‘นายกฯ’ เรียกประชุมช่วงบ่ายนี้ ติดตามสถานการณ์โจมตีอิสราเอล-ฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561697

23 ต.ค. 2566

'นายกฯ' เรียกประชุมช่วงบ่ายนี้ ติดตามสถานการณ์โจมตีอิสราเอล-ฮามาส

‘นายกฯ’ เรียกทุกหน่วยงานประชุมติดตามสถานการณ์ในอิสราเอล หลังโจมตีต่อเนื่อง เผยเตรียมพูดหลายเรื่อง ส่วน ‘เสี่ยแป้ง’ หลบหนี ยังไม่ได้รับรายงาน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมประชุมสถานการณ์การสู้รบระหว่าง อิสราเอลกลุ่มฮามาส ที่กระทรวงการต่างประเทศ หลังมีการโจมตีอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้าง รวมถึงเกิดการปะทะชายแดนเลบานอน ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล

ล่าสุดตัวเลขอัพเดตจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากสำนักข่าวอัลจาซีรา

ในฉนวนกาซามีผู้เสียชีวิต 4,651 ราย บาดเจ็บ 14,245 ราย 

ในเขตเวสต์แบงก์มีผู้เสียชีวิต 90 ราย บาดเจ็บ 1,400 ราย

ในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิต 1,405 ราย บาดเจ็บ 5,132 ราย 

โดยเช้าวันนี้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2566 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต จากนั้นกล่าวว่า ช่วงบ่ายนี้  (15.00น.) จะมีการประชุมความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่กระทรวงการต่างประเทศ และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อบรีฟทุกอย่าง และพูดหลายๆเรื่อง

รวมถึงยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าจาก ผบ.ตร. กรณีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” นักโทษคดีใหญ่หลายคดีดังในจ.นครศรีธรรมราช และจ.พัทลุง ถูกคุมตัวอยู่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช หลบหนีระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล 

กิตติรัตน์ อัดกลับ ‘นักเศรษฐศาสตร์’ ด้อยค่า ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561666

22 ต.ค. 2566

กิตติรัตน์ อัดกลับ 'นักเศรษฐศาสตร์' ด้อยค่า 'เงินดิจิทัล'

ที่ปรึกษาของนายกฯติง ‘นักเศรษฐศาตร์’ ด้อยค่า ‘เงินดิจิทัล’ ติดทฤษฎี เงินดี เงินเลว ไม่ดูข้อเท็จจริงที่ฮ่องกง เป็นตัวอย่าง

กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โพสเฟซบุ๊ก แจงเงินดิจิทัล ผ่านรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ถึงนักเศรษฐศาสตร์ การเงิน คนหนึ่ง ที่ให้ข้อมูลเงินดิจิทัลกับรสนา ว่าเงินดิจิทึลเป็นเงินเลว ด้วยการตั้งคำถามว่า เข้าใจ Gresham’s Law หรือไม่

กิตติรัตน์อธิบายว่าคำว่า เงินเลว (Bad Money)เป็นคำที่ผู้บริหารการคลังของอังกฤษ คือ Sir Thomas Gresham ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1558   (พ.ศ.2101) แต่มาโด่งดังจนเป็นรู้จักกันในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ว่า Gresham’s Law ใน ค.ศ. ที่ 19 ซึ่งหากจะพยายามนำมาใช้กับกรณีนี้ ตีความในทางบวกได้ว่า

เงินที่ว่าเลวนั้น สามารถทำหน้าที่ของการเป็นตัวกลางของการจับจ่ายใช้สอยที่ดีเมื่อ ลดความน่าเก็บสะสม ซึ่งเราทุกคนย่อมทราบดีว่าในยามที่เราจำเป็นต้องกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การมีเงิน หรือรับเงินไปแล้วถูกใช้จ่ายในกรอบเวลา และใช้จ่ายไปกับสิ่งที่พึงประสงค์  จะกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดี เงินเลว (Bad Money)  จึงเป็นเงินดี ตามภารกิจได้

นักเศรษฐศาสตร์ฯ คนที่นำนิยาม เงินเลว (Bad Money) ในอดีต  มาใช้เชิงวาทกรรม ไม่อิงความหมายที่ลึกซื้ง  ได้สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ตัว ในปัจจุบัน คือ ค.ศ. 2023 (พ.ศ.2566) ในเขตเศรษฐกิจสำคัญของเอเชีย ใกล้บ้านเราอย่างฮ่องกง บ้างหรือไม่

ประชาชน ชาวฮ่องกงทุกคน ได้รับเงิน 5,000 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณคนละ 23,000 บาท โดยรับเงินดิจิทัล วอลเล็ต เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2566 จำนวน 3,000 เหรียญฯ และหากใช้จนหมดภายในวันที่ 30 มิ.ย. ก็ได้รับ อีก 2,000 เหรียญฯ ที่เหลือตามสิทธิ์เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2566

แสดงให้เห็นว่าการมอบเงินดิจิตัลที่มีเงื่อนไขการใช้จ่ายที่ถูกด้อยค่าว่าเป็น เงินเลว (Bad Money)นั้น แท้ที่จริง เป็น เงินดี (Good Money) ตามภารกิจกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือไม่
ท่านนักเศรษฐศาสตร์ฯ ท่านนั้น บิดเบือนด้อยค่าดิจิตัล วอลเลต ให้เข้าใจผิดจนนำไปถ่ายทอดกับมิตรสหายผู้หวังดีกับประเทศชาติทำไม

กิตติรัตน์ ทิ้งท้ายว่าหาก รสนา ยังไม่คลายความสงสัย ยินดีไปขอพบเพื่อปุจฉา วิสัชนา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจการเงิน เรื่องศิลปะการดนตรี หรือเรื่องอื่นใดที่อาจจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน  เพราะช้ำใจทุกครั้ง ที่มีคนเรียกเราว่า กะลาแลนด์ คือขยับซ้ายก็ไม่เอา ขยับขวาก็ไม่ยอม

เอาแต่จมปลักทับปัญหาไว้
ปล่อยให้ผู้คนส่วนใหญ่แต่เสียงเบา ต้องลำบากยากจน แบบไม่คิดแก้ไข

‘เรือดำน้ำ’ ไม่จบแค่เปลี่ยนสัญญา มีปัญหาระบบ ‘งบประมาณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561661

22 ต.ค. 2566

'เรือดำน้ำ' ไม่จบแค่เปลี่ยนสัญญา มีปัญหาระบบ 'งบประมาณ'

อดีตกรรมาธิการ ‘งบประมาณ’ มองว่า ปัญหา ‘เรือดำน้ำ’ มีระเบียบราชการเรื่องงบประมาณเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่จบง่ายๆแค่เปลี่ยนสัญญา

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯมองว่าการเปลี่ยนสัญญาไม่ซื้อเรือดำน้ำ เป็นเรือฟรีเกต ไม่สามารถทำได้โดย ความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะระบบราชการมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง 

ยกตัวอย่างเช่น คุณวิเคราะห์ความจำเป็นขอซื้อของอย่างหนึ่ง เช่น ขอซื้อ ไอแพด เพื่อเป็นอุปกรณ์ติดตัวการทำงาน  พอถึงเวลา บริษัทที่สั่งบอกไม่มีไอแพด  ขอเปลี่ยนเป็นเครื่องเดสท็อปตั้งโต๊ะ  จะรับข้อเสนอเออออตาม เดสท็อป ก็ เดสท็อป ดีกว่า ไม่ได้ของเลย  อย่างนี้ทำไม่ได้ในทางราชการ

อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯมองว่า เมื่อส่งมอบเรือดำน้ำตามสัญญา ก็ต้องปรับ เรียกเงินคืน ทำแบล็กลิสต์   เอาเงินคืนคลัง  ส่วนอยากจะได้เครื่องอะไรใหม่  ก็ต้องทำเรื่องของบประมาณใหม่โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็น  หากเร่งด่วนก็ขอใช้เงินงบกลาง หรือ ทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงรายการอีกทีหนึ่ง

เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะบอกว่า เปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นฟรีเกต ได้เลย เกราะงบประมาณอื่น ๆ ที่ใช้ไปกับการเตรียมรับเรือดำน้ำ  เช่น การสร้างท่าเทียบเรือดำน้ำ การส่งคนไปฝึกอบรม  ค่าใช้จ่ายในการเตรียมการอื่น ๆ ต้องมีผู้รับผิดชอบ

‘เศรษฐา’ มั่นใจ ‘แพทองธาร’ นำทัพเพื่อไทยฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561658

22 ต.ค. 2566

'เศรษฐา' มั่นใจ 'แพทองธาร' นำทัพเพื่อไทยฉลุย

ไม่มีปัญหา เรื่องภาวะผู้นำ นายกฯ ‘เศรษฐา’ มั่นใจ อุ๊งอิ๊ง ‘แพทองธาร’ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ดี เพราะมีประสบการณ์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการ
นชั่นทันข่าวเช้าทางเนชั่นทีวี ถึงกระแสสนับสนุนของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่อยากให้หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่า

นางสาวแพทองธารมีความเหมาะสมเต็มที่ แต่คงต้องติดตามว่าในวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย จะมีการเสนอชื่อใครบ้าง ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามกลไกระเบียบของพรรคด้วย

นายกฯในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยระบุว่า ส่วนตัวเป็นที่ปรึกษาของนางสาวแพทองธารมา ตั้งแต่ก่อน และระหว่างการเลือกตั้ง ได้เห็นถึงศักยภาพและความตั้งใจจริงของนางสาวแพทองธารว่า มีประสบการณ์ด้านการเมือง มีความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงสามารถโน้มน้าวจิตใจคนได้ มีความเป็นผู้นำสูง

‘ประชาธิปัตย์’ ตามอัดโครงการ ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561650

22 ต.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' ตามอัดโครงการ 'เงินดิจิทัล'

เดินหน้า ‘เงินดิจิทัล’ ควรต่อยอดจากแอปฯเป๋าตัง ‘ประชาธิปัตย์’ กลัวเรื่องทุจริต แนะยิงตรงเป้า แจกหว่านแห ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ

ชนินทร์ รุ่งแสง อดีตกรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์หนุนใช้แอพเป๋าตังของเดิม หากรัฐตัดสินใจเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัล ไม่ต้องเสียเงินทำระบบใหม่ เพราะทำให้สิ้นเปลืองแถมเสี่ยงทุจริต

โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต มูลค่า 5.6 แสนล้านบาท มีข่าวว่าการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายนี้ไปต่อไม่ได้ เพราะมีหลายหน่วยงานราชการมีความเห็นในที่ประชุมไม่สอดคล้องกับนโยบาย

รัฐบาลควรนำความเห็นจากหน่วยงานในที่ประชุมไปพิจารณาหรือเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย เพื่อความรอบคอบจากทุกๆคนที่ติดตาม จะได้มีข้อมูลความเห็นอย่างตรงไปตรงมา

ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ไทยมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน ทำให้ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ครัวเรือนและธุรกิจกลุ่มที่เปราะบางที่ลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่หนี้เสียหรือเอ็นพีแอลที่เพิ่มสูงขึ้นได้

ประกอบกับหน่วยงาน นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าตัวคูณทางการคลังของโครงการแจกเงินดิจิทัลนี้อยู่ที่ราว 0.3-0.9 สะท้อนการใช้เงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ และจะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว

ดังนั้น ไทยจึงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะโดนลดระดับความน่าเชื่อถือ หากมีการใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตแล้วไม่ได้ผลมาก ตามที่รัฐบาลประเมินไว้ หากโดนลดเกรดจริงๆ อาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศและภาคเอกชนสูงขึ้น นักลงทุนสูญเสียความมั่นใจ ส่งผลให้การลงทุนในประเทศลดลงทั้งในเศรษฐกิจจริงและตลาดทุน  

