นายกฯเปรียบตัวเองเป็นพระราม ระหว่างตอบ “อภิปราย” แบบไม่ลงมติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505988

นายหัวไทร

20 ก.พ. 2565

นายกฯเปรียบตัวเองเป็นพระราม ระหว่างตอบ "อภิปราย" แบบไม่ลงมติ

ผ่านศึก “อภิปราย” ทั่วไปโดยไม่ลงมติ นายกรัฐมนตรี อาจต้องเปลืองกล้วย หลังเปรียบตัวเองเป็นพระราม ในรามเกียรติ์ ซึ่งมีทหารเอกเป็นลิง

ช่วงหนึ่งของศึกอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จี้ นายกฯ ลาออก-ยุบสภา หลังบริหารประเทศไม่มีศักยภาพทำข้าวของ”แพงจนพังทั้งแผ่นดิน” แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉยต่อปัญหา อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจทรุด ประเทศเป็นหนี้, การใช้งบเงินกู้ที่ไม่เหมาะสม, ของแพง ค่าแรงถูก เป็นความผิดพลาดการบริหารต้นทุน ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ที่เกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เป็นภาวะเงินฝืด ราคาเฟ้อ, ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศย่ำแย่ มีการผูกขาดไม่สร้างโอกาสให้ประชาชน ทั้งยังใช้มิติทางการเมืองทำลายล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิ่งที่ชัดเจนคือการลดทอนอำนาจการปกครองตนเองของท้องถิ่น ใช้ฐานอำนาจท้องถิ่นต่อรองเข้าสู่อำนาจ ในทางลงโทษผู้บริหารท้องถิ่น เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ รวมถึงการสร้างธุรกิจการเมือง

ทั้งนี้ จากการสัมผัส พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ภาพขณะนั้นเป็นผู้ชายอบอุ่น เมตตา มีความรับผิดชอบ แต่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ความเมตตา จิตสำนึกความเป็นมนุษย์กับประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้นำ ตอนนี้ตนเองอภิปรายไม่ได้มีอคติ แต่ต้องทำหน้าที่เป็นยักษ์

“ขณะนี้ผมทำหน้าที่เป็นยักษ์ ผมมีโอกาสได้สัมผัสได้พูดคุยกับท่านผมรู้สึก ภาพของท่านในขณะนั้นเป็นผู้ชายที่มีความอบอุ่นมาก รับผิดชอบ เมตตา แต่แปลกมาก เวลาท่านบริหารราชการแผ่นดินกลับไร้ซึ่งความเมตตา ไร้เยื่อใยต่อมนุษยชาติ ไร้จิตสำนึกที่เป็นมนุษยชาติต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ด้วยวิธีการอย่างนั้นท่านคือตัวปัญหา เราได้นักบริหารราชการที่เป็นปัญหา จนสร้างปัญหาที่แพงจนพังทั้งแผ่นดิน” ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวทิ้งท้าย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลุกขึ้นตอบ และโต้ประเด็นทุจริต โดยยืนยันว่าในชีวิตเขาไม่มีทุจริต

นายกฯเปรียบตัวเองเป็นพระราม ระหว่างตอบ "อภิปราย" แบบไม่ลงมติ

 ช่วงหนึ่งของการตอบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบยกวรรณคดีรามเกียรติห์ขึ้นมาเปรียบเปรยกลางสภา แม้จะอธิบายไม่ชัด แต่สื่อสารพอได้ความว่า นายกฯคือพระราม พระเอกของรามเกียรติ์ พระราม คือพระอิศวรอวตาลลงมาเกิด โดยมี พระลักษณ์ น้องชายสุดหล่ออยู่คู่กาย รบเคียงบ่าเคียงไหลกันมา โดยมีหนุมาน เป็นลิงรับใช้ มีพิเภกผู้หยั่งรู้ทุกเรื่อง มีนางสีดา เป็นตัวเอก

นางสีดานับได้ว่าเป็นตัวละคร เป็นบุคคลสำคัญ ที่เป็นจุดเริ่มของเหตุการณ์ที่โยงไปสู่การรบกันระหว่างพระรามกับทศกัณฑ์ แห่งกรุงลงกา

ลองมาดูกันว่าประวัติที่มาของนางสีดา กำเนิดมาจากที่ไหน พบรักกับพระรามได้อย่างไร และทำไมต้องเกิดการสู้รบระหว่างพระรามกับทศกัณฑ์

      เรื่องรามเกียรติ์ นางสีดาถูกทศกันฐ์ทำอุบายด้วยความรัก และหลงใหลในรูปกายลักพานางไปไว้ที่กรุงลงกา และพยายามเกี้ยวพาราสีให้นางปลงใจด้วย แต่นางสีดาไม่ไยดีและคิดผูกคอตาย หนุมานรับอาสาพระรามไปสืบข่าว และพบนางสีดากำลังจะผูกคอตาย จึงเข้าไปช่วยและจะพานางกลับไปถวายพระราม นางสีดาปฏิเสธเพราะเห็นว่าการที่ทศกัณฐ์ลักพานางสีดามาก็ทำให้พระรามแคลงใจแล้ว หากยอมให้หนุมานพานางกลับไป ย่อมจะเป็นที่ครหามากขึ้น นางสีดาจึงให้หนุมานไปทูลพระรามให้มาสังหารทศกัณฐ์ จนสิ้นวงศ์ยักษ์ นางจึงจะกลับไปหาพระรามอย่างสมศักดิ์ศรี

     นายกฯ พูดทำนองว่าตัวเองเป็นพระราม คือเป็นพระเอกในรัฐบาลของประเทศนี้ มีคำถามตามต่อมาว่า แล้วใครเป็นพระลักษณ์ ใครเป็นหนุมาน ใครเป็นพิเภกใครจะเป็นนางสีดา

       นักข่าวปะหน้าอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเนื้อหอมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสำรอง นายกฯประยุทธ์ก็ถึงกับร้องขอ “หนูช่วยหน่อย” ก็ถึงเวลา “หนูช่วยราชสีห์” โชว์โพย 260 เสียงให้นายกฯสมใจ

      “เสี่ยหนู” บอกว่า ผมไม่ใช่พระลักษณ์ ผมมันนางสีดา นางผู้เสียสละ ถูกยักษ์ลักพาตัวไปเกี้ยวพาราสี นางก็ไม่เป็นใจด้วย แถมวางอุบายให้พระรามยกทัพไปตีกรุงลงกาแตกพ่ายยับ ทศกัณฐ์ก็ถูกสังหารโดยพระราม

      อนุทินอาจจะต้องการสื่อให้เข้าใจว่า “เขาคือผู้เสียสละ ปกป้องนาย” แต่นายก็อาจจะไม่ไว้วางใจ แต่ถึงที่สุดแล้วรามเกียรติ์ฉบับไทย ก็จบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง พระรามได้อยู่กินกับนางสีดา หลังพลัดพรากกันนาน ตั้งแต่นางตั้งครรภ์ ไปคลอดลูกในป่า เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูกนางสีดาโตมามีวิชาแก่กล้า มาสู้รบกับพระรามผู้เป็นพ่อ แต่ด้วยความสัมพันธ์ทางสายเลือด จึงทำอะไรกันไม่ได้ สืบไปมาจนรู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน พระรามกับนางสีดา จึงได้กลับมาอยู่ครองรักกัน

       ส่วนวิษณุ เครืองาม รองนายกฯมือกฎหมาย นักข่าวถามว่าเป็นพิเภกหรือเปล่า วิษณุ บอกว่าเขาเป็นพระวิษณุ ไม่ใช่พิเภก

      ที่ต้องสืบค้นกันต่อไป คือ ใครคือพระลักษณ์ ใครคือหนุมาน ใครคือพิเภก แต่ที่แน่ๆ คือฝ่ายค้านเป็นทศกัณฐ์

        แม้ยังไม่รู้ใครเป็นพระลักษณ์ ใครเป็นหนุมาน แต่การที่นายกฯหยิบยกวรรณคดีรามเกียรติ์ขึ้นมาเปรียบเปรย เหมือนตัวเองเป็นพระราม ฝ่ายค้านเป็นทศกัณฐ์ ทำให้ #นายหัวไทร นึกขึ้นได้ว่าลูกสมุนของพระราม คือหนุมาน /หนุมานเป็นลิงที่ชาญฉลาด รอบรู้ เก่ง รู้ดีทุกเรื่อง และขันอาสาช่วยงานพระราม ทำได้ตามอาสา

แต่ที่สำคัญคือ หนุมานเป็นลิง และอาหารหลักที่ลิงชอบ คือ กล้วย….!

รู้จัก “มหาโจร 5 จำพวก” คลัสเตอร์ “พระภิกษุ” ทำเสื่อมพระพุทธศาสนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505382

เปรียญ12

19 ก.พ. 2565

รู้จัก "มหาโจร 5 จำพวก" คลัสเตอร์ "พระภิกษุ" ทำเสื่อมพระพุทธศาสนา

เรื่องโจร แต่ไม่ใช่โจร 500 ที่เที่ยวปล้นชาวบ้าน แต่เป็นโจรที่ “สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” เรียกภิกษุกลุ่มหนึ่งที่มีพฤติกรรมเหมือนโจร

ที่ยกเรื่อง “โจร 5 จำพวก” มาเล่าเพื่อหาคำตอบว่าโจร 5 จำพวกเป็นไฉน คำตอบคือเป็นพระดำรัสของ “พระพุทธเจ้า” ที่ทรงตำหนิ ภิกษุที่ อยู่ฝั่งแม่น้ำ วัคคุมุทา ที่หากินแบบโฆษณาชวนเชื่อ หลอกชาวบ้านว่ามีคุณวิเศษ หวังลาภสักการะ และไม่เกี่ยวกับคลิปหลุด ที่เห็นภิกษุรูปหนึ่งไปให้ฆราวาส ครอบครู เมื่อเอาเศียรพ่อแก่ (ฤาษี) สวมศรีษะ องค์ลง ออกท่าทางประหลาด กระทืบเท้า ชูมือไปมา ส่งเสียงแปลก เหมือนไม่ใช่เสียงคน

หลายคนดูคลิปต่างไม่สบายใจ รวมทั้งผู้เขียนด้วย คาดไม่ถึง ว่า ภิกษุท่านแก่วิชามาก แต่คุมสติไม่ได้ จึงลืมภิกขุภาวะไปชั่วขณะ 

แต่จะไปกระทบภิกษุรูปใด ก็ถือว่ามาบอกกล่าว หากเลิกได้ หยุดได้ก็งาม ช่วยต่ออายุพระพุทธศาสนา

ส่วนเรื่อง “มหาโจร 5 จำพวก” นั้น ปรากฎอยู่ใน “พระไตรปิฎก” ตอนที่ว่าด้วยอาบัติปาราชิกข้อที่ 4 ที่ห้ามภิกษุอวดอุตริมนุษยธรรม (ภิกษุอวดคุณธรรมวิเศษที่ไม่มีในตน แต่อวดว่ามี เพื่อเรียกศรัทธาจากญาติโยมให้หลงเชื่อ แล้วปรนเปรอด้วยปัจจัยและอาหาร เป็นอาบัติปาราชิก

เรื่องเกิดในสมัยพุทธกาล  มีความว่า “พระพุทธเจ้า” ประทับ ณ เรือนยอดในป่ามหาวัน ใกล้กรุงเวสาลี

เมื่อภิกษุหลายรูปที่เป็นสหายกัน จำพรรษาใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา สมัยนั้นเกิดทุพภิกขภัยในแคว้นวัชชี จนไม่มีคนใส่บาตร

บรรดาภิกษุจึงปรึกษาว่าทำอย่างไรดี แต่ละรูปเสนอแนะวิธีต่างๆ เพื่อให้คนศรัทธาหันมาใส่บาตร แล้วลงเอยว่าควรสรรเสริญให้ญาติโยมฟังว่าภิกษุรูปนั้นมีคุณวิเศษเช่นได้ฌาน จนถึงเป็นพระอรหันต์ มีวิชชา 3 มีอภิญญา 6 เป็นต้น  เมื่อญาติโยมศรัทธา ทำให้เกิดลาภสักการะ อาหารการกินจะไหลมาเทมา พระภิกษุก็อิ่มหมีพีมัน ผิวพรรณผ่องใส

หลังจากออกพรรษาภิกษุกลุ่มนั้นได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่กรุงเวสาลี

ภิกษุจำพรรษาที่อื่นๆ ก็มา เฝ้า “พระพุทธองค์” เช่นกัน แต่รูปร่างซูบผอม ผิวพรรณทราม เทียบกับภิกษุจากฝั่งวัคคุมุทาไม่ได้ ที่อ้วนพี มีผิวพรรณผ่องใส

พระพุทธเจ้าทรงสอบถาม ทราบเรื่อง จึงตำหนิติเตียนภิกษุจากฝั่งวัคคุมุทาเป็นอันมาก แล้วตรัสเรื่องโจร 5 จำพวก เปรียบเทียบกับภิกษุ (ที่นอกรีต)

 มหาโจร 5 ประเภท 

1.มหาโจร พวกหนึ่งรวบรวมพวกตั้งร้อยตั้งพัน เข้าไปปล้น ฆ่า เอาไฟเผาคามนิคม ราชธานี

 เรื่องนี้เทียบได้กับภิกษุบางรูปคิดรวบรวมพวกตั้งร้อย ตั้งพัน จาริกไปคามนิคม ราชธานี ให้ชาวบ้านสักการะ บูชา และได้จีวร บิณฑบาต ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค นี่คือมหาโจร ประเภทที่ 1

2. ภิกษุชั่วบางรูป เรียนพระธรรมวินัย ที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็โกงว่าเป็นของตน นี่เป็นมหาโจรประเภทที่ 2

3.ภิกษุบางรูปใส่ความเพื่อนพรหมจารีที่บริสุทธิ์ ด้วยข้อหาว่าประพฤติผิดพรหมจรรย์ อันไม่มีมูลนี่เป็นมหาโจรประเภทที่3 

4.ภิกษุชั่วบางรูปเอาของสงฆ์ที่เป็นครุภัณฑ์ ครุบริขาร(ห้ามแจก ห้ามแบ่ง) เช่นอาราม ที่ตั้งอาราม วิหาร ที่ตั้งวิหาร เตียง ตั่ง เป็นต้น ไปสงเคราะห์คฤหัสถ์ (เพราะเห็นแก่ลาภ) ภิกษุเช่นนี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 4

5.ภิกษุบางรูปอวดคุณพิเศษที่ไม่มีจริง ไม่เป็นจริง 

และนี่ก็คือที่มา “ชื่อว่าเป็นยอดมหาโจรในโลก พราะบริโภคก้อนข้าวของราษฎรด้วยอาการแห่งขโมย”

ในการนี้ “พระพุทธองค์” ทรงติเตียนภิกษุริมฝั่งวัคคุมุทา พร้อมบัญญัติสิกขาบท โดยห้ามภิกษุอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน เมื่ออวดไปแล้ว แม้จะออกตัวสารภาพผิดทีหลัง ก็เป็นอาบัติปาราชิกอยู่ดี

สาธุคนอ่าน คิดอย่างไร เห็นภิกษุแบบไหนบ้าง ถ้าไม่พบเลย ถือว่าเป็นบุญ

ส่วนผู้รู้บางท่านว่าที่สาธุชนเห็นคลิปหลุดนั้นเป็นส่วนน้อย ส่วนที่ไม่หลุด น่าจะมีอีก(มาก) เพราะบางรูปถึงจะบวชเป็นพระ แต่ศรัทธาในพระรัตนตรัยคลอนแคลน จึงลืมตัวถึงกับถามว่าศาสนาให้อะไรแก่เขา(ทั้งที่เติบโตมาจากข้าวก้นบาตร)

อนิจจา 

เรื่อง : โดยเปรียญ 12

พลังบ้านใหญ่สู้ “สนธยา” จัดทีมชนซุ้มพลังเฮ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505884

18 ก.พ. 2565

พลังบ้านใหญ่สู้ "สนธยา" จัดทีมชนซุ้มพลังเฮ้ง

โต้บ้านใหญ่ขาลง “สนธยา” ชูกลุ่มเรารักชลบุรี กู้ศักดิ์ศรีกำนันเป๊าะ จัดทัพใหม่พร้อมชนพลังเฮ้ง หากไม่มีการเจรจาหย่าศึก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สู้เพื่อศักดิ์ศรีบ้านใหญ่ “สนธยา” ตัวแทนกำนันเป๊าะ เตรียมพร้อมสำหรับเลือกตั้งเมืองพัทยา และเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี

พลังชลยังรออยู่ “สนธยา” ตอบไม่ชัดเรื่องพลังประชารัฐ แต่ในพื้นที่นักการเมืองทุกพรรคต่างรู้ดีว่า ใครเดินให้พรรคไหน บ้านใหญ่จะไปอยู่ไหน

ทายาทกำนันเป๊าะ “สนธยา” เคียงข้างวิทยา-อิทธิพล เดินหน้ารักษาพื้นที่ฐานเสียง โต้กระแสบ้านใหญ่ขาลง

ความเคลื่อนไหวประชุมใหญ่พรรคพลังชล เมื่อปลายปี 2564 เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ระหว่าง สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กับสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน โดยเวลานั้น มีการปล่อยข่าวว่า พลังชลวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ครบทุกเขต ร้อนถึงสนธยาต้องออกมาแก้ข่าวว่า ไม่จริง และจะดำเนินคดีกับสื่อท้องถิ่นบางสำนัก

วันที่ 14 ก.พ.2565 สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา “ผมมีความมั่นใจว่าการทำงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ในฐานะนายกเมืองพัทยาเป็นที่ยอมรับของชาวพัทยา และมีหลายเรื่องที่กำลังก้าวหน้า”

ปลายปี 2563 ป๊อก วิทยา คุณปลื้ม ในนามกลุ่มเรารักชลบุรี ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.ชลบุรี อีกสมัย และกลางปีนี้ แป๊ะ สนธยา ก็ต้องลงป้องกันแชมป์นายกเมืองพัทยา


อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม บอกกับนักข่าวว่ายังไม่ได้ตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทยตามที่เป็นข่าว และการเลือกตั้ง ส.ส.ยังอีกนาน

‘บ้านใหญ่ขาลง’

ความพ่ายแพ้ของกลุ่มพลังบ้านใหญ่ “สนธยา” รู้ดีว่าเป็นจุดอ่อน และทำให้คนบางกลุ่มพยายามแยกตัวออกไปตั้งกลุ่มใหม่ และส่งคนมาแข่งในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น

