ล่างูเห่า “ลูกเกด ชลธิชา” ท้าชนอนาวิล วัดใจชาวธรรมกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505241

13 ก.พ. 2565 |21:48 น.

ล่างูเห่า "ลูกเกด ชลธิชา" ท้าชนอนาวิล วัดใจชาวธรรมกาย

ก้าวไกลตามล่างูเห่า “ลูกเกด ชลธิชา” อาสาชน อนาวิล รัตนสถาพร ค่ายลุงชาญ บ้านใหญ่ปทุมธานี ศึกนี้ไม่ง่าย วัดใจชาวธรรมกายจะเลือกใคร คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ตามล่างูเห่า “ลูกเกด ชลธิชา” อาสาลุยสนามเลือกตั้งเมืองปทุมธานี มั่นใจฐานเสียงพลพรรคสีส้ม แถวคลองหลวงและนวนคร

พิธาแค้นจัดส่ง “ลูกเกด ชลธิชา” พี่ใหญ่กลุ่มราษฎร ไล่เช็คบิล อนาวิล รัตนสถาพร ที่ย้ายไปภูมิใจไทย

ตามรอยโรม “ลูกเกด ชลธิชา” จากท้องถนนสู่เส้นทางสภาฯ แต่คงไม่ง่าย เมื่อค่ายเพื่อไทยเตรียมล้างตา และอนาวิล ก็มีลุงชาญหนุนเต็มที่

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2565 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 6 เขต แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจที่เขต 3 ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มพื้นฟูประชาธิปไตย และพี่เลี้ยงน้องๆแกนนำกลุ่มราษฎร

พิธาเลือกลูกเกด ชลธิชา ลงสนามเขต 3 เพราะต้องการให้ไปคิดบัญชีหนี้แค้น อนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 ซึ่งเคยสังกัดพรรคอนาคตใหม่

ต้นปี 2563 หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ อนาวิล รัตนสถาพร ตัดสินใจไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอมตามเพื่อน ส.ส.ส่วนใหญ่ไปพรรคก้าวไกล

ดังนั้น 12 เม.ย.2563 แกนนำพรรคก้าวไกล นำโดยชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ยกทัพบุกปทุมธานี ทำกิจกรรมพรรคก้าวไกล ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยชัยธวัชบอกว่า “..เป็นการมาขอโทษประชาชน ชาว อ.คลองหลวงที่ให้ความไว้วางใจเลือกพรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.ในเขตนี้ แต่สุดท้ายย้ายไปอยู่พรรคอื่น”

แสดงว่า แกนนำพรรคก้าวไกลฝังใจเรื่องงูเห่าเขต 3 มาก จึงเลือกแกนนำม็อบสายลุยอย่างลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว มาลงสนามเขตนี้

ลูกเกด ชลธิชา เปิดตัวสมัคร ส.ส.ปทุมธานีลูกเกด ชลธิชา เปิดตัวสมัคร ส.ส.ปทุมธานี

‘พี่ใหญ่สามนิ้ว’

ในกลุ่มแกนนำม็อบสามนิ้ว “ลูกเกด ชลธิชา” มีอาวุโสที่สุด เพราะเธอเคลื่อนไหวต้านเผด็จการทหารมาพร้อมกับรังสิมันต์ โรม และไผ่ ดาวดิน

ก่อนรัฐประหาร 2557 ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว ทำกิจกรรมในนามกลุ่มกราฟเสรีเพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเป็นหนึ่งในผู้นำศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) ออกมาคัดค้านเผด็จการ คสช. ตั้งแต่ปี 2558

ต่อมา ลูกเกดร่วมเคลื่อนไหวกับรังสิมันต์ โรม ในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และพัฒนามาเป็นกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เมื่อโรมลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก็ส่งไม้ต่อให้ลูกเกดดูแลกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย

ช่วงม็อบสามนิ้วเบ่งบาน ลูกเกด ชลธิชา จะรับบททีมเจรจากับตำรวจ เปิดพื้นที่การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันฯ แต่จริงๆแล้ว ลูกเกดเปรียบพี่ใหญ่ของแกนนำม็อบ Gen Z

ลูกเกด ชลธิชา ไม่กังวลเรื่องที่ลูกเกดถูกแจ้งข้อกล่าวหานับสิบคดี ทั้งข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ตามมาตรา 116 และอื่นๆ เพราะทุกคดียังอยู่ในชั้นศาล ยังไม่มีการตัดสินว่าตัวเธอเป็นผู้กระทำความผิด

‘งูเห่าคลองหลวง’

เส้นทางสู่สภาฯ ของ “ลูกเกด ชลธิชา” ก็ไม่ง่ายนักหรอก เพราะอนาวิล รัตนสถาพร ก็มีทีมงาน ชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี ให้การสนับสนุนเต็มที่

ย้อนไปเมื่อเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 สนามปทุมธานี เขต 3 อ.คลองหลวง เฉพาะ ต.คลองสาม ต.คลองสี่ ต.คลองหนึ่ง (เขตเทศบาลเมืองท่าโขลง) และ ต.คลองสอง (เขตเทศบาลเมืองท่าโขลง) แชมป์เก่า สมศักดิ์ ใจแคล้ว พรรคเพื่อไทย พ่ายหนุ่มหน้าใหม่ อนาวิล รัตนสถาพร จากพรรคอนาคตใหม่

อนาวิล รัตนสถาพร ศิษย์วัดพระธรรมกายอนาวิล รัตนสถาพร ศิษย์วัดพระธรรมกาย

เบื้องหลังชัยชนะของอนาวิล มี 2 ปัจจัยคือ กระแสธนาธร และพลังหนุนจากชาวธรรมกาย แต่วันนี้ โต นวนคร หรือสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ ผู้ปลุกปั้นอนาวิล ยังอยู่กับพรรคก้าวไกล และดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.ปทุมธานี

ชาววัดพระธรรมกาย และกลุ่มประชากรในเขตอุตสาหกรรมนวนคร เป็นฐานเสียงสำคัญหากใครกุมเสียงได้ ก็เป็นผู้ชนะในเขตนี้

ส่วน สมศักดิ์ ใจแคล้ว อดีต ส.ส.ปทุมธานี 2 สมัย เคยเป็นกำนันคนดังแห่ง อ.คลองหลวง ที่ได้ฉายาบ้านใหญ่คลองหลวง ก็พ่ายแพ้แก่อนาวิล แค่ 2 พันคะแนน ก็ยังอยู่พรรคเพื่อไทย และพร้อมจะกลับมาทวงตำแหน่ง ส.ส.ในสมัยหน้า

หากว่า ลูกเกด ชลธิชา เดินหน้าหาเสียงโดยชูธงปฏิรูปสถาบันฯ ระวังกระแสตีกลับ เพราะปทุมธานียังเป็นกึ่งเมืองกึ่งชนบท แทนที่จะล่างูเห่า ก็อาจถูกงูเห่าฉกพ่ายแพ้คาสมรภูมิสายคลอง

วิวาห์สีน้ำเงิน “ชาดา-มนัญญา” สานสัมพันธ์กำนันดังทับสะแก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505233

13 ก.พ. 2565 |18:10 น.