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลงเหลือ 2.7% จากเดิมที่ระดับ 3.4% และได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีไทยในปี 2567 ลงสู่ระดับ 3.2% จากระดับ 3.6%  โดยระบุถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

อีกทั้งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch และ Moody’s มีสมมติฐานว่าภาครัฐจะคงสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี ได้ในระยะถัดไป แต่ระบุชัดเจนว่าหากเสถียรภาพทางการคลังแย่ลงจากที่ประเมินไว้มาก ก็จะเป็นสาเหตุให้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ลงได้

อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าหากจำเป็นต้องทำโครงการเงินดิจิทัลต่อ ต้องแจกให้ถูกคน กำหนดการใช้จ่ายให้ชัดเจนกระจายถึงตรงต่อเศรษฐกิจฐานรากจริงๆ การเหวี่ยงแหแจก เสี่ยงที่เงินจะไม่หมุนเวียน เพราะคนมีฐานะดีก็จะไม่ใช้จ่ายทันทีหรือนำเงินแจกไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่จำเป็นตรงกำกับวัตถุประสงค์โครงการ

ที่สำคัญต้องไม่ใช้งบประมาณลงทุนทำบล็อกเชนหรือแพลทฟอร์มใหม่ นอกจากจะไม่จำเป็น และสิ้นเปลือง ยังเสี่ยงกับการทุจริตในการจัดจ้างจัดซื้อได้ ควรใช้แพลตฟอร์มเก่า เช่น เป๋าตังของธนาคารกรุงไทยที่มีอยู่แล้วทำให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับโครงการ  

กมธ.ทหารฯยังข้องใจเชิญ ผบ.ทร.แจง ‘เรือดำน้ำ’ ‘จีน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561644

22 ต.ค. 2566

กมธ.ทหารฯยังข้องใจเชิญ ผบ.ทร.แจง 'เรือดำน้ำ' 'จีน'

ชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล้าตัดสินใจเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’ แต่ กมธ.ทหารฯ ยังไม่วางใจ เชิญ ผบ.ทร.แจงบางสัญญา ยังเดินหน้ากับ’จีน’

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ โฆษกคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ชื่นชม สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กล้าตัดสินใจยกเลิกสัญญาเรือดำน้ำกับจีนซึ่งค้างคามา 18 เดือนและขอให้รีบจัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำทัังหมดโดยด่วน เช่นโครงการทำระบบสื่อสารกับเรือดำ ซึ่งปัจจุบันยังจะเปิดประมูลอยู่

โดยในวันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม 2566 นี้ กรรมาธิการทหาร ได้เชิญกองทัพเรือเข้าชี้แจงทั้งเรื่อง รายละเอียดการยกเลิกสัญญาเรือดำน้ำ ,ผลการสอบสวนกรณีเรือหลวงสุโขทัยล่ม รวมถึงความคืบหน้าการกู้เรือ และสุดท้ายเรื่องผลสอบกรณีกระสุนหายในกองทัพเรือเมื่อปีที่แล้ว กรรมาธิการฯหวังว่าผบ.ทร.จะให้ความร่วมมือ เดินทางมาชี้แจงพร้อมกับเอกสาร

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภษณ์ ระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพเรือว่า  ในระหว่างการเดินทางไปประเทศจีนร่วมกับนายกรัฐมนตรี ก็นำไปคุยกับรัฐบาลจีน แม้ยังไม่จบ 100%

แต่มีการยอมรับในหลักการเรื่องการเปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องพูดคุย เช่น เงินจ่ายไปทำอย่างไร หรือเทคโนโลยีอื่นๆมีเงื่อนไขอะไร จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา รวมทั้งข้อกฎหมายต้องคุยกันต่อไป

โครงการเรือดำน้ำ ยังไม่ยกเลิก แต่ให้ชะลอระยะหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้ให้เสร็จเมื่อได้เรือฟริเกตแล้วบวกกับเรือฟริเกตเดิมที่มีโครงการจัดหา ก็มาบวกเข้าไปส่วนเรือดำน้ำก็เดินหน้าต่อไป วันใดที่มีความพร้อมประเทศมีความพร้อมก็ทำเรื่องนี้ต่อ