ย้อนไปดูการเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี ปี 2562 ปรากฏว่า ตัวแทนกลุ่มพลังบ้านใหญ่ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ พ่ายแพ้ทั้ง 3 เขตประกอบด้วย เขต 5 พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา อดีต ส.ส.ชลบุรี ,เขต 6 อิทธิพล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี 2 สมัย และเขต 7 ปรเมศฐ์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี ลูกชายนายสันต์ศักย์จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี หลายสมัย

สาเหตุความปราชัยของกลุ่มบ้านใหญ่ น่าจะมาจากกระแสคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบธนาธร พรรคอนาคตใหม่ บวกกับพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ทำให้คนเสื้อแดงเทคะแนนเลือกอนาคตใหม่

อีกด้านหนึ่ง คนที่เคยเลือกพลังชล เมื่อปี 2554 รู้สึกรับไม่ได้ที่คนบ้านใหญ่ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเหตุนี้ ตระกูลคุณปลื้ม จึงรักษาพรรคพลังชลไว้เป็นเสมือนเรือนตาย

‘ขุนพลบ้านใหญ่’

ดังที่ทราบกัน “สนธยา” ยังให้คนดูแลรักษาสถานะพรรคพลังชล และเตรียมผู้คนสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า แต่จะอยู่พรรคไหนคงเรื่องในอนาคต

เท่าที่ติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่ชลบุรี สมาชิกกลุ่มพลังบ้านใหญ่หรือบ้านใหญ่แสนสุข ได้ทำกิจกรรมพบปะชาวบ้านต่อเนื่อง

สจ.แอ้ หรือสุภีพันธุ์ หอมหวล ลูกสาวคนเดียวของ สท.เหี่ยว ภาสกร หอมหวล คนสนิทกำนันเป๊าะ ก็มีข่าวว่าจะลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า

ปัจจุบัน สท.เหี่ยว มีบริษัท ภาพรพัฒนา จำกัด ทำงานรับเหมาก่อสร้างและรับถมที่ดินขายทรายก่อสร้างรายใหญ่ใน จ.ชลบุรี

ส่วนคนหน้าเดิมอย่าง พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา รองนายก อบจ.ชลบุรี ,ปรเมศฐ์ งามพิเชษฐ์ ,อิทธิพล คุณปลื้ม ก็พร้อมจะลงสนาม ส.ส.

สนธยา-สุกุมล และมารดา สติล คุณปลื้มสนธยา-สุกุมล และมารดา สติล คุณปลื้ม

ตามกระแสข่าวในสื่อท้องถิ่นพบว่า มีคนหน้าใหม่ที่บ้านใหญ่จัดวางไว้เล่นสนามผู้แทนฯ อาทิ จักรวาล ตั้งประกอบ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน ,จิติล คุ้มครอง อดีตรองนายก อบจ.ชลบุรี, พฤฒิพงศ์ สิงห์โตทอง ประธาน ส.อบจ.ชลบุรี และพนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ

ที่ขาดไม่ได้คือ สุกุมล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี ภรรยาของแป๊ะ สนธยา น่าจะเป็นแม่ทัพของกลุ่มพลังบ้านใหญ่ในการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า

ปั้นซุ้มใหม่ “เฮ้ง สุชาติ” แยกทางลูกกำนันเป๊าะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505865

18 ก.พ. 2565

ปั้นซุ้มใหม่ "เฮ้ง สุชาติ" แยกทางลูกกำนันเป๊าะ

สิ้นกำนันเป๊าะ “เฮ้ง สุชาติ” อาสานายป้อมปั้นพลังประชารัฐเมืองชล แยกทางกลุ่มพลังบ้านใหญ่ ที่มีแนวโน้มจะไปสังกัดชาติไทยพัฒนา คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ซุ้มใหม่เมืองชล “เฮ้ง สุชาติ” ผงาดวัดบารมีลูกกำนันเป๊าะ ทีมมังกรน้ำเค็มโชว์พลังยึดเทศบาล และ อบต. สร้างฐานการเมืองใหญ่

เหตุผิดสัญญาลูกผู้ชาย “เฮ้ง สุชาติ” เสียความรู้สึกกับบ้านใหญ่ แต่โชคดีที่ประมุขบ้านป่ารอยต่อ ดันนั่งรัฐมนตรีแรงงาน จึงเหมือนพยัคฆ์ติดปีก

เลือกตั้งสมัยหน้า “เฮ้ง สุชาติ” ต้องเจอศึกหนัก เพราะกลุ่มพลังบ้านใหญ่ คงไม่ปล่อยให้กลุ่มพลังเฮ้งโตมากไปกว่านี้

สรรพสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง เมื่อผู้มากบารมีสิ้นบุญ นกกาที่อาศัยอยู่ใต้ร่มไม้ชายคา ย่อมออกบินหาที่ทางทำมาหากินใหม่ ดุจเดียวกับเรื่องราวของกำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้ม ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองชลบุรี

วิวาทะผ่านสื่อโซเชียลวันนี้ ระหว่าง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน กับ สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา น่าจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากรัฐมนตรีเฮ้ง กับบ้านใหญ่แสนสุข มีความขัดแย้งกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว

ปมขัดแย้งหลักคงจะมาจากสัญญาที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้าเลือกตั้งปี 2562 ถ้ากลุ่มสุชาติ ได้ ส.ส. 3 คน ทางบ้านใหญ่จะสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี ผลเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี สายบ้านใหญ่สอบตกหมด กลุ่มสุชาติได้ 3 คน แต่บ้านใหญ่กลับไปเคลื่อนไหวเพื่อตระกูลตัวเอง จนได้ตำแหน่งรัฐมนตรีวัฒนธรรม

ตอนหลัง “เฮ้ง สุชาติ” รวบรวมไพร่พลไปอยู่ใต้ร่มธง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และได้เก้าอี้รัฐมนตรีแรงงาน ซึ่งในวันที่มีการฉลองตำแหน่งรัฐมนตรีของสุชาติ ทั้งสนธยา-วิทยา คุณปลื้ม ก็ไม่ได้ร่วมแสดงความยินดี

‘ซุ้มพลังเฮ้ง’

ชัดเจนแล้ว “เฮ้ง สุชาติ” คงเดินคนละเส้นทางกับบ้านใหญ่แสนสุข และในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ขึ้นอยู่กับสนธยา คุณปลื้ม จะตัดสินใจแบบไหน อยู่พลังประชารัฐหรือกลับพลังชล

วันนี้ กลุ่มพลังเฮ้ง ในพรรคพลังประชารัฐ มีไพร่พลอยู่ประมาณ 16-17 คน เฉพาะภาคตะวันออก ประกอบด้วย สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เขต 1, รณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี เขต 3 , ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ,สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง เขต 4 และพ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เขต 1

ในชลบุรี เสี่ยเฮ้งยังมีพันธมิตรกลุ่มสามมิตร อย่างสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต 4 และจองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2

ภาคตะวันตก เฮ้ง สุชาติ ได้จับมือกับทายาทกำนันเซี้ย จึงได้ 4 ส.ส.กาญจนบุรี เข้ามาอยู่ในซุ้มได้แก่ ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ, อัฏฐพล โพธิพิพิธ, สมเกียรติ วอนเพียร และ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์

ฟากเพชรบุรี เฮ้ง สุชาติ ก็แตะมือชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี ผู้สนับสนุน ส.ส.เพชรบุรี 3 คนคือ กฤษณ์ แก้วอยู่ ,สาธิต อุ๋ยตระกูล และสุชาติ อุสาหะ

นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.ภาคกลาง และภาคใต้บางคน ที่เข้าร่วมซุ้มพลังเฮ้ง สำหรับในท้องถิ่นชลบุรี ทีมพลังใหม่ของเสี่ยเฮ้ง ยึดเก้าอี้นายกเทศมนตรีในเขต อ.เมืองชลบุรีไว้ได้หมด รวมถึงเก้าอี้นายก อบต.ในหลายอำเภอ

‘ผู้มีพระคุณ’

“กตัญญู พึ่งได้” เป็นคำขวัญประจำตัวของเสี่ยเฮ้ง และพูดอยู่เสมอว่า เคารพรักอากำนันเป๊าะ และอาสติล รวมถึงลูกๆ ของกำนัน ไม่ว่าจะเป็นแป๊ะ สนธยา คุณปลื้ม และป๊อก วิทยา คุณปลื้ม

เนื่องจากจุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งสำคัญ คือการได้พบกำนันเป๊าะ และได้รับการสนับสนุนให้เป็น ส.อบจ.ชลบุรี เขต อ.เมืองชลบุรี ในนามกลุ่มเรารักชลบุรี

หลังการเลือกตั้ง 2550 บ้านใหญ่ชลบุรีพ่ายยับ เพราะกระแสเสื้อเหลือง สนธยา คุณปลื้ม เหมือนจะถอดใจ เสี่ยเฮ้งบอกว่า “ต้องสู้พี่แป๊ะ” จึงเกิดพรรคพลังชล เลือกตั้ง 2554 บ้านใหญ่ชลบุรีก็กลับมา เสี่ยเฮ้งได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

