‘ศาลปกครอง’ สูงสุด ไม่รับคำร้อง รื้อคดี ‘พล.อ.ประวิตร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561519

20 ต.ค. 2566

'ศาลปกครอง' สูงสุด ไม่รับคำร้อง รื้อคดี 'พล.อ.ประวิตร'

ไม่รื้อคดี ‘บัญชีทรัพย์สิน’ ‘พล.อ.ประวิตร’ วงษ์สุวรรณ คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ยืนตามศาลปกครองกลาง เหตุเพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง ไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของสำนักงาน ปปช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. คดีที่มีผู้อื่นขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คดีหมายเลขดำที่ อ.787/2564หมายเลขแดงที่ อ. 224/2564 ระหว่าง นาย ว. ผู้ฟ้องคดี กับสำนักงาน ป.ป.ช. ผู้ถูกฟ้องดดีที่ 1

และคณะกรรมการป.ป.ช. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องดดีทั้งสองเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร 3 รายการตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 36 วรรค 3 ห้ามมิให้เปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลรายงานและสำนวนการตรวจสอบ สอบสวน ไต่สวน หรือไต่สวนเบื้องต้นรวมทั้งบรรดาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ การสอบสวน การไต่สวน หรือการไต่สวนเบื้องต้นที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจนกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้พิจารณาและมีมติในเรื่องตังกล่าวแล้ว เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผย เพื่อประโยชน์ในการไต่สวนหรือไต่สวนเบื้องตัน

ทั้งนี้ ให้ถือเป็นความลับของทางราชการ ตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมายกเวันมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

การไต่สวนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ใช้อำนาจตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดไว้เป็นการเฉพาะและเป็นการตำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงไม่เป็นสั่งทางปกครองตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำขอดังกล่าวไว้พิจารณา เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะขอพิจารณาคดีใหม่ได้ตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ. 2542

กรณีดังกล่าวจึงไม่อาจถือได้ว่ามีข้อบกพร่อง สำคัญในกระบวนการพิจารณาพิพากษาที่ทำให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2541 ตามที่ผู้ถูกฟ้องดดีทั้งสองกล่าวอ้างแต่อย่างใด ดังนั้นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ศาลจะรับไว้พิจารณาได้

‘อุ๊งอิ๊ง’ มั่นใจ ‘อุตสาหกรรมเกมไทย‘ ไปไกลระดับโลกแน่นอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561514

20 ต.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ มั่นใจ ‘อุตสาหกรรมเกมไทย‘ ไปไกลระดับโลกแน่นอน

‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อมั่นอุตสาหกรรมเกมไทยไปสู่ระดับโลก ลั่นรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเพื่อให้เป็นตัวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไป

วันที่ 20 ต.ค.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครับเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวในระว่างการร่วมพิธีเปิดงาน THAILAND  GAME SHOW 2023 ในหัวข้อ Gaming ; Thailand’s New Sofe Power ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ฮอลล์ 4 ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า 3 หมื่นล้านบาท ครองอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาหลายปี และเป็นอันดับประมาณที่ 20 ของโลก ซึ่งในการแข่งขัน Asian Games ที่ผ่านมา ทีม  E-Sport ไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมเป็นอันดับหนึ่งใน South East Asia และเป็นอันดับสามของรายการ ตัว เลขเหล่านี้แสดงถึงศักยภาพของเยาวชนและคนไทยต่ออุตสาหกรรมเกม ทำให้มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าหากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ และมีระบบการสนับสนุนที่ดีจะสามารถไปได้ไกลระดับโลกอย่างแน่นอน

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ยินดีอย่างมากที่จะได้ประกาศอย่างเต็มที่ว่าภายใต้รัฐบาลชุดนี้จะสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมอย่างเต็มที่ และประกาศได้อย่างเต็มปากอย่างที่ไม่เคยมีรัฐบาลอื่นๆ ประกาศมาก่อน เกมหรือ E-Sport เป็นหนึ่งใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุน ภายใต้นโยบาย OFOS – One Family One Soft Power

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เกมเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่แข็งแรงมากๆ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลีใต้ ที่สามารถสร้างมูลค่าให้ประเทศอย่างมากมาย อาทิ เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศผู้นำเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ แต่อุตสาหกรรมเกมนำมูลค่าเข้าประเทศมากกว่าอุตสาหกรรรมหนัง ซีรีย์หรือเพลงต่างๆ ซึ่งทำให้รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก จึงอยากให้อุตสากรรมเกมของไทยไปไกลได้มากขึ้น 

รองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอาจจะมองว่าเกมเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ในความจริงเกมคือเครื่องมือหนึ่งที่แฝงวัฒนธรรมความเชื่อต่างๆ จากภูมิภาคหรือประเทศนั้นๆ ไปทำให้ประเทศต่างๆ ได้รู้จักวัฒนธรรมของประเทศเราผ่านการเล่นเกม อาทิ เกมซีรีย์ Home Sweet Home ที่เป็นแนวผจญภัย เป็นเรื่องความเชื่อของคนไทย มีตัวเลขความสำเร็จคือการดาวน์โหลดมากกว่า 8 แสนครั้งทั่วโลก จึงอยากให้ทุกท่านลองจินตนาการว่าการที่เด็กอายุ 14 ปีสามารถมีรายได้หลักแสนบาทได้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างมากจากความสามารถและศักยภาพของเขา ทำให้องค์กรใหญ่ๆ ในประเทศต่างๆ ได้เล็งเห็นความสามารถ และสามารถมีรายได้ต่อเดือนถึง 30,000 บาท ทั้งๆ ที่ยังไม่จบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่าเด็กไทยมีศักยภาพอย่างมากและเราพร้อมสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ 

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า สำหรับใครที่อาจจะรู้สึกว่าไม่ถนัดในเรื่องของการสร้างเกมหรือเล่นเกม แต่กระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้ในแง่มุมที่แตกต่างออกไป เช่น การจัดอีเว้นท์ใหญ่ๆ ที่มีการใช้องค์ประกอบมากมายในสาขาต่างๆ ก็มีส่วนทำให้ทุกคนได้เรียนรู้และเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มศักยภาพของตัวเองในด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานได้ในอนาคตและอาจมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ 

“ยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเกมให้เติบโตมากยิ่งขึ้นไปภายใต้ศักยภาพและความสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เรื่องของเกมเป็นตัวสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต” รองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวย้ำ 

‘ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000’ รอดไหม ป.ป.ช. จับตา หวั่นทุจริตเชิงนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561505

20 ต.ค. 2566

'ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000' รอดไหม ป.ป.ช. จับตา หวั่นทุจริตเชิงนโยบาย

ป.ป.ช. จับตาโครงการ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000’ หวั่นทุจริตเชิงนโยบาย จ่อเชิญ นักวิชาการ-หน่วยงาน เข้าให้ข้อมูลร่วมศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ออกเอกสารชี้แจง ภายหลังนางสุวนา สุวรรณจูฑะ กรรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงต่อประเด็นข้อซักถามในที่ประชุมประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2566 ถึงการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.เชิงรุก ในการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่สำคัญคือนโยบายเกี่ยวกับการแจกเงิน “ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000” ให้กับประชาชน  

ป.ป.ช.จับตานโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000ป.ป.ช.จับตานโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000

โดยนางสุวนา ชี้แจงว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำการศึกษาและรวบรวมรายละเอียดข้อมูล โดยได้ศึกษาคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11-12 ก.ย. 2566 เกี่ยวกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านระบบ “ดิจิทัลวอลเล็ต” และนำไปวิเคราะห์ตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงในการทุจริตเชิงนโยบาย และจะขอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าว นำเสนอข้อมูลให้แก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. และอาจมีการเชิญนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินการคลัง มาเข้าร่วมศึกษาในรายละเอียดให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ การตรวจสอบนโยบายสาธารณะของรัฐบาลดังกล่าวนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการตามหน้าที่ และอำนาจภายใต้กรอบของกฎหมายเหมือนรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา แม้ว่าโครงการเติมเงิน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 จะยังไม่มีการแถลงให้เห็นภาพที่ชัดเจนออกมา แต่ด้วยความห่วงใยจากสมาชิกวุฒิสภา เกี่ยวกับประเด็นการแจกเงินดิจิทัลดังกล่าว ทางคณะกรรม ป.ป.ช. ถือเป็นวาระเร่งด่วน ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทุจริตและคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

‘อุ๊งอิ๊ง’ ยิ้มรับพร้อมนั่งหัวหน้าพรรค เชื่อนายกฯ กำลังหาคำตอบปมแจกหมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561502

20 ต.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ ยิ้มรับพร้อมนั่งหัวหน้าพรรค เชื่อนายกฯ กำลังหาคำตอบปมแจกหมื่น

‘อุ๊งอิ๊ง’ ยิ้มรับพร้อมนั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ยันนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตศึกษามาดีแล้ว เชื่อ ‘เศรษฐา’ จะหาคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อประเทศ

วันที่ 20 ต.ค. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เปิดงาน THAILAND  GAME SHOW 2023 พร้อมบรรยายในหัวข้อ Gaming ; Thailand’s New Soft Power 

โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าว่า อุตสาหกรรมเกมส์ เป็น 1 ใน 11 อุตสาหกรรมของซอฟต์พาวเวอร์ วันนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ และมีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ตนเข้ามาดูเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ก็ศึกษาเรื่องเกมส์มากขึ้น และทราบเลยว่าเกมสามารถนำเงินเข้าประเทศได้อย่างมากมาย เช่นเดียวกับประเทศเกาหลีใต้ ที่มีรายได้จากอุสาหกรรมเกมมากกว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีย์ และเพลงรวมกันเสียอีก ซึ่งเรื่องนี้ตนรู้สึกเซอร์ไพรส์หากประเทศไทยคนมีศักยภาพอยู่แล้ว และได้รับการผลักดันจากรัฐบาล เอกชน ก็จะไปได้ไกลอย่างแน่นอน เชื่อในศักยภาพของคนไทย 

เมื่อถามว่า เล่นเกมอะไรบ้างหรือไม่ น.ส.แพทองธาร บอกว่าเป็นคนไม่ค่อยเล่นเกม ถ้ามีเวลาจะดูซีรีย์มากกว่า แต่เรื่องเกมส์คนรอบตัวให้ความสนใจเยอะ เช่นสามี (ปิฏก สุขสวัสดิ์) ที่สนใจเกมฟุตบอล ซึ่งตนก็พอทราบเรื่องเกมมากจากคนรอบข้าง

ส่วนการเข้าหารือกับผู้นำซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศเกาหลี น.ส.แพทองธาร บอกว่า ส่วนตัวได้ไปคุยกับทูตฯ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง และจะไปขอข้อแนะนำเพิ่มเติมจากเขา ว่าระบบที่เขาสร้างขึ้นมา พบเจอกับปัญหาอะไรบ้าง เขาคัดกรองคนอย่างไรบ้าง เพื่อนำมาปรับใช้ นอกจากอุตสาหกรรมเกมส์ ยังมีอุตสาหกรรมอื่น เช่นหนัง ที่ก็ผลักดันไปสู่สากลได้ 

น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ยังมีเรื่องของการออกแบบ และการจัดงานเทศกาลต่างๆ ซึ่งผู้ที่เป็นตัวแทนในคณะซอฟต์พาวเวอร์ก็มีความสามารถและประสบการณ์มากมาย ซึ่งจะเป็นตัวหลักในการผลักดันซอฟต์ได้

ส่วนวันสัปดาห์หน้าจะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรค มีความพร้อมหรือไม่นั้น น.ส.แพทองธาร ถามกลับว่า วันที่ 27 ตุลาคม ใช่หรือไม่ ก่อนตอบสั้นๆ ว่า “ค่ะ” พร้อมกับยิ้ม

เมื่อถามย้ำว่าพร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าพร้อม ค่ะ 

พร้อมกันนี้ ยังตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงเรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่ส่อเลื่อนออกไปนั้น น.ส.แพทองธาร ตอบว่า จริงๆ แล้วต้องทำให้มั่นคงก่อน เพราะพอเราเสนอนโยบายเราศึกษามามากพอสมควร แต่เมื่อจะนำมาปฏิบัติจะต้องมีองค์ประกอบมากมาย เชื่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กำลังหาคำตอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนแน่นอน 

ปรามาส ‘เงินดิจิทัล’ เกิดจากแนวคิด ‘เศรษฐกิจ’ แบบโบราณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561501

20 ต.ค. 2566

ปรามาส 'เงินดิจิทัล' เกิดจากแนวคิด  'เศรษฐกิจ' แบบโบราณ

ประธานที่ปรึกษานายกฯชี้ วงรอบ ‘เศรษฐกิจ’ ของ ‘เงินดิจิทัล’ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ และจะไม่มีปัญหา เรื่องของแพงเพราะแรงซื้อเพิ่ม

กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยรัฐบาล มั่นใจว่า เงินดิจิทัล ของรัฐบาล เป็นจุดเริ่มต้นของการหลุดพ้น กับดักแห่งความเขลา ที่มักอ้างวินัยการเงิน เอาใจผู้ปล่อยกู้ให้โขกดอกเบี้ยสูงๆ และยิ่งสูงขึ้น ในภาวะที่หนี้สาธารณะของรัฐบาล ต่ำกว่า หนี้ครัวเรือนท่วมประชาชน  

เพราะกำลังซื้อรอบแรกของเงินดิจิตัล จะสามารถส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายระลอกธุรกิจจะเริ่มรอด; NPLจะเริ่มลด; คนจบใหม่จะเริ่มมีงานทำ ผู้คนจะมีความหวัง

ส่วนจะส่งผลแรงขึ้น หรือมากรอบ กว่าที่ นักโบราณคดีทางเศรษฐมิติ ปรามาสไว้เพียงใด อยู่ที่เราๆ ท่านๆช่วยเป็น ผู้ใช้เงินที่ชาญฉลาด ซื้อสิ่งของที่มีประโยชน์ และยิ่งถ้าเน้น ไทยทำ-ไทยใช้-ไทยเจริญ หรือยิ่งกว่านั้นถ้าเป็น อำเภอเราทำ-อำเภอเราใช้-อำเภอเราเจริญ จะยิ่งยอดเยี่ยมเป็นที่สุด

ที่ปรึกษานายกฯ ย้ำว่าไม่ต้องกังวลเรื่องของเเพงเพราะแรงซื้อเพิ่มเนื่องจากคณะรัฐมนตรี บุคลากรภาครัฐทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ และทีมงานที่ปรึกษา กำลังเร่งทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มผลิตภาพของสินค้าและบริการให้พร้อมรองรับกำลังซื้อ

จะไม่ทนต่อไปกับการเติบโต แบบกระเตาะกระแตะต่ำเตี้ยอย่างที่เป็นมา เป็นอยู่ และจะเป็นต่อไป จนคนจบการศึกษามาหางานทำแทบไม่ได้

‘ประชาธิปัตย์’ ส่งอดีต รมช.คลัง เกาะติด ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561490

20 ต.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' ส่งอดีต รมช.คลัง เกาะติด 'เงินดิจิทัล'

‘ประชาธิปัตย์’ ส่งอดีตขุนคลัง เกาะติดนโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ ของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด หลังแจงไม่ชัดเรื่องงบประมาณและวิธีการใช้

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบหมายให้
ดร.พิสิษฐ์ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลังและประธานนโยบายพรรค ติดตามเรื่อง เงินดิจิตอล อย่างใกล้ชิด หลังประชุมร่วมกับกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีความชัดเจนจาก 3 หน่วยงานที่เชิญมาชี้แจง

โดยสำนักงาน ปปช.ให้ข้อมูลว่าขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมการลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามโครงการแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาล ตามมาตรา 32 ของ พรบ.ปปช. ส่วนผู้แทนของธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ให้ข้อมูลชัดเจนว่าจากการคาดการณ์ เศรษฐกิจประเทศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย

เศรษฐกิจในปีนี้จะโตประมาณ 2.8% และในปีหน้าคือ ปี 67 จะโตประมาณ 4.4% อยู่แล้ว แม้ไม่มีการแจกเงิน 560,000 ล้านบาท และหากมีการแจกเงินก็จะมีผลในการกระตุ้นการบริโภคระยะสั้นและจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มาก

ขณะที่ผู้แทนกระทรวงการคลังยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนทั้งเรื่องวิธีการใช้และแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ตามนโยบาย ตอบเพียงกว้างๆว่าจะทำให้ถูกกฎหมายและจะไม่ใช้เงินที่ผิดวินัยการเงินการคลังนั่นหมายความว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลก็ยังไม่มีความชัดเจนทั้งสองเรื่อง ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ รมช.คลัง  ได้ออกมาแถลงเลื่อนโครงการออกไปอีก

 รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่าจะติดตามเรื่องนี้ผ่านคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาต่อไป เพื่อให้โครงการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดความเสียหายต่อประเทศให้น้อยที่สุดถ้ามี ส่วนในส่วนของ แต่จะไม่ไปขัดขวาง เพราะถือเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลในการที่จะมีนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่ง

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เครื่องมือประคองเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561473

19 ต.ค. 2566

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยก 'ดิจิทัลวอลเล็ต' เครื่องมือประคองเศรษฐกิจ

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พิชัย นริพทะพันธุ์ ยาหอม “ดิจิทัลวอลเล็ต” พระเอกตัวจริง ในยามที่เศรษฐกิจโลกกำลังจะซบเซา ย้ำการอัดฉีดเงินในระบบเป็นเรื่องที่จำเป็น การันตีพรรคเพื่อไทยมาถูกทาง “คิดใหญ่ทำเป็น” ด้านสส.อุบลราชธานี ลงพื้นที่มีแต่คำถามจากประชาชน ถึงความคืบหน้า

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี   เปิดเผยว่า นโยบายรัฐบาลว่าด้วย โครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต”   ในระยะยาว โครงการนี้จะมีส่วนในการสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจ   เพราะหากประเมินจาก ภาพรวมปัญหาเศรษฐกิจของโลกที่กำลังจะถดถอย   โดยเฉพาะ
เศรษฐกิจจีน ที่มองว่าจะมีการชะลอตัวไม่ต่างจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั้งโลก ส่วนการสู้รบในอิสราเอล รวมถึงรัสเซียและยูเครน ก็จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น  อีกไม่กี่เดือน จะมีปัญหาเกิดขึ้น  ดังนั้น   “ดิจิทัลวอลเล็ต”  ที่จะออกมาในจังหวะเศรษฐกิจโลกเกิดปัญหา  จะเป็นเครื่องมือช่วยประคองเศรษฐกิจไทย   

ทั้งนี้ตามหลักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า ถ้ามีเม็ดเงินจากข้างนอกเข้ามาจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นบางส่วนอาจจะเป็นเงินงบประมาณเดิม บางส่วนเป็นเงินนอกงบประมาณ ตามหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไป หากนำเงินเก่ามาใช้จะไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องใช้ เงินจากข้างนอกและข้างในมาช่วย เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เพราะใช้เงินเก่าไม่กระตุ้นต้องใช้เงินใหม่ หากมอง 5 เดือน ย้อนหลัง พบว่า เงินเฟ้อในประเทศไทยต่ำมาก พอเพียงร้อยละ 0.2-0.8 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดี ในขณะที่ทั่วโลกอย่างสหรัฐอเมริกา โตขึ้นร้อยละ 3-4 ส่วนที่ยุโรปโตขึ้น ร้อยละ 5-6 เช่นเดียวกับอังกฤษ นั่นหมายความว่ากำลังซื้อ ของคนไทยกำลังหด เหมือนจีนที่กำลังซื้อติดลบ แม้จะมีการลดราคาของแต่คนไม่มีกำลังซื้อ 
 

จึงต้องมีโครงการต่างๆเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะมีการอัดฉีดเงินในระบบไหนก็ตาม จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต้องดูที่ภาพใหญ่ ตามหลักการของพรรคเพื่อไทยคือคิดใหญ่ทำเป็น

นายกรัฐมนตรี  ได้มีการเดินสาย หานักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะที่ผ่านมาถือว่า การลงทุนในไทยไม่ดี การส่งออกชะลอตัว แต่ขณะนี้มีทิศทางที่ดีขึ้น นักลงทุนสนใจ จะมาลงทุนด้านรถไฟฟ้าอีวี ในไทย ขณะเดียวกันมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาล และเชื่อมั่นในตัวนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มาจากภาคธุรกิจและมีประสบการณ์ จึงเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดีสำหรับนักลงทุน ที่จะมาลงทุนในประเทศไทย เพียงแต่ภาวะเศรษฐกิจโลกอาจยังไม่เอื้ออำนวย ซึ่งต้องฝ่าฟันกับภาวะเศรษฐกิจโลก ในภาวะเช่นนี้ด้วย ทั้งนี้ต้องจับตาว่าเมื่อเศรษฐกิจของโลก ฟื้นตัวแล้วประเทศไทยจะก้าวต่ออย่างไร

น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี  ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน ในพื้นที่ตื่นตัวมาก ส่วนใหญ่สอบถามมากว่าเมื่อไหร่จะได้ใช้เงิน 10,000 บาท ในโครงการ   ดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งนี้เงิน 10,000 บาท ต่อ ครอบครัว มีค่ามาก เพราะนำไปใช้จ่ายในครัวเรือนได้   ปัจจุบันประชาชนห่วงว่าจะได้ รับสิทธิหรือไม่ ยิ่งมีกลุ่มคนออกมาโจมตีโครงการ สร้างความตื่นตระหนกในสังคม ทั้งนี้ยังคงมั่นใจว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะไม่หวั่นไหวกับกระแสการต่อต้าน ซึ่งประชาชนต่างให้กำลังใจรัฐบาล อย่าได้กังวลกับกระแสการโจมตีที่เกิดขึ้น เพราะประชาชนรอความหวังจากโครงการนี้

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยก 'ดิจิทัลวอลเล็ต' เครื่องมือประคองเศรษฐกิจ

พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

‘สมศักดิ์’ ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก ‘นราธิวาส’ พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561470

19 ต.ค. 2566

'สมศักดิ์' ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก 'นราธิวาส' พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

‘สมศักดิ์’ ดูผนังกั้นน้ำมูโนะ หลังเกิดน้ำท่วมทุกปี เล็งสร้างอาชีพให้ชาวบ้าน หลังทำบัญชีคนรายได้น้อย เตรียมฟื้นคืนชีพ ‘ด่านศุลกากรบูเก๊ะตา’ เป็นด่านปศุสัตว์และด่านสินค้าเกษตร

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. และ สส.นราธิวาส ลงพื้นที่ ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อดูผนังกั้นน้ำมูโนะ 

พื้นที่ดังกล่าว เกิดเหตุอุทกภัยขึ้นทุกปี ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ มีฝนตกหนัก ส่งผลให้แม่น้ำของจังหวัดนราธิวาส ที่ประกอบด้วย แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำสมัยโกลก แม่น้ำบางนรา และคลองตันหยงมัส น้ำท่วมตลิ่ง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหา ก็ทำได้เพียงนำกระสอบบิ๊กแบ็คเข้าระงับป้องกันน้ำ

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามการแก้ปัญหาน้ำที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แม้เวลานี้จะมีการปรับผนังกั้นน้ำแม่น้ำโกลก รวมถึงการซ่อมประตูระบายน้ำมูโนะ และยังมีโครงการที่ทำอยู่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จคือ การปรับผนังกั้นแม่น้ำโกลกฝั่งซ้าย ระยะทาง 300 เมตร รวมถึงการซ่อมแซมคันคลองฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ประตูน้ำของมูโนะจำนวน 2 แห่งคาดว่าอีกไม่นานนี้คงจะแล้วเสร็จ หวังว่าสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น 

ขณะเดียวกัน ในการป้องกันน้ำนั้น ต้องยอมรับว่า ต้องทำเป็นแผนระยะยาว วันนี้ตนได้รับคำขอตั้งงบประมาณ รวมถึงอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน พร้อมอาคารประกอบปากคลองระบายน้ำมูโนะ และปรับปรุงท่อรับน้ำคันคลองมูโนะฝั่งซ้าย ซึ่งต้องมาดูกันอีกครั้งว่า การผ่านงบประมาณในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร แต่ตนเชื่อว่า เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเวลาน้ำมา 1 ครั้ง ส่งผลให้ความเสียหายไปอยู่กับประชาชน ทำให้เสียโอกาสเสียรายได้ รัฐบาลต้องชดเชย ดังนั้นเราต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้

'สมศักดิ์' ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก 'นราธิวาส' พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาในแม่น้ำโกลก จังหวัดนราธิวาส หากไม่เทไปที่ไหน น้ำจะมีความสูงถึง 2.4 เมตร สร้างความเสียหายให้กับประชาชน แต่ขอยืนยันว่า ส่วนราชการที่รับผิดชอบ จะดูแลอย่างเต็มที่ โดยคิดว่า ประชาชนจะได้รับการดูแลแก้ปัญหาในระยะเวลาของงบประมาณ 

ส่วนงานของ ศอ.บต.ที่ได้รับมอบหมายจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีในเรื่องของรายได้ประชาชน ซึ่งก็จะต้องช่วยกันแก้ไข เบื้องต้นได้ทำบัญชีเพื่อให้รู้ว่าใครมีรายได้น้อย จะได้เพิ่มอาชีพได้ตรงเป้าหมาย โดยส่วนใหญ่จะส่งเสริมเป็นอาชีพเดิม เนื่องจากจะง่ายต่อการทำงานร่วมกัน จะได้เร็วในการแก้ปัญหา เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อยากเห็นความรักความสามัคคีของพวกเรา โดยตนต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันขับเคลื่อนอย่างเต็มที่

“การพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้ตัวผมเองจะไม่ได้เป็นคนใต้ แต่ก็ยินดีและเต็มใจที่จะทำให้ ซึ่งการแก้ปัญหาวันนี้ ผมได้เอาหน่วยงานข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงคมนาคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำ ลงมารับฟังเอาปัญหากลับไปแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน เพราะผมอยากเห็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ดี เมื่อเศรษฐกิจดี ปากท้องของพี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ พร้อมคณะยังได้เดินทางไปติดตามการดำเนินการพัฒนาด่านศุลกากรบูเก๊ะตา ให้เป็นด่านปศุสัตว์และด่านสินค้าเกษตร อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งปัจจุบันในส่วนของอาคารด่านศุลกากรนั้นเสร็จสิ้นแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากพื้นที่ ยังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องของถนน และอาจส่งผลกระทบให้บ้านเรือนที่อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามด่านบูเก๊ะตา โดยนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้คงต้องมาดูว่าการสร้างถนนเส้นอื่นทดแทน จะคุ้มค่ามากกว่าการเวนคืนที่ดินของประชาชนหรือไม่ และมูลค่าด่านจะมีรายได้เท่าไหร่ หรือ มีความจำเป็นต้องสร้างทางยกระดับจากด่านพรมแดนไปยังหน้าอาคารด่านศุลกากรบูเก๊ะตา ซึ่งใช้ระยะทาง 800 เมตร ก็อยากให้ทุกคนนั้น รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักแล้วพูดคุยให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด เพราะหากด่านนี้เปิดใช้ได้แล้ว มีมูลค่าทางธุรกิจ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี โดยด่านนี้ถูกขับเคลื่อนมาแล้ว 25-26 ปี แต่ยังไม่สำเร็จ ตนก็จะนำปัญหาเสนอต่อรัฐบาลต่อไป 

'สมศักดิ์' ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก 'นราธิวาส' พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

‘ รสนา ‘  ร้อง ‘กกต. ‘ สรุป 6 ข้อ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ทำการเงิน การคลังวิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561463

19 ต.ค. 2566

' รสนา '  ร้อง 'กกต. ' สรุป  6 ข้อ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ทำการเงิน การคลังวิบัติ

มหากาพย์ “ดิจิทัลวอลเล็ต” รายวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร “รสนา  โตสิตระกูล”ร่วมเเคลื่อนไหวเพื่อค้านโครงการนี้  ยื่นหนังสือต่อประธานกกต. ขอให้นำเรื่องนี้มาศึกษา สับเข้าข่ายซุกหนี้สาธารณะ ที่ไปโยนภาระให้ธนาคารออมสิน ย้ำชัดเข้าข่ายให้งบประมาณรัฐบาลหาเสียง

ที่​สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.)​   ภายใน  ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  น.ส.รสนา   โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร  ยื่นหนังสือต่อประธานกกต.เพื่อขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับโครงการ“ดิจิทัลวอลเล็ต” ของรัฐบาล หลังจากที่ได้ไปยื่นให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งมีอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน  2561 มาตรา 8  ในกรณีที่เห็นว่านโยบายของรัฐบาล อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านงบประมาณและวินัยการเงินการคลัง ก็สามารถที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ได้  

หากพบว่าผิดก็สามารถที่จะเชิญประธาน กกต. และ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มาประชุมเพื่อพิจารณาและทำรายงานเสนอให้รัฐบาลล้มเลิกโครงการนี้     การเสนอเรื่องนี้เพื่อให้สื่อและประชาชนทราบว่า ขณะนี้มีกฎหมายใหม่  ที่จะสามารถหยุดยั้งกระบวนการที่ไม่ชอบ และเห็นว่า “ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นเรื่องที่ควรร่วมกันล้อมคอกก่อนวัวหาย  เพราะที่ผ่านมามักจะล้อมคอกเมื่อวัวหายไปแล้ว 

น.ส.รสนา   ระบุว่า มีเหตุผล 6 ประการ ที่  “ดิจิทัลวอลเล็ต” จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการเงินการคลังของรัฐและอยากให้ตรวจสอบ คือ  

1) ผลได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งนักวิชาการและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลมาแจก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะการบริโภค แต่ควรนำไปทำนโยบายที่ยั่งยืนและเกิดผลระยะยาวมากกว่า

.

2) ขัดต่อพระราชบัญญัติเงินตราเนื่องจากการแจกเงินดิจิตอลโทเคน ยังเกิดความสับสนว่าเป็นเงินตราสกุลใหม่ หรือเป็นสิทธิการใช้เงินแบบดิจิทัล ซึ่งอาจจะเป็นการสำแดงที่ไม่จริง สำแดงว่าเป็นเงินดิจิทัล แต่จริงๆ เป็นระบบเงินใหม่ 

.

3 ) เพิ่มความสิ้นเปลืองแก่ประเทศโดยไม่จำเป็น โดยเห็นว่าการสร้างระบบใหม่อย่างบล๊อคเชน  เป็นการใช้เงินมหาศาล และหากทำโครงการนี้แล้วไม่ทำอะไรต่อเนื่องเป็นการเสียเงินเปล่า ทั้งที่ดิจิทัลวอลเล็ตมีอยู่แล้ว และการจะนำเงินภาษีมาใช้เพื่อทำบล๊อคเชนก็เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ

.

4) หลีกเลี่ยงหลักการใช้เงินแผ่นดิน โดยระบุว่าจะใช้เงินแผ่นดิน จำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 140 ที่ระบุว่าจะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการงบประมานให้ที่ประชุมรัฐสภายอมรับ  แต่การที่รัฐบาลจะแจกเงินตั้งแต่เดือนเม.ย.แสดงว่าจะไม่นำเรื่องนี้เข้าสู่งบประมาณ

' รสนา '  ร้อง 'กกต. ' สรุป  6 ข้อ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ทำการเงิน การคลังวิบัติรสนา   โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร  

5)ซุกหนี้สาธารณะ  ดูจากรัฐบาลประกาศจะใช้ธนาคารออมสินกู้เงินแทน แล้วนำเงินมาใช้ เห็นว่าน่าจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและซุกหนี้สาธารณะ และเชื่อว่าธนาคารออมสินก็ไม่น่าจะมีหลักการในลักษณะดังกล่าว

6) ขัดกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 9 วรรค 3  โดยรัฐบาลจะต้องไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินไปใช้ในการหาเสียง  ซึ่งการแจกเงินให้เด็กอายุ 16 ปี ขึ้นไป คิดว่าเป็นการหาเสียงทางการเมือง เด็กอายุ 16 ปี  อีก 4 ปีข้างหน้า ก็อายุ 20 ปี และการแจกเงินให้คนทั้งหมดโดยไม่เลือก   น่าจะขัดต่อระเบียบและกฎหมาย

จากเหตุผล 6 ข้อดังกล่าว ส่งผลให้โครงการฯน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งพระราชบัญญัติเงินตรา ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจและการเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง   ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าว มีความพยายามหลีกเลี่ยงเข้าสู่กระบวนการงบประมาณ ทั้งที่รัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่าจะเริ่มแจกเงินตั้งแต่เดือนเม.ย. 2567 ก็มีความชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ต้องการที่จะนำโครงการนี้เข้าสู่กระบวนการงบประมาณของรัฐสภาใช่หรือไม่ ดังนั้นหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบน่าจะตรวจสอบได้ และถ้าพบว่าไม่ปกติหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็มีอำนาจในการที่จะสั่งการในเรื่องนี้ต่อไป 

' รสนา '  ร้อง 'กกต. ' สรุป  6 ข้อ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ทำการเงิน การคลังวิบัติ

รสนา   โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร  ยื่นหนังสือต่อประธานกกต.เพื่อขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับโครงการ”ดิจิทัลวอลเล็ต” ของรัฐบาล

‘เบญจา’ เผย ผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 90% แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561457

19 ต.ค. 2566

‘เบญจา’ เผย ผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 90% แล้ว

‘เบญจา’ แนะเพจ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” ใช้มาตรฐานตรวจสอบทุกพรรค เหมือน ‘ก้าวไกล’ พร้อมเผยผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 80-90% แล้ว ย้ำจะทำเต็มที่-สุดความสามารถ

น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะทำงานพิเศษ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศของพรรคฯ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี สส.และสมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศ ว่า ตอนนี้เรื่องของการสอบพฤติกรรมต่าง ๆ อยู่ในชั้นกระบวนการของคณะกรรมการวินัย

ในส่วนของตนทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อป้องปรามและแก้ไขปัญหาทางเพศ ไม่ให้อนาคตเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด และสร้างความตระหนักรู้ให้กับพรรคก้าวไกล เพื่อยกระดับพรรคการเมืองต่างๆ และมาตรฐานการเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ในกรณีคุกคามทางเพศ เป็นหน้าที่ของกรรมการวินัย ตนคิดว่าอย่างที่กรรมการวินัยได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าเรื่องนี้อยู่ในชั้นกรรมการ น่าจะแล้วเสร็จได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการเชิญผู้ร้องออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความสะดวก รวมถึงความพึงพอใจที่ผู้ร้องสะดวกใจในการมาให้ข้อมูล

น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลน.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

ตอนนี้ผลการตรวจสอบสส.คุกคามทางเพศ.คืบหน้าน่าจะ 80-90% แล้วเหลือเพียงแต่ผู้ร้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าส่วนนั้นจะเป็นเรื่องการอนุญาตที่จะให้ข้อมูลหรือไม่

ส่วนหนักใจหรือไม่ เพราะสังคมกดดันพรรคก้าวไกลมักจะไม่พูดหรือเลือกที่จะสอบภายในแล้วเรื่องเงียบไปนั้น น.ส.เบญจา อธิบายว่า เรื่องนี้ พอเป็นพรรคการเมืองแบบพรรคก้าวไกล มันถูกคาดหวังจากสังคมแน่ๆ เพราะพรรคก้าวไกลยกระดับเรื่องนี้ เรื่องจริยธรรมทางการเมือง เรื่องเพศถูกยกขึ้นมา และอยู่ในข้อบังคับของพรรคการเมืองด้วย ดังนั้น เราคิดว่าเราอาจถูกคาดหวังจากสังคม แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกัน ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องในทุกๆพื้นที่ ทุกพรรคการเมือง หรือในสังคมไทยยังมีเรื่องแบบนี้อยู่

แน่นอนพอเป็นพรรคก้าวไกลถูกยกระดับขึ้นมา ต้องถูกคาดหวัง แต่เราจะไม่กลบฝังลงไป จะพยายามเปิดเผยเรื่องนี้ อย่างที่ได้เห็นชัดเจนไป แล้วว่าคุณพริษฐ์ ที่เป็นโฆษกพรรคได้ออกมาให้ข้อมูลและสื่อสารผ่านสื่อมวลชน มีการแถลงข่าวไปแล้ว ว่าเราก็ต้องยืนยันว่าเราไม่ได้มีเจตนาปกปิดข้อมูล เราพอที่จะเปิดเผยขั้นตอนการดำเนินการ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่ากระบวนการต่างๆ ค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนต่อผู้เสียหาย อีกทั้งข้อมูลบางอย่างผู้เสียหายไม่ยินดีที่จะเปิดข้อมูล ซึ่งฝ่ายสื่อสารของพรรคก็จะพยายามอัพเดตข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ

‘เบญจา’ เผย ผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 90% แล้ว

ส่วนหลังจากนี้จะมีการคัดกรองบุคลากรของพรรคอย่างไรนั้น น.ส.เบญจา ยอมรับว่า ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า มีเรื่องดังกล่าวในทุกพรรคการเมือง และในสังคมไทยก็มีเรื่องนี้ แต่พอเป็นพรรคก้าวไกลก็ถูกคาดหวัง เราก็เห็นความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก การตั้งคณะทำงานที่เป็นคณะทำงานชุดพิเศษขึ้นมา เพื่อยุติและแก้ไขปัญหาเรื่องความรุนแรงทางเพศ การคุกคาม และการล่วงละเมิดทางเพศ จึงเป็นเรื่องของการที่เราต้องทำงานเชิงรุกด้วย จะต้องมีการอบรมหรือทำไกด์บุ๊ค เพื่อสื่อสารกับสังคมกับสมาชิก รวมถึงเครือข่ายและผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล และองคาพยพทั้งหมดว่าสิ่งไหนทำได้สิ่งไหนทำไม่ได้

“บางเรื่องสังคมไทยถูกกดทับเรื่องนี้มานาน และไม่เข้าใจจริงๆว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวต่อผู้เสียหาย ก็กระทำไปโดยที่ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น เรื่องนี้เกิดขึ้นเยอะมาก การที่จะทำให้เรายกระดับเรื่องนี้ไปได้พร้อมกันและป้องปรามไปในตัว เราต้องยกระดับความเข้าใจและทำให้ทุกคนตระหนักรู้ร่วมกันให้ได้ทางสังคม” น.ส.เบญจา กล่าว

บางทีเป็นการทำให้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ เราปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้แต่คณะทำงานชุดนี้ก็จะทำอย่างดีที่สุด เพื่อยุติปัญหาเรื่องนี้ในอนาคต ส่วนบทลงโทษนั้น นางสาวเบญจา ยืนยันว่ามีข้อกำหนดเรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าจะมีลงโทษทางวินัยต่อผู้กระทำผิดอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปว่ากันตามสัดส่วนของการกระทำความผิดด้วย

ส่วนที่เพจ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” กำลังจับตาอยู่ จำเป็นต้องติดต่อไปสอบถามข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น น.ส.เบญจา กล่าวว่า เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ตนไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าเขาจับติด เกาะติดพรรคการเมืองพรรคเดียวหรือไม่ แต่หากให้สื่อสารกับเพจ ก็คงอยากสื่อสารว่า ถ้าเราอยากยกระดับสังคมนี้ไปด้วยกัน อยากยกระดับมาตรฐานเรื่องการยุติความรุนแรงทางเพศไปด้วยกัน เราต้องทำแบบนี้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสังคม ไม่ใช่แค่ตรวจสอบพรรคก้าวไกลอย่างเดียว แต่เราต้องตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นด้วย และผู้กระทำคนอื่นด้วย ซึ่งหมายรวมไปถึงอาชญากรในสังคมไทย ต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“ดิฉันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกันในการติดตามเรื่องนี้เช่นกัน ก็คือติดตามให้ได้เหมือนที่ติดตามพรรคก้าวไกล จะเป็นประโยชน์มากๆในการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะดิฉันเข้าใจว่าพรรคก้าวไกลมีสมาชิกเยอะมาก เกือบ 80,000 คน แล้วเราก็คิดว่าการควบคุมเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ยาก แต่เราพยายามอย่างเต็มที่และสุดความสามารถในการคัดกรองคน แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าบางทีเราไม่สามารถคัดกรองพฤติการณ์ในอดีตที่ผ่านมาแล้วได้ เพราะเวลาสมัครสมาชิกเราไม่ได้เข้าไปดูถึงพฤติการณ์ต่างๆด้วย” น.ส.เบญจา กล่าว

ส่วนมองเป็นการล่าแม่มดหรือไม่นั้น น.ส.เบญจา ระบุว่า ก็มีความเป็นไปได้ เพราะมีการติดตามตรวจสอบแค่พรรคก้าวไกลพรรคเดียว ตนคาดหวังว่าอยากให้ทำการเรื่องนี้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันของสังคม จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการล่าแม่มดแค่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น และตนคิดว่าถ้าเราสามารถทำเรื่องนี้ได้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสังคม จะสามารถทำให้สังคมนี้ตื่นรู้และตระหนักกับเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นได้เท่าเทียมกันด้วย ไม่ใช่เป็นแค่การเข้าไปล่าแม่มดพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง