หักกันเอง “ชัชชาติ” ปะทะ “วิโรจน์” ส้มห้าวทวงคืนเมืองฟ้าอมร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509347

24 มี.ค. 2565

หักกันเอง "ชัชชาติ" ปะทะ "วิโรจน์" ส้มห้าวทวงคืนเมืองฟ้าอมร

ลั่นกลองรบสนาม กทม. “ชัชชาติ” ชูธงอิสระแต่หนีเงาเพื่อไทยไม่พ้น ปะทะคู่แข่ง “วิโรจน์” ฝ่ายประชาธิปไตยจ๋า เน้นอุดมการณ์คนเท่ากัน ดึงเสียงนิวโหวตเตอร์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ลั่นกลองรบ “ชัชชาติ” เดินหน้าชูธงอิสระ แต่หนีเงาเพื่อไทยไม่พ้น ปะทะคู่แข่ง “วิโรจน์” พรรคก้าวไกลที่ถูกจัดให้อยู่ฝ่ายเดียวกัน

ไม่ยึดติดขั้ว “ชัชชาติ” วางโพสิชั่นนิ่งผู้ว่าฯ กทม.ของทุกชั้นชน ส่วน “วิโรจน์” มาแนวอุดมการณ์ คนเท่ากัน ประชาชนเป็นเจ้านาย

โพลนำทุกสำนัก “ชัชชาติ” ขายฝัน 200 นโยบาย “วิโรจน์” มวยรอง กระชากเรตติ้งด้วยนโยบายทวงคืนสนามหลวง เอาใจฐานเสียงคนรุ่นใหม่

ดังที่ทราบกัน วันศุกร์ที่ 25 มี.ค.2565 กกต.จะประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของของกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ในวันที่ 22 พ.ค.2565 โดยกำหนดเปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-4 เม.ย.นี้

ฉะนั้น ก่อนถึงวันที่ 25 มี.ค.2565 บรรดาว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร ส.ก. จึงทำกิจกรรมเปิดตัวกันอย่างคึกคัก เฉพาะผู้ว่าฯ กทม. มีผู้เสนอตัวแล้ว 8 คน

1.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ 2.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครอิสระ 3.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์พรรคประชาธิปัตย์ 4.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล 5.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครอิสระ 6.สกลธี ภัททิยกุลผู้สมัครอิสระ 7.ประยูร ครองยศ พรรคไทยศรีวิไลย์ 8.น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย

สรุปว่า มีผู้สมัครอิสระ 4 คน และสังกัดพรรค 4 คน แต่กรณีของชัชชาติ ย่อมจะถูกโจมตีจากคู่แข่งกรณีเป็นนอมินีเพื่อไทย รวมถึงจากกองเชียร์ก้าวไกล

  • ‘อิสระอำพราง’

จนถึงวันนี้ “ชัชชาติ” ยังต้องมาตอบคำถามเรื่องตัวเขากับพรรคเพื่อไทย จัดวางความสัมพันธ์กันอย่างไร เพราะคนส่วนหนึ่งไม่เชื่อว่า เขาจะเป็นอิสระจริง

ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2564 ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ที่มี “พวงเพ็ชร ชุนละเอียด” นั่งเป็นประธานการประชุมทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.50 เขต ซึ่งวันดังกล่าว แกนนำเพื่อไทยได้มีการวิดีโอคอลถึงชัชชาติ เพื่อให้ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พูดกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.

ชัชชาติกล่าวว่า เหตุที่ไม่ได้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการขยายฐานเสียงให้พรรค และเก็บเกี่ยวกลุ่มที่ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรค กลุ่มที่มีความคิดกลางๆ ไม่ฝักใฝ่พรรคใดพรรคหนึ่ง หากได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็จะยังทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยชัชชาติ ในนามกลุ่มเพื่อนชัชชาติ ลุยขายฝัน 200 นโยบายชัชชาติ ในนามกลุ่มเพื่อนชัชชาติ ลุยขายฝัน 200 นโยบาย

ที่ผ่านมา ชัชชาติได้ขยายฐานออกไปสู่กลุ่มต่างๆ ยกตัวอย่างการจับมือกับ “ดร.โจ พิจิตต รัตตกุล” อดีตผู้ว่าฯ กทม.โดยมีอดีตแกนนำกลุ่มมดงานของพิจิตต เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทัพสู้ศึกเมืองหลวงในนามกลุ่มเพื่อนชัชชาติมากขึ้น

เมื่อเร็วๆนี้ “ชัชชาติ” ได้เปิดสำนักงานเพื่อนชัชชาติ กรุงเทพฯเหนือ เพื่อดูแลในพื้นที่เขตสายไหม คลองสามวา และมีนบุรี โดยมีปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ดูแลสำนักงานนี้

ปวีณาเคยลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ปี 2547 ในนามผู้สมัครอิสระ แต่มีพรรคไทยรักไทยสนับสนุน แต่ก็พ่ายพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น ปวีณาจึงมีฐานเสียงในโซนเหนือ ที่จะเอื้อต่อชัชชาติได้ระดับหนึ่ง

การที่มีพิจิตต รัตตกุล และปวีณา หงสกุล ยืนเคียงข้างได้พิสูจน์แนวทางอิสระแบบชัชชาติ ที่มีเสียงตอบรับจากทุกกลุ่มทุกสี ทำให้ทุกสำนักโพลระบุว่า ชัชชาติมาอันดับ 1

ด้าน กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Kittiratt Na Ranong ว่า “ขอสนับสนุนผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทยทั้ง 50 ท่านครับ เลือกคนเพื่อไทย ไปช่วยชัชชาติทำงานให้คน กทม.กันครับ”

ชัดเจนตรงไปตรงมา ชัชชาติเอื้อเพื่อไทย เพื่อไทยเอื้อชัชชาติ เพิ่มเติมด้วยกองหนุนจาก ดร.โจ พิจิตต และปวีณา แม่พระของคนจน

  • ‘ส้มซ้ายจัด’

นิด้าโพลล่าสุดเมื่อต้นเดือน มี.ค.นี้ ปรากฏว่า คู่แข่งของ “ชัชชาติ” กลายเป็น วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล

วันที่ 27 มี.ค.2565 วิโรจน์เตรียมเปิดตัวนโยบายเพื่อสร้างเมืองที่คนเท่ากัน เพราะทุกปัญหาใน กทม. คนที่แบกรับปัญหาทั้งหมดคือคนจนที่ไม่มีสิทธิเลือก ไม่มีอภิสิทธิมีบ้านเป็นของตัวเอง มีบ้านที่มีสวน มีรถยนต์ส่วนบุคคล

วิโรจน์มีจุดเด่นเป็นนักการเมืองสายบู๊ ตั้งแต่สมัยเป็น ส.ส. และได้โชว์ลีลาดาวสภาฯรุ่นใหม่ จึงมีคำขวัญประจำตัวว่า “ชนทุกปัญหา”

“คนกรุงต้องการผู้ว่าฯ ที่เป็นผู้แทนของคนกรุงเทพ มีเจตจำนงที่จะทำให้คนกรุงเทพเท่าเทียมกันและคืนเมืองที่เป็นธรรม ผู้ว่าฯ ต้องไม่เป็นกลาง ท่ามกลางความขัดแย้ง แต่เป็นต้องตัวแทนยืนอยู่ข้างประชาชน”

คำประกาศของวิโรจน์ สะท้อนบุคลิกนักการเมืองค่ายสีส้ม ที่เน้นอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่ใช่ขายฝันเรื่องนโยบายเหมือนผู้สมัครผู้ว่าฯ คนอื่นๆ

ดังนั้น วิโรจน์จึงกล้าประกาศทวงคืนสนามหลวง เพราะต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องจากสนามหลวง พื้นที่สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของคน กทม. ปัจจุบันก็ถูกล้อมรั้วและทางเดินเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง

ประเด็นการทวงคืนสนามหลวง เป็นนโยบายที่แหลมคม และละเอียดอ่อน อาจมีปฏิกิริยาตีกลับจากขั้วการเมืองอนุรักษนิยม แต่วิโรจน์รู้ดีว่า โหวตเตอร์ของเขาคือ “คนรุ่นใหม่”

วิโรจน์บอกว่า ตนเองเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ คนเดียวของพรรคฝ่ายค้าน ที่มีเจตจำนงคืนอำนาจ คืนเมืองที่คนเท่ากัน ผู้ว่าฯ ต้องไม่เป็นกลาง ต้องพร้อมคืนอำนาจ คืนเมืองให้ประชาชน

นี่คือความแตกต่างระหว่าง “วิโรจน์” กับ “ชัชชาติ” ซึ่งพรรคก้าวไกล กำลังลากสนามเลือกตั้งเมืองหลวงไปสู่สมรภูมิการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพื่อให้นิวโหวตเตอร์ และคนชั้นกลางเลือกวิโรจน์แทนชัชชาติ ที่ไม่มีความชัดเจนเรื่องอุดมการณ์