3 ส.ส.ชลบุรี ที่นำโดยสุชาติ ชมกลิ่น3 ส.ส.ชลบุรี ที่นำโดยสุชาติ ชมกลิ่น

สิบกว่าปีมานี้ แวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออกต่างรู้จักเสี่ยเฮ้ง ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท อรินสิริแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ ARIN ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และอาคารพาณิชย์

เสี่ยเฮ้งเป็นลูกเขยร้านทอง 99 กะรัต ตลาดหนองมน จ.ชลบุรี ซึ่งภรรยาของเขา เป็นผู้บริหารบริษัท 99 กะรัตแลนด์มาร์ค จำกัด

ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.สมัยแรก สุชาติ ชมกลิ่น ใช้สโลแกน เฮ้ง..ใจถึงพึ่งได้ และเชื่อในคำพูดที่ว่า “พรรคอะไรไม่ใหญ่ เท่าใจพรรคพวก”

ชั่วโมงนี้ เฮ้ง สุชาติ มีนายชื่อ ป้อม ส่วนนายเก่าชื่อ เป๊าะ ผู้ล่วงลับก็ยังเคารพเหมือนเดิม เพียงแต่เขากับลูกนายเก่า มีปัญหาทางใจไปด้วยกันไม่ได้ จึงต้องทำศึกวัดบารมีกันในวันข้างหน้า

ย้อนรอยคดีทุจริต “เงินทอนวัด” ปมอาบัติปาราชิกพระเถระ 5 รูป 3 วัดดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499772

18 ก.พ. 2565

ย้อนรอยคดีทุจริต "เงินทอนวัด" ปมอาบัติปาราชิกพระเถระ 5 รูป 3 วัดดัง

ย้อนรอยคดีทุจริต “เงินทอนวัด” ปมปาราชิกพระเถระ 5 รูป 3 วัดดัง ก่อนเป็นที่มาสะสางอีกกว่า 30 วัด เอี่ยวเงินทอนวัดสูญเงินล้าน

จากกรณีที่ “ราชกิจจากิจจานุเบกษา” เผยแพร่ การตอบกระทู้ขอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อกรณีที่นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อชาติ ตั้งกระทู้ถาม จากมติมหาเถรสมาคม ให้พระภิกษุ 5 รูป เข้าข่ายอาบัติปาราชิก จากกรณีทุจริต “เงินทอนวัด” ว่าเป็นการพิจารณาแบบเลือกปฏิบัติหรือไม่ เนื่องจากพบว่า มีกรณีแบบนี้ในหลายวัดทั่วประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ตอบกระทู้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็น
การเลือกปฏิบัติ แต่เป็นการทำหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ได้มีการตรวจสอบแล้ว

ย้อนไปเมื่อปี 2561 คดีทุจริต “เงินทอนวัด” นับเป็นคดีใหญ่ ที่สะเทือนวงการพระพุทธศาสนาครั้งใหญ่ของประเทศไทย จากการที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำกำลังเข้าตรวจค้นผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งอดีตผู้อำนวยการสำนักพุทธงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เชื่อมโยงพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป กลายเป็นข่าวที่กระทบต่อความรู้สึก และความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

ย้อนรอยคดีทุจริต "เงินทอนวัด" ปมอาบัติปาราชิกพระเถระ 5 รูป 3 วัดดัง

เหตุการณ์นี้ เริ่มต้นเมื่อกลางปี 2560 จากการเข้าร้องเรียนของเจ้าอาวาสวัดห้วยตะแกละ จ.เพชรบุรี แจ้งความกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ “ปปป.” เปิดโปงข้าราชการ ที่มีการโอนเงินให้กับวัดเพื่อสร้างอุโบสถ จำนวน 10 ล้านบาท แต่ต้องโอนกลับคืนให้กับข้าราชการ จำนวน 9 ล้านบาท ส่อพฤติกรรมมีพิรุธ ทาง “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” หรือ พศ. จึงเดินหน้าตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด ร่วมกับ ปปป. แบ่งการทำงานเป็นระลอก โดยระลอกแรกลงพื้นที่ตรวจค้น 10 จุด เป็นบ้านพักข้าราชการระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งช่าติ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พบเอกสารการทุจริตงบบูรณะ และปฏิสังขรวัดของตั้งแต่ปี 2555- 2559 เป็นการเบิกจ่ายไป 33 วัด พบมีการทุจริต 12 วัด มีข้าราชการระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนา และ พลเรือน เกี่ยวข้อง 10 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท

ส่วนลอต 2 เป็นการตรวจสอบ 3 เรื่อง ประกอบด้วยการตรวจสอบงบปฏิสังขรและพัฒนาวัด งบอุดหนุนเพื่อเผยแผ่ศาสนา และงบการศึกษาพระปริยัติธรรม 
พบทุจริต “เงินทอนวัด” 23 วัด โดยการตรวจสอบในครั้งที่ 2 นี้ พบการทุจริต 141 ล้านบาท พบผู้เกี่ยวข้อง 19 คน เป็นข้าราชการ 3 คน พลเรือน 2 คน และพบพระสงฆ์เกี่ยวข้องจำนวน 4 รูป

ย้อนรอยคดีทุจริต "เงินทอนวัด" ปมอาบัติปาราชิกพระเถระ 5 รูป 3 วัดดัง

จนนำไปสู่การตรวจสอบในลอตที่ 3 ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นลอตที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคม และพุทธศาสนิกชนอย่างยิ่ง เนื่องจากการตรวจสอบพบทุจริต “เงินทอนวัด” ดังใน กทม. 3 วัด คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสัมพันธวงศาราม และวัดสามพระยา ส่วนข้าราชการ พศ.ที่ร่วมทุจริต ก็ยังเป็นกลุ่มเดียวกับลอตที่ 1 ถึง 2 และลอตที่ 3 นับเป็นการตรวจสอบพระเถระชั้นผู้ใหญ่ถึง 5 รูป คือ

  1. พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
  2. พระพรหมเมธี (จํานงค์ เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศาราม
  3. พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา
  4. พระราชอุปเสณาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
  5. พระราชกิจจาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระวิจิตรธรรมาภรณ์) (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
  6. พระอรรถกิจโสภณ (สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา
  7. พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คํามา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ย้อนรอยคดีทุจริต "เงินทอนวัด" ปมอาบัติปาราชิกพระเถระ 5 รูป 3 วัดดัง

ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการเขียนโครงการเบิกงบประมานแต่นำไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ หลังจากนั้น จึงมี “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 7 รูป และที่โด่งดังที่สุด คงหนีไม่พ้นกรณี “พระพรหมสิทธิ” อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และ “พระพรหมเมธี” อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ซึ่งรายหลัง หลบหนีไปขอลี้ภัยที่ประเทศเยอรมนี ถึงขนาดที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ ขณะนั้น ต้องบินไปประสานทางการเยอรมนี เพื่อพยายามรับตัวกลับมา 

แต่ในที่สุด ผลคำพิพากษาของศาล ระบุว่า พระเถระ 5 รูป ของวัดสระเกศฯ ไม่พบการทุจริต และไม่ได้มีความผิดเข้าข่ายอาบัติปาราชิก จนต้องทำให้พ้นจากความเป็นสงฆ์ ทำให้เมื่อเดือน เม.ย.2564 อดีตพระเถระทั้ง 5 รูป ได้ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา ในโอกาสพระภิกษุอธิษฐานครองผ้าไตรจีวรรับเข้าหมู่สงฆ์ และ ได้กลับมาห่มจีวร อีกครั้ง

การเดินหน้าตรวจสอบคดีทุจริต “เงินทอนวัด” แม้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าทำงานมาถึงลอตที่ 4 โดยเป็นการเดินหน้าตรวจสอบวัดทั่วประเทศ ที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมากกว่า 1 ล้านบาท ในช่วงปี 2555-2560 แต่ทุกอย่างยังดูเงียบ และกลับมามีกระแสอีกครั้ง จากกระทู้ครั้งนี้ วัดที่ถูกกล่าวถึงอีก 30 กว่าวัด จะถูกปัดกวาดเช็ดถูให้ “วงการสงฆ์” กลับมาสะอาดหมดจดอีกครั้งหรือไม่

ย้อนรอยคดีทุจริต "เงินทอนวัด" ปมอาบัติปาราชิกพระเถระ 5 รูป 3 วัดดัง

ลูกกำนันไม่ทน “สนธยา” โต้คนพูดเท็จ ไม่ทิ้ง พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505750

17 ก.พ. 2565

ลูกกำนันไม่ทน "สนธยา" โต้คนพูดเท็จ ไม่ทิ้ง พปชร.

ทะเลบางแสนเดือด “สนธยา” ทายาทกำนันเป๊าะ กลุ่มเรารักชลบุรีไม่แตก ไม่ทิ้ง พปชร. โต้ใครบางคนที่ชอบพูดเท็จ ทั้งที่ตระกูลคุณปลื้มเลี้ยงดูอุ้มชูมา คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ทะเลบางแสนเดือด “สนธยา” แถลงไม่ทิ้งพลังประชารัฐ โต้ใครบางคนที่พูดเท็จหลายเรื่อง ทั้งที่ครอบครัวกำนันเป๊าะเลี้ยงดูอุ้มชูมานาน

บ้านใหญ่เมืองชลสู่บ้านทหารเสือ “สนธยา” นำพาพี่น้องตระกูลคุณปลื้ม ร่วมก่อการพลังประชารัฐตามคำขอของพี่น้อง 3 ป.

กลุ่มเรารักชลบุรีไม่แตกแยก “สนธยา” ย้ำคนชลบุรีรักใครรักจริง แต่จะไม่ทนกับการทรยศหักหลัง

ช่วงเย็นวันที่ 17 ก.พ.2565 คนเมืองชลบุรี ให้ความสนใจแฟนเพจสนธยา คุณปลื้ม Sontaya Kunplome อย่างมาก เพราะ สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และแกนนำกลุ่มเรารักชลบรี ได้โพสต์ชี้แจงเรื่องการย้ายพรรค และการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ

ลูกกำนันไม่ทน "สนธยา" โต้คนพูดเท็จ ไม่ทิ้ง พปชร.

หลายคนคงจำได้ สนธยา คุณปลื้ม และอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ถูกทาบทามให้มาก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ สานฝันพี่น้อง 3 ป.

หลังจาก สนธยา คุณปลื้ม ไปสอบถามกับผู้ใหญ่ถึงข่าวดังกล่าว จึงได้มาโพสต์เฟซบุ๊คว่า “…ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรค จึงไม่ยากที่ผมจะสอบถาม ผู้ใหญ่ ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ต้น ผมได้รับคำตอบสั้น ๆว่า ‘มันก็อยากจะสร้างอาณาจักร อย่าไปสนใจ’ เรื่องน่าจะจบแค่นั้น แต่ไม่ใช่ เพราะยังมีหลายอย่างที่น่าคิดโดยเฉพาะประโยคที่ว่า อย่าไปสนใจ…”

ตอนท้าย สนธยาได้ระบายความในใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของใครบางคน “จริงๆ ผมก็พยายามไม่สนใจมานาน เพราะคอยแต่คิดว่าการที่คนๆหนึ่งจะพูดเท็จหลายเรื่องในที่ต่างๆ เพื่อให้ตัวเองดูดีนั้นก็เห็นอยู่ดาดดื่น มีเพิ่มมาอีกคนก็ไม่แปลก..คนชลบุรีรักใครรักจริง คบใครคบจริง เราเป็นแบบนี้กันมาตลอด นับญาติกันมาตั้งแต่เกิด แต่กับการทรยศ หักหลัง เราก็จะไม่นิ่งเฉย”

ก่อนหน้านั้น มีข่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทย ได้พยายามต่อสายไปยังตระกูลคุณปลื้มเพื่อชักชวนให้มาร่วมงานกัน และใครบางคนแอบไปบอกสื่อว่า กลุ่มลูกกำนันเป๊าะกำลังเจรจากับพรรคชาติไทยพัฒนา

‘บ้านใหญ่-บ้านทหารเสือ’

ในฐานะพี่ใหญ่ “สนธยา” ที่รับมรดกการเมืองมาจากกำนันเป๊าะ จึงพยายามประคับประคองกลุ่มเรารักชลบุรี ให้เดินหน้าต่อไป

วันที่ 17 เม.ย.2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่งตั้ง สนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา (วีระศักดิ์ โควสุรัตน์) นี่เป็นจุดเริ่มต้นของตระกูลคุณปลื้ม ในภารกิจการเมืองของ คสช.

ดังที่ทราบกัน ที่ตั้งหน่วยกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ค่ายนวมินทราชินีหรือบ้านทหารเสือ อยู่ที่ ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งพี่น้อง 3 ป.ก็โตมาจากที่นี่ และวันหนึ่ง บ้านใหญ่เมืองชล ก็ได้ร่วมงานกับคนในบ้านทหารเสือ


แม้บ้านใหญ่แสนสุข ในสีเสื้อพลังประชารัฐ จะไม่สามารถคว้าชัยชนะยกจังหวัด ในศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยสูญเสีย 3 ที่นั่งให้แก่พรรคอนาคตใหม่ แต่มิใช่ครั้งแรกที่บ้านใหญ่ชลบุรีปราชัย

เลือกตั้งปี 2550 ซุ้มแสนสุขในสีเสื้อพรรคชาติไทยพ่ายแพ้ย่อยยับ พรรคประชาธิปัตย์ชนะยกจังหวัด ถัดมา ปี 2554 ลูกกำนันเป๊าะตั้งพรรคพลังชล ประสบความสำเร็จ คว้าเก้าอี้ ส.ส.สนามเมืองชลได้ 6 ที่นั่ง และแบบบัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง รวมแล้ว 7 ที่นั่ง

ชั่วโมงนี้ชื่อพรรคพลังชลยังคงอยู่ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ทายาทกำนันเป๊าะก็พร้อมกลับมาปัดฝุ่นพรรคของตัวเองทำงานต่อไปได้

ปลายปี 2563 บ้านใหญ่แสนสุขกู้ชื่อเสียงกลับมา เมื่อ วิทยา คุณปลื้ม ในนามกลุ่มเรารักชลบุรี ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.ชลบุรีอีกสมัย

‘แม่ทัพหญิงเหล็ก’

สำหรับอนาคตของ “สนธยา” ก็ต้องรอลุ้นศึกเลือกตั้งเมืองพัทยาในช่วงกลางปีนี้ จะได้ไปต่อหรือไม่ ชาวเมืองพัทยาจะให้คำตอบ

ย้อนไปในวันที่กำนันเป๊าะ ยังนั่งบัญชาการอยู่ที่บ้านใหญ่ซุ้มเฟื่องฟ้า หรือซุ้มแสนสุข ได้วางเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นไว้ทุกระดับ ด้วยโมเดลเรารักชลบุรี ที่ประสบชัยชนะติดต่อกันมาหลายสมัย

หลายปีมานี้ บ้านใหญ่อาจเงียบเหงาเมื่อไม่มีกำนันเป๊าะ แต่ก็มี สติล คุณปลื้ม คู่ทุกข์คู่ยากของกำนันเป๊าะ ยังเป็นเสาหลักของบ้านแสนสุข เลขที่ 3 ซอย 4 ถนนบางแสนล่าง อ.เมือง จ.ชลบุรี

ส่วนลูกๆทั้ง 5 คนของกำนันเป๊าะ ต่างแบ่งหน้าที่กันทั้งภายในครอบครัวและดูแลภาคการเมืองไม่ว่าจะเป็นสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา,วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ,จิราภรณ์ คุณปลื้ม ดูแลธุรกิจของครอบครัว ,อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม และณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข

ในวันที่บ้านใหญ่แสนสุข ไม่มีกำนันเป๊าะ เมืองชลบุรีก็มีดาวรุ่งการเมืองเกิดใหม่ จึงเป็นที่มาของถ้อยแถลงอันดุดันของแป๊ะ สนธยา นั่นเอง

หอมหวาน “อนุทิน-ทักษิณ” ภาพหลอนเขย่าเรือเหล็กลุงตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505727

17 ก.พ. 2565 |17:33 น.

หอมหวาน "อนุทิน-ทักษิณ" ภาพหลอนเขย่าเรือเหล็กลุงตู่

ย้อนสัมพันธ์หวานชื่น “อนุทิน-ทักษิณ” บนเส้นทางธุรกิจการเมือง เนวินดันเสี่ยหนูเป็นหัวหน้าพรรค ลบภาพเก่าล้มนายใหญ่ ปั้นแบรนด์พรรคตัวแปร คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม “อนุทิน-ทักษิณ” ความสัมพันธ์ส่วนตัวยังแน่นแฟ้น แม้บนถนนการเมืองจะอยู่คนละพรรค

บนเส้นทางธุรกิจ “อนุทิน-ทักษิณ” คล้ายกัน ต่างได้ประโยชน์จากโครงสร้างการเมืองแบบอุปถัมภ์ และทั้งคู่เข้ามาเล่นในเกมอำนาจที่ซับซ้อนซ่อนปม

นี่คือสะพานเชื่อม “อนุทิน-ทักษิณ” นับแต่วันที่เนวินดันเสี่ยหนูเป็นหัวหน้าพรรค ก็รีแบรนด์ภูมิใจไทย จากพรรคมีขั้วมีสี กลายเป็นพรรคตัวแปร

ด้วยบทวิเคราะห์การเมืองของโทนี่ หรือทักษิณ ชินวัตร ผ่านแคร์คลับเฮาส์ เรื่องชะตากรรมรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งอาจมีรายการไฮแจ็คตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย ประกาศกุม 260 เสียงค้ำเก้าอี้นายกฯประยุทธ์

วันที่ 17 ก.พ.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ต้องเจอคำถามเรื่องคำเตือนทักษิณ โดยอนุทิน กล่าวว่า “ท่าน(ทักษิณ ชินวัตร) เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา มีบุญคุณกับผมมาก จึงไม่ขอกล่าวถึง แต่เคารพท่านตลอด”

จะว่าไปแล้ว ทุกครั้งที่เสี่ยหนูให้สัมภาษณ์สื่อ และมีการถามถึงอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็ได้รับฟังคำตอบทำนองนี้ ครั้งหนึ่ง เสี่ยหนูเคยโชว์ห้องทำงาน บนอาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ ยังมีภาพทักษิณที่ผนังห้อง

ช่วงรัฐบาล คสช. อนุทินเก็บตัวเงียบ เวลานั้นก็ยังมีข่าวว่า เขาดอดเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบนายใหญ่ หรือผู้ใหญ่ที่ยังรักกันดีอยู่เดิมเสมอ โดยเขาออกมาแจงรัวๆว่า เป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีที่มีต่อกัน โดยไม่มีทั้งผลประโยชน์ทางการเมืองและทางธุรกิจ

‘ก้าวแรกไทยรักไทย’

รอยแค้นคลี่คลายไปตามกาลเวลา สายสัมพันธ์ “อนุทิน-ทักษิณ” ลบภาพภูมิใจไทยพรรคเนรคุณออกไป และมีการสร้างแบรนด์ใหม่ กลายเป็นพรรคที่เข้าได้กับทุกขั้ว

สมัยทักษิณ ชินวัตร เริ่มเล่นการเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล ยังดูแลกิจการบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งบิดาของเสี่ยหนู คือ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้เข้าสู่ถนนการเมืองเต็มตัวช่วงหลังพฤษภาทมิฬ 2535

ปี 2539 สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต เสี่ยหนูเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร โดยช่วงนั้น ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีช่วยคลัง

ระหว่างนั้น เสี่ยหนูได้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีอยู่หลายกระทรวง ตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศ ถึงกระทรวงพาณิชย์ ช่วงรอยต่อรัฐบาล พล.อ.ชวลิต กับ ชวน หลีกภัย

ปี 2544 อนุทินได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และได้เป็นกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ 1 เสี่ยหนูได้เป็น รมช.สาธารณสุข ก่อนจะโยกไปเป็น รมช.พาณิชย์ แล้วกลับมาเป็น รมช.สาธารณสุขอีกครั้งตอนปี 2548

นัยว่า สมัยไทยรักไทย เสี่ยหนูสนิทสนมกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณหญิงสุดารัตน์ เคยเป็น รมว.สาธารณสุข และเมื่อปีก่อน ก็ยังพูดถึงเจ้านายเก่าว่า “ผมกับคุณหญิงสุดารัตน์ สายสัมพันธ์ไม่มีจืดจาง เพราะเคารพนับถือกันมาตลอด”

‘ก้าวที่สองภูมิใจไทย’

หลังการเลือกตั้ง 2562 ช่วงที่มีการจับขั้วตั้งรัฐบาล คอการเมืองจับจ้องไปที่ “อนุทิน-ทักษิณ” กองเชียร์เสื้อแดงอยากให้ภูมิใจไทยพลิกขั้วมาจัดตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทย แต่ครูใหญ่เนวิน เลือกที่จะเปิดดีลกับพี่น้อง 3 ป.

ปี 2555 อนุทินหลุดพ้นจากบ้านเลขที่ 111 จึงเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยต่อจากบิดา ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ต่อมา ในการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2557 เสี่ยหนูได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 1 แต่เลือกตั้งเป็นโมฆะ

ปี 2561 อนุทินเริ่มขยับขับเคลื่อนพรรคภูมิใจไทย ด้วยการล้างภาพแบรนด์เก่าที่ประสบความล้มเหลวจากเลือกตั้ง 2554 โดยเนวิน ชิดชอบ ก็พยายามใช้กีฬาลูกหนังเจาะตลาดคนรุ่นใหม่

แต่ภาพจำในตลาดการเมือง คำว่า คนทรยศนายใหญ่ ยังฝังลึกอยู่ในหัวของคนรากหญ้าอีสานและเหนือตอนบน อนุทินจึงต้องเข้าไปปรับแก้ตรงจุดนี้

ช่วงหาเสียง เสี่ยหนูจึงเร่งสปีดทำสงครามข่าวสาร ขายความเป็นพรรคตัวแปร ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง ระหว่างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นอิสระ

ตลอดช่วงเวลาในการร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ภาค 2 อนุทินและแกนนำพรรคภูมิใจไทยก็ตอกย้ำคำว่า พรรคตัวแปร อยู่ข้างไหน ข้างนั้นก็ได้เป็นรัฐบาล

ดังนั้น การสะสมกำลังเพิ่มเติมจนกลายเป็นพรรคใหญ่อันดับ 2 รองจากพรรคพลังประชารัฐ จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย รวมถึงการวิเคราะห์อุบัติเหตุทางการเมืองในช่วงเดือน พ.ค.2565

สโลแกน มีรูมีหนู ของอนุทิน ยังคงมีความหมายอยู่เสมอ เพราะที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีอนุทิน และครูใหญ่ชื่อเนวิน

หักเหลี่ยม “ธรรมนัส” เจอดูดกลับ เกมบ้านใหญ่อีสานใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505626

16 ก.พ. 2565 |21:11 น.

หักเหลี่ยม "ธรรมนัส" เจอดูดกลับ เกมบ้านใหญ่อีสานใต้

ถูกลูบเหลี่ยมลูบคม “ธรรมนัส” เจอเพื่อนเอกราช หักดิบนาทีสุดท้าย ตามใบสั่งบ้านใหญ่อีสานใต้ เหลือแค่สมศักดิ์ คุณเงิน สหายเดือนตุลา ไม่ทิ้งสหายผู้กอง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เหตุวิวาห์การเมือง “ธรรมนัส” บินด่วนไปขอนแก่น พบปะองค์กรภาคประชาชน ซึ่งมีคนสนิทสาย พอช.ตระเตรียมงานไว้ให้ เพื่อแก้เกมเพื่อนรักหักเหลี่ยม

นาทีสุดท้าย “ธรรมนัส” ผิดหวังอย่างแรงที่ตระกูลช่างเหลา ตัดสินใจเลือกไปสังกัดภูมิใจไทย ทั้งที่รับปากว่าจะอยู่ด้วยกันจนถึงยุบสภาฯ

พลังถดถอย “ธรรมนัส” ยังเหลือ สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.รุ่นใหญ่สายสหายเดือนตุลา ซึ่งวันนี้ขอเป็นยืนเคียงข้างสหายผู้กอง หลังเอกราชเล่นเกมล่องหน

หลังงานวิวาห์การเมือง ระหว่างตระกูลช่างเหลา กับพรรคภูมิใจไทยแค่วันเดียว วันที่ 15 ก.พ.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่าเพื่อการกุศล และธนพร ศรีวิราช ภรรยา พร้อมนฤมล ภิญโภสินวัฒน์ และสมศักดิ์ คุณเงิน 

ส.ส.ขอนแก่น พรรคเศรษฐกิจไทย ลงพื้นที่พบปะคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรภาคอีสานและภาคีชุมชนเข้มแข็ง ที่บ้านเหล่านกชุม หมู่ 4 ต.คอนหัน อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น

จริงๆแล้ว เครือข่ายองค์กรภาคอีสานและภาคีชุมชนเข้มแข็งนั้น สังกัดสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ไม่ใช่ฐานเสียงการเมืองของพรรคใดพรรคหนึ่ง บังเอิญว่า สยาม นนท์คำจันทร์ โฆษก พอช.นั้นเป็นทีมงานของ ร.อ.ธรรมนัส สมัยธรรมนัส เป็น รมช.เกษตรฯ เป็นผู้เชิญลูกพี่เก่ามาร่วมงานชาวบ้าน

สบจังหวะ ร.อ.ธรรมนัสต้องการเล่นเกมชิงพื้นที่ข่าว ที่สูญเสียตระกูลช่างเหลา ไปให้พรรคภูมิใจไทย ก็เลยบินมาขอนแก่นโดยด่วน แถมมีข่าว 5 ส.ส.รู้สึกไม่อบอุ่น อยากทิ้งพรรคเศรษฐกิจไทยกลับพรรคพลังประชารัฐ

สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่า กระแสข่าว 5 ใน 21 คน อยากกลับมาอยู่กับ พปชร.นั้นเป็นข่าวที่มีมูล แต่ไปแล้วคงกลับไม่ง่าย เพราะถ้ากลับมาจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายอีก

ในแง่คณิตศาสตร์การเมือง ร.อ.ธรรมนัส เหลือพลพรรคอยู่แค่ 18 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 คน ก็เหลือ 16 คน และมีอีก 5 คนอยู่แบบใจไม่เต็มร้อย พลังต่อรองก็ถดถอยลงไปเยอะ

‘เพื่อนรักหักเหลี่ยม’

แม้เอกราช ช่างเหลา จะยืนยันความเป็นเพื่อนกับ “ธรรมนัส” ไม่เปลี่ยน แต่คนวงในสายผู้กองบอกว่า เที่ยวนี้ต้องมีการจดบัญชีไว้

เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ทางช่อง 9 กรณีการย้ายกลับไปพรรคภูมิใจไทยว่า “ไม่ใช่เป็นการทิ้งเพื่อน”

นักการเมืองใหญ่เมืองขอนแก่น พยายามอธิบายว่า ทั้งคู่รู้จักกันมานานนับสิบปี แต่ทางการเมืองเพิ่งมาร่วมงานกันสมัยพรรคพลังประชารัฐ ส่วนตัวเขาเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมาแต่ปี 2554 ก่อนจะย้ายมาพรรค พปชร.

เอกราชอ้างว่า ได้พูดกับผู้ใหญ่ทาง ภท.ไว้เป็นสัญญาใจ หากจบภารกิจที่ พปชร. ก็จะกลับ ภท. “…กับผู้กองธรรมนัส เปิดอกคุยกันตรงๆ ว่า ถ้าออกจาก พปชร. ยังไงก็ต้องกลับ ภท. ผู้กองบอกโอเคพี่ เคารพการตัดสินใจ มองตาก็รู้ใจ มีความจำเป็น”

ลึกๆ เอกราชอยากอยู่กับธรรมนัส จนถึงการยุบสภาฯ ก่อนจะย้ายไปภูมิใจไทย แต่ประมุขบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ยื่นเงื่อนไขให้ตระกูลช่างเหลา มาร่วมงานโดยทันที

‘สหายผู้กอง’

ไม่โดดเดี่ยวเสียทีเดียว “ธรรมนัส” ยังเหลือ สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 เป็นสหายศึก สำหรับการลุยสมรภูมิเลือกตั้งครั้งหน้า

สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ขอเป็นเพื่อนสหายผู้กองธรรมนัสสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ขอเป็นเพื่อนสหายผู้กองธรรมนัส

จะว่าไปแล้ว สมศักดิ์ คุณเงิน นักการเมืองอาวุโส โตมาจากการทำกิจกรรมนักศึกษารุ่น 14 ตุลาคม 2516 และสมัยหนึ่ง ได้อยู่ในกลุ่มวังพญานาคของ พินิจ จารุสมบัติ สหายร่วมอุดมการณ์ แต่วิถีการเมืองที่ไม่มีอะไรอันจีรังยั่งยืน พลันที่สหายพินิจวางมือ สมศักดิ์ก็เคว้งคว้าง

สมศักดิ์ลงสนามเลือกตั้ง 2 ครั้งหลังสุด ก็พ่ายแพ้พรรคเพื่อไทยหมด ยกเว้นการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น ปลายปี 2562 สมศักดิ์ชนะธนิก มาสีพิทักษ์ เพื่อไทย โดยทิ้งห่างคู่แข่ง 2,242 คะแนน ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะ ก็คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

การกลับเข้าสู่สภาฯอีกครั้งในสีเสื้อพลังประชารัฐ สมศักดิ์รู้ดีว่า มีปัจจัยใดบ้าง ฉะนั้นเขาจึงอยู่ในซุ้มธรรมนัสนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา

นาทีที่ต้องแยกตัวออกจาก พปชร. สมศักดิ์เลือกที่จะไปกับ ร.อ.ธรรมนัสโดยไม่ลังเล และไม่สนใจว่า สองพ่อลูกตระกูลช่างเหลา จะตัดสินใจอย่างใด

การเลือกตั้งสมัยหน้า สมศักดิ์จึงเป็นแกนหลักของธรรมนัส ในสนามขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง แพ้หรือชนะ สมศักดิ์ผ่านมาหมดแล้ว จึงขอลองทำงานกับสหายผู้กองดูสักยกหนึ่ง

ฤทธิ์วัคซีน “ทักษิณ” สิ้นเสน่ห์ บ้านใหญ่เมิน พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505614

16 ก.พ. 2565 |19:16 น.

ฤทธิ์วัคซีน "ทักษิณ" สิ้นเสน่ห์ บ้านใหญ่เมิน พท.

เลือดไหลไม่หยุด “ทักษิณ” ดิ้นพล่าน เจออิทธิฤทธิ์วัคซีนเข็มใหญ่ ส.ส.บ้านใหญ่ไม่กลับเพื่อไทย แถมค่ายสีน้ำเงิน เจาะรายจังหวัดแถวอีสาน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ดีลล่มหรือเปล่า “ทักษิณ” ออกมาฟาดงวดฟาดงา เมื่อเห็นข่าวพรรคร่วมรัฐบาล รวมใจกันลากเรือเหล็กไปต่อ จนถึงประชุมเอเปค

ปูดวัคซีนเข็มพิเศษ “ทักษิณ” คิดอะไรอยู่ รู้ทั้งรู้ ส.ส.เพื่อไทยคนไหน เตรียมย้ายบ้านด้วยเหตุผลอะไร คนดูไบอาจดื่มน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในอยู่

สิ้นเสน่ห์ “ทักษิณ” ไม่ขลังเหมือนอดีต ส.ส.บ้านใหญ่ จึงเมินคำเชิญชวนของคนดูไบให้กลับบ้านหลังเก่า

ค่ำวันที่ 15 ก.พ.2565 ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม มาตามนัดหมาย อังคารเว้นอังคารในรายการ Care Talk x Care ClubHouse ที่ว่าด้วยเรื่องจุดสิ้นสุดรัฐบาลตู่ พลิกเกมสู้ของแพง ซึ่งเนื้อหาหลักที่คนสนใจ ก็หนีไม่พ้นเรื่องสถานการณ์การเมืองร้อนๆ

อย่างสัปดาห์นี้ กรณีพรรคภูมิใจไทย พลิกเกมกลับมาหนุน พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมประเด็น 260 เสียงที่จะค้ำยันรัฐบาล ทำเอาทักษิณรู้สึกไม่พอใจ ออกอาการฟาดงวงฟาดงา

“ผมได้ยินว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน โดนวัคซีนไล่ฉีดกันเป็นแถว 30 ล้าน 20 ล้าน ฉีดกันใหญ่ โอ้โห จะเตรียมย้ายพรรค ผมเตือนไว้นะ วันก่อนมี ส.ส.เพื่อไทยไปร่วมประชุมกับพรรคฝ่ายรัฐบาลอยู่ ผมได้ยิน รู้ชื่อด้วย จ่ายคนละ 2 แสน รายเดือน เอาตังค์ที่ไหนมา”

เหมือนก่อนหน้านี้ ทักษิณและพรรคเพื่อไทย เร่งเกมยุบสภาฯ ทั้งในและนอกสภา แต่ในชั่วโมงนี้สถานการณ์เปลี่ยน พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค รวมถึงกลุ่มธรรมนัส ยังไม่พร้อมเลือกตั้งใหม่

“ผมอยู่ดูไบรู้หมด วันนี้ที่บอกว่า เอารายชื่อไปโชว์นายกฯ เท่านั้นเท่านี้ ก็จริงนะ ก็จิ้มไปเยอะ ขณะเดียวกัน ส.ส. เหมือนไก่ชน ถ้าชนแพ้ กิโลละ 35 บาท ถ้าชนะ 3 แสน ส.ส.กลัวสอบตกอย่างเดียว”

คำพูดของทักษิณ สะท้อนว่า แบรนด์ทักษิณเสื่อมมนต์ขลังลงไปเยอะ เพราะก่อนหน้านี้ คนแดนไกลพยายามต่อสายหา ส.ส.สายบ้านใหญ่ ที่อยู่พลังประชารัฐ, ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนาให้กลับเพื่อไทย แต่ไม่มีเสียงตอบรับ

‘บ้านใหญ่ภาคกลาง’

ดังที่ทราบกันภายในวอร์รูมเพื่อไทย “ทักษิณ” กำลังปวดหัวกับการจัดวางตัว ส.ส.ในภาคกลาง รวมถึงภาคตะวันตกและภาคตะวันออก ซึ่งประเมินแล้วว่า ตกเป็นรองพรรคพลังประชารัฐ

เนื่องจากเจ้าของพื้นที่เดิมหรือ ส.ส.กลุ่มบ้านใหญ่ ได้ย้ายออกไปสังกัดพลังประชารัฐ และภูมิใจไทย อย่างเช่นตระกูลสะสมทรัพย์ นครปฐม, ตระกูลเทียนทอง สระแก้ว, ตระกูลพันธุ์เจริญวรกุล อยุธยา ฯลฯ

นอกจากกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่จะไม่กลับแล้ว ปรากฏว่า ส.ส.ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ถูกเจาะทีละคน ทีละจังหวัด ด้วยเหตุผลเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านมานานกว่า 7-8 ปี (รวมระยะเวลา คสช.ครองอำนาจด้วย) จึงไม่สามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชนในพื้นที่ได้

ยกตัวอย่างปทุมธานี และนครนายก สองจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ถูกเพื่อไทยขับออก แล้วตัดสินเข้าพรรคภูมิใจไทย เพราะประเมินในพื้นที่ แบรนด์ภูมิใจไทยยังพอขายได้ ในโซนชายขอบปทุมธานี

วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก กับลูกชาย เสี่ยอ๋อง จัดแข่งฟุตบอล โดยเนวินให้การสนับสนุนวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก กับลูกชาย เสี่ยอ๋อง จัดแข่งฟุตบอล โดยเนวินให้การสนับสนุน

ด้านหนึ่ง สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ คู่ชีวิตของ ส.ส.พรพิมล ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พ่วงด้วย เฉลิมพงษ์ รังสิวัฒนศักดิ์ ยังเป็น ส.อบจ.ปทุมธานี เขต 6 นี่คือฐานเสียงอันสำคัญ

ที่นครนายก เสี่ยอ๋า วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ยังสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เสี่ยอ๋อง ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร เปิดตัวเตรียมลงสมัคร ส.ส.นครนายก พรรคภูมิใจไทย

ล่าสุด เสี่ยอ๋องเพิ่งจัดการแข่งขันฟุตบอลปิยวัฒน์คัพ ที่ได้รับการสนับสนุนจากเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

สมัยหน้า นครนายกจะมี ส.ส. 2 คน คาดว่า เสี่ยอ๋า วุฒิชัย คงจะไปลงสมัคร ส.ส.โซน อ.องครักษ์ถิ่นเก่า และให้เสี่ยอ๋อง ลงเขต อ.เมืองนครนายก ในสีเสื้อบุรีรัมย์ทั้งคู่