วิวาห์สีน้ำเงิน "ชาดา-มนัญญา" สานสัมพันธ์กำนันดังทับสะแก

ฉลองวาเลนไทน์ “ชาดา-มนัญญา” จัดอภิมหาวิวาห์ หญิงสาวตระกูลไทยเศรษฐ์ แต่งกับลูกชายกำนันดังแห่งทับสะแก วิวาห์งานนี้ ส.ส.ปชป.หนาวกันทั้งประจวบคีรีขันธ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

วาเลนไทน์การเมือง “ชาดา-มนัญญา” สองพี่น้องตระกูลไทยเศรษฐ์ จัดงานแต่งลูกสาวต้อนรับวันแห่งความรัก พล.อ.ประยุทธ์ลุยเดี่ยวกลางวงล้อมค่ายสีน้ำเงิน

ปีแห่งอภิมหาวิวาห์ “ชาดา-มนัญญา” แต่งลูกชายลูกสาวมาแล้ว 3 งานใหญ่ เริ่มจากอุทัยธานี ไปเกาะสมุย กลับมากรุงเทพฯ และปิดฉากที่ทับสะแก

เหนือพรหมลิขิต “ชาดา-มนัญญา” กับสวาป เผ่าประทาน ผู้มากบารมีแห่งทับสะแก สานสัมพันธ์สายเครือญาติปาทาน ผ่านงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่

คืนวันเสาร์ที่ 12 ก.พ.2565 มีนักการเมืองระดับบิ๊กๆ ไปรวมตัวกันที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมพิธีฉลองมงคลสมรสระหว่างปารีณา ซักเซ็ค ลูกสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ และหลานสาวชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กับพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ลูกชายสวาป เผ่าประทาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

พูดง่ายๆ เป็นงานวิวาห์หวานช่วงฉลองวันวาเลนไทน์ของค่ายภูมิใจไทย โดยมี ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย

กลางดึกคืนวันเดียวกันนั้น จึงมีข่าวกอสสิปทำนองลุงตู่ลุยเดี่ยว เข้าวงล้อมรัฐมนตรีและส.ส.ภูมิใจไทย แถมมีการปล่อยภาพอนุทิน ชาญวีรกูล ประกบลุงตู่ตลอดเวลา เนื่องจากต้นสัปดาห์ได้เกิดกรณี 7 รัฐมนตรี ไม่เข้าร่วมประชุม ครม. กรณีข้อขัดแย้งเรื่องรถไฟฟ้าสีเขียว

สำหรับงานวิวาห์พาชื่นของตระกูลไทยเศรษฐ์-เผ่าประทาน ก่อนหน้านั้น มีข่าวคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิจารณาอนุญาตกรณีพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก อ.ทับสะแก บุตรชายของ สวาป เผ่าประทาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอขออนุญาตจัดงานฉลองมงคลสมรส วันที่ 20 ก.พ.2565 ที่สนามหญ้าบริเวณด้านหน้า STK FARM ข้าง รพ.ทับสะแก ริมถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ พื้นที่จัดงาน 50 ไร่ มีผู้ร่วมงานประมาณ 1,000 คน

ไม่แน่ใจว่า มีการจัดงานในกรุงเทพฯแล้ว งานใหญ่ที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์จะยกเลิกไปด้วยหรือเปล่า

สองปีที่แล้ว ชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้ชักชวน สวาป เผ่าประทาน อดีตกำนัน ต.ทับสะแก ให้เข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เป็นแม่ทัพเลือกตั้งเมืองสามอ่าว และด้านหนึ่งก็ต้องการดึงฐานเสียงชาวมุสลิมปาทาน ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

‘อภิมหาวิวาห์’

ดังที่ทราบกัน นับจากปลายปีที่แล้วจนวาเลนไทน์ “ชาดา-มนัญญา” จัดงานแต่งงานให้ลูกหลานไปแล้ว 3 ครั้ง

งานแรก 12 ธ.ค.2564 ที่บ้านดอนหมื่นแสน ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี มีพิธีมงคลสมรส ระหว่างเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เขต 1 ลูกชายของ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ กับ อัสมา ยูชาเคล ซึ่งงานนี้ ก็มีนักการเมืองมาร่วมงานกันเพียบ

หลังจากลูกชายเสียชีวิต ชาดา ไทยเศรษฐ์ ก็วางแผนปั้นหลานชาย เจเศรษฐ์ เป็น ส.ส.อุทัยธานี โดยลงสนามครั้งแรกพร้อมชาดา แต่อยู่คนละเขต

งานที่สอง 9 ม.ค.2565 ที่โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย ชาดา ไทยเศรษฐ์ จัดงานแต่งงานลูกสาวคนกลาง ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ กับอนันต์ ปาทาน โดยมี ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเป็นประธานในพิธี

ชาดา-มนัญญา สองพี่น้องตระกูลไทยเศรษฐ์ชาดา-มนัญญา สองพี่น้องตระกูลไทยเศรษฐ์

ว่ากันว่า เจ้าภาพจองโรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย ร่วม 500 ห้อง 4 คืน วันที่ 6-9 ม.ค.2565 ไว้รองรับแขกเหรื่อและญาติสนิท ซึ่งมีการจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำ 2 ลำ พาญาติทั้งสองฝ่ายไปร่วมพิธีนิกะห์ทางศาสนาอิสลาม

งานที่สามเพิ่งผ่านไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 12 ก.พ.2565 เป็นงานแต่งงานลูกสาว รมช.มนัญญา กับลูกชาย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเดียวกัน

‘ผู้ยิ่งใหญ่ทับสะแก’

เรื่องบังเอิญที่ “ชาดา-มนัญญา” มาสานสายสัมพันธ์กับ สวาป เผ่าประทาน อดีตกำนันตำบลทับสะแก และอดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก และกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

แผ่นดินประจวบคีรีขันธ์ หรือเมืองสามอ่าว ไม่มีใครไม่รู้จักกำนันสวาป ผู้มากบารมีในสายมุสลิมปาทาน และแวดวงการเมืองท้องถิ่น

ก่อนปี 2561 ตัวแทนพรรคเพื่อไทยพยายามติดต่อมาเรีย เผ่าประทาน กำนัน ต.ทับสะแก ลูกสาวของสวาป ให้ลงสมัคร ส.ส. สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ชาดาต่อสายตรงคุยกับกำนันสวาป ดึงเข้ามาร่วมงานการเมืองในสีเสื้อภูมิไทยเป็นที่เรียบร้อย

ช่วงปี 2559-2560 ยามที่เนวิน ชิดชอบ นำทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาเตะกับทีมพีทีประจวบเอฟซี ที่สนามสามอ่าว เนวินก็จะแวะมาคารวะกำนันสวาปอยู่บ่อยครั้ง

ต้นปี 2564 พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ลูกชายกำนันสวาป ได้รับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ซึ่งเทศบาลแห่งนี้ผูกขาดโดยตระกูลเผ่าประทาน มาแต่รุ่นกำนันสวาป

เลือกตั้งสมัยหน้า น่าจับตากำนันสวาป จะส่งใครลงสนามแข่งกับ ประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบฯ เขต 3 (อ.บางสะพาน อ.ทับสะแก) พรรค ปชป. ถ้ากำนันสวาป ตัดสินใจส่งลูกสาวลงสนาม ก็หนาวไปถึงเฉลิมชัย ศรีอ่อน บ้านใหญ่เมืองประจวบฯ

กลิ่นเลือกตั้งใหม่ ใกล้เข้ามาสัญญาณ จาก “รถไฟฟ้าสายสีเขียว”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505203

นายหัวไทร

13 ก.พ. 2565 |14:18 น.

กลิ่นเลือกตั้งใหม่ ใกล้เข้ามาสัญญาณ จาก "รถไฟฟ้าสายสีเขียว"

ลากต่อไม่ไหว สัญญาณ “ยุบสภา” ชัดขึ้นตามลำดับ ปฏิกิริยา “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” เร่งการเลือกตั้งใหม่ ส่งกลิ่นแรง

ช่วงนี้สถานการณ์ทางการเมืองล่อแหลมมาก และน่าสนใจติดตามอย่างวิเคราะห์ มีการเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมืองอย่างผิดแปลก อันน่าจะได้กลิ่นการเมือง การเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้วหรือเปล่า ประกอบกับเป็นช่วงปลายสมัยของสภาชุดนี้แล้วด้วย จึงมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจยิ่ง      การบอยคอต ไม่เข้าประชุม ครม.ของ 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่อยากร่วมพิจารณาร่างการต่อสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ btsc อีก 30 ปี ทั้งๆที่อายุสัญญายังเหลืออีก 8 ปี แลกกับการปลดหนี้ให้ กทม.หลายหมื่นล้านบาท กับการให้บริการค่าโดยสารตลอดสาย 65 บาท

      พรรคภูมิใจไทยให้เหตุผล 4 ประการที่ไม่อยากร่วมพิจารณาด้วย ทั้งเรื่องการเร่งต่อสัญญา เรื่องค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย ภูมิใจไทยมองว่า น่าจะลดลงได้มากกว่านี้ เพราะต้นทุนน่าจะอยู่แค่ 40 บาทเท่านั้น น่าจะปรับลดค่าโดยสารลงมาได้อีก เพื่อให้คนได้เข้าถึงการให้บริการรถไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยไม่ต้องไปใช้จ่ายค่าเดินทางในแต่ละวันมากเกินไป       อีกประเด็นภูมิใจไทย มองในมุมกฎหมาย เหมือนยังมีบางอย่างที่ยังทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งจากแบริ่งไปเคหะ และจากจตุจักรไปลำลูกกา เป็นการดำเนินการโดย รฟม.แต่ มหาดไทย โดย กทม.จะเอาไปพ่วงยกให้ bts เดินรถ เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ รฟม.ในฐานะผู้ลงทุนไปก่อนแล้วจะได้อะไรกลับคืนมา       เช้าขึ้นมาหลังประชุมครม.มีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่แบบเห็นหน้าเห็นตา คนภูมิใจไทยเข้าประชุมพร้อมหน้าทั้งอนุทิน ขาญวีระกูล ศักดิ์สยาม ชิดชอบ แต่จิ้งจกเพดานทำเนียบรายงานมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ไม่ชายตามองไปทางอนุทินเลย มองไปทาง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นหลัก

กลิ่นเลือกตั้งใหม่ ใกล้เข้ามาสัญญาณ จาก "รถไฟฟ้าสายสีเขียว"

       เสร็จจากประชุม ศบค.ก็ต้องเคลียร์ใจกันหน่อย สามคน พล.อ.ประยุทธ์-อนุทิน-ศักดิ์สยาม” เข้าห้องเย็นเปิดอกคุยกัน ทุกคนเห็นพระของแต่ละคนที่แขวนมา มีบางคนเปลี่ยนพวงพระเป็นพวงใหม่ออกสู้ศึก ซึ่งภูมิใจไทย ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีว่าจะไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เดินหน้าทำงานต่อไป

      ยังมีปัญหาอีกมากมายประเดประดังกันเข้ามาในช่วงนี้ รวมถึงสภาล่มแล้วล่มอีก ล่มซ้ำซากจนน่าเบื่อ จน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้องขอร้องให้ช่วยเข้าประชุมดูแลองค์ประชุมประชุมกันหน่อย
-ปัญหาระหว่าง ร.อ.กับ พล.อ.มันจะจบ หรือเดินไปอย่างไร กับการก่อเกิดขึ้นของพรรคเศรษฐกิจไทย ที่เตรียมเปิดที่ทำการพรรค จึง U-tower บนถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นตึกของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น อยู่ระหว่างตกแต่งภายใน มีห้องทำงานของ พล.อ.ท่านหนึ่งด้วย
-กฎหมายการเงินไม่ผ่าน ซึ่งรัฐบาลอาจจะมีความจำเป็นต้องออกกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ถ้ากฎหมายการเงินไม่ผ่าน นายกฯก็ต้องลาออก หรือยุบสภา
-งบประมาณไม่ผ่าน ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาล และเป็นกฎหมายการเงิน ถ้าไม่ผ่านสภาก็ยุ่งสิครับ
-ผ่านค้านตีรวนด้วยการไม่แสดงตนในห้องประชุมสภา ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของสภา และรัฐบาล

-อภิปรายไม่ไว้วางใจ ปลายเดือนนี้รัฐบาลจะเจอศึกยกแรกกับการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ก็น่าจะผ่านไปได้ แต่ด้วยความบอบช้ำ แต่สำหรับเดือนพฤษภาคม นั่นคือศึกหนักกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ คงต้องใช้กล้วยหลายเครือ ที่สำคัญพอเปิดสมัยประชุมปั้บฝ่ายค้านจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจทันที และเมื่อมีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจค้างอยู่ในสภา นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาหนีก็ไม่ได้ เว้นแต่จะยุบสภาก่อนเปิดสมัยประชุม
-กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ คือ พรป.พรรคการเมือง และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งเสนอโดยรัฐบาล อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ถ้ากฎหมายลูกไม่ผ่านสภา รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน ไม่ยุบสภาก็ต้องลาออก
-การเร่งเปิดตัว และสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติ ของ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ และประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ รอการเปิดตัวหัวหน้าพรรค และทีมกรรมการบริหารพรรค ที่มีชื่อพีะพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ปรากฏออกมาว่าจะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งรับรู้กันอยู่ว่าพีระพันธ์ทำงานใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี
-นักการเมืองเริ่มทยอยเปิดตัว เปิดพรรค ย้ายสังกัด ในพื้นที่เองนายหน้าพรรคการเมืองเดินชนกันอยู่ เพื่อวิ่งหาตัวผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองก็เริ่มทยอยเปิดนโยบายพรรคออกมาสู้กัน เรียกคะแนนนิยมจากประชาชน

       สัญญาณต่างๆเหล่านี้ คือสัญญาณว่า การเลือกตั้งทั่วไปกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ใกล้เข้ามาแบบไม่รู้เมื่อไหร่ แต่เผลอไม่ได้เลย

“พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก2463” เอาผิดพระเสพเมถุน สร้างมลทินลงโทษ 7 ชั่วโคตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505138

เปรียญ12

13 ก.พ. 2565 |12:00 น.

"พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก2463" เอาผิดพระเสพเมถุน สร้างมลทินลงโทษ 7 ชั่วโคตร

“เจ้าอาวาสวัด” เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่ เมื่อกระทำเสมือนอลัชชี ต้องถูกลงโทษมีบทบังคับใช้ตาม “พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก2463” ส่วนผู้หญิงต้องถูกลงโทษด้วยเช่นกัน

เรื่องอื้อฉาว “วงการผ้าเหลือง” เกิดแล้ว เกิดอีก บางเรื่องจะเกิดใกล้วันสำคัญทางศาสนาอีกต่างหาก เช่น
เรื่องอื้อฉาวหนนี้ เกิด 9 กุมภาพันธ์ ใกล้วันที่ 16 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันมาฆบูชา
 อย่างไรก็ตาม เรื่องอื้อฉาวมักเกี่ยวข้องกับสตรี หรือไม่ก็สตางค์ จนมีคำกล่าวว่า สตรีและสตางค์เป็นศัตรูของพระสงฆ์ ครั้งนี้เกี่ยวกับสตรี

เรื่องอื้อฉาวของผ้าเหลืองเกิดทีไร หัวใจชาวพุทธสะทกสะท้านด้วยความเสียใจ เพราะพระสงฆ์เป็นสัญลักษณ์ของผู้ทรงศีล เป็น “เนื้อนาบุญ” ไม่น่าจะก่อเรื่องน่าอับอาย ขึ้นมา

 ล่าสุด ผู้ก่อเหตุเป็นพระภิกษุ ที่บวชมานานอายุเกิน 60 ปี มีฐานะเป็น “เจ้าอาวาส” วัดแห่งหนึ่งย่านสำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อเหตุเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565

ข่าวที่สื่อมวลชนเสนอสรุปได้ว่า “หมอปลา” ฉายามือปราบสัมภเวสี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีสตรีนางหนึ่งเข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาส ตั้งแต่หัวค่ำยังไม่ออกมาเลย

“หมอปลา” จึงพร้อมด้วยสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งไปถึงวัด 2 ทุ่มเศษ เคาะประตูกุฏิเป้าหมายอยู่นาน แต่เงียบ ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง คนรอบวัดรู้ข่าวก็มาสังเกตุการณ์จำนวนมาก และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อประตูกุฏิเปิด หมอปลา และสื่อเข้าไปขอดูว่ามีสตรีซ่อนตัวอยู่หรือไม่

