พท.ปทุมซุ้มแตก “ศุภชัย” คนละขั้ว “บิ๊กแจ๊ส” สายตรงดูไบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507815

08 มี.ค. 2565

พท.ปทุมซุ้มแตก "ศุภชัย" คนละขั้ว "บิ๊กแจ๊ส" สายตรงดูไบ

ส่องซุ้มเพื่อไทยปทุมธานี “ศุภชัย” บ้านใหญ่ตระกูลนพขำ ใกล้ชิดเจ๊แดง เยาวภา ยืนคนละขั้ว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ สายตรงดูไบ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ถ่ายภาพคู่เนวิน “ศุภชัย” ส.ส.ปทุมธานี ตกข่าวทิ้งเพื่อไทย บวกปมขัดแย้ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง สายตรงคนแดนไกล

ราชสีห์เมืองปทุม “ศุภชัย” ทายาทตระกูลนพขำ บ้านใหญ่แห่ง ต.บ้านกลาง ที่มีความใกล้ชิดเจ๊แดง แต่เดินละทางกับบิ๊กแจ๊ส

ส.ส.คอลูกหนัง “ศุภชัย” จึงมีเนวิน ชิดชอบ เป็นไอดอล และพาทีมฟุตบอลราชสีห์เมืองปทุมไปดวลแข้งแถวถิ่นเจ้าพ่อชาดา ไทยเศรษฐ์ อยู่บ่อยครั้ง

วันที่ 5 มี.ค.2565 ศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการกีฬาสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดการแข่งขันรถยนต์ทางตรง Run Drag 2019 2022 ชิงถ้วยรางวัล บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬาฯ ที่สนามแข่งรถบุรีรัมย์ DRAGSTER TRACK จ.บุรีรัมย์

บังเอิญเจ้าของถ้วยรางวัลคือ บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย และเจ้าของสนามแข่งรถ ก็คือ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของคนภูมิใจไทย

“ด้วยมารยาทเป็นเด็ก ก็เดินไปหาทำความเคารพผู้ใหญ่ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้พุดคุยเรื่องทางการเมืองหรือเรื่องอะไร แค่ทักทายกันธรรมดา ไม่รู้ว่าข่าวออกมาได้ยังไงว่าผมหนีไปอยู่พรรคภูมิใจไทย” ศุภชัย นพขำ ชี้แจงเรื่องการถ่ายภาพร่วมกับเนวิน ชิดชอบ ที่ด้านหน้าสนามช้างอารีน่า

ส.ส.เต๋า หรือศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี เขต 2 ยืนยันว่า ข่าวที่จะหนีไปภูมิใจไทย ไม่เป็นความจริง และเรื่องการขัดแย้งกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ นายก อบจ.ปทุมธานี ก็ไม่ได้เป็นความจริงเช่นกัน

ว่ากันตามจริง นับแต่สิ้นยุคบ้านใหญ่หาญสวัสดิ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นเอกภาพกัน ต่างคนต่างมีอาณาจักรของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ ชาญ พวงเพ็ชร์ จึงได้เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี มาถึง 3 สมัย

กระทั่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เข้ามาสร้างพันธมิตรหลากสี โค่นอดีตนายกฯชาญสำเร็จ ก็เริ่มแสดงตัวเป็นแม่ทัพใหญ่เพื่อไทยเมืองปทุมธานี

  • ‘บ้านใหญ่นพขำ’

อดีตปลัดหนุ่มเมืองปทุมธานี “ศุภชัย” มีแรงหนุนจากบิดา นายกฯแป๊ะ หรือ สายัณ นพขำ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ จึงได้เป็น ส.ส.สมัยแรกด้วยคะแนนท่วมท้น

ปี 2550 สายัณ นพขำ ส่งน้องชาย สุทิน นพขำ ลงสมัคร ส.ส.ปทุมธานี ในนามพรรคพลังประชาชน ก่อนจะย้ายมาพรรคเพื่อไทย ระหว่างนั้น “ศุภชัย” เป็น ส.อบจ.ปทุมธานี เขต 4

ปี 2562 ศุภชัย นพขำ ลงสนาม ส.ส.แทนสุทิน ที่หันไปนั่งเก้าอี้รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง อาศัยความเป็นปลัดหนุ่มรูปหล่อฉายา ราชสีห์เมืองปทุม ศุภชัยจึงโกยคะแนนทิ้งคู่แข่งขาดลอย

ปลายปี 2563 มีการเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ.ปทุมธานี บ้านใหญ่ตระกูลนพขำ ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มคนรักปทุมธานีของบิ๊กแจ๊ส แต่ส่งคนในตระกูล ลงสมัคร ส.อบจ.ปทุมฯ เขต 4 และเขต 5

ศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี ยืนยันยังอยู่เพื่อไทยศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี ยืนยันยังอยู่เพื่อไทย

ต้นปี 2564 นายกแป๊ะ หรือ สายัณ นพขำ คว้าชัยในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลางอีกสมัย พร้อมทีม สท.ที่ได้รับเลือกตั้งทั้งสภาฯ

ระยะหลัง ส.ส.เต๋า หรือศุภชัย นพขำ ได้ให้การสนับสนุนทีมฟุตบอล ป.นำโชค ราชสีห์เมืองปทุม เป็นทีมสมัครเล่นที่เพิ่งไปคว้าแชมป์มาจาก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี และดูเหมือนว่า ส.ส.เต๋า จะสนิทสนมกับชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย

  • ‘สายตรงดูไบ’

คนแถวปทุมธานีรู้ดีว่าตระกูลของ “ศุภชัย” กับ พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี แม้จะอยู่ในค่ายเพื่อไทย แต่ก็อยู่คนละสาย ระยะหลัง บิ๊กแจ๊สได้เข้ามามีบทบาทในการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ทำให้ ส.ส.บางคนไม่พอใจ

ย้อนไปเมื่อบิ๊กแจ๊ส เปิดตัวลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.ปทุมธานี ในนามกลุ่มคนรักปทุม ที่ศูนย์ประชุม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต กลางปี 2562 ปรากฏว่า วันนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, ชูชาติ หาญสวัสดิ์ และสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ส.ส.ปทุมธานี เขต 1 เพื่อไทย เข้าร่วมแสดงความยินดีด้วย

ที่น่าสนใจ ไม่มี 3 ส.ส.ปทุมธานี เพื่อไทย อย่าง ศุภชัย นพขำ, ชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ และพรพิมล ธรรมสาร (ตอนหลังถูกขับออกจากเพื่อไทย) มาร่วมงานด้วย

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ก็มี สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ส.ส.ปทุมธานี เขต 1 เพื่อไทย ที่ยืนเคียงข้างบิ๊กแจ๊ส ส่วนชูชาติ หาญสวัสดิ์ อดีต ส.ส.ปทุมธานี ก็หายไปในช่วงหลัง

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ตระหนักถึงปัญหาของเพื่อไทยปทุมธานี จึงพยายามสร้างแนวร่วมต่างพรรค จากพรรคก้าวไกล และอดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ จนสามารถเอาชนะแชมป์เก่า 3 สมัยไปได้

ลึกๆ บิ๊กแจ๊สไม่ค่อยพอใจ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย บางกลุ่มบางซุ้มที่คัดค้านไม่ให้เขาใช้ชื่อพรรคเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. แต่การใช้ชื่อคนรักปทุม กลับเป็นผลดี ทำให้มีแนวร่วมเพิ่มขึ้น และบิ๊กแจ๊สก็รู้ดีว่า ส.ส.เพื่อไทยคนไหนแอบช่วยชาญ พวงเพ็ชร์

หลังบิ๊กแจ๊ส ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี จึงได้สร้างฐานการเมืองของตัวเอง โดยไม่ต้องหวังพึ่ง ส.ส.บ้านใหญ่อย่างเดียว และเป็นที่มาของความขัดแย้งภายในค่ายเพื่อไทยปทุมธานี

ศึกคนกันเอง “สกลธี” เผชิญทัพ “ผู้ว่าฯอัศวิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507702

07 มี.ค. 2565

ศึกคนกันเอง “สกลธี” เผชิญทัพ “ผู้ว่าฯอัศวิน”

ทีมอดีตทหารเสือ กปปส. ส่ง “สกลธี” ชิงผู้ว่าฯ กทม. เจอ “อัศวิน” กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ แถมกองหนุน ส.ส.กทม.ค่าย พปชร. สองกลุ่มมีฐานเสียงทับซ้อน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สู่สมรภูมิเมืองหลวง “สกลธี” มาตามนัดลงชิงผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ แต่มี ส.ส.พลังประชารัฐ สนับสนุน พ่วงด้วยทีม ส.ก.พรรคกล้า

ศึกสีเดียวกัน “สกลธี” กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อาจตัดคะแนนกันเอง แถมทีมงานกองหนุนในบางเขตก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน

อดีตทหารเสือ กปปส. “สกลธี” ผนึกกำลัง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ไม่หวั่นแพ้กระแสชัชชาติ เพราะมีก๊อกสองเรื่องปั้นพรรคไทยสร้างสรรค์

มาแล้ว สกลธี ภัททิยกุล อดีต รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ หลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งความประสงค์จะลงสนามพ่อเมือง กทม. เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

สกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. ได้มีการเตรียมตัว และเตรียมความพร้อมของทีมงานไว้แล้ว เบื้องต้นจะมี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และทีม ส.ก.พรรคกล้าให้การสนับสนุน

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ จะมีมติส่งสกลธี ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคหรือไม่นั้น ก็ต้องรอประชุมพรรคในวันอังคารที่ 8 มี.ค.2565 โดย “สกลธี”  จะแถลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มี.ค.2565

ปลายปี 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ส่งซิกให้กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 30 เขต แต่เจ้าตัวก็ไม่แถลงชัดๆว่า จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่คาดว่า หลังมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง บิ๊กวินคงลาออกจากตำแหน่ง และเสนอตัวให้คนกรุงเทพฯได้เลือก

ถ้า พล.ต.อ.อัศวิน ลงสนามจริง ก็จะเจอคู่แข่งอย่างสกลธี ที่มีฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน และมีทีมงานบางเขตทับซ้อนกัน ซึ่งการที่สองคนนี้ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. จะส่งผลสะเทือนถึง ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ค่าย ปชป.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • ‘อดีต กปปส.’

ก่อนหน้านี้ “สกลธี” มีการเตรียมการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และถึงขั้นจะเสนอตัวลงในนามพลังประชารัฐ โดยเฉพาะช่วงที่ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ยังเป็น รมว.ศึกษาธิการ และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ปี 2561 สกลธี ภัททิยกุล เป็นหนึ่งในคีย์แมนที่สร้างพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม.

ปีเดียวกันนั้นเอง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เซ็นคำสั่งแต่งตั้งสกลธี ให้เป็น รองผู้ว่าฯ กทม. และสกลธี มีชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐยุคแรก

ตอนแรก เสี่ยตั้น ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และเสี่ยบี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ วางแผนจะให้ “ทยา ทีปสุวรรณ” ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. แต่ภายหลัง ทยาติดบ่วงคดี กปปส. ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ทั้งเสี่ยตั้น และทยาจึงสนับสนุนสกลธี ให้ลงสนามแทน

ปลายปี 2564 สกลธีลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และช่วงเวลานั้น ณัฏฐพล และสกลธีได้เข้าพบนายกฯ เป็นการส่วนตัวที่ตึกไทยคู่ฟ้า จึงเป็นที่มาของข่าวลือเรื่องสกลธี ได้ขอการสนับสนุนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ในการจะสมัครผู้ว่าฯ กทม.


บังเอิญว่า ช่วงเวลานั้น ภายในพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็นเลขาธิการพรรค และพยายามจะเข้ามาดูแล ส.ส.กทม. จึงทำให้เสี่ยตั้น ณัฏฐพล ได้ให้คนใกล้ชิดไปจดทะเบียนพรรคไทยสร้างสรรค์ เพื่อรองรับกรณีพลังประชารัฐแพแตก

เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวออกไปทำพรรคเศรษฐกิจไทย เสี่ยตั้น และสกลธี จึงนัดพูดคุยกับ ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ เพื่อขอการสนับสนุนในการทำศึกผู้ว่าฯ กทม.

สกลธี พร้อมแล้วสำหรับสนามผู้ว่าฯ กทม.สกลธี พร้อมแล้วสำหรับสนามผู้ว่าฯ กทม.

  • ‘กล้าลุยมั้ย’

ปฏิกิริยากรณี “สกลธี” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. คนแวดวงการเมืองก็จับจ้องไปที่ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เนื่องจากทั้งสามคนนี้ มีฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน

นิด้าโพล ครั้งล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน มีคะแนนนิยมพุ่งขึ้นร้อยละ 13 เหนือกว่าสุชัชวีร์ ที่ได้ร้อยละ 8 แต่ พล.ต.อ.อัศวิน ก็ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่


กลางเดือน ก.พ.2565 พล.ต.อ.อัศวิน บอกนักข่าวว่า ต้องรอให้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ออกมาก่อน ถึงจะตัดสินใจลาออกเพื่อเตรียมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

“ผมมีเวลาตัดสินใจ 3 วัน และการตัดสินใจง่าย ไม่ยุ่งยากอะไร ตอนนี้ผมเป็นผู้ว่าฯอยู่ จะประกาศทำไมว่า จะลงสมัครหรือไม่ลง” ผู้ว่าฯ อัศวินกล่าว

ไม่ว่าพลังประชารัฐจะคิดอย่างไร ชั่วโมงนี้ อัศวินคงไม่รอแล้ว เพราะมีกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เป็นกองหนุน ซึ่งเปิดตัวมา 2 ปีกว่าแล้ว เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีจิตอาสาอยากช่วยเหลือสังคมและรับใช้

ที่น่าสนใจ โซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก “ทินกร ปลอดภัย” ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เขตมีนบุรี ได้ทำงานพื้นที่อย่างแข็งขัน โดยสร้างเครือข่ายกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ 9 เขต

บังเอิญว่า ทินกร ปลอดภัย เป็นหนึ่งในทีมงานกลุ่มเพื่อนชาญวิทย์ ของ “ชาญวิทย์ วิภูศิริ” ส.ส.กทม. เขตมีนบุรี หากสกลธีลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ชาญวิทย์ก็คงต้องช่วยเพื่อนรักอดีตรองผู้ว่าฯ กทม.

จริงๆแล้ว มีประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ หลายเขตที่เป็นหัวคะแนนของ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ ถ้าผู้ว่าฯ อัศวิน ลงสนามจริง ก็คงต้องมีการปรับท่าทีและจุดยืนกันใหม่

กล่าวถึงที่สุด การเมืองไทยยังหนีไม่พ้นเรื่องสีเสื้อ สกลธี ,สุชัชวีร์ และอัศวิน ต่างก็อยู่ขั้วเดียวกัน ไม่ต่างจากชัชชาติ และวิโรจน์ ที่อยู่อีกขั้วหนึ่ง ย่อมต้องแข่งกันเอง ตัดคะแนนกันเอง

แยกสลาย “ธรรมนัส” ต่ออายุ “3 ป.” ใครหลอกลูกน้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507684

07 มี.ค. 2565

แยกสลาย "ธรรมนัส" ต่ออายุ "3 ป." ใครหลอกลูกน้อง

เกมอำนาจ “ธรรมนัส” เจอแผนแยกสลาย ยื้อระบอบ “3 ป.” ฝ่าด่านซักฟอก ปลายทางที่ประชุมเอเปก จับตาวิกฤติเดือน พ.ค. ใครลวงใครหลอก ได้รู้กัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

3 ป.ยื้ออยู่ในอำนาจ “ธรรมนัส” เหมือนเดินไปตายดาบหน้า ปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย ในวันที่ไม่มีหัวโขนก็ไม่ง่าย ไปไหนมาไหนก็ดูเหงาๆ

พรรคอิสระแบบ “ธรรมนัส” ฟังดูเท่ ได้ใจกองเชียร์ แต่การเมืองเรื่องอำนาจ ผู้กองคนดังอาจจะต้องเผชิญการตามเช็คบิลคดีค้างเก่า

ส.ส.พปชร.ที่เคยเดินตาม “ธรรมนัส” ก็เลือกฝ่ายถืออำนาจ ยามนี้ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน อดอยากปากแห้ง ทำงานในพื้นที่ลำบาก

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2565 แฟนเพจเฟซบุ๊คพรรคเศรษฐกิจไทย เปิดตัวด้วยภาพข่าวการทำกิจกรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1 และจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3 พร้อมด้วย ธนพร ศรีวิราช ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วงโควิดระบาด ในเขต อ.จุน, อ.ปง และ อ.เชียงคำ

แน่นอน การลงพื้นที่ของ ร.อ.ธรรมนัส ในวันที่ไม่มีหัวโขน รมช.เกษตรฯ จึงดูไม่คึกคัก และมีสภาพไม่ต่าง ส.ส.ทั่วไปที่ไปแจกของชาวบ้าน

อย่างวันที่ 3 มี.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่พบประชาชนและมอบถุงยังชีพที่ อบต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ปรากฏว่า ไม่มี ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ ออกมาต้อนรับแม้แต่คนเดียว ต่างจากวันที่ ร.อ.ธรรมนัส ไป จ.นราธิวาส เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

แม้แต่กำนันฉอย สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี ที่เคยเดินตาม ร.อ.ธรรมนัส สมัยอยู่ในพลังประชารัฐ ก็ไม่โผล่มาที่ อบต.บ้านเก่า นัยว่าช่วงหลัง กำนันฉอยไปเดินตามเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน

การทำกิจกรรมในนามพรรคเศรษฐกิจไทยที่คลองเตย ร.อ.ธรรมนัส ก็ใช้บริการ “เฮียหมู-เฮียหมู” สองพี่น้องที่ร่วมทำธุรกิจด้วยกันมา จัดการเรื่องระดมคนมารับของแจก ดูเผินๆคล้ายเป็นเครือข่ายของพรรคผู้กอง แต่จริงๆแล้ว สองพี่น้องทำงานรับใช้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส ยังใช้โซเชียลเล่นเกมข่าวสาร ส่งสัญญาณไปยังผู้ถืออำนาจเป็นระยะๆ เช่นการโพสต์เรื่องพรหมพินาศ 4 หนทางไปสู่ความวิบัติคือ 1.หลงอำนาจ 2.ฉ้อราษฎร์บังหลวง 3.หลอกลวงลูกน้อง 4.ยกย่องคนเลว

  • ‘แยกสลายสหายผู้กอง’

พรรคเศรษฐกิจไทยของ “ธรรมนัส” ยังรอการประชุมใหญ่ และกองเชียร์ก็เฝ้ารอการเปิดตัวผู้ที่จะมาร่วมงานกับผู้กองว่า จะดีเด่นดังสมราคาคุยหรือไม่

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีบัญชาให้จัดประชุมใหญ่ปรับโครงสร้างพรรคที่โรงแรมแคนทารี ใจกลางเมืองโคราช ในวันที่ 3 เม.ย.นี้ หลังพี่น้อง 3 ป.ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกันที่บ้านป่ารอยต่อ โดยอาหารเที่ยงมื้อนั้น ก็ทำให้มีรายงานข่าว “3 ป.รอมชอม ประยุทธ์ขออยู่ยาว” หรือ “ประยุทธ์ส่งสายตรงคุม พปชร.”

การเลือกที่ จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่จัดประชุมใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ แกนนำพรรคบางคนบอกว่า สมัยหน้าสนามโคราช จะมี ส.ส.16 คน พปชร.จึงต้องมาประกาศปักธงชิงพื้นที่ข่าว ด้านหนึ่ง สะท้อนว่า พล.อ.ประวิตร ยังให้ความสำคัญแก่ วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ดูแล ส.ส.นครราชสีมา 5 คน

ดังที่รู้กัน ส.ส.นครราชสีมา 2 คนในซุ้มวิรัช คือ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ และเกษม ศุภรานนท์ สังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย แม้ส่วนตัว วิรัชจะสนิทกับ ร.อ.ธรรมนัส แต่การที่ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ สวมหัวโขน รมช.คมนาคม ทำให้วิรัชยังไม่ตัดสินใจ เลือกข้างธรรมนัสเต็มตัว

ร.อ.ธรรมนัส กลับพะเยา แจกถุงยังชีพชาวบ้านร.อ.ธรรมนัส กลับพะเยา แจกถุงยังชีพชาวบ้าน

ที่สำคัญ การเข้าสู่สมรภูมิศึกซักฟอกกลางสภาฯ จำเป็นจะต้องดึงเสียงจากพรรคเศรษฐกิจไทย อย่างน้อย 5-6 เสียงให้หนุน พล.อ.ประยุทธ์ ฉะนั้น พล.อ.ประวิตรจึงต้องพึ่งพาวิรัช ด้วยประการฉะนี้

  • ‘ศึกซักฟอกชี้ชะตา’

แค้นนี้ต้องชำระ “ธรรมนัส” รู้ดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมให้อภัยต่อเหตุการณ์กบฏในสภาฯ เมื่อกลางปีที่แล้ว ผู้กองจึงตัดสินใจขอแยกตัวออกมาสร้างพรรคเศรษฐกิจไทย โดยการรู้เห็นเป็นใจของน้องชาย ป.พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์

สื่อทุกสำนักวิเคราะห์ตรงกันว่า การก่อเกิดของซุ้มธรรมนัส จะทำให้รัฐบาลประยุทธ์อยู่ยาก และสุ่มเสี่ยงที่นายกฯ ประยุทธ์ อาจต้องยุบสภาในเดือนพฤษภาฯ ก่อนศึกซักฟอกจะเริ่มขึ้น

ดังนั้น จึงมีความพยายามแก้เกมซุ้มธรรมนัส ด้วยการผนึกกำลังของพรรคร่วมรัฐบาล จึงมีประเด็น 260 เสียงของพรรคภูมิใจไทย และเหนืออื่นใด พล.อ.ประวิตร ต้องเร่งสร้างความเป็นปึกแผ่นของพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งพรรคเล็ก 14 เสียงที่ต้องดึงมาไว้ข้างรัฐบาลให้ได้

ว่ากันว่า “พี่น้อง 3 ป.” จะมีความสัมพันธ์ไม่เหมือนเก่า แต่การรักษาฐานอำนาจไว้ จำเป็นต้องสร้างภาพให้เห็นถึงความกลมเกลียว เพื่อให้รัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาวจนครบเทอม

เบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์จะต้องอยู่ไปจนถึงการเป็นเจ้าภาพเอเปก ซึ่งใกล้กับช่วงที่รัฐบาลจะครบเทอม 23 มี.ค.2566

ดังนั้น ไทม์ไลน์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ประกอบด้วยช่วงปลายเดือน พ.ค. เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา,เดือน ส.ค. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก 2 ฉบับ และเดือน พ.ย. การประชุมผู้นำเอเปก

เฉพาะหน้า “การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเดือน มิ.ย. หลังจากฝ่ายค้านจะยื่นญัตติใน พ.ค. รวมถึงการยื่นตีความตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปีในเดือน ส.ค.นี้

ปฏิบัติการแยกสลายสายผู้กองธรรมนัส ของฝ่ายผู้ถืออำนาจ ไม่ว่าจะเป็น 16 เสียง พรรคเศรษฐกิจไทย และ 14 เสียงพรรคขนาดเล็ก จะต้องทำงานอย่างเข้มข้นในช่วงเดือน พ.ค.นี้

เหนืออื่นใด ผู้กองเมืองพะเยาในวันนี้ ไม่ใช่เจ้าของสวนกล้วยเหมือนในอดีต ผู้ที่จะทำหน้าที่บริหารกล้วยจะเปลี่ยนไปอยู่ในฝั่งผู้ถืออำนาจ

“คดีแตงโม” เงื่อนงำที่ต้องตรวจแถว ใครจะเป็นผู้แก้ หรือให้โลกโซเชียลแก้เอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507648

หนึ่งตะวัน พันดาว

07 มี.ค. 2565

"คดีแตงโม" เงื่อนงำที่ต้องตรวจแถว  ใครจะเป็นผู้แก้ หรือให้โลกโซเชียลแก้เอง

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”คนในเครื่องแบบ

กระแส..ร้อนแรง..ยิ่งกว่า.. “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” เหตุการณ์..“แตงโม-นิดา” หรือ ภัทรธิดา พัชระวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือ เสียชีวิตกลางลำน้ำเจ้าพระยา กลาย..เป็นข่าวคึกโครม ไม่แตกต่าง..หลากหลายเหตุการณ์-หลากหลายคดีความในอดีต บรรดา“นักเลงคีย์บอร์ด”มโนภาพจินตนาการละเลงคดีเละเทะ..OO

คดีนี้..ไม่ผิดแผกแตกต่าง..สวมวิญญาณ “CSI ไซเบอร์” กลายเป็นแหล่งชุมนุม “พวกขาดวิตามิน”ฉวยจังหวะโหนกระแส ตั้งข้อสันนิษฐานต่างๆนานา ชวนเชื่อ..ไม่ใช่อุบัติเหตุ แม้แต่.. “แม่-เพื่อน-แฟนคลับ”ก้อ..คาใจ กลายเป็น..“กระแสร้อนแรง” สังคม..ก้อ..ค้างคาใจ รอคำตอบ..OO

ไม่นิ่งดูดาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี มอบหมายการบ้าน พล.ต.ท. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร  ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ระดมชุดคลี่คลายไขปริศนาความจริง  “ต้นสาย-ปลายเหตุ”ที่มาที่ไป..การเสียชีวิต..ใกล้สะเด็ดน้ำ..OO

นึกว่า..ใกล้จบ..กลับปั่นปวน เจอคำ..ยกโทษ ผสมโรง..ตัวเลข 30 ล้านบาท เยียวยาความสูญเสีย ออกจากปาก “แม่บังเกิดเกล้า” เสมือน..“ไม่ติดใจคดีความ”..พลิกจาก.. “หน้ามือเป็นหลังมือ” ผิดกับตอนแรก..”ค้างคาใจ” เอาเป็น-เอาตาย  มั่นใจ “ลูกตาย”ต้องมีเงื่อนงำซ่อนเร้น เรียกร้องสังคมช่วยค้นหาความจริง..สุดท้าย..หอนทั้งแผ่นดิน หน้าแตกไปตามกัน..OO

จุดประกายความเคลือบแคลง..การบ้านข้อใหญ่.. “ผู้เกี่ยวข้อง” ต้องชี้แจงแถลงไขให้สะเด็ดน้ำ เหตุ..ผู้คนในสังคมเสพข่าวโซเชียล มโนภาพเห็นพ้อง “เชื่อลมปาก”บรรดา  “CSI ไซเบอร์” ตั้งข้อสงสัย “ปูดโน้นปูดนี้”..โยงเรื่องราว..เสมือน..ไม่ใช่..อุบัติเหตุ  ผสมโรง..เรื่องเงินๆทองๆ ผุดโผล่ อยู่เหนือคำ..สายเลือด..“แม่-ลูก” หาก..ข้อเคลือบแคลงสงสัยไม่สะเด็ดน้ำ ระวัง.ทัวร์ลง..ก้อ..แล้วกัลล์..OO

เปิดแฟ้ม..ประกาศสงครามล้างเผ่าพันธุ์“ขบวนการค้ายาเสพติด” ตำรวจนครบาล ยุค พล.ต.ท.สำราญ นวลมา แม่ทัพเมืองหลวง บัญชาการ “นักสืบ-มือปราบ”ขุดราก-ถอนโคน “เครือข่ายยาบ้า-ยานรก” ไอ้โม่ง..อยู่เบื้องหลัง..OO

กุลีกุจอ..พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น.หยิบแฟ้มคดี สองนักค้ายานรก “คิงส์ นนทบุรี”นายพิทวัส แสงโสภา-นายชยุต ศุขทัศน์ เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ เมื่อปี 2564 คนแรก..ศาลพิพากษาประหาร.คนหลัง..จำคุกตลอดชีวิต ผลพ่วง..จับลูกสมุนเมื่อปี 2562 ปัดฝุ่นสืบสาวผู้ร่วมขบวนการฯ..OO

เจอ..หลักฐานเด็ด เส้นทางโอนเงินไปยังกลุ่มนายวรวัฒน์ ทำหน้าที่เปลี่ยนเงินจากการค้ายาเสพติด ฟอกเป็นธุรกิจสินค้าน้ำมันมูลค่า 500 ล้านบาท ส่งไปขายเมียนมา นี่..ยังไม่นับรวมรับโอนเงินอีกหลายเครือข่ายฯ..OO

ไม่รอช้า..หลัง..รายงาน..ที่มาที่ไป “แม่ทัพนครบาล”ระดม  “นักสืบ-มือปราบ”ฝีมือดี..ไล่ตั้งแต่..พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ – พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์-  พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่-  พ.ต.อ.กมล นุ่มหอม – พ.ต.อ.อิศเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.สส.บช.น.พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส. 2 พ.ต.อ.สมบูรณ์สุข ศรีดาวเดือน  ผกก.สส. 3  พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.ดีเดย์..กวาดล้าง..OO

เปิดยุทธการจู่โจมตรวจค้น14 เป้าหมาย 7จังหวัด “กรุงเทพฯ- เชียงราย- ตาก- นนทบุรี -มหาสารคาม- ชลบุรี- ประจวบคีรีขันธ์” ผู้ต้องหาคนดัง -เครือข่ายสิ้นอิสระ อายัดทรัพย์สินกว่า 171 ล้านบาท ไม่เกรงกลัว “หน้าอินทร์-หน้าพรหม”กระชากหน้ากากเปิดหน้า..ไอ้โม่ง ผู้อยู่เบื้องหลัง ปิดฉาก.. “ขบวนการยานรก “อันดับต้นๆ สร้างผลงานโบแดง ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ “ดรีมทีมนครบาล” ยุค.. “นักสืบหนุ่มไฟแรง”..OO

ไม่น้อยหน้า..กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยุค..พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง แม่ทัพภูธรภาค 2 ได้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 เสริมทัพ  “คดีเล็ก-คดีใหญ่” ปัดกวาดเรียบ ผลงานติดอันดับต้นๆ..สดๆร้อนๆ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยานรกภาคตะวันออก “ต้อล เมืองชล” แก๊งเหลือเชื่อ รับบทบาท “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ..OO

บัญชาการ พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ -พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา – พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ. 2 สนธิกำลัง ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนายสิทธิชัย มานะดี ฉายา “ต้อล เมืองชล”16 เป้าหมาย ชลบุรี 13 จุด  นครปฐม-ประจวบฯ 2 จุด รวบสมุน อายัดทรัพย์กว่า 70 ล้านบาท..ตัดวงจรเครือยานรก มหันตภัยร้ายทำลายชาติ..OO

ปรับทัพ.. “สอบสวนกลาง”..ยุค..พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช กุมบังเหียน “ผู้นำหน่วย” จัดทัพใหม่ “รองผู้บัญชาการ” มอบหมายภารกิจดูแลทุกข์สุข “ประชาชน”เสริมเขี้ยวเล็บ..ทำงานเชิงรุก ทันท่วงทีสถานการณ์ “โจรผู้ร้าย”..ปรับเปลี่ยนหน้างาน “รวบงานจเรตำรวจควบรวมงานบริหาร” เพิ่มหน้างาน..ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เป็น ปป 1 กับ ปปป 2 งานหน้าอื่นเหมือนเดิม..oo

หลักๆ มอบหมาย พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย คุมงานบริหารและจเรตำรวจ สอดส่องดูแล “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ขับเคลื่อน “3 รองผู้บัญชาการ” ตะลุยหน้างานอาชญากรรม ไล่ตั้งแต่ พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ – พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ – พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรมัย จัดเป็น “มือวาง”ลุยงานเชิงรุกแต่ละ บก. ค้นหาคดีความที่เกี่ยวข้องหน้างานมาคลี่คลาย…oo

ยกตัวอย่าง..ใคร..ควบคุมดูแล “บก.ปอศ.”ทำหน้าที่ “หัวเรือใหญ่”นำทีม “ผู้การฯ”ทำงานเชิงรุกจับเข่าคุยกับผู้บริหาร “สมาคมธนาคารไทย” หรือ กลต. ใคร..ควบคุมดูแล “บก.ปคบ.”ก้อ..ไปพูดคุยกับ “สคบ.” ใคร..ควบคุมดูแล “บก.ปทส.” ก้อ..ไปพูดคุยกับ “องค์กรด้านสัตว์และพันธุ์พืช” รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม..สอบถามสารทุกข์สุกดิบอุปสรรคปัญหา นี่ คือ..ที่มาที่ไป ..oo

ดับปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ต้องรอให้เป็นคดีความ “ชาวบ้าน-ชาวช่อง”แห่แจ้งความร้องทุกข์ บานตะโก้แห้ว หาก.. บางเรื่องบางราวใด ไม่มีเจ้าภาพ.บช.ก.ต้องยื่นมือเข้าไปเป็นเจ้าภาพ ขจัดทุกข์ภัยความเดือดร้อน ยึด..ความผาสุก-ผลประโยชน์ “ประชาชน”เป็นที่ตั้ง กาลเวลา..คือ..เครื่องพิสูจน์.. “ผลงานทัพใหม่”..สอบสวนกลาง หน่วยงาน..”ที่พึ่งสุดท้ายประชาชน”..OO

ไหวพริบปฎิภานยอด ร.ต.อ.ธนพงศ์ ทวีพุดซา รอง สว.ป.สภ.พลกรัง จ.นครราชสีมา ออกตรวจตราระวังภัยในพื้นที่ สังเกตเห็นความผิดปกติ “มอเตอร์ไซด์”จอดข้างทาง กลางดึก เข้าตรวจสอบ พบวายร้ายกำลังลากเหยื่อสาวลงพงหญ้า หมายขยี้กามช่วยเหลือเหยื่อได้ทันท่วงที แต่วายร้ายหลบหนีไปได้ ..OO

ไม่รีรอ พลันทราบเหตุ พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 นำทีม ไล่ล่าวายร้ายหื่นกามเพียงแค่..ไม่ทันไร ลากคอนายพงษ์พิพัฒน์ แก่นรัง  ชดใช้กรรมที่ก่อ ครอบครัวเหยื่อประทับใจ ฝากชื่นชมมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม แม่ทัพภูธรภาค 3 คนเป็นนายสบายใจ “มีลูกน้องดี มีชัยไปกว่าครึ่ง”..oo..สวัสดี 

หนึ่งตะวัน พันดาว

อาวุธลับ “ชัชชาติ” เสริมทัพ “มดงาน” ทีมเก่ง ดร.โจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507605

06 มี.ค. 2565

อาวุธลับ "ชัชชาติ" เสริมทัพ "มดงาน" ทีมเก่ง ดร.โจ

เปิดอาวุธลับ “ชัชชาติ” คือทีม “มดงาน” โดยอดีตคน ปชป. พิจิตต รัตตกุล ถอดบทเรียนปี 2539 ส่งผลสะเทือนต่อ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คะแนนนิยมร่วง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

นิด้าโพลล่าสุด “ชัชชาติ” นำห่างคู่แข่งคนดัง เมื่อ พิจิตต รัตตกุล พร้อมทีมมดงานเสริมทัพ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ตัวแทน ปชป.ก็ร่วงไปอยู่อันดับ 5

“มดงาน”คืนรัง หนุน “ชัชชาติ” ฉายภาพผู้สมัครอิสระโดดเด่น พิจิตตมีประสบการณ์ในสนาม กทม. ทั้งเคยแพ้ทั้งชนะ ย่อมอ่านเกมคู่แข่งได้ทะลุ

เกมคู่ขนาน “ชัชชาติ” ลุยขายฝันกรุงเทพฯ 9 ดี ด้านเพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ก.ครบ 50 เขต เหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็เกื้อหนุนกัน

มีรายงานความคืบหน้ากรณีการพิจารณาการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา โดยกระทรวงมหาดไทย จะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบในวันอังคารที่ 8 มี.ค.2565 และคาดว่า จะกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 29 พ.ค. เป็นวันเลือกตั้งทั้ง กทม.และเมืองพัทยา

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามกลุ่มเพื่อนชัชชาติ ยังถูกวางให้เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ และที่น่าสนใจ การเข้ามาของ พิจิตต รัตตกุล พร้อมกลุ่มมดงาน ก็ทำให้ชัชชาติโดดเด่นขึ้นมาทันที

ดร.โจ หรือพิจิตต รัตตกุล มิได้เข้ามาแค่เป็นที่ปรึกษาชัชชาติ แต่วันนี้ อดีตแกนนำกลุ่มมดงานได้เข้ามาประจำการในวอร์รูมแถวร้านอาหารย่านเหม่งจ๋าย

  • ‘นำม้วนเดียวจบ’

สำรวจกี่ครั้ง นิด้าโพลก็พบว่า “ชัชชาติ” ยังมีคะแนนนิยมนำผู้สมัครคนอื่น และครั้งล่าสุด ผลสำรวจชี้ว่า ดร.เอ้ ค่าย ปชป.คะแนนนิยมร่วง

วันที่ 6 มี.ค.2565 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนใน

กรุงเทพฯ ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้ง เรื่องอยากได้ใคร เป็นผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ 11 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 กพ.- 2 มี.ค.2565

ผลสำรวจครั้งล่าสุดพบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 38.01 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ,อันดับ 2 ร้อยละ 13.40 ยังไม่ตัดสินใจ ,อันดับ 3 ร้อยละ 11.73 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ,อันดับ 4 ร้อยละ 8.83 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคก้าวไกล) และอันดับ 5 ร้อยละ 8.61 สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคประชาธิปัตย์)

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2565 ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จัดงาน เปิดตัว 200 นโยบายด้วยแนวคิด กรุงเทพฯ 9 ดี ในงานชัชชาติ อาสา ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ หลังใช้เวลากว่า 2 ปี ลงพื้นที่สำรวจปัญหา รับฟังความต้องการชาวกรุงเทพฯ

นี่คือจังหวะก้าวที่เป็นรูปธรรมของ “ชัชชาติ” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ และก้าวต่อไปคือการเปิดตัวกลุ่มเพื่อนชัชชาติ เพื่อเสนอด้านนโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯ

  • ‘มดงานคืนชีพ’

หลายคนเข้าใจว่าทีมงาน “ชัชชาติ” อาจเป็นคนเพื่อไทย หรือทีมยุทธศาสตร์คนแดนไกล แต่เมื่อส่องลึกเข้าไปที่หลังบ้าน ก็พบว่า มีอดีตแกนนำกลุ่มมดงานของพิจิตต รัตตกุล เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งมากขึ้น

ถ้ายังจำได้ เมื่อสิบกว่าปีแล้ว ดร.โจหรือพิจิตต อดีตผู้ว่าฯ กทม. มีกองบัญชาการกลุ่มมดงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวสี่แยกเหม่งจ๋าย ซึ่งในวันนี้ บ้านเก่าของมดงานกลับมาคึกคักอีกครั้ง

เมื่อการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 2 มิ.ย.2539 พิจิตต ในนามกลุ่มอิสระ ได้รับชัยชนะ ด้วยคะแนน 764,994 คะแนน ทิ้งห่าง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พรรคพลังธรรม 3 แสนคะแนน

ที่น่าสนใจ การเลือกตั้งปีนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ส่งผู้สมัคร ส.ก. เหมือนพรรคเพื่อไทยในสมัยนี้ เวลานั้น พรรคคู่แข่ง ก็พยายามโจมตีว่า ดร.โจคือตัวแทนพรรค ปชป. ไม่ต่างจากที่ชัชชาติ กำลังโดนอีกฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นตัวแทนของคนแดนไกล

อย่างไรก็ตาม ดร.โจ หวนลงสนามผู้ว่าฯ กทม.ในปี 2547 แต่หนนี้ อภิรักษ์ โกษะโยธิน พรรค ปชป.ได้รับชัยชนะ ด้วยคะแนน 911,441 คะแนน ส่วน ดร.โจ อันดับ 6 ได้ 101,220 คะแนน

พิจิตต รัตตกุล พยายามอธิบายความสำเร็จในอดีตว่า กลุ่มมดงานเคยสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนกรุงเทพฯ มาแล้ว ด้วยความเป็นอิสระ โดยสามารถทำงานร่วมกับ 3 รัฐบาลคือรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และชวน หลีกภัย

ดังนั้น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในนามผู้สมัครผู้ว่าฯ อิสระ ย่อมจะทำงานกับรัฐบาลไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเพื่อไทยในอนาคต

เนื้อหอม “กูเซ็ง” บิ๊กการเมืองวิ่งหา “บ้านใหญ่นราธิวาส”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507587

06 มี.ค. 2565

เนื้อหอม "กูเซ็ง" บิ๊กการเมืองวิ่งหา "บ้านใหญ่นราธิวาส"

สมรภูมิปลายด้ามขวาน นายกฯ “กูเซ็ง” บารมีเบ่งบาน บิ๊กป้อม ธรรมนัสและสนธิรัตน์ วิ่งหา “บ้านใหญ่นราธิวาส” หวังชิง 5 ที่นั่งสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สมรภูมินราธิวาส “กูเซ็ง” ประมุขบ้านใหญ่ยาวอหะซัน เนื้อหอม ต้อนรับคณะบิ๊กป้อม ,ธรรมนัสและสนธิรัตน์ ภายในสัปดาห์เดียว

การเมืองสไตล์ “กูเซ็ง” ผูกขาดฐานการเมืองท้องถิ่น พวกมาก่อนพรรค มีทายาทเป็น ส.ส.สองขั้ว ทั้งพลังประชารัฐ และประชาชาติ

เนวินยังซูฮก “กูเซ็ง” ภูมิใจไทยเปิดดีลบ้านใหญ่ยาวอหะซันก่อนใครเพื่อน แต่ดีลล่มนาทีสุดท้าย เพราะปมไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน

ไม่น่าเชื่อว่า กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส 4 สมัย จะกลายเป็นแม่เหล็กการเมืองแห่งปลายด้ามขวาน เพราะมีขบวนนักการเมืองใหญ่ยกคณะไปหาถึงถิ่นเมืองนราธิวาส 3 คณะ ภายในสัปดาห์เดียว

วันที่ 28 ก.พ.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย บินเดี่ยวไปแจกของผู้ประสบ ภัยน้ำท่วมที่ อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก ปรากฏว่า กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส นำทีม ส.อบจ.มาต้อนรับพร้อมกับ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส

วันที่ 2 มี.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยกคณะไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่นราธิวาส กูเซ็ง ยาวอหะซัน พาทีมงาน ส.อบจ.นราธิวาส มาเข้าแถวรอรับ พล.อ.ประวิตรถึงภายในสนามบิน ก่อนจะไปพบชาวบ้านที่ อ.สุไหงโก-ลก

วันที่ 5 มี.ค.2565 สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย ลงพื้นที่นราธิวาส มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ตำบล ในเขต อ.เมืองนราธิวาส กูเซ็งก็พาลูกชาย วัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับและพาไปพบชาวบ้าน 3 ตำบล

สรุปว่า นายกฯกูเซ็ง ได้พบปะพูดคุยกับ 3 แกนนำพรรคการเมือง ทั้งพลังประชารัฐ, เศรษฐกิจไทย และสร้างอนาคตไทย ซึ่งก็เป็นคนที่คุ้นเคยกันทั้งสิ้น

  • ‘บ้านใหญ่เมืองนราฯ’

ยุคสมัยกลุ่มวาดะห์เฟื่องฟู “กูเซ็ง” อาจไม่ได้อยู่ในสายตานักการเมืองใหญ่ นายก อบจ.นราธิวาส จึงพาลูกชายไปสังกัดพรรคชาติไทย กระทั่งวาดะห์ขาลงและแตกสลาย กูเซ็งก็ผงาดขึ้นเป็นใหญ่

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ก็เคยลงมาหาเสียงที่นราธิวาส จึงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับกูเซ็ง และลูกชาย วัชระ ยาวอหะซัน

คอการเมืองปลายด้ามขวาน คงอยากรู้ว่าที่ร้านอาหารในตัวเมืองนราธิวาส สนธิรัตน์ และกูเซ็ง พร้อมกับ ส.ส.วัชระ และทีมงาน ส.อบจ. พูดคุยอะไรกันเป็นเวลา 2 ชั่วโมง

ปลายปีที่แล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ควง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางไปเปิดการประชุมสาขาพรรคที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วันนั้น พล.อ.ประวิตร บอกว่า สมัยหน้า นราธิวาส มี ส.ส. 5 คน ได้มอบให้ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส และกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส เป็นแม่ทัพใหญ่

ต้นปี 2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พา ส.ส.ในซุ้มแยกตัวออกไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย บีลาหรือ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ก็สนิทกับธรรมนัส จึงไม่รู้ว่า ในอนาคต ส.ส.บีลา จะทิ้งพลังประชารัฐไปอยู่เศรษฐกิจไทยหรือไม่

จริงๆแล้ว ความสัมพันธ์ของ ส.ส.บีลา กับกูเซ็ง ก็มีทั้งเป็นร่วมมือกันและแข่งขันกัน ดังนั้น วันที่สนธิรัตน์ยกทีมลงมาที่นราธิวาส ส.ส.บีลาจึงไม่มาปรากฏตัว และร่วมวงรับประทานอาหารด้วย

พล.อ.ประวิตร คุยกับกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาสพล.อ.ประวิตร คุยกับกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส

พรรคพลังประชารัฐในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับผลการประชุมใหญ่ของพรรคในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ กูเซ็งจึงมีเวลาที่จะตัดสินใจ และไม่ปิดทางพูดคุยกับกลุ่มการเมืองอื่น

  • ‘บทเรียนเนวิน’

4 ปีก่อน “กูเซ็ง” เหมือนจะตกลงปลงใจกับพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว แต่นาทีสุดท้าย บ้านใหญ่ยาวอหะซัน กลับเปลี่ยนใจเล่นเกมแทงกั๊ก ส่งลูกชายลงสนามเลือกตั้งในสีเสื้อพลังประชารัฐ และประชาชาติ

ต้นปี 2561 เนวิน ชิดชอบ นำทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปเตะกระชับมิตรกับกลันตัน เอฟเอ ที่สนามกีฬามหาราช อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยคนไทยและคนมาเลย์มาร่วมชมเกมหนนั้นนับหมื่นคน

วันนั้นที่สนามบินบ้านทอน นราธิวาส ภาพเนวิน ชิดชอบ,อนุทิน ชาญวีรกูล และกูเซ็ง ยาวอหะซัน กอดคอกันราวประหนึ่งเป็นสหายร่วมน้ำสาบาน

ในอดีต กูเซ็ง ยาวอหะซัน ส่งลูกชาย กูเฮงและวัชระ ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพรรคชาติไทย และได้เป็น ส.ส.นราธิวาสมาแล้วคนละสมัย

ปลายปี 2561 กูเฮง ยาวอหะซัน ลูกชายคนโต มีปัญหาภายในครอบครัว กูเซ็ง นายก อบจ.นราธิวาส ได้เจรจากับนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส จนได้ข้อสรุป กูเฮงจะสวมเสื้อพรรคประชาชาติ ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 (สุคิริน, จะแนะ, ระแงะและเจาะไอร้อง) ส่วนนัจมุดดีน ไปลงบัญชีรายชื่อ ส่วน วัชระ ยาวอหะซัน กูเซ็งให้ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ลงสนามเขต 1 (เมืองนราธิวาส, ตากใบ)

สาเหตุที่นายกฯกูเซ็ง หักเนวิน-อนุทิน เพราะแกนนำภูมิใจไทยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ไปเจรจากับคู่แข่งทางการเมืองของกูเซ็ง หวังดึงมาเสริมทัพที่นราธิวาส ทำให้บ้านใหญ่ยาวอหะซัน ไม่พอใจ และปรับแผนส่งทายาทไปสังกัดพลังประชารัฐและประชาชาติ

หากวันข้างหน้า นายกฯกูเซ็งจะเปลี่ยนใจ ไม่เลือกทั้งพลังประชารัฐและเศรษฐกิจไทยก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ สำหรับคอการเมืองแถวปลายด้ามขวาน

ที่แน่ๆ ลูกชายคนโต กูเฮง ยาวอหะซัน ยังอยู่พรรคประชาชาติ ส่วน วัชระ ยาวอหะซัน ก็ต้องรอความชัดเจนจากพี่น้อง 3 ป.ว่า จะเอายังไงกับพลังประชารัฐ

บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507520

นายหัวไทร

06 มี.ค. 2565

บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต

เริ่มเห็นเค้าโครงของการเดินหน้าเอาผิดกับตัวการบุกรุก แผ้วถาง “เขาแดง” แหล่งโบราณสถานเมืองเก่าสงขลา ต.หัวเขาแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อตำรวจเริ่มเดินหน้าสืบสวนสอบสวน และเริ่มพบเบาะแส มีข้อมูลเพียงพอในการออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยเบื้องต้นมาสอบสวนขยายผล

 แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าจะมีการสอบสวนขยายผลไปถึงผู้บงการใหญ่ได้แค่ไหน ถ้าแค่ออกหมายเรียกเจ้าของเครื่องจักรมาสอบแล้วไม่ถึงผู้บงการ มันก็แค่ “ละครน้ำเน่า”
หลายคนอยากรู้ว่า ตกลงบนเขาแดงที่บอกว่าเป็นแหล่งโบราณสถานนั้น บนเขาแดงมีอะไร วันนี้จะพาไปรู้จัก “เขาแดง” ให้มากขึ้น เพื่อการอนุรักษ์และหวงแหน สืบทอดกันต่อไป
ดินแดนแถบนี้(เขาแดง)เคยเป็นที่ตั้งของเมืองสงขลาในยุคเริ่มแรก และเป็น “เมืองท่า” สำคัญ ผ่านวันเวลาและเรื่องราวการค้า การพาณิชย์ การศึกสงครามมาในห้วงเวลาต่างกรรมต่างวาระกันไป วันนี้เขาแดงก็ยังมีคุณค่าในด้านของการเรียนรู้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวแต่ครั้งอดีตเพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบค้นความเป็นมาของเมืองประเทศราชแห่งนี้

หลักฐานทางโบราณคดีที่ยังหลงเหลืออยู่ นอกจากวัดวาอารามแล้ว สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ป้อมปราการต่างๆ ทั้งที่อยู่บนเขาแดงและที่ยังเหลือซากที่สมบูรณ์ไว้ให้เห็น อย่างเช่น ป้อมหมายเลข 9 ริมถนนถนนสงขลา-ระโนด โบราณสถานเขาน้อย และแนวกำแพงเมืองสงขลาที่หัวเขาแดง เจดีย์สองพี่น้องยอดเขาแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีซากโบราณสถานอีกหลายแห่งบริเวณรอบเขาแดงนี้ที่สภาพอาจไม่สมบูรณ์นักด้วยกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ก็ยังแสดงให้เห็นได้ว่าครั้งหนึ่งเมืองสงขลาในยุคโบราณนั้นเป็น “เมืองท่าค้าขาย” ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง “เขาแดง” จึงเป็นแหล่งโบราณคดีย้อนอดีตเมืองสงขลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ซึ่งชาวสงขลาหวังเป็นอย่างยิ่ง และมีความพยายามอย่างสุดในการผลักดันให้เมืองเก่าสงขลาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งบวกรวมเขาแดง ถนนนางงาม ถนนนครนอก ถนนนครใน

บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต
บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต
บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต

เจดีย์สองพี่น้อง

บนยอดเขาแดงมีเจดีย์ 2 องค์ องค์แรกเป็น “เจดีย์องค์พี่” ลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ก่อด้วยหินฉาบปูน ยอดปรักหักพัง มีสีดำ คนทั่วไปเรียกว่า “เจดีย์องค์ดำ” 
เจดีย์องค์ดำ สร้างเมื่อ พ.ศ.2375 โดยเจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์

ส่วนเจดีย์องค์ที่สองเป็น “เจดีย์องค์น้อง” เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมเช่นกัน องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐฉาบปูน มีสีขาว คนทั่วไปเรียก “เจดีย์องค์ขาว” สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.2382-2484 โดยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (ทัด บุนนาค) หรือ “สมเด็จเจ้าพระยามหาพิชัยญาติ” ผู้เป็นน้องร่วมมารดากับ “เจ้าพระยาพระคลังฯ” ชาวบ้านเรียกเจดีย์สององค์นี้ว่า “เจดีย์สองพี่น้อง” 
ระหว่างองค์เจดีย์ทั้งสองมีศาลาเก๋งจีน ชำรุดเหลือแต่พื้นที่ผนังที่เจาะช่องหน้าต่างเป็นวงกลม ปัจจุบันองค์เจดีย์ทั้งสองได้รับการขุดแต่งบูรณะจากหน่วยศิลปากรที่ 9 สงขลา กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.2525

ย้อนกลับไปในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่3) หลายครั้งที่เมืองสงขลาถูกรุกราน ทำให้กรุงเทพต้องส่งทัพหลวงลงมาช่วยเมืองสงขลา อีกทั้งสงขลายังเป็นสถานที่ชุมนุมกองทัพอีกด้วย ซึ่งในปีพ.ศ.2375 “พระยาพระคลัง” นำทัพลงมารักษาของขัณฑสีมาในเขตเมืองชายแดนภาคใต้ พระยาพระคลังสามารถเอาชนะศึกครั้งนั้น และได้มาชุมนุมกองทัพที่หัวเขาแดง พร้อมทั้งสร้างอนุสรณ์แห่งชัยชนะไว้บนยอดเขา ปรากฏเป็น “เจดีย์องค์สีดำ” ดังข้อความที่ปรากฏในพงศาวดารเมืองสงขลาว่า “…เสร็จราชการแล้ว ฯพณฯแม่ทัพใหญ่กลับเข้ามา ณ เมืองสงขลา จัดแจงก่อพระเจดีย์ไว้ที่เขาเมืองสงขลาองค์หนึ่ง กับทำเก๋งไว้ริมน้ำชาย ทะเลค่ายม่วงไว้แห่งหนึ่ง เสร็จแล้วกับเข้าไปกรุงเทพฯ”

บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต
บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต
บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต

สำหรับเจดีย์องค์ขาว สร้างขึ้นโดย “พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา” เมื่อครั้งยกทัพมารบที่ปัตตานีและไทรบุรีช่วงปีพ.ศ.2382 ซึ่งก็ได้ปรากฏข้อความในพงศาวดารเมืองสงขลาที่ได้กล่าวว่า ราวจุลศักราช 1200 ตนกูหมัด สะวะ หลานของเจ้าพระยาไทรบุรี ยกทัพมาตีไทรบุรีคืน ครั้นเมื่อตีมาถึงจะนะ เทพา และหนองจิก แขกในเมืองนี้ก็สมคบคิดร่วมกันตีเมืองสงขลา กองทัพของพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ใช้เวลาปราบปรามถึง 2 ปี เมื่อปราบกบฏได้ จึงสร้างพระเจดีย์ขึ้น ปรากฏหลักฐานว่า “…พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพจัดราชการอยู่ที่เมืองสงขลา 2 ปี และได้สถาปนาพระเจดีย์ไว้บนเขาเมืองสงขลาองค์หนึ่งเสร็จแล้ว จึงได้ยกทัพกลับเข้าไป ณ กรุงเทพฯ
โบราณสถานอีกแห่งบริเวณนี้ คือ “วัดเขาน้อย”


 
“วัดเขาน้อย” ตั้งอยู่ที่บ้านบนเมือง หมู่ที่ 7 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดิน 38 ไร่ 2 งาน 2ตารางวา เป็นวัดแต่โบราณยุคพุทธศาสนามหายานแห่งศรีวิชัย ต่อมาเมืองสงขลาได้ตั้งขึ้นที่เขาค่ายม่วงหรือที่เรียกว่า เมืองสงขลาหัวเขาแดง ซึ่งเป็นเมืองท่าค้าขายที่เจริญขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง วัดเขาน้อยได้กลับกลายสภาพเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่อาศัย เป็นเวลาช้านาน เพิ่งได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา อีกครั้งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (หลังจากเมืองสงขลาหัวเขาแดงหมดสภาพจากการเมือง)

วัดเขาน้อยมีปูชนียสถานและปูชะนีวัตถุที่สำคัญคือ
– เจดีย์เขาน้อย ตั้งอยู่บนยอดเขาน้อย เป็นเจดีย์ไม่เจือปูนการเรียงอิฐเป็นแบบไม่มีระบบเป็นแบบช่างสมัยศรีวิชัยพุทธศตวรรษที่13 -18 ฐานเจดีย์เป็นรูปเหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมกว้างยาว ประมาณ 20 เมตร องค์เจดีย์ปรักหักพัง เหลือเพียงฐานซึ่งมีซุ้มประตูคูหาแบบรูปโค้งแหลม ภายในมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ฝีมือช่างท้องถิ่นสมัยอยุธยาอยู่ที่มุมทั้ง 4 ของฐาน จากการขุดแต่งบูรณะของสำนักงานศิลปากรที่ 13 สงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2529 ปรากฏว่าได้พบหลักฐานต่าง ๆ จำนวนมาก เช่น หินแกะสลักเป็นลวดลาย และใบหน้าของบุคคล เป็นต้น ภาพแกะสลักเหล่านี้มีรูปแบบศิลปะ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะแบบคุปตะ

(พุทธศตวรรษที่ 9 – 11) ของอินเดียแสดงว่าสถูปเจดีย์องค์นี้คงจะสร้างขึ้นใน “สมัยทวารวดีและศรีวิชัย” ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 แล้วชิ้นส่วนของภาพแกะสลักเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ประกอบเป็นภาพประดับสถูปเจดีย์อีกครั้งหนึ่งในคราวต่อเติมระยะหลังราวพุทธศตวรรษที่ 18 – 20 ซึ่งเป็นสมัยอยุธยาตอนต้น ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมสถูปเจดีย์องค์นี้อีกตามหลักฐานที่ปรากฏชวนให้เข้าใจได้ว่า เจดีย์วัดเขาน้อยองค์นี้ได้รับการบูรณะต่อเติมซับซ้อนกันมาหลายยุคหลายสมัยเป็นเวลานานหลายร้อยปีปัจจุบันยังเหลือไว้เพียงส่วนฐานเป็นพยานให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองแต่ในอดีต

บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต
บน“เขาแดง” มีอะไร ทำไม? กลุ่มนายทุนต้องการพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรในอนาคต

นี้คือโบราณสถานของความเป็นเขาแดงแห่งเมืองสงขลา ซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การทำศึกกู้บ้านกู้เมือง และเจดีย์สองพี่น้องก็เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ ที่ชาวสงขลาควรจะอนุรักษ์และหวงแหนไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษา เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเมืองสงขลา
เมืองเก่า “สงขลา” ถ้าได้ผ่านการดูแล รักษาอย่างดี ก็น่าจะได้รับการพิจารณาจากยูเนสโก้ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
แต่การบุกรุกเขาแดงแหล่งโบราณสถาน มีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินบริเวณนี้ จึงน่าจะถึงเวลาในการตรวจสอบว่าการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหารายแรกที่เข้ารายงานตัว ยืนยันว่าที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ 
รวมไปถึงที่ดินบริเวณป้อมปราการ หมายเลข 9 ด้วย ต้องถึงเวลาตรวจสอบว่า มีการบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์หรือไม่

เรื่อง : นายหัวไทร 

ห่วงบุกรุกเขาแดง ทำลายเมืองเก่า “สงขลา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507314

นายหัวไทร

05 มี.ค. 2565

ห่วงบุกรุกเขาแดง ทำลายเมืองเก่า "สงขลา"

สะเทือนใจ ข่าวกลุ่มทุน บุกรุกเขาแดง เมือง “สงขลา” ทำลายโบราณสถานแห่งประวัติศาสตร์เมืองปากอ่าว “ทะเลสาบสงขลา”

อ่านและติดตามข่าวกลุ่มทุน กลุ่มการเมืองบุกรุก เขาแดง แหล่งโบราณสถานสถานเมืองเก่าสงขลา อ.สิงหนคร จ.สงขลา มีการตัดต้นไม้ สร้างถนนขึ้นไปบนยอดเขาแล้วให้รู้สึกสะเทือนใจ เพราะนี้คือโบราณสถานแห่งประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลา

       อ่านข่าวแล้ว ให้นึกถึง “ทวดหัวเขาแดง” เทพที่สถิตย์อยู่ตรงปากน้ำสงขลา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสงขลา ช่วงปี 2518-2523 #นายหัวไทร จากหัวไทรไปเรียนที่สงขลาได้มีโอกาสนั่งรถจากนครศรีธรรมราชผ่านศาลาทวดหัวเขาแดงก่อนจะลงแพขนานยนต์ ไปยังฝั่งตัวเมืองสงขลา เห็นผู้โดยสารต่างยกมือไหว้ เราก็ยกมือไหว้ตามโดยไม่รู้ว่า คืออะไร

      ถ้านั่งแพขนานยนต์จากฝั่งตัวเมืองสงขลามายังฝั่งหัวเขาแดง ระหว่างนั่งแพขนานยนต์ข้ามทะเลสาบสงขลา ลมเย็นปะทะเข้าที่ใบหน้าให้ชื่นใจพร้อมเสียงประทัดจากเรือประมงดังแผดเสียงคำรามนับ 100 นัด อันเป็นการจุดประทัดถวายทวดหัวเขาแดงก่อนออกทำการประมงในทะเลอ่าวไทย เพื่อให้ทวดหัวเขาแดงคุ้มครองให้ปลอดภัย

ห่วงบุกรุกเขาแดง ทำลายเมืองเก่า "สงขลา"

ระหว่างนั่งแพขนานยนต์ เป็นบรรยากาศที่ชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เบื้องหน้าของแพขนาดยนต์ ถ้านั่งจากฝั่งตัวเมืองสงขลามายังฝั่งหัวเขาแดง จะปรากฏเป็นฉากวิวทิวทัศน์สวยงามตระการตา ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เป็นภาพของภูเขาขนาดใหญ่ ทอดตัวเป็นแนวยาว นั่นคือที่ตั้งของ “หัวเขาแดง” ตำนานเมืองเก่าของสงขลา ที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่ามาอย่างยาวนาน เป็นตำนานถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ตามหลักฐานที่ปรากฏในพงศาวดารเมืองสงขลาหัวเขาแดงตั้งอยู่ตรงปากอ่าวทะเลสาบสงขลา ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด แต่น่าจะเกิดในยุคต้นของกรุงศรีอยุธยา เพราะปรากฏชื่อ “เมืองสงขลา” ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พ.ศ.1893 เมืองสงขลามีฐานะเป็นเมืองประเทศราช อีกทั้งเมืองสงขลา ยังปรากฏอยู่ในเอกสารชาวต่างชาติ พวกพ่อค้าและนักเดินเรือ สงขลามีลักษณะเป็นเมืองท่า ที่มีนามว่า “ซิงกอร่า” คนพื้นเมืองเรียก “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” สอดคล้องกับที่ตั้งเมืองสงขลาในอดีต ที่บางส่วนตั้งอยู่บนภูเขา พื้นที่บริเวณหัวเขาแดงมีลักษณะเป็นรูปคล้ายจระเข้ เป็นที่หมายของนักเดินทางในอดีต หัวเขาแดงตั้งอยู่ตรงปลายแหลมสุดของแหลมทรายสทิงพระ มีลักษณะทางกายภาพเป็นหินโคลนที่มีสีแดง จึงเรียกว่า “เขาแดง” และคำว่า “เขาแดง” ก็ยังปรากฏอยู่ในแผนที่เก่าสมัยอยุธยาอีกด้วย

“ทวดหัวเขาแดง” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหัวเขาแดง คนท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นเทพที่สถิตอยู่ ณ หัวเขาแดง ปากน้ำเมืองสงขลา มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล เชื่อว่าท่านจะคุ้มครอง ป้องกันรักษา และให้โชคแก่เมืองสงขลา ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการสร้างศาลาประดิษฐานทวดหัวเขาแดงไว้อย่างถาวร เป็นสถาปัตยกรรมจีน คล้ายศาลาเรียกว่า “ศาลาทวดหัวเขาแดง” ภายในศาลาแห่งนี้มีรูปจำลองแกะสลักของ “ทวดเขาแดง” และ “พระเอ็งบ้วนต๊ะ” เทพองค์สำคัญองค์หนึ่งของฝ่ายบุ๋น เป็นแม่ทัพที่ชาวจีนต่างนับถือมาก

ห่วงบุกรุกเขาแดง ทำลายเมืองเก่า "สงขลา"

ตามคำบอกเล่า..ช่วง พ.ศ. 2488 มีชาวไทยคนหนึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีนชื่อ “นางเผ็ก” ซึ่งนางเผ็กได้อันเชิญพระเอ็งบ้วนต๊ะ องค์เล็กกลับมาด้วย 1 องค์ เพื่อช่วยคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัย เมื่อเดินทางมาถึงเมืองสงขลา นางเผ็กก็ได้ทำการอันเชิญพระเอ็งบ้วนต๊ะ มาประดิษฐาน ณ ศาลาทวดหัวเขาแดง ต่อมาพระเอ็งบ้วนต๊ะ ก็ได้อันตรธานหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ด้วยกาลเวลากว่า 100 กว่าปี ส่งผลให้ศาลาหัวเขาแดงชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก

ในปี พ.ศ. 2516 “นางเปีย ฮวดอุปัด” ได้ขออนุญาตบูรณะศาลเจ้า ต่อกรมศิลปากร พร้อมแบบแปลนสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม เมื่อครั้นเริ่มบูรณะ… “พระเอ็งบ้วนต๊ะ” ได้ประทับทรง และบอกให้ไปตามหาพระเอ็งบ้วนต๊ะองค์เล็กที่หายไปกลับมา และเป็นเรื่องที่น่าปาฏิหาริย์ เมื่อนางเปียตามหาองค์พระจนเจอ โดยได้คืนมาจากชาวจีน ที่ถนนเพชรคีรี ตำบลบ่อยาง” ขณะที่บูรณะอยู่ ก็ได้มีชาวปีนังเดินทางมาหาดใหญ่ และได้นำพระเอ็งบ้วนต๊ะองค์ใหญ่ มาประดิษฐาน ณ ศาลาหรือศาลเจ้า หลังจากบูรณะศาลเจ้าเสร็จ นางเปียก็ได้สร้างรูปปั้นปูนปู่ทวดหัวเขาแดง เพื่อเอาไว้สักการะ

มีความเชื่อว่า “ปู่ทวดหัวเขาแดง” คอยคุ้มครองเมืองและประชาชนชาวสงขลาให้แคล้วคลาดจากภัยธรรมชาติ เช่น ปี พ.ศ. 2505 ได้เกิดวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพายุไต้ฝุ่นได้พัดเข้ามาที่ปากอ่าวสงขลา ปู่ทวดหัวเขาแดงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองสงขลา ได้ช่วยกันต้านทานและขจัดปัดเป่าไม่ให้พายุเข้าสู่เมืองสงขลาได้ โดยมีการสันนิษฐานว่าบริเวณใกล้ที่ตั้งของศาลแห่งนี้ ในอดีตเคยเป็นป้อมปราการมาก่อน

เมื่อแพเข้าจอดเทียบท่าบริเวณฝั่งหัวเขาแดง รถของเราค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านบริเวณหน้าศาลทวดหัวเขาแดงอย่างช้า ๆ ผู้คนทั้งคนท้องถิ่นและต่างถิ่นพร้อมใจกันบีบแตร เสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการแสดงความเคารพต่อศาลเจ้าแห่งนี้ และทุก ๆ ปี จะมีงานเทศกาลยิ่งใหญ่ “สมโภชปู่ทวดพ่อหัวแดง” นั่นเอง

 เมื่อมีข่าวการบุกรุกเขาแดงของกลุ่มทุน กลุ่มการเมือง ก็ได้แต่หวังว่า #ทวดหัวเขาแดง จะรับทราบ และช่วยคุ้มครอง ปกปักรักษาเขาแดงให้แคล้วคลาดจากเงื้อมมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะเขาแดงทั้งเขาถูกประกาศให้เป็นโบราณสถานทั้งเขา และทางจังหวัดสงขลากำลังเตรียมประมวลข้อมูลทั้งหมดเสนอให้เมืองเก่าสงขลาขึ้นทะเบียนมรดกโลกต่อยูเนสโก

ขอให้ทวดหัวเขาแดงลงโทษกลุ่มผู้บุกรุกทำลายเมืองเก่าสงขลาด้วย

เรื่อง : นายหัวไทร  

ติดตามตอนต่อไป จะเขียนถึงโบราณสถานบนเขาแดง

พลังส้มล้มแดง “ทักษิณ” สะเทือน “วิเชียร” แม่ทัพอุดรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507442

04 มี.ค. 2565

พลังส้มล้มแดง "ทักษิณ" สะเทือน "วิเชียร" แม่ทัพอุดรฯ

จับสัญญาณสีส้มกลืนสีแดง “ทักษิณ” หนาว สะเทือน “วิเชียร” แม่ทัพใหญ่อุดรฯ ออกแรงดึงดาวรุ่งค่ายก้าวไกล-ก้าวหน้า มาสวมเสื้อเพื่อไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อุดรธานีเปลี่ยน “ทักษิณ” อาจฝันค้าง “วิเชียร” นายก อบจ.ค่ายเพื่อไทย หวั่นไหวกระแสเมืองสีส้ม ที่จะเข้ามาแทนที่เมืองหลวงคนเสื้อแดง

หนามยอกอก “ทักษิณ” คือการเติบโตของพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า ส.ส.เพื่อไทยกินบุญเก่ามานาน เจอคลื่นลูกใหม่ไล่ล่า สูญเสียที่มั่นรากหญ้า

3 ป.แก้กติกาเลือกตั้ง “ทักษิณ” เสียศูนย์ดับฝัน ร้อนถึง “วิเชียร” เร่งเจรจาพลพรรคสีส้ม ให้มาสวมเสื้อเพื่อไทย ลดทอนความแรงของก้าวไกล

มีรายงานข่าวจากในพื้นที่อีสาน ทักษิณ ชินวัตร เริ่มกังวลกระแสก้าวไกลที่มาแรง โดยเฉพาะ จ.อุดรธานี ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง รวมถึง จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ ร้อนถึง วิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี ในฐานะแม่ทัพอีสานเหนือ ต้องออกแรงดึงอดีตผู้สมัครนายก อบจ.ของคณะก้าวหน้า และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ให้มาร่วมงานกับเพื่อไทย

มิหนำซ้ำ พี่น้อง 3 ป.กำลังเล่นกลแก้กติกาเลือกตั้ง แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะล็อกไว้ที่บัตรสองใบ เปลี่ยนยากแล้ว แต่ก็เล่นแร่แปรธาตุ พลิกสูตรคำนวณกลับไปฟื้นสูตรปันส่วนผสม หา ส.ส.พึงมี เหมือนเลือกตั้งปี 2562

สูตรคำนวณแบบคู่ขนาน ใช้ 100 หาร ตามร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งที่รับหลักการ จะทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเฉลี่ย 1 คน ต้องใช้คะแนน 3.5แสนคะแนน หากกลับไปใช้จัดสรรปันส่วนผสม ใช้ 500 หาร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องใช้ 7 หมื่นคะแนนเท่านั้น

ว่ากันว่า ผู้ถืออำนาจมีแผนจะตั้งพรรคใหม่ หวังเก็บคะแนนตกน้ำมาปั้น ส.ส. และเป็นการดับฝันแผนเพื่อไทยแลนด์สไลด์ของโทนี่ด้วย

ถ้างัดสูตรคำนวณแบบปันส่วนผสมมาใช้ ย่อมเป็นผลดีแก่พรรคก้าวไกล ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของพรรคเพื่อไทยในสมรภูมิอีสาน, ภาคเหนือ และ กทม.

  • ‘เมืองสีส้ม’

สัญญาณเมืองหลวงคนเสื้อแดงเปลี่ยน “ทักษิณ” คงเห็นแล้วจากการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี แม้ วิเชียร ขาวขำ ในนามกลุ่มเพื่อไทยอุดรฯ จะได้รับชัยชนะ และได้มากกว่า 3 แสนคะแนน แต่เก้าอี้ ส.อบจ.จำนวน 42 ที่นั่ง เพื่อไทยได้ 30 ที่นั่ง, คณะก้าวหน้า 9 ที่นั่ง และอิสระ 3 ที่นั่ง

คณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัด แต่พ่ายหมด ส่วน ส.อบจ.ก็ส่งเยอะ และที่ได้เก้าอี้ ส.อบจ.มากที่สุดคือ อุดรธานี

อย่างไรก็ตาม หลังเลือกตั้ง วิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี ได้ดึง ส.อบจ.คณะก้าวหน้าหลายคนให้สังกัดกลุ่มเพื่อไทย จึงเหลือ ส.อบจ.คณะก้าวหน้า 5-6 คน ได้แก่ นฤมล โคตรสาขา (เขต อ.เมืองอุดรฯ), จารุณี พิมเพ็ง (เขต อ.เมืองอุดรฯ), นิคม ระชินลา (เขต อ.เพ็ญ), สรัลภพ โพธิ์ทิพย์ (เขต อ.สร้างคอม) และพิทักษ์ เหมือนสี(เขต อ.ทุ่งฝน)

นอกจากนี้ คณะก้าวหน้า ยังประสบความสำเร็จในสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 5 แห่ง และนายก อบต. 9 แห่ง ซึ่งอุดรธานี เป็นจังหวัดเดียวที่คณะก้าวหน้า ปักธงท้องถิ่นได้มากที่สุด

จากโพลล์สำรวจความนิยมของเพื่อไทยเองก็พบว่า ส.ส.ของพรรคมีคะแนนนิยมลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้คนอุดรฯ ยังชื่นชมทักษิณ แต่ก็อยากให้พรรคเปลี่ยนตัว ส.ส.บางคน ที่ไม่ค่อยมีผลงานในพื้นที่

  • ‘เพื่อไทยขาลง’

ภาพรวมภาคอีสาน “ทักษิณ” ยังมีความมั่นใจว่า เพื่อไทยจะกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้มากกว่าสมัยที่แล้ว แต่ในสภาพการณ์ที่เป็นจริง แกนนำเพื่อไทยก็ยังหวาดหวั่นว่า พรรคก้าวไกลจะเบียดแทรกได้ในหลายเขต

วิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานีวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี

โฟกัสที่สมรภูมิอุดรธานี เลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยยังชนะยกจังหวัด ได้ ส.ส. 8 คน คือ ศราวุธ เพชรพนมพร เขต 1,อนันต์ ศรีพันธุ์ เขต 2,ขจิตร ชัยนิคม เขต 3,อาภรณ์ สาราคำ เขต 4,จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ เขต 5,จักรพรรดิ ไชยสาส์น เขต 6, เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เขต 7 และเทียบจุทา ขาวขำ เขต 8

เลือกตั้งสมัยหน้า ส.ส.อุดรธานี จะเพิ่มเป็น 9 คน วิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี ในฐานะแกนนำเพื่อไทยอุดรธานี ยังไม่ได้มีการวางตัวผู้สมัคร ส.ส. แต่กรณีของ ธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรธานี ทิ้งพรรคภูมิใจไทยกลับพรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้ลงสมัคร ส.ส.หรือไม่

สำหรับพื้นที่สุ่มเสี่ยงสูญเสียที่นั่ง ส.ส.ในอุดรธานี ก็มีอยู่ 3 เขต ในโซน อ.เมืองอุดรธานี , อ.เพ็ญ, อ.สร้างคม และ อ.ทุ่งฝน อย่างสมัยที่แล้ว เขต 1 อ.เมืองอุดรธานี ศราวุธ เพชรพนมพร เพื่อไทย ได้ 30,963 คะแนน ส่วน ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ อนาคตใหม่ ได้ 26,552 คะแนน

ที่สำคัญ คณะก้าวหน้า มี ส.อบจ.อุดรฯ เขต อ.เมือง 2 คน ย่อมสะท้อนถึงความนิยมของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า

ตอนเลือกตั้งปี 2562 ที่สนามอุดรธานี ผลคะแนนรวมทั้งจังหวัด พรรคเพื่อไทย ได้ 334,259 คะแนน รองลงไปคือพรรคอนาคตใหม่ได้ 148,850 คะแนน ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ล้วนเป็นคนหน้าใหม่ แสดงว่าคนอุดรฯ เทใจให้พรรคสีส้มเกือบครึ่งหนึ่งของแชมป์ผูกขาด

ปลายปี 2563 ผลเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ คณะก้าวหน้า ได้ 185,801 คะแนน บ่งชี้ว่า ความนิยมของค่ายสีส้มเพิ่มขึ้นมา 5 หมื่นคะแนน

ดังนั้น เข็มมุ่งของแกนนำก้าวไกล อุดรธานี ที่จะเปลี่ยนเมืองหลวงคนเสื้อแดง เป็นเมืองสีส้ม ก็ไม่ใช่ความฝันอันเลื่อนลอย และท้าทายต้นตำรับประชานิยมอย่างทักษิณอีกต่างหาก

หนี้กรรม “เสี่ยไก่ วัฒนา” มือปั้น “บ้านเอื้ออาทร” ประชานิยมทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507437

04 มี.ค. 2565

หนี้กรรม "เสี่ยไก่ วัฒนา" มือปั้น "บ้านเอื้ออาทร" ประชานิยมทักษิณ

จบเส้นทางการเมือง “เสี่ยไก่ วัฒนา” รับโจทย์ประชานิยมทักษิณ “บ้านเอื้ออาทร” กลายเป็นมหากาพย์คดีโกง ปิดคดีในยุคพี่น้อง 3 ป. ผู้เคยปั้นเสี่ยไก่ เป็น ส.ส.ปราจีนบุรี คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หนี้กรรม “เสี่ยไก่ วัฒนา” รับโทษคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ชะตากรรมคนการเมืองที่เคยทำงานใกล้ชิดทักษิณ ต้องเผชิญวิบากครั้งสำคัญ

ปิดฉากเส้นทางการเมือง “เสี่ยไก่ วัฒนา” จาก ส.ส.สายบูรพาพยัคฆ์ สู่มือทำงานทักษิณ รับโจทย์ประชานิยมบ้านเอื้ออาทร กลายเป็นมหากาพย์คดีโกง

ชีวิตลิขิตเอง “เสี่ยไก่ วัฒนา” ตัดสินใจไม่หนี เดินหน้าสู้คดีจนถึงที่สุด ก้มหน้ารับกรรม เหมือนนักการเมืองอีกหลายคนที่ทำงานรับใช้คนแดนไกล

วันที่ 4 มี.ค.2565 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ในชั้นอุทธรณ์ในคดีทุจริตการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ยืนสั่งจำคุก วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 99 ปี แต่รับโทษจริง คงจำคุก 50 ปี ร่วมชดใช้เงิน 89 ล้าน

“ผมลิขิตชีวิตตัวเอง” วัฒนา เมืองสุข เคยเอ่ยประโยคนี้กับนักข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ เมื่อเดือน ต.ค.2545 ซึ่งเวลานั้น วัฒนากำลังเป็นรัฐมนตรีดาวรุ่งพุ่งแรง ในรัฐบาลทักษิณ


“ในชีวิตผมได้อยู่กับคนเก่งมาตลอด อย่างน้อยก็ได้รับใช้นายกรัฐมนตรีถึงสองคน ก่อนหน้าท่านทักษิณคือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน นั่นเป็นความโชคดีครั้งแรก”

เส้นทางการเมืองของ “เสี่ยไก่ วัฒนา เมืองสุข” จาก ส.ส.ปราจีนบุรี ปี 2539 จนถึงวันที่เข้าเรือนจำ ปี 2565 ผ่านห้วงเวลาสูงสุดในชีวิตมาแล้ว ทั้งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย 1 กระทรวง และรัฐมนตรีว่าการ 3 กระทรวง

  • ‘กลางดงบูรพาพยัคฆ์’

เหมือนเรื่องสั้นหักมุม เสี่ยไก่เป็น ส.ส.สมัยแรก ด้วยแรงหนุนจากพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ แต่วันหนึ่งก็ปิดฉากชีวิตการเมืองในยุคพี่น้อง 3 ป.

วัฒนา เมืองสุข เกิดเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2500 เป็นคนปราจีนบุรี ครอบครัวมีฐานะปานกลาง พ่อแม่เป็นเกษตรกรทำสวนทุเรียน ก่อนจะหันมาประกอบกิจการวิ่งรถโดยสารระหว่างนครนายก-ปราจีนบุรี

หลังเรียนจบประถมปลาย วัฒนาเข้ากรุงเทพฯ มาพักอาศัยกินนอนเป็นเด็กวัดอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร เรียนจบ ม.ปลายที่ ร.ร.สวนกุหลาบ และจบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อสอบเนติบัณฑิตได้ วัฒนาในวัยเบญจเพส ไปเป็นทนายความประจำสำนักกฎหมายดิศญุตม์และวัฒนา ตั้งแต่ปี 2525 ทำอยู่ราว 10 ปี


ปี 2539 ชีวิตของทนายหนุ่มเรียกว่าลงตัวไปหมดทุกด้าน ทั้งอาชีพการงานและครอบครัว ได้เป็นลูกเขยเจ้าสัว จึงตัดสินใจลงเล่นการเมือง โดยการชักชวนของ ส.ส.ปราจีนหลายสมัย สมาน ภุมมะกาญจนะ ขณะนั้นสังกัดพรรคชาติพัฒนา

คนเมืองปราจีนบุรี รู้ดีว่า เสี่ยไก่จากบ้านเกิดไปแต่เด็กๆ ไม่มีพี่น้องเล่นการเมืองท้องถิ่น จึงต้องอาศัยหัวคะแนนของตระกูลภุมมะกาญจนะ นอกจากนี้ เสี่ยไก่ยังต้องวิ่งเข้าออกค่ายจักรพงศ์ และค่ายพรหมโยธี เพราะเมืองนี้เป็นเมืองทหาร

ช่วงเวลานั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ค่ายพรหมโยธี ปราจีนบุรี 

วัฒนาจึงรู้จักมักคุ้นกับลุงป้อม ถ้าจำกันได้ เมื่อปีที่แล้ว ทักษิณ ชินวัตร ยังเล่าความหลังครั้งเซ็นแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ทบ.

“เขากองเชียร์เยอะมาก มี วัฒนา เมืองสุข เป็น ส.ส.ปราจีนบุรี ก็มาเชียร์ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ก็มาเชียร์ ผมไม่ค่อยรู้จักเขา ก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของรุ่นพี่ผม คือ พล.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รู้จักกันดี ก็เลยตั้ง”


พูดง่ายๆ ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยไก่ ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก สังกัดพรรคชาติพัฒนา ก็มาจากหัวคะแนนของสมาน ภุมมะกาญจนะ และฐานเสียงค่ายทหาร สายบูรพาพยัคฆ์

  • ‘คนเก่งของทักษิณ’

จุดเปลี่ยนแบบก้าวกระโดดของ “วัฒนา” ก็คือการตัดสินใจลาออกจากพรรคชาติพัฒนา แล้วเดินหน้าเข้าสังกัดพรรคใหม่ชื่อพรรคไทยรักไทย

เสี่ยไก่ได้ดิบได้ดีใต้ร่มเงาทักษิณ เริ่มจากเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ตั้งแต่ปี 2544 – 2545 ตามด้วยรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ อย่างที่ทราบกัน เสี่ยไก่มีสไตล์ทำงานถึงลูกถึงคน เข้าตาทักษิณ จึงได้เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ในปี 2546

เวลานั้น คนในพรรคเมาท์กันว่า ทักษิณชอบคนทำงานสไตล์ขาลุยใจถึง ดังนั้น เนวิน ชิดชอบ และวัฒนา เมืองสุข จึงกลายเป็นคนโปรดของเจ้าพ่อประชานิยม

เสี่ยไก่ วัฒนา เป็น ส.ส.สมัยแรก ในดงบูรพาพยัคฆ์เสี่ยไก่ วัฒนา เป็น ส.ส.สมัยแรก ในดงบูรพาพยัคฆ์

ปี 2548 เสี่ยไก่คั่วเก้าอี้รัฐมนตรีอุตสาหกรรม และปี 2548 เป็นรัฐมนตรีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งปีนั้นเอง คือปีที่โครงการบ้านเอื้ออาทร กำเนิดเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

ปี 2549 ฝ่ายค้าน และฝ่านต้านระบอบทักษิณ เปิดแผลเรื่องทุจริตบ้านเอื้ออาทร อันเป็นที่มาของมหากาพย์คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร อันยาวนาน

ช่วงรัฐบาล คสช. เสี่ยไก่ผู้กล้าท้าชนตามสไตล์สายบู๊ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหาร เขาจึงมักต้องไปคุยกับ คสช. อยู่เสมอ 

เช่นช่วง 2 มี.ค.2559 เขาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ จนศาลอนุมัติฝากขัง 12 วัน แต่ก็ได้ขอประกันตัวโดยวางเงินหนึ่งแสนบาท ศาลอนุญาตแต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ


วันที่ 20 เม.ย.2559 เขายังถูกแจ้งความข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเสี่ยไก่ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้การบริหารงานของรัฐบาลหลายครั้ง

การเลือกตั้งปี 2562 วัฒนาสวมเสื้อเพื่อไทย กระโจนลงสนามเขตบางแค แต่เขาก็ผิดหวังอย่างรุนแรงเนื่องจากพ่ายแพ้แก่คนหน้าใหม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล)

“เสี่ยไก่ วัฒนา” คงไม่คิดหรอกว่า การลงสนามเลือกตั้งปี 2562 จะเป็นการต่อสู้ทางการเมืองครั้งสุดท้ายในชีวิตเขา และอนาคตจะเป็นอย่างไร คงต้องรอให้เขาชดใช้หนี้กรรมให้หมดเสียก่อน