เปิดเส้นทาง ‘คารม พลพรกลาง’ อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ ‘รองโฆษกรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559539

26 ก.ย. 2566

เปิดเส้นทาง 'คารม พลพรกลาง' อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ 'รองโฆษกรัฐบาล'

‘คารม พลพรกลาง’ โด่งดังจากทนายความในคดี ม.112 ให้กับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ นักการเมืองเสื้อแดง ผันตัวสู่สนามการเมือง สังกัดอนาคตใหม่ ยุค ‘ธนาธร’ เมื่อพรรคถูกยุบ มัวแต่ยึกยัก นาทีสุดท้ายโหวตหนุน ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ ในศึกอภิปรายฯ กลายเป็นงูเห่าก้าวไกล ย้ายซบภูมิใจไทย

หายสาปสูญไปนาน ก่อนปรากฏชื่อ “คารม พลพรกลาง” อดีตผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ผงาดนั่งในตำแหน่ง “รองโฆษกรัฐบาล” ยุค เศรษฐา ทวีสิน เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบ ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี ,รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเสนอในโควตาพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีสส. 71 เสียง

คารม พลพรกลาง รองโฆษกรัฐบาล คารม พลพรกลาง รองโฆษกรัฐบาล

ทำความรู้จัก ‘คารม พลกรกลาง’

“คารม พลพรกลาง” ทนายความฝีปากกล้า ขาลุย เมื่อ10 ปีก่อน เขาโด่งดังจากทนายความในคดี มาตรา112 ให้กับ เจ๋ง ดอกจิก นักการเมืองเสื้อแดง ผันตัวสู่สนามการเมือง สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ยุค ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรค เมื่ออนาคตใหม่ถูกยุบพรรค เกิดปรากฏการณ์ สส.อนาคตใหม่ ย้ายซบพรรคการเมืองอื่น

เปิดเส้นทาง 'คารม พลพรกลาง' อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ 'รองโฆษกรัฐบาล'

แต่ “คารม พลพรกลาง” มัวแต่ยึกยัก ไม่กล้าตัดสินใจ และเดินหน้าต่อกับพรรคก้าวไกล หลังศึกอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ปรากฏรายชื่อ’คารม พลพรกลาง‘ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เป็น 1 ใน 4 งูเห่า ที่โหวตสวนมติพรรคก้าวไกล ที่มีมติไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกุล  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“คารม พลพรกลาง” โหวตไว้วางใจ อนุทิน-ศักดิ์สยาม แต่ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีในรัฐบาลลุงตู่ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2564

เปิดเส้นทาง 'คารม พลพรกลาง' อดีตงูเห่าก้าวไกล สู่ 'รองโฆษกรัฐบาล'

“ยืนยันว่าไม่มีข้อตกลง เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆกันทั้งสิ้น กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นการโหวตแบบอิสระตามรัฐธรรมนูญ เหมือนกับก่อนหน้านี้ ที่ได้ปฏิเสธการลงชื่อสนับสนุน การยื่นญัตติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ร่วมกับพรรคก้าวไกล” คารม พลพรกลาง ให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนักข่าว

นาทีสุดท้ายหลังโหวตหนุน อนุทิน-ศักดิ์สยาม ในศึกอภิปรายฯ กลายเป็นงูเห่าก้าวไกลเต็ม 100 % พร้อมประกาศชัด เตรียมย้ายสังกัดพรรคภูมิใจไทย 

ก่อนเลือกตั้ง 2566 “คารม พลพรกลาง” ทนายฝีปากกล้า ได้ย้ายซบพรรคภูมิใจไทย สวมเสื้อสีน้ำเงินบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ตามคำมั่นที่เคยแจ้งสื่อเอาไว้

ทำให้การเลือกตั้ง2566 พรรคภูมิใจไทย ส่ง “คารม พลพรกลาง” ลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง ในนามผู้สมัคร สส.เขต 6 จ.ร้อยเอ็ด สังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่แพ้ กิตติ สมทรัพย์ คนรุ่นใหม่ พรรคเพื่อไทย จากนั้นข่าวความเคลื่อนไหว ของเขาเงียบหายไป จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 ครม.มีมติแต่งตั้ง คารม พลพรกลาง เป็นรองโฆษกรัฐบาล       

เปิดประวัติ‘คารม พลกรกลาง’

ข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า เป็นอดีตทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)

เกิดวันที่ 7 กันยายน 2506  

การศึกษา

  • นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง 

อาชีพก่อนได้รับเลือกตั้งเป็นทนายความ

  • ประสบการณที่สำคัญคือ ทนายความให้ความช่วยเหลือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 
  • โดยเฉพาะทนายความในคดี ม.112 ให้กับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ นักการเมืองเสื้อแดง
  • นักกฎหมายร่วมกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมในปี 2553 ณ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (I.C.C) ณ กรุงเฮ็ก ประเทศเนเธอแลนด์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ : จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก พ.ศ. 2556

“คารม พลพรกลาง” ผู้โด่งดังจากทนายความในคดี ม.112 ให้กับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ นักการเมืองเสื้อแดง ผันตัวสู่สนามการเมือง สังกัดอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล กลายเป็นงูเห่า ย้ายซบพรรคภูมิใจไทย วันนี้ของเขาได้รับปูนบำเหน็จให้ดำรงตำแหน่งเป็น รองโฆษกรัฐบาล ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน 

‘พรรคก้าวไกล’ เตรียมเสนอกฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’ ‘คดีการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559512

26 ก.ย. 2566

'พรรคก้าวไกล' เตรียมเสนอกฎหมาย 'นิรโทษกรรม' 'คดีการเมือง'

ฟางเส้นสุดท้าย จำคุก อานนท์ นำภา คดีแฮรี่ พอตเตอร์ ‘พรรคก้าวไกล’ เตรียมเสนอกฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’ ‘คดีการเมือง’ ยุติความขัดแย้งกว่าทศวรรษ

พรรคก้าวไกล เตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีการเมือง เพื่อชำระสะสางคดีความทางการเมืองทั้งหมดในห้วงความขัดแย้งตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการอันประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์การนิรโทษกรรมอย่างเป็นธรรม

ก้าวไกลเตรียมเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองก้าวไกลเตรียมเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง

หลังจาก ศาลอาญา รัชดาฯ ได้พิพากษาจำคุกอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมทางการเมือง เป็นเวลา 4 ปี ด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการปราศรัยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

พรรคก้าวไกลกังวลอย่างยิ่งต่อคำพิพากษานี้ เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่พลเมืองไทยถูกตัดสินจำคุกจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อันเป็นเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และการปราศรัยของอานนท์ นำภา ก็เป็นการพูดหลักการและเหตุผล ไม่ควรถือเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และไม่ได้เป็นการแสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อองค์พระมหากษัตริย์

ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามไม่รับรู้ว่ากฎหมาย 112 มีปัญหา แต่นับวัน ปัญหานี้ยิ่งเด่นชัดขึ้น และการใช้ มาตรา112 ปิดปากผู้เห็นต่าง กำจัดศัตรูทางการเมือง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์กับการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ

จนมาถึงวันนี้ พรรคก้าวไกลเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากตระหนักดีว่ากฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง แม้ว่าผู้มีอำนาจจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม รัฐบาลชุดใหม่บอกว่าจะสร้างความปรองดองในสังคม ซึ่งพรรคก้าวไกลเชื่อว่า สังคมไทยไม่สามารถเดินหน้าไปสู่ความปรองดองได้โดยปราศจากการสร้างความยุติธรรมและทิ้งปมปัญหานี้ไว้ใต้พรม

การเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะยังคงเป็นภารกิจของผู้แทนราษฎรก้าวไกล เพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองด้วยกระบวนการทางประชาธิปไตยและกลไกของระบบรัฐสภา และขอยืนยันว่า การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่พรรคเสนอ จะไม่กระทบต่อพระราชสถานะขององค์พระประมุข แต่จะยังส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในประเทศไทยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะใช้เวลานาน และไม่ใช่ภารกิจที่จะสำเร็จโดยง่าย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่น และถึงแม้จะแก้ได้สำเร็จ ก็ยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่ถูกตัดสินจำคุกไปแล้วจากกฎหมายนี้ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกำจัดและปิดปากผู้เห็นต่างกับอำนาจรัฐ เช่น กฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ว่าสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที เพื่อบรรเทาการใช้กฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน คือการออกนโยบายสำหรับคดีการเมืองที่ยังไม่ขึ้นสู่ชั้นศาล ป้องกันไม่ให้มีการฟ้องคดีอย่างมิชอบด้วยกระบวนการและการบังคับใช้โดยใช้กฎหมายที่กลายเป็นการละเมิดเสรีภาพประชาชน

ที่ผ่านมา ตำรวจและอัยการมีอำนาจในการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดี หากเห็นว่าไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย แต่เมื่อเป็นคดีความมั่นคง มาตรา 112 หรือ มาตรา 116 ก็มักสั่งฟ้อง ทำให้กลายเป็นภาระของประชาชนที่ต้องเสียทรัพยากรและเวลาต่อสู้ในชั้นศาล

นายกฯ ขีดเส้น 15 วัน สอบสวน ‘บิ๊กโจ๊ก’ – หนักใจ สังคมเฝ้ามอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559500

26 ก.ย. 2566

นายกฯ ขีดเส้น 15 วัน สอบสวน  'บิ๊กโจ๊ก' -  หนักใจ สังคมเฝ้ามอง

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึง  การตั้งคณะกรรมการสอบสวน   “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.  อ. สุรเชษฐ์ หักพาล  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จากประเด็บค้นบ้านหาความเชื่อมโยงพนันออน าไลน์ ให้เวลาการทำงาน 15 วัน ทำความจริงให้กระจ่าง

นายเศรษฐา ทวีสิน   นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า  การตั้งคณะกรรมการสอบสวน   พล.ต.  อ. สุรเชษฐ์ หักพาล  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   จากกรณีการค้นบ้าน  เพื่อหาความเชื่องโยงกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์  กรณีการสอบสวนมีคณะกรรมการ ที่ตนลงแนามแต่งตั้งทั้งหมด 3 คน เป็นพลเรือน 2 คน และอดีตนายตำรวจ 1 คน โดยให้กรอบเวลาการทำงาน 15 วัน   ส่วนจะต้องให้ย้ายออกจากตำแหน่งหรือไม่หากพบว่ามีความผิด    เรื่องนี้หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการแล้วขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการในการชี้แจง

“มีความหนักใจในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ และสาธารณชนจับตามองอยู่ จึงต้องทำให้สบายใจ เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง   ส่วนจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ที่จะประชุมเลือกในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) หรือไม่ อย่าพึ่งคิด ค่อยว่ากันทีหลัง  ยืนยันว่าในวันพรุ่งนี้จะยังคงพิจารณาอยู่ ไม่มีการเลื่อนวาระออกไป ส่วนวันพรุ่งนี้จะสามารถลงนามแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่ได้เลยหรือไม่นั้น ขอพูดคุยกันก่อน ” 

ผู้สื่อข่าวถามว่า  จะสังคายนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้คำว่า “สังคายนา”  แรงไป  เพราะเป็นสถาบันที่มีเกียรติ มีปัญหาก็ต้องแก้กันไปดี  ทุกองค์กรมีทั้งคนดี และคนไม่ดี ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เป็นปัญหาใหญ่ก็ต้องแก้ปัญหากันไป ต้องให้เกียรติทางสถาบันตำรวจด้วย  นายกรัฐมนตรี ระบุ

‘ประชาธิปัตย์’ จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ จัดการ ‘เว็บพนันออนไลน์’ อย่างจริงจัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559494

26 ก.ย. 2566

‘ประชาธิปัตย์’ จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ จัดการ ‘เว็บพนันออนไลน์’ อย่างจริงจัง

‘องอาจ’ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ ต้องลงมาจัดการเรื่อง ค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก แก้ปัญหา ‘เว็บพนันออนไลน์’ อย่างจริงจัง พร้อมตั้งข้อสังเกต 3 คำถาม

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีตำรวจหลายหน่วย และคอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือค้นบ้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ‘บิ๊กโจ๊ก’ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่อยู่ในความสนใจของคนไทยทั้งประเทศ การที่ลูกน้องของนายตำรวจระดับสูงถูกกล่าวหาว่าอาจมีส่วนร่วมกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ และอาจจะเกี่ยวพันไปถึงนายตำรวจระดับสูง 

 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ขอความดป็นธรรมถูกตำรวจค้นบ้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ขอความดป็นธรรมถูกตำรวจค้นบ้าน

ขณะเดียวกันในวันพุธที่ 27 ก.ย. นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงทำให้มีข้อสังเกตว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ดังนี้

1. เป็นการขยายผลจับกุมตำรวจและพลเรือนที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ที่ตำรวจเคยจับมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ผู้ต้องสงสัยส่วนหนึ่งเป็นตำรวจที่ใกล้ชิดบิ๊กโจ๊กเป็นการดำเนินการตามปกติของการทลายเว็บพนันออนไลน์หรือไม่

2. เป็นความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของนายตำรวจระดับสูงหลายคนจากหลายหน่วยงานที่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องจาก คดีเป้รักผู้การ คดีทุนจีนสีเทา คดีกำนันนก คดีเว็บพนันออนไลน์หลายเครือข่ายหรือไม่

3. เป็นการต่อสู้กันอย่างรุนแรง เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ที่กำลังจะพิจารณากันหรือไม่

นายตำรวจชั้นสูงที่ถูกกล่าวหาเอี่ยวพนันออนไลน์นายตำรวจชั้นสูงที่ถูกกล่าวหาเอี่ยวพนันออนไลน์

จากข้อสังเกตนี้ ชี้ให้เห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน และสังคมต่อองค์กรตำรวจ กระบวนการยุติธรรม การปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ

จึงขอเรียกร้องให้ นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ต้องลงมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญคือ 

1.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก 

2.ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรง และการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบทุกรูปแบบในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

3.ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเว็บพนันออนไลน์ และการพนันอื่นๆ ทุกรูปแบบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

“นายกรัฐมนตี ควรใช้วิกฤตจากการค้นบ้านบิ๊กโจ๊กครั้งนี้ เป็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างจริงจัง ให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ และสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานของรัฐบาลต่อไปด้วย”นายองอาจ กล่าวสรุป

‘ชลน่าน’ มองโอกาสเหมาะสม ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559486

26 ก.ย. 2566

‘ชลน่าน’ มองโอกาสเหมาะสม ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค

‘ชลน่าน’ เผย 16 ต.ค.ประชุมเลือกหัวหน้าพรรค มองจังหวะเหมาะกับ ’อุ๊งอิ๊ง‘ ไม่มีอะไรน่ากังวล โยนเจ้าตัวตัดสินใจ

 วันที่ 27 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ถึงกรณีคุณสมบัติของคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ว่า ในวันที่ 16 ต.ค. จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ในส่วนหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ต้องเป็นคนที่พรรคมีความมั่นใจว่าจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนพรรค ให้เป็นสถาบันทางการเมือง เป็นที่ไว้ใจของประชาชน 

เมื่อถามว่าได้เห็นรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคบ้างแล้วหรือยัง นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตนยังไม่ได้เข้าไปดูในรายละเอียดเพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง 

เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจาก ส.ส.หลายคนต้องการให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนตัวตนคิดว่าเหมาะอยู่แล้ว แต่น.ส.แพทองธารจะยอมรับในมุมมองนี้หรือไม่ และถ้าถามความต้องการของ ส.ส.ส่วนใหญ่ว่ามีความเห็นอย่างไร 

เมื่อถามต่อว่า น.ส.แพทองธาร ควรขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคตอนนี้เลยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้น่าจะเป็นช่วงที่มีโอกาสเหมาะสมพอสมควร ไม่น่ามีความกังวลมาก 

‘เศรษฐา’ เผยตั้ง คกก.สอบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ แล้วขอให้รอดูประกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559464

26 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ เผยตั้ง คกก.สอบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ แล้วขอให้รอดูประกาศ

‘เศรษฐา’ เผยตั้ง คกก.สอบ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ปมเอี่ยวพนันออนไลน์แล้ว ปัดตอบใครนั่งประธานขอให้รอดูประกาศ ส่วนปมเครื่องยนต์เรือดำน้ำเยอรมันยังไม่ชัดเจน

วันที่ 26 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  ในเวลา 08.06 น. จากนั้นในเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า มายังห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำสัปดาห์ 

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการตั้งคณะกรรมการสอบกรณี พล.ต.อ.เอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชื่อมโยงพนันออนไลน์เรียบร้อยว่าแล้วหรือไม่ โดยนายกฯ ตอบสั้นๆ ว่า “ครับ ตั้งเรียบร้อยแล้วครับ ลงนามแล้ว” พร้อมชู 3 นิ้วโบกไปมา เมื่อถามว่าเปิดรายชื่อได้หรือไม่ใครเป็นประธาน นายกฯ กล่าวว่า “รอดูประกาศนะครับ ตั้งเรียบร้อยแล้ว”

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการหารือกับเยอรมันเกี่ยวกับเครื่องยนต์เรือดำน้ำ นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้คุยกันแล้วแต่ยังไม่มีความชัดเจน 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าการประชุมวันนี้มี ครม.แจ้งลาประชุม  1 คน คือนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

ส่อง 5 รายชื่อ ทีมที่ปรึกษา ‘มท.1’ ใครเป็นใคร ในยุค ‘อนุทิน’

26 ก.ย. 2566

ส่อง 5 รายชื่อ ทีมที่ปรึกษา 'มท.1' ใครเป็นใคร ในยุค 'อนุทิน'

‘อนุทิน’ เซ็นแต่งตั้ง ทีมที่ปรึกษา ‘มท.1’ มี ‘เอกภพ เหลืองประเสริฐ’ ผู้ก่อตั้ง เพจสายไหมต้องรอด เป็นหนึ่งในนั้น

หลังมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี “รัฐบาลเศรษฐา 1” หลังจากนั้นในแต่ละกระทรวง เริ่มมีการแต่งตั้งทีมทำงาน รวมทั้งคณะที่ปรึกษา โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี นายอนุทิน นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) จึงได้เซ็นคำสั่งกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา มท.1 จำนวน 5 คน

อนุทิน-ชาดาอนุทิน-ชาดา

ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ลงวันที่ 1 ก.ย. 2566 แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) นั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงแต่งตั้ง คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนี้

  1. พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข
  2. นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ
  3. นายชัยวัฒน์ ศรีวิภาสถิตย์
  4. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ
  5. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ

หนังสือแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา มท.1

หนังสือแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา มท.1

สำหรับนาย “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และในการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. 2566 นายเอกภพ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในนามพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 11 เขตสายไหม ซึ่งภายหลังมีหนังสือแต่งตั้ง นายเอกภพ ได้โพสต์ข้อความขอบคุณนายอนุทิน ที่ไว้วางใจ แต่งตั้งให้เป็นทีมที่ปรึกษา มท.1

เอกภพ เหลืองประเสริฐ

เอกภพ เหลืองประเสริฐ

‘ธรรมนัส’ ยันไร้ปัญหาแบ่งงาน 2 รมช. ลั่นพะเยาไม่มีผู้มีอิทธิพล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559460

26 ก.ย. 2566

‘ธรรมนัส’ ยันไร้ปัญหาแบ่งงาน 2 รมช. ลั่นพะเยาไม่มีผู้มีอิทธิพล

‘ธรรมนัส’ เคลียร์ใจ 2 รมช.ปมแบ่งงานแล้ว ชี้หากผลงานเข้าตาจะแบ่งงานเพิ่มให้ ลั่นพะเยาไร้ผู้มีอิทธิพลมีแต่เทวดา

วันที่ 26 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าวถึงการสะสางปัญหาการแบ่งงานภายในกระทรวงเกษตรฯ หลังมีกระแสข่าวว่า 2 รัฐมนตรีช่วยไม่พอใจที่ได้ดูแลเพียงท่านละ 4 หน่วยงาน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้ดู 11 หน่วยงาน ว่า เรื่องนี้จบไปตั้งนานแล้ว ตามที่ตนมอบหมาย ยืนยันว่าไม่มีการแบ่งกระทรวงให้เพิ่มเติมและเป็นไปตามคำสั่งเดิม แต่หากผลงานเป็นที่ประจักษ์ก็จะมอบหมายให้เพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ต้องช่วยกันทำงานและมองในภาพรวม งานไหนอยู่ในพื้นที่ 2 รัฐมนตรีช่วยตนก็มอบหมาย พร้อมยืนยันว่าทั้ง 3 คนก็ทำความเข้าใจกันแล้วไม่มีปัญหา ตนได้พูดคุยกับทุกพรรคแล้ว

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชชัยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ทั้ง 2 พรรคแล้ว 

เมื่อถามว่านโยบายปราบผู้มีอิทธิพลของรัฐบาล ว่า ในส่วนจังหวัดพะเยามีผู้มีอิทพลหรือไม่ ซึ่งร.อ.ธรรมนัสได้ถามกลับว่า มีหรือครับ? “ไม่มี มีแต่แข่งกันทำความดี พะเยามีแต่เทวดาของชาวพะเยาไม่มีผู้มีอิทธิพล“

ส่วนพรรคพลังประชารัฐจะส่งรองโฆษกรัฐบาลในนามพรรคหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่ายังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน และไม่ใช่ไม่ตั้ง แต่ยังไม่ได้คุยกัน

‘กลาโหม’ ไม่นิ่งนอนใจ เร่งสอบ ‘น้ำมัน’ หาย จากค่ายทหารสระบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559458

26 ก.ย. 2566

'กลาโหม' ไม่นิ่งนอนใจ เร่งสอบ 'น้ำมัน' หาย จากค่ายทหารสระบุรี

‘น้ำมัน’ สองแสนลิตร ล่องหนจากค่ายทหาร สระบุรีอยู่ระหว่างสอบสวน สุทิน ยัน ‘กลาโหม’ ไมได้นิ่งนอนใจ ขอบคุร ก้าวไกล ช่วยเป็นหูเป็นตา

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณี น้ำมันเชื้อเพลิงของ มทบ.18 จังหวัดสระบุรี สูญหายจากคลังกองโรงงานซ่อมสร้างรถยนต์ทหาร ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กองทัพบก กว่า 2 แสนลิตรขณะนี้ มีการรายงานเข้ามาแล้ว และกำลังดำเนินการตามขั้นตอนอยู่

ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่เกิดในกองทัพ และการที่พรรคก้าวไกลออกมาตรวจสอบนั้นก็ต้องชื่นชม ซึ่งก็ต้องขอบคุณ ส่วนเราก็กำลังดำเนินการหาคนกระทำความผิด ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรค่อยว่ากัน แต่เชื่อว่าไม่นานเรื่องทุกอย่างคงจบ

โดยรายละเอียดน่ากำลังมีการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบอยู่ และเท่าที่ดู จะมีการตรวจสอบคลังน้ำมันทั้งประเทศ ก็ทำให้สบายใจ ที่มีการตรวจสอบอย่างแข็งขัน  หากพบแล้วจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดู  ส่วนกรณีความคืบหน้าเรื่องเครื่องยนต์เรือดำน้ำ กองทัพเรือก็ยังไม่ส่งเรื่องมา เรื่องยังไม่ส่งมาที่กลาโหม และก็ยังไม่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้

เมื่อถามถึงกรณีที่มีบุคคลไปแอบอ้าง เพื่อหาหาประโยชน์ นายสุทิน กล่าวว่า ช่วงหลังมักจะมีคนมาพบมาเยี่ยม และถ่ายรูปด้วย ไม่ทราบว่ามีการนำเอาภาพไปแอบอ้างอย่างไรบ้าง จึงมีความจำเป็นต้องออกมาปรามไว้ ที่ผ่านมามีเจตนาดี ต้องการจะให้ทุกคนได้ถ่ายรูปด้วย หากมีคนเอาไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ ได้มอบหมายให้เลขาฯส่วนตัวจะเป็นผู้ตรวจสอบแล้ว

กมธ. สว. ถกหน่วยงานรัฐ – ราชทัณฑ์ ยัน ‘ทักษิณ ชินวัตร’ รักษาตัว โรงพยาบาลตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559442

25 ก.ย. 2566

กมธ. สว.  ถกหน่วยงานรัฐ  -  ราชทัณฑ์ ยัน 'ทักษิณ ชินวัตร' รักษาตัว โรงพยาบาลตำรวจ

วงถก กมธ. คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน ฯ สว. เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ ประเด็นการดูแล ” ทักษิณ ชินวัตร” ข้อมูลที่ได้คำตอบมีเพียง อดีตนายกรัฐมนตรี ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ด้วยอาการป่วย 4 โรคสำคัญ มีใบรับรองแพทย์จากสิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ กำกับ

ที่รัฐสภา   มีการประชุมคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ในวันนี้ (25 ก.ย.)  โดยมีการเชิญหน่วยงานดูแลนักโทษของ กรมราชทัณฑ์ มาชี้แจงในกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดยรองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, โรงพยาบาลตำรวจ โดยรองนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ, กรมราชทัณฑ์ โดยรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์เข้าชี้แจง


นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงก่อนเริ่มการประชุมโดยยืนยันว่า การเชิญหน่วยงานดูแลนักโทษของกรมราชทัณฑ์มาชี้แจงครั้งนี้ เพื่อติดตามเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย   นายทักษิณ ชินวัตร ให้เป็นไปตามหลัก และให้เป็นไปตามกระบวนยุติธรรมที่โปร่งใส  หลังสังคมเกิดข้อสงสัยในบางประการ โดยยืนยันจะไม่ลงลึกถึงรายละเอียดที่จะกระทบต่อสิทธิของผู้ป่วย แต่เพื่อให้สังคมเข้าใจข้อมูลทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันการดำเนินการว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีอคติทางการเมืองแต่อย่างใด และไม่ใช่การล้วงลูกหน่วยงาน เพียงแต่ต้องการสอบถามข้อมูล เพราะเรื่องดังกล่าว อยู่ในความสนใจของประชาชน 

.

กรมราชทัณฑ์ – โรงพยาบาลตำรวจ ตอบได้บางเรื่อง

.

นายสมชาย  เปิดเผยภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นว่า ทั้งกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ ได้ชี้แจงในระดับหนึ่ง แต่ประเด็นอื่น ๆ ทั้ง 2 หน่วยงาน  ขอไปหารือกับผู้บังคับบัญชาก่อน  และจะส่งคณะมาชี้แจงต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ 1 เดือน กรรมธิการฯ จะเรียกกลับมาชี้แจงอีก  ส่วนการขยายเวลาการขอรับโทษ จะมีการขยายเวลา เพื่อรักษาตัวต่ออย่างไรนั้น  กรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงว่า นายทักษิณ ได้เข้ารับการตรวจรักษาเป็นนักโทษในแดน 7 ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และตลอดระยะเวลา ตั้งแต่ 22 ส.ค.    จนถึงปัจจุบัน ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลควบคุม  และอาการป่วย 4 โรคสำคัญ มีใบรับรองแพทย์จากสิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

ประเด็นโรคใหม่ที่ต้องผ่าตัด  รองนายแพทย์ใหญ่ฯ ยังไม่เปิดเผย ซึ่งอาการต่าง ๆ เป็นสิทธิของผู้ป่วย และญาติที่จะไม่เปิดเผย แต่กรรมาธิการฯ ได้แนะนำให้นายแพทย์ใหญ่ ไปหารือกับญาติ เปิดเผยข้อมูลเท่าที่เปิดเผยได้ เพื่อให้สาธารณะชนเข้าใจ    ส่วนเมื่อนายทักษิณ ได้รับการผ่านตัดจนมีอาการเป็นที่น่าพอใจจะสามารถส่งตัวกลับโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้หรือไม่นั้น  โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ยืนยันแล้วว่า สามารถส่งตัวกลับมารักษาได้ และเมื่อหายป่วยแล้ว ก็จะส่งกลับเรือนจำ แต่ต้องเป็นไปตามดุลยพินิจของนายแพทย์ใหญ่ และญาติ

กมธ. สว.  ถกหน่วยงานรัฐ  -  ราชทัณฑ์ ยัน 'ทักษิณ ชินวัตร' รักษาตัว โรงพยาบาลตำรวจ
กมธ. สว.  ถกหน่วยงานรัฐ  -  ราชทัณฑ์ ยัน 'ทักษิณ ชินวัตร' รักษาตัว โรงพยาบาลตำรวจ

นายสมชาย   กล่าวว่า  กรมราชทัณฑ์  ยังชี้แจงในกรณีที่นายทักษิณได้รับอภัยโทษแล้ว สามารถขอได้อีกหรือว่า ตามเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า จะต้องรับโทษก่อน 1 ใน 4 ในเรือนจำ เพื่อขออภัยโทษในห้วงเวลาสำคัญ ดังนั้น นายทักษิณ จึงยังไม่เข้าเกณฑ์ แต่การพักโทษ สามารถทำได้ โดยต้องเป็นนักโทษชั้นกลาง และถูกจำคุกไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ซึ่งนายทักษิณ เข้าข่ายการพักโทษในเดือนก.พ.   โดยไม่ต้องใส่กำไลอีเอ็ม เพราะรับโทษมาแล้ว ตั้งแต่ 22 ส.ค.   และสูงอายุ ซึ่งจะมีการจำกัดพื้นที่ที่อยู่ เช่น การจำกัดเฉพาะอยู่ในบ้าน ห้ามออกประเทศ ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าว เป็นเพราะโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่งตัวต่อโรงพยาบาลตำรวจ จึงถือว่า รับโทษแล้ว 

“รองนายแพทย์ใหญ่ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า อาการป่วยของนายทักษิณ หนักจริงถึงขั้นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจาก รองนายแพทย์ที่มา ไม่ได้เป็นแพทย์ที่รักษาตัวนายทักษิณโดยตรง “นายสมชาย  ระบุ

กมธ. สว.  ถกหน่วยงานรัฐ  -  ราชทัณฑ์ ยัน 'ทักษิณ ชินวัตร' รักษาตัว โรงพยาบาลตำรวจ

สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค