โค้งสุดท้าย “เลือกตั้งซ่อม” 5 พรรค ชิงชัยเขต9 กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502572

24 ม.ค. 2565 |15:19 น.

นับถอยหลัง “เลือกตั้งซ่อม” จตุจักร – หลักสี่ 5 พรรคการเมืองลุ้นเก้าอี้ ส.ส. กทม. วัดศรัทธารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 30 มกราคมนี้

โค้งสุดท้าย "เลือกตั้งซ่อม" 5 พรรค ชิงชัยเขต9 กทม.

นับถอยหลังเลือกตั้งซ่อมเขต9 กทม. จตุจักร-หลักสี่  วันที่ 30 มกราคมนี้   7 พรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงชิงชัยในสนาม พลังประชารัฐ แม้ปราชัยในสนามเลือกตั้งซ่อม ชุมพร –สงขลา แต่ยังอาสามาสานงานต่อ ส่งสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ หลังบ้านเจ้าที่คนเก่ามาเขย่าใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์คุมดีคุ้มร้ายของพรรคต้นสังกัด  พลังประชารัฐจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้หรือไม่

โค้งสุดท้าย "เลือกตั้งซ่อม" 5 พรรค ชิงชัยเขต9 กทม.

พรรคเพื่อไทยเจ้าของที่นั่งก่อนปี2562  สุรชาติ เทียนทอง  พ่ายไปเมื่อครั้งที่ผ่านมา ด้วยคะแนนไม่มากนัก  มาคราวนี้ ได้ สรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค คนนามสกุลเดียวกันมาเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง มีพี่เลี้ยงอย่าง เก่ง การุณ โหสกุล จากดอนเมือง นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ จากสายไหม ลงขันร่วมกันอย่างเต็มที่ หมายมั่นจะได้เก้าอี้กลับคืนมา แม้พรรคก้าวไกล เพื่อนร่วมค่ายฝ่ายประชาธิปไตย อย่างจะส่ง เพชร กรุณพล ลงมา แต่ว่ากันว่าห่างกันหลายช่วงตัว

โค้งสุดท้าย "เลือกตั้งซ่อม" 5 พรรค ชิงชัยเขต9 กทม.

พรรคกล้า แตกตัวมาจากพรรคประชาธิปัตย์ส่ง คนหน้าเก่า อรรถวิชย์ สุวรรณภักดี ลงสู้ ครั้งที่แล้วพลาดท่า ว่ากันว่าเป็นผลมาจากการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่  ที่ส.ส.กทม.หายไป20เก้าอี้ มาคราวนี้ ได้กลับมาชิงชัย เลือกตั้งซ่อมแม้ไม่ใช่สนามใหญ่ อย่างน้อยก็ได้เห็นลู่ทางการเลือกตั้งครั้งใหม่ ที่คาดกันไว้ว่า ไม่ช้าคงมาถึง แต่คะแนนที่เคยได้ คราวนี้ถูกเกลี่ยไปให้ พรรคไทยภักดี แม้ผู้สมัครจะหน้าใหม่ แต่หัวหน้าพรรคก็ใช่ใคร เคยสังกัดค่ายแม่พระธรณีบีบหมวยผม เช่นเดียวกัน  แต่มีเชื้อพันธ์กปปส.ตัวพ่อ อย่างถาวร เสนเนียม เป็นลมใต้ปีก  ขอแรงหนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งๆหน้า ต่างจากพรรคกล้าที่ยังกระมิดกระเมี้ยน

โค้งสุดท้าย "เลือกตั้งซ่อม" 5 พรรค ชิงชัยเขต9 กทม.

เลือกตั้งซ่อม สนามกทม.มีความหมายต่อการวัดศรัทธา รัฐนาวาเรือเหล็ก แม้เป็นการเลือกตั้งซ่อมเขตเล็กๆ แต่เสียงของคนเมืองหลวง และผลการเลือกตั้ง ลักษณะเดียวกันที่ผ่านมา สะท้อนคะแนนนิยมรัฐบาลว่า จะได้ไปต่อ หรือ อาจต้องพอแค่นี้   

โค้งสุดท้าย "เลือกตั้งซ่อม" 5 พรรค ชิงชัยเขต9 กทม.

ลุ้น “มติครม.” วันนี้ อนุมัติ “โครงการคนละครึ่งเฟส4 “

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502533

24 ม.ค. 2565 |12:00 น.66

ลุ้น "มติครม." วันนี้ อนุมัติ "โครงการคนละครึ่งเฟส4 "

วาระร้อนคณะรัฐมนตรีวันนี้ ลุ้น “โครงการคนละครึ่งเฟส4” มาตรการควบคุมราคาสินค้า แพกเกจลดค่าครองชีพกระทรวงการคลัง

วาระร้อน “คณะรัฐมนตรี” วันนี้ ถกกฎหมายลูกเลือกตั้ง 2 ฉบับ- พาณิชย์ชงประกาศสินค้าควบคุม -คลังชงแพ็คเกจลดค่าครองชีพ –คนละครึ่ง เฟส 4-แพ็คเกจและมาตรการส่งเสริมรถอีวี

เบื้องลึก “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” ไม่ขอเป็นกบฏ พบสัมพันธ์ซับซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502481

24 ม.ค. 2565 |04:00 น.3.2 K

เบื้องลึก "สมศักดิ์ พันธ์เกษม" ไม่ขอเป็นกบฏ พบสัมพันธ์ซับซ้อน

มติอำพรางยังไม่จบ “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” เสี่ยใหญ่ปักธงชัย ขอบิ๊กป้อมทบทวนมติ ส่องสนามโคราช พบความเคลื่อนไหวกลุ่มหนุนประยุทธ์ ไม่เอาธรรมนัส คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่รู้เรื่องกบฏ 19 มกรา “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” ส.ส.นครราชสีมา 5 สมัย ลุกขึ้นมาร่างจดหมายขอให้ทบทวนมติขับ ส.ส.ออกจากพรรค ย่อมไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมดา

สะเทือนบ้านป่ารอยต่อ “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” หรือฉายา เสี่ยเบี้ยว เมืองปัก ผู้แทนขวัญใจชาวไร่ชาวนาแถว อ.ปักธงชัย ขยับหมากเกมนี้ ต้องวัดใจลุงป้อม

มือขวาธรรมนัสโพสต์ถาม “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” จะไปอยู่พรรคไหน เรื่องนี้ต้องไปหาคำตอบจากวิรัช รัตนเศรษฐ

กรณี สมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา 1 ใน 21 ส.ส.ที่พรรคพลังประชารัฐ มีมติขับออกจากพรรค พร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค ขอให้ทบทวนมติในการขับตนออกจากพรรค

ถัดมา ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร คนสนิท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้สมศักดิ์ พันธ์เกษม ทำนองว่า ส.ส.สมศักดิ์รู้ทุกเรื่องทุกขั้นตอน “…พอผ่านไปสองวันคนไม่รู้เรื่องกลายเป็นคนเก่งขึ้นมาร่างจดหมายได้ยาวเหยียด..พี่ไปพบใครมารึเปล่าครับ”

ไผ่ กำแพงเพชร ยังถามว่า “พี่ได้ยาวิเศษอะไรเข้าไปครับเลยเปลี่ยนพี่ไปขนาดนี้ แล้วสุดท้ายพี่จะไปอยู่พรรคไหน”

หลังจากตกเป็นข่าวใหญ่ ส.ส.ไผ่ก็ลบโพสต์นั้นทิ้งไปเลย ซึ่งคาดหมายว่า ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ คงไม่สบายใจ และคิดว่าเรื่องของเสี่ยเบี้ยว สามารถเคลียร์กันได้

‘เสี่ยเบี้ยว ปักธงชัย’

วิถีนักเลือกตั้ง หรือ “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” เสี่ยเบี้ยว เมืองปัก เป็นนักการเมืองที่มีฐานเสียงแน่นอยู่ใน อ.ปักธงชัย และเป็น ส.ส.นครราชสีมา มาตั้งแต่ปี 2538 สังกัดพรรคชาติพัฒนา กระทั่งมีการยุบพรรคชาติพัฒนาไปรวมกับพรรคไทยรักไทย เลือกตั้งปี 2548 เสี่ยเบี้ยวจึงลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคไทยรักไทย

เลือกตั้งปี 2554 สมศักดิ์เจอคู่แข่งสำคัญอย่างประนอม โพธิ์คำ กำนันคนดังแห่งวังน้ำเขียว ปรากฏว่า เสี่ยเบี้ยวแพ้ เพราะชิงแต้มจากวังน้ำเขียวได้ไม่มากพอ

ปี 2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน เข้ามาเคลื่อนไหวดึงตัวอดีต ส.ส.นครราชสีมา เข้าร่วมกลุ่มสามมิตร แต่วิรัช รัตนเศรษฐ ไม่ยอมร่วมงานกับสามมิตร โดยต่อสายตรงถึงบ้านป่ารอยต่อ ฉะนั้น พลังประชารัฐโคราช จึงมี 2 สายคือ สายสมศักดิ์ และสายวิรัช

สมศักดิ์ พันธ์เกษม จึงเลือกอยู่กับสายวิรัช เพราะต้องการให้ผู้ใหญ่เคลียร์เรื่องพื้นที่ เพราะ กกต.แบ่งเขตใหม่ โดยเขต 11 ประกอบด้วย อ.ปักธงชัย อ.เมืองนครราชสีมา (บางตำบล) อ.วังน้ำเขียว (ยกเว้นสองตำบลที่โยกไปเขต 10) และ อ.ปากช่อง (เฉพาะ ต.วังกะทะ)

ตอนนั้น ประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ก็สังกัดพลังประชารัฐเช่นกัน หากกำนันประนอมต้องการลง ส.ส.เขต ก็ชนกับเสี่ยเบี้ยว สุดท้าย ผู้ใหญ่ตัดสินให้เสี่ยเบี้ยวลง ส.ส.เขต และกำนันประนอมไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

เสี่ยเบี้ยวได้รับอานิสงส์จากกำนันประนอมขยับไปอยู่ปาร์ตี้ลิสต์ ชนะเลือกตั้งสบายๆ แต่กำนันดังวังน้ำเขียว ไม่ได้เป็น ส.ส.

‘กำนันวังน้ำเขียว’

เลือกตั้งสมัยหน้า “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” อาจต้องเจอกับคู่ปรับเดิม กำนันประนอม โพธิ์คำ ที่ลาออกจากพลังประชารัฐ ไปเป็นเลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท ของชัชวาลล์ คงอุดม

กติกาเลือกตั้งใหม่ บัตร 2 ใบ จ.นครราชสีมา จะมี ส.ส.ได้ 16 คน และ อ.ปักธงชัย-อ.วังน้ำเขียว ก็จะมาอยู่ในเขตเดียวกันเหมือนปี 2554

สมศักดิ์ พันธ์เกษม หรือเสี่ยเบี้ยว ปักธงชัย สมศักดิ์ พันธ์เกษม หรือเสี่ยเบี้ยว ปักธงชัย

ถ้าตามรูปการณ์นี้ สมศักดิ์-กำนันประนอม จะต้องสู้กันอีกรอบ โดยเสี่ยเบี้ยวมีจุดแข็งอยู่ที่ อ.ปักธงชัย กำนันประนอม เหนียวแน่นใน อ.วังน้ำเขียว โดยเฉพาะ ต.ไทยสามัคคี และ ต.วังน้ำเขียว

จริงๆแล้ว กำนันประนอมเหมือนจะวางมือ แต่ช่วงต้นปี 2564 สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำสามมิตร และชัชวาลล์ คงอุดม มาชักชวนกำนันประนอมให้กลับสู่สนามอีกครั้ง

ชัช เตาปูน นั้นมีจุดยืนชัดเจนหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และไม่เห็นด้วยกับแนวทางการเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

เหนืออื่นใด ชัช เตาปูน เป็นพันธมิตรกับสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งสมศักดิ์ได้ฝากอดีตผู้สมัคร ส.ส.หลายจังหวัดมาอยู่พรรคพลังท้องถิ่นไท

ทางรอดสมัยหน้าของเสี่ยเบี้ยว ก็ต้องหาทางเจรจากับกำนันประนอม เพราะขืนสู้กันเอง ก็ต้องมีฝ่ายปราชัย และแนวโน้มจะออกที่เสี่ยเบี้ยวมากกว่า

ส.ส.ไผ่ คงรู้อะไรมาบ้าง จึงกล้าถามเสี่ยเบี้ยวว่า “พี่จะไปอยู่พรรคไหน” และตั้งข้อสังเกตว่า “พี่ไปพบใครมา” จึงลุกขึ้นมาเขียนจดหมายขอให้บิ๊กป้อมทบทวนมติเรื่องถูกขับออกจากพรรค

ก้าวไกลดันวิโรจน์ลงชิงเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯกทม.” ก้าว..ไปไกลหรือไม่ ในกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502379

23 ม.ค. 2565 |18:31 น.883

ก้าวไกลดันวิโรจน์ลงชิงเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯกทม." ก้าว..ไปไกลหรือไม่ ในกทม.

“ใหม่ ชัด โดน” คือ สโลแกนเด็ดที่คมชัดลึกเคยขอให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกคำจำกัดความ 3 คำผ่านการเจาะใจทางการเมือง มาวันนี้ ใหม่ ชัด โดน นำไปใช้กับการเปิดตัว วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ลงผู้สมัครเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯกทม.” ในเจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

เงื้อง่าราคาแพงมาได้สักเดือนกว่าๆ ในที่สุด พรรคก้าวไกล ภายใต้การนำของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรค ได้ทำการเปิดตัว นายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร  ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 

วิโรจน์  ลักขณาอดิศร ขึ้นเวทีเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคก้าวไกลวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขึ้นเวทีเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคก้าวไกล

ชื่อของ “วิโรจน์” ถูกเอ่ยถึงอย่างหนาหูในช่วงไม่กี่วัน หลังจากที่พรรคก้าวไกล ปล่อยคลิปโปรโมท การเปิดตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม. ด้วยการฉายภาพ บุคคลคนหนึ่ง ที่กำลังเดินถือถุงในตลาด โดยเป็นการโฟกัสไปที่ด้านหลัง จนทำให้ผู้คนที่เข้ามาชมคลิป นำไปตีความ บุคคลคนนั้นมีลักษณะ คล้ายคลึง นายวิโรจน์  พร้อมกับคาดการณ์ไปอีกว่า สงสัยนายวิโรจน์  จะลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.  ซึ่งต่อมา นายวิโรจน์ ออกมายอมรับว่า คนที่อยู่ในคลิปคือตัวเขาเอง เพราะทีมงานต้องการคนตัวใหญ่ๆ ได้เห็นด้านหลังเต็มฉาก จะได้มีความโดดเด่นในการโปรโมทเรื่องราว 

การที่พรรคก้าวไกลเลือก “วิโรจน์” ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. สอดคล้องกับสเป็คผู้ว่ากทม.ของพรรคก้าวไกล ตามที่พิธา เคยกล่าวไว้ 

“เป็นคนที่ทุกคนรู้จักหมด ที่สำคัญคือ ต้องเป็นคนที่ผมไว้ใจ เป็นคนรุ่นใหม่  แคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของเรา อายุประมาณ 41 ปี เท่าผม และหน้าตาดีกว่าผม มีความเชี่ยวชาญในหลายเรื่อง โดยอยู่ในภาคเอกชน เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจการศึกษาและสาธารณสุขเมือง ”  พิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 64 หรือเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว 

อ่านเพิ่มเติม  >>>

ขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือด

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นปราศรัยถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นปราศรัยถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

หากย้อนกลับไป นับเนื่องจากที่”คมชัดลึก” เชิญพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล มาให้สัมภาษณ์ออกรายการคมชัดลึก  ได้มีการสอบถามถึงการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ยอมรับว่า พรรคก้าวไกลส่งผู้สมัคร ในนามพรรคแน่นอน  ซึ่งในครั้งนั้น “คมชัดลึก” ยังได้ ขอให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าว 3 คำเป็นสโลแกนพรรคก้าวไกล ปรากฎว่า พิธา กล่าวขึ้นมาทันที “ใหม่ ชัด โดน” พร้อมกับแจกแจงสาเหตุที่ยก 3 คำนี้ อย่างมีความหมายลุ่มลึก

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้คำจำกัดความพรรคก้าวไกล "ใหม่ ชัด โดน "  ก่อนเป็นสโลแกนสรรหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้คำจำกัดความพรรคก้าวไกล “ใหม่ ชัด โดน ” ก่อนเป็นสโลแกนสรรหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค

ตั้งแต่นั้นมา คำว่า “ใหม่ ชัด โดน” จึงถูกนำไปกล่าวอย่างแพร่หลาย รวมถึงการสรรหาผู้เหมาะสมในการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ด้วย ว่า ต้องมีลักษณะ “ใหม่ ชัด โดน ”  

แต่ทันทีที่เปิดชื่อ “วิโรจน์” ออกมา จะเข้าคอนเซปต์ “ใหม่ ชัด โดน”  มากน้อยขนาดไหน  ตรงนี้ต้องพิจารณากัน เพราะ วิโรจน์ เองก็เป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่สร้างชื่อจากการอภิปรายในสภาคอยตรวจสอบรัฐบาล โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ผ่านมาในประเด็น การตรวจสอบสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโควิดของกระทรวงสาธารณสุข หรือ การอภิปรายงบประมาณกองทัพ หรือ การคุ้ยเอกสารที่อ้างว่า กองทัพมีการทำข้อมูลในลักษณะ IO เมื่อปี 2563  

ซึ่งก็ไม่น่าเป็นคนใหม่ถอดด้ามทางการเมือง  แต่อาจ”ใหม่” ในอีกมุมพรรคก้าวไกลที่ว่า เป็นการส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ครั้งแรกของพรรคมากกว่า และอาจจะ”ชัด” ในมุมที่วิโรจน์ ก็มีประสบการณ์ด้านภาคธุรกิจเอกชน ภาควิชาการ ด้านการศึกษา โดยเฉพาะรับบทกรรมาธิการการศึกษาอยู่ด้วย

ส่วนจะ”โดน”ใจหรือไม่คงเป็นเพราะมีพื้นเพคนกทม.รับรู้ถึงสารพันปัญหาในกทม.และด้วยวัยเพียง 40 กว่าปี ที่สามารถรับรู้ถึงความต้องการของคนในระดับเจนต่างๆในกทม. เชื่อมโยงเข้าถึงตามสไตล์ก้าวไกลหรืออดีตอนาคตใหม่ที่เคยทำมาก่อน โดยเชื่อมั่นว่าแนวทางนี้ประสบความสำเร็จทางการเมือง

การเปิดตัวนายวิโรจน์ ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. วันนี้( 23 ม.ค.65 ) เป็นการวางแผนการสร้างภาพจำให้คนกทม.อย่างแยบยล  เนื่องจากก่อนหน้านี้หนึ่งวัน พรรคก้าวไกลได้ระดมแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปราศรัย ช่วยผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร  อย่าง นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ “เพชร การุณ”  ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีสื่อมวลชนถูกเชิญไปทำข่าวตามนัดหมาย  

หลังจากนั้น พรรคก้าวไกล  ลุยต่อเนื่องด้วยการวางปฏิทินวันอาทิตย์ที่ 23 ม.ค.65  เปิดตัว ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพื่อให้เกิดภาพจำเกี่ยวกับกิจกรรมของพรรคก้าวไกล ตามแนวถนัดการสื่อสารโลกยุคใหม่ ทำซ้ำๆทำเรื่อยๆผ่านโลกโซเชียล 

เพราะอย่าลืมว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ถือเป็นสนามใหญ่ทางการเมืองที่มีชาวกทม. 30 เขต (ปัจจุบัน)  ในการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในการเข้ามาทำหน้าที่บริหารมหานครใหญ่ที่มีประชากรรวม 5.5 ล้านคน มากที่สุดของประเทศ (ตามข้อมูลทะเบียนราษฎรที่เพิ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เช็คเลย ราชกิจจาฯประกาศทะเบียนราษฎร จังหวัดไหนมีจำนวนราษฎรเท่าไหร่บ้าง )

แต่ละพรรคการเมืองจึงต้องเฟ้นหาระดับ”บิ๊กเนม”ที่จะสามารถครองใจคนกรุงฯ  หรือ ถ้าไม่ใช่พรรคการเมืองส่งเข้าประกวด ก็จะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง หาญกล้าส่งตัวเองลงแข่งขันในนามสังกัดอิสระ 
 

ตามที่ปรากฎก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเป็น ชัชชาติ  สิทธิพันธ์ุ  อดีตรมว.คมนาคม ที่ลงสมัครในนามอิสระ  ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว “พี่เอ้” ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์   รสนา  โตสิตระกูล  ผู้ที่เคยได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสว.จากคนกรุงมาเป็นอันดับหนึ่งระดับ 7 แสนกว่าเสียง 

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ พรรคก้าวไกล ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรคอนาคตใหม่ (แต่โดนยุบและย้ายส.ส.มาสังกัดพรรคก้าวไกล)  โดยเฉพาะผลการเลือกตั้ง 2562 พื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 30 เขต พรรคก้าวไกล (อนาคตใหม่) คว้าเก้าอี้ส.ส.ไปได้ถึง  9 คน เป็นรองพรรคพลังประชารัฐมี ส.ส.จำนวน 12 คน และพรรคเพื่อไทย 9 คน จึงต้องให้ความสำคัญกับการส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ในครั้งนี้ 

พรรคก้าวไกล ต้องคัดแล้วคัดอีกตามแบบฉบับ “ใหม่ ชัด โดน”  หวังเข้าถึงหัวใจคนกรุงฯให้ได้ ซึ่งก็เหมือนกับการโปรโมทก่อนเปิดตัวในวันนี้ ถึงบุคคลิกของผู้สมัครฯ พร้อมชนทุกปัญหาของเมืองกรุงฯ 

แผนภาพโปรโมทการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ของพรรคก้าวไกล แผนภาพโปรโมทการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ของพรรคก้าวไกล

ไม่เพียงการส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้เสาชิงช้า ชนิดพลาดกิจกรรมทางการเมืองนี้ไม่ได้  ในการขับเคลื่อนพรรคก้าวไกล ซึ่งแม้หัวแถวพรรคเป็นพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แต่เงาร่างใหญ่ยังคงเป็น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำหลัก ปิยบุตร  แสงกนกกุล  ช่อ พรรณิการ์ วานิช  ที่ถูกวาดภาพให้คนทางการเมืองได้จดจำไปแล้ว  ผ่านคณะก้าวหน้า เดินคู่ขนานไปกับพรรคก้าวไกล ในการลดทอนเครดิตความเชื่อมั่นรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  มุ่งมั่นปรารถนาให้พรรคตนเองได้กลับมาเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า เพื่อหวังปรับเปลี่ยนโครงสร้างอะไรต่อมิอะไรของประเทศตามที่แกนนำและเครือข่ายใฝ่ฝันถวิลหา 

ก้าวไกลดันวิโรจน์ลงชิงเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯกทม." ก้าว..ไปไกลหรือไม่ ในกทม.

ฉะนั้น การส่งคนลงสมัครชิงเก้าอี้พ่อเมืองกทม. ของพรรคก้าวไกล ถึงขนาดให้ วิโรจน์ ลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ มาลงสนามกทม. วัตถุประสงค์หลัก ต้องการหวังผลอัพเดทคะแนนนิยมของคนเมือง กรุงฯ ที่มีต่อ พรรคก้าวไกล หรือ เงาอนาคตใหม่ โดยเฉพาะผลงานที่เคยชนะเลือกตั้งส.ส.ในเขต กทม. 9 ที่นั่ง  จะสามารถรักษาฐานเสียงในส่วนนี้ไว้ได้ดังเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนหรือไม่ 

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวชี้วัดพรรคก้าวไกล ที่มีจุดเด่นในการโหมนำเสนอข่าวสาร การให้ข้อมูลต่างๆทางการเมือง เพื่อเรียกความนิยมทางโลกโซเชียล แต่กับโลกความเป็นจริง ซึ่งจะมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่ – จตุจักร  ในวันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค.นี้  ตามด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่กำลังจะมาถึง

“คำถามว่า พรรคก้าวไกลจะไปได้ไกลสมชื่อ บนโลกแห่งความเป็นจริงหรือไม่ ”   

นี่ยังไม่นับรวมบทเรียนจากการเลือกตั้งซ่อมส.ส. เขต 1 ชุมพร และเขต 6 สงขลา ที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้อีก

จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ถึงแนวทางความคิดของพรรคก้าวไกลผ่านการนำเสนอตัวบุคคล ให้คนเมืองกรุงฯได้ตัดสินอีกครั้ง 

“ก้าวไกล หรือ ก้าวไปไม่ไกล ”  

รู้จัก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ขุนพลก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯ กทม.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502416

23 ม.ค. 2565 |18:20 น.2.2 K

รู้จัก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ขุนพลก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯ กทม."

พรรคก้าวไกลเคาะให้ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ลงสมัครรับเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯ กทม.” หลังทำหน้าที่ส.ส.ในสภาฯ เกือบครบ 3 ปี มาทำความรู้จักกับผู้ชายฝีปากกล้าและกล้าท้าชนคนนี้ ที่ยอมทิ้งเก้าอี้ ส.ส. แต่ขออาสาเข้าทำหน้าที่เป็นพ่อเมืองของคนกรุงเทพฯ

ชัดเจนกันไปแล้วว่าในที่สุด พรรคก้าวไกล เลือก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้เป็นผู้สมัครของพรรคลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. หลังจากที่หัวหน้าพรรค “พิธา ล้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยพูดเอาไว้เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่า พรรคก้าวไกลจะส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นใครนั้นขอให้รอติดตามกัน

รู้จัก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ขุนพลก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯ กทม."

กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่าน เวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง พรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหน้าเพจของพรรคเกี่ยวกับการเตรียมเปิดตัวผู้สมัครลงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยทีเซอร์สั้น ๆ ตอกย้ำว่า “หมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม” และ “ถึงเวลาเลือกผู้ว่าที่พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพ” พร้อมชี้ว่า 47 ปีมาแล้วที่ผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับคนกทม.ได้อย่างแท้จริง ทั้งปัญหารถติด น้ำเน่าเสีย น้ำท่วม หนี้นอกระบบ ส่วย ระบบคมนาคม ฯลฯ ดังนั้น ผู้ว่าฯ กทม.ต้องยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชน รับใช้ประชาชน

วันนี้ พรรคก้าวไกล พร้อมแล้วที่จะส่ง นายวิโรจน์ มาเป็น ขุนพลด่านแรก ของพรรคเพื่อชนกับทุกปัญหาเพื่อคนกรุงเทพฯ “คมชัดลึก” ขอพาไปทำความรู้จักกับ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ส.ส.ฝีปากกล้าของพรรค ก้าวไกล กันแบบพอสังเขป.. 

“วิโรจน์  ลักขณาอดิศร” หรือ “ดร.วิโรจน์” วัย 44 ปี เขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 34 และรั้งตำแหน่งโฆษกพรรคก้าวไกลด้วย รวมทั้งยังเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร จบการศึกษาปริญญาเอก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์)) อาชีพเดิม เป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีทรัพย์สิน 51,435,181.57 บาท หนี้สิน 42,701.12 บาท (ตรวจสอบประวัติทางธุรกิจ) เดิมเป็น ส.ส. สังกัด พรรคอนาคตใหม่ แต่เมื่อ พรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2563 ได้ย้ายไปสังกัด พรรคก้าวไกลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

รู้จัก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ขุนพลก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯ กทม."

ในบทบาทของ ส.ส.ก้าวไกล และตัวแทนประชาชนในนามพรรคก้าวไกลนั้น ในช่วงเวลาเกือบ 3 ปีที่เขาทำหน้าที่ ส.ส. จะเห็นภาพของ นายวิโรจน์ ลุกขึ้นอภิปรายฯ แสดงความคิดเห็นเพื่อสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลนั้น เขามีบทบาทอย่างมากในการอภิปรายฯ เพื่อจี้จุดบกพร่องและความล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน 

อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เป็นหนึ่งในรัฐมนตรี ที่ถูกวิโรจน์  ลักขณาอดิศร อภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เป็นหนึ่งในรัฐมนตรี ที่ถูกวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา

โดยเฉพาะกรณีการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 ซึ่งเขาเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวกับ การบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล ด้วยการเปิดประเด็นชี้เป้าเข้าชนกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แบบไม่ยั้งมือ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อครั้งที่ผ่านมา และเขาก็เป็นอีกคนที่ทำให้ศึกซักฟอกรัฐบาล ในรอบแรก ต้องหูผึ่งกับการแฉ ขบวนการ IO ของกองทัพ ขณะที่กองทัพปฏิเสธว่าไม่ได้มี ขบวนการ IO ตามที่กล่าวหา

ส่วนการทำหน้าที่ โฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร นั้น “วิโรจน์” ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเพราะมีโอกาสได้คลุกคลีกับปัญหาด้านการศึกษา จากประสบการณ์โดยตรงเมื่อครั้งที่เขารั้งตำแหน่งฝ่ายบริหารของ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วยการบริหารร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ให้เป็นที่น่าสนใจและดึงดูดลูกค้า

โดยเฉพาะกลุ่มผู้อ่านที่นอกจากบุคคลทั่วไปแล้ว ยังต้องโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครู อาจารย์ นักเรียน และนักศึกษา ซึ่งเป็นงานด้านการศึกษาและต้องขายหนังสือและสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียน จึงทำให้เขาได้เห็นอุปสรรคและปัญหาด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ที่จะต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาการศึกษาของชาติให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และนี่อาจจะช่วยให้เขาได้นำประสบการณ์ด้านการศึกษาที่มีอยู่ มาต่อยอดและใช้เป็นนโยบายเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาของ กทม.ด้วย  

รู้จัก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ขุนพลก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯ กทม."

สำหรับปัญหากรุงเทพฯ นั้น “วิโรจน์” เคยบอกเอาไว้ว่า สเปกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคก้าวไกล จะเป็นคนธรรมดา ๆ ที่เข้าใจชีวิตมนุษย์เงินเดือน มีภาพของการต่อสู้ดิ้นรน กล้าหาญและเข้าใจความเจ็บปวดของคน กทม. และต้องพร้อมชนกับทุกปัญหาเพื่อให้สมกับการที่ต้องใช้นามสกุล กทม.

รู้จัก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ขุนพลก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯ กทม."
รู้จัก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ขุนพลก้าวไกล ลงสู้ศึกเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯ กทม."

ดังนั้น เมื่อวันนี้ พรรคก้าวไกล ได้ตัดสินใจเลือกเขาให้เป็นตัวเลือกและตัวแทนที่ดีที่สุดของพรรค นับจากนี้คงต้องจับตาดูว่านโยบายและอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล และตัวตนของลูกผู้ชายที่ชื่อ “วิโรจน์” จะได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของชาวกรุงเทพฯ และยึด เก้าอี้พ่อเมืองกทม. คุม สภาเสาชิงช้า ได้จริงหรือไม่ เพราะคู่แข่งที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้นั้นล้วนแต่เร่งสร้างคะแนนนิยมกันไปล่วงหน้าแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น.. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระและอดีตรมว.คมนาคม, น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครอิสระและอดีตสมาชิกวุฒิสภา, ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อประเมินคู่แข่งแต่ละคนในตอนนี้  สนามการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่คาดว่าจะมีขึ้นในกลางปีนี้ ยิ่งชวนให้ลุ้นระทึกและคงสู้กันแบบแพ้ไม่ได้เลยทีเดียว

ระบอบพี่ใหญ่ “ประวิตร” ควบสองพรรค เขย่าฐาน 2 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502451

23 ม.ค. 2565 |18:11 น.2.4 K

ระบอบพี่ใหญ่ "ประวิตร" ควบสองพรรค เขย่าฐาน 2 ป.

นับถอยหลังยุบสภา “ประวิตร” สร้างปรากฏการณ์พรรคอำพราง น้องรักคุมพรรคใหม่ ดันสันติเป็นแม่บ้านพรรคเก่า เขย่าฐานประยุทธ์-อนุพงษ์ วัดฝีมือกันที่เลือกตั้งครั้งหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่ใช่กบฏ 19 มกรา “ประวิตร” ย่อมรู้อยู่แก่ใจดี การขับ 21 ส.ส.ออกจากพรรคพลังประชารัฐ เป็นวิธีการแก้ปัญหาสไตล์พี่ใหญ่หรือบิ๊กบราเธอร์

จากอดีตถึงปัจจุบัน “ประวิตร” อุ้มน้องรักสองคน ฝ่าสมรภูมิการเมืองมาตั้งแต่ปี 2552 จนถึง พ.ศ.นี้ น่าจะถึงจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.

การเมืองแบบอุปถัมภ์ “ประวิตร” มีความช่ำชองมากกว่าน้องประยุทธ์ จึงมากด้วยเพื่อนมิตรและบริวาร จึงเบ่งบารมีเหนือพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเศรษฐกิจไทย

อันเนื่องจากจดหมายของ สมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ซึ่งมีชื่อเป็น 1 ใน 21 ส.ส. ที่ให้ออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เรื่องขอให้ทบทวนมติพรรคพลังประชารัฐ ให้สมาชิกออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ปรากฏว่า เนื้อหาของจดหมายดังกล่าว สะท้อนภาพนิติกรรมอำพราง

สมศักดิ์ พันธ์เกษม พยายามจะบอกว่า เหมือนทุกอย่างมีการเซ็ตไว้แล้ว กรณีพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีชื่อ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรค ,อภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นเลขาชิการพรรค 

เนื่องจากตัวละครหลักของพรรคเศรษฐกิจไทย อย่าง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรักบิ๊กป้อม และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ก็น้องแท้ๆของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ดังนั้น กรณีพลังประชารัฐ ขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 20 ส.ส. จึงไม่ใช่กบฏ 19 มกรา เพราะโดยเนื้อหาแล้ว มีความต่างจากกรณีกบฏ 11 มกรา ของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต

ตอนนี้เท่ากับ มีพรรคพลังป้อม 2 สาขา โดยสาขาแรก บิ๊กป้อมดูแลเอง และน่าจะวางตัวให้สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นแม่บ้านพรรค ส่วนสาขา 2 พล.อ.วิชญ์ สวมหัวโขนประมุขพรรค แต่ตัวจริงเสียงจริงคือธรรมนัส

‘พลังป้อมสาขา 2’

การก่อเกิดของพรรคเศรษฐกิจไทย “ประวิตร” ได้รับรู้มาแต่แรก ตั้งแต่สมัยพี่น้อง 3 ป.ยังเอกภาพ ที่มีการเตรียมการให้เป็นพรรคสำรอง ที่มีปลัดฉิ่งนำทัพ แต่ภายหลังเกิดเหตุปลดธรรมนัสก็ถูกวางให้เป็นพรรคสำรองของผู้กองเมืองพะเยา

ฉะนั้น ตัวจริงเสียงจริงของพรรคเศรษฐกิจไทย ก็คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยมี ป.ป๊อด น้องรักของบิ๊กป้อมรับกองหนุน ส่วนบิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็เป็นเสมือนแม่บ้านพรรค

จริงๆแล้ว พล.อ.ประวิตร คงอยากประคองสถานการณ์ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ไปให้ถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ แต่ความระแวงแคลงใจในขั้วประยุทธ์ ที่เตรียมก่อการตั้งพรรคใหม่ โดยอาศัยมวลชน กปปส.เป็นฐาน ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส รอต่อไปไม่ได้

ความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งซ่อมชุมพรและสงขลา กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้บิ๊กป้อมตัดสินใจให้ผู้กองธรรมนัสพาพลพรรคไปสังกัดพรรคสำรอง สร้างแรงกดดันมาที่ พล.อ.ประยุทธ์

‘พลังป้อมสาขา 1’

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ “ประวิตร” ก็ยังจะดูแลต่อไป เหมือนแยกเป็นทีมเอ และทีมบี โดยคาดหมายว่า สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และรองหัวหน้าพรรค จะได้รับความไว้วางใจจาก ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคให้เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่

ปี 2563 สันติ พร้อมพัฒน์ ยกอาคารรัชดาวัน ONE ตรงข้ามศาลอาญา ให้เป็นที่ทำการพรรคพลังประชารัฐแห่งใหม่ หลังมีปฏิบัติการขับ 4 กุมารออกจากพรรค ตอนนั้น ก็มีข่าวว่า สันติ จะเป็นเลขาธิการพรรค แต่ปรากฏว่า บิ๊กป้อมเลือกอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรคระยะหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น ร.อ.ธรรมนัส

เสี่ยสันติไม่ใช่คนเมืองมะขามหวานโดยกำเนิด เริ่มเข้ามาทำธุรกิจพัฒนาที่ดินในหลายอำเภอของ จ.เพชรบรูณ์ บุคลิกพูดน้อย แต่ทำเยอะแบบเสี่ยสันติ จึงทำให้เขาหลอมรวมตระกูลการเมืองในเพชรบูรณ์ มาอยู่ใต้ร่มธงผืนเดียวกัน

ล่าสุด สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์เรื่องตำแหน่งเลขาธิการพรรค บอกว่า ตนเองยังไม่พร้อม และเชียร์สันติ พร้อมพัฒน์ ที่มีความเหมาะสมมากกว่า

อีกด้านหนึ่ง สันติกับกลุ่มสามมิตร ของสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ยังพูดคุยกันได้ บิ๊กป้อมก็น่าจะเลือกสันติ เป็นเลขาธิการพรรคขัดตาทัพไปก่อน จนกว่าจะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่

เบื้องหลัง”เสือกัดหมู”เช็คสต๊อกสุกร สกัดหมูแพง งานนี้สะเทือนทั้งแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502440

ขุนเกษตรพิเรน

23 ม.ค. 2565 |17:07 น.2.5 K

เบื้องหลัง"เสือกัดหมู"เช็คสต๊อกสุกร สกัดหมูแพง งานนี้สะเทือนทั้งแผ่นดิน

เปิดเบื้องหลัง “เสือกัดหมู” เช็คสต็อกสุกรทั้งประเทศ ให้มันรู้บ้างใผ๋เป็นใผ๋ เมื่อเฉลิมชัยสั่งลุย โดยขุนเกษตรพิเรน

เรื่องของหมู ไม่หมูซะแล้ว เจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตัวจริงอย่างลูกพี่ต่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ “ขุนพิเกษตรพิเรน” แอบตามข้อมูลการเคลื่อนไหวมาพักใหญ่ๆ เล่นบทลูกพี่ต่อสายตรงถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเกมรุกเช็คสต็อกแบบไม่ต้องกลัวหน้าไหนทั้งนั้น เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กกล้าให้ข้าราชการ

“ลูกพี่ต่อ” พูดน้อยต่อยหนัก เหตุการณ์กับโรคระบาดทางปศุสัตว์ ลูกพี่ต่อเล่นบทโหดๆมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกคือ ลัมปี สกิน ด้วยบทสัมภาษณ์ที่ร้อนแรง 

“ผมมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร ดังนั้นจึงกำชับให้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคลัมปี สกิน อย่างเข้มแข็ง จริงจังตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ทุกคนขอให้ทำงานโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลของผู้ใดทั้งสิ้น ผมพร้อมปกป้องและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่”

และครั้งนี้กับอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ก็เช่นกัน “เฉลิมชัย” ใส่เกียร์ 5 สั่งการอธิบดีกรมปศุสัตว์และข้าราชการโดยตรง ปลุกปลอบและมอบกำลังใจให้ลุกขึ้นสู้เพื่อพี่น้องเกษตรกร และกำชับในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกด่านของกองสารวัตรฯให้ตรวจสอบทุกห้องเย็นของทุกผู้ประกอบการในจังหวัดให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่มีการ
เลือกปฏิบัติหรือละเว้น ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ และพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่”

ฟังดูแล้วแปลกๆ ปกติลีลาการทำงานของ”เฉลิมชัย” ไม่ก้าวก่ายกรมที่อยู่ในการกำกับดูแลของพรรคการเมืองอื่น ยิ่งกรมปศุสัตว์อยู่ในการกำกับดูแลของ “ประภัตร โพธสุธน”  รัฐมนตรีช่วยฯจากพรรคชาติไทยพัฒนา  น้อยมากที่เฉลิมชัยจะก้าวล่วง 

“ประภัตร” เป็น รัฐมนตรีที่อาวุโส เป็นเลขาพรรคชาติไทยพัฒนา และเคยนั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงมาแล้ว ชื่อชั้นความเก๋าเกมถือว่าระดับเจ้าอาวาส

เกิดอะไรขึ้นที่กระทรวงเกษตรฯ “ขุนเกษตรพิเรน” ชี้ชัดเลยก็ได้ ลำพัง “ประภัตร” เอา ASF ไม่อยู่ การเมืองร้อนแรงขึ้นเท่าไหร่ จังหวะหน้าสื่อและการสั่งการวุ่นวายยุ่งเหยิงไปหมด จึงเป็นที่มาของ “เฉลิมชัย” เล่นบทสั่งตรง กำกับและแก้ปัญหาเอง

“เฉลิมชัย” ไม่ใช่ละอ่อนในวงการเลี้ยงหมู  24 ธันวาคม 2563 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เคยจัดงานใหญ่ขอบคุณและมอบโล่ห์ให้ “เฉลิมชัย” ที่นำทีมเกษตรต้าน ASF มาแล้ว 

นี่หละน้า…ลูกพี่ต่อ มัวแต่เกรงใจเลยทำให้ขาดเอกภาพ เล่นบทนี้ตั้งแต่แรกป่านนี้คุมอยู่หมัดแล้ว ไม่ต้องเจอลุงตู่ลงล้วง และถูกลากไปเป็นประเด็นการเมือง ที่สำคัญ พาณิชย์ก็ของหัวหน้าจุรินทร์ ต่อสายตรงคุยกันไม่น่ายาก 

เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ไม่มีทางสำเร็จได้ถ้าไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


คนเกษตรหน้าดำเร่งแก้ปัญหาภาคการผลิต แต่พาณิชย์ไม่ขันน็อต แต่งหล่อหวีผมแป้ก็ใช่เรื่องนะขอรับ

ขุนเกษตรพิเรน  บอกคร่าวๆได้เลยว่า ปริมาณสุกรทั้งประเทศ หายจากระบบแค่ 20 % ส่วนแม่พันธุ์ หายไป 17% เดี๋ยวก็รู้ใครปั่นหมูตู้ดึงราคาหมูไปสุดกู่อย่างนี้ 

ที่สำคัญ เกษตรและปศุสัตว์ตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสีย พร้อมแลกหมัดทุกวงการ สัญญาณบวกเริ่มมาแล้ว นับจากวันที่”ลูกพี่ต่อ”…เล่นบทแก้ปัญหาเอง‼️

ปีเสือดุ ใครคือเสือ ใครคือหมู มหาดไทย พาณิชย์ และ เกษตร โดย ขุนเกษตรพิเรน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502375

ขุนเกษตรพิเรน

23 ม.ค. 2565 |07:58 น.1.1 K

ปีเสือดุ ใครคือเสือ ใครคือหมู มหาดไทย พาณิชย์ และ เกษตร โดย ขุนเกษตรพิเรน

ต่างคนต่างถือกฎหมาย ล้วงลึกลงไป “ลุงไม่ปลื้มพาณิชย์” จับกระแสข่าว หน่วยเฉพาะกิจลุยแต่ละพื้นที่พาณิชย์แค่ตัวประกอบ มองผ่านเหมือนเสือกระดาษด้วยซ้ำ เจาะประเด็นร้อน โดย ขุนเกษตรพิเรน

เสือพลังประชารัฐ เสือประชาธิปัตย์ เสือชาติไทยพัฒนา ยุ่งอิรุงตุงนังกับหมูแพงและการรุกตรวจห้องเย็นเช็คสต็อกหมู

จากประชาธิปัตย์แทนที่จะเป็นแม่งานหลักเพราะคุมทั้งพาณิชย์และเกษตร กลายเป็นพลังประชารัฐสายตรง”ลุงตู่” ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายมหาดไทย  มีชาติไทยพัฒนาในฐานะพรรคที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์โดยตรงตามติดกระแสแบบห่างๆ

ปีเสือดุ ใครคือเสือ ใครคือหมู มหาดไทย พาณิชย์ และ เกษตร โดย ขุนเกษตรพิเรน

แปลกแต่จริงเสือพาณิชย์และเสือเกษตรฯอย่างประชาธิปัตย์เสียงเบาบาง ดูไม่เข้มข้นและร้อนแรงดุดัน เหมือนฝั่งมหาดไทยที่พี่รองอย่าง ป.ป๊อกที่เป็น “เสือซุ่ม” เดิมเกมแบบดุดัน

สามัคคีชุมนุม มะรุมมะตุ้มกันไปหมด ภาพเหมือนบูรณาการแต่เสียงแปลกๆชอบกล ที่สำคัญเกมของลุงที่สั่งตรงไปยังกรมปศุสัตว์และมอบหมายมหาดไทยเข้าร่วมเพราะไม่ไว้ใจพาณิชย์ใช่หรือไม่

“ขุนเกษตรพิเรน” บอกเลยเกมนี้แปลกๆ ต่างคนต่างถือกฎหมาย ล้วงลึกลงไป “ลุงไม่ปลื้มพาณิชย์” จับกระแสข่าว หน่วยเฉพาะกิจลุยแต่ละพื้นที่พาณิชย์แค่ตัวประกอบ มองผ่านเหมือนเสือกระดาษด้วยซ้ำ จะกลายเป็นปศุสัตว์อายัด พาณิชย์ปล่อย มหาดไทยหวดแบบเต็มๆ

ปีเสือดุ ใครคือเสือ ใครคือหมู มหาดไทย พาณิชย์ และ เกษตร โดย ขุนเกษตรพิเรน

วาทกรรมชาวบ้านเรียก”กักตุน” นายทุนเรียก “สำรองสินค้า” กำลังดังกระหึ่ม ล่าสุด กรมปศุสัตว์เปิดตัวเลขตรวจสต็อกห้องเย็นระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2565 พบสต็อกซากสุกรปริมาณมหาศาล 12,868,478 กิโลกรัม จาก 467 แห่ง วันที่ 21 ม.ค.ทำการอายัดไว้ตรวจสอบ 500,000 กิโลกรัม และวันนี้อายัดเพิ่มอีก 67,000 กิโลกรัม

เจาะข้อมูลอย่างละเอียด 3 เดือนย้อนหลังข้อมูลที่ห้องเย็นแจ้งกรมการค้าภายในกับข้อมูลการเคลื่อนย้ายไม่ตรงกันอีกบานเบอะ

ตัวเลขนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน และที่อยากเห็นจากพาณิชย์คือความกระตือรือล้นมากกว่านี้ เข้มแข็งดุดันเหมือน ลงตรวจไข่ตลาดประชานิเวศน์ จับแม่ค้าขายไข่เกินราคา นอกจากจะไม่ได้คะแนนเพิ่มยังติดบ่วง เก่งแต่กับชาวบ้าน หรือ แม่ค้าตัวเล็กๆ

ทำผลงานให้ชื่นใจหน่อยครับท่าน ไหนๆอดีตผีอีแพง “ของแพงทั้งแผ่นดิน” ที่หัวหน้าจุรินทร์  เคยโพสต์เฟสบุกก็ตามหลอกหลอนมาแล้ว

ไม่โชว์ฝีมือ ไม่ขันน็อตพาณิชย์ วาทกรรมแพงทั้งแผ่นดินจะย้ายข้างติดตัวท่านไปตลอดนะครับ 

โอกาสรัฐบาลเริ่มเหลือน้อย ใช้สอยให้เต็มที่ เดี๋ยวเด็กๆจะได้บอกเกิดมาทั้งที ได้ร่วมยุค”ลุงตู่” ยุค”ลุงจุรินทร์” หมูแพงทั้งแผ่นดิน‼️

อ่านหมากลุงตู่ – ธรรมนัส ต่างมีไม้ตายซ่อนอยู่ รอจังหวะรุกฆาตทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502377

23 ม.ค. 2565 |07:46 น.2.9 K

อ่านหมากลุงตู่ -  ธรรมนัส  ต่างมีไม้ตายซ่อนอยู่ รอจังหวะรุกฆาตทางการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ – ธรรมนัส ต่างมีไม้ตายในมือ ผู้กองคนดังหาเหตุย้ายพรรคและไปตั้งก๊วนใหม่ได้ ย่อมมี “สัญญาณลับ” จากใครบางคนให้ขยับเพื่อ “หวังผลบางอย่างทางการเมือง” ติดตามเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

บทการเมืองไทยตอนนี้เข้มข้นยิ่ง  หลังพรรคพลังประชารัฐมีมติขับไล่ “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่าและยี่สิบส.ส.ในก๊วน” ออกจากพรรคและต้องหาสังกัดใหม่ภายในสามสิบวัน

เป็นระเบิดลูกใหญ่ที่เคาะชิ่งไปยังรัฐบาลเรือเหล็กแบบเลี่ยงไม่ได้      

ผู้กองคนดังหาเหตุย้ายพรรคและไปตั้งก๊วนใหม่ได้ ย่อมมี “สัญญาณลับ” จากใครบางคนให้ขยับเพื่อ “หวังผลบางอย่างทางการเมือง”  แม้ร้อยเอกธรรมนัสจะยังแตะมือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร. เสมือนเป็นหนึ่งในบทบาท “ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล” ที่จะแตะมือกันในห้วงเวลาที่ยังเหลืออยู่อีกหนึ่งปีเศษ    แน่นอนว่าโควตารัฐมนตรีต้องมีให้พรรคใหม่ ไม่อย่างนั้นเสียงการลงมติในรัฐสภาของพรรคร่วมรัฐบาลจะเกิดอาการมติหรือกฎหมายสำคัญไม่ผ่าน  ภาวะสภาล่มที่เกิดบ่อยครั้งจะขยับเรื่อยๆ

อย่าลืมว่า “ผู้กองคนดัง” กุมเสียงพรรคจิ๋ว/ส.ส.ฝากเลี้ยงในรัฐบาลและฝ่ายค้านไว้อีกหลายคน และไม่นานนักผู้แทนราษฎรเหล่านี้จะปรากฏตัวอย่างเป็นทางการว่าสังกัดค่ายผู้กองคนดัง เพราะที่ผ่านมาเกิดกรณีที่”ร้อยเอกธรรมนัส”อ้างบ่อยครั้งกับสังคมว่าตัวเองเป็นเส้นเลือดใหญ่ของรัฐบาล เป็นคนแจกกล้วย เป็นคนที่ดูแลส.ส.พปชร.หลายคนยามลงพื้นที่นั้น เป็นเสมือนคำขู่เตือนให้ใครบางคน “ได้ยินและต้องฝืนใจยอม” หากหวังอยู่ครบวาระ

แต่อยู่ที่อัตราต่อรอง…ว่า “ผู้กองคนดัง” จะเอากี่เก้าอี้และตำแหน่งใดบ้าง เพราะตอนนี้ผู้กองคนดังน่าจะประเมินว่าตัวเองมีแต้มต่อไว้ “ขี่คอ” หัวหน้ารัฐบาลแล้ว จนมีกระแสลอยลมว่า “รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ/รมว.เกษตรและสหกรณ์/รมว.พลังงาน/รมว.ดีอีเอส/รมว.แรงงาน/รมว.มหาดไทย” คือเป้าที่ผู้กองคนดังหมายตา  

ส่วนของแถมนั้นคือ “รมช.”ที่น่าจะเคาะได้อีกหนึ่งเก้าอี้   แน่นอนว่าหากต่อรองได้สำเร็จ ร้อยเอกธรรมนัสคงไม่ไปรับหน้าที่เสนาบดีในงวดนี้ และจะมอบให้คนแวดล้อมไปรับหน้าที่(และคนแวดล้อมนั้นก็น่าจะเป็นคนใกล้ตัวหัวหน้าพรรคพปชร. ที่เมื่อยื่นรายชื่อไปแล้ว หัวหน้ารัฐบาลปฏิเสธลำบาก

โดยตัวเต็งนั้นคือ “พลเอกและพล.ต.อ.นอกราชการ” ที่รอลุ้นรับส้มหล่นตามกลเกมที่ร้อยเอกธรรมนัสและอดีตนายพลสีกากีวางแผนไว้เมื่อหลายวันก่อน ในห้วงการก่อกบฏญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะ) และตัวเองบงการหลังฉาก โดยรอเวลาหลังเลือกตั้งคราวหน้าในการขยับชั้นจากรมช.เกษตรและสหกรณ์ไปเป็นรมว.กระทรวงใด กระทรวงหนึ่ง

เกมนี้  อ่านได้ว่าผู้กองคนดัง “งัดข้อ”กับพลเอกประยุทธ์ และแกนนำหลากมุ้งในพปชร.เป็นการเฉพาะ เพราะการล็อกเป้ากระทรวงที่พปชร.และหัวหน้ารัฐบาลควบคุมไว้เอง โดยผู้กองคนดังน่าจะไม่แตะโควตาพรรคร่วมรัฐบาล เพราะหากแตะเพียงโควตาพปชร.และค่าย3ป.  ย่อมต่อรองได้ง่ายกว่า และเป็นการเอาคืนแกนนำบางคนในพปชร.และรวมทั้งค่าย3ป.ไปในตัว

โดยเงื่อนไขเหล่านี้ร้อยเอกธรรมนัสจะประสานกับพลเอกประวิตรเท่านั้น  โดยลุงป้อมต้องไปเจรจากับลุงตู่และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดาว่าจะเอาอย่างไรกันดี….กับเงื่อนไขดังกล่าว


อย่าลืมว่า ค่าย3ป.ยามนี้ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิมเสียเมื่อไหร่ เพราะการอุ้มร้อยเอกธรรมนัสของลุงป้อมเช่นนี้ ใช่ว่าลุงตู่และลุงป๊อกจะแฮปปี้ เพราะหลากลีลาล้ำเส้นซึ่งร้อยเอกธรรมนัสดำเนินการไปจนลุงตู่และลุงป๊อกเคยติติงไปนั้นเป็นรอยร้าวที่เกิดขึ้น และยิ่งการปล่อยเสือเข้าป่าของลุงป้อมคราวนี้ที่อ้างว่า “ดำเนินการเพื่อให้ลุงตู่สบายใจ” มันเหมือน” หมากสองชั้น”ที่ลุงป้อม”วางไว้กุมสภาพ”ลุงตู่” เพราะลุงป้อมยังคุมพปชร.และแตะมือกับพรรคใหม่ของร้อยเอกธรรมนัสที่มีการอ้างว่าพลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รวมทั้งพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณไปร่วมงานด้วยนั้น  แปลว่าสองพรรคนี้ใช่ไกลอื่นเสียเมื่อใดจากการควบคุมของ”ลุงป้อม” และผู้กองคนดังอยู่เบื้องหลังฉากขี่คอ”ลุงตู่”ไปเรื่อยๆ

หากมองไปยังการแก้เกมของ”ลุงตู่”นั้น แน่นอนว่ายากที่”ลุงตู่”จะยอมแพ้กับกระดานนี้  แน่นอนว่าพปชร.นั้นยังยืนได้เพราะบารมีของ”ลุงตู่”เป็นสำคัญ    แม้ร้อยเอกธรรมนัสจะเปิดเกมรุกฆาตด้วยการมีพรรคใหม่ การประสานส.ส.หลากพรรคเพื่อกุมเกมในสภาผู้แทนฯบีบลุงตู่ไปเรื่อยๆหากยังไม่ยินยอม   เพราะทางเลือกที่ลุงตู่มีในมือตอนนี้คือยื้อสภาพ ปรับครม. -ลาออก- ยุบสภา และยังมีกระแสว่าอาจนำเรื่องเก่าๆของร้อยเอกธรรมนัสมารีวิวเพื่อเตะตัดขา และเป็นไปได้ว่าตอนนี้จะงัดกติกาที่พปชร.นำมาใช้ขับไล่ 21 ส.ส.ในงวดนี้มาเดิมพัน เพราะล่าสุด “สมศักดิ์ พันธุ์เกษม” ส.ส.โคราช หนึ่งในยี่สิบชีวิตที่โดนพปชร.ขับด้วยนั้นออกมายื่นหนังสือให้หัวหน้าพรรคทบทวนมติดังกล่าว โดยอ้างร้อยแปดเหตุผลว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้ยินยอม และตอนนี้รอเพียงสัญญาณจากการวินิจฉัยของกกต.และศาลรัฐธรรมนูญเพื่ออ่านจังหวะการเมืองในช่วงอันใกล้(หากมีคนไปร้องว่าการใช้มติพรรคขับส.ส.เหล่านี้พ้นพรรคนั้นดำเนินการถูกต้องหรือไม่ และจะมีผลอย่างไร)  หากสัญญาณที่กกต.และศาลรัฐธรรมนูญออกมาในมุมตรงข้ามกับมติพปชร.งวดล่าสุดนั้น เกมนั้นคงจะพลิกไปอยู่ในมือ”ลุงตู่”

จากนั้นเชื่อว่าคงจะเปิดยุทธการไล่ล่าเสือที่โดนปล่อยเข้าป่าและน่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ฐานเป็นภัยต่อความมั่นคงทางการเมือง

การเมืองไทยงวดนี้เล่นกันแรงและละสายตาไม่ได้แม้แต่ช่วงกระพริบตา

ส่อ “ยุบพลังประชารัฐ” ก๊วน “ธรรมนัส” ร้อง ไม่รู้เรื่องถูกขับพ้นพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502314

22 ม.ค. 2565 |14:05 น.6.5 K

วุ่ยวายไม่รู้จบ ขับก๊วน “ธรรมนัส” ออกจากพรรค ส่อถูก “ยุบพลังประชารัฐ” หลังสมาชิกร้องทบทวน ไม่มีเอี่ยวตามที่ถูกกล่าวหา

การขับ ส.ส.กลุ่มร้อยเอกธรรมนัส จำนวน 21 คน ออกจากพรรคพลังประชารัฐ เปรียบเสมือนการปล่อยเสือออกจากกรง สามารถแว้งกัดได้ตลอดเวลา อันตรายกว่าขังกรงไว้ นี่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ของ เทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และในภาวะอิหลักอิเหรื่อ หนึ่งใน 21 เสือก็แผลงฤทธิ์      สมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ที่พรรคพลังประชารัฐมีมติขับออก ยื่นหนังสือ 8 หน้าถึง พลเอกประวิตร หัวหน้าพรรค ขอให้ทบทวนมติพรรคเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดย สรุปสาระสำคัญได้ว่าไม่เคยทราบ และไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า ร้อยเอกธรรมนัส เสนอให้มีการปรับโครงสร้างขนานใหญ่ ไม่เกี่ยวข้องใดๆและไม่ทราบว่าทำไมจึงถูกขับออก

ส่อ "ยุบพลังประชารัฐ" ก๊วน "ธรรมนัส" ร้อง ไม่รู้เรื่องถูกขับพ้นพรรค

การแถลงข่าวของนายไพบูลย์ที่ว่า มีการยื่นเงื่อนไข หากไม่มีการปรับโครงสร้างพรรคจะมีการเคลื่อนไหวต่างๆก็อ้างถึงร้อยเอกธรรมนัส แต่เพียงผู้เดียว แต่หากไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 101(9) ได้วางหลักเกณฑ์การพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุมร่วมกันของกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการลงมติในที่ประชุมมีสมาชิกจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วยและยังมีข้อสงสัยว่าการดำเนินการของที่ประชุมเป็นไปตามข้อบังคับพรรคหรือไม่    

   
การขับไล่ร้อยเอกธรรมนัสกับพวกไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯก่อน ไม่มีการสรุปว่าสาเหตุความผิดที่นำไปสู่เรื่องการทำลายเอกภาพภายในพรรคคืออะไร แถมยังดำเนินการอย่างเร่งรีบโดยอ้างเรื่องเสถียรภาพภายในเป้นหลัก   ต่างจากสาเหตุการขับไล่ ส.ส.ของทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ที่มีการนำเอาพฤติกรรมการโหวตสวนมติของพรรค ฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น การทำลายชื่อเสียงของพรรค  มาทำให้ข้อกล่าวหา เป็นปฏิปักษ์  มีน้ำหนักทั้งสิ้น

ส่อ "ยุบพลังประชารัฐ" ก๊วน "ธรรมนัส" ร้อง ไม่รู้เรื่องถูกขับพ้นพรรค

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเห็นว่า  21 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่ถูกขับออกจะกลับเข้ามาสังกัดพรรคเดิมในแง่กฎหมายสามารถทำได้ โดยขั้นตอนเมื่อมีมติขับออกจากพรรคต้องแจ้ง กกต.ทราบและต้องได้รับการรับรองจาก กกต.ก่อนจึงจะมีผลสมบูรณ์   ขณะเดียวกันหากผู้ที่ถูกขับออกไม่ยอม
ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ก็สามารถกระทำได้ แต่จะทำให้กระบวนการหาพรรคใหม่ของผู้ที่ถูกขับออกซึ่งกฏหมายกำหนดว่าต้องดำเนินการภายใน 30 วันต้องชะลอไว้ก่อน  

ส่อ "ยุบพลังประชารัฐ" ก๊วน "ธรรมนัส" ร้อง ไม่รู้เรื่องถูกขับพ้นพรรค

ก่อนหน้านี้ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่นร้องให้กกต.ตรวจสอบกระบวนการขับ21 ส.ส. เพื่อขอให้ยุบพลังประชารัฐ   กลุ่มร้อยเอกธรรมนัส จะอย่างไรก็มีที่ไป  แต่ถ้ากระบวนการขับออกของพรรคพลังประชารัฐไม่ชอบด้วยกฏหมาย  ก็มีหวัง พังทั้งพรรค