ศึกพัทยา “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” หนุน “ธนาธร” สางแค้นคุณปลื้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508291

13 มี.ค. 2565

ศึกพัทยา "จิรวุฒิ สิงห์โตทอง" หนุน "ธนาธร" สางแค้นคุณปลื้ม

เปิดตัวก้าวหน้าพัทยา “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” ร่วมขบวนหนุน “ธนาธร” หวังสางแค้นทายาทกำนันเป๊าะ สิงห์ป่าอ้อยยังหวนลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สิงห์ป่าอ้อย “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” จับมือ “ธนาธร” ทำศึกล้างตาตระกูลคุณปลื้ม หนุนนักธุรกิจรุ่นใหม่ชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยา

เลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” พันธมิตรก้าวหน้าพ่ายทายาทกำนันเป๊าะ แต่เมืองพัทยาสนามเล็ก ธนาธรมั่นใจเอาชนะได้

วันจันทร์ที่ 14 มี.ค.2565 คณะก้าวหน้าพัทยา จะเปิดตัวผู้สมัครนายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา ที่ลานจอดรถเอกชน ท่าเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ชี้แจงว่า กิจกรรมของงานจะเน้นไปที่การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา (สม.) ทั้ง 24 คน คณะก้าวหน้าให้ความสำคัญคือการเป็นทีมเวิร์คของนายกเมืองพัทยาและความพร้อมด้านต่างๆ

ช่อ พรรณิการ์ ไม่ยอมเปิดชื่อว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เพียงแต่พูดกว้างๆว่า “เป็นคนหน้าใหม่ เป็นนักธุรกิจ และไม่ได้ทำงานการเมืองมาก่อน”

ที่น่าสนใจ เฮียเป้า สิงห์ป่าอ้อย หรือ จิรวุฒิ สิงห์โตทอง นายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี และอดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย ก็จะไปร่วมในงานเปิดตัวทีมผู้สมัครนายกเมืองพัทยาของคณะก้าวหน้า ซึ่งเฮียเป้าเป็นคู่ปรับตลอดกาลของตระกูลคุณปลื้ม

สำหรับแชมป์เก่า อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา โดยคาดว่า พี่ชาย(สนธยา) น่าจะลง ตอนนี้ยังทำงานในหน้าที่ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการเตรียมการ ซึ่งสนธยา ก็บอกว่ามีความพร้อมในการที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา

ในสายตาเซียนการเมือง สนามชิงนายกเมืองพัทยา คู่เอกก็หนีไม่พ้นกลุ่มเรารักพัทยา ของตระกูลคุณปลื้ม กับคณะก้าวหน้าพัทยา ที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คาดหวังไว้สูงว่ามีสิทธิ์ชนะบ้านใหญ่

  • ‘สิงห์ป่าอ้อย’

ปี 2563 เฮียเป้า “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” พลิกเกมยอมจับมือกับธนาธร ส่ง พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ลูกสาวลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.ชลบุรี สร้างความประหลาดใจให้แก่คนเมืองชลบุรีพอสมควร เพราะเฮียเป้า เปรียบเสมือนนักการเมืองยุคอะนาล็อก ต่างจากธนาธรที่เติบโตในยุคดิจิตอล

เฮียเป้า จิรวุฒิ เป็นลูกชายเฮียซุ้ย ดรงค์ สิงห์โตทอง อดีต ส.ส.ชลบุรี คู่ต่อกรกับกำนันเป๊าะ มากว่าสองทศวรรษ โดยฐานเสียงของตระกูลสิงห์โตทองคือ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในเขต อ.บ้านบึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ทุกวันนี้ เฮียเป้าดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี

ปี 2562 เฮียเป้า จิรวุฒิในสีเสื้อเพื่อไทย พ่าย “สรวุฒิ เนื่องจำนงค์” พรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง หลังเลือกตั้ง เนื่องจากเฮียเป้าเห็นกระแสอนาคตใหม่ในชลบุรีมาแรง จึงสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และฟอร์มทีมอนาคตใหม่ชลบุรี เสนอตัวลงสนามเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. แต่ไม่ผ่านการพิจารณาจาก ธนาธร-ปิยบุตร

เฮียเป้า จิรวุฒิ สิงห์โตทอง พร้อมลุยสนามพัทยา เฮียเป้า จิรวุฒิ สิงห์โตทอง พร้อมลุยสนามพัทยา

แม้จะผิดหวังจากอนาคตใหม่ เฮียเป้าก็ไม่กลับพรรคเพื่อไทย รวบรวมผู้คนตั้งกลุ่มเปลี่ยนชลบุรี (Change Chonburi) สนับสนุนลูกสาว พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ลงสมัครนายก อบจ.ชลบุรี

ตอนหลัง ธนาธรเปลี่ยนใจมาจับมือเฮียเป้า ในชื่อก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี ส่งพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ชนวิทยา คุณปลื้ม ตัวแทนบ้านใหญ่แสนสุข โดยหวังฐานเสียงเดิมของตระกูลสิงห์โตทอง บวกกระแสคนรุ่นใหม่เมืองชล แต่สุดท้ายลูกสาวเฮียเป้าก็พ่ายแบบไม่ได้ลุ้น

  • ‘เจาะสนามพัทยา’

พัทยาไม่ใช่ฐานของสิงห์ป่าอ้อย “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” แต่ก็ต้องให้กำลังทีมงานคนรุ่นใหม่คณะก้าวหน้าพัทยา เพราะเฮียเป้า เตรียมลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า ที่เขต อ.บ้านบึง

“ธนาธร” และชาวคณะก้าวหน้า มั่นใจว่า จะได้รับชัยชนะในสนามนายกเมืองพัทยา เพราะการเลือกตั้งปี 2562 สนามชลบุรี เขต 7 อ.บางละมุง (เฉพาะ ต.เขาไม้แก้ว ต.โป่ง ต.หนองปรือ และต.ห้วยใหญ่) กวินนาถ ตาคีย์ พรรคอนาคตใหม่ ได้ 31,247 คะแนน ชนะปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ พรรคพลังประชารัฐ 28,001 คะแนน

ตัวเลข 31,247 คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ ในพื้นที่ อ.บางละมุงคือต้นทุนของคณะก้าวหน้า โดยเฉพาะคะแนนในโซนเมืองพัทยานั้น พรรคอนาคตใหม่เหนือกว่าพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม ตระกูลคุณปลื้ม กู้หน้าสำเร็จจากการเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี และ ส.อบจ.ชลบุรี นอกจากวิทยา จะได้เป็นนายก อบจ.อีกสมัย กลุ่มเรารักชลบุรี กวาดเก้าอี้ ส.อบจ.ชลบุรี ไป 36 ที่นั่ง ส่วนคณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี ได้แค่ 2 ที่นั่ง

เฉพาะ อ.บางละมุง มี ส.อบจ. 9 เขตเลือกตั้ง ปรากฏว่า กลุ่มเรารักชลบุรี ได้ 8 ที่นั่ง และกลุ่มอิสระได้ 1 ที่นั่ง สะท้อนว่า กลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขยังคงแข็งแกร่งในบางละมุง รวมไปถึงเมืองพัทยา

นี่เป็นการบ้านข้อสำคัญของคณะก้าวหน้าพัทยา หากต้องการจะเอาชนะกลุ่มเรารักพัทยาหรือกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข คงต้องทำงานหนักกว่านี้เป็นร้อยเท่า

คู่แค้นประยุทธ์ “ธรรมนัส” ใจถึงใจ “พรรคเล็ก” รอแตกหัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508271

13 มี.ค. 2565

คู่แค้นประยุทธ์ "ธรรมนัส" ใจถึงใจ "พรรคเล็ก" รอแตกหัก

อาหารจานโปรดคนการเมือง “ธรรมนัส” รวมพล “พรรคเล็ก” ประชันดินเนอร์พรรคใหญ่ ไม่สยบยอมประยุทธ์ สะสมกำลัง รอคอยโอกาส เปิดยุทธการแตกหัก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ท้าทายไม่เลิก “ธรรมนัส” แตะมือพรรคเล็กกินมื้อเที่ยง ประชัน ดินเนอร์ 3 ป. ในฐานะคนเคยแจกกล้วย จึงรู้ธรรมชาติพรรค 1 เสียงเป็นอย่างดี

สัญญาใจพรรคเล็ก “ธรรมนัส” มั่นใจมิตรสหาย 3 พรรคเล็ก จะยืนเคียงข้างกัน ไม่ได้มีแค่สุรทิน พิจารณ์ เพียงคนเดียว

พันธมิตร “ธรรมนัส” ยังมีกลุ่ม 16 นำโดยพิเชษฐ สถิรชวาล ที่นัดพรรคเล็กกินมื้อเที่ยงประชันดินเนอร์ 3 ป.รอบสอง

หัวหน้าพรรคเล็ก 1 เสียง พรรคขนาด 2-5 เสียง จะได้รับเชิญรับประทานอาหารค่ำกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สโมสรราชพฤกษ์ ในวันที่ 17 มี.ค.2565 โดยสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน เป็นผู้ประสางาน

วันเดียวกัน พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำ ส.ส.กลุ่ม 16 นัด รับประทานอาหารในช่วงบ่าย ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมี สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่เข้าร่วมด้วย

สงครามแย่งชิงพรรคเล็ก ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คุกรุ่นมาตั้งแต่เกิดกบฏธรรมนัส ซึ่งหัวหน้าพรรคเล็กก็รู้ว่า มีค่ามีราคา บางคนจึงออกอาการฮึดฮัดบ้างเป็นระยะๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ

หลังดินเนอร์แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ฉวยจังหวะที่พรรคเล็ก และพรรคขนาด 2-5 ที่นั่ง ไม่ได้รับเชิญไปร่วมรับประทานอาหาร จัดเลี้ยงมื้อเที่ยงปลอบใจพวกเขาทันที

เอาเข้าจริง มื้อเที่ยงวันนั้น มีหัวหน้าพรรคเล็กไม่กี่คนที่มาร่วมโต๊ะอาหาร อาทิ ดำรง พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าไทย,พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม และคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย

  • ‘พรรคเล็กหนุนลุงตู่’

เมื่อเอ่ยถึงพรรค 1 เสียง หรือพรรค 2 เสียงก็ต้องนึกถึง “ธรรมนัส” ในฐานะผู้ประสานงานหลัก และช่วงที่เป็น รมช.เกษตรฯ ก็มีหัวหน้าพรรคเล็ก 3-4 พรรค ติดสอยห้อยตามลงพื้นที่อยู่บ่อยๆ

ย้อนไปช่วงจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ปรากฏว่า มี 10 พรรคเล็กหรือพรรคขนาด 1 เสียง ได้เข้าร่วมรัฐบาลด้วย ตอนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร มอบให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้กำกับดูแลพรรคเล็ก

ผ่านมา 3 ปี มีพรรคเล็กถอนตัวไปอยู่ฝ่ายค้าน 1 พรรค และยุบพรรค แล้วเข้าสังกัดพลังประชารัฐ 3 พรรค จึงเหลืออยู่ 8 พรรคที่ยังอยู่ฝ่ายรัฐบาล เมื่อเช็คเสียงจริงๆ น่าจะมี 7 พรรคเล็กที่ยังหนุนประยุทธ์ ส่วนพรรคประชาธิปไตยใหม่นั้น ได้แสดงจุดยืนอยู่ข้าง ร.อ.ธรรมนัส

สำหรับ 7 พรรคที่ยืนข้าง พล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่ นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์, คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย, ปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย, ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่, พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม และบุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย

นัยว่า กลุ่มพรรคเล็กที่หนุนรัฐบาล จะมี ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่ เป็นผู้ประสานงานและตอนหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบให้ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น เข้ากำกับดูแลแทน ร.อ.ธรรมนัส

  • ‘หนุนธรรมนัส’

เทียบฟอร์มเสี่ยเฮ้งกับ “ธรรมนัส” ในการดูแลพรรคเล็กนั้น เชื่อว่า หัวหน้าพรรคเล็ก 3-4 พรรค อาจมองแกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย ทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่า เพราะเข้าถึงหัวใจของ ส.ส.พรรคเล็ก

สุรทิน พิจารณ์ คนสนิท ร.อ.ธรรมนัส มือประสานพรรคเล็กสุรทิน พิจารณ์ คนสนิท ร.อ.ธรรมนัส มือประสานพรรคเล็ก

ว่ากันตามจริง “สุรทิน พิจารณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชานิยม ที่ยุบพรรคไปเมื่อปี 2563 เข้าสังกัดพลังประชารัฐ ก่อนจะถูกขับออกมาอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ทั้งคู่ถือได้ว่า เป็นพันธมิตรกับธรรมนัสมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

“สุรทิน พิจารณ์” แสดงจุดยืนชัดว่ายืนข้างธรรมนัส เสี่ยเฮ้ง จึงไม่เชิญไปร่วมดินเนอร์รอบ 2 อีกด้านหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส เคยเตรียมการให้พรรคประชาธิปไตยใหม่ เป็นพรรคสำรองของซุ้มผู้กองมาก่อนแล้ว

ตัวละครพรรคฝ่ายหนุนธรรมนัสอีกคนหนึ่งคือ “พิเชษฐ สถิรชวาล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เมื่อไม่นานมานี้ พิเชษฐ ร่วมกับมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ จัด “กลุ่ม16” โดยรวบรวม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านมาทำงานร่วมกัน

ระยะหลัง พิเชษฐพยายามเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลประยุทธ์ และตั้ง “กลุ่ม16” โดยเลียนแบบมาจาก “กลุ่ม16” ในอดีต แต่ก็ไม่ได้ความร่วมมือจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมากนัก

ฝ่าย ทีม เสธ.ทำเนียบรัฐบาล อาจประเมิน ร.อ.ธรรมนัส คู่แค้นบิ๊กตู่ต่ำไป จึงตัดเชือก “สุรทิน พิจารณ์” และไม่สนใจบทบาทของ “พิเชษฐ”

ตอนนี้ ร.อ.ธรรมนัส มีเสียง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยอยู่ในมือ 10 เสียง ส่วนที่เหลืออีก 6 เสียง ก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประวิตร จะกดปุ่มเอายังไง

พล.อ.ประยุทธ์ คงต้องอาศัยตัวช่วย พล.อ.ประวิตร ที่จะมากำกับดูแลกลุ่มกบฏร้อยเอก และอาจต้องจ่ายค่าเคลียร์ใจ เพื่อยืดอายุรัฐบาล โดยการ “ปรับ ครม.” ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ศึกในอก “น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว” ยก 2 ปมนามสกุลยงใจยุทธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508123

11 มี.ค. 2565

ศึกในอก "น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว" ยก 2 ปมนามสกุลยงใจยุทธ

ศึกในอกยกที่ 2 “น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว” กรณีการใช้นามสกุลยงใจยุทธ วันนี้ ทางเดินของหลานสาวกับลุงเหมือนเส้นขนาน น้ำผึ้งสังกัดค่าย 3 ป. ส่วนบิ๊กจิ๋วยังเป็นโซ่ข้อกลาง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ยก 2 “น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว” กรณีการใช้นามสกุลยงใจยุทธ ฝ่ายลุงขอให้เลิกใช้ แต่ฝ่ายหลานสาวยืนยันจะใช้ต่อไป จากนี้คงเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

10 ปีที่แล้ว “น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว” ร่วมกันต่อสู้ในศึก อบจ.นครพนม ตอนหลัง ลุงแยกทางกับป้า หลานสาวเลยสู้ในสนามเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีคุณหญิงหลุยส์เป็นกองเชียร์

ปัจจุบันทางเดินของ “น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว” เหมือนเส้นขนาน หลานสาวสังกัดพรรคลุงป้อม ส่วนลุงจิ๋วยังทำตัวเป็นโซ่ข้อกลาง มีแนวคิดการเมืองต่างจาก 3 ป.

วันที่ 10 มี.ค.2565 วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือผ่านหัวหน้ากลุ่มงานบริการประชาชน ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ลงเลขที่ขอรับบริการ ศบร012565/0937 ถึงณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ (น้ำผึ้ง) กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม

โดยหนังสือฉบับนั้น แจ้งให้ทราบว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี มีความประสงค์ให้เลิกใช้นามสกุลยงใจยุทธ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พร้อมให้เวลาเปลี่ยนชื่อสกุลภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดแล้วไม่ดำเนินการใดๆ จะมอบให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วันที่ 11 มี.ค.2565 ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติรับรองสิทธิ์สตรีให้มีความเสมอภาคทางกฎหมาย และได้รับความคุ้มครอง ไม่ให้ถูกเลือกปฏิบัติ และตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ยังรับรองสิทธิ์ของสตรีต่อการเลือกใช้ชื่อสกุล และคำนำหน้านามได้ว่าจะเลือกใช้นามสกุลตัวเองหลังสมรสได้ รวมถึงเลือกใช้นามสกุลมารดาเป็นนามสกุลของตนได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

จริงๆแล้ว เมื่อต้นเดือน ส.ค.2562 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ให้สัมภาษณ์ตักเตือนหลานสาว น้ำผึ้ง ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหลานสาว ให้ระมัดระวังการใช้นามสกุลยงใจยุทธ ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ชื่อบุคคล 2505

พล.อ.ชวลิตอ้างว่า มีคนมาเล่าให้ฟัง เรื่องหลานสาวชอบเอานามสกุลไปอ้าง ซึ่งเรื่องนี้มันเสียหายถึงตน ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ มันทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเป็นสิ่งที่ไม่ชอบไม่ควร

สำหรับ น้ำผึ้ง ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ มีศักดิ์เป็นหลานสาวของ พล.อ.ชวลิต โดยณัฐธ์ภัสส์ เป็นลูกของน้องสาวภรรยาอีกคนของ ร.อ.ชั้น ยงใจยุทธ บิดาของบิ๊กจิ๋ว

  • ‘ศึกนครพนม’

ปมความเห็นต่างระหว่าง “น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว” น่าจะเริ่มต้นจากกรณีคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ เป็นพี่เลี้ยงน้ำผึ้งแทนบิ๊กจิ๋วในสนามการเมืองนครพนม

สมัยที่ พล.อ.ชวลิต เป็น ส.ส.นครพนม ได้มีบ้านพักริมโขง โดยมีชื่อผู้พักอาศัยในทะเบียนราษฎร 3 คนคือบิ๊กจิ๋ว, คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ และณัฏฐ์พัชร์ ยงใจยุทธ แต่ช่วงหลังคุณหญิงหลุยส์ย้ายทะเบียนบ้านออกไปแล้ว

ก่อนเลือกตั้งสมัยที่แล้ว บิ๊กจิ๋วไม่ได้กลับมานครพนม นับแต่ย้ายไปอยู่บ้านเดียวกับผู้หญิงคนใหม่ ตรงกันข้ามคุณหญิงหลุยส์ที่ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรกลับมานครพนมบ่อยมาก

ตั้งแต่ปี 2560-2561 เกิดน้ำท่วมใหญ่นครพนม คุณหญิงหลุยส์กับหลานสาวก็ลุยน้ำท่วมแจกของชาวบ้าน เนื่องจากหลานน้ำผึ้ง เตรียมลงสมัคร ส.ส.นครพนม

ปี 2562 น้ำผึ้ง ลงสมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 ในนามพรรคพลังประชารัฐ โดยมี สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม เป็นพี่เลี้ยง โดยคู่แข่งของเธอคือ มนพร เจริญศรี อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย

การเมืองเรื่องมายา เมื่อปี 2555 น้ำผึ้ง ลงสมัครนายก อบจ.นครพนม ในนามพรรคเพื่อไทย โดยมี ส.ส.มนพร เป็นพี่เลี้ยง ส่วนคู่ต่อสู้ของน้ำผึ้งตอนนั้น กลับเป็นสมชอบ นิติพจน์

ตอนที่คุณหญิงหลุยส์มาช่วยน้ำผึ้งหาเสียง ก็อ้างชื่อพ่อใหญ่จิ๋ว เพราะรู้ว่าชื่อนี้ยังขายได้ในนครพนม แต่ผลการเลือกตั้งเขต 2 นครพนม มนพร เจริญศรี แชมป์เก่าได้ 39,534 คะแนน ชนะน้ำผึ้ง ที่ได้เพียง 21,984 คะแนน

อย่างไรก็ตาม หลังเลือกตั้ง น้ำผึ้ง ณัฐธ์ภัสส์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา รมช.คมนาคม ประจำ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ก่อนจะขยับมาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(อนุชา นาคาศัย) และกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรียุติธรรม (สมศักดิ์ เทพสุทิน)

ทุกวันนี้ น้ำผึ้ง ยังลงพื้นที่พบปะชาวบ้านตามปกติ กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา น้ำผึ้งได้ต้อนรับลุงป้อมที่ไปตรวจราชการที่นครพนม เธอพร้อมที่จะลงสมัคร ส.ส.นครพนมอีกครั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ

คุณหญิงหลุยส์ ยังเคียงข้างน้ำผึ้ง บนถนนการเมืองคุณหญิงหลุยส์ ยังเคียงข้างน้ำผึ้ง บนถนนการเมือง

  • ‘อดีตหอมหวาน’

คอการเมืองยังคงจำภาพ “น้ำผึ้ง-บิ๊กจิ๋ว” ออกหาเสียงร่วมกันในศึกนายก อบจ.นครพนม ปี 2555 ซึ่งวันนั้น บิ๊กจิ๋วเป็นคนชักนำให้หลานสาวเข้าสู่วงการเมือง

เลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม ปีนั้น เป็นการต่อสู้ระหว่างน้ำผึ้ง กับสมชอบ นิติพจน์ ที่มีศุภชัย โพธิ์สุ สนับสนุน โดยบิ๊กจิ๋ว ได้รับไฟเขียวจากคนแดนไกล บรรดาแกนนำ นปช. จึงยกทีมมาเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ระดมคนเสื้อแดงเลือกน้ำผึ้ง

การต่อสู้ครั้งนั้น น่าจะเป็นเดิมพันการเมืองครั้งสุดท้ายของพ่อใหญ่จิ๋ว หากหลานสาวได้รับชัยชนะ แสดงว่า คนนครพนมยังต้อนรับพ่อใหญ่จิ๋ว สุดท้าย สมชอบ นิติพจน์ เอาชนะหลานสาวบิ๊กจิ๋วไป 4 พันแต้ม

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าวบิ๊กจิ๋วแยกทางกับคุณหญิงหลุยส์ และมีคู่ชีวิตคนใหม่ ส่วนน้ำผึ้ง ยังปักหลักอยู่นครพนม มีความฝันอยากจะเป็น ส.ส.นครพนม แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

เสี่ยเหลี่ยม “เกรียง” เจอ “อนุทิน” อุ้มบ้านใหญ่ใส่เสื้อสีน้ำเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508114

11 มี.ค. 2565

เสี่ยเหลี่ยม "เกรียง" เจอ "อนุทิน" อุ้มบ้านใหญ่ใส่เสื้อสีน้ำเงิน

แม่ทัพอีสานเสียเหลี่ยม “เกรียง” วิ่งหานายใหญ่ โดน “อนุทิน” ฉก 2 ตระกูลดังเมืองศรีสะเกษ เหมือนมนต์แม้วเสื่อม ดึงใจบ้านใหญ่ไว้ไม่ได้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เบื้องลึก “เกรียง” วิ่งหานายใหญ่ที่สิงคโปร์ เจออนุทิน ปั้นศรีสะเกษโมเดล ดูด ส.ส.เพื่อไทย เสียเหลี่ยมขาใหญ่อีสานใต้

แม้วมนต์เสื่อม “เกรียง” กุมขมับ หาตัวแทนกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ศรีสะเกษ ถึงขั้นพาตัวผู้สมัคร ส.ส.ไปให้นายใหญ่เป่ากระหม่อม

เพื่อไทยเหนื่อย “เกรียง” ลุยสมรภูมิอีสานใต้ ค่ายบุรีรัมย์มาเน้นๆ เลือกเบอร์ใหญ่ มีฐานเสียงมีทุนส่วนตัว ไม่ใช่พวกเสาไฟฟ้า


ยังโจษขานกันไม่จบ กรณี เกรียง กัลป์ตินันท์ พาคณะ ส.ส. พร้อมครอบครัวไปเที่ยวสิงคโปร์ แล้วบังเอิญเจอ ทักษิณ ชินวัตร ,พายัพ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ส่วนภาพทักษิณนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเกรียงที่เผยแพร่ในสื่อนั้น ภรรยาของพายัพ ชินวัตร เป็นคนถ่ายให้ และแชร์กันไปในไลน์กลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย แต่ไม่ทราบว่าหลุดไปถึงนักข่าวได้อย่างไร

มีภาพหนึ่งที่น่าสนใจคือ มีชายคนหนึ่งคุกเข่ายกมือไหว้ทักษิณ นัยว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่จะลงสนามสมัยหน้า ซึ่งได้ร่วมคณะเกรียงไปหานายใหญ่ด้วย

โจทย์ใหญ่ของเกรียง กัลป์ตินันท์ ในฐานะแม่ทัพอีสานใต้ตอนบน รับผิดชอบ 4 จังหวัด (อุบลฯ ,ยโสธร,อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ) ต้องเร่งปิดจุดอ่อน ก่อนเลือกตั้งสมัยหน้าคือ การตัวผู้สมัคร ส.ส.มาทดแทนกลุ่ม ส.ส.ศรีสะเกษ ที่จะย้ายจากเพื่อไทย ไปสังกัดภูมิใจไทย

การที่ ส.ส.ศรีสะเกษ ทิ้งเพื่อไทย สร้างความเจ็บปวดให้แก่ทักษิณอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเนวิน ชิดชอบ พยายามจะเจาะสมรภูมิศรีสะเกษมาแต่ปี 2554 แต่ก็ไม่สำเร็จ ทักษิณครองแชมป์มาแต่สมัยไทยรักไทย จนถึงยุคเพื่อไทย

  • ‘กินข้าวทีละคำ’

สนามใหญ่อีสานใต้ “เกรียง” ประสบความสำเร็จจากสมัยที่แล้ว เฉพาะอุบลราชธานี-ศรีสะเกษ เพื่อไทยได้ 13 ที่นั่ง และครั้งหน้า เกรียงก็หวังที่จะชนะยกจังหวัดทั้ง 2 สนาม

ผลเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ ปี 2562 เพื่อไทยได้ 6 ที่นั่ง ได้แก่ สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ เขต 2, วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เขต 3,จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เขต 4 ,ธีระ ไตรสรณกุล เขต 5 , วีระพล จิตสัมฤทธิ์ เขต 6 และผ่องศรี แซ่จึง เขต 8

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้ 2 ที่นั่งคือ สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ทายาทนายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ และ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ลูกชายของเสี่ยก๋อ มงคลพัฒน์ สรรณ์ไตรภพ ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย

ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ทิ้งทักษิณมาซบอนุทินปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ทิ้งทักษิณมาซบอนุทิน

ช่วงหาเสียงสมัยที่แล้ว แกนนำพรรคภูมิใจไทยก็ตั้งเป้าไว้ 2 ที่นั่ง เพราะเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ของเสี่ยโต้ง สิริพงษ์ บวกฐานเสียงของตระกูลอังคสกุลเกียรติ และขุมกำลังในพื้นที่ของเสี่ยก๋อ อุทุมพรพิสัย

หลังเลือกตั้ง เนวิน ชิดชอบ และอนุทิน ชาญวีรกูล ผลักดัน กวาง ไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากน้องกวางเป็นลูกสาว วิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ

นี่คือจุดเริ่มต้นของศรีสะเกษโมเดล โดยมีตระกูลไตรสรณกุล เป็นศูนย์กลางที่จะดึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ที่เป็นวงศ์วานว่านเครือเดียวกันให้มาอยู่ในร่มธงภูมิใจไทย

  • ‘บ้านใหญ่กันทรลักษณ์’

วันนี้ การเมืองท้องถิ่นอุบลฯ ตกอยู่ในมือ “เกรียง” แต่การเมืองท้องถิ่นศรีสะเกษเป็นของตระกูลไตรสรณกุล อันเป็นความแตกต่างที่ทำให้คนแดนไกลถูกท้าทาย

อนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งเป้าปั้นศรีสะเกษโมเดล เหมือนบุรีรัมย์โมเดล โดยมีเครือญาติของตระกูลของ ไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นกองกำลังหลัก

เริ่มจากปลายปี 2564 ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ 4 สมัย สร้างความประหลาดใจให้แก่คนศรีสะเกษ ด้วยการลาออกจากพรรคเพื่อไทยมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ขณะที่ภรรยา ผ่องศรี แซ่จึง ยังเป็น ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8

ปวีณ แซ่จึง บ้านใหญ่ราษีไศล ให้การสนับสนุนวิชิต ไตรสรณกุล บ้านใหญ่กันทรลักษณ์ ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ศรีสะเกษ มาตั้งแต่สมัยแรก จนถึงปัจจุบัน

ต้นตระกูลของวิชิต ไตรสรณกุล อยู่ที่ อ.กันทรลักษณ์ จึงมีฐานเสียงอยู่ในโซน 3-4 อำเภอชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีเครือญาติเป็น ส.ส. 2 คน คือ ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 พรรคเพื่อไทย และจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 สามีของ อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ (น้องสาวของวิชิต)

พ.ศ.นี้ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ถ่ายภาพคู่อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ และลูกสาวน้องเจน จิณณพัต เพ็งนรพัฒน์ อวยพรปีใหม่ประชาชนในเขต 4 ไม่ระบุชื่อพรรคเพื่อไทย

เช่นเดียวกัน ธีระ ไตรสรณกุล ถ่ายภาพคู่นิรตา ไตรสรณกุล และลูกสาวน้องอีฟ จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล อวยพรปีใหม่ โดยไม่มีชื่อพรรคเพื่อไทย

ประเมินว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ สมัยหน้า คนในตระกูลไตรสรณกุล และแซ่จึง จะลงสนามในสีเสื้อภูมิใจไทย ซึ่งคาดว่า จะคว้าเก้าอี้ ส.ส. 3 ที่นั่งได้แน่นอน บวกกับ 2 ที่นั่งของเดิม ค่ายสีน้ำเงินก็จะมี 5 ที่นั่ง

ด้วยเหตุนี้ เกรียง กัลป์ตินันท์ จึงบินไปพบนายใหญ่ที่สิงคโปร์หาทางแก้เกมค่ายสีน้ำเงิน และอาจจะได้ยินโทนี่ส่งเสียงโวยวายผ่านคลับเฮาส์อีกรอบเรื่องซูเปอร์พลังดูด

พรรคอิสระ “ธรรมนัส” พันธมิตร “คนแดนไกล” ไม่เอาประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508049

11 มี.ค. 2565

พรรคอิสระ "ธรรมนัส" พันธมิตร "คนแดนไกล" ไม่เอาประยุทธ์

ควันหลงดินเนอร์ 3 ป. “ธรรมนัส” กลายเป็นปฏิปักษ์ลุงตู่ ผลักพรรคเศรษฐกิจไทยแยกตัวเป็นอิสระ เปิดทางเชื่อม “คนแดนไกล” ฟื้นสัมพันธ์อันดีในอดีต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปักธงพรรคอิสระ “ธรรมนัส” เดินหน้าปรับขบวน ชูนักธุรกิจแทนอดีตนายพลเป็นผู้นำ สลัดภาพพรรคเครือข่ายพลังป้อม

เมิน ป.ประยุทธ์ “ธรรมนัส” เปิดช่องสานสัมพันธไมตรีกับพลพรรคคนแดนไกล มีโอกาสพลิกไปอยู่ขั้วเดียวกันในสมรภูมิเลือกตั้ง

จับตาศึกซักฟอก “ธรรมนัส” อาจแผลงฤทธิ์ ท้าทายทีม เสธ.สายทำเนียบ จะแก้เกมคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร

หลังดินเนอร์แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีข่าวว่า เที่ยงวันที่ 11 มี.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ได้นัดหัวหน้าพรรคเล็ก รับประทานกลางวัน ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 แต่ภายหลัง สุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ บอกว่า เป็นคนนัดพรรคเล็กเอง ไม่เกี่ยวกับ ร.อ.ธรรมนัส

เช่นเดียวกับ เอ๋ พระบาท หรือพีระวิทย์ เลื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ก็พูดเป็นเสียงกันว่าเป็นการนัดหมายกินข้าวในหมู่พรรคเล็กเอง เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส รับทราบข่าวจึงโทรศัพท์มาสอบถาม ก็ชี้แจงไป ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้รับปากจะมาร่วมรับประทานอาหารกับพรรคเล็กด้วย

จะว่าไปแล้ว ทั้งสุรทิน พิจารณ์ และพีระวิทย์ เลื่องลือดลภาค ต่างก็เป็นหัวหน้าพรรคเล็กที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับ ร.อ.ธรรมนัส

ส่วนควันหลงดินเนอร์แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในวงว่า เสียงพรรคเศรษฐกิจไทยจะยังสนับสนุนรัฐบาลต่อไป ยกเว้นเสียงเดียวที่อาจจะมีปัญหาคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา

ประเด็นนี้ ไผ่ ลิกค์ ส.ส. กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่า ทางผู้ใหญ่ของพรรคได้สอบถาม พล.อ.ประวิตรแล้ว ยืนยันไม่ได้พูดอย่างที่เป็นข่าว

ไผ่ ลิกค์ ยังเปิดเผยว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 พรรคเศรษฐกิจไทย ในวันที่ 18 มี.ค.2565 จะมีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้มีการหารือวางนโยบายพรรคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเปิดโลโก้พรรคเศรษฐกิจไทย

  • ‘พรรคนักธุรกิจใหญ่’

โฉมหน้าพรรคใหม่ “ธรรมนัส” กำลังออกแบบให้เป็นพรรคอิสระ ไม่ใช่พรรคเครือข่ายบ้านป่ารอยต่อ จึงต้องหานักธุรกิจใหญ่ และคนรุ่นใหม่ เข้ามาเสริมทัพนักเลือกตั้งอาชีพ

มีรายงานข่าวว่า พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จะเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ไม่ใช่หัวหน้าพรรคตามที่มีข่าวในครั้งแรก ส่วน อภิชัย เตชะอุบล ที่ว่าจะมาเป็นเลขาธิการพรรคนั้น ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทำธุรกิจมากว่า 20 ปี เริ่มจากบริษัทรักษาความปลอดภัย, บริหารตลาดคลองเตย ,ยี่ปั๊วขายสลากกินแบ่งฯ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงรู้จักนักธุรกิจในทุกระดับ รวมถึงนักธุรกิจชาวจีน

ปลายเดือน ก.พ.2565 ร.อ.ธรรมนัส ได้เข้าร่วมสัมมนาพูดคุยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ การลงทุน และการเมืองไทย กับกลุ่มนักธุรกิจการเงินและกลุ่มนักลงทุนชั้นนำของประเทศไทย นี่ย่อมสะท้อนถึงคอนเนกชั่นภาคธุรกิจของธรรมนัส ถือว่าไม่ธรรมดา

นักธุรกิจอีกคนหนึ่งที่คาดว่า จะเป็นไอดอลของ ร.อ.ธรรมนัส นั่นคือ โทนี่หรือทักษิณ ชินวัตร เพราะธรรมนัสเคยอยู่พรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทยมาก่อน เมื่อปีที่แล้ว โทนี่สอนน้องธรรมนัส ตอนที่เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทรว่า

“เราสร้างนโยบายดีๆ เราไปสัญญากับประชาชน แล้วต้องทำให้ได้ แล้วประชาชนก็จะสนับสนุนเราเอง และคุณธรรมนัสเองก็ต้องคิดว่า วันนี้เมื่อมีเสียงวิจารณ์ก็ต้องฟัง แล้วก็ปรับปรุงตัวไป เพื่อจะเป็นนักการเมืองที่ดี มีอนาคตที่ดี”

ดังนั้น ช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส ไปเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อเดือน ม.ค.2565 จึงมีข่าวลือว่า ผู้กองเมืองพะเยาไปพบโทนี่แถวยุโรป

  • ‘ทักษิณ-เจ๊แดง’

ขุมกำลัง “ธรรมนัส” ในนามพรรคเศรษฐกิจไทย 18 คน เหลือปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ 16 คน และมีข่าวเชิงลึกว่า มี ส.ส.เพียง 10 คน (รวมธรรมนัส) ที่เป็นมิตรร่วมน้ำสาบาน

สแกน ส.ส.ที่เป็นเนื้อเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส แยกเป็น ส.ส.ภาคเหนือ 9 คน และภาคกลาง 1 คน เฉพาะ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ,ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก และภาคภูมิ บุญประมุข ส.ส.ตาก ต่างก็เคยเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับผู้กอง

ฉะนั้น ไผ่ ลิกค์, ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ และภาคภูมิ บุญประมุข จึงเปรียบเสมือนขุนพลข้างกายธรรมนัส ไม่นับกลุ่มพะเยา ที่มีบุญสิงห์ วรินทรักษ์ และจีรเดช ศรีวิลาส เป็นแกนหลัก

โดยส่วนตัว “ไผ่ ลิกค์” ยังเคารพรักทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ตอนที่ทักษิณมาสิงคโปร์ กลางปี 2561 ไผ่ก็ยังเดินทางไปคารวะ แต่การตัดสินใจมาอยู่พลังประชารัฐ เป็นเหตุผลทางการเมืองเหมือนธรรมนัส

กลางปี 2561 ไผ่ ลิกค์ ไปพบทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ที่สิงคโปร์กลางปี 2561 ไผ่ ลิกค์ ไปพบทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ที่สิงคโปร์

เลือกตั้งปี 2557 เจ๊แดง เยาวภา มอบให้ ร.อ.ธรรมนัส รับผิดชอบพื้นที่พะเยา แต่การเลือกตั้งหนนั้นเป็นโมฆะ แต่สถานการณ์จำเป็น ร.อ.ธรรมนัสจึงลาออกจากเพื่อไทยมาอยู่พลังประชารัฐ

เมื่อเกิดเหตุกบฏกลางสภาฯ ปีที่แล้ว ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องแยกทางกันเดิน แม้บิ๊กป้อมพยายามจะเคลียร์ใจให้กลับมาอยู่ร่วมกันได้ แต่บิ๊กตู่ไม่ยอมรับการขอโทษจากธรรมนัส

ด้วยเหตุนี้ ร.อ.ธรรมนัส จึงต้องกลับไปหานายเก่า ซึ่งครั้งหนึ่ง โทนี่เคยพูดผ่านคลับเฮาส์ว่า “…ผมไม่ใช่ศัตรู ร.อ.ธรรมนัส เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นรุ่นน้องเยอะเลย เคยอยู่พรรคเพื่อไทย เป็นคนเหนือด้วยรู้จักกันดี”

โชว์พาว “เกรียง” โหน “ทักษิณ” ปั้นซุ้มใหญ่อีสานใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/508014

10 มี.ค. 2565

โชว์พาว "เกรียง" โหน "ทักษิณ" ปั้นซุ้มใหญ่อีสานใต้

ชิงขุนพลอีสาน “เกรียง” ยกทีมพบ “ทักษิณ” ที่สิงคโปร์ แจกภาพแจกข่าว โชว์บารมีคนใกล้ชิดนายใหญ่ มองข้ามช็อต สะสมกำลัง รอตั้งรัฐบาลสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

งานนี้ไม่มีพลาด “เกรียง” ยกทีม ส.ส.อีสาน พบทักษิณ ชินวัตร พร้อมแจกข่าวแจกภาพ แสดงสถานะคนใกล้ชิดนายใหญ่ของจริง

เกมโชว์พาว “เกรียง” มีประวัติคลิปหลุดเรื่องนายใหญ่นายหญิง เหมือนครั้งนี้อ้างจัดทัวร์สิงคโปร์ บังเอิญเจอทักษิณ ไม่มีคุยเรื่องการเมือง

มองข้ามช็อต “เกรียง” มั่นใจเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ได้จัดตั้งรัฐบาลแน่ ขอโหนนายใหญ่สร้างบารมี เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคอีสาน

ห่างหายไป 4 ปี เมื่อใกล้เลือกตั้ง ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็บินจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าสิงคโปร์ มีโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี และจะอยู่ในสิงคโปร์ 6 วัน(วันที่ 7-12 มี.ค.2565)

ทั้งเอม พิณทองทา และอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ได้พาหลานๆ ไปต้อนรับตาทักษิณ และมีคิวสัมภาษณ์อดีตนายกฯทักษิณ เพื่อใช้ในเว็บไซต์ Thaksinofficial รวมโอ๊ค พานทองแท้ และเพื่อนๆ ก็อยู่สิงคโปร์

ที่ขาดไม่ได้คือ ส.ส.เพื่อไทย ได้ยกคณะไปพบนายใหญ่ ซึ่งปีนี้ อาจมี ส.ส.เดินทางไปสิงคโปร์ไม่มากนัก เนื่องจากสถานการณ์โควิด แต่มีบางกลุ่มที่ไปแล้ว ก็แจกภาพแจกข่าวทันที

เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานโซนอีสานใต้ 4 จังหวัด (อุบลราชธานี,ยโสธร, อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ) ได้พา ส.ส.อีสาน 10 คน พร้อมครอบครัวไปพบทักษิณ โดยอ้างว่า ซื้อทัวร์ล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ปี 2563 แต่ติดปัญหาโควิดไม่ได้ไปเที่ยว เลยยกมาปีนี้

บังเอิญว่า คณะของเกรียงได้พบกับทักษิณในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต่างคนต่างนั่งโต๊ะตัวเอง เพราะทางร้านอาหารให้นั่งโต๊ะละไม่กี่คน พูดคุยเรื่องทั่วไปถามสารทุกข์สุขดิบ ไม่ได้มีเรื่องการเมืองแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ภาพและข่าวของเสี่ยเกรียง และเสี่ยกุ่ย ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นั่งรับประทานอาหารร่วมกับทักษิณ ก็มีการเผยแพร่ไปล่วงหน้าแล้ว ก่อนที่เสี่ยเกรียง จะมานั่งอธิบายเรื่องบังเอิญเจอทักษิณที่สิงคโปร์

  • “ขาใหญ่เมืองอุบล”

ปีที่แล้ว “เกรียง” มีวีรกรรมคลิปหลุดเรื่องนายใหญ่นายหญิง และการเจรจากับวิฑูรย์ นามบุตร โดยมีนายใหญ่ต่อสายมาพูดคุยด้วย

นับแต่เฮียเพ้ง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ได้รับมอบหมายให้ดูแลภาคอีสาน เกรียง กัลป์ตินันท์ ก็รับบทขุนศึกคู่ใจมังกรปากน้ำโพ เนื่องจากเสี่ยเกรียง มีบุคลิกใจถึงพึ่งได้ และมีพรรคพวกเยอะ

วันที่ 12 ต.ค.2564 มีการจัดงานฉลองวันเกิดย้อนหลังให้เสี่ยเกรียงที่บ้านเฮียเพ้ง วันนั้น ทักษิณวิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยกับ ส.ส.เพื่อไทย 

หลังงานเลี้ยง มีคลิปเสี่ยเกรียงถามทักษิณเรื่องแคนดิเดตนายกฯ แถมยังเสนอชื่อคุณหญิงพจมาน เป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งคลิปนั้นถูกแชร์สนั่นโซเชียล


วันที่ 22 ธ.ค.2564 วิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สดผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Ubon Connect เล่าถึงการพูดจากับเกรียงเรื่องจะขอย้ายเข้ามาสังกัดเพื่อไทย วันนั้น เสี่ยเกรียง ต่อสายให้วิฑูรย์ได้พูดคุยกับทักษิณด้วย

ต่อมา เกรียงชี้แจงว่า ได้พูดคุยกันจริง แต่ไม่มีการเจรจาวิฑูรย์เรื่องเข้าพรรคเพื่อไทย และไม่มีการต่อสายถึงโทนี่ ตามที่วิฑูรย์กล่าวอ้าง

ระยะหลัง เสี่ยเกรียงพยายามโชว์ภาพความเป็นคนใกล้ชิดนายใหญ่ เหมือนจะส่งสัญญาณไปถึง ส.ส.อีสานในซุ้มอื่นๆว่า ตัวเขาเป็นแม่ทัพอีสานตัวจริง เนื่องจากภาคอีสาน เป็นสนามชี้ขาดของเพื่อไทยว่า จะได้จัดตั้งรัฐบาลในสมัยหน้าหรือไม่

ปี 2554 พรรคเพื่อไทย กวาด ส.ส.ภาคอีสาน 104 ที่นั่ง ปี 2562 ลดลงเหลือ 83 ที่นั่ง แต่สมัยหน้า เพื่อไทยต้องได้ 120 ที่นั่ง จึงบรรลุฝันของทักษิณ และมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เสี่ยเกรียงก็ฝันถึงเก้าอี้เสนาบดี

  • ‘กระแส-กระสุน”

สมรภูมิอีสานสมัยหน้า “เกรียง” รู้ดีว่า เพื่อไทยเป็นต่อ เพราะแบรนด์ทักษิณยังขายได้ เฉพาะโซนที่เกรียงรับผิดชอบคือ ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ก็มีเพียงอำนาจเจริญ และศรีสะเกษ ที่อาจถูกพรรคภูมิใจไทย แย่งเก้าอี้ ส.ส.ไปได้

ปี 2562 โซนอีสานใต้ที่เสี่ยเกรียง รับผิดชอบ มี ส.ส. 18 คน ถูกภูมิใจไทย ,ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ เบียดแทรกเพื่อไทยเข้ามาได้ 5 คน

สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า สนามอุบลฯ มีเก้าอี้ ส.ส.เพิ่มเป็น 11 ที่นั่ง ทีมเพื่อไทยโดยการนำของเสี่ยเบี้ยวคงกวาด ส.ส.ได้ทั้งจังหวัด เนื่องจากคู่แข่งอย่างกลุ่มสุพล ฟองงาม และกลุ่มพล.ต.อ.ชิดชัย อ่อนแรงลง

ล่าสุด สุพล ฟองงาม ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐไปอยู่พรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมจัดเตรียมผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ 5-6 เขต แต่ก็ไม่ง่ายที่จะต่อกรกับเสี่ยเกรียงในชั่วโมงนี้

พรรคภูมิใจไทยกลับจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของเสี่ยเกรียง เมื่อ อิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลฯ หลายสมัย จะยกทีมมาสังกัดค่ายสีน้ำเงิน โดยจะให้ภรรยา นวลนภา สมชัย เป็นตัวแทนลงสนาม พร้อมลูกสาว ส.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย

เสี่ยเกรียง และเสี่ยกุ่ย อ้างว่าบังเอิญพบทักษิณที่สิงคโปร์เสี่ยเกรียง และเสี่ยกุ่ย อ้างว่าบังเอิญพบทักษิณที่สิงคโปร์

รวมถึง สมบัติ รัตโน อดีต ส.ส.อุบลฯ ที่ทิ้งเพื่อไทยมาสังกัดภูมิใจไทย เพราะไม่พอใจบทบาทของชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ที่พยายามขยายอิทธิพลมายังเขตเลือกตั้งของสมบัติ โดยอาศัยบารมีเสี่ยเกรียง

สมบัติ รัตโน เป็นผู้แทนลูกทุ่ง เติบโตมาในยุคเสื้อแดง อาจไม่ได้อยู่ในสังกัดเสี่ยเกรียง จึงถูกมองข้าม อีกอย่างเสี่ยเกรียงและเสี่ยกุ่ย ต่อสายตรงถึงคนแดนไกลได้ทุกเวลา

ความฝันที่จะทำให้เพื่อไทยอุบลแลนด์สไลด์ ของเสี่ยเกรียงก็คงไม่ง่าย ตราบใดที่อิสสระ สมชัย ยังอยู่ในสนามเลือกตั้ง แถมได้สีเสื้อใหม่อย่างภูมิใจไทย

ฝัน150เสียง “ประวิตร” เชื่อซุ้มขาใหญ่ “พปชร.” ทำเข้าเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507917

09 มี.ค. 2565

ฝัน150เสียง "ประวิตร" เชื่อซุ้มขาใหญ่ "พปชร." ทำเข้าเป้า

ฝันกลางแดด “ประวิตร” มั่นใจสมัยหน้า “พปชร.” กวาด 150 เสียง เชื่อมือหัวหน้าซุ้มขาใหญ่ ฐาน ส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง เหนือกว่าเพื่อไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ควันหลงดินเนอร์ “ประวิตร” ฟุ้งสมัยหน้า พลังประชารัฐกวาด 150 ที่นั่ง หัวหน้าซุ้มที่เหลืออยู่ ไร้ปัญหาขัดแย้งในพรรค

ฝันหรือเปล่า “ประวิตร” มั่นใจฐาน ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ในภาคเหนือตอนล่าง ,ภาคกลาง,ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ยังแน่นปึ้ก

เชื่อ พท.ไม่แลนด์สไลด์ “ประวิตร” แอบหวังกระแสลุงตู่ในภาคใต้ ปิดจุดอ่อนภาคอีสาน และวัดดวงสนามกรุงเทพฯ

เก็บตกจากงานเลี้ยงดินเนอร์ พรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ ยังมีเรื่องให้พูดถึงมากมาย และมีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้ความมั่นใจกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เลือกตั้งครั้งหน้า พลังประชารัฐ จะได้ ส.ส.150 ที่นั่งขึ้นไป

จริงๆแล้ว ตัวเลข 150 ที่นั่ง ไม่ใช่ครั้งแรกที่ พล.อ.ประวิตร แสดงความมั่นใจในการเลือกตั้งสมัยหน้า ย้อนไปเมื่อ 7 ก.พ.2565 ในการประชุม ส.ส.พลังประชารัฐ บิ๊กป้อมก็บอกกับลูกพรรคว่า สมัยหน้า พปชร.จะได้ ส.ส.มากกว่า 150 ที่นั่ง

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็แสดงความมั่นใจว่า เลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส.150 คน ว่า เพราะปัญหาทุกอย่างจะยุติลงได้ โดย พล.อ.ประวิตร เป็นคนเคลียร์จบทุกปัญหา

  • ‘ซุ้มขาใหญ่’

คนนอกอาจรู้สึกกังวล “ประวิตร” กลับไม่ห่วงอิทธิฤทธิ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพราะประมุขบ้านป่ารอยต่อ ยังเชื่อในขุมกำลังของซุ้มขาใหญ่

