เมื่อนายกฯต้องเดินอยู่บน “เส้นด้าย” 6 เดือนยุบสภาและท่วงท่า ขับรถไม่วางมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502292

22 ม.ค. 2565 |13:15 น.1.7 K

เมื่อนายกฯต้องเดินอยู่บน "เส้นด้าย" 6 เดือนยุบสภาและท่วงท่า ขับรถไม่วางมือ

อะไรก็เกิดขึ้นได้ในวงการการเมือง แต่ความพยายามของพลเอกประยุทธ์ที่ต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตัวเองและในที่ประชุม ศบศ. “อย่ายอมแพ้” นั้น อะไรที่จะเป็นประเด็นต่อจากนี้ที่ต้องจับตา

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนอยู่บนความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง หลังการเลือกตั้งซ่อมสงขลา ชุมพร พร้อมกับความพ่ายแพ้ของพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่แค่พ่ายแพ้ แต่นำมาซึ่งความขัดแย้ง แตกแยกภายในพรรคอย่างรุนแรง ถึงขั้นพรรคพลังประชารัฐมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และเพื่อน ส.ส.ในกลุ่มอีก 20 คนพ้นจากสมาชิกพรรค ด้วยข้อกล่าวหาสร้างความขัดแย้งภายในพรรค

ความขัดแย้งอันเกิดจากผลพวงของการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม “เลือก ส.ส.ต้องเลือกคนมีชาติตระกูล และมีตังค์” เป็นวลีในการปราศรัยโค้งสุดท้าย ที่ถูกนำไปขยายผลมากมาย และถูกมองว่าเป็นวลีที่สร้างความพ่ายแพ้ให้พรรคพลังประชารัฐ

น่าจะเป็นวลีที่ทำให้ สุชาติ ชมกลิ่น รวม.แรงงาน เสนอให้ทำโพล และมีคำถามชี้นำว่า พรรคพลังประชารัฐตกต่ำ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส ใช่หรือไม่

ยังมีข้อกล่าวหาถึงการต่อรองตำแหน่งสองรัฐมนตรีให้กลุ่มธรรมนัสที่หายไปจากการปลด “ธรรมนัส-นฤมล” ซึ่งข้อเท็จจริงไม่มีการยืนยัน ไม่มีหลักฐานอะไร และเป็นข้อต่อรองที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่น่าจะยอมเป็นเบี้ยล่าง

อีกข้อกล่าวหา คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ร.อ.ธรรมนัส เสนอให้ปรับโครงสร้างพรรคขนานใหญ่ อันจะนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกมากขึ้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคจึงไม่ยอม แต่ไม่มีรายละเอียดว่า เสนอปรับโครงสร้างพรรคขนานใหญ่อย่างไรที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกรุนแรง ถึงขั้นต้องขับเลขาธิการพรรค และพวกถึง 21 คนออกจากพรรค

“ในทางการเมืองการขับสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส.ออกจากพรรคถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ยิ่งเป็นการสร้างความแตกแยกขัดแย้ง ถีบมิตรไปเป็นศัตรู แม้ท่าทีของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสจะยังไม่ชัดเจนนักว่าจะยืนอยู่ตรงไหน แต่แน่นอนว่า ต้องไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์อย่างเป็นแน่แท้”

เสียงของรัฐบาลที่เคยมีอยู่ 277 เสียง หายไปทันที 21 เสียง จึงเหลืออยู่เพียง 256 เสียง เกินกึ่งหนึ่งไป 5 เสียง ในขณะที่เสียงของฝ่ายค้านที่เคยมี 209 เสียง เพิ่มขึ้นเป็น 230 เสียงทันที

 277 เสียงของรัฐบาลที่ผ่านมา สภาก็ล่มแล้วล่มอีก ไม่อาจผ่านกฎหมายสำคัญไปได้มาหลายครั้งแล้ว มาถึงเวลานี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จึงยืนอยู่บนความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง

ความเสี่ยงแรกคือ ความเสี่ยงของการถูกคว่ำร่างพระราชบัญญัติ เมื่อส.ส.ที่สนับสนุนรัฐบาลหายไป 21 คน ทำให้จำนวน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่เหลือ มีจำนวนเกินครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้สถานภาพของรัฐบาลเดินเข้าสู่แดนอันตราย สัญญาณที่ปรากฎในระยะนี้คือ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มบ่อยครั้ง เพราะองค์ประชุมไม่ครบ คาดว่าการทำงานขับเคลื่อนกฎหมายของรัฐบาลในปี 2565 จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก และหากรัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าไปในสภาฯ ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกคว่ำได้ โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเงิน และ พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินในกลางปีนี้ (ถ้ารัฐบาลยังอยู่ถึงในเวลานั้น)

ความเสี่ยงที่สองคือ การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติที่ฝ่ายค้านยื่นไปแล้ว และการถูกลงมติไม่ไว้วางใจ ประมาณเดือนพฤษภาคมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เปิดโอกาสให้กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสร่วมมือกับฝ่ายค้านเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ได้ หากคะแนนไม่ไว้วางใจมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนส.ส.ทั้งหมดที่อยู่ในสภา พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที

มีความเป็นไปได้ว่า หากมีสัญญาณชัดเจนว่า กลุ่มร.อ.ธรรมนัสจะร่วมมือกับฝ่ายค้านแน่ และทำให้เสียงไม่ไว้วางใจมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาฯ พล.อ.ประยุทธ์ก็อาจชิงยุบสภาฯ เสียก่อนที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจ (ถ้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วจะยุบสภาหนีไม่ได้) อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้เช่นกันว่า กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสอาจวางแผนและแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ตายใจและยอมให้ฝ่ายค้านอภิปราย จากนั้นเมื่อฝ่ายค้านอภิปรายเสร็จสิ้น กลุ่มร.อ.ธรรมนัสก็หันไปร่วมมือกับฝ่ายค้านลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ภายใต้เหตุผลว่า ข้อมูลฝ่ายค้านมีความหนักแน่นชัดเจนจนทำให้ไม่สามารถไว้วางใจให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งต่อไปได้อีก หากจำนวนคะแนนไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งอย่างเจ็บปวดที่สุด เพราะจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่พ้นจากตำแหน่งโดยมติไม่ไว้วางใจในสภาฯ

นับจากต่อจากนี้เป็นต้นไป รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์มีสภาพเหมือนเดินอยู่บน “เส้นด้าย” ที่พร้อมจะขาดลงไปทันทีเมื่อมีสิ่งใดมากระทบ และดูเหมือนสิ่งที่เข้ามากระทบมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ มีความเป็นไปได้สูงว่า ภายในหกเดือนนี้ หากพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยุบสภาฯ ก็คงจะถูกไล่ออกกลางสภาฯ แต่ถ้าอยู่รอดไปจนถึงมิถุนายน 2565 ได้ ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์

ประเด็นอยู่ที่ว่า พล.อ.ประวิตร จะวางให้ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ในฐานะอะไรในพรรคใหม่ พรรคเศรษฐกิจไทย ที่ พล.อ.ประวิตรยกให้ไป และน่าจะส่ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรักไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรคพรรค ในแบบ “ขับรถไม่วางมือ”

 #มากกว่าข่าว #นายหัวไทร

แม่บ้านธรรมนัส “อภิชัย เตชะอุบล” เจ้าของพรรคเศรษฐกิจไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502237

21 ม.ค. 2565 |20:24 น.5.5 K

แม่บ้านธรรมนัส "อภิชัย เตชะอุบล" เจ้าของพรรคเศรษฐกิจไทย

ซุ้มธรรมนัสเปิดตัวพรรคยิ่งใหญ่ “อภิชัย เตชะอุบล” ว่าที่เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ส่งคนสนิทก่อร่างสร้างพรรคนี้มากว่า 2 ปีแล้ว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เปิดตัว “อภิชัย เตชะอุบล” ว่าที่เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ผู้มีลักษณะใจถึงพึ่งได้ และมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเป็นเจ้าของพรรคเศรษฐกิจไทยตัวจริง

เส้นทางการเมืองของ “อภิชัย เตชะอุบล” เริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะเคลื่อนตัวสู่ชายคาบ้านป่ารอยต่อฯ กลายเป็นน้องรักของบิ๊กป้อมอีกคนหนึ่ง

ย่างก้าว “อภิชัย เตชะอุบล” ได้นำมาซึ่งความเลิศหรูอลังการของพรรคเศรษฐกิจไทย สมฐานะสมราคา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย ตกเป็นข่าวเกรียวกราวก่อนปลัดฉิ่ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ จะเกษียณอายุราชการ แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไป เมื่อปลัดฉิ่งล้มแผนทำงานการเมือง

พลันที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พาพลพรรคแยกตัวออกจากพรรคพลังประชารัฐ ชื่อพรรคเศรษฐกิจก็กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง โดยระบุว่า พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จะเป็นหัวหน้าพรรค และอภิชัย เตชะอุบล เป็นเลขาธิการพรรค

ว่ากันว่า อภิชัย เตชะอุบล กำลังจะทำเรื่องลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย

ระยะหลัง ใครที่ไปบ้านป่านรอยต่อฯ ก็จะพบเสี่ยอภิชัยอยู่บ่อยๆ จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

‘รู้จักเสี่ยโต’

คอการเมืองอาจไม่รู้จัก “อภิชัย เตชะอุบล” มากนัก แต่แวดวงธุรกิจต่างรู้จักเสี่ยโต หรือเสี่ยอภิชัย ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JCK และบริษัท เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JCKH ผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจร้านอาหารอาทิ ฮอท พอต, ไดโดมอน และเจิ้งโต่ว

ปี 2552 สมัยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อัศวิน วิภูศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชป.(ปัจจุบัน) เป็นผู้ชักชวนเสี่ยโต อภิชัย เตชะอุบล เข้ามาช่วยงานพรรค ปชป. โดยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลอภิสิทธิ์

ปี 2554 อภิชัยลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 64 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จนมาถึงปี 2562 อภิชัยลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรก

หลังเลือกตั้ง พรรค ปชป.มีการเลือก จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรค อภิชัยได้การแต่งตั้งเป็นเหรัญญิกพรรค แต่เดือน มี.ค.2563 อภิชัยทำหนังสือลาออกจากตำแหน่งเหรัญญิกพรรค โดยอ้างว่าติดภารกิจเยอะ แต่ไม่ลาออกจาก ส.ส.

เมื่อศึกซักฟอกต้นปี 2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้คะแนนไว้วางใจ 268 คะแนน ไม่ไว้วางใจ 207 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ซึ่งมี ส.ส.ปชป. 3 คน ที่ร่วมงดออกเสียงคือ พนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,อภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี

เสี่ยโตจึงถูกสมาชิก ปชป.บางกลุ่มแซวว่าเป็น งูเห่า แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ใส่ใจ และยังทำหน้าที่ ส.ส.ตามปกติ

‘เจ้าของพรรคตัวจริง’

เมื่อถอยห่างออกจาก ปชป. “อภิชัย เตชะอุบล” ก็เข้าไปที่บ้านป่ารอยต่อฯ โดยผ่านทางพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และน้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ข่าวบางกระแสระบุว่า พรรคเศรษฐกิจไทย ได้รับการคาดหมายว่า จะเป็นพรรคของปลัดฉิ่งมาตั้งแต่แรก ซึ่งมีการดำเนินการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง ลำดับที่ 73 เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก 18 คน ประสงค์ วรารัตนกุล เป็นหัวหน้าพรรค เมธาวี เนตรไสว เป็นเลขาธิการพรรค

สำนักงาน กกต.เผยแพร่ข้อมูลพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการอยู่ เมื่อ 8 ก.ย.2564 พบชื่อรัชนี ศิวเวชช รองหัวหน้าพรรค ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และเมธาวี เนตรไสว เป็นเลขาธิการพรรค เหลือกรรมการบริหารพรรค 13 คน

ภาพการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคภาคเหนือของพรรคเศรษฐกิจไทยภาพการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคภาคเหนือของพรรคเศรษฐกิจไทย

พรรคเศรษฐกิจไทย มีสมาชิก 8,759 ราย มีสาขาพรรค 7 แห่ง ส่วนที่ตั้งพรรคอยู่ในซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.

ที่น่าสนใจ รัชนี ศิวเวชช รองหัวหน้าพรรค ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรค มีสายสัมพันธ์กับเสี่ยโต อภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.

นั่นแสดงให้เห็นว่า เสี่ยโตก่อร่างสร้างพรรคเศรษฐกิจไทยมาแต่แรก โดยเบื้องต้นตั้งใจให้เป็นพรรคของปลัดฉิ่ง แต่สถานการณ์เปลี่ยน ปลัดฉิ่งถอย พรรคนี้จึงถูกนำรองรับกลุ่ม ส.ส.ซุ้มธรรมนัส

เท่ากับว่า บิ๊กป้อมเบ่งบารมีคลุมทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเศรษฐกิจไทย ขณะที่บิ๊กตู่ขาลอยแถมถูกปิดล้อมโดยนักเลือกตั้งสายบ้านป่ารอยต่อฯ

เสือแค้นรอขย้ำ “ประยุทธ์” ฉากสุดท้ายพี่น้อง 3 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502173

21 ม.ค. 2565 |14:02 น.7.6 K

เสือแค้นรอขย้ำ "ประยุทธ์" ฉากสุดท้ายพี่น้อง 3 ป.

เรือเหล็ก 3 ป.รออับปาง “ประยุทธ์” เผชิญวิกฤตธรรมนัส พี่ใหญ่แอบซ้อนแผนดันพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นเรือธงสมัยหน้า พลังประชารัฐรอวันปิดฉาก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เกือบ 8 ปี บนเส้นทางอำนาจ “ประยุทธ์” เดินทางมาพร้อมพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผ่านยุค คสช. มาถึงยุคนักเลือกตั้ง ส่อเค้าเรือเหล็ก 3 ป.จะอับปาง

กลเกมผู้กองธรรมนัสเล่นงาน “ประยุทธ์” สะบักสะบอมมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ต้องอาศัยบารมีบิ๊กป้อม หลอมรวมนักเลือกตั้งร้อยซุ้มพันก๊ก มาถึงปีนี้คงไปต่อลำบาก

พรรคใหม่ธรรมนัสส่งสัญญาณ “ประยุทธ์” กับสองพี่ใหญ่คงได้เวลาแยกทางกันเดิน หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า

หลังเหตุแผ่นดินไหวในพรรคพลังประชารัฐ สปอตไลท์การเมืองก็สาดจับไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งกำลังก่อการตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย และเล่นเกมต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

วันที่ 20 ม.ค.2565 วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ในเวลานี้นายกรัฐมนตรีเหนื่อย รัฐบาลมีความสุ่มเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุการเมือง เรื่องจำนวน เสียง ส.ส. ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต้องรีบแก้ แต่แก้อย่างไร ตนไม่รู้

รองนายกฯวิษณุ ยังย้อนคำพูดเมื่อสองปีที่แล้ว รัฐบาลไม่ใช่เรือเหล็ก แต่เป็นเรือลำเล็ก และสนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อใน ไม่ได้มาจากฝ่ายค้าน

ค่ำวันเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ได้เดินทางไปเข้าพบหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ ซึ่งคาดว่าเป็นการหารือถึงปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ภายในพรรคพลังประชารัฐ

พล.อ.ประยุทธ์ มีทางเลือกไม่มากนักในสถานการณ์พรรคแตก เสียงแตก ไม่ยุบสภาก็ลาออก หรือหาทางประนีประนอม ปรับ ครม. เสนอเก้าอี้รัฐมนตรีให้กลุ่มธรรมนัส

‘จุดแตกหัก’

ดังที่รู้กัน สงครามเย็นในพลังประชารัฐ ได้เกิดขึ้นหลังศึกซักฟอกกลางปีที่แล้ว แม้ “ประยุทธ์” ต้องการจัดการกลุ่มกบฏให้เด็ดขาก แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังอุ้ม ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เหตุการณ์ก่อกบฏ ได้ทำให้เกิดรอยร้าวภายในพี่น้อง 3 ป. ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงออกผ่านสื่อหลายครั้ง เพื่อย้ำความสัมพันธ์ของอดีตนายทหารที่มาจากบูรพาพยัคฆ์ ว่า “เหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ใครก็ทำลายไม่ได้ แม้มีคนเสี้ยมให้แตกกัน…”

ถ้าย้อนไปดูสาเหตุแห่งการก่อกบฏนั้น น่าจะมาจาก ร.อ.ธรรมนัส อดีตนายทหารรุ่นน้อง มีบุคลิกใจถึง พึ่งได้ จึงรวบรวมไพร่พลไว้พอสมควร ทั้งที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ และต่างพรรค โดยเฉพาะกลุ่มพรรคเล็ก ต้องการให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี

ว่ากันว่า ตอนนั้น ร.อ.ธรรมนัส พุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย เนื่องจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย ตกเป้าโจมตีจาก ส.ส.กลุ่มใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ เพราะพรรคไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย จากการที่บิ๊กป๊อกคุมมหาดไทย

นัยว่า ประมุขบ้านป่ารอยต่อก็แอบหนุนข้อเสนอของธรรมนัส แต่ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เล่นด้วย จึงเกิดเหตุการณ์ก่อกบฏกลางสภาฯ

‘ร้อยซุ้มพันธุ์นักเลือกตั้ง’

เนื่องจาก “ประยุทธ์” ลอยตัวเหนือพรรคพลังประชารัฐมาแต่แรก จึงฝากผีฝากไข้ไว้ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้เกิดเสียงนินทาว่า นายกรัฐมนตรีเหินห่างจาก ส.ส.พลังประชารัฐ

จริงๆแล้ว นับแต่วันก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจ ไม่ต่างจากพรรคสหประชาไทย หรือพรรคสามัคคีธรรม มาถึงวันนี้ พลังประชารัฐก็กำลังย่ำรอยเดิมของพรรคทหารในอดีต

เกือบ 6 เดือนที่พรรคพลังประชารัฐ เผชิญหน้ากับการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบ ระหว่างกลุ่มไม่เอาธรรมนัส กับกลุ่มธรรมนัสและพันธมิตร

หัวขบวนฝ่ายไม่เอาธรรมนัส ประกอบด้วย สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ,สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ,สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ฯลฯ

เหตุพ่ายเลือกตั้งซ่อมที่ชุมพรและสงขลา กลายเป็นจุดปะทุความขัดแย้งอีกรอบ เมื่อเสี่ยเฮ้งเปิดเกมรุกขับเลขาธิการพรรค ธรรมนัสกลับมาด้วยแผนเหนือเมฆ ประกาศพาพลพรรคออกไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย

แล้วความวุ่นวายก็มาเยือนรัฐนาวาประยุทธ์ เรือเหล็กที่ลอยลำกลางทะเล ตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2557 ก็ตกอยู่ในสถานการณ์เรือใกล้อับปาง เพราะสนิมเกิดแต่เนื้อในตน

รัฐบาล “รอด-ไม่รอด” หลังก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้น พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502104

21 ม.ค. 2565 |10:17 น.

รัฐบาล “รอด-ไม่รอด” หลังก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้น พปชร.

นักวิชาการ ชี้กรณีก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้นพลังประชารัฐ หากพรรคร่วมรัฐบาลสามัคคีกัน รัฐบาลก็รอด แต่ถ้าคุมเสียงในสภาไม่ได้ กรณีพิจารณากฎหมายสำคัญหรือญัตติซักฟอกรัฐบาล อาจเกิดการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ได้ หรือทหารเข้ายึดอำนาจ หากบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยง

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย วิเคราะห์ถึงกรณีที่กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐพวกอีก 20 คน ถูกขับพ้นจาก พรรคพลังประชารัฐ จะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงจนถึงขั้นยุบสภาและการเลือกตั้งส.ส.ขึ้นใหม่หรือไม่ว่า  ขณะนี้คงไม่ถึงขั้นจะยุบสภา เพราะถ้าดูโดยรวม ก็ไม่แน่ใจว่า ร.อ.ธรรมนัสและพวก จะไปอยู่ฝั่งไหน ถ้าไปอยู่ฝั่งพรรครัฐบาล ซึ่งไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่กระทบการทำงานของรัฐบาล แต่ถ้าไปอยู่กับฝ่ายค้าน ก็คงต้องมาวัดกันดูในส่วนของสัดส่วนของส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ 

รัฐบาล “รอด-ไม่รอด” หลังก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้น พปชร.

รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า จำนวนส.ส.ในส่วนของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลยังเกินกันอยู่ 20 คน ดังนั้น การที่ ร.อ.ธรรมนัส กับพวกออกจากพรรค พปชร.ไป ถ้าวัดกำลังกัน อย่างมากก็คงสูสี แต่สิ่งสำคัญคือต้องดูที่ปัจจัยดึงหรือดัน ถ้าเป็นปัจจัยดัน คือพรรคร่วมรัฐบาลสามารถพูดคุยกัน ทำงานช่วยงานกัน และทำงานร่วมกันด้วยดี รัฐบาลก็ยังคงอยู่ต่อไปได้ ถึงแม้ ร.อ.ธรรมนัสและพวกจะไปอยู่กับฝ่ายค้าน ถ้านับคะแนนเสียงแล้ว ฝั่งรัฐบาลมีความสามัคคีกันก็จะไม่มีปัญหาอะไร 

รัฐบาล “รอด-ไม่รอด” หลังก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้น พปชร.

ส่วนปัจจัยดึงลง ซึ่งอาจจะมีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่มาประชุมบ้าง หรืองดออกเสียงบ้าง หรือพรรคเล็กไม่ลงคะแนนให้รัฐบาล แล้วผลไปตกให้อีกฝั่ง จุดนี้ก็จะทำให้รัฐบาลลำบาก เหนื่อยยาก  และจะส่งผลทำให้กระแสรัฐบาลตกต่ำ ถ้ามีการพิจารณากฎหมายสำคัญและลงมติ และรัฐบาลไม่สามารถคุมเสียงได้ หรือถ้าฝ่ายค้านเขายื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล แล้วเสียงโหวตฝั่งรัฐบาลไม่ผ่าน ฝ่ายค้านก็สามารถที่จะถอดถอนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้  

นอกจากนี้ ถ้าในมองระยะยาว ก็ไม่รู้ว่า ร.อ.ธรรมนัสและพวก จะไปอยู่กับพรรคการเมืองไหน แต่ถ้า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ถูกกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม การจะร่วมมือกันนั้นก็เป็นไปไม่ได้เลย หรือ ร.อ.ธรรมนัส จะไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล หรือพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้จะเอายังไงต่อไป หรือแม้แต่กรณี พรรคสร้างอนาคตไทย ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น ก็ตกอยู่ในลักษณะคล้ายๆ กับ ร.อ.ธรรมนัส คือบอบช้ำมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และก็ไม่ได้รับการเหลียวแลจากพล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น “ศัตรูของศัตรูคือมิตร” ซึ่งกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส และพรรคสร้างอนาคตไทย ก็อาจจะไปทอนกำลังของ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอันนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

แต่ถ้าพิจารณาปัจจัยภายใน  การที่ ร.อ.ธรรมนัสและพวก ออกจาก พรรคพลังประชารัฐ ก็จะเป็นผลดีต่อพรรค หมดปัญหาการทะเลาะกันเอง ซึ่งที่ผ่านมาก็หาจุดลงตัวยาก มีการเล่นเอาล่อเอาเถิดกัน พอเคลียร์กันจบแบบนี้สภาวะอิหลักอิเหลื่อก็หายไป พรรคก็สามารถก็ทำงานต่อไปได้ 

รัฐบาล “รอด-ไม่รอด” หลังก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้น พปชร.

หรือถ้าในกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส บาดหมางกันจริงกับ พล.อ.ประยุทธ์ และการที่ พล.อ.ประวิตร ยอมทำตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการมาโดยตลอด ทั้งกรณีการยอมให้ปลด ร.อ.ธรรมนัส ออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ พล.อ.ประวิตรก็ไม่ว่าอะไร หรือกรณีล่าสุดที่ขับพ้นออกจากพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร ก็ยังยอม ก็มีคำถามง่ายๆ ว่า “มีอะไรที่ป้อมไม่ทำให้ตู่ แต่ต่อให้ไม่บาดหมางกัน ยังไง ก็ต้องรู้สึกบ้าง” 

ส่วนกรณีถ้ามองข้ามช็อตว่า หากมีโอกาสถึงขั้นยุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่ขึ้นจริง แต่ขณะที่กฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้ง คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง สภายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบในการเลือกตั้ง กรณีนี้จะใช้กฎหมายใด หรือมีทางออกใดบ้าง รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่าก่อนหน้านี้สภาได้คิดแนวทางแก้ไขไว้แล้วในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 โดยให้ระบุไว้ในบทเฉพาะกาล ว่า ถ้ากฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้งยังไม่มีผลบังคับใช้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถออกข้อบังคับมาใช้เพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไปเขียนว่าให้ใช้กฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้งฉบับใหม่ 

รัฐบาล “รอด-ไม่รอด” หลังก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้น พปชร.

แต่ถ้ากฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้งยังทำไม่เสร็จ ก็ให้กลับไปใช้ มาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญปี 2560  ที่ระบุว่า “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” 

ฉะนั้น หากดำเนินการตาม มาตรา 5 เมื่อไม่มีบทบัญญัติระบุไว้ ก็ให้กลับมาใช้รัฐธรรมนูญที่มีอยู่แล้ว โดยให้ใช้เท่าที่สามารถใช้ได้ อะไรที่ไม่เกี่ยวกับการกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็สามารถนำมาใช้ได้ ส่วนอันไหนที่เจาะจงไว้ ก็ให้ทำตามนั้น 

ดังนั้น ในประเด็นนี้ ก็สามารถที่จะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ได้ ใน 2 หัวข้อสำคัญคือ 1.เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ไปเลย และ 2.ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมาอีกฉบับหนึ่ง แล้วไปเขียนในวาระที่ยังไม่ออกกฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้งออกมา ให้กกต. สามารถออกระเบียบเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ขั้นตอนกฎหมายจะเป็นเช่นนี้ ฝ่ายค้านจะให้ยุบสภาและให้มีการเลือกตั้งเลย โดยไม่มีปัญหานั้นเป็นไปไม่ได้  หรืออีกกรณีหนึ่ง ก็อาจจะเป็นช่องทางให้ทหารเข้ามาคุมและมีอำนาจอีกครั้งก็ได้ ถ้าเกิดกรณีที่ทำให้บ้านเมืองมีความสุ่มเสี่ยง บ้านเมืองเกิดความย่ำแย่ลง ทหารก็อาจจะกลับเข้ามายึดอำนาจ และเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีจากพล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนใหม่ขึ้นทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งก็อาจจะเป็นอดีต คสช.คนที่ยังไม่ช้ำมาเป็นนายกรัฐมนตรี  

แต่ถ้าจะออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเลือกตั้งนั้น รัฐบาลไม่สามารถทำได้ เพราะ พ.ร.ก. มีศักดิ์ทางกฎหมายในลำดับที่น้อยกว่ากฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้ง ซึ่ง พระราชกำหนดมีศักดิ์ลำดับทางกฎหมายเท่ากับพระราชบัญญัติ

รัฐบาล “รอด-ไม่รอด” หลังก๊วน “ธรรมนัส” ยกพวกพ้น พปชร.

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เจษฎ์ วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ในสถานการณ์แบบนี้รัฐบาลจะรอด หรือไม่รอดนั้น คิดว่ารัฐบาลก็คงจะถูลู่ถูกัง และต้องพยายามรักษาเสถียรภาพของการเป็นรัฐบาลต่อไปให้ได้นานที่สุด แต่การที่เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำนี้ ก็มีปัจจัยที่ต้องคอยระวัง  คือ

1.พรรคตัวเองต้องมาประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียงกัน จะขาดไม่ได้เลย

2.พรรคฝ่ายรัฐบาต้องสามัคคีกันมากกว่าฝ่ายค้าน

3.ต้องรอดูว่าในระยะยาว รัฐบาลจะคุมเสียงได้หรือไม่

“เพราะคะแนนปริ่มน้ำ ใครขาดไม่ได้ ลงพื้นที่ไม่ได้ จะไปร่วมประชุมกรรมาธิการฯ ก็ไม่ได้ อันนี้จะลำบาก ก็หวังว่าสภา ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะทำกฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ และยุบสภา หรือลาออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งก็สามารถจะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ในปีนี้ ” รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุ

ละครการเมือง”ธรรมนัส” วันวาน เป็นเพียงฉากหนึ่งของหนังใหญ่ โดยนายหัวไทร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502088

20 ม.ค. 2565 |22:56 น.

ละครการเมือง"ธรรมนัส" วันวาน เป็นเพียงฉากหนึ่งของหนังใหญ่ โดยนายหัวไทร

หลังจากนี้ไปอยู่ที่ ร.อ.ธรรมนัส จะวางฐานะของพรรคนี้ไว้ตรงไหน เป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ติดตามเบื้องหน้าเบื้องหลังได้ที่นี่เจาะประเด็นร้อน โดย นายหัวไทร

หลังพรรคพลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้งซ่อมส.ส.ที่จ.ชุมพร เขต 1 และจ.สงขลา เขต 6 โดยเฉพาะกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยเปรียบคนรวย คนจน ให้ประชาชนเลือก ส.ส.ที่มีชาติตระกูลดี และเป็นคนมีตังค์ จนถูกมองและวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้ง 


และต่อมามีแชทไลน์หลุดนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรค เสนอให้ทำโพลว่า พรรคพลังประชารัฐตกต่ำ เพราะร.อ.ธรรมนัสหรือไม่นั้น

ถ้าเราสังเกตจะเห็นว่าการเลือกตั้งซ่อมคราวนี้พรรคพลังประชารัฐไม่ได้นำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นตัวชูโรงเหมือนที่ผ่านๆมา ซึ่งอาจจะมองว่า กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อน

การหาเสียงเลือกตั้งซ่อมทั้งสองเขต เราจึงเห็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐไปขลุกอยู่ในพื้นที่ และขึ้นเวทีปราศรัยบ่อยครั้งมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
     

แต่หลังเสร็จศึกเลือกตั้งซ่อม พร้อมกับความพ่ายแพ้ กระแสในพรรคพลังประชารัฐ กับความไม่พอใจต่อ ร.อ.ธรรมนัส พุ่งขึ้นสู่จุดพีค ถึงขั้นเตรียมทำโพลแบบสอบถามชี้นำ อันมีเป้าหมาย “ปลดธรรมนัส” พ้นเลขาธิการพรรค


หมากเกมนี้ “ผู้กองธรรมนัส” รู้แกว เดินเกมที่ใหญ่กว่า “ล้มประยุทธ์ รอบ 2”

เมื่อวานมีเกมล้มประยุทธ์รอบสองจึงเริ่มขึ้นกับเกมในสภา เมื่อกฎหมายการเงินของรัฐบาลเข้าสภา (พ.ร.บ.เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา) ซึ่งถ้ากฎหมายการเงินไม่ผ่าน นายกฯต้องรับผิดชอบ
     

เกมทำให้สภาล่มจึงเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาจะโหวต เสียงในสภาไม่ครบองค์แน่ๆ นายกฯประยุทธ์รู้ทัน ให้พรรคเล็กในรัฐบาล เสนอนับองค์ประชุมเอง และสุชาติ ตันเจริญที่ทำหน้าที่ประธานอยู่ในเวลานั้นก็ทันเกม สั่งปิดประชุมก่อน
     

เมื่อเกมที่วางไว้ไม่สำเร็จ ซีกผู้กองธรรมนัส เดินต่อบนตาหมากรุกที่เหนือกว่า ให้ ส.ส.ในสังกัด ลงชื่อลาออกจากพรรค 22 คนกดดันให้ยุบสภา เพราะถ้าลาออกมากขนาดนี้ แล้วเลือกตั้งซ่อมคนด่าทั้งเมือง กับสถานการณ์แบบนี้ และอายุของสภาก็เหลือน้อยแล้ว



พล.อ.ประวิตร ไม่ให้ลาออก ขอเป็นขับออกจากพรรค ถ้าขับออกจากพรรคก็ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ แต่ต้องหาพรรคสังกัดใน 30 วัน จะได้ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ และ พล.อ.ประวิตร ยังยกพรรคเศรษฐกิจไทยให้ผู้กองฯธรรมนัส ที่เคยเตรียมไว้ให้ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย กับ ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย ตั้งพรรค แต่ตั้งไม่สำเร็จ ตัวพรรคยังอยู่ มีสมาชิก มีสาขาพรรคอยู่บ้างแล้ว

พล.อ.ประวิตร กับ ร.อ.ธรรมนัส ยังตัดกันไม่ขาด “บัวยังเหลือใย” จึงยกพรรคเศรษฐกิจไทยให้ ร.อ.ธรรมนัสไปก่อร่างสร้างรังใหม่
แต่จะส่ง พล.อ.วิชย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรัก ไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรค และส่ง พล.ต.อ.พัชรวาท  วงษ์สุวรรณ น้องชายไปเป็นเลขาธิการพรรคด้วย

หลังจากนี้ไปอยู่ที่ ร.อ.ธรรมนัส จะวางฐานะของพรรคนี้ไว้ตรงไหน เป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ถ้าเลือกที่จะไม่สนับสนุนรัฐบาล จะทำให้เสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำอีกครั้ง เหลือเพียง 256 เสียง เกินกึ่งไปแค่ 5 เสียง ขนาดเสียง 277 เสียง สภายังล่มแล้วล่มอีก ยังนึกไม่ออกว่า ถ้า 256 เสียง งานในสภาจะเดินไปอย่างไร

ยิ่งถ้า ร.อ.ธรรมนัส เลือกไปอยู่กับฝ่ายค้านอีก จะยิ่งไปกันใหญ่ จะทำให้เสียงฝ่ายค้านเพิ่มจาก 209 เสียง เป็น 230 เสียงทันที

อย่าลืมว่าสัปดาห์หน้าพรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปรัฐบาลแล้ว แม้จะเป็นการอภิปรายแบบไม่ลงมติก็ตาม แต่ก็ทำให้รัฐมนตรีเสียวสันหลังได้เหมือนกัน

หนังใหญ่ฉากสำคัญของการเมืองกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว จึงมีแต่คนถามว่า “จะยุบสภาหรือเปล่า”  แม้นายกฯประยุทธ์จะออกมายืนยันว่า “ไม่ยุบ” แต่การเมืองมันเป็นเรื่องไม่แน่ไม่นอนครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้
 #มากกว่าข่าว #นายหัวไทร #พลังประชารัฐ #ธรรมนัส

วงในพปชร.เผยแนวเจรจาหลังธรรมนัสและ20 ส.ส.ย้ายค่ายส่งคนในมุ้งเขย่าครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502074

20 ม.ค. 2565 |22:30 น.

วงในพปชร.เผยแนวเจรจาหลังธรรมนัสและ20 ส.ส.ย้ายค่ายส่งคนในมุ้งเขย่าครม.

วงในพลังประชารัฐอัพเดทสถานการณ์ภายหลัง ธรรมนัสและ 20 ส.ส. ย้ายค่ายใหม่รอผลการเจรจารอบสองดันคนในมุ้งชิงเก้าอี้คณะรัฐมนตรี หากไม่บรรลุผลมีอีกแนวทางใหม่ ติดตามสถานการณ์รัฐบาล อย่ากระพริบตาในเจาะประเด็นร้อน

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ แจ้งว่า กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคแถลงมติพรรคพลังประชารัฐว่า ได้ขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคและส.ส.พะเยา รวมทั้งส.ส. 20 คนในสังกัดร.อ.ธรรมนัสออกจากพรรคเนื่องจากกระทำผิดร้ายแรง ตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ.2561 ข้อ54 (5)  โดยอ้างว่า ร.อ.ธรรมนัส พยายามเสนอปรับโครงสร้างพรรค แต่สมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบและหากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหาย โดย ร.อ.ธรรมนัสและส.ส. 20 คนสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ใน 30 วันนั้น


รายงานข่าว  กล่าวว่า กรรมการบริหารพรรคบางคนกังวลกับประเด็นดังกล่าวว่าหากไม่ชัดเจนอาจโดนยุบพรรค   แต่กรรมการบริหารพรรคฝั่งร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ใช้ข้อบังคับดังกล่าวได้ เพื่อที่จะแยกตัวไปตั้งพรรคเองและมีแรงต่อรองทางการเมืองในตอนนี้และโอกาสต่อไป


“ดังนั้น การดำเนินการครั้งนี้ของร.อ.ธรรมนัสเป็นกรณีต่อเนื่องจากหลายเดือนที่แล้ว( การอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.ครั้งที่ผ่านมา ) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมรู้การเคลื่อนไหวของร.อ.ธรรมนัสกับพล.ต.อ.นอกราชการนายหนึ่งในการชวนส.ส.ลงมติไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์  และเสนอให้พล.อ.ประวิตรเป็นนายกรัฐมนตรีแทน รวมทั้งปรับครม.ครั้งใหญ่ โดยไปแตะมือกับพรรคเพื่อไทยให้มาร่วมรัฐบาล”    

รายงานข่าว กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์จึงใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา171 ปลดร.อ.ธรรมนัส พ้นตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นรมช.แรงงาน และยังแจ้งพล.อ.ประวิตร  ให้ปรับทั้งสองคนพ้นจากเลขาธิการพรรคและเหรัญญิกพรรคด้วย แต่พล.อ.ประวิตรไม่ยินยอม และทำให้ความสัมพันธ์ของพล.อ. ประวิตรกับพลเอกประยุทธ์ไม่ค่อยดีนักในช่วงที่ผ่านมา  และล่าสุดพลเอกประยุทธ์ย้ำแล้วว่าไม่ยุบสภา – ไม่ปรับครม.ในตอนนี้ก็ตาม

รายงานข่าว  กล่าวว่า   การขับ ร.อ.ธรรมนัสพ้นพรรคในคราวนี้   น่าสังเกตว่าทำไม พล.อ.ประวิตรเพิ่งตัดสินใจเรียกกรรมการบริหารพรรคและส.ส.หารือและอ้างว่าการดำเนินการในคราวนี้เเจ้งนายกรัฐมนตรีให้ทราบแล้ว  เพื่อที่จะได้ยุติความขัดแย้งในพรรค รวมทั้งผลเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพรและสงขลาครั้งล่าสุดที่ ร.อ.ธรรมนัส ขึ้นปราศรัยและใช้ถ้อยคำที่ไม่ค่อยเหมาะสม จนพรรคแพ้ทั้งสองเขตเเละเเกนนำพรรคบางคนมองว่าการปราศรัยเกี่ยวกับการเลือกส.ส.ต้องตระกูลดี มีเงินในครั้งดังกล่าวของร.อ.ธรรมนัสนั้นจงใจพูดเพื่อให้คะเเนนนิยมของพรรคตกลงเเละเเพ้ในภาคใต้หรือไม่

รายงานข่าว กล่าวว่า การดำเนินการของพล.อ.ประวิตรในตอนนี้อาจจะเป็นการซ้อนกลทางการเมืองหรือตีบทสองหน้าหรือไม่ เพราะการขับไล่ร.อ.ธรรมนัส ให้ย้ายพรรคนั้น ร.อ.ธรรมนัสน่าจะเตรียมเเผนไว้ระยะหนึ่งแล้วกับพล.ต.อ.นอกราชการคนหนึ่งที่ใกล้ชิดหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และพลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อาจจะตามไปร่วมงานกับร.อ.ธรรมนัสเเละลุ้นเป็นรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง


“แกนนำพรรคซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งยืนยันว่าการประชุมนัดล่าสุดของแกนนำพรรค ร.อ.ธรรมนัสได้ขอเก้าอี้รมว.และรมช.อย่างละหนึ่งตำแหน่งจริง ดังนันพรรคดังกล่าวนั้นจะตั้งขึ้นเพื่อต่อรองกับพล.อ.ประยุทธ์ อย่าลืมว่า ร.อ.ธรรมนัส มีความสัมพันธ์กับส.ส.หลายคนในพรรคพลังประชารัฐที่ไม่กล้าย้ายพรรคตามไป, ส.ส.พรรคขนาดจิ๋วหลายพรรครวมทั้งพรรคเพื่อไทยด้วย หากข้อต่อรองในการร่วมรัฐบาลไม่บรรลุ ร.อ.ธรรมนัสอาจไปแตะมือกับฝ่ายค้าน และส่งผลกับจำนวนส.ส.รัฐบาลที่เกินครึ่งหนึ่งมาไม่มากนัก และตอนนี้เกิดภาวะสภาล่มบ่อยครั้งซึ่งอาจมาจากการประสานงานของร.อ.ธรรมนัสก็เป็นได้

“ตำแหน่งรมว.นั้นร.อ.ธรรมนัสน่าจะมอบให้พล.ต.อ.นอกราชการคนดังกล่าวหรือพลเอกวิชญ์ ตอนนี้เป็นได้สองทาง ส่วนรมช.นั้น ร.อ.เอกธรรมนัสอาจมอบให้ส.ส.ในกลุ่มที่ย้ายออกมาได้รับตำแหน่ง แล้วร.อ.ธรรมนัสไปรอเป็นรมว.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า  เพราะการเสนอชื่อบุคคลไปเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่นั้นอย่าลืมว่าพล.อ.ประยุทธ์ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและทูลเกล้าฯตามลำดับ ร.อ.ธรรมนัส น่าจะมองออก”  คาดว่าพลเอกประวิตรน่าจะทราบเบื้องหลังของเรื่องนี้ที่ร.อ.ธรรมนัสดำเนินการแล้ว แต่ยังสงสัยว่าทำไมเพิ่งมายอมในตอนนี้” แหล่งข่าว เปิดเผย 

จุดแข็ง “ธรรมนัส” ปักธงอีสานล้านนา เชื่อมือเอกราช-วิรัช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502089

20 ม.ค. 2565 |21:23 น.

จุดแข็ง "ธรรมนัส" ปักธงอีสานล้านนา เชื่อมือเอกราช-วิรัช

หลังเปิดปฏิบัติการแหกค่าย “ธรรมนัส” ยังอุบชื่อพรรคใหม่ ย้อนดูพรรคอีสานล้านนา ความฝันผู้กองเมืองพะเยา พร้อมเพื่อนมิตรอย่างเอกราช-วิรัช คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กองกำลังหลักของ “ธรรมนัส” ในการก่อการพรรคใหม่คือ ส.ส.ภาคเหนือ และภาคอีสาน มี ส.ส.ภาคอื่นไม่มากนัก

พรรคเศรษฐกิจไทยจริงหรือลวง “ธรรมนัส” อาจปัดฝุ่นพรรคอีสานล้านนา ที่เป็นจุดแข็งของซุ้มตัวเอง เพราะมี วิรัช รัตนเศรษฐ และเอกราช ช่างเหลา เป็นแม่ทัพ

คนมีเพื่อนมีพวก “ธรรมนัส” จึงมีพรรคสำรองส่วนตัว มินับแนวร่วมพรรคเล็กอีกมาก ดังนั้น ปลายทางซุ้มผู้กอง อาจไม่ใช่พรรคเศรษฐกิจไทย

เมื่อตรวจสอบรายชื่อ 21 ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ พร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ปรากฏว่า มี 1 ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 7 ส.ส.เขต

ภาคอีสาน ประกอบด้วย เอกราช ช่างเหลา, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ,สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ,ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา(หยุดปฏิบัติหน้าที่) , เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา ,สมศักด์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ,ณัฐพงษ์ จรัสพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ และธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี

สำหรับ วิรัช รัตนเศรษฐ(หยุดปฏิบัติหน้าที่) เล่นเกมยื้อ โดยตัวเขาและภรรยา ทัศนียา รัตนเศรษฐ(หยุดปฏิบัติหน้าที่) พร้อมลูกชาย ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ,อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ เพราะอธิรัฐ ยังเป็น รมช.คมนาคม แต่ในอนาคตก็คงย้ายไปอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส

สรุป ส.ส.อีสาน 12 คนของพรรคพลังประชารัฐ จึงเหลือแค่ จ.ชัยภูมิ 2 คนคือ เชิงชาย ชาลี รินทร์ และสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ที่สังกัดกลุ่มสามมิตร

‘อีสานล้านนา’

ย้อนไปดูช่วงที่ “ธรรมนัส” เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ผู้กองเมืองพะเยาบอกกับนักข่าวว่า ขอเลือกตั้งทางเดินของตัวเอง อาจชื่อพรรคคนพะเยา หรือพรรคอีสานล้านนา

สอดรับกับกระแสข่าวจากขอนแก่น สมาชิกกลุ่มเอกราช ช่างเหลา กระซิบบอกนักข่าวว่า “นายให้คนที่พะเยา จดทะเบียนพรรคการเมืองไว้แล้ว นายจะทำพรรคขนาด 30 ที่นั่ง”

เมื่อเวลาผ่านไป ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับคำมั่นสัญญาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้อยู่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรคต่อไป ไม่มีใครมากดดันให้หัวหน้าพรรคได้ ร.อ.ธรรมนัสก็เหมือนจะพับแผนการแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่

ด้านเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขุนพลเอกของธรรมนัส กลับส่งลูกชาย พิทักษ์ชน ช่างเหลา ไปสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย แถมอดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น กลุ่มเพื่อนเอกราช อย่างเจริญ แซ่เต็ง และสมพงษ์ ปู่เพ็ง ก็ย้ายไปสังกัดค่ายสีน้ำเงิน

น่าจับตาดูว่า เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส ตัดสินใจแยกตัวออกจากพลังประชารัฐ มาสร้างพรรคใหม่ เอกราช ช่างเหลา จะดึงลูกชายคนเล็ก และสองอดีตผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ กลับมาจากค่ายบุรีรัมย์หรือไม่

‘โคราชเอายังไง’

ที่มั่นการเมืองของ “ธรรมนัส” อีกแห่งหนึ่งในอีสาน น่าจะเป็น จ.นครราชสีมา เพราะมี วิรัช รัตนเศรษฐ เป็นแม่ทัพใหญ่ และมี ส.ส.อยู่ในกลุ่มมากถึง 6 คน

อย่างไรก็ตาม วิรัช พร้อมกับภรรยา ทัศนียา รัตนเศรษฐ และน้องภรรยา ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ยังมีคดีสนามฟุตซอลติดตัว หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง วิรัชคงต้องฝากลูกชาย ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ และอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ไว้กับธรรมนัส

ส่วน เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.เขต 1 และสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.เขต 11 ก็มีข่าวลือในพื้นที่ว่าจะย้ายไปค่ายสีน้ำเงิน แต่ตอนนี้ก็ชัดเจนว่า ไปกับผู้กองธรรมนัส

จะว่าไปแล้ว พรรคใหม่ของธรรมนัส ไม่ว่าจะชื่อเศรษฐกิจไทยหรือพรรคใด การต่อสู้ในสนามภาคอีสานไม่ง่าย เพราะอย่าลืมว่า เลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่โคราช ตระกูลรัตนเศรษฐ ตบเท้าเข้าสภาฯมากถึง 4 คน ด้วยเหตุปัจจัยใด คนโคราชก็รู้

ลำพัง ร.อ.ธรรมนัส ไม่ใช่แบรนด์ที่ติดตลาด และการที่จะหวังใช้ธรรมนัสโมเดล เหมือนการเลือกตั้งซ่อม ขอนแก่น เขต 7 เมื่อปี 2562 ที่เอาชนะเพื่อไทยได้นั้น ก็ไม่ใช่แบรนด์ธรรมนัส หากแต่เป็นเรื่องของอำนาจรัฐ

เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องลงสนาม โดยไม่มีพลัง 3 ป.เป็นกองหนุน ก็ยากที่จะเอาชนะคู่แข่งที่มีกระแสทักษิณ อย่างเพื่อไทย ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน

แผนเหนือเมฆ “ธรรมนัส” ปั้นเศรษฐกิจไทย รองรับดีลแดนไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502069

20 ม.ค. 2565 |18:46 น.

แผนเหนือเมฆ "ธรรมนัส" ปั้นเศรษฐกิจไทย รองรับดีลแดนไกล

เปิดโฉมหน้าแกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย “ธรรมนัส” นำเพื่อนร่วมตายสหายศึก จัดทัพรับอภิมหาดีลแดนไกล ดับฝันประยุทธ์ หลังเลือกตั้งสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แผนซ้อนแผน “ธรรมนัส” นำทัพ ส.ส. 21 ชีวิตไปสร้างพรรคเศรษฐกิจไทย มองข้ามช็อตเลือกตั้งสมัยใหม่ ผู้กองคนดังจะเป็นพรรคขนาด 50 ที่นั่ง มีดีลล่วงหน้าเรียบร้อย

แท้จริงแล้ว พรรคเศรษฐกิจไทยของ “ธรรมนัส” และมิตรร่วมรบ ก็คือพรรคสำรองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เตรียมการไว้นานแล้ว

เกมอำนาจ “ธรรมนัส” ผนึก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ สร้างฐานการเมืองใหม่ ไม่ต่างจากพรรคภูมิใจไทย ที่พร้อมพลิกเข้าได้กับทุกขั้ว

หลังปราชัยในศึกล้มประยุทธ์กลางสภาฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็เคยเสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อจะนำไพร่พลกว่า 20 คนไปตั้งพรรคใหม่ แต่บิ๊กป้อมรั้งไว้ไม่อยากไปไหน จึงตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เนื่องจาก พล.อ.วิชญ์ กับ ร.อ.ธรรมนัส สนิทสนมกันมาก

นับจากนั้นมา สถานการณ์ในพลังประชารัฐเหมือนอยู่ในภาวะสงครามเย็น ระหว่างขั้วธรรมนัสกับขั้วประยุทธ์ มีการประลองกำลังกันเป็นระยะๆ ขั้วประยุทธ์รุกหนัก ถึงขั้นกดดันให้บิ๊กป้อมจัดการปรับโครงสร้างพรรคใหม่ แต่สุดท้ายธรรมนัสก็รอดมาได้ เพราะหัวหน้าพรรคไม่ยอมทำตามความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์

ในที่สุด ฟางเส้นสุดท้ายก็มาถึง หลังเลือกตั้งซ่อมที่ชุมพร และสงขลา พลังประชารัฐพ่ายทั้งสองเขต ขั้วประยุทธ์เปิดเกมกดดันให้ธรรมนัสลาออกจากเลขาธิการพรรค บิ๊กป้อมไฟเขียวให้ ร.อ.ธรรมนัส พา ส.ส.พลังประชารัฐ จำนวนหนึ่งไปสังกัดใหม่

วิธีการจะที่แยกจากกัน กลุ่มธรรมนัสขอให้พรรคมีมติขับออก เพื่อจะได้ไม่พ้นสถานะ ส.ส. และมีเวลาพรรคสังกัดใหม่

เบื้องหลังเกมปั้นพรรคใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัส ก็มีชื่อของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โผล่มาเป็นที่ปรึกษาพรรคด้วย

‘โฉมหน้าคีย์แมน’

ที่มั่นการเมืองใหม่ของ “ธรรมนัส” ชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย เป็นพรรคที่เคยตกเป็นข่าวว่า ปลัดฉิ่งเตรียมการสำหรับเป็นพรรคสำรองของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปลัดฉิ่งพับแผนดังกล่าว พรรคนี้เลยตกมาเป็นของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มือทำงานของบิ๊กป้อม

ว่ากันว่า พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จะเป็นหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรค และอภิชัย เตชะอุบล เลขาธิการพรรค

เข้าใจว่า อภิชัย เตชะอุบล คงต้องยื่นลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมารับตำแหน่งใหม่ในพรรคเศรษฐกิจไทย

พล.อ.วิชญ์ เป็นเตรียมทหารรุ่น 11 และ จปร.22 เป็นน้องรักบิ๊กป้อม และระยะหลัง พี่ใหญ่บ้านป่ารอยต่อฯ ใช้ไปทำงานด้านการกีฬา โดยเฉพาะที่สนามนางเลิ้ง พล.อ.วิชญ์ รู้จัก เสธ.ไอซ์ หรือ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ลูกพี่ของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นอย่างดี

ส่วนเสี่ยโต หรืออภิชัย เตชะอุบล เจ้าของอาณาจักร บมจ.เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JCK ประกอบธุรกิจโรงงานสำเร็จรูป,พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจอาหาร

อภิชัย เตชะอุบล ว่าที่เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยอภิชัย เตชะอุบล ว่าที่เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย

เส้นทางการเมืองของอภิชัยนั้น ถูกอัศวิน วิภูศิริ ชวนให้มาเป็นนายทุนพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเลือกตั้ง 2562 อภิชัยลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แต่หลังการจัดรัฐบาลประยุทธ์ อภิชัยได้ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งเหรัญญิกพรรค แต่คงสถานะ ส.ส.ไว้

พักหลังอภิชัยมาขลุกอยู่ที่บ้านป่ารอยต่อฯ โดยการชักนำของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. นักข่าวยังนึกว่า อภิชัยเป็น ส.ส.พลังประชารัฐ

‘ผ่าก๊วน ส.ส.’

สำหรับ 20 ส.ส.(ไม่รับรวม ร.อ.ธรรมนัส) ที่เดินตาม “ธรรมนัส” ออกจากพรรคพลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มก้อนที่เคยเตรียมการไว้ เพื่อยกมือไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์

กลุ่มสายเหนือ ได้แก่ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, จีรเดช ศรีวิลาส ส.ส.พะเยา,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร, ปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน ,วัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง ,ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ,ภาคภูมิ บุญประมุข ส.ส.ตาก และ พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร

กลุ่มจงอางผยอง ได้แก่ เอกราช ช่างเหลา, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น และสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น

กลุ่มบ้านรัตนเศรษฐ ได้แก่ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา, เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา ,สมศักด์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ,ณัฐพงษ์ จรัสพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ และธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี

กลุ่มสายตรงธรรมนัส ได้แก่ จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร, ยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,พล.ต.ต.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี

คาดว่า หากมีการยุบสภาเมื่อใด จะมีกลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐ อีกจำนวนหนึ่งตามมาสบทบที่พรรคเศรษฐกิจไทย เพราะเชื่อมั่นในฝีมือ ร.อ.ธรรมนัส และพรรคนี้ได้เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน

เรื่อง “หมูๆ แต่ไม่หมู”…รู้ไว้ก่อนจะโดนเชือดแบบหมู…!โดยขุนเกษตรพิเรน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502029

20 ม.ค. 2565 |15:43 น.

เรื่อง “หมูๆ แต่ไม่หมู”...รู้ไว้ก่อนจะโดนเชือดแบบหมู...!โดยขุนเกษตรพิเรน

เกิดคำถามสำหรับประชาชนทั่วไปว่า เหตุใดราคาหมูหน้าฟาร์มจึงมีราคาค่อนข้างต่ำ ภายใต้คำถามนี้ มีรายละเอียดซ่อนอยู่ภายในที่ต้องทำความเข้าใจกันสักหน่อย กับ คำว่า “เกษตรพันธสัญญา” คำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแวดลงเกษตรเวลานี้ โดยขุนเกษตรพิเรน 

ในปัจจุบันมีการนำระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract farming) มาใช้ในการทำสัญญาอย่างแพร่หลาย 

แต่สัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญามีลักษณะผสมผสานระหว่างสัญญาจ้างทำของ จ้างแรงงาน และสัญญาซื้อขาย ซึ่งมีความซับซ้อน ดังนั้น จึงมีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ขึ้น เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการทำสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญาให้ทุกฝ่ายสามารถบริหารสัญญาได้อย่างราบรื่น รวมทั้งกำหนดกลไกในการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาในประเทศไทย 

“ระบบเกษตรพันธสัญญา” หมายถึง ระบบการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรที่เกิดขึ้นจากสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรกับบุคคลธรรมดาซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่สิบรายขึ้นไป หรือกับองค์กรทางการเกษตรที่มีกฎหมายรองรับ เช่น สหกรณ์การเกษตรหรือวิสาหกิจชุมชน โดยผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรเข้าไปมีส่วนในกระบวนการผลิต 

ความหมายของคำว่า  “เกษตรพันธสัญญา” (Contract farming)

1. เป็นระบบผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตร

2. เกิดขึ้นจากสัญญาประเภทเดียวกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรกับเกษตรกรซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 10 รายขึ้นไปหรือกับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน (ที่มีกฎหมายรองรับ)

3. มีเงื่อนไขในการผลิต จำหน่าย หรือจ้างผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรตามจำนวน คุณภาพ ราคา หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้

4. ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรตกลงที่จะซื้อผลิตผลดังกล่าวหรือจ่ายค่าตอบแทนให้เกษตรกรตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

5. ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตด้วย (เช่น .. ร่วมกันวางแผนการผลิต (ปลูก-เลี้ยง) การส่งยารักษาโรค อาหาร เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ให้แก่ฝ่ายเกษตรกร เป็นต้น.)

จุดแข็งของ… พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ.2560


1. เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ไม่เสี่ยงต่อความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร ไม่ต้องหาตลาดเอง ผลิตแล้ว (ปลูก/เลี้ยง) มีผู้รับซื้อที่ไว้วางใจได้


2. ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้รับผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพตามต้องการ และ ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงกำหนดต้นทุนได้ล่วงหน้า

กรณีที่มีข่าวออกทางสื่อสังคม เกิดคำถามสำหรับประชาชนทั่วไปว่า .. เหตุใดราคาหมูหน้าฟาร์มจึงมีราคาค่อนข้างต่ำ บางรายขายได้แค่ 60 บาทต่อกิโลกรัมนั้น..

ขุนเกษตรพิเรน บอกได้เลยว่าต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้น ต้องไปดูว่า เกษตรกรรายนั้น ๆ มีการทำสัญญากันไว้กับทางบริษัทที่เป็นคู่สัญญาหรือไม่เพียงใด ? สัญญานั้น มีลักษณะการจ้างเลี้ยงหรือการประกันราคา จุดนี้เป็นสาระสำคัญเลย 

ปกติจะเป็นการเลี้ยงแบบหักกลบหนี้กันโดยบริษัทจะจัดส่งอาหาร ยารักษาโรค ยาฆ่าเชื้อ วัคซีน รวมถึงเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ให้แก่ฝ่ายเกษตรกรไปใช้ก่อน  ภายหลังเมื่อครบกำหนดจับหมูให้บริษัท  จึงค่อยมาทำการหักกลบกันดูว่า ..เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตเหล่านั้นไปเท่าไร จึงมาหักกับราคาหมูที่เกษตรกรขายได้ โดยปกติมักจะมีการกำหนดไว้ในสัญญาแล้ว

หากเป็นการเลี้ยงแบบประกันราคาโดยมีการทำสัญญากันไว้ มีลักษณะเป็นสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญาตามกฎหมาย   พึงระวังการให้ข่าวที่เสียหายกับทางบริษัทฯ ที่เป็นคู่สัญญาด้วยนะครับ……หากทางบริษัทมองว่าการให้ข่าวไปนั้นอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับทางบริษัท  จะพาลให้เกิดการยกเลิกสัญญาได้นะครับ…..!!!!! 

“ขุนเกษตรพิเรน” สรุปใจความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้นั่นคือ…มีลักษณะที่ผู้ประกอบการมีการทำสัญญากับเกษตรกรโดยที่มีการตกลงในเรื่องราคารับซื้อไว้ล่วงหน้า  อย่าลืมว่า ราคาที่เคยทำสัญญากันไว้นั้น … เกิดก่อนหน้านี้แล้ว…!!!  ไม่ได้มากำหนดราคากันตอนเกิดปัญหา ณ ขณะนี้…

ดังนั้น จะไปโวยวายว่าบริษัทคู่สัญญาเอาเปรียบก็คงไม่แฟร์กับทางบริษัทนะครับ…!!!  ต้องให้ความเป็นธรรมกับทางบริษัทที่เป็นคู่สัญญาด้วย


ในทางกลับกัน ถ้าสมมติว่าตอนนี้ ราคาหมูในตลาดตกลงมาเหลือกิโลกรัมละ 40 บาท จะเกิดการโวยวายหรือไม่ ?  

เรื่องเกษตรพันธสัญญาเป็นเรื่องใหม่ และเป็นเรื่องที่เกษตรกรต้องให้ความใส่ใจ ส่วนเมื่อมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น เกษตรกรสามารถ ติดต่อไปได้ที่ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครับ

“บิ๊กตู่” อาการหนัก ขับ “ธรรมนัส” พ้นพรรค เหมือนอ้อยเข้าปากช้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/502032

20 ม.ค. 2565 |15:20 น.

มวยคนละเชิง “ธรรมนัส” ได้ที ขี่ “พลเอกประยุทธ์” ขับ21ส.ส. พ้นพรรคพลังประชารัฐ ทำรัฐบาลอาการหนักเพราะเสียงปริ่มน้ำ

ทุกพรรคการเมืองคงต้องเตรียมเข้าสู่โหมดเตรียมการเลือกตั้ง เป็นคำตอบสุดท้ายจากการขับร้อยเอกธรรมนัส และส.ส.ในสังกัดกว่า 20 คน พ้นพรรคพลังประชารัฐ สภาพที่เกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชารัฐนับหนึ่งมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปีที่ผ่านมา  และผลการเลือกตั้งซ่อมสส.ปักษ์ใต้  ก็ทำให้เกิดฟางเส้นสุดท้าย จากกลุ่มไลน์ของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ  ก่อนหน้านี้ร้อยเอกธรรมนัสยอมรับว่า หลังจากมีปัญหาเขาเคยคิดจะออกไปตั้งพรรคใหม่ แต่พลเอกประวิตรขอไว้ ให้ช่วยงานพรรคพลังประชารัฐไปก่อน

"บิ๊กตู่"  อาการหนัก ขับ "ธรรมนัส" พ้นพรรค เหมือนอ้อยเข้าปากช้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า 21 คน ที่ออกจากพลังประชารัฐไปส่งผลให้เสถียรภาพรัฐบาลเปราะบางอย่างยิ่ง  สถานะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไม่รู้ว่าจะเพลี่ยงพล้ำวันไหน  แม้กลุ่มนี้จะไม่ประกาศชัด ไปสังกัดฝ่ายไหน แต่หนทางที่จะรักษา 21 เสียงให้อยู่ฝั่งรัฐบาลได้ อาจต้องยอมตามเงื่อนไข คืนตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 เก้าอี้ คืนให้กลุ่มร้อยเอกธรรมนัส  จึงจะจัดอยู่ในเขตปลอดภัย มีเวลา 30 วัน ให้พลเอกประยุทธ์ กลับทบทวนว่าจะเลือกยุบสภา หรือ ปรับคณะรัฐมนตรี ตามที่ให้สัมภาษณ์ล่าสุดวันนี้ว่าจะไม่มีทั้งสองกรณีหรือไม่  ในเมื่อร้อยเอกธรรมนัส เคยประกาศไว้ ว่าเขาคือเส้นเลือดใหญ่ของพรรค

"บิ๊กตู่"  อาการหนัก ขับ "ธรรมนัส" พ้นพรรค เหมือนอ้อยเข้าปากช้าง

วิษณุ เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี เคยพยากรณ์ว่า ในปี 2565 จะมีเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมืองในสองกรณี หนึ่งเรื่องวาระ การดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ สองคือเรื่องการเสนอกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี จ่อเป็นวาระการพิจารณาอยู่ในสภาขณะนี้ หลายฉบับ   น่าสนใจว่าความรัก ความปรารถนาดี และเคารพซึ่งกันและกัน  ที่พลเอกประยุทธ์พูดถึงพลเอกประวิตรเอาไว้  จะค้ำจุนรัฐบาลอยู่ได้อีกกี่วัน

"บิ๊กตู่"  อาการหนัก ขับ "ธรรมนัส" พ้นพรรค เหมือนอ้อยเข้าปากช้าง