มรสุมถาโถม”บิ๊กแป๊ะ” หลัง ป.ป.ช.ตั้งกรรมการไต่สวน ปมซื้อรถตรวจการณ์ 900 ล.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517657

หนึ่งตะวัน พันดาว

06 มิ.ย. 2565

มรสุมถาโถม"บิ๊กแป๊ะ" หลัง ป.ป.ช.ตั้งกรรมการไต่สวน ปมซื้อรถตรวจการณ์ 900 ล.

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

มรสุมถาโถม.. “ชนักติดหลัง”พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.สมัยดำรงตำแหน่งเก้าอี้ “แม่ทัพใหญ่สีกากี”คนที่ 11 ชนวนรอยร้าว “คนกันเอง”ส่งหมอความร้องเรียนกล่าวหาโครงการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ(SMART PATROL CAR:SPC) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจำนวน 260 คัน วงเงินงบประมาณ 900 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2560 และ2561 ส่อทุจริตไม่ชอบมาพากล..OO

ที่มาที่ไป..นายษิทรา เบี้ยบังเกิด “ทนายตั้ม”เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ออกมารับลูก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี เข้ายื่นเรื่องให้สำนักงาน ป.ป.ช.ตรวจสอบเป็นทางการ..00 

ไม่รู้เพราะ..เหตุใด ท่ามกลาง“กระแสการเมืองร้อนแรง” ปูดข่าวที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่อง กล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 เสนอให้มีองค์คณะกรรมการไต่สวนฯ “ผบ.แป๊ะ” กับพวก 46 ราย ติดร่างแหกันระนาว เสียงเล่าเสียงลือ..หรือนี่คือ..เกมตัดขาด“ดิสเครดิตเส้นทางการเมือง” งานนี้..สู้กันอีกนาน..OO

เสียความรู้สึก..บรรดา “นักรบป่า” ต่างขุ่นคืองใจนักการเมือง “ฝีปากกล้า” สาดน้ำลายกลางสภาฯ หั่นงบประมาณ ไม่เห็นค่า“ตำรวจตระเวนชายแดน” สะท้อน“อคติ” ไม่ทำการบ้าน ไม่เคยสัมผัสความยากลำบากในถิ่นทุรกันดาร “นอนกลางดิน-กินกลางทราย” ปกป้องอธิปไตยประเทศชาติ ไม่หมือนใครบางคน..ดีแต่เจื้อยแจ้วจำนรรจา..OO

ไม่นิ่งดูดาย..พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกหน้าชี้แจงตอบโต้ ยืนยัน “กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน” เป็นหน่วยที่มีความจำเป็น และสำคัญอย่างมาก เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพสูงในการปฏิบัติภารกิจสำคัญ “รักษาอธิปไตยของประเทศ”เต็มไปด้วย..ขีดความสามารถสูง เข้าช่วยเหลือดูแลประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ สถานการณ์วิกฤติต่างๆ..OO

นี่ยังไม่นับรวม..ภารกิจลาดตระเวน“ปกป้องแนวชายแดน” ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแนวชายแดนทั่วประเทศ 5,656 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 54 จังหวัด ดูแล 26,067 หมู่บ้าน..OO 

ยิ่ง..ภารกิจ “ครูตำรวจชายแดน”มีบทบาทมากกว่า “ครู”นอกจาก สอนหนังสือ ยังทำหน้าที่ “หมอ-พยาบาล” ในชุมชน ยกระดับเป็น “สุขศาลาพระราชทาน” รองรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก และประชาชนในพื้นที่..นี่..คือ..ข้อเท็จจริง ภารกิจ “นักรบป่า”โปรดทราบ..OO

ตีแสกหน้า..เสียงโพทนาป่าวประกาศ “ผู้มีอำนาจ”ไฟเขียว “เรือนไทยร้อยล้าน” จ.ตรัง เปิดบ่อนการพนัน แลก “รถเบนซ์คันงาม”เป็นสิ่งตอบแทน ไม่รอช้า พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 สั่งตรวจสอบข้อเท็จ..OO

ไม่นิ่งดูดาย..พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา พลันทราบข่าว “กลุ่มรักษ์ด่านนอก” อ.สะเดา ร้องเรียนถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 20 นาย “ข่มขู่เรียกเก็บส่วย”ผู้ประกอบการร้านค้ารายละ 2-5 พันบาท สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง มอบหมาย พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ จันทรอาภา รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา ประธานสอบฯ ขีดเส้น 7 วัน รู้ผล อย่าทำ “สุจริตชน”ผู้หาเช้ากินค่ำ ผิดหวัง กลายเป็น“มวยล้มต้มคนดู” ก้อแล้วกัลล์..OO

นี่ก้อใช่ย่อย..“เปิดกิจการ” ไม่ทันไร “สารวัตรหญิงสวนพลู” นำคณะลูกหาบ ตรวจตลาดทุ่งรัชดาฯ สำรวจ “พ่อค้า-แม่ค้า-ผู้ประกอบการ” ตีตั๋วค่าธรรมเนียม “เบี้ยใบ้รายทาง” ไม่รอให้หายใจ ผู้ประกอบการต่างส่ายหน้า อะไร..จะป่านนั้น เวรกรรมประชาชี..OO

โบดำ..“พ่นพิษ” พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ลงดาบย้าย พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ สว.สส.สภ.ศรีราชา ร.ต.อ.จตุพล เทสินทโชติ รอง สว.สส. ด.ต.ชัยวัฒน์ มาดี ผบ.หมู่ งานสืบสวน ด.ต.อนุภาพ วิสูตรศักดิ์ ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.ศรีราชา “เข้ากรุ” ศปก.บก.ภ.จ.ชลบุรี นำทีมจับสาวใหญ่วัย 56 ปี ปลูกกัญชาต้นเดียว ดำเนินคดี..OO

เหตุ..ขัดคำสั่ง “ผู้บังคับบัญชา”มอบนโยบายให้ใช้หลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กัน แต่ตำรวจทั้ง 4 นาย ไม่ปฏิบัติตาม ส่งให้เกิดความเสียหายต่อ“ภาพลักษณ์องค์กรตำรวจ” พล.ต.ต.ชัยต์พจน สุวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 โฆษกประจำหน่วย..แจงที่มาที่ไป..คำสั่งเชือด..OO

สุดยอด..“ตำรวจน้ำดี”ด.ต.สนอง ยิ้มศรี ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.หัวหน้าตู้ตำรวจทางหลวงทับหลี จ.ชุมพร กว่า 10 ปี ทุ่มกำลังกายกำลังใจ อุทิศตนเพื่อสังคม ลงพื้นที่..คลุกคลีตีโหม่ง “ประชาชน”สอบถามสารทุกข์สุกดิบรับปัญหาความเดือดร้อน..OO

เนรมิตโครงการ..“ติวความรู้ให้เด็กๆลูกหลานชาวบ้านสอบเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจ” ลดปัญหาเยาวชนหลงเดินทางผิด-ช่วยเหลือครอบครัวยากจนแบ่งเบาภาระพ่อแม่ จับเด็กๆเข้าคอร์ตเข้าสู่เส้นทาง “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”สานความหวังของบุพการี..OO

เริ่มดำเนินการสานฝัน..“ถนนสู่ดวงดาว” ตั้งแต่ รุ่นแรก ปี 55 จวบจนปัจจุบัน รุ่นที่ 12 ทั้งสิ้นประมาณ 150 นาย สอบผ่านเข้ารับราชการตำรวจแล้ว 56 นาย กำลังศึกษา หลักสูตร นสต.18 นาย รุ่นล่าสุด สอบผ่านข้อเขียน 25 นาย..OO

รุ่นแรก..“พ่อแม่-ผู้ปกครอง”นำมาฝากติวแค่ 7 คน สอบผ่านเข้ารับราชการตำรวจ 2 นาย คนแรก ส.ต.อ.เจษฎา จีนบันทึก ปัจจุบัน สังกัด สภ.สวี จ.ชุมพร คนที่สอง ส.ต.อ.ชัชวาลย์ อินทรบำรุง สังกัด กองร้อย ตชด.417 กก.ตชด.41  “เจ้าตัว” ย้อนความหลัง “ความภาคภูมิใจ” จุดประกายเดินหน้าโครงการฯ..OO

สุดท้าย..ฝากขอบพระคุณ “11 อาจารย์” ไล่ตั้งแต่ อ.พิทธพนธ์ พิทักษ์ -.อ.สำราญ สน พิพัฒน์ -อ.พีรพัช คงยืน -.อ.จันทา พิมพ์อักษร -อ.เกวลิน บัวเขียว -.อ.ลักขณา พรหมพัตร -อ.พัชรา จั่นเพชร -อ.เสาวนีย์ สุขารมย์-.อ.ธันยาวรรธน์ เจริญสุข -.นรต.ณัชนน ซื่อตรง -.อ.บี วิทยาลัยการอาชีพกระบุรี “เสียสละเวลาส่วนตัว” ประสิทธิประสาทวิชาความรู้ บรรดาเหล่า “เยาวชน” ก้าวสู่..ถนนแห่งดวงดาว..OO

หนีไม่พ้น..“บ่วงกรรม”นายเชิด ศรีจูม วัย 53 ปี ฆาตกรหื่นกามลวง 2 สาววัย 13 วัย 15 ขืนใจ ฆ่าปิดปากหมกป่าในพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี และในพื้นที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เมื่อปี 51 หลบหนีความผิดร่วม 14 ปี ไม่พ้นเงื้อมือ พ.ต.ท.ประภาส หลำเพิกสืบ สว.สส.สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี นำทีม “พลิกแฟ้มคดีเก่า” ลากคอชดใช้กรรม คาแหล่งกบดานสวนลำไย อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ “ดรีมทีม”..OO

ผลทดสอบเขี้ยวเล็บ..ตัวแทน 12 หน่วยกองบัญชาการ วัดความสามารถทีมแข็งแกร่ง 5 ด่านทดสอบ ผลการแข่งขัน.. หน่วยปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง คว้าสุดยอดชุดปฏิบัติการพิเศษ ได้ 54 คะแนนเฉือน.. ชุดปฏิบัติการพิเศษ “แดนไทย 54” ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เส้นยาแดง   ชุดปฏิบัติการพิเศษ “ยักขราช 49” ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เข้าป้าย รั้งอันดับ 3 ..OO

เบื้องหลังความสำเร็จ..ต้องยกเครดิต พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ผู้บุกเบิกสร้าง “หน่วยหนุมาน” ได้ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.ปพ.บก.ป.หัวเรือใหญ่ ควบคุมการฝึกฝนอย่างเข้มข้นมาตลอด รองรับปฏิบัติการภารกิจพิเศษ สมเป็น..หน่วยงาน“ที่พึ่งสุดท้ายประชาชน”..OO

อาละวาด..ไม่หยุดวายร้ายบนโลกโซเชียล หลอกลวงต้มตุ๋น “ชาวบ้าน-ชาวช่อง”ไม่เว้นแต่ละวัน สดๆร้อน..ทำลิงก์หลอกให้ผู้เสียหายกดเพื่อแฮกข้อมูลบัญชีทาง “แอปพลิเคชันไลน์” สวมรอยส่งข้อความหลอกยืมเงินผู้อื่นเชิดไป 1.6 ล้านบาท..OO

แม้แต่..นายเศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายคนเล็ก“เสี่ยหนู”นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ก้อ..ยังเสียท่าให้“แฮกบัญชีไลน์”มาหลอกยืมเงิน นางอาทิตยา ชาญวีรกูล อาสะใภ้..OO

ไม่รอช้า..พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท.บัญชาการ พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท.พ.ต.ท.ภัททสักก์ ธนสุกาญจน์ -พ.ต.ท.ภานุภัทร กิตติพันธ์ รอง ผกก.1 บก.ปอท.“แกะรอยไล่ล่า” ลากคอ นายสมพร สิงห์ห่วง วัย 29 ปี “มิจฉาชีพ”ตัวแสบทำผิดซ้ำซาก ประกันตัวชั้นศาลออกมาก่อเหตุ ปิดฉาก..“วายร้ายโลกโซเชียล”..OO..สวัสดี 

หนึ่งตะวัน พันดาว

ศึกสุรินทร์ “ทักษิณ” เป็นต่อ “เนวิน” ดูดค่ายธรรมนัสเสริมทัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517619

05 มิ.ย. 2565

ศึกสุรินทร์ "ทักษิณ" เป็นต่อ "เนวิน" ดูดค่ายธรรมนัสเสริมทัพ

อาถรรพ์เมืองช้าง “ทักษิณ” ไม่เคยชนะยกจังหวัด ล้ม “เนวิน” ไม่ลง เลือกตั้งครั้งหน้า ภูมิใจไทยจัดทัพดึง ส.ส.ค่ายธรรมนัส ขวางแลนด์สไลด์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อาถรรพ์เมืองช้าง “ทักษิณ” ไม่เคยชนะยกจังหวัด สมัยยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ ก็ล้มกลุ่มเพื่อนเนวินไม่ลง เลือกตั้งครั้งหน้า ภูมิใจไทยจัดทัพคนรุ่นใหม่ขวางแลนด์สไลด์

เกมถ่ายเลือด “ทักษิณ” ปล่อยลูกพรรคเมืองช้างโชว์ผลงาน สร้างฐานเสียง ชิงเป็นตัวจริงลงสนาม อีเวนท์ครอบครัวเพื่อไทย จึงกลายเป็นมหกรรมแย่งซีนพวกเดียวกัน

อีเวนท์ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม ไปเยี่ยมยามถามข่าวชาวสุรินทร์ เมื่อ 5 มิ.ย.2565 ไม่คึกคักเหมือนเวทีปากน้ำ เมื่อ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ติดโควิด ไม่ได้เดินทางไปพบชาวเสื้อแดงเมืองช้าง

อย่างไรก็ตาม โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ตัดสินใจเดินทางไปสุรินทร์แทนน้องสาว พร้อมกับแกนนำระดับบิ๊กๆ อย่างหัวหน้าพรรค ชลน่าน ศรีแก้ว ,ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, ภูมิธรรม เวชยชัย ,นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, จาตุรนต์ ฉายแสง และวิสุทธิ์ ไชยณรุน ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย

เกรียง กัลป์ตินันท์ แม่ทัพอีสานใต้ ก็ยกทีมใหญ่มาจากเมืองอุบลฯ โดยไปต้อนรับโอ๊ค พานทองแท้ ถึงสนามบินบุรีรัมย์

ดังที่ทราบกัน แม่งานใหญ่คือ ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ลูกชายของเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ และอดีต ส.ส.กลุ่ม 16 (ยุคสุชาติ ตันเจริญ) โดยลูกชายเกษม เตรียมตัวจะลงสมัคร ส.ส.สุรินทร์ แต่ยังไม่ได้ระบุเขต

ขณะที่ ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์ ฉายาไอ้หนุ่มเสื้อแดง ก็เคลื่อนรถแห่ติดป้ายต้อนรับอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมเพื่อนอดีต ส.ส.สุรินทร์ ที่เสนอตัวลงสนามสมัยหน้า

ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยในเมืองช้าง หลังศึกงบประมาณฯ ก็มีความชัดเจนว่า “เซี้ย สินอุดม” หรือ ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 พรรคเศรษฐกิจไทย จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ตามคำชักชวนของ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย

ดังนั้น สนามเลือกตั้งเมืองช้าง เขต 1 และเขต 2 จึงเป็นพื้นยุทธศาสตร์ของเพื่อไทย หากแย่งยึดมาได้ก็จะชนะยกจังหวัด เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

  • ‘อาถรรพ์ทักษิณ’

พลิกปูมเลือกตั้งสุรินทร์จากปี 2544-2562 “ทักษิณ” ไม่เคยชนะแบบแลนด์สไลด์ แม้แต่ในยุคประชานิยมเฟื่องสุดขีด ทักษิณนั่งช้างมาหาเสียง มีเนวิน ชิดชอบ เป็นคนเลี้ยงช้าง พรรคไทยรักไทยก็ไม่ชนะยกจังหวัด

เลือกตั้งปี 2550 เนวินนำทีมพรรคพลังประชาชนลงสนาม ก็ยังเหลืออีก 2 เขตที่เอาชนะไม่ได้ และปี 2554 ยิ่งลักษณ์มาปราศรัยหาเสียงที่สุรินทร์ ไล่ขยี้ทีมเพื่อนเนวิน ผลปรากฏว่า ยังเหลืออยู่ 1 เขตเป็นของภูมิใจไทย

อุ๊งอิ๊ง ส่งคลิปวิดีโอไปขอโทษชาวสุรินทร์อุ๊งอิ๊ง ส่งคลิปวิดีโอไปขอโทษชาวสุรินทร์

ด้วยเหตุนี้แกนเพื่อไทยเมืองสุรินทร์ จึงวางแผนจะนำอุ๊งอิ๊ง มาพบครอบครัวเพื่อไทย ก็หวังเปิดเกมรุกเตรียมบุกเขต 1 และเขต 2 ที่เป็นฟันหลออยู่ ส่วนเขตอื่น มี ส.ส.เก่าอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นคุณากร ปรีชาชนะชัย,ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ,ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ,สมบัติ ศรีสุรินทร์ และชูศักดิ์ แอกทอง

สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า สุรินทร์ จะมี ส.ส. 8 คน เพิ่มจากปี 2562 อีก 1 เขต ขณะนี้ จึงมีการขยับของผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ และอดีต ส.ส.สุรินทร์หลายที่จะเสนอตัวให้พรรคเลือกลงสนาม รวมทั้งจ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ผู้สร้างตำนานล้มช้างพังโด่งดังไปทั้งสุรินทร์

สมัยที่แล้ว จ่าประสิทธิ์ไปลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อชาติ ก็แพ้ยับ และหนนี้พาลูกสาวมาแนะนำตัวกับแกนนำเพื่อไทย หวังส่งลูกสาวลงสนามเขตชายแดนเขมร

  • ‘เนวินไม่ยอมแพ้’

“ทักษิณ” เคยฝากบทเรียนอันเจ็บแสบให้แก่เนวิน ชิดชอบ ที่หาญหักนายใหญ่ไปร่วมหัวจมท้ายกับสุเทพ เทือกสุบรรณ ตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ในค่ายทหาร

เลือกตั้งปี 2554 อดีต ส.ส.สุรินทร์ 3-4 สมัย ที่สวมเสื้อสีน้ำเงินสอบตกกราวรูด ในจำนวน 8 เขตเลือกตั้ง มีเพียงเขต 1 เขตเดียวที่สอบได้คือ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร

ความพ่ายแพ้อย่างยับเยินที่สนามเมืองช้าง สร้างความเจ็บช้ำให้แก่เนวิน เพราะเขาเคยวางยุทธศาสตร์ให้สุรินทร์-บุรีรัมย์ เป็นเมืองคู่แฝดในทุกด้าน ถึงขั้นตั้งกลุ่มเพื่อนเนวินที่สุรินทร์

ปี 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.สุรินทร์ ได้พบกับครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และคุณากร ปรีชาชนะชัย 3 ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่โต ถึงขั้นคาดหมายกันว่า 3 ส.ส.สุรินทร์ เตรียมตัวย้ายพรรค

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล เป็น ส.ส.สมัยแรกพร้อมกันในสีเสื้อไทยรักไทย ทำนองเดียวกัน เถ้าแก่โรงสี-คุณากร ปรีชาชนะชัย ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรกปี 2554 กระแสนารีขี่ม้าขาวทำให้เข้าได้เข้าสภาฯ ฉะนั้น พวกเขาไม่มีทางจะทิ้งเพื่อไทยไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยแน่

เพียงแต่เกมวันนั้น เป็นกลยุทธ์ของปกรณ์ มุ่งเจริญพร พรรคภูมิใจไทย ที่พยายามบอกว่า ต่างพรรคแต่พวกเดียวกันเพื่อชาวสุรินทร์

ทั้งครูมานิตย์และตี๋ใหญ่ ก็เคยย้ายไปสังกัดพรรคอื่นแล้วสอบตก เมื่อมีโอกาสได้กลับเพื่อไทยปี 2554 จึงไม่คิดทิ้งเพื่อแม้วเด็ดขาด

“ชัชชาติ” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แบบนี้ “ลุงตู่” ว่างัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517572

นายหัวไทร

05 มิ.ย. 2565

“ชัชชาติ” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แบบนี้ “ลุงตู่" ว่างัย

เมื่อวานเห็นภาพ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ไปร่วมกิจกรรมดนตรีในสวน และร่วมแดนซ์กับชาวบ้านด้วย รู้สึกมีความสุขจริงๆ ถึงกับน้ำตาซึมกับผู้ว่าฯที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งมันแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับผู้ว่าฯที่มาจากการแต่งตั้งอย่าง “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง”

“ปัญหาของประชาชนไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะปัญหามันเดินต่อ เรามีเวลาจำกัดแค่ 4 ปี ดังนั้นเสาร์-อาทิตย์ ก็คือ 2 ใน 7 ถ้าหยุดไปเวลาก็หายไปเยอะ”

แต่ที่น่าเศร้าใจ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ไปพบกับ ผอ.สำนักระบายน้ำ จึงทำให้ทราบว่า ใน กทม.มีคลองอยู่ 1980 คลอง ปีงบประมาณ 2565 ลอกไปได้สองคลอง แล้ว”งบประมาณแผ่นดิน” ที่นายกฯตู่บอกว่าให้มา 20,000 ล้าน เอาไปทำอะไรหมดเนี่ย ท่านอัศวิน ขวัญเมือง หมดจนเหลือให้ชัชชาติได้ใช้ทำงานในช่วง 4 เดือนของปีงบประมาณ 2565 เพียง 94 ล้านบาท
     อีกไม่กี่วันเราก็จะได้เห็นผู้ต้องขังในเรือนจำออกมา “ลอกท่อ” ด้วยความสมัครใจ เพราะชัชชาติได้คุยกับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรมแล้ว

และตั้งแต่เสร็จศึกเลือกตั้งมายังไม่เห็นชัชชาติหยุดเลยแม้แต่วันเดียว 

“แอบงีบบ้างในวันเสาร์-อาทิตย์” ซึ่งผิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง วันเสาร์-อาทิตย์ ถือว่าเป็นวันหยุด ไม่เคยหยี่หระกับปัญหาประชาชน หรือถึงคราวต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่อีกแล้ว กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (สส.) จะได้เห็นหัวประชาชนบ้าง
การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจากการโหวตเลือกของ สส.และ สว. หรือที่ประชุมรัฐสภา 750 คน คือจาก สส.500 คน จาก สว.(แต่งตั้ง) 250 คน นายกรัฐมนตรีก็เห็นหัวแค่ 750 คน ส่วนประชาชนอีก 66 ล้านคนถูกมองข้าม  

ผู้ว่าฯกทม. "ชัชชาติ" ร่วมกิจกรรมสวนรถไฟผู้ว่าฯกทม. “ชัชชาติ” ร่วมกิจกรรมสวนรถไฟเริ่มบรรยากาศสนุกสนานกับผู้ว่าฯกทม.คนที่17เริ่มบรรยากาศสนุกสนานกับผู้ว่าฯกทม.คนที่17

ภาพปรากฏการณ์ “ชัชชาติฟีเวอร์” ด้วยคะแนนจากการเลือกตั้ง 1.38 ล้านคะแนน ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.สะท้อนอะไรหลายอย่าง
-สะท้อนความอัดอั้นของคนที่ไม่ได้เลือกตั้งมา 9 ปี
-สะท้อนว่า ประชาชนต้องการผู้ว่าฯมาจากการเลือกตั้ง มากกว่าจากการแต่งตั้ง
-สะท้อนว่าประชาชนต้องการผู้ว่าฯอิสระจากพรรคการเมือง
-สะท้อนว่า ประชาชนคน กทม.ไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่บริหารมาจะครบ 4 ปีแล้ว
-สะท้อนว่า ประชาชนชาว กทม.ต้องการคนเรียบง่าย ติดดิน แต่มีวิสัยทัศน์ มาเป็นผู้ว่าฯกทม.
หรือการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.สะท้อนแรง ส่งสัญญาณว่า คนต่างๆก็ต้องการได้ผู้ว่าฯที่มาจาก “การเลือกตั้ง” เช่นกัน พรรคก้าวไกล ก็เดินหน้า  ปลดล็อคท้องถิ่น กับข้อเสนอยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ เลือกตั้งผู้ว่าฯ
แม้จะดูเป็นข้อเสนอที่สุดโต่ง ยากจะเป็นจริงได้ แต่น่าสนใจว่า เรามาเริ่มต้นนำร่องเลือกตั้งผู้ว่าฯในจังหวัดที่พร้อม หรือจังหวัดที่มีลักษณะพิเศษ ในรูปแบบจังหวัดจัดการตนเองก่อนดีไหม เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ น่าน สมุทรปราการ ระยอง เหล่านี้เป็นต้น

ถ้าเราเริ่มต้นนำร่องได้ จะได้มีการประเมิน วิจัย เปรียบเทียบกับผู้ว่าฯที่มาจากการแต่งตั้งโดยส่วนกลางอันไหนจะดีกว่ากัน
ข้อเสนอปลดล็อคท้องถิ่น ก็จะไปติดกับ #การหวงอำนาจ ของส่วนกลาง โดยเฉพาะมหาดไทย ที่ระบบเจ้าขุนมูลนาย หรือระบบศักดินา ยังครอบงำอยู่ ก็ยังยากที่จะเป็นไปได้ 
แต่ประชาชน นักวิชาการ นักการเมืองต้องร่วมกันกดดัน เรียกร้อง “ลดขนาดรัฐบาลลง เพิ่มบทบาทของท้องถิ่น” ไม่ใช่ “หัวโต ตัวลีบ” อยู่อย่างปัจจุบัน ท้องถิ่นถูกกดทับ ถูกลดบทบาท ถูกตัดงบอุดหนุน ไม่ได้รับการส่งเสริม

น้ำตาจะไหล ผู้ว่าฯกทม."ชัชชาติ"ร่วมเต้นภายในกิจจกรรมดนตรีที่สวนรถไฟ น้ำตาจะไหล ผู้ว่าฯกทม.”ชัชชาติ”ร่วมเต้นภายในกิจจกรรมดนตรีที่สวนรถไฟรถสวนไฟในวันแห่งความสุขร่วมกับ ผู้ว่าฯกทม.คนที่17รถสวนไฟในวันแห่งความสุขร่วมกับ ผู้ว่าฯกทม.คนที่17

รัฐบาลกลับไปให้ความสำคัญกับราชการส่วนภูมิภาคที่เป็นกลไกของรัฐบาลกลาง แต่ห่างไกลประชาชน มีแต่ใช้อำนาจรัฐกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ ใช้กฎหมายเล่นงานประชาชน ใช้ความรู้ ประสบการณ์เบียดบังเงินงบประมาณแผ่นดิน
ถึงเวลาแล้วที่ #พลังแผ่นดิน ทุกหย่อมหญ้าจะต้องลุกขึ้นมาเรียกร้อง ปลดแอกตัวเองออกจากผีห่าซาตาลด้วยกระแสการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.


10 กว่าวันแล้วที่ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ออกมา ไม่เคยได้ยินเสียงแสดงความยินดีจากนายกฯที่ชื่อประยุทธ์ ไม่เคยเรียกชัชชาติมาคุยถึงความร่วมมือในการทำงานระหว่างรัฐบาลกับ กทม. ซึ่งชัชชาติก็เดินบ้าง วิ่งบ้างวนเวียนผ่านทำเนียบรัฐบาลอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่ออกมาบอกว่า เขาต้องไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนในฐานะผู้บังคับบัญชา
มันไม่แปลกอะไรหรอกที่นายกรัฐมนตรีจะโทรไปแสดงความยินดีกับชัชชาติ และบอกกล่าวถึงความพร้อมในการร่วมมือกัน หรือจะยกหูไปชวนมากินกาแฟที่ทำเนียบ ไม่ใช่ปล่อยให้ชัชชาติโกยคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มมีกระแสใหม่ กระแสชัชชาติ คาดิเดตนายกรัฐมนตรี
ถึงวันหนึ่งพรรคการเมืองใดดันเสนอชื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เป็น “แคนดิเดต” นายกรัฐมนตรี และชัชชาติตอบรับด้วย ถึงเวลานั้น “ลุงตู่” จะหนาว

เรื่อง : นายหัวไทร

ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ใคร “ช้างป่วย” กันแน่ “ข้าราชการบำนาญ” หรือ นักการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517574

05 มิ.ย. 2565

ใคร "ช้างป่วย" กันแน่ "ข้าราชการบำนาญ" หรือ นักการเมือง

คาใจและแปลกใจต่อคำอภิปรายของนักการเมืองที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งยังเป็นถึงหัวหน้าพรรค ในการพิจารณาร่างงบประมาณปี2566 ประเด็นสรุปรวมๆคือ เงินบำนาญที่จ่ายให้กับข้าราชการเกษียณอายุ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เหมือน “ช้างป่วย” เป็นตัวปัญหาของการพัฒนาประเทศ

ด้วยความเคารพจริงๆไม่เสแสร้ง เฉกเช่นนักการเมืองบางคน และโปรดรับทราบด้วยว่า “ข้าราชการบำนาญ” ที่รับราชการจนครบเกษียณอายุ และมีสิทธิ์รับเงินบำนาญจะต้องรับราชการไม่น้อยกว่า 25 ปี ไม่ใช่นักการเมืองที่ทำงานด้วยน้ำลาย(บางคน)มีเงินเดือนเป็นแสนมีค่าตอบแทนมากมาย มีผู้ช่วยกินเงินเดือนหลวงอีกไม่ต่ำกว่า 5 คน และอยู่ในสภาไม่กี่ปีแต่ก็มี “บำนาญ” เหมือนข้าราชการ

ถามหน่อยแล้วใคร “ช้างป่วย” กันแน่ กับงบประมาณที่สูญเสียไปมหาศาลเช่นนี้

ผมบรรจุเข้าราชการครั้งแรกวุฒิปริญญาตรีได้เงินเดือนประมาณ 2,300 บาท “ย้ำนะครับ 2,300 บาท”เมื่อปี 2524 ต้องก้มหน้าทำงานอย่างขมักเขม้น ต้องโยกย้ายจากบ้าน เมื่อบรรจุครั้งแรก ห่างครอบครัว เบิกค่าเช่าบ้านก็ไม่ได้(หากส่วนราขการใดไม่มีบ้านพักให้)ต้องไปขอพักกับสถานที่ราชการที่พอให้พักพิงได้ เพื่อประหยัดค่าเช่าบ้าน ต่อเมื่อโยกย้ายอีกครั้งถึงมีสิทธิ์เบิกค่าเช่าบ้าน ขณะที่เพื่อนๆที่จบพร้อมกันทำงานเอกชนรับเงินเดือนมากกว่าถึง 4-5 เท่า

คำถาม..ทำไมผมสมัครใจเป็นข้าราชการเพราะผมมีจิตใจที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศตามวิถีทางของผม ที่จบรัฐศาสตร์ รามคำแหงเพราะเมื่อแก่เฒ่าจะได้มีสวัสดิการ(บำนาญ)ให้ใช้เพราะตั้งแต่เริ่มรับราชการยอมเสียสละรับเงินเดือนที่มีน้อยนิด ก็เพราะสิ่งนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเงินเดือนน้อย แตกต่างจากเงินเดือนภาคเอกชนหลายเท่าตัว ซึ่งเงินส่วนที่ต่างกันและขาดหายไป ก็เสมือนเงินส่วนที่รัฐช่วยเก็บไว้ให้เพื่อใช้ในวัยเกษียณ แล้วเป็น “ช้างป่วย” หรือร่วม”สร้างชาติ”

แน่นอนข้าราชการย่อมมีดีและไม่ดี เฉกเช่น “นักการเมือง” มีทั้งดีและไม่ดีเช่นกัน เรา(ขรก.)ร่วมคิด.ร่วมสร้าง.ร่วมช่วยทำให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่ทั่วโลกชื่นชม(ยกเว้นคนไทยบางคนที่ไม่ชื่นชอบ)พัฒนาประเทศมาถึงปัจจุบัน สร้างบ้าน สร้างเมืองให้พวกนักการเมืองในปัจจุบันได้อยู่อย่างมีความสุขบนผืนแผ่นดินนี้ มีบ้าน มีธุรกิจฯลฯ นี่หรือที่เรียกว่า “ช้างป่วย” หากคิดเช่นนั้นก็ไม่ว่ากัน แต่คนไทยเขาเรียกว่าคนประเภทนี้ว่า“อกตัญญูต่อคนที่ทำคุณ”หรือจะเรียกอย่างอื่นก็สุดแล้วแต่ แต่ผมเรียกพวกเขาว่าผู้ทำคุณ“สร้างชาติ”

การอภิปรายอะไรต้องมีข้อมูล และความเป็นจริงของสังคมไทย ซึ่งประเทศไทยดำรงมาอยู่มาจนถึงปัจจุบัน เพราะ “ข้าราชการ” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ท่านจะเรียกว่า “ช้างป่วย” ก็ไม่ว่ากัน แต่ผมชื่นชมข้าราชการบำนาญทุกๆท่านว่าเป็นผู้ทำคุณต่อแผ่นดินเกิด“สร้างชาติ”ครับ

ธีรพล ขุนเมือง 

อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ทวงความเป็นธรรม”เด็กหญิง 14″ ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516296

05 มิ.ย. 2565

ทวงความเป็นธรรม"เด็กหญิง 14" ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

เงินไม่มี ผู้ปกครองไม่มา “เด็กหญิง 14” เรียนดี แต่การศึกษาและปากของครูทำให้เด็กจบชีวิตลาโลก จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบจากกระทรวงศึกษาธิการ แม้ก่อนหน้านั้นบอกจะรู้ผลสอบไม่เกิน 7 วัน

เรื่องราวของ “น้องโบนัส”  เด็กหญิงปลอบขวัญ ระสุโสะ อายุ 14 ปี  ที่เจอปัญหามรสุมรุมเร้ามืดแปดด้าน หวังยึดโรงเรียนเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ไม่เป็นไปตามที่หวัง เด็กหญิง 14 ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยความน่าเศร้าใจ

16 พ.ค. 2565 หลังการเสียชีวิตของน้องโบนัสเพียง 2 วัน “ ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดจากส่วนกลาง ถูกกระแสสังคมกดดันหนัก สั่งการด่วนให้เขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี เด็กหญิง 14 ต้องรู้ผลไม่เกิน 7 วัน แต่เมื่อครบ 7 วัน กลับไม่มีคำตอบ

ขณะที่ “ตรีนุช เทียนทอง ” รมว.ศึกษาธิการ ออกมากำชับเรื่อง “ความปลอดภัยในโรงเรียน” นักเรียนมาถึงโรงเรียนต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากครูและผู้บริหารโรงเรียน และปรับระบบแนะแนวในโรงเรียน

อีกมุมของปลายด้ามขวาน หลังเพื่อนรักจบชีวิต “เด็กหญิงกอหญ้า” เพื่อนของ “น้องปลอบขวัญ” ถูก “ครู” เรียกเข้าไปพบตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำมืดของวันพุธที่18 พ.ค.2565 เพียงคนเดียว โดยไม่มีผู้ปกครอง ตามที่รับปากภาคประชาสังคมเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่าชะตาชีวิตของ “เด็กหญิงกอหญ้า” ผู้รับปากเพื่อนรัก “ช่วยเปิดโปง” หลังออกจากห้องสอบข้อเท็จจริง จะเป็นอย่างไรบ้าง

ขณะเดียวกัน เลขาธิการ กพฐ. ไม่ยอมเปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และมีใครต้องรับผิดชอบกับการเสียชีวิตของ เด็กหญิง 14 กลับเฉไฉไปอีกเรื่องว่า “หากนักเรียนไม่มีเงินค่าเทอม ก็ให้ผ่อนชำระ” นั่นหมายความว่ามีการจัดเก็บ “ค่าเทอมเถื่อน” ทั้งที่นักเรียนทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเรียนฟรี 15 ปี ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ

เป็นที่น่าสังเกตว่า “นักเรียน” มีมูลหนี้อะไรกับโรงเรียน “ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. จึงสั่งให้ผ่อนชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา หรือ “ค่าเทอมเถื่อน” การสั่งการนี้ไม่ว่าด้วยวาจา หรือ เป็นหนังสือถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ “ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่”

ว่ากันว่า หลัง เด็กหญิง 14 กระทำอัตวินิบาตกรรม คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนักเรียนหญิงรายนี้ต้องไม่ตายฟรี

คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ประสานงานขอเข้าพบ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรณี เด็กหญิง 14  และขอให้ยกเลิกประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา เบื้องต้นตอบรับเป็นวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดขอเลื่อนการนัดพบไปเป็นหลังเวลาราชการของวันที่ 8 มิถุนายน 2565 

ความจริงเกี่ยวกับ เด็กหญิง 14 มีอะไรบ้าง 

  • 1.ข้อเท็จจริงที่ “เด็กหญิง 14” พูดกับเพื่อนว่าอย่างไร โดยพยานบุคคลคือเพื่อนที่ได้เห็น รับรู้หลายคนว่า “เด็กหญิงปลอบขวัญ” พูดหรือไลน์บอกเพื่อน ตรงกับหลักการรับฟังพยานของศาลไทย คนที่ใกล้ถึงความตาย รับฟังว่าเป็นความจริง
  • 2.ในข้อเท็จจริงนี้ จะพบว่า ครูคนใดพูดกับน้องว่าอย่างไร การที่ครูปฏิบัติต่อนักเรียน ที่กระทำไม่ว่าเป็นคุณ หรือเป็นโทษ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนหมอรักษาคนไข้
  • 3.นำข้อเท็จจริงนี้ เป็นจุดเริ่มต้นดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา คือการดำเนินการทางวินัยโดยอำนาจบังคับบัญชา ส่วนมาตรการทางวิชาชีพก็เป็นหน้าที่โดยคุรุสภา
  • 4.อำนาจการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ตรงนี้ “ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิกาาร ควรตอบหรือแจ้งเป็นหนังสือดังนี้ 
  • 4.1 การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ขัด รัฐธรรมนูญ ม.54 และผิด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ม.10  หรือไม่
  • 4.2 ถ้าขัด กระทรวงศึกษาธิการ ต้องดำเนินการอย่างไร เช่น ทำหนังสือสั่งการไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  โรงเรียน ให้ยกเลิกการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษารวมทั้งทำหนังสือแจ้งกรมบัญชีกลาง

ถ้ากระทรวงศึกษาธิการยังยืนยันว่า การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา (ค่าเทอมเถื่อน)กระทำได้โดยชอบ ก็ให้ทำเป็นหนังสือยืนยันแจ้งเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญให้ ส.ส.นำไปอภิปรายฯในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

    ถ้าระบบการศึกษาไทยยังเป็นแบบนี้นักเรียนคนไหนจะเป็นรายต่อไป

“สะพานการะเกด” ที่มาของโค้ง 100 ศพ ปลายปีสร้างลดอุบัติเหตุ เสร็จได้เมษายน66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517495

นายหัวไทร

04 มิ.ย. 2565

"สะพานการะเกด" ที่มาของโค้ง 100 ศพ ปลายปีสร้างลดอุบัติเหตุ เสร็จได้เมษายน66

ปัญหามานานนับ 10 ปี การก่อสร้างถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร ซึ่งเป็นการขยายช่องทางจราจรเป็น 4 ช่องทางช่วงสะพานการะเกด อ.เชียรใหญ่ มีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินช่วงคอสะพานทั้งสองฝั่งของคอสะพาน เมื่อรถวิ่งมาถึงจุดสะพานการะเกด จะบีบเหลือแค่สองช่องทางจราจร

ที่ผ่านมาจุดนี้เกิดอุบัติเหตุนับครั้งไม่ถ้วน สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จนชาวบ้านเรียกขานกันว่า “โค้ง 100 ศพ” ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นแค่คนไม่กี่คนไม่ยอมส่งมอบที่ดินตามพระราชกฤษฏีเวนคืนที่ดิน มีการเจรจาต่อรองกันหลายครั้ง แม้กระทั่งในยุค คสช.ทหารก็เข้าไปเจรจา และตกลงกันได้ มีการลงนามในข้อตกลงกัน แต่ถึงที่สุดแล้ว ผู้ครอบครองที่ดินก็ยังไม่ยอมส่งมอบที่ดินให้ เงื่อนไขเปลี่ยนแปลง แขวงการทางนครศรีธรรมราชก็เข้าไปดำเนินการไม่ได้ ยืดเยื้อต่อมาอีก 3-4 ปี
จนปี 2564 แขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ 1 ได้เข้าไปสำรวจ และออกแบบถนนช่วงนั้นใหม่ พร้อมประเมินราคาค่าก่อสร้าง พร้อมเสนอของบประมาณในปีงบประมาณ 2565 และผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว 
 ทางแขวงการทางนครศรีธรรมราชได้ออกประกาศเร่งด่วน เพื่อใช้มาตรการทางกฎหมายในการเวนคืนที่ดิน และในช่วงปลายงบประมาณ 2565 ทางแขวงการทางน่าจะเข้าไปดำเนินการได้ คาดว่าการก่อสร้างไม่น่าจะใช้เวลานาน ไม่เกินเดือน เมษายนปี 2566 น่าจะเปิดใช้งานได้


ถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร โดยบริเวณคอสะพานท้ังสองฝั่งจะสร้างเป็นจุดกลับรถลอดใต้สะพาน เพื่อรับการขยายตัวของเมืองการะเกด การเพิ่มขึ้นของรถในถิ่น เพื่ออำนวยความสะดวก และลดปัญหาอุบัติเหตุ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของแขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ 1 ได้นำเงินค่าเวนคืน ค่าสินไหมทดแทน ค่าอาศีล ทั้งหลายที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าของไปวางไว้ที่ธนาคารแล้ว หลังจากนี้ไม่นานก็จะเป็นการเบิกเงินให้กับผู้เป็นเจ้าของ

สะพานการะเกดสะพานการะเกด

จากนั้นแขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ 1 จะนำเครื่องจักรกลเข้าทำการรื้อถอนผลอาสิน และสิ่งปลูกสร้างในส่วนที่เหลือ หลังจากหลังจากที่เปิดพื้นที่ได้ทั้งหมดนั้นจะมีการออกแบบเส้นทางเชื่อมต่อประมาณราคากลางใหม่ ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากเดิมที่วางไว้ 30 ล้าน เป็น50 ล้าน และถนนสายนี้จะมีความสมบูรณ์ทั้งสาย หลังจากทุกฝ่ายใช้ความพยายามในการแก้ไขปัญหามาหลายปี

ส่วนเจ้าของทรัพย์สิน อาศีลทั้งหลาย ถ้ายังไม่พอใจต่อผลตอบแทนที่ได้รับก็ให้ไปศาลร้องกับศาล ให้ขบวนการยุติธรรมตัดสิน เพราะเรื่องยืดเยื้อมานานนับสิบปี คนเสียชีวิตมานับ 100 บาทเจ็บอีกจำนวนมาก นี้ยังไม่นับรวมการสูญเสียทรัพย์สิน และผลกระทบทางเศรษฐกิจ

สำหรับปัญหาก่อนหน้านี้ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาพอประมวลได้ดังนี้โค้ง 100 ศพ โค้ง 100 ศพ

1.ผู้ครอบครองที่ดินไม่ส่งมอบที่ดินตามกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน
2.เมื่อไม่ได้รับการส่งมอบที่ดิน แขวงการทาง /บริษัทผู้รับเหมาขอแก้สัญญา งดก่อสร้างช่วงสะพานการะเกด
3.งบประมาณในการก่อสร้างตกไป ตามวงรอบของปีงบประมาณ
4.กอ.รมน.ไปเจรจากับเจ้าของที่ดินแล้ว ทำ MOU ยินยอมกันแล้ว เมื่อปี 2561
5.เข้าใจว่า กรมทางหลวง โดยแขวงการทางยังไม่มีงบจ่ายชดเชยค่าเวนคืนในปี 2561 และ 2562
6.หรือมีอะไรยึกยักกันอยู่ จึงยังไม่มีการจ่ายเงินชดเชยค่าเวนคืนที่ดิน
7.บ้างก็ว่ามีคนจับสะพานการะเกดไว้เป็นตัวประกัน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
8.แขวงการทางเคยเจรจากับชาวบ้าน ขอสร้างถนนไปก่อน ค่อยจ่ายค่าชดเชยทีหลังภายใน 6 เดือน แต่ชาวบ้านไม่ยอม เพราะเคยมีบทเรียน ไม่มีการจ่าย
9.พระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินหมดอายุ ต้องต่อคิวนำพระราชกฤษฎีกาเข้า ครม.ใหม่
10.แขวงการทางต้องออกแบบก่อสร้าง/ตั้งงบประมาณใหม่ (ต้นทุนสูงขึ้น)
11.น่าจะเข้าแผนยุทธศาสตร์จังหวัดในปี 2564 ถึงจะดำเนินการก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ 2565

จบข่าวนะครับสำหรับประชาชนที่ใช้ถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร ช่วงคอสะพานการะเกดน่าจะสร้างเสร็จและเปิดใช้งานได้ประมาณเดือนเมษายนปี 2566  #นายหัวไทร เคยลงไปดูมาแล้ว 3 ครั้ง นั่งรถผ่านมาแล้วนับสิบครั้ง เพื่อติดตามโครงการนี้ เคยสัมภาษณ์มาหมดแล้ว ทั้ง สส.สัญหพจน์ สุขศรีเมือง สส.อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ 


เตรียมฉลองกันได้แล้วสำหรับผู้ที่รำคาญกับการใช้ถนนสายนี้มานานนับสิบปี ที่มีแต่คำถามว่า เมื่อไหร่จะสร้างเสร็จเสียที ก็สบายใจได้ว่าเมษายนปี 66 จะได้ขับรถผ่านสบายใจเสียที ไม่ต้องกังวลกับอุบัติเหตุอีกต่อไป

เรื่อง : นายหัวไทร 

“ชาดา” คนเดือดเลือดปาทาน “ณัฐวุฒิ” สายหมอใจบุญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517418