ส่วนเงินที่ไทยจ่ายไปแล้ว ไทยเสนอว่าขอให้เป็นเคลมเป็นค่าเรือฟรีเกต ราว 7 พันล้านบาทเมื่อหักลบกับที่ยังไม่ได้จ่าย อีก 6,000 ล้านบาท อาจจะต้องเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ส่วนราคารวมของเรือฟริเกตลำใหม่นี้ ทางจีนยังไม่ได้พูดเรื่องราคา แต่จากการศึกษา อยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านก็ใกล้เคียงกัน

‘นิด้าโพล’ ค้าน ‘ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง’ ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561638

22 ต.ค. 2566

'นิด้าโพล' ค้าน 'ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง'  ทั่วประเทศ

‘ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง’ ควรทำเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมของต่างชาติ ‘ นิด้าโพล’ โดยทั่วไปปิดตีสองเหมาะสมแล้ว

นิด้าโพล เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง นโยบาย ปิดผับตี 4 มาอีกแล้ว ทั่วประเทศ  ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป  เกี่ยวกับแนวคิดการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงในยามค่ำคืน จากเวลา 02.00 น. ออกไปเป็นเวลา 04.00 น. จากกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 44.35  ที่ระบุว่าเคยไปเที่ยวสถานบันเทิง ร้อยละ 55.65 ระบุว่า ไม่เคยไปเที่ยว

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการ

โดยผู้ที่เคยไปเที่ยวในช่วง 1 ปีที่ผ่านพบว่า 

  • ร้อยละ 57.66 ระบุว่า ไม่เคยไปเลย รองลงมา 
  • ร้อยละ 33.22 ระบุว่า มีบ้างแล้วแต่โอกาส/เทศกาล 
  • ร้อยละ 4.13 ระบุว่า เดือนละครั้ง
  • ร้อยละ 2.58 ระบุว่า อาทิตย์ละวัน
  • ร้อยละ 2.07 ระบุว่า เกือบทุกวัน (3-5 วัน/สัปดาห์) และร้อยละ 0.34 ระบุว่า ทุกวัน

 

คำตอบของแนวคิดที่จะขยายเวลาปิดสถานบันเทิง สำหรับผู้ที่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 581 หน่วยตัวอย่าง)  พบว่า

  • ร้อยละ 36.49 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 30.29 ระบุว่า ควรอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ
  • ร้อยละ 25.13 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ
  • ร้อยละ6.37 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น.

ส่วนความคิดเห็นของผู้ที่ไม่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 729 หน่วยตัวอย่าง) พบว่า

  • ร้อยละ 45.95 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 18.38 ระบุว่า ควรขยายเวลาปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ
  • ร้อยละ 11.52 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ
  • ร้อยละ 9.88 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น.
  • ร้อยละ 7.41 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย และร้อยละ 6.86 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ


ความเห็นโดยภาพรวม พบว่า  

  • ร้อยละ 41.76 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว เพราะ เป็นเวลาที่ไม่ดึกมากจนเกินไป ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับสถานบันเทิง รองลงมา
  • ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ควรอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ เพราะ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย
  • ร้อยละ 17.56 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ เพราะ ควรเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เป็นการเพิ่มช่วงเวลาในการหารายได้ให้กับผู้ประกอบกิจการสถานบันเทิง และกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้อง
  • ร้อยละ 8.32 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมได้
  • ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย เพราะ ไม่เป็นการส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง
  • ร้อยละ 4.27 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.08 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ควรปิดสถานบันเทิง เวลา 03.00 น.

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการ


ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ โดยภาพรวม พบว่า

  • ร้อยละ 46.41 ระบุว่า จำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 38.02 ระบุว่า ควรเพิ่มจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ
  • ร้อยละ 8.17 ระบุว่า ควรยกเลิกด่านตรวจเมาแล้วขับทั้งหมด
  • ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ควรลดจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ      


 

เมื่อพิจารณาเฉพาะความคิดเห็นของผู้ที่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 581 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ พบว่า

  • ร้อยละ 48.54 ระบุว่า จำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 34.60 ระบุว่า ควรเพิ่มจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ
  • ร้อยละ 8.43 ระบุว่า ควรยกเลิกด่านตรวจเมาแล้วขับทั้งหมด
  • ร้อยละ 7.57 ระบุว่า ควรลดจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ

ยักษ์ใหญ่เอกชนของซาอุดีฯ พร้อมขยายการลุงทุนในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561626

21 ต.ค. 2566

ยักษ์ใหญ่เอกชนของซาอุดีฯ พร้อมขยายการลุงทุนในไทย

PIF ARAMCO และ SABIC ภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ของซาอุดีฯ พร้อมขยายการค้าและการลงทุนกับไทย ในด้านที่ซาอุดีฯ และไทยเชี่ยวชาญ

วันนี้ (21 ต.ค. 2566) เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงริยาด ซึ่งช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Ritz Carlton กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พบปะกับภาคเอกชนซาอุดีอาระเบีย ได้แก่

1) นายยาเซอร์ บิน อุสมาน อัล-รูมัยยาน (Yasir bin Othman Al-Rumayyan) ประธานกรรมการกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (Governor of the Public Investment Fund: PIF) 
2) นายอามิน ฮัซซาน อาลี นัซเซอร์ (Amin Hassan Ali Nasser) ประธานกรรมการและ CEO รัฐวิสาหกิจ Saudi Arabian Oil Company (Saudi ARAMCO) ของซาอุดีอาระเบีย

3) นายอับดุลราห์มัน อัล-ฟากีห์ (Abdulrahman Al-Fageeh)

ประธานบริหารและสมาชิกคณะกรรมการบริหาร Saudi Arabia Basic Industries Corporation (SABIC)

โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีและภาคเอกชนซาอุดีฯ ทั้ง 3 บริษัท เห็นพ้องถึงการให้ความสำคัญต่อการกระชับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของไทยและซาอุดีฯ โดยทั้งสองประเทศต่างมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และยินดีขยายส่งเสริมการค้าและการลงทุนซึ่งกันและกัน รวมถึงยินดีอำนวยความสะดวกความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น ในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพและสนใจร่วมกัน เช่น การบริการและการท่องเที่ยว พลังงานสะอาด อาหารและการเกษตร ปิโตรเลียม และปุ๋ย

สำหรับบริษัท SABIC ประสงค์เพิ่มพูนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับไทย ในด้านปิโตรเคมี ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญ

ด้าน ARAMCO ยินดีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของไทย กับบริษัท ARAMCO ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกัน เพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือด้านพลังงานเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมหวังว่าจะสามารถยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

ภาคเอกชนซาอุดีฯ ยังพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนในสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตเศรษฐกิจควบคู่กับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งภาคเอกชนของซาอุดีฯ หวังว่า ไทยและซาอุดีฯ จะส่งเสริมและมีความร่วมมือด้านการลงทุนมากขึ้นในอนาคต

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความพร้อมของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการลงทุนพลังงาน พร้อมเน้นย้ำศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และสามารถเป็นจุดเชื่อมโยงในภูมิภาคให้กับซาอุดีฯ ได้ พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนซาอุดีฯ เยือนไทยเพื่อศึกษาและหารือ เกี่ยวกับศักยภาพและความเป็นไปได้ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในด้านต่างๆให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น 

ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอโครงการ Landbridge ของไทย โดย PIF เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีมีศักยภาพ และแสดงความสนใจในโครงการฯ ด้วย

ทั้งนี้ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะนับเป็นหนึ่งในกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลซาอุดีฯ เพื่อลงทุนในโครงการที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์กับเศรษฐกิจของประเทศ และปฏิบัติภารกิจตามนโยบายวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย ค.ศ. 2030 ที่มีวัตถุประสงค์ในการกระจายการลงทุน และทำให้กองทุนฯ สามารถลงทุนในบริษัทต่างประเทศได้

สำหรับ Saudi ARAMCO เป็นบริษัทพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่มีรัฐบาลซาอุดีฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และเป็นแหล่งสำรองน้ำมันดิบที่ใหญ่ และผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของในโลก โดยในปี 2566 มีมูลค่าตลาดมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมา ปตท. และ Saudi ARAMCO ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกัน เพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือด้านพลังงานทั้งระบบ รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด และธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า

ด้าน SABIC เป็นบริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ของซาอุดีฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เพื่อนำผลพลอยได้จากน้ำมันดิบมาผลิตสินค้าปิโตรเคมี โพลีเมอร์ ปุ๋ย ฯลฯ ปัจจุบัน SABIC เป็นหนึ่งในบริษัทปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีบริษัท Aramco เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยทำธุรกิจในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

‘ กรมราชทัณฑ์’ แจง แพทย์ขอตัว ‘ ทักษิณ ชินวัตร’  อยู่ในการดูแลรพ.ตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561622

21 ต.ค. 2566

' กรมราชทัณฑ์' แจง แพทย์ขอตัว ' ทักษิณ ชินวัตร'  อยู่ในการดูแลรพ.ตำรวจ

กรมราชทัณฑ์ อ้างได้รับรายงาน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังครบ 60 วัน โดยแพทย์รพ.ตำรวจผู้ทำการรักษา “ทักษิณ ชินวัตร” ระบุ มีความจำเป็นต้องให้ผู้ป่วยรักษาตัวภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยขั้นตอนขณะนี้ อธิบดีได้มีหนังสือพร้อมกับความเห็นแพทย์ รายงานให้ปลัดกระทรวงทราบ

กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสาร ระบุว่า  ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้นายทักษิณ ชินวัตร รักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอกครบ 60 วัน ในวันที่ 21 ตุลาคม 2566 ซึ่งความเห็นจากแพทย์โรงพยาบาลตำรวจผู้ทำการรักษา เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนรายละเอียดของการเจ็บป่วยนั้น เป็นไปตามหลักการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยและ ตามจรรยาบรรณของแพทย์ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลออกสู่สาธารณชนได้ ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ที่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย 

 ทั้งนี้ รายละเอียดตามกฎกระทรวง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563 ระบุว่า  
 – การพักรักษาตัวเกินกว่า 30 วัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดี พร้อมกับความเห็นแพทย์ผู้ทำการรักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง 
 – การพักรักษาตัวเกินกว่า 60 วัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดี พร้อมกับความเห็นแพทย์ผู้ทำการรักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้ปลัดกระทรวงทราบ และ
 – การพักรักษาตัวเกินกว่า 120 วัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดี พร้อมกับความเห็นแพทย์ผู้ทำการรักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้รัฐมนตรีทราบ 

ดังนั้น ในกรณีนายทักษิณฯ  ที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอกเกินกว่า 60 วัน ขณะนี้อธิบดีได้มีหนังสือเห็นชอบ พร้อมกับความเห็นแพทย์ผู้ทำการรักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง รายงานให้ปลัดกระทรวงทราบตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยกรมราชทัณฑ์มีสถิติสะสมการส่งผู้ต้องขังป่วยออกรักษาพยาบาลนอกเรือนจำ   นานเกิน 30 วันขึ้นไป ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 – ปัจจุบัน รวม 149 ราย แบ่งเป็น เกินกว่า 30 วัน จำนวน 115 ราย เกินกว่า 60 วัน จำนวน 30 ราย และเกินกว่า 120 วัน จำนวน 4 ราย (ข้อมูลสถิติ  กองบริการทางการแพทย์)
 

' กรมราชทัณฑ์' แจง แพทย์ขอตัว ' ทักษิณ ชินวัตร'  อยู่ในการดูแลรพ.ตำรวจ

เอกสารชี้แจงของกรมราชทัณฑ์ 

‘นพดล’ ขออย่าด้อยค่าสีถุงเท้า ‘นายกฯเศรษฐา’ – เพื่อไทย ระรื่น ‘แพทองธาร’ขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561612

21 ต.ค. 2566

'นพดล' ขออย่าด้อยค่าสีถุงเท้า 'นายกฯเศรษฐา' - เพื่อไทย ระรื่น 'แพทองธาร'ขึ้น

ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร วอนอย่าด้อยค่า โจมตีทุกเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี ทั้งการวิจารณ์ว่าด้วย “ภาษากาย” จนมาถึงสี”ถุงเท้า” ระบุ สิ่งที่ควรมองคือผลงานความสำเร็จ ที่เกิดขึ้นระหว่างเยือนต่างประเทศไทย ด้าน สส. เพื่อไทย ดีใจ แพทองธาร ชินวัตร นำพรรค

นายนพดล ปัทมะ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร   เปิดเผยว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์    ต่อ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในแง่มุมต่างๆ    ทั้งใช้เฟกนิวส์  ทำลายความน่าเชื่อถือ  การอ้างอิงภาษากาย จนมาถึงสีถุงเท้านายกรัฐมนตรี   ถือเป็นความคิดที่ทำลายคุณค่า  แน่นอนว่านายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลสาธารณะ ประชาชนมีสิทธิวิจารณ์ได้  แต่ตนอยากเรียกร้องว่าการด่าทอ ใส่ร้ายนั้นไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านหรือรัฐบาล    การใช้วาทกรรมสร้างความเกลียดชังไม่เอื้อต่อการพัฒนาประชาธิปไตย

ควรดูเนื้อหางานว่าในการไปเยือนต่างประเทศ  นายกรัฐมนตรี พบปะกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำประเทศใดบ้าง เจรจาหาทางดึงเม็ดเงินการลงทุนจากเอกชน หรือสามารถเปิดตลาดในต่างประเทศใดได้บ้าง   ตนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่ได้กระชับความสัมพันธ์กับผู้นำประเทศต่างๆ พบปะบริษัทชั้นนำระดับโลกและมุ่งเปิดตลาดให้สินค้าและผู้ส่งออกไทย เกือบทุกการเยือนประเทศต่างๆ  ส่วนการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ภาครัฐก็พยายามประสานช่วยคนไทยเต็มที่

“ในสังคมประชาธิปไตย การวิจารณ์เนื้องานหรือนโยบายเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นสาระของบ้านเมือง รัฐบาลคงรับฟังอยู่แล้ว ดีกว่าไปดิสเครดิตกันด้วยเฟกนิวส์หรือวิจารณ์ภาษากายหรือสีของถุงเท้า”   นายนพดล ระบุ

.

“เพื่อไทย” ตื่นเต้น แพทองธาร จ่อขึ้นผู้นำ

.


นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  การที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุ พร้อมรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค   ในการประชุมวิสามัญพรรค ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27  ต.ค.  ถือเป็นข่าวดีและเป็นสัญญาณบวก ที่น.ส.แพทองธาร ตอบรับชัดเจนว่าพร้อมแล้วที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค   เชื่อมั่นว่าจากนี้ไปกระแสตอบรับ น.ส.แพทองธารจะพุ่งทะยานขึ้นไปอีก ซึ่งจะส่งผลถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า  

น.ส.แพทองธาร   ถือเป็นศูนย์กลางของคนในพรรค เป็นการเข้ามาที่ ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ   น.ส.แพทองธาร เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจการเมือง ทันยุคทันสมัย สามารถกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางเพื่อนำพาพรรคเพื่อไทยก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นที่พึงที่หวังให้กับประชาชนได้ การเมืองวันนี้เป็นยุคของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าสร้างความหวังสร้างโอกาสเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไปสู่ความมั่นคงยั่งยืน พาเศรษฐกิจไทยก้าวไกลสู่สากล

'นพดล' ขออย่าด้อยค่าสีถุงเท้า 'นายกฯเศรษฐา' - เพื่อไทย ระรื่น 'แพทองธาร'ขึ้น

แพทองธาร  ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

.

ภาพประกอบนายกรัฐมนตรี  โดย  thaigovt