ภัยร้ายที่เกาะกินยิ่งกว่า “มะเร็ง” ระวัง “คณะสงฆ์” จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509304

เปรียญ12

24 มี.ค. 2565

ภัยร้ายที่เกาะกินยิ่งกว่า "มะเร็ง" ระวัง "คณะสงฆ์" จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

สังคมคณะสงฆ์ในวันนี้มีหลายเรื่องที่ต้องมาหยิบยก เพราะปลาเน่าตัวเดียวอาจทำให้ปลาตัวอื่นเหม็นไปด้วยได้ทั้งข้อง ศรัทธาที่มีอยู่กำลังจะมีน้อยลงจากวิกฤตคนห่มเหลืองหรือไม่

คณะสงฆ์จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังถ้าเพิกเฉยต่อวิกฤตคนห่มเหลืองทำเรื่องมัวหมองให้พระศาสนา ทีมีดาดดื่นในขณะนี้ แม้จะแก้ตัวว่าที่เป็นข่าวแค่ส่วนน้อย สงฆ์ส่วนใหญ่ยังปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นที่พึ่งของชาวบ้านยังมีเป็นส่วนมาก
แต่อย่าลืมว่าปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง 

ตามที่ชาวบ้านติดตามข่าวเห็นคนห่มผ้าเหลือง หรือพระภิกษุ บางพวก บางคณะก่อปัญหาให้เกิดความมัวหมองต่อพระพุทธศาสนามิได้หยุดหย่อน เป็นที่ระอาใจแก่ชาวพุทธ และผู้หวังดีมาก

บางเรื่องชาวบ้านทั่วๆ ไป ไม่กล้าทำ  แต่ผู้ห่มเหลืองทำแล้ว เช่นพระที่เป็นเกจิ(หนุ่ม )ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก ทำและเป็นข่าวตามสื่อออนไลน์ และสื่อกระแสหลักในขณะนี้
คือกล้าฉกเมียชาวบ้านไปกก

เรื่องที่จังหวัดนครนายกยังไม่จบ ก็มีกรณีพระระดับมหา จากวัดย่านบางพลัด กทม.แต่งเป็นฆราวาสออกกินดื่มเหมือนคนทั่วไป
นี่ยังไม่นับเรื่องต่างๆ ที่ผู้ห่มเหลืองทำและเป็นข่าวในอดีตหลายเรื่องหลายกรณี ส่วนมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับสตรีและสตางค์ ซี่งเป็นศัตรูต่อพรหมจรรย์ และอสรพิษของนักบวช (ที่ลืมสมณสัญญา)
เรื่องทั้งหลายทั้งปวงถูกเปิดโปงเพราะชาวบ้านทนไม่ได้ จึงขอความช่วยเหลือจากหมอปลา มือปราบสัมภเวสี ที่อาสาออกมาจัดการและขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการต่อ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของหมอปลา

กรรมการมหาเถรสมาคม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗
บันทึกภาพร่วมกันเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๑
ณ ด้านหน้าพระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร

ที่ “หมอปลา” อาสาเข้ามาช่วยปราบปราม เพราะเกิดจุดบอดของการบริหารคณะสงฆ์ ระดับผู้มีอำนาจในการปกครอง ที่เข้าเกียร์ว่าง หรือรู้เห็นแต่ไม่กล้าลงมือ เพราะกลัวอิทธิพล เช่นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครนายก ไม่กล้าจัดการพระลูกวัดที่พาเมียชาวบ้านมากก ตามที่เป็นข่าว
ถ้าหากเจ้าอาวาส วัดอื่นๆ คิดและกลัวแบบนี้ จะเป็นการล่มสลายของการปกครองสงฆ์ ที่กำหนดให้อำนาจ จากบนลงล่าง ดังนี้
มหาเถรสมาคม ที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน มีอำนาจสูงสุด (ตาม พรบ.สงฆ์ พ.ศ. 2505) โดยมีกรรมการประกอบด้วย มหานิกาย 10 รูป ธรรมยุต 10 รูป


จากนั้นกระจายอำนาจมาให้เจ้าคณะหน เป็นฝ่ายมหานิกาย 4 หน(หนกลาง หนตะวันออก หนเหนือและหนใต้) ธรรมยุตมี 1 เรียกเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต 
ตามด้วยเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และสุดท้ายคือเจ้าอาวาส
แต่ละตำแหน่งมีอำนาจหน้าที่ในการปกครองตามกฎมหาเถรสมาคม กฏหมายและพระบัญชา “สมเด็จพระสังฆราช”

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ 
ทรงฉายพระรูปร่วมกับ “กรรมการมหาเถรสมาคม” ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 
เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑

ภัยร้ายที่เกาะกินยิ่งกว่า "มะเร็ง" ระวัง "คณะสงฆ์" จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

พระสงฆ์ที่ดำรงตำแหน่งที่ว่าเป็น “พระสังฆาธิการ” หรือเจ้าหน้าที่ตามกฏหมาย (เว้น แต่กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ไม่ได้เป็นพระสังฆาธิการ คือบริหารแบบไม่ต้องรับผิด )

ตอนนี้เห็นแล้วเกิดวิตก คือสมาชิกในปกครองทำผิด แล้วไม่กล้าลงโทษ จะเป็นอันตรายต่อระเบียบการปกครองในอนาคต
ผู้เขียนว่าเรื่องแบบนี้ เป็นเครื่องวัดสมรรถนะ และศักยภาพของฝ่ายปกครอง ว่าเอาจริง หรือมีฝีมือแค่ไหน หากทำไม่ได้ หรือรู้แล้วไม่ทำ คนเขาต้องตำหนิว่าหย่อนสมรรถภาพ คณะสงฆ์จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะ มีกระแสไม่เอาคณะสงฆ์ถี่มากนะขอรับ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20
ทรงฉายพระรูปร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคม ชุดปัจจุบัน (14 ตุลาคม 2562 – ปัจจุบัน)
ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร

ภัยร้ายที่เกาะกินยิ่งกว่า "มะเร็ง" ระวัง "คณะสงฆ์" จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ขอบคุณภาพ มหาเถรสมาคม

เรื่อง : เปรียญ 12

เบรกฝัน 280 เสียง “ชูวิทย์ กุ่ย” การตลาด “เพื่อไทย” พึ่งขายตรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509265

24 มี.ค. 2565

เบรกฝัน 280 เสียง "ชูวิทย์ กุ่ย" การตลาด "เพื่อไทย" พึ่งขายตรง

หลังพบทักษิณ “ชูวิทย์ กุ่ย” ฟันธงเพื่อไทย 280 ที่นั่ง สวนทางกลุ่มแคร์ เล่นการตลาดขายตรง ให้ ส.ส.หาสมาชิกเขตละ 3 หมื่น ต้านพลังดูด หยุดกระแสสีส้ม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มั่นใจเบอร์ไหน “ชูวิทย์ กุ่ย” ป่าวร้องสมัยหน้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ จะได้มากถึง 280 ที่นั่ง หลังบังเอิญไปพบทักษิณที่สิงคโปร์

สู้พลังดูด “ชูวิทย์ กุ่ย” รู้อยู่แก่ใจเพื่อไทยอีสานยังเลือดไหล มนต์เขมรแรงเกินต้าน ต้องรอดูแม่เหล็กอุ๊งอิ๊งจะดูดกลับได้หรือไม่

สวนทางเสี่ยอ้วน “ชูวิทย์ กุ่ย” อาจไม่ทราบแผนเสนาธิการกลุ่มแคร์ ที่กำลังเล่นการตลาดขายตรง ให้ ส.ส.หาสมาชิกเขตละ 3 หมื่น

ปฏิกิริยาหลังอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร เปิดตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี อ้างโพลลับเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยจะได้ 280 ที่นั่ง สร้างความฮือฮาพอสมควร

ลำพังคำให้สัมภาษณ์ของ “ชูวิทย์ กุ่ย” คงไม่มีใครสนใจมากนัก หากไม่มีกรณีเฮียกุ่ยร่วมคณะทัวร์ของเกรียง กัลป์ตินันท์ ไปพบทักษิณ ชินวัตร ที่ร้านอาหารในสิงคโปร์ หลายคนเลยคาดเดาว่า ตัวเลข 280 เสียงอาจจะได้มาจากโต๊ะอาหารในวันนั้น

  • ‘ตัดคะแนนกันเอง’

โพลส่วนตัว “ชูวิทย์ กุ่ย” ของจริงหรือราคาคุย ก็ต้องไปย้อนดูข้อมูลเลือกตั้งสมัยที่แล้ว เฉพาะเขตอีสานตอนบน คะแนนเพื่อไทยร่วงทุกจังหวัด

จังหวะที่อุ๊งอิ๊ง ไปอุดรธานี ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี 9 สมัย และประธานส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย ถือโอกาสประเมินผลเลือกตั้งสมัยหน้า ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เขต จำนวน 250 คน และแบบบัญชีรายชื่ออีก 30 คน รวมทั้งสิ้น 280 คน

ส่วนพรรคก้าวไกล น่าจะได้ ส.ส. 20 คน, พรรคเสรีรวมไทย 7 คน ,พรรคเพื่อชาติ 5 คน และพรรคประชาชาติ 5 คน เฮียกุ่ยจึงมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน

เป็นที่น่าสังเกตว่า “เฮียกุ่ย” พูดถึงพรรคการเมืองในฝ่ายเดียวกัน ซึ่งมีฐานคะแนนอยู่ในตะกร้าเดียวกัน โดยไม่ได้เอ่ยถึงอีกตะกร้าหนึ่ง ที่มีพรรคพลังประชารัฐ ,พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนหลัก

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว พรรคเพื่อไทยคะแนนลดลงโดยภาพรวม เฉพาะเขตอีสานตอนบน ที่เสี่ยเกรียงและเฮียกุ่ยเป็นแม่ทัพ คะแนนก็หายไปทุกจังหวัด

อุบลราชธานี ปี 2554 เพื่อไทย 498,876 คะแนน ปี 2562 เพื่อไทย 347,617 คะแนน ส่วนพรรคอนาคตใหม่ ได้ 112,230 คะแนน

อำนาจเจริญ ปี 2554 เพื่อไทย 80,797 คะแนน ปี 2562 เพื่อไทย 52,860 คะแนน ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้ 46,021 คะแนน ซึ่งพื้นที่อำนาจเจริญ เป็นเขตสุ่มเสี่ยงที่จะสูญเสียที่นั่งให้ค่ายเสี่ยหนู

ศรีสะเกษ ปี 2554 เพื่อไทย 450,143 คะแนน ปี 2562 เพื่อไทย 312,143 คะแนน ส่วนภูมิใจไทย 144,346 คะแนน นี่ก็เป็นสมรภูมิหนึ่งที่เพื่อไทยอาจต้องสูญเสียที่นั่ง ส.ส.มากกว่าครึ่งหนึ่ง

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงหนังตัวอย่างที่สะท้อนว่า บริบทการเมืองเปลี่ยน ในภาคอีสาน เพื่อไทยมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างก้าวไกล และภูมิใจไทย

  • ‘เพื่อไทยขายตรง’

ความมั่นใจของ “ชูวิทย์ กุ่ย” อาจได้ข้อมูลเชิงลึกจากทักษิณ เนื่องจากช่วงที่ ส.ส.อีสานไปพบคนดูไบที่สิงคโปร์ ทีมงานเบื้องหลังของอุ๊งอิ๊งก็ไปโผล่ที่แดนลอดช่องเหมือนกัน

ด้านแกนนำกลุ่มแคร์ ภูมิธรรม เวชยชัย ได้ขยายความเรื่องครอบครัวเพื่อไทย ผ่านประชาชาติออนไลน์ที่ต่างจากการวิเคราะห์ผลเลือกตั้งของเฮียกุ่ย

เสี่ยอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย จัดว่าเป็นกลุ่มคลังสมอง ที่คอยออกแบบกลยุทธ์การต่อสู้ทางการเมือง จึงถูก ส.ส.บางกลุ่มที่ทิ้งเพื่อไทยวิจารณ์ว่า เป็นนักรบห้องแอร์

คอนเซ็ปต์ครอบครัวเพื่อไทยคือ ขบวนการระดมความคิดของคนที่มีจิตวิญญาณเดียวมาร่วมกันได้มากขึ้น โดย ส.ส.หรือผู้สมัคร ส.ส.คนหนึ่งต้องหาสมาชิก 2-3 หมื่นคนต่อเขต รวม 400 เขตก็ประมาณ 12 ล้านคน

การตลาดครอบครัวเดียวกันของเสี่ยอ้วน ก็คือ MLM (Multi-Level Marketing) หรือที่เรียกว่า ธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing) ซึ่ง 5 กลยุทธ์ขายตรง ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ, โปรโมชั่น ,นักขายฝีปากเยี่ยม ,เซอร์วิสเป็นเลิศ, เครือข่ายที่ครอบคลุมและเข้าถึง

วันนี้ เพื่อไทยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยไปแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับ ส.ส.หรือผู้สมัคร ส.ส.จะทำอย่างไรให้ถึงเป้า 3 หมื่นคนต่อเขต

ถ้าพิจารณาจากโพลส่วนตัว “เฮียกุ่ย” กับกลยุทธ์ขายตรงเสี่ยอ้วน ดูจะมีความขัดแย้งกันอยู่ เนื่องจากสิ่งที่ “เสี่ยอ้วน” เสนอเรื่องหาสมาชิก 3 หมื่นต่อเขต สะท้อนว่า เพื่อไทยมีปัญหาคะแนนนิยมร่วงทุกเขต

การตัดสินใจส่งลูกสาวเถ้าแก่ลงสนาม พร้อมกลยุทธ์การตลาดเครือข่าย ก็เป็นการอุดช่องโหว่ที่เจอก้าวไกลเจาะฐานเสียง และภูมิใจไทยดูด ส.ส.รายเขต

เปิดคลังสมอง “อุ๊งอิ๊ง” สู้ก๊วน “ธนาธร” ชิงตลาดบนตลาดล่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509253

23 มี.ค. 2565

เปิดคลังสมอง "อุ๊งอิ๊ง" สู้ก๊วน "ธนาธร" ชิงตลาดบนตลาดล่าง

ชินวัตรรุ่น 3 “อุ๊งอิ๊ง” ไม่ใช่แค่ตัวตายตัวแทนทักษิณ เปิดตัวคลังสมองอุ๊งอิ๊งชิงฐานเสียงที่หายไปกับก๊วน “ธนาธร” ปั้นสินค้าการเมืองยี่ห้อลูกสาวเถ้าแก่ ขายได้ทั้งตลาดบน-ตลาดล่าง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชินวัตรรุ่น 3 “อุ๊งอิ๊ง” ไม่ใช่แค่ตัวตายตัวแทนทักษิณ พรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายทวงคืนเสียงที่หายไปกับธนาธร และพรรคก้าวไกล

แบรนด์ใหม่ “อุ๊งอิ๊ง” ผ่านกระบวนคิดวิเคราะห์แบบทักษิณ เป็นสินค้าการเมืองที่ขายได้ ทั้งตลาดเก่าและตลาดใหม่

เบื้องหลัง “อุ๊งอิ๊ง” จึงเต็มไปด้วยก๊วนเพื่อนสนิท หรืออดีตผู้ก่อการพรรคไทยรักษาชาติ ผนึกกำลังคนเดือนตุลา คลังสมองทักษิณ

คำประกาศของอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ในอีเวนท์ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหม่หัวใจเดิม ที่อุดรธานี มีเป้าหมายดึง 14 ล้านคะแนนเสียงให้กลับมารวมตัวกันที่บ้านหลังเดิม แล้วก่อนหน้านี้ มันหายไปไหน

การเลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทย ได้ 11 ล้านเสียง ,ปี 2548 พรรคไทยรักไทย ได้ 18 ล้านเสียง,ปี 2550 พรรคพลังประชาชน ได้ 12 ล้านเสียง และปี 2554 พรรคเพื่อไทย ได้ 15 ล้านเสียง

สำหรับการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 พรรคเพื่อไทย ได้ 7,881,006 คะแนน ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ได้6,330,617 คะแนน หากเปรียบเทียบกับปี 2554 คะแนนเสียงเพื่อไทยหายไปกว่าครึ่งหนึ่ง

ดังนั้น การที่ทักษิณเลือกอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จึงไม่ใช่ข้อสรุปเมื่อปีที่แล้ว หากแต่ได้มีการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วอย่างรอบด้าน ทำไมคะแนนเสียงเพื่อไทยหายไป ทำไมอนาคตใหม่ ก่อตั้งพรรคไม่ถึงปีได้ 6 ล้านเสียง และทำไมพลังประชารัฐ ได้ 8 ล้านเสียง

การเปิดตัวอุ๊งอิ๊ง จึงถูกกำหนดอย่างมีจังหวะก้าว เริ่มจากวันที่ 28 ต.ค.2564 อีเวนท์พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน ที่ จ.ขอนแก่น ก่อนจะมาถึงวันที่ 20 ต.ค.2565 อีเวนท์ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม จ.อุดรธานี

คณาพจน์ โจมฤทธิ์ มันสมองของทีมอุ๊งอิ๊งคณาพจน์ โจมฤทธิ์ มันสมองของทีมอุ๊งอิ๊ง

ทั้งสองงานดังกล่าวข้างต้น มีผู้สังเกตเห็นทีมงานเบื้องหลังอุ๊งอิ๊ง ประกอบด้วย เอิง-คณาพจน์ โจมฤทธิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ และป๋อม-ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติโดยเฉพาะที่อุดรธานี หมอมิ้ง-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ปรากฏตัวในฐานะพี่เลี้ยงอุ๊งอิ๊ง

  • ‘ญาติฝ่ายสามี’

กุนซือตัวจริงของ “อุ๊งอิ๊ง” ที่ชื่อ “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เป็นญาติฝ่ายสามี ปอ-ปิฎก สุขสวัสดิ์ ซึ่งวันที่ 1 พ.ย.2564 แพทองธาร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพรรควันแรก อุ๊ง อิ๊งบอกกับนักข่าวว่า “วันนี้เริ่มงานวันแรกมารับน้อง พี่เอิง (คณาพจน์ โจมฤทธิ์) ลงมารับน้อง”

“เอิง-คณาพจน์” เรียนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายจากอังกฤษ แล้วกลับมาทำงานสำนักงานกฎหมาย โดยรับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรก ในฐานะหน้าห้องของ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ช่วงปี 2561 ก่อนจะได้รับภารกิจมาก่อร่างสร้างพรรคไทยรักษาชาติ ในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค

หลังพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ คณาพจน์ก็หายหน้าไปพักใหญ่ เมื่อพรรคเพื่อไทยมีการปรับโครงสร้างใหม่ กลุ่มแคร์ และพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เข้ามามีบทบาทในพรรคมากขึ้น คณาพจน์ จึงกลับมารับตำแหน่งผู้อำนวยการทีมคิดเพื่อไทย และเป็นผู้อำนวยการโครงการ The Change Maker

จังหวะที่กลุ่มแคร์ปั้นทักษิณในนาม Tony Woodsome เพื่อให้อยู่ในใจเด็ก Gen Z Gen Y ก็เปิดโครงการ The Change Maker มีเป้าหมายอยู่ที่คนรุ่นใหม่ ฐานเสียงกลุ่มเดียวกับพรรคก้าวไกล

จริงๆแล้ว แกนนำไทยรักษาชาติ ยังเกาะกลุ่มไปไหนมาไหนด้วย ทั้ง ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช,คณาพจน์ โจมฤทธิ์, พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ,สุณีย์ เหลืองวิจิตร ,วิม รุ่งวัฒนจินดา ,ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ และฤภพ ชินวัตร

ทุกวันนี้ ตัวละครที่เอ่ยชื่อมาข้างต้นนี้ ต่างเข้ามาช่วยงานพรรคเพื่อไทย ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง และหลายคนก็เป็นคลังสมองของอุ๊งอิ๊ง

  • ‘เบบี้บูมเมอร์’

การปรากฏตัวของหมอมิ้งที่อุดรธานี สะท้อนว่ากลุ่มแคร์ได้เข้ามาดูแล “อุ๊งอิ๊ง” เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อจากยุคไทยรักไทยจนถึงเพื่อไทย

“หมอมิ้ง-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เป็นคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ แต่ช่วงที่ไม่ได้ทำงานการเมือง หมอมิ้งได้เข้าไปบริหารมหาวิทยาลัยชินวัตร ในตำแหน่งประธานคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยชินวัตร

ปี 2561 หมอมิ้ง ผลักดันให้มหาวิทยาลัยชินวัตรเปิดหลักสูตร The Next Tycoon หลักสูตรระยะสั้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ ทายาทธุรกิจ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่

เป้าหมายของThe Next Tycoon หวังจะสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ให้มีแนวคิดที่ไม่จำกัดอยู่ในแบบแผน มีความเข้าใจกระแสธุรกิจโลก พูดจาภาษาการเมือง คนรุ่นใหม่ที่ถูกเพาะเป้า สร้างแกน ย่อมตกเป็นเป้าหมายของพรรคการเมืองเสรีนิยมไปโดยปริยาย

หมอมิ้งได้ต่อยอดแต่ละรุ่น ให้เป็น The NEXT Tycoon Family ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแต่ความรัก ความเป็นเพื่อน-พี่-น้องคงยังแนบแน่น เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

โครงการ The Change maker ที่คณาพจน์รับผิดชอบ ก็เหมือนการต่อยอดมาจาก The NEXT Tycoon Family ที่หมอมิ้งทำไว้สมัยบริหารมหาวิทยาลัยชินวัตร เป้าหมายของ The Change maker พรรคเพื่อไทย ก็คือการแย่งชิง Gen Y Gen Z จากค่ายธนาธร หรือพรรคก้าวไกล

คำประกาศทวงคืน 14 ล้านเสียงของอุ๊งอิ๊ง ย่อมหมายถึงการตรึงฐานเสียงรากหญ้าในชนบท และการดึงเยาวชนคนรุ่นใหม่จากค่ายอนาคตใหม่เข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป

ย้อน “วัดสระเกศ” 9 ปี มี 4 สมภาร “พระธรรมโพธิมงคล” นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509157

เปรียญ12

23 มี.ค. 2565

ย้อน "วัดสระเกศ" 9 ปี มี 4 สมภาร "พระธรรมโพธิมงคล" นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15

“วัดสระเกศ” เตรียมจัดพิธีย้าย “พระธรรมโพธิมงคล” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส โดยมีเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในพิธี

“พระธรรมโพธิมงคล” (สมควร ปิยสีโล ป.ธ.9) ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้มาดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาส วัดสระเกศราชวรวิหาร พระอารามหลวง เป็นหนึ่งในจำนวน 50 รูป ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มีพระราชดำริ โปรดแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565
มีรายงานข่าวว่า วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565 “พระธรรมโพธิมงคล” พร้อมทั้งพระอนุจร (พระติดตาม) จำนวนหนึ่ง จะเดินทางจากวัดนิมมานนรดี ที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมาแต่เดิม
มาทำพิธีขึ้นเป็น “เจ้าอาวาสวัดสระเกศ” พระอารามหลวงชั้นโท ที่สถิตย์พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง


นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15 นับตั้งแต่รัชกาลที่ 1และนับเป็นลำดับที่ 4 ในระยะเวลา 9 ปี นับแต่ “สมเด็จพระพุฒาจารย์” (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาส ถึงแก่มรณถาพ เมื่อ 10 สิงหาคม 2556
 เมื่อ “สมเด็จพระพุฒาจารย์” (เกี่ยว) มรณภาพ มหาเถรสมาคม มีมติให้ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 12 และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดสระเกศ

ย้อน "วัดสระเกศ" 9 ปี มี 4 สมภาร "พระธรรมโพธิมงคล" นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15
ย้อน "วัดสระเกศ" 9 ปี มี 4 สมภาร "พระธรรมโพธิมงคล" นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15

เจ้าคุณพระพรหมสุธี เคยสร้างประวัติในวงการสงฆ์ ที่ยังไม่มีใครลบล้างได้ เมื่อได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าคณะรองในขณะที่มีอายุเพียง 48 ปีเท่านั้น แต่อนาคตเป็นของไม่แน่นอน  จากดาวรุ่งกลายเป็นดาวร่วง
หลังจากเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพ “สมเด็จพระพุฒาจารย์” (เกี่ยว) มรสุมรุมเร้าโดยเฉพาะความโปร่งใสการใช้งบประมาณแผ่นดิน 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลจัดมาให้เพื่อช่วยพระราขพิธีพระราชทานเพลิงศพ เช่นการจัดสร้างเครื่องสังเค็ดถวายพระอารามหลวงต่างๆ  กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะมีรายชื่อผู้บริจาคซ้ำซ้อนในงานชุดเดียวกันทำให้ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง) ถอดจากตำแหน่ง มส. ต่อมาท่านขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส หลังจากเป็นมา 2 ปีเป็นเพียงพระลูกวัด ยังลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 และตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับพระธรรมทูตไปต่างประเทศ 


ต่อมาเกิดเหตุสลดใจเมื่อท่านทำ “อัตวินิบาตกรรม” จบชีวิตในกุฏิในวัดสระเกศ
เมื่อเจ้าคุณพระพรหมสุธี ลาออกจากเจ้าอาวาส มหาเถรสมาคม แต่งตั้ง “พระพรหมสิทธิ” (ธงชัย) ให้เป็นเจ้าอาวาส พร้อมทั้งมอบตำแหน่งอื่น ที่เจ้าคุณพรหมสุธี เคยครองไปให้พระพรหมสิทธิ เว้นแต่เจ้าคณะภาค 12 เพราะพระพรหมสิทธิครองเจ้าคณะภาค 10 อยู่แล้ว
 

แต่บุญมาวาสนาไม่ส่ง พระพรหมสิทธิ ต้องถูกถอดจากสมณศักดิ์ พ้นทุกตำแหน่งที่เคยครองรวมทั้งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เมื่อเจอคดียอดฮิตของสงฆ์คือ เงินทอน และฟอกเงิน ท่านถูกจับกุมคุมขัง หลังจากครองตำแหน่งต่างๆและเจ้าอาวาสได้ 3 ปี (พ.ศ.2558-2561)
(ตอนนี้ศาลยกฟ้อง กลับมาอยู่วัด แต่ครองผ้าเหลืองไม่ได้)

พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2562-19 กุมภาพันธ์ 2565 จึงเป็นลำดับที่ 3 ถือว่าคณะสงฆ์ให้ความไว้วางใจ เพราะท่านยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 และรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา อีกตำแหน่งหนึ่ง


เมื่อ พระธรรมโพธิมงคล เจ้าอาวาสวัดนิมมานรดี เจ้าคณะภาค 2 รับพระบัญชาให้มาเป็น “เจ้าอาวาสวัดสระเกศ” โดยจะเข้ามาครองวัดวันที่ 25 มีนาคม 2565 จึงนับเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศลำดับที่ 4 ในเวลา 9 ปี 

ย้อน "วัดสระเกศ" 9 ปี มี 4 สมภาร "พระธรรมโพธิมงคล" นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15
ย้อน "วัดสระเกศ" 9 ปี มี 4 สมภาร "พระธรรมโพธิมงคล" นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15
ย้อน "วัดสระเกศ" 9 ปี มี 4 สมภาร "พระธรรมโพธิมงคล" นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15
ย้อน "วัดสระเกศ" 9 ปี มี 4 สมภาร "พระธรรมโพธิมงคล" นับเป็นเจ้าอาวาส ลำดับที่ 15

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบรรดาลให้ มีความมั่นคง ยั่งยืน มีความเจริญ รุ่งเรือง และมีความสุข ในพระพุทธศาสนาชั่วกัลปาวสานเทอญ

ขอบคุณภาพ FB วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และ FB วัดนิมมานรดี พระอารามหลวง

เรื่อง : เปรียญ 12

นักบินทะลุฟ้า “ศิธา” ค่าย “สุดารัตน์” ตัดแต้มชัชชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509153

22 มี.ค. 2565

นักบินทะลุฟ้า "ศิธา" ค่าย "สุดารัตน์" ตัดแต้มชัชชาติ

สมรภูมิเมืองหลวงคึกคัก “ศิธา” อดีต ส.ส.กทม. ค่าย “สุดารัตน์” อดีตนักบิน F-16 ขอทำศึกผู้ว่าฯ กทม. สะเทือนฐานชัชชาติ เมื่อเจอคนกันเองตัดแต้ม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชัชชาติไม่ง่าย “ศิธา” ค่ายคุณหญิงสุดารัตน์ อดีตนักบิน F-16 ทะยานสู่ฟ้าการเมืองท้องถิ่น ขอทำศึกผู้ว่าฯ กทม.

ฐานเสียงเดียวกัน “ศิธา” ขอพิสูจน์แบรนด์สุดารัตน์ ซึ่งในอดีต เจ้าแม่ กทม.เคยเดินเคียงข้างชัชชาติลุยศึกเลือกตั้ง 2562


วันที่ 22 มี.ค.2565 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้จัดงาน 30 ปีสุดารัตน์ 30 ปีแห่งความภาคภูมิใจได้รับใช้ประชาชน ที่สำนักงานพรรคไทยสร้างไทย ลาดปลาเค้า 60 ซึ่งเป็นวาระครบรอบการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์

วันเดียวกันนั้น มีรายงานข่าวว่า พรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ตัดสินใจส่ง น.ต.ศิธา ทิวารี อดีต ส.ส.กทม. ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยจะเปิดตัวเป็นทางการวันที่ 30 มี.ค.นี้ พร้อมผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต

พลันที่มีชื่อ ผู้พันปุ่น หรือ น.ต.ศิธา ทิวารี ในสีเสื้อไทยสร้างไทย ย่อมส่งสะเทือนถึงชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ภายใต้การสนับสนุนของเครือข่ายพรรคเพื่อไทย

ว่ากันว่า ชัชชาติ มีสัญญาใจกับแกนนำเพื่อไทย หากชนะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็จะร่วมงานกับทีมเพื่อไทย ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

อย่างไรก็ตาม ช่วงเลือกตั้งปี 2562 คุณหญิงสุดารัตน์ และชัชชาติ ยังออกหาเสียงร่วมกันในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ดังนั้น ฐานเสียงชัชชาติ และผู้พันปุ่นก็เป็นฐานคนที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากคุณหญิงสุดารัตน์ ก็เพิ่งลาออกจากเพื่อไทย เมื่อต้นปี 2564

  • ‘แชมป์คลองเตย’

เส้นทางการเมืองของ “ศิธา” เริ่มต้นที่สนาม กทม.เขต 9 คลองเตย โดยลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคไทยรักไทย ปี 2544 น.ต.ศิธา ทิวารี ชนะอาณัฐชัย รัตตกุล ปชป. และปี 2548 ศิธาก็เอาชนะถนอม อ่อนเกตุพล ปชป.ไปได้อีกสมัย

ผู้พันปุ่น หรือ น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นชาวกรุงเทพฯ จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 24 และโรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่น 31 ศิธาเข้ารับราชการในสังกัดกองทัพอากาศ เป็นนักบินขับไล่ F-5 และนักบินขับไล่ F-16 โดยเป็นลูกทัพฟ้า 8 ปี ก่อนลาออกจากราชการมาเล่นการเมือง โดยตำแหน่งสุดท้ายคือ รองหัวหน้าแผนกแผนร่วม กองนโยบายและแผน กรมยุทธการ กองทัพอากาศ

ผู้พันปุ่น ศิธา ทิวารี ขอรับใช้ชาวกรุงเทพฯผู้พันปุ่น ศิธา ทิวารี ขอรับใช้ชาวกรุงเทพฯ

นอกจากเป็น ส.ส.กทม. “ผู้พันปุ่น” ยังได้รับประธานคณะกรรมการบริษัท ทอท. ,ที่ปรึกษารัฐมนตรีมหาดไทย และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลทักษิณ

เมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบ “ผู้พันปุ่น” ต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี และเริ่มหวนคืนสังเวียนการเมือง โดยเข้าร่วมก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย และปัจจุบัน น.ต.ศิธาเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาพรรคไทยสร้างไทย

ในอดีต คุณหญิงสุดารัตน์ เคยลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2543 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า สมัคร สุนทรเวช พรรคประชากรไทย ชนะเลือกตั้ง และได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น 1,016,096 คะแนน ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ 521,184 คะแนน

ประสบการณ์ที่ช่ำชองและยาวนานในเมืองหลวง คุณหญิงสุดารัตน์น่าจะช่วยให้ผู้พันปุ่น สู้กับคู่แข่งทุกคนได้แบบสูสี โดยเฉพาะการชิงชัยกับ “ชัชชาติ” ที่มีฐานเสียงเดียวกัน

  • ‘ทักษิณไม่ชนะ’

ออกสตาร์ทช้ากว่าตัวเต็ง “ศิธา” อาจเสียเปรียบคู่แข่งอย่าง “ชัชชาติ” และ “สุชัชวีร์” แต่อาศัยชื่อชั้นคุณหญิงสุดารัตน์ และเครือข่าย ก็คงทำให้ศิธาไม่ถูกทิ้งห่างมากนัก

รอปลายเดือน มี.ค.นี้ เมื่อพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวศิธา ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต คงได้เห็นลีลาการขับเคลื่อนของทัพไทยสร้างไทย ภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์

มีข้อมูลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่น่าสนใจ ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 6 สมัย 24 ปี เครือข่ายทักษิณแพ้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะในสีเสื้อไทยรักไทย ,พลังประชาชน, เพื่อไทย และอิสระที่มีเพื่อไทยหนุน

ปี 2543 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กลุ่มพลังไทย ที่มีพรรคไทยรักไทยหนุน พ่ายสมัคร สุนทรเวช พรรคประชากรไทย

ปี 2547 ปวีณา หงสกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ลงสมัครในนามอิสระ แต่พรรคไทยรักไทยสนับสนุน พ่ายอภิรักษ์ โกษะโยธิน พรรคประชาธิปัตย์

ปี 2551 ประภัสร์ จงสงวน พรรคพลังประชาชน ได้ 5 แสนคะแนน พ่ายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ได้เกือบ 1 ล้านคะแนน แต่อภิรักษ์ต้องลาออกก่อนเพราะพิษปมซื้อรถดับเพลิง

ปี 2552 ยุรนันท์ ภมรมนตรี พรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้แก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ปชป. ตอนนั้น ยุรนันท์ ได้ 6 แสนคะแนน ส่วนคุณชายสุขุมพันธุ์ ได้ 9 แสนคะแนน

ปี 2556 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พรรคเพื่อไทย ได้ 1 ล้านคะแนน พลิกพ่าย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ได้ 1.2 ล้านคะแนน ซึ่งคุณชายหมูมาแก้เกมได้ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันหย่อนบัตร

น่าจับตาดูว่า ชัชชาติ จะล้างอาถรรพ์ทักษิณแพ้สนาม กทม.ได้หรือไม่ และผู้พันปุ่นใต้ร่มเงาพรรคไทยสร้างไทย จะเติมฝันให้เจ้าแม่ กทม.ได้มากน้อยแค่ไหน

“อุ๊ ภคอร” สาวคู่กาย “เต้ มงคลกิตติ์” ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509147

22 มี.ค. 2565

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

เธอคือใคร? ทุกครั้งที่ “เต้ มงคลกิตติ์” ปรากฏกายต่อหน้าสื่อ ล่าสุดเปิดโต๊ะแถลงงัดหลักฐานเด็ดคดี “แตงโม นิดา” ก็มี “อุ๊ ภคอร” สาวสวยคนนี้อยู่เคียงข้างกาย

พักรบการเมืองมาหลายสัปดาห์สื่อหลากหลายแขนงต่างนำเสนอเรื่องราวชีวิตของ “เต้ มงคลกิตติ์”  หรือ “เต้ 007 ” หรือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.เพียงคนเดียวของพรรคไทยศรีวิไลย์ และเป็นหัวหน้าพรรคอีกด้วย

เต้ 007 นักการเมืองฝีปากกล้าท้าชนดะ เรียกความสนใจของผู้คนได้มากที่สุดในวินาทีนี้ เมื่อเขาอาสาเข้ามาร่วมสืบค้นหาความจริงกับการเสียชีวิตของซุปตาร์คนดัง “แตงโม นิดา”

ล่าสุด “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดโต๊ะแถลงข่าวโชว์คลิปเสียงหลักฐานเด็ดคดี “แตงโม นิดา” ปรากฏว่ามี “อุ๊ ภคอร” สาวสวยเคียงข้างกายอยู่ไม่ห่าง

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

นี่คืออีกด้านของความอ่อนโยนของ “เต้ มงคลกิตติ์” ที่เรียกว่า ความรัก เขามีหวานใจหน้าตาสดสวย อยู่เคียงข้างไม่ห่างกาย เธอไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเธอคือ “ภคอร จันทรคณา”  หรือ ภคอร  ชีวานันท์ โฆษกพรรคไทยศรีวิไลย์ นั่นเอง

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

เรื่องราวชีวิตของ “อุ๊ ภคอร”  หญิงสาวผู้นี้ ก็ถือว่าไม่ได้ไก่กาอาราเล่ เพราะเธอโลดแล่นมาแล้วหลายสายงาน ประวัติที่นาสนใจดังต่อไปนี้

อุ๊ ภคอร และคุณแม่นัยนา ชีวานันท์ อดีตนางเอกชื่อดังอุ๊ ภคอร และคุณแม่นัยนา ชีวานันท์ อดีตนางเอกชื่อดัง

เธอชื่อเต็มๆ ว่า ภคอร จันทรคณา (ชีวานันท์) ชื่อเล่น อุ๊ เกิดที่ อำเภอ ตาคลี จ.นครสวรรค์เป็นลูกสาวของ พันตำรวจโท บุญยิ่ง จันทรคณา(เสียชีวิต) นายตำรวจตงฉิน กับ นางนัยนา ชีวานันท์ อดีตนางเอกดาราภาพยนตร์ชื่อดังของเมืองไทย

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

ทั้งนี้ “อู๊ ภคอร” เคยมีผลงานด้านการแสดงมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ

-นางเอกละครพื้นบ้านเสาร์-อาทิตย์ พระสุธนมโนราห์, ยอพระกลิ่น ทางช่อง 7 และ หลงไฟ ทาง ITV และนายขนมต้ม (ปี 2543 ไม่ได้ ON AIR)

– ประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส เข้ารอบ 10 คน สุดท้าย

– ประกวดนางงาม ได้รับตำแหน่ง รองขวัญใจเพชรบุรี

– ประกวดนางสาวไทย เข้ารอบ 20 คน สุดท้าย รุ่นเดียวกับ นางสาวชาลิสา บุญครองทรัพย์(หมิง)

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

ไม่เพียงเท่านั้น “อุ๊ ภคอร”  ยังเคยเป็นแอร์โฮสเตส สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส , พนักงานไกด์, อาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษ,

– และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัย,เหรัญญิกและกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติและอื่นๆ อีกมากมาย

  • ประวัติการศึกษา “อุ๊ ภคอร”

สำหรับ ประวัติการศึกษา ก็ไม่ธรรมดา จบปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปริญญาโท สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และปัจจุบัน กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและการจัดการภาครัฐ

“อุ๊ กำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับปัญหาแป๊ะเจี๊ยะ ช่วงเก็บข้อมูลทำให้เห็นภาพระบบการศึกษาไทย ที่น่าเป็นห่วงมาก มีความเหลื่อมล้ำ มีช่องว่าง มีช่องโหว่มากมาย ที่รัฐควรเข้าไปแก้ไขและเป็นเจ้าภาพ เพราะการศึกษาคือรากฐานของชีวิต หากแป๊ะเจี๊ยะยังคงอยู่ช่องว่างคนรวยกับคนจนก็ยิ่งเพิ่ม ทำอย่างไรเด็กจะเข้าถึงการศึกษาทุกคน”  อุ๊ ภคอร ว่าที่ด็อกเตอร์ เปิดใจกับผู้เขียนเมื่อครั้งเริ่มลงมือทำวิทยานิพนธ์

ขอบคุณภาพจาก เพจภคอร ชีวานันท์

กมลทิพย์  ใบเงิน เรียบเรียง

ดีกันครับนาย “เนวิน” สัมพันธ์ลึก “ทักษิณ” จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509136

22 มี.ค. 2565

ดีกันครับนาย "เนวิน" สัมพันธ์ลึก "ทักษิณ" จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

ปมอนุทินอุ้มอุ๊งอิ๊ง สะท้อนสัมพันธ์ “เนวิน” กับ “ทักษิณ” คลี่คลายไปในทางบวก ดังสำนวนการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ย้อนอดีตชินวัตร-ชิดชอบ จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มายาการเมือง “เนวิน” อาจารย์ใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน ลดขัดแย้งเช่นเดียวกับคนแดนไกล ทักษิณที่เคยส่งสัญญาณปรองดอง

หัวหน้าอนุทินชี้ “เนวิน” อายุมากขึ้น เวลาเปลี่ยน ปมบาดใจกับนายใหญ่ก็คลี่คลาย ดังสำนวนที่ว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร

ควันหลงจากการเปิดตัว “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก็มีนักข่าวนำเรื่องของอุ๊งอิ๊งไปสอบถามอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลทำนองว่า อาหนูอุ้มหลานอุ๊งอิ๊ง

จริงๆแล้ว อนุทินเคยให้สัมภาษณ์มาหลายครั้งว่า โดยส่วนตัวเขาไม่ได้มีปัญหากับทักษิณ และยังให้ความเคารพอดีตนายกฯ เหมือนเดิม

อนุทินบอกว่า อย่าไปดู “อุ๊งอิ๊ง” แค่ว่าเป็นลูกสาวทักษิณ แต่ต้องมองว่าเขาเป็นรุ่นใหม่ ความรู้ดี ครอบครัวดี ความตั้งใจจะมารับใช้บ้านเมือง เขาตั้งใจจะมาเป็นทางเลือกรับใช้ชาติบ้านเมือง คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือประชาชน จะได้มีทางเลือกเยอะ ทุกคนต้องแข่งขันกัน ขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ สุดท้ายผู้ตัดสินใจคือประชาชน

คำถามที่อนุทินคาดไม่ถึง กรณีปมค้างคาใจระหว่างทักษิณ ชินวัตร กับเนวิน ชิดชอบ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยตอบชัดว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ได้มีอะไร ที่เป็นข่าวเป็นการวิเคราะห์และประเมินของสื่อ ของคนที่อยู่นอกเวที คนที่อยู่ในเวทีการเมืองเขาบอกแล้วว่าไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร

“ผมว่ากาลเวลามันก็..คนก็อายุมากขึ้น อะไรมากขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรกัน เท่าที่ผมทราบไม่มีการพบปะกัน ไม่มีการพูดคุยอะไรกัน”

ถ้าจำกันได้ ปลายปีที่แล้ว โทนี่ วู้ดซั่ม หรือทักษิณ ชินวัตร เคยถูกถามผ่านคลับเฮาส์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเนวิน ชิดชอบ โทนี่ตอบสั้นๆ ว่า “คุณเนวินมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง ก็รู้จักกัน แต่การเมืองก็ทำห่างเหิน”

  • ‘ชินวัตร-ชิดชอบ’

หลังปราชัยคาสนามเลือกตั้งปี 2554 “เนวิน” พยายามลดการเผชิญหน้ากับตระกูลชินวัตร ด้วยการเปลี่ยนสไตล์การทำงานการเมืองของคนภูมิใจไทย เน้นประนีประนอมมากกว่าบู๊ล้างผลาญ

เนวิน ครูใหญ่การเมืองของอนุทินและศักดิ์สยามเนวิน ครูใหญ่การเมืองของอนุทินและศักดิ์สยาม

ปลายเดือน ต.ค.2564 โทนี่หรือทักษิณ ได้สื่อสารผ่านแคร์คลับเฮาส์ในหัวข้อ “วันนี้ประยุทธ์ พรุ่งนี้….ใคร” โดยตอนท้ายมีผู้ฟังถามทักษิณในคลับเฮาส์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับเนวิน

“คุณเนวินมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง..ก็รู้จักกันแต่การเมืองก็ทำห่างเหิน” โดยทักษิณ รำลึกความหลังสมัยสภาผู้แทนฯ ช่วงปี 2512-2514 เวลานั้น เลิศ ชินวัตร บิดาของทักษิณ เป็น ส.ส.เชียงใหม่ และชัย ชิดชอบ บิดาของเนวิน เป็น ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้งคู่ต่างเป็น ส.ส.อิสระ จึงได้ร่วมงานกันในนามกลุ่ม ส.ส.อิสระ

“ผมเรียกพ่อเนวินว่าอา รู้จักพ่อเนวิน(กำนันชัย) ก่อนเจอเนวิน ตอนหลังมาก็ตอนที่อยู่ไทยรักไทย ก็สนิทกัน ขยันขันแข็ง”

หลังเลือกตั้งปี 2544 ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนกำนันชัยและเนวิน ยังสังกัดพรรคชาติไทย ผ่านไปปีเศษ กำนันชัยจึงเอ่ยปากกับทักษิณว่า “อาขอฝากลูกชายไปทำงานกับท่านนายกฯด้วยนะ”

ปี 2545 ทักษิณตั้งเนวินเป็น รมช.เกษตรฯ ตามมาด้วย รมช.พาณิชย์ เพียงไม่กี่ปี เนวินก็กลายเป็นขุนพลคู่บารมีหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และนำพาพรรคพลังประชาชนสู้รบ จนได้ตั้งรัฐบาลสมัคร-รัฐบาลสมชาย

บทเรียนการเลือกตั้งปี 2554 ทักษิณปั้นยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ในเวลา 40 กว่าวัน ภูมิใจไทยพ่ายยับและบีบให้เนวินต้องไปเป็นฝ่ายค้านอยู่หลายปี ฉะนั้น เนวินจึงไม่ประมาทฝีมือนายเก่า และคงไม่อยากเป็นฝ่ายค้านในสมัยหน้า

  • ‘บทเรียนเนวิน’

ปลายปี 2551 “เนวิน” ได้นำ ส.ส. 23 คน ในนามกลุ่มเพื่อนเนวิน รวมกับกลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน 8 คน เข้าร่วมการจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปฏิบัติการแหกค่ายนายใหญ่ ทำให้เกิดวลี “มันจบแล้วครับนาย”

สืบเนื่องจากวันที่ 2 ธ.ค.2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้ยุบ 3 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ด้วยข้อกล่าวหากระทำการที่เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 3 พรรค ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหาร พลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล จากรัฐบาลพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เลือกตั้งปี 2554 เนวินนำภูมิใจไทยลงสนามแบบมวยไฟท์เตอร์ชนกับเพื่อไทย และเป็นปฏิปักษ์กับเครือข่ายคนแดนไกล จึงประสบความปราชัยยับเยิน

ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้งปี 2562 เนวินปรับภาพลักษณ์ภูมิใจไทย ให้เป็นพรรคทางสายกลาง ดัน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ลดการเผชิญหน้ากับนายใหญ่

กติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 พรรคภูมิใจไทย ได้อานิสงส์เต็มๆ เพราะทุกคะแนนไม่ตกน้ำ ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 ที่นั่ง และ ส.ส.39 ที่นั่ง (ไม่นับรวมงูเห่า) รวม 51 ที่นั่ง ต่างจากปี 2554 ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน และ ส.ส.เขต 34 ที่นั่ง

สถานการณ์ในวันนี้ ภูมิใจไทยได้เตรียมการรับมืออุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ไว้นานแล้ว แม้อนุทินจะให้สัมภาษณ์ทำนองอุ้มหลานอุ๊งอิ๊ง แต่หัวคะแนนสีน้ำเงินในพื้นที่ก็เล่นขยายข่าวเรื่องอุ๊งอิ๊งเป็นสายล่อฟ้า และจะมีชะตากรรมไม่ต่างจากยิ่งลักษณ์

คาดว่าในสงครามเลือกตั้ง ค่ายบุรีรัมย์คงต้องงัดประเด็นอุ๊งอิ๊งจะมีจุดจบไม่ต่างจากพ่อทักษิณ และอาปูมาตีโต้กระแสนารีขี่ม้าขาวภาค 2

ลาบ้านชินวัตร “เก่ง การุณ” ช่วย “สุดารัตน์” สร้างบ้านหลังใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509064

21 มี.ค. 2565

ลาบ้านชินวัตร "เก่ง การุณ" ช่วย "สุดารัตน์" สร้างบ้านหลังใหม่

บ้านใหญ่คนเยอะปัญหาแยะ “เก่ง การุณ” ขอไปอยู่บ้านหลังใหม่ “สุดารัตน์” มั่นใจในฐานเสียงดอนเมือง ไม่กังวลเรื่องกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

โบกมือลาบ้านใหญ่ “เก่ง การุณ” ไปอยู่บ้านหลังใหม่ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ด้วยมั่นใจในฐานเสียงดอนเมือง ไม่กังวลเรื่องกระแส

บ้านใหญ่คนเยอะ “เก่ง การุณ” เกิดมาจากพรรคชาติไทย ก่อนย้ายซบพรรคทักษิณ อยู่ในซุ้มเจ้าแม่เมืองหลวง จึงมีความผูกพันกับแม่หน่อย

วันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค.2565 พรรคเพื่อไทย ยกโขยงไปจัดอีเวนท์ใหญ่ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหม่ หัวใจเดิม ที่ จ.อุดรธานี เพื่อเปิดตัวหัวหน้าครอบครัวชื่อ แพทองธาร ชินวัตร

วันเดียวกัน การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว โดยหยิบยกเอาเพลงลูกทุ่งเก่าๆ อย่างลาก่อนซ่อนกลิ่น ของเพชร โพธาราม มาบอกใบ้สถานะตัวเอง..ชั่วดีมีจน จะขอทนไปตามดาบหน้า

ที่ชัดเจนคือ การติดแฮชแท็ก #การุณไม่ทิ้งใคร #ผมไม่เสียใจที่ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัว หมายความว่า เก่ง การุณ ไม่ได้เป็นสมาชิกในครอบครัวเพื่อไทยแล้ว

วันที่ 21 มี.ค.2565 วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ขณะนี้ การุณ โหสกุล ก็ช่วยพรรคของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เขาจึงได้พูดออกมา ซึ่งถือเป็นความชัดเจน ส่วนคนที่อยู่เพื่อไทย เราก็ทำกิจกรรม ทำงานของเพื่อไทยก็เท่านั้นเอง

ที่ผ่านมา วิชาญบอกว่า มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง ซึ่งก็มีคนสนใจตั้งแต่เขามีทีท่าว่าจะไปอยู่กับคุณหญิงสุดารัตน์ ทุกคนรู้หมด

อันที่จริง เก่ง การุณ ถือว่าเป็นลูกรักแม่หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ ตั้งแต่อยู่พรรคเพื่อไทย เมื่อเจ้าแม่ กทม.ออกไปสร้างพรรคไทยสร้างไทย ก็มีข่าวเรื่องเก่งจะย้ายตามไปเป็นมือเป็นไม้ให้แม่หน่อยเป็นระยะๆ

สำหรับคนดอนเมือง ก็จะเห็นเก่ง การุณ พา ส.ก.คู่บารมีอย่าง “พนา วุฒิเดช” สวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทย ออกไปทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวบ้านช่วงโควิดระบาด

พนา วุฒิเดช อดีตประธานสภาเขตดอนเมือง ทำงานร่วมกับเก่ง การุณ มาตั้งแต่สมัยยังเป็น ส.ก.สังกัดพรรคชาติไทย จนถึงยุคเพื่อไทย พนามีหน้าที่ดูแลชาวบ้านแทนเก่ง การุณ ในทุกด้าน

  • ‘ขวัญใจชาวบ้าน’

ทำไม “เก่ง การุณ” จึงตัดสินใจทิ้งเพื่อไทย โดยไม่หวั่นกระแสทักษิณหรืออุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ เรื่องนี้ต้องลงไปดูพื้นที่เขตดอนเมือง เก่งทำงานการเมืองแบบบ้านใหญ่ ชูภาพคนดอนเมือง เกิดดอนเมือง และขอตายที่ดอนเมือง จนได้ใจชาวบ้านทุกชั้นชน

เก่ง การุณ เคยเล่าประสบการณ์การทำงานพื้นที่ โดยมี ส.ก. 2 คน และ ส.ข.8 คน เป็นมือทำงานครอบคลุมเขตดอนเมือง ไม่ว่างานบุญ งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ ทีมงานเขาจะไปร่วมไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ปีหนึ่งๆ มีคนดอนเมืองทำบุญบ้านปีละนับหมื่นงาน

พนา วุฒิเดช ส.ก.คู่บารมีเก่ง การุณพนา วุฒิเดช ส.ก.คู่บารมีเก่ง การุณ

ไม่ใช่แค่งานสังคม ยังมีทีมบริการฉีดสุนัข ฉีดยุง ทีมงานเก่งดูแลหมด ซอกไหนซอยไหนก็การุณ ถนนตรอกไหนที่เดินลำบากก็การุณ

เงินเดือน ส.ส.ไม่พอจ่ายค่าภาษีสังคม แต่เก่ง การุณ บอกว่า ได้อาศัยขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายช่วยชาวบ้าน “… ผมสะสมเพื่อนไว้ตลอดระยะทางที่เดินมา ผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพกว่า ก็ส่งความเมตตามาถึงเพื่อนจะเห็นได้ว่าผมสะสมมิตรมาตลอดทาง”

จะเห็นได้ว่า ชาดา ไทยเศรษฐ ก็เป็นผู้ใหญ่ใจดีอีกคนของเก่ง การุณ ไม่ว่ามีงานอะไรที่อุทัยธานี เก่งจะเดินทางไปช่วยไม่เคยขาด

  • ‘ผู้กว้างขวางดอนเมือง’

ชีวิตลูกแม่ค้าอย่าง “เก่ง การุณ” เรียนจบวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างฝีมือปัญจวิทยา ยึดอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างกับรับจ้างส่งเอกสารตามบริษัทขนส่งสินค้า ไม่รู้ชีวิตพลิกผันยังไง กลายเป็นเจ้าของบริษัทขนส่งสินค้า จนร่ำรวย

บนถนนการเมือง เก่ง การุณ เป็นหัวคะแนนของห้างทอง ธรรมวัฒนะ พรรคประชากรไทย ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกสภาเขตดอนเมือง และประธานสภาเขตดอนเมือง ต่อมาเป็น สมาชิกสภากรุงเทพฯ เขตดอนเมือง ในนามพรรคชาติไทย

ปี 2550 เก่ง การุณ ย้ายมาอยู่ค่ายทักษิณ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรก และเลือกตั้ง 2554 ก็ชนะเลือกตั้งอีกหน ก่อนจะถูกศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เมื่อปี 2556

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว เก่ง การุณ ลงสนามเขต 10 ดอนเมือง ต้องเจอคู่แข่งพรรคประชาธิปัตย์ ธัญญ์นิธิ ชวรัตน์นิธิโชติ หรือเช็ง สุพรรณ คนดังในวงการพระเครื่อง แถมยังมี กนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต ส.ก.ดอนเมือง คู่ปรับเก่าของเก่ง การุณ สวมเสื้อพลังประชารัฐ

ผลการเลือกตั้ง เก่ง การุณ ได้ 30,800 คะแนน ,กนกนุช กลิ่นสังข์ พลังประชารัฐ ได้ 22,060 คะแนน ส่วน ธัญญ์นิธิ ชวรัตน์นิธิโชติ ได้14,061 คะแนน เก่งยังอยู่ยงคงกระพัน ด้วยฐานเสียงเพื่อไทยและคะแนนนิยมส่วนตัว

สมัยหน้า เก่ง ดอนเมือง สวมเสื้อไทยสร้างไทย อาจเหนื่อยกว่าที่ผ่านมา เพราะต้องแข่งกับเพื่อไทย เฉพาะหน้าศึก ส.ก.เขตดอนเมือง ก็ถือเป็นพิสูจน์สีเสื้อแม่หน่อย เป็นครั้งแรกในสนามเมืองกรุง

เพราะอะไร “หลวงพี่อุเทน” บวชให้ชาวคริสต์เป็น “โยคี” ได้ แต่ทำแบบบนี้ไม่ได้?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509052

เปรียญ12

21 มี.ค. 2565

เพราะอะไร "หลวงพี่อุเทน" บวชให้ชาวคริสต์เป็น "โยคี" ได้ แต่ทำแบบบนี้ไม่ได้?

การสร้างบุญสร้างกุศลนับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การบวชพระให้กับคนที่นับถือศาสนาคริสต์เป็น “โยคี” นั้นกระทำได้จริงเพราะสาเหตุใด แต่ที่แน่ๆหาก โยคี อยากบวชเป็นพระจะกระทำได้หรือไม่ และใครถึงจะเป็นผู้บวชให้ต้องมาดูที่รายละเอียด

เป็นหัวข้อพูดจากันในสังคม และในสื่อออนไลน์ เมื่อ “หลวงพี่อุเทน สิริสาโร” หรือ “เจ้าคุณญาณวิกรม” เจ้าอาวาส “วัดท่าไม้” จัดพิธีบวชชาวคริสต์ ให้ถือวัตรแบบพราหมณ์ หรือโยคีว่าทำได้หรือไม่
คำตอบมีดังนี้
 คงจำกันได้ ว่า ไฮโซ 2 คนคนหนึ่งชื่อ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ (ปอ) อีกคนชื่อ ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ (โรเบิร์ต) ทั้งสองนับถือศาสนาคริสต์ อยู่ในสปีดโบ๊ต ที่ดาราทีวี นามว่าแตงโม (นับถือคริสต์เช่นกัน) เสียชีวิตเพราะตกจากเรือลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาในเวลากลางคืน ในฐานะที่โดยสารเรือลำเดียวกัน จึงไปขอให้หลวงพี่อุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ทำพิธีบวชพราหมณ์ให้ และบำเพ็ญตบะ แบบฤาษี เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่แตงโม ผู้เสียชีวิต 


ในกรณีนี้มีคำถามว่า เป็นพระในพุทธศาสนา ทำได้ไหม
ผมสอบถามพระเถระผู้ใหญ่ว่ามีข้อจำกัด หรือข้อห้ามหรือไม่
ท่านแยกประเด็นให้เห็นดังนี้

“พระอุเทน” เป็นพระสังฆาธิการในตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อมีผู้มาขอบวชเพื่ออุทิศกุศลให่แก่ผู้เสียชีวิต ทำได้โดยให้รักษาศีล 8 หรืออุโบสถศีลเท่านั้น
ส่วนการแนะนำในทางปฏิบัติธรรม หรือบำเพ็ญตบะ ขึ้นอยู่กับพระอุเทน จะแนะนำ และเป็นความสมัครใจผู้รับศีล 8 นั้น
กรณีนี้จะเรียกว่า “บวชพราหมณ์” หรือโยคี ก็ไม่มีข้อห้าม เพราะผู้ที่ขอศีล 8 เพื่อปฏิบัติธรรม 2-3 วันมักเรียกว่า “บวชพราหมณ์”(ชาย) เรียก “ชีพราหมณ์”(หญิง) มีถมไป
สำนักปฏิบัติธรรมบางแห่งเรียกผู้ปฏิบัติธรรมว่าโยคี(ชาย ) โยคินี(หญิง)ก็มี
ส่วน “หลวงพี่อุเทน” ให้ศีลคนต่างศาสนาได้ไหม ตอบว่าได้ ถ้า บุคคลนั้นยินดีรับ

ถ้าหากพัฒนาถึงขั้นจะขอบวชพระ สำหรับหลวงพี่อุเทน บวชให้ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์
ถ้าเป็นพระอุปัชฌาย์ จะรับใครบวชมีข้อปฏิบัติพอสมควร


คือ ก่อนจะรับใครบวชต้องตรวจสอบประวัติว่าเป็นใคร หลบหนีราชการ หรือเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา หนีมาบวชหรือไม่ และต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ นอกจากนั้นต้องมีคนรับรองที่เชื่อถือได้
ถ้าเป็นนักบวชชีเปลือยในศาสนาเชนหรือศาสนามหาวีระ ต้องการบวชเป็นพระในพุทธศาสนา ต้องให้ผู้นั้น “ถือติตถิยะปริวาส 4 เดือน” เพื่อเปลี่ยนทัศนคติให้เข้ากันได้กับพระสงฆ์ในพุทธศาสนา

(ให้บวชแบบมีเงื่อนไข)

สรุปว่าคนต่างศาสนาจะขอบวชเป็นพระในศาสนาพุทธสามารถทำได้ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน
ตัวอย่างพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เกิดในครอบครัวที่นับถือคริสตศาสนา และตนก็นับถือด้วย มาเปลี่ยนนับถือพุทธศาสนาเมื่อย่างเข้าวัยรุ่น ต่อมาบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุครบบวชก็บวชพระที่บ้านเกิดย่านแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงครามจากนั้นย้ายมาจำพรรษาวัดบวรนิเวศวิหาร จนกระทั่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ.2501 ถึง พ.ศ. 2504


พระพุทธศาสนาใจกว้าง เปิดรับคนทุกศาสนา เว้นแต่ “ชีเปลือย” ต้องอยู่ปริวาส หรืออยู่กรรม ก่อน
นี้คือคำตอบว่าพระบวชคริสต์ให้เป็นพราหมณ์ หรือโยคีได้ครับ

เรื่อง : เปรียญ 12