03 มิ.ย. 2565

"ชาดา" คนเดือดเลือดปาทาน "ณัฐวุฒิ" สายหมอใจบุญ

สภาเดือด “ชาดา” ปะทะณัฐวุฒิ ผิดคิวอภิปราย ต่างคนต่างวิถี คนหนึ่งโตมากับยุทธจักรค้าเนื้อ(กระบือ)เมืองอุทัยฯ อีกคนหนึ่งรับมรดกการเมืองจากหมอใจบุญแห่ง อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สภาเดือด “ชาดา” ปะทะณัฐวุฒิ กรณีผิดคิวอภิปราย บ้างว่าตบหน้า บ้างก็ว่าแค่วิวาทะ แต่อนุทินยันเรื่องขี้ปะติ๋ว จบแล้วไม่มีอะไร

สองคนสองคม “ชาดา” โตมากับยุทธจักรค้าเนื้อ(กระบือ) ลุ่มน้ำสะแกกรัง ต่างจากณัฐวุฒิ รับมรดกการเมืองจากหมอบุญเอื้อ ส.ส.น้ำดีมีคุณธรรมแห่งสุพรรณบุรี

กลางดึกคืนวันที่ 2 มิ.ย.2565 ในการประชุมสภาฯ ครั้งที่ 4 พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ได้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่าง ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กับณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา หลังชาดาอภิปรายจบลง ณัฐวุฒิได้ทักท้วงชาดาแซงคิวขึ้นมาอภิปรายได้อย่างไร เพราะไม่มีชื่ออยู่ในโผพรรคร่วมรัฐบาล

หลังจากนั้น ชาดาได้เดินไปหาณัฐวุฒิ เพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าว จังหวะนี้เองมี ส.ส.บางคนได้แจ้งข่าวไปยังนักข่าวว่า ชาดาตบหน้าณัฐวุฒิ และขว้างโทรศัพท์ของ ส.ส.สุพรรรณบุรี แต่ ส.ส.ภูมิใจไทยบางคนบอกว่า ไม่มีเหตุการณ์ตบหน้า

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ชาดาปะทะณัฐวุฒิว่า ไม่มีอะไร เรื่องขี้ปะติ๋ว เช่นเดียวกับ วราวุธ ศิลปะอาชา ประธานยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ก็บอกว่า ไม่มีอะไร ผิดคิวกันนิดหน่อย

วันถัดมา ชาดา ไทยเศรษฐ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีวีบางช่องว่า ไม่พอใจคำพูด ส.ส.ณัฐวุฒิจริง แต่จะไม่ขอโทษในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันไม่มีเรื่องตบหน้า

จะว่าไปแล้ว ส.ส.สองคนนี้ ต่างก็เคยอยู่ร่วมพรรคเดียวกันมาก่อน ชาดาเป็น ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนณัฐวุฒิ เป็น ส.ส.ลูกหม้อของพรรคบรรหาร แต่หากพิจารณาเส้นทางการเมืองของชาดาและณัฐวุฒิ มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ชาดา สืบเชื้อสายมาจากนักสู้ปาทาน ผ่านยุทธจักรค้าเนื้อ(กระบือ) ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้แย่งชิง ก่อนเล่นการเมืองท้องถิ่น ขณะที่ณัฐวุฒิ เติบโตใต้ชายคาหมอบุญเอื้อนักการเมืองอาวุโส เมืองสุพรรณบุรี ผู้ชักนำให้บรรหาร ศิลปะอาชา เข้าสู่แวดวงการเมือง

  • ‘สายผู้กว้างขวาง’

วิถีปาทานพ่อค้าเนื้อ “ชาดา” ต่างจากณัฐวุฒิ ลูกชายหมอใจบุญ แห่ง อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เส้นทางการเมืองของชาดา ผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดแหลมคม

ปี 2533 หลังปักหลักสร้างฐานธุรกิจค้าเนื้อในเมืองอุทัยธานีจนมั่นคง ชาดา ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอุทัยธานี และเป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยฯ

ปี 2550 ชาดาเบนเข็มจากท้องถิ่นสู่ระดับชาติ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรกในสังกัดพรรคชาติไทย หรือพรรคชาติไทยพัฒนาในปัจจุบัน

ชีวิตติดดินของ ส.ส.ชาดา กับชาวกะเหรี่ยงเมืองอุทัยฯชีวิตติดดินของ ส.ส.ชาดา กับชาวกะเหรี่ยงเมืองอุทัยฯ

การเมืองท้องถิ่น ชาดาส่งไม้ต่อให้ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยฯ และปัจจุบัน ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ ลูกสาวชาดา เป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยฯ ส่วนนายก อบจ.อุทัยธานี ชาดาสนับสนุน เผด็จ นุ้ยปรี เป็นนายก อบจ.อุทัยฯ มา 3 สมัยแล้ว

ปี 2562 ชาดาตัดสินใจลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาอยู่พรรคภูมิใจไทย และอาสารับดูแลอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์และกำแพงเพชร รวมถึงประจวบคีรีขันธ์

หลังเลือกตั้ง บ้านใหญ่บุรีรัมย์ จะให้ชาดาเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ถูกค่าย 3 ป. ทักท้วงเรื่องภาพลักษณ์ จึงต้องเปลี่ยนตัวให้น้องสาว-มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีแทน

ชาดา เป็นนักการเมืองประเภทคำไหนคำนั้น มีบุคลิกแบบคนจริงใจถึง จึงทนไม่ได้ที่ ส.ส.ณัฐวุฒิลุกขึ้นพูดกลางสภาฯว่า เขาผิดคิวหรือแทรกคิวอภิปราย

  • ‘สายหมอใจบุญ’

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น ส.ส.สายเย็น ต่างจาก “ชาดา” เหมือนคนละสายพันธุ์ เพราะณัฐวุฒิ เป็นนักเรียนนอก และรับมรดกการเมืองจากบิดา-บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี 10 สมัย

หมอเอื้อ หรือบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ เป็นคน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จบโรงเรียนทหารเสนารักษ์ จึงมาเปิดคลินิกวิริยะการแพทย์ ช่วยเหลือชาวบ้านโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนยา คนส่วนใหญ่มักเรียกว่าหมอเอื้อใจบุญ

บุญเอื้อเป็น ส.ส. ครั้งแรกในปี 2500 กระทั่งมาร่วมกับพรรคชาติไทยในปี 2519 ซึ่งหมอบุญเอื้อได้โทรศัพท์ไปชวนคหบดีชื่อดัง บรรหาร ศิลปอาชา ลงสนามผู้แทน

นับแต่นั้นมา บรรหารกับบุญเอื้อ ก็ลงเรือลำเดียวกัน พร้อมกับประภัตร โพธสุธน และเลือกตั้งปี 2531 หมอเอื้อไปกล่อมจองชัย เที่ยงธรรม จนยอมลาพรรคสหประชาไทย มาร่วมงานกับบรรหาร

นี่คือที่มาของ 4 ตระกูลการเมืองสุพรรณฯ แห่งพรรคชาติไทยพัฒนา ประกอบด้วย ศิลปอาชา, ประเสริฐสุวรรณ, โพธสุธน และ เที่ยงธรรม ซึ่งแต่ละตระกูลก็มีพื้นที่เป็นของตัวเอง

ชีวิตณัฐวุฒิไม่ได้โลดโผนโจนทะยาน โตมาก็เห็นหมอเอื้อเป็น ส.ส. เขาจึงเข้ามาทำงานการเมืองตามรอยบิดาจึงมีวิธีคิดและวิธีทำงานไม่เหมือน ส.ส.ชาดา

แค้นแน่นอก “ทักษิณ” ส.ส.บ้านใหญ่ใจถึง ทิ้งลูกสาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517416

03 มิ.ย. 2565

แค้นแน่นอก "ทักษิณ" ส.ส.บ้านใหญ่ใจถึง ทิ้งลูกสาว

บัญชีหนี้แค้น “ทักษิณ” จดชื่อ 7 ส.ส.เพื่อไทย หักมติฝ่ายค้าน ส่งอุ๊งอิ๊งไล่บี้ทุกจังหวัด เอาชนะทุกเขต เสี่ยหนูยิ้มหน้าบาน ส.ส.บ้านใหญ่ใจถึงซบภูมิใจไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จดบัญชีแค้น “ทักษิณ” ฝากชาวบ้านจำชื่อ 7 ส.ส.เพื่อไทย หักมติฝ่ายค้านโหวตผ่านงบประมาณ2566 เสี่ยหนูยิ้มหน้าบาน ส.ส.บ้านใหญ่แห่ซบภูมิใจไทย

ไม่รอชาติหน้า “ทักษิณ” เปิดศึกชำระแค้น ส.ส.แปรพักตร์ ส่งอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไล่บี้ทุกจังหวัด ใบสั่งคนแดนไกลต้องเอาชนะทุกเขต

ผ่านฉลุย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในวาระแรก มี ส.ส.เห็นชอบ(รับหลักการ) 278 เสียง ไม่เห็นชอบ(ไม่รับหลักการ) 194 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 0 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 472 คน

แม้จะมีกระแสข่าวพรรคเศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16 อาจจะพลิกเกมไปยกมือโหวตหนุนขั้วฝ่ายค้าน จึงมีการเจรจาต่อรอง และในที่สุด ก็ได้ข้อยุติ ขั้วตัวแปร ได้โควตากรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 4 คน

พรรคเศรษฐกิจไทย ได้ 2 คนคือ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ส่วนไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม ตัวแทนกลุ่ม 16 ได้ในโควตา ครม.

สรุปว่า เสียง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลไม่แตกแถว ตรงกันข้ามพรรคร่วมฝ่ายค้าน กลับมีแตกแถวประมาณ 16 คน และในนี้เป็น ส.ส.เพื่อไทย 7 คน ซึ่งคนกลุ่มนี้ที่แสดงตัวโหวตเห็นชอบงบประมาณฯ ส่วนใหญ่ก็คนหน้าเดิมที่เตรียมย้ายพรรคอยู่แล้ว

ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์เพื่อไทยเลือดไหลออกว่า “ผมไม่ห่วง เรียกว่าเป็นการถ่ายเลือด ผมเจอผู้บริหารพรรคบอกว่า ถือว่าถ่ายเลือด เชื่อว่าประชาชนไปกับพรรค บางคนหลงตัวเองคิดว่าตัวเองคะแนนดีมากโดยไม่สนใจพรรค..”

หลังปรากฏการณ์ชัชชาติแลนด์สไลด์ ทักษิณประเมินว่า รัฐบาลอยู่นานเท่าไหร่ประชาชนแย่ โอกาสที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะอย่างท่วมท้นจะยิ่งสูงขึ้น

“จะตุนกระสุนไปซื้ออย่างไรก็เอาไม่อยู่…ถ้าสถานการณ์ประเทศยังเป็นแบบนี้ 80 ล้านก็เอาไม่อยู่ เป็นการเอาเงินที่โกงไปมาคืนประชาชน แล้วประชาชนก็ไม่เลือกคอยดูสิ..”

  • ‘แค้นคนแดนไกล’

หากฟังแคร์คลับเฮาส์ทุกวันอังคาร จะรู้ว่าถึงอยู่ดูไบ “ทักษิณ” ก็รู้ทุกความเคลื่อนไหวของ ส.ส.เพื่อไทย และคนแดนไกลฟันธงล่วงหน้า พวกย้ายพรรคสอบตกหมด

เช้าวันที่ 3 มิ.ย.2565 ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า มี 7 ส.ส. พรรคเพื่อไทย โหวตสวนมติพรรค โดยรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ประกอบด้วย จักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี,จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ, ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ ,นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก,ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ, วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก และสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา

เฉพาะ 3 ส.ส.ศรีสะเกษนั้น เป็นที่รับรู้กันโดยพฤตินัยว่า ย้ายไปพรรคภูมิไทยใจแล้ว ทั้งผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.เขต 8, จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.เขต 4 และธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.เขต 5 โดยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ยกขบวนไปเปิดตัว 3 ส.ส.มาแล้วช่วงวันที่ 20-21 พ.ค.ที่ผ่านมา

ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ สามีของผ่องศรี เตรียมลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 9 สมัยหน้า และได้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในโควตาพรรคภูมิใจไทยด้วย

เลือกตั้งครั้งหน้า จ.นครนายก แบ่งเป็น 2 เขต เสี่ยอ๋า-วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก เพื่อไทย สมัยหน้าจะไปลงสมัคร ส.ส.เขต 2 พร้อมลูกชายเสี่ยอ๋อง-ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 ในนามพรรคภูมิใจไทย สองพ่อลูกแบกป้ายค่ายสีน้ำเงินหาเสียงมานานแล้ว

ส่วนจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี เขต 6 พรรคเพื่อไทย น้องชายต่อพงษ์ ไชยสาส์น แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ได้ปลดป้ายเพื่อไทยในพื้นที่ออกหมดแล้ว

  • ‘บ้านใหญ่ใจถึง’

ส.ส.เพื่อไทยที่ตัดสินใจแหกค่าย “ทักษิณ” มักจะเป็น ส.ส.ประเภทบ้านใหญ่ใจถึง ฐานแน่น ไม่หวั่นกระแส พวกเสาไฟฟ้าไม่กล้าทิ้งเพื่อไทย เพราะกลัวกระแสต้าน จะสอบตก

ในกลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย 7 คน ที่โหวตรับร่างงบประมาณฯ มีชื่อ นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 4 สมัย ซึ่งแจ้งเกิด ส.ส.สมัยแรกจากไทยรักไทย และอยู่ค่ายทักษิณมาโดยตลอด

นิยม ช่างพินิจ เจ้าของบริษัทช่างพินิจ เอ็นจิเนียริ่ง (2539) มีฐานเสียงอยู่ใน อ.บางระกำ และ อ.บางกระทุ่ม จัดว่าเป็น ส.ส.บ้านใหญ่ฐานแน่นคนหนึ่ง

ปลายปี 2563 นิยมส่งหลานสาว ยลดา ช่างพินิจ ลงสมัครนายก อบจ.พิษณุโลก ตอนแรกใช้ชื่อทีมเพื่อไทย แต่เหมือนโดนห้ามใช้ จึงเปลี่ยนมาเป็นทีมคนรักพิษณุโลก ได้ 1.4 แสนคะแนน แต่พ่ายต่อแชมป์เก่า มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก 3 สมัย ที่มี ส.ส.เพื่อไทยบางคนหนุน

ตอนหลังๆในหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊ค ส.ส.นิยม ช่างพินิจ ไม่มีโลโก้พรรคเพื่อไทย แต่หันไปแจกไลน์ และติดแฮชแท็ก #กลุ่มคนรักนิยม #เราไม่ทิ้งกันแทน

ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ เพื่อไทย เปิดตัวบนเวทีภูมิใจไทยผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ เพื่อไทย เปิดตัวบนเวทีภูมิใจไทย

สำหรับ สุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา เขต 14 พรรคเพื่อไทย โตมาจาก ส.อบจ.นครราชสีมา เขต อ.แก้งสนามนาง และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ปี 2554 สมัยที่แล้ว สุชาติ ภิญโญ เฉือนเอาชนะไพศาล เกียรติชัยพัฒน พรรคภูมิใจไทย ไม่ถึงพันแต้ม

โอกาสที่ ส.ส.สุชาติ จะย้ายค่ายก็มีสูง เพราะถ้าเจอคู่ปรับเก่า ไพศาล เกียรติชัยพัฒน ที่มีเสี่ยแป้งมันพันล้านหนุนอีกรอบ ก็คงเหนื่อยแสนสาหัส

ว่ากันตามจริง ส.ส.เพื่อไทยไม่มีใครคิดอยากย้ายพรรค หากไม่มีเหตุผลความจำเป็นทางการเมือง หลายกรณีก็ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องของโอกาสและความเป็นไปได้ในเกมเลือกตั้ง

ทิ้งไพ่ดรีมทีม ‘ชัชชาติ’ ชู “ศานนท์” นักพัฒนาเมืองเจนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517274

02 มิ.ย. 2565

ทิ้งไพ่ดรีมทีม 'ชัชชาติ' ชู "ศานนท์" นักพัฒนาเมืองเจนใหม่

ทิ้งไพ่ดรีมทีม “ชัชชาติ” บริหาร กทม. ดุจสนามทดสอบฝีมือ หากประสบความสำเร็จ ย่างก้าวต่อไป ย่อมไม่หยุดแค่ผู้ว่าฯ กทม. และกลุ่มเพื่อนชัชชาติ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เป้าหมายที่ใหญ่กว่า “ชัชชาติ” บริหาร กทม. ดุจสนามทดสอบฝีมือดรีมทีม หากประสบความสำเร็จ ย่างก้าวต่อไป ย่อมไม่หยุดแค่ผู้ว่าฯ กทม.


อภิมหาดรีมทีม “ชัชชาติ” ผนึกกำลังคนหนุ่มรุ่นใหม่ ศานนท์ นักพัฒนาเมือง และวิศณุ ลูกหม้อวิศวะจุฬา นักบริหารเมือง


ปลายปี 2561 ชัชชาติลาออกจากบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ควอลิตี้เฮ้าส์ เพื่อกลับเข้ามาทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย พร้อมที่จะลุยศึกครั้งสุดท้าย โดยพรรคเพื่อไทยใส่ชื่อชัชชาติ เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

หลังเลือกตั้งปี 2562 ปรากฏว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้เสนอชื่อชัชชาติ เป็นคู่ชิงนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่วันนี้ คะแนนนิยมของชัชชาติเหนือกว่าลุงตู่หลายเท่า


นักวิเคราะห์การเมืองหลายคนมองข้ามช็อต ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คือว่าที่นายกรัฐมนตรี สายปรองดองในอนาคต เพราะเชื่อกันว่า ชัชชาติ จะไม่หยุดเพียงแค่ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 

ศานนท์ และทายาทคนแรก ในบทบาทรองผู้ว่าฯ กทม. วัย 33 ปี ศานนท์ และทายาทคนแรก ในบทบาทรองผู้ว่าฯ กทม. วัย 33 ปี


การได้รับฉันทามติ 1.3 ล้านเสียงจากคนกรุงเทพฯ ให้เข้ามาบริหาร กทม. จะเป็นสนามทดสอบฝีมือของชัชชาติ และทีมงาน หากได้รับความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ จังหวะก้าวต่อไปของเพื่อนชัชชาติก็คือการเมืองระดับชาติ


ความเป็นไปได้ในทางการเมืองจะเกิดขึ้นหรือไม่ ก็อยู่ที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และทีมบริหารรองผู้ว่าฯ กทม. 4 คน คือ วิศณุ ทรัพย์สมพล ดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐาน,จักกพันธุ์ ผิวงาม ดูแลด้านการเงิน การคลัง ,ทวิดา กมลเวชช ดูแลด้านภัยพิบัติและสาธารณสุข และศานนท์ หวังสร้างบุญ ดูแลด้านการพัฒนาสังคมและการศึกษา


“ต้องทะเยอทะยานที่จะทำสิ่งที่สัญญากับประชาชนไว้ให้สำเร็จ คำว่าทะเยอทะยานส่วนตัวกับเป้าหมายองค์กรมันไม่เหมือนกันนะ มันต้องทะเยอทะยานในเป้าหมายขององค์กรเพื่อผลักดันองค์กรไปให้ได้ ไม่ใช่ทะเยอทะยานว่าฉันต้องเก่งที่สุด มันเป็นเรื่องของทีมเวิร์ก” ชัชชาติ เคยให้สัมภาษณ์อะเดย์เมื่อ 3 ปีก่อน

ชัชชาติให้ความสำคัญกับทีมงาน ฉะนั้นการเลือกเพื่อนร่วมงาน ย่อมต้องพิจารณาแล้วอย่างถี่ถ้วน เหมือนกรณี 2 รองผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากสำนักสามย่านเหมือนกับชัชชาติ


“นักพัฒนาเมือง”
“ชัชชาติ” โชคดีที่ได้คนหนุ่มวัย 33 ปี ศานนท์ หวังสร้างบุญ เข้ามาเป็นรองผู้ว่าฯ ดูแลด้านพัฒนาเมืองและการศึกษา 


ศานนท์ จบการศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และเคยเป็นนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ ปี 2553 เขาไปทำงานเป็นวิศวกรประจำภายในโรงงานราว 5 ปี ก่อนที่ลาออกมาก่อตั้ง Once Again Hostel ในย่านประตูผี ด้วยความสนใจเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน 


ปี 2557-2559 ช่วงที่มีการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬของกรุงเทพมหานคร เพื่อนำพื้นที่ไปทำสวนสาธารณะ ศานนท์ได้เข้าไปร่วมกับเครือข่ายป้อมมหากาฬ เครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ นักธุรกิจ พยายามเสนอทางออกต่อกรุงเทพมหานคร ทั้งในข้อกฏหมายและรูปแบบการดำรงอยู่ของชุมชนป้อมมหากาฬที่ยั่งยืน


ในฐานะสมาชิกกลุ่ม Trawell และผู้ร่วมก่อตั้ง Once Again Hostel เสนอมหากาฬโมเดล เพื่อเป้าหมายการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ระหว่างธุรกิจกับชุมชนให้วิน-วินไปด้วยกัน เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกระจายไปถึงมือคนในชุมชน 


นอกจากนั้น ศานนท์ยังเข้าร่วมพัฒนาเมืองในฐานะภาคประชาสังคม ก่อตั้ง SATARANA (สาธารณะ) เครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานเรื่องการพัฒนาเมือง และเป็นหนึ่งในทีมกลุ่มเมล์เดย์ (Mayday) ผู้ออกแบบปรับปรุงป้ายหยุดรถเมล์รูปแบบใหม่ 


“นักบริหารเมือง”
ลูกหม้อของคณะวิศวะจุฬาฯ อย่าง วิศณุ ทรัพย์สมพล ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ “ชัชชาติ” ที่มีความผูกพันกันยิ่งกว่าจุฬาคอนเนกชั่น


วิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ภาควิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีประสบการณ์ในการทำงานฝ่ายบริหารของจุฬาฯ ไต่ระดับจากการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา ขึ้นเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์, ผู้ช่วยอธิการบดีด้านบริหารระบบกายภาพ และด้านพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ประธานกรรมการสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาฯ, รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สินและนวัตกรรม


ในวันที่วิศณุ ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการจัดการทรัพย์สินและนวัตกรรม จุฬาฯ ได้เสนอแนวคิดพัฒนาพื้นที่ 291 ไร่ ภายใต้แนวคิดจุฬา สมาร์ทซิตี้ ฝั่งสามย่าน สวนหลวง สนามกีฬา ที่พื้นที่คืนหมดแล้ว ทำแผนแม่บทแบ่งการใช้ประโยชน์ตามพื้นที่เช่น ย่านพระราม 4 จะเป็นย่านธุรกิจ ตั้งแต่สามย่านมิตรทาวน์  


ดังนั้น ที่ดินใจกลางเมืองรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ ซึ่งเป็นผลงานการบริหารโดยสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ทั้งลงทุนเองและเปิดให้เอกชนลงทุน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินและสังคม

ชะลอย้าย “นายอำเภอรือเสาะ” นั่งสุไหงปาดี หลังถูกต้าน แม้ผลสอบไม่พบผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517244

02 มิ.ย. 2565

ชะลอย้าย "นายอำเภอรือเสาะ" นั่งสุไหงปาดี หลังถูกต้าน แม้ผลสอบไม่พบผิด

น่าสนใจยิ่งสำหรับกรณีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งย้าย “วิชาญ ชัยเศรษฐ์สัมพันธ์” นายอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส เจ้าประจำกรมการปกครอง ช่วยราชการวิทยาลัยการปกครอง หลังจากถูกผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่ ร้องเรียนให้ย้าย โดยให้เหตุผลว่าดูหมิ่นศาสนาอิสลาม

นายวิชาญ  ชัยเศรษฐ์สัมพันธ์ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอดว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยมีพฤติกรรมดูหมิ่นดูแคลนศาสนาอิสลาม และยินดีให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรมการปกครองตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ว่า  มีข้อมูลเท็จจริงประการใด ผลการสอบสวนไม่พบพฤติกรรมความผิดใด ๆ จึงมีคำสั่งให้ได้รับคืนตำแหน่งในท้องที่อำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส แม้จะไม่ใช่พื้นที่เดิม แต่ยังอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
      

พลันที่คำสั่งย้ายนายวิชาญ กลับไปรับตำแหน่งในพื้นที่ โดยนั่งในตำแหน่งนายอำเภอสุไหงปาดี แกนนำพี่น้องมุสลิม ที่อิงอยู่กับการเมืองก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการโยกย้ายนายวิชาญ กลับเข้าพื้นที่อีกครั้ง โดยแกนนำมุสลิมบางคนใช้คำพูดค่อนข้างแรงไปยังอธิบดีกรมการปกครอง 
 

ชะลอย้าย "นายอำเภอรือเสาะ" นั่งสุไหงปาดี หลังถูกต้าน แม้ผลสอบไม่พบผิด

แต่เมื่อมีกระแสต้านจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่กรมการปกครอง จึงมีหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสแจ้งชะลอการเดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอรือเสาะไปเป็นนายอำเภอสุไหงปาดีไว้ก่อน ซึ่งกำหนดการเดิมต้องไปรับตำแหน่งในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ โดยคำสั่งชะลอให้นายวิชาญไปรับตำแหน่งนายอำเภอสุไหงปาดี มีเหตุผลแค่มีคนต่อต้านคัดค้าน
     

กล่าวเฉพาะนายวิชาญ ถือเป็นนักปกครองมือดีคนหนึ่งของกรมการปกครอง เคยได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น และยังได้รัยรางวัลอีกมากมาย ทั้งรางวัลเกี่ยวกับการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -9 ด้วย อันเกิดจากมาตรการของทางอำเภอรือเสาะ และร่วมกันกับทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ อสม.ในการฉีดวัคซีนจนบรรลุเป้าด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว
     

แต่ไม่รู้ว่า นายวิชาญเดินไปสะดุดตาปลาใครเข้าจึงเกิดกระแสต่อต้านในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ล่อแหลม ขัดแย้ง และมีประเด็นทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง และข้าราชการ ซึ่งถือเป็นกลไกของอำนาจรัฐ ก็จะตกเป็นเป้าของการโจมตี โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงที่มีอำนาจ-หน้าที่ในการบริหารก็จะถูกจับตาเป็นพิเศษ
       
 

อย่างไรก็ตาม เรื่องการชะลอให้นายวิชาญไปรับตำแหน่งนายอำเภอสุไหงปาดี เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า กรมการปกครองรับฟังเสียงคัดค้าน แต่ผลสอบของกรมการปกครองก็ชี้ชัดแล้วว่าไม่พบความผิดพลาดของนายวิชาญ หรือตกลงว่า กรมการปกครองเกรงกลัวเสียงตะคอกดัง ๆ มาจากแกนนำมุสลิมที่เกี่ยวโยงกับการเมืองกันแน่ 
     

ถ้ากรมการปกครองตัดสินใจบนพื้นฐานของการอำนวยความยุติธรรม รับฟังเสียงเรียกร้องของชาวบ้าน ก็น่าเห็นใจ แต่ประเด็นนี้รับฟังไม่ได้ เพราะการต่อต้าน-คัดค้าน ก็ยังอ้างอิงประเด็นดูหมิ่นศาสนาอิสลามที่ผลสอบออกมาแล้วว่า ไม่จริง อีกอย่างนายวิชาญยังไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ อ.สุไหงปาดีเลย มันจะเกิดพฤติกรรมที่น่ารังเกียจได้อย่างไร
     

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เมื่อผลสอบของกรมการปกครองออกมาแล้วว่านายวิชาญไม่ผิด ไม่บกพร่อง นายวิชาญก็ควรได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน

 #นายหัวไทร #นายอำเภอรือเสาะ