รู้จักธรรมะ “วันมาฆบูชา” วันเปิดหัวใจพุทธศาสนา การใช้ชีวิตด้วย “ขันติธรรม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505514

เปรียญ12

16 ก.พ. 2565 |11:00 น.

รู้จักธรรมะ "วันมาฆบูชา" วันเปิดหัวใจพุทธศาสนา การใช้ชีวิตด้วย "ขันติธรรม"

“โอวาทปาฏิโมกข์” คือหัวใจของพุทธศาสนาในวันเพ็ญเดือน 3 หรือ “วันมาฆปุณมี” หลังจากที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้เพียง 9 เดือน มาย้อนความสำคัญในธรรมที่ต้องเรียนรู้มีอะไรบ้างเพื่อเรา เพื่อคนในครอบครัวและเพื่อสังคมบ้าง

วันสำคัญของพุทธศาสนาที่ชาวพุทธบูชามี 3 วัน ได้แก่วันวิสาขบูชา หรือวันพระพุทธ วันมาฆบูชา หรือวันพระธรรม และวันอาสาฬหบูชา วันพระสงฆ์

วันนี้จะเล่าถึงความสำคัญของ “วันมาฆบูชา” ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ชาวพุทธบูชาในวัดทั่วประเทศและต่างประเทศ แต่เนื่องด้วยไวรัสโควิด-19 ระบาดต่อเนื่อง จึงทำให้การเวียนเทียนบูชาในวัดลดลง แต่มีวิธีบูชาแบบออนไลน์เข้ามาแทนที่

สำหรับความเป็นมานั้น มื่อ 2565 ปี ตามพุทธศักราช เกิดความอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนากล่าวคือ “สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ทรงประกาศ “หัวใจพุทธศาสนา” หรือ “โอวาทปาฏิโมกข์” ในที่ชุมนุมพระอรหันต์ 1,250 รูป ที่วัดเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 หรือวันมาฆปุณมี  หลังจากตรัสรู้ได้ เพียง 9 เดือนเท่านั้น


 วันดังกล่าว ยังเรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” เพราะประกอบด้วย “สิ่งอัศจรรย์ 4 ประการ”
1. พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุม ณ วัดเวฬุวัน โดยมิได้นัดหมาย
2. ภิกษุทั้งหมดล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” คือเป็นภิกษุที่พระพุทธองค์ทรงประทานการบรรพชา อุปสมบทที่เรียกว่า “เอหิภิกขุ” ให้ทั้งสิ้น

3. ภิกษุทั้งนั้นล้วนได้ “อภิญญา 6” ซึ่งเป็นคุณพิเศษสูงสุดของพุทธสาวกในพระพุทธศาสนา
4. เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง เสวยมาฆฤกษ์ คือเพ็ญเดือน 3
โอวาทปาฏิโมกข์ นั้น พระพุทธองค์ ทรงแบ่งเป็น 3 ส่วน
คือ(1)ว่าด้วยอุดมการณ์  (2)ว่าด้วยหลักการ และ(3)ว่าด้วยวิธีเผยแพร่พระพุทธศาสนา


ทั้ง 3 ประการนั้น ขยายความโดยสรุปดังนี้

1. อุดมการณ์ ได้แก่ “พระนิพพาน” ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดแต่จะบรรลุได้ ต้องมี “ขันติ” มีความเพียรทีเป็นตบะอย่างยิ่ง
2. หลักการ คือหัวใจพระพุทธศาสนา ได้แก่ “สัพพปาปัสสะ อกรณัง กุสลัสสูปสัมปทา” แปลว่า (1)ละบาปหรือไม่ทำบาปทั้งปวง (2)ทำกุศลให้ถึงพร้อมหรือหมั่นทำบุญ และ(3)ทำจิตให้ผ่องใส 

ทั้ง (3) ประการนี้คือหลักปฏิบัติเพื่อบรรลุพระนิพพาน ที่เป็นเป้าหมายสูงสุด
ส่วนข้อสุดท้ายนั้น เป็นหลักการในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา คือห้ามใช้ความรุนแรง และไม่บีบบังคับให้นับถือศาสนา โดยให้ยึดหลักว่า “อนูปวาโท” ไม่ว่าร้ายใคร  และ “อนูปฆาโต” ไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายใคร

ผู้เผยแพร่ต้องรู้จักวางตัว หรือสำรวมกาย วาจา ทรงแนะให้สำรวมใน “พระปาฏิโมกข์”  กินอาหารพอประมาณ หลีกเลี่ยงการชุมนุม มั่วสุม(ให้ปลีกวิเวก) ให้บำเพ็ญจิตภาวนา และทำจิตให้มั่นคง
ตามหลักการเผยแพร่ดังกล่าว พุทธศาสนา จึงไม่เคยก่อสงครามศาสนา กับศาสนาอื่นแม้แต่ครั้งเดียว
(เมื่อศาสนาอื่นเข้ามารุกราน วิธีให้ปลอดภัยสำหรับภิกษุสงฆ์ คือขอความอารักขา จากฝ่ายอาณาจักร) เพราะพุทธศาสนาเชิดชูสันติ เมตตา


อย่างไรก็ตามหลักใน “โอวาทปาฏิโมกข์” ที่นำเสนอนี้ มีใส่ไว้บัญญัติให้สงฆ์นำไปปฏิบัติเท่านั้น แต่เราชาวพุทธควรนำมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย เช่นเรื่อง “ขันติธรรม” การไม่ว่าร้ายใคร (อนูปวาโท) การไม่ประทุษร้ายใคร (อนูปฆาโต) นอกเหนือจากหัวใจศาสนาคือละเว้นการทำบาป การสร้างบุญ กุศล และทำจิตให้ผ่องใส (หยุด โลภ โกรธ หลง) หากทำได้ทั่วๆ กัน บ้านเมืองจะสงบ เป็นสังคมอารยะ และสันติสุข
สมเจตนารมณ์ที่บูชา ในวันมาฆะ วันที่พระพุทธองค์ประกาศห้วใจพระพุทธศาสนา

เรื่อง : เปรียญ 12

สามก๊กเมืองชล “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” โตไว บ้านใหญ่ไปทางไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505531

16 ก.พ. 2565 |09:30 น.

สามก๊กเมืองชล "เสี่ยเฮ้ง สุชาติ" โตไว บ้านใหญ่ไปทางไหน

ชวนอ่านสามก๊กเมืองน้ำเค็ม “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” โตไว แตะมือยังเติร์กเมืองชล ส่วนซุ้มบ้านใหญ่แสนสุขยังสงบนิ่ง ฝากคำคมกำนันเป๊าะสอนใจใครบางคน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เมืองน้ำเค็มไม่เหมือนเดิม “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” นำทัพพลังประชารัฐชลบุรี ส่วนกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข ยังไม่ชัดสมัยหน้าจะไปทางไหน

กลุ่มยังเติร์กเมืองชลแตะมือ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” ร่วมทัพหนุนลุงตู่ พวกเขายังนับถือกลุ่มลูกกำนันเป๊าะ วิถีนักเลือกตั้งเลี่ยงการแข่งขันไม่ได้

โตมากับซุ้มบ้านใหญ่ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” ไม่เนรคุณกำนัน วิถีการเมืองไม่มีหยุดนิ่ง เมื่อโอกาสมาถึง ก็พร้อมที่จะไขว่คว้า

ตามกติกาเลือกตั้งใหม่ บัตร 2 ใบ 400 เขต จ.ชลบุรี จากเดิมมี 8 เขตเลือกตั้ง มีผู้แทนฯ ได้ 8 คน แต่ครั้งหน้าจะเพิ่มเป็น 10 เขตเลือกตั้ง มีผู้แทน 10 คน สถานการณ์การเมืองก็คึกคักขึ้นมาโดยพลัน

เมื่อเร็วๆนี้ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี เขต 1 ให้สัมภาษณ์นักข่าวท้องถิ่นชลบุรีว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าในพื้นที่ จ.ชลบุรี ตัวเขาจะเป็นผู้คัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 10 เขต และดูเหมือนว่า กลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข อาจจะกลับไปที่พรรคพลังชล หรือพรรคใดยังไม่ชัดเจน

ย้อนไปดูผลการเลือกตั้งปี 2562 ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือกตั้ง 5 คนได้แก่ สุชาติ ชมกลิ่น (เขต 1), จองชัย วงศ์ทรายทอง (เขต 2), รณเทพ อนุวัฒน์ (เขต 3) ,สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ (เขต 4) และ สะถิระ เผือกประพันธุ์ (เขต 8) ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.ในกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขที่เขต 5,6,7 สอบตกหมด

อย่างไรก็ตาม ในรัฐบาลประยุทธ์ มีตัวแทนกลุ่มชลบุรีเป็นรัฐมนตรี 2 คน คือ อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม และสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน

มาถึงวันนี้ พลังประชารัฐเมืองชล แบ่งออกเป็น 3 ก๊กคือ ก๊กมังกรเฮ้ง (ส.ส. 2 คน) ,ก๊กสามมิตรบ้านบึง (ส.ส. 2 คน) และก๊กบ้านใหญ่แสนสุข (ไม่มี ส.ส.)

ส่วน สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ หรือ ส.ส.นิ่ม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ใหญ่ที่ทุกซุ้มให้ความเคารพนับถือ เพราะเป็นหนึ่งในผู้ก่อการพรรคพลังชล

ด้าน สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8 ลูกชาย พล.ร.ท.จำรัส เผือกประพันธุ์ เหมือนเป็น ส.ส.อิสระ และตอนนี้ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย เนื่องจากสะถิระเคารพนับถือ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อ(พล.ร.ท.จำรัส)

‘พลังเฮ้ง’

มาแรงและมาเร็ว ไม่มีใครเกิน “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” ที่สวมหมวกว่าที่ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ และคาดว่า ในการประชุมพรรคช่วงเดือน มี.ค.2565 สุชาติหรือเสี่ยเฮ้ง คงจะมีตำแหน่งใหญ่โตในพรรค

รัฐมนตรีเฮ้ง เจ้าของสโลแกนกตัญญู รู้คุณ เป็นนักการเมืองในสังกัดซุ้มแสนสุข แต่ภายหลัง เสี่ยเฮ้งบินไกลเกินกว่าจะกลับหาดบางแสน

ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์สื่อ สุชาติ ชมกลิ่น จะบอกว่า ตัวเขาเคารพรักอากำนันเป๊าะ ร่วมถึงลูกๆของกำนัน ไม่ว่าจะเป็นสนธยา คุณปลื้ม, วิทยา คุณปลื้ม และอิทธิพล คุณปลื้ม

บังเอิญว่า สุชาติเป็นคนใจนักเลง มีพวกเยอะ จึงดูแลเพื่อน ส.ส.พลังประชารัฐ ประมาณ 17 คน ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงให้ความไว้วางใจได้เป็นรัฐมนตรีแรงงาน

สำหรับ สุรวุฒิ เนื่องจำนงค์ แสดงตัวชัดเจนว่าสังกัดกลุ่มสามมิตร มาตั้งแต่วันที่เดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และตอนหลัง สุรวุฒิ จะมีผู้กองเบิร์ด ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 เป็นพันธมิตรในนามยังเติร์กชลบุรี

ร.อ.จองชัย ลูกชายกำนันบั๊ก กำพล วงศ์ทรายทอง นายกเทศมนตรีตำบลบางทราย อ.เมืองชลบุรี ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก ก็โกยแต้มเข้าป้าย ซึ่งกำนันบั๊กมีบารมีล้นเหลือ จึงเป็นแรงหนุนให้ลูกชายได้เป็น ส.ส.

ว่ากันว่า กลุ่มสามมิตรเมืองชล ดูจะมีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่แสนสุข แต่พักหลัง สุชาติจับมือกลุ่มสามมิตรหนุน พล.อ.ประยุทธ์สู้กับ ร.อ.ธรรมนัส กลุ่มยังเติร์กชลบุรีก็ไปมาหาสู่เสี่ยเฮ้งมากขึ้น

‘บ้านใหญ่แสนสุข’

ความห่างเหินทางการเมืองระหว่าง “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” กับบ้านใหญ่แสนสุข จะมองว่ามีความขัดแย้งหรือธรรมชาติการเมืองเรื่องคนรุ่นใหม่จะโต ก็ใช่ทั้งนั้น แล้วมองจากคนกลุ่มหนึ่ง

ถ้าไปส่องเพจหลักกลุ่มพลังบ้านใหญ่ ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2565 ได้โพสต์คำสอนของกำนันเป๊าะ มีข้อความบางตอนดังนี้

สนธยา คุณปลื้ม ถ่ายภาพร่วมกับ ส.ส.ต้น ยังเติร์กเมืองชลสนธยา คุณปลื้ม ถ่ายภาพร่วมกับ ส.ส.ต้น ยังเติร์กเมืองชล

“จำไว้นะลูก..อย่าเลวกับคนที่เขาดีกับมึง เหลี่ยมคม มึงมีมึงก็เก็บเอาไว้ อย่าเอามาใช้และอย่าเก่งกับคนที่เขามีบุญคุณและปรารถนาดีกับมึง ไม่ใช่พอถือคมหน่อย มีเงินเข้าหน่อย มียศศักดิ์เข้าหน่อย มีคนนับหน้าถือตาหน่อย แล้วจะเหยียบหัว จะข้ามใคร จะพูดอะไรก็ได้..”

อีกตอนหนึ่ง กำนันเป๊าะสอนลูกว่า “อยู่กับใครหากไม่สบายใจให้ถอยออกไป อย่าไปทำให้เขาลำบากใจ หากได้เคยพักพิงอาศัยใคร ให้รู้จักตอบแทน หากตอบแทนเขาไม่ได้ให้นิ่งเฉยรอเวลาตอบแทน อย่าไปเนรคุณเขา” ตอนท้ายมีการติดแฮชแท็ก #กลุ่มพลังบ้านใหญ่ #เรารักกำนันเป๊าะ #เรารักแสนสุข #เรารักชลบุรี

วันนี้ สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี เป็นแม่ทัพของบ้านใหญ่แสนสุข ซึ่งปี 2561 ทายาทตระกูลคุณปลื้ม เป็นกลุ่มก้อนแรกๆที่เข้าไปร่วมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม พรรคพลังชลยังมีสถานะเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายพรรคการเมือง เพียงขอเว้นวรรคชั่วคราว ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงชิงชัยในสนามเลือกตั้ง โดยมี สุระ เตชะทัต เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งคอยดูแลเรื่องสาขาพรรค ยอดสมาชิกพรรค การจัดประชุม และการดำเนินกิจกรรมการเมือง

แม้ไร้กำนันเป๊าะ แต่ทายาทกำนันเป๊าะ ยังดูแลงานพื้นที่ต่อเนื่อง พลังประชารัฐแค่ภารกิจชั่วคราว แต่พลังชลเป็นเรือนตาย ยกเว้นการเลือกตั้งสมัยหน้า กลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขมีทางเลือกใหม่ ก็อาจไปสังกัดพรรคใหม่ได้เช่นกัน

จงอางเซราะกราว “เอกราช-เนวิน” ฟื้นสัมพันธ์ลูกหนังการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505479

15 ก.พ. 2565 |17:49 น.

จงอางเซราะกราว "เอกราช-เนวิน"  ฟื้นสัมพันธ์ลูกหนังการเมือง

จงอางเลื้อยเข้าซุ้มชิดชอบ “เอกราช-เนวิน” ฟื้นสัมพันธ์พันธมิตรลูกหนัง-การเมือง คว้าทั้งขอนแก่น ยูไนเต็ด และขอนแก่น เอฟซี มาอยู่ใต้ชายคาปราสาทสายฟ้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ลูกหนังนำการเมือง “เอกราช-เนวิน” สานสัมพันธ์แน่นปึ้ก ก่อนตระกูลช่างเหลา จะทิ้งธรรมนัสไปค่ายภูมิใจไทย

จงอางเลื้อยซุกรังใหม่ “เอกราช-เนวิน” ยังพ่วง สจ.แม็ก รองประธานสโมสรขอนแก่น เอฟซีใต้ชายคาปราสาทสายฟ้า มีสองทีมดังเมืองหมอแคน

นี่แหละการเมืองไทย “เอกราช-เนวิน” แบบฉบับระบอบบ้านใหญ่ ฝ่ายประชาธิปไตยสามนิ้วต้องเรียนรู้อีกเยอะ

ต้องบอกว่า นี่คือวิวาห์การเมืองตระกูลช่างเหลา ที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด จ.ขอนแก่น ต่างกรรมต่างวาระ

วันที่ 21 พ.ย.2564 เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ จัดงานแต่งงานลูกชายคนโต วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อม ส.ส.พลังประชารัฐ มาร่วมงานคับคั่ง

วันที่ 14 ก.พ.2565 เอกราช จัดงานแต่งงานลูกชายคนเล็ก พิทักษ์ชน ช่างเหลา ส.อบจ.ขอนแก่น คราวนี้มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน

วันเดียวกัน เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของชาวพรรคภูมิใจไทย มาเป็นประธานงานแต่งภาคเช้า โดยมีนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มเพื่อนเอกราช เข้าร่วมอวยพรคู่บ่าวสาว

ในอดีต เอกราช ช่างเหลา เป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย ขอนแก่น ตั้งกลุ่มเพื่อนเอกราช และก่อตั้งสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด เดินตามรอยเนวิน ชิดชอบ ก่อน ร.อ.ธรรมนัสจะชวนไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งวันนี้ เอกราชก็เหมือนกลับบ้านเก่า

เอกราชลุยการเมืองครั้งแรกปี 2550 ลงสมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน สอบตกได้ 16,948 คะแนน พ่ายแพ้แต่ก็ไม่ถอย เอกราชกลุ่มเพื่อนเอกราช เหมือนกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งการเลือกตั้งปี 2554 เอกราชไม่ลงสนามเอง แต่สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ในขอนแก่น

‘เพื่อนเนวิน’

เบื้องหลังการฟื้นสัมพันธ์ “เอกราช-เนวิน” มาจากปัญหาส่วนตัวของประมุขตระกูลช่างเหลา มีความจำเป็นบางประการ จึงต้องทิ้งเพื่อนธรรมนัส มาอยู่ค่ายสีน้ำเงิน

นับแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกปลดจากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ภายในกลุ่มเพื่อนเอกราช ก็มีการขยับเตรียมรับมืออาฟเตอร์ช็อก ตอนแรก เอกราชคล้ายจะลงเรือลำเดียวกับธรรมนัส แต่ประเมินอนาคตผู้กองเมืองพะเยาใน พปชร.แล้ว ท่าทางจะอยู่ยาก

ปลายปีที่แล้ว เอกราช ช่างเหลา จึงส่ง พิทักษ์ชน ช่างเหลา ลูกชายคนเล็ก และเจริญ แซ่เต็ง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พลังประชารัฐ มือขวาเอกราช ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

เนวิน ชิดชอบ ประธานงานแต่งลูกชาย เอกราช ช่างเหลาเนวิน ชิดชอบ ประธานงานแต่งลูกชาย เอกราช ช่างเหลา

เมื่อเอกราช และวัฒนา ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกลุ่ม ส.ส.สายธรรมนัส รวม 21 ชีวิต เอกราชก็ไม่ยอมลงชื่อเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย และเขาบอกนักข่าวบางสำนักว่า ยังไม่ได้ทิ้ง ร.อ.ธรรมนัสให้รอดูหลังวันวาเลนไทน์ จะมีสัญญาณชัดเจนว่า อยู่พรรคไหนกันแน่

ท่ามกลางความไม่นิ่งของกลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐ ที่ถูกขับออกมา ก็มีข่าวว่า เอกราชและลูกชาย จะไปอยู่ภูมิใจไทย เพราะได้เจรจากับเนวิน ชิดชอบ ไว้ล่วงหน้าแล้ว

‘จงอาง-เดอะทีเร็กซ์’

ธุรกิจลูกหนังเป็นสะพานเชื่อม “เอกราช-เนวิน” หลังแพ้เลือกตั้งปี 2550 เศรษฐีใหม่สรุปบทเรียนความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง เพราะไม่มีฐานมวลชน จึงวางยุทธศาสตร์ลูกหนังนำการเมือง

เอกราชจึงก่อตั้งสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด มีฉายาว่า จงอางผยอง มอบให้ลูกชายสองคนคือ วัฒนา ช่างเหลา เป็นประธานสโมสร และพิทักษ์ชน ช่างเหลา รองประธาน

จริงๆแล้ว เนวิน ชิดชอบ ในฐานะประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เป็นพันธมิตรลูกหนังกับสโมสรขอนแก่น เอฟซี ฉายาเดอะทีเร็กซ์ ของตระกูลชนะวงศ์ มาหลายปีแล้ว

เบื้องหลังลูกหนังการเมือง เนวิน สนับสนุน องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ หรือที่ชาวบ้านไผ่เรียกว่า สจ.แม็ค รองประธานสโมสรขอนแก่น เอฟซี ให้ลงสมัคร ส.ส.ขอนแก่น เมื่อสมัยที่แล้ว

สจ.แม็ก เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และอยู่ในเครือข่ายหมอกระแส ชนะวงศ์ อดีตผู้แทนขวัญใจคนบ้านไผ่-เมืองพล และ สจ.แม็ค ลงสนามเลือกตั้งเขต 10 ขอนแก่น แต่พ่ายแพ้ บัลลังก์ อรรณนพพร พรรคเพื่อไทย

ปัจจุบัน เสี่ยแม็ค มีตำแหน่งเป็นโฆษกประจำรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม (ศักดิ์สยาม ชิดชอบ) และเตรียมลงสมัคร ส.ส.อีกรอบ โดยสมัยหน้า จ.ขอนแก่น จะมี ส.ส.เพิ่ม 1 คน รวมเป็น 11 คน คาดว่า กกต.คงแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

สรุปว่า เนวิน เจ้าพ่อเซราะกราว มีทีมลูกหนังเมืองขอนแก่นอยู่ใต้ชายคา 2 ทีมคือ จงอางผยอง-ขอนแก่น ยูไนเต็ด (ไทยลีก 1) และเดอะทีเร็กซ์-ขอนแก่น เอฟซี (ไทยลีก 2) เรียกว่าต้นฉบับลูกหนังการเมืองของแท้

“มหาโจร 5 จำพวก” เป็นไฉน? เปิดคลัสเตอร์ “พระภิกษุ” เสื่อมตามหลักพระพุทธศาสนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505382

เปรียญ12

15 ก.พ. 2565 |16:35 น.

"มหาโจร 5 จำพวก" เป็นไฉน? เปิดคลัสเตอร์ "พระภิกษุ" เสื่อมตามหลักพระพุทธศาสนา

เรื่องโจร แต่ไม่ใช่โจร 500 ที่เที่ยวปล้นชาวบ้าน แต่เป็นโจรที่ “สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” เรียกภิกษุกลุ่มหนึ่งที่มีพฤติกรรมเหมือนโจร

ที่ยกเรื่อง “โจร 5 จำพวก” มาเล่าเพื่อหาคำตอบว่าโจร 5 จำพวกเป็นไฉน คำตอบคือเป็นพระดำรัสของ “พระพุทธเจ้า” ที่ทรงตำหนิ ภิกษุที่ อยู่ฝั่งแม่น้ำ วัคคุมุทา ที่หากินแบบโฆษณาชวนเชื่อ หลอกชาวบ้านว่ามีคุณวิเศษ หวังลาภสักการะ และไม่เกี่ยวกับคลิปหลุด ที่เห็นภิกษุรูปหนึ่งไปให้ฆราวาส ครอบครู เมื่อเอาเศียรพ่อแก่ (ฤาษี) สวมศรีษะ องค์ลง ออกท่าทางประหลาด กระทืบเท้า ชูมือไปมา ส่งเสียงแปลก เหมือนไม่ใช่เสียงคน

หลายคนดูคลิปต่างไม่สบายใจ รวมทั้งผู้เขียนด้วย คาดไม่ถึง ว่า ภิกษุท่านแก่วิชามาก แต่คุมสติไม่ได้ จึงลืมภิกขุภาวะไปชั่วขณะ 

แต่จะไปกระทบภิกษุรูปใด ก็ถือว่ามาบอกกล่าว หากเลิกได้ หยุดได้ก็งาม ช่วยต่ออายุพระพุทธศาสนา

ส่วนเรื่อง “มหาโจร 5 จำพวก” นั้น ปรากฎอยู่ใน “พระไตรปิฎก” ตอนที่ว่าด้วยอาบัติปาราชิกข้อที่ 4 ที่ห้ามภิกษุอวดอุตริมนุษยธรรม (ภิกษุอวดคุณธรรมวิเศษที่ไม่มีในตน แต่อวดว่ามี เพื่อเรียกศรัทธาจากญาติโยมให้หลงเชื่อ แล้วปรนเปรอด้วยปัจจัยและอาหาร เป็นอาบัติปาราชิก

เรื่องเกิดในสมัยพุทธกาล  มีความว่า “พระพุทธเจ้า” ประทับ ณ เรือนยอดในป่ามหาวัน ใกล้กรุงเวสาลี

เมื่อภิกษุหลายรูปที่เป็นสหายกัน จำพรรษาใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา สมัยนั้นเกิดทุพภิกขภัยในแคว้นวัชชี จนไม่มีคนใส่บาตร

บรรดาภิกษุจึงปรึกษาว่าทำอย่างไรดี แต่ละรูปเสนอแนะวิธีต่างๆ เพื่อให้คนศรัทธาหันมาใส่บาตร แล้วลงเอยว่าควรสรรเสริญให้ญาติโยมฟังว่าภิกษุรูปนั้นมีคุณวิเศษเช่นได้ฌาน จนถึงเป็นพระอรหันต์ มีวิชชา 3 มีอภิญญา 6 เป็นต้น  เมื่อญาติโยมศรัทธา ทำให้เกิดลาภสักการะ อาหารการกินจะไหลมาเทมา พระภิกษุก็อิ่มหมีพีมัน ผิวพรรณผ่องใส

หลังจากออกพรรษาภิกษุกลุ่มนั้นได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่กรุงเวสาลี

ภิกษุจำพรรษาที่อื่นๆ ก็มา เฝ้า “พระพุทธองค์” เช่นกัน แต่รูปร่างซูบผอม ผิวพรรณทราม เทียบกับภิกษุจากฝั่งวัคคุมุทาไม่ได้ ที่อ้วนพี มีผิวพรรณผ่องใส

พระพุทธเจ้าทรงสอบถาม ทราบเรื่อง จึงตำหนิติเตียนภิกษุจากฝั่งวัคคุมุทาเป็นอันมาก แล้วตรัสเรื่องโจร 5 จำพวก เปรียบเทียบกับภิกษุ (ที่นอกรีต)

 มหาโจร 5 ประเภท 

1.มหาโจร พวกหนึ่งรวบรวมพวกตั้งร้อยตั้งพัน เข้าไปปล้น ฆ่า เอาไฟเผาคามนิคม ราชธานี

 เรื่องนี้เทียบได้กับภิกษุบางรูปคิดรวบรวมพวกตั้งร้อย ตั้งพัน จาริกไปคามนิคม ราชธานี ให้ชาวบ้านสักการะ บูชา และได้จีวร บิณฑบาต ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค นี่คือมหาโจร ประเภทที่ 1

2. ภิกษุชั่วบางรูป เรียนพระธรรมวินัย ที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็โกงว่าเป็นของตน นี่เป็นมหาโจรประเภทที่ 2

3.ภิกษุบางรูปใส่ความเพื่อนพรหมจารีที่บริสุทธิ์ ด้วยข้อหาว่าประพฤติผิดพรหมจรรย์ อันไม่มีมูลนี่เป็นมหาโจรประเภทที่3 

4.ภิกษุชั่วบางรูปเอาของสงฆ์ที่เป็นครุภัณฑ์ ครุบริขาร(ห้ามแจก ห้ามแบ่ง) เช่นอาราม ที่ตั้งอาราม วิหาร ที่ตั้งวิหาร เตียง ตั่ง เป็นต้น ไปสงเคราะห์คฤหัสถ์ (เพราะเห็นแก่ลาภ) ภิกษุเช่นนี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 4

5.ภิกษุบางรูปอวดคุณพิเศษที่ไม่มีจริง ไม่เป็นจริง 

และนี่ก็คือที่มา “ชื่อว่าเป็นยอดมหาโจรในโลก พราะบริโภคก้อนข้าวของราษฎรด้วยอาการแห่งขโมย”

ในการนี้ “พระพุทธองค์” ทรงติเตียนภิกษุริมฝั่งวัคคุมุทา พร้อมบัญญัติสิกขาบท โดยห้ามภิกษุอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน เมื่ออวดไปแล้ว แม้จะออกตัวสารภาพผิดทีหลัง ก็เป็นอาบัติปาราชิกอยู่ดี

สาธุคนอ่าน คิดอย่างไร เห็นภิกษุแบบไหนบ้าง ถ้าไม่พบเลย ถือว่าเป็นบุญ

ส่วนผู้รู้บางท่านว่าที่สาธุชนเห็นคลิปหลุดนั้นเป็นส่วนน้อย ส่วนที่ไม่หลุด น่าจะมีอีก(มาก) เพราะบางรูปถึงจะบวชเป็นพระ แต่ศรัทธาในพระรัตนตรัยคลอนแคลน จึงลืมตัวถึงกับถามว่าศาสนาให้อะไรแก่เขา(ทั้งที่เติบโตมาจากข้าวก้นบาตร)

อนิจจา 

เรื่อง : โดยเปรียญ 12

เอาผิดพระเสพเมถุน 7 ชั่วโคตร “พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก2463” ถามหาต้องใครทำ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505138

เปรียญ12

15 ก.พ. 2565 |02:40 น.

เอาผิดพระเสพเมถุน 7 ชั่วโคตร "พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก2463" ถามหาต้องใครทำ?

“เจ้าอาวาสวัด” เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่ เมื่อกระทำเสมือนอลัชชี ต้องถูกลงโทษมีบทบังคับใช้ตาม “พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก2463” ส่วนผู้หญิงต้องถูกลงโทษด้วยเช่นกัน

เรื่องอื้อฉาว “วงการผ้าเหลือง” เกิดแล้ว เกิดอีก บางเรื่องจะเกิดใกล้วันสำคัญทางศาสนาอีกต่างหาก เช่น
เรื่องอื้อฉาวหนนี้ เกิด 9 กุมภาพันธ์ ใกล้วันที่ 16 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันมาฆบูชา
 อย่างไรก็ตาม เรื่องอื้อฉาวมักเกี่ยวข้องกับสตรี หรือไม่ก็สตางค์ จนมีคำกล่าวว่า สตรีและสตางค์เป็นศัตรูของพระสงฆ์ ครั้งนี้เกี่ยวกับสตรี

เรื่องอื้อฉาวของผ้าเหลืองเกิดทีไร หัวใจชาวพุทธสะทกสะท้านด้วยความเสียใจ เพราะพระสงฆ์เป็นสัญลักษณ์ของผู้ทรงศีล เป็น “เนื้อนาบุญ” ไม่น่าจะก่อเรื่องน่าอับอาย ขึ้นมา

 ล่าสุด ผู้ก่อเหตุเป็นพระภิกษุ ที่บวชมานานอายุเกิน 60 ปี มีฐานะเป็น “เจ้าอาวาส” วัดแห่งหนึ่งย่านสำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อเหตุเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565

ข่าวที่สื่อมวลชนเสนอสรุปได้ว่า “หมอปลา” ฉายามือปราบสัมภเวสี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีสตรีนางหนึ่งเข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาส ตั้งแต่หัวค่ำยังไม่ออกมาเลย

“หมอปลา” จึงพร้อมด้วยสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งไปถึงวัด 2 ทุ่มเศษ เคาะประตูกุฏิเป้าหมายอยู่นาน แต่เงียบ ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง คนรอบวัดรู้ข่าวก็มาสังเกตุการณ์จำนวนมาก และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อประตูกุฏิเปิด หมอปลา และสื่อเข้าไปขอดูว่ามีสตรีซ่อนตัวอยู่หรือไม่

สิ่งแรกที่สื่อเห็นคือ “ยางรัดผม” สตรีบนเตียงนอนเจ้าอาวาส คำตอบเจ้าอาวาสว่าเป็นของท่าน เอาไว้รัดหัวเมื่อปวดศรีษะ (เรียกเสียงฮือฮา) แล้วก็สวมโชว์

สื่อมวลชนมองไปโดยรอบเห็นยกทรงตกอยู่ข้างบันได เมื่อเปิดจีวรที่คลุมข้างบันไดออก ก็พบ “สตรี” นางหนึ่งซ่อนตัวอยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปด้วยจึงพา “เจ้าอาวาส” และ “สตรี” นั้นไปวัดที่เป็น “เจ้าคณะปกครอง” ให้สอบสวน ในที่สุดเจ้าอาวาส ยอมสึกจากพระ สตรีนางนั้นมีลูกมีสามีแล้วก็กลับบ้าน มีข่าวว่าสามีเห็นข่าวถึงกับร้องไห้

 ส่วน อดีตเจ้าอาวาส ที่กลายเป็นสมี ก็ลอยนวล ไม่ได้ถูกลงโทษ แต่อย่างใด

เมื่อถามพระผู้ใหญ่ว่า กรณีอย่างนี้ปล่อยเลยตามเลยหรือ ท่านบอกว่ายังไม่มีใครยกเรื่องมาให้พูดกัน

เราเชื่อว่าเรื่องอื้อฉาว ที่สร้างความมัวหมองต่อพระศาสนา จะต้องเกิดขึ้นอีก ตราบใดที่คณะสงฆ์ หรือฝ่ายบ้านเมืองไม่มีมาตรการลงโทษตามสมควร

ขอย้อนอดีตไปในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในฐานะเอกอัครศาสนูปถัมภก และทรงเป็นห่วงพระพุทธศาสนาว่าจะมีมลทิน จาก “พระภิกษุอลัชชี” ที่ลักลอบ “เสพเมถุน” กับสตรี ไม่ว่าลูกเขา เมียใคร บางรายสมสู่กันจนมีลูก บางรายเป็นพระผู้ใหญ่ เป็นถึงพระคู่สวด แต่ลอบได้เสียกับเมียคนอื่น

รัชกาลที่  1 จึงโปรดเกล้าฯให้ ตรากฎถึง 10 ฉบับ(ทยอยประกาศ) นอกจากห้ามปรามแล้ว มีบทลงโทษด้วย

มิใช่ลงโทษอลัชชีนั้นเท่านั้น แต่คาดโทษถึงพระราชาคณะ ฐานานุกรมที่เกี่ยวข้อง และบิดามารดาด้วย

ในกรณีที่ภิกษุรู้ว่ามีภิกษุเสพเมถุนกับสตรีแล้วปกปิดไว้ เมื่อสอบสวนได้ความให้ลงโทษ 7 ชั่วโคตร (กฎฉบับที่ 8 )

ฝ่ายสตรีต้นเหตุ จะถูกลงโทษ ไปถึงมูลนาย บิดามารดา และญาติที่เกี่ยวข้อง

การที่ทรงให้ตรากฎขึ้นมา เพราะ ทรงตระหนักว่า ลำพังพระวินัยเพียงอย่างเดียว เอาไม่อยู่ ต้องมีอาญาด้วย

ในรัชกาลต่อๆ มาก็มีบทลงโทษ ภิกษุปาราชิก ต่างๆ กัน เช่นในสมัยรัชกาลที่ 3 จับสึกแล้วให้ไปตะพุ่นหญ้าช้าง

ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีประกาศว่าด้วยภิกษุสามเณรประพฤติอนาจาร มีโทษอาญาฐานปาราชิก

แต่รัชกาลที่ 6 ทรงยกเลิก ให้ใช้ “พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก” แทน

รัชกาลที่ 6 ทรงตรา “พระราชบัญญัติอธิกรณ์ประถมปาราชิก พ.ศ.2463” โดยให้ลงโทษผู้ต้องอธิกรณ์ในคณะสงฆ์ และลงโทษผู้ผิดโดยพุทธบัญญัติส่วนเดียว

แต่ให้อำนาจเจ้าพนักงานผู้รักษาท้องถิ่นจับกุมคุมขังพระปาราชิกแล้วส่งตัวให้กรมธรรมการ เพื่อจะได้ส่งตัวให้คณะสงฆ์พิจารณาต่อไป(จากหนังสือการคณะสงฆ์)

 สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่มีบทลงโทษทางอาญา แต่ให้สังคมลงโทษ โซเชี่ยลมีเดีย และชาวเน็ต คอยติดตาม หรือคุดคุ้ยกันต่อไป

 กรณีเจ้าอาวาส วัดที่เป็นข่าวนั้น ถ้าใช้กม.อาญามาตรา 157 (ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เช่นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใครทำผิดตามมาตรานั้มีบทลงโทษทั้งจำทั้งปรับ) มาลงโทษจะได้หรือไม่ ในเมื่อเจ้าอาวาส เป็นพระสังฆาธิการ มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย

หากนำมาใช้ได้ จะช่วยงานคณะสงฆ์ได้ เพราะพระวินัยเพียงอย่างเดียวเอาไม่อยู่ 

ขอผู้มีอำนาจทางปกครอง ของคณะสงฆ์โปรดพิจารณา ครับ

เรื่อง : เปรียญ 12

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ร้อยเอกธรรมนัส” พลิกชีวิตเปลี่ยน มีดวงเป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505375

14 ก.พ. 2565 |21:10 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ร้อยเอกธรรมนัส" พลิกชีวิตเปลี่ยน มีดวงเป็นนายกฯ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ร้อยเอกธรรมนัส” พลิกชีวิตเปลี่ยนมีโอกาส ขึ้นเป็นผู้นำ หากไม่เบี่ยงเส้นทางการเมือง มีดวงเป็นนายกฯคนต่อไป ในอนาคตทางการเมือง แต่ไม่ใช่ปี2565

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤต ชีวิต “ร้อยเอกธรรมนัส” ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
 

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า วัย 57 ปี เกิดวันศุกร์ที่ 18 เดือนสิงหาคม ปีพศ 2508 ราศีดวง นายกรัฐมนตรี คนต่อไป

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ร้อยเอกธรรมนัส" พลิกชีวิตเปลี่ยน มีดวงเป็นนายกฯ

แต่ช่วงจังหวะปีนี้เป็นมรสุมชีวิต ตกดวงชะตาขัดแย้ง แตกแยก สับสน วุ่นวาย ไม่ปรองดอง เป็นศัตรู ไม่ประสงค์ดี ไม่ไว้วางใจ ไม่เป็นศัตรูกับประชาชน เป็นจุดที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง 

ที่จะต้องหลีกเลี่ยง กับปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จากการกระทำของตนเอง ให้เป็นมลทินชีวิต เพื่อให้ไม่พลาด ให้คนไทย 70 ล้านคน ได้ยอมรับและเชื่อถือสักครึ่งหนึ่ง ให้ใช้เวลาในการสร้างภาพตนเองให้คนเคารพนับถือ สุขุมในอำนาจ และบารมี อย่าคิดแต่เรื่องคนวงในการเมือง

และไม่พยายามเบียดเบียนตนเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ใจร้อน หรือหาเรื่องใส่ตนเอง ไม่ชักศึกเข้าบ้าน สร้างความขัดแย้งให้เป็นศัตรูหรือเอาคนแดนไกล กลับมาเปลี่ยนประเทศ หวังได้ระบบปกครองแบบอเมริกา ที่จะเปลี่ยนยาก เพราะดวงเมืองตั้งไว้มั่นคงที่สุด

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า “ร้อยเอกธรรมนัส” ช่วงปี 2565 เป็นปีที่มีผลกระทบสูงที่จะสร้างความเป็นศัตรูให้กับตนเอง หากใช้เวลานี้นิ่งๆเฉยๆ ที่จะก่อให้เกิดความแตกแยก วุ่นวายเกิดขึ้น เป็นการสร้างสมบารมีให้มีความมั่นคงในอนาคต 

ไม่เกินรอบปี 2567 แต่หากทำสิ่งใดที่สวนทางก็จะเป็นเสมือนกับการทำลายตนเอง ให้เกิดการผิดพลาดในระบบการเมืองในอนาคต หากเล่นการเมืองในกรอบธรรมชาติเชื่อได้ว่า ในอนาคตตำแหน่งสูงสุดของประเทศเกิดขึ้นกับชีวิตอย่างแน่นอน เพราะในดวงชะตามีดวงเป็นผู้นำ

ยาใจ “อิสสระ สมชัย” โผล่ค่าย ภท. อีสานสะเทือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505369

14 ก.พ. 2565 |20:35 น.

ยาใจ "อิสสระ สมชัย" โผล่ค่าย ภท. อีสานสะเทือน

จริงหรือลวง เมื่อคู่ชีวิต “อิสสระ สมชัย” โผล่พรรคภูมิใจไทย สะเทือนภาคอีสาน เพราะวันนี้ ปชป.เหลือแค่ 2 ตระกูลคือ สมชัย และนามบุตร เสี่ยงสูญพันธุ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พ่อใหญ่สิไปไส “อิสสระ สมชัย” หลุดเข้าวงจรข่าวการเมือง เมื่อคู่ชีวิตไปปรากฏตัวในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย

เอายังไง “อิสสระ สมชัย” แม่ทัพใหญ่ แม้วันนี้ต้องพักผ่อน แต่ บุณย์ธิดา สมชัย ลูกสาวยังเป็น ส.ส. สมัยหน้า ปชป.อีสานจะเหลือกี่ที่นั่ง

วิฑูรย์ไปแล้ว “อิสสระ สมชัย” กับลูกสาวยังอยู่ ปชป. ก็ต้องเคลียร์ข่าวภรรยาไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง หรือหลังยุบสภาฯ จะมีคำตอบ

จู่ๆก็มีข่าว นวลนภา สมชัย ภรรยา อิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ปรากฎตัวที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกพรรคคนใหม่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

กล่าวสำหรับ อิสสระ สมชัย หรือพ่อใหญ่คนดังของชาว กปปส. ได้พ้นจากการเป็น ส.ส.ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อต้นเดือน ธ.ค.2564 สืบเนื่องจากศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกอิสสระ ในคดีกบฎ กปปส. และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

วันนี้ อิสสะ สมชัย จึงเป็นเพียงอดีต ส.ส. และเป็นพ่อใหญ่นักสู้ของชาวอุบลฯ โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 8 แต่ก็มีภารกิจที่ต้องหนุนช่วยลูกสาวแนน-บุณย์ธิดา สมชัย ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ตลอดชีวิตการเป็น ส.ส.ของอิสสระ ก็มีหลังบ้านชื่อ นวลนภา สมชัย เป็นกองหนุนที่สำคัญทั้งในยามสุขและทุกข์ นวลนภายืนสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีมาทุกสมัยการเลือกตั้ง

‘ชะตากรรม ปชป.อีสาน’

สมรภูมิเลือกตั้งอีสานเป็นจุดอ่อนของ ปชป. ถ้าจะต้องสูญเสีย “อิสสระ สมชัย” ไปพร้อมกับวิฑูรย์ นามบุตร ที่อำลาไปก่อนหน้านี้ แล้ว ปชป.อีสานจะเหลืออะไร

พูดกันตรงๆ นับแต่ยุคพรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของทักษิณ ชินวัตร ปชป.ในพื้นที่ภาคอีสาน ก็ไม่เคยได้ส.ส.เขต มากกว่า 4 ที่นั่ง

การเลือกตั้งปี 2562 สนามภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด มี ส.ส.ทั้งหมด 116 คน แต่ผู้สมัคร ส.ส.ของ ปชป.อีสาน ฝ่าพายุอำนาจนิยม+ประชานิยม เข้าสภาฯมาได้ 2 คน คือ วุฒิพงษ์ นามบุตร เขต 3 อุบลฯ และแนน-บุณย์ธิดา สมชัย เขต 8 อุบลฯ

สำหรับ แนน บุณย์ธิดา กว่าจะได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 ก็ทำเอาบิดา-อิสสระ สมชัย ออกแรงลุ้นจนนาทีสุดท้าย

สุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตแม่ทัพอีสาน แต่พักหลังเจอพายุทักษิณถล่มเสียราบคาบ สูญเสียสถานะแม่ทัพ ตอนหลังสุทัศน์วางตัวทายาท อภิวัฒน์ เงินหมื่น ลงสมัคร ส.ส.ที่อำนาจเจริญ ก็สอบตกอีกหน

ต้นปี 2564 วิฑูรย์ นามบุตร ไม่พอที่ถูกจัดอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 40 เหมือนไม่ให้ค่าให้ราคานักการเมืองอาวุโส ได้ยื่นใบลาออกจาก ปชป. และประกาศว่า มีหลายพรรคการเมืองให้ความสนใจที่จะดึงตระกูลนามบุตรไปร่วมงานด้วย

‘สมชัยสิไปไส’

ต้นปีที่แล้ว นวลนภา สมชัย และ บุณย์ธิดา สมชัย จัดงานรับขวัญพ่อใหญ่ “อิสสระ สมชัย” หลังจากเผชิญวิบากกรรมคดีกบฏ กปปส. ที่ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี โดยมีชาวบ้านมาเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก

เมื่อเข้าไปส่องเฟซบุ๊ค แนน สมชัย เมื่อ 22 ม.ค.2565 ได้โพสต์ภาพมารดา นวลนภา สมชัย ชูปฏิทินสวัสดีปีใหม่ 2565 ที่มีภาพ ส.ส.แนน และ ส.อบจ.เขตพิบูลมังสาหาร 3 คน แต่มีข้อสังเกตว่า ในปฏิทินนั้น ไม่มีโลโก้พรรคประชาธิปัตย์

16 ธ.ค.2564 ตรงกับวันเกิดของอิสสระ ส.ส.แนน สมชัย ได้โพสต์ภาพคู่ตัวเธอกับพ่อ พร้อมเขียนข้อความว่า “ปีนี้เป็นปีที่เหมือนรถไฟเหาะสำหรับพ่อ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง ที่สั่นคลอนความรู้สึกอันมั่นคงของพ่อในทางการเมือง…” และตอนท้าย ส.ส.แนนบอกว่า “แต่เชื่อเถอะ เราสามคน พ่อ แม่ ลูก รักกันมากที่สุดเท่าที่มนุษย์จะรักกันได้”

นักวิเคราะห์การเมืองให้ความเห็นตรงกันว่า หาก ปชป.อีสาน ไม่มีตระกูลสมชัย และนามบุตร ส.ส.เขตก็สูญพันธุ์โดยสิ้นเชิง

นวลนภา สมชัย กับปฏิทินสวัสดีปีใหม่ ของ ส.ส.แนนนวลนภา สมชัย กับปฏิทินสวัสดีปีใหม่ ของ ส.ส.แนน

วุฒิพงษ์ได้เป็น ส.ส.เพราะยี่ห้อวิฑูรย์ นามบุตร เหมือน ส.ส.แนน ได้เป็น ส.ส.เพราะยี่ห้อ อิสสระ สมชัย สองตระกูลนี้ ยืนเด่นโดยทายท้าพายุทักษิณ พายุยิ่งลักษณ์มาแล้ว

พ่อใหญ่อิสสระ บุคลิกแบบนักเลงบ้านนอก คำไหนคำนั้น ชาวบ้านนิยมชมชอบ จึงมีฐานเสียงแน่นหนาอยู่ที่ อ.พิบูลมังสาหาร หากวันข้างหน้า จะต้องตัดสินใจในทางการเมือง ก็คงประเมินว่า อยู่ที่เดิมแล้วสบายใจ มีคนเห็นค่า ก็คงไม่ทิ้งบ้านหลังนี้ไป

ถ้าอยู่บ้านหลังเก่า แล้วกลายเป็นคนไร้ค่า ก็ต้องเลือกไปอยู่บ้านหลังใหม่ แต่กรณีส่งภรรยาไปอยู่ก่อนล่วงหน้าหรือไม่นั้น ก็ต้องถามพ่อใหญ่อิสสระเอง

เฮียต่ายหนุน “อัศวิน” เป้าหมายยึด ส.ก.ครึ่งสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505337

14 ก.พ. 2565 |17:17 น.

เฮียต่ายหนุน "อัศวิน" เป้าหมายยึด ส.ก.ครึ่งสภา

โพลตกเป็นรอง “อัศวิน” ยังเชื่อมั่นทีมงานกลุ่มรักษ์กรุงเทพ เฮียต่าย สายธรรมนัสวางขุมกำลังผู้สมัคร ส.ก.ไว้ทุกกลุ่มทุกพรรค หลังเลือกตั้งเราคือ พวกกัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กลุ่มรักษ์กรุงเทพหนุน “อัศวิน” ลุยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แม้โพลล์ทุกสำนักระบุชัชชาติ-สุชัชวีร์ นำห่าง แต่กองเชียร์ก็ยังมั่นใจบิ๊กวิน

เฮียต่ายทัพหน้า “อัศวิน” ปั้นกลุ่มรักษ์กรุงเทพ พร้อมแสวงหามิตรทุกขั้ว คำว่า “พวกกัน” ย่อมมาก่อนพรรคหรือกลุ่มการเมือง

เกมลึก-ลึก “อัศวิน” อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่เฮียต่ายมีขุมกำลัง ส.ก.ในมือ ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็ต้องเงี่ยหูฟัง

เมื่อไม่กี่วันมานี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกนักข่าวว่า ต้องรอให้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ออกมาก่อน ถึงจะตัดสินใจลาออกเพื่อเตรียมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

“ผมมีเวลาตัดสินใจ 3 วัน และการตัดสินใจง่าย ไม่ยุ่งยากอะไร ตอนนี้ผมเป็นผู้ว่าฯอยู่ จะประกาศทำไมว่า จะลงสมัครหรือไม่ลง” ผู้ว่าฯ อัศวินกล่าว

สุชัย พงษ์เพียรชอบ เลขาธิการกลุ่มรักษ์กรุงเทพ และที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า หาก พล.ต.อ.อัศวิน จะลงรับสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะมีทั้ง ส.ก. และอดีต ส.ก. 43 คน พร้อมสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน ทันที

เฮียต่าย หรือสุชัย พงษ์เพียรชอบ เปิดหน้าเปิดตากลุ่มรักษ์กรุงเทพตั้งแต่ปลายปี 2564 และถ้าไปส่องดูแฟนเพจกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ก็จะมีภาพกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนของแกนนำกลุ่มในแต่ละเขต ดูแล้วมีความพร้อมสูงยิ่ง

‘มวยรองมวยลุ้น’

ถึงจะมีฐานคนทำงานทุกเขต “อัศวิน” ก็ยังไม่ป๊อปปูลาร์เหมือนว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนอื่นๆ เพราะประเมินจากผลสำรวจของสำนักวิจัยต่างๆ

ล่าสุด โพลสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยผลสำรวจของประชาชน ต่อว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 1 ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3-7 ก.พ.2565 พบว่า ประชาชนจะเลือกอันดับ 1 ร้อยละ 33.81 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 28.29 สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และอันดับ 3 ร้อยละ 8.57 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

สำหรับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ได้อันดับ 5 ร้อยละ 5.7 ซึ่งนิด้าโพล ที่เผยแพร่ผลสำรวจประจำเดือน คะแนนนิยมของผู้ว่าฯ อัศวิน ก็จะอยู่ประมาณนี้

เฮียต่าย แกนนำกลุ่มรักษ์กรุงเทพ อธิบายว่า ได้ประเมินความนิยมในตัวผู้ว่าฯ อัศวิน มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของผู้สมัครรายอื่น ทั้งชัชชาติ และสุชัชวีร์ จึงมั่นใจในแรงสนับสนุนของ ส.ก.และ อดีต ส.ก.ทั้ง 43 คน จะทำให้ พล.ต.อ.อัศวินได้รับชัยชนะ

บางที พล.ต.อ.อัศวิน อาจประเมินกำลังรบแล้วว่า สู้ได้แค่ไหน และสนามเลือกตั้ง ส.ก.ก็มีความสำคัญไม่แพ้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทีมงานบิ๊กวินอาจทุ่มสรรพกำลังไปตรงจุดนั้นก็ได้

‘เพื่อนเฮียต่าย’

เดิมทีทีมงานของ “อัศวิน” เป็นชาวยุทธจักรที่มีชื่อเสียงในวงการมวยไทย คนเหล่านี้ล้วนมีสไตล์ใจถึงพึ่งได้ และไม่แปลกที่ผู้ว่าฯ อัศวิน เลือกเฮียต่าย คลองเตย มาดูแลกลุ่มรักษ์กรุงเทพ

เฮียต่ายหรือ สุชัย พงษ์เพียรชอบ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เป็นน้องชายของเฮียหมู สุธีร์พงษ์ เพียรชอบ ซึ่งทั้งเฮียหมู-เฮียต่าย เป็นมือทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีหน้าที่ดูแลตลาดคลองเตย หรือบริษัท ตลาดคลองเตย (2551) จำกัด

ตอนแรก เฮียต่ายลงทำงานพื้นที่เขตคลองเตย เตรียมตัวลงสมัคร ส.ก.ด้วยสโลแกนชัดเจนจริงใจพึ่งพาได้ หลังจากมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ก็จึงรวบรวมคนทำงานในพื้นที่ตั้งกลุ่มรักษ์กรุงเทพขึ้นมา เพื่อหนุน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เข้าทำเนียบเสาชิงช้าอีกสมัย

เฮียต่าย คลองเตย เป็นลูกน้อง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงมีแนวทางการทำงานการเมืองแบบ “พวกกัน” หรือเพื่อนพ้องน้องพี่ ด้วยเหตุนี้ เฮียต่ายจึงมีเพื่อนมิตรลงสมัคร ส.ก.เที่ยวนี้มากถึง 60 กว่าคน มีทั้งอยู่ในกลุ่มรักษ์กรุงเทพ และกลุ่มอื่นๆ

ยกตัวอย่างแกนนำกลุ่มรักษ์กรุงเทพส่วนหนึ่ง ก็เคยเป็นทีมงานของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อาทิ สิระ ขาวนุ่น เขตหลักสี่, ยงวุฒิ ทองอยู่ เขตทวีวัฒนา ,อภิชาติ จรัสโภคา เขตประเวศ และคำรณ บำรุงรักษ์ เขตบางนา

ดังนั้น สนามเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะมีการต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่าน ไม่แพ้การเลือกตั้งผู้แทนฯ

สิ่งที่เฮียต่าย คลองเตย คาดหวังคือ หลังเลือกตั้งมี ส.ก.อยู่ในมือจำนวนหนึ่ง แม้ พล.ต.อ.อัศวิน จะพ่ายแพ้ แต่การมีขุมกำลังอยู่ในสภา กทม.ประมาณ 30 ที่นั่งจากทั้งหมด 50 ที่นั่ง ก็ถือว่า ไม่ธรรมดา

ซินแสเข่ง แนะ3 ทริก “คู่รัก” ที่จะมีชีวิตคู่ยืนยาวให้ปรับฮวงจุ้ยบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505328

14 ก.พ. 2565 |16:39 น.

ซินแสเข่ง แนะ3 ทริก "คู่รัก" ที่จะมีชีวิตคู่ยืนยาวให้ปรับฮวงจุ้ยบ้าน

“ซินแสเข่ง” แนะชีวิตการครองเรือนต้องใช้หลัก 9 ข้อ ที่จะต้องรู้ และแก้ไข ปรับเปลี่ยน หลีกเลี่ยง เพื่อให้มีความรักที่มั่นคง และยืนยาว ส่วน “คู่รัก” ที่จะมีชีวิตคู่เผย 3 ทริกปรับฮวงจุ้ยบ้าน

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติรับวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก ด้วยหลักของโหราศาสตร์ ดวงจีน

เพราะปัจจุบันนี้ ชีวิตคู่มีมากแบบ เช่น คู่สร้างคู่สม, คู่แท้คู่เทียม, คู่เวรคู่กรรม,คู่ทุกข์คู่ยาก แล้วจะมาในคู่แบบไหน

สำหรับ “คู่รัก” ที่จะมีชีวิตคู่ อย่างไรให้มีความสุข และมั่นคงต้องรู้ด้วยหลัก 9 ข้อคือ

1. ปีปะทะ ปีพลัดพราก แตกแยก และตายจาก

2 ปีแห่งศัตรู ตกดวงขัดแย้ง ให้ร้าย

3 ปีเบียดเบียน เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกิดขึ้น

4 รอบอายุเข้าเคราะห์ เป็นอุปสรรคขัดแย้ง ไม่ไว้วางใจ

5 ขาดการยอมรับ

6 ฤกษ์ยามไม่ดี ไม่มีความเป็นมงตล


7 เสริมโหงวเฮ้ง ฉีดจมูกฉีดแก้มฉีดคาง

8 ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัย ห้องนอน ห้องครัว

9 ปัญหาเรื่องเซ็กส์

หลัก 9 ข้อที่จะต้องแก้ไข ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง หรือปรับจูน เพื่อให้เข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่กระทำการที่จะก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยก เกิดขึ้นกับครอบครัว ไม่เบียนเบียนหาเรื่องใส่ตัว จะทำให้มีความมั่นคงมากขึ้น ในการอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากเรื่องดวงชะตาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องของ ฮวงจุ้ย บ้าน ที่อยู่อาศัย

1. ห้องนอนของคู่สามีภรรยา ต้องไม่อยู่ในจุดเสียของบ้าน

 2. ห้องนอนต้องไม่ติดกระจกสะท้อนเงาให้เกิดการปะทะ และ


ข้อที่ 3 การวางเตาไฟกับซิงค์น้ำต้องไม่ก่อให้เกิดการปะทะกัน ปัญหาชีวิตและครอบครัว ก็จะไม่วุ่นวาย สับสน แตกแยก

สตช.ระดม”มือพระกาฬ” คลี่ปม”ใบสั่งตายจากต่างแดน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505288

หนึ่งตะวัน พันดาว

14 ก.พ. 2565 |11:33 น.

สตช.ระดม"มือพระกาฬ" คลี่ปม"ใบสั่งตายจากต่างแดน"

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”..OO..นิมิตใหม่..“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”..ยุค..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพสีกากี กุมบังเหียนบริหารจัดการ “องค์กร-หน่วยงาน” เดินหน้า..ผ่าตัดโครงการหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตำรวจ“สัญญาบัตร” ระดับ “สารวัตร ยัน ผู้กำกับ” วาระประจำปี 2565 ขีดหลักเกณฑ์.. “ทุกตำแหน่งต้องผ่านงานสอบสวน”มติ ก.ตร.เห็นชอบฯ..OO

เสียงเล่า.. ระดับ “รองสารวัตร” ขึ้น “สารวัตร” ต้องผ่านงานสอบสวนอย่างน้อย 3 ปี ถ้าไม่ผ่าน..ก้อ..หมดสิทธิ์ ระดับ.. “รองผู้กำกับ” ต้องดำรงตำแหน่ง สารวัตรโรงพักอย่างน้อย 2 ปี ต้องผ่านสอบสวน เฉกเช่นกัน..ออปชั่นไม่ครบถ้วนกระบวนความ ใครไม่ผ่านหมดสิทธิ์..แจ้งเกิด..ย่ำต๊อกอยู่กับที่..OO

ปฐมเหตุ..เพียงเพราะการทำงานสายปฏิบัติการ หัวใจสำคัญ คือ.. “งานสอบสวน” แต่..สังคมความเป็นจริง  ต่างเมินหน้าหนีงานสอบสวน วิ่งเต้นไขว่คว้าหน้างาน “สายสืบสวน-ปราบปราม-จราจร” เพราะ..อะไร .. “ผู้เป็นนาย”ย่อมรู้ดี.. “งานสอบสวน” นั่งหลังคดหลังแข็ง บางครั้งบางครา “เสี่ยงคุก-เสี่ยงตะราง” ผิดกับ.. “งานหน้าอื่น” โชว์ผลงาน  “ได้ทั้งถ้วย..ได้ทั้งกล้อง” นี่..คือ..ที่มาไป..OO

ถือว่า..มาถูกทาง เกาถูกจุด ถ้าจะให้ดี ควรสังคะยานา“พนักงานสอบสวน” ส่งกลับ “กรม-กอง-หน่วยงาน” ทำสำนวนคดีความอย่างจริงจัง สม.. “กินเงินเดือนภาษีประชาชน” ไม่ใช่แค่.. “แปะชื่อ” หน่วยนั้น-หน่วยนี้..แต่ตัวไปช่วยราชการหน้าห้อง “ผู้บังคับบัญชา” หรือไม่.ก้อ..ติดสอยห้อยตาม “ผู้มีอำนาจ” ไม่ทำงานทำการ แต่พร้อมปาดหน้าคนอื่น นี่..คือ..เสียงเพรียกร้อง..”สีกากีคนทำงาน” แต่..ไร้เส้น..OO
 

โจทย์ใหญ่.. “ใบสั่งตายจากต่างแดน” สองยมทูตข้ามน้ำข้ามทะเล ปลิดชีพ “นายจิมมี่ ซิงห์ ซานดู” สมาชิกแก๊ง “เดอะ ยูเอ็น” กลุ่มอาชญากร บัญชีดำทางการ “แคนาดา” ดับกลางเมืองภูเก็ต กลายเป็น..ข่าวดังข้ามโลก สั่นสะเทือน..ตำรวจไทย..OO..เหตุใด..เล็ดลอดสายตาเข้ามาได้ ทั้งที่..กองการต่างประเทศ ยืนยัน ..ทางการ “แคนาดา”แจ้งเตือน “ผู้ตายเป็นบุคคลเฝ้าระวัง”จะแฝงตัวเข้าประเทศไทย โดยใช้หนังสือเดินทางปลอม ทว่า..ยังไม่มี “หมายแดง”ของ “อินเตอร์โพล”สอดคล้อง..ข้อมูลสำนักข่าว “แวนคูเวอร์ ซัน แคนาดา”…OO

ปุจฉา..เหตุ..ทีมสังหารรู้ แต่ทำไมตำรวจกลับไม่รู้ ทั้งที่.. “ผู้ตาย”เดินทางเข้าประเทศหลายครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ช่วงแรก..ใช้หนังสือเดินทางสัญชาติอินเดีย- ช่วงหลัง..ใช้หนังสือเดินทางแคนาดา เข้าประเทศ ด้วยเครื่องบินส่วนบุคคล แฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยว โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ทว่า ระบบ“ไบโอเมตริกซ์” ของ สตม.กลับไม่พบข้อมูล มัน..เพราะ..เหตุอันใด..ถือเป็น..การบ้านข้อใหญ่ ไขความจริง อุดรูรั่วประตูหน้าด่านประเทศ ป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย…OO

ไม่นิ่งดูดาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี ลงพื้นที่เคียงบ่าเคียงไหล่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8  ร่วมคลี่คลายคดี กอบกู้ภาพลักษณ์ประเทศชาติ สร้างความอบอุ่นใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ โชว์ฝีไม้ลายมือ  “ตำรวจไทย”เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร..OO

แจ่มแจ้งแดง..ปมสังหาร.. “ใบสั่งตายมาเฟียข้ามชาติ” ส่ง “2 ยมทูต” นายจีนคาร์ลลาห์แคมป์ -นายแมทธิว เลอองเดร โอวีเด ดูเพร มือปืนชาวแคนาดา สางบัญชีแค้น น่าเสียดาย..ช้าไปก้าวเผ่นหนีออกนอกประเทศ ล่องหน สงสัย..งานนี้..หนีไม่พ้น พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผบก.ตท.รับไม้ต่อประสาน“อินเตอร์โพล”ไล่ล่า..OO
 

ลัดฟ้า.. “เก็บคะแนน” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) หรือ PCT นำทีม “มือปราบพระกาฬ” เยือนกัมพูชา หารือ พล.อ.เซา ซกคา รอง ผบ.สส.พร้อมคณะ ในฐานะผู้แทนรัฐบาลกัมพูชา..OO

เปิดยุทธการ  ขุดราก-ถอนโคน “71 หมายจับ”ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามแผนปฎิบัติการ“บูรพา 491” ตัดวงจรส่งคนไทยข้ามแดน ร่วมก๊วนต้มตุ๋นหลอกลวงเหยื่อคนไทย ผลเจรจาราบรื่น ประสบความสำเร็จ ทางการกัมพูชาเปิดปฏิบัติการ  ไล่ล่า 21 คนไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จนมุม เจอข้อหา..ฐานร่วมกันกระทำการเป็น“อั้งยี่” มีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นำตัวรับโทษทัณฑ์ “ไทยแลนด์”..นี่..แค่..เริ่มต้น..OO

เห็นแล้ว..ปลื้ม..ยุค. “แพงทั้งแผ่นดิน” รัฐบาล เปิดโครงการช่วยประชาชน ขนเนื้อหมูขายในราคา ลดค่าครองชีพ “ประชาชน” ถ้าจะให้ดีควรแก้ไขต้นเหตุ คดีความ “นายทุนเนื้อเลือด”กักตุนสินค้าโกร่งราคา ซ้ำเติม “ประชาชน” ไปถึงไหน..หวังว่า..”ไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู” ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไอ้โม่งจอมบงการ ลอยนวล เหมือน..คดีความ “หน้ากากอนามัย” ก้อ..แล้ว..กัลล์..สังคมรอคำตอบ..อย่าทำประชาชนผิดหวัง..OO

แจงสี่เบี้ย…พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สำนักงานกำลังพล เหตุผล..”ต้นสาย-ปลายเหตุ” ชะลอคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย  “ตำรวจชั้นประทวน บช.ภ.9 “ กลับภูมิลำเนาตามคำขอ  เหตุเพราะ..เป็นพื้นที่ความมั่นคง ต้องรอกำลังพลทดแทน เหตุ..ติดขัด..สอบนายสิบกว่า 100 นาย ลงพื้นที่ทดแทน ผลพ่วง..สถานการณ์โควิดฯ หากกำลังพลพร้อมอยู่ในอำนาจ  ผบช.ภ.9 ดำเนินการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอถึงวันที่ 30 กันยาฯ65 แต่อย่างใด ทั้งหมด..ทั้งปวง..คือ.ที่มาที่ไป เหตุผลคำสั่ง..00..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว