‘อดิศร’ ติง กมธ.สว. เชิญ ยธ.-ราชทัณฑ์ สอบการรักษา ‘ทักษิณ’ อย่าโยงการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559327

24 ก.ย. 2566

'อดิศร' ติง กมธ.สว. เชิญ ยธ.-ราชทัณฑ์ สอบการรักษา 'ทักษิณ' อย่าโยงการเมือง

อดิศร เพียงเกษ ปธ.วิปรัฐบาล ติง กมธ.สิทธิฯ สว. เชิญ ยธ.-ราชทัณฑ์ สอบมาตรการรักษา ‘ทักษิณ’ ขออย่าเชื่อมโยงการเมือง

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธาน ได้ตั้งเรื่องตรวจสอบฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงติดตามดูแลนักโทษในระบบของกรมราชทัณฑ์ว่า เป็นสิทธิของกรรมาธิการที่จะตรวจสอบ แต่หวังว่า สมาชิกรัฐสภาที่เป็นผู้ใหญ่ จะคำนึงถึงการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่ควรมีประเด็นการเมืองพ่วงไปด้วย 

“และผมมั่นใจว่า การรักษาตัวนอกเรือนจำของนักโทษนั้น กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์จะดูแลให้เป็นไปตามความจำเป็นในแต่ละรายหรือแต่ละกรณี”
 

อดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาลอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล

นายอดิศร ยังเห็นว่า ขณะนี้ โลกพัฒนาไปสู่การอยู่ร่วมกันต่อไป และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ย้ำถึงการดึงศักยภาพเพื่อพัฒนาประเทศ ควรเลยจุดที่จะเอาความหลังเก่า หรือความคิดตกค้างเรื่องที่อยู่ในใจมาพูด เพราะโอกาสเดินหน้าต่อไปจะลำบาก

พร้อมย้ำว่า ในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่เป็นผู้ใหญ่ด้วยกัน ควรเป็นหลักชัยให้กับบ้านเมืองจะดีกว่า 

สรุป ‘ประชุม UNGA78’ กลับคนสำคัญทั่วโลก ประเทศไทยได้อะไรกลับมาบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559323

24 ก.ย. 2566

สรุป 'ประชุม UNGA78' กลับคนสำคัญทั่วโลก ประเทศไทยได้อะไรกลับมาบ้าง

สรุป ‘ประชุมUNGA78’ เศรษฐา ทวีสิน ร่วมประชุมโชว์วิสัยทัศน์ประเทศไทย พบบุคคลสำคัญ นักธุรกิจสำคัญ ผลักดันการลงทุนสู่ประเทศไทย

นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงประเทศไทย หลังจากเข้าร่วมการ “ประชุม UNGA78” ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดย นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญจากการแถลงผลการ เข้าร่วมการประชุมฯ ของนายกรัฐมนตรี

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นการเดินทาง 4 วันที่มีภารกิจมาก ขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ Boi และเจ้าหน้าที่ที่ช่วยทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง

นายเศรษฐา ทวีสินนายเศรษฐา ทวีสิน

โดยในการประชุม “ประชุม UNGA78” ครั้งนี้ ได้พบปะกับผู้นำต่างประเทศหลายประเทศเข้าร่วมการประชุมและได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมทั้งสิ้น 5 ครั้ง

  • พบผู้นำองค์กรระหว่างประเทศสำคัญสององค์กร และได้พบ ผู้บริหาร บริษัทยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศหลายบริษัท อาทิ Tesla Google Microsoft Citibank JP Morgan Estee lauder โดยบริษัทเหล่านี้สนใจการลงทุนในประเทศไทยซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมให้การสนับสนุนการลงทุนในไทยมากขึ้น โดยหลักๆแบ่งเป็นสองภาคส่วนคือบริษัทเทคโนโลยี และบริษัทการเงิน
  • หารือกับผู้นำตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่มีศักยภาพมากและพยายามจะผลักดันให้ภายในปีนี้มีอย่างน้อยหนึ่งบริษัทของไทยที่ได้ไปลงทุน

นายเศรษฐา ทวีสินนายเศรษฐา ทวีสิน

  • หารือกับผู้บริหาร FIFA และพูดคุยถึงการจะให้ไทย เป็นเจ้าภาพในการจัดฟุตบอลโลกภายในปี 2032 หรือในอีก 9 ปีข้างหน้า และขอให้สนับสนุน ฟุตบอลรากหญ้าของไทยโดยจากเดิมที่สนับสนุนปีละ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งค่อนข้างเป็นเงินจำนวนที่เยอะพอสมควร
  • ร่วมกันแก้ปัญหาความแตกแยกช่วยกันผลักดันตัวชี้วัด SDG 17 ข้อ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้ไขปัญหาด้วยประเทศเดียวทั่วทั้งโลกต้องให้ความร่วมมือสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในส่วนของภาวะโลกร้อนซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ระบุไปแล้วว่าไม่ใช่เพียงแค่โลกร้อนแต่เป็นโลกเดือด ปัญหาสิทธิมนุษยชนรวมถึงได้ร่วมประกาศจุดยืนของประเทศไทย ในฐานะประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข รวมถึงส่งเสริมการเกษตรพอเพียงผ่านอารยะเกษตร การให้ประชาชนรับบริการสาธารณสุขที่ดีขึ้น

ในการเดินทางครั้งต่อไปของนายกทำมนตรีจะเป็นการเข้าร่วมการประชุมเอเปก ซานฟรานซิสโก ซึ่งจะมีหลายบริษัทที่เข้าร่วมด้วยโดยจะจัดเป็นเวทีร่วมกันเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

นายกฯเศรษฐา ออกอาการ สื่อถามตั้ง ทักษิณ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559313

24 ก.ย. 2566

นายกฯเศรษฐา  ออกอาการ สื่อถามตั้ง ทักษิณ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี ตัดจบแต่งตั้ง ทักษิณ ชินวัตร ขึ้น ” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ”   สรุปเพียงแค่สอบถามความเห็นในฐานะผู้รู้ ไม่มีการแต่งตั้ง ขอร้องสื่ออย่าไปตีความ  ด้านโครงการเเงินดิจิตัล 10,000 บาท “ดิจิทัลวอลเล็ต” ความเป็นไปได้ต่อการขยายรัศมเกิน 4 กิโลเมตร รอผลศึกษา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการทรวงการคลัง ให้ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่สหรัฐอเมริกา และเดินทางกลับถึงประเทศไทย    ต่อประเด็นการแต่งตั้ง นายทักษิณ ชินวัตร เป็น  “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี”  โดยนายเศรษฐา  ระบุว่า  ไม่มีการแต่งตั้ง   แต่หากมีอะไรที่ตนจะปรึกษา ก็ไปขอคำปรึกษา  เหมือนกับที่ปรึกษาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่านที่เกษียณไปแล้ว หรือ อดีตนายกรัฐมนตรี เช่น นายอานันท์ ปันยารชุน และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  ตนเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกและเพิ่งเข้าสู่การการเมือง  ดังนั้นใครมีความรู้ ความสามารถที่ดี ตนก็พร้อมจะปรึกษา ซึ่งตนได้พูดเพียงเท่านี้ในการให้สัมภาษณ์ กับสื่อต่างประเทศ ขออย่านำไปตีความไปกว้างกว่านั้น จะเป็นการก่อให้เกิดประเด็นโดยไม่ใช่เหตุ

ผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อว่า กรณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี   เกิดการตีความในวงกว้าง ทำให้นายกรัฐมนตรีตอบอย่างมีอารมณ์ทันที โดยที่ผู้สื่อข่าวยังถามไม่จบ  “คุณตีความ คุณอย่าตีความสิครับฟังที่ผมพูดสิ ”  นายเศรษฐา  มีสีหน้า   และถามกลับมาว่ามีเรื่องอื่นถามอีกไหม และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที     ทั้งนี้นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าว บลูมเบิรก์ [ Bloomberg ] ระหว่างที่ทำภารกิจอยู่ที่สหรัฐอเมริกา   “ผมเชื่อว่าเขา (ทักษิณ) มีประโยชน์ทั้งต่อรัฐบาลและประชาชนไทย  เขาเคยเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย และอาจจะยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ ….คงเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนักถ้าผมจะไม่ขอความคิดเห็นจากเขา รวมถึงนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ ด้วย ” 

.
ขยายพื้นที่ใช้ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต  รอพิจารณา

.

นายเศรษฐา   กล่าวถึง  โครงการดิจิทัลวอลเล็ต   หรือ การใช้เงินดิจิตอล  10,000 บาท    ต่อการขยายพื้นที่จากรัศมี 4 กิโลเมตร ไปเป็นอำเภอหรือจังหวัด    ประเด็นนี้มีข้อเป็นห่วงที่ประชาชนกังวล ก็ต้องนำพิจารณา  ส่วนจะปรับรัศมีตามที่ประชาชนร้องขอให้ขยายไปในอำเภอหรือจังหวัด นั้น  หากจะปรับเป็นจังหวัดจะกระจุกตัวอยู่เพียงในอำเภอเมือง อยากให้อำเภอที่กันดารได้รับอานิสงส์  ซึ่งคณะกรรมการกำลังพิจารณากันอยู่ ขออย่าเป็นห่วง

นายกฯเศรษฐา  ออกอาการ สื่อถามตั้ง ทักษิณ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับถึงประเทศไทย  หลังเสร็จสิ้นภารกิจ  การประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 78 (78th Session of the United Nations General Assembly: UNGA78)  ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาในการทำภารกิจ  18-24 ก.ย. 

‘สมศักดิ์’ ปลื้ม เอกชนขานรับ ผู้พ้นโทษเป็นแรงงานฝีมือดี ลุยทำต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559285

23 ก.ย. 2566

'สมศักดิ์' ปลื้ม เอกชนขานรับ ผู้พ้นโทษเป็นแรงงานฝีมือดี ลุยทำต่อ

‘สมศักดิ์’ ทำต่อ ‘โครงการนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์’ ฝึกผู้พ้นโทษ สู่แรงงานฝีมือดี ด้านเอกชน พร้อมหนุน ปัจจุบันยังขาดแรงงานมาก ด้าน ‘เอ็ม คนตัวลาย’ เผย หากมีงานทำ ผู้ต้องขัง ก็ไม่กลับวังวนเดิม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาวิชาการ “นวสมภพ” ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลผู้พ้นโทษ กับผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และผู้ประกอบการภาคเอกชน รวมถึงนายเฉลิมพล สิงห์วังชา หรือ “เอ็ม คนตัวลาย” อดีตผู้ต้องขัง ด้วย

นางสาวนันทรัศมิ์ เทพดลไชย ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รายงานความคืบหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ ว่า โครงการนี้จัดขึ้นตั้งแตาปี 2565 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังมีงานทำ ไม่ต้องกลับไปทำผิดซ้ำอีก นำร่องแห่งแรกที่จังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้เตรียมขยาย 3 พื้นที่ คือ ลำพูน นครราชสีมา และสงขลา

รวมถึงกระทรวงยุติธรรม ยังได้รับงบประมาณจาก ป.ป.ส. มาทดลองจ้างงานผู้ต้องขัง 15 คน ให้เข้ามาช่วยงานกระทรวงยุติธรรม ได้สำเร็จ หลังก่อนหน้านี้ อดีตผู้ต้องขัง จะไม่สามารถทำงานราชการได้ แต่เราก็ได้นำร่อง ส่งเสริมให้เขาเป็นคนปกติทั่วไป ที่คนภายนอกมองมา ก็ไม่รู้ว่าเป็นอดีตผู้ต้องขัง ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ส่วนการทดลองให้ผู้ต้องขัง 500 คน ใส่กำไลอีเอ็ม ไปทำงาน พบข้อผิดพลาดไม่ถึง 10% เพราะส่วนใหญ่ทำงานได้ดี มีวินัยสูง โดยสิ่งที่จะพัฒนาต่อคือ การหาแหล่งทุนให้ผู้พ้นโทษ เพราะบางส่วนก็อยากทำเอสเอ็มอี เป็นของตัวเอง 

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในอดีตหากผู้พ้นโทษ ต้องการทำงาน ต้องอยู่บ้านกึ่งวิถี แต่ก็รับจำนวนได้น้อย ซึ่งตนเข้าใจว่า ผู้พ้นโทษรอนานไม่ได้ เนื่องจากถ้าเงินทุนหมด เขาก็จะกลับไปทำผิดซ้ำแบบเดิม โดยบางคนติดเรือนจำถึง 7 ครั้ง กว่าจะมีอาชีพที่เลี้ยงดูตัวเองได้ ตนจึงอยากสร้างนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ เพื่อรองรับแรงงานผู้ต้องขัง ซึ่งวันนี้ ได้มาฟังความคืบหน้า และความร่วมมือจากภาคเอกชน ก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจมาก ที่ทุกภาคส่วนช่วยกันให้โอกาสผู้พ้นโทษ ต้องยอมรับว่า ผู้ต้องขังบางราย ไม่สามารถกลับไปอยู่พื้นที่ได้ เนื่องจากคนรอบข้างไม่ยอมรับ เราจึงจะสร้างอาชีพให้ จะได้เป็นที่ยอมรับ 

ด้านนายเฉลิมพล หรือ “เอ็ม คนตัวลาย” เล่าประสบการณ์ว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสจากกระทรวงยุติธรรม ในการสร้างงานสร้างอาชีพให้ โดยตนได้มีโอกาสเรียนชกมวยในเรือนจำ ฝึกฝนตั้งใจ จนสามารถได้แชมป์มวย 4 ปีซ้อน จึงได้รับการพิจารณาพักโทษเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นนักโทษตัวอย่าง และหลังจากพ้นโทษ ตนก็ได้แชมป์มวยไทยโลก ซึ่งต้องยอมรับว่า หากไม่ได้รับโอกาสนี้ ก็จะกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก เพราะไม่มีอาชีพให้ทำ จึงมองว่า การสร้างอาชีพให้กับผู้ต้องขังเป็นสิ่งที่ดีมาก อย่าง นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ ก็จะเป็นที่รองรับแรงงานผู้พ้นโทษได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องกลับเข้าวังวนเดิมอีกต่อไป 

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ดร.จิราภรณ์ วิริยะพงษากุล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เห็นด้วยกับการจะขยายโครงการไปทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่จังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น เพราะปัจจุบันแรงงานคนไทยหายไปจำนวนมาก น่าจะมาจากการส่งออกแรงงานไทยไปต่างประเทศ ทำให้ต้องมีการใช้แรงงานต่างด้าว แต่ก็มีข้อจำกัด ที่ไม่ดีเท่าแรงงานไทย รวมถึงแรงงานต่างด้าว ทำงานไม่ทน ทำให้เสียเวลาในการสอนงานใหม่ ซึ่งกระทบต่อการประกอบธุรกิจเป็นอย่างมาก 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังได้สะท้อนว่า ปัจจุบันยังขาดแคลนแรงงานไทย อยู่จำนวนมาก หากเรือนจำ มีการพัฒนาทักษะ ก็จะเป็นสิ่งที่ผู้พ้นโทษเป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ สนับสนุนให้กระทรวงยุติธรรม เดินหน้าสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้พ้นโทษ เพราะจะได้มีแรงงานมีฝีมือเข้าทำงาน ซึ่งถือว่า ได้ประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งผู้พ้นโทษได้งานทำ ผู้ประกอบการได้แรงงานดี และกระทรวงยุติธรรม ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องขัง 

นายเฉลิมพล หรือ เอ็ม คนตัวลายนายเฉลิมพล หรือ เอ็ม คนตัวลาย

นายวิทยา สุริยะวงค์นายวิทยา สุริยะวงค์

'สมศักดิ์' ปลื้ม เอกชนขานรับ ผู้พ้นโทษเป็นแรงงานฝีมือดี ลุยทำต่อ

‘พิธา’ ตอบชัด เป็น ‘นายกฯเงา’ หรือไม่ หลังเดินสายพบทูตประเทศมหาอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559284

23 ก.ย. 2566

'พิธา' ตอบชัด เป็น 'นายกฯเงา' หรือไม่ หลังเดินสายพบทูตประเทศมหาอำนาจ

‘พิธา’ ชี้แจงเข้าพบทูตจีน-สหรัฐอเมริกา หารือเพื่อประโยชน์ของประเทศ ปฏิเสธเป็น ‘นายกฯเงา’ มองเรื่องธรรมดา ‘เศรษฐา’ ปรึกษางาน ‘ทักษิณ’

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีที่ได้ไปเข้าพบ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ในงานวันชาติจีนใน ช่วงเวลาเดียวกับที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ถือว่าตนเองเป็น “นายกฯเงา” หรือไม่ นายพิธา หัวเราะก่อนกล่าวว่า คงไม่ได้เกี่ยว เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันชาติจีน ตนคงเลือกวันที่จะพบกับทูตฯจีนไม่ได้ เพราะเป็นวันชาติของประเทศเขา ส่วนทูตสหรัฐฯนั้น ได้นัดหมายกันมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว แต่เนื่องจากตนติดธุระและต้องลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดระยอง จึงไม่มีโอกาสได้เข้าไปพบ เวลาจึงเหมาะมาเจอกันภายในอาทิตย์เดียวกัน ซึ่งได้มีการพูดคุยเพื่อประโยชน์ของทั้งสองชาติ ทั้งคนของประเทศจีน คนของสหรัฐฯและคนของประเทศไทย

ส่วนกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นฝว่า ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า หากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นโทษจะตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ว่า ตนทราบจากข่าวเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายเศรษฐาไม่ได้พูด และตนเข้าใจว่านายเศรษฐาต้องการปรึกษากับอดีตนายกฯที่ผ่านมา ในเรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ศีลธรรม และจริยธรรม ซึ่งไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณ อาจได้รับการปฏิบัติ 2 มาตรฐานพรรคก้าวไกลจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร นายพิธา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ตามเรื่อง แต่เท่าที่ทราบทางพรรคได้มีการพูดคุย เรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม เพื่อที่จะทำให้เกิดความทัดเทียมและเป็นบรรทัดฐาน ตนเข้าใจว่าสมาชิกพรรคและผู้ที่เกี่ยวข้อง กำลังเตรียมกฏหมายในเรื่องดังกล่าว เพื่อยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ 

‘อุ๊งอิ๊ง’ เข้าทำเนียบ 3 ต.ค.นี้ ประชุมคณะกรรมการ ‘ซอฟพาวเวอร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559275

23 ก.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' เข้าทำเนียบ 3 ต.ค.นี้ ประชุมคณะกรรมการ 'ซอฟพาวเวอร์'

ประชุมคณะกรรมการ ‘ซอฟพาวเวอร์ ‘นัดแรก 3 ต.ค.นี้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสตื่นเต้นหลังประชุมนอกรอบ คณะกรรมการภาคเอกชนวานนี้

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟพาวเวอร์ โพซเฟซบุ๊ก ประชุมนอกรอบ  คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ในส่วนภาคเอกชน เมื่อวานนี้ เพื่อสรุปข้อเสนอซอฟต์พาวเวอร์ด้านต่างๆ ที่ TCDC ไปรษณีย์กลาง เตรียมพร้อมก่อนการประชุมคณะกรรมการฯ ชุดใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 3 ตุลาคมนี้

ภาพจากเฟซบุ๊ก อุ๊งอิ๊ง แพทองะาร ชินวัตรภาพจากเฟซบุ๊ก อุ๊งอิ๊ง แพทองะาร ชินวัตร

การประชุมนี้มีอาจารย์พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษา คุณหมอเลี้ยบ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการสภาพัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้อำนวยการ CEA ผู้ว่าการท่องเที่ยวฯ และเลขา รมว.วัฒนธรรม เข้าร่วมประชุมด้วย ไอเดียข้อเสนอต่าง ๆ มาแบบจัดเต็ม

ในฐานะรองประธานกรรมการฯ อดรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวังไม่ได้  ถ้าเราร่วมกันอย่างเต็มที่ขนาดนี้ เป้าหมายของ OFOS – THACCA ที่จะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะระดับสูง ให้กับพี่น้องประชาชน 20 ล้านคน ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟพาวเวอร์ด้านต่างๆ ให้ไปไกลถึงระดับโลก น่าจะทำได้ไม่ยากด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่าย

อย่างไร จะอัปเดตความคืบหน้าของโครงการให้ทราบเป็นระยะ และเชื่อว่า OFOS – THACCA เป็นนโยบายสำคัญมากที่จะเพิ่มศักยภาพด้านทักษะระดับสูงและความคิดสร้างสรรค์ของพี่น้องประชาชนได้ เหมือน TCDC ที่ริเริ่มโดยรัฐบาลไทยรักไทยแล้วจุดประกายอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ติง ‘นโยบายรัฐบาล’ เป็นเพียง ‘นิติธรรม’ จอมปลอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559266

23 ก.ย. 2566

ติง 'นโยบายรัฐบาล' เป็นเพียง 'นิติธรรม' จอมปลอม

‘ประชาธิปัตย์’ ยังให้เวลา แต่ต่อว่านโยบายรัฐบาล ไร้รายละเอียด ขัดที่สุด คือ หลัก ‘นิติธรรม’ ที่แถลงนโยบายกลับไม่ได้รับการปฏิบัติ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ารัฐบาลอ้างหลักนิติธรรมเสมือนว่าใช้นำทางในการบริหารราชการแผ่นดินแต่นับแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารงาน จะเห็นว่าหลักนิติธรรมเป็นเพียงลมปากถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากนายกรัฐมนตรี ไร้ซึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปฏิบัติให้ได้จริง

ที่เห็นชัดคือ สองมาตรฐานในการบังคับใช้กฎหมาย กรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่ทุกคนเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไม่สนใจใยดีต่อหลักนิติธรรม โทษจำคุกหนึ่งปีนายทักษิณจะได้รับโทษจริงหรือไม่

ที่อ้างว่ามีเหตุเจ็บป่วยที่ต้องรักษาโรงพยาบาลที่อยู่นอกเรือนจำมีเหตุเจ็บป่วยจริงหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ต้องขังรายอื่นทุกคนเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความเท่าเทียมกับประชาชนทุกคน

รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นภาพรวมกว้างๆ ไม่มีรายละเอียดที่จะสามารถทำให้เห็นความชัดเจนในภาคปฎิบัติว่าจะนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

นโยบายรัฐบาล ไม่มีการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายซึ่งขัดรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ชัดว่ารัฐบาลต้องแจงรายละเอียดในส่วนนี้ จึงทำให้เห็นข้อเท็จจริงในนโยบาย ดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะมีการแจกเงิน 10,000 บาท

ปัจจุบันรัฐบาลยังแจงรายละเอียดต่อสังคมไม่ได้ว่าจะมีหลักการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไร งบประมาณจะใช้จากส่วนไหน มิหนำซ้ำวิธีการดำเนินการยังกลับไปกลับมา พูดไม่ตรงกันแม้แต่วันเดียว แสดงให้เห็นถึงการคิดทำที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการตรึกตรองที่รอบคอบ ที่สำคัญโครงการนี้ปลายทางจะมีใครได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาล สุดท้ายความจริงก็จะปรากฏ

รายชื่อกรรมการบริหาร ‘พรรคก้าวไกล’ ชุดใหม่ ‘พิธา’ นั่งประธานที่ปรึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559269

23 ก.ย. 2566

รายชื่อกรรมการบริหาร 'พรรคก้าวไกล' ชุดใหม่ 'พิธา' นั่งประธานที่ปรึกษา

รายชื่อกรรมการบริหาร ‘พรรคก้าวไกล’ ชุดใหม่ ‘ชัยธวัช’ หัวหน้าพรรค ‘อภิชาติ’ เลขาธิการพรรค ขณะที่ ‘พิธา’ นั่งประธานที่ปรึกษา ‘ไอติม’ โฆษกพรรค

ที่ประชุมวิสามัญพรรคก้าวไกล มีมติเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ดังนี้

ชัยธวัช  ตุลาธน หัวหน้าจ

อภิชาติ ศิริสุนทร เลขาธิการพรรค

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เหรัญญิกพรรค 

ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค 

สมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการบริหาร

อภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ กรรมการบริหาร

เบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหาร

สุเทพ อู่อ้น กรรมการบริหาร (สัดส่วนปีกแรงงาน)

นอกจากนี้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นประธานที่ปรึกษา

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็นที่ปรึกษา 

เดชรัต สุขกำเนิด เป็นที่ปรึกษา

รองหัวหน้าพรรค 

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

ณัฐวุฒิ บัวประทุม

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ 

ศิริกัญญา ตันสกุล 

รองเลขาธิการพรรค

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

โฆษกพรรค 

พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค 

กรุณพล เทียนสุวรรณ เป็นรองโฆษก

ภคมน หนุนอนันต์ เป็นรองโฆษก

‘พิธา’ ส่งไม้ต่อให้ ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ คนใหม่ เชื่อทุกคนพร้อมทำหน้าที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559261

23 ก.ย. 2566

'พิธา' ส่งไม้ต่อให้ 'หัวหน้าพรรคก้าวไกล' คนใหม่ เชื่อทุกคนพร้อมทำหน้าที่

‘พิธา’ ไม่คาดหวังไม่กังวล ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ คนใหม่ เชื่อคนทุกพร้อมเป็นตัวจริง ยืนยันยังเป็นเพื่อนกับ ‘ปิยบุตร’ หลังดราม่ากรณี ‘ช่อ พรรณิการ์’ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าคนใหม่ว่า ตนไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะไม่ได้เป็นเรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องการเดินทางของพรรคโดยรวม รวมถึงไม่ได้กังวลอะไรเลย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่มีความจำเป็นที่จะต้องคิดถึงส่วนรวม และเปิดทางให้มีผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งเชิงมหภาค จุลภาค ดังนั้นไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันในการทำงานของแกนนำทั่วไป

เมื่อถามว่าการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่เพื่อเตรียมการรองรับคำตัดสินของศาลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะพูด ตอนนี้ยังไม่มีความแน่นอน ใครที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือเลขาฯ พรรคก็มีความท้าทายทุกวัน ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน เพราะฉะนั้นก็ต้องพร้อมที่จะเป็นทั้งหัวหน้าตัวจริงและเลขาฯ ตัวจริง

ส่วนจะมีการรับตำแหน่งพิเศษภายในพรรคหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ขอให้รอดูหลังการประชุมจะได้ความชัดเจน 100% อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมที่จะทำงานเพื่อพรรคก้าวไกลทุกบทบาท ถึงไม่มีตำแหน่งก็ทำงานเหมือนเดิม

สำหรับกรณีนายปิยบุตร แสงกนกุล เลขาคณะก้าวหน้า ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงพรรคก้าวไกลไม่แสดงความเห็นต่อกรณี นางสาวพรรณิการ์ วานิช ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมือง จะทำให้เสียมวลชนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจะต้องเสียมวลชนไปหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ แต่เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคนในพรรคและนายปิยบุตร ส่วนตนคิดถึงอาจารย์อยู่ตลอด ตั้งแต่ครั้งที่เริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่มาด้วยกัน จนกระทั่งมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรค และช่วยพรรคถูกต้องตามกฎหมาย และเชื่อว่าพวกเราทุกคนก็คิดถึงอาจารย์ปิยบุตร รวมถึงกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ในช่วงที่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ 

นายพิธา ย้ำ ยังเป็นเพื่อนกัน ยังเจอกันอยู่เรื่อยๆ และเพิ่งจะไปรับประทานอาหารด้วยกัน มีการพูดคุยกันตลอดในกรอบที่กฎหมายอนุญาต พร้อมฝากถึงทัวร์ที่ลงนายปิยบุตรว่า ตนคิดว่า ความสามัคคีคือสิ่งสำคัญของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการเมืองบริบทแบบนี้ ขอให้ทุกคนมีความสามัคคี อดทน อดกลั้นในการที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเพื่อให้เราฝ่ายค้านเข้มแข็ง

เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสส.พรรคก้าวไกล และที่ปรึกษารองประธานสภาคนที่ 1 ปฏิเสธ ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล นายพิธา กล่าวว่า แน่นอน แต่เชื่อว่านางอมรรัตน์ก็เป็นส่วนหนึ่งของพรรคอยู่แล้ว อย่างที่บอกพรรคก้าวไกลไม่ได้เลือกที่ตัวบุคคล และไม่ได้ยึดในตำแหน่ง ฉะนั้นก็ยังทำงานกันเป็นทีมอยู่ดี

จากนั้น นายพิธา ได้กล่าวบนเวทีถึงสาเหตุการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคก้าวไกลว่า เหตุผลการที่ต้องมาประชุมกันในวันนี้ เริ่มต้นจากการที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค เพื่อจะไปเป็นรองประธานสภาของคนที่ 1 ต่อมาเมื่อมีความแน่ชัดแล้วว่า พรรคก้าวไกลจะต้องเป็นฝ่ายค้านและต้องเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ตนจึงจำเป็นตัดสินใจลาออก เพื่อเปิดทางให้พรรคได้หาผู้นำฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องเป็น สส. ในระหว่างที่จะต้องรอเรื่องเกี่ยวกับคดีความของตน

รู้จัก ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ หนุ่มสงขลา ขึ้นแท่นผู้นำ พรรคก้าวไกล คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558985

23 ก.ย. 2566

รู้จัก 'ชัยธวัช ตุลาธน' หนุ่มสงขลา ขึ้นแท่นผู้นำ พรรคก้าวไกล คนใหม่

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ หนุ่มสงขลา จากเลขาธิการ พรรคก้าวไกล ผู้อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

ล่าสุดพรรคก้าวไกล มีการเคลื่อนไหวปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา จากการประชุมแกนนำของพรรคก้าวไกล ได้พูดคุยกันก่อนจะมีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 23 ก.ย.นี้ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศลาออกไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า

“ชัยธวัช ตุลาธน” จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่, อภิชาติ ศิริสุนทร เป็นเลขาธิการพรรค, หรือไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน

รู้จัก “ชัยธวัช ตุลาธน” 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ชื่อเล่นว่า ต๋อม ไม่ได้เป็นเพียงเลขาธิการพรรคก้าวไกล แต่ยังเป็นคนคอยประสานกับพรรคต่างๆ เป็นเหมือนดั่งโฆษกของพรรค ปัจจบุันอายุ 44 ปี เป็นคนสงขลา เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2521

จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

จุดเริ่มต้น “ชัยธวัช ตุลาธน” เข้าสู่สนามการเมือง

“ชัยธวัช ตุลาธน” กล่าวว่า ที่ตนสนใจการเมือง เริ่มจากการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนปี 1 ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ไปสังเกตการณ์ม็อบสมัชชาคนจน รอบทำเนียบรัฐบาลที่มีการชุมนุม 99 วัน จึงลงพื้นที่เรียนรู้และพูดคุยกับคนที่อยู่ในม็อบสมัชชาคนจน ว่ามีปัญหาอะไรถึงได้ออกมาชุมนุม

จุดนั้นถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ “ชัยธวัช ตุลาธน” ตั้งคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เขาได้ไปกินนอนอยู่กับม็อบจนชุมนุมครบ 99 วัน หลังจากนั้นในปี 2540 จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)

จนกระทั่งปี 2541 ได้เป็นเลขาธิการ สหพันฑ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และได้ทำกิจกรรมร่วมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่เป็นนักศึกษาในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และร่วมกันจัดตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ในปัจจุบันเป็นสำนักพิมพ์ที่ส่งต่อมรดกทางความคิดให้กับคนรุ่นใหม่

รวมถึงเป็นผู้ประสานงาน ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายชุมนุมกรณี เมษายน – พฤษภาคม 2553 และยังได้เป็นที่ปรึกษา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

ช่วงกลางปี 2560 “ชัยธวัช ตุลาธน” เริ่มคุยกับธนาธร ว่าต้องมีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนจริงๆ และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ จึงเริ่มชวนคนที่ความคิดเห็นคล้ายกันมาร่วมด้วย เริ่มจากกลุ่มคนไม่กี่คน หลังจากนั้นจึงหารือว่ากระทั่งมาในช่วงปี 2560 ก็ตัดสินใจร่วมกับธนาธรตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

“ชัยธวัช ตุลาธน” ผู้วางยุทธศาสตร์ก้าวไกล 

“ชัยธวัช ตุลาธน” เผยว่า การเมืองแบบสองขาไม่ใช่ความตั้งใจของก้าวไกลแต่แรก แต่จากเงื่อนไขทางการเมืองที่เป็นจริง เพราะแกนนำพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเข้าสภาไม่ได้ ก็ต้องหาแนวทางทำงานทางการเมือง เพื่อการผลักดันข้อเสนอ จึงจำเป็นต้องทำงานนอกสภา ดังนั้นการเดินการเมืองแบบสองขา จึงไม่ใช่เรื่องของการวางยุทธศาสตร์ 

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

การถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถทำพรรคการเมืองได้ แต่สิทธิทางการเมืองอื่นๆ ยังเป็นของเขาอยู่ สามารถรณรงค์ทางการเมือง แสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ สำหรับพรรคก้าวไกลวันนี้อยู่ในสภาก็ต้องทำงานในสภา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน