ราชครูรีเทิร์น “ปองพล” ผนึก “แรมโบ้” เพื่อลูกชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507341

04 มี.ค. 2565

ราชครูรีเทิร์น "ปองพล" ผนึก "แรมโบ้" เพื่อลูกชาย

ตระกูลราชครูยังอยู่ “ปองพล” หวนคืนสังเวียน จับมือ “แรมโบ้” ช่วยปรพล ปั้นพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีเสี่ยจ้อน คุมที่มั่นใหญ่อยู่ที่ อบจ.สระบุรี คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ราชครูรุ่น 3 “ปองพล” หวนคืนสังเวียน จับมือ “แรมโบ้อีสาน” ลุยพรรครวมไทยสร้างชาติ ดัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัย

ที่มั่นเดิม “ปองพล” ยังมีเสี่ยจ้อน ทายาทราชครูรุ่น 2 เดช บุญ-หลง เป็นนายก อบจ.สระบุรี สมัยที่แล้ว ปั้น ส.ส.พลังประชารัฐ ได้ 1 ที่นั่ง

รวมไทยสร้างชาติเข็น “ปองพล” เพื่อลบคำปรามาสพรรคแรมโบ้ หลังมีข่าวผู้ใหญ่สั่งเบรก เพราะเสกสกลโอเวอร์รีแอ็ก อ้างชื่อคนดังจนปั่นป่วน

เงียบหายไปพักหนึ่ง เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ออกมาให้ข่าว ปองพล อดิเรกสาร สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค เมื่อปลายเดือน ก.พ ที่ผ่านมา

ปองพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี 4 สมัย อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง วางมือทางการเมืองไปหลายปีแล้ว เหลือเพียงราชครู รุ่น 4 อย่าง ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส. สระบุรี ที่กระโจนเข้าพรรคพลังประชารัฐ และเพิ่งลาออกมาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ปรพล อดิเรกสาร น่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ตอบรับคำเชิญชวนของแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในการมาร่วมกันก่อร่างสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติ

  • ‘ที่มั่นสระบุรี’

จะว่าไปแล้ว “ปองพล” ในฐานะราชครู รุ่น 3 ยังมีที่มั่นการเมืองอยู่ใน จ.สระบุรี โดยลูกชาย ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี เป็นผู้ดูแลพื้นที่อยู่

ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ปาล์ม หรือปรพล อดิเรกสาร จับมือ สัญญา บุญ-หลง (เวลานั้นดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครนายก) ในภารกิจพลิกฟื้นฐานการเมืองของตระกูลอดิเรกสาร ให้มีที่อยู่ที่ยืนในสระบุรี ซึ่งประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เมื่อ สมบัติ อำนาคะ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ

ปลายปี 2563 เสี่ยจ้อน สัญญา บุญ-หลง อดีตนายก อบจ.นครนายก หวนคืนถิ่นเก่าลงสมัครนายก อบจ.สระบุรี และได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย เมื่อนักการเมืองทุกพรรคในสระบุรี รวมใจหนุนเสี่ยจ้อน

สัญญา บุญ-หลง เป็นลูกชายเดช บุญ-หลง นักธุรกิจการเมืองที่ใกล้ชิด พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ตั้งแต่สมัยทำธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ด้านหนึ่ง เดช บุญ-หลง เป็นนักการเมืองสายราชครู ที่ร่วมก่อตั้งพรรคชาติไทย และหิ้วกระเป๋ามาลงสมัคร ส.ส.นครนายก โดยอาศัยฐานการตระกูลอดิเรกสาร ในสระบุรีเป็นตัวช่วย


หลังเดช บุญ-หลง จากไปเสี่ยจ้อน ก็สานต่องานการเมือง และได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.นครนายก 2 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะขยับมานั่งเก้าอี้นายก อบจ.สระบุรี เพื่อพลิกฟื้นฐานการเมืองราชครู

  • ‘เพื่อราชครูรุ่น 4’

เหตุที่ “ปองพล” ต้องหวนคืนสังเวียน คงห่วงลูกชาย ปรพล อดิเรกสาร ที่ต้องไปบุกเบิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงต้องออกแรงช่วย เรียกความเชื่อมั่นของผู้คนกลับมา หลังปล่อยให้แรมโบ้เปิดการแสดงมากเกินไป

ปองพลไม่ใช่นักการลายคราม ตกกระแส และไร้ฐานการเมือง แต่การที่เสี่ยจ้อน สัญญา บุญ-หลง ยึด อบจ.สระบุรี ได้เมื่อปีก่อน จึงทำให้ตระกูลอดิเรกสาร มีที่อยู่ที่ยืน

พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร เป็นผู้นำตระกูลอดิเรกสาร เข้าสู่เส้นทางการเมืองสระบุรีครั้งแรกในปี 2495 แต่ช่วงที่ถือได้เป็นการขับเคลื่อนทางการเมืองจริงๆ จะอยู่ในช่วงปี 2500-2550 นอกจาก พล.ต.อ.ประมาณ ก็ยังมีทายาทที่ลงเล่นการเมือง ทั้งปองพล, พศ และวีระพล จนมาถึงรุ่นหลาน-ปรพล

สัญญา บุญ-หลง นายก อบจ.สระบุรีสัญญา บุญ-หลง นายก อบจ.สระบุรี

ยุคทองของพรรคชาติไทย ตระกูลอดิเรกสาร ได้ยึดกุมการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นใน จ.สระบุรี แถมยังแผ่ขยายไปยัง จ.นครนายก เมื่อเดช บุญ-หลง ได้เป็น ส.ส.นครนายก ปี 2535 แต่หลังการเลือกตั้งปี 2550 ตระกูลอดิเรกสาร ก็เหลือเพียง ปรพล อดิเรกสาร คนเดียวที่ยังเป็น ส.ส.อยู่

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและ การเมืองของสระบุรี มีผลต่อการเกาะกลุ่มการสร้างฐานอำนาจทางการเมืองของตระกูลอดิเรกสาร นักการเมืองหน้าใหม่ในสระบุรี ได้ก้าวขึ้นมามีบทบาททางการเมืองในระดับชาติมากขึ้น

การเลือกตั้งปี 2562 ปรพลจับมือเสี่ยจ้อนเพื่อจัดทีมลงสมัคร ส.ส.สระบุรี ในนามพลังประชารัฐ ผลการเลือกตั้ง พลังประชารัฐ ได้ 2 ที่นั่ง จากทั้งหมด 3 ที่นั่ง และมี ส.ส.สระบุรี สายตรงของอดิเรกสาร อยู่คนหนึ่ง

ส่วนการลงสมัครนายก อบจ.สระบุรี ของเสี่ยจ้อน สัญญา บุญ-หลง ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้ามา 1 ปีและได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น

ฐานการเมืองท้องถิ่นสระบุรี คือความหวังของปองพล-ปรพล ที่จะสามารถทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.สระบุรี ในสีเสื้อรวมไทยสร้างชาติ

พลังใหม่ “เฮ้ง สุชาติ” ชนมือขวา “กำนันเป๊าะ” บ้านใหญ่สู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507326

03 มี.ค. 2565

พลังใหม่ "เฮ้ง สุชาติ" ชนมือขวา "กำนันเป๊าะ" บ้านใหญ่สู้

ศึกสามก๊กเมืองชลไม่จบ “เฮ้ง สุชาติ” วัดฝีมือ สท.เหี่ยว มือขวา “กำนันเป๊าะ” ตามด้วยซุ้มยังเติร์กชลบุรี รอดูปรับโครงสร้าง พปชร. อาจทิ้งพลังเฮ้ง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ศึกนี้ยังไม่จบ “เฮ้ง สุชาติ” กับกลุ่มทายาทกำนันเป๊าะ ความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองในชลบุรี อาจต้องแยกทางกันเดินในท้ายที่สุด

ในพลังประชารัฐ “เฮ้ง สุชาติ” กำลังโตวันโตคืน บารมีย่อมเบ่งบาน ในพื้นที่ชลบุรี ฝ่ายซุ้มบ้านใหญ่ก็มีคนอาสาท้ารบ อย่างเช่นกรณี สท.เหี่ยว อดีตคนสนิทกำนันเป๊าะ

ลำพังเผชิญหน้า สท.เหี่ยวก็หนักไม่เบา “เฮ้ง สุชาติ” อาจต้องเจอกลุ่มยังเติร์กชลบุรี หากปรับโครงสร้าง พปชร. ไม่เอื้อต่อกลุ่มสามมิตร

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2565 ผู้สื่อข่าวจาก จ.ชลบุรี รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขว่า สท.เหี่ยว ภาสกร หอมหวล อดีตคนสนิทกำนันเป๊าะ และมือทำงานของ สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เตรียมจะส่งลูกสาว สุภีพันธ์ หอมหวล ส.อบจ.ชลบุรี เขต 8 (อ.เมืองชลบุรี) ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 ซึ่งเท่ากับเป็นเดินหน้าชน สุชาติ ชมกลิ่น ที่แสดงตัวว่า จะลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 เหมือนเดิม

สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และรัฐมนตรีแรงงาน เคยลั่นคำไว้ว่า จะลงสมัคร ส.ส.เขตแน่นอน แต่จะไม่แข่งกับลูกๆของกำนันเป๊าะ แต่ถ้าเป็นคนอื่นก็พร้อมชน ไม่มีถอย

