“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง “พิมรี่พาย” เจอมรสุมหนัก แต่ฟ้าหลังฝนการเงินพุ่งกระฉูด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504829

10 ก.พ. 2565 |16:19 น.

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวง "พิมรี่พาย" เจอมรสุมหนัก แต่ฟ้าหลังฝนการเงินพุ่งกระฉูด

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์สุดฮอต หลังเจอกระแสดราม่า ทิ้งท้ายปี 2564 มรสุมโถมถล่มหนัก ทำอะไรก็ผิด เจอช่วงดวงตก อีกทั้งดวงเข้าเคราะห์ แต่ฟ้าหลังฝน การเงินพุ่งกระฉูด

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติชีวิต แม่ค้าออนไลน์ ฝีปากกล้า พันล้าน “พิมรี่พาย” หรือ พิมพ์รดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ วัย 32 ปี เกิดวันอังคารที่ 9 ตุลาคม 2533 สาวมั่น ปากกล้า คาเร็กเตอร์ร้ายแต่อัธยาศัยดี 

“พิมรี่พาย” เจอมรสุมป่วน สองปีซ้อน ฝ่ามรสุมผ่านวิกฤติหนัก ปัญหาชีวิต ถึงนาทีสุดเฮือกของชีวิต เดือนกุมภาพันธ์ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาศ ในดวงชะตาถือว่าเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ใคร กล้าได้กล้าเสีย ทะเยอทะยาน ไม่นิ่งอยู่กับที่ 

พฤติกรรมชอบเครียด มักจะคิดอะไรล่วงหน้า รักใครรักจริงให้ความซื่อสัตย์ อารมณ์อ่อนไหว ในการใช้เสียงเป็นสื่อ มีอารมณ์ศิลปิน มีความมั่นคงในฐานะการงานและธุรกิจ

เหมือนนั่งเก้าอี้สามขามาเกิด เปรียบดวงผู้นำ ทำธุรกิจที่ฉกฉวยโอกาศไปได้ดี มีเจ้าทุกข์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น คนไม่ให้ช่วยแต่ก็ขอร้องให้ได้ช่วย

“พิมรี่พาย” มีโหงวเฮ้งปากกว้าง กินอิ่มอุดมสมบูรณ์ รับปากสัญญาอะไรต้องทำให้ได้ จมูกไม่ชอบเอาเปรียบใคร แต่ดวงตาอาภัพคู่ต้องทำใจ แต่บ่งบอกถึงความสำเร็จในชื่อเสียง หน้าผากวิสัยทัศน์ดี คิ้วหนาได้สัดส่วนมั่นคงเรื่องการงาน ช่วงมรสุมที่ผ่านมา ในปี 2563-64 ต่อเนื่องกัน ทั้งขัดแย้ง ทำดีกลับเป็นผลร้าย ไม่ปรองดอง 

แต่ในความมั่นคงของดวง “พิมรี่พาย” ทำให้ยืนหยัดอยู่ได้ อีกทั้งได้กำลังทรัพย์เสริม ให้เกิดรายได้ และผลประโยชน์ ทั้งที่เจอมรสุมปัญหารุมเร้า และรอบอายุเข้าเคราะห์ แต่ได้ทำบุญ ทำทานช่วยเหลือคน ถือว่าได้แก้ดวงชะตา

ซินแสเข่ง กล่าวสรุป ถึงชะตาชีวิต “พิมรี่พาย” ช่วงเปลี่ยนถ่าน ตกดาวเกตุได้ดาวหนุนเสริมดวงชะตาเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญ ฟ้าหลังฝน เดือนกุมภาถือว่ามรสุมลูกสุดท้ายผ่านไป ชีวิตจะสดใส

หลังเดือนมีนาคม หลุดรอบอายุเข้าเคราะห์ แต่เดือนกุมภาถือว่าเป็นเดือนมงคล หากคิดการสิ่งใด หรือจะลงทุน จะทำให้มีโอกาศสำเร็จรุ่งเรือง ที่ผ่านมาเป็นช่วงให้ร้าย จากผู้ไม่ประสงค์ดี ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ หาก “พิมรี่พาย” ไม่ปะทะความร้ายจะกลายเป็นดี

ลากต่อไม่ไหว สะพัด “ยุบสภา” “เลือกตั้งใหม่” กลางปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504796

10 ก.พ. 2565 |13:20 น.

ลากต่อไม่ไหว สะพัด "ยุบสภา" "เลือกตั้งใหม่" กลางปีนี้

ภาคเอกชนเสนอรัฐบาล หนุน “ยุบสภา” “เลือกตั้งใหม่” ดีกว่า อยู่กันไปแบบทุกวันนี้ที่ ทั้งปัญหาไม่ได้ และไร้เอกภาพ

เกิดขึ้นไม่บ่อยนักกับท่าทีของภาคเอกชนที่พูดถึงเรื่องการยุบสภาว่าเป็นเรื่องยอมรับได้ ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วน่าปวดใจ ว่าเอกชนมองข้ามเสถียรภาพของรัฐบาลไปนานแล้ว ไม่ตั้งความหวัง แต่ยังต้องพึ่งพาให้ขับเคลื่อนอยู่ รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้รัฐบาลไม่มีเอกภาพ การเมืองมีปัญหา สภาล่มบ่อย อยากให้ถอยคนละก้าว ล่าสุด ปรากฏการณ์พรรคภูมิใจไทย ไม่ร่วมประชุมครม. เพราะมีปัญหาต่อการพิจารณา ขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้ายิ่งกระพือกระแสข่าวยุบสภาเลือกตั้งใหม่  ภาคเอกชนชอบเพราะไม่ส่งผลต่อจิตวิทยาในแง่ลบ เนื่องจากหลายคนกำลังเบื่อหน่าย ตรงกันข้ามการเลือกตั้งจะทำให้เงินสะพัด มีการใช้งบประมาณ การขับเคลื่อนต่างๆเยอะ กระตุ้นเศรษฐกิจดีขึ้นแม้จะเป็นระยะสั้น แต่กระนั้นก็ยังมองว่าการเลือกใหม่น่าจะดีกว่า ถูๆไถๆอยู่กันไปวันๆ เพราะทำให้รัฐบาลกลับมามีเอกภาพ มีการล้างไพ่ใหม่ อาจมีวิธีทำงานใหม่ คนทำงานใหม่ๆ เศรษฐกิจคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้แล้ว

ลากต่อไม่ไหว สะพัด "ยุบสภา" "เลือกตั้งใหม่" กลางปีนี้

แม้แกนนำรัฐบาลจะปากกล้า แต่ทว่าถนนการเมืองทุกสาย ก็มุ่งสู่ปลายทางการเลือกตั้งใหม่ทุกเส้น นับแต่ร้อยเอกธรรมนัส พาพลพรรค21 คน ระเห็จออกจากพรรคพลังประชารัฐ กลิ่นยุบสภาก็สะพัดในแวดวงการเมือง ร้อยเอกธรรมนัส ประเดิมสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ฝ่ามติพรรคร่วมรัฐบาลโหวตหนุนฝ่ายค้านในร่างกฏหมายสุราให้เหตุผลว่าอะไรที่เป็นผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนจะทำอย่างไม่ลังเล อยากให้ประชาชนรากหญ้าหรือผู้ประกอบการสุราพื้นบ้าน เติบโตลืมตาอ้าปากกับเค้าได้บ้าง ไม่ใช่มีเพียงนายทุนที่ผูกขาด  ทั้งที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพิ่งให้สัมภาษณ์ ยังไม่ทันขาดคำ

ลากต่อไม่ไหว สะพัด "ยุบสภา" "เลือกตั้งใหม่" กลางปีนี้

พี่ใหญ่ของพลเอกประยุทธ์ถูกมองว่าไม่มีน้ำยา พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เดินหน้าอย่างคึกคัก เป้าหมายหลักชูพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯในการเลือกตั้งครั้งหน้า นอกจากแรมโบ้ อีสาน ยังมีพ.พาน พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา และมีแบ็กอัพที่ย้ายกลับมาอย่างผู้การชาติ ด้วยเหตุผลที่ตรงไปตรงมา สถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีความสงบ มีการกดดันนายกรัฐมนตรี ตลอดเวลา ต้องหาหลักพิงไว้ ไม่ให้มาบีบไข่ อย่างเช่นทุกวันนี้  ไม่ว่าจะเป็นการไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทย  ปฏิกิริยาหลังการย้ายออกไปของร้อยเอกธรรมนัส อาการถูกบีบของพลเอกประยุทธ์ก็ยิ่งชัดอย่างที่ ดร. เสกสกลว่า เรื่องยุบสภา รอเพียงประชาธิปัตย์และชาติไทยพัฒนา ร่วมสังฆกรรม เมื่อไร ก็มีอันเป็นไปเมื่อนั้นเล็งกันเอาไว้ว่า เลือกตั้งใหม่ไม่เกินเดือนกรกฎา ปีนี้

เลือดเก่าไหลออก “ปชป.” อดีต ส.ส. หลายสมัย ถวิล ไพรสณฑ์ ซบ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504741

นายหัวไทร

10 ก.พ. 2565 |05:16 น.

เลือดเก่าไหลออก "ปชป." อดีต ส.ส. หลายสมัย ถวิล ไพรสณฑ์ ซบ ก้าวไกล

อาจจะแปลกใจเมื่อมีข่าวออกมาว่า “ถวิล ไพรสณฑ์” อดีต ส.ส.หลายสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกไปสังกัดพรรคก้าวไกล… เลือดเก่าไหลออก ปชป. ไปอีกคน

อาจจะแปลกใจเมื่อมีข่าวออกมาว่า “ถวิล ไพรสณฑ์” อดีต ส.ส.หลายสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกไปสังกัดพรรคก้าวไกล 

ที่บอกว่าแปลกใจมีเหตุผลอยู่สองสามประการ

ประการแรก ย้ายแบบข้ามขั้วจากประชาธิปัตย์ซีกรัฐบาลฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไปสังกัดพรรคก้าวไกล ที่อยู่ฝ่ายไม่เอาประยุทธ์และชัดเจนในแนวทางปฏิรูปสถาบัน
 

เหตุผลประการที่สอง คือ “ถวิล ไพรสณฑ์” ถือว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน  กทม. (ระดับ 10) ไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช ในนามพรรคประชาธิปัตย์ คู่กับคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ บุญส่ง ชำนาญกิจ และได้รับเลือกเป็น ส.ส.แบบยกทีม

เพียงแต่ปี 2530 ช่วงเหตุการณ์ 10 มกรา “ถวิล” อยู่ในกลุ่มเดียวกับ วีระ มุสิกพงศ์หรือวีระกานต์ ในปัจจุบันเมื่อสถานการณ์แตกหักจึงออกจากประชาธิปัตย์ ไปร่วมก่อตั้งพรรคประชาชนกับ “เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์” และ “วีระ มุสิกพงศ์” พร้อมรั้งตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคประชาชนด้วย

เลือกตั้งปี 2531 “ถวิล” จึงลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ในเขตเดิม แต่ในนามพรรคประชาชน และระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ศาลตัดสินจำคุก วีระ   ถวิล ฐานะรองเลขาธิการพรรค จึงต้องมารับหน้าที่รักษาการเลขาธิการพรรคแทนวีระ ที่ต้องทำหน้าที่หลายหน้า งานหาเสียงในพื้นที่จึงเบาบางลง ทำให้ “ถวิล”สอบตกในการเลือกตั้งครั้งที่ 2

“ถวิล” ย้ายออกจากประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรคพลังธรรม พร้อมกับตำแหน่งรองประธานสภาในการเลือกตั้งครั้งต่อมา และยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยด้วย

เมื่อสถานการณ์ในพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนไปตามเวลา “ถวิล” จึงย้อนกลับประชาธิปัตย์อีกครั้ง แต่ในการเลือกตั้ง ปี 2562 “ถวิล”ลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อลำดับ 30 กว่า จึงไม่ได้เป็น ส.ส.ในยุคนี้

แต่แม้ไม่ได้เป็น ส.ส. ถวิล เดินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกวัน รับหน้าที่ยกร่างกฎหมาย หรือให้คำปรึกษา ส.ส.ที่จะยกร่างกฎหมายเสนอสภา ระเบียบพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ถวิล เป็นคนยกร่างขึ้นมาเอา

“ถวิล” มีความมุ่งมั่น ตั้งใจขับเคลื่อนการกระจายอำนาจ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในสังคม พยายามผลักดันเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการจัดตั้งจังหวัดจัดการตนเอง แต่ภารกิจนี้ยังไม่สำเร็จ แต่ “ถวิล” ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าผลักดันการกระจายอำนาจ และอยู่ในเหตุผลหนึ่งของการเข้าไปสังกัดพรรคก้าวไกล

  
ในทางการเมืองว่าด้วยเรื่องกระจายอำนาจ หากจะหลับตานึกได้มีนักการเมืองคนไหนสนใจเรื่องการกระจายอำนาจบ้าง ก็จะหลับตาเห็น จาตุรนต์ ฉายแสง  อดีตประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจ ผู้ผลักดันพระราชบัณฑิตแผนแม่บทและขั้นตอนการกระจายอำนาจ หลับตาเห็น  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และแน่นอนว่า ต้องมีภาพของ “ถวิล ไพรสณฑ์” ลอยมาด้วย และในจำนวนนี้ก็จะมี นิพนธ์ บุญญามณี  รมช.มหาดไทย รวมอยู่ด้วย

ส่วน ถวิล ที่ก้าวเดินออกจากบ้านพระแม่ธรณีบีบมวยผมเป็นครั้งที่สอง น่าจะเกิดจากท่าทีของแกนนำภายในพรรคบางคนที่ไม่เห็นหัว ไม่ให้ความสำคัญ และภาวะอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับคนเก่าคนแก่ของพรรคอีกหลายคนที่อึดอัดใจ

เปลี่ยนขั้ว “ถวิล ไพรสณฑ์” อุ้ม ส.ส.สีส้มฝ่าด่าน ปชป.-พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504731

09 ก.พ. 2565 |20:15 น.

เปลี่ยนขั้ว "ถวิล ไพรสณฑ์" อุ้ม ส.ส.สีส้มฝ่าด่าน ปชป.-พท.

เปลี่ยนขั้วเปลี่ยนสี “ถวิล ไพรสณฑ์” ทิ้ง ปชป.มาอยู่ก้าวไกล เฉพาะหน้าศึกบางขุนเทียน ถวิลจะอุ้ม ส.ส.ณัฐชา ฝ่าด่านตระกูลม่วงศิริ และเพื่อไทยเข้าสภาฯ ได้หรือไม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เปลี่ยนขั้ว “ถวิล ไพรสณฑ์” นักการเมืองลายคราม ทิ้ง ปชป.ซบก้าวไกล เหมือนข้ามฝั่งอุดมการณ์ สร้างความตื่นตะลึงให้ทั้งกองเชียร์สองค่าย

กูรูกระจายอำนาจ “ถวิล ไพรสณฑ์” ไม่สนใจสมัคร ส.ส. แต่ขอทำงานกระจายให้กับคนรุ่นใหม่ เหมือนหวังที่จะดันเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นจริง

บางขุนเทียนทำให้ “ถวิล ไพรสณฑ์” พบกับ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ในฐาะคนนครศรีธรรมราช บ้านเดียวกัน จุดเริ่มต้นของคนสองรุ่น

การเปิดตัวของ ถวิล ไพรสณฑ์ วัย 84 ปี ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแบบตลอดชีพ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทั้งบวกและลบ จากกองเชียร์สองฝ่าย

เนื่องจาก ถวิล ไพรสณฑ์ เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ,พรรคประชาชน และพรรคพลังธรรม แล้วก็หวนกลับพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงปี 2556 ถวิลร่วมเคลื่อนไหวกับมวลมหาประชาชนของสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะต้องการเห็นการปฏิรูปการเมืองและกระจายอำนาจ

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ยอมรับว่า ได้เข้าหารือกับถวิล ไพรสณฑ์ต่อเนื่อง จนตอบรับมาร่วมรณรงค์การกระจายอำนาจกับคณะก้าวหน้า

อีกด้านหนึ่งคือ คอนเนกชั่นคนเมืองคอน ระหว่าง ถวิล ไพรสณฑ์ กับ ส.ส.กาย หรือณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. เขตบางขุนเทียน

‘ที่มั่นบางขุนเทียน’

เขตบางขุนเทียน ผูกพันกับ “ถวิล ไพรสณฑ์” ทั้งชีวิตราชการและการเมือง แม้จะเกิดที่ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช แต่ถวิลก็มาเติบโตที่กรุงเทพมหานคร จากเลขานุการนายกเทศมนตรีกรุงเทพมหานคร เป็นหัวหน้าเขตพระนคร เป็น ผอ.เขตบางขุนเทียน และ ผอ.สำนักนโยบายและแผน กรุงเทพมหานคร

ปี 2526 ถวิล ได้รับเลือกเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรค ปชป. ถัดมา ปี 2529 เป็น ส.ส.สมัยที่สอง จากนั้น ปี 2531 ย้ายมาร่วมกับพรรคประชาชน แต่สอบตก

การเลือกตั้ง 2535/1 ถวิลย้ายมาสมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 (เขตบางขุนเทียน,เขตราษฎร์บูรณะ และเขตจอมทอง) พรรคพลังธรรม ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. และได้เป็น ส.ส.มาอีก 2 สมัย

ถวิลเลือกลงสมัคร ส.ส.ที่เขต 9 เพราะเคยดำรงตำแหน่ง ผอ.เขตบางขุนเทียน มาหลายปี จึงมีความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ ซึ่งปี 2550 ถวิลได้เป็น ส.ส.กทม.เขต 10 (บางขุนเทียน) อีกสมัย ก่อนจะไปลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ

ปี 2554 สากล ม่วงศิริ ลาออกจากเพื่อไทยมาอยู่ค่าย ปชป.ได้รับเลือกเป็น ส.ส.เขตบางขุนเทียน สมัยที่ 2 แทนถวิล และสากลสอบตกสมัยที่แล้ว

‘เด็กใต้ในกรุง’

ดังที่ทราบ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กับ “ถวิล ไพรสณฑ์” เป็นชาวนครศรีธรรมราช และเป็น ส.ส.เขตบางขุนเทียนเหมือนกัน

“พี่หวิลครับ เป็นคำเรียกที่ผมเรียกแกบ่อยครั้งที่ขอปรึกษาปัญหา ข้อกฎหมายต่าง ๆ และประสบการณ์ทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร..ถวิล ไพรสณฑ์ เป็น อดีต ส.ส.บางขุนเทียน และอดีต ผอ.เขตบางขุนเทียน ที่สนับสนุนผมมาโดยตลอด..” ข้อความในเฟซบุ๊ค ส.ส.กาย

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เกิดที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช มาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯแต่เด็กๆ มีบ้านพักและทำธุรกิจอยู่แถวย่านเขตบางขุนเทียน

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 ณัฐชาลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตที่ 25 บางขุนเทียน ในสีเสื้อพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่หวังชนะ ขอแค่ 5 พันคะแนน ส่วนตัวเต็งคือ สากล ม่วงศิริ อดีต ส.ส.กทม. พรรค ปชป. และกมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่ พรรคไทยรักษาชาติ

สำหรับกมลพัฒน์นั้นลงสมัคร ส.ส.แทน พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ หรือ สมชาย ไพบูลย์ แกนนำ นปช.เคยลงสมัคร ส.ส.ปี 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่พ่ายตระกูลม่วงศิริ

เมื่อพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ คะแนนของกมลพัฒน์(พรรคเพื่อไทยเดิม) จึงเทไปที่ณัฐชา พรรคอนาคตใหม่ และเอาชนะสากล ม่วงศิริ ด้วยคะแนน 38,340 ต่อ 23,425 คะแนน

การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.กาย ณัฐชา ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า ไม่ใช่ ส.ส.ส้มหล่น โดยมีอดีต ส.ส. 5 สมัยแห่งเขตบางขุนเทียน อย่างถวิล ไพรสณฑ์ เป็นพี่เลี้ยง

ส่วนสากล ม่วงศิริ ค่าย ปชป. ที่แพ้เพราะกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ก็ต้องทุ่มสรรพกำลังของบ้านใหญ่ม่วงศิริ ทวงคืนเก้าอี้ ส.ส. เช่นเดียวกับพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ในสีเสื้อเพื่อไทย คราวนี้ไม่เทคะแนนให้ใครอีกแล้ว

เฉพาะหน้า ถวิล ไพรสณฑ์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของ ส.ส.กาย คนบ้านเดียวกัน

ลับลวง “อนุทิน” เกมสลับขั้ว ย้ายพรรคอำพราง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504700

09 ก.พ. 2565 |16:56 น.

ลับลวง "อนุทิน" เกมสลับขั้ว ย้ายพรรคอำพราง

สถานการณ์ยื้อ-ยุบ “อนุทิน” กวาดต้อนนักเลือกตั้งเข้าพรรค พบดีลประหลาด นักการเมืองรุ่นใหญ่ย้ายสลับขั้วเงียบๆ ระหว่างค่ายบุรีรัมย์กับค่ายดูไบ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ตลาดนัดนักเลือกตั้งคึกคัก “อนุทิน” มีดีลแปลกๆ รับนักการเมืองรุ่นใหญ่สายตรงดูไบเข้าค่ายภูมิใจไทย แต่ก็เสียมือทำงานของเนวินให้ค่ายเพื่อไทย

เหมือนพร้อมรบ “อนุทิน” เร่งจัดทัพภาคอีสาน เป้าหมายใหญ่ในสถานการณ์บัตร 2 ใบ หากเพื่อไทยกวาดยกภาคเหมือนปี 2554 ภูมิใจไทยก็ตกที่นั่งลำบาก

ด้วยเหตุนี้ “อนุทิน” จึงขยับดีลลับดีลลวง หวังให้ภูมิใจไทยใจรอดจากพายุแลนด์สไลด์ ยกธงขาวอีสานเหนือ แต่ก็หวังรักษาที่มั่นอีสานใต้

นับแต่ต่อรองจนได้ปลดล็อกกัญชา อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ลุยหาเสียงทันที เพราะสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ

เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวมทั้งสิ้น 51 คน (ไม่นับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่) ซึ่ง ส.ส.เขตส่วนใหญ่มาจากจังหวัดแถวอีสานใต้

ถ้าเลือกตั้งครั้งใหม่ ตามกติกาบัตร 2 ใบ ค่ายเสี่ยหนูก็จะมีสภาพเหมือนปี 2554 คือพ่ายกระแสพรรคทักษิณ และ ส.ส.งูเห่าที่ดูดมาจากพรรคอนาคตใหม่ เสี่ยงสอบตกหมด

จากปลายปีที่แล้ว จนถึงต้นปีนี้ มีการย้ายพรรคแบบชวนสงสัยอยู่ 2 กรณีคือ ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ สายตรงดูไบ ทิ้งเพื่อไทยมาสังกัดภูมิใจไทย และธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรธานี สายตรงนายใหญ่บุรีรัมย์ ลาภูมิใจไทยกลับบ้านเก่าเพื่อไทย

ดีลประหลาดๆ อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต อนุทิน ชาญวีรกูล จึงมีความมั่นใจในการเปิดเกมบอยคอตไม่เข้าร่วมประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

‘สายตรงบุรีรัมย์’

ไม่รู้ว่ามีเบื้องหลังอะไร “อนุทิน” คงรู้เรื่องนี้ดี เมื่อ ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 (ศุภชัย โพธิ์สุ) และแกนนำภูมิใจไทย ย้ายกลับพรรคเพื่อไทย

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว ธีระชัยสอบตก แต่ก็ยังเป็นประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน ทำงานมวลชนวางเครือข่ายให้ภูมิใจไทย เพื่อเตรียมเลือกตั้งสมัยหน้า

ธีระชัย แสนแก้ว เป็นขุนพลของเนวิน ชิดชอบ ที่ลุยก่อร่างสร้างพรรคภูมิใจไทยมาแต่แรกๆ ทั้งธีระชัยและศุภชัย โพธิ์สุ เปรียบมือซ้ายมือขวาของเนวิน ในการทำงานการเมืองในพื้นที่อีสานเหนือ

เพียงแต่ธีระชัย ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่อุดรธานี ต่างจากศุภชัย โพธิ์สุ ที่ปักธงสีน้ำเงินได้ และยึด อบจ.นครพนมมาเป็นของตระกูลโพธิ์สุ

ว่ากันตามจริง สมรภูมิอีสานเหนือ แบรนด์เนวินขายไม่ได้ แบรนด์หนูขายยาก อย่างที่ จ.เลย ได้มา 1 ที่นั่ง ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของตระกูลทิมสุวรรณ

เมื่อสู้ไม่ได้ ธีระชัย แสนแก้ว จึงกลับเพื่อไทย แต่น่าตั้งข้อสังเกตว่า นายใหญ่บุรีรัมย์รู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่

‘สายตรงดูไบ’

ปลายปี 2564 มีนักการเมืองรุ่นใหญ่ย้ายพรรค “อนุทิน” ก็ไม่ได้ตีข่าวใหญ่โต เมื่อ ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ลาพรรคเพื่อไทยย้ายมาพรรคภูมิใจไทย ซึ่งปัจจุบัน ผ่องศรี แซ่จึง ภรรยาของปวีณ ก็ยังเป็น ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย

ปวีณ แซ่จึง ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ มีฐานเสียงแน่นอยู่ใน อ.ราษีไศล เป็น ส.อบจ.ผูกขาด ก้าวสู่การเมืองระดับชาติ โดยการส่งภรรยา ผ่องศรี แซ่จึง ลงสนาม ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคชาติไทย ปี 2544

ปี 2548 ปวีณลงสนามเอง ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคไทยรักไทย และเป็น ส.ส.มาอีก 2 สมัย ในสีเสื้อพรรคของทักษิณ สมัยที่แล้ว ปวีณสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผ่องศรี ภรรยาลง ส.ส.เขต

ปวิณ แซ่จึง อดีต ส.ส.รุ่นใหญ่ เมืองศรีสะเกษปวิณ แซ่จึง อดีต ส.ส.รุ่นใหญ่ เมืองศรีสะเกษ

ผลเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8 (อ.ราษีไศล,อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ, อ.บึงบูรพ์, อ.ยางชุมน้อย และอ.ศิลาลาด) ผ่องศรีได้ 50,319 คะแนน ทิ้งห่างผู้สมัคร ส.ส.คนอื่นชนิดสู้กันไม่ได้

คนแถว อ.ราษีไศลรู้สึกแปลกใจ ที่เห็นเสี่ยปวีณ สายตรงนายใหญ่ดูไบ จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนค่าย แถมภรรยา ส.ส.ผ่องศรี ก็ยังสวมเสื้อเพื่อไทย

กรณีย้ายค่ายในศรีสะเกษเที่ยวนี้ เหมือนมีดีลอะไรบางอย่าง ระหว่างผู้มากบารมีสองพรรค ซึ่งการที่เสี่ยปวีณยอมทิ้งเพื่อไทยมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ย่อมมีปริศนาที่ต้องถอดรหัสอยู่เหมือนกัน

สลิ่มเฟส2 “เพื่อไทย-ก้าวไกล” เกมตัดแต้ม ซ่อนดาบในรอยยิ้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504597

08 ก.พ. 2565 |20:08 น.

สลิ่มเฟส2 "เพื่อไทย-ก้าวไกล" เกมตัดแต้ม ซ่อนดาบในรอยยิ้ม

ควันหลงเลือกตั้งซ่อมหลักสี่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ขัดแย้งหนัก จากสภาฯล่ม ถึงสลิ่มเฟส2 เหตุสีส้มมาแรง ดับฝันทักษิณแลนด์สไลด์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ซ่อนดาบในรอยยิ้ม “เพื่อไทย-ก้าวไกล” จากสภาล่ม ถึงการป้ายสีสลิ่มเฟส2 สะท้อนเกมชิงไหวชิงพริบในฝ่ายเดียวกัน

มิตรหรือศัตรู “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ในสังคมการเมืองแบ่งขั้ว ยากที่จะข้ามไปดึงคะแนนจากอีกขั้วหนึ่ง ฉะนั้น สองพรรคจึงแย่งตักน้ำบ่อเดียวกัน

รอยร้าวลึก “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ต่างอุดมการณ์ต่างวัฒนธรรม ทักษิณเติบโตมาในระบอบอุปถัมภ์ ส่วนพิธาตัวแทนความคิดก้าวหน้า มุ่งถอดรื้อโครงสร้าง

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลตกอยู่ในสภาพเสื่อมทรุด ขาดเอกภาพ พรรคพลังประชารัฐก็แตกเละ แต่ฝ่ายค้านก็พลอยทะเลาะเบาะแว้งกันเอง ตั้งแต่เหตุสภาฯล่ม ลามไปถึงกลุ่มแคร์โยนระเบิดสลิ่มเฟส2 มาถล่มก้าวไกล

ยกตัวอย่างกรณีสภาฯล่ม มีวิวาทะระหว่าง ส.ส.ก้าวไกล และ ส.ส.เพื่อไทย ทำนองโทษกันไปมา วัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “อวดเก่งในสภา แต่อ่อนด้อยในเกมการเมือง โชว์เหนือ โชว์หล่อผ่านสื่อแล้วให้คนมาอวย…อย่างนี้ก็ไม่เอา ชาวบ้านยังไม่รู้จักว่ามรึงเป็นผู้แทน”

อีกกรณีหนึ่งที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน ลักขณา ปันวิชัย หรือแขก คำผกา พิธีกรช่องวอยซ์ทีวี และแกนนำกลุ่มแคร์ บรรยายผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ “สลิ่ม IN HER EYES” โดยได้อธิบายให้ฟังถึงที่มาและที่ไปของคำว่า สลิ่ม มีทั้งสลิ่มเฟส1 และสลิ่มเฟส2

คำ ผกา ระบุว่า สลิ่มเฟส2 อันหมายถึงพรรคอนาคตใหม่ ที่เกิดจากกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ตาสว่าง ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาโจมตีว่าไม่จริง ติ่งแดงติ่งส้มสาดความเห็นใส่กันไม่ยั้งในโซเชียล

กลุ่มแคร์ถือกำเนิดมาจากอดีตรัฐมนตรี พรรคไทยรักไทยที่ต้องการรีแบรนด์ทักษิณ ชินวัตร ในนามโทนี่ วู้ดซั่ม ดังนั้น บทบาทของคำ ผกา จึงแยกไม่ออกจากเพื่อไทย

‘ควันหลงหลักสี่’

ช่วงเลือกตั้งซ่อมหลักสี่ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” เป็นคู่แข่งตัดแต้มซึ่งกันและกัน ระหว่าง สุรชาติ เทียนทอง และกรุณพล เทียนสุวรรณ

เพื่อไทยผุดแคมเปญโหวตยุทธศาสตร์ เลือกเพื่อไทย เลือกให้ชนะขาด หมายถึงเลือกเพื่อไทยพรรคเดียว ห้ามไปเลือกพรรคที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน ส่วนแคมเปญก้าวไกล เลือกด้วยความหวัง ไม่ใช่ความกลัว

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ปราศรัยว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเลือกด้วยความหวัง อย่าเลือกตั้งด้วยความกลัวว่าจะชนะไหม กลัวว่าเลือกพี่แล้วน้องจะแพ้..”

นี่เป็นอาการบาดหมางของ 2 พรรคระหว่างหาเสียง ซึ่งเลือกตั้งจบ แต่ ส.ส.ในสภาฯไม่ยอมจบ ลามไปถึงกองเชียร์

ประเมินจากการเลือกตั้งซ่อม 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา,ชุมพร และ กทม. ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกล พ่ายยับในภาคใต้ สำหรับเพื่อไทย ไม่ได้ส่งสนามปักษ์ใต้ แต่เพื่อไทย(ไทยรักไทย,พลังประชาชน) แจ้งเกิดไม่ได้ในภาคใต้ตอนบนมากว่า 20 ปีแล้ว

กรุงเทพฯ จึงเป็นสมรภูมิที่เป็นความหวังของเพื่อไทย-ก้าวไกล โดยเลือกตั้งครั้งใหม่ กรุงเทพฯ มี ส.ส.เพิ่ม 3 คน รวม 33 คน ในสถานการณ์ที่ พปชร.ย่ำแย่ ทั้งเพื่อไทย และก้าวไกล ต่างก็หวังโกยที่นั่ง ส.ส. จึงมีการกระทบกระทั่งกันดังที่เป็นข่าว

‘ไม่แลนด์สไลด์’

มิเพียงแต่ในสนามกรุงเทพฯ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ยังจะต้องไปชิงดำกันที่สนามภาคอีสาน และภาคเหนือ

สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า มี ส.ส. 400 คน 400 เขต ซึ่งจากการคำนวนของ กกต. ส่งผลให้ภาคอีสาน มี ส.ส.เพิ่มขึ้น 16 คน รวม 132 คน ภาคเหนือเพิ่มขึ้น 8 คน รวม 61 คน

พรรคเพื่อไทย เดินแนวทางพรรคมวลชน ขายแบรนด์ทักษิณ ขายความเชื่อมั่นในฝีมือเศรษฐกิจ และพื้นฐานนักเลือกตั้งเพื่อไทย ก็มาจากการเมืองเก่าผสมใหม่

ส.ส.เพื่อไทยในปัจจุบัน กว่าร้อยละ 70 มาจากระบอบท้องถิ่นอุปถัมภ์หรือบ้านใหญ่ จึงมีความได้เปรียบเหนือพรรคก้าวไกล

ขณะที่พรรคก้าวไกล(พรรคอนาคตใหม่) เติบโตจากความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของกระแสโลก คนรุ่นใหม่ต้องการถอดรื้อครั้งใหญ่ทุกด้าน ทั้งโครงสร้างอำนาจปรสิต ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และความคิดวัฒนธรรม

แม้ก้าวไกลจะอ่อนประสบการณ์ในการเลือกตั้ง ส.ส.400 เขต แต่สนามกรุงเทพฯ ,อีสาน และเหนือ ก้าวไกลจะตัดแต้มเพื่อไทย ทำให้ความหวังของทักษิณที่ฝันเห็นเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ไม่เป็นจริง

เบื้องลึก “แรมโบ้อีสาน” ผนึกพีระพันธุ์-ชัช เตาปูน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504580

08 ก.พ. 2565 |17:34 น.

เบื้องลึก  "แรมโบ้อีสาน" ผนึกพีระพันธุ์-ชัช เตาปูน

รวมไทยสร้างชาติมาแรงเกินคาด “แรมโบ้อีสาน” เดินหน้าล่าฝัน จับตา พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แม่เหล็กดูดคนดัง พร้อมพันธมิตรชื่อ ชัช เตาปูน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชัดเจนพรรครวมไทยสร้างชาติ “แรมโบ้อีสาน” แพลมชื่อ ชัชวาลล์ คงอุดม จะมาร่วมเป็นพันธมิตรการเมืองในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า


บิ๊กเซอร์ไพรส์ “แรมโบ้อีสาน” ชี้เป้าไปที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จริงเท็จอย่างไร รอดูการเปิดตัวพรรคเดือน มี.ค.2565

ไม่ใช่ทำเล่นๆ “แรมโบ้อีสาน” เอาจริง เตรียมชักชวน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มาร่วมสร้างพรรค พร้อมอดีต ส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่น

โด่งดังชั่วข้ามคืน เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดหน้าดันพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นกองหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ท่ามกลางเสียงวิจารณ์มากมาย บ้างว่าเป็นแผนลวงแผนหลอก ไม่ใช่พรรคสำรองของจริง

ในบทวิเคราะห์ของสื่อทุกสำนัก ต่างขานชื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร ว่าจะมาเป็นผู้ขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ก็ยังไม่มีใครได้ยินสองคนนี้พูดจาว่าอย่างไร

วันที่ 8 ก.พ.2565 เสกสกล อัตถาวงศ์ ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่อง 9 ได้ตอบคำถามเรื่องกระแสข่าว พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ว่า ที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติกับผู้ใหญ่ทั้งสองคนนี้มาโดยตลอด แต่จะมานั่งอยู่ในตำแหน่งใดหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคต


เหนืออื่นใด แรมโบ้อีสานเปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับ ชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ถึงการเป็นพันธมิตรทางการเมือง เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งตามกติกาใหม่ บัตร 2 ใบ

นอกจากนี้ พีระพันธุ์ยังได้เจรจากับเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรค ปชป.ให้มาร่วมงานกันในสีเสื้อรวมไทยสร้างชาติ

‘จับตาพีระพันธุ์’

ความสัมพันธ์ระหว่าง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับ “แรมโบ้อีสาน” น่าจะเริ่มจากการที่ พีระพันธุ์ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง จึงได้มาทำงานร่วมกับเสกสกล ในทำเนียบรัฐบาล

ประมาณเดือน ก.ย.2564 มีปัญหากบฏในพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ จึงส่ง พีระพันธุ์ มาเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เวลานั้น พล.อ.ประวิตร ยังไม่ยอมจัดการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากเลขาธิการพรรค ทำให้พีระพันธุ์ ที่เสนอแผนการปรับปรุงการทำงานของพรรคพลังประชารัฐ ไม่บังเกิดผล

เข้าใจว่า จากจุดนี้เองที่ทำให้เสกสกล และพีระพันธุ์ หันมาคุยกันเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะพรรคสำรอง หากพลังประชารัฐถูกยึดไปโดยกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ช่วงนั้น มีตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคนหนึ่งคือ ชื่นชอบ คงอุดม บุตรชายของ ชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะต้องการมาทำงานร่วมกับพีระพันธุ์ ซึ่งเคยรู้จักกันมาแต่อยู่พรรคประชาธิปัตย์

เวลานั้น ชัชวาลล์ คงอุดม ก็เห็นด้วยที่จะให้ลูกชายไปช่วยงานพรรคพลังประชารัฐ เพราะเห็นว่ามีอุดมการณ์เดียวกันคือ ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เมื่อพีระพันธุ์ ไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงพลังประชารัฐได้ ทั้งชัชวาลล์ และลูกชาย จึงหันมาคุยกับเสกสกล เรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเป็นจริงเป็นจัง

‘วังน้ำเขียวคอนเนกชั่น’

ความสัมพันธ์ของชัช เตาปูน และ “แรมโบ้อีสาน” ยังมีตัวละครที่เคยร่วมงานกับเสกสกล อัตถาวงษ์ มาก่อน นั่นคือ ประนอม โพธิ์คำ เลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท

ประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา โดยการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กำนันประนอมลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากสนามโคราช จำนวน ส.ส.ลดเหลือ 14 คน 14 เขต ซึ่ง อ.วังน้ำเขียว ฐานเสียงของกำนันประนอม ถูกผ่าครึ่งไปรวมกับเขต 10 และเขต 11

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 กำนันประนอม ได้ช่วยแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงษ์ ที่ลงสมัครเขต 10 และสมศักดิ์ พันธ์เกษม ลงสมัครเขต 11 โดยหลังเลือกตั้ง กำนันประนอม และแรมโบ้อีสาน ไม่ได้เป็น ส.ส.

แรมโบ้อีสานได้รับตำแหน่งทางการเมืองมาช่วยงานที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนกำนันประนอมเหมือนจะวางมือ แต่ช่วงต้นปี 2564 สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำสามมิตร และชัชวาลล์ คงอุดม มาชักชวนให้กำนันหวนคืนสังเวียนการเมือง

วังน้ำเขียวคอนเนกชั่น แรมโบ้อีสาน-กำนันประนอม คงช่วยให้พันธกิจพรรคกองหนุน พล.อ.ประยุทธ์ บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

บทเรียนราคาแพง “ส่องกล้อง” ตำรวจต้องตรวจแถว เส้นใหญ่ ยุคไหนเย้ยสังคมจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504434

หนึ่งตะวัน พันดาว

08 ก.พ. 2565 |02:00 น.

บทเรียนราคาแพง "ส่องกล้อง" ตำรวจต้องตรวจแถว เส้นใหญ่ ยุคไหนเย้ยสังคมจริง

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “มาร่วมกันสอดส่องใครเป็นใคร สังคมต้องร่วมส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ วงการสีกากี “กระทรวง-ทบวง-กรม”

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว”สอดส่องสังคมส่องกล้องตรวจแถวข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”OO..โจทย์ใหญ่ ผลพวง. อุบัติเหตุบนท้องถนนหลวงคร่าชีวิต “หมอสาว”จักษุแพทย์ แดดิ้นสิ้นชื่อบนทางม้าลาย เหตุเพราะ. ส.ต.ต.หนุ่ม ซิ่งบิ๊กไบค์ พุ่งชน “หมอสาว”ขณะก้าวเดินข้ามถนน สังคมจุดประกายเรียกร้องปฏิรูปความปลอดภัย สังคายนายกเครื่องตัวบทกฎหมาย “บทลงโทษ” ผู้เกี่ยวข้อง ต่างตื่นตัว ล้อมคอก หยุดยั้งโศกนาฏกรรมสูญเสีย  “บาดเจ็บ-ล้มตาย”บนท้องถนนหลวง..OO..การบ้านข้อใหญ่..ถึงแม้..จะแก้ตัวบทกฎหมาย เพิ่มบทลงโทษสักเพียงใด ตราบใด.. ผู้ใช้รถใช้รถ ทั้ง.. “ผู้ขับขี่-ผู้ใช้ถน” ขาดจิตสำนึก วินัยจราจร “ผู้รับผิดชอบ”หย่อนยาน อย่างหวังว่า..สำเร็จ

เหตุเพราะ..ประการหนึ่ง กฎหมายเปลี่ยนนิสัย-จิตสำนึก-สันดานคนได้ยาก แถม… งัดอำนาจเงินต่อรองพ้นผิดอยู่ร่ำไป เพียงเพราะ… ผู้ปฏิบัติบางคนปล่อยอำนาจเงินอยู่เหนือกฎหมาย นี่คือ.ที่มาที่ไป .สังคมความเป็นจริง..OO..เห็นแล้ว..ใจหาย สถิติ..ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน Thai RSC  ตายวันละเกือบครึ่งร้อน บาดเจ็บวันละนับร้อยนับพัน ปี 2565 แค่เดือนเดียว..ตายกว่า 1,259 ศพ บาดเจ็บ กว่า 73,970 ราย “บวก-ลบ-คูณ-หาร”เฉลี่ยวันละ 41 ศพ  ทุกชั่วโมงเซ่นสังเวย 2  ศพแชมป์อุบัติเหตุ “มอเตอร์ไซด์”นำโด่งสูงลิ่ว..แตะ ร้อยละ 80 ไม่ผิดแผกแตกต่าง สถิติ “มูลนิธิเมาไม่ขับ” เพียง..แค่เดือนมกราฯ  “ บาดเจ็บ-ล้มตาย” นับพัน-นับหมื่น  “มอเตอร์ไซด์” ยังครองแชมป์ ปัจจัยหลัก..สภาพร่างกายไม่พร้อมขณะขับรถ ขับเร็ว ไม่เคารพกฎจราจร นี่คือ..ที่มาที่ไป ต้นสาย-ปลายเหตุ “จุดกำเนิดอุบัติภัยคร่าชีวิตผู้คนบนท้องถนนหลวง’..00

OO..ไม่น่าเชื่อ..ก้อ..ต้องเชื่อ ย้อนอดีต..สมัยก่อน.. รถลาแต่ละคัน กว่าจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เรื่องง่าย  “มอเตอรไซด์” คันละ 2-3 หมื่น ต้องใช้เงินดาวน์ 8 พัน-1 หมื่น..OO..  ผิดกับ..สมัยนี้ ถอยแต่ละคัน ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก เพียง..แค่.. “ตัวเปล่า” กับ “คนค้ำประกัน” ถอยรถกลับบ้านสบายเฉิบ แถม..โปรโมชั่น..แถมเงินติดตัวอีกต่างหาก นี่..ข้อเท็จจริง.. หนึ่งในรากเหง้าของปัญหา หรือว่า..ใครจะเถียง ..OO.. ไหนๆ จะปฏิรูปความปลอดภัยบนท้องถนนหลวง ก้อ..ควรปฏิรูปแบบครบวงจร อะไร..คือ..อุปสรรคปัญหา ก้อ..ต้อง.. “ผ่าตัดยกเครื่อง” น่าจะดี’’  หาก “ผู้เกี่ยวข้อง”ไม่บูรณาการแก้ไข ต่อให้ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก้อ..ไม่สำเร็จ  

“ไทยแลนด์” ยังติดอันอับครองแชมป์อุบัติเหตุต้นๆของโลก..OO..สั่นสะท้าน.. “องค์กรสีกากี” เจอ..ชุดเฉพาะกิจ.. “ไทยคู่ฟ้า” เปิดยุทธการทลายเว็บพนันรายใหญ่ 2 ราย เงินหมุนเวียนนับ 2 หมื่นล้าน เปิดแผลความหย่อนยาน “ผู้รับผิดชอบ” หลายหน่วยงานต่างตื่นตัว จัดระเบียบสังคม ปัดกวาดขยะใต้พรม ออกสตาร์ทก่อนใครเพื่อน กองบัญชาการตำรวจนครบาล..ยุค..พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้นำหน่วย บัญชาการ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. จัดชุดลาดตะเวนออนไลน์กวาดล้าง พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำทีม ผนึกกำลัง พ.ต.ท.เฉลิมพงษ์ ธรรมมียะ – พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์  2 รองผู้กำกับฯ บุกทลายฐานบัญชาการในหมู่บ้านดัง ย่านลาดปลาเค้า “ผู้รับผิดชอบ”ขยับหน่อย..OO

00..ไร้ผล..คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับกำชา กวดขันสถานบริการ ป้องกันมหันตภัยร้าย”โควิดฯ” แพร่ระบาด กลายเป็น.. คลัสเตอร์ใหญ่ หยุดยั้งไม่อยู่..OO    ..“นครบาล-ภูธร”หลายพื้นที่ เย้ยคำสั่ง เปิดสถานบริการเกินเวลา บางแห่งลากยาวยันสว่าง เพียงเพราะ.. “ผู้รับผิดชอบ”หย่อนยาน ยิ่ง.. “สถานประกอบการ” ย่านสาย 2 เสียงเล่า-เสียงลือ “เส้นใหญ่-เส้นก๊วยจั๋บ” แถม..คุยโตโอ้อวด ไม่มีใครกล้าจับ พล.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี รู้สึกอย่างไร….

OO.เสมือน.. “น้ำทิพย์”ชโลมใจ ท่ามกลาง..มรสุมถาโถม  “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” พลัน.. “ผู้สูญเสีย”น.ส.ศิริพร ธรรมเดชะ น้องสาว นายสิทธิโชค ธรรมเดชะ อดีต สจ.สุราษฎร์ธานี ผู้วายชนม์ เข้าขอบคุณ  พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน  ผบก.ป. ช่วยสะสางคดีฆ่าพี่ชาย แกะรอยลากคอนายชาญณรงค์ ดวงสุวรรณ ในวัย 79 ปี ผู้จ้างวานหลบหนีคำพิพากษาประหารชีวิตเกือบ 20 ปี..OO..เจ้าตัวระบายความรู้สึก..เวลารอคอยไม่สูญเปล่า ถึงแม้..ไม่เคยร้องขอความเป็นธรรม พิสูจน์ให้เห็นความเป็นธรรมมีอยู่จริง ตำรวจดีๆปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนยังมีอยู่จริง ขอเป็นกำลังใจให้ตำรวจดีๆมีแรงทำงานต่อไปเพื่อประเทศชาติ นี่คือ..เศษเสี้ยวความรู้สึก.. “ตำรวจกองปราบ”..ไม่ว่า..ยุคไหน สมัยไหน..ไม่เคย..สร้างความผิดหวัง..สมเป็น..หน่วยงาน “ที่พึ่งสุดท้ายประชาชน”..OO..สวัสดี

“หนึ่งตะวัน พันดาว”

ยื้อยุด “ประวิตร” ตั้งสามขุนพล คุม ส.ส.ร้อยซุ้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504462

07 ก.พ. 2565 |20:32 น.

ยื้อยุด "ประวิตร" ตั้งสามขุนพล คุม ส.ส.ร้อยซุ้ม

ยื้อเวลา “ประวิตร” ตั้งสามขุนพล พปชร. สันติ เมืองมะขามหวาน , สุชาติ เมืองชล และชัยวัฒน์ เมืองสิงห์ คุม ส.ส.ร้อยซุ้ม 90 กว่าชีวิต หลอมรวมพลังเฮือกสุดท้าย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พลังประชารัฐโชว์ปึ้ก “ประวิตร” กลางกระแสข่าวแรมโบ้อีสานตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ร.อ.ธรรมนัส วางโพสิชั่นนิ่งเศรษฐกิจไทยเป็นพรรคอิสระ

ดันสามขุนพลกู้พรรค “ประวิตร” ฝากให้ สันติ พร้อมพัฒน์ แม่บ้านพรรค เคียงคู่ สุชาติ ชมกลิ่น และชัยวุฒิ เมืองสิงห์ ดูแล ส.ส. 90 กว่าชีวิตที่เหลืออยู่

สไตล์ทหารการเมือง “ประวิตร” ไม่คิดยาว ยื้อ ส.ส.ร้อยซุ้มค่าย พปชร.ไว้ให้นานที่สุด หลังยุบสภาก็คงตัวใครตัวมัน

บ่ายวันที่ 7 ก.พ.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ ได้เรียกประชุม ส.ส.ที่ประชุมทำการพรรค อาคารรัชดาวัน โดยมีแกนนำพรรค และ ส.ส.มาประชุมกันคึกคัก

ผลการประชุมก็เรื่องสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค โดยมอบให้ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงานและกรรมการบริหารพรรค ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการพรรค แทนสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยคลัง ที่ไปทำหน้าที่เลขาธิการพรรค และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค

ชั่วโมงนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ วางใจให้ 3 ขุนพลใกล้ชิดอย่างสันติ พร้อมพัฒน์, สุชาติ ชมกลิ่น และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ มาดูแล ส.ส. 95 ชีวิต ที่เหลืออยู่ให้มีความอบอุ่น ไม่เคว้งคว้าง ไร้ที่พึ่ง เพื่อยื้อเวลาไปอีกสักระยะหนึ่ง

‘ใจถึงพึ่งได้’

หลังไม่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นแม่บ้านพรรค “ประวิตร” ก็เลือก สันติ พร้อมพัฒน์ หัวหน้าซุ้มเมืองมะขามหวาน และเจ้าของอาคารรัชดาวัน เป็นเลขาธิการพรรค

สันติ พร้อมพัฒน์ มีบุคลิกเป็นคนพูดน้อย แต่เป็นนักการเมืองสไตล์ใจถึงพึ่งได้ เพราะในอดีต สันติเคยเป็นกองหนุนคนสำคัญของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และพรรคความหวังใหม่

นับแต่ปี 2548 สันติย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน จนได้เป็น รมว.คมนาคม ในรัฐบาลของสมัคร จนถึงยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ สันติก็ยังได้เป็น รมว.พัฒนาสังคมฯ

เป็นที่ทราบดีในกลุ่ม ส.ส.ใต้ร่มเงาทักษิณสมัยนั้น สันติเป็นคนใจใหญ่ ขนาดคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ยังใช้บริการให้ดูแล ส.ส.ภาคเหนือ และภาคกลาง สมัยพรรคพลังประชาชน-พรรคเพื่อไทย

ฉะนั้น พล.อ.ประวิตร จึงเรียกใช้สันติ พร้อมพัฒน์ แทนที่จะไปพึ่งบริการสายสามมิตร ของสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

‘ดาวรุ่งมาแรง’

สำหรับคู่กัด ร.อ.ธรรมนัส 2 คนใน พปชร. “ประยุทธ์” ได้เลือกให้มาดูแล ส.ส.ให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันคือ สุชาติ ชมกลิ่น และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น เติบโตใต้ชายคากำนันเป๊าะ แต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สุชาติได้ต่อสายตรงบ้านป่ารอยต่อ ได้ดูแล 3 เขตในชลบุรี และสร้างเครือข่ายในภาคตะวันออก-ตะวันตก

บังเอิญว่า พื้นที่ 3 เขต ส.ส.ชลบุรี ที่สุชาติรับผิดชอบชนะหมด ต่างจากปีกของอิทธิพล คุณปลื้ม สอบตกเกลี้ยง บวกกับเพื่อน ส.ส.อีก 5-6 จังหวัด ทำให้เสี่ยเฮ้งมีกำลังพลประมาณ 17 คน จึงได้ตำแหน่งรัฐมนตรีแรงงาน

สำหรับครูการเมืองของ ส.ส.เฮ้ง คือ สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ อดีตแกนนำกลุ่มกำนันเป๊าะ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งวันนี้ พล.อ.ประวิตร แต่งตั้ง สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ทำหน้าที่นายทะเบียนสมาชิกพรรค

ดาวรุ่งของ พล.อ.ประวิตรอีกคนหนึ่งคือ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดีอีเอส โดยชัยวุฒิมีฐานการเมืองอยู่ที่สิงห์บุรี มีน้องชาย โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นส.ส.สิงห์บุรี และมีภรรยากานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. เขต 1 พลังประชารัฐ

จับตาบทบาทใหม่ สันติ พร้อมพัฒน์ จับตาบทบาทใหม่ สันติ พร้อมพัฒน์

ถ้ายังจำกันได้ ปี 2561 ชัยวุฒิ พา สกลธี ภัททิยกุล ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และณัฏฐพล ทีปสุวรรณอดีต เข้าพบสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ภาค คสช. อันเป็นปฐมบทในการก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ

คุณลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของ ชัยวุฒินั้น เป็นนักบริหารองค์กรธุรกิจมาก่อนจะเล่นการเมือง และเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริหารของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ทั้งสุชาติ และชัยวุฒิ ล้วนเคารพรัก พล.อ.ประวิตร และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ ร.อ.ธรรมนัส มาตลอด ลุงป้อมก็ทราบดี จึงจัดการแยกบ้านให้ต่างคนต่างอยู่

รอดูการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ในเดือน เม.ย.นี้ว่า จะมีการปรับโครงสร้างพรรคครั้งใหญ่อีกหรือไม่

อาชีพไหนต้องได้ค่าแรง มากกว่าอัตราขั้นต่ำ อยากรู้ คลิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/504448

ไพรพราง

07 ก.พ. 2565 |18:20 น.

อาชีพไหนต้องได้ค่าแรง มากกว่าอัตราขั้นต่ำ อยากรู้ คลิก

ของแพงค่าแรงถูก พูดเบา ๆ ก็เจ็บ แต่นอกจาก “ค่าแรงขั้นต่ำ” ที่ต้องลุ้นแล้ว อีกสิ่งที่ต้องรู้คือ “ค่าจ้างมาตรฐานฝีมือ” ที่จะได้รับสูงกว่าค่าแรงทั่วไป ผู้ใช้แรงงานควรศึกษาไว้เพื่อพัฒนาตัวเอง หรือนักเรียนนักศึกษาต้องดู เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกอาชีพต่อไป

ขณะที่ผู้ใช้แรงงานทั่วไทยกำลังลุ้นด้วยใจระทึก กับการปรับเพิ่ม “ค่าแรงงานขั้นต่ำ” ซึ่งปรับขึ้นครั้งสุดท้ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จากนั้นก็ไม่ได้ปรับอีกเลยจนตอนนี้  สวนทางกับค่าครองชีพที่ขึ้นสูงมาก  สินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นราคา หมูแพง ผักแพง น้ำมันแพง จนแฮชแทค #หมูแพงค่าแรงถูก พุ่งติดเทรนด์ในโลกออนไลน์ 

ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยืนยันว่าปรับแน่ แต่ตัวเลขจะเป็น 492 บาท ตามที่ คสรท. เสนอหรือไม่ หรือจะเป็นเท่าใด ยังตอบไม่ได้ รวมทั้งประเด็น “ค่าแรงขั้นต่ำ” เท่ากันทั้งประเทศ ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไป

แต่นอกจากค่าแรงขั้นต่ำแล้ว  รู้กันหรือไม่ว่า  ยังมีค่าแรงขั้นต่ำในกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้ทักษะฝีมือ ที่ต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ซึ่งค่าจ้างแรงงานกลุ่มนี้จะสูงกว่าแรงงานทั่วไป  แต่มีข้อแม้สำคัญคือต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน  ต้องมีความรู้ มีทักษะ มีความสามารถ 

ทั้งนี้ ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ มีจำนวนทั้งสิ้น 96 สาขาอาชีพ โดยล่าสุดเพิ่งมีประกาศปรับเพิ่มเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 ก่อนจะมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 จำนวน 13 สาขาอาชีพ ประกอบด้วย 
     1. ช่างกลึง
     2. ช่างควบคุมเครื่องกลึง CNC
     3. ช่างควบคุมเครื่อง Wire Cut
     4. ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ
     5 ช่างไฟฟ้าภายนอกอาคาร
     6. ช่างโทรคมนาคม (ไมโครเวฟและการสื่อสารดาวเทียม)
     7. ช่างควบคุมด้วยระบบโปรแกรมเมเบิ้ลลอจิกคอนโทรลเลอร์ (Programmable Logic Controller : PLC)
     8. ช่างไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมการจัดงานประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และการแสดง สินค้า (MICE : Meetings Incentives Conventions Exhibitions)
     9. ช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล
     10. พนักงานควบคุมเครื่องจักรรถยกไฟฟ้า
     11. พนักงานควบคุมเครื่องจักรรถยกใช้เครื่องยนต์
     12. ช่างตั้งศูนย์และถ่วงล้อรถยนต์
     13. ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์

ส่วนอาชีพใดได้รับค่าจ้างวันละเท่าไหร่ ต้องมีทักษะฝีมืออย่างไร และอีก 83 อาชีพที่เหลือคืออาชีพไหนบ้าง โดยในส่วนนี้มีอัตราค่าจ้างสูงสุด (ที่ยังปรับขึ้นได้อีก) อยู่ที่ 900 บาทต่อวัน สามารถเช็คได้จากตารางด้านล่างนี้ เพื่อเป็นกำลังใจในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ได้ตามมาตรฐาน  หรือนักเรียนนักศึกษาสามารถศึกษาเป็นแนวทางในการเลือกประกอบอาชีพต่อไป

ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตรา ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)
ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)
ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)
คำชี้แจง ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)
คำชี้แจง ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)คำชี้แจง ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)
คำชี้แจง ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)คำชี้แจง ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 10)
สรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ (ความรู้ ทักษะฝีมือ และความสามารถที่สำคัญ) และอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ รวม 13 สาขาอาชีพ
สรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพสรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพ
สรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพสรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพ
สรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพสรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพ
สรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพสรุปมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และอัตราค่าจ้าง 13 สาขาอาชีพ
สรุปอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 96 สาขาอาชีพ
สรุปอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 96 สาขาอาชีพสรุปอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 96 สาขาอาชีพ
สรุปอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 96 สาขาอาชีพสรุปอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 96 สาขาอาชีพ
สรุปอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 96 สาขาอาชีพสรุปอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 96 สาขาอาชีพ