พรรคใหม่ “ประยุทธ์” ผนึก “สุเทพ” ต้านทักษิณแฟมิลี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509042

21 มี.ค. 2565

พรรคใหม่ "ประยุทธ์" ผนึก "สุเทพ" ต้านทักษิณแฟมิลี่

ถนนชีวิตปีที่ 68 “ประยุทธ์” บนเส้นทางอำนาจ อาจต้องพึ่งพา “สุเทพ” จัดทัพสู่สมรภูมิเลือกตั้ง เมื่อทักษิณแฟมิลี่ ส่งอุ๊งอิ๊งนำทัพเพื่อไทย ชิงธงตั้งรัฐบาลใหม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

68 ปี ถนนชีวิต “ประยุทธ์” จากค่ายทหารเสือราชินี ถึงทำเนียบรัฐบาล และ 8 ปีบนเส้นทางอำนาจ ภายใต้ประชาธิปไตยแบบไทย จะไปต่ออย่างไร

โจทย์ใหญ่ของ “ประยุทธ์” คือการประคับประคองรัฐนาวา ให้ผ่านด่านศึกซักฟอก เดือน พ.ค.นี้ และการจัดทัพสู่สมรภูมิเลือกตั้ง

สงครามขั้วสีสร้าง “ประยุทธ์” มวลชน กปปส.คือพลังหนุน และทักษิณแฟมิลี่ กลายเป็นแนวร่วมมุมกลับที่ทำให้ระบอบพี่น้อง 3 ป.ยืนยงมาจนถึงทุกวันนี้

วันที่ 21 มี.ค.2565 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 68 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปีนี้งดอวยพรวันเกิด เนื่องจากสถานการณ์โควิด

เพจลุงตู่ตูน ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ HAPPY Birthday 68 ปี นายกฯ ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สานต่อภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชน

ปฐมบทสู่ถนนสายอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มขึ้นเมื่อ 19 ก.ย.2549 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา สมัยที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 สั่งการให้ พล.อ.ประยุทธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 นำกำลังนักรบบูรพาประสานกำลังกับนักรบเมืองหลวงเข้ายึดอำนาจโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ

22 พ.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.สมัยนั้น ตัดสินใจเข้าควบคุมอำนาจ และได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของประเทศไทย

3 ปีเศษของรัฐบาลประยุทธ์ ที่มาจากการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญหน้าการท้าทายจากนักเลือกตั้งบ่อยครั้ง โดยเฉพาะแผนการโค่นเก้าอี้นายกฯ กลางสภาฯ ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องแยกทางกันเดิน

พล.อ.ประยุทธ์คงตระหนักแล้วว่า พรรคพลังประชารัฐ ต่างจากกับกองทัพบก นักเลือกตั้งต่างจากข้าราชการทหาร บิ๊กตู่จึงโยนภาระดูแล ส.ส.ไปให้พี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค

ปีสุดท้ายของสภาฯ โจทย์ใหญ่ของพลังประชารัฐ คือการรักษาพรรคให้ ส.ส.ที่เหลืออยู่ได้มั่นใจในตัวพี่น้อง 3 ป. และประคับประคองรัฐบาล ให้ผ่านด่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงกลางปีนี้

  • ‘พรรคลุงตู่’

บังเอิญก่อนวันเกิด “ประยุทธ์” เพียง 1 วัน ตระกูลชินวัตร เปิดตัวอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวครอบครัวเพื่อไทย สะท้อนว่า ทักษิณมิได้สนใจข้อครหาสู้เพื่อตัวเอง เพื่อให้ได้กลับบ้าน

พรรคเพื่อไทยขายคอนเซ็ปต์บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม แต่พรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี กลับตกอยู่ในสภาพบ้านแตก เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พา ส.ส.18 คน แยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นหัวหน้าพรรค

ขณะเดียวกัน เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ก็เปิดตัว “พรรครวมไทยสร้างชาติ” โดยประกาศจุดยืนหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ลึกๆแล้ว “แรมโบ้อีสาน” ไม่ใช่คีย์แมนหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ หากแต่เป็นฝ่ายตีฆ้องร้องป่าวให้คนทั้งประเทศ ได้หันมาสนใจพรรคใหม่ แต่แรมโบ้เล่นใหญ่ไปหน่อย เลยถูกเบรกให้ลดความร้อนแรงลงมา

อีกด้านหนึ่ง ก็ปรากฏชื่อพรรคไทยสร้างสรรค์ ที่ถูกมองว่าเป็นพรรคสำรองของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่หลังจาก “สกลธี ภัททิยกุล” เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามผู้สมัครอิสระ เรื่องของพรรคไทยสร้างสรรค์ก็เงียบหายไป

การประชุมใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ จ.นครราชสีมา ช่วงต้นเดือน เม.ย.2565 ซึ่งจะมีการจัดโครงสร้างพรรคใหม่ อาจมีคำตอบเรื่องอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์

วันที่ทักษิณรีโนเวทบ้านหลังเดิม พี่น้อง 3 ป. กลับจะใช้ยุทธศาสตร์แยกบ้านสู้ตระกูลชินวัตร พล.อ.ประวิตร คุมบ้านพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ สร้างบ้านรวมไทยสร้างชาติ อย่างนั้นหรือ

  • ‘พรรค กปปส.’

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสเลือก “ประยุทธ์” นั้นมาจากคนเสื้อเหลืองส่วนหนึ่ง และมวลชน กปปส. ที่ต้องการได้ผู้นำต่อสู้กับระบอบทักษิณ

แม้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กองเชียร์พรรครวมพลังประชาชาติไทย จะรู้ผิดหวังในผลเลือกตั้ง ที่พรรค รปช.ได้ ส.ส.น้อยกว่าที่คาดไว้ แต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ ก็ถือว่า บรรลุเป้าหมายเชิงอุดมการณ์การเมือง

การเลือกตั้งสมัยหน้า สุเทพยังสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้อัดคลิปแถลงสนับสนุนแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงษ์ ตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ “…น่าสนใจพรรคนี้เพราะได้ยินคุณแรมโบ้ประกาศว่า ร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นๆที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกัน ผมรู้จัก ดร.เสกสกล มานาน เป็นคนที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมารอบด้าน”

สุเทพยังบอกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะมีนักการเมืองคนสำคัญๆ อีกหลายคน เปิดตัวออกมาให้ประชาชนได้รู้ และพรรคนี้จะมีเสน่ห์มากขึ้น

การที่สุเทพออกหนุนสุดตัว ก็สอดรับกับกระแสข่าวที่ว่า ลุงกำนันแห่ง กปปส. เตรียมการก่อตั้งพรรครองรับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยองค์ประกอบพรรคนี้ อาจต่างจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพราะมีนักการเมืองหลายขั้วหลายสีมารวมตัวกัน

พลันที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. เขตทวีวัฒนา ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้คนก็พุ่งเป้าไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจากเอกนัฏก็มีชื่ออยู่ในแฟ้มแกนนำพรรคใหม่

รวมถึงชื่อ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ที่ถูกมองว่า จะเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่พีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า ยังสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และไม่ตอบคำถามเรื่องพรรคใหม่ของบิ๊กตู่

มีรายงานข่าวว่า ปลายเดือน มี.ค.นี้ อาจมีข่าวความคืบหน้าเรื่องการเปิดตัวแกนนำคนสำคัญของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์

76 ปี “ปชป” สนิมเหล็กยังกัดกร่อนกินเนื้อ “ไตรรงค์””สะท้อนมุมที่น่ามอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508992

นายหัวไทร

21 มี.ค. 2565

76 ปี "ปชป" สนิมเหล็กยังกัดกร่อนกินเนื้อ "ไตรรงค์"”สะท้อนมุมที่น่ามอง

76ปี “ประชาธิปัตย์” สนิมยังเกิดจากเนื้อใน สะท้อนผ่านมุมมอง “ไตรรงค์” สุวรรณคีรี และอันวาร์ สาและ ที่จากไปเพราะน้อยใจ เล่นพรรค เล่นพวก

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครจะวาดฝัน หรือตั้งเป้าทางการเมือง เพราะการตั้งเป้าทางการเมือง จะนำไปสู่การวางแผน วางนโยบาย เพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย

      อย่างในการประชุมใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ กรรมการบริหารพรรคบางคนก็ตั้งเป้าว่าเลือกตั้งตั้งหน้า ประชาธิปัตย์จะต้องได้ 80-100 ที่นั่ง ภาคใต้จากที่เคยตั้งเป้าไว้ 35 แต่อาจจะได้ 40 ด้วยซ้ำ

      ยุทธศาสตร์ไม่ใช่แค่รักษาที่มีอยู่ แต่ต้องได้มากกว่า แต่ในความเป็นจริงจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ เป็นเรื่องภายในของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะต้องจัดการ “ทำงานให้มาก พูดให้น้อย” กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่ง กล่าวกับ #นายหัวไทรถ้าไปมองวิธีคิดของจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่น่าจะผิด เพียงแต่จะทำได้ตามที่คิดและตั้งใจหรือไม่ จุรินทร์ มองว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำงานที่มีความก้าวหน้าไปมาก และมั่นใจว่าประชาธิปัตย์ไม่ได้เดินลง แต่กำลังเดินขึ้น ซึ่งต้องรักษาจุดนี้ไว้และเพิ่มเติมให้สูงขึ้นไปได้อีกภายใต้ความร่วมมือของเรา

โดยปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย

1. ผลงาน ซึ่งได้นับหนึ่งตั้งแต่ต้นว่า ยุคของพวกเราสมัยนี้ เราต้องเน้นการทำงาน เน้นการทำหน้าที่ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชนเห็นให้เป็นรูปธรรม และเมื่อเราร่วมรัฐบาลก็ทำสำเร็จชัดเจน อย่างน้อยเงื่อนไข 3 ข้อ ประกันรายได้ แก้รัฐธรรมนูญ การบริหารราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เราทำครบ แม้มันจะไม่ได้ร้อย แต่มันก็ได้หลายเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะประกันรายได้ถือว่าเกินร้อย แก้รัฐธรรมนูญแม้ยังไม่ได้ตามเป้าทั้งหมดแต่อย่างน้อยร่างเดียวที่ทำสำเร็จ และกำลังดำเนินการอยู่ก็เป็นร่างประชาธิปัตย์ของเรา และเราจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อทำประเทศให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น

2. ความเป็นเอกภาพ ก็มีความสำคัญและเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ซึ่งมาถึงวันนี้ความเป็นเอกภาพในพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจน มีความกลมเกลียวร่วมมือร่วมใจกันชัดเจน และเราไปทางเดียวกัน อะไรที่เราเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งแน่นอนไม่มีองค์กรประชาธิปไตยที่ไหนเห็นตรงกัน 100% เราไม่ใช่องค์กรเผด็จการ แต่สุดท้ายเรามีข้อยุติ ทุกคนก็เคารพมติพรรค เพราะฉะนั้นนี่คือจุดแข็งอีกจุดหนึ่งที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จ

3. อุดมการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรายึดมั่น ไม่ทิ้ง และจะยึดมั่นต่อไป เพราะอุดมการณ์คือฐานของความเป็นเรา

 “ถ้าเราไม่มีอุดมการณ์ เขวไปตามพรรคการเมืองบางพรรค หลายพรรค ด้วยวิธีการที่ไร้อุดมการณ์ เราก็จะเหมือนต้นไม้ที่ไร้ราก สุดท้ายมรสุมการเมืองมา 2 ยก ก็จอด ต้นไม้นี้มันก็ล้ม แต่ประชาธิปัตย์ไม่ล้ม อยู่ยั้งยืนยงมาวันนี้ได้เพราะรากลึก และพวกเราทุกคนช่วยกันรดน้ำพรวนดิน และยึดมั่นต่อมา เราถึงเดินมาจะครบ 76 และจะขึ้นปี 77 และจะอยู่ต่อไปชั่วฟ้าดินสลาย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

4. ความเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืน ไม่ใช่เก่าแก่ พวกเราจะต้องช่วยกันทำต่อไปเพื่อให้ประชาธิปัตย์เดินหน้าไปสู่ความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นในยุคพวกเรา เพราะจุดนี้คือจุดที่ประชาชนเขาตอบรับเรา และเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งซ่อมที่ชุมพร และสงขลา เขาเลือกเราเพราะเขามั่นใจในความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาธิปัตย์ 

เข้าใจได้ว่าประชาธิปัตย์เองก็รู้อยู่ว่า เลือกตั้งปี 62 ผลเป็นอย่างไร สร้างรอยช้ำให้กับพลพรรคประชาธิปัตย์แค่ไหน จึงพยายามสร้างผลงาน เพื่อเรียกศรัทธาคืนมา แม้จะยังไม่เข้าตากรรมการ 100 % แต่ได้เห็นความพยายาม ซึ่งปีสุดท้ายของวาระสภาชุดนี้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมมาก ต้องวางยุทธศาสตร์ให้ชัดในพื้นที่ที่ยังด้อยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอิสาน ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ส่วนภาคใต้ถึงแม้นว่าจะยังตรึงอยู่ได้ แต่ยังไม่น่าภูมิใจนัก และไม่ควรละวางกับคู่แข่งที่รุกหนัก ไม่ว่าจะเป็นพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย หรือพรรคใหม่ เช่น พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย และพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นต้น     

ที่สำคัญ ประเด็นที่จุรินทร์ยกมา คือความเป็นเอกภาพในองค์กร ซึ่งน่าจะหมายรวมถึงความรัก ความสามัคคีกันในพรรค วันก่อนยังได้ยินเสียงแผดก้องเข้าหู เมื่อสุนทร รักษ์รงค์ เสนอตัวลงเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช มันสะท้อนให้เห็นว่า ในแต่ละจังหวัดยังมีคนพยายามทำตัวเป็นใหญ่ และบางจังหวัดก็ใหญ่มากๆ

ส่วนอุดมการณ์ของพรรคก็เช่นกัน กรรมการบริหารพรรคคงต้องไปอ่าน และทบทวนอุดมการณ์ของพรรคในยุคก่อตั้ง โดยควง อภัยวงค์ ซึ่งน่าจะชัดเจนเรื่องการต่อต้านคอรัปชั่น และปฏิเสธเผด็จการ กับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของประชาธิปัตย์ เอาอุดมการณ์ 2 ข้อนี้ก่อน ไม่ต้องไปลึกซึ่งอีกมากมายในเจตนารมณ์ของการตั้งประชาธิปัตย์ขึ้นมา

มันจะมีอะไรอยู่ในเนื้อใน แต่ก็น่ารับฟัง “อันวาร์ สาและ” ส.ส. ปัตตานี ประชาธิปัตย์ กลับตั้งคำถามไปยังจุรินทร์ 2 คำถามที่น่าสนใจ

76 ปี "ปชป" สนิมเหล็กยังกัดกร่อนกินเนื้อ "ไตรรงค์"”สะท้อนมุมที่น่ามอง

1. ผมอยากรู้ว่าอนาคตพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร ? จะทำถูกให้เป็นถูก ผิดให้เป็นผิดหรือไม่ และจะเป็นตัวของตัวเองเพื่อยืนเคียงข้างประชาชนไหม ทางพรรคมีแนวทางที่จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นและเชื่อถืออย่างไรได้บ้าง ? เพราะดูเหมือนว่าเราจะอยู่ฝั่งทหารและฟังคำสั่งของทหารมาตลอด ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่า”พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนเผด็จการ” ผมตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้และพยายามเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้พรรคมาโดยตลอด และนี่ก็คงเป็นความขัดแย้งระหว่างตัวผมกับผู้บริหารพรรค เพราะส่วนใหญ่คนในพรรคเห็นด้วยกับผมแต่ไม่กล้าพูด และมีเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน

2. ในส่วนของส.ส. ที่มาจากประชาชนจำนวน 100 ที่นั่ง ตรงนี้เอามาจากไหน ? ผมขอยกตัวอย่างเช่น ภาคอีสานมี 2 คน ภาคเหนือมี 1 คน กทม.ไม่มีเลย แล้วภาคอื่น ๆ จะได้สักกี่คน ช่วยบอกวิธีการตรงนี้หน่อยได้ไหมครับ แล้วล่าสุดมี ใครก็ไม่รู้ออกมาประกาศไล่ ส.ส. ออกไปอีก โดยบอกว่าพรรคจะได้เจริญ แล้วถ้าสถานการณ์มันยังเป็นแบบนี้อยู่มันจะเจริญตามที่เขาพูดอยู่เหรอครับ และ 18 คนที่ออกไปเขาคืออดีต ส.ส. นะแล้วคนที่พูดแบบนี้น่ะ เขาเป็นใคร ? สุดท้ายนี้ผมขอถามอีกครั้งหนึ่งว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์คืออะไร ไม่จำเป็นต้องตอบผมก็ได้ แต่ช่วยตอบและอธิบายเพื่อให้ทุกคนเข้าใจหน่อยสิครับ และหวังว่าคำถามที่ผมถามไปจะได้รับคำตอบนะครับ
เอาเป็นว่า อันวาร์ ได้ทิ่มแทงใจดำของจุรินทร์ และคนที่คาดหวังสูงแบบ “เสียบยอดอก” เป็นการทิ้งทวนแบบไม่รู้อนาคตของอันวาร์ว่าจะอยู่ไหน อยู่ที่เดิม หรือไปที่อื่นมุมสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาของผู้อาวุโสอย่าง “ไตรรงค์”ก็ต้องรับฟัง

“คนลาออกจากประชาธิปัตย์ฟ้องว่า ผู้บริหารใจแคบเอาแต่พวกพ้อง -ระแวง คนมีอำนาจชักใยอยู่เบื้องหลัง แนะรักพรรคต้องหนักแน่น ไม่ใช่ลาออกทิ้งไป”

76 ปี "ปชป" สนิมเหล็กยังกัดกร่อนกินเนื้อ "ไตรรงค์"”สะท้อนมุมที่น่ามอง

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี บรรยายว่า“ในช่วงหลังคนลาออกจากพรรคไปหลายคน ต้องยอมรับว่าบางคนมาหาผมถึงบ้าน บางคนโทรศัพท์มาเล่า ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่าเขาเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าการบริหารงานในพรรค ใจแคบ มีการดูเฉพาะกลุ่มคนของนายจุรินทร์ บางคนก็บอกว่าระแวงว่า ในช่วงสมัยของทั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณจุรินทร์ มีอำนาจแฝงชักใยอยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรับฟังมา แต่สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องจริง หรือเกิดขึ้นจริงก็ได้ แต่เป็นสิ่งที่กินใจคนเหล่านั้น นายไตรรงค์กล่าวจะจริงหรือไม่อย่างไร แต่เป็นประเด็นที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ต้องนั่งลงตั้งสติ คิดอย่างตรึงตรอง และยอมรับความเป็นจริง 

ความเป็นจริงว่า 76 ปีของประชาธิปัตย์ ก็ยังมีสนิมเหล็กกัดกร่อนพรรคอยู่

ศึกชิงดำ ตำแหน่ง”ผบ.ตร.” ใครมีลุ้นเป็นแม่ทัพสีกากี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508946

21 มี.ค. 2565

ศึกชิงดำ ตำแหน่ง"ผบ.ตร." ใครมีลุ้นเป็นแม่ทัพสีกากี

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”คนในเครื่องแบบ

ใกล้..กระจ่าง..เหตุการณ์ …“แตงโม-นิดา” – ภัทรธิดา พัชระวีระพงษ์ ..ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา กลายเป็น..ปริศนาคาใจ สังคมเคลือบแคลง  “ต้นสาย-ปลายเหตุ” เกิดจาก..อุบัติเหตุ..หรือ..ฆาตกรรม กันแน่..OO

เหตุเพราะ..องค์ประกอบเรื่องราวพาไปชวนให้คิด ทั้ง..ข้อสงสัยคำให้การ 5 บุคคลร่วมในเหตุการณ์..แถม..เจอเรื่องเงินๆทองๆ เยียวยา พาเรื่องราวไปกันใหญ่ ผสมโรง..เจอ  “นักเลงคีย์บอร์ด”บางกลุ่ม ทั้ง.. “หิวแสง-ประสงค์ร้าย” เกาะกระแส “ดาราสาว” หวังผลอะไรบางอย่าง..OO

แตกประเด็น.. “ดรามา”…ชวนเชื่อ.ไม่ใช่…อุบัติเหตุ “โยงเรื่องนั้น..ปูดเรื่องนี้” จุดประกายความเคลือบแคลง สังคมเชื่อลมปาก “นักสืบไซเบอร์”กลุ่มประสงค์ร้าย..จุดประกาย.. ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ “ตำรวจ” ปลุกกระแสเรียกร้อง  “ผ่าชันสูตรศพรอบ 2”..OO

บทสรุป..ผลชันสูตรฯ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ไม่แตกต่าง.. ผลชันสูตรฯ สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลักๆ   “กะโหลกไม่แตก-ฟันอยู่ครบ” ไม่เป็นความจริงตามคำโพทนาโอ้อวด  “บรรดาเหล่าผู้อวดรู้” มโนภาพจินตนาการ โยงเรื่องนั้น..เรื่องนี้..วุ่นวาย..ไปหมด..OO

เสียงเล่า-เสียงลือ..ก่อน..สรุปสำนวนปิดคดี จัดหนัก-จัดเต็ม. “ผู้เกี่ยวข้อง”ทั่วหน้า..ไม่วายเว้น.. บรรดา “นักเลงคีย์บอร์ด”กลุ่มประสงค์ร้าย  “ผู้อวดรู้ปูดเรื่องเท็จ”..ไม่รอดสันดอน เตรียมเนื้อเตรียมตัว..ทำใจ รับผลแห่งการกระทำ.. “ตัวใคร….ตัว..มัน.”.ก้อ..แล้วกัน..OO

ไม่รู้..เกิดเภทภัยอะไร.. หมู่นี้.. “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” โดนมรสุมกระแสถาโถม “องค์กร”อยู่ร่ำไป สดๆร้อน..นายตำรวจ ระดับ “รอง ผกก.” คนหนึ่ง ปูดข่าว “ตั๋วผู้กำกับทิพย์”โดนขบวนการต้มตุ๋นอ้างผู้ใหญ่สูญเงิน 5-6 ล้านบาท ครั้ง..แต่งตั้งโยกย้ายฯ ปี 64 ภรรยาบุกร้องกองปราบโอนคดี แจ้งความ ร้องทุกข์ สภ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี  เรื่อง เงียบกริบ..OO

สั่นสะเทือน.. “กรมปทุมวัน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำชับกำชา “ผู้รับผิดชอบ”ทำความจริงให้กระจ่าง ไม่รอช้า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี บัญชาการ “ผู้เกี่ยวข้อง”สืบสวนข้อเท็จจริง …OO

อาญาสิทธิ์…หากพบหลักฐานข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องกระทำผิด  “วินัย-อาญา” คือ..คำตอบ โทษทัณฑ์ ผลงาน..ในอดีต…การันตี ยุค..นี้..นิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง สถานเดียว ไม่มีเลี้ยง “สีกากีนอกคอก”..กาลเวลา..คือ..เครื่องพิสูจน์…OO

ไม่มีอะไรในกอไผ่..คำสั่งแต่งตั้ง “สีกากี”วาระเมษาฯหน้าร้อน แค่..ปูนบำเหน็จ “นายพลแก้มลิง” 53 นาย ที่เกษียณราชการปีนี้ เลื่อนตำแหน่ง ติดยศ.. “พล.ต.อ.-พล.ต.ท.-พล.ต.ต.” ผสมโรง ขยับ..แต่งตั้งหมุนเวียนเก้าอี้ว่าง 9 ตำแหน่ง  ไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ตามเสียงเล่า-เสียงลือ..OO

ชิงดำ.. “ผบ.ตร.คนที่ 13”  เหลือ..แค่..3 แคนดิเดต .” ไล่ตั้งแต่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เพราะ..แต่ละคน “ดีกรี-ผลงาน”ล้วนไม่ธรรมดา ณ นาทีนี้.. “คนแรก”ภาษีดีกว่า “สองคนหลัง” หากไม่มีรายการพลิกผัน เพราะ.. “บ้านนี้-เมืองนี้” ไม่มีอะไรเที่ยงแท้และแน่นอน..OO

ได้ผลเกินคาด..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ( PCT ) “แจงสี่เบี้ย” ผลการดำเนินการศูนย์รับ“แจ้งความออนไลน์” บช.สทอ. ตั้งแต่เปิดบริการตั้งแต่วันที่ 1- 18 มีนาฯนี้ ผู้เสียหายแห่แหนแจ้งความ 3,752 คดี..OO

อันดับ 1 “หลอกลวงด้านการเงิน” 2,512 เรื่อง รองลงมา “หลอกจำหน่ายสินค้าออนไลน์” 731 เรื่อง ข่าวปลอม Fake News 82 เรื่อง“พนันออนไลน์” 9 เรื่อง “ล่วงละเมิดทางเพศ” 3 เรื่อง และคดีอาญาอื่นๆ หรือคดีแพ่งที่ยังไม่เข้าข่ายความผิด อีก 415 เรื่อง..OO

ผลการดำเนินการ  ส่งเรื่องให้ สถานีตำรวจที่มีอำนาจสอบสวนแล้ว 3,741 เรื่อง พนักงานสอบสวนนัดหมายผู้แจ้งแล้ว 3,661 เรื่อง มีความเชื่อมโยงกันถึง 210 เรื่อง เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดบัญชีคนร้ายทั้งหมด 337 บัญชี จำนวนเงิน 129,948,940 บาทอายัดได้แล้วกว่า 32 ล้านบาท..OO

สรุปผล..ผู้เสียหายหันมาใช้บริการทางออนไลน์มากถึงวันละ 300 ราย แถม..มีแนวโน้มเพิ่ม เพราะ..“สะดวก-รวดเร็ว-ไม่ยุ่งยาก” สอบถามปัญหาได้ 24 ชั่วโมง  ผลลัพธ์..พนักงานสอบสวนแต่ละโรงพักทำงานง่ายขึ้น สามารถ ..อายัดบัญชีคนร้าย ออกหมายจับผู้กระทำผิดได้รวดเร็วขึ้น  ไม่ต้องใช้เวลานานแรมเดือน เหมือน..ยุค..ก่อน..OO

นี่..คือ..หนึ่งในมาตรการ บำบัดทุกข์-บำรุงสุข “ประชาชน” ยุค..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี ขจัดทุกข์ภัย..“ชาวบ้าน-ร้านตลาด” ก่อน..เกษียณราชการ 30 กันยาฯนี้..นำร่องส่งไม้ต่อ  “แม่ทัพใหญ่สีกากี”คนใหม่..OO

คนละไม้คนละมือ.. “สำนักงาน กสทช.” ผนึกกำลัง “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” แก้ไขปัญหา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หลอกลวงต้มตุ๋น “ประชาชนคนไทย” กำชับผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (IDD) ทั้ง 6 บริษัท ใช้มาตรการเข้มสกัดการหลอกลวง..OO

หลักๆ …ระงับสายจากต่างประเทศที่สุ่มเสี่ยง-ดำเนินการตรวจสอบด้วยระบบ Test Call Generator (TCG) อย่างต่อเนื่อง สุดท้าย..สายโทรเข้ามาจากต่างประเทศไม่ได้มีการกำหนดเลขหมายต้นทาง ให้เพิ่มเครื่องหมาย +66 นำหน้าเบอร์โทรฯ  เตือนประชาชน  “อุดจุดบอด- ช่องโหว่” ป้องกัน “คนไทยเสียรู้”สูญเงิน คนแล้วคนเล่า..OO

โกอินเตอร์..พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม ในฐานะ..หัวหน้าคณะทีมตำรวจไทย “Royal Thai Police SWAT Team” ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมคว้าอันดับ 9 สุดยอดทีมตำรวจสุดแกร่งของโลก ในการแข่งขัน  “ UAE SWAT Challenge 2022 ” ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ..OO

สร้างผลงานผ่านด่านทดสอบความแข็งแกร่ง 5 STAGE หรือ 5 สถานการณ์ ได้แก่  “ยุทธวิธี -การจู่โจม  -การกู้ภัย-  หอคอย -สิ่งกีดขวาง” ทำคะแนนได้ยอดเยี่ยม 94 คะแนน คว้าอันดับที่ 9 จาก 33 ทีม ที่เป็นตัวแทนตำรวจจาก 24 ประเทศทั่วโลก  ไม่สร้างความผิดหวัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ผู้อยู่เบื้องหลังขับเคลื่อนโครงการฯ “ติดอันดับท็อปเท็น”..OO

บอกกล่าวเล่าสิบ.. “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เปิดรับสมัครตำรวจชั้นประทวนและบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน  ปี 2565 จำนวน 546 อัตรา วุฒิฯปริญญาตรี นิติศาสตร์ และวุฒิฯปริญญาตรีทางคอมพิวเตอร์ หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 28  มี.ค.-21 เม.ย.นี้ ทางเว็บไซต์ http://www.policeadmission.org..OO…สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

อุ๊งอิ๊งเอฟเฟกต์ “อนุทิน” สะเทือน “เนวิน” ฤทธิ์สายล่อฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508961

20 มี.ค. 2565

อุ๊งอิ๊งเอฟเฟกต์ "อนุทิน" สะเทือน "เนวิน" ฤทธิ์สายล่อฟ้า

อุ๊งอิ๊งเอฟเฟกต์ “อนุทิน” สะเทือนถึงอาจารย์ใหญ่ “เนวิน” พิษนารีขี่ม้าขาวปี 2554 ยังตามหลอน พลพรรคสีน้ำเงินได้แต่ปลอบใจตระกูลชินวัตร ดุจสายล่อฟ้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แบรนด์สายล่อฟ้า “อนุทิน” เชื่อเพื่อไทยขายอุ๊งอิ๊ง ขายแบรนด์ชินวัตรไม่ง่าย เหมือนปี 2554 สมัยที่ปั่นกระแสนารียิ่งลักษณ์ ประสบชัยชนะแบบพลิกแผ่นดิน

พูดแล้วทำ “อนุทิน” ตามสูตรอาจารย์ใหญ่เนวิน ยึดบ้านใหญ่ คนเด่น ฐานแน่น ต้านกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ ชี้เป้าระบอบทักษิณ ปลุกพลังต้านทั่วแผ่นดิน

การเปิดตัว อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องที่พรรคคู่แข่งคาดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว

สัปดาห์ที่แล้ว สื่อในเครือข่ายพรรคสีน้ำเงิน ได้เขียนบทวิเคราะห์เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย และการวางตัวอุ๊งอิ๊งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยมองว่า แบรนด์ชินวัตรเป็นแบรนด์สายล่อฟ้า อายุไม่ยืนทางการเมือง ยกตัวอย่างทักษิณ ชินวัตร ตกเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เพราะรัฐประหาร, สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตกเก้าอี้นายกฯเพราะยุบพรรคพลังประชาชน และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตกเก้าอี้นายกฯ ด้วยรัฐประหาร

ด้านหนึ่ง แบรนด์ชินวัตร อาจสร้างกระแสอุ๊งอิ๊งไม่ต่างจากกระแสยิ่งลักษณ์ และทำให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย เป็นอันดับหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่ง แบรนด์นี้ก็เหมือนสายล่อฟ้า

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจรู้สึกหวั่นไหวอยู่ลึกๆ เมื่อทักษิณทิ้งไพ่อุ๊งอิ๊งย่อมส่งผลสะเทือนไปทั้งตลาดการเมือง

เมื่อครั้งที่ชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของอนุทิน รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทัพผู้สมัคร ส.ส.ลุยสมรภูมิเลือกตั้งปี 2554 ย่อมรับรู้ถึงผลเลือกตั้งครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี

อิทธิฤทธิ์กระแสยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย กวาดมาได้ 15 ล้านเสียง ได้ ส.ส.เขต 204 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 61 คน รวม 265 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แค่ 1 ล้านกว่าเสียง ส.ส.เขต 29 คน และบัญชีรายชื่อ 5 คน รวม 34 คน นี่คือความปราชัยของเนวิน ชิดชอบ

เฉพาะภาคอีสาน ปี 2554 พรรคเพื่อไทยกวาดที่นั่ง ส.ส.เขต 104 ที่นั่ง จากทั้งหมด 126 ที่นั่ง โดยมี 13 จังหวัด จากทั้งหมด 20 จังหวัด พรรคเพื่อไทยชนะยกจังหวัด ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้ 13 ที่นั่ง ,พรรคชาติ พัฒนาเพื่อแผ่นดิน 4 ที่นั่ง ,พรรคประชาธิปัตย์ 4 ที่นั่ง และพรรคชาติไทยพัฒนา 1 ที่นั่ง

จากข้อมูลผลการเลือกตั้งข้างต้นนี้ อนุทิน-เนวิน คงไม่อยากให้เกิดปรากฏการณ์ “นารีขี่ม้าขาว ภาค 2” อีกเป็นแน่

  • ‘แบรนด์สายล่อฟ้า’

แม้ “อนุทิน” จะให้สัมภาษณ์สื่อว่า ภูมิใจไทยพร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้ง ทั้งสรรพกำลัง และนโยบาย โดยคุยว่า เป็นพรรคเดียวที่ไม่กลัวการยุบสภา แต่ลึกๆ ก็หวาดหวั่นเรื่องแลนด์สไลด์อยู่เหมือนกัน

ทีมงานภูมิใจไทยรู้ล่วงหน้าว่า อุ๊งอิ๊ง เตรียมจะรับตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพราะมี ส.ส.เพื่อไทยที่จะย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย คอยส่งข่าวอยู่เป็นระยะๆ

ในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัว อนุทิน ชาญวีรกูล กับทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีอะไรบาดหมางกัน อนุทินก็ยังเคารพนับถือคนแดนไกลอยู่ ส่วนปัญหาทักษิณกับเนวินนั้น กาลเวลาน่าจะช่วยคลี่คลายปมอดีตไปได้

เมื่อต้องต่อสู้กันในสนามเลือกตั้ง ภูมิใจไทยคงไม่ยอมถอยให้เพื่อไทย กลยุทธ์หาเสียงอย่างหนึ่งที่ค่ายบุรีรัมย์น่าจะใช้ในพื้นที่อีสานคือ ชี้ให้เห็นว่า ตระกูลชินวัตร เป็นสายล่อฟ้า และอาจมีความวุ่นวายหลังการเลือกตั้ง หากเพื่อไทยชนะ และได้จัดตั้งรัฐบาล

  • ‘ขี่ 3 ป.ดีกว่าตามก้นแม้ว’

ด้วยประสบการณ์ของ “อนุทิน” อาจไม่เก๋าพอ พรรคภูมิใจไทยจึงต้องมี “อาจารย์ใหญ่เนวิน” เป็นพี่เลี้ยง เหมือนทักษิณ เป็นผู้มีบารมีนอกพรรคเพื่อไทย

สัปดาห์ที่แล้ว อนุทินให้สัมภาษณ์สื่อว่า “พรรคภูมิใจไทยก็ต้องทำให้มั่นใจว่า สนับสนุนรัฐบาลและรัฐมนตรีในการทำงาน หากเป็นการทำในสิ่งที่ชอบสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้ารัฐมนตรีคนไหนไม่รักษาประโยชน์บ้านเมืองพรรคภูมิใจไทยก็ไม่สนับสนุน”

คำว่า “รัฐมนตรีคนไหนไม่รักษาประโยชน์บ้านเมือง” อาจถูกตีความไปถึงรัฐมนตรีคนโน้นคนนี้ เพราะพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคขนาดใหญ่อย่างภูมิใจไทย และพรรคเล็ก ต่างก็หวังฉกฉวยประโยชน์จากญัตติการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ของพรรคฝ่ายค้าน

อนุทินจึงเล่นบทพระเอกโอบอุ้มรัฐบาลประยุทธ์ ควบคู่กับการต่อรอง เพื่อให้พรรคได้โชว์ผลงานไว้หาเสียงเช่นเรื่องกฎหมายกัญชา

จะว่าไปแล้ว การเข้าร่วมรัฐบาลกับ 3 ป.ของภูมิใจไทย ถือว่าได้เก้าอี้รัฐมนตรีเกรดเอพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคมนาคม และสาธารณสุข หากแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นพรรคเพื่อไทย คนดูไบคงไม่ปล่อยคมนาคมไปให้พรรคอื่นแน่นอน

ดังนั้น สมรภูมิเลือกตั้งครั้งหน้า ภูมิใจไทยก็ต้องสู้ทุกกระบวนท่า สกัดเพื่อไทยไม่ให้เกิดกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ โดยเฉพาะภาคอีสาน กลยุทธ์ดึง ส.ส.เพื่อไทยมาอยู่สวมเสื้อสีน้ำเงิน ยังเป็นภารกิจที่ต้องทำต่อเนื่องจนกว่าจะยุบสภาฯ

ศึกชิงเมือง “อุ๊งอิ๊ง” นอมินี “ทักษิณ” ฝ่าคมหอกคมดาบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508953

20 มี.ค. 2565

ศึกชิงเมือง "อุ๊งอิ๊ง" นอมินี "ทักษิณ" ฝ่าคมหอกคมดาบ

ยุทธการชิงเมือง ตระกูลชินวัตรเสี่ยงส่ง “อุ๊งอิ๊ง” เล่นตามบท “ทักษิณ” แคนดิเดตนายกฯ หนีไม่ไกลจากบ้านจันทร์ส่องหล้า กระตุ้นพรรค กปปส.คืนชีพ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

รู้ว่าเสี่ยง “อุ๊งอิ๊ง” ก็ต้องเล่นตามบทที่ทักษิณลิขิต เพื่อไทยหนีเงาคนแดนไกลไม่พ้น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็หนีไม่ไกลจากบ้านจันทร์ส่องหล้า

สิ้นยุคเบบี้บูมเมอร์ “อุ๊งอิ๊ง” คือว่าที่นายกรัฐมนตรี เจนเอ็กซ์เจนวาย และบัดนี้ ชาวพรรคเพื่อไทยได้เวลาแห่ผู้นำรุ่นใหม่ เริ่มจากตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว

ปฏิกิริยา “อุ๊งอิ๊ง” ส่งผลให้ขั้วการเมืองตรงข้ามขยับ เป็นเงื่อนไขให้พรรค กปปส.คืนชีพโดยเร็ว สังคมการเมืองไทยยังข้ามไม่พ้นขั้วสี

เดือน ต.ค.ปี 2564 ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ พูดผ่านรายการ CareTalk x Care Clubhouse โดยย้ำเรื่อง 3 ป.ตกยุค และบอกว่าเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ เนื่องจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย จะเป็น “คนรุ่นใหม่”

ตอนนั้น สื่อเกือบทุกสำนักก็ไม่คิดว่า ทักษิณจะส่งลูกสาวคนเล็ก “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ลงสนาม เพราะดูจะเสี่ยงเกินไป ชะตากรรมในอดีตของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้ตระกูลชินวัตร คิดหนักมาก หากจะส่งคนในวงศ์วานว่านเครือลุยการเมือง

แหล่งข่าวเพื่อไทยมักอ้างว่า “คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์” คงไม่ปล่อยให้ลูกสาวคนเล็กมาเสี่ยงคมหอกคมดาบหรอก ตอนนั้น นักสังเกตการณ์การเมืองจึงโฟกัสไปที่นักธุรกิจใหญ่ และลูกเขยตระกูลชินวัตรมากกว่า แต่สุดท้าย ทักษิณ-คุณหญิงอ้อก็ไฟเขียวให้อุ๊งอิ๊งเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้ง

การเปิดตัวอุ๊งอิ๊ง ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ จ.อุดรธานี สะท้อนการตัดสินใจอย่างฉับไวของทักษิณ เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วว่า ระบอบประยุทธ์ หรือระบอบ 3 ป. กำลังเข้าสู่ช่วงขาลง

ตัวอุ๊งอิ๊งเองก็ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ไม่อยากให้พ่อเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะยุคนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้นำรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ยามนี้ ประเทศไทยต้องการผู้นำคนรุ่นใหม่

ทักษิณในสายตาของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็นผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อเผด็จการ แต่จุดยืนและท่าทีทางการเมืองกลับมีลักษณะประนีประนอมสูง ไม่เฉียบคม ไม่ก้าวหน้าเหมือน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

‘พรรคครอบครัว’

จริงๆแล้ว “อุ๊งอิ๊ง” อยู่ในใจทักษิณมานานแล้ว นับแต่เกิดปรากฏการณ์ธนาธร ในการเลือกตั้งปี 2562 ดังจะเห็นได้จากบทสัมภาษณ์ของทักษิณ ผ่านสื่อไทยภาคภาษาอังกฤษ Thai Enquirer

ทักษิณ ชินวัตร ยอมรับว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถหาผู้นำที่เหมาะสมและมีเสน่ห์ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ และตอนหนึ่ง ทักษิณพูดถึงธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่

อุ๊งอิ๊ง ถอดแบบดีเอ็นเอการเมืองมาจากทักษิณอุ๊งอิ๊ง ถอดแบบดีเอ็นเอการเมืองมาจากทักษิณ

“ธนาธรมีเสน่ห์ความเป็นผู้นำที่มากกว่าในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คนรุ่นใหม่เขาไม่รู้จักประเภทของพรรคการเมืองต่างๆ สำหรับพวกเขา นี่คือพรรคเข้ามาใหม่ที่มีเสน่ห์”

ย้อนไปดูตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ,พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสายตาทักษิณ ก็หนีไม่พ้นเครือญาติ ไล่มาตั้งแต่สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยกเว้นกรณีของสมัคร สุนทรเวช

เมื่อต้นเดือน มี.ค.2565 The Momentum เป็นสื่อแรกที่สัมภาษณ์ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” ในวันที่สวมเสื้อเพื่อไทย โดยมีคำถามที่ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นธุรกิจครอบครัว มากกว่าสถาบันการเมือง อุ๊งอิ๊งคิดอย่างไร

“ใครจะคิดอะไรก็คิดได้ เรื่องนี้ต้องใช้เวลา ใช้สถานการณ์ และให้โอกาสเรากับพรรคเพื่อไทยได้พิสูจน์มากกว่าว่าเราทำอะไรได้บ้าง และเรามี passion ในการพัฒนาประเทศอย่างไร”

แสดงว่า อุ๊งอิ๊งเตรียมใจล่วงหน้ามาแล้ว สำหรับประเด็นคำถาม พรรคเพื่อไทยก็คือธุรกิจการเมืองของตระกูลชินวัตร

  • ‘ชูประชาธิปไตยจ๋า’

นับจากนี้ไป “อุ๊งอิ๊ง” จะต้องเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายเดียวกัน และฝ่ายตรงข้าม นับเป็นช่วงเวลาทดสอบ ก่อนจะถึงยุบสภาฯ

วันที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ The Momentum ได้ฉายแววนักการเมืองชัดเจน อย่างคำถามเรื่องคนเสื้อแดงกับทักษิณ เธอก็ตอบได้ดี

“คนเสื้อแดงในวันนั้น ไม่ได้ออกมาเพื่อจะเซฟทักษิณคนเดียวนะ เขาออกมาเพราะว่าเขาต้องเซฟเรื่องปากท้องของเขา เพราะว่าเศรษฐกิจมันพังจากการรัฐประหาร พอประเทศมีรัฐประหาร คนที่จะเข้ามาลงทุนก็หาย อันนี้คือ fact เลย”

10 ปีที่แล้ว มีแต่คนเสื้อแดง แต่วันนี้ มีคนเสื้อส้มกระจายอยู่ทั่วประเทศ อุ๊งอิ๊งจึงอธิบายว่า คนเสื้อแดงไม่ได้สู้เพื่อทักษิณ หากแต่สู้เพื่อประชาธิปไตย เหมือนม็อบสามนิ้ว ม็อบราษฎร

รวมถึงคำถามเรื่องทักษิณในสายตาคนรุ่นใหม่ เพราะเจนวายเจนแซด โตมาในยุค คสช. และทักษิณก็ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ การที่ทักษิณหรือโทนี่ พยายามใช้คลับเฮาส์สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ อุ๊งอิ๊งตอบว่า “ถ้าใครฟังเขาบ่อยๆ ก็จะรู้ว่าคุณพ่อเป็นคนที่อัพเดตตัวเองเสมอในทุกอย่างและทุกที่ที่ไป อีกทั้งยังคอยอ่านหนังสือ อ่าน text ต่างๆ เขาเป็นคนที่อัพเดตตัวเองอยู่เสมอ”

อย่างไรก็ตาม อุ๊งอิ๊งไม่อยากให้เป็นเป็นนายกรัฐมนตรี “…วันนี้ เรารู้สึกว่าไม่อยากให้พ่อเป็นนายกฯ แล้วนะ แต่อยากให้ประเทศดีเหมือนตอนนั้น ที่ทุกคนมีโอกาสในชีวิต”

อุ๊งอิ๊งตอบคำถามสื่อ ในช่วงที่เริ่มเข้ามาทำงานในเพื่อไทยแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งเป็นก้าวแรกของแผน “นารีขี่ม้าขาวภาค 2”

ทำไม? “ไฮโซปอ-โรเบิร์ต” ต้องไปที่นี่ ดูความจริงบน “เขากระโจม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508847

นายหัวไทร

19 มี.ค. 2565

ทำไม? "ไฮโซปอ-โรเบิร์ต" ต้องไปที่นี่  ดูความจริงบน "เขากระโจม"

บางคนเรียกพราหมณ์ บางคนเรียกโยคี บางคนเรียกโยคีพราหมณ์ สำหรับ “ไฮโซปอและโรเบิร์ต” หลังจากทำพิธีที่ “ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย” ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมอีกแห่งหนึ่งของวัดท่าไม้ และทั้งสองได้ร่วมเดินธุดงค์ขึ้นเขาไปบน “เขากระโจม” จนเป็นที่กล่าวขาน

พลันที่ นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือไฮโซปอ และนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต เข้าพิธีอะไรสักอย่าง เพื่อถือศีล บำเพ็ญภาวนาอุทิศบุญกุศลให้แก่ดาราสาวแตงโมผู้ล่วงลับ ที่ “ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย” อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมอีกแห่งหนึ่งของ “วัดท่าไม้”
หลังทำพิธีเสร็จบางคนเรียกพราหมณ์ บางคนเรียกโยคี บางคนเรียกโยคีพราหมณ์ ก็เรียกกันไปตามศรัทธา และความเชื่อ ส่วนพิธีกรรมจะถูกต้องหรือไม่อย่างไร ขอให้ใช้ดุลยพินิจ ไตร่ตรอง
แต่สำหรับผมสนใจว่า หลังเข้าพิธีแล้ว ทั้งสองเดินธุดงค์ขึ้นเขาด้วยเท้าเปล่า ขึ้นไปบน “เขากระโจม” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสำนักปฏิบัติธรรมมากนัก


สนใจว่า เมื่อเดินธุดงค์ขึ้นไปบนเขากระโจมแล้ว ทั้งสองต้องรีบลงมา สื่อบางสำนักรายงานว่า ที่ต้องรีบลงมาเพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ซึ่งก็น่าติดตามอยู่หรอก เพราะอีกฝั่งของเข้ากระโจม จะเป็นฝั่งประเทศเมียนมา เพื่อนบ้านของเรา ขึ้นไปสุดยอดเขากระโจมจะมีป้ายติดไว้ว่า “สุดเขตประเทศไทย”
ที่บอกว่า ก็สมควรติดตามด้วยเหตุผล 2 ประการ

1.ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของแตงโม แม้แม่จะให้อภัยแล้ว 100% แต่คดีอาญายังอยู่ รอตำรวจสรุปสำนวนฟ้อง จะให้เชื่อได้อย่างไรว่า ทั้งสองไม่คิดหนี เพราะแค่ทอดน่องอีกไม่กี่ก้าวก็เข้าฝั่งเมียนมาแล้ว ถ้าตำรวจไม่ตามประกบแล้วเกิดหลบหนีจริง ตำรวจก็ซวยอีก
เหตุผลประการที่ 2 ที่ตำรวจต้องติดตาม เพราะพื้นที่เขากระโจม เป็น “เขตพื้นที่ความมั่นคงทางทหาร” แต่เมื่อพื้นที่อยากติดแนวชายแดน ทหารจะเข้าไปดูแลไม่ได้ จึงมีตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) เป็นคนดูแลพื้นที่อยู่ คือกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 137 มีบางจุด บางพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป แต่บางจุดมีการผ่อนผันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปชมความสวยงามของเขากระโจมได้

กล่าวสำหรับ “เขากระโจม” อยู่ในระดับความสูง 1,045 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในแนวสุดเขตประเทศไทย ภาคตะวันตก เขากระโจมจึงกลายเป็นจุดชมทะเลหมอกที่กำลังนิยมมาก เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ  สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจดจำไม่รู้ลืม คือ หนทางที่สมบุกสมบันยากลำบาก จนเป็นเรื่องพูดคุยในความทรงจำตลอดไป เขากระโจม ที่มีบางคนเรียกว่า “เขาช่องกระโจม” คนพื้นที่เล่าให้ฟังว่า ชาวกะเหรี่ยงที่อยู่อาศัยในผืนแผ่นดินบริเวณนี้มาก่อนเรียกชื่อว่า “เขาลันดา” ซึ่งหมายถึง ภูเขาที่มีที่ราบ คนไทยรุ่นที่ไปทำเหมืองแร่ดีบุกที่นั่นย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน เห็นรูปลักษณะของเขาว่าคล้าย “กระโจมอินเดียนแดง” ก็เลยเปลี่ยนชื่อให้เป็น “เขากระโจม”

“เขากระโจม” สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดราชบุรี ที่นั่นจะมีทะเลหมอกตลอดปี และเราสามารถที่จะสัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบายได้ง่าย ๆ มีทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนในเมืองไทยให้ได้เที่ยวชม เที่ยวกันได้แบบทั้งครอบครัวหรือจะสนุกมากขึ้นถ้ารวมตัวมากับแก็งค์เพื่อน “เขากระโจม” จึงเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ ของการเที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพฯ และเมื่ออิ่มหนำกับเขากระโจมแล้ว ย่านสวนผึ้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมาก โรงแรม รีสอร์ตก็มีให้เลือกมากมาย

บนยอด “เขากระโจม” มีป้ายติดบอกไว้ว่านี่คือพื้นที่ “สุดเขตประเทศไทย ภาคตะวันตก” เป็นที่ตั้งของกองร้อยตำรวจ ตระเวนชายแดน(ตชด.137) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เนิน 1000”  ซึ่งด้านหน้าคือเทือกเขาตะนาวศรีฝั่งประเทศพม่า ที่แนวรบด้านนี้สงบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวเหมือนแนวรบฝั่งไทย

นี้คือ “เขากระโจม” ที่ “ไฮโซปอ-โรเบิร์ต” ขึ้นไปเดินธุดงค์ วันเดียวก็กลับลงมา ไม่ได้ไปนอนถ้ำตามที่เคยแจ้งก่อนหน้านี้ และกลับลงมาเปิดแถลงข่าวโวยวายว่า มีตำรวจติดตาม มีนักข่าวตามทำข่าว ไม่มีสมาธิในการปฏิบัติธรรม ถือศีลภาวนา
จริงๆแล้วมันอยู่ที่ใจมากกว่า ใจที่สงบเย็น มุ่งมั่นปฏิบัติธรรม ถือศีลภาวนา บำเพ็ญกุศลไปให้แตงโม ถ้าใจสงบนิ่ง เย็น และไม่คิดอะไรเป็นอย่างอื่น ใครจะตาม ใครจะเกาะติดก็ไม่เห็นเป็นไร แต่พิธีการที่ทำกันก็ปิดไม่ให้ใครรู้ ไม่ให้ใครรับทราบ ไปเดินธุดงค์ก็จะไม่ให้ใครตาม ขอความเป็นส่วนตัว ขอความเป็นอิสระ
       

เปิดปากทั้งทีนึกว่าจะมีเรื่องใหญ่ พูดความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเรือยอร์ดลำนั้น จนถึงการจากไปของแตงโม แต่กลับแถลงเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคดี และโวยวายว่า ไม่มีใครถาม ไม่มีโอกาสได้พูด ก็พูดมาสิครับ ไม่มีใครห้าม ไม่มีใครเอาปืนจี้หัวห้ามพูด
หรือกลัวว่า พูดแล้วความจริงมันจะหลุดออกมา และเป็นความจริงที่หนีความรับผิดไปไม่ได้
 

เรื่องโดย : นายหัวไทร 

แดงรีเทิร์น “เก่ง เมธี” ซบ “ธรรมนัส” ปิดฉากประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508802

18 มี.ค. 2565

แดงรีเทิร์น "เก่ง เมธี" ซบ "ธรรมนัส" ปิดฉากประยุทธ์

แดงฮาร์ดคอร์โผล่แล้ว “เก่ง เมธี” ดาราเสื้อแดงเลือกข้าง “ธรรมนัส” ผนึกมิตรร่วมรบสายเสื้อแดง ลุยสนามเลือกตั้งเมืองปากน้ำ ชี้หมดยุคประยุทธ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ฮาร์ดคอร์มาแล้ว “เก่ง เมธี” ดาราเสื้อแดง ซบ ร.อ.ธรรมนัส ผนึกมิตรร่วมรบสายเสื้อแดง ชูธงประชาธิปไตย ชี้หมดเวลาของ พล.อ.ประยุทธ์

คู่ปรับจตุพร “เก่ง เมธี” ไม่ได้หายไปไหน ได้เวลาอำลาเพื่อไทย สวมเสื้อเศรษฐกิจไทย พร้อมลุยสนามเมืองปากน้ำ

วันที่ 18 มี.ค.2565 ในการประชุมใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ศูนย์ประชุมยูทาวเวอร์ ถ.ศรีนครินทร์ ปรากฏว่า เมธี อมรวุฒิกุล หรือ เก่ง เมธี อดีตแนวร่วม นปช. เดินทางมาเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย พร้อมจะลงสมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 8


เก่ง เมธี บอกผู้สื่อข่าวว่า ตัวเขาได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย และบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ถึงแนวทางและนโยบายของพรรค ก็มีความสนใจ โดยเฉพาะ 3 นโยบายที่ต้องการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และต้องการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคทันที

ในอดีต ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีความสัมพันธ์อันดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย และสนิทสนมแกนนำ นปช.ทุกคน จึงรู้จักเก่ง เมธี เป็นอย่างดี แล้วประตูพรรคเศรษฐกิจไทย ก็พร้อมเปิดต้อนรับอดีตดาราเสื้อแดง

เมื่อการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขตหลักสี่ เก่ง เมธี ยังสวมเสื้อเพื่อไทยไปให้กำลังใจสุรชาติ เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.กทม. แต่มีความเชื่อมั่น ร.อ.ธรรมนัส จึงเข้าร่วมกับพรรคเศรษฐกิจไทย

การเลือกตั้งสมัยหน้า “เก่ง เมธี” จะลงสมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 8 เป็นเขตใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา เนื่องจากปี 2562 สมุทรปราการ มี 7 เขตเลือกตั้ง

แม้ว่า ตระกูลอัศวเหม ในสีเสื้อพลังประชารัฐ จะยึด 6 ที่นั่ง ส.ส.สมุทรปราการ แต่ ร.อ.ธรรมนัส ก็หวังจะเบียดแทรกเข้ามาในเขตใหม่ และเชื่อว่า คนเสื้อแดงปากน้ำจะให้การต้อนรับพรรคเศรษฐกิจไทย

  • ‘แดงฮาร์ดคอร์’

หายหน้าไปหลายปี “เก่ง เมธี” โผล่ราชประสงค์เมื่อปี 2563 สนับสนุนการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมธี อมรวุฒิกุล หรือชื่อจริง ทัฬห์ อมรบุณยกร เป็นนักแสดงละครโทรทัศน์ มีผลงานมากมาย ช่วงปี 2552-2554 เก่ง เมธี ได้เข้าร่วมการต่อสู้กับขบวนการคนเสื้อแดง และเคยขึ้นปราศรัยบนเวที นปช.

เนื่องจาก “เก่ง เมธี” นิยมแนวทางการต่อสู้แบบแดงอิสระ ไม่ขึ้นต่อ นปช. เขาจึงถูกสื่อมวลชนให้ฉายาแดงฮาร์ดคอร์ เหมือนคนเสื้อแดงสาย เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

เก่ง เมธี ไม่ใช่ลูกน้อง เสธ.แดง แต่ชื่นชอบอดีตนายทหารคนนี้ หลัง เสธ.แดง ถูกยิงเสียชีวิต เก่ง เมธี ประกาศตั้งกลุ่ม เสธ.แดงเรดการ์ด ทำให้เขามีคดีเกี่ยวกับความมั่นคงติดตัวหลายคดีในช่วงเวลาดังกล่าว

เก่ง เมธี ถ่ายภาพร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส และแกนนำแดงลำปางเก่ง เมธี ถ่ายภาพร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส และแกนนำแดงลำปาง

ปี 2563 เมธี อมรวุฒิกุล เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎรที่แยกราชประสงค์ โดยขอเป็นผู้สังเกตการณ์การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ และตอนนี้ ตัวเขาเป็นกลางไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

  • ‘มิตรสหายเสื้อแดง’

ในวันประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจไทย “เก่ง เมธี” จะรวมตัวอยู่กับมิตรสหายเสื้อแดงลำปาง ที่คุ้นเคยกันมาสมัยแดงทั้งแผ่นดิน

ดาชัย เอกปฐพี อดีตแกนนำเสื้อแดงลำปาง เป็นมือทำงานคนสำคัญของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตั้งแต่สมัยที่เป็นแม่ทัพภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ

การเลือกตั้งปี 2562 ร.อ.ธรรมนัส ส่ง ดาชัย เอกปฐพี ลงชนไพโรจน์ โล่ห์สุนทร นักการเมืองอาวุโส พรรคเพื่อไทย ที่ลำปาง เขต 2 แต่ดาชัยก็พ่ายไปตามฟอร์ม

ปลายปี 2563 ดาชัย ลงสนามนายก อบจ.ลำปาง แข่งกับ ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร ลูกสาว ส.ส.ไพโรจน์ ปรากฏว่า ตวงรัตน์ได้ 220,284 คะแนน ส่วนดาชัย ได้ 43,874 คะแนน ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง สมัยหน้า ดาชัยจะย้ายไปลง ส.ส.ลำปาง เขต 3

คาดหมายว่า พรรคเศรษฐกิจไทย คงไม่ได้มีอดีตแนวร่วมเสื้อแดงแค่ เก่ง เมธี และดาชัย เอกปฐพี ในอนาคต น่าจะมีแกนนำ นปช.อีกหลายคนเข้ามาร่วมงานกับผู้กองธรรมนัส

อันที่จริง ร.อ.ธรรมนัส ก็มีความคุ้นเคยกับ จตุพร พรหมพันธุ์ มาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงช่วงพรรคเพื่อชาติ ทั้งคู่ก็ยังไปมาหาสู่กัน เพียงแต่ช่วงหลัง ไม่ทราบเหตุผลอันใด ธรรมนัส-จตุพรก็ห่างๆกันไป จะมีเพียงแต่อารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ที่ยังเดินตาม ร.อ.ธรรมนัส

แค้นลึก “ธรรมนัส” ดัน “พรรคพะเยา” ปั้นนายกฯรากหญ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508790

18 มี.ค. 2565

แค้นลึก "ธรรมนัส" ดัน "พรรคพะเยา" ปั้นนายกฯรากหญ้า

ปมแค้นประยุทธ์ “ธรรมนัส” ฮึดสู้ดันพรรคเศรษฐกิจไทยหรือ “พรรคพะเยา” ปฐมบทการเมืองยุคแดงทั้งแผ่นดิน สู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ปั้นนายกฯคนใหม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปมแค้นประยุทธ์ “ธรรมนัส” ฮึดสู้ตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย สะท้อนเนื้อแท้แดงพะเยา ปฐมบทการเมืองก่อนยุคพี่น้อง 3 ป.

แนวทางอิสระ “ธรรมนัส” ผู้กว้างขวางในยุทธจักร ถักทอเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ยึดหลักพรรคพวกมาก่อน สร้างฐาน ส.ส.ทั่วไทย

สถานการณ์จำเป็น “ธรรมนัส” ต้องพึ่งพาบ้านป่ารอยต่อฯ แต่มิได้สยบยอมฝั่งทำเนียบ “พรรคเศรษฐกิจไทย” จึงเป็นตัวแปรในการเมืองไม่ปกติ


เป็นไปตามความคาดหมาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตัดสินใจนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย และมอบให้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นหัวหน้าพรรคตามโผเดิม

กรณี บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค และจุ๊บจิ๊บ ธนพร ศรีวิราช เป็นเหรัญญิกพรรคนั้นสะท้อนภาพพรรคการเมืองของคนพะเยาชัดเจน

“บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์” อดีตประธานสภา อบจ.พะเยา เปรียบเสนาธิการใหญ่คู่ใจสหายผู้กอง หากไม่มีบุญสิงห์ในวันนั้น ธรรมนัสก็โค่นตระกูลตันบรรจง บ้านใหญ่เมืองพะเยาไม่สำเร็จ

การที่ ร.อ.ธรรมนัส เลือก “จุ๊บจิ๊บ ธนพร ศรีวิราช” เป็นคู่ชีวิต มิใช่เรื่องชะตาฟ้าลิขิตเท่านั้น หากแต่เป็นวิถีการเมืองอุปถัมภ์ เพราะจุ๊บจิ๊บเป็นลูกสาวพ่อเลี้ยงคำตั๋น ศรีวิราช แห่ง อ.ดอกคำใต้

ที่สำคัญ พ่อเลี้ยงคำตั๋น มีลูกชายคนโตชื่อ เสี่ยยุ้ย จีรเดช ศรีวิราช อดีต ส.อบจ.พะเยา เขต อ.ดอกคำใต้ ,อดีตรองนายก อบจ.พะเยา (สมัยไพรัตน์ ตันบรรจง เป็นนายก อบจ.พะเยา) และตำแหน่งสุดท้ายก่อนจะลาออกมาจากสมัคร ส.ส.พะเยา คือนายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้


ด้วยเหตุนี้ “จีรเดช ศรีวิราช” ส.ส.พะเยา พี่ชายของจุ๊บจิ๊บ ธนพร ภรรยาของธรรมนัส จึงดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในภาคเหนือ

ปี 2555 ร.อ.ธรรมนัส กลับพะเยาในวันที่เสื้อแดงครองเมือง จึงมีแดงพะเยาเป็นขุมกำลัง ยึดการเมืองท้องถิ่นเป็นฐาน แต่ปี 2561 สถานการณ์จำเป็น ธรรมนัสต้องมาทำงานให้ พล.อ.ประวิตร เป็นการชั่วคราว และในอนาคต ธรรมนัสก็อาจกลับไปสู่จุดเดิม

  • ‘สหายผู้กอง’

สแกน 18 กรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย “ธรรมนัส” ชุดแรก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ส.ส.สายตรงธรรมนัส และอดีต ส.ส. พร้อมกับตัวแทนเครือข่ายผู้กอง

ส.ส.สายเหนือ ถือว่าเป็นกองกำลังหลัก นำโดย ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร,จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา ,พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร,ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน

ภาคอีสาน ก็มี สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น และทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา ตัวแทนตระกูลรัตนเศรษฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรของธรรมนัส

ภาคกลาง จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ,ยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ร.อ.ธรรมนัส พาจุ๊บจิ๊บลงพื้นที่พะเยา เตรียมตัวลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้าร.อ.ธรรมนัส พาจุ๊บจิ๊บลงพื้นที่พะเยา เตรียมตัวลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า

ที่น่าสนใจ “ยุทธนา โพธสุธน” หลานรักของ “ประภัตร โพธสุธน” เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ดูเหมือนว่า ประภัตรจะนำมาฝากเลี้ยงไว้กับผู้กอง เนื่องจากพื้นที่เลือกตั้งในสุพรรณบุรี มีการทับซ้อนกับตระกูลเที่ยงธรรม

  • ‘รวมดาวสภา’

เปิดม่านพรรคเศรษฐกิจไทยยกแรก ไม่มีดาวเด่นดาวดังมากนัก “ธรรมนัส” จึงบอกให้รอดูยกที่สอง ประมาณเดือน เม.ย.นี้ จะมีคนดังระดับประเทศมาร่วมงานอีก


สำหรับกรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย ที่เป็นอดีต ส.ส.จอมเก๋า ก็มีอยู่ 2 คน คือ วิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตมือกฎหมาย สมัยที่แล้ว วิชิตพ่ายจากสนามประจวบคีรีขันธ์ จึงหวังแก้มือที่สนามนายก อบจ.ประจวบฯ

หลังพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.ประจวบฯ วิชิตหวังที่จะลง ส.ส.ประจวบฯ อีกสมัย แต่เกิดมีปัญหาภายในเพื่อไทย จึงเลือกที่จะมาอยู่กับธรรมนัส

“ไพร พัฒโน” อดีต ส.ส.สงขลา และอดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ไม่ได้ทำกิจกรรมกับ ปชป.มานานแล้ว ช่วงหลังไพรมุดบ้านป่ารอยต่อฯ จนกลายเป็นน้องรักของบิ๊กป้อมคนหนึ่ง ตอนที่เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทีมงานธรรมนัสก็ไปช่วยไพรหาเสียง แต่แพ้ทีม ปชป.

เหตุที่ไพรเลือกมาสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย เพราะรู้ดีว่า ร.อ.ธรรมนัสยังขาดมือทำงานในภาคใต้ เพราะพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบหมายให้อนุมัติ อาหมัด ดูแลปลายด้ามขวาน

สำหรับหนุ่มหน้าตาดี “อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ” ที่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาเป็นลูกชายของอร่าม โล่ห์วีระ นายก อบจ.ชัยภูมิ

ปลายปี 2563 อร่าม อดีต ส.ส.ชัยภูมิหลายสมัย ลงสมัครนายก อบจ.ชัยภูมิ โดยการสนับสนุนของ ร.อ.ธรรมนัส เอาชนะผู้สมัครนายก อบจ. ค่ายเพื่อไทยไปได้ขาดลอย และไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ อัครแสนคีรี ลูกชายของอร่าม จะมาปรากฏตัวที่พรรคธรรมนัส

การเลือกตั้งสมัยหน้า อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ลูกชาย อร่าม โล่ห์วีระ คงจะลงสมัคร ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเศรษฐกิจไทย เพราะตอนนี้ อัครแสนคีรี เป็นเลขานุการนายก อบจ. และที่ปรึกษานายก อบจ. ปูทางสร้างผลงานสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.อยู่ในเวลานี้

คงต้องรอการปรับเปลี่ยนคณะผู้บริหารพรรคอีกครั้ง จึงจะได้เห็นคนเด่นคนดังมาร่วมงานกับผู้กองธรรมนัส เพราะลำพังที่เปิดตัวมาในวันนี้ ต้องบอกว่า พรรคเศรษฐกิจไทย ยังหนีไม่พ้นเงาพรรคของครอบครัวผู้กอง

ปชป. “เลือดใหม่” ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ….จริงหรือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508737

นายหัวไทร

18 มี.ค. 2565

ปชป. "เลือดใหม่" ไหลเข้า  เลือดเก่าไหลกลับ….จริงหรือ

“ไพร พัฒโน” ยื่นจดหมายลาออก สมาชิกพรรครายล่าสุด พลิกสโลแกน “ประชาธิปัตย์””เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ

ไพร  พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และอดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความร่าวยาวของลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์       เนื้อหาใจความในโพสต์พร่ำรำพรรณถึงอดีต และยังรัก อาวรณ์ต่อพรรคประชาธิปัตย์แม้ปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ ไพรจะอาลัยต่อการเดินจากบ้านประชาธิปัตย์ไป เพราะประชาธิปัตย์กับพัฒโน ก็คือคนบ้านเดียวกัน

ปชป. "เลือดใหม่" ไหลเข้า  เลือดเก่าไหลกลับ….จริงหรือ

ไสว พัฒโน ผู้เป็นพ่อของก็เกิดทางการเมืองในบ้านประชาธิปัตย์ และเป็น ส.ส.ต่อเนื่องยาวนานถึง 8 สมัย จนพรรคประชาธิปัตย์ไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกนะทรวงมหาดไทยมาแล้ว    ไพร ก็ก้าวตามพ่อมาอยู่บ้านประชาธิปัตย์อันอบอุ่น และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สงขลา ในนามพรรคประชาธิปัตย์ถึงสองสมัย ก่อนจะลาออกจาก ส.ส.ไปเล่นการเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และได้รับเลือกตั้งมาสองสมัย

      ครั้งการเลือกตั้งทั่วไป ส.ส.เมื่อปี 2562 ดร.ไพรลาออกจากนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่หวังจะย้อนกลับไปลงสมัคร ส.ส.อีกครั้ง แต่เกิดความผิดพลาดบางอย่าง ทำให้ ไม่ได้ลงสมัคร      ตั้งแต่นั้นมา ไพรเริ่มเดินออกห่างจากประชาธิปัตย์ ไปจับมือกับ พ.อ.(พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล แห่งพรรคพลังประชารัฐ คนสงขลารู้กันว่า ไพรช่วยพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2562 ไม่ได้ช่วยประชาธิปัตย์ ยิ่งการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ยิ่งชัดเจนขึ้นว่า เมื่อจับมือช่วยผู้การฯชาติ ที่ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ช่วยไพรเจน มากสุวรรณ์ ที่ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์

ในวงสนทนาของพรรคประชาธิปัตย์รู้กันมานานแล้วว่า ใจของ ไพรไม่อยู่กับประชาธิปัตย์แล้ว เพียงแต่ขั้นตอนยังไม่ยื่นหนังสือลาออกเท่านั้นเอง และมาถึงวันนี้ยิ่งชัดขึ้นว่า ดร.ไพรไม่มีที่ยืนในพื้นที่สงขลาในนามพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา 8 คน กับการแถลงข่าวของเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ไม่มีชื่อ ไม่มีเงาของ ไพร หรือคนอื่นๆแห่งตระกูล “พัฒโน”

ปชป. "เลือดใหม่" ไหลเข้า  เลือดเก่าไหลกลับ….จริงหรือ

     “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ” แม้จะมีข้อเท็จจริงอยู่บ้าง แต่ขาเชียร์ประชาธิปัตย์ร้องซี๊ด…เพราะเห็นปรากฏเป็นข่าวมีเพียงผู้อาวุโสถูกลืม ไม่ให้ความสำคัญเดินออกไป สองวันมานี้ลาออกไปถึงสามคน นอกจาก ดร.ไพรแล้ว ยังมี “เอกนัท พร้อมพันธุ์” ตามมาด้วย “อภิชัย เตชะอุบล” ไม่นับก่อนหน้านี้อีกสิบกว่าคน ไม่ว่าจะเป็น “กรณ์ จาติกวณิชย์” พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ถวิล ไพรสณฑ์ หรือนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลออก

มองในมุมบวกก็อาจจะคิดว่าดี จะได้ถ่ายเลือดไปสู่คนรุ่นใหม่ สร้างพรรคใหม่ และเป็นธรรมชาติของพรรคการเมือง แต่ในมุมกลับกันเราไม่เห็นภาพชัดนักกับการเดินเข้าไปในพรรคของคนรุ่นใหม่ที่ดี เด่น ดัง

เสียง “ยุบสภา” ดังก้องขึ้นมาเรื่อยๆ สามปีผ่านมา หลังการเลือกตั้งปี 2562 ที่ประชาธิปัตย์ พ่ายแพ้แม้สนามภาคใต้ และสนามกรุงเทพ เรายังไม่เห็นการจัดทัพที่เป็นเรื่องเป็นราว สร้างผลงานเรียกศรัทธาคืนมา เห็นแต่การเตรียมคนลงเลือกตั้ง ที่ยังไม่ลงรอยอย่างราบรื่นรัก

ยังมีเสียงเอะอะโวยวายโครมครามมาจากหลังบ้าน สะท้อนว่า ภายในเองก็ยังไม่ลงรอยเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่สามัคคีกันนัก

พลิกเกม “เสี่ยโต อภิชัย” ทิ้ง “ธรรมนัส” ตามสคริปต์บ้านป่ารอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508707

17 มี.ค. 2565

พลิกเกม "เสี่ยโต อภิชัย" ทิ้ง "ธรรมนัส" ตามสคริปต์บ้านป่ารอยต่อ

เกมลับลวง “เสี่ยโต อภิชัย” พาลูกชายซบพลังประชารัฐ ทิ้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินตามสคริปต์ผู้กำกับการแสดงที่บ้านป่ารอยต่อฯ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เกมพลิก “เสี่ยโต อภิชัย” พาลูกชายซบพลังประชารัฐ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น มีข่าวจะไปช่วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก่อร่างสร้างพรรคเศรษฐกิจไทย

แม่ทัพเมืองหลวง “เสี่ยโต อภิชัย” ตกเป็นข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะให้มาดูแลสนามเลือกตั้ง ส.ก. ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

เอาไงธรรมนัส “เสี่ยโต อภิชัย” ทิ้งมาอยู่บ้านหลังใหญ่ คงต้องลุ้นฝีมือผู้กองเมืองพะเยา ที่จะหานักธุรกิจกลุ่มใหม่มาร่วมงานให้สมชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย

วันที่ 17 มี.ค.2565 “อภิชัย เตชะอุบล” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอรรถวุฒิ เตชะอุบล บุตรชาย เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยมี สันติ พร้อมพัฒน์ รักษาการเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และวิรัช รัตนเศรษฐ พร้อม ส.ส.กทม.บางส่วนให้การต้อนรับ

ย้อนไปเมื่อ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่า “อภิชัย เตชะอุบล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจะลาออกจาก ปชป. เพื่อมาร่วมงานกับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยจะช่วยดูแลเรื่องการเลือกตั้ง ส.ก.ทั้ง 50 เขต ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ตอบรับ และเห็นดีเห็นงามด้วย

ตอนนั้น หลายคนไม่ค่อยเชื่อข่าวนี้มากนัก เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันมาตั้งแต่วันที่ ร.อ.ธรรมนัส และเพื่อน ส.ส.ถูกขับออกจากพลังประชารัฐว่า เสี่ยโต อภิชัย จะไปนั่งเป็นเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย

จะว่าไปแล้ว เสี่ยโต อภิชัย มาเป็นสมาชิกบ้านป่ารอยต่อฯ นานแล้ว ระยะหลัง เสี่ยโตแทบจะไม่ได้มีกิจกรรมร่วมกับ ปชป. ฉะนั้น การที่จะอยู่พลังประชารัฐหรือเศรษฐกิจไทย ก็ย่อมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบิ๊กป้อม

  • ‘พลิกเกมใหม่’

จริงๆแล้ว “เสี่ยโต อภิชัย” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการจัดตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย โดยการเห็นชอบของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งมีการเตรียมการไว้เป็นพรรคสำรอง

เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส ขอแยกตัวออกจากพลังประชารัฐ ไปสร้างอาณาจักรใหม่ จึงมีชื่อของพรรคเศรษฐกิจไทย มารองรับ ส.ส.ทั้ง 18 คนทันที แถมมีการแจกข่าวเรื่องพรรคใหม่ ที่มีชื่อ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นั่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย, อภิชัย เตชะอุบล เลขาธิการพรรค และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษาพรรค

สันติ พร้อมพัฒน์ ต้อนรับเสี่ยโต อภิชัยสันติ พร้อมพัฒน์ ต้อนรับเสี่ยโต อภิชัย

อภิชัย เตชะอุบล นักธุรกิจใหญ่ก้าวสู่พรรค ปชป. โดยการชักนำของอัศวิน วิภูศิริ นายทุนพรรคคนหนึ่ง โดยปี 2554 อภิชัยลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 64 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จนมาถึงปี 2562 อภิชัยลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรก

หลังเลือกตั้ง ปชป.มีการเลือก จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรค อภิชัยได้การแต่งตั้งเป็นเหรัญญิกพรรค ต่อมา อภิชัยทำหนังสือลาออกจากตำแหน่งเหรัญญิกพรรค โดยอ้างว่าติดภารกิจเยอะ แต่ไม่ลาออกจาก ส.ส.

เมื่อถอยห่างออกจาก ปชป. เสี่ยโต อภิชัย ก็เข้าไปที่บ้านป่ารอยต่อฯ โดยผ่านทางพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และน้องชาย พล.อ.ประวิตร

  • ‘สาขาพลังป้อม’

เอาเข้าจริง “เสี่ยโต อภิชัย” คงอยากอยู่บ้านหลังใหญ่มากกว่าบ้านหลังเล็ก บังเอิญ พล.อ.ประวิตร หาผู้ที่มาดูแลสนาม กทม. เลยทำให้เขาตัดสินใจไม่ยาก

ส่วนพรรคเศรษฐกิจไทย จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ที่อาคารยูทาวเวอร์ ถ.ศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง กทม. ในวันศุกร์ที่ 18 มี.ค.นี้ โดยจะมีการแก้ไขข้อบังคับพรรค เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค จำนวน 26 คน เลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. และเปิดโลโก้พรรค

เบื้องต้น พล.อ.วิชญ์ จะมาเป็นหัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนในวันข้างหน้าอาจจะมีนักธุรกิจรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานด้วย

ร.อ.ธรรมนัส คงวางบทบาทของพรรคเศรษฐกิจไทย ให้เป็นพรรคอิสระ และเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลประยุทธ์ แต่ พล.อ.ประวิตร ก็ยังยืนยันว่า คุม ร.อ.ธรรมนัสได้ และเศรษฐกิจไทย เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

หากมองความเคลื่อนไหวของธรรมนัสในการเดินทางไปทำกิจกรรมที่ต่างจังหวัด ก็ดูทับซ้อนกับพรรคพลังประชารัฐ และยังพึ่งพาเครือข่ายของบิ๊กป้อม

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจไม่รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยของเสี่ยโต อาจบ่งบอกถึงอนาคตของกลุ่มธรรมนัส สอดรับกับกระแสข่าว ส.ส.หลายคนในพรรคเศรษฐกิจไทย อยากย้ายกลับพลังประชารัฐ

เชื่อว่า หลังยุบสภาฯ พรรคเศรษฐกิจไทยของผู้กองธรรมนัส อาจเป็นศูนย์รวมของ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเล็ก และกลุ่มคนที่ไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์