯแล้ว กลุ่ม 16 จึงโหวตผ่านแน่นอน


ส.ส.เอ๋ พระบาท เปิดเผยผ่านรายการมุมการเมือง ไทยพีบีเอส ว่า พิเชษฐ ในฐานะประธานกลุ่ม 16 ไม่อยากให้ภาพ ร.อ.ธรรมนัส เข้ามาเกี่ยวข้องกับกลุ่มพวกเขามากนัก จึงแยกวงไปประชุมกันต่างหาก


พิเชษฐ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ จึงไม่อยากให้ภาพกลุ่ม 16 เป็นประหนึ่งลูกน้องผู้กองธรรมนัส จึงพยายามรักษาระยะห่างกับพรรคเศรษฐกิจไทย


ฉะนั้น ตัวเลขพรรคเศรษฐกิจไทยรวมกับกลุ่ม 16 ที่กลุ่มธรรมนัสอ้างว่า มี 25 เสียง แต่ลึกๆแล้ว ตัวเลขนี้ไม่นิ่ง และไหลลื่นไปตามการเจรจาต่อรอง 


“สวิงโหวตฝ่ายค้าน”
“ประวิตร” รู้ดีว่าในฝ่ายค้านก็มีสวิงโหวตประมาณ 10-15 เสียง จึงนำตัวเลขนี้ไปเป็นเงื่อนไขการเจรจากับกลุ่ม 16 เพราะขุมกำลังจริงของพิเชษฐ มีไม่ถึง 18 คน 


ชั่วโมงนี้ ฝ่ายค้านประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ ,พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ จำนวน 208 เสียง แต่ขณะเดียวกัน ก็มีสวิงโหวตประมาณ 10 เสียง


กลุ่มแรก 5 คน ได้แก่คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี ,เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย 


ทั้งหมดเป็น ส.ส.พรรคก้าวไกล แต่ในทางพฤตินัย ส.ส.กลุ่มนี้ได้ไปทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย และเคยโหวตตามมติภูมิใจไทยมาแล้ว


ส่วนพรรคเพื่อไทย ก็มี 4 ส.ส.ที่มีความชัดเจนว่า ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย คือ ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8, จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 และธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 


เสี่ยอ๋า-วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก สมัยหน้าคงพักรักษาสุขภาพ ตอนนี้ ส่งลูกชายเสี่ยอ๋อง-ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.นครนายก พรรคภูมิใจไทย


อีก 2 รายที่ยังไม่ชัด แต่ปลดป้ายพรรคเพื่อไทยแล้ว อย่างทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 และชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4


ทักษิณและแกนนำเพื่อไทย ต่างรับรู้เรื่องนี้ดี จึงฝากความหวังไว้กับขั้วฝ่ายแค้น 25 เสียง แต่ก็เจอกลเกมกลุ่ม 16 คนแดนไกลจึงโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก

ตามรอยพ่อ “ภิมุข สิมะโรจน์” ลูกเสี่ยหมง จับตา “ชัชชาติ” คอนเนกชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517133

01 มิ.ย. 2565

ตามรอยพ่อ "ภิมุข สิมะโรจน์" ลูกเสี่ยหมง จับตา "ชัชชาติ" คอนเนกชั่น

คนหน้าเดิม “ภิมุข สิมะโรจน์” เลขานุการผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตามรอยบิดาเสี่ยหมง-มงคล สิมะโรจน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ปี 2528 ที่พ่ายกระแสจำลองฟีเวอร์ น่าจับตาชัชชาติคอนเนกชั่น คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

คนหน้าเดิม “ภิมุข สิมะโรจน์” เลขานุการผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตามรอยบิดามงคล สิมะโรจน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ปี 2528 ที่พ่ายกระแสจำลองฟีเวอร์ น่าจับตาชัชชาติคอนเนกชั่น 


ไม่ใช่สายทักษิณ “ภิมุข สิมะโรจน์” เคยเป็น ส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทย 2 สมัย หลังจากนั้น ก็ไปร่วมงานกับตระกูลคุณปลื้ม ,สุวิทย์ คุณกิตติ และพรรคกล้า


วันที่ 1 มิ.ย.2565 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้เข้าทำงานที่ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า เป็นวันแรก ได้แถลงแต่งตั้งรองผู้ว่าฯ กทม.ประกอบด้วย จักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ,วิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองอธิการบดี จุฬาฯ ,ทวิดา กมลเวชช อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และศานนท์ หวังสร้างบุญ สมาชิกกลุ่ม TRAWELL และผู้ร่วมก่อตั้ง Once Again HOTEL

คณะที่ปรึกษา เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA), พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, วิลาวัลย์ ธรรมชาติ อดีต ส.ก.เขตจตุจักร พรรคเพื่อไทย, ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ ,พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ,พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี อดีตที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม ,ภาณุมาศ สุขอัมพร เครือข่ายผู้พิการสื่อสารสังคม และพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตแกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่ประชาธิปัตย์


ตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ก็เป็นไปตามความคาดหมายคือ ภิมุข สิมะโรจน์ อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท SUSCO จำกัด (มหาชน)

เสี่ยหมง มงคล สิมะโรจน์ และลูกชาย ภิมุข เสี่ยหมง มงคล สิมะโรจน์ และลูกชาย ภิมุข


หากวิเคราะห์จากบทบาททางการเมืองในอดีต เอ้ หรือภิมุข สิมะโรจน์ ไม่ใช่สายทักษิณ แม้จะเคยเป็น ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย 2 สมัย แต่ระยะหลัง ภิมุขได้ถอยห่างออกมา และเป็นรองหัวหน้าพรรคกล้า ก่อนจะลาออกมาช่วยงานชัชชาติ


“ถนนการเมือง”
20 กว่าปีที่แล้ว “ภิมุข สิมะโรจน์” เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ในสีเสื้อไทยรักไทย หลังมีวิกฤตความขัดแย้งในประเทศ ช่วงปี 2549-2553 เอ้ก็พยายามสลัดภาพการเมืองขั้วสี 

ปี 2557 บริษัท SUSCO ได้เข้าไปเทคโอเวอร์ธุรกิจปั๊มน้ำมันของ Petronas ในเมืองไทย ภิมุขจึงหันหลังให้การเมือง กลับเข้ามาบริหารกิจการน้ำมันของครอบครัวอย่างเต็มตัว เอ้จึงเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท SUSCO จำกัด (มหาชน) 


ชีวิตของเอ้ ทายาทเสี่ยหมง มงคล สิมะโรจน์ เรียนจบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ,ปริญญาโทการบริหารและจัดการ(MBA) มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐฯ และปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ปี 2544 เอ้ ภิมุขตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตบางพลัด ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย และได้เป็นรองโฆษกพรรคไทยรักไทย เขาเป็น ส.ส.กทม.อยู่ 2 สมัย หลังรัฐประหาร 2549 ก็ยังทำงานร่วมกับไทยรักไทย จนถึงวันที่พรรคถูกยุบ ก็ยุติเส้นทางการเมืองชั่วคราว


ช่วงหนึ่งมีการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา จึงตัดสินใจไปช่วยดูเรื่องนโยบายให้อิทธิพล คุณปลื้ม จนได้รับเลือกเป็นนายกเมืองพัทยา และเอ้ก็เป็นที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา 


ปี 2553 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงชวนเอ้ให้ไปช่วยงาน และได้รับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ ก่อนจะถูกปลดออกจากตำแหน่งในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์


ปี 2563 ภิมุขได้รับเลือกให้เป็นรองหัวหน้าพรรคกล้า ที่มีกรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้าพรรค เอ้เลือกพรคกล้า เพราะเห็นว่าเป็นพรรคทางเลือกใหม่


“ต้นแบบการเมือง”
30 กว่าปีที่แล้ว ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ เสี่ยหมงบิดาของ “ภิมุข สิมะโรจน์” ถือว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ฝันอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.


หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา เสี่ยหมง-มงคล สิมะโรจน์ นักธุรกิจใหญ่ เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. สมัย ธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากการเลือกตั้งปี 2518


ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2528 มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองที่เตรียมตัวลงสนามเลือกตั้ง กทม. และในนั้น มีกลุ่มกรุงเทพก้าวหน้า นำโดย มงคล สิมะโรจน์ อดีตรองผู้ว่าฯ ปี 2518 พร้อมนักวิชาการและนักธุรกิจ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปีนั้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในนามกลุ่มรวมพลัง ชนะเลือกตั้งและได้ 408,237 คะแนน ตามมาด้วย ชนะ รุ่งแสง พรรคประชาธิปัตย์ 
241,002 คะแนน, ม.ร.ว.เจตจันทร์ ประวิตร พรรคประชากรไทย 140,190 คะแนน, มงคล สิมะโรจน์ กลุ่มกรุงเทพก้าวหน้า 63,557 คะแนน และชิงชัย ต่อประดิษฐ์ พรรคมวลชน 12,042 คะแนน


พล.ต.จำลอง อดีตนายทหาร จปร.7 ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพราะไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุราชการของนายทหารระดับสูง แล้วมาตั้งกลุ่มรวมพลังลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้เสียงตอบรับจากประชาชนอย่างท่วมท้น ไม่แพ้กระแสชัชชาติ พ.ศ.นี้


หลังพ่ายเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เสี่ยหมงก็หันไปทำธุรกิจน้ำมัน กระทั่งทักษิณ ตั้งพรรคไทยรักไทย จึงส่งลูกชายลงสนามการเมืองอีกครั้ง


ปี 2565  ภิมุข ลูกชายเสี่ยหมงก็ได้เข้าไปทำงานในศาลาว่าการ กทม. ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.ขวัญใจมหาชน ก็น่าจับตาอนาคตทางการเมืองของเพื่อนชัชชาติ จะพัฒนาไปสู่พรรคของชัชชาติหรือไม่

ทำงานแล้ว “ชัชชาติ” ชูดรีมทีมจักกพันธุ์-เจ้าแม่ภัยพิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517091

01 มิ.ย. 2565

ทำงานแล้ว "ชัชชาติ" ชูดรีมทีมจักกพันธุ์-เจ้าแม่ภัยพิบัติ

พร้อมทำงานแล้ว “ชัชชาติ” ผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 17 เปิดตัวดรีมทีมรองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ผู้รู้ใจข้าราชการ กทม. 50 เขต และทวิดา เจ้าแม่ภัยพิบัติหรือเลดี้ ดิแซสเตอร์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

สมใจชาวเมืองหลวง “ชัชชาติ” ผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 17 เปิดตัวดรีมทีมรองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ผู้รู้ใจข้าราชการ กทม.ทั้ง50 เขต และทวิดา เจ้าแม่ภัยพิบัติ

พร้อมแล้ว “ชัชชาติ” ทำงานทันที ส่งทีมเทคนิคลุย 24 ชั่วโมง ผลักดันนโยบายทั้ง 214 ข้อ 100 วันแรก กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน 


บ่ายโมงวันที่ 1 มิ.ย.2565 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คนที่ 17 จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังรับหนังสือรับรองการเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่สำนักงาน กกต. 

หลังจากนั้น ชัชชาติ จะเดินทางไปยังศาลาว่าการ กทม. เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ และเปิดตัวทีมงานทั้งหมด 3 ทีม ประกอบด้วย ทีมรองผู้ว่าฯ กทม. และเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ,ทีมที่ปรึกษา และ ทีมเทคนิคเดินหน้าทำงานทันที


ชัยชนะแบบถล่มทลาย เกือบ 1.4 ล้านคะแนน ส่งผลให้ชัชชาติต้องเร่งสร้างผลงานให้ประจักษ์ในเร็ววัน เพราะเขาแบกความหวังของคนกรุงเทพฯ และทั้งประเทศ 

ทวิดา กมลเวชช ว่าที่รองผู้ว่าฯ กทม. ฉายา Lady Disaster ทวิดา กมลเวชช ว่าที่รองผู้ว่าฯ กทม. ฉายา Lady Disaster


เมื่อสิบปีที่แล้ว ชัชชาติ เคยติดโผรัฐมนตรีโลกลืม สมัยเป็น รมว.คมนาคม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลังมีภาพชัชชาติถือถุงแกง ใส่ชุดวิ่ง เดินเท้าเปล่า ระหว่างรอใส่บาตรที่วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ กลายไวรัลในโซเชียลและได้ฉายารัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี


พ.ศ.นี้ คนทุกเสื้อสีทุกฝักฝ่าย เทใจเลือกชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ กทม. เปรียบเสมือนฉันทามติของคนกรุงเทพมหานคร ดังนั้น การที่เขาจะเลือกใครมาเป็นทีมบริหารย่อมได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นธรรมดา


“ลูกหม้อ กทม.”
“ชัชชาติ” เปิดตัวรองผู้ว่าฯ กทม.คนแรก ระหว่างการลงพื้นที่หลังเลือกตั้งไม่กี่วัน นั่นคือ จักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กมท. ยุคผู้ว่าฯ อัศวิน


จักกพันธุ์ ผิวงาม สำเร็จปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นข้าราชการ กทม. ตั้งแต่เป็นนักสถิติระดับ 3 ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัด กทม.
 

ช่วงเป็นผู้บริหารระดับสูง จักกพันธุ์ เคยเป็น ผอ.เขตบางกอกใหญ่ ,เขตจอมทอง,จตุจักร และทวีวัฒนา ก่อนจะมาเป็นรองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ,รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ และรองปลัด กทม.


หลังเกษียณ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ขณะนั้น ได้ชวนมาดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ กทม. มอบหมายให้รับผิดชอบ 6 หน่วยงานใหญ่ อาทิ สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร ,สำนักการโยธา,สำนักการระบายน้ำ,สำนักสิ่งแวดล้อม ฯลฯ


ภาพที่คนกรุงเทพฯ จำได้ รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ เป็นคนขยัน มุ่งมั่น และตั้งใจทำงาน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานและความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ ของ กทม.


22 ก.ค.2565 จักกพันธุ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ซึ่งสาเหตุการตัดสินใจลาออกนั้นน่าจะมาจากแรงกดดันให้เซ็นอนุมัติผลการประกวดราคา ดำเนินโครงการเตาเผาขยะ 2 แห่งคือ หนองแขมและอ่อนนุช วงเงินรวมนับหมื่นล้านบาทที่ถูกภาคเอกชนร้องเรียนว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย 


ทุกวันนี้ โครงการเตาเผาขยะของ กทม.อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)


“เจ้าแม่ภัยพิบัติ”
ว่าที่รองผู้ว่าฯ กทม.อีกคนหนึ่งที่ “ชัชชาติ” ยอมรับกับนักข่าวว่าได้มีการทาบทามจริง ก็คือ ทวิดา กมลเวชช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ทวิดา กมลเวชช ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน ในช่วงโควิดระบาดหนัก ทวิดาได้ออกมาวิพากษ์ปัญหารัฐราชการไทยแบบถึงราก จนได้รับการขนานนามว่า เจ้าแม่ภัยพิบัติ หรือเลดี้ ดิแซสเตอร์ (Lady Disaster)


เฉพาะปัญหาของกรุงเทพมหานคร ทวิดาก็รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี เพราะทวีศักดิ์ กมลเวชช บิดาของทวิดา เคยเป็นผู้อำนวยการเขตพญาไท และเป็น ส.ก.เขตบางพลัด พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2544 โดยในยุคผู้ว่าฯอัศวิน ทวีศักดิ์เป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าฯ กทม.


