เด็กเพื่อไทย ชน ปชป. ลั่น ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ปั้น ‘สนามบินสุวรรณภูมิ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560006

02 ต.ค. 2566

เด็กเพื่อไทย ชน ปชป. ลั่น  'ทักษิณ ชินวัตร'  ปั้น 'สนามบินสุวรรณภูมิ'

“สนามบินสุวรรณภูมิ” กลายเป็นวิวาทะ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดหน้าโต้ โฆษกประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งนี้ เป็นผลงานการผลักดันของ “ชวน หลีกภัย” ยืนยันคนทำคลอดตัวจริงคือ ทักษิณ ชินวัตร ไล่วัน เดือน ปี เป็นหลักฐานชัดเจน นายกฯเศรษฐา ชื่นชม ไม่ใช่เรื่องแปลก

น.ส. ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย   เปิดเผยว่า  การที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โจมตีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยระบุว่า  นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนริเริ่มการก่อสร้าง สนามบินสุวรรณภูมิ  ว่า   โดยข้อเท็จจริงอยากให้นายราเมศ ไปดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่า สนามบินสุวรรณภูมิสำเร็จได้ด้วยการเอาจริงเอาจัง เร่งรัดติดตามโดยนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 26   ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเร่งรัดการก่อสร้างในปี 2545 และเสร็จสิ้นเป็นสนามบินนานาชาติ ปี 2548 เปิดทดลองเต็มรูปแบบกลางปี 2549 ในยุครัฐบาลนายทักษิณ ซึ่งประชาชนทั้งประเทศรับรู้เรื่องนี้


“สนามบินสุวรรณ” ไม่ได้ริเริ่มโดยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย  พรรคประชาธิปัตย์ แต่ริเริ่มมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์  เมื่อปี 2503 จากนั้นมาก็หยุดชะงัก โดยไม่มีรัฐบาลไหนผลักดันอย่างจริงจัง กระทั่งเมื่อนายทักษิณ  มาเป็นนายกรัฐมนตรี เล็งเห็นความสำคัญของการมีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ ในประเทศไทย    เพราะสนามบินดอนเมืองแออัดคับแคบเกินไป ไม่สามารถรองรับเครื่องบินและนักท่องเที่ยว จนสุดท้ายโครงการนี้ก่อสร้างสำเร็จ และมีพิธีเปิดในปี 2549 

“นายกเศรษฐา  ทวีสิน ไม่จำเป็นต้องพูดเอาใจนายกฯทักษิณ เพราะความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ สื่อมวลชนที่ทำข่าวการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ และข้อมูลบันทึกในอดีตก็ยืนยันได้ว่า นายกฯทักษิณ เป็นผู้ผลักดันจนสร้างสนามบินสำเร็จ การที่นายกฯเศรษฐาพูดถึงนายกฯ ทักษิณ  ชื่นชม สมัยที่สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ  เป็นการมองการณ์ไกลถึงอนาคต   มีการสร้างอุโมงค์เพื่อเตรียมพร้อมในการขยับขยายสนามบิน  นี่คือการมองไกลถึงอนาคต ไม่ได้จมปลักกับอดีต เพราะต้องการสื่อถึงความภาคภูมิใจของคนไทย  ที่มีสนามบินที่ทันสมัยเพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวระดับโลก “



รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรแสดงบทบาทการเป็นพรรคฝ่ายค้านให้สมศักดิ์ศรี ด้วยการค้านอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตีสำบัดสำนวน สำหรับนายเศรษฐาและรัฐบาลชุดใหม่กำลังเร่งสะสางปัญหาที่ตกค้างมา เพื่อประโยชน์สุขของคนไทยและสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้บ้านเมือง และปลายเดือนนี้พรรคเพื่อไทยก็จะทำการคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เข้ามาทำหน้าที่บริการพรรค จึงหวังใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะสามารถเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการพรรคชุดใหม่ให้ได้เสียทีเช่นกัน เพราะยืดเยื้อมานานมากแล้ว เพียงเพราะแย่งชิงอำนาจกันภายในไม่จบรู้จักจบสิ้น 

เด็กเพื่อไทย ชน ปชป. ลั่น  'ทักษิณ ชินวัตร'  ปั้น 'สนามบินสุวรรณภูมิ'
เด็กเพื่อไทย ชน ปชป. ลั่น  'ทักษิณ ชินวัตร'  ปั้น 'สนามบินสุวรรณภูมิ'
เด็กเพื่อไทย ชน ปชป. ลั่น  'ทักษิณ ชินวัตร'  ปั้น 'สนามบินสุวรรณภูมิ'

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1 หรือ SAT-1) แบบ Soft Opening ณ อาคาร SAT-1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  เมื่อวันที่ 29  ก.ย. ที่ผ่านมา  โดยระบุว่า สนามบินแห่งนี้มาจากวิสัยทัศน์ ของ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

‘เศรษฐา’ ย้ำรัฐบาลหนุน สร้างองค์ความรู้ด้านอาหาร ให้ไทยเป็น ‘Soft Power’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560001

02 ต.ค. 2566

'เศรษฐา' ย้ำรัฐบาลหนุน สร้างองค์ความรู้ด้านอาหาร ให้ไทยเป็น 'Soft Power'

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกฯ ย้ำรัฐบาลหนุน สร้างองค์ความรู้ด้านอาหาร ให้ไทยเป็น ‘Soft Power’ ดึงดูดนักท่องเที่ยว เปิดโอกาส Start up ด้านอาหารรายใหม่ ผลักดันให้ไทยมีความมั่นคงด้านอาหาร เป็นแหล่งผลิตอาหารฮาลาลที่หลายประเทศต้องการ

วันที่ 2 ต.ค. 2566 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับฟังการนำเสนอ Thailand Soft Power Halal & Future Food จากนายบุญเลิศ อ่องไพบูลย์ รองประธานคณะกรรมการธุรกิจอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต (PFC) สภาหอการค้าไทย

นายบุญเลิศ กล่าวว่า อุตสาหกรรมฮาลาล ครอบคลุมสินค้าและบริการ ได้แก่ การเงิน อาหาร แฟชั่น สื่อและสันทนาการ ยาและการแพทย์ ท่องเที่ยว เครื่องสำอาง ฯ มีอัตราการเติบโต 7.5% (2021-2025) มีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (2025) ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล และอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ

โดยอาหารฮาลาล คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของการส่งออกอาหารทั้งหมดของประเทศไทย และร้อยละ 60 ของการส่งออกอาหารฮาลาลไปยังประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2564/2565

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลมองเห็นโอกาสในสินค้า Halal ที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้บริโภคจำนวนมาก มีศักยภาพในการจับจ่ายสูง และในกลุ่ม Future food ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราอยากใช้อุตสาหกรรมอาหารมาเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ และอยากผลักดัน Gastronomy Diplomacy โดยไทยเป็นประเทศแรกที่ผลักดันการทูตเชิงอาหาร (Gastronomy diplomacy) แต่ประเทศเกาหลีใต้ผลักดันได้ไกลกว่าประเทศไทย

โดยรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญทั้งเงินทุน การตลาด การทำหลักสูตร การทำ Certificate การส่งออกอาหาร จะช่วยทำให้สินค้าการเกษตรมีราคาที่ดีขึ้น เพราะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าในประเทศทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง สร้างองค์ความรู้ด้านอาหารให้ประเทศไทยเป็น Soft Power โดยอาหารไทยรูปแบบใหม่ ๆ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้ Start up ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้

นายกรัฐมนตรีฝากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนภาคเอกชน โดยให้บูรณาการการทำงาน กำหนดแผน กำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านอาหาร เป็นแหล่งผลิตอาหารฮาลาลที่หลายประเทศมีความต้องการ

‘ภูมิธรรม’ จ่อชงนายกฯ ลงนามตั้ง 35 คกก.แก้ รธน.พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559996

02 ต.ค. 2566

‘ภูมิธรรม’ จ่อชงนายกฯ ลงนามตั้ง 35 คกก.แก้ รธน.พรุ่งนี้

‘ภูมิธรรม’ จ่อชงนายกฯ ลงนามตั้ง 35 คกก.แก้รัฐธรรมนูญพรุ่งนี้ ด้าน ’ก้าวไกล‘ ยังไม่เคาะชื่อตัวแทนพรรค ‘วิภูแถลง’ เป็นตัวแทนคนเสื้อแดง

วันที่ 2 ต.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คณะกรรมการชุดนี้ ตนจะพยายามให้เป็นตัวแทนของแต่ละฝ่ายให้ได้มากที่สุด แต่เท่าที่ดู หากจะให้ครบทุกฝ่ายก็อาจจะมีจำนวนมากเกินไป อาจจะถึง 50 คน จึงคิดว่าเอาตัวแทนที่มีเวลา ส่วนที่ยังไม่ได้ อาจจะใช้วิธีจัดเวที และให้บุคคลเหล่านั้นมาร่วมพูดคุยกัน ซึ่งทั้งหมดจะมีประมาณ 35 คน ซึ่งจะเป็นคนที่อยู่ในวิชาชีพต่างๆ และน่าเชื่อถือพอสมควร เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เชิญมาเป็นรองประธานคนที่ 1 และนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เชิญมาเป็นรองประธานคนที่ 2 ส่วนโฆษกคณะกรรมการ ได้เชิญนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง โดยจะเชิญให้มากเท่าที่จะทำได้ ได้แก่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค, พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค, พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค, พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเดชอิศม์ ทองขาว ส.ส.สงขลาและรักษาการรองหัวหน้าพรรค, พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค สำหรับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้มีการติดต่อไปแล้ว แต่ทางพรรค ก.ก. ขอให้มีการหารือภายในพรรคก่อน

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากสายทหารและตำรวจ ได้แก่ พล.อ.ชัชวาล ขำเกษม, พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), ตัวแทนเอ็นจีโอ, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ตัวแทนจากกลุ่มเสื้อแดง ส่วนของสื่อมวลชน จะเชิญตัวแทนสมาคมนักข่าวซึ่งมีหลายสมาคม มาร่วมในเวทีโดยในวันพรุ่งนี้ (3 ต.ค.) จะนำรายชื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นก็จะสามารถเริ่มทำงานได้ทันทีโดยจะใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ประชุมหลัก แต่อาจมีการใช้ที่อื่นบ้างถ้าที่ประชุมสะดวก

เมื่อถามว่า จะใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะทราบว่าจะทำประชามติหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องหารือกันก่อน ซึ่งสิ้นปีนี้อยากให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยมีการวางไทม์ไลน์ให้ดูว่ามีอะไรบ้าง มีประเด็นที่ต้องพูดคุยว่าจะมีการทำประชามติกันกี่ครั้ง และจะตั้งโจทย์ว่าอะไร 

เมื่อถามว่า สิ้นปีจะเห็นความชัดเจนรูปแบบคำถามประชามติ และประเด็นคำถามต่างๆ ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราจะมีการพูดคุยกันทั้งหมดก่อนในทุกเรื่อง เมื่อมีความชัดเจนก็จะมีการชี้แจงให้ทราบ

‘เศรษฐา’ มอบนโยบาย ทำ ‘งบประมาณปี2567’ วงเงิน 3.48 ล้านล้าน เข้มวินัยการคลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559976

02 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ มอบนโยบาย ทำ 'งบประมาณปี2567' วงเงิน 3.48 ล้านล้าน เข้มวินัยการคลัง

‘เศรษฐา’ มอบนโยบายทำ ‘งบประมาณปี2567’ วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มจีดีพีร้อยละ 5 ภายใน 4 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจ ดิจิทัลวอลเลต ต้นปี 67 อัดเงิน 5.6 แสนล้าน ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทเร็วสุด เงินเดือนป.ตรี 25,000 บาท เพิ่มรายได้เกษตรกร 4 ปี 3 เท่า ภายในปี2570 ยกร่างรัฐธรรมนูญ คืนอำนาจปชช.

วันที่ 2 ตุลาคม 2566 ที่เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานมอบนโยบาย และแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ว่า ปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญความท้าทาย ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ประเทศไทยฟื้นตัวช้าจนเกิดความเหลื่อมล้ำในหลายระดับ 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

อีกทั้งในอนาคตประเทศจะเผชิญกับความท้าทาย ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณมากขึ้นในการดูแลประชาชน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังผ่านการร่วมมือกับภาคเอกชน โดยให้ความสำคัญ 3 ประการ คือ

1.ฟื้นฟูรายได้ โดยจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการอัดฉีดงบประมาณ 560,000 ล้านบาท จะช่วยทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน ยืนยันใช้ได้แน่นอนในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 

2.ฟื้นฟูการท่องเที่ยว ผ่านมาตรการเบื้องต้น คือ วีซ่าฟรี และหลังจากนี้จะวางแผนขยายไปยังประเทศอื่น รวมถึงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วยการจัดโรดโชว์ มั่นใจจะสามารถเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเริ่มต้นได้ที่ 400 บาทต่อเดือนได้ และจะดำเนินการเป็น 600 บาทต่อเดือน ปริญญาตรี 25,000 บาท ภายในปี 2570 ตลอดจนการหามาตรการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน 

3.แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะเร่งทำประชามติเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน แต่ทั้งหมดล้วนต้องใช้งบประมาณ โดยจะวางแผนหาเงินคืนส่วนนี้ รวมถึงจะเคร่งครัดวินัยการเงินการคลัง

‘เศรษฐา’ มอบนโยบาย ทำ 'งบประมาณปี2567' วงเงิน 3.48 ล้านล้าน เข้มวินัยการคลัง

ขณะที่แผนระยะยาว รัฐบาลจะพยามให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งการสร้างรายได้ การมอบโอกาส และการดูแลชีวิตอย่างยั่งยืน ด้วยการเปิดการค้า ดึงดูดนักลงทุน ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 4 ปี สนับสนุนสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน , วางแผนทำโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ขนายสนามบิน เพื่อให้รับนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการดูแลการบริการ รถไฟต้องเชื่อมต่อกับรางรถไฟของโลก เพื่อขนส่งสินค้าไปทั่วโลก 

‘เศรษฐา’ มอบนโยบาย ทำ 'งบประมาณปี2567' วงเงิน 3.48 ล้านล้าน เข้มวินัยการคลัง

เปิดการค้ากับต่างประเทศให้มากขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าเจรจา FTA มุ่งเน้นไปยุโรป อาหรับ แอฟริกา เปลี่ยนบทบาทผู้นำประเทศ จะไม่รอคำเชิญเท่านั้น แต่จะรุกออกไปพบปะ ไปจัดกิจกรรมเพื่อบอกกับนานาประเทศ ว่า “ประเทศไทยเปิดแล้ว”

คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับเรื่องที่ดิน ให้ประชาชนเข้าถึงที่ดินทำกิน ซึ่งหน่วยงานทหารก็พร้อมจัดสรรที่ดินให้กับประชาชน พัฒนาระบบการศึกษา ประเทศไทยจะต้องเป็นสังคมเรียรู้ตลอดชีวิต พัฒนาทั้งนักเรียน และครู ทำหลักสูตรให้ทันสมัย กระตุ้นการท่องเที่ยวทำให้โลซีซั่นหมดไป เพื่อให้ประเทศไทยท่องเที่ยวได้ตลอดปี 

ข้าราชการระดับสูงจาก หน่วยงานต่างๆ ข้าราชการระดับสูงจาก หน่วยงานต่างๆ

ดูแลความมั่นคง บริหารจัดการกำลังพล ทรัพยากรให้เหมาะสม ปรับเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ปราบปราบยาเสพติดให้หมดไป บำบัดคืนลูกหลานสู่ครอบครัว เตรียมรับมือกับเอญนิลโญ วางแผนการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ ต้องทำให้น้ำไม่แล้งไม่ท่วม โดยการทำฝาย หรือ ทำธนาคารน้ำใต้ดิน ดูแลสวัสดิการ สาธารณสุข ดิจิิทัลมาบริการ ทำให้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าระดับโลก ทำฐานข้อมูลประชาชนทั่วประเทศ สร้างศูนย์ดูแลให้ตอบสนองสังคมสูงวัย 

สนับสนุนดูแลสิทธิพื้นฐานและความเท่าเทียมให้กับคนทุกกลุ่ม ทำแผนดูปลกลุ่มเปราะบาง , หน่วยงานราชการ นำระบบ AI เข้ามาช่วยทำฐานข้อมูลประชาชน และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ปรับปรุงแผนบริการ กำจัดข้าราชการที่ทำตัวเป็นนายประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองรับไม่ได้.และจะทำจีดีพีให้โตเฉลี่ยปีละ 5% ตลอด 4 ปี

ทั้งนี้ งบประมาณ 2567 จะทำให้แผน 3.48 ล้านล้านบาท ตั้งใจจะบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โปร่งใส รักษาระเบียบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด โดยจะวางแผนใช้จ่ายงบประมาณ 5 ข้อ คือ 

  1. ทำงบประมาณตามนโยบายที่สัญญากับประชาชน 
  2. ทำอย่างบูรณาการลดความซ้ำซ้อน 
  3. ทำอย่างมีประสิทธิภาพรักษาวินัยการเงินการคลัง 
  4. ทำอย่างมีตัวชี้วัดและมีเป้าหมาย
  5. และทำให้ครบทุกแหล่งเงินทุน

นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับ แม้งบประมาณปี 2567 จะล่าช้า แต่ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่าย ภายใต้กรอบกฎหมาย โดยหลังจากนี้ให้ทุกหน่วนงานจะทำแผนงบประมาณ และส่งให้กับสำนักงบภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 นี้ พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่วางแผนงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์ใช้อย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ต่อคนไทยทุกคน

‘หมอพรทิพย์’ เล่าเหตุการณ์ถูกไล่ออกจากร้านอาหาร ยืนยัน จบ ไม่ฟ้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559971

02 ต.ค. 2566

'หมอพรทิพย์' เล่าเหตุการณ์ถูกไล่ออกจากร้านอาหาร ยืนยัน จบ ไม่ฟ้อง

‘หมอพรทิพย์’ เห็นใจคู่กรณีไล่ออกจากร้านอาหาร ยืนยันไม่ฟ้อง เชื่อไม่กระทบ สว.คนอื่น แต่ระวังมากขึ้น ยอมรับผิดพลาดนอนบนลาวามอส ไม่รู้มีระเบียบกฎหมาย

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ชี้แจงกรณีถูกชายไทยไล่ออกจากร้านอาหารที่ไอซ์แลนด์ว่า เหตุที่เกิดขึ้น วันนั้นเราได้ไปหาร้านอาหารและระหว่างกำลังรอเลือกอาหาร มีน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาถือโทรศัพท์ไลฟ์สดมา และเป็นความโกรธ ส่วนตัวเจอเรื่องนี้มาเยอะ สำหรับความเกลียดที่เกิดจากไม่รู้จักกัน รู้สึกแค่ว่าเห็นใจเขา ทั้งที่เรื่องนี้ผ่านไปพักหนึ่งแล้ว และเห็นว่าเหมือนไกลตัวจึงไม่พูดอะไร และคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น 

ต่อมารุ่งขึ้นเป็นประเด็นใหญ่ เพราะเขาเอาไปลงโซเชียล หมอก็ลำบากเพราะมีคนมาขุดข้อมูลสู้กัน ส่วนตัวก็ไม่คิดจะทำอะไรกับเขา เพราะตอนแรกเป็นเรื่องลับรู้กันแค่สองฝ่าย แต่เมื่อสื่อนำไปเปิดเผยก็ถือเป็นเรื่องของสังคม หมอยังยืนยันเหมือนเดิมว่าใดๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตก็เพราะเราเคยทำ ดังนั้นเราจะไม่ตอบโต้ และเราก็จะมุ่งหน้า เป้าหมายคือการทำความดี และส่วนตัวไม่เชื่อจะเป็นโดมิโน่กับ สว. คนอื่น

โดยในวันเกิดเหตุไม่ได้ชี้แจงกับคู่กรณี เพราะในชีวิตหมอไม่เคยสามารถพูดแล้วทำให้คนเปลี่ยนใจได้ แต่สิ่งที่เราเรียนรู้ก็คือ ไม่รับเข้ามาให้เราทุกข์ แล้วก็เดินจากไป คือไม่ได้ชี้แจงอะไร เพราะตอนแรกเขาพูดถึง สว. สส. แต่ตอนหลังเขาเข้ามาเลยว่า “อีนี่อย่างนั้นอย่างนี้” แต่เชื่อว่าถ้ายังอยู่ในร้านต่อน่าจะมีเรื่องทำร้ายร่างกาย เพราะเขาชี้น่าและไล่เราเหมือนหมูหมา พูดทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ไล่ต่อหน้าคนที่ทานอาหารอยู่ในร้าน 

ซึ่งตอนนั้นไม่ตกใจ ตอนนี้อายุ 69 ปี แล้ว ผ่านแบบนี้มาเยอะ ไม่เปิดประตูรับมัน มันก็ไม่เข้ามาทำร้ายเรา คำสอนของพระทำให้เราจำไว้เสมอว่า พัสดุถ้าส่งแล้วไม่มีคนรับมันจะกลับไปสู่คนส่ง

สำหรับตนเองถือว่าจบ ไม่คิดที่จะฟ้องร้อง และไม่ทำอะไร เดินหน้าต่อและทำความเข้าใจมากขึ้น ส่วน สว. จะต้องระมัดระวังมากขึ้น คือ เขาไม่แยกเรื่องพวกนี้ เขาก็อาจจะคิดว่าเป็นตัวอย่าง จึงต้องระมัดระวัง

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรกับผู้เห็นต่างและมีลักษณะแบบนี้ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เข้าใจทุกฝ่าย คือ การเมือง ในหลักไม่ใช่การเมืองของเด็กรุ่นใหม่ มันมีเรื่องของผลประโยชน์และอำนาจ มีเรื่องปิดปากผูกขาด ในช่วงเวลา 8-9 ปีที่ผ่านมา จึงก่อให้เกิดแรงกดดันที่ไปห้ามเขาไว้ 

ซึ่งเรื่องทั้งหมดจริงๆหมอเคยคุยกับพรรคก้าวไกลแล้วว่า หมอพร้อมโหวตให้ ขอเพียงอย่างเดียวให้ถอดมาตรา 112 ซึ่งเรื่องมาตรา 112 ประเด็นที่เขาพูด เอาไปใช้มันคนละส่วนกัน จึงเป็นเรื่องที่มีความแรงใส่กันสองฝ่าย ส่วนต่อไปจะทำอย่างไรก็ไม่อาจจะบอกได้ เพราะเป็นเรื่องที่มีปัจจัยหลายอย่าง ถ้าจะแก้ต้องแก้ที่ระบบการศึกษาที่ให้เราคิดเอง อย่างเชื่อสิ่งที่ตาเราเห็น หูเราฟัง ถ้าเราไม่ได้วิเคราะห์เอง เพราะบางทีเราฟังเราเห็นแล้วเชื่อ บางทีมันก็ไม่ใช่ของจริง

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ต้องช่วยกัน ในแง่สื่อ เรื่องที่เกิดขึ้นถ้าจะช่วยกันป้องกัน เรื่องที่เป็นหลักคือก้าวร้าว และสุดท้ายก็ลามปามที่อาจจะทำให้เขาโดนอะไร สื่อจะต้องช่วยให้อยู่ในเส้น อย่าวิ่งออกไปแล้วเที่ยวไปขุดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นหลัก ทั้งนี้ไม่ฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปโดยธรรมชาติ แต่ทั้งหมดเป็นภาพสะท้อนว่า เสพการเมืองมากไป ก็กระทบกับทุกอย่าง 

นอกจากนี้ยังชี้แจงข้อสงสัยถึงการเดินทางไปไอซ์แลนด์ช่วงมีประชุมสภา ว่า ทริปดังกล่าวเนื่องจาก ไปเรียนหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า จึงมีเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็น สส.เดินทางไป โดยจะมีการจัดเดินทางไปต่างประเทศปีละครั้ง และช่วงปิดสมัยประชุม ครั้งนี้จองมาเป็นปี แต่สภาชุดนี้มามีการเลือกตั้ง

ส่วนกรณีดราม่าภาพถ่ายที่ลงไปนอนทับลาวามอส แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ยอมรับ เป็นความผิดพลาดที่ไม่รู้ว่ามีระเบียบหรือกฎหมาย ที่ผ่านมาเห็นสารคดีบนเครื่องบินจะมีคนนอนอยู่บนลาวามอส จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ยืนยันตรงไหนมีป้ายห้าม ก็ไม่เข้า แต่ตรงจุดนี้มีที่จอดรถ และมีคนจอด จึงเข้าไป ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องลาวามอสต้องกล่าวขออภัย

‘ธรรมนัส’ ประสานเสียง ‘สันติ’ ไม่รู้ ‘ศ.ดร.นฤมล’ ลาออก ทิ้งพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559966

02 ต.ค. 2566

'ธรรมนัส' ประสานเสียง 'สันติ' ไม่รู้ 'ศ.ดร.นฤมล' ลาออก ทิ้งพลังประชารัฐ

‘ธรรมนัส’ ประสานเสียง ‘สันติ’ ไม่รู้ ‘ศ.ดร.นฤมล’ ลาออกเหรัญญิกพลังประชารัฐ ยอมรับระยะหลังๆ ไม่ค่อยได้คุยกัน ระบุ ไม่ทราบ หลังนักข่าวถามเพราะน้อยใจไม่ได้รับตำแหน่งในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน หรือไม่

ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้านานาชาติ เมืองทองธานี จ. นนทบุรี ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ว่า ตนยังไม่ทราบ ยังไม่รู้เลยพร้อมถามกลับว่านักข่าวรู้แล้วหรือ

ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์  ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อถามว่ามีปัญหาอะไรภายในพรรคพลังประชารัฐหรือน้อยใจอะไรหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตนไม่ทราบ ยังไม่ได้คุยกัน ช่วงนี้ตนไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ เลย เดี๋ยวจะลองโทรหาดู

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ส่วนจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อเลือกตำแหน่งเหรัญญิกพรรคคนใหม่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เขามีรองเหรัญญิกอยู่แล้ว ก็ให้ทำหน้าที่ไป

เมื่อถามย้ำว่ามีปัญหาอะไรภายในพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ไม่มี พรรคพลังประชารัฐก็ต้องเดินหน้าต่อไป

ส่วนที่ศ.ดร.นฤมล ลาออกจากตำแหน่งเป็นเพราะว่าน้อยใจที่ไม่ได้ตำแหน่งในรัฐบาลนี้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตนไม่ทราบและไม่ได้คุยกันเลยในระยะหลัง

สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สธ. ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สธ. ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

เช่นเดียวกันกับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกตัวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องที่ ศ.ดร.นฤมล ลาออกจากตำแหน่งในพรรคฯ โดยได้ย้อนถามสื่อว่า เขาลาออกเมื่อไหร่ ก่อนขึ้นรถกลับ

ด่วน ‘ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์’ ลาออก ทิ้ง ‘พลังประชารัฐ’ ทุกตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559965

02 ต.ค. 2566

ด่วน 'ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์' ลาออก ทิ้ง 'พลังประชารัฐ' ทุกตำแหน่ง

อาจารย์แหม่ม ‘ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์’ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ไขก๊อกลาออก ทิ้งพรรคพลังประชารัฐในทุกสถานะ ยื่น กกต.ตั้งแต่ 28 ก.ย.66 คาดเพื่อรอก้าวสู่ตำแหน่ง ผู้แทนการค้าไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว และยังลาออกจากสมาชิก พปชร.เช่นกัน โดยยื่นหนังสือลาออกถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และมีผลตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ แจ้งเหตุผลการลาออกดังกล่าวว่า เนื่องจากได้รับผิดชอบหน้าที่ตามกฎหมายในตำแหน่งเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

หนังสือลาออกจากทุกสถานะ ในพรรคพลังประชารัฐหนังสือลาออกจากทุกสถานะ ในพรรคพลังประชารัฐ

มีรายงานข่าวแจ้งว่า การลาออกของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ครั้งนี้ เพื่อเตรียมไปดำรงตำแหน่ง ผู้แทนการค้าไทย ซึ่งทางรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน จะแต่งตั้งทั้งหมด 5 คน

เปิดประวัติ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

จัดได้ว่าเติบโตบนเส้นทางกาเรมืองแบบก้าวกระโดด ข้ามชั้นจากโฆษกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีในเวลาหนึ่งปี ชื่อชั้นของศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์จึงไม่ใช่ธรรมดา โดยได้เป็นรัฐนตรีหญิงคนล่าสุดของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 และเป็นการเปิดตำแหน่งใหม่ หลังจากไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน มานานถึง 15 ปี โดยนาง ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ เป็น รมช.แรงงาน คนสุดท้าย

การศึกษา

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จบปริญญาตรีสถิติศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทคณิตศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย ประเทซสหรัฐอเมริกา และปริญญาเอกด้านการเงินจาก วอร์ตัน โรงเรียนธุรกิจชื่อดังแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

เมื่อสำเร็จการศึกษา ศ.ดร.นฤมล กลับมาเป็นอาจารย์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ก่อนที่จะมีโอกาสได้พูดคุยกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในช่วงที่ดร.สมคิดไปบรรยายที่ นิด้า และได้มาทำงานการเมือง ในบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 5

หลังจากตั้งรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้รับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

ด่วน 'ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์' ลาออก ทิ้ง 'พลังประชารัฐ' ทุกตำแหน่ง

แต่หลังการเลือกตั้ง2566 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ไม่ได้เป็น สส. แต่มีบทในพปชร.ในฐานะเหรัญญิก และสมาชิกพรรค ล่าสุดได้ลาออกทุกตำแหน่งแล้วของพรรคพลังประชารัฐแล้ว

‘หมออ๋อง’ โดนแล้ว ศรีสุรรณ ยื่น ‘ปปช.’ สอบ ‘มาตรฐานจริยธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559958

02 ต.ค. 2566

'หมออ๋อง' โดนแล้ว ศรีสุรรณ ยื่น 'ปปช.' สอบ 'มาตรฐานจริยธรรม'

ยื่น ‘ปปช.’ สอบ ‘มาตรฐานจริยธรรม’ ‘หมออ๋อง’ และพรรคก้าวไกล ปมขับพ้นพรรค เพื่อรักษาเก้าอี้รองประธานสภา และผู้นำฝ่ายค้าน

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ ปปช.ขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเอาผิดพรรคก้าวไกลและนายปดิพัทธ์ สันติภาดาหรือหมออ๋อง กรณีที่ประชุมร่วมพรรคก้าวไกลใช้เล่ห์กลมีมติขับหมออ๋องออกจากสมาชิกภาพเพื่อให้สมประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ อันไม่เป็นไปตามนัยยะทางกฎหมายที่กำหนดไว้หรือไม่

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ และ สส. ก้าวไกลมีมติเมื่อ 28 ก.ย. 66  ให้นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือหมออ๋อง ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนฯได้ต่อไป และหัวหน้าพรรคก้าวไกลก็จะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯได้

โดยให้เหตุผลในแถลงการณ์ที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียว่า การขับหมออ๋อง เพื่อให้พรรคก้าวไกลสามารถทำหน้าที่เป็น ฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ ได้พร้อมกับโพสต์รูปภาพและข้อความว่าแยกกันเดิน เปลี่ยนประเทศด้วยกัน ถูกสังคมและโซเชียลตำหนือย่างรุนแรงว่า เป็นก้าวไกลการละคร นิติกรรมอำพราง เสพติดอำนาจ แผนสมคบคิดกัน หรือเลห์ฉล และหรือเป็นกลฉ้อฉลทางกฎหมายหรือไม่

นอกจากนี้พฤติการณ์หรือการกระทำอาจขัดหรือแย้งต่ออุดมการณ์ของพรรคที่ได้จดทะเบียนไว้กับนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อ 23 มิ.ย.63 ความผิดถึงขั้นขับสมาชิกออกจากพรรคนั้นไม่สอดคล้องกับข้อบังคับของพรรคก้าวไกล ข้อ 119 ประกอบข้อ 121 แต่อย่างใด

และอาจเป็นทฤษฎีสมคบคิดกัน ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่งอันเป็นข้อห้ามของมาตรฐานจริยธรรมฯที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ตาม ม.219 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ปปช.ที่จะไต่สวนและมีความเห็นได้โดยตรง

‘กระทรวงยุติธรรม’ ขันน็อต ป้องปราม ‘ยาเสพติด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559946

02 ต.ค. 2566

'กระทรวงยุติธรรม' ขันน็อต ป้องปราม 'ยาเสพติด'

ไม่มีนโยบายย้ายผู้ต้องขัง รัฐมนตรีว่าการ ‘กระทรวงยุติธรรม’ ขอความร่วมมือ แก้ปัญหา ‘ยาเสพติด’ ในพื้นที่ชายแดนใต้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพร้อมด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมงานรำลึก 104 ปี มอาหดิลอูลูม และงานเปิดอาคารเรียน 100 ปี มอาหดิลอูลูมที่โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา อำเภอเมือง จ.ปัตตานี

และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมหาแนวทางและร่วมทำพื้นที่ให้ปลอดยาเสพติด โดยพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะร่วมทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มีความจริงจังในการแก้ปัญหาที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข

กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความยุติธรรม ไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ไม่ให้ถูกโจมตีจากการกระทำที่ไม่ดี รวมถึงต้องพัฒนาและทำให้พื้นที่ปลอดจากยาเสพติด คนที่ทำหน้าที่ต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่รับเงิน เจ้าหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรมต้องได้รับความเป็นธรรม ต้องไม่ใช้ระบบอุปถัมภ์ ไม่ใช้ระบบพวกพ้อง ยึดหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน โดยกระทรวงไม่มีนโยบาย ย้ายผู้ต้องขังไปอยู่พื้นที่ห่างไกล 

รมว.ยุติธรรมและคณะ ลงพื้นที่ปัตตานีรมว.ยุติธรรมและคณะ ลงพื้นที่ปัตตานี

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่หลากหลาย รวมไปถึงการดูแลรับผิดชอบเด็ก ผู้ใหญ่ และทุกคน รวมถึงผู้ต้องขังในเรือนจำก็ต้องให้ความยุติธรรม ถ้าให้ความยุติธรรมไม่ได้ บ้านเมืองก็ไม่สงบ พรรคประชาชาติเป็นพรรคเล็ก มี สส.9 คน ต้องน้อมรับเพื่อประโยชน์ของประเทศและเพื่อประชาชน และเราจะทำงานเพื่อประชาชน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นให้ได้

ลุย ‘รองนายกฯสมศักดิ์’ นั่งรถราง 7 กม. เข้าจุด รถไฟตกราง ก่อนตรวจ น้ำท่วมแพร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559934

01 ต.ค. 2566

ลุย 'รองนายกฯสมศักดิ์' นั่งรถราง 7 กม. เข้าจุด รถไฟตกราง ก่อนตรวจ น้ำท่วมแพร่

“รองนายกฯสมศักดิ์” ลงพื้นที่ จ.แพร่ นั่งรถราง 7 กม. เข้าจุดเกิดเหตุ “รถไฟตกราง” พร้อมควง “วรวัจน์” สส.แพร่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งเตือนประชาชนริมน้ำยม ขนของขึ้นที่สูง กำชับ จ.สุโขทัย เตรียมรับมวลน้ำ 4 อำเภอ

1 ต.ค. 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย และนายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ จ.แพร่ เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุน้ำป่าทะลัก ส่งผลให้รถไฟขบวนด่วนพิเศษตกราง ซึ่งได้เดินทางไปยังสถานีรถไฟบ้านปิน อำเภอลอง จ.แพร่ โดยมี นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ บรรยายสรุปเหตุการณ์

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมคณะ ได้นั่งรถรางช่วยเหลือ ระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟบ้านปิน เพื่อไปยังบริเวณจุดเกิดเหตุ หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้ทางขาดเป็นระยะทางกว่า 700 เมตร และเกิดเหตุรถไฟตกราง จนทำให้ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ 

รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รถไฟสถานีนี้ในแต่ละวัน จะไปกลับทั้งหมด 12 ขบวน เมื่อเกิดเหตุรถไฟตกราง ก็ต้องยอมรับว่า ส่งผลให้ผู้เดินทางได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เร่งดำเนินการแก้ปัญหา โดยคาดว่า น่าจะกลับมาใช้สัญจรได้ปกติ ในเวลา 18.00 น. ของวันนี้ เพื่อให้ทันต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน เพราะมีรถขบวนใหญ่รออยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะผ่านเข้ากรุงเทพ 

รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่

ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะพิจารณาเรื่องเขื่อนลำน้ำยมเพิ่มเติมหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะคุยกันตอนเย็น โดยเราจะเพิ่มระบบความปลอดภัย จะสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ หรือ สร้างอะไรที่ทดแทนกันได้ ซึ่งจะนำข้อมูลทั้งหมดมาหารือกันในช่วงเย็นวันนี้ที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน 

รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมด้วย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทยและคณะ เดินทางไปที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ซึ่งนายวรวัจน์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดแพร่ ได้มีฝนตกลงมา ตั้งแต่วันที่ 26 – 29 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ทำให้มีมวลน้ำสะสม ประกอบกับเกิดน้ำป่าหลาก จึงทำให้เวลานี้ มวลน้ำสูงถึง 11.18 เมตร ส่งผลให้สถานการณ์น้ำ มีความรุนแรงและอันตรายเป็นอย่างมาก ตนจึงอยากให้จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก เตรียมความพร้อมในการรับมวลน้ำนี้ด้วย เพื่อช่วยกันลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด 

รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำที่ตนได้เดินทางมาติดตามที่จังหวัดแพร่ ก่อนจะไหลไปรวมที่จังหวัดสุโขทัยนั้น ทำให้ต้องเร่งเตือนพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยม ให้เก็บข้าวของขึ้นที่สูง รวมถึงในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย คือ อำเภอเมือง อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอศรีสำโรง ต้องเตรียมตัวรับมือกับมวลน้ำด้วย

รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

เบื้องต้นตนได้ประสานให้ทางจังหวัด เตรียมพร้อมในการรับมือมวลน้ำนี้แล้ว รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเป็นการเร่งด่วน เพราะตนต้องการให้พี่น้องประชาชน ได้รับผลกระทบและความเสียหายน้อยที่สุด
 

รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับความคืบหน้าการกู้โบกี้รถไฟที่ตกราง  เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าฯ แพร่ ได้ตรวจสอบไปยังบริเวณจุดเกิดเหตุได้รับการยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สามารถกู้โบกี้ที่เป็นตู้นอนได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนโบกี้ที่เหลืออีก 3-4 โบกี้ เจ้าหน้าที่ฯ ได้นำเครื่องจักรกลหนักทำการยกโบกี้ที่เหลือ ออกจากรางรถไฟได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเคลียร์พื้นที่ โดยเฉพาะการซ่อมแซมรางรถไฟ และตรวจสอบเส้นทางทั้งหมด ว่าได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุรถไฟตกรางในครี้งนี้มากน้อยขนาดไหน

ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่า การกู้เส้นทางรถไฟในพื้นที่ อ.ลอง จ.แพร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลา 20.00 น. และคาดว่าจะสามารถเปิดเส้นทางเดินรถได้ในช่วงสายของวันพรุ่งนี้ (2ต.ค.2566) แต่ทั้งนี้ ในช่วงเช้าที่จะถึงนี้ ทางจังหวัดแพร่ ก็จะทำการตรวจสอบอีกครั้ง