พปชร.วันนี้ “นักเลือกตั้งอาชีพ” ยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รักษาการเลขาธิการพรรค,สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม,อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ

ซุ้มขาใหญ่ที่ยังยืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยพร้อมจะลงสนามในสีเสื้อตัวเดิม มีจุดแข็งจุดอ่อนดังนี้

จุดแข็งของพลังประชารัฐ ก็คือ ภาคเหนือตอนล่าง ที่มีซุ้มมะขามหวาน สันติ พร้อมพัฒน์ พร้อม ส.ส.เพชรบูรณ์ 5 คน เป็นแกนหลัก

ซุ้มสามมิตร สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เป็นพันธมิตรกับวราเทพ รัตนากร และหิมาลัย ผิวพรรณ มี ส.ส.กระจายอยู่ใน 4 จังหวัดคือ สุโขทัย, กำแพงเพชร,พิษณุโลก, นครสวรรค์ และพิจิตร บวกกับซุ้มปากน้ำโพอย่างนิโรธ สุนทรเลขา

พูดง่ายๆ ภาคเหนือตอนล่าง ขุมกำลังของพลังประชารัฐ ยังเหนือกว่าเพื่อไทย รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ก็ยังสู้ไม่ได้

สำหรับภาคกลาง ,ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ซุ้มบ้านใหญ่พลังประชารัฐ ยังเป็นต่อเพื่อไทย ทั้งบ้านใหญ่ปากน้ำ ,บ้านใหญ่สระแก้ว ,บ้านใหญ่แปดริ้ว,บ้านใหญ่เมืองสิงห์ และบ้านใหญ่สระบุรี มินับรวมซุ้มสามมิตร ภาคกลาง ที่นำโดย อนุชา นาคาศัย ที่มีขุมกำลังอยู่ในชัยนาท, ราชบุรี และชลบุรี(บางเขต)

ที่สำคัญ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่รวบรวม ส.ส.อยู่ในมือไม่ต่ำกว่า 15 คน ทั้งในโซนตะวันออก และโซนตะวันตก ที่เสี่ยเฮ้งร่วมมือกับกลุ่มทายาทกำนันเซี้ย เมืองกาญจน์ และชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี

  • ‘จุดอ่อนค่ายลุงป้อม’

เซียนการเมืองอาจไม่เชื่อคำพูด “ประวิตร” เรื่อง 150 ที่นั่ง เพราะจุดอ่อนพลังประชารัฐคือภาคอีสาน และทักษิณ ชินวัตร ก็มั่นใจว่าสมัยหน้า เพื่อไทยกวาดเก้าอี้ ส.ส.อีสานเกลี้ยงภาค

ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จึงเลือก จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่จัดประชุมใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 3 เม.ย.2565 เนื่องจากสมัยหน้าสนามโคราช จะมี ส.ส.16 คน พปชร.จึงต้องมาประกาศปักธง สร้างขวัญกำลังใจ

จะว่าไปแล้ว 20 จังหวัดภาคอีสาน ก็มีสนามนครราชสีมาเท่านั้น ที่พลังประชารัฐ จะได้ ส.ส.ประมาณ 5-6 ที่นั่ง เพราะสมัยที่แล้ว วิรัช รัตนเศรษฐ นำทัพคว้า 6 ที่นั่ง

วันนี้ ทีม ส.ส.ในเครือข่ายวิรัช ได้ออกเยี่ยมชาวบ้านในนามครอบครัวรัตนเศรษฐ ไม่มีการแขวนป้ายพลังประชารัฐ รวมถึง ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ก็ไม่ติดป้ายเศรษฐกิจไทย

อนาคต วิรัช รัตนเศรษฐ จะอยู่พลังประชารัฐหรือไปสังกัดพรรคใหม่ จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ลุงป้อมจะได้ ส.ส.อีสานหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้ให้ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ทำงานร่วมกับ ส.ส.กลุ่มสันติ พร้อมพัฒน์ ในการดูแลพื้นที่ภาคอีสานตอนเหนือ

พลังประชารัฐคงประเมินว่า ภาคอีสานอาจได้ ส.ส.ไม่มากนัก จึงทุ่มกำลังในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ แต่จะได้ถึง 150 เสียงหรือไม่ ก็ยังเป็นคำถามตัวโตๆ ของนักเลือกตั้งมืออาชีพ

ชิงเมืองพัทยา “สนธยา” ปะทะ “ธนาธร” วัดบารมีบ้านใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507902

09 มี.ค. 2565

ชิงเมืองพัทยา "สนธยา" ปะทะ "ธนาธร" วัดบารมีบ้านใหญ่

สมรภูมิชี้ชะตา “สนธยา” ทายาทกำนันเป๊าะ ทำศึกนายกเมืองพัทยา เพื่อศักดิ์ศรีบ้านใหญ่ ต้องสู้ “ธนาธร” ขอส่งผู้สมัครคณะก้าวหน้า ล้างภาพงูเห่า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พิสูจน์บารมีบ้านใหญ่ “สนธยา” พร้อมส่งชิงนายกเมืองพัทยา อาจมีชื่อ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ลงทำศึกล้างตา หลังพ่ายสนามใหญ่

กลุ่มเรารักษ์พัทยาของ “สนธยา” เจอคู่แข่งคณะก้าวหน้า ธนาธรเตรียมตัวมาแรมปี รอเปิดตัวผู้สมัครคนรุ่นใหม่ ขอลบภาพงูเห่าสีส้ม

บททดสอบ “สนธยา” กลุ่มบ้านใหญ่ ก่อนจะถึงฤดูเลือกตั้ง ส.ส. หากรักษาเก้าอี้นายกเมืองพัทยาไว้ได้ ตระกูลคุณปลื้มก็ยังแกร่ง

สงบศึกชั่วคราว ระหว่างเสี่ยแป๊ะ สนธยา คุณปลื้ม กับเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น แต่แอดมินเพจหลัก กลุ่มพลังบ้านใหญ่ กลับโพสต์ภาพกำนันเป๊าะ พร้อมข้อความว่า “จงเป็นสิงโตที่เงียบ อยากจะทำอะไรให้สำเร็จ ให้ลงมือทำโดยไม่ต้องพูด อย่าเอาแต่พูดโดยไม่ลงมือทำ สิงโตจะเงียบเวลาล่าเหยื่อ เพราะมันคิดจะล่าจริงๆ ไม่ใช่ล่าโดยใช้เสียงขู่”

เมื่อมีความชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ซึ่งคาดว่า วันหย่อนบัตรเลือกตั้งน่าจะเป็น 29 พ.ค.2565 กลุ่มการเมืองต่างๆ ก็เริ่มเคลื่อนไหวเปิดตัวผู้สมัครนายกเมืองพัทยา

พ.ศ.นี้ ตระกูลคุณปลื้ม หรือบ้านใหญ่แสนสุข โดยการนำของ สติล คุณปลื้ม ภรรยากำนันเป๊าะ ได้ยึดฐานการเมืองท้องถิ่นชลบุรี 3 แห่งคือ วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี (กลุ่มเรารักชลบุรี) ,ณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข (กลุ่มเรารักบางแสน) และสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา (แต่งตั้ง)

ดังนั้น การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาที่จะมีขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า น่าเป็นสมรภูมิชี้วัดอนาคตของตระกูลคุณปลื้ม ก่อนจะถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า

  • ‘เรารักษ์พัทยา”

วันนี้ กลุ่มบ้านใหญ่ “สนธยา” เปลี่ยนชื่อถือเคล็ดจากเรารักพัทยา เป็นเรารักษ์พัทยา และคาดว่า กลางเดือน มี.ค.2565 จะเปิดตัวผู้สมัครนายกเมืองพัทยา และทีมสมาชิกสภาฯ

เมืองพัทยาเป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2521 และเมื่อย้อนดูทำเนียบผู้บริหารเมืองพัทยา จะพบว่า เคยมีนายกเมืองพัทยามาแล้ว 11 คน โดยมีทั้งการแต่งตั้ง, เลือกตั้งทางอ้อม และเลือกตั้งทางตรง

นับแต่มีการแก้ไขกฎหมายเลือกนายกเมืองพัทยาโดยตรงปี 2543 ก็มี นายกเมืองพัทยา ที่ได้รับการสนับสนุนจากซุ้มกำนันเป๊าะ 2 คนคือ ไพรัช สุทธิธำรงสวัสดิ์ และนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร (ตอนหลังแยกตัวออกมาตั้งกลุ่มใหม่)

การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เมื่อ 4 พ.ค.2551 อิทธิพล คุณปลื้ม มีชัยได้เป็นนายกฯ สมัยแรก และ 17 มิ.ย.2555 อิทธิพลก็ได้รับเลือกเป็นสมัยที่ 2

การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งใหม่ สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ในนามกลุ่มเรารักษ์พัทยา ได้มีการวางตัวบุคคลและยุทธศาสตร์ด้านการทำงานไว้แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนท้องถิ่นคาดหมายว่า ตัวแทนกลุ่มบ้านใหญ่ที่จะลงสนามชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยาคือ เสี่ยเบียร์ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และผู้ช่วยรัฐมนตรีวัฒนธรรม (อิทธิพล คุณปลื้ม)

ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เป็นลูกชายของ สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ นักการเมืองอาวุโส ที่มีผู้คนเคารพนับถือทั่วเมืองชลบุรี โดยเฉพาะเมืองพัทยา

เลือกตั้งปี 2562 ปรเมศวร์พ่าย กวินนาถ ตาคีย์ ผู้สมัครโนเนมจากพรรคอนาคตใหม่ ที่เขต 7 (เมืองพัทยาก็อยู่ในเขตเลือกตั้งนี้) ปัจจุบัน กวินนาถย้ายไปสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท หากเสี่ยเบียร์จะกลับมาลงสนามท้องถิ่น ก็มีความเป็นไปได้สูง

  • ‘ลบภาพงูเห่า’

คู่แข่งของกลุ่ม “สนธยา” เปิดตัวมาแล้ว 2 กลุ่มคือ คณะก้าวหน้า และกลุ่มพัทยาร่วมใจ โดยช่วงเดือน ก.พ.2565 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางมาที่เมืองพัทยาและขอโทษชาวพัทยา ที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้เปลี่ยนอุดมการณ์ หลังได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.

สำหรับผลการเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เขต 7 อ.บางละมุง (เฉพาะ ต.เขาไม้แก้ว ต.โป่ง ต.หนองปรือ และต.ห้วยใหญ่) กวินนาถ ตาคีย์ พรรคอนาคตใหม่ ได้ 31,247 คะแนน ชนะปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ 28,001 คะแนน ภายหลัง กวินนาถ ถูกขับออกจากพรรค และได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit แถลงว่า “คณะก้าวหน้า จะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยาอย่างแน่นอน..ผมขอใช้สนามเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เป็นบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นตั้งใจของเราที่จะรับใช้พี่น้องชาวพัทยา พลิกฟื้นเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นให้ได้”

แม้คณะก้าวหน้า จะพ่ายในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี แบบไม่มีลุ้น แต่ในสถานการณ์บ้านใหญ่แสนสุข มีสภาพคล้ายบ้านแตก ขาดความเป็นเอกภาพ ทำให้คู่แข่งกลุ่มเรารักพัทยา ต่างก็หวังจะเป็นผู้ชนะในศึกเลือกเมืองพัทยาได้เหมือนกัน

นิรันดร์ กลุ่มพัทยาร่วมใจ เปิดตัวเป็นคนแรกนิรันดร์ กลุ่มพัทยาร่วมใจ เปิดตัวเป็นคนแรก

ส่วน “นิรันดร์ วัฒนศาสตรสาธร” อดีตนายกเมืองพัทยา หัวหน้ากลุ่มพัทยาร่วมใจ ก็มีความพร้อมในการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา โดยชูแคมเปญ Nirun Return ชาวพัทยาคือผู้ชี้ชะตาการเปลี่ยนแปลง ท้องถิ่นต้องเป็นเรื่องของคนท้องถิ่น

เมื่อเลือกตั้งปี 2562 นิรันดร์ วัฒนศาสตรสาธร ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และจัดทีม ส.ส.ชลบุรี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหวนกลับมาลงชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยาอีกครั้ง

เมืองเก่า “สงขลา” ถนนเก้าห้อง-นครนอก-นครใน มรดกทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507905

นายหัวไทร

09 มี.ค. 2565

เมืองเก่า "สงขลา" ถนนเก้าห้อง-นครนอก-นครใน  มรดกทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้

ถ้าพูดถึงเมืองเก่า “สงขลา” แล้วไม่กล่าวถึงย่านถนนนครนอก นครใน นางงาม ก็จะไม่ครบถ้วนความเป็นเมืองเก่าสงขลา

คงไม่เขียนถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเอาผิดกับคนบุกรุกเมืองเก่าสงขลา จะสาวถึงนักการเมืองท้องถิ่น หรือระดับชาติ ก็ติดตามจากข่าวรายวัน แต่ นายหัวไทร ต้องการให้ข้อมูลความเป็นเมืองเก่าของสงขลาที่ควรอนุรักษ์ไว้มากกว่าสองตอนที่แล้วเขียนถึง “เมืองเก่าสงขลา” ที่เป็นเมืองเก่าจริงย่าน “เขาแดง-หัวเขาแดง-วัดน้อย-ป้อมปราการ” ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับเมืองสงขลาในปัจจุบัน อยู่ฝั่ง อ.สิงหนคร

สงขลาเป็น 1 ใน 5 ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะประกอบด้วย สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล   กล่าวสำหรับเมืองสงขลา เป็นเมืองท่าค้าขายทางทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้ เป็นเมืองเก่าแก่แต่โบราณ ที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลายาวนานหลายศตวรรษ จึงมีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากบรรพชนคนแต่แรก ดังที่กล่าวไว้แล้วในการเขียนในสองตอนแรก

เมืองเก่า "สงขลา" ถนนเก้าห้อง-นครนอก-นครใน  มรดกทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้

สงขลา มีการกล่าวกันว่า เดิมคนไทยเรียกว่า “เมืองสทิง” สันนิษฐานกันว่า ชื่อ “เมืองสงขลา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “สิงหลา” ที่แปลว่าเมืองสิงห์ อันเป็นชื่อ ที่พ่อค้าชาวเปอร์เซีย อินเดียใช้เรียกในอดีต เนื่องจากได้แล่นเรือเข้ามาเห็นเกาะหนู-เกาะแมวจากระยะไกลๆ มีลักษณะคล้ายสิงห์ 2 ตัว นอน หมอบตรงปากอ่าวทางเข้าเมือง จึงตั้งชื่อเมืองตามนั้น หรืออีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า คำว่า “สงขลา” มาจากคำว่า “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” เนื่องจากเมืองสงขลาเดิมตั้งอยู่ฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่เชิงเขา เมื่อพ่อค้าชาวมลายูเดินทางเข้ามาค้าขายได้ออกเสียงเพี้ยนเป็น “เซ็งคอรา” และต่อมาเมื่อชาวตะวันตกเข้ามาก็ออกเสียงเพี้ยนเป็น “ซิงกอรา” (singora) จากนั้นจึงค่อยๆเพี้ยนเป็นคำว่า “สงขลา” ดังในปัจจุบัน

กล่าวเฉพาะเมืองเก่าสงขลาย่านถนนนครนอก นครใน นางงาม ปัจจุบันย่านเมืองเก่าสงขลากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมความสวยงามตึกรามบ้านช่องที่มีมาตั้งแต่สมัย ยุครัชกาลที่ 3 มีทั้งแบบจีนโบราณและบ้านเรือนต่างๆ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในยุคต่างๆ ไล่มาจนถึงปัจจุบัน ย่านเมืองเก่าสงขลามีถนนสายหลักสำคัญ 3 เส้น คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ซึ่งในปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้และร้านอาหารต่างๆมากมาย เข้าไปในย่านนี้จะต้องหาอาหารอร่อยๆทานกันเป็นแหล่งอาหารฝีมือแบบดั่งเดิมที่หากินได้ยากแล้ว แต่มีให้ลิ้มชิมรสย่านนี้ เช่น ข้าวสตู   ข้าวต้มนางงาม เถ้าคั่ว และอีกมากมายร้านอาหารรับแขกบ้านแขกเมือง หรือร้านที่เถ้าแก่สงขลาไปกินกัน คือ ร้าน “แต้” ร้านอาหารรับแขกบ้านแขกเมืองที่แน่นทั้งมื้อเที่ยง และเย็น เน้นไปที่อาหารไทย-จีน แบบฉบับแต้จิ๋วที่ได้ผสมผสานรสปักษ์ใต้เข้าไปเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นอาหารจึงรสจัด เผ็ดร้อนถึงเครื่องแกง ถูกปากมาก ใครโชคดีก็จะได้กินกุ้งแม้น้ำสดๆจะทะเลสาปสงขลา ยำมะม่วงเบาไม่ปอกเปลือก ใส่มะพร้าวคั่ว ช่องท้องปลากระพงนึ่งมะนาว เป็นต้น

เมืองเก่า "สงขลา" ถนนเก้าห้อง-นครนอก-นครใน  มรดกทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้

  บ้านเรือนของชาวบ้านยังเก็บรักษาการสร้างแบบจีนโบราณไว้ครบถ้วย กระเบื้องหลังคาเป็นกระเบื้องอย่างหนา และมุงถึง 2 ชั้น 3 ชั้น เพื่อกันความร้อน เดินเข้าไปในบ้านจะสัมผัสได้ถึงความเย็น  พูดถึงย่านเมืองเก่าสงขลาย่านนี้แล้ว จุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจมากที่สุด คือ street art ที่เนรมิตขึ้นมาใหม่จากช่างศิลป์ ผสมผสานกับผนังบ้านเข้ากันอย่างกลมกลืน แฝงวิถีชีวิตและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาเยือนย่านสงขลาเมืองเก่าสงขลาแล้ว และที่ไม่ควรพลาดก็คือโรงสีแดง (หับ โห้ หิ้น)

      หับ โห้ หิ้น เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน หมายถึง ความสามัคคี ความกลมเกลียว และความเจริญรุ่งเรือง เป็นโรงสีเก่าแก่อายุนับ 100 ปี จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า โรงสีแดงเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2457 รองอำมาตย์ตรีขุนราชกิจการี(จุ่น เลี่ยง ลิ้มเสาวพฤกษ์) เปิดกิจการโรงสีข้าว ที่บ้านเลขที่ 13 ถนนนครนอก ริมทะเลสาบสงขลาชื่อโรงสี “หับ โห้ หิ้น” ผู้คนเรียกว่าโรงสีแดง เพราะอาคารทั้งหลังทาด้วยสีแดง ช่วงเริ่มกิจการเป็นโรงสีข้าวขนาดเล็ก สั่งเครื่องจักรมอเตอร์ในการสีข้าวมาจากปีนัง มีคุณสุชาติ รัตนปราการเป็นผู้จัดการต่อมาเปลี่ยนมาใช้แกลบเป็นเชื่อเพลิงทำให้โรงสีเดินด้วยกำลังไอน้ำโดยสั่งเครื่องจักรมาจากอังกฤษ มีคนงาน 30 – 50 คน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีการทำงานเป็นกะเป็นโรงสีขนาดใหญ่ และทันสมัยที่สุดในยุคนั้น รับสีข้าวจากพื้นที่ปลูกข้าวรอบทะเลสาบสงขลา สามารถผลิตข้าวสาร จำหน่ายแก่ประชาชนในสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอาทิ เปรัค และอีโป ในประเทศมาเลเซีย เป็นต้น

ในปี พ.ศ.2490 พื้นที่รอบนอกสงขลามีการสร้างโรงสีขนาดเล็ก ทำให้ข้าวเปลือกที่จะป้อนโรงสีลดลงจึงต้องยุติกิจการโรงสีข้าวมาทำกิจการโรงน้ำแข็งขนาดเล็กจำหน่ายในชุมชน และเปลี่ยนเป็นโกดังเก็บยางพาราสำหรับลำเลียงขนถ่ายไปยังเรือเดินสมุทร ซึ่งจอดอยู่ที่เกาะหนู เพื่อขนส่งไปยังต่างประเทศ และเมื่อมีท่าเรือน้ำลึกสงขลา การขนส่งยางพาราด้วยเรือลำเลียงจึงต้องหยุดกิจการมาเป็นท่าเทียบเรือประมงขนาดเล็กแทน

เมืองเก่า "สงขลา" ถนนเก้าห้อง-นครนอก-นครใน  มรดกทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้

  ปัจจุบันคุณรังสี รัตนปราการ เจ้าของโรงสีแดงรุ่นที่ 3 และประธานภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาให้โรงสีแดงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เป็นอุทยานการเรียนรู้นครสงขลา เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมของชุมชนมากมาย และยังคงปรับปรุงโรงสีแดงให้คงสภาพเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม

 ส่วนถนนนางงาม พออ่านมาถึงจุดนี้ บางคนอาจจะเริ่มจินตนาการว่า ถนนสายนี้น่าจะมาจากสาวงามกำเนิดในถิ่นนี้ ไม่ผิดหรอกครับ ชื่อ”ถนนนางงาม เดิมถนนสายนี้ ชื่อ”ถนนเก้าห้อง” และถูกเรียกเป็น “ถนนนางงาม”คุณกมลทิพย์ สุดลาภา เป็นที่มาของถนนนางงามคนเก่าแก่จะเล่าว่า คนที่เป็นเจ้าของ “ชื่อถนน” คือคุณกมลทิพย์ สุดลาภา(สกุลเดิมภูรีสารศัพท์) มีชื่อเล่นว่า(คุณแหม่ม) เป็นธิดาของขุนระบินประกาศ

คุณแหม่มเป็นคนดีมีชื่อเสียงชาวถนนเก้าห้อง หรือถนนนางงามจังหวัดสงขลา และคุณปู่ และคุณทวดของคุณแหม่มรับราชการได้ศักดินาที่ดินย่านถนนนนางงามทั้งหมด และแหม่มนอกจากเป็นคนดี มีจิตใจสวยงามแล้วเป็นที่ล่ำลือกันถึงความงามเป็นชาวสงขลาที่เกิดและเติบโตย่านถนนสายนี้ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียน”วรนารีเฉลิม” โรงเรียนสตรีคู่เมืองสงขลา คู่กับโรงเรียนมหาวชิราวุธ ซึ่งเป็นโรงเรียนชายคุณแหม่มเรียนจบครุศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยครูสวนดุสิต และแต่งงานกับคุณเชาวน์วัศ สุดลาภา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครคนที่ 7

   นี้คืออีกมุมหนึ่งของความเป็นเมืองเก่าสงขลา ที่ใครได้เข้าไปสัมผัสแล้วจะให้ความรู้สึกรัก และหวงแหนความเป็นสถาปัตยกรรมของการสร้างเมือง และถ้าไปแล้วยังจะเจอถนนย่อยอีกหลายสาย อันเป็นการเอาจังหวัด อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งเป็นชื่อถนนด้วย เช่น ถนนยะลา ถนนยะหริ่ง เป็นต้น

      ที่เขียนมาถึงสามตอนถึงความเป็นเมืองเก่าของสงขลา ที่ชาวสงขลาควรจะรัก หวงแหน เก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษา เรียนรู้รากเง้าของบรรพบุรุษ และช่วยกันผลักดันให้ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนเมืองเก่าสงขลาเป็นมรดกโลก

เดิมพัน “ประวิตร” ส่งทัพ ส.ก. “พลังกรุงเทพ” ลุยเช็กเรตติ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507821

08 มี.ค. 2565

เดิมพัน "ประวิตร" ส่งทัพ ส.ก. "พลังกรุงเทพ" ลุยเช็กเรตติ้ง

เลี่ยงพ่ายซ้ำ ไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม. “ประวิตร” เลือกส่ง ส.ก.50 เขต ในนาม “พลังกรุงเทพ” หยั่งกระแสและดูแลฐานเสียง สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม. “ประวิตร” ลุยสนาม ส.ก.ในนามกลุ่มพลังกรุงเทพ ตรึงพื้นที่ 50 เขต ปูพรมเช็กกระแสพรรค ก่อนเลือกตั้งทั่วไป

อาศัยฐาน 11 ส.ส.เมืองหลวง “ประวิตร” มั่นใจ พปชร.สู้ได้ในสนามท้องถิ่น เลี่ยงส่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” เพราะประเมินแล้วแพ้แน่ กระแสลุงตู่ไม่เอื้อ

เปิดโฉม 50 ส.ก.สาย “ประวิตร” นำทีมโดย จักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. พบหลายเขตอาจทับซ้อนว่าที่ผู้สมัคร สก.กลุ่มรักษ์กรุงเทพ

วันที่ 8 มี.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. และ ส.ส.กรุงเทพ โดยมีความชัดเจนว่า พรรคไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และไม่ได้ส่ง สกลธี ภัททิยกุล ลงสมัครในนามของพรรค

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ปรึกษาหารือกันจนได้ข้อสรุปว่า หากส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐ อาจจะแพ้ยับและมีผลกระทบต่อกระแสพรรคในภาพรวมทั้งประเทศ เหมือนกรณี พปชร.แพ้เลือกตั้งซ่อมที่เขตหลักสี่

สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจส่งทั้ง 50 เขต เพราะต้องรักษาฐานเสียงของ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. โดยให้ จักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กรุงเทพ และประธานภาค ส.ส. กทม. เป็นผู้ดูแลภาพรวม ร่วมกับ ส.ส.กทม.ของพรรค


นัยว่า ส.ส.กทม.หลายคน เสนอให้ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพลังประชารัฐ ใช้ชื่อพลังกรุงเทพ อันเป็นยุทธศาสตร์เลือกตั้งท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคในอนาคต

  • ‘พลังกรุงเทพ’

ก่อนหน้านี้ “ประวิตร” เคยคิดจะส่งผู้ว่าฯ กทม. โดยมีตัวเลือกอย่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แต่สุดท้ายอดีต ผบ.ตร. ก็ถอนตัว แต่เมื่อหาคนดีคนเด่นไม่ได้ พลังประชารัฐก็เลือกที่จะส่งแค่ ส.ก.50 เขต

ปัจจุบัน ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ เหลืออยู่ 11 คน ประกอบด้วย กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ เขตพระนคร, ป้อมปราบศัตรูพ่าย และสัมพันธวงศ์

พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เขตปทุมวัน-บางรัก-สาธร ,กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เขตคลองเตย-วัฒนา, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ เขตบางซื่อ-ดุสิต (หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.)

ภาดาท์ วรกานนท์ เขตพญาไทและเขตจตุจักร, กษิดิ์เดช ชุติมันต์ เขตลาดพร้าว, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เขตบางกะปิ-วังทองหลาง

ชาญวิทย์ วิภูศิริ เขตมีนบุรี-คันนายาว ,ศิริพงษ์ รัสมี เขตหนองจอก, ประสิทธิ์ มะหะหมัด เขตสะพานสูง-ประเวศ และจักรพันธ์ พรนิมิตร เขตบางพลัด-บางกอกน้อย

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2565 จักรพันธ์ พรนิมิตร กรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าภาค กทม. ได้เปิดศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง เขตบึงกุ่ม และเปิดตัวผู้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.โซนตะวันออก

7 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ในเขต กทม.โซนตะวันออก และพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ วรธนิต สุวรรณรักษ์ เขตบึงกุ่ม ,อัครพัชร์ โชติเดชาชัยนันต์ เขตบางกะปิ น้องชาย ส.ส.โอ๋ ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์

ณรงค์ รัสมี อดีตประธานสภาเขตหนองจอก น้องชาย ส.ส.ศิริพงษ์ รัสมี ,วิรัช อินช่วย อดีต ส.ก.เขตคลองสามวา 3 สมัย, รุ้งตะวัน ธัญภัทรานนท์ เขตลาดพร้าว ,ถวิล รัตตะมณี เขตห้วยขวาง ,โสภา อมราศรัยศรี อดีตประธานสภาเขตสวนหลวง 2 สมัย

หลังจากนี้ พรรคพลังประชารัฐ จะทยอยเปิดตัวอีก 6 โซนที่เหลือ ให้ครอบคลุม 50 เขต โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรค ล้วนแต่เป็นผู้ปฏิบัติงานของ ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.สมัยที่แล้ว

  • ‘ทับซ้อนทีมอัศวิน’

ความลังเลของ “ประวิตร” ทำให้ ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ รู้สึกเคว้งคว้าง โดยช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค และเข้ามาล้วงลูกในพื้นที่ กทม. ทำให้ ส.ส.หลายคนไม่พอใจ

เมื่อไม่มี ร.อ.ธรรมนัส บรรดา ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ จึงหลอมรวมใจกันอีกครั้ง และเสนอให้ใช้ชื่อกลุ่มพลังกรุงเทพ

ก่อนหน้านั้น กลุ่มรักษ์กรุงเทพ ได้เปิดตัวประธานเขตไปแล้ว 30 กว่าเขต ซึ่งคนเหล่านี้หมายถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของกลุ่มรักษ์กรุงเทพ แต่บังเอิญประธานเขตหลายคน ก็เป็นคนของ ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ

จักรพันธ์ พรนิมิตร เพื่อน ส.ส.กทม.เปิดตัว ส.ก.ชุดแรก โซนตะวันออกจักรพันธ์ พรนิมิตร เพื่อน ส.ส.กทม.เปิดตัว ส.ก.ชุดแรก โซนตะวันออก

ยกตัวอย่าง นฤมล มิ่งขวัญ ประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพ เขตบางกะปิ ก็เป็นทีมงานเดียวกันกับ ส.ส.โอ๋ ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หรือทินกร ปลอดภัย ประธานรักษ์กรุงเทพฯ เขตมีนบุรี เป็นทีมงานกลุ่มเพื่อนชาญวิทย์ ของ ส.ส.ชาญวิทย์ วิภูศิริ

พิชิตชัย แซ่จึง ประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เขตพระนคร และพีระโรจน์ ชัยรัตน์ ประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เขตสัมพันธวงศ์ ทั้งคู่เป็นทีมงานของ ส.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ

นอกจากนี้ ยังทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้โยกมาอยู่กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ หลายคน อาทิ สิระ ขาวนุ่น เขตหลักสี่, ยงวุฒิ ทองอยู่ เขตทวีวัฒนา และอภิชาติ จรัสโภคา เขตประเวศ ซึ่งอาจมีการย้ายมาสังกัดกลุ่มพลังกรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