ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ไม่ทำนาปรังแล้วจะปลูกอะไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503316

ขุนเกษตรพิเรน

30 ม.ค. 2565 |00:05 น.

ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ไม่ทำนาปรังแล้วจะปลูกอะไร

เข้าหน้าแล้ง ประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลจะแจ้งมายังเกษตรกรทุกปี ไม่ให้เกษตรกรทำนาปรัง แล้วให้ปลูกพืชหลากหลายแทน คำถามจึงตามมา การให้ปลูกพืชอย่างอื่น ปลูกอะไรเกษตรกรถึงจะรวย ติดตามได้ที่เจาะประเด็นร้อน โดยขุนเกษตรพิเรน

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน ของทุกปีจะเป็นช่วงฤดูแล้ง ซึ่งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ มักจะมีปริมาณจำกัด โจทย์ใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือ ทำอย่างไรให้เกษตรกรทำการเกษตรให้ได้ผลที่สุด ใช้น้ำน้อยที่สุด เจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่าง เฉลิมชัย ศรีอ่อน สั่งการแบบเข้มข้นลดปัญหาศึกแย่งน้ำและปัญหาราคาข้าว

หัวขบวนอยู่ที่กรมชลประทานที่บริหารจัดการเรื่องน้ำ และ กรมส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบด้านพืชโดยตรง

 เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

คำถามคือ ปลูกพืชน้ำน้อย ลดพื้นที่การทำนาปรัง จะนำสู่ความเป็นรูปธรรมได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกษตรกรเป็นเรื่องสำคัญ “ขุนเกษตรพิเรน” เลียบเลาะทุ่งบางเขน  เจอะเจอ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร “เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง” ถามหาวิธีการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร

“โครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ตั้งแต่การผลิต การจัดการคุณภาพผลผลิต และการตลาด ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพการเกษตร”

ปีนี้ เกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริม 18 จังหวัด มีการเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย จำนวน 545 ครัวเรือน  พื้นที่ 108,441.5 ไร่ ส่วนพื้นที่เพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยรวม 61 จังหวัด (ยกเว้น ภาคใต้)  รวมพื้นที่  145,284.97 ไร่ 16,260 ครัวเรือน (วันที่ 24 ม.ค.65) 

ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ไม่ทำนาปรังแล้วจะปลูกอะไร

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่สนใจหันมาปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง พริก แตงโม ข้าวโพดหวาน เป็นต้น ซึ่งพืชเหล่านี้จะมีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 120 วัน 

ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ไม่ทำนาปรังแล้วจะปลูกอะไร

โดยเฉลี่ยการปลูกข้าวพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้น้ำประมาณ 1,200 – 1,500 ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิต ในขณะที่พืชใช้น้ำน้อยจะใช้น้ำเพียงประมาณไร่ละ 300 – 800 ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิตเท่านั้น…

คำถามของ “ขุนเกษตรพิเรน” ไม่ให้เกษตรกรทำนาปรังแล้วปลูกพืชอย่างอื่น ปลูกอะไรเกษตรกรถึงจะรวย

ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ไม่ทำนาปรังแล้วจะปลูกอะไร

จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรน่าสนใจ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีรายได้ 1,185 บาท/ไร่ (ไม่รวมค่าเช่านา) ในขณะที่เกษตรกรที่พืชชนิดอื่นจะมีรายได้มากกว่านี้

ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ไม่ทำนาปรังแล้วจะปลูกอะไร

ปลูกอะไรดี


แตงกวา 24,760 บาท/ไร่


พริกซอส 37,600 บาท/ไร่


ถั่วเขียว 4,040 บาท/ไร่


ข้าวโพดหวาน 1,450 บาท/ไร่


ถั่วเหลือง 1,490 บาท/ไร่


แตงโม 12,220 บาท/ไร่


มะเขือเทศ 36,800 บาท/ไร่


มันฝรั่ง 60,075 บาท/ไร่


ถั่วสิสง 5,800 บาท/ไร่


หอมแบ่ง 17,030 บาท/ไร่ 


บวบ 32,900 บาท/ไร่ 

ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ไม่ทำนาปรังแล้วจะปลูกอะไร

ขุนเกษตรพิเรน บอกได้เลยว่า รายได้ดีกว่าการทำนาปรังเยอะ ทั้งนี้ ก่อนการเลือกปลูกพืชแต่ละชนิด เกษตรกรควรจะมีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดก่อนเริ่มปลูกเสมอ ตลอดจนประเมินความพร้อมของสภาพพื้นที่ และศักยภาพในการผลิตของเกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามทีเหมาะสม และมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอนด้วย 

ลองเปลี่ยนวิธีคิดดู เกษตรปราณีต ปลูกน้อยได้มาก มองไปที่ตลาดเป็นหลัก ไม่เช่นนั้น เกษตรกรก็จะจมอยู่กับ “ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง” มีทางเลือก มีข้อมูลแล้ว เหลือแค่เกษตรกรเปลี่ยนแนวคิดเท่านั้น

ลุยสวิส “ธรรมนัส” หลบร้อนหรือซ่อนดีลลับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503287

29 ม.ค. 2565 |16:56 น.

ลุยสวิส "ธรรมนัส" หลบร้อนหรือซ่อนดีลลับ

หายหน้าจากเมืองไทย “ธรรมนัส” โผล่สวิตเซอร์แลนด์ พาครอบครัวไปพักผ่อน ท่ามกลางสะพัดแอบพบใครบางคน รวมถึงดีลลับคนดูไบ

ลุยสวิส "ธรรมนัส" หลบร้อนหรือซ่อนดีลลับไม่ได้

หายไปไหน “ธรรมนัส” พาครอบครัวหนีร้อนไปลุยหิมะที่สวิสหรือสวิตเซอร์แลนด์ แต่ไม่ทิ้งความเคลื่อนไหวเรื่องพรรคเศรษฐกิจไทย

ดีลดูไบกระหึ่ม หลังสื่อรู้ข่าว “ธรรมนัส” ไปต่างประเทศ ร้อนถึงไผ่ ลิกค์ คนสนิทผู้กอง ต้องรีบชี้แจง ไม่ได้ไปพบทักษิณ ไม่มีดีลอะไรทั้งสิ้น

กลับจากพักร้อน “ธรรมนัส” คงเดินหน้าขับเคลื่อนพรรคเศรษฐกิจใหม่ ห้วงเวลานั้น อุณหภูมิการเมืองคงร้อนระอุ 

เช้าวันที่ 23 ม.ค.2565 มีข่าวเล็ก ๆ ในเพจ The Room 44 …หลบลมร้อน พาครอบครัวไปพักผ่อน รับลมหนาว ถึงสวิตเซอร์แลนด์ ปิดสวิตช์การเมืองชั่วคราว  “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” บุคคลการเมืองข้ามปี จะเขย่าวงการการเมือง สั่นสะเทือนอีกกี่ริกเตอร์ โปรดติดตามตอนต่อไป

บ่ายวันเดียวกัน ในกลุ่ม ส.ว.มีเสียงร่ำลือเรื่อง “ธรรมนัส” เดินทางออกนอกประเทศแบบเงียบ ๆ จึงตามมาด้วยข่าวใต้ดินว่า ผู้กองนัดพบคนแดนไกล และเรื่องลึก ๆ ลับ ๆ ที่มากไปกว่านั้น

กระทั่งวันที่ 28 ม.ค.2565  จุ๊บจิ๊บหรือ ธนพร ศรีวิราช ภรรยาธรรมนัส ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว เป็นภาพที่เธอยืนอยู่ด้านหน้าโรงแรม Monopol ใจกลางเมืองเซนต์โมริตส์(St.Moritz) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์