‘เจาะอีสานใต้’

ไม่เฉพาะภาคกลางที่ถูกเจาะ “ทักษิณ” ต้องส่งเฮียเพ้งไปสกัดแถวอีสานใต้ เพราะมีข่าวเลือดไหลออกบ้างแล้ว

เริ่มจาก ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ 4 สมัย ทิ้งพรรคเพื่อไทยมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ภรรยา ผ่องศรี แซ่จึง ยังเป็น ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย

คิวต่อไป จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ และ ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 2 ส.ส.เพื่อไทย แถวชายแดนกัมพูชา ก็แว่วข่าวค่ายสีน้ำเงิน ถูกจองตัวไว้เรียบร้อยแล้ว

ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยอย่างน้อย 2 คน ก็มีอาการอยากย้ายบ้าน เพราะบ้านหลังเก่าไม่ค่อยอบอุ่น คนดูไบก็อยู่ไกลเหลือเกิน อยากขอความช่วยเหลืออะไรก็ยาก ผิดกับคนบ้านใกล้เรือนเคียง อยากได้อะไรก็จัดให้ทุกครั้ง

จะว่าไปแล้ว ทักษิณควรส่องกระจกดูตัวเองบ้าง ไม่ใช่วัคซีนเข็มพิเศษอย่างเดียวหรอก ส.ส.ทุกคนก็ต้องการสร้างผลงานให้ชาวบ้านจับต้องได้ เพราะกระแสทักษิณไม่ได้แรงราวพายุเหมือนเก่าแล้ว

“ประชาธิปัตย์”เมืองคอนเดือด เมื่อ “สุนทร รักษ์รงค์” เปิดตัวลงชิง ส.ส.เขต 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505596

นายหัวไทร

16 ก.พ. 2565 |16:54 น.

"ประชาธิปัตย์"เมืองคอนเดือด เมื่อ “สุนทร รักษ์รงค์” เปิดตัวลงชิง ส.ส.เขต 3

เส้นทางเดินของลูกชาวบ้าน “สุนทร รักษ์รงค์” ตัดสินใจ เดินเข้าสู่  ถนนสายการเมือง ประกาศตัวรับใช้พี่น้องประชาชนจังหวัด “นครศรีธรรมราช” ในนามพรรค “ประชาธิปัตย์”

พลันที่ป้ายไวนิลของสุนทร รักษ์รงค์ ติดไปทั่วใน อ.ชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ ทำนองเป็นการเปิดตัวว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตนี้ในนามพรรคประชาธิปัตย์ “ขออาสารับใช้พี่น้อง สนับสนุนลูกชาวบ้านเป็น ส.ส.

"ประชาธิปัตย์"เมืองคอนเดือด เมื่อ “สุนทร รักษ์รงค์” เปิดตัวลงชิง ส.ส.เขต 3
      แน่นอนว่าการเปิดตัวของสุนทร นักต่อสู้ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ย่อมสั่นสะเทือนไปถึงคนอื่นๆที่เตรียมจะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตนี้ในนามประชาธิปัตย์
      เขตเลือกตั้งนี้เป็นเขตเดิมของเทพไท เสนพงศ์ ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งจากคำพิพากษาของศาลให้จำคุก และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี รอศาลฎีกาว่าจะตัดสินใจออกมาอย่างไร แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
       เมื่อเทพไท (คึก) ต้องพ้นจาก ส.ส.ก็ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม พรรคประชาธิปัตย์ส่งพงศ์สิน เสนพงศ์ น้องชายของเทพไท ลงสู้ศึกกับอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ และถือเป็นสนามเลือกตั้งที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองนครศรีธรรมราชว่า เป็นสนามที่สู้กันยิบตา ของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง
      ท้ายที่สุดอาญาสิทธิ์ก็เอาชนะพงศ์สินไปได้ แต่สำหรับการเลือกตั้งใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พงศ์สินก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะอ้างว่าเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม เพราะแพ้การเลือกตั้งมา พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกสรรค์ หรือสรรหาคนใหม่ๆมาลงแทน
        ชื่อของสุนทร จึงปรากฏเด่นขึ้นในวันนี้สำหรับเขตเลือกตั้งนี้ แต่สำหรับประชาธิปัตย์ในเขตเลือกตั้งนี้แล้ว ไม่ได้มีแต่เฉพาะพงศ์สิน-สุนทรเท่านั้น “อภิชาติ ศักดิเศรษฐ์” น้องชายของชำนิ ศักดิเศรษฐ์” ก็ยื่นขอลงสมัครเขตนี้เหมือนกัน เพราะถิ่นฐานเขาอยู่ อ.จุฬาภรณ์

  คราวที่แล้วอภิชาติลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ แต่ลำดับไม่ถึงจึงไม่ได้เป็น ส.ส.และผันตัวเองมาลงชิงนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช แต่แพ้การเลือกตั้งให้กับ ดร.โจ ลูกชายของสมนึก เกตุชาติ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช
       เมื่อการเลือกตั้งใหญ่กำลังจะมาถึงอภิชาติก็จะขอลงสมัครในระบบเขตในเขตเลือกนี้ ซึ่งเป็นเขตถิ่นฐานบ้านเกิด

"ประชาธิปัตย์"เมืองคอนเดือด เมื่อ “สุนทร รักษ์รงค์” เปิดตัวลงชิง ส.ส.เขต 3
      ยัง…ยังไม่ใช่แค่นี้สำหรับประชาธิปัตย์ เมื่อนริสา อดิเทพวรพันธ์ อดีต ส.ส.หลายสมัยยืนยันว่าจะลงสมัครอีก “โกเท่ห์” พิทักษ์เดช เดชเดชโช น้องชายของ “แทน-ชัยชนะ เดชเดโช ที่เคยถูกเด้งจากเขต 1 เพื่อหลีกทางให้ “ผู้ว่าราชิต สุขพุ่ม” อาจจะต้องหลีกทางให้ “นริสา”อีกครั้ง และจะขอลงเขต ชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ นี้แหละ
     นับไปนับมาก็ 4 คนแล้วสำหรับประชาธิปัตย์เขตนี้ก็น่าเป็นเรื่องหนักใจของกรรมการสรรหา และกรรมการบริหารพรรค และสิ่งที่ไม่ควรลืมคือการเลือกตั้งครั้งต่อไป ต้องนำระบบการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี่โหวต) มาใช้แล้ว สมาชิกในเขตเลือกมีสิทธิ์เลือกผู้สมัครขั้นต้นก่อน เพื่อนำเสนอรายชื่อต่อกรรมการบริหารพรรค

"ประชาธิปัตย์"เมืองคอนเดือด เมื่อ “สุนทร รักษ์รงค์” เปิดตัวลงชิง ส.ส.เขต 3
      สำหรับเขตชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ เจ้าของพื้นที่ตัวจริงคืออาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ที่ยืนเด่นอยู่มุมแดง หนุน “นายป้อม-นายตู่” เต็มที่ ส่วนคู่แข่งนอกจากประชาธิปัตย์แล้ว ให้จับตา “ณัฐกิตติ์ หนูรอด” ปลัด อบจ.พัทลุง คนถิ่นฐานบ้านเดิมป่าพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นคู่มวยสมศักดิ์ศรี พอฟัดพอเหวี่ยง อยู่ที่ประชาธิปัตย์ว่าจะส่งใครขึ้นสังเวียนชิงแชมป์คืน

 และต้องจับตามองพรรคใหม่ “รวมไทยสร้างชาติ” นายหัวไทร แว่วมาว่า พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล น่าจะสไลย์ตัวเองออกจากพรรคกล้า มาช่วยพรรคลุงตู่ สายตาอันแหลมคมของสายข่าวนายหัวไทร ขยับแว่นเห็นผู้การฯชาติ นั่งอยู่แถวท่าศาลาเมื่อสามสี่วันก่อน หูดีด้วย…ได้ยินเขาคุยกันถึงเรื่องหาตัวผู้สมัคร พูดถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งอาจจะมีตัวดีมาลงชิงในเขตนี้อีกสักคนก็เป็นได้

“บนถนนสายการเมือง…ของ ลูกชาวบ้าน  ชื่อ สุนทร รักษ์รงค์

คำถาม คือ จะมีนักการเมือง สักกี่คน ที่เติบโตมาจาก “นักสู้” หรือผ่านการต่อสู้บนเส้นทาง  ของการรับใช้ประชาชน….
  
มองย้อนหลัง ไปสู่เส้นทางเดินของลูกชาวบ้าน ที่ ชื่อสุนทร รักษ์รงค์เราจะมองเห็น จิตวิญญาณ….ของนักต่อสู้…ที่เต็มไปด้วยริ้วรอยและบาดแผล ที่เกิดขึ้นระหว่างทางเดิน…

ถึงวันนี้ ….วันที่ ตัดสินใจ เดินเข้าสู่  ถนนสายการเมือง ประกาศตัวรับใช้พี่น้องประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ในนามพรรคประชาธิปัตย์

สุนทร  รักษ์รงค์  ลูกชาวบ้าน ที่ยืนยันชัดเจน ว่า  ผมอาสาเข้าไปทำงานการเมือง เพื่อชาวบ้าน  การเมือง เพื่อการรับใช้  ไม่ใช่ การเมือง เพื่อการแสวงหา.ฯ