‘โตโต้’ โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ‘ขัตติยา’ สวน เห็นทนโท่ อยู่ต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561451

19 ต.ค. 2566

‘โตโต้’ โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ‘ขัตติยา’ สวน เห็นทนโท่ อยู่ต่างประเทศ

สภาเดือดเกิดการโต้คารมกัน เมื่อ ‘โตโต้’ ปิยรัฐ สส.ก้าวไกล โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ปม บ่อนการพนัน เขตบางนา ‘ขัตติยา’ สส.เพื่อไทย ลุกสวนทันควัน เห็นอยู่ทนโท่ นายกฯ อยู่ต่างประเทศ มอบหมายมาแล้ว จะมาพาดพิงอะไร

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เกิดการโต้คารมกัน ระหว่าง พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ระหว่างการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ถาม นายกรัฐมนตรี ประเด็นบ่อนการพนันในตลาดพื้นที่เขตบางนา เนื่องจาก นายวันมูหะมัดนอร์ แจ้งเรื่อง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกฯ มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้แทน และรมว.มหาดไทย มอบให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย มาตอบ

โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม.พรรคก้าวไกลโตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม.พรรคก้าวไกล

แต่ รมช.มหาดไทย ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ออกไปก่อน ทำให้ นายปิยรัฐ ลุกท้วงติง ว่า นายกฯ เลื่อนตอบกระทู้หลายรอบแล้วเสียโควตาการตั้งกระทู้สภาฯ ปรึกษาประธานสภาฯ ว่า ครั้งหน้า นายกฯ จะมาได้หรือไม่ หรือประธานสภาฯ ได้มีการทำหนังสือท้วงติง นายกฯ หรือไม่ นายกฯ ต้องชี้แจงด้วย ทำไมวันนี้ต้องเลื่อน และมาไม่ได้ แล้วดูมอบรัฐมนตรี รัฐมนตรีมอบรัฐมนตรีช่วย ยังไม่มีใครมาตอบเลย แบ่งกันเป็นแชร์ลูกโซ่แบบนี้หรืออย่างไร

น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.พรรคเพื่อไทย สวนกลับ โตโต้ ปิยรัฐ สส.ก้าวไกลน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.พรรคเพื่อไทย สวนกลับ โตโต้ ปิยรัฐ สส.ก้าวไกล

ขณะที่ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกโต้ทันที ว่า ทราบก็ทราบ ข่าวก็ออกทุกสื่อว่านายกฯ ไปต่างประเทศ และมอบหมายมาแล้ว ไม่ทราบจะพาดพิงทำอะไร 

ขณะที่นายปิยรัฐ สวนว่า เรื่องกระทู้ เข้าใจว่า นายกฯ อาจจะไม่สะดวกบางสัปดาห์ แต่ไม่ใช่มอบหมายคนที่มาไม่ได้อยู่แล้ว นี่ก็ไม่ใช่ ถึงขนาด รมช.ยังมาไม่ได้ไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว หรือมีส่วนได้เสียอย่างไร กับเรื่องที่ตนจะตั้งกระทู้หรือเปล่าอย่างไรก็ตามจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ พยายามไกล่เกลี่ยว่า คราวนี้นายกฯ ไม่อยู่จริงๆ พร้อมกับให้ดำเนินการประชุม ตามญัตติต่อไป

ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีอย่างจริงจัง เพราะแม้ว่า นายกรัฐมนตรีจะอยู่ต่างประเทศ แต่ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องมาตอบกระทู้ หากมาไม่ได้ก็ควรมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งมาตอบให้ได้ แต่ที่ผ่านมาสภาฯ ได้รับความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรีน้อยเกินไป ถ้าตั้งกระทู้ถามสดแล้วรัฐมนตรีไม่มาตอบ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นต่อประชาชน

‘โตโต้’ โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ‘ขัตติยา’ สวน เห็นทนโท่ อยู่ต่างประเทศ

และในขณะนี้ ใกล้จะจบสมัยประชุมสภาฯ แล้ว แต่สภาฯ ยังไม่สามารถผ่านกฎหมายได้สักฉบับ เป็นเพราะคณะรัฐมนตรี อยากจะให้กฎหมายฉบับแรกที่ผ่านเป็นของคณะรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จึงขอท้วงติงว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่พร้อมก็ไม่ควรจะต้องรอ เพราะยังมีกฎหมายจากทั้งภาคประชาชน จากทั้งสมาชิกสภาฯ ที่ร่วมลงชื่อกันครบแล้วอยู่เต็มไปหมด สภาฯ พร้อม ประชาชนก็พร้อม ที่จะพิจารณากฎหมายไปด้วยกัน

’จุลพันธ์‘ เผยประชุมดิจิทัลวอลเล็ตเลื่อน ไร้ข้อสรุป ปัดเอี่ยวเสียงวิจารณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561448

19 ต.ค. 2566

’จุลพันธ์‘ เผยประชุมดิจิทัลวอลเล็ตเลื่อน ไร้ข้อสรุป ปัดเอี่ยวเสียงวิจารณ์

’จุลพันธ์‘ เผยประชุมอนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตเลื่อน จ่อนัดใหม่สัปดาห์หน้า ยันไม่เกี่ยวกับเสียงวิจารณ์ แย้มเตรียมเปิดทางพิเศษสำหรับ รปภ.-ป่วยติดเตียง

วันที่ 19 ต.ค. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยว่าการประชุมคณะอนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ขอแจ้งเลื่อนออกไป เพราะส่วนงานที่เกี่ยวข้องยังไม่พร้อม หลังจากที่ฝ่ายเลขาฯได้สรุปการประชุมเมื่อวานนี้ (17 ตค.) ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงไม่สามารถนำมาเสนอให้คณะอนุกรรมการได้ และกระบวนการทำใช้เวลา จึงต้องชะลอการประชุมออกไปก่อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รัดกุม จะได้ข้อสรุปและนัดประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าสาเหตุการเลื่อนประชุมนั้นไม่เกี่ยวกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มี ในตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะข้อเสนอแนะเหล่านั้นก็ได้นำเอาไปถูก ในชั้นกรรมการ และมีความคืบหน้าเรื่องรัศมีที่ของการใช้เงิน ที่ขยายจากเดิม 4 กิโลเมตรเป็น ตำบล อำเภอ และจังหวัด 

ส่วนเสียงสะท้อนที่ระบุว่า ในบางอาชีพ โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัยที่จะต้องลางานไปใช้เงินในภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน จุลพันธ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้ก็ยังรับฟังอยู่ แต่สิ่งที่คิดคือ รัฐบาลพยายามทำให้ทันในช่วงปีใหม่ จะได้มีโอกาสกลับไปใช้เงินยังภูมิลำเนา และ ถ้ามีความจำเป็นอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อาจต้อง “เปิดประตู” เป็นทางเลือกให้ แต่เฉพาะบางกรณีเท่านั้น อย่างเช่นกรณีของผู้ป่วยติดเตียง จึงต้องสร้างกลไกมารองรับความแตกต่าง และความหลากหลายให้ได้ เป็นภาระของเราที่จะต้องนำกลับไปคิด

เมื่อถามถึงเรื่องการกู้เงินจากธนาคารออมสินมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยในประเด็นนี้ ส่วนที่ นส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.ไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบว่าประเด็นการทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่นั้น รมช.คลัง ระบุว่า ก็เป็นสิทธิ์ที่แต่ละคนจะไปยื่นตรวจสอบ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และถือว่าเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำ จะได้รับการตรวจสอบ และจะได้ดำเนินโครงการนี้อย่างรอบคอบ รัดกุม เพราะยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย และยืนยันว่านโยบายนี้ ฝ่ายกฎหมายยืนยันว่าไม่มีช่องทางทุจริต เพราะเงินทุกบาทถูกกำหนดด้วยบัตรประชาชนของทุกคน ไม่มีใครจะสามารถเอาเงินนี้ไปได้ และหากองค์กรอิสระจะเรียกไปชี้แจง ตนเองก็พร้อมจะไป เพื่อทำความเข้าใจและคลายข้อสงสัย รวมถึงไปฟังข้อเสนอแนะที่จะมีให้ หากส่วนไหนปรับได้ก็พร้อม

เมื่อถามว่าอาจมีการฮั้วกับร้านค้า เป็นการฟอกเงินเพื่อแลกเงินในระบบออกมาเป็นเงินสด โดยยอมได้เงินเพียง 7,000 – 8,000 บาทเท่านั้น นายจุลพันธ์ ระบุว่า ประเด็นแรกคือการเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าตังดิจิทัลให้ประชาชน โดยต้องใช้ตามเงื่อนไขบางอย่าง เช่น ไม่ให้นำไปใช้หนี้ ซื้อสินค้าแอลกอฮอล์ ในระยะรัศมีที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเงินที่เท่ากับเงินบาท หากใครไปยอมแลกจาก 10,000 บาท เหลือ 8,000 บาท ก็ขาดทุนแค่นั้น ซึ่งเชื่อว่าการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกในระบบที่แก้ไขไม่ได้ แอพลิชั่นที่ของรัฐบาลก่อนก็มีกลไกการตรวจสอบเช่นเดียวกัน และเมื่อมีเรื่องทุจริตก็ฟ้องร้องกันไป เช่นเดียวกับเรื่องนี้ ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เรามีความเชื่อมั่น รัฐบาลเตรียมอุดรอยรั่วไว้แล้ว และมีข้อเสนอตั้งคณะอนุกรรมการอีกชุดให้ ติดตามตรวจสอบเรื่องการทุจริตเหล่านี้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในนั้นทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอการประชุมก่อน

ส่วนแหล่งที่มาของเงินนั้น นายจุลพันธ์ ระบุ อาจไม่ใช่ทางเลือกเดียว ต้องรอดูข้อสรุปอีกครั้ง ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีตัวเลือกเดียว อยากให้รอฟังข้อสรุปก่อน ไม่สามารถตอบได้ว่าการกู้ออมสินจะเป็นตัวเลือกหรือไม่

ส่วนข้อสงสัยที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมไม่ใช้แอพเป๋าตังที่มีอยู่แล้ว นายจุลพันธ์ ระบุว่า แอพเป๋าตังไม่ใช่ไม่ดี แอพที่ผ่านมาเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น ทุกอันก็ดำเนินการตามวัตถุประสงค์แล้ว ซึ่งโครงการนี้มีรายละเอียดของตัวเอง และมีข้อจำกัดรายละเอียดที่ต่างกัน เรามองไปถึงการทำ Super App แต่ไม่ได้หมายความว่าต้นปีจะแล้วเสร็จ แต่มันคือก้าวถัดไป การพัฒนาต่อยอด แอพตัวนี้ต้องเป็นของรัฐบาล ข้อมูล บล็อกเชนก็ต้องเป็นของรัฐบาล เพื่อพิจารณาพัฒนาในมิติต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่ไม่สามารถใช่แอพเป๋าตังได้ เพราะคนละธนาคารกับการกู้เงินยากธนาคารออมสิน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า อันนี้คิดกันเอง ตนเองไม่รู้จะตอบยังไง มีหลายคำถามที่ยังตอบไม่ได้ เหมือนค่าทำแอพ 1 หมื่น 2 พันล้านบาท ก็ไม่จริง ผมฟังก็ยังตกใจตัวเลข ไม่รู้ที่มาจากไหน ยืนยันว่าเราทำแอพใหม่ ส่วนผู้รับผิดชอบแอพลิเคชั่น มอบหมายให้สมาคมธนาคารของรัฐให้ไปคุยกัน และการพัฒนาต่อยอด Super App เป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยมีหลายหน่วยงานที่ถือข้อมูลอยู่คนละส่วน จึงต้องร่วมมือกันในอนาคต

ส่วนความมั่นใจในการเริ่มใช้โครงการนี้ยังเป็นกรอบระยะเวลาเดิมหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราตั้งเป้า 1 ก.พ. 67 และพยายามทำตามเป้าหมายเดิม สุดท้ายหากมีข้อจำกัด ไม่สามารถทำได้ เราก็ไม่เอาเรื่องความมั่นใจ ความปลอดภัย กระบวนการทดสอบระบบ การทดสอบการป้องกันต่าง ๆ ที่ใช้เวลานาน คณะอนุกรรมการ นายกฯ ก็ไม่ไปแลกเรื่องนี้กับความเร็ว

“หากไม่ทันจริงๆ ก็เลื่อน ผมพร้อมไปบอกนายกฯ ว่ายังไม่พร้อมจริงๆ ยืนยันว่า เราได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ตั้งคณะอนุกรรมการ หาข้อสรุปให้คณะกรรมการ หรือถ้าหาข้อสรุปไม่ได้ก็เสนอตัวเลือกให้กับคณะกรรมการตัดสินใจ” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี พอใจ ‘จีน’ ตอบรับทั้ง ‘นักท่องเที่ยว’ และ ‘นักลงทุน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561412

19 ต.ค. 2566

นายกรัฐมนตรี พอใจ 'จีน' ตอบรับทั้ง 'นักท่องเที่ยว' และ 'นักลงทุน'

ททท. ทำ MOU 8 พันธมิตร ท่องเที่ยว ‘จีน’ โดยรัฐบาลฟรีวีซ่าให้ ‘นักท่องเที่ยว’ ถึงกุมภาพันธุ์ ปีหน้า ขณะที่ ‘นักลงทุน’ ก็ให้การตอบรับที่ดี

เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เผยภาพการทำ MoU ระหว่าง ททท. กับพันธมิตรชั้นนำของจีน 8 ราย ประกอบด้วย หัวเว่ย (Huawei) ซีทริป (Ctrip) เหม่ยถวน (Meituan) อาลีเพย์ (Alipay) สปริงแอร์ไลน์ (Spring Airline) สำนักงานข่าวซินหัว (Xinhua Net) อ้ายฉีอี้ (iQIYI) และเจโก้ทริป (JekoTrip) แสดงเจตจำนงว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวจีนอย่างมาก

โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องการให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปที่ประเทศไทยด้วยรัฐบาลจึงตั้งใจออกวีซ่าฟรี ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 66 ถึง 29 ก.พ. 67 เพื่อเปิดรับพี่น้องชาวจีน

ยืนยันว่าวันนี้ไทยมีความปลอดภัย และยินดีต้อนรับพี่น้องชาวจีนทุกท่านที่จะเดินทางมา เราพร้อมที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกให้ทุกคนได้รับความสะดวกสบาย ประทับใจ และปลอดภัย ตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ในงาน Thailand-China Investment Forum ที่จัดร่วมกันโดยรัฐบาลและสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจีน (China Council for the Promotion of International Trade: CCPIT)ยังได้ เชิญชวนนักลงทุนและผู้มีทักษะสูงจากจีนให้เข้ามาลงทุน และทำงานในประเทศไทย เราพร้อมและยินดีอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อยกระดับ Ease of Doing Business ให้ง่ายต่อการลงทุน ง่ายต่อการใช้ชีวิตในไทย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทุกรูปแบบ จึงเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนจีนจะเข้ามาร่วมกันพัฒนาด้านนี้กับเราเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันอีกด้วย

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561388

19 ต.ค. 2566

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท.‘แจกเงินหมื่น’ ตั้ง 2 คำถามเงินดิจิตอล “ทำอย่างไร-เอาเงินมาจากไหน” จี้ รัฐบาลแจงข้อมูลให้ประชาชน เจ้าของภาษีรับรู้-เอื้อนายทุนใหญ่หรือไม่

ที่อาคารรัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท หรือ “แจกเงินหมื่น” ของรัฐบาล ก่อนประชุมสภา ว่า เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายยังคงตั้งคำถาม แต่สิทธิ์ที่จะทำนโยบายเป็นสิทธิ์ของรัฐบาล แต่เมื่อทำไปแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ เมื่อเกิดความเสียหายอะไรขึ้นกับประเทศ และส่วนรวม

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

ซึ่งวันนี้ตนได้เสนอญัตติให้กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ (กมธ.เศรษฐกิจ) ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล โดยมีกระทรวงการคลัง ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และผู้แทนจากประชาชนมา 3 ฝ่าย ส่วนตนจะขอตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ แทนประชาชน เพราะตนเชื่อว่าคนทั้งประเทศอยากรู้อย่างน้อย 2 ข้อ 1.จะทำอย่างไร 2.จะนำเงินมาจากไหน

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

ถ้าไม่ใช้เงินงบประมาณ และไม่กู้ ตนเชื่อว่าเรื่องนี้คนไทยทั้งประเทศ ก็ต้องการคำตอบ เพราะจนวันนี้ยังไม่มีคำตอบ ยังคลุมเครือ ยังไม่มีความชัดเจน มีเพียงการติดตามจากข่าว ว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ยังไม่มีคำยืนยันจากผู้ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และลงมือปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้นวันนี้หวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน และสามารถที่จะแจ้งให้ประชาชนเจ้าของภาษีได้ทราบได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องเอาเงินของประชาชน เอาเงินคนไทยมาแจก ไม่ได้เอาเงินส่วนตัวมาแจก

เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเอื้อทุนใหญ่ ที่อยู่ในระบบดิจิตอลให้เอาเงินดำไปแปลงเป็นเงินขาวหรือไม่

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า สำหรับตนหากติดตามจะเห็นว่าตนไม่ด่วนวิจารณ์เพราะความชัดเจนยังไม่เกิดขึ้น แต่เป็นสิทธิ์ของผู้ที่มีความรู้และคนไทยทุกคนที่จะตั้งข้อสังเกต และติดตามได้ เพราะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ดังนั้นก็ เป็นสิทธิ์ของคนทั้งประเทศที่จะรับรู้และตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต ซึ่งรัฐบาลก็ต้องรับฟัง

“ข้อกังวลที่สุดคือความไม่ชัดเจน ตั้งแต่ต้น สุดท้ายแล้วก็ยังมีความคลุมเครือ ไม่มีความชัดเจน จนถึงวันนี้เป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่เป็นนโยบายหาเสียงของพรรครัฐบาล หากเป็นนโยบายหาเสียงต้องมีความชัดเจนตั้งแต่วันหาเสียง ว่าจะทำอย่างไร แต่นี่กลายเป็นว่ามาเริ่มต้นนับหนึ่งหลังจากเป็นรัฐบาลแล้ว จนขณะนี้ก็ยังไม่นับ 1.1 คือยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เกิดขึ้น หวังว่าวันหนึ่งจะมีความชัดเจน แต่แน่นอนวันหนึ่งจะต้องมีความชัดเจน แต่ระหว่างทางอย่าตำหนิคนที่ตั้งคำถาม อย่าตำหนิคนที่ตั้งข้อสังเกต และอย่าไปตำหนิประชาชนเพราะประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ เพราะว่าเป็นการเอาเงินภาษีของประชาชนมาใช้เจ้าของเงินก็ต้องมีสิทธิ์รับรู้ที่จะรับรู้ได้“ นายจุรินทร์กล่าว

เมื่อถามว่ามีคนมองว่าเป็นการฟอกเงิน ครั้งใหญ่มีความเป็นไปได้หรือไม่

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า ตนไม่ขอวิจารณ์ ตนพยายามที่จะให้โอกาสรัฐบาล และให้ความเป็นธรรม จะเห็นว่าตนไม่เคยบอกให้เลิก ตนบอกว่าเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะมีนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งเรื่องเงินดิจิตอล แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาเงินของคนทั้งประเทศมาทำในสิ่งที่เกิดความเสียหายกับบ้านเมืองและเกิดการทุจริตคอรัปชั่น ที่ตนพูดไม่ได้หมายความว่าเป็นอย่างนั้น แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น มีสิทธิ์แค่ทำนโยบาย และต่อไปตนก็จะให้ความเห็นกับเรื่องนี้ จะทำหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะทำแอปฯนขึ้นมาใหม่ ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดก่อน มองว่าแอปเป๋าตังยังสามารถใช้ได้กับเงินดิจิทัลหรือไม่

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า สิ่งนี้ก็เป็นคำถามโดยกว้างขวางจากประชาชน ว่าทำไมถึงไม่ใช้ระบบแจกเงินสดผ่านแอปเป๋าตัง แต่ส่วนตัวยังไม่ขอถามเพราะยังไม่มีความชัดเจน ว่าจะทำอย่างไร ยังคงมีความคลุมเครืออยู่

เมื่อถามว่าล่าสุดรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนเงื่อนไขจาก 4 กิโลเมตร(กม.) ไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า นั่นเป็นรายละเอียด วันนี้ตนอยากให้มีหลักให้ชัดเจนเสียก่อนว่าจะทำอย่างไร ยังยืนยันแจกเป็นโทเค็น หรือจะแจกเป็นเงินสดเหมือนหลายฝ่ายเรียกร้อง และตอบให้ได้ว่าเอาเงินมาจากไหน หากไม่เอามาจากเงินงบประมาณ และไม่ใช้เงินกู้ เป็นเรื่องที่ประชาชนอยากทราบเพราะสุดท้ายก็เป็นภาระของคนไทยทุกคนที่จะใช้หนี้ต่อไปในอนาคต จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องมีสิทธิ์รับรู้ ซึ่งวันนี้ตนจะหาความชัดเจนในสองข้อนี้ และจะทำหน้าที่ติดตามเรื่องนี้แทนประชาชน

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

กมธ.ตำรวจถก 7 เว็บพนันออนไลน์ ขีดเส้นแจงใน 15 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561386

19 ต.ค. 2566

กมธ.ตำรวจถก 7 เว็บพนันออนไลน์ ขีดเส้นแจงใน 15 วัน

กมธ.ตำรวจเชิญ ตร.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถกปม 7 เว็ปพนันออนไลน์มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้าน พร้อมขีดเส้นชี้แจงใน 15 วัน

วันที่ 19 ต.ค. คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมครั้งที่ 3 เพื่อพิจารณานโยบายและภาพรวมการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยในที่ประชุม นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ กล่าวเปิดการประชุมและต้อนรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่า เราเป็นห่วงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งการพนันออนไลน์ การซื้อขายอาวุธปืน และสินค้าออนไลน์ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เยาวชนมีความเดือดร้อนในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก คาดว่ามูลค่าความเสียหายการพนันออนไลน์ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาทจึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ทั้งสารวัตร ซ. และเจ้าของเว็บมาเก๊า 888 ตลอดจนยื่นเรื่องสอบถามแนวทางดำเนินการจากนายกรัฐมนตรีต่อไปด้วย

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่าเมื่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์จำนวน 6 เว็บไซต์จากประชาชนผู้หวังดีแล้ว จึงทำหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งหนังสือตอบกลับภายใน 15 วัน พร้อมทั้งกำหนดให้มีการประชุมพิจารณาวาระดังกล่าว โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นายกฤษณพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นายสถาพร สอนเสนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย นางสาวบุญญวรรณ อินทร์ไทร ผู้อำนวยการกลุ่มงานนิติกรรมและสัญญา และนายพงศธร วรรณสุคนธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสนับสนุนงานสืบสวนคดีความมั่นคง

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีพลตำรวจโท ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีพลตำรวจตรี นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีพันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

และธนาคารแห่งประเทศไทย มีนายจักรกริศน์ เหล่าจันอัน รองผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย นายธีรศักดิ์ สูงลอย รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน และนายอนุภาค มาตรมูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้าน IT

‘กรุณพล‘ เชื่อ ‘เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ เป็น IO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561383

19 ต.ค. 2566

'กรุณพล‘ เชื่อ ‘เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ เป็น IO

‘กรุณพล’ เชื่อ ‘เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ เป็น IO ของทหารกับรัฐบาลเหตุจ้องจับผิดพรรค ปัดมีหนอนบ่อนไส้แต่มีพรรคการเมืองเอี่ยว

วันที่ 19 ต.ค. ที่รัฐสภา นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคก้าวไกล ยังกล่าวถึงเพจ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” ว่า เพจนี้เป็นคนที่ไม่ชอบพรรคก้าวไกลแน่นอน เพราะมอนิเตอร์ทุกอย่าง คาดว่าน่าจะเป็นการทำงานระหว่างพรรครัฐบาลบ้างพรรคกับ IO ทหาร ที่พยายามจับผิด เนื่องจากมีการตามไปถึงสิงคโปร์ Monitor สส. พรรคก้าวไกลรายบุคคล และที่เห็นล่าสุดก็ชัดเจน คือเพจ นี้บอกว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับ สส.พรรคก้าวไกลเล่นยาเสพติด แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งไป ที่สำคัญเราสังเกตเห็นว่ามีโหวตเตอร์ของพรรคการเมืองบ้างพรรคแชร์ทุกอย่างจากเพจนี้ เพื่อมาทำลายเรา พอเราเอาข้อเท็จจริงไปต่อสู้ กลายเป็นว่า โหวตเตอร์คนนั้นลบบัญชีหนีไป 

เมื่อถามว่าคนในพรรคก้าวไกลอาจเป็นหนอนบ่อนไส้เสียเองหรือไม่เพราะมีข้อมูลเยอะ นายกรุณพล กล่าวว่า เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เราถึงบอกว่าน่าจะเป็นการทำงานกับพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองย่อมมีโหวตเตอร์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า io ทหาร เพราะฉะนั้นโหวตเตอร์ที่ไม่ชื่นชอบพรรคตรงข้าม ก็จะเก็บภาพ และโยนมาที่ส่วนกลางเพื่อกระจายออก ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆ เราจึงมั่นใจว่ามีพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่าเพจนี้ตั้งมาเพื่อโจมตีพรรคก้าวไกลเลยใช่หรือไม่ นายกรุณพล กล่าวว่า แน่นอน ซึ่งเราไม่ได้กังวล ดีเสียอีกพี่มีคนคอยมอนิเตอร์​เรา อะไรที่ทำไม่ดีจะได้แก้ไข แต่อะไรที่ไม่จริงแล้วเอามาตีฟูเพื่อทำลาย เราก็พยายามที่จะเอาข้อเท็จจริงมาสู้ 

‘หนี้สาธารณะ’ ไทย ต้องใช้คืนอีกกว่า 100 ปี คิดให้ดีเรื่อง ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561376

19 ต.ค. 2566

'หนี้สาธารณะ' ไทย ต้องใช้คืนอีกกว่า 100 ปี คิดให้ดีเรื่อง 'เงินดิจิทัล'

เผยตัวเลข ‘หนี้สาธารณะ’ ของไทย 11 ล้านล้านบาท ใช้เวลา 110 ปี ในการใช้คืนเฉพาะเงินต้น ห่วง ‘เงินดิจิทัล’ สร้างภาระเพิ่ม

ในขณะที่รัฐบาล กำลังพยายามอธิบายที่มา และกำหนดมาตรการ การใช้เงินดิจิทัล  สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณ ยกตัวเลขหนี้สาธารณะของไทย ณ เดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งรายงานโดย สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังพบว่าประเทศไทย มีหนี้สาธารณะ อยู่ที่ 1.027 ล้านล้านบาท  หรือ คิดเป็น ร้อยละ 61.78 ของ GDP.

เพดานการก่อหนี้สาธารณะ เดิมกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 60 ของ GDP.  แต่ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ มีการขยับเพดานหนี้ เป็นร้อยละ 70 มีผล ณ วันที่ 20 กันยายน 2564  โดยใช้อำนาจของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  เนื่องจากรัฐบาลในช่วงนั้นมีความจำเป็นต้องกู้เงินมาแจก จากสถานการณ์โควิด

ในการตั้งงบประมาณ ปี 2565 และ 2566 รัฐบาลประยุทธ์ตั้งงบใช้คืนเงินกู้ที่มีประมาณ 10.7 ล้านล้านบาทในขณะนั้น ปีละ 100,000 ล้านบาท  ซึ่งหมายความว่า หากใช้คืนในจำนวนเท่านี้ ต้องใช้ระบะเวลาถึง 107 ปี จึงจะคืนเงินต้นได้

ปัจจุบัน หนี้สาธารณะ คือ 11 ล้านล้านบาท  หากใช้คืนปีละ 100,000 ล้าน  ต้องใช้เวลาใช้คืนเฉพาะเงินต้น 110 ปี แต่เพดานการก่อหนี้ ยังกู้ได้อีก เพราะปัจจุบัน ใช้ไปร้อยละ 61.78 ยังเหลืออีกเยอะกว่าจะถึงร้อยละ 70 รัฐบาลจึงคิดได้สองทาง คือหาทางใช้คืนให้มากขึ้น  เพื่อกดตัวเลขให้ไม่เกินร้อยละ 60 ซึ่งเป็นวินัยการเงินการคลังในอดีต หรือ กู้เพิ่มเพราะยังไม่เกินเพดาน เพื่อมาดำเนินโครงการเงินดิจิทัล

ถือเป็นการตัดสินใจบนความแตกต่างระหว่าง รัฐบุรุษ กับ นักการเมือง ตาม ตำรารัฐศาสตร์

ปลดล็อก ‘นกกรงหัวจุก’ หนุนเป็น ‘สัตว์เศรษฐกิจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561372

19 ต.ค. 2566

ปลดล็อก 'นกกรงหัวจุก' หนุนเป็น 'สัตว์เศรษฐกิจ'

คนเลี้ยงนกเฮ จุรินทร์ หนุน ปลดล็อค ‘นกกรงหัวจุก’ เป็น ‘สัตว์เศรษฐกิจ’ หารือ กรมอุทยานฯ แล้ว แค่แก้กฎกระทรวง ให้ครม. พิจารณา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปลดล็อคนกกรงหัวจุกจากสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์เศรษฐกิจว่า ตั้งใจมารับฟัง เพราะเป็นเรื่องการรับฟังความคิดเห็น หรือการทำประชาวิจารณ์ของกรมอุทยาน ในฐานะผู้สังเกตการณ์ และมีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายจุรินทร์ ระบุว่าต้องแยกนกกรงหัวจุกออก 2 ประเภท คือประเภทที่ 1 นกป่า ประเภทที่ 2 นกบ้าน นกป่า ต้องการให้มีการอนุรักษ์ ประเภทที่ ส่วนนกบ้าน ต้องการให้มีการปลดล็อค เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนที่สืบทอดมานานกว่า 100 ปี ได้สอบถามอธิบดีกรมอุทยาน ว่าวิธีการปลดล็อคนี้จะต้องทำอย่างไร

ได้รับคำตอบว่าวิธีปลดล็อคต้องแก้กฎกระทรวง หรือ ต้องออกเป็นกฎกระทรวง โดยออกเป็นมติคณะกรรมการ แล้วรัฐมนตรีก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบกับกฎกระทรวงนั้น หาก ครม. เห็นชอบก็ประกาศใช้  ถ้าเนื้อหากฎกระทรวงปลดล็อคก็สามารถปลดล็อคได้ 

เวทีรับฟังความเห็น ปลดล็อค นกกรงหัวจุกเวทีรับฟังความเห็น ปลดล็อค นกกรงหัวจุก

เวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็น พร้อมทั้งร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการครอบครองและสถานภาพทางกฎหมายของ นกปรอดหัวโขน หรือ นกกรงหัวจุก มีตัวแทนจากนักวิชาการ และคนเลี้ยงนกร่วมแสดงความคิดเห็น ที่รัฐสภาเมื่อวานนี้  ยังไม่เป็นข้อสรุปในการพิจารณาถอดชื่อนกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่า

แต่จะเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในการตั้งคณะทำงานศึกษาผลกระทบ ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังจะตั้งขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลทุกมิติ ก่อนจะสรุปข้อเท็จจริงโดยยึดหลัก เรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ

‘เพื่อไทย’ จี้ กระทรวงดิจิทัลฯล่า เฟคนิวส์ สร้างข้อมูลให้ร้าย นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561352

18 ต.ค. 2566

'เพื่อไทย' จี้ กระทรวงดิจิทัลฯล่า เฟคนิวส์  สร้างข้อมูลให้ร้าย นายกรัฐมนตรี

รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เหลืออด ขบวนการสร้างข่าว ทำลายชื่อเสียงนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ตลอด 1 เดือน นับจากเข้าทำหน้าที่ผู้นำประเทศ ทำงานในแบบไม่รู้เหน็ดเหนื่อย สร้างผลงาน ตั้งแต่ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน มาตรการฟรีวีซ่า จนมาถึงรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

น.ส. ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รักษาการรองเลขาธิการพรรค และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า   นับตั้งแต่รัฐบาลที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   เข้าทำงานเพียง 1 เดือนเศษ  ได้มีกลุ่มขบวนการจงใจลดทอนคุณค่าการทำงานของ นายกรัฐมนตรี  โดยการตัดต่อภาพนายกรัฐมนตรี สร้างเนื้อหาที่ผิด บิดเบือน ไปจากข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง สร้างความเกลียดชัง หวังกลบภาพการทำงานของรัฐบาล  เช่น กรณีการส่งเครื่องบินไปรับคนไทยในอิสราเอล ที่ต้องบินอ้อมด้วยเหตุผลของทางการทูต ที่บางประเทศในตะวันออกกลางไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล จึงไม่สามารถบินผ่านในระยะทางที่สั้นได้ 

.

ข่าวดีของรัฐไปไม่ถึงประชาชน

.

แต่การชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศกลับไม่ถูกขยาย หรือส่งไปไม่ถึงประชาชน เท่ากับข้อมูลเท็จ ที่จงใจปั่นกระแสให้เกิดความเข้าใจในสังคม   ทั้งที่รัฐบาลพยายามสุดความสามารถและพยายามอย่างเต็มที่ หรือในกรณีที่การสร้างข่าวปลอมโดยบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่มีความเป็นไปได้  ปั่นกระแสข่าวเท็จว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณ 12,000 ล้านบาท ทำ Super app ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก็เป็นการจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงกระแสข่าวในเชิงลบที่ไม่มีแม้แต่ความจริง ส่งผลทำให้ข่าวดี ๆ ที่เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ไปไม่ถึงประชาชน   จึงขอเรียกร้องไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้ามาดูแลตรวจสอบ และเอาจริงเอาจังกับการจัดการกับเฟคนิวส์ด้วย

.

ไล่ผลงานรัฐบาลนับจากประชุมครม.ครั้งแรก

.

ที่ผ่านมา นับตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก มีมติเห็นชอบพักหนี้เกษตรกร ปัจจุบันมีเกษตรกรลงทะเบียนแล้วมากกว่า 310,000 ราย , ปรับลดค่าไฟฟ้า 2 ครั้ง จากหน่วยละ 4.45 บาท เหลือ 3.99 บาท , ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล จากลิตรละ 32 บาท เหลือ ลิตรละ 30 บาท , มาตรการวีซ่าฟรีให้นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน และเพิ่มวันพำนักนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจาก 30 วันเป็น 90 วัน ,แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบด้าน , ตั้งคณะกรรมการนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต รวมทั้งล่าสุดกับ มาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก  

.

ประกาศให้โลกรู้ไทยมีศักยภาพ

.


ขณะที่การทำหน้าที่ผู้นำประเทศ  นายกรัฐมนตรี ได้ทำหน้าที่ได้อย่างที่ให้คำสัญญาไว้กับประชาชน เพื่อเปิดตลาดการค้ากับนานาประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคี พหุภาคี และการพบปะอย่างไม่เป็นทางการ ทวงคืนโอกาสที่ไทยสูญเสียไปในเวทีโลก ตลอด  9 ปีที่ผ่านมา   ให้โลกรู้ว่า ไทยมีศักยภาพและมีความพร้อมเปิดรับการลงทุน ดึงเงินเข้าประเทศ ผ่านการขยายการลงทุนเดิม เพิ่มเติมการลงทุนใหม่ๆ นับตั้งแต่การเข้าประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ (UNGA) ครั้งที่ 78  ถือเป็นการเปิดประตูของประเทศอีกครั้ง เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา


ในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation: BRF ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2566 ได้พบปะหารือกับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของจีน 5 แห่ง ทั้งกลุ่ม CITIC , CRRC Group , Ping An ,XIAOMI และ Alibaba ซึ่งทุกบริษัทสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทย  และเชิญชวนให้นักธุกิจจีนลงทุนเพิ่ม  ทั้งยังได้พบกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เป็นครั้งแรกด้วย 

'เพื่อไทย' จี้ กระทรวงดิจิทัลฯล่า เฟคนิวส์  สร้างข้อมูลให้ร้าย นายกรัฐมนตรี

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย

.

.

ซัดขบวนการสร้างข่าวปลอมทำลายคนทำงานเพื่อชาติ 

.

ทั้งหมด ล้วนสะท้อนว่ารัฐบาลทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด เร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน ในทุกๆด้าน เพื่อที่จะนำพาประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตไปให้ได้ คืนศักดิ์ศรีประเทศไทยในเวทีโลก คืนความกินดีอยู่ดีให้ประชาชน 

“สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ คือ การสร้างเฟคนิวส์ ตัดต่อภาพ ด้อยค่าคนทำงาน มุ่งเป้าเพียงการโจมตีรัฐบาล  ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อยากให้สังคมได้ฉุกคิดว่า เฟคนิวส์ต่างๆ ส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศจริงๆ หรือไม่  อยากชวนให้สังคม พิจารณาข่าวสารให้รอบด้าน   อัลกอริธึ่ม  ของโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้เราในฐานะผู้เสพสื่อมีแนวโน้มที่จะเลือกรับสารเพียงด้านเดียวหรือไม่ เฟคนิวส์ที่เรารู้ว่าเป็นความเท็จ ไม่ได้ช่วยสร้างให้สังคมพัฒนาขึ้น  มีแต่จะสร้างสังคมแห่งความเกลียดชังมากขึ้น สังคมที่จะเจริญ  ต้องพูดกันบนพื้นฐานข้อจริงและข้อมูลที่เป็นประโยชน์  ไม่ใช่คำโกหก หรือการวิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์”    รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าว
 

'เพื่อไทย' จี้ กระทรวงดิจิทัลฯล่า เฟคนิวส์  สร้างข้อมูลให้ร้าย นายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ระหว่างอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation: BRF) ครั้งที่ 3 ตามคำเชิญของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน

.

ขอขอบคุณภาพจาก thaigovt

สภาโหวตคว่ำญัตติ ‘ก้าวไกล’ เสนอตั้งกมธ.แก้ปัญหาการศึกษาเด็กไร้สัญชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561345

18 ต.ค. 2566

สภาโหวตคว่ำญัตติ 'ก้าวไกล' เสนอตั้งกมธ.แก้ปัญหาการศึกษาเด็กไร้สัญชาติ

สภาโหวตคว่ำญัตติ ‘ก้าวไกล’ ด้วยคะแนน 245:164 เสียง ที่เสนอตั้งกมธ.แก้ปัญหาการศึกษาเด็กไร้สัญชาติกว่า 2 แสนคน ‘วิปรัฐบาล’ โยน กมธ.ศึกษาดู

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย หรือ “เด็กรหัส G” ซึ่งมีการเสนอญัตติและอภิปรายต่อเนื่องมาจากการประชุมครั้งก่อน

โดนมี สส.พรรคก้าวไกลหลายคนร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว เช่น เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ระบุว่า ปัจจุบันมีเด็กไร้สัญชาติที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระบบรวมกันกว่า 2 แสนคน เนื่องจากในประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีสงครามและมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ทำให้คนส่วนหนึ่งจำเป็นต้องเข้ามาแสวงหาโอกาสเป็นแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย 

ดังนั้นสังคมไทยต้องเปิดใจโอบรับพี่น้องแรงงานข้ามชาติ โดยมองพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่ลูกหลานของพวกเขา ในอนาคตคนกลุ่มนี้จะเป็นคนทำงานที่มีฝีมือ เป็นผู้บริโภค และเป็นผู้เสียภาษี ย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งสิ้น

การจัดการศึกษาให้กลุ่มคนเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นภาระของสังคมไทย การใช้งบประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อปี ไม่เกินศักยภาพที่รัฐบาลไทยจะทำได้ และถ้าหากรัฐบาลไทยมีระบบการบริหารจัดการที่ดี ก็มีโอกาสขอรับเงินช่วยเหลือจากองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศได้ด้วย

ขณะที่ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เป็นผู้สรุปญัตติหลังจบการอภิปราย โดยระบุว่า เด็กทุกคนในประเทศนี้มีความคาดหวังว่าสภาแห่งนี้จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาไม่ให้มีเด็กคนใดตกหล่นไปจากระบบการศึกษาของประเทศนี้อีก ทุกคนน่าจะเคยอ่านหนังสือเรื่อง “เจ้าชายน้อย” มาก่อน ประโยคสำคัญของเรื่องบอกไว้ว่า เวลาเราจะคิดหรือทำอะไรในเรื่องของเด็ก ท่านจะใช้สายตาหรือใช้หัวใจในการมอง 

การลงมติเมยติอย่างนี้จึงสำคัญมาก จะตัดสินโดยใช้สายตาที่แต่ละคนสั้นหรือยาวไม่เท่ากัน มีกรอบวิธีคิดที่แตกต่างกัน หรือจะใช้หัวใจในการตัดสินใจว่าทุกคนที่เป็นเด็กในประเทศนี้คือลูกหลานของเรา 

จากสถิติเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 มีเด็กที่ไร้ทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติไทยอยู่ในโรงเรียนกว่า 3 แสนคน แต่ได้รับการยืนยันว่ามีตัวตนเพียง 1.1 แสนคน ส่วนอีกเกือบ 2 แสนคนไม่มีการลงรหัสยืนยันตัวตน นอกจากนี้ ประเด็นเด็กไร้สัญชาติไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับการลงรายการสถานะบุคคลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปัจจุบันมีเด็กไร้สัญชาติที่ได้รับการลงเลข 13 หลักเพียง 8.9 หมื่นคน ตกหล่นและอยู่ระหว่างการสอบประวัติอีกกว่า 4 หมื่นคน เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการแล้ว และไม่อยู่ในขอบเขตที่กรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งจะทำการศึกษาได้

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญกว่านั้น ประเทศไทยกำลังจะถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรงจากนานาอารยะประเทศในที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติปลายปีนี้ รวมถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีการพยายามส่งตัวเด็กไร้สัญชาติ 126 คนกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในประเด็นนี้ คณะกรรมาธิการการศึกษาเพียงคณะเดียวจะสามารถตอบคำถามนี้ได้หรือไม่

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพราะเรื่องนี้ครอบคลุมใน 4 มิติ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ แรงงาน และสิทธิความเป็นพลเมืองหรือความเป็นมนุษย์ ซึ่งณัฐวุฒิย้ำว่าเวลาพูดถึงสิทธิเด็ก เด็กพูดด้วยตัวเองไม่ได้ สภาแห่งนี้จึงต้องเป็นศูนย์กลางในการยืนยันเรื่องนี้

“เรากำลังพูดถึงเด็กหลายแสนคนในประเทศไทยที่ไม่มีแม้แต่โอกาสในการเดินเข้าโรงเรียน ผมอยากวิงวอนเชิญชวนให้ทุกท่านอ่านเจ้าชายน้อย และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ กล้าที่จะใช้หัวใจของท่านในการลงมติแทนการใช้สายตาแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะส่งให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งไปดำเนินการ พรรคก้าวไกลขอยืนยันให้สภาแห่งนี้ลงมติสนับสนุนการจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไม่ใช่เพื่อพรรคก้าวไกล เพื่อฝ่ายค้าน หรือสภาแห่งนี้ แต่เพื่อเด็ก ๆ ทุกคนในประเทศนี้” ณัฐวุฒิกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนการลงมติ วิปรัฐบาลได้ประสานมายังพรรคก้าวไกลว่าจะลงมติไม่เห็นชอบกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว โดยมองว่าประเด็นนี้สามารถมอบให้คณะกรรมาธิการการศึกษาไปพิจารณาเพียงคณะเดียวได้ ทำให้ผลการลงมติออกมาที่เห็นด้วย 164 เสียง และไม่เห็นด้วย 245 เสียง การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้นจึงไม่เกิดขึ้น โดยคณะกรรมาธิการการศึกษาจะรับไปดำเนินการต่อ และใช้กรอบเวลา 90 วันในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