ภาพจุ๊บจิ๊บโผล่สวิตเซอร์แลนด์ ช่วยลดกระแสข่าวลือลงไปทันที แต่คนบางกลุ่มก็ยังเชื่อว่า “ธรรมนัส” ต้องไปพบใครบางคน

นัยว่า “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”และธนพร ศรีวิราช พร้อมลูกชาย เดินทางออกจากเมืองไทยมุ่งหน้าสู่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหลบกระแสข่าวร้อนเรื่องแยกตัวออกมาตั้งพรรคใหม่ ซึ่งผู้ใหญ่พรรคพลังประชารัฐ คงอยากให้ข่าวกบฏ 19 มกราเงียบลงในช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม กทม.เขต 9  
 

มีดีลลับหรือไม่

หายหน้าไป 4-5 วัน “ธรรมนัส” ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จึงทำให้ข่าวลือกระพือพัด ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร คนสนิทของผู้กองคนดัง จึงต้องออกมาพูดกับสื่อว่า “ร.อ.ธรรมนัส” เดินไปสวิตเซอร์แลนด์ และไม่ได้ไปหาทักษิณ แต่ไปทำธุระส่วนตัว

พูดถึงสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2564 เฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทีเอดา เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทยและเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทยได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยยังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ร่วมรับประทานอาหารค่ำ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ

นั่นย่อมหมายถึงการเลือกไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ คงไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ และคำบอกเล่าของ ส.ส.ไผ่ ที่ว่า “ธรรมนัส” ไปทำธุระส่วนตัว

จะอย่างไรก็ตาม ความระแวงแคลงใจต่อ ร.อ.ธรรมนัส ย่อมไม่จางหายไปจากคนการเมืองบางกลุ่ม เนื่องจาก ธรรมนัส เติบโตมาจากพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทย หากไม่ใช่เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชักชวนมาอยู่พลังประชารัฐ  ธรรมนัส ก็คงเป็นแม่ทัพภาคเหนือให้คนแดนไกล

‘เปิดเกมรุก’

หลัง ไผ่ ลิกค์ แจ้งข่าวว่า “ธรรมนัส” ไปสวิตเซอร์แลนด์วันที่ 28 ม.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้แถลงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับอนาคตของกลุ่ม ส.ส.ที่ถูกขับจากพรรคว่า “..จะมาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ มีอุดมการณ์ที่จะพัฒนาประเทศชาติให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีแบบยั่งยืนและยึดมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมืองนั่นคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

ร.อ.ธรรมนัส ยังย้ำว่า การแยกตัวของผมและกลุ่มพี่น้อง ส.ส.มาอยู่พรรคใหม่นั้นไม่ใช่เป็นการต่อรองเพื่อต้องการตำแหน่งเก้าอี้ทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น

ถัดมา ทีมงาน ส.ส.ของกลุ่มธรรมนัส ก็ร่อนข่าวแจกว่า พรรคเศรษฐกิจไทย มีหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2565 เพื่อแจ้งรายชื่อ ส.ส. จำนวน 18 คน ได้ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2565 

พรรคพลังประชารัฐ มีมติขับ 21 ส.ส.กลางดึกวันที่ 19 ม.ค.2565 พอวันรุ่งขึ้น ร.อ.ธรรมนัส และ 17 ส.ส. ก็เขียนใบสมัครเข้าพรรคเศรษฐกิจไทยทันที เว้นแต่ 3 คน คือ เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ,วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น และสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา 

ไม่แปลกที่จะมีข่าวพาดหัวสื่อใหญ่หลายสำนักตอนเช้าวันที่ 23 ม.ค.2565 ว่า สองพ่อลูกตระกูลช่างเหลา จะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ส่วนสมศักดิ์ พันธ์เกษม ได้ทำหนังสือขอให้หัวหน้าพรรคทบทวนมติขับออกจากพรรค 

สัปดาห์หน้า “ร.อ.ธรรมนัส” คงกลับถึงเมืองไทย และเดินหน้าเปิดสาขาพรรคเศรษฐกิจไทยทั่วประเทศ เพราะเวลานี้ ได้ประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรคไปแล้ว 2 จังหวัดคือ สมุทรสาคร และสมุทรปราการ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง สององครักษ์ “สันติ-สุชาติ” ใครคั่วเลขาพปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503177

28 ม.ค. 2565 |17:33 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง สององครักษ์ "สันติ-สุชาติ" ใครคั่วเลขาพปชร.

สององครักษ์ “สันติ-สุชาติ” ต่างวัยต่างบารมี ใครคั่วเลขาพปชร. ซินแสเข่ง ผ่าดวงดาวฤกษ์ฉลองปีใหม่ ให้เห็นกันชัดๆ ใครกันแน่จะเป็นตัวจริงรั้งเก้าอี้ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่

หลังกระแสพรรคเริ่มตก ชื่อของ “สันติ-สุชาติ” กลับมาอยู่ในความสนใจคอการเมืองอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เลือก สันติ พร้อมพัฒน์ นั่งรักษาการ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แต่อนาคต ใครคั่วเลขาพปชร.ตัวจริงกันแน่ ซินแสเข่ง เปิดดวงสององครักษ์ให้เห็นชัดๆ


ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึกดวงชะตาคู่แข่งคนสำคัญ หลังหน.พรรค พปชร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประกาศแต่งตั้ง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค ให้เป็นเลขาธิการคนใหม่แทนที่ว่างลง 

ซินแสเข่ง ผ่าดวงคุณสันติ พร้อมพัฒน์ ตกดวงเกิด วันอังคารที่ 1 มกราคม 2495 วัย 71 ปี ดวงชะตาครูบาอาจารย์ มีความพยายามมีความตั้งใจ อีกทั้งไม่นิ่งอยู่กับที่ ทะเยอทะยาน เพราะได้ดาวเกตุเสริมวัน เสริมดวงชะตาให้ได้รับการเกื้อกูล ได้รับความไว้วางใจ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ที่ดี ถึงแม้นจะทำอะไรก็มักจะเบียดเบียนตนเองเสมอ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง สันติ พร้อมพัฒน์ซินแสเข่ง ผ่าดวง สันติ พร้อมพัฒน์

ซินแสเข่ง วัดดวง คุณสุชาติ ชมกลิ่น รัฐฒนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เกิดวันจันทร์ที่ 15 กรกฏาคม 2517 คู่แข่งคนสำคัญ ที่มีดาวอุปสรรค เข้ากุมดวงชะตาตลอดปี 2565 กับเรื่องที่อึดอัดหงุดหงิด ปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้ง ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง

ซินแสเข่ง ผ่าดวงสุชาติ ชมกลิ่นซินแสเข่ง ผ่าดวงสุชาติ ชมกลิ่น

ในดวงชะตาระวังทำคุณคนไม่ขึ้น ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ หรืออาจถูกมองในแง่ร้าย ปีนี้ครบรอบปีเกิด แต่รอบอายุกับเข้าเคราะห์ ให้ระวังปัญหาจากการกระทำที่อาจสร้างความขัดแย้งให้กับตนเอง ก่อให้เกิดความเป็นศัตรู อีกทั้งคิดอะไรก็มักจะเบียดเบียนตนเอง ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ

ซินแสเข่ง สรุปว่านาทีนี้ ดวงของ คุณสันติ พร้อมพัฒน์ ถือว่าเหนือกว่าคุณสุชาติ ซึ่งมีดาวอุปสรรคกุมดวงชะตา ทำให้การบริหารงานเป็นอุปสรรค แต่คุณสันติ ไม่ตกดวงเข้าเคราะห์ ได้ดาวหนุนดวง ส่งผลให้ได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคง ในพรรค แต่ก็ต้องเตือนให้ระวัง ที่อาจจะมีความคิดขัดแย้ง ความคิดที่จะสวนทางกับนาย อาจมีผลก่อให้เกิดความแตกแยกวุ่นวาย สับสนไม่เข้าใจ สงผลให้เกิดการปะทะขึ้นได้

ใครเต็งแชมป์ “เลือกตั้งซ่อมหลักสี่” อรรถวิชช์ สุรชาติ มาดามหลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503172

28 ม.ค. 2565 |16:49 น.

ใครเต็งแชมป์ "เลือกตั้งซ่อมหลักสี่"  อรรถวิชช์ สุรชาติ มาดามหลี

เลือกซ่อมไม่ใช่เลือกตั้งใหญ่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” อิงฐาน ปชป. ตีคู่สูสี สุรชาติ เทียนทอง จับตาคืนสุดท้าย มาดามหลีพลิกแซงชนะได้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มาแรงโค้งสุดท้าย “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” พรรคกล้า ตีคู่สูสีสุรชาติ เทียนทอง และเหนือกว่ามาดามหลี ภรรยาสิระ แชมป์เก่า

เลือกซ่อมไม่ใช่เลือกตั้งใหญ่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” รับอานิสงส์ ปชป.ไม่ลงสนาม แต่แคมเปญเพื่อไทยชนะให้ขาด เลือกสุรชาติ ประมาทไม่ได้

เต็งหนึ่ง “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” บดบี้เต็งสอง สุรชาติ จับตาเต็งสาม มาดามหลีมีลุ้นด้วยกลไกจัดตั้งรากหญ้าเมืองหลวง บวกกลยุทธ์คืนสุดท้าย

ใครเต็งแชมป์ "เลือกตั้งซ่อมหลักสี่"  อรรถวิชช์ สุรชาติ มาดามหลี

สมรภูมิเลือกตั้งซ่อม เขต 9 เขตหลักสี่ และเขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักร และแขวงจอมพล) มาถึงโค้งสุดท้าย ก่อนเปิดคูหาหย่อนบัตรเลือกตั้งวันที่ 30 ม.ค.2565 เกจิการเมืองต่างฟันธงว่า เหลืออยู่ 3 คนเท่านั้น ที่มีจะโอกาสคว้าชัย ได้แก่ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคกล้า, สุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย และสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ

นักวิชาการที่เชี่ยวชาญการเลือกตั้งชี้ชัดว่า หากประเมินเรื่องกระแส อรรถวิชช์และสุรชาติ จะเบียดกันเข้าป้าย ส่วนมาดามหลี ก็มีโอกาสเข้าป้ายด้วยกลยุทธ์และการจัดตั้งล้วนๆ ไม่มีกระแสช่วย

‘โอกาสพรรคกล้า’

หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามหลักสี่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ก็โดดเด่นขึ้นมาทันที เนื่องจากอรรถวิชช์ เคยเป็น ส.ส.กทม. พรรค ปชป.มาก่อน

เลือกตั้งปี 2550 อรรถวิชช์ ได้เป็น ส.ส.กทม.เขต 4 (จตุจักร,ราชเทวี,หลักสี่) พร้อมบุญยอด สุขถิ่นไทย และสกลธี ภัททิยกุล

ใครเต็งแชมป์ "เลือกตั้งซ่อมหลักสี่"  อรรถวิชช์ สุรชาติ มาดามหลี

เลือกตั้งปี 2554 อรรถวิชช์ได้รับเลือกเป็น ส.ส.กทม.เขต 9 (จตุจักร) ได้ 42,352 คะแนน ในสีเสื้อ ปชป.อีกสมัย แต่มาสอบตกเมื่อครั้งที่แล้ว

เพียงแค่อรรถวิชช์ลงสนาม ก็มีแต้มบุญสะสมจาก พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ค่าย ปชป.ที่ได้ 16,255 คะแนน แต่ฐานเสียงของ ปชป.ในเขตหลักสี่ มีมากกว่านี้ เพียงแต่สมัยที่แล้ว พวกเขาเหล่านั้น ขอเป็นเอฟซีลุงตู่เฉพาะกิจ คะแนนจึงหล่นหายไป

‘ชนะให้ขาด’

คู่แข่งที่จะเบียด “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ได้ก็มี สุรชาติ เทียนทอง แชมป์เก่าหลักสี่ ตอนเลือกตั้งปี 2554 เขตหลักสี่-เขตดอนเมือง(1 แขวง) สุรชาติเอาชนะสกลธี ภัททิยกุล ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

เลือกตั้งปี 2562 เขตหลักสี่-เขตจตุจักร (2 แขวง) สุรชาติพ่ายสิระแค่หลักพัน แต่มีข้อน่าสังเกตว่า การเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่าน สุรชาติได้ประมาณ 32,000 คะแนน

สำหรับปีนี้ สถานการณ์เปลี่ยน เลือกตั้งซ่อมไม่ใช่เลือกตั้งทั่วไปที่มีเป้าหมายชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ธรรมชาติของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จะหันไปโฟกัสที่ตัวผู้สมัคร ส.ส.มากกว่าพรรค

หากสุรชาติชนะหนนี้ ก็น่าจะเป็นแบรนด์สุรชาติ ที่คลุกคลีอยู่ในเขตหลักสี่มา 17 ปี ไม่ใช่กระแสเพื่อไทย

‘ลุ้นคืนสุดท้าย’

เต็งสามอย่าง สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ จะพลิกแซงเอาชนะ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” และสุรชาติ เทียนทอง ก็ต้องอาศัยกลเกมของ สิระ เจนจาคะ ซึ่งมีความช่ำชองในกลยุทธ์หาเสียงนอกแบบ

สมัยที่แล้ว สิระได้ 34,907 คะแนน เมื่อคลี่คะแนนออกมาดู มีทั้งกระแสความนิยมลุงตู่ ,ฐานเดิมสกลธี ภัททิยกุล ที่เคยเป็น ส.ส.เขตนี้ และคะแนนนิยมส่วนตัวของสิระ

ฉะนั้น โค้งสุดท้ายมาดามหลี หรือสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ จึงหันมาชูแคมเปญรักลุงตู่ กาเบอร์ 7 แม้ครั้งนี้ กระแสลุงตู่จะไม่แรงเท่าปี 2562 แต่ก็ดีกว่าชูลุงป้อม ที่เป็นจุดอ่อนของพรรค

ใครเต็งแชมป์ "เลือกตั้งซ่อมหลักสี่"  อรรถวิชช์ สุรชาติ มาดามหลี

ที่น่าสนใจ เขตหลักสี่-จตุจักร มีที่ตั้งหน่วยทหารอยู่หลายแห่ง ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย, มณฑลทหารบกที่ 11, พัน.ร.มทบ.11 ,กรมยุทธโยธาทหารบก, กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1, กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 1, กรมยุทธบริการทหาร ,สำนักงานแพทย์ทหาร ,กรมยุทธบริการทหาร ,สำนักงานยุทธโยธาทหาร, สำนักสวัสดิการทหาร ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีชุมชนริมคลองเปรมประชากร ,คลองบางเขน และคลองบางบัว ซึ่งถือว่าเป็นคนรากหญ้าเมืองหลวง ทั้งค่ายทหารและชุมชนริมคลอง น่าจะเป็นตัวแปรพลิกเกมให้พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพลังประชารัฐได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่หลักสี่-จตุจักร จะเป็นผู้ตัดสิน 30 ม.ค.2565 พลังประชารัฐจะรักษาแชมป์ไว้ได้ เพื่อไทยจะกลับมา พรรคกล้าจะแจ้งเกิด หลังปิดหีบเลือกตั้งวันนั้นได้รู้กัน

ศบค.แถลง “โควิดวันนี้” ยอดผู้ติดเชื้อเกิน8,000 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503130

28 ม.ค. 2565 |11:44 น.

ศบค.แถลง "โควิดวันนี้" ยอดผู้ติดเชื้อเกิน8,000 ราย

เกาะติด แถลงข่าว “โควิดวันนี้” ยอกผู้ติดเชื้อเกิน8,000 ราย สธ.เตรียมประกาศเป็นโรคประจำถิ่น ไม่รอองค์การอนามัยโลก

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้พบจํานวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 8,450 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,239 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 211 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 28 คน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตสะสม 428 คน แล้ว

โต้เพื่อไทย “เพชร กรุณพล” ชูเลือกแบบปี 62 ปลุกพลังปฏิวัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503075

27 ม.ค. 2565 |20:30 น.

โต้เพื่อไทย "เพชร กรุณพล" ชูเลือกแบบปี 62 ปลุกพลังปฏิวัติ

หวั่นซ้ำรอยภาคใต้ “เพชร กรุณพล” ได้แต้มน้อยกว่าที่คาด ก้าวไกลชูเลือกเหมือนปี 62 ปิยบุตรกระตุ้นเยาวชนออกไปเลือกแบบปฏิวัติ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เพื่อไทยชูเลือกให้ชนะขาด “เพชร กรุณพล” มีหนาว ก้าวไกลแก้เกมเลือกให้เหมือนเลือกตั้งใหญ่ เพราะผลเลือกตั้งซ่อมที่ภาคใต้ยังตามหลอน

ครั้งที่แล้วได้ 2.5 หมื่นแต้ม “เพชร กรุณพล” เป็นเกณฑ์วัดกระแสพิธาในเมืองหลวง ถ้าได้คะแนนต่ำกว่านี้ ย่อมสะท้อนอาการขาลงของค่ายสีส้ม

หวั่นเยาวชนไม่ออกมาเลือก “เพชร กรุณพล” คณะก้าวหน้าเสนอแนวทางเลือกแบบปฏิวัติ งานเขียนศาสดาของปิยบุตร หวังกระตุ้นพลังสามนิ้ว

พรรคก้าวไกล ทุ่มสรรพกำลังลงสนามเลือกตั้งซ่อม เขต 9 กทม.(หลักสี่-จตุจักร) ช่วยหาเสียงให้ กรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร กรุณพล ช่วงโค้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทย ออกแคมเปญเลือกชนะให้ขาด หมายความว่า ขอแรงฝ่ายประชาธิปไตย อย่าไปเลือกพรรคอื่น เลือกเพื่อไทยพรรคเดียว

เมื่อเกมออกมารูปนี้ พรรคก้าวไกลก็เข็นแคมเปญเลือกให้เหมือนเลือกตั้งใหญ่ หวังระดมผู้คนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากๆ อย่าคิดว่าแต่เป็นเลือกตั้งซ่อม ไม่มีความหมายอะไร ก็พากันนอนหลับทับสิทธิ์

ตอนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 สุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.กทม. ได้ 32,115 คะแนะ ส่วน กฤษณุชา สรรเสริญ พรรคอนาคตใหม่ ได้ 25,735 คะแนน แม้ผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ จะไม่ชนะ แต่ก็เป็นคะแนนที่เหนือความคาดหมาย

กฤษณุชา สรรเสริญ ไม่ใช่คนเด่นคนดัง ทำงานด้าน IT เป็นนักวิเคราะห์ระบบโปรแกรม บริษัท ซี คอมมูนิเคชั่น จำกัด และเวลาว่างจะขับวินมอเตอร์ไซต์ อยู่วินซอยลาดพร้าว 38 ฉะนั้น ดาราดังอย่าง “เพชร กรุณพล” ถ้าได้ไม่ถึง 2 หมื่นคะแนน ย่อมทำให้ก้าวไกลเสียหายแน่

‘เลือกแบบปี 62’

พรรคก้าวไกล ไม่ลังเลที่จะเลือก “เพชร กรุณพล” เพราะเป็นนักแสดงที่สนใจการเมือง และมีเอฟซีมากมาย เข้าสเปกทั้งดังและโดน

กรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร กรุณพล อยู่ในความสนใจของสื่อหลัก เพราะเพชรจะแสดงความเห็นวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์แบบแรงๆ ในช่วงที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จึงหวังที่จะเห็นพลังคนรุ่นใหม่ ออกมาเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค จึงผุดแคมเปญ “เลือกให้เหมือนเลือกตั้งใหญ่ เลือกก้าวไกล กาเพชร กรุณพล เบอร์ 6”

ส.ส.ก้าวไกลหลายคน พยายามบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มันยิ่งใหญ่มากกว่าแค่การเลือกตั้งซ่อม มากกว่าแค่การเลือกผู้แทนของชาวหลักสี่ ชาวจตุจักร แต่มันคือการบอกว่า พวกเราต้องการพรรคการเมืองแบบไหนที่จะมาตอบโจทย์ของเราได้

ขณะเดียวกัน พรรคก้าวไกล ก็จัดอีเวนท์เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 23 ม.ค.2565 คือ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พร้อมชนทุกปัญหา เหมือนต้องการกระตุ้นคนกรุงเทพฯทางอ้อมให้พร้อมใจกันออกเลือกเพชร กรุณพล

‘เลือกแบบปฏิวัติ’

ด้วยหวั่นว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่ออกมาเลือก “เพชร กรุณพล” คณะก้าวหน้า โดยปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่นิ่งนอนใจ อาศัยหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊ค Common School ว่าด้วยนักปฏิวัติกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อเขียนของ อันโตนิโอ กรัมชี่ มาร์กซิสต์คนสำคัญของชาวอิตาลี เมื่อปี 1919

กรัมชี่ เป็นนักปฏิวัติ นักลัทธิมาร์กซ ได้ตอบคำถามว่า เหตุใดชนชั้นแรงและชาวนาไม่ทิ้งการเลือกตั้งของระบอบกระฎุมพี แล้วคาดหวังอะไรได้บ้าง เมื่อลงสู่สนามเลือกตั้ง

“นี่คือข้อเขียนของอันโตนิโอ กรัมชี่ มาร์กซิสต์คนสำคัญชาวอิตาลี ที่ได้ทิ้งข้อคิดเห็นและแนวทางต่อการลงเลือกตั้ง เพื่อทำลายระบอบกระฎุมพีที่ครอบงำระบบประชาธิปไตยและระบบกฎหมาย ทำไมกรัมชี่ถึงเสนอให้ทุ่มทุกสรรพกำลังและทุกวิถีทางเพื่อจัดตั้งมวลชนจำนวนมากผ่านระบบสภา ความคิดแบบไหนที่เราต้องพกเข้าสภา เพื่อจะสร้างรัฐบาลที่มั่นคงและเข้มแข็งในเงื่อนไขทางการเมืองของอิตาลี

พรรคก้าวไกลชูแคมเปญ เลือกเหมือนเลือกตั้งใหญ่พรรคก้าวไกลชูแคมเปญ เลือกเหมือนเลือกตั้งใหญ่

ในเวลานั้น (ซึ่งอาจจะคล้ายกับบางประเทศในเวลานี้ก็เป็นได้)…” ปิยบุตรที่ชวนทุกคนอ่านเรื่องนักปฏิวัติกับการเลือกตั้ง

เหมือนปิยบุตร ต้องการจะบอกเยาวชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป อย่าได้หันหลังให้กับระบบสภา ฝ่ายประชาธิปไตยต้องทุ่มทุกสรรพกำลังและทุกวิถีทาง เพื่อจัดตั้งมวลชนจำนวนมากผ่านระบบสภา

พูดง่ายๆ ฝ่ายประชาธิปไตยต้องแปรการเลือกตั้งภายใต้กติการัฐธรรมนูญ 2560 ให้เป็นการเลือกแบบปฏิวัติ เพื่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

เดิมพันกัญชา “อนุทิน” ทำไม่ได้สะเทือนบุรีรัมย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503037

27 ม.ค. 2565 |15:58 น.

เดิมพันกัญชา "อนุทิน" ทำไม่ได้สะเทือนบุรีรัมย์

ใกล้เรือล่ม “อนุทิน” รุกใหญ่ชิงจังหวะลุงตู่ย่ำแย่ ปลดล็อกกัญชา ชาวบ้านปลูกไม่ถูกจับ ไม่ลงมือทำ สมัยหน้าหาเสียงลำบาก เนวินที่จุดพลุกัญชาเสรีก็เสียรังวัด คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อาศัยจังหวะชุลมุน “อนุทิน” รุกดันร่างกฎหมายกัญชง กัญชาเข้าสภาฯ เพื่อดันนโยบายปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้นให้เป็นจริง เตรียมรับเลือกตั้งสมัยหน้า

หลังเนวินจุดพลุกัญชาเสรี “อนุทิน” รับลูกทำเป็นนโยบายเสรีกัญชาเพื่อการแพทย์ มาหาเสียง จนได้ใจสายเขียวทั้งประเทศ พอเป็นรัฐบาลแล้วกลับเจอตอ ส่อเค้ากัญชาไม่เสรี

พปชร.ป่วนเข้าทาง “อนุทิน” เปิดเกมรุกปลดล็อกกัญชา บิ๊กตู่หวั่นรัฐนาวาล่ม ส่งซิกบอร์ด ป.ป.ส.ถอดกัญชาออกจากยาเสพติด อาจารย์ใหญ่เนวินยิ้มหน้าบาน

ต้องยอมรับว่า เลือกตั้งสมัยที่แล้ว พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบายกัญชาเสรี เป็นยุทธศาสตร์หาเสียงของพรรค สร้างความแตกต่างในตลาดการเมือง แต่หลังจากเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ เรื่องกัญชากลับไม่รื่นรมย์ เมื่อเจอตอกที่ชื่อ ป.ป.ส.

แม้ปลายปีที่แล้ว พรรคภูมิใจไทยผลักดันกฎหมายในสภา จนนำมาสู่การบังคับใช้ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 แต่ยังถอดกัญชาออกจากยาเสพติดไม่ได้ เพราะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือ บอร์ด ป.ป.ส. ที่มีวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กังวลเรื่องการขัดกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ

หลังฉลองปีใหม่ไม่กี่วัน พรรคภูมิใจไทย ก็เปิดเกมรุกเรื่องชาวบ้านปลูกกัญชาต้นสองต้นแล้วถูกจับ เพราะตำรวจหรือ ป.ป.ส. ประกาศปลูกกัญชาจะจับกุมทันที

24 ม.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หยิบเรื่องบอร์ด ป.ป.ส.ไม่ปลดล็อกกัญชา ไปอธิบายให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฟังกันกลางห้องประชุม ครม.

25 ม.ค.2565 บอร์ด ป.ป.ส.ที่มี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้กัญชาและกัญชงพ้นจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 แต่มีการออกข้อกำหนดควบคุม เพื่อไม่นำไปใช้ทางที่ผิด พร้อมจะเร่งให้กฎหมายดังกล่าว มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 120 วัน

26 ม.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กัญชา กัญชง พ.ศ. … ต่อสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งหมดนี้คือ กระบวนท่าของแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่เปิดยุทธการม้วนเดียวจบ ในช่วงจังหวะที่มีศึกเลือกตั้งซ่อมภาคใต้ และความขัดแย้งแตกหักในพลังประชารัฐ อันสะท้อนเสถียรภาพที่ง่อนแง่นของรัฐบาลประยุทธ์

ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขี้หากใครพูดว่า ภูมิใจไทยเอาเรื่องกัญหามาหาเสียง เขาก็ยอมรับว่า ใช่ เพราะพรรคหาเสียงเรื่องกัญชามาตั้งแต่ปี 2561

ที่สำคัญ เหลือเวลาอีกไม่นานก็ยุบสภา หากชาวปลูกกัญชาแล้วถูกจับ ภูมิใจไทยจะเอาอะไรไปหาเสียง และสิ่งที่ทำในวันนี้ ก็ตอกย้ำแคมเปญของค่ายสีน้ำเงินที่ว่า “พูดแล้วทำ” สมกับฉายาพรรคปฏิบัติการ

‘อาจารย์ใหญ่จุดพลุ’

ก่อนที่ “อนุทิน” จะนำเอาเรื่องกัญชาไปหาเสียงช่วงเลือกตั้งปี 2561-2562 เนวิน ชิดชอบประธานบริษัทบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ในฐานะอาจารย์ใหญ่ของคนภูมิใจไทย ได้จุดพลุเรื่องกัญชาเสรี ผ่านสื่อออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2560

หลังจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ เนวิน ชิดชอบ จัดงานสนับสนุนการปลูกกัญชาที่บุรีรัมย์ พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อว่า สนับสนุนแนวคิดนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ปลูกได้ครอบครัวละ 6 ต้น แถมยังบอกว่า ถ้าทำเรื่องกัญชาเสรีไม่ได้ ตัวเขานี่แหละจะออกมาไล่รัฐบาลเป็นคนแรก

ย่างเข้าปีสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์ นโยบายปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น ยังไม่ปรากฏเป็นจริง พรรคภูมิใจไทยจะเอาอะไรมาหาเสียงสมัยหน้า

ช่วงต้น ม.ค.2565 ศุภชัย ใจสมุทร จึงเปิดประเด็นปลูกกัญชาถูกกฎหมาย ทำไมยังถูกจับ แถมประกาศบอกชาวบ้านให้ปลูกเลย ใครถูกตำรวจจับ แจ้ง ส.ส.ภูมิใจไทย

วิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เข้าทางคนภูมิใจไทย ใครก็ตาม หากปลูกกัญชาแม้แต่ต้นเดียว ก็จะถูกจับดำเนินคดี

ฝ่ายภูมิใจไทยจึงรุกต่อ เพราะรู้ดีว่า เสถียรภาพรัฐบาลประยุทธ์เหมือนเรือเหล็กใกล้จม และในที่สุด นายกฯประยุทธ์ ต้องกระซิบรองนายกฯวิษณุ ให้ บอร์ด ป.ป.ส. ยอมปลดล็อกให้ปลูกกัญชา เพื่อการแพทย์และเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่เปิดช่องให้มีการใช้ในทางที่ผิด

ส่วนเรื่องจะปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น ต้องรอกฎหมายกัญชง กัญชา คลอดออกมาเสียก่อน แม้จะไม่จบในสภาฯชุดนี้ แต่ค่ายสีน้ำเงินก็คงไปบอกชาวบ้านว่า ขอโอกาสเข้าสภาอีกรอบ เพื่อสานต่อเรื่องนี้

‘พรรคหนูดิ้นได้’

ตั้งแต่ “อนุทิน” เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็สร้างแบรนด์ใหม่ จากพรรคเลือกขั้ว เป็นพรรคทางเลือกคือ เลือกใครก็ได้ ไม่ผูกติดขั้วใดขั้วหนึ่ง ตามสไตล์หัวหน้าพรรคฉายา หนูดิ้นได้

สำหรับการบริหารงานในพรรค เนวิน ชิดชอบ ได้วางแนวทางสร้างพรรคแบบบ้านใหญ่ คือผู้ใหญ่ของพรรคดูแล ส.ส.แบบทั่วถึง ไม่ให้อดอยากปากแห้ง จัดสรรตำแหน่งให้เท่าเทียมกัน

ต่างจากพรรคใหญ่บางพรรค ที่มีซุ้มเยอะ ส.ส.คนไหนวิ่งหาซุ้มอยู่ไม่ได้ ก็ตกระกำลำบาก ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ทำให้การช่วยเหลือประชาชนติดขัด

ดังนั้น ภูมิใจไทยจึงซีเรียสเรื่องกัญชา เพราะเป็นนโยบายหลัก และจุดขายของพรรค หากทำไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรไปหาเสียง ต่อให้มีท่อน้ำเลี้ยงดีแค่ไหน แต่ไร้กระแส พรรคก็เดินลำบากในสนามเลือกตั้ง

น่าภูมิใจไหม แรงงานไทยจะได้ไป “ซาอุดีอาระเบีย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/503035

27 ม.ค. 2565 |15:40 น.

เปิดตลาดแรงงานไทยใน “ซาอุดีอาระเบีย” ผ่านมา สี่สิบปี ประเทศไทยยังต้องพึ่งพารายได้จากการขายแรงงานในตะวันออกกลาง

แว่วเสียงเพลงซาอุดร จากแอ๊ดคาราบาวที่มีเนื้อหาบางช่วงบางตอน ที่ว่า เขียนป้ายไปปักไว้ บอกคนทั้งหลายอยากขายที่นา นำทรัพย์สินเงินจากขายที่นา ตีตั๋วเครื่อง ไปหากินแดนไกล ย้อนกลับไปกว่าสามสิบปี เพลงนี้ โด่งดังจากชีวิตจริงของการดิ้นรนที่จะไปค้าแรงงานที่ซาอุดีอาระเบียในช่วงนั้น   

น่าภูมิใจไหม  แรงงานไทยจะได้ไป "ซาอุดีอาระเบีย"

ตั้งแต่ช่วงปี 2513 ประชากรในประเทศที่มีรายได้ต่ำ เริ่มเดินทางไปทำงานในประเทศที่มีรายได้สูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน ในตะวันออกกลางเช่น ประเทศซาอุดีอาระเบีย สอดรับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5ที่ใช้ระหว่างพ.ศ.2525 – 2529ส่งเสริมให้คนไทยไปขายแรงงานต่างแดนแล้วส่งเงินกลับมาประเทศ แก้ไขปัญหาความยากจนข้นแค้น เพื่อให้คนในชนบทอยู่ในฐานะพออยู่ – พอกิน
ที่รวยก็มี ที่เป็นหนี้ก็มาก

การเดินทางไปซาอุดิอาระเบีย ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่ได้มีทุนทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เพียบพร้อม การเดินทางไปต่างแดนด้วยมุ่งหวังเพื่อการแสวงโชคและสร้างฐานะให้กับครอบครัว ถือเป็นการขายแรงงานต่างแดนครั้งใหญ่ของผู้ใช้แรงงาน แต่มีปัญหาการเข้าถึงเงินทุน ทำให้ต้องกู้นอกระบบ ถูกกลุ่มนายหน้าหลอกว่าจะพาไปทำงานต่างประเทศ แล้วไม่โดนลอยแพ   ทำให้ชีวิตมีปัญหาตามมาสารพัด   
สองวันที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปเยือนซาอุฯ กลับมาพร้อมรอยยิ้ม ฟื้นความสัมพันธ์ จัดหาแรงงาน ซึ่งมีความต้องการราวแปดล้านตำแหน่งไปให้  ล่าสุด ใหม่ๆหมาดๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
สุชาติ ชมกลิ่น โพสต์รำลึกความหลัง พ่อเป็นกรรมกร ขายแรงส่งลูกเรียน ได้ดิบได้ดี ทุกวันนี้ ต้องขอบคุณซาอุฯ  ภายในสองเดือนนี้ ส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบีย ต้องมีความคืบหน้าเป็นเสียงสั่งการมาจากนายกรัฐมนตรี   

น่าภูมิใจไหม  แรงงานไทยจะได้ไป "ซาอุดีอาระเบีย"

“เสี่ยงดวงไปถึงซาอุฯ ยกมือสาธุหมดนาหมดไร่ เกือบจะบินไปตาย เกือบจะไม่ได้กลับ  โดนหลอกเอาไปลอยแพ อนาจใจแท้ชะตา พอกลับคืนบ้านนา ความรักยังมาหลุดลอย” เป็นท่วงทำนองเนื้อเพลง ลอยแพ ของพรศักดิ์ ส่องแสง  นี่เป็นโจทก์ใหญ่ รัฐบาลจะจัดการกับการเปิดตลาดแรงงานซาอุดีอาระเบีย ครั้งใหม่อย่างไร ไม่ให้อดีตตามมาหลอกหลอน  แต่ที่ปฏิเสธความจริงไม่ได้ คือ ผ่านมาสี่สิบปี ประเทศไทย ยังต้องพึ่งพารายได้จากการขายแรงงาน

“ถ้ำนาคา” เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ ทำไมต้องศรัทธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493495

27 ม.ค. 2565 |14:30 น.

"ถ้ำนาคา" เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ  ทำไมต้องศรัทธา

ความลี้ลับของสถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็น “เมืองลับแล” เข้าไปแล้วออกมาไม่ได้ สัมผัสถึง “ชาวทิพย์” ความบริสุทธิ์ของมิติคู่ขนาน

“เมืองลับแล” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ผีบังบด” ตามตำนานที่มักกล่าวขานกัน คือเป็นเมืองเก่าที่มีลักษณะของป่าดงดิบทั้งที่เป็นพื้นราบและบนเขา มีความสงบเงียบเป็นที่ตั้ง 

และเรื่องที่เล่าขานสืบต่อกันมาที่ได้ยินกันบ่อยนั่นก็คือเหตุการณ์ เรื่องราว “ผีโบกรถ” ให้ไปส่งในที่รกร้างว่างเปล่าอยู่บ่อยครั้ง “ผีว่าจ้างรถตู้” ไปส่งในวัดร้างในตำบลพุ่มแก อ.นาแก จังหวัดนครพนม และ “ผีว่าจ้างให้ไปฉายหนัง” ที่วัดป่าคำชะโนด จังหวัดอุดรธานี 

หลวงพ่อเกษม เขมโก พระอริยะสงฆ์จากสำนักสุสานไตรลักษณ์ อ.เมือง จ.ลำปาง เคยเล่าให้ฟังว่า ชาวเมืองลับแลเป็น “ชาวทิพย์” ที่มีลักษณะเหมือนกับคนเราทั้วไป แต่อยู่ในอีกมิติหนึ่งของโลกเรานี่แหละ มีอาชีพทำการเกษตร หัตถกรรม เลี้ยงสัตว์ทั่วไป ชีวิตทุกชีวิตอยู่ได้เพราะจากแรงกรรม ชีวิตของพวกเค้าดีกว่าพวกเปรตและอสูรกายแต่ไม่ดีเท่ากับเทวดา 

และเคยมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกว่า “ชาวทิพย์” เขามารักกับสาวชาวมนุษย์แล้วก็เลยเอาสาวชาวมนุษย์นั้นไปอยู่ในภูมิของพวกเขา สาวชาวมนุษย์นั้นไปอยู่ที่เมืองของเขาก็เข้าใจว่าผ่านไป 7 ปี แต่ถ้านับเวลาในเมืองมนุษย์ก็ผ่านไปถึง 700 ปี “ชาวทิพย์” ต้องรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัดและห้ามเสพเยี่ยงมนุษย์  การดับของชาว “เมืองลับแล” เป็นลักษณะเช่นเดียวกับการเกิด คือ จิตเปลี่ยนสถานเฉย ๆ ด้วยบุญ การมาก็มาด้วยบุญ การกลับก็กลับด้วยบุญ เมื่อถึงวาระแห่งการหมดกรรมจะรู้ได้ด้วยตนเอง คือปิติจะเกิดกับผู้ที่หมดกรรมหรือหมดวาระจากเมืองลับแล และเขาเหล่านั้นจะได้สู่ภพภูมิที่ตัวเองมาคือไปเป็นเทวดาเพื่อเสวยบุญต่อ ณ จุดที่ลงมา

"ถ้ำนาคา" เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ  ทำไมต้องศรัทธา

อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ มีลักษณะเป็นภูเขาเรียงซ้อนกัน 3 ลูกตามแนวแม่น้ำโขง มีตำนานจากเรื่องเล่าที่เกิดจากความเชื่อและศรัทธาที่มีต่อ “พ่อปู่อือลือ” เจ้าเมืองรัตพานครแห่งภูลังกาที่ถูก “พญานาคราช” สาปให้กลายร่างเป็นนาคเฝ้าในบึงโขงหลงจนกว่าจะถูกล้างคำสาป  หลังจากที่พญานาคราชเคลื่อนพลเข้าถล่มเมืองเป็นราบคาบ เนื่องจากไม่พอใจที่ “พ่อปู่อือลือ” ขับไล่ “นาครินทรานี” พระธิดาของพญานาคราชและเป็นมเหสีของ “เจ้าชายฟ้ารุ่ง” อีกทั้ง “พ่อปู่อือลือ” ไม่ได้คืนเครื่องกกุธภัณฑ์ของตระกูลแก่พญานาคราชตามคำร้องขออีกด้วย 

ในอดีต “ภูลังกา” เป็นธรรมสถานแห่งพระอริยะสงฆ์สายพระป่าอย่าง “หลวงปู่มั่น” เคยไปอยู่จำพรรษาหรือไปเพื่อการวิเวกบนภูลังกา นอกจากนี้ยังมี หลวงปู่เสาร์, หลวงปู่ฝั้น,หลวงปู่เทสก์,หลวงปู่อ่อน,หลวงปู่สิม,หลวงปู่วัง,พระอาจารย์สมชาย,หลวงพ่อชา,พระอาจารย์โง่น,พระอาจารย์สีโห,พระอาจารย์วัน,พระครูอดุลธรรมภาณ ฯลฯ

 “ถ้ำนาคา”  เชื่อกันว่า เป็น 1 ของเมืองลับแล มี “ชาวทิพย์” อาศัยอยู่ โดยก่อนหน้านี้มีเรื่องเล่าจาก พระอาจารย์วัง ฐิติสาโร เทพเจ้าแห่งภูลังกาแห่งถ้ำชัยมงคล เคยเล่าให้ฟังว่า มีหนุ่มอายุ 19 ปีมานั่งสมาธิด้วยการแต่งชุดขาวเพื่อเตรียมการบวช แต่สุดท้ายได้หายตัวไปในพื้นที่เมืองลับแล และจากการนั่งสมาธิก็พบว่า หนุ่มคนนั้นได้ไปอยู่กินกับสาวที่นั่นเพราะในอดีตชาติเป็นเนื้อคู่กัน และการได้เข้าไปอยู่ในเมืองลับแลแล้วนั้นก็ไม่สามารถออกมาได้ แต่หากจะติดต่อสื่อสารกันนั้นก็สามารถทำได้แค่ตะโกนถามกันในบริเวรช่องแคบๆภายในถ้ำนาคา แต่ไม่สามารถเห็นหน้ากันได้ และเมื่อญาติของหนุ่มคนนั้นได้ทดลองก็เป็นอย่างที่พระอาจารย์วังพูดไว้ อีกทั้งหนุ่มคนนั้นได้บอกอย่างที่พระอาจารย์พูดไว้ และยังบอกอีกว่าอยู่ที่เมืองลับแล จิตใจสงบและความสุขดีอีกด้วย  

"ถ้ำนาคา" เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ  ทำไมต้องศรัทธา

“ป่าคำชะโนด”  เป็นที่รู้จักมาจากเรื่องราวของ “ผีจ้างหนัง” เมื่อเจ้าของหนังเร่ได้ถูกผู้ว่าจ้างให้มาฉายหนังกลางแปลงในหมู่บ้านวังทองด้วยเงิน 4,000 บาท โดยต้องเริ่มฉายตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตี 4 และให้รีบออกจากพื้นที่โดยเร็วโดยห้ามหันกลับมามอง ขณะที่คนที่เข้ามาดูหนังผู้หญิงจะสวมชุดขาว ส่วนผู้ชายจะสวมชุดดำนั่งกันคนละฝาก แม้หนังจะสนุกหรือเศร้าทุกคนล้วนนั่งเงียบกันทุกคน

ป่าคำชะโนด อยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ ในต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ลักษณะพื้นที่จะอยู่กลางทุ่งนาแต่มีน้ำล้อมรอบ ต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นต้นชะโนด ชาวบ้านเชื่อว่า มีพญานาคาอาศัยอยู่และเป็นสถานที่เดินทางไปสู่เมืองบาดาลได้ และที่น่าแปลกใจที่สุดนั่นก็คือ ผืนป่าแห่งนี้เวลาน้ำแล้งก็จะเห็นว่าดินเชื่อมต่อกันไม่มีอะไร แต่เวลาน้ำท่วม ที่ดินรอบๆ จะท่วมหมด แต่ปรากฏว่าป่านี้น้ำไม่ท่วม น้ำขึ้นสูงอย่างไรก็ไม่ท่วม ชาวบ้านจึงเชื่อว่า เกาะนี้ลอยน้ำได้  

"ถ้ำนาคา" เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ  ทำไมต้องศรัทธา

เคยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า หากผู้ใดมีบุญบารมี เมื่อก้าวเดินเข้าไปสู่ป่าคำชะโนดแล้ว จะได้ยินเสียงดนตรีไทยขับกล่อมตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีตำนานเชื่อกันว่า “พญาศรีสุทโธนาคราช” ผู้ขุดแม่น้ำโขงใช้ป่าคำชะโนด เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลและโลกมนุษย์ ที่บริเวรรอยแยกของกึ่งกลางสะพานปูนรูปปั้นพญานาค 2 ตัว 7 เศียร อีกทั้งบ่อน้ำบ่อน้ำที่อยู่กลางป่ามีน้ำตลอดทั้งปี เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ดื่มแล้วจะช่วยให้หายเจ็บป่วยไข้ได้

"ถ้ำนาคา" เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ  ทำไมต้องศรัทธา

“เขาคิชฌกูฏ” เป็นชื่อที่ในพระไตรปิฎกว่าเป็นดินแดนที่มีเปรตชุกชุม และเคยเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในกรุงราชคฤห์ แต่สำหรับ “เขาคิชฌกูฏ” ที่เราพูดถึงนั้นตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต.พลวง กิ่ง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เป็นแหล่งประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่

มีเรื่องราวเป็นต่ทประวัติเล่ามาว่า เมื่อพ.ศ.๒๓๙๗ นายติ่ง หรือสมุนติ่งพร้อมกับพวกได้พากันไปหาไม้กฤษณาบนเขาแห่งนี้  พอไปเจอลานหินเลยนั่งพักจนได้เวลาเดินทางกลับ แต่ทว่าเดินกลับยังไงก็วกกลับมาที่เดิมแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเดินขึ้นที่เขาแห่งนี้เป็นประจำก็ตาม จากนั้นจึงได้พากันนั่งพักเหนื่อยยังลานหินนั้นอีกรอบ ในขณะที่เพื่อนของสมุนติ่งได้นั่งถอนหญ้าเล่นที่ลานหินเพื่อจะเอนตัวลงนอน ก็ปรากฏว่าพบแหวนนาคขนาดใหญ่วงหนึ่ง จึงเชื่อกันว่าที่ตรงนี้น่าจะมีทรัพย์สมบัติมากจากนั้นได้ช่วยกันถอนหญ้าบนลานหินนั้นจนหมด และได้พบรอยเท้าขนาดใหญ่พร้อมลวดลายกงจักรและก้นหอยคล้ายของมนุษย์ยาวประมาณ ๕ ฟุต กว้างประมาณ ๒ ฟุต จนเป็นที่มาของรอยพระบาทในปัจจุบัน เชื่อกันว่าใครได้เคารพกราบไหว้ด้วยใจและอธิษฐานแล้วนั้น ย่อมเกิดผลสำเร็จและเป็นสิริมงคลแก่ผู้นั้นตลอดไป

"ถ้ำนาคา" เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ  ทำไมต้องศรัทธา

เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกว่า “เขาคิชฌกูฏ” ในสมัยก่อนเคยมีคนขึ้นไปบนเขาเพื่อไปหาของป่าแล้วไม่สามารถกลับมาได้อีกเลย บางคนก็เคยเห็นเสือสีขาวตัวใหญ่ บางคนก็เคนเห็นพวกเปรตออกมากรีดร้องในยามค่ำคืน นอกจากนี้ท่านพ่อเขียน ขันธสโร หรือพระครูธรรมสรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิง ผู้บุกเบิกเคยสถานที่แห่งนี้เล่าให้ฟังว่า “พวกที่ไปด้วยไม่ศรัทธาจะถูกรุกขเทวดาที่ปกปักรักษารอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏลงโทษบ่อย ๆ ทุกปี”  

"ถ้ำนาคา" เมืองลับแล ความเชื่อ ถึง ป่าคำชะโนด เขาคิชฌกูฏ  ทำไมต้องศรัทธา

ตัวละครลับ “พล.อ.วิชญ์” พ่วงพัชรวาท ตัวจริงพรรคเศรษฐกิจไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502929

26 ม.ค. 2565 |21:06 น.

ตัวละครลับ "พล.อ.วิชญ์" พ่วงพัชรวาท ตัวจริงพรรคเศรษฐกิจไทย

พรรคใหม่ไม่ได้มีแค่ธรรมนัส “พล.อ.วิชญ์” เปิดหน้านำทัพพ่วง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ตัวละครหลังม่าน ปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ออกมาอยู่แถวหน้า “พล.อ.วิชญ์” พ่วง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ทั้งคู่ต่างเป็นน้องรักบิ๊กป้อม พร้อมเดินหน้าปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย

ไม่ใช่มีแค่ธรรมนัส “พล.อ.วิชญ์” ทำงานเบื้องหลังมาแต่ก่อตั้งพลังประชารัฐ เช่นเดียวกับบิ๊กป๊อด พล.ต.อ.พัชรวาท

พลันที่พี่ใหญ่ไฟเขียว “พล.อ.วิชญ์” จึงเปิดตัว คงเหลือแต่บิ๊กป๊อด น้องร่วมสายโลหิตบิ๊กป้อม ที่ยังทำงานหลังม่านพรรคใหม่

วันที่ 26 ม.ค.2565 บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มือการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เปิดเผยความคืบหน้าของพรรคเศรษฐกิจใหม่ว่า เตรียมแถลงเปิดตัวเข้าสังกัดพรรคใหม่ในช่วงกลางเดือน ก.พ.นี้

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ คงกลับมาในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ช่วงนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คงอยากให้เรื่อง 21 ส.ส.เงียบลงก่อน เพราะใกล้เลือกตั้งซ่อม

สำหรับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ก็เปิดตัวผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยยอมรับก่อนหน้านั้นทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่ในอนาคตก็พร้อมจะทำงานเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข

ดังที่ทราบกัน ตั้งแต่คืนอลหม่านบ้านป่ารอยต่อ ก็มีการแจกข่าวเรื่องพรรคใหม่ โดยมีชื่อ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นั่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ นั่งที่ปรึกษาพรรค

‘มือประสานสิบทิศ’

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2565 “พล.อ.วิชญ์” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นครั้งแรกทำนองว่า “ปกติผมมักจะคอยอยู่เบื้องหลัง ทำงานอยู่เบื้องหลังคอยช่วยเหลือทุกภาคส่วนมาโดยตลอด..” และเมื่อวันหนึ่งเกิดความจำเป็นของบ้านเมือง “…ผมก็ต้องยอมออกมาเบื้องหน้า และทำงานเพื่อส่วนรวม ยินดีประสานกับทุกฝ่าย”

นักข่าวสายทหารทราบดีว่า บิ๊กน้อยหรือ พล.อ.วิชญ์ ทำงานให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มานานแล้ว โดยเฉพาะด้านการกีฬา ขณะเดียวกัน ก็มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับนายทหารรุ่นน้องอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

เมื่อเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงศึกซักฟอกกลางปีที่แล้ว พล.อ.ประวิตรจึงดึงบิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ มานั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ทำงานร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะทั้งคู่มีความสัมพันธ์แนบแน่นยิ่งกว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง

นานวันไป พล.อ.ประยุทธ์ ยังแค้นธรรมนัสไม่หาย โอกาสที่ทั้งสองจะกลับมารักเหมือนเดิม คงเป็นไปไม่ได้ พี่ใหญ่บ้านป่ารอยต่อ จึงให้กลุ่มธรรมนัสแยกตัวไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย และมองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า

‘เขาชื่อ ป.ป๊อด’

อย่างที่รู้กันว่า “พล.อ.วิชญ์” ว่าที่หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ก็เหมือนแม่บ้านพรรคมากกว่า เพราะแกนนำตัวจริงชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.

หลังเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 มีการประกาศรายชื่อ ส.ว. 250 คน ปรากฏว่า ไม่มีชื่อบิ๊กป๊อด ทำเอาหลายคนงุนงง ถัดมา ช่วงจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ก็มีข่าว พล.ต.อ.พัชรวาท จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย

ร้อนถึงพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายสำนักว่า “ไม่มีหรอก ไม่มีๆ พัชรวาทเลิกแล้ว” เนื่องจากก่อนหน้านั้น บิ๊กป๊อดมีอาการป่วยไข้

จะว่าไปแล้ว คนการเมืองต่างรู้ดีว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่ได้หายไปไหน แม้ไม่ได้เป็น ส.ว. แต่ยังเคลื่อนไหวอยู่ ในบทบาทคนหลังม่าน

เหมือนที่หลายคนบอกว่า บิ๊กป้อมกำลังควบม้า 2 ตัวคือ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะพรรคใหม่ป้ายแดง ที่จะมีน้องชายแท้ๆอย่างบิ๊กป๊อด เป็นแกนนำตัวจริง

บิ๊กป๊อดเป็นคนเงียบขรึม มีบุคลิกต่างจากพี่ชาย พล.อ.ประวิตร แต่ในแง่คอนเนกชั่นนั้นกว้างขวางไม่แพ้พี่ชาย

ลองไปฟังแคร์คลับเฮาส์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2564 มีคนถามเหตุผลในการตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ.สมัยโน้น คิดอย่างไร ทักษิณตอบว่า มีนักการเมืองในพรรคไทยรักไทยสมัยนั้นเชียร์กันเยอะ

“ผมไม่ค่อยรู้จักเขา ก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของรุ่นพี่ผม คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รู้จักกันดี ก็เลยตั้ง” ทักษิณยอมรับเต็มปากเต็มคำว่า สนิทกับรุ่นพี่เตรียมทหารรุ่น 9 และไม่น่าแปลกใจที่บิ๊ก ป๊อดจะได้เป็น ผบ.ตร.สมัยรัฐบาลสมัคร


นี่คือตัวอย่างหนึ่งสำหรับบุคคลที่ถูกมองว่า เป็นตัวละครลับของพรรคใหม่ ภายใต้การนำของ พล.อ.วิชญ์ และ ร.อ.ธรรมนัส