หากส่องแฟนเพจเฟซบุ๊คเพจหลัก กลุ่มพลังบ้านใหญ่ ก็มีภาพข่าวความเคลื่อนไหวของ สท.เหี่ยว และลูกสาว สจ.แอ้ สุภีพันธ์ ที่ทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ต่อเนื่อง ถ้าจะมองว่า เป็นการเตรียมการเพื่อก้าวสู่สนามใหญ่ ก็คงไม่ผิดนัก

  • ‘มือขวากำนันเป๊าะ’

ปี 2564 การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในเขต อ.เมืองชลบุรี “เฮ้ง สุชาติ” เคยวัดฝีมือกับ สท.เหี่ยว แม่ทัพบ้านใหญ่มาแล้ว หากจะต้องปะทะกันอีกยกในเลือกตั้ง ส.ส.ก็คงเลี่ยงไม่ได้

20 ปีที่แล้ว ในยุทธจักรหัวเมืองบูรพา ไม่มีใครไม่รู้จัก ภาสกร หอมหวล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแสนสุข หรือที่ชาวยุทธ์เรียกว่า สท.เหี่ยว มือขวากำนันเป๊าะ

หลังสิ้นกำนันเป๊าะ สท.เหี่ยว ยังเป็นกำลังหลักในทางการเมืองให้ สนธยา คุณปลื้ม และวิทยา คุณปลื้ม แม้แต่ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ตระกูลคุณปลื้ม จำต้องเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ สท.เหี่ยวก็ช่วยประสานผู้คนให้มาร่วมมือสนับสนุนทีมของลูกกำนัน

แน่นอน สุชาติ ชมกลิ่น ที่ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 สท.เหี่ยวได้ช่วยหาเสียงให้เช่นกัน เพียงแต่ตอนหลัง สุชาติได้แยกตั้งกลุ่มพลังใหม่ ก็ต้องสู้กับกลุ่มพลังบ้านใหญ่หรือบ้านใหญ่แสนสุข ในสมรภูมิเลือกตั้งเทศบาล ปรากฏว่า ทีมบ้านใหญ่ของ สท.เหี่ยว แพ้ทีมพลังเฮ้ง

ปลายปี 2564 มีกระแสข่าวซุ้มบ้านใหญ่แสนสุข จะวางตัว สจ.แอ้ สุภีพันธ์ หอมหวล ส.อบจ.ชลบุรี ลูกสาวของ สท.เหี่ยว ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 แต่ สจ.แอ้ บอกนักข่าวว่า ขอทำหน้าที่ สจ.ชลบุรี ไปก่อน และอนาคตของเธอ ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของ สท.เหี่ยว

เมื่อตรุษจีนที่ผ่าน สท.เหี่ยว ผู้รับเหมารายใหญ่ของ จ.ชลบุรี และลูกสาว สจ.แอ้ ได้เปิดบ้านแจกอั่งเปา ประมาณ 1 ล้านบาท ให้กับประชาชนในย่าน ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี

นอกจากนี้ สท.เหี่ยว ยังชื่นชอบการเตะฟุตบอล จึงให้การสนับสนุนเยาวชนได้เล่นกีฬาลูกหนัง เหมือนที่ตระกูลคุณปลื้ม สร้างสโมสรชลบุรี เอฟซี จนโด่งดัง

ด้วยศักดิ์ศรีคนบ้านใหญ่ เชื่อว่า สท.เหี่ยว ต้องฟอร์มทีมงานสู้กับสุชาติ ชมกลิ่น แน่นอน เพราะสนธยา คุณปลื้ม ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า ไม่เอาพลังเฮ้ง

  • ‘ยังเติร์กเมืองชล’

ชั่วโมงนี้ “เฮ้ง สุชาติ” ไม่ใช่จะต้องวัดฝีมือกับบ้านใหญ่กลุ่มเดียว ซุ้มยังเติร์กชลบุรี นำโดย สุรวุฒิ เนื่องจำนง ก็น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ในพลังประชารัฐพลิกผัน กลุ่มสามมิตรไม่มีที่อยู่ที่ยืน สุรวุฒิก็รอการตัดสินใจของสุริยะ-สมศักดิ์

ดังที่รู้กัน พลังประชารัฐเมืองชล แบ่งเป็น 3 ก๊กคือ ก๊กมังกรเฮ้ง (ส.ส. 2 คน) , ก๊กสามมิตรบ้านบึง (ส.ส. 2 คน) และก๊กบ้านใหญ่แสนสุข (ไม่มี ส.ส.)


สุรวุฒิ เนื่องจำนง ส.ส.ชลบุรี เขต 4 จับคู่ ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 ประกาศชัดว่าสังกัดสามมิตร โดยมีการทำกิจกรรมในพื้นที่ร่วมกับ สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

สท.เหี่ยว ภาสกร หอมหวล และลูกสาว สจ.แอ้สท.เหี่ยว ภาสกร หอมหวล และลูกสาว สจ.แอ้

ส่วน สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8 ลูกชาย พล.ร.ท.จำรัส เผือกประพันธุ์ ออกจากพลังประชารัฐไปพรรคเศรษฐกิจไทย เป็นสายตรงของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อ(พล.ร.ท.จำรัส)

ดังนั้น สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน จะจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต ก็ต้องดูท่าทีของซุ้มบ้านใหญ่ว่า จะเลือกทางสายไหนแน่ รวมถึงซุ้มยังเติร์กชลบุรี

ถ้าบ้านใหญ่แสนสุขกลับไปพรรคพลังชล ก็คาดว่า สท.เหี่ยวคงดันลูกสาว สจ.แอ้ ลงสนามเขต 1 เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีบารมี แพ้หรือชนะ เป็นเรื่องของเกมการเมือง

ห่วงบุกรุกเขาแดง ทำลายเมืองเก่า “สงขลา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507314

นายหัวไทร

03 มี.ค. 2565

ห่วงบุกรุกเขาแดง ทำลายเมืองเก่า "สงขลา"

สะเทือนใจ ข่าวกลุ่มทุน บุกรุกเขาแดง เมือง “สงขลา” ทำลายโบราณสถานแห่งประวัติศาสตร์เมืองปากอ่าว “ทะเลสาบสงขลา”

อ่านและติดตามข่าวกลุ่มทุน กลุ่มการเมืองบุกรุก เขาแดง แหล่งโบราณสถานสถานเมืองเก่าสงขลา อ.สิงหนคร จ.สงขลา มีการตัดต้นไม้ สร้างถนนขึ้นไปบนยอดเขาแล้วให้รู้สึกสะเทือนใจ เพราะนี้คือโบราณสถานแห่งประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลา

       อ่านข่าวแล้ว ให้นึกถึง “ทวดหัวเขาแดง” เทพที่สถิตย์อยู่ตรงปากน้ำสงขลา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสงขลา ช่วงปี 2518-2523 #นายหัวไทร จากหัวไทรไปเรียนที่สงขลาได้มีโอกาสนั่งรถจากนครศรีธรรมราชผ่านศาลาทวดหัวเขาแดงก่อนจะลงแพขนานยนต์ ไปยังฝั่งตัวเมืองสงขลา เห็นผู้โดยสารต่างยกมือไหว้ เราก็ยกมือไหว้ตามโดยไม่รู้ว่า คืออะไร

      ถ้านั่งแพขนานยนต์จากฝั่งตัวเมืองสงขลามายังฝั่งหัวเขาแดง ระหว่างนั่งแพขนานยนต์ข้ามทะเลสาบสงขลา ลมเย็นปะทะเข้าที่ใบหน้าให้ชื่นใจพร้อมเสียงประทัดจากเรือประมงดังแผดเสียงคำรามนับ 100 นัด อันเป็นการจุดประทัดถวายทวดหัวเขาแดงก่อนออกทำการประมงในทะเลอ่าวไทย เพื่อให้ทวดหัวเขาแดงคุ้มครองให้ปลอดภัย

ห่วงบุกรุกเขาแดง ทำลายเมืองเก่า "สงขลา"

ระหว่างนั่งแพขนานยนต์ เป็นบรรยากาศที่ชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เบื้องหน้าของแพขนาดยนต์ ถ้านั่งจากฝั่งตัวเมืองสงขลามายังฝั่งหัวเขาแดง จะปรากฏเป็นฉากวิวทิวทัศน์สวยงามตระการตา ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เป็นภาพของภูเขาขนาดใหญ่ ทอดตัวเป็นแนวยาว นั่นคือที่ตั้งของ “หัวเขาแดง” ตำนานเมืองเก่าของสงขลา ที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่ามาอย่างยาวนาน เป็นตำนานถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ตามหลักฐานที่ปรากฏในพงศาวดารเมืองสงขลาหัวเขาแดงตั้งอยู่ตรงปากอ่าวทะเลสาบสงขลา ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด แต่น่าจะเกิดในยุคต้นของกรุงศรีอยุธยา เพราะปรากฏชื่อ “เมืองสงขลา” ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พ.ศ.1893 เมืองสงขลามีฐานะเป็นเมืองประเทศราช อีกทั้งเมืองสงขลา ยังปรากฏอยู่ในเอกสารชาวต่างชาติ พวกพ่อค้าและนักเดินเรือ สงขลามีลักษณะเป็นเมืองท่า ที่มีนามว่า “ซิงกอร่า” คนพื้นเมืองเรียก “สิงขร” ที่แปลว่า “ภูเขา” สอดคล้องกับที่ตั้งเมืองสงขลาในอดีต ที่บางส่วนตั้งอยู่บนภูเขา พื้นที่บริเวณหัวเขาแดงมีลักษณะเป็นรูปคล้ายจระเข้ เป็นที่หมายของนักเดินทางในอดีต หัวเขาแดงตั้งอยู่ตรงปลายแหลมสุดของแหลมทรายสทิงพระ มีลักษณะทางกายภาพเป็นหินโคลนที่มีสีแดง จึงเรียกว่า “เขาแดง” และคำว่า “เขาแดง” ก็ยังปรากฏอยู่ในแผนที่เก่าสมัยอยุธยาอีกด้วย

“ทวดหัวเขาแดง” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหัวเขาแดง คนท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นเทพที่สถิตอยู่ ณ หัวเขาแดง ปากน้ำเมืองสงขลา มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล เชื่อว่าท่านจะคุ้มครอง ป้องกันรักษา และให้โชคแก่เมืองสงขลา ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการสร้างศาลาประดิษฐานทวดหัวเขาแดงไว้อย่างถาวร เป็นสถาปัตยกรรมจีน คล้ายศาลาเรียกว่า “ศาลาทวดหัวเขาแดง” ภายในศาลาแห่งนี้มีรูปจำลองแกะสลักของ “ทวดเขาแดง” และ “พระเอ็งบ้วนต๊ะ” เทพองค์สำคัญองค์หนึ่งของฝ่ายบุ๋น เป็นแม่ทัพที่ชาวจีนต่างนับถือมาก

ตามคำบอกเล่า..ช่วง พ.ศ. 2488 มีชาวไทยคนหนึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีนชื่อ “นางเผ็ก” ซึ่งนางเผ็กได้อันเชิญพระเอ็งบ้วนต๊ะ องค์เล็กกลับมาด้วย 1 องค์ เพื่อช่วยคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัย เมื่อเดินทางมาถึงเมืองสงขลา นางเผ็กก็ได้ทำการอันเชิญพระเอ็งบ้วนต๊ะ มาประดิษฐาน ณ ศาลาทวดหัวเขาแดง ต่อมาพระเอ็งบ้วนต๊ะ ก็ได้อันตรธานหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ด้วยกาลเวลากว่า 100 กว่าปี ส่งผลให้ศาลาหัวเขาแดงชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก

ในปี พ.ศ. 2516 “นางเปีย ฮวดอุปัด” ได้ขออนุญาตบูรณะศาลเจ้า ต่อกรมศิลปากร พร้อมแบบแปลนสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม เมื่อครั้นเริ่มบูรณะ… “พระเอ็งบ้วนต๊ะ” ได้ประทับทรง และบอกให้ไปตามหาพระเอ็งบ้วนต๊ะองค์เล็กที่หายไปกลับมา และเป็นเรื่องที่น่าปาฏิหาริย์ เมื่อนางเปียตามหาองค์พระจนเจอ โดยได้คืนมาจากชาวจีน ที่ถนนเพชรคีรี ตำบลบ่อยาง ขณะที่บูรณะอยู่ ก็ได้มีชาวปีนังเดินทางมาหาดใหญ่ และได้นำพระเอ็งบ้วนต๊ะองค์ใหญ่ มาประดิษฐาน ณ ศาลาหรือศาลเจ้า หลังจากบูรณะศาลเจ้าเสร็จ นางเปียก็ได้สร้างรูปปั้นปูนปู่ทวดหัวเขาแดง เพื่อเอาไว้สักการะ

มีความเชื่อว่า “ปู่ทวดหัวเขาแดง” คอยคุ้มครองเมืองและประชาชนชาวสงขลาให้แคล้วคลาดจากภัยธรรมชาติ เช่น ปี พ.ศ. 2505 ได้เกิดวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพายุไต้ฝุ่นได้พัดเข้ามาที่ปากอ่าวสงขลา ปู่ทวดหัวเขาแดงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองสงขลา ได้ช่วยกันต้านทานและขจัดปัดเป่าไม่ให้พายุเข้าสู่เมืองสงขลาได้ โดยมีการสันนิษฐานว่าบริเวณใกล้ที่ตั้งของศาลแห่งนี้ ในอดีตเคยเป็นป้อมปราการมาก่อน

เมื่อแพเข้าจอดเทียบท่าบริเวณฝั่งหัวเขาแดง รถของเราค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านบริเวณหน้าศาลทวดหัวเขาแดงอย่างช้า ๆ ผู้คนทั้งคนท้องถิ่นและต่างถิ่นพร้อมใจกันบีบแตร เสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการแสดงความเคารพต่อศาลเจ้าแห่งนี้ และทุก ๆ ปี จะมีงานเทศกาลยิ่งใหญ่ “สมโภชปู่ทวดพ่อหัวแดง” นั่นเอง

      เมื่อมีข่าวการบุกรุกเขาแดงของกลุ่มทุน กลุ่มการเมือง ก็ได้แต่หวังว่า #ทวดหัวเขาแดง จะรับทราบ และช่วยคุ้มครอง ปกปักรักษาเขาแดงให้แคล้วคลาดจากเงื้อมมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะเขาแดงทั้งเขาถูกประกาศให้เป็นโบราณสถานทั้งเขา และทางจังหวัดสงขลากำลังเตรียมประมวลข้อมูลทั้งหมดเสนอให้เมืองเก่าสงขลาขึ้นทะเบียนมรดกโลกต่อยูเนสโก

ขอให้ทวดหัวเขาแดงลงโทษกลุ่มผู้บุกรุกทำลายเมืองเก่าสงขลาด้วย

 #นายหัวไทร #เขาแดง #เมืองเก่าสงขลา

…….

ติดตามตอนต่อไป จะเขียนถึงโบราณสถานบนเขาแดง

แลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” พาพ่อ “ทักษิณ” กลับบ้านปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507240

02 มี.ค. 2565

แลนด์สไลด์ "อุ๊งอิ๊ง" พาพ่อ "ทักษิณ" กลับบ้านปีนี้

สัปดาห์ชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” โชว์กึ๋นผู้นำเพื่อไทย “ทักษิณ” ลั่นคำกลับบ้านแน่ พ.ศ.นี้ ยิ่งลักษณ์ฝากให้เลือกคนรุ่นใหม่เป็นนายกฯ เหมือนส่งซิกถึงหลานสาว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กลับบ้าน พ.ศ.นี้ “อุ๊งอิ๊ง” รับลูก “ทักษิณ” ปลุกชาวเพื่อไทยด้วยนวัตกรรมทางการเมือง หวังผลิตนโยบายให้โดนใจประชาชน บรรลุเป้าหมายแลนด์สไลด์

การตลาดการเมือง “อุ๊งอิ๊ง” คือความหวังใหม่ของทักษิณ และพลพรรคเพื่อไทย หลังกลุ่มแคร์ปั้นโทนี่มาปีเศษ กระแสเริ่มนิ่ง คนวงในชินวัตรจึงขยับปั้นแบรนด์นารีขี่ม้าขาว ภาค 2

สัปดาห์นี้มาเป็นแผง “อุ๊งอิ๊ง” ปิดท้ายขบวนชินวัตร โดยเริ่มจาก ปู ยิ่งลักษณ์ ไลฟ์อ้อนรักแฟนคลับ ตามด้วยโทนี่ที่ตอกย้ำ กลับไทยแน่ปีนี้

วันที่ 2 มี.ค.2565 อุ๊งอิ๊ง หรือ แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ได้จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปในหัวข้อ คิด-เปลี่ยน-โลก สร้างโลกที่ดีกว่าและแก้ปัญหาด้วยความคิดเชิงนวัตกรรม บรรยายโดย ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ผู้ก่อตั้งบริษัท Fire One One และที่ปรึกษาด้าน Business Transformation

บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค และประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค รวมทั้งกรรมการบริหาร ,ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก

นับแต่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เข้ารับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว กิจกรรมเวิร์คช็อปคิด-เปลี่ยน-โลก ถือเป็นงานแรกของเธอ

สรุปว่าในสัปดาห์นี้ ตระกูลชินวัตร หาญกล้าฝ่ากระแสดราม่าข่าวแตงโม เริ่มจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไลฟ์เฟซบุ๊คจากอังกฤษ ตามด้วยโทนี่ วู้ดซัม และปิดท้ายด้วยอุ๊งอิ๊ง

อังคารนี้ โทนี่หรือทักษิณ เปิดประเด็นรัสเซีย-ยูเครน ด้วยจุดยืนแทงกั๊ก เพราะโทนี่สนิทสนมกับปูติน ทำเอาแฟนคลับบางกลุ่มผิดหวัง แต่ตอนท้ายรายการคลับเฮาส์คืนนั้น โทนี่พูดประโยคเดียว “กลับ พ.ศ.นี้แน่นอน” ก็กลายเป็นประเด็นร้อนในวันรุ่งขึ้น

  • ‘กลับแน่ พ.ศ.นี้’

นับแต่เปิดตัว “อุ๊งอิ๊ง” บนเวทีเพื่อไทย คนทั้งประเทศก็อ่านใจทักษิณออกว่า ต้องการอะไร จึงเดิมพันครั้งสำคัญ ด้วยการพาลูกสาวคนเล็กเข้าสู่สมรภูมิการเมือง

ค่ำวันที่ 1 มี.ค.2565 ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม ร่วมเสวนาในรายการแคร์คลับเฮาส์ ในหัวข้อไทยแลนด์แสนวิกฤต : โควิดยังไม่ซา เอาอีกแล้วหว่า รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งการสนทนาเที่ยวนี้ ดูจะกร่อยๆไปหน่อย เพราะทักษิณไม่ได้แตะการเมืองไทย

ตอนท้ายของรายการแคร์คลับเฮาส์ สุธรรม แสงประทุม ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ชงคำถามที่อยากให้เป็นประเด็นคือ “คิดถึงครับ เมื่อไหร่จะกลับมา” โทนี่ยิ้มแล้วตอบว่า “พ.ศ.นี้ กลับแน่นอน”

ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้แคร์คลับเฮาส์ คงจำได้ว่า ปีที่แล้ว โทนี่พูดเรื่องจะกลับเมืองไทยกี่ครั้ง ตอนแรกๆ ฟังแล้วก็ตื่นเต้น แต่พอพูดบ่อยๆ เอฟซีก็รู้สึกชาชิน

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2564 ที่ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดขอนแก่น แพทองธาร ชินวัตร ขึ้นเวทีพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วม และนวัตกรรมใหม่ ได้แสดงวิสัยทัศน์แบบคนรุ่นใหม่

ตอนหนึ่งอุ๊งอิ๊งกล่าวขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “…คุณพ่อไม่เคยลืมบุญคุณแผ่นดินไทย ไม่เคยลืมคนไทยที่ไม่เคยลืมท่าน และท่านก็ปรารถนาที่จะได้กลับมากราบแผ่นดินไทยอีกครั้ง กลับมากราบผู้มีพระคุณ”

คำว่า พ่อปรารถนาจะกลับมากราบแผ่นดินอีกครั้ง ถูกตีความว่า อุ๊งอิ๊งจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย และเธอจะนำพาเพื่อไทยคว้าชัยแบบแลนด์สไลด์

  • ‘อภิมหาดีล’

การปรากฏตัวในพรรคเพื่อไทยบ่อยครั้งของ “อุ๊งอิ๊ง” บ่งชี้ว่าทายาทตระกูลชินวัตร เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในแผนการกลับมากราบแผ่นดินไทยอีกครั้งของทักษิณ

ก่อนครบรอบวันเกิดทักษิณ 25 ก.ค.2564 ในรายการแคร์คลับเฮาส์ โทนี่ วู้ดซั่ม พูดถึงเรื่องการกลับเมืองไทยบ่อยครั้ง วันหนึ่ง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่มแคร์ ได้ตอบคำถามในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่อง 9 เกี่ยวกับเรื่องทักษิณจะกลับบ้าน

หมอเลี้ยบ อธิบายว่า การที่โทนี่บอกจะกลับไทยแน่นอน คงประเมินจากสถานการณ์การเมืองในวันข้างหน้า มีการเลือกตั้งใหม่ หากพรรคฝ่ายประชาธิปไตย (เพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทยและประชาชาติ) ชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ก็คงจะพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้แก่ทักษิณ

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ประกบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ประกบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ลึกๆแล้ว แวดวงการเมืองได้มีการพูดถึงอภิมหาดีลที่จะนำทักษิณกลับเมืองไทยเป็นระยะๆ ซึ่งคำว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในการเมืองไทย ยังใช้ได้เสมอ หมอเลี้ยบ อาจจะแยกพรรคการเมืองในเชิงอุดมการณ์เป็นฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายเผด็จการ แต่ในความเป็นจริง นักการเมืองส่วนใหญ่ ยึดคติที่ว่า พวกมาก่อนพรรค

ส.ส.พลังประชารัฐ กว่าครึ่งพรรค ล้วนเป็นอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องพูดถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับทักษิณ ส่วนพรรคภูมิใจไทย ความขัดแย้งของทักษิณกับเนวินนั้นเจือจางไปแล้ว ส่วนอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ไม่เคยปลดรูปทักษิณออกจากผนังห้องทำงานในตึกซิโนทัย

เศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐบาลประยุทธ์บริหารประเทศได้ยอดแย่ กระแสข่าวรัฐบาลสมานฉันท์ หลังเลือกตั้งครั้งหน้า จึงมีการพูดในกลุ่มอีลิทไทยมากขึ้น และคำว่า “กลับแน่ พ.ศ.นี้” จึงไม่ใช่คำพูดที่เลื่อนลอยแน่นอน

ซุ้มสองหน้า “วิรัช” ขุนพลลุงป้อม หุ้นส่วนธรรมนัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507211

02 มี.ค. 2565

ซุ้มสองหน้า "วิรัช" ขุนพลลุงป้อม หุ้นส่วนธรรมนัส

พลังประชารัฐลุยโคราช “วิรัช” ยังเป็นขุนพลข้างกาย “ลุงป้อม” ตระกูลรัตนเศรษฐ เล่นเกมแปลกๆ แยกร่างไปอยู่ซุ้มธรรมนัส แถมผูกมิตรค่ายแป้งมันพันล้าน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พลังประชารัฐบุกโคราช “วิรัช” เจ้าภาพใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “ลุงป้อม” ยังไว้วางใจให้จัดทัพเลือกตั้งสมัยหน้า ชิงเก้าอี้ ส.ส. 16 ที่นั่ง

บ้านใหญ่โคราช “วิรัช” เล่นเกมแปลกๆ ส่งทัศนาพร น้องภรรยาไปอยู่ซุ้มธรรมนัส แต่ทัศนียา ภรรยาและลูกๆ อยู่บ้านป่ารอยต่อ

พันธมิตรข้ามขั้ว “วิรัช” ยังจับมือเสี่ยแป้งมันพันล้านในการเมืองท้องถิ่น ท่ามกลางกระแสเพื่อไทยมาแรงทั่วเมืองย่าโม

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เรียกประชุม ส.ส.ที่ห้องทำงาน ภายในอาคารรัชดาวัน และมีรายงานข่าวว่า การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2565 ของพรรค จะมีขึ้นช่วงปลายเดือน มี.ค.2565 ที่ จ.นครราชสีมา

สาเหตุที่เลือกนครราชสีมา เพราะเป็นจังหวัดที่จะมี ส.ส.มากถึง 16 คน ในการเลือกตั้งสมัยหน้า และเป็นสมรภูมิเดียวในภาคอีสาน ที่พลังประชารัฐจะแย่งชิง ส.ส.มาได้จากพรรคเพื่อไทย

ปัจจุบัน วิรัช รัตนเศรษฐ แม่ทัพใหญ่โคราช ติดบ่วงคดีคดีทุจริตสนามฟุตซอล พร้อมกับทัศนียา รัตนเศรษฐ และทัศนาพร เกษเมธีการุณ จึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ด้วยบารมีบ้านใหญ่ที่นำ ส.ส.เข้าสภาฯ ได้ 6 คน พล.อ.ประวิตร ยังไว้วางใจให้ดูแลสนามนี้

อีกด้านหนึ่ง วิรัชก็ส่ง ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 และเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 ไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส จึงดูแปลกๆ เหมือนลุงป้อมเล่นเกมซ่อนกล

หากไปส่องในพื้นที่ชายขอบโคราช ส.ส.ของตระกูลรัตนเศรษฐ ได้ออกทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่มีการขึ้นป้ายพรรคพลังประชารัฐหรือพรรคเศรษฐกิจไทย

  • ‘บ้านใหญ่ชายขอบ’

สถานการณ์เปลี่ยน “วิรัช” รู้ดีว่า สนามนครราชสีมาในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่เหมือนปี 2562 วันนี้ กระแสเพื่อไทยมาแรงในเขต อ.เมืองนครราชสีมา และอำเภอรอบนอกโซนเสื้อแดงเก่า

ผลเลือกตั้งปี 2562 ส.ส.นครราชสีมา 14 เขต 14 คน แยกเป็นพลังประชารัฐ 6 คน, เพื่อไทย 5 คน ,ภูมิใจไทย 3 คน และชาติพัฒนา 1 คน

พลังประชารัฐภายใต้การนำของบ้านใหญ่รัตนเศรษฐ กวาดมา 6 ที่นั่ง(เฉพาะตระกูลของวิรัช 4 คน) ด้วยคนโคราชจะชื่นชอบ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะลูกหลานย่าโม บวกกับพลังอำนาจรัฐ และความเก๋าในการจัดการเรื่องหาคะแนนของทีมวิรัช

วิรัชเล่นการเมืองมานานกว่า 30 ปี และเป็นครั้งแรกที่วิรัชนำมาสมาชิกครอบครัวเข้าสภาได้มาก 5 คน รวมถึงตัวเขาด้วย และปลัดแบงก์ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ก็ได้ตำแหน่ง รมช.คมนาคม

สำหรับ 2 ส.ส.โคราช สายนอกบ้านรัตนเศรษฐ คือ เกษม ศุภรานนท์ เขต 1 และ สมศักดิ์ พันธ์เกษม เขต 11 ก็มีเพียงเกษมคนเดียวที่สนิทกับวิรัช ส่วนเสี่ยเบี้ยว สมศักดิ์นั้นมาด้วยฐานเสียงตัวเอง

ชั่วโมงนี้ เสี่ยเบี้ยวก็เลือกไปสังกัดภูมิใจไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยังเหลือแต่ภรรยาและลูกๆของวิรัชที่ยังอยู่พลังประชารัฐ

  • ‘พันธมิตรแป้งมัน’

เอาเข้าจริง “วิรัช” ก็ยังเป็นขุนพลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูจากการเดินทางลงไปที่นราธิวาสเมื่อ 2 มี.ค.2565 เสี่ยปาน วิรัช ได้ร่วมคณะบิ๊กป้อมไปพบประชาชนในพื้นที่ปลายด้ามขวาน

ถ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร จะพบว่า กลุ่มแกนนำพลังประชารัฐที่ใกล้ชิด ก็มีสันติ พร้อมพัฒน์ ,สุชาติ ชมกลิ่น และวิรัช รัตนเศรษฐ ส่วนปีกกลุ่มสามมิตร ที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ กลับไม่ค่อยได้ร่วมปรึกษาหารือกับบิ๊กป้อม

สมรภูมิโคราชสมัยหน้า พรรคการเมืองที่จะลงชิงชัยกันหลักๆ ก็มีพรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติพัฒนา โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นตัวแปร

ว่ากันตามสถานการณ์ปัจจุบัน กระแสทักษิณฉุดให้เรตติ้งเพื่อไทยดีขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ตรงกันข้าม กระแสลุงตู่ค่อยๆลดลง ดังนั้น พลังประชารัฐและภูมิใจไทย ที่ไม่มีกระแสพรรค ก็ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของ ส.ส. และกลยุทธ์หาคะแนนแบบเก่า

ทีม ส.ส.บ้านรัตนเศรษฐ แจกปฏิทิน ไม่มีโลโก้พรรคพลังประชารัฐทีม ส.ส.บ้านรัตนเศรษฐ แจกปฏิทิน ไม่มีโลโก้พรรคพลังประชารัฐ

วิรัชจึงแตะมือ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา แม่ทัพใหญ่ค่ายภูมิใจไทย เป็นพันธมิตรการเมืองระดับท้องถิ่น

หลังเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมา ยลดา หวังศุภกิจโกศล แต่งตั้งกมลศักดิ์ เกษเมธีการุณ เป็นรองนายก อบจ.นครราชสีมา คนที่ 4 ซึ่งกมลศักดิ์เป็นสามีของ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.โคราช เขต 8

เลือกตั้งปี 2548 วิรัช พาภรรยาไปสังกัดพรรคมหาชน เจอพายุทักษิณ กวาด ส.ส.โคราชไปเกือบหมด ยกเว้นเขตของทัศนียา รัตนเศรษฐ ซึ่งครั้งหน้า วิรัชอาจเจอพายุเพื่อไทยแลนด์สไลด์อีกรอบก็เป็นได้

มายา 260 เสียง “อนุทิน” มั่นใจทัพงูเห่า สู้ซุ้มธรรมนัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507129

01 มี.ค. 2565

มายา 260 เสียง "อนุทิน" มั่นใจทัพงูเห่า สู้ซุ้มธรรมนัส

ฝันไปหรือเปล่า ธรรมนัสถามดังๆ “อนุทิน” ไม่สะดุ้ง เชื่อปีสุดท้ายของสภาฯ มีงูเห่าฝากเลี้ยงเพียงพอต่อการค้ำยันเก้าอี้นายกฯประยุทธ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ฝันไปหรือเปล่า “อนุทิน” เจอคำถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่จงใจเหน็บไปถึงคนโตในทำเนียบรัฐบาล กรณีมีโพยรายชื่อ ส.ส.260 คน หนุนรัฐบาลประยุทธ์

ตัวเลข 260 เสียงของ “อนุทิน” ในห้วงเวลานั้น คือเกมสร้างภาพหนูช่วยราชสีห์ สร้างความมั่นใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าไปกังวลซุ้มหอกข้างแคร่

ธรรมนัสอ่านเกม “อนุทิน” ทะลปรุโปร่ง จึงออกมาตั้งคำถามเชิงเสียดเย้ย และตอกย้ำ ไม่มีเสียง ส.ส.เศรษฐกิจไทยในจำนวน 260 เสียง

สืบเนื่องจากกระแสข่าว อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย งัดโพยตัวเลข ส.ส.จำนวน 260 เสียง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มั่นใจว่า เสียงฝ่ายค้านล้มรัฐบาลไม่ได้ และ ส.ส.ซุ้มธรรมนัส ก็จะทำอะไรไม่ได้

วันที่ 1 มี.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย ตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับ 260 เสียงหนุนรัฐบาลประยุทธ์ว่า “260 เสียง ฝันไปหรือเปล่า ผมไม่ได้ว่าใคร แต่เอาตัวเลขมาจากไหน ใครๆก็นับมือได้ แต่ไม่มีพรรคเศรษฐกิจไทยอยู่ในนั้นแน่นอน”

วันนี้ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย มีจำนวน 18 คน แต่ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 และวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ทำให้ยอด ส.ส.ซุ้มธรรมนัส เหลือเพียง 16 คน

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประเมินว่า มี ส.ส.อยู่ในการดูแลทั้งที่เปิดหน้า และไม่เปิดหน้าจำนวน 77 เสียง ซึ่งเพียงต่อการค้ำยันรัฐบาล โดยไม่ต้องหวังพึ่ง 16 เสียงจากซุ้มธรรมนัส

‘คำไหนคำนั้น’

การเมืองเรื่องต่อรอง “อนุทิน” เรียนรู้ธรรมชาติการเมืองแบบรัฐบาลผสม จึงอาศัยจังหวะพลังประชารัฐปั่นป่วน จนทำให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพ แกนนำภูมิใจไทย จึงกระโดดเข้ามายืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์

ปัจจุบัน ตัวเลขของ ส.ส.ในสภาฯ มีผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมด 474 คน แบ่งเป็น ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 208 เสียง และพรรคร่วมรัฐบาล 263 เสียง (รวมเสียงของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส 16 เสียง) ซึ่งตัวเลขของ ส.ส.ที่จะใช้เป็นองค์ประชุมคือ 238 เสียง ดังนั้น ขั้วรัฐบาลจะมีเสียงที่เกินกึ่งหนึ่งอยู่ทั้งสิ้น 25 เสียง

สถานการณ์สุ่มเสี่ยงของรัฐบาลประยุทธ์คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีการลงมติ ในสมัยประชุมหน้า ระหว่าง 22 พ.ค. – 18 ก.ย.2565 ซึ่งฝ่ายค้านไม่รีรอที่จะยื่นญัตติโค่นประยุทธ์อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นตัวเลข 260 เสียง ที่ภูมิใจไทยโชว์อวดในวันนี้ จะต้องถูกทวงถามจากฝ่าย ร.อ.ธรรมนัส

มีจริงหรือไม่? ไม่เพียง ร.อ.ธรรมนัส ถามดังๆ และนักสังเกตการณ์ทางการเมืองก็แอบตั้งคำถามเหมือนกัน แต่ก็มีคนไปขุดตัวเลขคะแนนเสียงไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อ 4 ก.ย.2564 ซึ่งทั้งคู่ได้คะแนนไว้วางใจ 269 เสียงเท่ากัน

ตัวเลข 269 เสียงนั้นมาจากพรรคเล็ก พรรคเพื่อชาติ และพรรคก้าวไกล ส่วนพรรคเพื่อไทยใช้วิธีงดออกเสียงประมาณ 5 คน

‘งูเห่าฝากเลี้ยง’

ตอนที่มีข่าวเรื่อง 260 เสียง “อนุทิน” ต้องตอบคำถามสื่อมวลชนอาวุโสเรื่องจะเอาเสียงมาจากไหน ซึ่งมีนักการเมืองฝ่ายค้าน ก็ให้ความเห็นคล้ายๆกับ ร.อ.ธรรมนัสว่า ฝันไปหรือไป

เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาล 263 เสียง แต่ต้องหัก 16 เสียงของกลุ่มธรรมนัสออกไป ก็จะเหลือ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 248 เสียง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของสภาฯ ก็อาจจะมีการร้องขอเพื่อน ส.ส.บางคนในฝ่ายค้านให้แสดงความจริงใจในการจะทำงานร่วมกัน

พลิกแฟ้มเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.ทั้งหมด 51 คน หลังจากนั้น มี ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่,พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ ย้ายพรรคมาร่วมงานด้วย จำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นเป็น 65 เสียง แต่ขณะนี้ มี ส.ส. 3 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ 3 คน เหลือที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ 62 คน

ที่น่าสนใจ พรรคภูมิใจไทย ยังมี ส.ส. 5 คนที่ฝากไว้ในพรรคก้าวไกล ,พรรคเพื่อไทย 4 คน ,พรรคเพื่อชาติ 3 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน ซึ่งเฉพาะพรรคเพื่อไทยนั้น อาจมีเพิ่มขึ้นเป็น 6-7 คน

สอดรับกับรายงานจากพรรคภูมิใจไทยที่ว่า ในการประชุมผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2565 ได้มีการหารือสถานการณ์การเมือง ระยะเวลา 1 ปี สุดท้ายของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ซึ่งจะครบวาระในเดือนมี.ค.2566 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า มี ส.ส.ปัจจุบัน และอดีต ส.ส. สนใจสมัครเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย มากกว่า 20 คน

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้จัดทัพรับเลือกตั้งแล้ว โดยแบ่งงานให้แม่ทัพใหญ่ดูแลครบทุกภาค อนุทิน คุมภาคกลางและตะวันออก ,ชาดา คุมภาคเหนือ, ทรงศักดิ์-ศุภชัย คุมอีสานเหนือ, ศักดิ์สยาม คุมอีสานใต้ และโกเกี๊ยะ-เจ๊เปี๊ยะ คุมภาคใต้

นี่เป็นความมั่นใจของอนุทิน และแกนนำค่ายสีน้ำเงิน ฉะนั้น 260 เสียงเฉพาะหน้า โดยไม่มีเสียงหนุนจากซุ้มธรรมนัส 16 เสียง ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

แผนลึก “ประวิตร-ธรรมนัส” กลเกมยึดปลายด้ามขวาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507122

01 มี.ค. 2565

แผนลึก "ประวิตร-ธรรมนัส" กลเกมยึดปลายด้ามขวาน

พรรคพี่พรรคน้อง “ประวิตร-ธรรมนัส” เดินเกมลึก หวังฮุบปลายด้ามขวาน ดึง ส.ส.นราธิวาส เป็นแม่ทัพใหญ่ รอแขวนป้ายเศรษฐกิจไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

คนละพรรคพวกเดียวกัน “ประวิตร-ธรรมนัส” มีความเคลื่อนไหวแล้ว ฉากหน้าเหมือนคนไม่รู้จักกัน แต่หลังฉากเชื่อมประสานกัน

แผนลับลวง “ประวิตร-ธรรมนัส” เดินเกมคู่ขนาน ผู้กองเมืองพะเยาล่องใต้ลุยน้ำท่วมนราธิวาส นำร่องลุงป้อมที่จะยกทัพใหญ่ไปเมืองสุไหงโก-ลก ในสัปดาห์นี้

เกมต่อรอง “ประวิตร-ธรรมนัส” ยังหวังที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน ครม.ประยุทธ์ เพราะเก้าอี้รัฐมนตรียังว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง

เงียบหายไปนาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย ได้มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไล่มาจากสุดปลายด้ามขวาน จนมาถึงคลองเตย

วันที่ 28 ก.พ.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางไป จ.นราธิวาส เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยมี สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 และ กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส สองแกนนำพรรคพลังประชารัฐให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ประหนึ่งยังอยู่พรรคเดียวกัน

วันที่ 1 มี.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นำ ส.ส.และสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย ลงพื้นที่ชุมชนการเคหะท่าเรือ คลองเตย เพื่อมอบถุงยังชีพให้ประชาชนในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อในประเด็นการเมืองด้วย

ไม่เหนือความคาดหมาย ร.อ.ธรรมนัส บอกพรรคเศรษฐกิจไทย จะเป็นพรรคอิสระ และแสดงท่าทีไม่แยแสต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันกับนักข่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ธรรมนัสอยู่ฝั่งรัฐบาล

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า ปลายเดือน มี.ค.2565 จะมีการประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจไทย และพร้อมจะเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยขณะนี้ 18 ส.ส.ยังมีความเหนียวแน่น ไม่มีผู้ใดคิดจะกลับพรรคพลังประชารัฐ

วันเดียวกัน นักข่าวพยายามไปถาม พล.อ.ประวิตร เรื่องท่าทีของธรรมนัสต่อรัฐบาลประยุทธ์ ลุงป้อมก็ยิ้มแบบมีเลศนัย และยืนยันคำพูดเดิมว่า “ธรรมนัสสนับสนุนนายกฯ”

‘นำร่องให้ลุงป้อม’

ตามรอย “ประวิตร-ธรรมนัส” จากบ้านป่ารอยต่อสู่นราธิวาส ที่มั่นทางการเมือง ซึ่งในวันข้างหน้า ยังไม่ชัดว่าจะเป็นของพลังประชารัฐ หรือเศรษฐกิจไทย

การเดินทางไป อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2565 ต่างจากการมาทอดผ้าป่าที่ อ.ตากใบ ต้น ก.พ.นี้ โดยครั้งล่าสุดนี้ มี ส.ส.บีลา หรือ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นำทีมนักการเมืองท้องถิ่นมาต้อนรับคึกคัก

ส่วนทีมงานบ้านใหญ่เมืองนราธิวาสมาพร้อมหน้า กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส ,สกุลศักดิ์ มะดาโอ๊ะ ,สจ.อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รองประธานสภา อบจ.นราธิวาส, ผู้บริหารเทศบาลตำบลปาเสมัส, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทีมงานกลุ่มเพื่อน ส.ส.บีลา

ตลอดวันนั้น ส.ส.บีลา พา ร.อ.ธรรมนัส พบปะผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมและให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพอาหารแห้งในหลายจุดที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ตกค่ำ ร.อ.ธรรมนัสกับ ส.ส.บีลา ก็นั่งเครื่องบินเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรายงานสภาพปัญหาในพื้นที่ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รับทราบ ซึ่งวันที่ 2 มี.ค.2565 พล.อ.ประวิตร และคณะ ก็จะเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก

เดิมที ส.ส.บีลา สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ก็ติดโผจะถูกขับไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย แต่ตอนหลัง ลุงป้อมสั่งให้อยู่ที่พลังประชารัฐ โดยส่วนตัว ส.ส.บีลา ก็สนิททั้ง ร.อ.ธรรมนัส และสุชาติ ชมกลิ่น

‘ที่มั่นลุงป้อม’

แท้จริงแผนลับลวง “ประวิตร-ธรรมนัส” ก็รู้กันอยู่ในหมู่ ส.ส.พลังประชารัฐ เพราะตัวละครหลักพรรคเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็ล้วนแต่คนวงในของบ้านป่ารอยต่อ

ย้อนไปเมื่อ 6 พ.ย.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ควง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางไปเปิดการประชุมสาขาพรรคที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ของสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส

วันนั้น พล.อ.ประวิตร ประกาศว่า สนามเลือกตั้งนราธิวาสสมัยหน้า ได้มอบให้ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส และกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส เป็นผู้จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.

กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส จัดว่าเป็นบ้านใหญ่เมืองนราฯ คุมการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน โดยมีลูกชายเป็น ส.ส. 2 คน คือ กูเฮง ยาวอหะซัน พรรคประชาชาติ และวัชระ ยาวอหะซัน พรรคพลังประชารัฐ

ร.อ.ธรรมนัส และ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เตรียมการรอรับลุงป้อมที่นราธิวาสร.อ.ธรรมนัส และ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เตรียมการรอรับลุงป้อมที่นราธิวาส

การเลือกตั้งปี 2562 ในโซน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พลังประชารัฐ มี ส.ส. 3 คน ได้แก่นราธิวาส 2 คน วัชระ ยาวอหะซัน (ลูกชายกูเซ็ง ยาวอหะซัน), สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ และยะลา 1 คน อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ

สมรภูมินราธิวาส สมัยหน้ามี ส.ส.ได้ 5 คน ลุงป้อมจึงหวังจะได้ ส.ส.เพิ่มจากเดิม 2 คน เป็น 3-4 คน ด้วยเชื่อมั่นในศักยภาพของ ส.ส.บีลา และนายกฯกูเซ็ง

สำคัญว่า วันข้างหน้า ส.ส.บีลา จะอยู่พลังประชารัฐ หรือย้ายไปเศรษฐกิจไทย เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัสก็ตามประกบอยู่ และสุชาติ ชมกลิ่น ก็พยายามดึง ส.ส.บีลา ให้ถอยออกมาจากซุ้มผู้กองเช่นกัน

เสี้ยวชีวิตการเมือง “พิชัย รัตตกุล” เกือบได้เป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/507016

28 ก.พ. 2565

เสี้ยวชีวิตการเมือง "พิชัย รัตตกุล" เกือบได้เป็นนายกฯ

รำลึกนักการเมืองอาวุโส “พิชัย รัตตกุล” ผู้ท้าทายเผด็จการ เกือบได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ชวดโอกาสทอง เพราะเจอกลเกมใน ปชป. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สิ้นตำนานการเมือง “พิชัย รัตตกุล” ผู้กอบกู้ ปชป.จากความตกต่ำ และนำพาพรรคสู่สนามเลือกตั้งปี 2529 กวาด ส.ส.มาอันดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นนายกฯ

ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ “พิชัย รัตตกุล” เรียนรู้การเมืองแบบไทยๆ เผชิญการต่อสู้ภายในพรรคครั้งใหญ่ จนกลายเป็น “กลุ่ม 10 มกรา” อันลือลั่นในอดีต

จากทายาทหมากหอมเยาวราช “พิชัย รัตตกุล” โลดแล่นบนถนนการเมืองยาวนานกว่าค่อนชีวิต และมีสิ่งที่ผู้คนจดจำอยู่หลายเหตุการณ์ รวมถึงการตั้งรัฐบาลโดย ปชป.ที่ไม่สำเร็จ


บ่ายวันที่ 28 ก.พ.2565 พิชัย รัตตกุล อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลศิริราช สิริรวมอายุ 96 ปี

พิชัยเป็นบุตรชาย พิศาล รัตตกุล อดีตประธานกรรมการบริษัท เยาวราช จำกัด ผู้ผลิตหมากหอมเยาวราช เมื่อพิชัยเข้าสู่วงการเมือง สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาว่า “เสี่ยหมากหอม”

การเลือกตั้งปี 2512 พิชัย รัตตกุล ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก กระทั่งปี 2525 พิชัย จึงได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สืบต่อจาก พ.อ.(พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ยุคตกต่ำสุดขีด


‘เกือบได้เป็นนายกฯ’

ระหว่างปี 2525-2534 ยุคที่ “พิชัย รัตตกุล” ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. การเมืองไทยตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ซึ่งนักวิชาการเรียกว่า ประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือระบอบเปรมาธิปไตย

หลังรัฐประหาร 2520 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เรียกกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยครึ่งใบ เพราะยังเปิดโอกาสให้คณะทหารได้เข้ามามีอำนาจ ผ่านกลไกรัฐสภา โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 เปิดทางให้คนนอก เป็นนายกรัฐมนตรี และให้วุฒิสภา โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้

การเลือกตั้ง 22 เม.ย.2522 พรรค ปชป.พ่ายยับทั่วประเทศ เฉพาะสนามเมืองหลวง ได้เกิดปรากฏการณ์พรรคประชากรไทยฟีเวอร์ ของสมัคร สุนทรเวช กวาดเก้าอี้ ส.ส.เกือบหมด ยกเว้นเขต 6 พ.อ.ถนัด คอมันตร์ สอบได้คนเดียว

หลังการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ มีการโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ พรรค ปชป.ก็เข้าร่วมหนุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2523

เลือกตั้งปี 2526 พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร นำพรรคชาติไทย ได้เสียงมากที่สุด พยายามจับขั้วตั้งรัฐบาล โดยเสนอตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อ ปชป. และกิจสังคม ยังเลือกที่จะหนุน พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

เลือกตั้ง 27 ก.ค.2529 ผลการเลือกตั้งปรากฎว่า พรรค ปชป. 100 เสียง, พรรคชาติไทย 63 เสียง ,พรรคกิจสังคม 51 เสียง ,พรรคสหประชาธิปไตย 38 เสียง, พรรคประชากรไทย 24 เสียง, พรรครวมไทย 19 เสียง พรรคราษฎร 18 เสียง ส่วนพรรคต่ำกว่า 10 เสียงรวมกัน 25 ที่นั่ง

ตอนนั้น นักวิชาการหัวก้าวหน้าได้เรียกร้องให้พิชัยแสดงความกล้าหาญ โดยเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี จับมือพรรคชาติไทย และพรรคกิจสังคม จัดตั้งรัฐบาล และพิชัยก็ต่อสายถึงพรรคชาติไทย เตรียมตั้งรัฐบาล แต่นาย ทหารลูกป๋า ก็เดินสายล้อบบี้พรรคเล็กๆ ไม่ให้เข้าร่วมกับ ปชป. ตั้งรัฐบาลที่มีพิชัย รัตตกุล เป็นนายกรัฐมนตรี

ในที่สุด ปชป.ยอมจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.เปรม อีกครั้ง เป็นรัฐบาลผสม 4 พรรค 232 เสียง ประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ กิจสังคม ชาติไทย และราษฎร

เหนืออื่นใด กลุ่มสะตอสามัคคี ที่เติบใหญ่ในพรรค ปชป. อาทิ ชวน หลีกภัย, บัญญัติ บรรทัดฐาน, วีระ มุสิกพงศ์, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และคุณหญิงสุพัตรา มาศดิถต์ ต่างก็สนับสนุนป๋าเปรม เป็นนายกฯ อ้างเรื่องความมั่นคง

เสี่ยหมากหอม หรือพิชัย จึงต้องแอบมากระซิบนักข่าวว่า ปชป.ได้ข้อมูลใหม่ เกี่ยวกับความมั่นคง จึงต้องหนุนป๋าเปรมอีกครั้ง เพื่อบ้านเมืองสงบร่มเย็น

‘กบฏ 10 มกรา’

แม้จะมีการจัดตั้งรัฐบาลเปรมผ่านไปเรียบร้อย แต่ “พิชัย รัตตกุล” ก็เผชิญความขัดแย้งภายในพรรค อันเนื่องจากการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ระหว่างกลุ่มเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ กับกลุ่มสะตอสามัคคี

สำหรับ เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 4 (พระโขนง) เมื่อเลือกตั้งทั่วไป 2529 ผลปรากฏว่า สอบได้พร้อมกับ พิชัย รัตตกุล ส.ส.เก่าเจ้าของสนามนี้มาตั้งแต่ปี 2518


ปีนั้น เฉลิมพันธ์ รองหัวหน้าพรรค ได้ก่อตั้งกลุ่ม 10 มกรา และได้รับการสนับสนุนให้ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. โดยเป็นการแข่งขันระหว่างเฉลิมพันธ์ กับพิชัย ที่มีกลุ่มสะตอสามัคคีสนับสนุน

สุดท้าย ฝ่ายเฉลิมพันธ์พ่าย ต้องยกพวกออกไปตั้งพรรคประชาชน และการเลือกตั้งปี 2531 เฉลิมพันธ์ ก็ย้ายสนามไปลงสมัคร ส.ส.ที่นครราชสีมา ตามคำชักชวนของเลิศ หงษ์ภักดี อดีต ส.ส.นครราชสีมา

หลังเลือกตั้ง ป๋าเปรมบอกว่า พอแล้ว ไม่เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย พรรคชาติไทยจึงเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล โดยพรรค ปชป.ก็เข้าร่วมด้วย

ปี 2534 พิชัยลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. และที่ประชุมพรรคได้เลือกชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน หลังจากนั้น พิชัยก็ค่อยลดบทบาทภายในพรรค และถอยฉากออกจาก ปชป.

บั้นปลายชีวิต พิชัยยังเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และแสดงความเห็นผ่านสื่อเป็นระยะๆ โดยไม่ยึดติดกับพรรคการเมืองใด

ส่งซิก “ยิ่งลักษณ์” ฝันกราบแผ่นดิน หลัง พท.แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506999

28 ก.พ. 2565

ส่งซิก "ยิ่งลักษณ์" ฝันกราบแผ่นดิน หลัง พท.แลนด์สไลด์

ถือฤกษ์ทักษิณกราบแผ่นดิน “ยิ่งลักษณ์” พบประชาชนผ่านสื่อโซเชียล ลูกเล่นการตลาดรักษาฐานเสียงเดิม เพิ่มเติมคนรุ่นใหม่ ปูทางสู่เพื่อไทยแลนด์สไลด์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ถือฤกษ์ทักษิณกราบแผ่นดิน “ยิ่งลักษณ์” โผล่ไลฟ์เฟซบุ๊คพบแฟนคลับชินวัตรครั้งแรก หลังหลบหนีคดีไปอยู่ต่างแดนหลายปี

เอาใจ Gen Y Gen Z “ยิ่งลักษณ์” ไม่ต้องการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถึงเวลาของคนรุ่นใหม่ จะเข้ามาบริหารประเทศ

วงในเพื่อไทย “ยิ่งลักษณ์” ยังเป็นตัวละครหลังม่านคนสำคัญในวอร์รูมดูไบ คอยวางกลยุทธ์สู้ศึกเลือกตั้ง และจัดทัพจัดคนร่วมกับเจ๊แดง

เมื่อ 14 ปีที่แล้ว วันที่ 28 ก.พ.2551 ภาพการทรุดตัวก้มลงกราบแผ่นดินแม่ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลายเป็นช็อตกระชากใจกลุ่มคนรากหญ้า และพวกเขารอคอยที่จะได้เห็นอดีตนายกฯทักษิณ กลับมาตุภูมิอีกครั้งหนึ่ง

ทักษิณใช้เวลาอยู่ในไทยเพียงไม่กี่เดือน วันที่ 31 ก.ค.2551 เขาก็เดินทางไปชมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงปักกิ่ง แล้วก็ไม่ได้เดินทางกลับไทยอีกเลย

ตอนสายวันที่ 28 ก.พ.2565 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ไลฟ์เฟซบุ๊คพูดคุยกับเอฟซีชินวัตร โดยมีพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ อดีตโฆษกพรรคไทยรักษาชาติร่วมพูดคุย ซึ่งบังเอิญตรงกับวันเชิงสัญลักษณ์ที่ทักษิณกลับมากราบแผ่นดิน

การเลือกเอาวันที่เป็นสัญลักษณ์กราบแผ่นดินของทักษิณ ก็คงต้องการสื่อให้เห็นว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ จะเป็นเดิมพันครั้งสุดท้าย หากเพื่อไทยชนะก็ได้กลับบ้าน

“เพราะมีเธอ ชีวิตนี้จึงเดินมาไกลยิ่งกว่าความฝัน เพราะมีเธอ ชีวิตฉันจึงเจอเส้นทางที่มีแสงไฟ เป็นของขวัญที่สวยที่สุด และมีค่าที่สุดสำหรับหนึ่งลมหายใจ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งไป สัญญาจะวางหัวใจบนมือของเธอ..”

ก่อนเข้ารายการสนทนา มีการเปิดเพลงที่ยิ่งลักษณ์ Cover เพลงชื่อเพลงของเธอ ต้นฉบับปาน ธนพร แวกประยูร อดีตนายกฯหญิงบอกว่า เหตุที่เลือกเพลงนี้ เพราะคิดถึงประชาชนอยู่ทุกลมหายใจ

‘ปูทางกลับบ้าน’

การปรากฏตัวผ่านสื่อโซเชียลของ “ยิ่งลักษณ์” จะคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเรื่องการเมือง เพราะสัญญาณการเลือกตั้งครั้งใหม่ชัดเจน หนีไม่พ้นภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า

ลีลาแบบยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่มวยจอมบุกแบบโทนี่ เธอยังใช้ความเป็นผู้หญิงที่มีลูกอ้อนลูกหวานหว่านความรักไปยังเอฟซีทุกคน

“ดิฉันมาอยู่ต่างประเทศเป็นเวลา 4 ปีแล้ว วันเวลาผ่านไปเร็วมาก ทั้งนี้ จะบอกว่าสบายก็คงไม่ใช่ คนเราจากบ้านเกิด จากสิ่งที่เราทำมาทุกวัน มาว่างงาน มาอยู่ห่างบ้านห่างเมือง ไม่ได้เจอพี่น้องเพื่อนฝูง คนรู้จักก็คิดถึง..”

ตอนหนึ่ง เอฟซีทางบ้านถามว่า อยากเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหรือไม่ ยิ่งลักษณ์ตอบว่า “..ตอนนี้อาจจะเรียกว่าหมดยุคเราแล้วหรือไม่ เพราะวันนี้เป็นช่วงเวลาของคนรุ่นใหม่แล้ว เด็กรุ่นใหม่มีความสามารถเยอะ”

โทนี่และยิ่งลักษณ์คิดเหมือนกัน การเลือกตั้งสมัยหน้า คู่แข่งที่น่าเกรงขามของพรรคเพื่อไทยคือ พรรคก้าวไกล ที่ครองใจคนรุ่น Gen Y Gen Z อยู่เป็นส่วนใหญ่

การที่กลุ่มแคร์ปั้นแบรนด์โทนี่ วู้ดซั่ม เพื่อต้องการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ทำนองเดียวกัน ยิ่งลักษณ์กลับมาพบเอฟซีผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ก็หวังจะสื่อสารกับคนรุ่นลูกรุ่นหลานเป็นสำคัญ

‘เพื่อไทยยุค 3 เจ๊’

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ยิ่งลักษณ์” ยังมีบทบาทเป็นผู้นำหลังม่านของเพื่อไทย ข่าววงในช่วงการเปลี่ยนผ่านในพรรคเมื่อปีที่แล้ว ก็มีเสียงกระซิบจากวอร์รูมดูไบเป็นระยะๆ และผู้ที่รับรู้ถึงการเข้ามาแทรกแซงของเจ๊ปู ดูไบ ได้เป็นอย่างดี ก็หนีไม่พ้นเจ๊หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

นาทีนี้ ผู้มากบารมีนอกพรรคที่ถูกกล่าวขานถึงอยู่บ่อยๆคือ เจ๊อ้อ, เจ๊ปู และเจ๊แดง ซึ่งโดยภาพรวมเจ๊อ้อ ยังมีบทบาทสูงยิ่งผ่านคนการเมืองกลุ่มแคร์

สำหรับเจ๊ปู ที่พกความแค้นหลบหนีออกไปต่างประเทศ ดูจะมีความกระตือรือร้นในการเล่นเกมนอกพรรค ช่วงหนึ่งจึงมีข่าวทำนองว่า มีใครบางคนจากแดนไกล ให้การสนับสนุนกลุ่มราษฎร เดินเกมม็อบกดดันไล่รัฐบาลประยุทธ์

ดังที่ทราบกัน หญิงผู้มากบารมีแห่งจันทร์ส่องหล้า ดูจะระมัดระวังการเดินเกมแบบทะลุทะลวง จึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดของเจ๊ปูในบางเรื่อง แต่ทักษิณค่อนข้างแคร์ความรู้สึกของน้องสาวคนเล็ก จึงพยายามผ่อนสั้นผ่อนยาว รักษาดุลอำนาจของผู้หญิง 2 คนนี้

ยิ่งลักษณ์ ไลฟ์เฟซบุ๊คครั้งแรก ถือฤกษ์วันกราบแผ่นดินของทักษิณยิ่งลักษณ์ ไลฟ์เฟซบุ๊คครั้งแรก ถือฤกษ์วันกราบแผ่นดินของทักษิณ

เจ๊อ้อมีลักษณะประนีประนอมสูง ตรงกันข้ามกับเจ๊ปู ภายนอกดูหวาน แต่ภายในใจยังคั่งแค้นกลุ่มพี่น้อง 3 ป.ที่เล่นงานเธอ จนไม่มีแผ่นดินอยู่

ส่วนใหญ่เจ๊แดง ตอนนี้มีภารกิจจัดทัพเพื่อไทยในภาคเหนือ ซึ่งรอบนี้ไม่มีรายการแตกแบงก์พัน จึงรวมศูนย์ที่เพื่อไทย ทักษิณหวังกวาดเก้าอี้ ส.ส.เหนือตอนบน โดยไม่มีการแบ่งให้พรรคผู้กองอย่างเด็ดขาด

สำหรับเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่าน และแพร่ คงไม่มีปัญหา พรรคเพื่อไทยคงชนะยกจังหวัดหมด เหลือแต่เชียงราย และพะเยา ซึ่งหนที่แล้ว ถูกเจาะไปจังหวัดละ 2 เขต เป็นโจทย์ใหญ่ของเจ๊แดง ที่จะต้องแก้เกมให้ได้

อย่างไรก็ตาม การที่ยิ่งลักษณ์ไลฟ์เฟซบุ๊คเป็นระยะๆ ย่อมส่งผลดีต่อฐานแฟนคลับคนเสื้อแดง ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งลูกเล่นการตลาดทำนองนี้ ทักษิณมีความช่ำชองอยู่แล้ว

การเมืองเปลี่ยน “สงขลา” เขต 4 สนุกขึ้นอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506958

นายหัวไทร

28 ก.พ. 2565

การเมืองเปลี่ยน "สงขลา" เขต 4 สนุกขึ้นอีก

การจับกุมกฤต ที่เตรียมลงสมัคร ส.ส.เขต 4 “สงขลา” ทำให้การเมืองเขต 4 เปลี่ยนทันที จับตาการจัดทัพของประชาธิปัตย์ โดยนายกฯชาย

บรรยากาศการเมืองในระดับชาติใน จ.สงขลาคึกคัก หลังมีความเป็นไปได้จะมีการเลือกตั้งในปี 2565 มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ทยอยเปิดตัวไปแล้วหลายพรรค เช่น พรรคกล้า เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย แต่สถานการณ์การเมืองในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 4 อาจจะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้จับกุม “กฤต-ชนนพัฒฐ์” นักธุรกิจในจังหวัดสงขลา และประธานสโมสรนครศรีฯยูไนเตด ฐานจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ เพราะกฤตเตรียมจะลงสมัคร ส.ส.เขต 4 สงขลา ในนามพรรคพลังประชารัฐ แทน ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องการหยุดในสมัยหน้า

แต่การที่กฤตโดนจับทำให้สถานการณ์การเมืองเขต 4 สงขลา เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม      “ผมต้องกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งอีก” เป็นคำกล่าวยืนยันของ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ

การเมืองเปลี่ยน "สงขลา" เขต 4 สนุกขึ้นอีก

     ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ไปคว้าตัว ส.อบจ.เต้ง หรือไกรธนู แกล้วทนงค์ มาลงสมัครเขต 4 สงขลา ก็ยิ่งทำให้สนามนี้คึกคักขึ้นแน่นอน

      เพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เปิดเผยออกมาว่าจะส่งใครลงสมัคร มีแต่เพียงมีชื่อ “ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว” รองนายกฯอบจ.สงขลา อดีต ส.ส.เขตนี้ เสนอตัวขอลงสมัคร แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ฟันธงลงมา

      ที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ฟันธงลงมาอาจจะเกิดจากฐานของชัยวุฒิไม่มั่นคงมากพอ เพราะที่ผ่านมาอาศัยบารมีของ “ถาวร เสนเนียม” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นตัวช่วย แต่ครั้งคราวนี้ ถาวรไม่ได้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ได้พ้นจากสมาชิกพรรคจากคำพิพากษาของศาลไปแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะไปร่วมงานกับพรรคไทยภักดี เวลานี้ชัยวุฒิจึงยังดูลอยๆ แม้จะพยายามคลุกคลีกับพื้นที่ก็ตาม

ที่น่าสนใจคือ เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยสงขลาจะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 9 คน แต่ในการแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร กลับเว้นเขต 4 ไว้ ยังไม่รู้ว่าจะส่งใครลงสมัครโดยประชาธิปัตย์ นับได้ว่ามีความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ที่ได้ว่าที่ผู้สมัครเกือบครบทุกเขตรอกรรมการบริหารพรรคชี้ขาด

พรรคประชาธิปัตย์ ใน จ.สงขลา มีการคัดเลือกตัวผู้สมัครครบทั้ง 8 เขต เว้นเขต 4 โดยเขต 1. สรรเพชร บุญญามณี ลูกชายของนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอลงอีกครั้ง และช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ก็ออกช่วยเหลือชาวบ้านเต็มกำลัง เขต 2. พิพัฒน์ อุดมอักษร เลขานุการ นายกฯอบจ.สงขลา คนใกล้ชิดนิพนธ์อีกคนหนึ่ง เป็นนายกฯสมาคม เอสเอ็มอี.สงขลา เขต 3. นายสมยศ พลายด้วง (ถึก) นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตกถังข้าวสารจากการได้ภรรยารวย เขต 4. ยังเว้นว่างไว้

เขต 5 เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าาพรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครเอง เขต 6 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ภรรยาของนายกฯขาย ที่เพิ่งได้รับเลือกเป็น ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่แล้ว เขต 7 ยังคงเป็นศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.4 สมัย ที่ต้องไปสู้กับณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อจากพรรคภูมิใจไทย ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เขต 8 พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.5 สมัย เขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ลูกชายของนายกฯชาย

สายข่าว นายหัวไทร รายงานตรงมาว่า เหตุผลที่การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ต้องเว้นเขต 4 ไว้ เนื่องจากยังไม่มั่นใจฐานเสียงของชัยวุฒินั้นเอง แม้ครั้งที่แล้วจะแพ้ให้กับ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ไปเพียง 600 กว่าคะแนนก็ตาม แต่ 3 ปี เสียงนิยมต่อผลงานของ ร.ต.อ.อรุณถีบตัวห่างออกไปอีก

พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกฯชาย กำลังเล็งสายตาไปยัง “โยธิน ทองเนื้อแข็ว”ส.อบจ.กระแสสินธุ์ นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งฐานเสียงใน อ.กระแสสินธุ์แข็งโป๊ก และมีปัจจัยพร้อมช่วยตัวเอง ช่วยพรรค

สถานการณ์เปลี่ยน บุคคลเปลี่ยนสำหรับสงขลา เขต 4 น่าสนใจยิ่งกับการจัดทีมของนายกฯชายกับเป้าหมายยึดสงขลาคืนทุกเขต