ตร.”การ์ดอย่าตก” สถานบันเทิงเปิดยันสว่าง-แหล่งอบายมุข ผุดขึ้นราวดอกเห็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506947

หนึ่งตะวัน พันดาว

28 ก.พ. 2565

ตร."การ์ดอย่าตก" สถานบันเทิงเปิดยันสว่าง-แหล่งอบายมุข ผุดขึ้นราวดอกเห็ด

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

ส่งสัญญาณอันตราย สถานการณ์ “มหันตภัยร้ายโควิดฯ”สายพันธุ์โอมิครอน” ณ นาทีนี้ ไต่ระดับเพดานพุ่งพรวด น่าใจหาย สถิติผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งทะยานทะลุ 2 หมื่นราย บวก ATK เฉียด 5 หมื่น ตายพุ่งวันละ 30 -40 ศพ..หนำซ้ำ..แนวโน้มพุ่งทะยานไม่หยุด..OO..เหตุ..เพราะ.. “ประชาชน” การ์ดตก ไม่ระมัดระวังตัว ด้วย..เหตุผล..กลัวอดตาย..ผสมโรง.. “ผู้รับผิดชอบ” ปล่อยสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมายเปิดเกินเวลา ยิ่ง..ละแวก.. “ฝั่งธนฯ-บางบัวทอง-นนทบุรี”บางแห่ง เปิดยันสว่าง ..OO

นี่..ยังไม่นับรวม.. “แหล่งอบายมุข” ผุดราวดอกเห็ด ทั้ง..“นครบาล-ภูธร”ชาวบ้าน-ชาวช่อง..ส่ายหน้า “ไม่รู้..มีม่านอะไรบังตา” หรือ..จะปล่อยเหมือน..คลัสเตอร์ “ทองหล่อ-พัทยา-ระยอง” ถึง..ค่อยตื่นตัว “ปัดกวาดขยะใต้พรม” ก้อ..เชิญ…พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพสีกากี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไม่สนอกสนใจ “เสียงนก-เสียงกา”บ้างเหรอ “การ์ดอย่าตก”กันเองซิครับ..OO

ลงแส้.. “ขจัดทุกข์ภัย” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร.ผ่านระบบวีดีโอทางไกล กำชับกำชา กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงต้มตุ๋นคนไทย  ขุดราก-ถอนโคน- ต้นตอ “ไอ้โม่งจอมบงการต้มตุ๋น” งานนี้..หนีไม่พ้น  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) หัวเรือใหญ่ “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ต้องโชว์ศักยภาพอีกระลอก หลัง..ข้ามน้ำข้ามทะเล สร้างผลงานชิ้นโบแดง นำโด่งเก็บแต้ม นำหน้า “แคนดิเดต” เจ้ากรมปทุมวัน หนทาง.ใกล้ความจริง หาก..ไม่มีรายการพลิกผัน..สะดุดหยุดกึก..OO

ตีแสกหน้า..พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง  ผบช.สอท. บัญชาการ “นักสืบ-มือปราบ” ปัดกวาดแหล่งอบายมุขบนโลกโซเชียล  “นักสืบรุ่นใหม่”ไฟแรง พ.ต.ท.ภานุรุจ มณีนิตย์ รอง ผกก.ปรก.กก.2 บก.สอท.2 นำทีม โชว์ฝีไม้ลายมือ ผนึกกำลัง  พ.ต.ท.อนุรักษ์ พรมเมือง -พ.ต.ท.ศิโรจน์ สิงห์ทอง รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4 พ.ต.ต.ธนาชัย สุวรรณโท สว.วิเคราะห์ข่าวฯ ร.ต.อ.อุดม ทวันเวทย์ รอง สว.กก.2 บก.สอท.2..แกะรอย..OO

จู่โจม..บุกทลายฐานปฏิบัติการ“พนันออนไลน์ข้ามชาติ”เกาหลี หมู่บ้านดัง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เปิดบริการนับแรมปี เงินได้เสียหมุนเวียนนับ 100 นับร้อยล้านบาท งานนี้.. “ผู้รับผิดชอบ”สั่นสะท้าน..อีกระลอก.. “หูตา” ยิ่งกว่า..สับปะรดกลับไม่รู้ไม่เห็น..O0

ใกล้ปิดฉาก..คดียิงถล่มรถ “นายก อบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก” นายญาณกร โท้ประยูร หมายปลิดชีพ เจ้าตัวรอดตาย ทีมงานสังเวย 2 ศพ .พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง  ผบช.ภ.2 นำทีม คลี่คลายปมฆ่า ไล่ล่าทีมสังหาร มอบหมาย  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป…OO

นำทีม“นักสืบ-มือปราบ” แกะรอยควานหาหลักฐานรู้ตัวทีมสังหาร สนธิกำลัง  “ไล่ล่า-กดดัน” ได้ตัวแล้ว 2 เหลือ.. “มือลั่นไก” ความจริงใกล้กระจ่าง อะไร..คือ..ชนวนฆ่า..ใคร..คือ..ไอ้โม่ง..บงการ “ใบสั่งตาย” ชื่อชั้น-ฝีไม้ลายมือ ทีมงาน.. “มือปราบพระกาฬ”ประกันคุณภาพ รับรองไม่ผิดหวัง..อีก..ไม่นาน..ได้ยลโฉม.. OO..ห่วงใย “ลูกน้อง”พล.ต.ท.สำราญ นวลมา แม่ทัพนครบาล ออกสตาร์ท.. เนรมิตโครงการ “เพื่อนเศร้า เราห่วงใย ร่วมขจัดภาวะซึมเศร้าของกำลังพล” ได้…พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ.นำทีม นำร่อง จับ “ผู้ใต้บังคับบัญชาการ”เข้าคอร์ต..OO

จับมือ…คณะวิทยากรสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย  ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้..คุณศรีอรุณ ธนะรัชติการนนท์ ผอ.สมาคมฯ ผู้ช่วย ศ.พ.ต.หญิง พนมพร พุ่มจันทร์..นำทีม.ถ่ายทอด..ความรู้ประสบการณ์  “ หลักการ-วิธีการ”ด้านการรับฟังและการสื่อสาร อันมีประโยชน์ สามารถช่วยเหลือผู้มีภาวะซึมเศร้าพ้นวิกฤตความตาย หวัง..สร้างทีมขจัดภัยคุกคาม “ข้าราชการตำรวจ” ลดปัญหาฆ่าตัวตาย ตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่ ห่วงใย “ทุกข์-สุข” ผู้ใต้บังคับบัญชา ยุค..ข้าวยาก- หมากแพง “แพงทั้งแผ่นดิน”..OO

เงียบกริบ..ผลสอบ ใบอนุญาต รปภ.ต้องคดีต้องห้าม เหตุใด “ผู้เกี่ยวข้อง”กลับออกใบอนุญาตประกอบอาชีพ “พนักงานรักษาความปลอดภัย” กลายเป็น..รอยรั่ว เปิดช่องให้นายมนตรี ใหญ่กระโทก หัวหน้า “ รปภ.หื่นกาม” ก่อเหตุบุกข่มขืนสาวลูกบ้านในห้องพักคอนโดฯ ย่านเพชรเกษม จนป่านนี้.ไม่มีอะไรในก่อไผ่  “ผู้เกี่ยวข้อง”ชี้แจงแถลงไขสักหน่อย สังคม..รอคำตอบ  “ความผิดพลาด..อยู่ตรงไหน” ใครต้องรับผิดชอบ..บาดแผลรอยด่าง “วีรกรรมฉาว”ครั้งนี้..OO..สวัสดี


“หนึ่งตะวัน พันดาว”

พท.หนาว “ธนาธร” เคลื่อน อบต.รากหญ้าหนุนก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506913

28 ก.พ. 2565

พท.หนาว "ธนาธร" เคลื่อน อบต.รากหญ้าหนุนก้าวไกล

ปลุก อบต.รากหญ้า “ธนาธร” เดินเครื่องอุดรธานีโมเดล ปักธงความคิดก้าวหน้าในชนบท ปูทางสร้างฐานเสียงก้าวไกล เขย่าขวัญ ส.ส.เพื่อไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แพ้แต่ไม่ถอย “ธนาธร” ยกทีมคณะก้าวหน้าลุยท้องถิ่น พุ่งเป้าที่ไปที่ อบต.รากหญ้าภาคอีสาน หวังผลถึงเลือกตั้งสมัยหน้า

ยุทธศาสตร์สองขา “ธนาธร” รุกท้องถิ่น คู่ขนานพรรคก้าวไกล ปูทางสร้างฐานเสียงในเขตชนบท แย่งชิงตลาดรากหญ้าเพื่อไทย

ม็อบไปต่อยาก “ธนาธร” ผองเพื่อนคณะก้าวหน้า พร้อมแกนนำพรรคก้าวไกล เล็งสู้ระยะยาว จะอาศัยการต่อสู้บนท้องถนนอย่างเดียว ไม่เกิดผลในระยะอันใกล้นี้

วันที่ 26-27 ก.พ.2565 คณะก้าวหน้าจัดการสัมนาอบรมนายก อบต. ที่ได้รับการเลือกตั้งในนามคณะก้าวหน้า ที่ จ.ขอนแก่น โดยแกนนำอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ,ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช ก็ได้ร่วมงานสัมนาพร้อมหน้า

การขับเคลื่อนของคณะก้าวหน้า ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกลก็ไม่ได้ ถึงแม้จะไม่มียอมรับเรื่องยุทธศาสตร์ 2 ขา เหมือนกรณีพรรคเพื่อไทย-กลุ่ม นปช.ในอดีต แต่ในสภาพความเป็นจริง พรรคก้าวไกล-พรรคก้าวหน้าก็คือ การเดิน 2 ขานั่นเอง

เดิมพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกลในวันนี้ ยังมีภาพพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ มีฐานเสียงหลักอยู่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ แต่การที่คณะก้าวหน้าเจาะถึง อบต.ได้สำเร็จ ก็เหมือนการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างคนชั้นกลางกับคนรากหญ้า

อีกด้านหนึ่ง ปิยบุตร แสงกนกกุล คลังสมองคณะก้าวหน้า เคยนำเสนอแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มสามนิ้ว ให้เปลี่ยนจากม็อบบนท้องถนน เป็นการต่อสู้ในรูปแบบอื่น เพื่อบรรลุเป้าหมายใหญ่ ฉะนั้น การเคลื่อนไหวของคณะก้าวหน้าก็เป็นส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะการปักธงความคิดก้าวหน้าในเขตชนบท

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รู้สึกภาคภูมิใจที่คณะก้าวหน้า ยึดเทศบาลตำบล และ อบต.ในภาคอีสาน เพราะพวกเขาชนะใจคนรากหญ้าได้ ซึ่งได้ลบคำปรามาสที่ว่า การเมืองแบบคณะก้าวหน้าเข้าไม่ถึงชาวบ้านหรอก

‘อบต.รากหญ้า’

รู้ว่าต้องสู้เกมยาว “ธนาธร” ไม่เคยท้อแท้ แม้จะพ่ายการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับนายก อบจ. แต่การได้รับชัยชนะระดับเทศบาล และ อบต. ทำให้แกนนำก้าวหน้ามีกำลังใจ และพร้อมจะสู้ในกรอบการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

อันเนื่องจากเลือกตั้ง อบต. 28 พ.ย.2564 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แถลงชัยชนะเล็กๆ คว้าเก้าอี้นายก อบต. 38 ที่นั่ง จากทั้งหมดที่ส่งลงชิง 196 อบต. หรือคิดเป็น 19.4% ของจำนวนที่ส่งทั้งหมด

ในจำนวน อบต. 38 แห่งที่คณะก้าวหน้าจะได้เป็นคณะบริหารนั้น อยู่ในพื้นที่ 13 จังหวัดภาคอีสานได้แก่ 1.กาฬสินธุ์ 2.ขอนแก่น 3.ชัยภูมิ 6.นครราชสีมา 7.บึงกาฬ 8.มหาสารคาม 9.ร้อยเอ็ด 10.ศรีสะเกษ 11.หนองคาย 12.หนองบัวลำภู 13.อุดรธานี

แม้คณะก้าวหน้า มีภาพลักษณ์เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ กลับไม่สามารถคว้าชัยชนะ ใน อบต. โซนปริมณฑลกรุงเทพฯ และโซนอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ตรงกันข้ามกลับไปได้รับชัยชนะใน อบต.ขนาดเล็ก มีงบฯ ปีละ 10-20 ล้านบาท

เฉพาะที่ภาคอีสาน คณะก้าวหน้า ได้ผู้สมัครนายก อบต. ที่เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และเป็นคนเสื้อแดง ที่หันหลังให้พรรคเพื่อไทย มาสวมเสื้อก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จัดสัมนานายก อบต.อีสาน ที่ขอนแก่นธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จัดสัมนานายก อบต.อีสาน ที่ขอนแก่น

อดีตคนเสื้อแดงเหล่านั้น มองว่า พรรคเพื่อไทยยึดติดกับทักษิณ และตระกูลชินวัตร บวกกับ ส.ส.เพื่อไทย เป็นนักการเมืองพันธุ์เก่า ความคิดไม่ก้าวหน้า ไม่แหลมคม

‘อุดรโมเดล’

อบต.รากหน้าเอื้อต่อพรรคก้าวไกล “ธนาธร” จึงพยายามขยายผลชัยชนะใน อบต.อีสาน และมองไกลไปถึงการเลือกตั้งสมัยหน้า

ยกตัวอย่าง อุดรธานีโมเดล ที่กระแสพรรคก้าวไกลมาแรงขึ้นทุกวัน สืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งนายก อบต.เมื่อปีที่แล้ว คณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัคร นายก อบต.ใน จ.อุดรธานี มากที่สุด 23 ทีม จากทั้งหมด อบต.109 แห่ง

ผลปรากฏว่า คณะก้าวหน้า ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายก อบต. 5 แห่ง คือ อบต.นาสะอาด อ.สร้างคอม , อบต.ถ่อนนาลับ อ.บ้านดุง , อบต.โพนสูง อ.บ้านดุง , อบต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง และ อบต.นาบัว อ.เพ็ญ

อบต.นาสะอาด อนันต์ โฆษิต เคยเป็นนายก อบต.มาก่อน สมัยที่แล้ว แพ้เลือกตั้ง จึงเอาสีส้มก้าวหน้ามาสวมใส่ เอาชนะอดีตนายก อบต.คนเก่าได้

อบต.ถ่อนนาลับ ผู้ชนะคือ คำฝอย โพนธาตุ เป็นอดีตกำนัน ต.ถ่อนนาลับ และอดีตนายก อบต.ถ่อนนาลับ เที่ยวนี้หยิบเสื้อสีส้มมาสวมลงสนาม

อบต.โพนสูง นายก อบต.คนเก่าไม่ลงสนาม พงษ์พิพัฒน์ โคตรกำกับ คณะก้าวหน้า ได้รับชัยชนะ โดยอาศัยฐานของนายก อบต.สมัยที่แล้ว

อบต.บ้านม่วง สุริยันต์ เสน่หา อดีตรองนายก อบต.บ้านม่วง สวมเสื้อก้าวหน้า ล้มนายก อบต.คนเก่า ซึ่งเคยอยู่ทีมเดียวกันมาก่อน

อบต.นาบัว นายก อบต.คนเดิมไม่ลงสนาม ร.ต.อ.สุรพล บุญไชยศรี อดีตตำรวจ สภ.เพ็ญ พูดจาปราศรัยเก่ง สวมเสื้อก้าวหน้า ได้รับเลือกตั้งตามฟอร์ม

ว่ากันตามจริง นายก อบต.ของคณะก้าวหน้า ก็คือคนเสื้อแดง และหัวคะแนน ส.ส.อุดรธานี และปรากฏการณ์ อบต.สีส้ม ส่งผลให้กระแสก้าวไกล กระแสพิธา ตีคู่มากับกระแสทักษิณ ทำเอาบรรดา ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย หนาวๆร้อนๆ

คาดหมายกันว่า เลือกตั้ง ส.ส.อุดรฯ รอบใหม่ จะมี ส.ส.หน้าใหม่จากพรรคก้าวไกล ได้แจ้งเกิดแน่นอน และจะเป็นครั้งแรกที่ค่ายเพื่อไทย ไม่ชนะยกจังหวัดในรอบ 20 ปีนี้

สงสัย “กรรมการมหาเถรสมาคม” แก้ปัญหา “อวดอุตริมนุสธรรม” ในกลุ่มพระสงฆ์แบบ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506867

เปรียญ12

27 ก.พ. 2565

สงสัย "กรรมการมหาเถรสมาคม" แก้ปัญหา "อวดอุตริมนุสธรรม" ในกลุ่มพระสงฆ์แบบ?

ฝ่ายปกครองระดับสูงของคณะสงฆ์ “กรรมการมหาเถรสมาคม” จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาในกลุ่มสงฆ์อย่างไร หรือจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์”

เรื่องอื้อฉาวในวงการพระสงฆ์ เกิดขึ้นถี่มาก จนชาวพุทธมึนว่าเกิดอะไรขึ้นกับคณะสงฆ์ แม้ว่าผู้ทำผิดจะเป็นส่วนน้อย เทียบกับจำนวนมากที่ยังรักษา ธรรม วินัยไว้ได้ แต่ส่วนน้อยนั้นทำให้ส่วนรวมแปดเปื้อนไปด้วย ดังที่กล่าวกันว่า “ปลาเน่าตัวเดียว แต่เหม็นทั้งฆ้อง”
ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้เข้ามาบวชละเลยการศึกษาเพื่อเข้าถึงสาระแห่งพุทธศาสนา ทำให้เห็นกิ่งและใบไม้คิดว่าเป็นแก่น
ผมไม่ทราบว่าฝ่ายปกครองระดับสูงของคณะสงฆ์หยิบยกเรื่องอื้อฉาวต่างๆ นั้นมาวิเคราะห์  หามูลเหตุกันบ้างหรือไม่
การปกครองสงฆ์ในปัจจุบัน จัดลำดับจากบนลงมาล่าง คือ “กรรมการมหาเถรสมาคม” หรือ มส ที่มีพระเถระ ทั้งมหานิกาย และ ธรรมยุตเป็นฝ่ายละ 10 รูป ทำหน้าที่กรรมการ โดยมี “สมเด็จพระสังฆราช” เป็นประธาน ทำหน้าที่ปกครองสูงสุด

ตามด้วยเจ้าคณะหน 4 ตำแหน่ง บวกเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต 1ตำแหน่ง ตามด้วยเจ้าคณะภาค เจ้าคณะ จังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส ล้วนแต่เป็น “พระสังฆาธิการ” เป็นผู้ปกครองระดับล่าง

ส่วน มส ทำหน้าที่บริหาร ผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  โดยตรากฎมหาเถรสมาคม เพื่อห้ามภิกษุสามเณร ทำโน่นทำนี่ บางเรื่องก็ทำตามกระแสสังคมเช่นคนบ่นเรืองพระขับรถ  ก็ตรากฎออกมาห้ามปรามเป็นต้น
“ผมไม่เคยได้ยินหรือเห็นว่าท่านหยิบยกเรื่องความประพฤติมิชอบของภิกษุสงฆ์มาวิเคราะห์ว่าเกิดจากอะไร แล้วหาทางแก้ไขต่อไปแบบไหนบ้าง” หรือถือว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์”
สำหรับผม คิดว่าพระสงฆ์ที่ละเมิดศีล และธรรมอันดีงาม ยังเข้าไม่ถึงแก่นสารในพระพุทธศาสนา ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พราหมณ์ ปิงคละโกจฉะ ที่ถามเรื่องเจ้าลัทธิในขณะนั้นว่ารู้จริงตามปฏิญญาของตน หรือ ไม่รู้อะไรเลย
พระพุทธเจ้าปฏิเสธที่จะตอบ (ไม่พูดถึงบุคคลที่ 3) แต่ทรงแสดงธรรมให้ฟัง “เรื่องกิ่งไม้ ใบไม้ สะเก็ดไม้ เปลือก กระพี้ และแก่นไม้ ว่า บุรุษต้องการแก่นไม้ เห็นต้นไม้ใหญ่ ก็ตัดเอากิ่งและใบไม้ไป ด้วยสำคัญผิดคิดว่าเป็นแก่น”

อีกอุปมาหนึ่ง ถากเอาสะเก็ดไม้ไปเพราะสำคัญผิดคิดว่าเป็นแก่น
เช่นเดียวกันไปถากเปลือกและกะพี้ เพราะคิดว่าเป็นแก่น
ส่วนผู้ที่รู้จริงว่าอะไรคือแก่นก็ตัดเอาแก่นนั้น การกระทำนี้ได้รับการสรรเสริญว่ารู้จริง

 อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ สรุปในพระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชนว่า
 “ลาภสักการะและชื่อเสียง เปรียบเสมือนกิ่งและใบไม้
 ความสมบูรณ์ด้วยศีล เปรียบเหมือนสะเก็ดไม้
ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิเปรียบเหมือนเปลือกไม้
 ญาณทัศนะ หรือปัญญาเปรียบเหมือนกระพี้ไม้
ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับมากำเริบ ใช้ภาษาบาลีว่า “อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ” เปรียบเหมือนแก่นไม้”

ที่นำเรื่องในพระไตรปิฎกมาเล่า เพื่อจะเปรียบเทียบกับภิกษุ บางรูป ไม่ได้เข้าถึงสาระ หรือแก่น(พุทธศาสนา) ตัดเอากิ่งและใบไป เข้าใจว่าเป็นแก่น จึงไม่อายเมื่อทำผิด หรือล่วงละเมิดศีล 

จึงอยากเห็น “มหาเถรสมาคม” ก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ แล้วตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ สังเคราะห์ ปัญหาและโทษานุโทษ ที่พระภิกษุสงฆ์ สามเณรได้ก่อให้เกิดในปัจจุบัน ทราบแล้วหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดพร่ำเพรื่อ ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนา ครับ
เรื่อง : เปรียญ 12

ชนเจ๊แดง “ธรรมนัส” ปั้นพรรคลูกข้าวนึ่งเทียบชั้นโทนี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506905

27 ก.พ. 2565

ชนเจ๊แดง "ธรรมนัส" ปั้นพรรคลูกข้าวนึ่งเทียบชั้นโทนี่

ซุ่มเงียบรอเปิดตัว “ธรรมนัส” หวังปั้นพรรคเศรษฐกิจไทยติดตลาด เนื้อแท้คือพรรคลูกข้าวนึ่ง ตามรอยฝันโทนี่ แต่โชคร้ายเจอเจ๊แดงรีเทิร์น คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พรรคลูกข้าวนึ่ง “ธรรมนัส” ฝันสร้างเครือข่าย ส.ส.ภาคเหนือ แต่สมัยหน้าคงไม่ง่าย เมื่อ เจ๊แดง เข้ามาจัดทัพเพื่อไทย หวังกวาด ส.ส.ยกภาค

ย้อนอดีต “ธรรมนัส” เติบโตใต้ร่มเงาเจ๊แดง ก่อนสยายปีกยึดพะเยา และมาถึงวันนี้ ผู้กองคนดังมาไกล ก็ไม่ง่ายที่เพื่อไทยจะสกัดพรรคน้องใหม่

ขุมกำลังหลัก “ธรรมนัส” อยู่ที่ภาคเหนือ มีกลุ่มวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นพันธมิตรในอีสาน นี่คือสมรภูมิชี้ขาดอนาคตพรรคเศรษฐกิจไทย

ช่วงรอเวลาเปิดตัวพรรคเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็เดินสายพบปะผู้คนหลายวงการ เพื่อชักชวนให้มาร่วมงานกับพรรคใหม่ และคาดว่า ต้นเดือน มี.ค.2565 ที่ทำการพรรคเศรษฐกิจไทย ที่อาคารยูทาวเวอร์ ถ.ศรีนครินทร์ คงพร้อมรองรับเพื่อน ส.ส. 18 ชีวิตที่เหลืออยู่

วันที่ 26 ก.พ.2565 พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “วันนี้ฤกษ์งามยามดี ความพร้อมคือฤกษ์ดี ถือเป็นวันดี ขึ้นป้ายพรรคเศรษฐกิจไทย” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คนทั่วไปได้เห็นโลโก้ใหม่ของพรรคเศรษฐกิจไทย

เมื่อส่องขุมกำลัง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย พบว่า ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ภาคเหนือ ที่มีความใกล้ชิดกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา มาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งปี 2562

‘พรรคลูกข้าวนึ่ง’

ช่วงปี 2563 มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 “ธรรมนัส” ได้ปราศรัยกับชาวบ้านที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง มีใจความตอนหนึ่งว่า “ผมเป็นรัฐมนตรีลูกข้าวนึ่งคนเดียวในสภาขณะนี้ กลุ่มลูกข้าวนึ่งหรือ ส.ส.คนเมือง(ภาคเหนือ) ที่รวมกันในสภาฯ มีประมาณ 70 คน” (รวมตัวเลข ส.ส.เพื่อไทยและ ส.ส.สอบตก พลังประชารัฐในภาคเหนือ)

ร.อ.ธรรมนัส มีความฝันจะสร้างเครือข่าย ส.ส.ลูกข้าวนึ่งมานานแล้ว และตอนที่เขาถูกปลดจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส.ส.พะเยาคนดัง จึงมีแนวคิดจะตั้งพรรคคนพะเยา หรือพรรคอีสานล้านนา

ในจำนวน ส.ส. 18 คนที่แยกตัวออกจากพรรคพลังประชารัฐ มาตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย พบว่า มี ส.ส.ภาคเหนือ 9 คน ได้แก่ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1, จีรเดช ศรีวิลาส ส.ส.พะเยา เขต 3 ,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 , ปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน ,วัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 ,ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 ,ภาคภูมิ บุญประมุข ส.ส.ตาก เขต 3 และ พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1

เฉพาะ ส.ส.เขตในภาคเหนือของกลุ่มธรรมนัส ค่อนข้างมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง ยกเว้น วัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง และพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร

ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ขึ้นป้ายพรรคใหม่ที่ จ.พิจิตรส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ขึ้นป้ายพรรคใหม่ที่ จ.พิจิตร

ส่วน ส.ส.อีสาน 5 คน อยู่ในเครือข่ายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ 3 คน คือ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา,เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา และณัฐพงษ์ จรัสพีรพงษ์ ส.ส.สุรินทร์

ที่เหลืออีก 2 คนอย่าง ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี และสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ขึ้นตรงกับธรรมนัส

‘เจ๊แดงเอาคืน’

ในอดีต “ธรรมนัส” ถูกวางตัวเป็นแม่ทัพพะเยาของเพื่อไทย ในการเลือกตั้งปี 2557(เลือกตั้งโมฆะ) และเป็นที่รู้กันว่า ผู้กองธรรมนัสอยู่ในสายเจ๊แดง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ได้ข่าวว่า เจ๊แดงคนเดิมจะเข้ามาดูแลสนามภาคสนาม เคียงข้างกับ ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และต้องเจอคู่แข่งอย่างพรรคเศรษฐกิจไทย ที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส

เฉพาะสนามเมืองพะเยา เขต 1 ร.อ.ธรรมนัสยังแข็งแกร่ง และยากที่อดีต ส.ส.พะเยา อรุณี ชำนาญยา จะกลับมาเอาชนะได้ เช่นเดียวกับเขต 3 จีรเดช ศรีวิราช พี่ชายภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัสคงต้องรักษาเก้าอี้ไว้ให้ได้ แม้ไพโรจน์ ตันบรรจง จะคืนสังเวียนอีกหน

เหลือแต่เขต 2 วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา เพื่อไทย มีความเก๋าและฐานเสียงแข็งแกร่ง ผู้กองธรรมนัส คงหวังแก้มือรอบหน้า แต่ก็ไม่ง่าย

ว่ากันว่า โทนี่หรือทักษิณ ประกาศยุทธศาสตร์กวาดเก้าอี้ ส.ส.ภาคเหนือ และภาคอีสานให้ได้มากที่สุด แม้แต่โซนเหนือตอนบน-ตอนล่างก็ไม่ยอมหลีกทางให้ ร.อ.ธรรมนัส

วัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 น่าจะเป็นรายที่สุ่มเสี่ยงสอบตกมากที่สุด เนื่องจากตอนเลือกตั้งซ่อม พินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง ถอนตัวไม่ลงแข่ง และตอนนี้ กกต.ได้แจกใบเหลืองแก่วัฒนาไปแล้ว

พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1 ที่ได้เป็น ส.ส. เพราะกระแสลุงตู่ และมีอุบัติเหตุการเมือง พรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบ ทำให้อดีต ส.ส.พิจิตร ตระกูลภัทรประสิทธิ์ ต้องออกนอกสนาม แต่ครั้งหน้า ตระกูลดังเมืองพิจิตรขอทวงเก้าอี้คืน

ดังนั้น ความฝันของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ต้องการปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย เป็นพรรคขนาด 30 ที่นั่ง ก็ดูไม่ง่ายเลย เพราะ ส.ส.กำลังหลักของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเป็นสมรภูมิเลือกตั้งที่ทักษิณปักธงจองไว้แล้ว

มายาพลังดูด “อนุทิน” สองใบงูเห่าเสี่ยงสอบตกสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506873

27 ก.พ. 2565

มายาพลังดูด "อนุทิน" สองใบงูเห่าเสี่ยงสอบตกสูง

ชำแหละพลังดูด ของจริงหรือไม่ “อนุทิน” รู้ทั้งรู้ ใช้กติกาบัตร 2 ใบ งูเห่าเสี่ยงสอบตกสูง แต่จะกลับไปใช้ใบเดียว ก็อลหม่านทั้งสองสภาฯ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ส่อง ส.ส.กำลังเสริม “อนุทิน” อดีตพลพรรคสีส้มสุ่มเสี่ยงสอบในสมัยหน้า เจาะลึกรายเขต ท่าทางกลับสภาฯลำบาก

หากเปลี่ยนกติกา “อนุทิน” ยอมรับบัตร 2 ใบ งูเห่ายิ่งไปต่อลำบาก เพราะ ส.ส.หน้าใหม่เหล่านี้ มากับกระแสธนาธร ไม่ใช่ ส.ส.ฐานแน่น

มายาพลังดูดของ “อนุทิน” ประเมินตัวเลข ส.ส.กำลังเสริมเกือบ 20 เสียง ดูเหมือนภูมิใจไทยโตเร็ว แต่เอาเข้าจริงก็ฟองสบู่

ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ได้ผ่านร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 4 ฉบับ แสดงว่าการแก้ไขกติกาเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ กำลังเดินหน้าไปด้วยดี แต่ถึงกระนั้น ก็มีคนบางกลุ่มที่คิดจะฟื้นบัตรเลือกตั้งใบเดียว

ว่ากันว่า แนวคิดกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว และสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบจัดสรรปันส่วนผสม ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ได้มีการถกกันในวงแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงพักเบรกการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 ก.พ 2565

ในแง่กระบวนการจะฟื้นเรื่องดังกล่าว ดูเป็นไปได้ยาก เพราะปลายปีที่แล้ว ในที่ประชุมร่วมพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มี ส.ส.ที่เห็นชอบกับการแก้ไขบัตรเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ จำนวน 323 คน ขณะที่ ส.ว.เห็นชอบ 149 คน ส่วน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กลับใช้สิทธิ์งดออกเสียง

ดังที่รู้กัน พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.เพิ่มขึ้นมา 14 เสียง ซึ่งในนี้เป็น ส.ส.ที่มาจากพรรคอนาคตใหม่ 10 เสียง ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า ถ้าใช้กติกาบัตร 2 ใบ ส.ส.ที่ย้ายมาจากค่ายสีส้มเสี่ยงสอบตก และคะแนนจะตกน้ำตกท่าไปเยอะ

‘ส.ส.นกแล’

ความสัมพันธ์ของ “อนุทิน” เกิดจากปัญหาภายในพรรคอนาคตใหม่ โดยเริ่มแรก ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 เข้ามาอยู่กับภูมิใจไทย หลังถูกขับออก เนื่องจากพฤติการณ์ขัดมติพรรคหลายครั้ง

ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ มีกลุ่ม ส.ส. อนาคตใหม่อีก 9 คน เปลี่ยนขั้วเข้ามาสังกัดภูมิใจไทย ประกอบด้วย 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อคือ วิรัช พันธุมะผล และสำลี รักสุทธี พร้อมกับ 7 ส.ส.เขต อย่าง เอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1 ,กฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่ เขต 2, ฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น เขต 1,กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1, ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. เขต 10, โชติพิพัฒน์ เตชะโสภนมณี ส.ส.กทม. เขต 23 และอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 รวมทั้งหมด 10

เฉพาะกลุ่ม ส.ส.เขต 8 คน ลองไล่ดูจาก ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 ที่ได้เป็น ส.ส.เพราะมีการแจกใบเหลืองอดีต ส.ส.เพื่อไทย ศรีนวล(ตอนนั้นสังกัดอนาคตใหม่) จึงได้เสียงท่วมท้น เพราะกองเชียร์เพื่อไทยเทคะแนนให้เธอ สมัยหน้า เพื่อไทยลงสนาม คงทวงเก้าอี้คืน

อนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 มากับกระแสธนาธร บวกชาวธรรมกาย แต่เมื่อย้ายมาภูมิใจไทย ก็เหนื่อยเป็นสองเท่า

กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ก็ได้ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา เทคะแนนให้ หลังพรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบ และวันนี้ ฐิติมาย้ายกลับไปเพื่อไทยแล้ว

เอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1 และกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่ เขต 2 ก็ได้อานิสงส์พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ คนเสื้อแดงแพร่เลยเทใจเลือกอนาคตใหม่ สมัยหน้า ส.ส.หน้าใหม่ก็รู้ชะตากรรมดี

ส่วน ส.ส.เขต ที่ย้ายมาจากอนาคตใหม่ ก็คงเผชิญสถานการณ์เดียวกันกับเพื่อน ส.ส.ที่ยกมาเป็นตัวอย่างในข้างต้น

‘พิษบัตร 2 ใบ’

ส.ส.สีส้มแปรพักตร์ไม่ได้มีแค่ 10 คน “อนุทิน” ยังมีความสัมพันธ์เชิงลึกกับ ส.ส. 5 คนที่ยังอยู่ในพรรคก้าวไกล โดยรอบนี้ พรรคก้าวไกลไม่ยอมขับออก เหมือนกรณีของศรีนวล

สำหรับ 5 ส.ส.ก้าวไกลที่ใจไปอยู่ค่ายสีน้ำเงิน ได้แก่ เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี ,คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย และเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย

เฉพาะ 3 ส.ส.เขต หากพิจารณาจากการทำงานในพื้นที่ ก็ถือว่ามีฐานเสียงระดับหนึ่ง แต่บังเอิญอยู่ในสนามที่มีการแข่งขันสูง โอกาสที่จะได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 ดูไม่ง่ายเลย

ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี เขต 5 (อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี) สมัยหน้า กลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรีคงไม่ยอมให้พลาดสองหนซ้อน บวกทีมเพื่อไทยก็จะลงสนามด้วย

เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 (อ.เมืองเชียงราย) คงเจอกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์ คราวนี้ เจ๊แดงลงมากำกับเพื่อไทยเอง จะไม่ยอมให้พลาดเหมือนสมัยที่แล้ว

พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เขต 6 (อ.แม่สาย) น่าจะเป็นคนเดียวในกลุ่ม ส.ส.งูเห่า ที่จะได้กลับเข้าสภาฯอีก เพราะมีฐานเสียงแข็งแกร่งที่ อ.แม่สาย

ด้วยสภาพการณ์ที่เป็นจริงในสนามเลือกตั้ง แกนนำภูมิใจไทยจึงไม่อยากเปลี่ยนกติกาเป็นบัตร 2 ใบตั้งแต่แรก

เมื่อผู้ถืออำนาจ และแกนนำพลังประชารัฐ ต้องการเปลี่ยนกติกา อนุทินและภูมิใจไทย จึงประนีประนอมด้วยการงดออกเสียง ทั้งที่อยากได้บัตรใบเดียว เพราะรู้ถึงศักยภาพของ ส.ส.งูเห่าเป็นอย่างดี

รีเทิร์น “ยิ่งลักษณ์” มาพร้อมจำนำข้าวเวอร์ชั่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506709

25 ก.พ. 2565

รีเทิร์น "ยิ่งลักษณ์" มาพร้อมจำนำข้าวเวอร์ชั่นใหม่

มาแล้ว “ยิ่งลักษณ์” พบเอฟซีชินวัตร สอดประสานพรรคเพื่อไทย ฟื้นจำนำข้าวเวอร์ชั่นใหม่ หวังปิดจุดอ่อนภาคกลาง ปลุกฐานเสียงชาวนา คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ขอแจมโทนี่ “ยิ่งลักษณ์” ไลฟ์เฟซบุ๊คพบเอฟซีชินวัตร ตามแผนการตลาดการเมือง สอดประสานพรรคเพื่อไทยเตรียมนโยบายใหม่ให้โดนใจชาวนา

จำนำข้าวภาคใหม่ “ยิ่งลักษณ์” ยังฝันถึงปรับโครงสร้างการเกษตรทั้งระบบ ปิดจุดอ่อนฐานเสียงเพื่อไทยในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงตะวันออกและตะวันตก

อุ๊งอิ๊งแรงไม่พอ “ยิ่งลักษณ์” ต้องออกมาเสริมอีกแรง เพื่อบรรลุเป้าหมายเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ต้านยันพลังดูดจากฝั่งผู้ถืออำนาจ

เมื่อไม่นานมานี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้จุดพลุจำนำข้าวเวอร์ชั่นใหม่ โดยพรรคเพื่อไทย เตรียมทำนโยบายเพื่อชาวนา เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึง

นโยบายดังกล่าวจะมีลักษณะและแนวทางคล้ายกับโครงการรับจำนำข้าวที่ทำในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่จะไม่ใช่คำว่าจำนำข้าว เพราะเข้าใจว่าเป็นคำที่แสลงใจ

ย้อนไปเมื่อ 6 ธ.ค.2564 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ลงพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครอยุธยา รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาในพื้นที่ และได้เปรียบเทียบโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลประยุทธ์ กับโครงการรับจำนำข้าว

“โครงการประกันรายได้ไม่ส่งเสริมการลดต้นทุน ไม่ส่งเสริมการผลิต และไม่ส่งเสริมการตลาด เป็นเพียงการชดเชยส่วนต่าง ซึ่งแตกต่างกับโครงการรับจำนำข้าว ที่เป็นการเข้าจัดการกลไกราคาตลาด ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น ชาวนาขายข้าวได้มากขึ้น”

พูดง่ายๆ จำนำข้าวแบบยิ่งลักษณ์ กลับมาแน่ ในเวทีหาเสียงของเพื่อไทย แต่จะได้ทำหรือไม่ ก็ต้องรอดูหลังเลือกตั้งครั้งหน้า

‘ยิ่งลักษณ์มาแล้ว’

วันแห่งความรักที่ผ่านมา “ยิ่งลักษณ์” ส่งสัญญาณคิดถึงคนไทย พร้อมจะไลฟ์เฟซบุ๊ค เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบความคำถามทุกคำถาม

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565 ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอบคุณทุกข้อความ ทุกคำถาม ทุกความรู้สึกและทุกความห่วงใย..แล้วเจอกันให้หายคิดถึงใน Facebook Live วันจันทร์ 28 กุมภาพันธ์ นี้ 10.00 น. นะคะ”

ย้อนไปวันที่ 25 ส.ค.2560 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มาฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว อ้างน้ำในหูไม่เท่ากัน สุดท้ายหนีออกชายแดน จ.สระแก้ว ไปโผล่ต่างแดน

27 ก.ย.2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกยิ่งลักษณ์ กำหนด 5 ปี ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับ เพื่อบังคับตามคำพิพากษา

มหากาพย์จำนำข้าว เริ่มต้นเมื่อ 23 ส.ค.2554 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้น แถลงต่อสภาฯ ว่า นโยบายจำนำข้าวเป็นหนึ่งใน 16 นโยบายเร่งด่วนที่พรรคเพื่อไทยให้สัญญาไว้กับประชาชน จึงดำเนินการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด และการันตีตันละ 15,000 บาท

จนถึงปี 2557 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช้เงิน 8.84 แสนล้านบาท มีทั้งเสียงชื่นชมจากชาวนาทั่วประเทศ แต่ก็มีผู้ต่อต้านที่มองว่า โครงการนี้ก่อให้เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวง

จำนำข้าวเวอร์ชั่นใหม่ จะมีหน้าตาอย่างไร ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง คนไทยก็คงได้เห็นกันแน่ แต่ต้นตำรับจำนำข้าว ขอมาพบกับเอฟซีชินวัตรก่อน เป็นการอุ่นเครื่อง

‘ปิดจุดอ่อนภาคกลาง’

กลางปีที่แล้ว “ยิ่งลักษณ์” ได้โพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์รัฐบาลประยุทธ์ ถึงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา “…รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาให้กับชาวนา มองไม่รอบด้าน และไม่ทันต่อสถานการณ์ มีแต่มาตรการเดิมๆ จนทำให้วิกฤติราคาข้าวบานปลาย”

นอกจากนี้ ยิ่งลักษณ์ยังพูดถึงสมัยที่เธอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เสียดายโอกาสในการปรับโครงสร้างการเกษตรทั้งระบบ

เบื้องลึกการฟื้นจำนำข้าวของเพื่อไทยก็หนีไม่พ้น การปิดจุดอ่อนในพื้นที่ภาคกลางของพรรคเพื่อไทย หลังจากกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ ทิ้งพรรคเพื่อไทยไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 พรรคเพื่อไทยเหลือ ส.ส.ภาคกลาง 17 คน และภาคตะวันตก 1 คน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.ภาคกลาง 35 คน ภาคตะวันออก 11 คน และภาคตะวันตก 12 คน

แม้พลังประชารัฐในวันนี้ จะมีความขัดแย้งและมีการแยกตัวไปอยู่พรรคใหม่ แต่กลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่เหล่านั้น ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับเพื่อไทย

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมพบแฟนคลับ 28 ก.พ.2565ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมพบแฟนคลับ 28 ก.พ.2565

มิหนำซ้ำ พรรคภูมิใจไทย ที่มี ส.ส.ภาคกลาง 8 คน ภาคตะวันออก 3 คน และภาคตะวันตก 2 คน ก็พยายามเจรจาดึง ส.ส.เพื่อไทยมาร่วมงาน เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.นครนายก และปทุมธานี

ดังนั้น ยิ่งลักษณ์และจำนำข้าวเวอร์ชั่นใหม่จึงต้องมาในห้วงเวลาที่รัฐบาลประยุทธ์ขาลง และการจัดทำกฎหมายลูกปรับแก้กติกาเลือกตั้ง กำลังเดินหน้าไป โอกาสยุบสภาฯในปีนี้ มีความเป็นไปได้สูง

พปชร.เปลี่ยน “วราเทพ-หิมาลัย” ซุ้มใหม่หนุนประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506600

24 ก.พ. 2565

พปชร.เปลี่ยน "วราเทพ-หิมาลัย" ซุ้มใหม่หนุนประยุทธ์

พลังประชารัฐปรับใหญ่ “วราเทพ-หิมาลัย” ขยับรวมซุ้ม หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จับตา ส.ส.ไก่ สุรชาติเมืองพิจิตร ต่อสายตระกูลภัทรประสิทธิ์ ร่วมทัพสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จับตาทีม ส.ส. “วราเทพ-หิมาลัย” ร่วมมือกันทำงานในพื้นที่ ท่ามกลางกระแสข่าวปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ

หลังกลุ่มธรรมนัสออกไป “วราเทพ-หิมาลัย” น่าจะเป็นแกนหลักของภาคเหนือตอนล่าง เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และมีบทบาทใน พปชร.มากขึ้น

พันธมิตรกลุ่มสามมิตร “วราเทพ-หิมาลัย” เตรียมจัดทัพภาคเหนือตอนล่าง อาจดึงตระกูลภัทรประสิทธิ์มาร่วมงานได้ในอนาคต

วันที่ 24 ก.พ.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ปลายเดือน มี.ค.2565 จะมีการประชุมพรรคพลังประชารัฐ เพื่อปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค

พักนี้ พล.อ.ประวิตรมีอาการป่วยเล็กน้อย และปรารภว่า “ถ้ากายไม่ไหวก็ไม่สู้ ถ้าใจยังไหวอยู่ก็สู้ไป” พร้อมกับย้ำอีกครั้งว่า “บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่า นายกฯกับผม ไม่แยกจากกัน”

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ หลังกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แยกออกไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ก็มีปรากฏการณ์พิเศษให้เห็นใน ส.ส.บางกลุ่ม

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2565 หิมาลัย ผิวพรรณ ได้ร่วมมือกับ สุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร เขต 3,สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 ,เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 ,อนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3 และปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 4 พร้อมเจ้าหน้าที่ชลประทาน แก้ปัญหาฝายชั่วคราววังยาง ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร และฝายชั่วคราววังบัว ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

ดูเผินๆ เหมือนเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ตามปกติ แต่พิจารณาจากรายชื่อ ส.ส.ทั้งหมดแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีนัยยะทางการเมืองแน่นอน

‘ทีมหิมาลัย’

ช่วงกบฏพลังประชารัฐเมื่อกลางปีที่แล้ว กลุ่ม ส.ส.ของ “วราเทพ-หิมาลัย” ได้แสดงจุดยืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และไม่ร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มธรรมนัส

ดังที่ทราบกัน หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตนายทหารคนดังที่ถูกดึงมาทำงานในทำเนียบรัฐบาล ได้ดูแล ส.ส.พลังประชารัฐ 3 คน ได้แก่ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4,สุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต 2 และ มานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก เขต 5

ส.ส.ไก่ สุรชาติ ศรีบุษกรส.ส.ไก่ สุรชาติ ศรีบุษกร

แกนหลักของกลุ่มเพื่อนหิมาลัย คือ ส.ส.ไก่ สุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร ซึ่งตระกูลศรีบุศกรซึ่งมีฐานเสียงหลักอยู่ใน อ.โพทะเล และ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ในอดีต ตระกูลศรีษุศกร เป็นผู้สนับสนุน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ และนักการเมืองระดับชาติอีกหลายคน

นอกจาก ส.ส.ไก่ สุรชาติ ก็มีพี่ชายคนโต สมภพ ศรีบุศกร ส.อบจ.พิจิตร เขต อ.บางมูลนาก และน้องชาย สุบิน ศรีบุศกร รองนายก อบจ.พิจิตร

การเลือกตั้งนายก อบจ.พิจิตร ปี 2563 ส.ส.ไก่ สุรชาติ จับมือกับประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หนุน พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ล้มแชมป์เก่าได้เป็นนายก อบจ.พิจิตร

ความสัมพันธ์ของประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กับ ส.ส.ไก่ สุรชาติ จึงเป็นข่าวลือในพื้นที่ว่า ตระกูลภัทรประสิทธิ์ จะมาอยู่พลังประชารัฐ

‘ทีมวราเทพ’

เมื่อการเลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร ทีมงาน ส.ส. “วราเทพ-หิมาลัย” ก็ช่วยกันหาเสียงจนลูกชาย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ชนะเลือกตั้ง ขณะที่ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร สายธรรมนัส กลับไม่ได้มาช่วยหาเสียงเลย

วราเทพ รัตนากร อดีต ส.ส.กำแพงเพชร และอดีตรัฐมนตรี เป็นผู้เบื้องหลังกลุ่มกำแพงเพชรสามัคคี ที่มี ส.ส.ในกลุ่ม 4 คนคือ สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 4, อนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3 และเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2

กลุ่มกำแพงเพชรสามัคคี มี สนั่น สบายเมือง อดีต ส.ส.กำแพงเพชร (พ่อตาของ อนันต์ ผลอำนวย) และสุนทร รัตนากร นายก อบจ.กำแพงเพชร เป็นที่ปรึกษา

การเลือกตั้งสมัยหน้า คู่แข่งของกลุ่มวราเทพ ก็คือกลุ่มกำแพงเพชรพัฒนา ของ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่ง ส.ส.ไผ่ เป็นคนสนิทของธรรมนัส

มีข้อน่าสังเกตว่า กลุ่มวราเทพ และกลุ่มหิมาลัย ต่างเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับกลุ่มสามมิตรของสมศักดิ์ เทพสุทิน ดังนั้น จับตาการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ คาดว่า ส.ส.ในกลุ่มวราเทพ-หิมาลัย จะมีตำแหน่งสำคัญในพรรค

ยิ่งมีข่าวลือว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค และสมศักดิ์ จะขยับขึ้นประธานยุทธศาสตร์พรรค ก็น่าติดตามด้วยความระทึกใจยิ่ง

แม้วเนื้อหอม “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” ดาวรุ่งเจอจอมเก๋าเสื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506584

24 ก.พ. 2565

แม้วเนื้อหอม "ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ" ดาวรุ่งเจอจอมเก๋าเสื้อแดง

เพื่อไทยเมืองสุรินทร์มาแรง “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” ทายาทกลุ่ม 16 เปิดตัว พ่วงอดีต ส.ส.ค่ายเนวิน ส่วน ชูชัย มุ่งเจริญพร ไอ้หนุ่มเสื้อแดงยังพร้อมลงสนาม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ส่องเพื่อไทยเมืองช้าง “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” ดาวรุ่งพุ่งแรง ทายาทกลุ่ม 16 เกษม รุ่งธนเกียรติ แกนนำห้องแอร์ปั้นเต็มที่

กระแสทักษิณหอมหวาน “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” เจอไอ้หนุ่มเสื้อแดง ชูชัย มุ่งเจริญพร ที่ชักธงเพื่อไทยเหมือนกัน รุ่นใหม่รุ่นเก่า เฮียเพ้งจะเลือกใคร

ไม่เพียงแต่ “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” คนเดียว กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ที่ทิ้งภูมิใจไทย ก็อยากสวมเสื้อเพื่อไทย

สมรภูมิการเมืองสุรินทร์ มีความเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจ ในเขต 1 และเขต 2 พื้นที่ อ.เมืองสุรินทร์ และการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เขต 1 ปกรณ์ มุ่งเจริญพร พรรคภูมิใจไทย ยึดครองเก้าอี้ ส.ส.ได้อีกสมัย และเขต 2 ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ เบียดเข้าป้ายเป็น ส.ส.หน้าใหม่


ล่าสุด ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ลูกชายของเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ได้ขึ้นป้ายหาเสียงแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะลงเขต 1 หรือเขต 2

มานพ แสงดำ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.สุรินทร์ คณะก้าวหน้า ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และแสดงความจำนงจะลงสมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 1

ส่วน พันธ์เทพ ฐานุพงศ์ชรัช อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 1 พรรคเพื่อไทย หลังสอบตกก็ลงไปเล่นการเมืองท้องถิ่น ได้รับเลือกเป็นนายก อบต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

อีกรายหนึ่ง กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ลูกชายของกิตติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติอดีตนายก อบจ.สุรินทร์ เพิ่งอำลาภูมิใจไทย ก็มีข่าวว่า อยากลงสมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 ในนามพรรคเพื่อไทย

รายสุดท้าย ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์ รุ่นลายคราม ฉายาไอ้หนุ่มเสื้อแดง ก็พร้อมจะลงสนามเขต 2 ในสีเสื้อเพื่อไทย

‘สุรินทร์พลาซ่า’

ถ้าส่องสื่อโซเชียลในเวลานี้ จะเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของ “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” ดาวรุ่งมาแรงของเพื่อไทย และดูเหมือนว่า เสี่ยอ้วน ภูมิธรรม เวชยชัย จะให้การสนับสนุนสุดกำลัง

ดังที่ทราบ ชนินทร์เป็นลูกชายของเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ หลายสมัย ซึ่งเกษมเป็นน้องชายเสี่ยติ่ง กิตติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติ ประธานบริษัท สุรินทร์พลาซ่า จำกัด

ชนินทร์ ลูกชายเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ชนินทร์ ลูกชายเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์

30 กว่าปีที่แล้ว เกษมจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.อบจ.สุรินทร์ อยู่ปีเศษ ปี 2529 เกษมลงสมัคร ส.ส.สุรินทร์ ในนามพรรคกิจสังคม ด้วยบารมีของมารดา เจ้าของห้างฮัวฮวดฮง และห้างรุ่งธนเกียรติ(ปัจจุบันคือ สุรินทร์พลาซ่า) จึงได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

เกษมย้ายไปหลายพรรค จากกิจสังคม ,พรรคชาติไทย, พรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย ก่อนจะถอยมาอยู่หลังม่าน ช่วยสุชาติ ตันเจริญ ทำพรรคเพื่อแผ่นดิน ก่อนจะวางมือ

ปี 2537 เกษมมีบทบาทโดดเด่นในสภาฯ เมื่อเข้าร่วมกลุ่ม 16 ทำงานร่วมกับไพโรจน์ สุวรรณฉวี ,วราเทพ รัตนากร และเนวิน ชิดชอบ

ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์

ระยะหลัง สมาชิกกลุ่ม 16 ยังนัดพบกันอยู่ที่บ้านริมน้ำของสุชาติ ตันเจริญ อาทิ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ,วราเทพ รัตนากร ,สนธยา คุณปลื้ม,สรอรรถ กลิ่นประทุม ,เกษม รุ่งธนเกียรติ และ ประวัฒน์ อุตตโมต

น่าสนใจ การเลือกตั้งสมัยหน้า ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ทายาทเกษม และกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ หลานชายของเกษม จะได้ลงสนามพร้อมกันหรือไม่

‘ไอ้หนุ่มเสื้อแดง’

เพื่อไทยเมืองช้าง มีทั้งดาวรุ่ง “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” และดาวสภาฯรุ่นเก๋าอย่าง ชูชัย มุ่งเจริญพร ที่เป็นผู้แทนฯเมืองสุรินทร์ รุ่นเดียวกับเกษม รุ่งธนเกียรติ สมัยสังกัดพรรคกิจสังคม

ชูชัย มุ่งเจริญพร เป็นทายาทเจ้าของโรงสีข้าวและโรงโม่หินมุ่งเจริญ ผ่านมาหลายพรรค รวมถึงไทยรักไทย และเพื่อไทย ช่วงปี 2552-2553 ชูชัยรับบทแกนนำเสื้อแดงเมืองช้าง จึงได้ฉายาไอ้หนุ่มเสื้อแดง

เลือกตั้งปี 2554 ยุคแดงทั้งแผ่นดิน เพื่อไทยจึงกวาด ส.ส.สุรินทร์ ไปเกือบยกจังหวัด เหลือเพียงเขต 1 เท่านั้น ส่วนเขต 2 ปิยะดา มุ่งเจริญพร ภรรยาของชูชัย ชนะกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ สมัยที่สังกัดภูมิใจไทย

เลือกตั้งปี 2562 ชูชัย มุ่งเจริญพร ลงสนามเอง แต่พ่ายเสี่ยเซี้ย ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ (ปัจจุบัน เซี้ยสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย)

สมัยหน้า ไอ้หนุ่มเสื้อแดง ชูชัย มุ่งเจริญพร พร้อมที่จะลงสนามอีกหน ก็ขึ้นอยู่กับเฮียเพ้ง แม่ทัพอีสานเพื่อไทยว่า จะเลือกนักการเมืองจอมเก๋า หรือเลือกดาวรุ่งลุยสนามเมืองช้าง

ขายยาก “เนวิน” บทเรียนบัตร 2 ใบ พ่ายซ้ำพ่ายซาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506475

23 ก.พ. 2565

ขายยาก "เนวิน" บทเรียนบัตร 2 ใบ พ่ายซ้ำพ่ายซาก

กติกาเลือกตั้งยังไม่จบ “เนวิน” ครูใหญ่ภูมิใจไทย มีบทเรียนเจ็บช้ำจากบัตร 2 ใบ กรณีสนามเมืองช้าง พ่ายซ้ำพ่ายซาก แบรนด์โมเดลบุรีรัมย์ขายไม่ได้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

บทเรียนครูใหญ่ “เนวิน” พ่ายเลือกตั้งปี 2554 ทำเอาภูมิใจไทย เข็ดหลาบบัตร 2 ใบ จึงงดเสียงตอนโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ปชป.

กลยุทธ์บ้านใหญ่แบบ “เนวิน” ใช้ได้ในบางพื้นที่ สำหรับสมรภูมิภาคอีสาน แบรนด์คนแดนไกลยังฝังลึก และเป็นโจทย์ยากของภูมิใจไทย


กรณีเลือกตั้งเมืองช้าง “เนวิน” ได้รู้ซึ้งถึงการขายแบรนด์สีน้ำเงินนั้น ไม่ง่าย และไม่ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ครั้ง

ไม่รู้ข่าวนี้มาได้ไง เมื่อสื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า รัฐมนตรีภูมิใจไทยเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรกลับมาใช้บัตรใบเดียวแทนบัตร 2 ใบ

วันที่ 23 ก.พ.2565 ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จึงต้องมาแถลงกรณีดังกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อให้มีการย้อนไปใช้กติกาแบบบัตรใบเดียว ดังนั้น กระแสข่าวที่ออกมาว่า พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันให้กลับไปใช้บัตรใบเดียว จึงเป็นความเท็จ

ถ้าจำกันได้ ช่วงที่มีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์จะสนับสนุนให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่ตอนโหวตลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 (บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ) เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏว่า ภูมิใจไทยได้งดออกเสียงทั้งพรรค

ต้องยอมรับว่า ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม และบัตรใบเดียว เป็นกติกาที่ตอบโจทย์ภูมิใจไทย หลังเลือกตั้งปี 2562 ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวมทั้งสิ้น 51 คน (ยังไม่รับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่,เพื่อไทย,พลังประชารัฐ)

‘ทิ้งภูมิใจไทย’

ครูใหญ่ของชาวภูมิใจไทย “เนวิน” เคยนำทัพเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งในปี 2554 เป็นกติกาบัตร 2 ใบคล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ผลปรากฏว่า ค่ายสีน้ำเงินพ่ายยับ เฉพาะสนามอีสาน ภูมิใจไทยไม่อาจสู้กระแสยิ่งลักษณ์ได้เลย ตอนนั้น ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 29 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน

การเลือกตั้งครั้งนั้น เนวินได้บทเรียนราคาแพง แม้มีจะทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ แต่ไม่มีกระแสก็มิอาจเอาชนะคู่แข่งได้

มีตัวอย่างของอดีต ส.ส.สุรินทร์ คนหนึ่งคือ กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ลูกชายของเสี่ยติ่ง กิติเมศวร์ รุ่งธนเกียรติ อดีตนายก อบจ.สุรินทร์ ที่สวมเสื้อภูมิใจไทย สู้ศึกมา 2 ครั้งแต่สอบตกหมด

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ประกาศขอลาออกจากพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างว่าทำเต็มที่แล้วแต่ไม่สำเร็จ “ผมขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านหัวหน้าพรรค ท่านเลขาธิการพรรค..”

เลือกตั้ง ส.ส.สุรินทร์ ปี 2562 เฉพาะเขต 2 กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ภูมิใจไทย ได้อันดับ 2และย้อนไปปี 2554 กิตติศักดิ์ ภูมิใจไทย ได้อันดับ 2

กรณีของกิตติศักดิ์ ลูกชายเสี่ยติ่งที่เมืองสุรินทร์ สะท้อนว่า ภูมิใจไทยยังชนะกระแสทักษิณไม่ได้ แม้เนวิน ชิดชอบ หมายมั่นปั้นมือจะขยายฐานการเมืองจากบุรีรัมย์มายังสุรินทร์ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

‘บทเรียนเมืองช้าง’

สุรินทร์เป็นสนามหนึ่งที่ “เนวิน” ครูใหญ่ภูมิใจไทย หมายมั่นปั้นมือจะทำให้เป็นเหมือนบุรีรัมย์ เพราะเมืองช้างเป็นบ้านเกิดของบิดา ชัย ชิดชอบ

ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ ภูมิใจไทย ที่รอดจากพายุทักษิณปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ ภูมิใจไทย ที่รอดจากพายุทักษิณ

เลือกตั้งปี 2554 เนวินมอบให้ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ เป็นแม่ทัพใหญ่ พร้อมกับอดีต ส.ส.สุรินทร์หลายสมัย ผลเลือกตั้งกลับพลิกล็อก ภูมิใจไทยพ่ายเกือบหมด ยกเว้นปกรณ์คนเดียว ที่ได้เป็น ส.ส.เขต 1

เลือกตั้ง 2562 สนามสุรินทร์ เก้าอี้ ส.ส.ลดเหลือ 7 ที่นั่ง ค่ายสีน้ำเงินวางตัวอดีต ส.ส.ไว้เพียบ อาทิ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร, กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ,สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ และพรชัย มุ่งเจริญพร ปรากฏว่า มีปกรณ์ได้เข้าสภาฯ เพียงคนเดียว

ว่ากันว่า คนสุรินทร์ส่วนใหญ่ยังชื่นชอบทักษิณ และเพื่อไทย อีกด้านหนึ่ง คนเมืองช้างบางส่วนไม่ชอบเนวิน และมองการพัฒนาแบบบุรีรัมย์โมเดลเป็นเชิงลบ

ฉะนั้น หากเป็นไปได้ ครูใหญ่เนวิน ก็คงอยากได้บัตรใบเดียว เพราะสามารถเก็บตกคะแนนที่ได้อันดับ 2 และ 3 ไปรวมเพิ่มยอด ส.ส.บัญชีรายชื่อได้

ห้ามเลือด “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” โจทย์ใหม่ ไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506450

23 ก.พ. 2565

ห้ามเลือด "อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร" โจทย์ใหม่ ไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ

อิทธิฤทธิ์พลังดูดสีน้ำเงิน “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” โผล่ห้ามเลือดเพื่อไทย เถ้าแก่ดูไบรับโจทย์ใหม่ รัฐบาลปรองดอง ลูกสาวอาจไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ท้าพลังดูด “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” หายหน้าไปนาน โผล่เข้าเพื่อไทยร่วมประชุม ส.ส.อย่างเอิกเกริก สร้างขวัญกำลังใจให้ฮึกเหิม

สปอตไลท์การเมืองสาดจับ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” มานานแล้ว รอแค่เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่มีคำถามบารมีถึงหรือไม่

โจทย์ทักษิณวันนี้ อาจไม่ใช่ปั้น “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” เป็นนายกฯ เหมือนสมัยยิ่งลักษณ์ เพราะบริบทสังคมการเมืองเปลี่ยน โจทย์ปรองดองเป็นเรื่องใหญ่

วันที่ 22 ก.พ.2565 ที่พรรคเพื่อไทยได้มีการประชุม ส.ส.ของพรรคประจำสัปดาห์ เตรียมความพร้อมเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้เกิดเรื่องฮือฮาในกลุ่ม ส.ส. เมื่อ อุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ได้เข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วย โดยนั่งร่วมกับกลุ่ม ส.ส.หญิง บริเวณกลางห้องประชุม

จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊กว่า “วันนี้ คุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม พรรคเพื่อไทยค่ะ”

ปลายปีที่แล้ว ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจดันลูกสาวคนเล็กเข้าสู่ถนนการเมือง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย บ้างก็ว่าเป็นการลงทุนครั้งสุดท้าย โดยหยิบกล่องดวงใจออกมาเป็นไพ่ใบใหม่

ลึกๆแล้ว ทักษิณหวังให้ลูกสาวเป็นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ว่า “รอบนี้ เถ้าแก่สู้จริง” เพราะช่วงนั้น มีข่าวเลือดไหล ส.ส.เพื่อไทยเตรียมย้ายพรรคนับสิบ เหมือนเช่นวันนี้ พลังดูดสีน้ำเงินมาแรง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” จึงต้องออกมาเป็นยามห้ามเลือดอีกครั้ง

‘โจทย์เปลี่ยน’

แม้สื่อทุกสำนักจะมองว่า “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” จะเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่เอาเข้าจริงแล้ว สถานการณ์การเมืองวันนี้ ก็ต่างจากยุคยิ่งลักษณ์เยอะ

จะว่าไปแล้ว บทบาทของอุ๊งอิ๊ง ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ก็ยังไม่เห็นมีผลงานอะไรออกมาที่ชี้ให้เห็นว่า นี่คือซอฟท์พาวเวอร์ หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จับต้องได้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พยายามอธิบายบทบาทอุ๊งอิ๊งว่า จะเข้ามาร่วมกันผลิตนโยบายเพื่อดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมกับพรรคเพื่อไทย

2-3 เดือนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็มุ่งเล่นเกมสภา หวังกดดันให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ยังไม่เห็นนโยบายใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์คนรุ่น Gen X Gen Z

ในสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” อาจเป็นแค่ตัวละครในกลยุทธ์การตลาดการเมือง มากกว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯเหมือนยิ่งลักษณ์ เนื่องจากคนดูไบมีดีลพิเศษว่าด้วยนายกรัฐมนตรีคนกลางอยู่แล้ว ใช่หรือไม่

‘เลือดไหลไม่หยุด’

ถึงจะการันตีกับ ส.ส.เพื่อไทยด้วยการส่ง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” มาเป็นเครื่องการันตีว่า นายห้างดูไบเอาจริง ไม่มีแตกแบงก์พันเหมือนปี 2562 แต่ ส.ส.นกรู้จำนวนหนึ่งในพรรคเพื่อไทย ก็เตรียมขยับไปตามพลังดูด

เวลานี้ นายห้างดูไบจัดวางยุทธศาสตร์เลือกตั้งไว้ที่ภาคเหนือ และภาคอีสานเป็นหลัก ส่วนภาคกลาง กรุงเทพฯ และภาคใต้ ก็สู้ตามสภาพความเป็นจริง

ภาคเหนือ มีชลน่าน ศรีแก้ว เป็นแม่ทัพใหญ่ กำกับโดยเจ๊แดงคนเดิม เที่ยวนี้ เหนือตอนบนต้องกวาดให้หมด ไม่แบ่งให้กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ส่วนเหนือตอนล่าง ก็พยายามทำให้ดีกว่าหนที่แล้ว เจ๊แดงพยายามจะดึงกลุ่มวราเทพ รัตนากร กลับมา

คู่แข่งในภาคเหนือ ก็มีแค่กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส และพรรคพลังประชารัฐ ที่แบ่งเป็นกลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน และกลุ่มหิมาลัย ผิวพรรณ สำหรับพรรคก้าวไกลก็น่าจับตาในพื้นที่เขตเมืองใหญ่ จะเป็นก้างขวางคอเพื่อไทย

ภาคอีสาน มีเฮียเพ้ง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ดูแลทั้งหมด โดยเกรียง กัลป์ตินันท์ และประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ช่วย

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร และจิราพร สินธุไพรอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร และจิราพร สินธุไพร


คู่แข่งในภาคอีสานคือ พรรคภูมิใจไทย ที่หวังจะเพิ่มจำนวน ส.ส.อีสาน ให้ได้ถึง 30 คน จากเดิมที่มีอยู่ 16 คน ส่วนพรรคก้าวไกลกำลังมาแรง อาจได้ ส.ส.เขต 5-6 คนในโซนอีสานเหนือ

สาเหตุหนึ่งที่มีอาการเลือดไหลในเพื่อไทย เพราะคนแดนไกล มอบนโยบายใหม่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมัยหน้า ต้องช่วยเหลือตัวเองมากกว่า 50% จะมาหวังพึ่งที่พรรคอย่างเดียวไม่ได้

เถ้าแก่ดูไบมาสูตรเดิม พรรคจะปั้นนโยบาย ปั่นกระแส ส่วนผู้สมัคร ส.ส.ก็รอขี่กระแสเข้าสภาฯเหมือนปี 2554