ทวิดาจึงเข้าไปเป็นคณะทำงานที่ปรึกษาในหลายชุด อย่างคณะอนุกรรมการสำนักงานข้าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ได้เข้าไปดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2562 จึงถึงปัจจุบัน


สำหรับประสบการณ์การทำงานของทวิดา เป็นอาจารย์ประจำสาขาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาตั้งแต่ปี 2541 นอกจากนั้นยังเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง รวมถึงการจัดการภัยพิบัติ ทั้งไทยและองค์กรระหว่างประเทศทั่วโลก


ปี 2565 อาจารย์ทวิดา ยังมีผลงานวิจัยด้านการจัดการนโยบายสาธารณะ เรื่องการออกแบบและจัดทำยุทธศาสตร์การต่างประเทศของกรุงเทพมหานคร สำนักงานการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร


ในฐานะนักวิชาการระดับเจ้าแม่ภัยพิบัติ ขวัญใจสื่อมวลชนสายสื่อสิ่งแวดล้อม จึงได้รับการติดต่อจากชัชชาติให้มารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.

จับโป๊ะกลุ่ม 16 “ชัช เตาปูน” 5 เสียงหนุนลุงตู่ ไม่แตกแถว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516988

31 พ.ค. 2565

จับโป๊ะกลุ่ม 16 "ชัช เตาปูน" 5 เสียงหนุนลุงตู่ ไม่แตกแถว

คำไหนคำนั้น “ชัช เตาปูน” 5 เสียงพลังท้องถิ่นไท หนุนประยุทธ์ จับโป๊ะโพยพิเชษฐ ลูกพรรคไม่ได้เข้ากลุ่ม 16 แค่ร่วมวงดินเนอร์เพื่อนต่างพรรค คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

คำไหนคำนั้น “ชัช เตาปูน” ยืนยัน 5 เสียงพลังท้องถิ่นไท หนุนประยุทธ์ จับโป๊ะโพยพิเชษฐ ดึงลูกพรรคเข้ากลุ่ม 16 ไม่ห้ามดินเนอร์เพื่อน ส.ส.


ยังไงก็ลุงตู่ “ชัช เตาปูน” เดินหน้าปลดหนี้ขยี้จน สร้างพลังท้องถิ่นไท ดึงกำนันดังวังน้ำเขียวเป็นหัวหอกทะลวงอีสานใต้


ท่ามกลางความผันแปรของฝั่งรัฐบาล ที่เกิดมีขั้วใหม่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พรรคเศรษฐกิจไทย และพิเชษฐ สถิรชวาล กลุ่ม 16 ปรากฏว่า มี 3 ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้ไปร่วมวงดินเนอร์กับพรรคฝ่ายค้านอยู่ 2-3 ครั้ง
 

วันที่ 31 พ.ค.2565 ชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ช่อง 9 เกี่ยวกับจุดยืนและท่าทีของพรรค โดยชัชวาลล์ หรือชัช เตาปูน ย้ำว่า ยังคงให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมืองแน่นอน


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่อาคารรัฐสภา ส.ส. 5 คนของพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้ถ่ายภาพร่วมกัน ประกอบด้วย ชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,โกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,จารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี เขต 2 และกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7 เพื่อแสดงพลังความเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีแตกแถว

5 ส.ส.พลังท้องถิ่นไท ไม่มีแตกแถว หนุนประยุทธ์5 ส.ส.พลังท้องถิ่นไท ไม่มีแตกแถว หนุนประยุทธ์


แฟนเพจเฟซบุ๊กพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้ลงภาพหมู่ 5 ส.ส. พร้อมสเตตัสที่ว่า “ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท ยืนยันจะลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกันเป็นหลัก”


ถ้าจำกันได้ ช่วงเดือน มี.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นัดดินเนอร์กับแกนนำพรรคเล็ก ซึ่งชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท, นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐใหม่ จัดอยู่ในกลุ่มหนุนลุงตู่เต็มที่


“อนาคตงูเห่าสีส้ม”
“ชัช เตาปูน” คนใจถึงพึ่งได้ ก็เข้าใจลูกพรรคทั้ง 3 คนที่ไปปรากฏตัวในการแถลงข่าวของกลุ่ม 16 เนื่องจากปีสุดท้ายของสภาฯชุดนี้ ต่างคนต่างก็แสวงหามิตรทางการเมือง เพื่ออนาคตของตัวเอง
 

ลูกพรรคของชัช เตาปูน ที่มีชื่ออยู่ในกลุ่ม 16 ได้แก่ นพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,จารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี 


ทนายนู้ด-กวินนาถ ตาคีย์ เป็น ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ โดยตอนแรก ทนายนู้ด ไม่ได้หวังจะชนะ เพราะต้องสู้กับ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ แต่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ คะแนนคนรักทักษิณ จึงเทมาที่อนาคตใหม่ เหมือนถูกหวย


กวินนาถ เป็นคนแรก ๆ ของอดีตอนาคตใหม่ ที่มีปัญหาขัดแย้งทางความคิดกับแกนนำพรรค และกวินนาถก็ตัดสินใจโหวตสวนมติพรรค จนถูกขับออกจากพรรค


“กำนันวังน้ำเขียว”
ปลายปีที่แล้ว “ชัช เตาปูน” ได้มีการปรับปรุงคณะกรรมการบริหารพรรคพลังท้องถิ่นไท โดย ประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ก้าวขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค


กำนันประนอม เจ้าของโกลด์เมาเท่นรีสอร์ท ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็น ส.ส.นครราชสีมา 2 สมัย แต่การเลือกตั้งหนที่แล้ว กำนันประนอมช่วยแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์ พรรคพลังประชารัฐ 


ต้นปี 2564 ชัช เตาปูน เดินทางไปพักผ่อนที่วังน้ำเขียวบ่อยครั้ง จึงเชิญชวนกำนันประนอมให้มาร่วมงานกันที่พรรคพลังท้องถิ่นไท


ทุกวันนี้ ชัช เตาปูน ได้มอบให้กำนันประนอม รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีศูนย์ประสานงานพรรคอยู่ที่รีสอร์ทของกำนันคนดังวังน้ำเขียว


กำนันประนอม โพธิ์คำ เลขาธิการพรรค ได้ชูนโยบายปลดหนี้ ขยี้จน โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพนันถูกกฎหมาย ซึ่งจะเก็บภาษีการพนัน เอามาช่วยพัฒนาท้องถิ่น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย


เหตุที่ชัช เตาปูน เลือกกำนันประนอม เป็นแม่ทัพภาคอีสาน เพราะสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และแกนนำกลุ่มสามมิตร ให้คำแนะนำ เพราะชื่อชั้นกำนันประนอม ยังมีบารมีในกลุ่มคนการเมืองท้องถิ่นอีสานใต้

ได้เวลา “ชัชชาติ” บริหาร กทม. จับตาอากงต่อศักดิ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516932

31 พ.ค. 2565

ได้เวลา "ชัชชาติ" บริหาร กทม. จับตาอากงต่อศักดิ์

กกต.รั้งไม่อยู่ “ชัชชาติ” นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมบริหารมืออาชีพ จับตาที่ปรึกษาใหญ่ ต่อศักดิ์หรืออากงกลุ่มเพื่อนชัชชาติ ผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ได้เวลา “ชัชชาติ” นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมบริหารมืออาชีพ จับตาที่ปรึกษาใหญ่ ต่อศักดิ์ โชติมงคล หรืออากงกลุ่มเพื่อนชัชชาติ ผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง


ได้กลิ่นการเมือง “ชัชชาติ” มีเวลาพิสูจน์ฝีมือ แม้จะมีบางคนในคณะผู้บริหาร มีความใกล้ชิดขั้วพรรคฝ่ายค้าน แต่คนเมืองหลวงยังให้โอกาสผู้ว่าฯ มหาชน


ระหว่างที่รอ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ใช้เวลาช่วงนี้ออกไปพบปะผู้คน และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวกรุงเทพฯ

จังหวะที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่สำรวจที่ดินเอกชนติดรถไฟฟ้า MRT วงศ์สว่าง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์สาธารณะ ชัชชาติได้เปิดตัวทีมบริหาร กทม.ต่อสื่อมวลชน ประกอบด้วย จักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. และ ภิมุข สิมะโรจน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) 


โดยจักกพันธุ์ จะรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. ตามความคาดหมาย ส่วนภิมุข จะได้รับตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.


“ดรีมทีมแห่งชัชชาติ”
“ชัชชาติ” เปิดตัวทีมบริหารบางส่วนไป ก็ไม่มีเสียงร้องยี้แต่ประการใด เพราะทั้งจักกพันธุ์ และภิมุข ต่างก็มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ ชัชชาติได้ทาบทามบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.อีก 3 คือวิศณุ ทรัพย์สมพล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ,ทวิดา กมลเวชช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และศานนท์ หวังสร้างบุญ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Trawell


ที่น่าสนใจในสายตาสื่อมวลชน คงเป็นคณะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ประกอบด้วย 1.ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ ,พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ,เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเสนาดีเวลลอปเมนท์ และวิลาวัลย์ ธรรมชาติ อดีต ส.ก.เขตจตุจักร พรรคเพื่อไทย

ตอนแรก หลายคนคงคิด ดร.ยุ้ย หรือเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ จะนั่งตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. แต่หลัง ดร.ยุ้ยได้ครุ่นคิดถี่ถ้วนแล้ว จึงบอกชัชชาติว่า ขอแค่เป็นที่ปรึกษาเท่านั้น


สำหรับ ใหญ่-วิลาวัลย์ ธรรมชาติ อดีต ส.ก.เขตจตุจักร พรรคเพื่อไทย คลุกคลีอยู่ในศาลาว่าการ กทม.ระยะหนึ่ง สมัย สมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าฯ กทม. และวิลาวัลย์ เข้าไปช่วยงานมุสตาฝ้า หมันงะ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ฝ่ายบริหารและการคลัง


หมดยุคผู้ว่าฯ สมัคร ใหญ่-วิลาวัลย์ ก็ลงสมัคร ส.ก.เขตจตุจักร ในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย และเป็น ส.ก.อยู่สมัยหนึ่ง จึงหันไปสมัคร ส.ส.กทม. เขต 9 จตุจักร ปี 2554 แต่แพ้อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรค ปชป.


เลือกตั้งสมัยที่แล้ว วิลาวัลย์ สนับสนุน ประพนธ์ เนตรรังสี อดีตหัวคะแนน ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตจตุจักร พรรคเพื่อไทย แต่แพ้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ


“อากงเพื่อนชัชชาติ”
ชัยชนะแลนด์สไลด์ของ “ชัชชาติ” มาจากการทำงานที่แข็งขันและเปี่ยมพลังของคนรุ่นใหม่ในนามกลุ่มเพื่อนชัชชาติ ซึ่งมีผู้ชายสูงวัยเป็นแม่ทัพ


ในการเปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่ศาลาแปดเหลี่ยม สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2565 ซึ่งวันนั้น ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ของชัชชาติ ได้ขึ้นเวทีและเปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก


แฟนคลับชัชชาติ คงงงๆที่เห็นผู้ชายคนนี้ขึ้นเวทีปราศรัย ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ และศิษย์เก่าคณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 18 (วศ. 18) เป็นรุ่นพี่ของชัชชาติ ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชัชชาติ มากับเพื่อนหลายคน ได้ปรึกษาหารือกับต่อศักดิ์เรื่องจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.


ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Theerapat Charoensuk ได้บอกเล่าเบื้องหลังการทำงานของต่อศักดิ์ โชติมงคล หรือที่เด็กๆทีมงานเพื่อนชัชชาติ เรียกว่า อากง


“อากงต่อ หน้ากลม ผมขาว หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนอาแปะทั่วไปที่เห็นได้ตามสวนลุม เหมือนอากงที่นั่งจิบน้ำชาแถวเยาวราช แต่นี่แหละคือคนทำงานตัวจริง แห่งวิศวะ จุฬาฯ ผู้สร้างโรงงานยาสูบให้ยิ่งใหญ่ ขยายโรงงานไปยังอยุธยา พลิกตัวเลขขาดทุนในยุคซบเซาเป็นกำไร ส่งเข้าคลังชาติมากมายนับหลายพันล้าน”


ต่อศักดิ์ โชติมงคล ยังเป็นผู้ตัดสินใจมอบที่ดินสวนเบญจกิติจากโรงงานยาสูบ ให้กรุงเทพมหานคร นำมาสร้างเป็นสวนสาธารณะในปัจจุบัน และ “…เป็นทั้งนักธุรกิจ ผู้บริหารงานภาครัฐ และนักการทูตโดยไม่อิงขั้วข้างการเมืองใดๆ”


สาเหตุที่ต่อศักดิ์ลุกขึ้นมาลุยการเมืองท้องถิ่น “..เพราะเห็นแล้วว่าชัชชาติรุ่นน้องวิศวะผู้นี้ คือคนที่อากงรอคอยมากว่า 50 ปี เป็นคนที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นแน่วแน่ ที่จะทำงานเมือง รับใช้ประชาชน”


ด้วยเหตุนี้ ชัชชาติ จึงจัดวางให้ต่อศักดิ์ เป็นที่ปรึกษาอันดับต้นๆ และต่อศักดิ์ คงจะช่วยรักษาความเป็นอิสระของชัชชาติ ให้ได้รับการยอมรับจากคนเมืองหลวงไปจนครบวาระสมัยแรก

ตามล่างูเห่า “อุ๊งอิ๊ง” ลุยศรีสะเกษ เช็คบิล ส.ส.แปรพักตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516853

30 พ.ค. 2565

ตามล่างูเห่า "อุ๊งอิ๊ง" ลุยศรีสะเกษ เช็คบิล ส.ส.แปรพักตร์

ตามล่างูเห่า “อุ๊งอิ๊ง” เดินสายศรีสะเกษ งัดแผนเกลือจิ้มเกลือ ย้อนศรภูมิใจไทยที่จัดอีเวนท์เปิดตัว 3 ส.ส.เพื่อไทย เย้ยคนแดนไกล คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ตามล่างูเห่า “อุ๊งอิ๊ง” เดินสายศรีสะเกษ 3 เขตเลือกตั้ง งัดแผนเกลือจิ้มเกลือ ย้อนศรภูมิใจไทยที่จัดอีเวนท์เปิดตัว 3 ส.ส.เพื่อไทย เย้ยคนแดนไกล


เลือดใหม่ต้องมา “อุ๊งอิ๊ง” แม่เหล็กเสื้อแดง เปิดปฏิบัติการถ่ายเลือด คนเก่าถอยคนใหม่เข้า เชื่อมั่นเพื่อไทยแลนด์สไลด์จุดติด


เป็นที่แน่ชัดแล้ว ก่อนเปิดศึกซักฟอกนัดตัดสินชะตากรรมประยุทธ์ พรรคเพื่อไทยมีโปรแกรมทัวร์อีสานใต้ โดยการนำของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

วันที่ 12 มิ.ย.2565 อุ๊งอิ๊ง มีคิวเดินสายพบคนเสื้อแดง 3 อำเภอคือ อ.ราษีไศล ,อ.อุทุมพรพิสัย และ อ.ขุนหาญ ซึ่งสัปดาห์ก่อน อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ยกทัพใหญ่ภูมิใจไทย ไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ ใน 3 อำเภอนี้เช่นกัน


เหมือนเป็นยุทธการเกลือจิ้มเกลือ เนื่องจากวันที่ 20-21 พ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรี และ ส.ส. ยกขบวนไปจัดกิจกรรมภูมิใจไทยสัญจร จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีการเปิดตัว ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ และ ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย ที่ อ.ราษีไศล

นุชนาถ ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ เพื่อไทย สู้บ้านใหญ่ราษีไศลนุชนาถ ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ เพื่อไทย สู้บ้านใหญ่ราษีไศล


นอกจากนั้น อนุทิน ก็เดินทางไปที่ อ.ขุนหาญ เปิดตัว ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ และจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย โดยทั้งคู่จะมาร่วมงานกับภูมิใจไทยในการเลือกตั้งสมัยหน้า


บนเวทีปราศรัยที่สำนักงานปวีณ แซ่จึง อ.ราษีไศล อนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยว่า “อย่าเรียกนางผ่องศรี อย่าเรียกนายปวีณ และอย่าเรียกผมว่างูเห่า เพราะเรื่องชาวนากับงูเห่าเป็นการพูดถึงเรื่องผู้มีพระคุณที่เคยชุบเลี้ยงงูเห่าให้รอดพ้นจากการบาดเจ็บ แต่แล้วก็ไปกัดชาวนา ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณ แต่ผู้มีพระคุณของพรรคภูมิใจไทย ผู้มีพระคุณของนายปวีณ ผู้มีพระคุณของนางผ่องศรี คือชาวราษีไศล ฉะนั้นเราจึงไม่ใช่งูเห่า” 


การที่เสี่ยปวีณ พาภรรยาไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย สร้างความเจ็บแค้นให้แก่คนแดนไกลอย่างมาก สังเกตได้จากในรายการแคร์คลับเฮาส์ โทนี่หรือทักษิณสาปแช่งพวกนักการเมืองย้ายพรรคอย่างรุนแรง


“ล้มบ้านใหญ่ราษีไศล”
เป้าหมายแรกของ “อุ๊งอิ๊ง” คือ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่มั่นของปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ และผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ
 

ตอนค่ำวันที่ 28 พ.ค.2565 นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 9 ศรีสะเกษ ได้โพสต์เฟซบุ๊คแจ้งข่าวว่า “วันที่ 12 มิ.ย.2565  เวลา 11.00 น. เชิญชวนพี่น้องพบกับหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม คุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครจังหวัดศรีสะเกษเขต 9 นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อย่างเป็นทางการค่ะ”


สถานที่จัดงานครอบครัวเพื่อไทยคือ โรงเรียนเกศเกล้า อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่ง นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร เจ้าของโรงเรียนเกศเกล้า และวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราษีไศล ได้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษในนามพรรคเพื่อไทย มานานหลายเดือนแล้ว


นับแต่ปวีณ แซ่จึง บ้านใหญ่ราษีไศล หอบหิ้ว ผ่องศรี ภรรยาที่ยังเป็น ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย แกนนำเพื่อไทยอีสานใต้ ก็เตรียมสรรหาผู้สมัคร ส.ส.คนใหม่ลงสนามแทน


เฉพาะเขต 9 มีอยู่ 2 คนคือ ไชยวัฒน์ อำนวย ประธานชมรมยินดีต้อนรับพี่โทนี่กลับบ้าน(คนเสื้อแดง) และ นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ต่างฝ่ายต่างขึ้นป้ายหาเสียง ราวกับคนกันคนละพรรค


ล่าสุด ในเพจชมรมยินดีต้อนรับพี่โทนี่กลับบ้าน ไชยวัฒน์ อำนวย ได้โพสต์ว่า “..พรรคเพื่อไทย หยุดเอาคนต่างถิ่นมาเหยียบหัว เขต 9 ได้แล้วทบทวนด่วน ก่อนที่จะสายและบานปลาย” โดยฝ่ายไชยวัฒน์ มองว่า นุชนาถ ไม่ใช่คนราศีไศล จึงร้องขอให้พรรคทบทวนมติเสียใหม่


“ล้างอายเสี่ยลาว”
ศรีสะเกษในการเลือกตั้งครั้งหน้า มี ส.ส.ได้ 9 คน พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าหมายชนะยกจังหวัด ดังนั้น เพื่อไทยจึงไม่ยอมให้ภูมิใจไทยมาลบเหลี่ยม จึงส่ง “อุ๊งอิ๊ง” ลุยพื้นที่ระดับอำเภอ


ช่วงค่ำวันที่ 20 พ.ค.2565 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เขต 7 ของอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ  อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ปราศรัยต่อหน้าชาว อ.อุทุมพรพิสัย ว่า “ผมขอได้ไหม ขอให้มั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่พูดไม่เก่ง แต่ทำงานเก่ง ทำงานเป็น มุ่งมั่นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนดังสโลแกน พูดแล้วทำ ได้พูด ได้เว้า ได้เฮ็ด ส่วนที่เลขาธิการพรรค บอกว่าถ้าได้ส.ส.ยกจังหวัดจะให้ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี แต่ผมจะให้ 2 เก้าอี้เลย ถ้ายกจังหวัด” 


การเลือกตั้งปี 2562 สนามเลือกตั้งเขต 7 (อ.อุทุมพรพิสัย อ.ห้วยทับทัน) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ทายาทเสี่ยก๋อ เอาชนะมานพ จรัสดำรงนิตย์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกันกว่า 2 หมื่นคะแนน 


ทั้งที่มานพ จรัสดำรงนิตย์ ก็ได้ เสี่ยลาว-พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ หลายสมัย ให้การสนับสนุนก็ยังแพ้ยับ ซึ่งต่อมา เสี่ยลาวก็ลาออกจากเพื่อไทย ไปสังกัดพลังประชารัฐ


วันนี้ พรรคเพื่อไทย ได้เตรียมส่ง นายกเฮง-ประวิทย์ จารุรัชกุล นายก อบต.สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ลงสนามเขต 7 ทำศึกล้างตากับลูกชายเสี่ยก๋อ 


อุ๊งอิ๊งก็มีคิวเดินสายมาที่ อ.อุทุมพิสัย เพื่อเปิดตัวนายกเฮง หรือผู้ใหญ่เฮง ก่อนจะไปต่อที่ อ.ขุนหาญ เรียกว่าตามล้างตามเช็ดค่ายสีน้ำเงินกันถึงพื้นที่เลย 

ล้มไม่ง่าย “ธรรมนัส” เจอเกมเก๋า พิเชษฐมาเหนือเมฆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516810

30 พ.ค. 2565

ล้มไม่ง่าย "ธรรมนัส" เจอเกมเก๋า พิเชษฐมาเหนือเมฆ

ล้มประยุทธ์ไม่ง่าย “ธรรมนัส” เดินเกมคู่ขนานกลุ่ม 16 หวังเผด็จศึกในเกมซักฟอก แต่ 25 เสียงในมือยังไม่นิ่ง สวิงซ้ายสวิงขวา ต่างคนต่างเดิน เพื่อสร้างโอกาสให้กลุ่มของตัวเอง

ล้มประยุทธ์ไม่ง่าย “ธรรมนัส” เดินเกมเขย่าขวัญขั้วรัฐบาล คู่ขนานกลุ่ม 16 หวังเผด็จศึกในเกมซักฟอก แต่ 25 เสียงในมือยังไม่นิ่ง สวิงซ้ายสวิงขวา 


แตกต่างแต่ไม่แตกแยก “ธรรมนัส” กับกลุ่ม 16 เหมือนพวกเดียวกัน แต่ก็มีระยะห่าง ต่างคนต่างเดิน เพื่อสร้างโอกาสให้กลุ่มของตัวเอง


ชั่วโมงนี้ การเมืองในสภาฯ จะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16 วางตัวเป็นขั้วที่สามหรือขั้วตัวแปร จึงทำให้กลุ่ม ส.ส.เหล่านี้มีค่ามีราคาขึ้นมาทันทีทันใด
 

ภาพที่เห็นผ่านสื่อนั้น ดูเหมือน ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นผู้ดูแลกลุ่ม 16 แต่ พิเชษฐ สถิรชวาล ประธานกลุ่ม 16 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ รู้ดีว่าการที่พวกเขาตั้งกลุ่ม 16 ขึ้นมาย่อมดีกว่าการเลือกไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย 

พิเชษฐ ในวงประชุมแกนนำกลุ่ม 16 พิเชษฐ ในวงประชุมแกนนำกลุ่ม 16


วันก่อน คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย ในฐานะเลขานุการกลุ่ม 16 จึงปฏิเสธข่าวจับมือ ร.อ.ธรรมนัส ล้ม พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกลุ่ม 16 ตั้งใจสนับสนุนให้งบประมาณปี 2566 ผ่านสภาผู้แทนราษฎร เพราะจะได้นำเงินไปใช้จ่ายบริหารประเทศชาติ


ประเด็นฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคล คฑาเทพชี้แจงว่าถ้านายกรัฐมนตรี ตอบคำถามฝ่ายค้านได้ดี ปัญหาเคลียร์ ก็ต้องยกมือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้ารัฐมนตรีบางคน ตอบคำถามฝ่ายค้านไม่ได้ ก็ต้องโหวตสวน 


อนึ่ง พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการปรับแผนการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระแรก 31 พ.ค.- 2 มิ.ย.2565 จากเดิมที่จะยื่นญัตติซักฟอก หลังการพิจารณาร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ เนื่องจากท่าทีของรัฐบาล และ ส.ว. พยายามใช้แท็กติกดีเลย์ โดยแทรกร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เข้ามาคั่น


“พรรคพะเยา”
คาดหมายว่า วันที่ 10 มิ.ย.2565 พรรคเศรษฐกิจไทย คงจัดการประชุมพรรค เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ และเลือก “ธรรมนัส” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค


ตำแหน่งเลขาธิการพรรคนั้น มีเสียงเชียร์จาก ส.ส.สายเหนือ หนุน บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย 

ถ้าออกมาตามสูตรนี้ ร.อ.ธรรมนัส หัวหน้าพรรค และบุญสิงห์ เลขาธิการพรรค ก็เท่าพรรคเศรษฐกิจไทย จะกลายเป็นพรรคพะเยา ไปโดยปริยาย


สำหรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์ท่าทีของพรรคเศรษฐกิจไทยว่า ทางพรรคเห็นความสำคัญของเรื่องงบประมาณประเทศชาติบ้านเมืองจำเป็น ต้องมีงบประมาณ และงบประมาณหลายอย่างประชาชนได้ประโยชน์ 


สรุปว่า ร่างงบประมาณฯ ทั้งพรรคเศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16 เห็นตรงกันว่า โหวตผ่าน ไม่คว่ำตามเรียกร้องของพรรคเพื่อไทย


ส่วนศึกซักฟอกหนที่ 4 ของสภาฯชุดนี้ จะเป็นไฮไลท์สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่หรือไป ก็ขึ้นอยู่ผลการโหวตของพรรคเศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16 


“ราคากลุ่ม 16”
แม้ พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนมิตรของ “ธรรมนัส” จะอ้างว่า สมาชิกกลุ่ม 16 มีทั้งหมด 18 คน แต่จริงๆแล้ว ตัวเลขเหล่านี้อาจลื่นไหลไปตามสถานการณ์ 


อย่างไรก็ตาม เสี่ยพิเชษฐเก๋าเกมพอที่จะรักษาสถานะกลุ่มตัวแปร โดยส่งเอ๋ พระบาท หรือพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ประกบติดสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่เป็นเสมือนตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ 


เฉพาะเนื้อแท้ กลุ่ม 16 ได้แก่ พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ,คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย ,พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม, ดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และยรรยงค์ ถนอมพิชัยธำรง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าฯ


ด้าน สุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ,บุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย และปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ล้วนเปลี่ยนท่าทีได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับ 3 ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท อย่างจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี ,กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี และนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 


ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีชื่อในโผกลุ่ม 16 ก็ต้องลุ้นนาทีสุดท้ายว่าจะเลือกข้างไหน ส่วน 3 ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ก็น่าเหลือ สมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร คนเดียวที่ยึดแนวทางของเสี่ยพิเชษฐ


การเดินเกมคว่ำประยุทธ์ในสภาฯ ของ ร.อ.ธรรมนัส จึงดูไม่ง่ายเลย เมื่อส่องดูขุมกำลังของพรรคเศรษฐกิจไทย และแนวร่วมกลุ่ม 16 ที่มีความผันผวนทุกชั่วโมง ตัวเลขที่ว่า 25 เสียงในมือธรรมนัส เมื่อถึงนาทีที่ต้องตัดสินใจ อาจเหลือแค่ 14 เสียงก็ได้

“คดีแตงโม”เจอโรคเลื่อน ส่อเค้าเป็น”มหากาพย์” หลังอัยการนัดสั่งคดีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516746

หนึ่งตะวัน พันดาว

30 พ.ค. 2565

"คดีแตงโม"เจอโรคเลื่อน ส่อเค้าเป็น"มหากาพย์" หลังอัยการนัดสั่งคดีใหม่

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวงทบวง-กรม”คนในเครื่องแบบ..OO

ส่งสัญญาณ..“อันตราย” สังคมโลกโซเชียล ผู้คนในสังคม “แบ่งฝัก-แบ่งฝ่าย” เสพข่าว ติดกับ บรรดา..“นักเลงคีย์บอร์ด”บางกลุ่ม ปั่นกระแสน้าวโน้มชวนเชื่อ “บิดเบือนความจริง” หลากหลายเรื่องราว หลากหลายเหตุการณ์ ส่อเค้า..ปลุกปั่นสร้างความแตกแยกในสังคม ผู้คนในสังคมบางกลุ่มติดกับคล้อยตาม..OO

เพียงเพราะ..เห็นภาพด้านเดียว ไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ฉากหลัง“คนๆนั้น” บางคนยิ่งกว่า“ผีห่าซาตาน” สูบเลือดสูบเนื้อ ฉากหน้า..สร้างภาพ..“คนดีแสนดี” ดุจดัง“พ่อพระ-นักบุญ”..OO

ฉากหลัง..“ชั่วสามานย์” ในคราบ“นักบุญ” แต่..ใจบาป ไม่สน“ผิดถูก-ชั่วดี” เพียงหวัง..ผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อสมัครพรรคพวกตัวเอง ใครเดือดร้อน..ข้าฯไม่สน “ผลประโยชน์-ชื่อเสียงเรียงนาม-เรตติ้ง”เท่านั้น..ข้าฯต้องการ เรื่องอื่น..ข้าฯไม่สน.. นี่คือที่มาที่ไป..สังคมความเป็นจริง “อนิจจัง-อนิจจา”โลกใบนี้..OO

สะกิดข้าง..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.แม่ทัพสีกากี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.“ตำรวจไซเบอร์” ไม่สนใจจัดระเบียบสังคม บ้างเชียวเหรอ กำราบ“นักปั่นกระแส”ปูดเรื่องเท็จปลุกกระแสประชาชนคล้อยตาม หวังผลอะไรบางอย่าง สังคมสับสนตอบโต้กันไปมาส่อเค้า..“รอยร้าว-แตกแยก”ในสังคมหวนคืนกลับ หยุดยั้ง..กำราบคนพวกนี้.แผ่นดินจะได้สูง..OO

สะดุด..เข้าจนได้ ปริศนามรณกรรม “แตงโม-นิดา” ภัทรธิดา พัช รวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา “ชุดคลี่คลายคดี” สรุปสำนวนปมเหตุเกิดจาก 5 คนบนเรือ ต่าง“กระทำการอันเป็นประมาท”เป็นเหตุให้ผู้ตายตกเรือเสียชีวิต เสนอความเห็นส่งอัยการจังหวัดนนทบุรี ตรวจสำนวนพิจารณานัดสั่งคดี 27 พ.ค.ที่ผ่านมา..OO

ผลลัพธ์..กลายเป็น“โรคเลื่อน” อัยการนัดสั่งคดีใหม่ 23 มิ.ย.แจงเหตุ..สำนวนความเห็นอยู่ชั้นพิจารณาของอัยการภาค 1 เป็นไปตามขั้นตอน เพื่อความรอบคอบ สำนวนกองพะเนิน 18 แฟ้ม ไม่เกี่ยวกับ “คนนอก”มายื่นคำร้องขอให้สอบเพิ่มเติมแต่อย่างใด ปิดช่อง“ตีกิน-สร้างราคา”..OO

หนำซ้ำ..“เกมพลิก” ส่อเค้ากลายเป็น“ซีรีส์เรื่องยาว” พลัน..ภนิดา ศิระยุทธโยธิน “คุณแม่แตงโม” พลิกบทแยกทาง..ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หันจับมือ “ทีมงานใหม่” ได้  “ส.ส.เต้” นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม 2 หัวเรือใหญ่ ประกาศลุกขึ้นสู้ทวงคืนความยุติธรรมให้ “แตงโม”ลุยฟ้องศาลพิสูจน์ปม “ฆาตกรรมอำพราง” ..00

เข้าทาง.. “ผู้เห็นต่าง” เดินหน้าเอาผิดชุดคลี่คลาย แถม..ทีมงานประกาศก้องเอาผิด “กลุ่มโจมตี ไม่ไว้หน้า อาจหาญเป็นปรปักษ์ ขัดขวาง” นี่..คือ..เริ่มต้น คดีความส่อเค้าขึ้นโรงขึ้นศาล เป็นหางว่าว ต่างฝ่ายหนีไม่พ้น..ผลแห่งกระทำ งานนี้..สู้กันข้ามปี..ดูกันยาวๆ ใครพ่ายแพ้..คุกตะราง..คือ..คำตอบ…OO

ใกล้ความจริง..“ปฏิรูปองค์กรตำรวจ” หลัง..ยืดเยื้อมาหลายปีดีดัก พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีต ผบช.ภ.1 หนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว“สิ้นสุดการรอคอยกับการปฏิรูปตำรวจ”..OO

สรุปเนื้อหาหลักๆ..โครงสร้างใหม่ บอร์ด ก.ตร.มี “นายกรัฐมนตรี” เป็นประธาน  “ผบ.ตร.”เป็น รองประธาน กรรมการฯ มี เลขาธิการ ก.พ.- เลขาธิการ ก.พ.ร.- รอง ผบ.ตร.5 นายตามลำดับอาวุโส- จเรตำรวจแห่งชาติ – ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ผบช.ก.ตร.เป็นเลขาฯ รอง ผบช.ก.ตร.เป็นผู้ช่วยฯ “ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ”ให้สิทธิ์ตำรวจ ตั้งแต่ “ส.ต.ต.” ขึ้นไป จนถึง “พล.ต.อ.” ลงคะแนนเลือกเฟ้น..OO
 

ที่น่าสนใจ.. “บิ๊กนวย”สาธยาย คำพูดที่ว่า “หลักเกณฑ์เอาไว้ใช้กับคนที่ไม่มีเส้น ส่วนคนที่มีเส้นได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์” เป็นเรื่องที่มีอยู่จริงและมีมานานแล้ว  “พวกดาวรุ่ง-ดาวหาง-ผีพุ่งไต้-ลูกท่านหลานเธอ” เส้นใหญ่ไร้กติกา ก็จะใช้บทบัญญัติข้อยกเว้น..OO

ข้อนี้แหละ..“ยกเว้นหลักเกณฑ์”การแต่งตั้งที่ ก.ตร.เขียนไว้อย่างดิบดี ต้องพังครืนลงด้วยบทบัญญัติเพียงวรรคท้ายของมาตรา 80 เท่านั้นคือ “ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”..OO

ประเด็นนี้..“ ก.ตร.”จะมีมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ เพื่อแต่งตั้งบุคคลใดให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตำรวจ แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในหมวดนี้ก็ได้..ด้วยเหตุนี้ ปฏิรูปครั้งนี้ ให้ยกเลิกบทบัญญัติวรรคท้ายของมาตราดังกล่าวทิ้ง แปลว่า “มวลตำรวจทุกคนจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันอย่างเสมอภาค”..OO

บทสรุปได้ว่า..“ปฏิรูปองค์กรตำรวจ”ครั้งนี้ รื้อกฎระเบียบหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชตำรวจให้ความเป็นธรรม “ตำรวจน้ำดี” หมดยุค “เด็กเส้น-เด็กนาย”เหาะเหิน ข้ามหัว  “เพื่อนร่วมอาชีพ” ถึงเวลา..คนทำงานแต่ไร้เส้น ได้แจ้งเกิดเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานกับเขาเสียที..อนุโมทนา..สาธุ..OO

ออกจากปาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ตอบคำถามได้จับใจ ช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแบ่งร่างไปช่วยงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้อย่างไร ทุกวันนี้..ก้อ..ทำงานให้ท่านทั้งสอง..ผ่านการสั่งการ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ในฐานะผู้ปฏิบัติ..OO

เจ้าตัวหยอดคำหวาน..สมฉายา “โจ๊กหวานเจี๊ยบ” ทำงานให้ทั้งคู่ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชา และเป็นผู้มีบุญคุณทั้งสองคน คนเราต้องที่ไปและที่มา ไม่ใช่รู้แต่ที่ไปอย่างเดียว แต่จำที่มาไม่ได้..OO

แถม..ขยายความ “ผมมีวันนี้ก็เพราะท่าน” แต่การทำงานของผมคือ การเอาพลังของท่านมาทำให้ประชาชน ไม่ใช่เอามา เปิดบ่อน เปิดอบายมุข เปิดหวย เปิดซ่อง ไม่ได้เอาอำนาจบารมีท่านไปเก็บเงินใคร แต่เอามาทำเพื่อประชาชน เหมือนที่ไปปราบ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์- ขบวนการค้ามนุษย์” ผมมองว่า สิ่งที่ท่านต้องการให้ผมทำ คือ “ทำเพื่อประชาชน” นี่..คือ..ความชัดเจนลูกผู้ชายชื่อ..พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล..OO

โดดเด่น..“บก.ปคบ.” ยุค พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ กุมบังเหียน “ผู้นำหน่วย”บัญชาการ “ผู้ใต้บังคับบัญชา”ขจัดปัดเป่าภัยสังคม ได้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ.เสริมทัพขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ขจัดทุกข์ภัย “ชาวบ้าน-ชาวช่อง” สร้างผลงานคดีแล้วคดีเล่า..OO

สดๆร้อนๆ..นำทีม ประสาน อย.แกะรอยเบาะแสร้องเรียน ตะครุบตัว น.ส.ณัฐชานันท์  พิทักษ์ชัยกร “สาวแสบ” ปลอมเอกสารสวมรอยเป็นหมอเสริมความงาม ตระเวนไปทำงานตามคลินิกต่างๆ ประวัติโชกโชนถูกจับมา 13 ครั้ง ไม่เข็ดหลาบ ปิดฉาก “หมอเถื่อน” ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ “ดรีมทีม”.. OO

ไม่รู้..เพราะเหตุใด “เงียบกริบ” คดี“ชาวยโสธร” แจ้งความผิด “หมอปลา”กับพวก บุกที่พักสงฆ์วัดป่าดงสว่างธรรม ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ใช้กิริยาวาจาถ้อยคำหยาบคายดูหมิ่นดูแคลน จาบจ้วง“หลวงปู่แสง ญาณวโร” พระเกจิดัง แห่งภาคอีสาน ไร้ความเคลื่อนไหวคดีความ “ชาวพุทธ”ข้องจิต ถามไถ่มา ครับทั่น พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม..ผบช.ภ.3 ที่เคารพรัก..OO

ทดสอบสมรรถภาพ..“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”จัดการแข่งขัน “หน่วยปฏิบัติการพิเศษ” ระดับ..“กองบัญชาการ” ( SWAT Challenge 2022)พัฒนาและดำรงขีดความสามารถของหน่วย ในการคลี่คลายสถานการณ์อาชญากรรมที่มีความรุนแรง  มี 12 หน่วย “บช.ภ.1-9 -บช.ก.-บช.ส.-บช.ปส.” ร่วมเข้าแข่งขันทดสอบ ได้..ตัวแทนแข่งขัน SWAT Challenge ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ -หน่วยอรินทราช 26 -หน่วยนเรศวร 261 เป็นกรรมตัดสิน ระหว่าง 29 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้ ณ ลาน กก.1 บก.สสน.บช.ตชด.อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

บุกถิ่นเนวิน “อุ๊งอิ๊ง” ลุยเมืองช้าง ขวางอิทธิพลสีน้ำเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516740

29 พ.ค. 2565

บุกถิ่นเนวิน "อุ๊งอิ๊ง" ลุยเมืองช้าง ขวางอิทธิพลสีน้ำเงิน

บุกอีสานใต้ “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ตะลุยเมืองช้าง สกัดอิทธิพลเนวิน หากหวังผลเพื่อไทยแลนด์สไลด์ จะต้องเอาชนะที่สมรภูมิอีสานใต้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

บุกอีสานใต้ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เวลาตะลุยเมืองช้าง ปลุกขวัญคนเสื้อแดง สกัดเนวิน ขยายอิทธิพลจากบุรีรัมย์

แดงทั้งแผ่นดิน อุ๊งอิ๊ง หวังเพื่อไทยแลนด์สไลด์ จะต้องเอาชนะที่สมรภูมิอีสานใต้ให้ได้ เพราะภูมิใจไทยเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว

หลังประสบความสำเร็จในการจัดอีเวนท์ครอบครัวเสื้อแดงที่ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง สมุทรปราการ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก็มีคิวเดินทางไป จ.สุรินทร์ ในช่วงเดือน มิ.ย.2565

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ได้นำทีมงานเพื่อนอุ๊งอิ๊งเดินทางไปที่สุรินทร์ เพื่อเตรียมการจัดงานนัดพบคนเสื้อแดงเมืองช้างอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะเจ้าบ้านทำหน้าที่ประสานงาน

สืบเนื่องจาก อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยกทัพใหญ่ไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ และคว้าตัว ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย 3 คน มาขึ้นบนเวที ประกาศศักดาสมัยหน้ายึดศรีสะเกษทั้งจังหวัด ทำให้คนแดนไกลนั่งไม่ติด

ตอนแรกมีกระแสข่าวว่า อุ๊งอิ๊งจะเดินทางไป อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ แต่ก็มีการปรับแผนใหม่มาจัดงานที่สุรินทร์ ซึ่งหัวเมืองใหญ่ของอีสานใต้ และ ส.ส.สุรินทร์ 5 คน สังกัดเพื่อไทย

ชั่วโมงนี้ บุรีรัมย์ ,ศรีสะเกษ,สุรินทร์ และนครราชสีมา เป็นเป้าหมายสำคัญของภูมิใจไทย ที่จะขวางแผนแลนด์สไลด์ของคนแดนไกล เนวิน ชิดชอบ จะไม่ปล่อยให้เพื่อไทยยึดครองอีสานใต้ เหมือนโซนอีสานเหนือ

  • ‘สุรินทร์ถิ่นเสื้อแดง’

บทบาทของ อุ๊งอิ๊ง ที่นำทัพ ส.ก.เพื่อไทย จนได้รับชัยชนะส่งผลสะเทือนไปถึงอีสานใต้ ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยจะต้องใช้จังหวะนี้ เปิดเกมรุกหนักทางการเมือง

สมรภูมิการเลือกตั้งปี 2562 สุรินทร์ มี ส.ส. 7 คน ปรากฏว่า เพื่อไทยได้ ส.ส. 5 คน ประกอบด้วยเขต 3คุณากร ปรีชาชนะชัย,เขต 4 ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ,เขต 5 ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ,เขต 6 สมบัติ ศรีสุรินทร์ และเขต 7 ชูศักดิ์ แอกทอง

ที่เหลืออีก 2 เขตตกเป็นของพรรคอื่น คือเขต 1 ปกรณ์ มุ่งเจริญพร พรรคภูมิใจไทย และเขต 2 ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ (ปัจจุบันสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย)

ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงมีเป้าหมายที่จะปักธงเขต 1 และเขต 2 ให้ได้ โดยเบื้องต้น ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ลูกชายของเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ได้ขึ้นป้ายหาเสียงแล้ว

อีกรายหนึ่ง กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ลูกชายของเสี่ยติ่ง-กิตติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติอดีตนายก อบจ.สุรินทร์ ที่อำลาภูมิใจไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็มีข่าวว่า อยากลงสมัคร ส.ส.สุรินทร์ ในนามพรรคเพื่อไทย

ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์ รุ่นลายคราม ฉายาไอ้หนุ่มเสื้อแดง ก็พร้อมจะลงสนามเขต 2 ในสีเสื้อเพื่อไทย หลังจากสมัยที่แล้ว พ่ายเซี้ย สินอุดม-ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์

ผู้ที่เป็นโต้โผใหญ่งานครอบครัวเพื่อไทยที่ จ.สุรินทร์ คือ ชนินทร์ ลูกชายของเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ซึ่งเกษมเป็นน้องชายเสี่ยติ่ง กิตติเมศวร์ ประธานบริษัท สุรินทร์พลาซ่า จำกัด

หนุ่ม-ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เป็นนักการเมืองดาวรุ่งที่แกนนำกลุ่มแคร์ให้การสนับสนุน และมีความใกล้ชิดกับกลุ่มเพื่อนอุ๊งอิ๊ง จึงสามารถนำหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยมาทำกิจกรรมที่เมืองช้างได้

  • ‘บ้านเกิดปู่ชัย’

คนแดนไกลรู้สึกไม่พอใจเนวิน ที่ดึง ส.ส.เพื่อไทยไปอยู่ภูมิใจไทย จึงส่ง อุ๊งอิ๊ง ไปที่เมืองช้าง เพื่อเชิญชวนคนเสื้อสุรินทร์รวมพลัง สร้างปรากฏการณ์แดงทั้งสุรินทร์เหมือนปี 2554

สุรินทร์เป็นบ้านเกิดของชัย ชิดชอบ ซึ่งผู้มากบารมีในบุรีรัมย์ เนวินพยายามขยายพื้นที่การเมืองมายังเมืองช้าง เริ่มจากเลือกตั้ง 2550 เนวินเป็นแม่ทัพใหญ่ของพรรคพลังประชาชน อาศัยกระแสทักษิณ ก็เกือบยึดเมืองช้างสำเร็จ

ปี 2554 เนวินทิ้งทักษิณไปตั้งพรรคภูมิใจไทย กวาด ส.ส.สุรินทร์ ค่ายเสื้อแดงมาสวมเสื้อสีน้ำเงิน แต่สู้กระแสยิ่งลักษณ์ไม่ไหว เหลือรอด

เข้าสภาคนเดียว นอกนั้นสอบตก นี่เป็นบทเรียนที่เจ็บแสบจากคนแดนไกล

ปี 2562 สนามสุรินทร์ เก้าอี้ ส.ส.ลดเหลือ 7 ที่นั่ง ค่ายสีน้ำเงินวางตัวอดีต ส.ส.ไว้เพียบ อาทิ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร, กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ, สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ และพรชัย มุ่งเจริญพร ปรากฏว่า มีปกรณ์ได้เข้าสภาฯ เพียงคนเดียว

ป้ายต้อนรับ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยที่สุรินทร์ป้ายต้อนรับ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยที่สุรินทร์

ว่ากันว่า คนสุรินทร์ส่วนใหญ่ยังชื่นชอบทักษิณ และเพื่อไทย อีกด้านหนึ่ง คนเมืองช้างบางส่วนไม่ชอบเนวิน และมองการพัฒนาแบบบุรีรัมย์โมเดลเป็นเชิงลบ

อย่างไรก็ตาม ปลายปี 2563 พรชัย มุ่งเจริญพร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครนายก อบจ.สุรินทร์ ก็ได้รับชัยชนะเหนือคณะก้าวหน้า

การเมืองสุรินทร์ก็มีเรื่องแปลกๆ ปี 2554 เพื่อไทยยึดเก้าอี้ ส.ส.ได้เกือบหมด ปีถัดมา มีเลือกตั้งนายก อบจ. ปรากฏว่า กลุ่มเพื่อนเนวินชนะ เช่นเดียวกันกับปี 2562 เพื่อไทยกวาด ส.ส.ไปส่วนใหญ่ แต่เลือกนายก อบจ.ก็ยังตกเป็นของกลุ่มเพื่อนเนวิน

สุรินทร์ เป็นสนามหนึ่งที่พรรคภูมิใจไทย หมายมั่นปั้นมือที่จะทำศึกล้างตาพรรคเพื่อไทยให้ได้ โดยเฉพาะสมัยหน้า ภูมิใจไทยซุ่มดึง ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.เกรด A จากพรรคพลังประชารัฐมาอยู่ในสังกัดเรียบร้อยแล้ว