’จตุพร-ทนายนกเขา‘ ร่วมม็อบปาเลสไตน์ ยันไม่ได้เลือกข้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561610

21 ต.ค. 2566

’จตุพร-ทนายนกเขา‘ ร่วมม็อบปาเลสไตน์ ยันไม่ได้เลือกข้าง

‘จตุพร-ทนายนกเขา’ โผล่ร่วมม็อบปาเลสไตน์ ยันไม่ได้เลือกข้างแต่มาฟังเสียงของผู้ถูกกดขี่ข่มเหง ยินดีหากสถานทูตอิสราเอลกล้าเชิญไปพูด

วันที่ 21 ต.ค. ในการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ในประเทศไทย บริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอลวันนี้ พบว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โผล่ร่วมปราศรัยด้วย โดยพูดถึงการถูกกดขี่ของชาวปาเลสไตน์

โดย ทนายนิติธร ให้สัมภาษณ์ระบุว่า เป้าหมายของการทำกิจกรรมวันนี้ ไม่ได้เป็นการเลือกข้างปาเลสไตน์ แต่เป็นการต่อต้านการกดขี่ โดยมองว่าการเคลื่อนไหวลักษณะนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำร้ายใคร ซึ่งหากเทียบกับการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความประนามการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสก่อนหน้านี้ ถือว่าการชุมนุมวันนี้ยังเทียบไม่ได้ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะการชุมนุมวันนี้มีการประสานฝ่ายความมั่นคงรวมถึงเรื่องการช่วยเหลือคนที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และหากสถานทูตอิสราเอลเชิญตนเองไปพูดบ้าง ก็ยินดีจะไป และจะพูดแบบเดียวกัน ซึ่งก็จะต้องถามว่าเขาจะฟังความจริงแบบนี้หรือไม่ 

นายนิติธร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มาในวันนี้เพื่อแสดงจุดยืนเรื่องสันติภาพที่ทั่วโลกมีหลักธรรม มีความเชื่อ มีศาสนาทุกพื้นที่ แต่ไม่ควรมีการกดขี่กัน ดังนั้นการปลดปล่อยการกดขี่ จะเป็นเรื่องที่นำโลกนี้ไปสู่สันติภาพได้อย่างแท้จริง วันนี้ถ้าวันนี้พื้นปาเลสไตน์และอิสราเอลสงบได้ ก็เกิดสันติภาพได้ เพราะนี่เป็นความขัดแย้งใหญ่ ถ้าเกิดได้จริงทั่วโลกก็สงบได้

ส่วนกังวลหรือไม่ว่าการออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้จะถูกจับตาจากฝ่ายความมั่นคงที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่นั้น นายนิติธร ระบุว่า หากไม่เคลื่อนไหวพี่น้องชาวมุสลิมในประเทศไทยกว่า 5 ล้านคนจะทำอย่างไร และวันนี้คนอิสราเอล อเมริกา คนยุโรปในประเทศไทย ก็ไม่มีใครไปทำร้าย ดังนั้นการแสดงออกจึงเป็นการแสดงออกอย่างสันติวิธีมาโดยตลอดเพราะนี่คือพื้นฐานคนไทย  เพราะคนไทยเป็นมิตรกับทุกคนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร และรักความเป็นธรรม และเชื่อมั่นในเสรีภาพ และสันติภาพ ถ้าทุกคนเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก็จะไม่มีปัญหาและจะกลายเป็นพลังร่วมกันในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี

ด้านนายจตุพร ระบุว่า ตนเองเป็นคนที่ศึกษาประวัติศาสตร์ในทุกมุม ดังนั้นจะเชื่อแค่ตอนใดตอนหนึ่งไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมานาน และประเทศไทยก็มีพี่น้องมุสลิมจำนวนมาก หากคนมุสลิมไม่ต่อสู้การกดขี่จะกลายเป็นเรื่องแปลกในประเทศไทย คนไทยจำนวนมากฟังคำบอกเล่าทางเดียวจากแรงงานที่กลับมาจากอิสราเอล จนละเลยเชื่อชาวยิวง มากกว่าชาวมุสลิมที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่า 

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ในฐานะที่เป็นนักต่อสู้เคลื่อนไหวเรื่องการกดขี่ในประเทศมาตลอด ก็ต้องออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้การกดขี่ในต่างประเทศ เพราะถือเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น

นอกจากนี้ นายจตุพร กล่าวว่า ผู้นำชาวมุสลิม ยังพยายามเต็มที่ในการช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยอยู่ ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงจะเข้าใจเป็นอย่างไร คนไทยไม่ได้เชื่อด้านเดียว ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่เป็นเพราะเราติดกระดุมเม็ดแรกผิดจากทวิตของนายกรัฐมนตรีหลังจากเกิดเหตุ พร้อมมองว่า การดำเนินการของรัฐบาลในปัจจุบันยังมีความล่าช้าในหลายเรื่อง 

นายจตุพร ยังกล่าวยืนยันเหมือนนายนิติธรว่า ถ้าสถานทูตอิสราเอลกล้าเชิญไปพูดก็จะไป โดยมองว่าแนวทางที่จะทำให้เกิดสันติภาพใน 2 ประเทศนี้ได้ คือต้องมองด้วยความเข้าใจ แม้ว่าเราจะเป็นคนนอก ทุกคนต้องการสันติภาพ ไม่ต้องการการเข่นฆ่า และหวังว่าสงครามนี้จะไม่ขยาย เพราะหากมีการขยาย ก็ไม่รู้ว่าจะมาถึงไทยหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งประชุมเรื่องความพร้อมแห่งชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกมิติ หากสงครามไม่เกิดก็เป็นเรื่องที่ดี นี่ไม่ใช่การสร้างความตระหนก แต่ต้องการสร้างความตื่นตัวเพื่อรองรับในทุกสถานการณ์

สัมมนา ‘ พลังประชารัฐ’ สุดขึงขัง -ชูปรับภาพลักษณ์ เป้ากวาด สส. เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561605

21 ต.ค. 2566

สัมมนา ' พลังประชารัฐ'  สุดขึงขัง -ชูปรับภาพลักษณ์  เป้ากวาด สส. เพิ่ม

สัมมนา ‘ พลังประชารัฐ’ รวมพลัง สามัคคี ที่ภูเก็ต เวอร์ชั่น ไร้ “บิ๊กป้อม” เข้าร่วม มอบ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค ทำหน้าที่แทน ได้แนวทางขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจ เดินหน้า ไปพร้อมๆ กัน ขณะที่ฝ่ายยุทธศาสตร์ มองถึงเวลาสร้างภาพจำใหม่ ก้าวสู่สถาบันการเมือง

ที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท จ.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดสัมมนาพรรค  “รวมพลัง สามัคคี” โดยมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค  เป็นประธานเปิดงานโดยมี  มีคณะกรรมการและสส.  “พลังประชารัฐ” เข้าร่วม เป็นการสัมมนาครั้งแรก หลังการเลือกตั้ง 


พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ในช่วงที่  “พลังประชารัฐ”  เป็นแกนนำรัฐบาล ได้ขับเคลื่อนนโยบายตอบสนองความต้องการประชาชน เช่น นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การบริหารการจัดการน้ำที่ดินทำกิน แก้ปัญหาราคาน้ำมันปาล์ม รวมถึงแก้ปัญหาค้ามนุษย์ และในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคเสนอต่อยอดนโยบายที่เคยทำไว้ และริเริ่มนโยบายใหม่ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ซึ่งพรรคตระหนักถึงความท้าทาย  จึงแต่งตั้งคณะกรรมการด้านต่างๆ เพื่อ ขับเคลื่อนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนประเทศ จึงอยากให้ทุกคน  รวมพลังร่วมมือร่วมใจ เดินหน้า ไปพร้อมๆกัน ทำงานเพื่อประชาชนไปด้วยกัน

.
ถอดบทเรียนเลือกตั้ง 66  ปรับยุทธศาสตร์

.
พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ประธานยุทธศาสตร์  พรรคพลังประชารัฐ  กล่าวในการสัมมนา ว่า พรรคพลังประชารัฐได้ถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา  และพรรคพร้อมจะเป็นสถาบันการเมืองที่มีเสถียรภาพ มีฐานคะแนนเสียงจากทุกภาค   โดยแนวทางที่วางไว้
ต่อการขับเคลื่อนทางการเมือง  คือ การแสดงบทบาทท่าทีและจุดยืนทางการเมือง  บนพื้นฐานอุดมการทางการเมือง  สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ   การปฏิรูปการเมือง เพื่อสร้างประชาธิปไตย  ปราศจากความขัดแย้ง ก้าวข้ามความขัดแย้ง ฟื้นฟูบริบททางการเมืองให้เกิดความปรองดอง ของคนในชาติและต่างประเทศ  สู่ความเจริญก้าวหน้า

การขับเคลื่อนนโยบาย  คือ  การสร้างความทันสมัยและยังยื่น ผลักดันนโยบายเพื่อพลิกโฉมประเทศ  ในเรื่องนโยบายของประเทศ ที่พรรคพลังประชารัฐจะขับเคลื่อน เพื่อเผชิญกับความท้าทายระดับโลก ระดับประเทศ อันเนื่องมาจากความเหลื่อมล้ำของสังคม   รวยกระจุก  จนกระจาย   การเข้าสู่สังคมสูงวัย  การปฏิวัติทางเทคโนโลยีดิจิทัล  และการเปลี่ยนแปลงสังคมดิจิทัล ซึ่งมีความเสี่ยงในเรื่องของความมั่นคงทางด้านอาหาร  ซึ่งอาจเกิดจากการได้รับผลกระทบจากสงคราม  หรือเกิดจากปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ  และความขัดแย้งของชาติมหาอำนาจ ซึ่งเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิด 

” การปฏิรูปการบริหารภายในพรรค  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้มีความพยายาม ในการจัดระเบียบคณะกรรมการ การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ  เพื่อให้สอดรับกับการที่จะสร้างอัตลักษณ์หรือสร้างภาพจำใหม่  ในการที่จะลบความทรงจำบางอย่าง เพื่อก้าวไปสู่สถาบันการเมือง มีฐานคะแนน  ใช้กลยุทธ์ทางการเมืองให้มีการสื่อสารแบบสมัยใหม่  ”  พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ  ระบุ

สัมมนา ' พลังประชารัฐ'  สุดขึงขัง -ชูปรับภาพลักษณ์  เป้ากวาด สส. เพิ่ม

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค 

.

.

ปลุกเร้าความมั่นใจ ” พลังประชารัฐ” ต้องแกร่ง

.


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในฐานะประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนาว่า ภารกิจของพลังประชารัฐคือการทำงานร่วมกัน โดยความสำเร็จของการเลือกตั้งคือเป้าหมาย   ความนิยมของพรรคเป็นไปตามกระแสการเมืองซึ่งมีความสำคัญ และมีผลต่อการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ และตนหวังว่าในครั้งหน้า สส.ทั้ง 39 บวก 1   จะได้กลับมาอีก วันนี้ต้องปรับภาพลักษณ์ของพรรค ซึ่งไม่ใช่ว่ามีปัญหา แต่เมื่อบริบทการเมืองเปลี่ยนแปลง   ต้องปรับภาพลักษณ์ของพรรคให้สอดคล้องกับบริบทการเมืองสอดรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น จะต้องช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ของพรรคให้เป็นที่นิยม 

“จาก 3-4 เดือนที่มีการประเมินในหลายพื้นที่ ภาพลักษณ์ของพรรคเรากำลังพลิกกลับมา เนื่องจากการเมืองภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองจะพลิกกันไปพลิกกันมา พรรคนี้อาจจะมาแล้วแต่อาจจะแผ่ว บางพรรคอาจไปสะดุดขาตัวเองบางเรื่อง อีกสิ่งหนึ่งคือเราต้อง ตอบตัวเองให้ได้ว่าใครคือโหวตเตอร์ที่สนับสนุนพรรค ทุกท่านที่ผ่านการเลือกตั้ง เรารู้อยู่แล้วว่าเสียงของเราอยู่ที่ไหน ดังนั้นเราจะต้องปรับตัวเองให้สอดรับกับฐานเสียงของพรรคและตรงไหนที่ฐานเสียงเรายังไปไม่ถึง เราจะปรับตัวอย่างไร”


นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า  เป้าหมายของพลังประชารัฐ ต้องยืนหยัดเป็นสถาบันทางการเมือง  จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และจะต้องเป็นพรรคที่จะเข้าไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างสง่าภาคภูมิ   เลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องได้สส.มากกว่าเดิม  ทุกคนจะต้องช่วยกัน  ต้องขยายเขตเลือกตั้ง และเตรียมสรรหา ผู้สมัครที่มีความแข็งแกร่งรองรับเอาไว้ สส. แต่ละจังหวัดนอกจากจะมีหน้าที่รักษารักษาพื้นที่แล้ว ยังจะต้องมองพื้นที่ที่มีโอกาสที่มีบุคลากรมีผู้สมัครในอนาคตมาทำงานร่วมกัน เพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไป    นายสนธิรัตน์กล่าว

.

“บิ๊กป้อม” ขาพลิก ชวดนำสัมมนา 

.


นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณีที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่สามารถเดินทางมาร่วมสัมมนา พรรคพลังประชารัฐที่จังหวัดภูเก็ตได้ว่า การสัมมนาในวันนี้ กรรมการและสส. ของพรรคพลังประชารัฐเดินทางมาเข้าร่วมทุกคน   แสดงถึงความรักความสามัคคีของพรรค   การที่ พล.อ.  ประวิตรไม่เดินทางมาและมอบให้  พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ  ทำหน้าที่เปิดงานแทน เพราะ  พล.อ.ประวิตร เดินสะดุดข้อเท้าพลิก ไม่สะดวกเดินทางมา

“ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเปิดทางให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ในฐานะที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ  เข้ามาคุมบังเหียนดำเนินกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐเต็มตัว   เรื่องนี้   พล.อ.ประวิตร  ยืนยันกับทุกคนในพรรค  ว่าจะดูแลและเป็นหัวหน้าของพรรคพลังประชารัฐ ตลอดไป ไม่ต้องเป็นห่วงท่านเป็นหัวหน้าพรรคของเราตลอดไป ทุกคนรวมถึงผม  จะทำงานสนับสนุนท่านตลอดไป รวมถึง พล.ต.อ.พัชรวาท ก็พูดกับผมเสมอว่า เราทุกคนมีหน้าที่ สนับสนุน ทำงานให้พรรค”   นายสันติ   ระบุ

สัมมนา ' พลังประชารัฐ'  สุดขึงขัง -ชูปรับภาพลักษณ์  เป้ากวาด สส. เพิ่ม

สส.พรรคพลังประชารัฐ ถ่ายภาพร่วมกัน  ระหว่างการเข้าร่วม   สัมมนาพรรค  “รวมพลัง สามัคคี” โดยมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ มว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค  เป็นประธานเปิดงาน  ที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท จ.ภูเก็ต

.

ข่าว-ภาพ :  เนชั่นทีวี

‘ไอติม’ เผยญัตติประชามติแก้ รธน.เข้าสภาฯ 25 ต.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561598

21 ต.ค. 2566

‘ไอติม’ เผยญัตติประชามติแก้ รธน.เข้าสภาฯ 25 ต.ค.นี้

‘ไอติม’ เผย ญัตติประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เข้าที่ประชุมสภาฯ 25 ต.ค. นี้ ขอ สส.ทุกพรรคสนับสนุน ให้ข้อเสนอประชามติมีกลไกคู่ขนาน สภาฯ-รัฐบาล

วันที่ 21 ต.ค. พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า จากหนังสือนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 25-26 ตุลาคม ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อวานนี้ (20 ตุลาคม) เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าญัตติที่เข้าคิวเป็นอันดับแรกสำหรับการพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป ในวันพุธที่ 25 ตุลาคม คือญัตติเสนอให้จัดประชามติเพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เสนอโดยตนและพรรคก้าวไกล 

พริษฐ์กล่าวว่า พรรคก้าวไกลเรายืนยันว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เป็นภารกิจสำคัญต่ออนาคตการเมืองไทย โดยหลายฝ่ายเคยได้ข้อสรุปร่วมกันว่าขั้นตอนแรกของกระบวนการดังกล่าว คือการจัดประชามติเพื่อถามประชาชนว่าอยากให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ในทางกฎหมาย การตัดสินใจจัดประชามตินั้น สามารถกระทำได้ผ่าน 3 ช่องทาง (1) ครม. ออกมติด้วยตนเอง (2) ประชาชนเข้าชื่อ 50,000 คน เพื่อเสนอให้ ครม. อนุมัติ และ (3) สมาชิกรัฐสภาเสนอให้สภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาเห็นชอบ

ในฐานะพรรคฝ่ายค้านซึ่งไม่ได้อยู่ใน ครม. เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ตนและพรรคก้าวไกลจึงได้ยื่นญัตติเข้าสู่สภาฯ เพื่อใช้ช่องทาง (3) ในการเสนอให้มีการจัดประชามติด้วยคำถามที่ว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ ว่าประเทศไทยควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แทนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ฉบับปัจจุบัน โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน?”

แม้รัฐบาลมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องแนวทางการจัดทำประชามติ แต่ตนเชื่อว่าการใช้กลไกและพื้นที่สภาฯ สำหรับการอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของรัฐบาล

โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ตนหวังว่าสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองจะร่วมกันสนับสนุนญัตติดังกล่าว เพื่อให้ข้อเสนอเรื่องการจัดประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เดินหน้าต่อไปได้อย่างคู่ขนานกันระหว่างกลไกของสภาฯ และกลไกของรัฐบาล 

โดยเหตุผลที่เราเสนอคำถามประชามติตามที่ปรากฎในญัตตินั้น เป็นเพราะ (1) เป็นคำถามประชามติ ที่ถามประชาชนถึงหลักการสำคัญว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง (2) เป็นคำถามประชามติ ที่ตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ไม่ชี้นำ (3) เป็นคำถามประชามติ ที่ทุกพรรคการเมืองหลักจากสภาฯ ชุดที่แล้ว เคยลงมติเห็นชอบมาแล้วอย่างเป็นเอกฉันท์ ไม่ถึง 1 ปีที่ผ่านมาในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 

พริษฐ์ระบุว่า สัปดาห์หน้า ตนขอเชิญชวนทุกคนติดตามวาระเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะถูกพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร นอกเหนือจากการพิจารณาญัตติเรื่องประชามติรัฐธรรมนูญที่จะเป็นคิวแรกในการประชุมสภาฯ วันพุธ (25 ตุลาคม) ในการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองในวันพฤหัสบดี (26 ตุลาคม) จะมีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นเพื่อจัดทำข้อเสนอและทางเลือกเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งที่สามารถนำมาใช้ในการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตามมติของคณะกรรมาธิการที่เห็นชอบหลักการดังกล่าวไปแล้ว ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ตุลาคม)

‘ปิยบุตร‘ จี้ สส.ต้นเรื่องรับผิด อย่าปล่อยให้เพื่อนรับหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561592

21 ต.ค. 2566

‘ปิยบุตร‘ จี้ สส.ต้นเรื่องรับผิด อย่าปล่อยให้เพื่อนรับหน้า

‘ปิยบุตร’ จี้ สส.ต้นเรื่องยอมรับผิด ชี้แจง และเข้าสู่กระบวนการ อย่าปล่อยให้เพื่อนต้องรับหน้าที่แบกพรรคแบบนี้

วันที่ 21 ต.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ รีทวีตข้อความบน x หรือทวิตเตอร์ ของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ที่ชี้แจงเกี่ยวกับกระแสข่าว ส.ส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศ ระบุว่า เห็นใจพริษฐ์ และรองโฆษก และ ส.ส.หญิงอีกหลายคน ที่ต้องมารับหน้าที่ “แบกพรรค” แบบนี้

ผมขอให้กำลังใจ ส.ส.ก้าวไกล หลายๆ คนที่ออกมาต่อสู้เรื่องนี้ และพยายามผลักดันให้พรรคสร้างระบบทั้งป้องกันและแก้ไขอย่างยั่งยืน

สำหรับบุคคลที่ถูกกล่าวหา หากตระหนักว่า ตนเองทำผิดจริงอย่างที่ถูกกล่าวหา ควรออกมาขอโทษผู้เสียหาย ประชาชน เพื่อน ส.ส. และพรรคก้าวไกล มิใช่ปล่อยให้พรรคและคนอื่นๆ ต้องมาชี้แจงไม่รู้จักจบจักสิ้น แสดงความรับผิดชอบ ไม่ต้องหนี ยอมรับผิด ขอโทษ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

การกระทำเช่นนี้ ไม่ใช่เพื่อปกป้องตนเอง ไม่ใช่เพื่อปกป้องพรรคก้าวไกล แต่นี่คือมาตรฐานความรับผิดชอบ กล้าเผชิญหน้า และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไข เพื่อสร้างมาตรฐานให้พรรคก้าวไกลและสังคมไทย เพื่อร่วมกันยุติความรุนแรงทางเพศและการคุกคามทางเพศ

‘ปิยบุตร‘ จี้ สส.ต้นเรื่องรับผิด อย่าปล่อยให้เพื่อนรับหน้า

‘ธัญธร’ ปฏิเสธข่าวลือเป็น สส.ก้าวไกลคุกคามทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561589

21 ต.ค. 2566

'ธัญธร’ ปฏิเสธข่าวลือเป็น สส.ก้าวไกลคุกคามทางเพศ

‘ธัญธร’ ทวิตปฏิเสธข่าวลือเป็น สส.ก้าวไกลคุกคามทางเพศ ชี้เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ ขอให้รอพรรคชี้แจงเมื่อได้ข้อสรุป

วันที่ 20 ต.ค. นายธัญธร ธนินวัฒนาธร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์เดิม)กรณีมีกระแสข่าว ส.ส.กทม. ฝั่งธนบุรี พรรคก้าวไกล รายหนึ่ง คุกคามทางเพศลวนลาม แตะเนื้อต้องตัว และขอมีเพศสัมพันธ์ โดยระบุว่า “ผมขอปฏิเสธเช่นกันครับ ขออภัยที่พลาดการติดต่อหลายๆสายในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจทั้งงานในสภาและงานในพื้นที่”

“กรณีตามข่าวเป็นกรณีเดิมที่พรรคได้แถลงไปในสัปดาห์ที่แล้ว ขอยืนยันในหลักการเดิม ปัญหาเรื่องการคุกคามทางเพศและความรุนแรงทางเพศเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ ขอให้เป็นหน้าที่ของพรรคที่จะชี้แจงเมื่อได้ข้อสรุปในข้อเท็จจริงกรณีนี้ครับ”

'ธัญธร’ ปฏิเสธข่าวลือเป็น สส.ก้าวไกลคุกคามทางเพศ

จบสวย พงศ์พล โพสต์ ปิดตำนาน หมูกระทะเงินรัฐ ‘หมออ๋อง’ ยอมคืน ‘งบฯ รับรอง’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561556

20 ต.ค. 2566

จบสวย พงศ์พล โพสต์ ปิดตำนาน หมูกระทะเงินรัฐ ‘หมออ๋อง’ ยอมคืน 'งบฯ รับรอง' แล้ว

ลอรี่ พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โพสต์เฟซบุ๊ก ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา ยอมคืนงบฯ รับรอง 99,530 บาท ขอบคุณประชาชน ร่วมตรวจสอบ ขณะ เจ้าตัว ‘หมออ๋อง’ ทวีตยอมรับ ‘จ่ายเองไปแล้วครับ’

ดราม่าหมูกระทะจบสวย เมื่อล่าสุดเจ้าของตำนานหมูกระทะเงินรัฐ “หมออ๋อง”  คืนงบรับรองที่นำมาเลี้ยงขอบคุณแม่บ้านรัฐสภา เรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2566 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรคร่วมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก บัญชีชื่อ ลอรี่ – พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ข้อความ ปิดตำนานหมูกระทะเงินรัฐ รองประธานสภา ยอมคืนงบรับรอง 99,530 บาท ขอบคุณประชาชนร่วมตรวจสอบครับ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทวีตข้อความผ่าน X ว่า “มีการเรียกสอบบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงหมูกระทะแม่บ้านสภาของผมอยู่ครับ แค่อยากบอกว่า ผมพร้อมให้ความร่วมมือในการให้ปากคำทุกประการครับ”

ต่อมา มีคนมาคอมเมนต์ว่า เคยดูคุณสมชัยเขาแนะนำว่า ให้จ่ายเอง ทราบมาว่าในที่สุดก็จ่ายเองไปแล้ว ไม่น่ามีปัญหานะครับ

หมออ๋อง ตอบกลับทวีตดังกล่าวด้วยว่า “จ่ายเองไปแล้วครับ”

อย่างไรก็ตาม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เคยโพสต์ฯ ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นกรณีดังกล่าวว่า

“งบรับรอง มีวัตถุประสงค์การใช้ชัดเจน ต้องเป็นเพื่องานราชการ ไม่สามารถใช้ตามใจชอบได้ ระเบียบราชการมีอยู่ เจ้าหน้าที่ที่ดูแล สมควรทักท้วง หากใช้ไปแล้วก็ยังไม่จบ สตง.สามารถเข้ามาตรวจสอบได้เพราะเป็นเงินหลวง การแก้ไข ไม่ยากครับ เอาเงินส่วนตัวมาจ่ายคืน ไม่ถือเป็นความผิด”

‘อนุทิน-ชาดา’ หารือ สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ร่วมมือบริหารแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561555

20 ต.ค. 2566

'อนุทิน-ชาดา' หารือ สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ร่วมมือบริหารแผ่นดิน

‘รมว.อนุทิน’ ต้อนรับ ‘สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย’ ที่เข้าหารือข้อมูลบริหารราชการทั่วประเทศ ขณะที่ ‘ชาดา’ พร้อมประสานทุกส่วนแก้ปัญหา ‘ผู้มีอิทธิพล’ ลั่น ‘ยาก แต่ทำเต็มที่’

ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนันตชัย คุณานันทกุล นายกสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทยและคณะกรรมการ ได้เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนการบริหารราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค การวางผังเมือง การพัฒนาชุมชน รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือของอดีตสมาชิกรัฐสภาจังหวัดต่างๆ

นายอนุชิน ชาญวีรกุล นายอนุชิน ชาญวีรกุล

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ปกป้องสถาบันหลักของชาติให้เป็นที่เคารพบูชาเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย มุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน พร้อมประสาน ความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการให้บริการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว  

ขณะที่นายชาดา กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายดูแลเรื่องการขึ้นบัญชีผู้มีอิทธิพลทั้งประเทศ พร้อมประสานบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง “แม้จะยาก แต่ก็ทำอย่างเต็มที่” เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน

ซึ่งกระทรวงมหาดไทยพร้อมรับคำแนะนำและประสานความร่วมมือกับทางสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ที่เป็นผู้มีประสบการณ์ ทั้งอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตสมาชิกวุฒิสภา เพื่อช่วยกันรับฟังปัญหาของประชาชนนำมาสู่การแก้ไข

ขณะเดียวกันสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย นำโดยนายอนันตชัย และคณะกรรมการสมาคม ประกอบด้วย นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ นายสามารถ รัตนประทีปพร น.ส.เสาวลักษณ์ สุริยาทิพย์ รศ.สุชาติ นวกวงษ์ นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ นพ.ประสิทธิ์  พิทูรกิจจา นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง นายนิเวศ พันธุ์เจริญวรกุล นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล จุรีลักษณ์ รัตนประทีปพร และนายปรพล อดิเรกสาร ได้ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสรับตำแหน่งของรัฐมนตรีด้วย

นายอนันตชัย คุณานันทกุลนายอนันตชัย คุณานันทกุลสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย เข้าพบ นายชาดา ไทยเศรษฐ์สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย เข้าพบ นายชาดา ไทยเศรษฐ์

กกต.สรุปยอดบริจาค ‘เดือนสิงหาคม’ พบ ‘ก้าวไกล’ สูงสุดกว่า 2 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561543

20 ต.ค. 2566

กกต.สรุปยอดบริจาค ‘เดือนสิงหาคม’ พบ ‘ก้าวไกล’ สูงสุดกว่า 2 ล้าน

กกต.สรุปยอดบริจาค ‘เดือนสิงหาคม’ 11 พรรคการเมือง จำนวนกว่า 4 ล้านบาท เฉพาะ‘ก้าวไกล’ รับเงินสูงสุดกว่า 2 ล้าน จากผู้บริจาค 53 คน ขณะที่พรรคประชาชาติ มาเป็นอันดับสองรับเงิน 815,000 บาท ผู้บริจาค 2 คน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สรุปยอดเงินบริจาคของพรรคการเมือง ประจำเดือนสิงหาคม 2566 จำนวน 11 พรรคการเมือง โดยมีผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมือง จำนวน 69 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,697,885 บาท ดังนี้

  • พรรคประชาธิปัตย์ 44,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 2 คน 
  • พรรคประชาชาติ 815,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 2 คน 
  • พรรคก้าวไกล 2,250,885 บาท จำนวนผู้บริจาค 53 คน
  • พรรครักษ์ธรรม 21,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 2 คน 
  • พรรคกล้าธรรม 370,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 1 คน 
  • พรรคประชาภิวัฒน์ 290,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 1 คน 
กกต.สรุปยอดบริจาค ‘เดือนสิงหาคม’ พบ ‘ก้าวไกล’ สูงสุดกว่า 2 ล้าน
  • พรรคกล้า 160,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 2 คน 
  • พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 200,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 1 คน 
  • พรรคไทยภักดี 280,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 1 คน 
  • พรรคแรงงานสร้างชาติ 160,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 2 คน 
  • และ พรรคใหม่ 107,000 บาท จำนวนผู้บริจาค 2 คน

‘แพทองธาร’ วอนประชาชนอดใจรอ ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ทัน 1 ก.พ. 67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561526

20 ต.ค. 2566

‘แพทองธาร’ วอนประชาชนอดใจรอ ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ทัน 1 ก.พ. 67

‘แพทองธาร ชินวัตร’ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย วอนประชาชน อดใจรอ ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจเริ่มใช้ไม่ทัน 1 ก.พ. 2567

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่านโยบาย “เงินดิจิทัลวอลเล็ต” อาจเริ่มใช้ไม่ทัน วันที่ 1 กุมภาพันธ์  2567 ตามกรอบเวลาเดิม ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ว่า เราก็ต้องทำให้มั่นคง ซึ่งตอนที่เราเสนอนโยบายนี้ เราก็ศึกษามากพอสมควร

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

แต่แน่นอนว่าในขั้นตอนปฏิบัติ มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีกำลังหาคำตอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดประชาชน ฉะนั้น “ก็ขอให้อดใจกันหน่อยนะค่ะ”

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญ ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาระบุมีผลวิจัยว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตกระตุ้นเศรษฐกิจได้น้อย น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

‘แพทองธาร’ วอนประชาชนอดใจรอ ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ทัน 1 ก.พ. 67

ส่วนความพร้อมในการจัดประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทยวันที่ 27 ตุลาคม 2566 นี้ น.ส.แพทองธาร มีความพร้อมแล้วหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนกล่าวว่า “วันที่ 27 นี้ใช่ไหมค่ะ” พร้อมยิ้มรับ และพยักหน้า

‘แพทองธาร’ วอนประชาชนอดใจรอ ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ทัน 1 ก.พ. 67

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าพร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หากถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง หรือไม่นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า “พร้อมค่ะ”

‘แพทองธาร’ พยักหน้ารับ พร้อมนั่ง ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561520

20 ต.ค. 2566

‘แพทองธาร’ พยักหน้ารับ พร้อมนั่ง ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ คนใหม่

‘แพทองธาร ชินวัตร’ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พยักหน้ารับ พร้อมนั่ง ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ คนใหม่ ด้วยการตอบคำถามสื่อเพียงสั้นๆ ว่า “พร้อมค่ะ”

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2566  ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 4 กรุงเทพมหานคร  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ พร้อมหรือไม่ โดยน.ส.แพทองธาร พยักหน้า ก่อนกล่าวตอบว่า “ค่ะ”

น.ส.แพทองธาร ชินวัตรน.ส.แพทองธาร ชินวัตร

เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเสนอชื่อน.ส.แพทองธาร เป็นหน้าพรรคเพื่อไทย คนใหม่ พร้อมรับตำแหน่งเลยใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ”พร้อมค่ะ“

‘แพทองธาร’ พยักหน้ารับ พร้อมนั่ง ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ คนใหม่

เมื่อถามว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเหมือนจะเลทออกไปจากวันที่ 1 ก.พ. 2567 น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราต้องทำให้มั่นคงก่อน จริงๆ เมื่อเราเสนอนโยบายเราก็ศึกษามาพอสมควร แต่แน่นอนว่าในขั้นตอนปฏิบัติจะมีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่รัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังหาคำตอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดประชาชน ฉะนั้น ก็ขอให้อดใจกันหน่อย

‘แพทองธาร’ พยักหน้ารับ พร้อมนั่ง ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ คนใหม่