กลัวพลังดูด “ทักษิณ” ดิ้นยกสุดท้าย พ่ายเที่ยวนี้ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506356

22 ก.พ. 2565

กลัวพลังดูด "ทักษิณ" ดิ้นยกสุดท้าย พ่ายเที่ยวนี้ไม่ได้

จับตาเกมใหม่ “ทักษิณ” ปลดล็อคครอบงำพรรค คนแดนไกลกังวลพลังดูด กลัว ส.ส.ยกขบวนหนี แถมเลือกตั้งใหญ่ก็กลัวไม่แลนด์สไลด์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หนีไม่พ้นธนาธิปไตย “ทักษิณ” ยังนอนผวา เพราะเจอพลังดูดจากพรรคขาใหญ่ ถึงขั้นลุกขึ้นมาโวยกลางคลับเฮาส์

จุดแข็งจุดอ่อนเพื่อไทยก็คือ “ทักษิณ” ปรับโครงสร้างพรรคกี่ครั้งยังหนีเงานายใหญ่ไม่พ้น แต่หากไม่มีแบรนด์คนแดนไกล ก็ไปต่อยาก

เสี่ยงยุบพรรค “ทักษิณ” เจอการร้องเรียนเรื่องครอบงำพรรค แกนนำเพื่อไทยจึงชงแก้กฎหมายลูก ประเด็นคนนอกครอบงำพรรค

วันที่ 24-25 ก.พ.2565 ที่ประชุมรัฐสภา เตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เตรียมใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งมี ส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม 10 ฉบับ และที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ การแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 และมาตรา 29 ว่าด้วยข้อห้ามพรรคการเมืองให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ครอบงำ ชี้นำกิจการของพรรค

ว่ากันตามจริง มีพรรคการเมืองหลายพรรค มีผู้บารมีนอกพรรค ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทย อย่างพรรคภูมิใจไทย มีคนนอกที่ไม่อยู่ในพรรคเช่นกัน

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเด็นแก้ไข ม.28 และ ม.29 ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก และจะชี้แจงหลักการและเหตุผลที่เราเสนอให้มากที่สุด เพราะถือว่าเป็นประโยชน์กับพรรคการเมือง

แน่นอน พรรคเพื่อไทยย่อมตกเป็นเป้าโจมตี ในฐานะที่มีทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อคนในพรรคเพื่อไทยอย่างสูง

‘กลัวพลังดูด’

ยุคสมัยหนึ่ง “ทักษิณ” และพรรคไทยรักไทย ได้ชื่อว่าเป็นพรรคที่ทรงพลัง สามารถดึงดูดพรรคความหวังใหม่ ,พรรคเสรีธรรม และพรรคชาติพัฒนา ให้ยุบพรรคและควบรวมกับไทยรักไทย

ทักษิณหรือโทนี่ จากเมืองไทยไปเกือบ 20 ปี การเมืองไทยก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ดังนั้นในคลับเฮาส์ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2565 ทักษิณจึงโวยวายเรื่องพลังดูด

“ผมได้ยินว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน โดนวัคซีนไล่ฉีดกันเป็นแถว 30 ล้าน 20 ล้าน ฉีดกันใหญ่ โอ้โห.. จะเตรียมย้ายพรรค ผมเตือนไว้นะ วันก่อน มี ส.ส.เพื่อไทยไปร่วมประชุมกับพรรคฝ่ายรัฐบาลอยู่ ผมได้ยิน รู้ชื่อด้วย จ่ายคนละ 2 แสน รายเดือน เอาตังค์ที่ไหนมา”

เรื่องที่ทักษิณพูดในคลับเฮาส์ ก็ไม่ต่างจากบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เคยโอดครวญว่า เจอพายุลูกใหญ่จนแทบพรรคชาติไทยจะสูญพันธุ์ในการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2548

ลึกๆแล้ว ทักษิณเองคงสั่นไหวในความรู้สึก ถึงกับพูดว่า “ผมอยู่ดูไบรู้หมด วันนี้ที่บอกว่า เอารายชื่อไปโชว์นายกฯ เท่านั้นเท่านี้ ก็จริงนะ ก็จิ้มไปเยอะ”

ในวันที่แบรนด์ทักษิณเสื่อมมนต์ขลังไปเยอะ ส.ส.เพื่อไทยจำนวนไม่น้อย ต่างขวนขวายหาทางไป เพราะอย่าลืมว่า กลุ่มบ้านใหญ่ที่ทิ้งไปพลังประชารัฐ ก็ยังไม่คิดหวนกลับเพื่อไทย

‘ตัวอย่างเมืองช้าง’

ตามนิสัย “ทักษิณ” ไม่ยอมถอยง่ายๆ คำพูดที่ว่า “ผมอยู่ดูไบรู้หมด..” จึงต้องหาทางสกัดไม่ให้เลือดไหล

อย่างเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2565 มีงานฉลองมงคลสมรส บุตรสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ กับบุตรชาย สวาป เผ่าประทาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ไร่ STK ฟาร์ม ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรัฐมนตรีพรรคภูมิใจ และ ส.ส.หลายพรรคมาร่วมงานนับร้อยคน

วันนั้น ช่วงการถ่ายภาพหมู่ ส.ส.ในงานก็เห็นภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล หยอกล้อกับ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ส.ส.รายนี้ตกเป็นข่าวเรื่องจะย้ายมาอยู่ค่ายสีน้ำเงิน

ย้อนไปปี 2562 วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.สุรินทร์ ได้พบกับครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และคุณากร ปรีชาชนะชัย 3 ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อันเป็นที่มาของข่าวลือย้ายพรรค

ตอนหลังคนในเมืองช้าง ก็เพ่งเล็งไปที่ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และ ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ซึ่งเป็น ส.ส.สมัยแรกพร้อมกัน ในสีเสื้อไทยรักไทย ฤดูเลือกตั้ง 2544

อย่างไรก็ตาม สนามเลือกตั้งสุรินทร์ ทำให้พรรคภูมิใจไทยผิดหวังมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะคนเมืองช้างไม่เลือกแบรนด์เนวิน และยังภักดีกับแบรนด์ทักษิณ

ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และ ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล จึงยังไม่ตัดสินใจ ซึ่ง ส.ส.หลายคนของเพื่อไทย ก็คงอยู่ในอาการประมาณนี้เหมือนกัน

ขุมกำลังต่อรอง “อนุทิน” เปิดบัญชีเด็กฝากเลี้ยงหลากสี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506343

22 ก.พ. 2565

ขุมกำลังต่อรอง "อนุทิน" เปิดบัญชีเด็กฝากเลี้ยงหลากสี

ไม่ใช่การขู่แต่องค์ลง “อนุทิน” ปรามสหายแสง อย่าขู่พร่ำเพรื่อ ภูมิใจไทยถนัดเกมต่อรอง เปิดบัญชีเด็กฝากเลี้ยงต่างพรรค คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ขู่จริงหรือองค์ลง “อนุทิน” ปรามศุภชัย โพธิ์สุ อย่าพูดเรื่องถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ให้ฟังหัวหน้าพรรคคนเดียวเท่านั้น

ผู้ค้ำรัฐบาล “อนุทิน” กลายเป็นดาวดวงเด่น ในภาวะลุงตู่ขาลง เผชิญปัญหาสารพัดประเดประดัง ทั้งความแตกแยกในพลังประชารัฐ

ตุนเสียงไว้เยอะ “อนุทิน” จึงมีแต้มต่อ จาก 51 เสียง เพิ่มเป็น 65 เสียง แถมมีฝากเลี้ยงไว้อีกนับสิบ มาลองขานชื่อกันดู มีใครบ้าง

วันที่ 22 ก.พ.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี แจงนักข่าวเรื่องศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม และรองประธานสภาฯ พูดในพื้นที่ทำนองว่า หากกฎหมายกัญชาไม่ผ่านสภาฯ พรรคภูมิใจไทยจะถอนตัว ซึ่งตนเองได้โทรศัพท์ไปหาศุภชัยแล้ว เรื่องท่าทีในการร่วมรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ก็ขอให้ฟังหัวหน้าพรรคอย่างเดียว

นาทีนี้ คนภูมิใจไทยจะมีความรู้สึกว่า 65 เสียงมีความสำคัญยิ่ง และพรรคสีน้ำเงินได้กลายเป็นเสาหลักค้ำยันรัฐบาลประยุทธ์

การที่มีพรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นหอกข้างแคร่คอยเขย่ารัฐบาล ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหันไปพึ่งพาพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น เนื่องจากมีการสะสมกำลังหนุนนอกพรรคไว้พอประมาณ

อีกด้านหนึ่ง ภูมิใจไทยถูกมองว่าเป็นพรรคการเมืองที่ถนัดเดินเกมต่อรอง รู้จังหวะ รู้โอกาสที่จะเล่นเกมกดดันทางการเมือง จนทักษิณ ชินวัตร ออกมาเตือนประยุทธ์ว่าระวังถูกไฮแจ๊ค

‘ร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม’

บังเอิญว่า “อนุทิน” มีครูใหญ่ชื่อ เนวิน ชิดชอบ ที่ช่ำชองเรื่องกลยุทธ์การเมือง และคุ้นเคยกับพี่น้อง 3 ป. มาแต่สมัยตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งตอนนั้น พรรคภูมิใจไทยก็ได้คุมกระทรวงคมนาคม

เมื่อเร็วๆนี้ พรรคภูมิใจไทย เล่นบทกดดัน 7 รัฐมนตรีของพรรคบอยคอตการประชุม ครม.เพื่อคัดค้านวาระการขยายสัมปทานรถไฟฟ้า

สายสีเขียว คนวงนอกก็ประเมินว่า ค่ายบุรีรัมย์ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลแน่ แต่ไม่กี่วันถัดมา อนุทินก็พลิกเกมรับบทหนูช่วยราชสีห์

อนุทินแถลงหนุนลุงตู่ พร้อมประกาศคำโตๆว่า “มาด้วยกันไปด้วยกัน” แถมมีมือดีปล่อยข่าวเรื่องนายกฯประยุทธ์ พูดว่า “หนูช่วยกันหน่อยนะ”

ตามมาด้วยข่าวเสี่ยหนูโชว์โพยเสียงสนับสนุน 260 เสียง ซึ่งประเด็นนี้ ถูกตีความไปได้หลายมุม ด้านหนึ่งปลุกปลอบขวัญลุงตู่ ไม่ต้องกลัวธรรมนัสโหวตสวน อีกด้านหนึ่งมองได้ว่านี่เป็นการขู่ อย่าเบี้ยวนะ

‘เด็กฝากเลี้ยง’

ลำพัง “อนุทิน” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คงไม่สามารถนำพาพรรคมาได้ไกลถึงขนาดนี้ หากไม่มี เนวิน ชิดชอบ ที่มีประสบการณ์โชกโชนสมัยที่เป็นขุนพลให้ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยผู้ล่วงลับ หรือทักษิณ ชินวัตร สมัยพรรคไทยรักไทย

ดังนั้น ภูมิใจไทยที่เคยมี ส.ส. 51 คน จึงเพิ่มเป็น 65 คนในช่วงเวลา 2 ปี (ปัจจุบันหยุดปฏิบัติหน้าที่ 3 คน เหลือ 62 คน)

ค่ายสีน้ำเงิน ได้ฝากเลี้ยง ส.ส. 5 คนอยู่ในพรรคก้าวไกล ได้แก่ เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี ,พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย และเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย

ปีที่แล้ว เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยังเดินตามกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และหิมาลัย ผิวพรรณ แต่ล่าสุด ย้ายมาซบค่ายบุรีรัมย์เรียบร้อยแล้ว

ในพรรคเพื่อไทยก็มี 4 คนคือ วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ที่ส่งลูกชายไปสวมเสื้อภูมิใจไทย หาเสียงล่วงหน้าแล้ว ส่วนจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ และธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ ยังไม่เปิดตัว แต่วงในก็รู้กันอยู่

เช่นเดียวกับ ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ก็ส่งสามี ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษหลายสมัย ไปอยู่ภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว

รวมแล้วประมาณ 9 เสียงที่ภูมิใจไทยตุนไว้ หากนับรวมกับ ส.ส. 62 คน ก็มีมากถึง 71 เสียง ด้วยเหตุนี้ เสี่ยหนูจึงกล้าโชว์โพย 260 เสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เกิดความมั่นใจ

นอกจากนี้ ยังมีเสียงจากฝ่ายค้าน พรรคเพื่อชาติ 6 เสียง นำโดย ศรัณย์วุฒิ ศรัณเกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ หัวหน้าพรรค และพรรคประชาชาติ 1 เสียง อนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี ซึ่งพร้อมจะแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เฉพาะอนุมัติ ก็ได้ข่าวว่าจะมาพลังประชารัฐ แต่ก็สิทธิ์ย้ายไปภูมิใจไทยได้เหมือนกัน

มองภาพรวม มีจำนวน ส.ส.อยู่ 474 เสียง (เกินกึ่งหนึ่ง 238 เสียง) ปัจจุบัน ส.ส.รัฐบาล มี 251 เสียง (ยังไม่นับกลุ่มผู้กองธรรมนัส) หากได้มาอีก 9 เสียงก็ 260 เสียงพอดี

“พลังประชารัฐ” วุ่น ร.ต.อ.อรุณ โบกมือลา “สงขลา” เขต4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506302

นายหัวไทร

22 ก.พ. 2565

"พลังประชารัฐ" วุ่น  ร.ต.อ.อรุณ โบกมือลา "สงขลา" เขต4

เลือกตั้งครั้งหน้าเขต 4 “สงขลา” ระอุ เมื่อ “ผู้กองอรุณ” ประกาศวางมือ ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค “พลังประชารัฐ”

พลันที่ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา เขต 4 (ระโนด กระแสสินธุ์ สะทิงพระ สิงหนคร) พรรคพลังประชารัฐ แจ้งกับทีมงานว่า สมัยหน้าจะไม่ลงเลือกตั้งแล้ว โดยอ้างปัญหาสุขภาพ   แน่นอนว่าทำให้สนามเลือกตั้งนี้ถูกจับตามองว่า ใครจะมาเสียบแทน ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ที่สอบถามกันมาถึงเหตุผลที่ ร.ต.อ.อรุณถอดใจไปเฉยๆ ทั้งๆที่เพิ่งเป็น ส.ส.สมัยแรก และในพื้นที่ถือว่าเขาไม่มีปัญหา ขาเชียร์ต่างหากที่พากันตกใจกับการตัดสินใจเฉียบพลัน น่าจะมีเหตุผลลึกๆมากกว่า ปัญหาสุขภาพ

"พลังประชารัฐ" วุ่น  ร.ต.อ.อรุณ โบกมือลา "สงขลา" เขต4

หลัง ร.ต.อ.อรุณแจ้งทีมงานไม่ลงเลือกตั้งสมัยหน้า แต่เขาก็พา “กฤต” หรือชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว มาแนะนำตัวกับทีมงานด้วยว่าจะเป็นคนลงสมัครแทนเขา “กฤต” ยังเป็นเด็กหนุ่ม คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในธุระที่เขาทำอยู่ที่สงขลา

กฤต ดั้งเดิมเป็นคนนครศรีธรรมราช แต่เมื่อจบการศึกษาก็ไปปักหลักทำมาหากินอยู่สงขลาจนประสบความสำเร็จในธุรกิจ เมื่อเส้นทางธุรกิจเดินไปได้เขาก็หวังว่าจะกระโดดเข้าสู่เวทีการเมือง เป็นจังหวะปะเหมาะกับ ร.ต.อ.อรุณ ต้องการจะพักผ่อน จึงเปิดทางให้กฤตเข้ามาทำพื้นที่แทน และนับตั้งแต่ ร.ต.อ.อรุณถอยไป “กฤต”ก็เข้ามาเดินในพื้นที่อย่างเต็มที่ ภายใต้การสนับสนุนและแนะนำของ ร.ต.อ.อรุณ  ชื่อของ “กฤต” เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเขตเลือกตั้งที่ 4 ของสงขลา กับภาพของ “หนุ่มใจถึง”     

เมื่อประธานสโมสรนครศรียูไนเต็ด ว่างลง เนื่องจากเสียชีวิต ทีมสโมสรนครศรียูไนเต็ด เมื่อแพแตก เรือขาดหางเสือ การเจรจาซื้อทีมจึงเกิดขึ้น โครงสร้างการบริหารสโมสร ทั้งหมด มาอยู่ในการดูแลของ “กฤต” ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว โดยที่เขา ทำหน้าที่ประธานสโมสรฟุตบอลนครศรียูไนเต็ด นับจาก 14 พ.ค. 2563 เป็นต้นมา

ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ประธานสโมสร นครศรี ยูไนเต็ด ได้แนะนำตัวเอง ผ่านเฟซบุ๊ค เพจ “นครศรี ยูไนเต็ด” โดยมีเนื้อหาว่า ” เขาเรียนอยู่ที่โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ม.1-ม.6 จากนั้นจึงมาใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดสงขลา ไม่เคยลืมฐานะตัวเองว่ามาจากนครศรี ในการทำทีมฟุตบอลทราบดีว่า เหนื่อย แต่ที่ทำเพราะ เป็นลูกนครศรี การเปลี่ยนแปลงทั้งหมด จะพยายามไม่ให้กระทบ และพร้อมจะพาทีมนครศรีไปให้ไกลสุดเท่าที่จะไกลให้ได้  ”กฤต”ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว จะขึ้นรักษาแชมป์แทน ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่แชมป์เก่ากว่า “ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว” อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ก็แสดงความจำนงจะลงเลือกตั้งเขตนี้เหมือนเดิม ทั้งๆที่ปัจจุบันเขานั่งเป็นรองนายกฯอบจ.สงขลาอยู่ ที่มี “ไพรเจน มากสุวรรณ์” เป็นนายกฯ อบจ.  กล่าวสำหรับประชาธิปัตย์ เขต 4 ถ้าชัยวุฒิไม่ลงก็จะมี “วิชัย โภชนกิจ” อดีตอธิบดีกรมการค้าภายใน เตรียมตัวอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าชัยวุฒิลง วิชัยก็จะหลีกทางให้ โดยอาจจะไปลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อแทน

"พลังประชารัฐ" วุ่น  ร.ต.อ.อรุณ โบกมือลา "สงขลา" เขต4

 กล่าวสำหรับวิชัย ถือว่าเป็นคนมีความรู้ความสามารถคนหนึ่ง ทำงานใกล้ชิดจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ ตั้งแต่อยู่ในตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายในมาจนถึงทุกวันนี้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว    ชัยวุฒิ เป็นหลานสายตรงของ “ถาวร เสนเนียม” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประเด็นอยู่ที่ว่า “ชัยวุฒิ” ได้รับเลือกเป็น ส.ส.เขต 4 สงขลา เพราะมีถาวรคอยดันหลังอยู่ แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ เมื่อถาวรไม่ได้เป็นสมาชิกประชาธิปัตย์แล้ว และมีแนวโน้มสูงว่าจะไปร่วมงานกับไทยภักดี เมื่อถาวรไปอยู่ไทยภักดี แต่ชัยวุฒิยังอยู่ประชาธิปัตย์

ถาวรจะยังดันหลังชัยวุฒิอยู่อีกหรือไม่ ถ้าไม่มีถาวรช่วยดันหลังชัยวุฒิก็ลำบากแม้จะมีเสื้อคลุมประชาธิปัตย์อยู่ก็ตาม เพราะประชาธิปัตย์ยุคนี้สมัยนี้ไม่เหมือนกับประชาธิปัตย์ยุคเก่าก่อน ยุคสตอสามัคคี

ประเด็น คือถ้าชัยวุฒิจะลงสมัคร ส.ส.ก็ต้องทิ้งเก้าอี้รองนายกฯอบจ.สงขลาด้วย ถ้าได้รับเลือกเป็น ส.ส.สงขลา ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าพลาดนั้นก็หมายความว่า จะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองใดๆให้ทำงานต่ออีก  อีกคนหนึ่งก็น่าสนใจ “สจ.เต้ง” ไกรธนู แกล้วทนง อดีต สจ.หลายสมัยของ อ.ระโนด ทำงานอยู่กับท้องถิ่นมาร่วม 20 ปี ก็ประสงค์จะเปลี่ยนสายงานบ้าง ล่าสุด “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย ไปฉกตัวมาเข้าสังกัดเรียบร้อย สวมเสื้อภูมิใจไทย ภายใต้ร่มเงินของ ดร.นาที รัชกิจประการ

"พลังประชารัฐ" วุ่น  ร.ต.อ.อรุณ โบกมือลา "สงขลา" เขต4

      สำหรับเขต 4 สงขลา คงไม่ใช่มีแค่ 3 -4 คนนี้แน่นอน ยังมีคนจดๆจ้องๆ เล็งหาพรรคสังกัดอยู่อีกหลายคน บางคนคอยดูท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะเอาอย่างไรกับพรรคไหน บางคนก็ลั่นวาจาเลย “ผมอยู่พรรคนายกฯ”

      การเปิดตัวของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดย ดร.เสกสกล อัตถาวงค์ พร้อมประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัย ทำให้นักเลือกตั้งบางคนต้องหยุด-คิด “เอางัยดีหว่า” พรรคเดิมที่เคยดิวกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคกล้า พรรคสร้างอนาคตไทย อาจจะไม่ใช่ ต้องมานั่งคิด และทบทวนใหม่

      อย่ากระพริบตาสำหรับเขต 4 สงขลา “หมัดเดียวน็อคได้”

ซูฮกเฮ้ง “สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ” ชลบุรีต้องเปลี่ยน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506219

21 ก.พ. 2565

ซูฮกเฮ้ง "สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ" ชลบุรีต้องเปลี่ยน

บ้านใหญ่ใกล้สนธยา “สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ” ซูฮกสุชาติ ชมกลิ่น สุดยอดใจนักเลง ชี้การเมืองชลบุรีต้องเปลี่ยน กลุ่มลูกน้องกำนันแปรพักตร์ซบพลังเฮ้งเพียบ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ดราม่าเมืองน้ำเค็ม “สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ” ซูฮกเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น สุดยอดใจนักเลง ถึงเวลาชลบุรีต้องเปลี่ยนแปลง

หลังสิ้นประมุขบ้านใหญ่ “สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ” เปิดศึกหลานชาย ณรงค์ชัย คุณปลื้ม ลงสนามชิงเก้าอี้นายกเล็กแสนสุข ถึงแพ้แต่ก็ไม่ถอย

คนบ้านเดียวกัน “สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ” กับสุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะคนหนองมน ขอเลือกข้างพลังใหม่ ไม่เอากลุ่มเรารักชลบุรีของหลานตัวเอง

วันที่ 20 ก.พ.2565 มีการแสดงพลังของกลุ่มคนรักเสี่ยเฮ้ง มีทั้งนายกเทศมนตรี, นายก อบต. และผู้นำท้องถิ่นในเขตพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี, อ.พานทอง และ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี หลังเกิดศึกวิวาทะระหว่างสนธยา คุณปลื้ม ตัวแทนกลุ่มพลังบ้านใหญ่ กับสุชาติ ชมกลิ่น ผู้นำกลุ่มพลังใหม่

ในกลุ่มผู้มาให้กำลังใจเสี่ยเฮ้ง ก็มี “ทิดเล็ก” สมชาติ คุณปลื้ม น้องชายกำนันเป๊าะ-สมชาย คุณปลื้ม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข

“ผมอยู่กับรัฐมนตรีเฮ้งมานานหลายปี ตั้งแต่เด็กๆ ความจริงไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง สำหรับผมเห็นการทำงานของรัฐมนตรีเฮ้ง ยอมรับว่า สุดยอดใจนักเลงเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วยอย่างเดียวไม่หวังอะไรตอบแทน”

สมชาติ คุณปลื้ม กับสุชาติ ชมกลิ่น ต่างก็เป็นคนหนองมน ชลบุรี จึงรู้จักมักคุ้นกันอย่างดี และที่สำคัญ ทั้งสองก็อยู่ใต้ร่มไม้ชายคาบ้านใหญ่แสนสุข สมัยที่กำนันเป๊าะยังมีชีวิตอยู่

‘ศึกสายเลือด’

ต้นปี 2564 ปี่กลองเลือกตั้งท้องถิ่นดังก้อง “สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ” ตัดสินลงสมัครชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยคู่แข่งคือ ตุ้ย-ณรงค์ชัย คุณปลื้ม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข และลูกชายคนเล็กของกำนันเป๊าะ

คนแถวหาดบางแสนวิจารณ์กันขรม กรณีศึกสายเลือดอา-หลาน ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว หลังจากกำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้ม เสียชีวิตเมื่อปี 2562

ฝ่ายแชมป์เก่า ณรงค์ชัย ได้ สท.เหี่ยว-ภาสกร หอมหวล มือขวากำนันเป๊าะ เป็นกุนซือ มีความได้เปรียบ เพราะมีขุมกำลังกลุ่มเรารักชลบุรี จากสนธยา-วิทยา มาสนับสนุนเต็มที่

ส่วนทิดเล็ก-สมชาติ คุณปลื้ม วัย 70 ปี ลงสนามในนามกลุ่มเรารักษ์แสนสุข และได้ปรึกษาหารือกับสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะเป็นคนหนองมนบ้านเดียวกัน

สำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในเขต อ.เมืองชลบุรี จำนวน 6 แห่ง ปรากฏว่า รัฐมนตรีเฮ้ง ส่งทีมลงสมัครนายกเล็ก 5 แห่งในนามกลุ่มพลังใหม่ ยกเว้นเทศบาลตำบลแสนสุข

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น พบว่า กลุ่มพลังใหม่ของเสี่ยเฮ้ง คว้าเก้าอี้นายกเล็กได้ 4 แห่ง และพ่ายกลุ่มบ้านใหญ่แห่งเดียวเทศบาลอ่างศิลา

ส่วนการเลือกตั้งเทศบาลเมืองแสนสุข ณรงค์ชัย คุณปลื้ม เอาชนะสมชาติ คุณปลื้ม ด้วยคะแนน 11,976 ต่อ 6,122 คะแนน ไปตามความคาดหมาย

‘กำนันเป๊าะ-ทิดเล็ก’

ในวันที่ทายาทตระกูลปลื้มยังเป็นเด็กๆ “สมชาติ น้องกำนันเป๊าะ” เดินเคียงข้างพี่ชาย ผาดโผนในยุทธจักรธุรกิจและการเมือง

นักข่าวรุ่นเก่ารู้จักทิดเล็ก สมชาติ เป็นอย่างดี เพราะเขามีบทบาทในการด้านกีฬา หลายคนคงจำสโมสรส่งเสริมกีฬาแสนสุข และฟุตบอลรายการชิงถ้วยแสนสุขคัพ ที่กำนันเป๊าะชื่นชอบมาก

สมัยที่นิคม แสนเจริญ น้องชายสติล คุณปลื้ม เป็น ส.ส.ชลบุรี พรรคกิจสังคม ฝ่ายทิดเล็ก สมชาติ คุณปลื้ม เป็นนายกเทศมนตรีตำบลแสนสุข และเป็นอยู่ 2 สมัย ก่อนถอยออกมา เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน

ทิดเล็ก สมชาติ คุณปลื้ม น้องชายกำนันเป๊าะทิดเล็ก สมชาติ คุณปลื้ม น้องชายกำนันเป๊าะ

ทิดเล็ก สมชาติ วางมือไป 10 ปี จึงตัดสินหวนคืนสนามการเมืองท้องถิ่น โดยอ้างว่า ชาวบ้านต้องการให้เขากลับมาช่วยเหลือ โดยชูคำขวัญในการหาเสียงว่า “คิดถึงกำนันเป๊าะ คิดถึงทิดเล็ก”

จะว่าไปแล้ว นักการเมืองท้องถิ่นแถวชลบุรี ที่สังกัดกลุ่มพลังใหม่ของเสี่ยเฮ้งในวันนี้ ก็คือลูกน้องกำนันเป๊าะทั้งนั้น

ทุกคนที่ย้ายข้างต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตนเองเป็นลูกน้องกำนันเป๊าะ แต่ไม่ได้เป็นลูกน้องของทายาทกำนันเป๊าะ

ดาวเขียว “สหายแสง ศุภชัย” ชักธงมหานครแห่งกัญชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506198

21 ก.พ. 2565

ดาวเขียว "สหายแสง ศุภชัย" ชักธงมหานครแห่งกัญชา

การเมืองเรื่องสายเขียว “สหายแสง ศุภชัย” ปั้นนครพนม มหานครแห่งกัญชา ภูมิใจไทยเดิมพันสูงสมัยหน้า คำขู่ถอนตัวจึงไม่น่าจะใช่เรื่องกลอนพาไป คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การเมืองสายเขียว “สหายแสง ศุภชัย” ปลุกตลาดกัญชา ย้อนรอยอดีตนักการเมืองดังเคยหาเสียงปลูกพืชเศรษฐกิจ เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว

กลอนพาไปจริงหรือ “สหายแสง ศุภชัย” บอกร่างกฎหมายกัญชาไม่ผ่านสภาฯ ค่ายพลังหนูจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล คนชายฝั่งโขงนั่งยิ้มตาเยิ้มทั้งวัน

วิถีการเมือง “สหายแสง ศุภชัย” มาไกลแต่ยังไม่สุดทางฝัน จึงเดิมพันกัญชาไว้หาเสียงสมัยหน้า นครพนมอย่างน้อยต้อง 2 ที่นั่ง

วันที่ 20 ก.พ.2565 ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาฯคนที่ 2 แตะมือลูกสาว ศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม ใช้พื้นที่ตลาดพูนสุข อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่งเป็นตลาดของพูนสุข โพธิ์สุ ภรรยาสหายแสง เปิดเวทีเสวนาเรื่องการขับเคลื่อนต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาในประเทศไทย

ที่มาของพาดหัวข่าว ภท.ถอนตัวนั้นมาจากการแสดงความเห็นของศุภชัย บนเวทีเสวนาเรื่องความคืบหน้า การเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชงกัญชา พ.ศ…ซึ่งมีการเสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าประมาณเดือนพ.ค. 2565 จะมีความชัดเจน

“หากรัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นชอบกับกฎหมายปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ หรือไม่มีการพิจารณา พ.ร.บ.กัญชงกัญชา พ.ศ. … ทำให้การขับเคลื่อนไม่เดินหน้า พรรคภูมิใจไทย รวมถึงผม จะขอถอตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลทันที” สหายแสงกล่าว

อันที่จริง ศุภชัย โพธิ์สุ ได้จัดอีเวนท์เรื่องกัญชาในนครพนมอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ 10 มี.ค.2564 เปิดตลาดกัญชาชุมชน จ.นครพนม ที่บ้านหนองแคนช้าง ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ตามยุทธศาสตร์มหานครแห่งกัญชา

10 ธ.ค.2564 ศุภชัย เป็นประธานปลูกกัญชาครัวเรือน 6 ต้น ที่วิสาหกิจชุมชนปลูกสมุนไพรเพื่อแปรรูปในชุมชนบ้านท่าควาย ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม

11 ธ.ค.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน Kick off กัญชาริมฝั่งโขง เส้นทางการท่องเที่ยวสมุนไพรกัญชา โดยมีศุภชัย โพธิ์สุ เป็นเจ้าภาพ

การเคลื่อนไหวของสหายแสงเรื่องกัญชา ทำให้นึกถึงนักการเมืองนครพนมคนหนึ่ง ที่โด่งดังจากการค้ากัญชา และเคยมีแนวคิดปลูกกัญชาเสรี ถึงขั้นนำไปหาเสียงเลือกตั้ง

‘บ้านใหญ่ศรีสงคราม’

คนนครพนมรู้จักบ้านพูนสุข อ.ศรีสงคราม เป็นอย่างดี “สหายแสง ศุภชัย” จะเปิดบ้านต้อนรับผู้คนทุกชั้นชน ใครมีปัญหาเดือดร้อนใจก็จะไปหา รวมถึงบรรดาข้าราชการทุกหน่วยงานวิ่งเข้าหาหัวกระไดไม่แห้ง

ในวันที่สหายแสง ศุภชัย ปั้นลูกสาวคนโตน้องขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ เป็นนายก อบจ.นครพนม ด้วยการล้มแชมป์เก่า 2 สมัย สมชอบ นิติพจน์ มีผลคะแนนทิ้งห่างกันถึง 5,1382 คะแนน บารมีของสหายแสงยิ่งเจิดจรัส

เบื้องหลังชัยชนะของศุภพานีคือ การผนึกกำลังของสิงห์เหนือ ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 ภูมิใจไทย กับเสือใต้ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 เพื่อไทย โดยช่วงหาเสียง ลูกสาวสหายแสงจะปราศรัยทุกเวทีว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก ทำงานร่วมกัน..เพราะเรื่องของท้องถิ่นไม่เกี่ยวกับพรรค”

โจทย์ใหญ่ของศุภชัยในสมัยหน้า ต้องเพิ่มที่นั่ง ส.ส.นครพนมให้ได้ ดังนั้น กลยุทธ์กัญชาจึงเป็นธงนำในการหาเสียง

‘นายลอยแพ’

สมัยที่เนวิน ชิดชอบ หักนายใหญ่หนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ “สหายแสง ศุภชัย” กับธีระชัย แสนแก้ว จะเป็นขุนพลอีสานเหนือของพรรคภูมิใจไทย

ตอนเลือกตั้ง 2554 ศุภชัย-ธีระชัย เจอแรงต้านจากคนเสื้อแดง จึงสอบตกทั้งคู่ แต่นายเนวินก็ยังสนับสนุนให้ทั้งคู่ทำงานพื้นที่ เพื่อกลับคืนสู่สภาฯอีกครั้ง

เลือกตั้ง 2562 ศุภชัยได้รับชัยชนะ แต่ธีระชัย สอบตกแบบไม่ได้ลุ้นที่สนามอุดรธานี เมื่อได้เป็นรองประธานสภาฯ สหายแสงไม่ทิ้งเพื่อน จึงตั้งธีระชัยเป็นที่ปรึกษารองประธานสภาฯ คนที่ 2

ธีระชัย ในฐานะนายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ และประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน 17 สมาคมฯ ก็ขับเคลื่อนงานมวลชนในอุดรธานี ปูทางสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากนายเนวินเหมือนก่อน

แปลงปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ของศุภชัย โพธิ์สุ ที่ตลาดพูนสุข แปลงปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ของศุภชัย โพธิ์สุ ที่ตลาดพูนสุข

การปราชัยในสนามเลือกตั้งครั้งหลังสุด ธีระชัยได้คะแนนแค่หลักหมื่น จึงถูกมองว่า ระดับอดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.หลายสมัย ทำคะแนนได้เท่านี้ มีข้อน่าสงสัยหลายประการ

นั่นจึงเป็นที่มาของข่าวบ้านใหญ่บุรีรัมย์ลอยแพอีโต้อีสาน ทำให้ธีระชัยต่อสายเจ๊แดง ขอกลับเพื่อไทยนั่นเอง

แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนานั้น อย่าไปสู้สหายแสง ในชั่วโมงนี้เขาคือ ขุนพลแก้วของเนวิน ดังนั้น คำขู่ถอนตัวจากรัฐบาลบนเวทีกัญชา อาจมีความนัยมากกว่ากลอนพาไป

ประกาศิต”ลุงตู่” ขุดรากถอนโคนแก๊งคอลเซ็นเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506160

หนึ่งตะวัน พันดาว

21 ก.พ. 2565

ประกาศิต"ลุงตู่" ขุดรากถอนโคนแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” ส่องกล้องตรวจแถวคนมีสี ข้าราชการตำรวจ “กระทรวง-ทบวง-กรม”

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”ส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”..OO..2565..นิตยสาร International Living จัดอันดับ ไทยติดอันดับ11ของโลก อันดับ1 เอเชีย ประเทศน่าอยู่ หลังเกษียณฯ  “ผู้เกี่ยวข้อง”..ต่างดีอกดีใจ ยกระดับสถิติ..แซงหน้า “ประเทศเพื่อนบ้าน” ผ่านมาแค่เดือนเศษ.. “เศร้าสร้อย”หลากหลายคดีความ..หลากหลายเหตุการณ์ บั่นทอนทำลายภาพลักษณ์ประเทศชาติ..OO

ไม่ว่า..เหตุการณ์ “มือปืนอิมพอร์ต” รับใบสั่งฆ่าต่างแดน บินเข้าไทย ลงมือลั่นไก ปลิดชีพสังหาร นายจิมมี่ ซิงห์ ซานดู สมาชิกแก๊ง “เดอะ ยูเอ็น”อาชญากรข้ามชาติ บัญชีดำทางการ “แคนาดา” แดดิ้นสิ้นชื่อ กลางเมืองภูเก็ต กลายเป็น..คำถามทิ่มแทงใจ..เหตุใด.. เล็ดลอดสายตา เหตุใด.. “เจ้าหน้าที่บ้านเมือง” กลับไม่ล่วงรู้ หนึ่ง..ใน..รอยรั่ว.. “จุดบอดทำลายภาพพจน์”..OO

ตอกย้ำ..ด้วย..เหตุการณ์วายร้าย  ทำร้ายชิงทรัพย์มือถือ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ”เคธี ฮุมเมลส์’ ภรรยา แมตส์ ฮุมเมลส์ นักฟุตบอลดัง ทีมชาติเยอรมนี ของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ขณะเดินเล่นบริเวณชายหาดนาใต้ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา.. OO

การบ้านข้อใหญ่.. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  “อุดจุดบอด-ช่องโหว่- รอยรั่ว” ป้องกันระวังโจรผู้ร้ายก่อน..ภาพพจน์ประเทศถดถอย “ต่างชาติ”เมินหน้าหนีท่องเที่ยวเมืองไทย..OO

ลั่นระฆัง..จัดทัพ “นายพลสีกากี”วาระ “เมษาฯหน้าร้อน” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุด แม่ทัพใหญ่สีกากี สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ ระดับ “รอง ผบก. ยัน ผู้ช่วย ผบ.ตร.”ส่งสัญญาณเข้าโหมดการแต่งตั้งฯ ขีดเส้น 30 เมษาฯ65 เสร็จสรรพ ตำแหน่ง  “ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ยศ.. “ พล.ต.อ.” ตำแหน่ง.. “ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.” ยศ  “พล.ต.ท. “เทียบเท่า “ผู้บัญชาการ” ตำแหน่ง “ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร.” ยศ. “พล.ต.ต.”เทียบเท่า “ผู้บังคับการ” ปูนบำเหน็จ  “ รอง ผบก.-รอง ผบช.-ผู้ช่วย ผบ.ตร.”เกษียณราชการปีนี้..OO


เกาะติดสถานการณ์ “เสียงเล่า-เสียงเล่า” สีกากีดาวรุ่งโรจน์ ผ่าด่านเสียบ “ตำแหน่ง-เก้าอี้” รอง ผบ.ตร. ปูทางชิงเก้าอี้ “ผู้นำฯ” ปาดหน้า.. “3 แคนดิเดต” ไฟเขียว ข้อยกเว้นหลักเกณฑ์ เปิดทางสะดวก นี่..คือ..ไฮไลต์…ที่น่าจับตา..เท็จจริงอย่างไร กาลเวลา..คือ..เครื่องพิสูจน์..OO

ได้ผล.. “ประกาศิต” พล.ต.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี..สั่งกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ผู้เกี่ยวข้อง”หลายหน่วยงาน ต่างตื่นตัว ..ทั้ง.. “นครบาล-ภูธร “ หน่วยหลัก-หน่วยเสริม “อาร์มสวย ระดมพล “ขุดราก-ถอนโคน” หลายแก๊ง จนมุม สิ้นอิสรภาพ..หลายเครือข่าย..แตกกระเซ็น หนีคุก-หนีตะราง สถานการณ์..เริ่มดีวันดีคืน..OO

โดดเด่น..กว่า.ใครเพื่อน.. ทีมงาน.. “ชุด. PCT.”พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. หัวเรือใหญ่  “หัวหมู่ทะลวงฟัน” นำทีมมือปราบพระกาฬ ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ ใช้ฐานบัญชาการ “กัมพูชา” ปฎิบัติการหลอกลวงต้มตุ๋นคนไทย ผลงานเข้าตา “นายเล็ก-นายใหญ่” ตุนแต้ม “แคนดิเดต”..เก้าอี้ “เจ้ากรมปทุมวัน”.. OO

ท้าทาย..ปฏิบัติการทีมสังหารสาดกระสุนอาก้ายิงถล่มรถ “นายก อบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก “นายญาณกร โท้ประยูร บนถนนสายปากท่อ-บางปรัง หมู่ 2 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก เจ้ารอดตาย ทีมงานสังเวยใบสั่งฆ่า 2 ศพ ชนวนฆ่ามุ่งปมการเมืองท้องถิ่น..OO

ไม่รอช้า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บัญชาการ ร่วมหารือ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง  ผบช.ภ.2 คลี่คลายปมฆ่า ไล่ล่าทีมสังหาร ได้ตัวเมื่อไหร่ ชนวนฆ่า แจ่มแจ้งแดงแจ๋ ใคร..คือ..ไอ้โม่ง บงการ ใบสั่งตาย งานนี้..หนีไม่พ้น  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 ต้องโชว์ฝีไม้ลายมือ อย่าให้เสียชื่อเสียงเรียงนาม “ฉลามร้ายแห่งชายฝั่งภาคตะวันออก” ผู้เลื่องลือ…OO

ไม่นิ่งดูดาย พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ รับบัญชา พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ รักษาการ.. ผกก.สภ.พระประแดง เดินหน้า..ปัดกวาดขยะใต้พรม  “แหล่งอบายมุข-ยาเสพติด” มอมเมาเยาวชน ผนึกกำลัง พ.ต.ท.ตุลชัย สมใจ รอง ผกก.สส.สภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการ รอง ผกก.สส.สภ.พระประแดง แกะรอย “ขุดราก-ถอนโคน” เอเย่นต์ยานรกในพื้นที่..OO

เพียงแค่..ไม่ทันไร.. นาย อธิวัฒน์ รุ่งเรือง เอเย่นต์ยานรก จนมุมพร้อมภรรยา  ขณะลำเลียงยาบ้า 3 หมื่นเม็ดส่งลูกค้า ปิดฉาก.. “นักค้ายา” ฉายา..”แชมป์บางปลา” ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ “ดรีมทีม..มือปราบ-นักสืบ”..รุ่นใหม่..ไฟแรง  “ชาวบ้าน”ประทับใจฝากชื่นชมมา..OO

สวดพระอภิธรรมศพคุณพ่อเล้ง เหรียญทองชัย บิดา นายพงษ์พิษณุ เหรียญทองชัย ณ ศาลาวัดกำแพง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาฯ เวลา 19.00 น. รุ่งขึ้น ประกอบพิธีเคลื่อนศพไปยังสุสาน เวลา 09.00 น.ขอเรียนเชิญ ญาติสนิทมิตรสหายร่วมไว้อาลัย พ.ต.ต.หญิงปาริฉัตร แผนจันทร์ สว.ฝอ.5 บก.อก.บช.น.ฝากประชาสัมพันธ์มา..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

กระบี่เดียวดาย “ธรรมนัส” เจอโครงการลุงตู่ชนะดึงใจ ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506092

20 ก.พ. 2565

กระบี่เดียวดาย "ธรรมนัส" เจอโครงการลุงตู่ชนะดึงใจ ส.ส.

เคลื่อนไหวเงียบๆ “ธรรมนัส” เจอแรงกดดันจากโครงการลุงตู่ชนะ เอาใจ ส.ส.พลังประชารัฐ สะเทือนเศรษฐกิจไทย สำทับด้วยพลังหนู 260 ส.ส.คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

โชคชะตาพลิกผัน “ธรรมนัส” มิต่างจากจอมยุทธ์พเนจร เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ พลิกเกมเอาใจ ส.ส.พลังประชารัฐ ตามด้วยเกมตัวเลข 260 เสียงค้ำรัฐบาล

เสียงในมือ “ธรรมนัส” มิอาจขี่รัฐบาลประยุทธ์ได้เหมือนเก่า เพราะพรรคเศรษฐกิจไทย เหลือ 16 เสียง ถึงทีเด็ดทีขาด อาจหายไปอีกหลายคน

เหมือนจะมาแรง “ธรรมนัส” เจอกลยุทธ์พลังหนู แสดงอภินิหารปกป้องลุงตู่ ค่ายผู้กองเมืองพะเยาถึงกับเงียบกริบ

วันก่อน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล เดินทางไปร่วมงานกับชาวบ้านแถวขอนแก่น โดยการจัดการของคนสนิทธรรมนัส ที่ทำงานอยู่ใน พอช. และเป็นอีเวนท์สร้างภาพไม่ให้ตัวเองตกกระแส

วันที่ 19 ก.พ.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และภรรยา เดินทางไปร่วมทอดผ้าป่าเพื่อสร้างสถานที่ฌาปนกิจประจำหมู่บ้าน ที่บ้านโคกชุมบก ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งก็เหมือนกับการเดินทางกลับบ้านเก่า

คาดว่า สัปดาห์นี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คงจะมีแอ๊คชั่นทางการเมือง เพื่อให้พรรคเศรษฐกิจไทย กลับมาอยู่ในวงจรข่าวอีกครั้ง

‘ไร้เงาบีลา’

“ธรรมนัส” เกริ่นนำในเฟซบุ๊คส่วนตัวในวันที่ไปทำบุญทอดผ้าป่าฯ ว่า “วันนี้ผมได้มาร่วมทำบุญที่จังหวัด นราธิวาส ซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยใช้ชีวิตในช่วงวัยเรียนที่นี่..”

หลายคนคงจำได้ ร.อ.ธรรมนัสเกิดที่พะเยา แต่สุรินทร์ โบกพรหม หนุ่มใหญ่จาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปเจอ ด.ช.มนัสที่พะเยา รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ จึงชวนให้ไปเรียนหนังสือที่เบตง ด.ช.มนัสตอบรับทันที และเดินทางไปเบตง โดยเปลี่ยนชื่อเป็นยุทธภูมิ โบกพรหม

เมื่อสุรินทร์ย้ายมาทำงานที่ อ.สุไหงโก-ลก จึงอพยพครอบครัวมาปักหลักที่บ้านทรายขาว อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ร.อ.ธรรมนัสจึงผูกพันกับ อ.ตากใบ ด้วยประการฉะนี้

ในทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัส มาถึงเมืองนราธิวาสเที่ยวนี้ ไม่เห็นเงาของ ส.ส.บีลา หรือสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ถือว่า ส.ส.บีลาเป็นสายตรงธรรมนัสคนหนึ่ง แต่วันที่มีการแยกตัวออกไปอยู่พรรคใหม่ ส.ส.บีลากลับเลือกอยู่พลังประชารัฐ

วันที่ 17 ก.พ.2565 สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ได้โพสต์ภาพตัวเขาถ่ายคู่กับนายกรัฐมนตรี ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค พร้อมเขียนข้อความว่า ได้เข้าคารวะและร่วมหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องสถานการณ์การค้าและการพัฒนาชายแดนภาคใต้

นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่เห็น ส.ส.บีลา ไปต้อนรับ ร.อ.ธรรมนัส ที่ อ.ตากใบ ซึ่งบ้านที่มีการทอดผ้าป่าอยู่ไม่ไกลจาก อ.สุไหงโก-ลก ฐานที่มั่นของ ส.ส.บีลา

สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส ในวันเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สภาฯสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส ในวันเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สภาฯ

ว่ากันว่า ช่วงศึกซักฟอกแบบไม่ลงมติ ได้มี ส.ส.พลังประชารัฐ ทยอยเข้าพบนายกรัฐมนตรีในห้องพักภายในอาคารรัฐสภา ทำให้ ส.ส.หลายคนรู้สึกอบอุ่น และมีความมั่นใจในการสู้ศึกสมัยหน้า

‘พลังหนูเหนือธรรมนัส’

มิเพียงเกมซื้อใจ ส.ส.จากลุงตู่ “ธรรมนัส” ก็เจอกลยุทธ์ 260 เสียงค้ำบัลลังก์นายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ที่ผู้คนพูดจากันทั้งแผ่นดิน

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คุยโตว่า พรรคร่วมรัฐบาลมี 260 เสียง ไม่ต้องกังวลเรื่องการโหวตสวนจากกลุ่มธรรมนัส และพรรคจิ๋ว

นักวิเคราะห์การเมืองมองเรื่องนี้ไปคนละมุม แต่สื่อหลายสำนักก็พยายามถอดรหัส 260 เสียงมาจากไหนบ้าง เพราะพรรคภูมิใจไทย มี 65 เสียง แต่ถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 3 คน เหลือ 62 เสียง

ภูมิใจไทยต้องหาเสียงมาเสริมอีกประมาณ 20 เสียง จึงจะทำให้รัฐบาลอยู่รอดปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าประเมินคร่าวๆ ภูมิใจไทย มีงูเห่าฝากเลี้ยงในก้าวไกล 5 เสียง และพรรคฝ่ายค้านขนาดเล็ก 4 เสียง รวมถึงเสียงที่ซ่อนอยู่ในเพื่อไทยอีกจำนวนหนึ่ง

จะอย่างไรก็ตาม พรรคเศรษฐกิจไทยของ ร.อ.ธรรมนัส นับวันอำนาจต่อรองจะลดน้อยถอยลง เมื่อเหลือแค่ 16 เสียง และเอาเข้าจริง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ที่จัดอยู่ในกลุ่มสายตรงธรรมนัสนั้น มีประมาณ 6-7 คนเท่านั้น

ยิ่งมีข่าวดีพิเศษสุดจากลุงตู่ ยิ่งยั่วยวนใจ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าหลายคนอาจแปรพักตร์โดยยังแปะป้ายค่ายผู้กอง เพื่อความอยู่รอดของ ส.ส.แต่ละคน

“เด็กเกิดน้อย” สวนทาง สังคมผู้สูงอายุ เพิ่มมากขึ้น ปัญหาร่วมอนาคตประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506085

20 ก.พ. 2565

"เด็กเกิดน้อย" สวนทาง สังคมผู้สูงอายุ เพิ่มมากขึ้น ปัญหาร่วมอนาคตประเทศ

กระแสตีกลับแคมเปญดึง อินฟลูเอนเซอร์ ปั๊มลูกเพื่อชาติ ในภาวะโครงสร้างประชากร “เด็กเกิดน้อย” สวนทาง สังคมผู้สูงอายุ เพิ่มมากขึ้น “ดร.สาธิต ปิตุเตชะ” แนะทางออกเด็กเกิดที่มีคุณภาพ เป็นปัญหาร่วมอนาคตประเทศ รัฐบาลจำเป็นต้องลงทุนในมนุษย์ เด็กทุกคน “เป็นลูกของรัฐบาล”

“เด็กเกิดน้อย” ลดลงเหลือ 544,570 คนในปี 2564 อัตราการเจริญพันธุ์ต่ำมากอยู่ที่ 1.51 คน สวนทางกับสังคมผู้สูงอายุ เพิ่มมากขึ้น สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดว่าปี 2568 ไทยจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” โดยสมบูรณ์ มีผู้สูงอายุ 60 ปี มากกว่า 14.5 ล้านคน หรือ 20.7% ของประชากรทั้งหมด

อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไทยอาจจะเหลือประชากรไม่ถึง 40 ล้านคน ทำให้ภาครัฐกังวลจะเกิดการขาดแคลนแรงงานในการพัฒนาประเทศ กระทบต่อการจัดเก็บภาษีในอนาคต จนงบประมาณไม่เพียงพอ และเกิดปัญหาเศรษฐกิจ  ปัญหาสังคม ขณะที่ผู้สูงอายุจำนวนมาก อาจอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะไม่มีลูกหลานดูแล ต้องตกเป็นภาระของรัฐ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “หมอตี๋” ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) ให้สัมภาษณ์ “คมชัดลึกออนไลน์” ถึงกระแสแคมเปญดึงฟลูเอนเซอร์ ชวนคนมีลูก ในภาวะ “เด็กเกิดน้อย” สวนทางสังคมผู้สูงอายุ เพิ่มมากขึ้น ว่า เป็นเพียงการยกตัวอย่างและเป็นการขอความร่วมมือกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม ได้เข้ามาร่วมมือกันสร้างความตระหนัก ในวันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ เมื่อสัดส่วนประชากรวัยเด็กและวัยทำงานลดลง

“ในอีก 30-40 ปี ประชากรไทยเปลี่ยน คาดสังคมผู้สูงอายุ 30 ล้านคน  คนทำงาน 50 ล้านคน  เด็ก10 ล้านคน ปกติคนทำงานมีสัดส่วนอยู่ที่ 7-8 คน อนาคตคนทำงานจะลดเหลือ 1.7 คน เกิดปัญหาในการแข่งขันของประเทศ เป็นปัญหาโดยรวม ที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนักและเข้าใจตรงกันเพื่อช่วยกันหาทางออกประเทศ”

ปัญหา “เด็กเกิดน้อย” เกิดขึ้นทุกประเทศในโลก อย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น พยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการทุ่มเม็ดเงินลงไป แต่ในระยะยาวไม่ได้ผล

สำหรับประเทศไทย ไม่เพียงแต่เผชิญกับปัญหา “เด็กเกิดน้อย” เท่านั้น แต่ยังพบปัญหา “เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ”

เป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหานี้ หากคนไทยไม่ร่วมมือกัน เด็กเกิดน้อยด้อยคุณภาพ ไม่พอประเทศไทยยังพบว่ามีสถิติการเสียชีวิตมากขึ้น

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดน้อย คือ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป คนรุ่นใหม่เรียนสูงขึ้น แต่งงานช้า มีค่านิยมอยู่เป็นโสด รักความอิสระ มีความหลากหลายทางเพศ ความต้องการมีบุตร และจำนวนบุตรที่ต้องการเปลี่ยนไป

มองการมีบุตรเป็นภาระ เพราะค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรสูงเกินไป มาตรการที่จูงใจ ให้คนต้องการมีบุตรตามที่ครอบครัวต้องการมีน้อย เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 ทำให้ประชาชนชะลอการมีบุตร

สรุปปัจจัยที่พบ “เด็กเกิดน้อย” ลงประกอบด้วย

1.คนรุ่นใหม่เรียนสูงแต่งงานช้า

2.ค่านิยมอยู่เป็นโสด

3.มีลูกน้อย

4.เพศสภาพมาก

5.คนมีฐานะไม่มีลูก

6.คนจนมีลูกเยอะ

7.มีลูกค่าใช้จ่ายสูง

8.ใช้เวลาเรียนนาน

9.ทำงาน10ปี ถึงมีเงินเก็บเลี้ยงลูกได้

10.มีลูกเป็นภาระ

ฯลฯ

ใช้เวลาเรียนนานกว่าจะเรียนจบทำงานได้ใช้เวลาเรียนนานกว่าจะเรียนจบทำงานได้

เมื่อย้อนกลับไปศึกษาการเพิ่มและลดจำนวนประชากรในอดีต พบว่า ประชากรไทยเคยเพิ่มขึ้นจาก 26 ล้านคน ในปี 2503 มาเป็น 34 ล้านคน ในปี 2513 มากถึง 8 ล้านคนในช่วง 10 ปี หรือหญิง 1 คนมีบุตรเฉลี่ยมากกว่า 5 คน

ทำให้รัฐบาลไทยในขณะนั้น มีนโยบายวางแผนครอบครัว กระตุ้นการคุมกำเนิด ทั้งทำหมัน ใส่ถุงยาง เพื่อชะลอการเกิด ผ่านคำขวัญจนติดหูผู้คน “มีลูกมาก จะยากจน” ในปี 2515

การรณรงค์ในยุคนั้น นำไปสู่การวางแผนครอบครัวสำเร็จ เช่นเดียวกัน ผมเชื่อมั่นว่าการปลุกกระแสเด็กเกิดน้อยและนำไปสู่การเพิ่มจำนวนประชากรเกิดใหม่อย่างมีคุณภาพ สามารถทำได้จริง ควบคู่ไปกับรัฐให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ แต่การจะไปถึงจุดนั้น อาจจะต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่าง 

คู่สมรสบางส่วนประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก และไม่สามารถเข้าถึงบริการรักษาได้โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลักดันมาตรการสำคัญเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเกิด ที่มีคุณภาพ อาทิ การให้สิทธิการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมครอบคลุมหญิงตั้งครรภ์ในทุกกลุ่มอายุ และทุกการตั้งครรภ์ การสร้างเสริมสุขภาพ 

เหนืออื่นใด การป้องกันโรคในช่องปากแก่หญิงตั้งครรภ์คนไทยทุกคน ทุกสิทธิ การคัดกรองธาลัสซีเมียในคู่ของหญิงตั้งครรภ์ การตรวจเลือดคัดกรองเบาหวานในกลุ่มอายุ 25-59 ปี และการเพิ่ม สิทธิการตรวจคัดกรองซิฟิลิส และการตรวจยืนยันในคู่ของหญิงตั้งครรภ์ทุกราย 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีมาตรการที่อยู่ระหว่าง การผลักดัน ได้แก่ การผลักดันให้การรักษาภาวะมีบุตรยากเป็นสิทธิประโยชน์ การส่งเสริมการจัดตั้งสถานพัฒนา เด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 2 ปี เพื่อลดภาระ และความกังวลใจให้กับพ่อแม่ระหว่างทำงาน

“ในอนาคต ไม่ว่าประชาชนจะเลือกอยู่เป็นโสด มีบุตร ไม่มีบุตร เพราะผลกระทบนี้จะส่งผลต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่สามารถเพิ่มจำนวนการเกิดที่มีคุณภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่ไร้ลูกหลาน ผู้สูงอายุดูแลกันตามลำพัง ภาระพึ่งพิง ที่มีต่อวัยทำงานสูงขึ้น จึงเสนอให้รัฐบาลหันมาลงทุนในมนุษย์ 

เน้นการลงทุนในเด็กมีความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อลดความกังวลใจในการเลี้ยงดูบุตร ลดภาระค่าใช้จ่ายหรือค่าครองชีพให้กับประชาชน ส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว ให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องการมีบุตร โดยไม่เลือกปฏิบัติ เข้าใจความหลากหลายทางเพศ และสิทธิมนุษยชน 

ลงทุนในระบบการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการหลุดจากระบบการศึกษา ภายใต้การประกาศนโยบายประชากร โดยให้คุณค่ากับเด็กทุกคน “เป็นลูกของรัฐบาล” ภายใต้หลักการสำคัญ 2 ประการ คือ การมีส่วนร่วม และ การเป็นเจ้าของร่วมกัน ผมเชื่อมั่นว่าเมื่อสังคมตระหนักประเทศจะก้าวข้ามปัญหาเด็กเกิดน้อยด้อยคุณภาพได้” ดร.สาธิต ฝากทิ้งทาย

   กมลทิพย์ ใบเงิน รายงาน

ปชป.ยกสุดท้าย “สุทัศน์ เงินหมื่น” ฝ่าด่านเนวินโมเดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506052

20 ก.พ. 2565

ปชป.ยกสุดท้าย "สุทัศน์ เงินหมื่น" ฝ่าด่านเนวินโมเดล

ปชป.อีสานสู้ไม่ถอย “สุทัศน์ เงินหมื่น” อาสาปักธงที่อำนาจเจริญ ฝ่ากระแสทักษิณ แถมเจอศึกใหญ่ เจ๊รวยค่ายเนวินมาแรงเกินพิกัด คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หายไปแล้ว 2 ขุนพลอีสาน สุทัศน์ เงินหมื่น เหลืออยู่เป็นคนสุดท้าย ที่จะรักษาที่มั่นอำนาจเจริญ เพื่อปักธง ปชป.ครั้งหน้า

อำนาจเปลี่ยนมือ “สุทัศน์ เงินหมื่น” จะพาลูกชายลูกสะใภ้ ฝ่าด่านกระแสทักษิณ และเนวินโมเดลไปได้หรือไม่

อำนาจไม่เหมือนเดิม “สุทัศน์ เงินหมื่น” เจอคนรุ่นใหม่สายตรงบุรีรัมย์ ยึดการเมืองท้องถิ่น ปิดล้อมไว้ทุกด้าน

การประชุมตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ในภาคอีสาน 116 เขตเลือกตั้ง ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2565 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นิพนธ์ บุญญามณีและคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคฯ มาพบชาว ปชป.อีสานพร้อมหน้า

ที่ขาดไม่ได้คือ ไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแลภาคอีสาน ซึ่งเป็นขุนพลอีสานคนใหม่ในยุคจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค

สำหรับขุนพลอีสานรุ่นเก่าที่มาร่วมงานในวันนั้น ก็มีเพียง สุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียว ไม่เห็นหน้าอิสสระ สมชัย และวิฑูรย์ นามบุตร

มีความชัดเจนแล้วว่า สุทัศน์ เงินหมื่น และครอบครัว ยังจะอยู่กับ ปชป. ซึ่งสมรภูมิอำนาจเจริญสมัยหน้า คงได้พิสูจน์ว่า ตระกูลเงินหมื่น จะมีที่ยืนอยู่ในจังหวัดเล็กๆนี้อีกหรือไม่

สุทัศน์ เงินหมื่น เคยเป็นขุนพลในยุค ปชป.เรืองรุ่งที่ภาคอีสาน ก่อนที่พายุชื่อทักษิณ จะพัดกวาด ส.ส.ปชป.อีสานไปเกือบหมดที่ราบสูง

‘อำนาจเปลี่ยนมือ’

การเลือกตั้ง ส.ส.อำนาจเจริญ สมัยที่แล้ว “สุทัศน์ เงินหมื่น” ไม่สามารถผลักดันลูกชายเข้าสภาฯ ได้ และพ่ายแพ้ให้แก่ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคเพื่อไทย ที่เขต 2

สำหรับพรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส. 2 ที่นั่งในอำนาจเจริญ เพราะกินบุญเก่าทักษิณ ทั้งสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 1 และดะนัย มะหิพันธุ์ ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 2

อำนาจเจริญ จังหวัดเล็กๆ ติดชายแดนไทย-ลาว พรรคประชาธิปัตย์เคยปักธงทั้งสองเขตมาหลายสมัย กระทั่งมีกระแสประชานิยม ปชป.เหลือเพียงเขต 2 สุทัศน์ยังอาศัยฐานเสียงเดิม ฝ่าพายุทักษิณมาได้หลายครั้ง

ครั้งที่แล้ว คะแนนของเพื่อไทยทิ้งห่าง ปชป.อย่างเห็นได้ชัด เขต 1 สมหญิง บัวบุตร เพื่อไทย ได้ 26,320 คะแนน ส่วน ธนชาภา จันทวารา ปชป. ได้เพียง 7,724 คะแนน

เขต 2 ดะนัย มะหิพันธ์ เพื่อไทย สายตรงเกรียง กัลป์ตินันท์ ได้ 26,540 คะแนน และอภิวัฒน์ เงินหมื่น อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ ได้ 11,498 คะแนน

อำนาจเจริญ เขต 2 (ลืออำนาจ ,พนา ,ปทุมราชวงศา ,ชานุมาน และเสนางคนิคม) เป็นที่มั่ยของสุทัศน์ เงินหมื่น มาแต่ปี 2518 เลือกตั้ง 2550 และ 2554 สุทัศน์กระเตงลูกชายชื่อ อภิวัฒน์ สู้กับกระแสทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ชนิดหืดจับ

วันนี้ สุทัศน์ พาลูกชาย อภิวัฒน์ เงินหมื่น ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ และลูกสะใภ้ พุทธจิต เงินหมื่น ออกหาพบปะชาวอำนาจเจริญ และหวังจะดันทายาทกลับคืนสภาฯอีกครั้งให้ได้

‘เนวินโมเดล’

การทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.อำนาจเจริญของ สุทัศน์ เงินหมื่น ไม่ง่าย ลำพังสู้กระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์ก็ยากแล้ว ยังต้องเจอเนวินโมเดล ที่กำลังรุกหนักทั่วอำนาจเจริญ

ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เนวิน ชิดชอบ นายใหญ่บุรีรัมย์ เลือกกลุ่มเจ๊รวย สุขสมรวย วันทนียกุล เศรษฐีใหญ่เมืองอำนาจ เป็นตัวแทนพรรคภูมิใจไทย โดยมีการวางตัว วันเพ็ญ ตั้งสกุล ลูกสาวสวัสดิ์ ตั้งสกุล นักธุรกิจร้อยล้าน ลงสนามเขต 1 และญาณีนาถ เข็มนาค เขต 2

แม้ผลเลือกตั้ง ส.ส.อำนาจเจริญ ภูมิใจไทยจะไปไม่ถึงฝัน แต่วันเพ็ญ ตั้งสกุล ได้ 24,654 คะแนน และญาณีนาถ เข็มนาค ได้ 21,367 คะแนน โมเดลเนวินประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง และเป้าหมายใหญ่คือ อบจ.อำนาจเจริญ

เจ๊รวย สุขสมรวย สายตรงเนวิน หวังปักธงอำนาจเจริญเจ๊รวย สุขสมรวย สายตรงเนวิน หวังปักธงอำนาจเจริญ

หลังตั้งรัฐบาลประยุทธ์ สุขสมรวย วันทนียกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 28 จึงได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขานุการรัฐมนตรีคมนาคม (ศักดิ์สยาม ชิดชอบ)

เจ๊รวยในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีคมนาคม ได้สยายปีกสร้างผลงาน สร้างเครือข่ายไปทั่วอำนาจเจริญ ส่งผลให้เก้าอี้นายก อบจ.อำนาจเจริญ ตกเป็นของ วันเพ็ญ ตั้งสกุล ตัวแทนกลุ่มเจ๊รวย

ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ เจ๊รวย สุขสมรวย วันทนียกุล คงจะลงสนามเขต 1 ท้าชิงแชมป์กับสมหญิง บัวบุตร พรรคเพื่อไทย ส่วนญาณีนาถ เข็มนาค ก็ลงเขต 2 ตามเดิม

นาทีนี้ ถนนระหว่างหมู่บ้านในอำนาจเจริญกลายเป็นถนนสี่เลน เพื่อบรรลุเป้าหมายค่ายภูมิใจไทย กวาด 2 ที่นั่ง ไม่เหลือให้สุทัศน์ เงินหมื่นแม้แต่เขตเดียว

แถวนี้ใครคุม เหลี่ยมเฉลิมชัย โดนใจคนปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/506018

ขุนเกษตรพิเรน

20 ก.พ. 2565

แถวนี้ใครคุม เหลี่ยมเฉลิมชัย โดนใจคนปศุสัตว์

อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จ รุดไปกรมปศุสัตว์ เหลี่ยมการเมืองแบบนี้ เซียนเหยียบเมฆ สะท้อนภาพการบริหารการเมืองข่มการเมือง ใครคุมกรมปศุสัตว์ โดย ขุนเกษตรพิเรน

ประเด็นการปกปิดข้อมูลการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร  ทำให้การระบาดแพร่กระจายไปทั่วประเทศ เกษตรกรเดือดร้อนเป็นวงกว้าง สุกรขาดตลาดและเนื้อสุกรมีราคาสูงขึ้นมาก 

เป็นประเด็นใหญ่ที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152

แม้การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายทั่วไปแบบไม่มีการลงมติ 
แต่กระทรวงเกษตรฯ จัดเต็ม  ตั้งศูนย์บัญชาการเพื่องานนี้โดยเฉพาะ  นำทีมโดย ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ข้าราชการระดับอธิบดีนั่งในวอรูมกันเพียบ

แถวนี้ใครคุม เหลี่ยมเฉลิมชัย โดนใจคนปศุสัตว์

ประเด็นเรื่อง ASF ในสภา ซัดกันมันส์หยด แม้ไม่ถึงกับเลือดตกยางออก แต่ก็เกิดแผล เกิดรอยจารึกไว้ให้จดจำหลายอย่าง โดยเฉพาะฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกล พุ่งเป้าไปที่ “ไอ้โม่ง” ในรัฐบาล ที่มีส่วนทำให้หมูแพง และท้านายกรัฐมนตรีปรับ ครม.

ฟากฝั่งรัฐบาล นอกจากการอภิปรายตอบข้อสงสัย และซักถามของฝ่ายค้าน โดยวันแรก รมช.ประภัตร โพธสุธน ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์  ชี้แจงที่มาที่ไปของ ASF และวันที่สอง เจ้ากระทรวงเกษตรอย่าง เฉลิมชัย ศรีอ่อน ลุกขึ้นตอบโต้ฝ่ายค้าน พร้อมกับประโยค “ไม่มีใครอยากให้โรคนี้เกิดขึ้น ถ้ามีใครอยากให้เกิดขึ้นถือว่าเลวมาก”

อภิปรายในสภาฯ เสร็จ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” นั่งรถออกจากสภาไปกรมปศุสัตว์ทันที “ขุนเกษตรพิเรน” ทราบข่าวถึงกับอึ้ง “เฉลิมชัยไปทำไมกรมปศุสัตว์

มาเรียบเรียงสิ่งที่ เฉลิมชัย ไปพูดที่กรมปศุสัตว์ มีนัยยะหลายอย่าง แน่นอนคือการสร้างขวัญกำลังใจ ให้กับข้าราชการกรมปศุสัตว์ 

“ต้องขอขอบคุณข้าราชการกรมปศุสัตว์ทุกท่านที่เป็นกำลังหลักในการช่วยแก้ไขปัญหาการระบาดของโรค ASF และการแก้ไขปัญหาด้านปศุสัตว์อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี 

ขอให้ข้าราชการทุกท่านร่วมกันทำงานด้วยความเข้มแข็งดังเช่นที่ผ่านมาจนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในหลายเรื่อง และที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการอีกเช่นกัน 

พร้อมย้ำถึงหลักการสำคัญในการทำงานว่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราต้องฝ่าฟัน จะพ่ายแพ้ต่อปัญหาไม่ได้ ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการที่จะเดินหน้าแก้ไข และต้องทำงานในเชิงรุก ด้วยความรวดเร็ว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน นอกจากนี้เพื่อผลสำเร็จเพื่อประเทศชาติโดยรวม”

แถวนี้ใครคุม เหลี่ยมเฉลิมชัย โดนใจคนปศุสัตว์

สิ่งที่ “เฉลิมชัย” พูดที่กรมปศุสัตว์ สะท้อนการทำงานแบบ “ลูกพี่” ให้คุณ ให้โทษ และพร้อมจะยืนเคียงข้างผู้ใต้บังคับบัญชา ในทุกสถานการณ์ขอให้ยึดหลักความถูกต้อง

เหลี่ยมการเมืองแบบนี้ เราไม่เห็นกันบ่อยนัก แม้แต่จาก รมช.ประภัตร โพธสุธน ที่เคยนั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงเกษตรฯมาก่อน วันนี้คุมกรมปศุสัตว์ ในยามที่ขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชากำลังกระเจิง “ประภัตร” ไม่ไปปลุกปลอบแบบ “เฉลิมชัย”

“ขุนเกษตรพิเรน” มองประเด็นแบบนี้ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังเบื้องลึกหรือไม่ สุดท้ายคำตอบที่ได้จากคนในกรมปศุสัตว์สะท้อนภาพออกมาแบบชัดๆ
 
“การมาวันนี้ทำให้ขวัญกำลังใจคนในกรมดีขึ้นมาก อยากขอบคุณท่านจริง ๆ วันนี้ท่านย้ำหลักการทำงานว่าต้องเน้นความถูกต้องเป็นหลัก  เป็นแนวทางในการปฎิบัติ การทำงานล้วนมีปัญหาและอุปสรรค  แต่ปัญหาทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหากคนในองค์กรรู้รักสามัคคี และร่วมแรงร่วมใจในการทำงาน”

ขวัญกำลังใจในยามนี้สำคัญ สุภาพบุรุษการเมือง คำไหนคำนั้น ที่ “เฉลิมชัย” พยายามรักษาภาพลักษณ์เพื่อให้เป็นภาพจำ กำลังเกิดขึ้นที่กรมปศุสัตว์ ที่สำคัญเจอภาพนี้เข้าไปไม่แน่ว่า … คนปศุสัตว์อาจจะลืมรัฐมนตรีที่กำกับดูแลโดยตรงอย่าง รมช.ประภัตร โพธสุธน 

เขียนมาถึงตรงนี้…รู้ยังใครคุมกรมปศุสัตว์ แถวนี้ใครใหญ่‼️