สิ่งแรกที่สื่อเห็นคือ “ยางรัดผม” สตรีบนเตียงนอนเจ้าอาวาส คำตอบเจ้าอาวาสว่าเป็นของท่าน เอาไว้รัดหัวเมื่อปวดศรีษะ (เรียกเสียงฮือฮา) แล้วก็สวมโชว์

สื่อมวลชนมองไปโดยรอบเห็นยกทรงตกอยู่ข้างบันได เมื่อเปิดจีวรที่คลุมข้างบันไดออก ก็พบ “สตรี” นางหนึ่งซ่อนตัวอยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปด้วยจึงพา “เจ้าอาวาส” และ “สตรี” นั้นไปวัดที่เป็น “เจ้าคณะปกครอง” ให้สอบสวน ในที่สุดเจ้าอาวาส ยอมสึกจากพระ สตรีนางนั้นมีลูกมีสามีแล้วก็กลับบ้าน มีข่าวว่าสามีเห็นข่าวถึงกับร้องไห้

 ส่วน อดีตเจ้าอาวาส ที่กลายเป็นสมี ก็ลอยนวล ไม่ได้ถูกลงโทษ แต่อย่างใด

เมื่อถามพระผู้ใหญ่ว่า กรณีอย่างนี้ปล่อยเลยตามเลยหรือ ท่านบอกว่ายังไม่มีใครยกเรื่องมาให้พูดกัน

เราเชื่อว่าเรื่องอื้อฉาว ที่สร้างความมัวหมองต่อพระศาสนา จะต้องเกิดขึ้นอีก ตราบใดที่คณะสงฆ์ หรือฝ่ายบ้านเมืองไม่มีมาตรการลงโทษตามสมควร

ขอย้อนอดีตไปในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในฐานะเอกอัครศาสนูปถัมภก และทรงเป็นห่วงพระพุทธศาสนาว่าจะมีมลทิน จาก “พระภิกษุอลัชชี” ที่ลักลอบ “เสพเมถุน” กับสตรี ไม่ว่าลูกเขา เมียใคร บางรายสมสู่กันจนมีลูก บางรายเป็นพระผู้ใหญ่ เป็นถึงพระคู่สวด แต่ลอบได้เสียกับเมียคนอื่น

รัชกาลที่  1 จึงโปรดเกล้าฯให้ ตรากฎถึง 10 ฉบับ(ทยอยประกาศ) นอกจากห้ามปรามแล้ว มีบทลงโทษด้วย

มิใช่ลงโทษอลัชชีนั้นเท่านั้น แต่คาดโทษถึงพระราชาคณะ ฐานานุกรมที่เกี่ยวข้อง และบิดามารดาด้วย

ในกรณีที่ภิกษุรู้ว่ามีภิกษุเสพเมถุนกับสตรีแล้วปกปิดไว้ เมื่อสอบสวนได้ความให้ลงโทษ 7 ชั่วโคตร (กฎฉบับที่ 8 )

ฝ่ายสตรีต้นเหตุ จะถูกลงโทษ ไปถึงมูลนาย บิดามารดา และญาติที่เกี่ยวข้อง

การที่ทรงให้ตรากฎขึ้นมา เพราะ ทรงตระหนักว่า ลำพังพระวินัยเพียงอย่างเดียว เอาไม่อยู่ ต้องมีอาญาด้วย

ในรัชกาลต่อๆ มาก็มีบทลงโทษ ภิกษุปาราชิก ต่างๆ กัน เช่นในสมัยรัชกาลที่ 3 จับสึกแล้วให้ไปตะพุ่นหญ้าช้าง

ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีประกาศว่าด้วยภิกษุสามเณรประพฤติอนาจาร มีโทษอาญาฐานปาราชิก

แต่รัชกาลที่ 6 ทรงยกเลิก ให้ใช้ “พรบ.อธิกรณ์ประถมปาราชิก” แทน

รัชกาลที่ 6 ทรงตรา “พระราชบัญญัติอธิกรณ์ประถมปาราชิก พ.ศ.2463” โดยให้ลงโทษผู้ต้องอธิกรณ์ในคณะสงฆ์ และลงโทษผู้ผิดโดยพุทธบัญญัติส่วนเดียว

แต่ให้อำนาจเจ้าพนักงานผู้รักษาท้องถิ่นจับกุมคุมขังพระปาราชิกแล้วส่งตัวให้กรมธรรมการ เพื่อจะได้ส่งตัวให้คณะสงฆ์พิจารณาต่อไป(จากหนังสือการคณะสงฆ์)

 สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่มีบทลงโทษทางอาญา แต่ให้สังคมลงโทษ โซเชี่ยลมีเดีย และชาวเน็ต คอยติดตาม หรือคุดคุ้ยกันต่อไป

 กรณีเจ้าอาวาส วัดที่เป็นข่าวนั้น ถ้าใช้กม.อาญามาตรา 157 (ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เช่นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใครทำผิดตามมาตรานั้มีบทลงโทษทั้งจำทั้งปรับ) มาลงโทษจะได้หรือไม่ ในเมื่อเจ้าอาวาส เป็นพระสังฆาธิการ มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย

หากนำมาใช้ได้ จะช่วยงานคณะสงฆ์ได้ เพราะพระวินัยเพียงอย่างเดียวเอาไม่อยู่ 

ขอผู้มีอำนาจทางปกครอง ของคณะสงฆ์โปรดพิจารณา ครับ

เรื่อง : เปรียญ 12

พรรครวมสี “สุเทพ” ชูแรมโบ้ จับตาโฆษก กปปส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/505002

11 ก.พ. 2565 |20:26 น.

พรรครวมสี "สุเทพ" ชูแรมโบ้ จับตาโฆษก กปปส.

พรรคลุงตู่ยังแรงไม่หยุด “สุเทพ” ยกย่องแรมโบ้ต้านทักษิณ หนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ จับตาเดือน มี.ค.นี้ เปิดตัวพีระพันธ์ และเอกนัฏ อดีตโฆษก กปปส. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

รวมไทยสร้างตู่ “สุเทพ” ออกโรงหนุนแรมโบ้อีสาน สร้างพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งสัญญาณถึงแม่ยกนกหวีดให้สนับสนุน

พรรคมีเสน่ห์ “สุเทพ” บอกใบ้มีคนดังมาร่วมงานอีกเพียบ คนวงในอดีตแกนนำ กปปส.กระซิบ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มาแน่

ต้นแบบปรองดอง “สุเทพ” ยกธงเชียร์อดีตแกนนำเสื้อแดงแรมโบ้-อานนท์ สร้างพรรคใหม่ชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

วันที่ 11 ก.พ.2565 อานนท์ แสนน่าน อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย พร้อมมิตรสหาย ได้เดินทางมายื่นเอกสารสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ กับ เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ

ก่อนหน้านั้น สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ได้อัดคลิปแถลงสนับสนุนแรมโบ้อีสาน จัดตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นครั้งแรกที่สุเทพ พูดถึงแรมโบ้ว่า เป็นผู้กระชากหน้ากากระบอบทักษิณ

‘จากใจลุงกำนัน’

แม้ปี 2561 “สุเทพ” จะเป็นผู้ก่อการตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่เมื่อเร็วๆนี้ มีกระแสข่าวว่า อดีตแกนนำ กปปส. กำลังวางแผนจะตั้งพรรคการเมืองไว้รองรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีพรรคพลังประชารัฐแตกกระสานซ่านเซ็น

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2565 เฟซบุ๊กเพจ Suthep Thaugsuban ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ได้เผยแพร่รายการคุยกับลุง EP 17 ตอนหนึ่งว่า สุเทพได้พูดถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ไว้อย่างน่าถอดรหัส

“น่าสนใจพรรคนี้เพราะได้ยินคุณแรมโบ้ประกาศว่า ร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นๆที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกัน ผมรู้จัก ดร.เสกสกล มานาน เป็นคนที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมารอบด้าน”

ที่สำคัญ สุเทพได้กล่าวยกย่องแรมโบ้ว่า เป็นฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณอย่างจริงจังเด็ดเดี่ยว เพราะเขาเคยทำงานในระบอบทักษิณมากก่อน รู้ตื้นลึกหนาบาง รู้ความคิดอ่านของของฝั่งนั้นได้เป็นอย่างดี

สุเทพยังบอกเล่าเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติ เหมือนคนอยู่วงในว่า “…พรรครวมไทยสร้างชาติ คงไม่ใช่มีเฉพาะคุณแรมโบ้ น่าจะมีนักการเมืองคนสำคัญๆอีกหลายคน ที่คงจะค่อยๆเปิดตัวออกมาให้ประชาชนได้รู้ ติดตามกัน คิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีเสน่ห์ขึ้นมาก จะได้รับการสนับสนุน จากประชาชน อย่างเป็นปึกเป็นแผ่นแน่นหนาทีเดียว”

นี่เป็นคำยืนยันว่า รวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้มีแค่แรมโบ้คนเดียว อย่างน้อยก็เห็นกองเชียร์ระดับสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งอาจสร้างความประหลาดใจให้กับใครหลายๆคน

‘แดงบวกฟ้า’

อันที่จริงก็เห็นร่องรอยของ “สุเทพ” จากเอกสารของนายทะเบียนพรรคการเมืองของ กกต. ที่ได้รับจดทะเบียนพรรครวมไทยสร้างชาติ ไว้เมื่อ 31 มี.ค.2564 โดยมี ร.ท.ไกรภพ นครชัยกุล เป็นหัวหน้าพรรค

เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ร.ท.ไกรภพ นครชัยกุล เคยลงสมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 ในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย และสุเทพ พร้อมคณะคารวะแผ่นดิน ได้เดินทางไปช่วยหาเสียงให้ ร.ท.ไกรภพด้วย

นี่เป็นข้อสังเกตประการหนึ่ง ร.ท.ไกรภพ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ คืออดีตลูกพรรคของลุงกำนัน และเป็นผู้รับหน้าที่ไปจดทะเบียนพรรค ตามคำชี้นำของแรมโบ้อีสาน

ประการต่อมา ชื่อ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม และอดีตแกนนำพรรค ปชป.ที่มีความคุ้นเคยกับสุเทพ ถูกคาดหมายว่า จะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการประชุมเปิดตัวเดือน มี.ค.2565

อีกชื่อหนึ่งที่ถูกพูดถึงในรายการข่าวทางช่อง ททบ.5 คือ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ,อดีตโฆษก กปปส. และอดีต ส.ส.กทม. เขตทวีวัฒนา พรรคประชาธิปัตย์

ว่ากันว่า เอกนัฏ จะมาเปิดตัวพร้อมบิ๊กตุ๋ย-พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค พร้อมกับอดีต ส.ส.ปชป.อีกหลายราย แหล่งข่าวระบุว่า บิ๊กตุ๋ยกำลังเจรจากับอดีต ส.ส.ปชป. ที่เพิ่งยื่นใบลาออกจากพรรคเก่าแก่ให้มาร่วมงานกัน

พรรครวมไทยสร้างชาติ มีความแตกต่างจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย ตรงที่องค์ประกอบมีความหลากหลาย ไม่ได้มีแค่สาย กปปส. หากแต่ยังมีอดีตแกนนำคนเสื้อแดงเข้ามาร่วมด้วย

ดังนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติ จึงไม่ใช่แค่พรรคฝันเฟื่องของแรมโบอีสาน หากแต่มีตัวละครหลังม่านอีกหลายคนที่รอเปิดตัวในเดือน มี.ค.นี้

“เจ๊หน่อย-สุดารัตน์” เปิดนโยบายใหม่พรรคไทยสร้างไทย โดยนายหัวไทร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504996

นายหัวไทร

11 ก.พ. 2565 |19:32 น.

"เจ๊หน่อย-สุดารัตน์" เปิดนโยบายใหม่พรรคไทยสร้างไทย  โดยนายหัวไทร

“เจ๊หน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เปิดนโยบายใหม่พรรคไทยสร้างไทย กองทุนคนตัวเล็ก เพื่อการตั้งตัว-แจกบัตรเครดิตประชาชน ติดตามเจาะประเด็นร้อน โดย นายหัวไทร

พรรคการเมืองน้องใหม่อย่างไทยสร้างไทย ค่อย ๆ ทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ทั้ง สส.และ สก. พร้อมนโยบายใหม่ ๆ ของพรรค โดยก่อนหน้านี้มีนโยบาย บำนาญประชาชน 3000 บาท/เดือน

ล่าสุดได้เปิดนโยบายการจัดตั้งกองทุนคนตัวเล็กเพื่อการตั้งตัว แจกบัตรเครดิตประชาชน และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้เข้าสู่ระบบการทำงาน บริษัท ห้างร้านไหนรับผู้สูงอายุเข้าทำงาน ก็ได้รับการลดหย่อนภาษีทันที

มีคนถามว่า นโยบายบำนาญประชาชนหรือนโยบายต่าง ๆ ที่ออกมาต้องใช้งบประมาณ จะเอางบมาจากไหน หน่อย คิดไว้หมดแล้ว มีช่องทาง แต่ยังไม่บอกเดี๋ยวลุง ๆ เขาจะลอกอีก

เรื่องยาก ๆ  อย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก หน่อย ทำมาแล้ว ท่ามกลางแรงเย้ยหยัน แต่ทำจนสำเร็จเพียงคนเดียว ให้เชื่อใจ หน่อย รับปากอะไรแล้วต้องทำได้

สุดารัตน์ กล่าวในระหว่างการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ย่านบางนา คือ ปณิธาน ประจวบเหมาะ และผู้สมัคร สก. คือ จาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ 

  #นายหัวไทร #มากกว่าข่าว #ไทยสร้างไทย #สุดารัตน์

สายบิ๊กจิ๋ว “พิเชษฐ สถิรชวาล” ปลุกผีกลุ่ม16 ทิ้งลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504975

11 ก.พ. 2565 |17:26 น.

สายบิ๊กจิ๋ว "พิเชษฐ สถิรชวาล" ปลุกผีกลุ่ม16 ทิ้งลุงป้อม

ฟื้นชีพกลุ่ม 16 “พิเชษฐ สถิรชวาล” อดีตคนสนิทบิ๊กจิ๋ว รวม ส.ส.พรรคเล็กตั้งกลุ่มอิสระ หลังยุบสภาฯ เตรียมลาบิ๊กป้อมไปอยู่บ้านหลังใหม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ฟื้นกลุ่ม 16 “พิเชษฐ สถิรชวาล” นักการเมืองรุ่นเก๋า ใช้จังหวะรัฐบาลประยุทธ์ขาลง พรรคพลังประชารัฐแตก แยกตัวมาเป็นอิสระ

คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้ “พิเชษฐ สถิรชวาล” มือดีลควบรวมความหวังใหม่กับไทยรักไทย ทักษิณปูนบำเหน็จเป็นรัฐมนตรี สนับสนุนให้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามฯ

โตมากับบิ๊กจิ๋ว “พิเชษฐ สถิรชวาล” ปัจจุบันอาศัยใต้ชายคาบิ๊กป้อม กลุ่ม 16 พ.ศ.นี้ต่างจากกลุ่ม 16 พ.ศ.โน้น ราวหนังคนละม้วน

ในที่สุด พิเชษฐ สถิรชวาล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก็ยอมรับว่า ตัวเองเป็นหัวหน้ากลุ่ม 16 ที่ได้รวบรวม ส.ส.ต่างพรรคมาทำงานเพื่อบ้านเมือง

เหตุที่ใช้ชื่อกลุ่ม 16 พิเชษฐ อ้างว่าชื่นชมการทำงานของกลุ่ม 16 ในอดีต ที่ทำหน้าที่ ส.ส.เพื่อปกป้องประโยชน์ประชาชนและประเทศ โดยเฉพาะกรณี สปก.4-01 ซึ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่ม 16 ไม่เกี่ยวเรื่องหวังผลต่อรองทางการเมือง

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามนักข่าวกรณีพิเชษฐไปนั่งหัวหน้ากลุ่ม 16 ว่า “ก็เขาอยากจะเป็น แต่คนอื่นเขาไม่เอา”

แกนนำหลักของกลุ่ม 16 (ปี 2565) ประกอบด้วย พิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้ากลุ่ม,มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ผู้ประสานงานกลุ่ม , คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย เลขาธิการกลุ่ม และดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เป็นประธานที่ปรึกษากลุ่ม

‘โตมากับบิ๊กจิ๋ว’

บนถนนสายเลือกตั้ง “พิเชษฐ สถิรชวาล” ลงมัคร ส.ส.เพชรบุรี ตั้งแต่ปี 2518 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งปี 2539 จึงได้เป็น ส.ส.เพชรบุรี พรรคความหวังใหม่

พิเชษฐจึงสนิทสนมกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะได้แจ้งเกิดทางการเมืองกับพรรคความหวังใหม่

ปี 2544 พิเชษฐ สถิรชวาล เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคความหวังใหม่ และมีบทบาทสำคัญในการควบรวมพรรคความหวังใหม่เข้ากับพรรคไทยรักไทย ต่อมา ทักษิณ ชินวัตร จึงพิเชษฐ์เป็น รมช.อุตสาหกรรม

หลังรัฐประหาร 2549 พิเชษฐได้ก่อตั้งพรรคสันติภาพไทย แต่ประสบความสำเร็จ ปี 2553พิเชษฐกลับเข้าพรรคเพื่อไทย พร้อม พล.อ.ชวลิต เป็นประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้เพื่อไทย สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พิเชษฐเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

นอกจากนี้ พิเชษฐ์ยังเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งสมัยนั้น อดีตนายกฯทักษิณ มีส่วนสนับสนุนให้เขาไปมีบทบาทในคณะกรรมการกลางอิสลามฯ

‘หัวหน้ากลุ่มพรรคจิ๋ว’

หลังเลือกตั้งปี 2562 “พิเชษฐ สถิรชวาล” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง เนื่องจากกติกาเลือกตั้ง กำหนดให้มี ส.ส.พึงมี จึงเกิดพรรค 1 เสียงขึ้นมา

พิเชษฐ รับบทหัวหน้ากลุ่มพรรคเล็ก 10 พรรค ได้แก่พรรคพลังชาติไทย, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคประชานิยม, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคพลังเมืองไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคเพื่อชาติไทย ให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มาเป็นผู้ดูแลพรรคเล็กหรือพรรคจิ๋ว จนเกิดปรากฏการณ์แจกกล้วยในสภาฯ ถัดมา มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล มาเป็นฝ่ายค้านอิสระ

ปลายปี 2564 พิเชษฐ ตัดสินใจยุบพรรคประชาธรรมไทย และสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ด้วยการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะใช้กติกาบัตร 2 ใบ และคำว่า ส.ส.พึงมี ก็จะไม่มีอีกแล้ว

พลันที่พรรคพลังประชารัฐ มีกลุ่มธรรมนัสแยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย และเสถียภาพรัฐบาลง่อนแง่น พิเชษฐ จึงปรึกษากับเพื่อน ส.ส.พรรคเล็ก อย่าง มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์,คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล และดำรงค์ พิเดช ตั้งกลุ่ม 16 ขึ้นมา

ปัจจุบัน มี ส.ส.พรรคเล็ก ที่ไม่ได้ไปร่วมกลุ่ม 16 ได้แก่ ปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน , ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย,บุญญาพร นาตะธนภัทร พรรคพลังชาติไทย ,นพ.ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่ ,สุรทิน พิจารณ์ ประชาธิปไตยใหม่ และนันทนา สงฆ์ประชา พรรคประชาภิวัฒน์

หากมีการยุบสภาฯ พิเชษฐ สถิรชวาล น่าจะไม่อยู่พรรคพลังประชารัฐ และคงเลือกพรรคการเมืองใหญ่ไว้เป็นที่พึ่งพิงเรียบร้อยแล้ว

เซลล์อิสระ “ธรรมนัส” สำแดงเดช ป้อมเอาไม่อยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504868

10 ก.พ. 2565 |20:37 น.

เซลล์อิสระ "ธรรมนัส" สำแดงเดช ป้อมเอาไม่อยู่

ส่อแววเอาไม่อยู่ “ธรรมนัส” โชว์หล่อ พรรคเศรษฐกิจไทยยึดประชาชนเป็นใหญ่ ไม่มีเล่นละคร สวนทางคำพูด พล.อ.ประวิตร ที่ย้ำว่า ดูแลซุ้มผู้กองได้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

โมเดลเซลล์อิสระ “ธรรมนัส” โชว์พลังสวนมติวิปรัฐบาล โหวตหนุนร่างกฎหมายสุราฯพรรคก้าวไกล อ้างทำเพื่อประชาชน

คุมไม่อยู่ “ธรรมนัส” เริ่มแสดงจุดยืนพรรคอิสระ แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับปากจะดูแลเสียงกลุ่มธรรมนัสได้ แต่ก็ไม่มีใครมั่นใจ เพราะปมแค้นฝังหุ่น

ลุ้นชะตากรรม “ธรรมนัส” และเพื่อน ส.ส. รอ กกต.ประชุมเรื่องมติขับออกจากพลังประชารัฐ หาก กกต.รับรอง 18 ก.พ.2565 ร.อ.ธรรมนัส จะแถลงท่าทีอย่างเป็นทางการ

วันที่ 10 ก.พ.2565 บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย เปิดเผยว่า วันที่ 18 ก.พ.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา จะแถลงท่าทีที่ชัดเจนของพรรคเศรษฐกิจไทย หลังถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ ครบรอบ 30 วัน ตามที่กฎหมายให้หาสังกัดพรรคใหม่

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธรรมนัส ก็ต้องรอการรับรองมติของพรรคพลังประชารัฐเรื่องการขับ 21 ส.ส.พ้นพรรค จาก กกต. ให้ถูกต้อง เพื่อนำไปเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทยโดยสมบูรณ์ ซึ่ง กกต.นัดประชุมในวันที่ 14 ก.พ.นี้

มติ กกต.จะเป็นฉันใด 21 ส.ส.ที่ออกจากพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่เหลืออยู่ 97 ส.ส.ก็ต้องลุ้นด้วยใจระทึกเช่นกัน

‘โชว์หล่อ’

หลังกลับเข้าสภาฯ “ธรรมนัส” ก็แสดงอิทธิฤทธิ์ ด้วยการให้ 14 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย โหวตหนุนร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ที่เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล และคณะเสนอ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2565

วันเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้โพสต์เฟซบุ๊คชี้แจงว่า “…สิ่งที่ผมทำวันนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ ของประชาชนรากหญ้า หรือผู้ประกอบการสุราพื้นบ้าน ให้สามารถมีโอกาสที่จะเติบโตลืมตาอ้าปากกับเค้าได้บ้าง ไม่ใช่มีเพียงนายทุนที่มีโอกาสที่จะเติบโตแบบผูกขาด”

ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้บอกกับนักข่าวที่ใกล้ชิดว่า พรรคเศรษฐกิจไทย จะไม่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และจะไม่ร่วมกับฝ่ายค้าน แต่จะเป็นพรรคอิสระ การโหวตในสภาฯ จะยึดถือผลประชาชนเป็นที่ตั้ง

ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร คนสนิท ร.อ.ธรรมนัส โพสต์เฟซบุ๊คว่า “..ทางพรรคของเราจะทำอะไรต้องออกมาตอบชาวบ้านได้ และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ละครฉากใหญ่เหมือนที่ใครๆพูด เดินตามหลักการ เกิดมาจากประชาชน สู้เพื่อประชาชน”

ไม่ใช่ละครฉากใหญ่ ไม่ใช่เกมปาหี่ ถ้าซุ้มธรรมนัสเอาจริง ไม่ต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี อายุรัฐบาลประยุทธ์ก็คงอยู่ไม่เกินกลางปีนี้

‘เอาอยู่จริงหรือ’

ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเชื่อใจ พล.อ.ประวิตรที่รับปากว่า จะดูแล “ธรรมนัส” กับพวก ให้หนุนรัฐบาลต่อไป แต่พฤติกรรมในสภาฯ ดูแปลกๆ และหลายคนมีคำถามว่า ลุงป้อมเอาอยู่จริงหรือ

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2565 มีการประชุม ส.ส.พลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน มีแกนนำทุกซุ้มทุกมุ้งเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง บรรยากาศการประชุมดูชื่นมื่น

ตอนท้ายการประชุม มี ส.ส.หลายคน มีความกังวลเรื่องเสียงสนับสนุนจากพรรคเศรษฐกิจไทย พล.อ.ประวิตร พูดว่า “ไม่ต้องห่วง เป็นหน้าที่ผม ผมรับผิดชอบเอง จะเอากลับมาร่วมประชุมสภาทุกครั้ง”

แม้แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย จะเป็นคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ แต่ผู้นำตัวอย่างอย่าง ร.อ.ธรรมนัส ที่มีปมขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นข้อกังขาว่า บิ๊กป้อมคุมได้จริงหรือ

ปมแค้นฝังใจระหว่างพลเอกกับร้อยเอก เป็นเรื่องที่พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเป็นที่สุด อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิดขึ้นจนได้ในวันข้างหน้า หากสองคนนี้จะยึดคติยอมหักดีกว่ายอมงอ

เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อน “อธิบดีปศุสัตว์” สวนกลับ กมธ. ใครห้ามเคลื่อนย้ายหมู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504870

10 ก.พ. 2565 |20:25 น.

เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อน "อธิบดีปศุสัตว์" สวนกลับ กมธ. ใครห้ามเคลื่อนย้ายหมู

เรื่องของหมูพ่นพิษ กรรมาธิการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง อัดกรมปศุสัตว์ ห้ามเคลื่อนย้ายหมู ทำหมูราคาแพง ด้านอธิบดีปศุสัตว์โต้ทันควัน ใครห้ามเคลื่อนย้าย … เจาะประเด็นร้อน โดย “ขุนเกษตรพิเรน”

          วันนี้ (10 กุมภาพพันธ์ 2565) กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชน จากปัญหาราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ปรับตัวสูงขึ้น สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ได้จัดแถลงข่าวที่รัฐสภา 

โดยกรรมาธิการมีข้อสรุปดังนี้ 
          1. ให้ กระทรวงการคลัง สั่งการไปยังธนาคารที่อยู่ในกำกับ บรรเทาผลกระทบจากการถูกฟ้องร้องการเลี้ยงสุกร 
          2. ให้ กรมปศุสัตว์ นำรายละเอียดการเยียวยาแต่ละจังหวัดมาให้กรรมาธิการรับทราบ
          3.ให้ กรมการค้าภายใน แจ้งสต๊อกสุกรในโกดังห้องเย็นว่าอยู่ที่ใดบ้าง ถูกต้องหรือไม่ 
          4.ให้ กรมปศุสัตว์ นำเสนอข้อมูลต้นทุนอาหารสัตว์ และการผลิตลูกสุกร เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเปรียบเทียบและตรวจสอบความถูกต้อง รวมทั้งแจ้งสูตรการคิดราคาต้นทุนด้วย 
          5.ให้ กรรมาธิการ ทั้ง 5 คนที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ ออกไปสำรวจราคาหมูในตลาดแล้วนำมาเสนอในที่ประชุม

          ทั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจคือการให้สัมภาษณ์ของ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่กล่าวว่า ขณะนี้ราคาหมูแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน เนื่องจากบางจังหวัดได้รับความเสียหายมาก ทำให้มีสุกรน้อย ราคาจึงสูง บางจังหวัดเสียหายน้อยจึงเหลือสุกรจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถนำหมูข้ามไปให้จังหวัดที่ขาดแคลนได้ ซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่อยากฝากภาครัฐช่วยดูแล ให้สามารถนำหมูมาขายซึ่งกันและกันได้สะดวกยิ่งขึ้น

          การเคลื่อนย้ายสุกรข้ามจังหวัด กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที

          “ขุนเกษตรพิเรน” ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในประเด็นดังกล่าว ได้รับคำตอบอย่างหนักแน่นว่า
          “ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายชัดเจนที่จะแก้ปัญหาราคาสุกรและการควบคุมการระบาดของโรค ที่สำคัญคือ ห้ามทำให้เกษตรกรและผู้เลี้ยงสุกรเดือดร้อนจากมาตรการต่างๆ
          กรมปศุสัตว์รับนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง ทั้งการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชน์ ในการตรวจสต๊อกห้องเย็น และการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยที่ไม่มีใบอนุญาต กรมปศุสัตว์ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสุกรใด ๆ ยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ปกติ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบและมาตรฐาน ไม่ใช่จะเคลื่อนย้ายโดยเสรีซึ่งผิดกฎหมาย”

เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อน "อธิบดีปศุสัตว์" สวนกลับ กมธ. ใครห้ามเคลื่อนย้ายหมู

          “ขุนเกษตรพิเรน” สืบต่อถึงกฎระเบียบในการเคลื่อนย้าย  หลักใหญ่ใจความคือ ระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข การอนุญาต เคลื่อนย้ายสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า เข้า ออก ผ่าน หรือภายใน เขตเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พ.ศ. 2564  

กรณีย้ายไปเลี้ยงจะต้องปฏิบัติดังนี้

(1) กรณีทั่วไป ฟาร์มปลายทางต้องได้รับการรับรอง GFM เป็นขั้นต่ำ

(2) กรณีฟาร์มต้นทางเคยพบความเสี่ยงสูงมาก จะต้องทำลายสุกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน และต้องเก็บตัวอย่างสุกรที่ฟาร์ม ปลายทาง ชุดที่เคลื่อนย้าย โรงเรือน ละ 15 ตัวอย่าง ในวันที่ 1 และ 7 ภายหลังลงเลี้ยง

(3) กรณีฟาร์มปลายทางเคยพบความเสี่ยงสูงมาก ต้องทำลายสุกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน และต้องเป็นฟาร์ม GAP ขึ้นไป และก่อนลงเลี้ยงจริง ต้องเก็บตัวอย่างพื้นผิวโรงเรือนเลี้ยงสุกร 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ ต้องใช้ sentinel ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของกำลังการผลิตของโรงเรือนเลี้ยง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 สัปดาห์ เก็บตัวอย่างตรวจ หากไม่พบโรค ASF จึงจะสามารถขออนุญาตนำสุกรเข้ามาเลี้ยงได้เต็มกำลังการผลิตของโรงเรือนนั้น

(4) ให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทาง เขียนระบุว่า ใบรายงานผลดังกล่าวสามารถใช้ได้กับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตเคลื่อนย้ายเลขที่ใด

(5) เฉพาะกรณีเคลื่อนย้ายข้ามเขต ต้องมีหลักฐานการพ่นยาฆ่าเชื้อจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือ ด่านกักกันสัตว์ อย่างน้อย 1 หน่วยงาน ต่อ เขตปศุสัตว์

เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อน "อธิบดีปศุสัตว์" สวนกลับ กมธ. ใครห้ามเคลื่อนย้ายหมู

กรณีเคลื่อนย้ายซากสุกร 
(1) ในวันเคลื่อนย้ายต้องมีใบรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ ( แบบ รน.) หรือประทับตรารับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ หรือบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ ไปพร้อมหนังสืออนุญาตเคลื่อนย้ายทุกครั้ง 

(2) พื้นที่พิเศษ คือจังหวัดที่มีการออกหนังสืออนุญาตเคลื่อนย้ายซากสุกรจำนวนมาก เช่น สมุทรปราการ นครราชสีมา ขอนแก่น นครปฐม สมุทรสาคร เป็นต้น

(3) การเก็บตัวอย่างซากที่โรงฆ่า โดยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ให้เก็บ จำนวน 5 ราย รายละ 5 ตัวอย่าง ตัวอย่างละ 50 กรัม ทุกๆ 2 เดือน 

(4)  การเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมในโรงฆ่าโดยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ให้เก็บ surface swab จำนวน 3 บริเวณ (คอกพักสุกร , ไลน์การผลิต , ท่อน้ำทิ้ง ) บริเวณละ 5 จุด ทุก ๆ 1 เดือน 

(5) สัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทางต้องตอบกลับหนังสืออนุญาต  หากไม่อนุญาตให้ระบุเหตุผลแจ้งสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทางทราบภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 วันทำการ 

เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อน "อธิบดีปศุสัตว์" สวนกลับ กมธ. ใครห้ามเคลื่อนย้ายหมู
          มาตรการดังกล่าว “ขุนเกษตรพิเรน” บอกเลยว่าต้องเข้มข้น ในยามวิกฤติ การเคลื่อนย้ายสุกรหรือซากสุกรต้องมีมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นไม่ต่างจากการนำหมูป่วยไปปล่อยเชื้อใส่หมูปกติ สุดท้ายโรคระบาดก็ไม่สามารถควบคุมได้จบสิ้น

          “ขุนเกษตรพิเรน” ถามย้ำกับอธิบดีปศุสัตว์หลายครั้ง ไม่มีการห้ามเคลื่อนย้ายจริงหรือไม่ คำตอบที่ได้ยังหนักแน่นเช่นเดิม กรมปศุสัตว์ไม่ได้สั่งห้ามเคลื่อนย้าย และปศุสัตว์ในพื้นที่ก็ทำงานกันเต็มกำลัง การบอกว่าเราห้ามเคลื่อนย้ายเป็นคำพูดที่บั่นทอนจิตใจคนทำงาน และที่สำคัญอยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบคือ  

          วันนี้จากนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผลให้ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม จากราคา 110 บาท เมื่อกลางเดือนมกราคม ลดลงเหลือ 94 บาท และส่งผลให้ราคาขายส่งห้างค้าปลีกลดลงเหลือกิโลกรัมละ 150 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาขายปลีกอยู่ระหว่าง 186 บาท และราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง ส่วนสะโพก ไหล่ ไม่รวมหมูเนื้อแดงปรุงแต่ง อยู่ที่กิโลกรัมละ 164-170 บาท

มีรูมีหนู “อนุทิน” มีดีลใหม่ พร้อมสละเรือเหล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504841

10 ก.พ. 2565 |16:56 น.

มีรูมีหนู "อนุทิน" มีดีลใหม่ พร้อมสละเรือเหล็ก

รัฐบาลง่อยเปลี้ยเสียขา “อนุทิน” สบช่องงัดกลยุทธ์มีรูมีหนู ที่ไหนมีโอกาสก็พร้อมเสียบ เปิดดีลใหม่มองข้ามช็อตไปถึงเลือกตั้งครั้งหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เกมวัดใจ “อนุทิน” สร้างปรากฏการณ์บอยคอตการประชุมคณะรัฐมนตรี อ้างพิทักษ์ผลประโยชน์ประชาชน แถมลูกพรรคภูมิใจไทยท้าให้ยุบสภา

เรือเหล็กใกล้จม “อนุทิน” คงประเมินว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยื้อไปได้สักกี่น้ำ หัวหน้าค่ายสีน้ำเงิน จึงเดินเกมรุกตามกลยุทธ์มีรูมีหนู ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีอนุทิน

ข่าวดีลลับหนาหู “อนุทิน” เพราะช่วงเวลาฮันนีมูนจบไปนานแล้ว จากนี้เป็นเรื่องเกมอำนาจใหม่ จึงมีข่าวผู้มีบารมีนอกพรรคเจรจากับคนแดนไกล

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยายามชี้แจงว่าความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง หลัง 7 รัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ไม่เข้าร่วมประชุม ครม. ในวาระโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีท่าทีใดๆต่อประเด็นรถไฟฟ้าสีเขียว แต่สวนกระแสด้วยถ้อยแถลงเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพ APEC 2022 “ผมรอที่จะต้อนรับผู้นำ APEC ทุกท่านสู่ประเทศไทยในเดือน พ.ย.นี้”

5 ปีที่แล้ว อนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดพิมพ์หนังสืออัตชีวประวัติตัวเองชื่อ “มีรู..มีหนู” โดยความหมายของชื่อหนังสือนั้นหมายถึงว่า ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีอนุทิน

อนุทินมองเห็นโอกาส จากความปั่นป่วนในพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล จึงฉวยจังหวะรุกขอปลดล็อกกัญชา ก็ได้ตามที่หวัง หากเกิดยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ภูมิใจไทยก็จะนำเรื่องกัญชาไปหาเสียงต่อ ตามแคมเปญใหม่ พูดแล้วทำ

‘การเมืองกัญชา’

นับแต่เข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ “อนุทิน” พยายามผลักดันนโยบายกัญชาเสรีให้ออกมาเป็นรูปธรรม แต่ก็เจอหลายด่านสกัด โดยเฉพาะคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด

กระทั่งต้นปีนี้ พรรคภูมิใจไทยออกแรงกระทุ้งเรื่องชาวบ้านปลูกกัญชาแล้วถูกจับ พล.อ.ประยุทธ์จึงส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด และมีการปลดล็อกกัญชาพ้นจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5

จากนั้น อนุทินได้ยื่นร่างกฎหมายกัญชา เข้าสู่สภาเพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม ให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ทันกับการบังคับใช้

แม้การปลูกกัญชาจะต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข แต่การผลักดันนโยบายกัญชาจนเห็นผลเป็นรูปธรรม ถือว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

มีข้อสังเกตว่า ค่ายภูมิใจไทยรุกหนักเรื่องกัญชา ในห้วงเวลาที่พรรคพลังประชารัฐแตกแยก มีกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย

‘ขั้วที่สาม’

ค่ายสีแดงกับค่ายสีน้ำเงินเหมือนกันตรงที่มีผู้มีบารมีนอกพรรค “อนุทิน” มารับไม้ต่อเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในจังหวะที่มีการปรับภาพลักษณ์ โดยสลัดจากขั้วความขัดแย้งออกมาเป็นพรรคทางเลือก

ภูมิใจไทยถือกำเนิดมาจากพรรคพลังประชาชน หลังมีกรณียุบพรรค ผู้ก่อการคือ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งวันนี้ถอยไปอยู่แถวหลัง เป็นอาจารย์ใหญ่ของค่ายสีน้ำเงิน จึงถูกประทับตราเป็นพรรคเนรคุณ

เมื่ออนุทินก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ก็พยายามลบแบรนด์เดิม ที่ถูกผูกติดกับขั้วประชาธิปัตย์ และสร้างแบรนด์ใหม่ที่ไม่เป็นศัตรูกับใคร

“คนที่จะเชื่อมสองขั้วคือคนกลาง พรรคคือคนกลางทางการเมือง พรรคไม่ใช่คู่ขัดเเย้งเเละพร้อมโน้มน้าวทุกฝ่ายให้เห็นประโยชน์ของประเทศ” นี่คือคำพูดของอนุทิน เมื่อปี 2562

เมื่อถึงเวลาจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ เกมการเมืองเรื่องต่อรอง ภูมิใจไทยก็เลือกข้าง 3 ป. และได้กระทรวงเกรดเออย่างคมนาคม และสาธารณสุข ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของผู้มีบารมีนอกพรรคอยู่แล้ว

แม้จะต้องแลกมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนรุ่นใหม่ว่า ภูมิใจไทยเป็นนั่งร้านเผด็จการ แต่ก็คุ้มเกินคุ้มสำหรับนักเลือกตั้งที่มีประสบการณ์โชกโชน

มาถึงวันนี้ สถานการณ์ในกลุ่มพี่น้อง 3 ป.ก็ไม่เป็นปึกแผ่น และพรรคพลังประชารัฐก็ระส่ำระสาย มีหรือผู้มีบารมีนอกพรรคภูมิใจไทย จะไม่เดินเกมต่อรองและกดดันในห้วงวาระสุดท้ายของรัฐบาลผสม